วิภูแถลง พัฒนภูมิไท หารือเรื่องความไม่เที่ยงธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญปฏิบัติตามหลักการและปราศจากอคติ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิภูแถลง พัฒนภูมิไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อกระผมได้ดูรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ ในส่วนของวิสัยทัศน์ พันธกิจ แล้วก็เป้าประสงค์ที่ได้วางไว้ ขอกราบเรียนต่อท่านประธานว่า อบอุ่นใจไประดับหนึ่ง เพราะในวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า จะทำให้กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ว่าจะพัฒนาการปกครองประเทศ ในระบอบประชาธิปไตย ว่าจะคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และที่สำคัญที่สุด นั่นคือการเคารพในหลักนิติธรรมและหลักนิติรัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ผมก็อดที่จะ ห่วงใยไม่ได้ เพราะในบ้านเมืองของเราในประเทศนี้มีลักษณะพิเศษคือพูดอย่างหนึ่ง แต่ทำอีกอย่างหนึ่ง ผมไม่พึงประสงค์ให้ลักษณะดังกล่าวมีอยู่ในประเทศนี้ จะขอยกตัวอย่าง ในประเทศของเรารัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดเจน ผู้พิพากษาก่อนที่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณตามรัฐธรรมนูญว่าจะรักษาไว้ จะปกป้องการปกครองประเทศ ในระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รัฐธรรมนูญทุกฉบับต้องให้ ผู้พิพากษาก่อนปฏิบัติหน้าที่ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์พระมหากษัตริย์ แต่เป็นอย่างไรครับ ข้อเป็นห่วงห่วงตรงนี้ เขียนไว้ดี บัญญัติไว้ดี แต่ขั้นตอนปฏิบัติ เป็นอย่างไรครับ ทุกครั้งที่มีการรัฐประหารเกิดขึ้นในประเทศ การรัฐประหารผิดกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ ประเทศนี้มาตรา ๑๑๓ ในประมวลกฎหมายอาญา เกือบจะไม่มีโอกาสได้ใช้เลยครับ ความผิดเป็นกบฏ แต่ปรากฏว่าบุคคลที่เคย ถวายสัตย์ปฏิญาณบอกว่าจะรักษาและปกป้องระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ๑. ไม่รักษา ๒. ไม่ปกป้อง ที่เจ็บปวดกว่านั้นครับ นอกจากไม่รักษาและ ไม่ปกป้องระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญแล้วยังไปเอาคำสั่งและประกาศของคน ฉีกรัฐธรรมนูญมาพิพากษาคดี ตรงนี้ครับคือความเจ็บปวด นี่คือหลักของประเทศที่ถูกละเลย ผมก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ในกรณีวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์ที่ทางศาลรัฐธรรมนูญ ได้รายงานไว้ อยากให้ปฏิบัติให้เป็นไปตามรายงาน เพราะการรัฐประหารเมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ชัดเจนครับ คณะรัฐประหาร รัฐประหารเสร็จปลดศาลรัฐธรรมนูญในพระปรมาภิไธย ทันทีครับท่านประธานจำได้ไหมครับ กบฏระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต แต่สามารถที่จะออกคำสั่งปลดศาลรัฐธรรมนูญในพระปรมาภิไธยทันที อะไรตามมาอีก ศาลรัฐธรรมนูญในพระปรมาภิไธยถูกยุบแล้วก็ศาลของหัวหน้าคณะรัฐประหารได้ตั้ง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ มาพิพากษาคดีวินิจฉัยยุบพรรคครับ บรรยากาศเหล่านี้ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้น ใครจะดีหรือใครจะไม่ดีเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่หลักของประเทศต้องเอาไว้ จะชอบ หรือจะไม่ชอบใครเป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ไม่มีสิทธิที่จะไม่เคารพเจตนารมณ์ของประชาชนครับ ท่านประธานที่เคารพ ฉะนั้นวันนี้จึงอยากจะกราบเรียนไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่าให้ท่าน ได้เคร่งครัด ท่านได้จริงจัง ท่านได้จริงใจในวิสัยทัศน์ พันธกิจและเป้าประสงค์ที่ท่านได้รายงาน ต่อสภาแห่งนี้ ผมก็อยากจะเรียกร้องต่อท่านว่าจะอย่างไรก็ตามผมเข้าใจมนุษย์ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข โลกธรรม ๘ มันแปลกมันหนีไม่พ้น แต่จะอย่างไรก็ตามผมก็พึงปรารถนา ให้ศาลรัฐธรรมนูญและทุกศาลแหละครับ อย่างน้อยต้องเที่ยงธรรม เที่ยงตรง แล้วก็ปราศจากอคติทั้งปวง ไม่ลำเอียงเพราะรัก ไม่ลำเอียงเพราะโกรธ ไม่ลำเอียง เพราะความไม่รู้ และไม่ลำเอียงเพราะกลัว จะอย่างไรก็ตามครับผมเชื่ออย่างนี้ ในคัมภีร์อัลกุรอาน ของศาสนาอิสลามบัญญัติไว้ชัดเจนครับบอกว่าจงอย่าคล้อยตามบรรดาผู้ก่อความอธรรม ทั้งหลาย ท่านประธานครับ ขอหนัก ๆ แน่น ๆ อีกครั้งหนึ่ง จงอย่าคล้อยตามบรรดา ผู้ก่อความอธรรมทั้งหลาย เพราะมิฉะนั้นแล้วไฟจะแผ้วพานเจ้า ผมจึงหวังว่าประเทศของเรา ต่อจากนี้ไปการวินิจฉัยมันต้องตั้งอยู่บนหลักการและปราศจากอคติทั้งปวง แล้ววันนี้ขอกราบเรียน ต่อท่านประธานผ่านไปยังศาลรัฐธรรมนูญ จะชอบหรือไม่ชอบใคร จะมีรสนิยมทางการเมือง แบบใดเป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ไม่มีสิทธิที่จะนำเอารสนิยมทางการเมืองมาใช้ในการวินิจฉัย ที่อธิบายอย่างนี้เพราะว่าให้ประเทศนี้มันเป็นนิติรัฐอย่างแท้จริง ผมไม่เชื่อในระบบตุลาการภิวัฒน์ ผมเชื่ออย่างเดียวว่าความมืดมิอาจขับไล่ความมืดได้ มีแต่แสงสว่างเท่านั้นที่จะขับไล่ความมืดได้ ผมไม่เชื่อว่าความเกลียดชังจะขับไล่ความเกลียดชังได้ มีแต่ความรักเท่านั้นที่จะขับไล่ ความเกลียดชังได้ ขอบคุณครับท่านประธานที่เคารพครับ