สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ ตุลาคม ๒๕๕๕

(เนื่องจาก นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ติดราชการ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๕๕ นาฬิกา)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

วาระหารือนะครับ ขอเชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอบคุณต่อท่านประธานซึ่งจะได้หารือถึงความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน เนื่องจากว่าผมเองก็ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนซึ่งเป็นเรื่องด่วนมากเลย เพราะว่าผมเองก็ได้หารือในที่ประชุมนี้มาครั้งหนึ่งแต่ก็ยังไม่ได้รับความคืบหน้าเท่าที่ควร เรื่องความเดือดร้อนในน้าดื่มน้าใช้ของพี่น้องประชาชนอยู่ ๒ แห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บ้านหนองไผ่ล้อม หมู่ที่ ๑๐ ต้าบลไกรใน อ้าเภอกงไกรลาศ ซึ่งเขามีบาดาลอยู่แล้ว แต่ว่าบ่อที่ดูดขึ้นมามันช้ารุด เพราะว่าทรายมันลงแล้วบ่อก็พังท้าให้ซับเมิร์จ (Submerged) ถึงแม้เขาจะเอาขึ้นมาซ่อมบ่อย อาทิตย์ต่ออาทิตย์ อาทิตย์ต่ออาทิตย์ ทุกวันนี้จนไม่มีน้าดื่มน้าใช้ ก็ฝากไปถึงกรมทรัพยากรน้าบาดาลขอเจาะบ่อให้เขาใหม่ได้ไหมครับ ฝากท่านประธาน ช่วยเร่งประสานงานในเรื่องนี้ถึงกรมทรัพยากรน้าบาดาลขอเจาะบ่อน้าบาดาลให้เขาใหม่ ไม่ต้องตั้งแท็งก์ก็ได้แท็งก์เขามีอยู่แล้ว เรื่องความเดือดร้อนอันแรกครับ

อันที่ ๒ นี่ก็เรื่องเดิมซึ่งผมได้หารือแต่ก็ยังไม่ได้รับความคืบหน้า หมู่บ้านนี้ หมู่บ้านมะขามเอน หมู่ที่ ๖ ต้าบลนาเชิงคีรี อ้าเภอคีรีมาศ ซึ่งปัจจุบันเขาใช้น้าผิวดินอยู่ แต่น้าผิวดินมันมีไร่นารอบหมด แล้วก็ปุ๋ยยามันลงท้าให้น้ามันเขียวแล้วเหม็น เขาไม่สามารถ ที่จะใช้น้าผิวดินนี้จากสระดูดขึ้นมาเป็นน้าประปาได้ เป็นน้าบาดาลได้ ฉะนั้นก็อยากจะให้ ทางกรมทรัพยากรน้าบาดาลได้ไปเจาะบ่อให้เขาใหม่ เพราะว่าพี่น้องประชาชน ไม่มีน้าดื่มน้าใช้ แล้วเจ้าหน้าที่ก็ไปดูแลส้ารวจแล้วและรับปากว่าจะเข้าไปด้าเนินการให้ แต่ก็ยังไม่ได้ด้าเนินการ ก็ฝากถึงท่านประธานนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรน้า กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ไปเจาะบาดาลให้กับโรงเรียนที่ท่านได้รับปาก แล้วก็ไปประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดอุดรธานี ขณะนี้ทางผู้บริหารโรงเรียนและผู้น้าชุมชน ได้มาฝากขอบคุณรัฐบาลนะครับ

ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องถนนไร้ฝุ่น ที่ผมได้เคยน้าเรียนกับท่านประธานแล้ว แต่ยังไม่คืบหน้า ถนนระหว่างอ้าเภอกู่แก้วผ่านไปยังอ้าเภอศรีธาตุ เส้นทางลัดออกมา ที่เทศบาลต้าบลศรีธาตุผ่านไปยังอ้าเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมก็ได้ไปตรวจสอบแล้ว แต่ปรากฏว่ายังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ฝากท่านประธานเรียนไปยังรัฐมนตรีอีกด้วยนะครับ

สุดท้าย เรื่องอาคารเรียน อาคารเรียนนี้เป็นสิ่งส้าคัญนะครับ เพราะว่า อาคารเรียนเก่าที่เป็นไม้ของโรงเรียนบ้านนาแก ต้าบลบะยาว อ้าเภอวังสามหมอ แล้วก็ อาคารเรียนโรงเรียนบ้านค้ากุงประชานุกูล ต้าบลหัวนาค้า อ้าเภอศรีธาตุ ทรุดโทรมมาก ซึ่งเด็กนักเรียนขณะนี้ก็ไม่มีห้องจะเรียนเนื่องจากว่าอาคารหลังเก่าได้ทรุดโทรมแล้วก็หักพัง ก็มีนะครับ ฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วย จักขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน

เรื่องแรก นักท่องเที่ยวไปเที่ยวสะพานข้ามทางรถไฟสายมรณะ ที่จังหวัดกาญจนบุรี ร้องเรียนว่าบริเวณตอม่อทางรถไฟดังกล่าวนั้นมีปลวกกินตลอดทาง ขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งก้าจัดปลวกดังกล่าวอย่างรวดเร็ว

เรื่องที่ ๒ คุณชัยพร พนักงานการไฟฟ้าบางขุนเทียนร้องเรียนว่า ถนนกัลปพฤกษ์ บริเวณสะพานข้ามคลองควายและคลองหนองใหญ่ เขตบางแค เมื่อรถขึ้นไปบนสะพานแล้วเป็นแอ่ง ขอให้กรมทางหลวงชนบทเร่งปรับปรุงแก้ไขโดยเร็ว

เรื่องที่ ๓ นายนกแก้ว ศรีแก้ว และคณะ ร้องเรียนเรื่องค่าชดเชยที่ดิน อ่างขุนห้วยปล้อง โครงการพระราชด้าริ อ้าเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ประชาชนเสียสละ สร้างอ่างเก็บน้าโดยหน่วยราชการอ้างเป็นโครงการพระราชด้าริ แต่บัดนี้เป็นเวลาหลายปีแล้ว ยังไม่ได้เงินค่าชดเชยแต่อย่างใด เห็นควรให้ท่านประธานแจ้งให้ส้านักพระราชวังทราบ เรื่องที่หน่วยราชการอ้างเป็นโครงการพระราชด้าริ และขอให้นายนิวัฒน์ธ้ารง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีส้านักนายกรัฐมนตรีน้าเรื่องนี้เข้า ครม. เพื่ออนุมัติโดยเร็ว เพราะเรื่องอยู่ที่ นายนิวัฒน์ธ้ารงแล้ว

เรื่องที่ ๔ ผู้ใหญ่บ้านอ้าเภอลี้ จังหวัดล้าพูน ร้องเรียนเรื่องยาเสพติด แพร่ระบาดเป็นอย่างมาก ขอให้ พลต้ารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว เร่งปราบปราม

เรื่องที่ ๕ ผู้ใหญ่บ้านอ้าเภอลี้อีกเช่นกัน ร้องเรียนว่ามีการขายยาบ้า เมื่อต้ารวจจับแล้วปรากฏว่าศาลให้ประกันอย่างง่ายดาย แล้วกลับไปขายยาบ้าอีก สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ขอให้ศาลยุติธรรมรับทราบความทุกข์ยากของประชาชน และไม่ควรให้ประกันตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดง่ายเกินไป ควรตั้งข้อก้าหนดและมาตรการ ไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก

เรื่องที่ ๖ ประชาชนร้องเรียนถึง พลต้ารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ขอให้ ด้าเนินการถอดยศ พันต้ารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อย่างเด็ดขาด เพราะคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้ชัดเจนแล้วว่าต้องถอดยศ พันต้ารวจโท ทักษิณ ขอให้ ร้อยต้ารวจเอก เฉลิม อยู่บ้ารุง เร่งด้าเนินการ

เรื่องที่ ๗ หนังสือร้องเรียนจาก อาจารย์วิโรจ นาคชาตรี ร้องเรียน เรื่องการทุจริตการสร้างอาคารที่จอดรถมหาวิทยาลัยรามค้าแหง ๖ ชั้น เป็นเงิน ๔๕๐ ล้านบาท สร้างเสร็จแล้ว ๓ ปี นักศึกษา ข้าราชการ ยังไม่ได้ใช้ ขอให้ ป.ป.ช. สอบสวนเร่งด้าเนินการ และให้กระทรวงศึกษาธิการตั้งกรรมการสอบสวน

สุดท้าย ท่านประธานครับ นี่คือภาพความเดือดร้อนของพี่น้องที่ปลูก กระเทียม กลุ่มเกษตรกรต้าบลแม่ตืน อ้าเภอลี้ จังหวัดล้าพูน ขอให้กล้องได้จับหน่อยนะครับ ภาพนี้ครับท่านประธาน ผมไปรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนในเขตอ้าเภอลี้ จังหวัดล้าพูนมามีทั้งหมด ๓ ภาค อันนี้ประชาชนยื่นจดหมายให้ผมเป็นภาพแรกนะครับ ภาพที่ ๒ เป็นภาพผมและคุณบรรจง วิพรหมชัย รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ซึ่งส่งถึงท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และผู้อ้านวยการ อ.ต.ก. ได้โปรดเร่งช่วยเกษตรกร กลุ่มนี้มีจ้านวนเพียงแค่ ๕๕ ท่านเท่านั้นและมูลค่ากระเทียม ๒๐๐,๐๐๐ กว่ากิโลกรัม ท่านประธานครับ สุดท้ายเป็นภาพนี้ครับก็คือพี่น้องประชาชนต้องการให้รัฐบาล ได้เร่งช่วยเหลือเกษตรกรชาวภาคเหนือให้สมกับที่ท่านนายกรัฐมนตรีมาจากจังหวัดเชียงใหม่ ขอขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระคราวหลังต้องกรุณาขออนุญาตน้าแผ่นภาพมาเสนอในที่ประชุมด้วย

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขออภัยท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถกร

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดฉะเชิงเทรา วันนี้มีเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชน ๒-๓ เรื่อง มากราบเรียนปรึกษาหารือกับท่านประธาน

เรื่องแรก เป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวฉะเชิงเทรา เนื่องจากทุกวันนี้มีฝนตกหนักแล้วก็ปริมาณน้ามีจ้านวนมากครับ พี่น้องชาวฉะเชิงเทรานั้น ได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ แน่นอนท่านประธานที่เคารพครับ ทางด้านตะวันออก ของจังหวัดฉะเชิงเทรานั้นเราได้รับน้าจากจังหวัดเพื่อนบ้านหลายจังหวัด ทางเหนือก็เช่นกัน อีกทั้งทางตะวันตกเราก็ได้รับน้าจากกรุงเทพมหานคร ดังนั้นถ้าเราลองสังเกตแทบจะ ทุกทิศทางเรารับน้าจากจังหวัดอื่น ๆ โดยเฉพาะทางตะวันตกนั้นในอ้าเภอบางน้าเปรี้ยว ซึ่งมีเขตติดต่อกับกรุงเทพมหานครนั้นเราได้รับน้ามามากมายมีการสูบน้าแล้วก็มาปล่อยน้าทิ้ง ในจังหวัดฉะเชิงเทราก็ท้าให้ไร่นาพืชสวนของชาวบ้านเสียหายเป็นจ้านวนมากก็มีชาวบ้าน มาร้องเรียนผมว่าปีที่แล้วเขาก็โดนอย่างนี้ปีนี้ก็โดนอีกครับ เขารู้สึกว่าเขาเหมือนประชาชน ชั้นสองอย่างไรอย่างนั้นเลยครับ อย่างไรผมก็ฝากแล้วก็ขอความร่วมมือผ่านท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยน้าเครื่องสูบน้า เครื่องดันน้ามาเร่งระบายน้า ในจังหวัดฉะเชิงเทราด้วย เพราะว่าหลังจากนี้ก็จะมีพายุลูกอื่น ๆ ตามมา

เรื่องที่ ๒ เป็นสถิติการศึกษาของประเทศไทยซึ่งมีนัยส้าคัญเกี่ยวกับ การท้างานของคนไทยในอนาคต ท่านประธานครับ ณ วันนี้ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ของคนที่ท้างาน ในประเทศไทยนั้นมีวุฒิการศึกษาต่้ากว่าระดับปริญญาตรี อีก ๓.๓ เปอร์เซ็นต์คือสาย ปวช. แล้วก็อีก ๕.๓ เปอร์เซ็นต์ที่เลือกเรียน ปวส. แล้วก็ปริญญาสายอาชีพ ถ้าเราลองดูตัวเลข เหล่านี้คนที่เลือกเรียนสายอาชีพของเรานั้นมีน้อยเหลือเกินครับ ผมเกรงว่าในอนาคตเราจะ ขาดแรงงานสายอาชีพ โดยที่ประเทศที่พัฒนาแล้วเขาเน้นเรื่องนี้เหลือเกิน

เรื่องสุดท้าย อีกนิดเดียวท่านประธานที่สถานีรถไฟฟ้าเอกมัยมีเด็กนักเรียน ตีกันบ่อย ๆ ตรงนี้ชาวต่างชาติอยู่เยอะ ผมกลัวว่าจะเสียภาพพจน์ของประเทศ ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแลเรื่องนี้ด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสนองเชิญครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในเขตของ อ้าเภอล้าปลายมาศ ทั้งหมด ๑๖ ต้าบล ๒๑๖ หมู่บ้าน ในกรณีที่รัฐบาลได้มีนโยบายจัดเงิน ตามโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนหรือโครงการเอสเอ็มแอล (SML) อ้าเภอล้าปลายมาศนั้นได้ด้าเนินการตามกฎเกณฑ์ที่ทางรัฐบาลทางราชการได้ก้าหนด ทุกประการ โดยมีการจัดประชุมประชาคมเพื่อคัดเลือกโครงการเอสเอ็มแอลจากอ้าเภอ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณตามความต้องการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม และชุมชนครับ โดยในที่ประชุมประชาคมนั้นได้คัดเลือกคณะกรรมการอยู่หลายคณะคือ คณะกรรมการโครงการในต้าแหน่งต่าง ๆ มี ๙ คน คณะผู้รับผิดชอบในการเบิกจ่าย และจัดท้าบัญชี ๓ คน คณะผู้รับผิดชอบในการด้าเนินโครงการ ๓ คน คณะผู้รับผิดชอบ ในการจัดซื้อจัดจ้าง ๓ คน คณะผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบและประเมินผลอีก ๓ คน ที่ประชุมได้ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาความต้องการและเสนอโครงการเพื่อมีการลงคะแนนเสียง คัดเลือก เมื่อได้รับการคัดเลือกแล้วจึงท้ารายงานประชาคม พร้อมวัตถุประสงค์ของโครงการ รวมไปถึงผลที่คาดว่าจะได้รับรายละเอียดปริมาณงานของโครงการ ตลอดจนหลักการบริหารจัดการน้าเสนอประธานคณะอนุกรรมการด้าเนินการพัฒนา ศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนหรือเอสเอ็มแอลผ่านผู้มีอ้านาจ ต่อมาประชาคมได้แล้วเสร็จ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ จากนั้นประธานคณะกรรมการด้าเนินการโครงการพัฒนา ศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนได้ท้าหนังสือขอเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารในนามของ ธนาคารออมสิน สาขาอ้าเภอล้าปลายมาศ โดยมีผู้สังเกตการณ์ที่ได้รับมอบหมาย จากนายอ้าเภอลงนามรับรองในหนังสือเปิดบัญชีรับฝากของธนาคารพร้อมแนบเอกสาร รายละเอียดของโครงการด้วย ต่อมาได้มีกลุ่มบุคคลได้ไปเปิดบัญชีแอบอ้างในการเปิดบัญชี ของ ธ.ก.ส. ทับซ้อนขึ้นมาท้าให้การด้าเนินงานของโครงการเอสเอ็มแอลในอ้าเภอล้าปลายมาศ มีปัญหา เพราะฉะนั้นตอนนี้ขอให้มีการตรวจสอบความถูกต้องของโครงการ เพราะขณะนี้ สิ้นปีงบประมาณ ๒๕๕๕ แล้ว พี่น้องในอ้าเภอล้าปลายมาศทั้ง ๑๖ ต้าบล ๒๑๖ หมู่บ้านนั้น ยังไม่ได้รับเงินจัดสรรตามโครงการเอสเอ็มแอลจากรัฐบาลแต่อย่างใด ฝากท่านประธาน ได้ช่วยติดตามให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ด้าเนินการโอนเงินงบประมาณตามโครงการดังกล่าว ให้กับบรรดาพี่น้องประชาชนที่ได้ตั้งกลุ่มโดยถูกต้องเพื่อด้าเนินการให้เกิดประโยชน์ แก่บรรดาพี่น้องประชาชนและชุมชนต่อไป ขอขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านหนูแดงครับ

นายหนูแดง วรรณกางซ้าย บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายหนูแดง วรรณกางซ้าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๗ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนในเขตอ้าเภอหนองกี่ อ้าเภอหนองหงส์ อ้าเภอโนนสุวรรณ อ้าเภอปะค้า และอ้าเภอนางรอง ท่านประธานที่เคารพ สืบเนื่องมาจากว่าอุทกภัยได้เกิดขึ้น ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งได้รับผลกระทบจังหวัดหนึ่ง ประชาชนได้รับ การสนับสนุนจากงบประมาณฟื้นฟูเยียวยา แต่งบประมาณในส่วนนั้นไม่เพียงพอ ผมยกตัวอย่างเช่นถนน ๑๐๐ สาย ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงซ่อมแซมเพียง ๒๐ สาย อีก ๘๐ สายยังไม่ได้รับการพัฒนาและปรับปรุง ประกอบกับช่วงฤดูกาลนี้เป็นช่วงฤดูกาลน้าฝน ฝนตกครับท่านประธาน แต่ปรากฏว่าไม่พอที่จะท้าให้มีน้าในการหล่อเลี้ยงพืชผลของต้นข้าว เป็นเพียงแต่ท้าให้ถนนอุ้มน้า ประชาชนสัญจรผ่านไปมาท้าให้เป็นโคลน ฝากหน่วยงาน ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงคมนาคม ให้จัดงบประมาณซ่อมแซมบูรณะ ถนนดังกล่าวด้วย

เรื่องที่ ๒ เรื่องไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ท่านประธานครับ ขณะนี้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเลือกตั้งที่ ๗ ของผมนั้นได้รับการกระทบกระเทือนมากเนื่องจากว่า ไปขอไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ปรากฏว่าไม่ได้รับการดูแล ที่ไม่ได้รับการดูแล เนื่องจากบอกว่าไม่เข้าเกณฑ์ เพราะฉะนั้นจะต้องให้พี่น้องเกษตรกรนั้นได้ออกเงินสมทบ พี่น้องเกษตรกรไม่สามารถที่จะออกเงินสมทบได้ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูแลเรื่องนี้ด้วย

เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องประปาหมู่บ้าน เมื่อสักครู่นี้ได้เห็นท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้เอ่ยเช่นเดียวกันก็คือประปาหมู่บ้านนี้ไม่สามารถใช้การได้ สืบเนื่องมาจากว่าสูบน้ามาจากบ่อ และน้ามันแห้ง เมื่อน้ามันแห้งไม่สามารถที่จะมีน้าอุปโภคบริโภค ก็ฝากหน่วยงานที่มี ส่วนเกี่ยวข้อง แล้วก็ขณะนี้ได้รับงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้จัดงบประมาณไปขุดบ่อบาดาลแต่ก็ยังไม่เพียงพอ

เรื่องสุดท้าย ที่อยากจะฝากก็คือเรื่องจ้าน้าข้าว ขณะนี้พี่น้องเกษตรกร มีความสุขกับการที่จะได้รับการจ้าน้าข้าว เพียงแต่ว่าขอเป็นก้าลังใจให้รัฐบาล แล้วก็ฝาก ขอบคุณท่านรัฐมนตรีสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ที่กรุณาไปเยี่ยมหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นที่ อ้าเภอหนองกี่ อ้าเภอหนองหงส์ อ้าเภอโนนสุวรรณ อ้าเภอปะค้า แล้วก็ได้อนุมัติงบประมาณ ในส่วนที่จะบูรณะซ่อมแซมโรงพยาบาลชุมชน ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านโปรดปรานอยู่ไหมครับ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม มี ๒ เรื่องที่ขอหารือท่านประธานผ่านไปถึงรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง

เรื่องแรก เป็นเรื่องของการค้าชายแดน ซึ่งก็ขอฝากไปถึงทางกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานอื่น ๆ รวมทั้งส้านักนายกรัฐมนตรี สืบเนื่องจากการส่งออกของประเทศได้ถดถอยติดลบในช่วง ๘ เดือนที่ผ่านมา ซึ่งก่อให้เกิด ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง เกิดภาวะความตกต่้าของธุรกิจและการว่างงาน ดังนั้นทางหนึ่งก็คือ การส่งเสริมการค้าชายแดนซึ่งอยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุด แต่ว่ายังมีปัญหาติดขัดคือในเรื่องของ ด่านชายแดนซึ่งมีอยู่ประมาณ ๔๙ ด่านด้วยกัน จ้าเป็นที่จะต้องมีการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นประเทศมาเลเซีย ประเทศเมียนมาร์ ประเทศ สปป. ลาว แล้วก็ประเทศกัมพูชา ทั้งหมด ๔๙ จุดผ่อนปรนดังกล่าวนั้นถ้าสามารถที่จะยกระดับฐานะขึ้นเป็นด่านถาวรได้ เพื่อให้สอดรับกับการก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะว่าเราส่งออกในเรื่องของการค้าชายแดนสูงถึง ๙๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่เป็นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เมื่อคืนนี้ผมได้ไปร่วม ในงานวันชาติประเทศเกาหลี แล้วก็พยายามไปทุกประเทศ เมื่อคืนนี้ทางสถานทูตเกาหลีได้มี การแสดงโชว์ กังนัม สไตล์ (Gangnam style) นั่นคือความส้าเร็จในการส่งเสริมเศรษฐกิจ สร้างสรรค์โดยใช้ศิลปวัฒนธรรม ดนตรี เพลงและภาพยนตร์สู่การส่งเสริมภาพลักษณ์ และสินค้าสร้างแบรนด์ (Brand) ของประเทศ จึงฝากไปถึงทางส้านักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ ที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องขณะนี้ การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังชะงักงันหลังจากที่เราได้ขับเคลื่อนมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๒ เป็นต้นมา ก็ฝากเรื่องนี้ไปถึงทางรัฐบาลด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรังสรรค์

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ล้าพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม รังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดล้าพูน เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมมี ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมขอหารือกับท่านประธานผ่านไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ช่วยด้าเนินการแก้ไขครับ เนื่องจากเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมในเขตต้าบลแม่ตืน อ้าเภอลี้ จังหวัดล้าพูน ได้ยื่นหนังสือผ่านจังหวัดล้าพูนถึงกระทรวงพาณิชย์ให้ช่วยรับซื้อกระเทียม จ้านวน ๒๐๘,๑๒๕ กิโลกรัม เนื่องจากเกษตรกรได้เก็บไว้แต่ว่ายังหาสถานที่จ้าหน่ายไม่ได้ โดยได้ขอให้น้าเงินจากการขายกระเทียมของจังหวัดแม่ฮ่องสอน จ้านวน ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท กลับมาท้าเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรับซื้อกระเทียมดังกล่าว และขอขยายระยะเวลา ในการรับซื้อกระเทียมออกไป เนื่องจากระยะเวลาในการจัดซื้อกระเทียมสิ้นสุดไปตั้งแต่ วันที่ ๓๐ เดือน ๙ ปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ขอขยายระยะเวลาจนกว่าจะรับซื้อกระเทียม ลอต (Lot) นี้เสร็จสิ้น ซึ่งจังหวัดล้าพูนได้ยื่นหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ตั้งแต่ วันที่ ๒๖ กันยายนที่ผ่านมา จนบัดนี้ยังไม่ได้รับค้าตอบเลยว่าจะด้าเนินการหรือมีมาตรการ อย่างไร ผมจึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ให้ช่วยเร่งพิจารณาอนุมัติ ตามที่เกษตรกรร้องขอมาด้วยครับ

๒. ขอให้เร่งรัดอนุมัติง บประมำณก่อสร้ำงและ ซ่อมแซ ม ถนนสายสะปุ๋ง-ดอนหลวง-หนองเงือก อ้าเภอป่าซาง จังหวัดล้าพูน เนื่องจากถนนสายนี้ เป็นถนนสายยุทธศาสตร์ที่ส้าคัญในด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม เนื่องจาก ๒ ข้างทางถนนนี้ จะประกอบไปด้วยผู้ผลิตผ้าฝ้ายทอมือซึ่งเป็นผ้าฝ้ายที่เป็นการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จะมีคนมาซื้อขาย ศึกษาดูงานปีหนึ่งก็หลายล้านคน แต่ปรากฏว่าถนนทางเข้าไปยังสถานที่นี้ ยังช้ารุดไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งเทศบาลผู้รับผิดชอบได้ขอสนับสนุนงบประมาณหลายครั้งแล้ว แต่ว่าไม่ได้รับการสนับสนุนเลย จึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้มีส่วนที่เกี่ยวข้องให้ช่วย อนุมัติงบประมาณก่อสร้างซ่อมแซมถนนสายดังกล่าวด้วย ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเกียรติศักดิ์ ส่องแสง

นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ อ้าเภอล้าลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องที่ผมจะหารือกับท่านประธาน เนื่องจากว่าผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในชุมชนหมู่บ้านรินทร์ทอง และชุมชนย่านหมู่บ้านเปียร์นนท์ จ้านวนกว่า ๒๐ ชุมชนมีปัญหาความเดือดร้อนเรื่องน้าท่วม ดังภาพที่เห็นนะครับ ณ ปัจจุบันนี้ในชุมชนดังกล่าวเป็นที่ราบลุ่ม ในอ้าเภอล้าลูกกานั้นจะมี น้าท่วมตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีข่าวพายุแกมีจะเข้ามาในประเทศไทยของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่ ๖ ถึงวันที่ ๘ นี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร จะได้รับผลกระทบจาก พายุลูกนี้ เพราะฉะนั้นพี่น้องวิตกกังวล น้าในคลองรังสิตซึ่งเป็นคลองหลักที่จะระบายน้า ออกจากคลองลงสู่แม่น้าเจ้าพระยาที่จะลดปัญหาน้าท่วมในอ้าเภอล้าลูกกาได้ เพราะฉะนั้น ตรงนี้จะเป็นจุดที่ระบายน้า ถึงแม้ว่าจะมีเครื่องติดตั้งขนาดใหญ่กว่า ๒๐ เครื่องเดินอยู่ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ มีเครื่องสูบน้าลักษณะเดียวกันนี้อยู่ในคลองรังสิตก็คือบริเวณคลอง ๑๒ จ้านวน ๑๕ ตัวไม่ได้ใช้งาน ขอให้ท่านได้ย้ายเครื่องสูบน้าตรงนั้นมาติดตั้งที่คลองรังสิตให้ด้วย เพื่อระบายน้าออกจากคลองรังสิตได้มากขึ้น

อีกเรื่องหนึ่งที่ประชาชนเขาร้องขอเอาไว้ก็คือเครื่องสูบน้าขนาดเล็กเพื่อที่จะ ผันน้าออกจากชุมชนในขณะที่มีภาวะฉุกเฉินน้าท่วมขึ้น เพราะฉะนั้นก็ขอฝากหารือไปยัง กรมชลประทาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้เครื่องสูบน้ากับ พี่น้องประชาชนได้ยืมใช้ในช่วงที่ฉุกเฉิน แล้วก็การย้ายเครื่องสูบน้าขนาดใหญ่ที่คลอง ๑๒ มาที่ปากคลองรังสิตด้วยนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ขอกราบเรียนหารือไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องการจ่ายเงินเยียวยากับผู้ที่เสียหายถูกน้าท่วม เมื่อปี ๒๕๕๔ นี่ก็ปี ๒๕๕๕ แล้วพี่น้องประชาชนก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาจากผลกระทบ ถูกน้าท่วมตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ จึงขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวรชัย เหมะ ครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ วันนี้พี่น้องชาวนาได้ฝากผม แล้วก็ได้บอกมาว่าเขาเดือดร้อนมาเจ็ดชั่วโคตรแล้วครับ ท้านามาตั้งแต่โคตรปู่โคตรย่าวันนี้ ยังล้าบากอยู่เลย หนี้สินล้นพ้นตัวครับ บางท่านต้องขายที่นา วันนี้ต้องไปเช่าที่นามาท้า เพราะอะไร เพราะโครงสร้างของประเทศในการผูกขาดในการซื้อข้าวของชาวนา ชาวนา เสียเปรียบครับ ชาวนามีแต่จนลงต้องขายที่ แต่โรงสีและพ่อค้าคนกลางรวยขึ้น พ่อค้าส่งออก รวยขึ้น ชาวนาจนลง หนี้สินล้นพ้นตัวต้องขายที่ครับ นี่คือระบบที่เป็นโครงสร้างในการซื้อ การขายข้าวของชาวนา ชาวนาจึงยากจนจนถึงวันนี้ครับ หนี้โครงสร้างการขายข้าวที่ไม่ถูกต้อง เป็นโครงสร้างของประเทศที่เอาเปรียบชาวนา เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาลเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้าง ปฏิวัติโครงสร้างใหม่ รัฐบาลเข้าไปดูแลเอง ก้าหนดราคาเอง รับจ้าน้าเอง เท่ากับว่าซื้อเอง ทั้งหมด เป็นการตัดตอนการเอาเปรียบของพ่อค้าคนกลางครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ชาวนาฝาก บอกว่านักวิชาการไม่ควรมายุ่ง เขาจะได้เอาเงินไปใช้หนี้ลืมตาอ้าปากได้บ้างครับท่านประธาน เพราะวิธีเก่า ๆ นั้นชาวนาเจ๊ง รัฐบาลต้องมาดูแลไม่ให้พ่อค้ามาเอาเปรียบชาวนา จึงปฏิวัติ ปรับโครงสร้างใหม่ให้ชาวนาได้ปลดหนี้ปลดสินครับ เขาจะมีรายได้ เขาจะได้ไม่จนเหมือนอดีต เหมือนโคตรของเขาครับท่านประธาน ขอให้นักวิชาการและฝ่ายค้านอย่ามาต้านเรื่อง โครงการรับจ้าน้าข้าว นี่คือชาวนาฝากมาครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาแต่เรื่องขอให้จ้าน้าข้าวพอแล้ว เป็นเรื่องความเดือดร้อน การหารือที่เราตกลงกัน เพราะฉะนั้นผมก็บอกทั้ง ๒ ฝั่งว่าการหารือเป็นเรื่องของสมาชิกที่รับความเดือดร้อน ของประชาชนมาหารือในสภา เพราะว่าผู้แทนราษฎรเองไม่สามารถประสานหน่วยงานราชการ ได้ตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นก็ขอให้ทั้ง ๒ ฝั่งกรุณาเอาเฉพาะเรื่องความเดือดร้อน ของประชาชนเท่านั้น ทั้ง ๒ ฝ่ายวันนี้ก็ได้ยิน มีมาก็ไม่อยากให้มี เชิญท่านอลงกรณ์มีอะไร อยู่วาระหารือนะครับ เรื่องอื่นนี่ผมเอาไว้ต่อท้าย

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ฝ่ายค้านครับ อยากท้าความเข้าใจผู้ที่อภิปรายได้พาดพิงและอาจจะเกิดความเข้าใจผิดเสียหายได้ ระบอบประชาธิปไตยนั้นการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพโปรดให้เข้าใจ ตรงนี้ด้วย ขณะเดียวกันการกล่าวอ้างว่าชาวนาจะร่้ารวยมากขึ้นตัวเลขวิจัยออกมาแล้วครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาเรื่องหารือดีกว่าครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ปีที่ผ่านมานั้นมีหนี้มากขึ้น และในช่วงการประกันรายได้นั้นปรากฏว่าชาวนาปลดเปลื้องหนี้สินได้มากขึ้นครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาเรื่องหารือท่าน ท่านอลงกรณ์ครับ ไม่ได้ครับ เดี๋ยวก็มีการประท้วงไปมา ผมไม่อนุญาต ทั้งคู่ละครับ ผมตักเตือนทั้ง ๒ ฝั่งนะครับ ทั้งข้างรัฐบาล ถ้าไม่ใช่เรื่องหารือของชาวบ้าน เอาการเมืองในวาระหารือผมไม่อนุญาต ท่านอลงกรณ์คนต่อไปก็ไม่ได้ละครับ ท่านวรชัย พอแล้วครับถ้าประท้วงอย่างนี้มันไม่ใช่วาระหารือเอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก เชิญท่านกัลยา

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สระบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ ดิฉันมีเรื่องที่จะน้าเรียนหารือท่านประธานในเรื่องปัญหาของเกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้า อ้าเภอแก่งคอย อ้าเภอบ้านหมอ ที่เดือดร้อนจากการขาดน้าในการท้าเกษตรกรรมนะคะ เนื่องจากว่าประตูสูบน้าที่หน้าสถานีสูบน้าต้าบลบ้านธาตุ อ้าเภอแก่งคอย มีตะกอนดินที่ถูก พัดพามาจากกระแสน้าก็มาติดอยู่ที่หน้าประตูตรงนี้ก็ท้าให้เครื่องสูบไม่สามารถท้างานได้ เมื่อเครื่องสูบท้างานไม่ได้ก็ส่งน้าไปให้เกษตรกรใน ๖ อ้าเภอของจังหวัดสระบุรีใช้น้า ในการท้าการเกษตรไม่ได้ ตรงนี้ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทานหรือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์คือท่านผู้อ้านวยการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ว่าให้ช่วยจัดสรรงบประมาณในการที่จะขุดลอกประตูน้าแห่งนี้ แล้วก็อยากให้จัดสรร งบประมาณเป็นประจ้าปีด้วยนะคะ เพราะว่าในแต่ละปีนั้นก็จะมีช่วงที่ตะกอนน้าพัดพา เข้ามาติดอยู่ ณ บริเวณแห่งนี้ต้องถือว่าประตูน้าแห่งนี้มีความส้าคัญนะคะ นอกจาก จะใช้กักเก็บน้ายามหน้าแล้ง ปล่อยน้าให้ชาวนาได้ท้านาแล้วนี่นะคะ เวลาเกิดอุทกภัย ก็ยังจะช่วยปล่อยน้า ระบายน้า เพื่อที่ให้ความเสียหายลดน้อยลงด้วยนะคะ ก็อยากจะฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ส่วนในเรื่องที่ ๒ ก็เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชน รวมทั้งพระสงฆ์องค์เจ้า ได้ร้องเรียนผ่านดิฉันมานะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันพระที่ผ่านมาดิฉันได้ไปที่วัดบ้านกล้วย ต้าบลตะกุด อ้าเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี พระสงฆ์ที่อยู่ในที่นั้นรวมทั้งชาวบ้าน อยู่หลายคนนะคะก็บอกว่า ส.ส. ช่วยมาดูที่ริมแม่น้าหน่อยเพราะว่าวัดอยู่ริมน้าก็บอกว่า เห็นสายน้าสีเขียวเข้มที่ผ่านแม่น้าป่าสักของเราไหม ตรงนี้นี่จะมีโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้าเสีย ในช่วงเวลาที่เกิดฝนตกหนักก็ปล่อยน้าลงมา จะเท็จจริงอย่างไรท่านประธานช่วยก้าชับ หน่วยงานเข้าไปดูแล เพราะว่าชาวบ้านและพระสงฆ์ก็ต่างสันนิษฐานกันเป็นเสียงเดียวว่า น่าจะเป็นผลจากโรงงานอุตสาหกรรมลักลอบปล่อยน้าเสียนะคะ ท่านประธานคะ ท่านยิ่งช้าไป แม้เพียง ๑ วัน ก็เท่ากับพี่น้องประชาชนรวมทั้งพระสงฆ์ก็ต้องใช้น้าที่ปนเปื้อนสารพิษไปอีก แต่ละวัน ๆ ท่านช่วยสั่งการไปเลยนะคะ ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ วันนี้ โดยความบังเอิญจริง ๆ ครับท่านประธาน ก็อยากจะมาฝากท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องของการสัญจร เรื่องของรถไฟ ซึ่งผมเองนั้นส่วนใหญ่ ก็จะใช้บริการรถไฟในการเดินทางมาประชุมแล้วก็กลับไปจังหวัดสุรินทร์ ทีนี้ปัญหาที่มันเกิดวันนี้ ท่านประธานครับ รถไฟนี่ได้ยินค้าพูดเล่าจากชาวบ้านที่มารอใช้บริการนี่มันเสียเวลา มันไม่ได้เสียเวลานาน ๆ เกิดขึ้นครั้งนะครับท่านประธานครับ เป็นบ่อย แล้วขบวนหนึ่ง เสียเวลาประมาณเกือบ ๒ ชั่วโมง นี่ขนาดผมนั่งที่ต้นทางนะครับจากสถานีรถไฟสามเสน แต่ไม่ได้เอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานนะครับ แล้วก็รถไฟในท้องถิ่นนี่ก็คือรถไฟที่ใช้ระยะทาง ในสายสั้น ๆ ก็มีปัญหาบ่อย ทราบว่าปัญหาที่เกิดก็คือจาก ๑. ในเรื่องของหัวรถจักร ๒. ในเรื่องของรางซึ่งไม่ค่อยแข็งแกร่ง ไม่ค่อยแข็งแรงแล้วในการวิ่งสัญจรไปสัญจรมา ๓. เกิดจากเจ้าหน้าที่คือเจ้าหน้าที่นี่ปล่อยปละละเลยเสมือนว่ามันเหมือนกับรถไฟ ขบวนธรรมดาถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง เจ้าหน้าที่ก็คิดอย่างเดียวว่าไปอย่างไรก็ได้เป็นเรื่องปกติ ก็เลยอยากฝากไปยังผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยนะครับ ๒-๓ เรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของ เจ้าหน้าที่ อยากให้มีความรู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของ ให้มีความรักกับเรื่องของการรถไฟ เมื่อเจ้าหน้าที่ เกิดความรัก เกิดจิตส้านึกแล้ว กระบวนการการขับเคลื่อนในการท้างานหรือการให้บริการ มันจะดีขึ้นและผลประโยชน์มันจะเกิดกับพี่น้องประชาชนเพราะการบริการในเรื่องของการสัญจร ทางรถไฟถือว่าเป็นการบริการที่พี่น้องประชาชนใช้บริการมาก เนื่องจากว่าค่าใช้จ่ายมันถูก แล้วก็สะดวก เหมือนกับผมเองผมไม่ค่อยนิยมที่จะขึ้นเครื่องบิน เดินทางไปไหนมาไหน ก็ใช้รถไฟเป็นส่วนใหญ่ ก็เลยฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และผ่านไปยังผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอให้ดูแลในเรื่องเหล่านี้หน่อย ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิรัตน์ครับ

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมี เรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องนะครับ

เรื่องแรก ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบทขอให้สร้าง ถนนลาดยางสายริมคลองยางด้านทิศเหนือจากแยกถนนทางหลวงหมายเลข ๑๐๑ ต้าบลบ้านกล้วย อ้าเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางที่พี่น้องประชาชนได้สัญจรและขนส่งสินค้าพืชผลทางการเกษตร ประชาชน ใช้หลายหมู่บ้าน ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ อยากฝากไปยังกรมทางหลวงชนบทได้จัดสรร งบประมาณไปก่อสร้างด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ก่อสร้างสะพาน ค.ส.ล. ข้ามแม่น้ายม เชื่อมระหว่างหมู่ที่ ๑ ต้าบลวังใหญ่ ข้ามไปยังหมู่ที่ ๘ ต้าบลวังทอง อ้าเภอศรีส้าโรง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเดิมเป็นสะพานแขวนท้าด้วยลวดสลิง (Sling) มีสภาพ เสื่อมโทรมมากมาหลายปีแล้ว พี่น้องสัญจรไปท้าบุญที่วัดวังใหญ่และมีนักเรียน ผู้ปกครอง ไปที่โรงเรียนวังใหญ่ ก็ขอให้ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองนั้นได้จัดสรรงบประมาณ สร้างสะพาน ค.ส.ล. ข้ามแม่น้ายมดังกล่าวด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๓ ขอผ่านไปยังกรมทรัพยากรน้า ขอให้ฟื้นฟูแหล่งน้าซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้า หนองหมื่นอินทร์ หมู่ที่ ๕ ต้าบลบ้านไร่ อ้าเภอศรีส้าโรง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งพี่น้องประชาชน ได้ใช้พื้นที่ท้าการเกษตรโดยเฉพาะการปลูกยาสูบและท้านาข้าว ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม เวชกามา ครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ต้องขอบพระคุณครับท่านประธาน ผมมีเรื่องหารือท่านประธานด้วยความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้ก็ถือว่าเป็นประชาชนซีกสมาชิก กบข. เดือดร้อนมาก ที่บ้านผม สอบถามทุกวัน เนื่องจาก กบข. ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ กบข. เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙ ก็ปรากฏว่า ตอนแรก ๆ ก็บังคับเลยโดยบังคับให้ทุกคนต้องสมัครสมาชิกไม่เกินวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ พอบังคับแล้วปรากฏว่า กบข. ด้าเนินการช่วงหลังมีปัญหาเป็นที่ทราบกัน ขาดทุนเพราะผู้บริหาร เอาเงินไปบริหารแล้วขาดทุน วันนี้สมาชิกกลุ่มนี้ได้รับความเดือดร้อน ทุกคนเกษียณอายุไปแล้ว เพราะเงื่อนไข กบข. มันแตกต่างจากเดิม คือจากเดิมตามพระราชบัญญัติบ้าเหน็จบ้านาญ ข้าราชการ ปี ๒๔๙๔ ข้าราชการทุกคนหลังจากเกษียณอายุก็เอาเวลาราชการทั้งหมด รวมถึงวันทวีคูณด้วย ผมอยู่จังหวัดสกลนครได้รับอานิสงส์วันทวีคูณเป็นประจ้าก็หายไป คูณเงินเดือนเดือนสุดท้าย หารด้วย ๕๐ หลายคนก็ได้รับเงินค่อนข้างมาก แต่พอเป็น พระราชบัญญัติ กบข. พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๖๓ ก็เอาเวลาราชการคูณเงินเดือน เฉลี่ย ๖๐ เดือนสุดท้าย หารด้วย ๕๐ เงินมันหายไป แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ปรากฏว่าหายไปมาก ฉะนั้นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมต้องฝากด้วยว่า ต้องไปทบทวนให้เยียวยา พวกนี้ได้รับความเดือดร้อนมากว่าจะท้าอย่างไร ผมเองเป็นคนหนึ่ง ได้รับบ้านาญ แต่ไม่ได้พูดเพื่อตัวเอง หลายคนที่บรรจุก่อนปี ๒๕๔๐ ได้รับผลกระทบทั้งหมด ฉะนั้นฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง ซึ่งวันนี้เป็นทั้ง รองนายกรัฐมนตรีด้วยว่าท่านจะด้าเนินการเยียวยาบุคคลดังกล่าว บุคคลพวกนี้ หลายหมื่นคนอย่างไร เพราะเป็นการผิดพลาดของผู้บริหาร กบข. ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาธิตครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงผมมีเรื่องร้องเรียน ๒ เรื่อง แล้วก็ความจริงอยากจะหารือกับท่านประธานสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ แต่ว่าวันนี้ ท่านไม่ได้ขึ้นมาท้าหน้าที่ ผมก็เลยขอหารือผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านสมศักดิ์ ถึงการปฏิบัติหน้าที่ประธานสภาว่ามันมีความไม่เหมาะสม ไม่เป็นกลาง ซึ่งที่จริงแล้วผมได้ ยื่นเรื่องนี้ต่อส้านักงานผู้ตรวจการแผ่นดินไปแล้ว ความเป็นกลางที่พูดถึงก็คือไม่ว่าจะเป็น การปฏิบัติหน้าที่ก็ดี หรือแนวคิดในการให้สัมภาษณ์ก็ดี ท้ายที่สุดคือการจัดงบประมาณของ สภาผู้แทนราษฎรพาสื่อมวลชนที่เป็นสื่อมวลชนที่ด่าพรรคประชาธิปัตย์และเชียร์รัฐบาล ไปเที่ยวเมืองนอก

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาธิตครับ เมื่อกี้ผมได้วินิจฉัยแล้วว่าเอาเฉพาะความเดือดร้อนของประชาชนก่อนครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ความเดือดร้อนของประชาชนเหมือนกันครับ ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภา อันนี้ผมตั้งข้อสังเกตกับท่านประธานว่าถ้าจะ เขียนโครงการเพื่อพาสื่อไปเที่ยวเมืองนอก สื่อที่ท้างานที่รัฐสภาไม่มีใครได้ไปสักคนครับ ท่านประธาน ผมไม่ทราบว่าเขาจะเขียนเนื้อหาโครงการว่าอย่างไรในการพาสื่อเฉพาะที่เป็น พรรคพวกของท่านสมศักดิ์อย่างเดียวไปเที่ยวเมืองนอก ประเด็นนี้ก็ฝากท่านประธานว่า ท่านประธานต้องเตือนท่านประธานสมศักดิ์ว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็นพฤติกรรมไม่เป็นกลาง ผมไม่มีอะไรส่วนตัวกับท่านสมศักดิ์ เพียงแต่ว่าผมวิพากษ์วิจารณ์ในต้าแหน่งประมุขของ สภานิติบัญญัติแห่งนี้ อันนั้นเป็นข้อแรกครับ

ข้อที่ ๒ ก็คือเรื่องการเยียวยากับพี่น้องข้าราชการทหาร ต้ารวจ แล้วก็ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ปฏิบัติหน้าที่และเสียชีวิต ผมได้หารือเรื่องนี้หลายครั้งแล้วเพื่อให้รัฐบาล มีมติ ครม. เพื่อเยียวยาเป็นหลักประกันกับครอบครัวบุคคลเหล่านี้ให้เท่าเทียมกับผู้ได้รับ ผลกระทบจากการชุมนุมคือ ๗.๗๕ ล้านบาท ขณะนี้ผมได้รวบรวมรายชื่อของครอบครัว ที่ต้องการการเยียวยาเพื่อให้เท่าเทียมกับมติ ครม. วันที่ ๑๐ มกราคม กับ วันที่ ๖ มีนาคม คือ ๗.๗๕ ล้านบาทนี้ได้ประมาณ ๒๐๐ ท่านแล้วครับ ผมก็ขอหารือผ่านท่านประธานไปยัง รัฐบาลว่าขอให้ออกมติ ครม. แล้วก็เยียวยากับบุคคลเหล่านี้ที่ปฏิบัติหน้าที่และเสียชีวิต เรายังไม่สามารถท้าให้เหตุการณ์สงบได้ แต่ว่าหลักประกันที่จะสร้างให้กับครอบครัวเขานี่ อันนี้เราท้าได้ ขอให้รัฐบาลออกมติ ครม. เยียวยาให้เท่าเทียมกัน ๗.๗๕ ล้านบาท ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม วรปัญญา

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ

ข้อที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจ้านวนมาก ขอให้รัฐบาลช่วยฟื้นฟู เยียวยาถนนที่ประสบภัยพิบัติในจังหวัดลพบุรี ๔๑ สาย ยังไม่ได้รับการบูรณะปรับปรุง ให้ใช้การได้ดี ไปซ่อมไว้ตอนนี้ก็ช้ารุดเสียหายอีกแล้วเพราะว่าได้เงินไปนิดเดียวครับ เพราะถนนมันหลายสายก็แบ่งไป ท้าเฉพาะที่ช้ารุด หลังจากน้าลดลงแล้วถนนก็ช้ารุด เสียหายมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะรถบรรทุกหนักขึ้นไปวิ่ง

ข้อที่ ๒ ถนนจากหมู่บ้านเขาต้าบล หมู่บ้านซับน้าหวาน หมู่บ้านพระที่นั่งเย็น แล้วก็สายไปต้าบลหนองบัวขาว ต้าบลบ่อรัง ต้าบลน้าร้อน บ้านยางสาว สายนี้ก็เป็น สายส้าคัญเชื่อมระหว่างภาคกลาง ภาคอีสาน แล้วก็ภาคเหนือครับ

ข้อที่ ๓ จากปั๊มนายสุดใจเข้าไปหมู่บ้านโคกสลุง ไปบ้านมะนาวหวาน เชื่อมต่อบ้านหนองม่วงครับ

ข้อที่ ๔ ต้าบลเกาะรัง บ้านหนองปล้อง บ้านคลองมะนาว นี่ก็ช้ารุดเสียหาย ก็ยังไม่ได้ซ่อมครับ ถนนนี้มีทั้งของทางหลวงชนบทแล้วก็ทางหลวงแผ่นดิน แล้วก็ทางหลวง ที่ราษฎรมอบให้สมัย รพช. ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนรับผิดชอบ ขอให้ท่านประธาน ช่วยกรุณา ผมจะส่งเป็นหนังสือให้ท่านประธานได้ส่งต่อไป เพราะว่าเป็นรายละเอียด ที่ยาวหน่อยนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านโปรดปรานมาหรือยัง เชิญครับ

นายโปรดปราน โต๊ะราหนี บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายโปรดปราน โต๊ะราหนี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย จังหวัดพัทลุง

ประเด็นที่ ๑ ขออนุญาตน้าเสนอแนวคิดในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ซึ่งต่อยอดจากเมื่อวาน ซึ่งในประเด็นที่ ๒ นั้นผมขออนุญาตน้าเสนอ ว่ารัฐบาลนั้นพยายามที่จะจัดรูปแบบการปกครองรูปแบบพิเศษในพื้นที่ของ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด ซึ่งผมเห็นว่าเรื่องของการปกครองรูปแบบพิเศษนั้น ไม่น่าเป็นสิ่งที่น่าวิตกกังวล เพราะว่ารูปแบบพิเศษในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นพิเศษมาตั้งนานแล้วครับ มีทั้ง ศอ.บต. มีทั้งกฎอัยการศึก มีทั้งเบี้ยเลี้ยงชีพ เบี้ยประกันภัย ขนาดจัดซื้อจัดจ้าง ยังรูปแบบพิเศษเลยใน ๓ จังหวัด เพราะฉะนั้นพิเศษมานานแล้วครับ แต่ท้าอย่างไร ให้มีรูปแบบพิเศษที่เหมาะสมที่สุดในพื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะฉะนั้น รัฐบาลต้องตัดสินใจที่จะรีบด้าเนินการ เพราะฉะนั้นถ้าในแนวคิดของผม ผมว่าเพียง ปรับเปลี่ยนโครงสร้างของ ศอ.บต. โดยให้ผู้อ้านวยการ ศอ.บต. นั้นมาจากการเลือกตั้ง ของพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท้าหน้าที่โดยยึดหลักว่า ผอ. มาจากประชาชน ย่อมรับใช้ประชาชนมากกว่าเลขาธิการ หรือส่วนที่รับผิดชอบมาจากรัฐบาลก็ย่อมรับใช้ รัฐบาลมากกว่าประชาชน

ในประเด็นที่ ๓ อยากจะน้าเสนอต่อทางรัฐบาลว่ากระบวนการสับเปลี่ยนก้าลัง ของเจ้าหน้าที่ไม่ว่าทหาร ต้ารวจ หรือส่วนราชการอื่นนั้นต้องเปิดโอกาสให้ย้ายกลับถิ่นฐาน ด้วยความสมัครใจ ซึ่งข้าราชการที่หดหายไปก็ขอให้เปิดรับจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นส้าคัญ เพราะผมเชื่อว่าพี่น้องในพื้นที่นั้นจะสามารถรู้ปัญหาและเข้าใจปัญหาได้ดี และย่อมที่จะคุ้มครองพื้นที่ของเขาได้เป็นอย่างดียิ่ง โดยเปิดอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ อบรมภายใน ป้องกันราชอาณาจักร ปกครองท้องที่อะไรก็แล้วแต่ครับหลักสูตร ๕ ปี เพื่อรองรับการฝึกฝน รองรับการอบรมเพื่อที่จะรองรับภารกิจของการเปลี่ยนถ่ายก้าลัง ในอนาคตนะครับ ส่วนข้าราชการทหารที่ถอนออกจากพื้นที่ก็ไปเฝ้าตะเข็บชายแดน ป้องกันยาเสพติดตามภาคเหนือที่ทหารก้าลังขาดอยู่ในช่วงนี้ด้วยก็จะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจตุพร เจริญเชื้อ ท่านสมคิด บาลไธสง

(นายจตุพร เจริญเชื้อ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ขอหารือกับ ท่านประธานดังนี้ครับ ผมได้ลงพื้นที่พบปะครูบาอาจารย์ได้รับการร้องเรียนจากโรงเรียน ในสังกัด สพป. และ สพม. ในเขตพื้นที่จังหวัดหนองคายนะครับ ต้องการของบประมาณ ในการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อให้โรงเรียนได้น่าอยู่น่าเรียน อันนี้ผมก็อยากฝากไปยังกระทรวงศึกษาธิการได้ดูแลงบประมาณปรับปรุงซ่อมแซม อาคารเรียนด้วยนะครับ ไม่ว่าแต่จังหวัดหนองคายครับทั่วประเทศอยากให้มีการปรับปรุง ซ่อมแซมอาคารเรียนเพื่อให้เป็นภูมิทัศน์เหมาะสมในการจัดการเรียนการสอนนะครับ

เรื่องต่อไป ของบประมาณในการสร้างสะพานข้ามห้วยค้ามิดระหว่าง ต้าบลนาดีและต้าบลอุดมพร อ้าเภอเฝ้าไร่ อันนี้ผมพูดมาตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎร เมื่อปี ๒๕๕๐ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดที่จัดสรรงบประมาณสร้างสะพานข้าม ตรงนี้นะครับ เพราะเป็นเขตชลประทาน แล้วก็เวลาน้าหลากมา ๒ ต้าบลนี้จะข้าม มาหากันไม่ได้ น้าไหลเชี่ยว ถ้าสร้างสะพานข้ามตรงที่เป็นฝายน้าล้นจะท้าให้พี่น้องประชาชน ไปมาสะดวกได้ตลอดฤดูกาลนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือของบสนับสนุนในการปรับปรุงภูมิทัศน์จังหวัดหนองคาย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวนะครับ จังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดเดียวที่อยู่ชายแดนแล้วติด เมืองหลวงของประเทศ สปป. ลาว เพราะฉะนั้นเป็นจุดส้าคัญที่สุดที่เป็นหน้าเป็นตา ของประเทศ ผมก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมทางหลวงแล้วก็กรมโยธาธิการ และผังเมืองได้ไปดูแลตลิ่งริมน้าโขงตลอดตั้งแต่อ้าเภอเมืองขึ้นไปอ้าเภอศรีเชียงใหม่ครับ อ้าเภอท่าบ่อ อ้าเภอศรีเชียงใหม่ อันนี้อยู่ระหว่างเมืองหลวงของประเทศ สปป. ลาว เดี๋ยวนี้ทางนครเวียงจันทน์เขาได้ปรับปรุงภูมิทัศน์ เมืองหลวงของเขามันรุดหน้า ไปกว่าประเทศไทย เพราะฉะนั้นถ้าหากจังหวัดหนองคายรัฐบาลไม่ให้ความส้าคัญตรงนี้ เราจะเสียเปรียบในเชิงการท่องเที่ยวนะครับ ก็ขอฝากไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณา งบประมาณไปช่วยเหลือปรับปรุงภูมิทัศน์จังหวัดหนองคายตรงกับก้าแพงนครเวียงจันทน์ ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิชัย ล้าสุทธิ ครับ

นายวิชัย ล้าสุทธิ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิชัย ล้าสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาต หารือแล้วก็ร้องเรียน ๑ เรื่องก็คือเรื่องของน้าท่วมที่ต้าบลทับมากับต้าบลเนินพระ ก็ได้รับ การร้องเรียนจากเทศบาลต้าบลทับมากับเทศบาลต้าบลเนินพระ อ้าเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ว่าขณะนี้เกิดเหตุน้าท่วมอยู่ที่ทั้ง ๒ ต้าบล น้าท่วมขังประมาณครึ่งเข่าได้ แล้วก็ตอนนี้ส้านักงานชลประทานจังหวัดระยองก้าลังด้าเนินการก่อสร้างอยู่ ปัญหาก็คือ ระหว่างด้าเนินการก่อสร้างเครื่องก็ยังใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นตามข้อตกลงแล้วก็ประชุมกัน ทุก ๆ ปี ๒-๓ ปีที่แล้ว เพราะว่าที่นี่น้าท่วมเป็นประจ้า ชลประทานจังหวัดก็รับปากว่า จะเอาเครื่องสูบน้ามาด้าเนินการให้ เมื่อเช้าโทรศัพท์ไปปรากฏว่าน้ามันกับค่าติดตั้งไม่มี อันนี้ ขอบอกทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วก็อธิบดีกรมชลประทานด้วยว่า ตอนท้าแผนของต้าบลทับมาและต้าบลเนินพระซึ่งมีเรื่องเดือดร้อนทุกปีกรุณาท้าแผน ให้ครบวงจรด้วย โดยเฉพาะมีเครื่องสูบน้าแล้วถ้าไม่มีน้ามัน ไม่มีค่าติดตั้งมันก็ไม่สามารถ ด้าเนินการได้ทันท่วงที เรื่องนี้ก็ต้องด้าเนินการอย่างใกล้ชิดนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ในปีนี้ หรือมีงบจ่ายเพิ่มเติมในปี ๒๕๕๖ ก็เตรียมให้ส้าหรับปี ๒๕๕๗ ด้วย เรื่องของน้ามัน ค่าติดตั้ง ค่าเครื่อง จนกว่าเครื่องใหญ่ที่จะติดตั้งนั้นเสร็จ แล้วก็ท้าหนังสือแจ้งให้เทศบาลต้าบลทับมา กับเทศบาลต้าบลเนินพระทราบด้วย ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสหรัฐ กุลศรี ครับ

นายสหรัฐ กุลศรี สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่อง ที่จะปรึกษาหารือท่านประธานสัก ๒-๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนบ้านดอนเก้า หมู่ที่ ๒ ต้าบลบ่อกรุ อ้าเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องเรียนมาว่าปากทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งเชื่อมกับถนนของทางหลวงนั้นปรากฏว่าทางหลวงเว้นไว้ประมาณ ๔-๕ เมตรเป็นลูกรัง หน้าฝนก็จะมีน้าขังเป็นประจ้า จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วย ด้าเนินการเทลาดยางหรือท้าคอนกรีตแล้วแต่ความประสงค์ของประชาชนให้ด้าเนินการด้วย

เรื่องที่ ๒ ผมได้ปรึกษาหารือกับท่านประธานหลายครั้งหลายคราวเกี่ยวกับ ปัญหาพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ ๕ ซึ่งอยู่ในบริเวณอ้าเภอหนองหญ้าไซ ซึ่งประกอบด้วย ต้าบลแจงงาม ต้าบลหนองขาม ต้าบลทัพหลวง และต้าบลหนองราชวัตร เนื่องจากในขณะนี้ มีขโมยมากมาย ผมได้ปรึกษาหารือปัจจุบันก็ยังมีการหายของทรัพย์สินของประชาชน เป็นประจ้าทุกวัน จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยสอดส่องดูแล และแก้ไขปัญหาเรื่องทรัพย์สินของประชาชนหายเป็นประจ้าด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องส้าคัญ ผมได้รับ การร้องเรียนจากประชาชนทางด้านโทรศัพท์เป็นประจ้าว่าเกี่ยวกับการแก้กฎหมายการด้ารง ต้าแหน่งก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนเขาอยากให้กรรมาธิการวิสามัญได้สอบถามประชาชนว่า มีความต้องการอย่างไร ซึ่งประชาชนเขาได้ให้ค้าตอบมาว่าเขาอยากให้ก้านัน ผู้ใหญ่บ้านนั้น ด้ารงวาระ ๕ ปี แล้วก็ให้มีกฎหมายมีผลบังคับคนที่เป็นอยู่ก่อนด้วย หวังว่าคณะกรรมาธิการ ได้กระท้าตามความประสงค์ของประชาชนด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านกันตวรรณครับ

นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ พังงา

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพังงา พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันมีเรื่องปรึกษาท่านประธาน ๓ เรื่องค่ะ

เรื่องแรก เป็นเรื่องของการเกิดอุทกภัยน้าท่วมที่จังหวัดพังงา สืบเนื่องมาจาก วันที่ ๒๖ กันยายนที่ผ่านมามีมรสุมเข้า ท้าให้พื้นที่ในจังหวัดพังงา ๓ อ้าเภอ ได้เกิดบริเวณ น้าท่วมเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น อ้าเภอคุระบุรีมี ๒ ต้าบล อ้าเภอกะปง โดยเฉพาะหมู่ที่ ๒ สะพานบ้านปลายวา อ้าเภอกะปง ได้รับความเสียหายไม่สามารถใช้งานได้ แล้วก็อ้าเภอเมืองพังงา อ้าเภอเมืองพังงาที่หนักที่สุดก็คือหมู่ที่ ๘ บ้านบางเหมียง ท้าให้สะพาน ค.ส.ล. ซึ่งเป็นทางเชื่อม เข้าหมู่บ้านได้ขาดลง สะพานแห่งนี้มีความกว้าง ๕ เมตร ยาว ๖๐ เมตร ดิฉันได้ลงไปในพื้นที่ แล้วก็ได้พบกับหัวหน้าช่าง อบจ. ทางช่างก็แจ้งว่าสะพานแห่งนี้ถ้าต้องใช้งบสร้างนี่ต้องใช้ งบประมาณถึง ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็ฝากท่านประธานประสานไปยังกระทรวงมหาดไทยด้วย ขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยช่วยจัดสรรงบประมาณหรืออาจจะใช้งบของผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกอ้าเภอหนึ่งคืออ้าเภอตะกั่วทุ่งได้มีน้าท่วม บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนหลายหมู่บ้านด้วยกัน ก็ฝากทางท่านประธานฝากไปยัง กระทรวงมหาดไทยด้วย

เรื่องที่ ๒ เรื่องของถนนสายพังงา-ทับปุด ถนนเส้นนี้ดิฉันเองได้พูดในสภา หลายครั้งนะคะ ซึ่งถนนเส้นนี้จะเชื่อม ๓ จังหวัด ก็คือ จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ และจังหวัดภูเก็ต มีระยะทางทั้งสิ้น ๒๑ กิโลเมตร ใช้งบประมาณ ๕๑๕ ล้านบาท ตามสัญญาจะต้องท้าตั้งแต่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ตอนนี้ผ่านมา ๕ ปีแล้วถนนดังกล่าว ก็ยังไม่เสร็จ ซึ่ง ๒ ฝั่งของถนนจะมีทั้งโรงเรียน มัสยิด โรงพยาบาลและหมู่บ้านจ้านวนมาก เกิดอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิตมาเกือบจะ ๑๐๐ ศพแล้วค่ะ สร้างมา ๕ ปียังไม่แล้วเสร็จ ล่าสุด ได้ทราบว่าทางกระทรวงคมนาคมได้ยกเลิกผู้รับเหมาและทางกรมทางหลวงได้มาด้าเนินการเอง แต่ทางกรมทางหลวงโดยส้านักงานสงขลาได้แจ้งว่าของบประมาณไป ๑๑๖ ล้านบาท แต่ได้รับงบประมาณเพียง ๘๘ ล้านบาทก็ไม่เพียงพอของบประมาณเพิ่มเติม และก่อนที่ถนน จะแล้วเสร็จอย่างไรก็ขอไฟฟ้าส่องสว่างค่ะ เพราะที่ผ่านมาก็ชนกันหลายศพแล้วค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านดอกเตอร์สุรสาลครับ

นายสุรสาล ผาสุข สิงห์บุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือ ผ่านท่านประธานสภาไปยังกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย ๔ เรื่องด้วยกันครับ

ท่านนายกองค์การบริหารส่วนต้าบลโพธิ์ชัยได้รายงานการตรวจสอบถนนลาดยาง ในพื้นที่ต้าบลโพธิ์ชัย ภายหลังการสร้างเสร็จแล้วและใช้งานได้ไม่นานมีความช้ารุดเสียหาย ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการปฏิบัติงานภายใต้การควบคุมของอ้าเภอ ที่ได้รับมอบหมาย จากรายงานพบว่าถนนลาดยางที่ได้รับการซ่อมแซมในโครงการฟื้นฟู โครงสร้างพื้นฐานที่ประสบอุทกภัยใช้งานได้ไม่นานสภาพถนนเสียหายทั้งเส้นจ้านวน ๔ เส้น ดังนี้ เส้นที่ ๑ สาย สห. ๓๐๕๖ บ้านแหลมยอ บ้านล้าเหนือ ผ่านหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ และหมู่ที่ ๘ ต้าบลโพธิ์ชัย เส้นที่ ๒ สาย สห. ๔๐๐๑ บ้านแหลมยอ ถึงบ้านหนองกวาง จากหมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๕ ต้าบลโพธิ์ชัย เส้นที่ ๓ สาย สห. ๓๐๒๓ บ้านสองพี่น้องถึงบ้านล้าใต้จากหมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๘ ต้าบลโพธิ์ชัย เส้นที่ ๔ สาย สห. ๔๐๒๔ จากบ้านใหม่ชายคลองถึงบ้านล้าใต้ หมู่ที่ ๗ และหมู่ที่ ๘ ต้าบลโพธิ์ชัย ถนนเหล่านี้เสียหาย ทั้งเส้น จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย ได้โปรดสั่งการให้มีการด้าเนินการซ่อมแซมและให้จังหวัดสิงห์บุรีโดยอ้าเภออินทร์บุรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากจังหวัดคือผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีให้เป็นผู้รับผิดชอบได้ชี้แจงว่า ด้าเนินการซ่อมแซมอย่างไรสภาพถนนจึงยังมีสภาพดังที่เห็นอยู่เมื่อครู่นี้ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมคิด เชื้อคง

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายสมคิด เชื้อคง จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องหารือ ท่านประธานครับ ได้รับการร้องทุกข์จากชาวบ้านหนองขี้เห็น หมู่ที่ ๒ ต้าบลหนองอ้ม อ้าเภอทุ่งศรีอุดม จังหวัดอุบลราชธานี กรณีน้าประปาในหมู่บ้านไม่พอใช้แล้วก็น้าไม่ไหล ไม่มีงบประมาณที่จะด้าเนินการ โปรดแจ้งไปยังกรมทรัพยากรน้า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ช่วยดูแลให้ด้วยครับ

อีกเรื่องครับ เรื่องถนน เรื่องสะพานข้ามล้าน้าโดมของบ้านท่าแสนคูณ ไปที่บ้านกุดเชียงมุน บ้านค้าระหงส์ ต้าบลโดมประดิษฐ์ อ้าเภอน้ายืน ชาวบ้านใช้เส้นทางนี้ไม่ได้ ใช้ได้เฉพาะหน้าแล้ง เนื่องจากไม่มีสะพานข้ามล้าน้าโดม เพราะฉะนั้นโปรดแจ้งไปยัง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองคนใหม่ซึ่งเพิ่งรับต้าแหน่งนะครับ ช่วยกรุณาไปส้ารวจ แล้วก็จัดงบประมาณไปช่วยเหลือชาวบ้านนะครับ

อีกเรื่องหนึ่ง สภาผู้แทนราษฎรของเราท้าให้แต่คนอื่น ปรากฏว่าอาคารรัฐสภา ๓ ลิฟต์ด้านหลังผมเรียกลิฟต์ปัญญาอ่อน คือเวลาจะขึ้นลิฟต์ กดแทนที่ตัวใกล้จะมารับ โน่นตัวไกล ๆ มารับท้าให้เสียเวลาแล้วก็ช้า หางบประมาณให้คนอื่นเยอะแยะแต่ตัวเอง ไม่ไปปรับปรุง ฝากเจ้าหน้าที่และเลขาธิการไปดูสมองกลหน่อย จริง ๆ มันอยู่ที่สมอง แค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นลิฟต์มันจะมีอยู่ ๒ ประเภท คือ ตัวซิงเกิล (Single) มันจะรับใครรับมัน แต่ว่าตัวนี้เข้าใจว่าซิงเกิลไม่ใช่ดับเบิล (Double) เพราะฉะนั้นเวลาเรียกทีหนึ่งมันเปลืองไฟด้วย ก็ขอให้ไปด้าเนินการ ท้าให้คนอื่นเยอะแล้วครับท้าให้ตัวเองบ้างครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเลขาธิการครับ ก็กรุณาได้ปรับปรุงลิฟต์ตัวข้างหลังตามที่ท่านสมาชิกได้ร้องขอด้วยครับ เพราะว่ามีปัญหามากครับ เวลาไปรอก็รอนาน หลายท่านมาชี้แจง ฝ่ายราชการก็ใช้เยอะ ขอให้ท่านดูแลให้ด้วยนะครับ ท่านพิมพ์ภัทราครับ

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันมีเรื่องร้องเรียนท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่อยู่บริเวณชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย ดิฉันลงพื้นที่มีพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะตอนนี้ก็คือพี่น้องที่อยู่บริเวณอ้าเภอขนอมได้บอกถึง ความเดือดร้อนว่ามีเรือคราดหอยได้บุกรุกพื้นที่ไปท้าความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ดิฉันอยากจะอธิบายให้ท่านประธานได้เข้าใจนิดหนึ่งว่าเรือคราดหอยมันท้าความล้าบาก ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างไร ดูง่าย ๆ คิดง่าย ๆ ก็เหมือนกับรถไถนาอย่างนี้ค่ะ แต่มันอยู่ใน ทะเล เรือคราดหอยเขาก็จะมีวัสดุลงไปข้างหน้าแล้วทีนี้ก็ท้าลายดินบริเวณใต้ท้องทะเล เหมือนกับมีการไถดินบริเวณทะเลพลิกขึ้นมาท้าให้ไม่ว่าจะเป็นแหก็ดี ไม่ว่าจะเป็นอวนก็ดี ที่พี่น้องประชาชนเขาตั้งเอาไว้เกิดความเสียหายเพราะว่ามันมีเศษหอย เศษหิน ที่โดนเรือคราด ท้ากระจัดกระจายก็ไปติดอวน ไปติดแหของพี่น้องประมงชายฝั่ง ก็เลยอยากจะให้ท่านประธาน กราบเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ ปีที่ผ่านมาทางกรมประมงจังหวัดได้ดูแลเรื่องนี้ เป็นอย่างดีค่ะ แต่ปีนี้พวกเรือคราดหอยก็ได้ย้ายพื้นที่จากอ้าเภอท่าศาลา จากอ้าเภอสิชล ตอนนี้มารุกรานอยู่ที่อ้าเภอขนอม ก็เลยอยากจะขอความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นต้ารวจน้า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมจนถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยด่วนค่ะ

ประการถัดมาก็คือเรื่องของการฟื้นฟูพื้นที่ภัยพิบัติ พื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ของจังหวัดนครศรีธรรมราชท่วมตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมานับวันนี้ ๑๐ เดือนแล้ว ยังไม่ได้รับการฟื้นฟูเลยค่ะ ถนนที่ได้ฟื้นฟูก็มีแค่ถมหลุมบ่อ แต่ว่าพื้นที่สะพาน พื้นที่ท่อที่ขาดไป ชาวบ้านยังต้องอาศัยท้าทางชั่วคราวอยู่ วันนี้รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณปีใหม่แล้วก็อยากจะให้ ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันด้วยค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรื่องลิฟต์ที่ท่านสมคิด เชื้อคง ได้หารือเมื่อสักครู่นี้ ทราบจากท่านเลขาธิการว่าอยู่ระหว่าง การด้าเนินการจัดซื้อตามระเบียบพัสดุนะครับ เชิญท่านวันชัยครับ

นายวันชัย บุษบา เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวันชัย บุษบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย กระผมมีเรื่อง หารือกับท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ เนื่องจากพื้นที่จังหวัดเลยได้เกิดภาวะฝนแล้งที่ผ่านมา แล้วก็บางพื้นที่ ไม่มีระบบชลประทาน จึงขอฝากท่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ส้ารวจเจาะบ่อน้าบาดาลเพื่อการเกษตรให้กับพี่น้องชาวจังหวัดเลยด้วย

เรื่องที่ ๒ ถนนสายบ้านเชียงกลม ต้าบลปากชม ไปถึงบ้านสงาว ต้าบลห้วยพิชัย ได้เกิดช้ารุดแล้วก็ท้าถนนเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดเส้นทางระยะทาง ๑๙ กิโลเมตร ท้าให้ราษฎร ที่ใช้เส้นทางตรงนี้ล้าบากมากจนราษฎรต้องเก็บเงินกันล้อละ ๑๐๐ บาทเพื่อที่จะซ่อมถนน ถ้ารถกระบะสี่ล้อก็ต้องเสีย ๔๐๐ บาท รถหกล้อก็ต้องเสีย ๖๐๐ บาท ซึ่งเป็นข่าวในสื่อมวลชน มาแล้ว อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังส้านักงานทางหลวงชนบทจังหวัดเลยให้ช่วยด้าเนินการ ให้กับชาวบ้านเป็นการด่วนด้วย

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องทุกข์จากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๖ ต้าบลหาดคัมภีร์ว่า หมู่บ้านไม่มีคลื่นสัญญาณโทรศัพท์ การติดต่อสื่อสารก็ล้าบาก ไม่ว่าจะติดต่อราชการหรือ ติดต่อญาติพี่น้องต้องวิ่งออกจากหมู่บ้านเป็นระยะทาง ๔ กิโลเมตรมายืนโทรศัพท์อยู่ที่ริมฝั่งโขง สัญญาณโทรศัพท์ที่ใช้ก็เป็นคลื่นสัญญาณของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งมีราคาแพงมาก อยากฝากท่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยด้าเนินการให้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจตุพร เจริญเชื้อ เชิญครับ

นายจตุพร เจริญเชื้อ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพ ผม จตุพร เจริญเชื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธานนะครับ เพราะว่าพื้นที่อ้าเภอน้าพองและอ้าเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ขณะนี้ประสบกับปัญหาภัยแล้งมาก พื้นที่อื่น ๆ ที่เป็นข่าวอาจจะน้าท่วม แต่กราบเรียน ท่านประธานว่าอ้าเภอกระนวนและอ้าเภอน้าพอง จังหวัดขอนแก่นนั้นแล้งมาก ก็เลยอยากจะ กราบเรียนท่านประธานส่งเรื่องไปที่ส้านักฝนหลวงและการบินเกษตรของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้กรุณาไปท้าฝนหลวงโดยด่วน เพราะว่าถ้าพ้นจากเดือนนี้ไปแล้วข้าวที่ชาวนา ปลูกไว้ตายหมดเลยนะครับ ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชมภู จันทาทอง ครับ

นางชมภู จันทาทอง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย วันนี้ ดิฉันขอน้าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่น้ามาหารือท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบค่ะ

เรื่องแรก ดิฉันได้รับประสานงานกับพี่น้องหมู่ที่ ๑๑ บ้านหัวทราย ต้าบลพานพร้าว อ้าเภอศรีเชียงใหม่ มีวัดนวลพลสุขาวาสซึ่งเป็นวัดที่พี่น้องประชาชนในแถบ ชุมชนแถวนั้นใช้ในการเผาศพ แต่เขาอยากได้เมรุเผาศพระบบไฟฟ้าค่ะท่านประธาน เพื่อก้าจัดมลพิษโลกร้อนและสิ่งแวดล้อมไม่ให้เสีย เพราะว่าตรงนั้นใกล้กับถนนมิตรภาพ และเป็นที่ชุมชนด้วย จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงวัฒนธรรมหรือส้านักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้อนุมัติงบประมาณไปแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องโดยด่วนด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ที่น้ามาหารือเนื่องจากว่าดิฉันได้ลงพื้นที่ได้รับฝากข้อพึงสังเกต มายังรัฐบาล มายังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คือเกี่ยวกับฤดูนี้เป็นฤดูฝนจะผ่านถ่ายไปยัง ฤดูหนาว กลัวเกิดภัยเรื่องโรคระบาดเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ เพราะว่าพื้นที่ดิฉันคืออ้าเภอท่าบ่อ อ้าเภอศรีเชียงใหม่ อ้าเภอสังคม อ้าเภอโพธิ์ตาก นี้มีการเลี้ยงไก่ไข่เยอะ ก็อยากฝากทาง หน่วยงานที่รับผิดชอบนั้นได้พึงเตรียมในการที่จะป้องกันเรื่องเกี่ยวกับโรคระบาดของ สัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ด้วยนะคะ

เรื่องสุดท้าย ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากผู้อ้านวยการโรงเรียนท่าบ่อ อ้าเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เมื่อกี้เองค่ะท่านประธาน เขาฝากมาว่าเขาได้รับงบประมาณ โดยดิฉันเอง ได้น้ามาหารือในสภาแห่งนี้ ขอน้าประปาผิวดินทางภาค ๗ ดิฉันก็ขอกราบขอบพระคุณ ทางรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณให้ แต่ว่าสร้างเสร็จแล้วยังไม่ได้ใช้ค่ะ ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ช่วยประสานทางโรงเรียนท่าบ่อโดยด่วน เพื่อจะได้ใช้น้า แก้ปัญหาให้เด็กตาด้า ๆ ด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทางสภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้เป็นวาระหารือของสมาชิกที่ลงพื้นที่น้าปัญหาของพี่น้องประชาชน มาหารือในสภา เชิญท่านธีรรัตน์ครับ

นางสาวธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ อย่างเรื้อรังจากปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานคร ตรงนี้ดิฉันต้องขออนุญาตลงลึก ในส่วนของเขตลาดกระบังที่ดิฉันได้เป็นผู้ดูแลอยู่นะคะ ซึ่งช่วงนี้เป็นโอกาสอันดีที่นักเรียน ได้ปิดเรียนกัน ก็จะท้าให้การจราจรนั้นมีความคล่องตัวขึ้นมาก ดิฉันจึงขอใช้โอกาสนี้ที่จะ เรียนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกรุงเทพมหานครหรือว่ากระทรวง คมนาคมเองก็ตาม ได้โปรดลงไปส้ารวจแล้วก็ได้ลงมือปรับปรุงแก้ไขเส้นทางที่มีการติดขัด ดิฉันต้องขออนุญาตเสนอความคิดเห็น เช่น ถนนประชาพัฒนา ถนนเส้นนี้เป็นแค่ ๒ เลน (Lane) ช่องทางจราจรแต่ว่ามีความส้าคัญว่าถ้าหากเราสามารถขยายและยกระดับถนนได้นั้น จะเป็นช่องทางเชื่อมต่อจากถนนสายอ่อนนุชเพื่อเข้าสู่ถนนมอเตอร์เวย์ แล้วก็จะท้าให้ การจราจรนั้นมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น ตรงนี้ถ้าหากว่าทางผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการวางแผนเส้นทาง ดิฉันขอให้ได้ก้าหนดเส้นทางนี้ แล้วก็ให้รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณต่อไปด้วย เพื่อปัญหา การจราจรที่ติดขัดจะได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

ในส่วนต่อไป ดิฉันต้องขออนุญาตหารือเกี่ยวกับไฟฟ้าส่องสว่าง เลียบคลองประเวศบุรีรมย์ ตรงนี้มีหลาย ๆ จุดด้วยกันที่ทางการไฟฟ้าในส่วนของบางพลี แล้วก็มีนบุรีต้องร่วมมือกันที่จะเข้าไปปรับปรุง ในส่วนของคลองสี่แล้วก็คลองสาม และหน้าสุเหร่าดารู้ลมู่กิมซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่เป็นจ้านวนมาก แล้วก็ยังใช้ถนนเลียบคลอง ในการสัญจรอยู่ ดิฉันก็ขอให้การไฟฟ้านครหลวงได้เข้าไปดูแลด้วยนะคะ

แล้วอีกส่วนหนึ่งก็คือในส่วนของแขวงคลองสองต้นนุ่น ที่ตรงนี้ประชาชน ก็ยังใช้การเดินทางเท้าอยู่ ตอนนี้มีปัญหาเรื่องของถนนเลียบทางเดินที่ช้ารุดด้วยนะคะ ขอให้ทางผู้ว่าราชการ กทม. ได้ลงไปใส่ใจในปัญหาแล้วก็ปรับปรุงเรื่องการเดินทาง แล้วก็ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนด้วย ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออนุญาตขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในเขต ๔ อ้าเภอชนแดน อ้าเภอวังโป่งและอ้าเภอหนองไผ่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ หมู่ที่ ๕ และ หมู่ที่ ๗ ของต้าบลตะกุดไร อ้าเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ของบประมาณเพื่อจะก่อสร้าง ระบบกระจายน้าแก่ราษฎร หมายความว่าไม่มีน้าประปาใช้ค่ะ อยากได้ระบบจ่ายน้าแก่ราษฎร เพื่อบรรเทาความเดือดของพี่น้องประชาชน ท่อเมน (Main) ต่าง ๆ พอมีแล้ว แต่ว่ายังไม่มี การเจาะเอาน้าขึ้นมาจากใต้ดินแล้วก็เอามาพักไว้ ระบบจ่ายไม่มีในตรงนี้ ขออนุญาตที่จะ เรียนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่กระทรวงมหาดไทย ขอบพระคุณท่านค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเปล่งมณีครับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน ขอหารือปัญหาของพี่น้องประชาชนบ้านนอกห่างไกลความเจริญและนักเรียน ๒ เรื่องค่ะ

เรื่องแรก ดิฉันได้พบปะพี่น้องประชาชนในอาทิตย์ที่ผ่านมาจึงได้รับหนังสือ ร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่บ้าน ๓ หมู่บ้าน คือ บ้านป่าม่วง หมู่ที่ ๕ บ้านห้วยลาด หมู่ที่ ๖ บ้านทับกี่ หมู่ที่ ๙ ต้าบลอิปุ่ม อ้าเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และบ้านวังยาว หมู่ที่ ๓ ต้าบลวังยาว อ้าเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เกี่ยวกับปัญหากระแสไฟฟ้าแรงดันต่้าท้าให้ไฟในหมู่บ้านดับ ๆ ติด ๆ และท้าให้เครื่องใช้ไฟฟ้าของเขาเสียหาย และเกี่ยวกับเรื่องการขยายไฟฟ้าในหมู่บ้านก็ไม่ทั่วถึง ปัญหาเรื่องไฟฟ้าเป็นปัญหาส้าคัญในชีวิตประจ้าวันของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ดังนั้นดิฉัน จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยผู้ก้ากับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ช่วยส่งเจ้าหน้าที่ลงมาส้ารวจ ความเดือดร้อนและผลักดันงบประมาณในการก่อสร้างแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับหนังสือร้องเรียนจากท่านปรีชา ทัพใหญ่ ผู้อ้านวยการ โรงเรียนบ้านวังยาว ต้าบลวังยาว อ้าเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียน ขยายโอกาสสอนลูกหลานนักเรียนตั้งแต่อนุบาลยันมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีนักเรียน ๑๓๘ คน มีครูอยู่ ๑๓ คน โรงเรียนนี้ขาดอาคารเรียนและห้องเรียนประกอบการเรียนการสอน และสนามกีฬาในโรงเรียนนี้ยังไม่มีเลย จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการช่วยลงมาแก้ไขให้กับลูกหลานเราด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเทียบจุฑาครับ

นางเทียบจุฑา ขาวข้า อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เทียบจุฑา ขาวข้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเข้ามาหารือกับท่านประธาน วันนี้สัก ๓ เรื่อง

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากผู้อ้านวยการโรงเรียนบริบาลภูมิเขตต์ และคณะครู ตลอดจนได้รับการร้องขอจากผู้ปกครองนักเรียนบริบาลภูมิเขตต์ อ้าเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี สืบเนื่องจากโรงเรียนบริบาลภูมิเขตต์แห่งนี้เป็นโรงเรียนดีเด่นประจ้าต้าบล แล้วก็เป็นโรงเรียนขยายโอกาส ปัจจุบันมีนักเรียนเกือบ ๑,๐๐๐ คน แต่เนื่องจากนักเรียนเยอะ มีนักเรียนมาก แต่มีโรงอาหารที่จะบริการนักเรียนเป็นโรงอาหารขนาดเล็กแล้วก็ช้ารุดทรุดโทรม ไม่ถูกสุขอนามัย เพราะฉะนั้นผู้ปกครองนักเรียนก็มาร้องขออยากได้โรงอาหารขนาดใหญ่ แล้วก็ให้ถูกสุขอนามัยเพื่อบริการนักเรียน เพราะฉะนั้นดิฉันก็ขอฝากกับท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการช่วยจัดสรรงบประมาณก่อสร้าง โรงอาหารขนาดใหญ่บริการเด็กนักเรียนดังกล่าวด้วยนะคะ

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายธวัช สุผลทอง และนายค้าพันธุ์ ค้ามี และพี่น้องประชาชนบ้านค้าเจริญ ต้าบลค้าด้วง อ้าเภอบ้านผือ เขาได้รับความเดือดร้อน จากถนนเส้นบ้านค้าเจริญ ต้าบลค้าด้วง อ้าเภอบ้านผือไปยังบ้านโพธิ์ตาก อ้าเภอโพธิ์ตาก จังหวัดหนองคาย เนื่องจากถนนเส้นนี้จะบริการพี่น้องประชาชน ๒ จังหวัด โดยเฉพาะ จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดหนองคาย เป็นถนนดินแดงลูกรัง แล้วก็ลูกหลานต้องไปเรียนหนังสือ ในการเดินทางยากแล้วก็ล้าบากเป็นหลุมเป็นบ่อ เขาอยากได้ถนนลาดยาง เพราะฉะนั้นจะขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือ กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ช่วยจัดสรรงบประมาณมาบ้าบัดทุกข์บ้ารุงสุขให้กับ พี่น้องประชาชนในเขตอ้าเภอนี้ด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๓ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้จัดสรรงบประมาณไปแก้ปัญหาน้าท่วมโดยการจัดงบประมาณไปขุดลอกล้าห้วยโมง ปัจจุบันนี้แก้ปัญหาได้ ปีนี้น้าไม่ท่วมพี่น้องก็ดีใจฝากกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี แต่ว่าปีนี้พอน้าไม่ท่วมก็เกิดน้าแล้ง ไม่มีน้า พี่น้องเกษตรกรไม่เพียงพอต่อการท้าการเกษตร จึงขอฝากท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยท้าฝนหลวงให้พี่น้องประชาชน ในเขตอ้าเภอบ้านผือ อ้าเภอน้าโสม อ้าเภอนายูงด้วยค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเอมอรครับ

นางเอมอร สินธุไพร ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเอมอร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ดิฉัน มีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่จะน้ามาหารือผ่านท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ๒ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรก สืบเนื่องจากดิฉันได้ลงพื้นที่ไปพบปะกับพี่น้องประชาชน และร่วมกิจกรรมในเขตพื้นที่ เขตเลือกตั้งที่ ๕ ซึ่งเขตเลือกตั้งที่ ๕ นี้จะเป็นเขตที่ประกอบไปด้วย อ้าเภอเล็ก ๆ แล้วก็เป็นหมู่บ้านที่เป็นหมู่บ้านชนบทที่ยังไม่มีความเจริญ และได้รับการร้องเรียน จากนายนวย ดอกบัว ก้านันต้าบลนานวล และพี่น้องประชาชนต้าบลนานวลผู้ใช้ถนน ในเส้นทางจากหมู่บ้านพยอม หมู่ที่ ๘ ไปหมู่ที่ ๖ บ้านโนนจิก แล้วก็หมู่ที่ ๗ บ้านหนองคู ต้าบลนานวล อ้าเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นระยะทางประมาณ ๕,๙๐๐ เมตร ซึ่งถนนเส้นนี้ยังเป็นถนนดินลูกรัง ซึ่งยังไม่ได้รับการพัฒนาและยกระดับถนน และท้าให้ การสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะในฤดูฝนซึ่งท้าให้ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ และมีความช้ารุดทรุดโทรมเสียหายเป็นอย่างมาก ท้าให้ประชาชนมีความล้าบาก ซึ่งเขาต้องการอยากจะให้ไปสร้างถนน อาจจะเป็นถนน ค.ส.ล. หรือว่าเป็นถนนลาดยาง ให้กับพี่น้องใน ๓ ชุมชนนี้ด้วยค่ะ

ส่วนเรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายสมพร ชัยบูรณ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๓ บ้านนางเตี้ย ซึ่งบ้านนางเตี้ยนี้เป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกับล้าน้าชี แล้วก็มีกุดจันซึ่งเป็นแหล่งน้าธรรมชาติที่อยู่ใกล้กับชุมชน เพราะว่าบ้านนางเตี้ยนี้หน้าแล้ง ซึ่งชาวบ้านมีความต้องการอยากจะได้คลองส่งน้า และเครื่องสูบน้าด้วยระบบไฟฟ้าเพื่อที่จะ ได้ท้าการเกษตรและท้านาปรังหลังจากที่ท้านาปีเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการสร้างรายได้ แล้วก็เป็นการยกระดับให้กับพี่น้องในชุมชนบ้านนางเตี้ย ซึ่งประกอบไปด้วย ๑๖๓ ครอบครัว และมีพื้นที่นาประมาณ ๑,๖๐๐ ไร่ ซึ่งโครงการนี้ทางส้านักชลประทานที่ ๖ จังหวัดขอนแก่น ได้ออกไปส้ารวจแล้วตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๓ แต่จนถึงทุกวันนี้ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ลงไปดูแล ฉะนั้นดิฉันจึงขอฝากเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมชลประทานและ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดสรรงบประมาณลงไปดูแลช่วยเหลือตามความต้องการ ของพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญรื่น และท่านอนุรักษ์ต่อเลยนะครับ

นางบุญรื่น ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ ความเดือดร้อนในการใช้ถนนของ พี่น้องชาวต้าบลขมิ้น อ้าเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นต้าบลในอ้าเภอเมือง ที่อยู่ห่างไกลตัวเมืองที่สุดค่ะ มีปัญหาการใช้ถนนไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร การไปมาหาสู่ ซึ่งกันและกันยังล้าบากอยู่ เพราะว่าการเชื่อมโยงของถนนระหว่างหมู่บ้านต่อหมู่บ้านยังเป็น ถนนลูกรังเป็นจ้านวนมาก และส่วนมากเป็นถนนที่โอนให้กับท้องถิ่น ท้องถิ่นจึงไม่มีก้าลัง งบประมาณในการที่จะพัฒนาถนนให้เป็นถนนลาดยางหรือให้เป็นถนนคอนกรีตได้ ดิฉันจึงอยากฝากให้กับท่านประธานไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างเช่น กระทรวงคมนาคม หรือกระทรวงมหาดไทยซึ่งดูแลท้องถิ่นลงไปดูด้วย แล้วก็ช่วยจัดสรรงบประมาณ ไปช่วยท้องถิ่นให้เขาได้พัฒนาถนนให้เป็นถนนที่มีมาตรฐานสมบูรณ์ด้วย

อีกเรื่องหนึ่ง การก่อสร้างสถานีต้ารวจประจ้าอ้าเภอ ประจ้าต้าบล ซึ่งดิฉัน เคยได้ยินเพื่อนสมาชิกได้หารือหลายครั้ง ดิฉันก็เป็นเขตหนึ่งที่มีสถานีต้ารวจคือต้าบลล้าปาว เดี๋ยวนี้ก็ปล่อยให้เป็นอนุสาวรีย์อยู่ยังไม่มีงบประมาณที่จะไปก่อสร้างต่อ เพราะฉะนั้นดิฉัน อยากฝากท่านประธานไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้โปรดลงไปตรวจสอบแล้วก็ดูแล แล้วก็จัดสรร งบประมาณให้ไปก่อสร้างต่อให้มันเสร็จเรียบร้อย แล้วก็เป็นที่ท้างานของต้ารวจต่อไปด้วย ดิฉันฝากเท่านี้ละค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอนุรักษ์ครับ กลอนไม่เอานะวันนี้

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องขอไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายอนงค์ ชัยสุระ อาสาสมัครเกษตรกรหมู่บ้านหรือที่เรียกว่า อกม. บ้านเดิด หมู่ที่ ๗ และบ้านเดื่อ หมู่ที่ ๘ ต้าบลธาตุทอง อ้าเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ถึงความต้องการ ไฟฟ้าเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะหน้าท้านาต้องออกไปนอนเถียงนาหรือที่เรียกว่าขน้าน้อย จนกว่านาจะแล้วเสร็จ หลังจากท้านาเสร็จแล้วก็อยากปลูกพืชระยะสั้นเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนของครอบครัวในเรื่องรายจ่าย ท่านประธานที่เคารพ ความมืดมิดของค่้าคืน ที่ขาดแสงไฟฟ้าจากรัฐบาลท้าให้พี่น้องประชาชนเกิดความน้อยเนื้อต่้าใจในโชคชะตาชีวิต จึงได้ลงลายมือชื่อมาทั้งหมด ๓๐ ครัวเรือน รวมเป็นที่นาแล้ว ๓๗๘.๕ ไร่ ซึ่งหนังสือ ร้องเรียนและการลงลายมือชื่อของพี่น้องประชาชน ๓๐ ครัวเรือนนั้นดิฉันจะส่ง ให้ท่านประธานต่อไป ระยะทางที่ขอไฟฟ้าประมาณ ๗ กิโลเมตร จากบ้านเดิด หมู่ที่ ๗ ต้าบลธาตุทอง อ้าเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครไปที่บ้านโคกหลวง ต้าบลธาตุทอง อ้าเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร และจากบ้านเดื่อ หมู่ที่ ๘ ต้าบลธาตุทองเช่นเดียวกัน อ้าเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ไปที่บ้านโคกหลวง ต้าบลธาตุทอง อ้าเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ไม่มีไฟฟ้ารวมระยะทาง ๗ กิโลเมตรเลยทีเดียว อยากให้รัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปักเสาพาดสายเร็ว ๆ ไฟฟ้าควรส่องสว่างตามท้องทุ่งนา เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไทย ขอบพระคุณค่ะ

จ้านวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๗ คน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเป็น ระเบียบวาระกระทู้ถามสดนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามสด

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๑ ส. เรื่อง การบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นายถาวร เสนเนียม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

เวลา ๑๐ นาทีนะครับ ท่านยุทธศักดิ์พูดตอบก็ ๑๐ นาที เชิญท่านถาวร ท่านประเสริฐครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ถามท่านประธานนิดหนึ่งเนื่องจากท่านประธานวันนี้มีสมาชิกหารือมาก แล้วท่านประธานก็อนุญาต ทีนี้เนื่องจากเวลาถ่ายทอดเราจ้ากัดเราจะถ่ายทอดกัน จบทุกกระทู้ถามไหมครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ ถ้าถามภายในเวลาที่ก้าหนดให้ท่านละ ๒๐ นาทีอยู่ในเวลายังเหลืออีก ๕ นาทีด้วยซ้าไป ผมถึงย้าว่าต้องอยู่ในเวลาของแต่ละฝ่าย เชิญเลยครับ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ปัญหาที่ผมจะตั้ง กระทู้ถามสดวันนี้เป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนภายใต้ความรับผิดชอบของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐมนตรีทั้งหมด ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคมปีที่แล้วท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายไว้ต่อรัฐสภาแห่งนี้ ว่าจะเร่งน้าสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกลับมาสู่พื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นคือนโยบายเร่งด่วน หลังจากประกาศนโยบายเสร็จ แถลงนโยบายเสร็จ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ออกค้าสั่งแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรีโกวิท รองนายกรัฐมนตรีเฉลิม และรองนายกรัฐมนตรียงยุทธรับผิดชอบงานภาคใต้ ต่อมา ท่านรองนายกรัฐมนตรีโกวิทถูกปรับออก ท่านรองนายกรัฐมนตรียุทธศักดิ์ซึ่งได้กรุณามานั่ง พร้อมที่จะตอบค้าถามวันนี้และรับผิดชอบต่อ แต่ปัญหาก็ยังไม่สงบ ไม่น้าไปสู่การพัฒนา ไปในแนวทางที่ดี หลังจากนั้นรัฐบาลก็จัดตั้งองค์กรขึ้นมาใหม่อีก ๑ องค์กรก็คือศูนย์บริหาร การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรียกว่า ศบ.กช. และมีฝ่ายอ้านวยการ ฝ่ายนโยบายเรียกว่า นชต. ฝ่ายบูรณาการฝ่ายปฏิบัติ เรียกว่า กบชต. แต่ปรากฏว่า สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้น พวกผมก็พยายามเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเข้ามารับผิดชอบในฐานะ ผอ. กอ.รมน. และ ผอ. ศอ.บต. นั่นคือรับผิดชอบงานด้านความมั่นคงและงานด้านการบริหาร และการพัฒนา แต่นายกรัฐมนตรีก็ไม่เข้ามารับผิดชอบ สุดท้ายรัฐบาลก็คิดเกมใหม่ขึ้นมาอีก จัดตั้งองค์กรขึ้นมาใหม่ที่เรียกว่า ศปก.จชต. แต่ก็ไม่พอใจ เปลี่ยนชื่อเป็น ศปก.กปต. ชื่อเต็มว่า ศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ สิ่งส้าคัญที่สุดที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนก็เพราะองค์กรที่ท่านคิดขึ้นมาและคณะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ๑๗ คน ไม่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ ก็คงเห็นแต่ท่านรองนายกรัฐมนตรียุทธศักดิ์ได้เพียรพยายามลงไปบ้าง แต่ก็ยังน้อยอยู่ ดังนั้นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็คือ ๓ สัปดาห์ที่ผ่านมา คือวันศุกร์ที่ ๑๔ กันยายน วันศุกร์ที่ ๒๑ กันยายน และวันศุกร์ที่ ๒๘ กันยายน มีการออกใบปลิวและข่มขู่ไม่ให้พี่น้องประชาชนประกอบอาชีพและหยุดงานทุกชนิด ทุกประเภทในพื้นที่ ๓ จังหวัด และ ๔ อ้าเภอของจังหวัดสงขลา ความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนก็มีขึ้น สอบถามแล้วพี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามก็บอกว่าวันศุกร์ ไม่ใช่เป็นวันหยุดงานตามหลักศาสนา เมื่อละหมาดใหญ่เสร็จสูเจ้าจงออกไปประกอบอาชีพ ตามปกติ ดังนั้นค้าสั่งโจรในวันนี้อยู่เหนืออ้านาจรัฐครับ ปัญหามีอยู่ว่าความเดือดร้อนเกิดขึ้นแล้ว รัฐบาลก็ยังเพิกเฉย เมื่อวานนี้เองท่านยุทธศักดิ์เพิ่งลงไปในพื้นที่ตามก้าหนดการที่อยู่ในมือผม สิ่งส้าคัญที่สุดท่านลงไปเมื่อวานนี้ ในข้อ ๒ บอกว่าตามข้อ ๑ ให้ กอ.รมน. ภาค ๔ เรียนเชิญท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผอ. กอ.รมน. จังหวัดนราธิวาสร่วมให้การต้อนรับ บริเวณหน้าสโมสรร่มเกล้าเข้าร่วมประชุมรับประทานอาหารมื้อกลางวันและร่วมติดตาม คณะไปในภาคบ่าย แต่อย่างไรก็ตามผมเห็นคุณงามความดีของข้าราชการที่ได้ให้ ความร่วมมือ นั่นคือแม่ทัพภาค ๔ แล้วก็หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินของทหารเรือ กองก้าลัง ต้ารวจ ศอ.บต. ได้พยายามที่จะบรรยายสรุป แต่ปรากฏว่าท่านได้ให้ความสนใจเฉพาะ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และรวมถึง ๔ อ้าเภอท่านยังไม่ให้ความสนใจ ที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เราติดตามต่อมาว่าการไปประชุม ของท่านเมื่อวานนั้นได้ผลหรือไม่ประการใดเดี๋ยวจะเป็นค้าถาม แต่อย่างไรก็ตาม การออกหนังสือข่มขู่คุกคามได้ลุกลามมาที่อ้าเภอจะนะแล้วครับ เมื่อเช้านี้มีการออกใบปลิว ว่าวันพรุ่งนี้ที่อ้าเภอจะนะอย่าออกไปท้ามาค้าขาย อย่าออกไปประกอบอาชีพ ต้องหยุด โดยเด็ดขาด ที่จังหวัดปัตตานี เมืองปัตตานีก็กลัวกันจนกระทั่งกลายเป็นเสมือนกับเมืองร้าง ยกเว้นบางพื้นที่ที่เขามั่นใจในอ้านาจรัฐที่เชื่อข้าราชการประจ้า แต่ปรากฏว่าฝ่ายการเมือง ยังนิ่งนอนใจ เหตุเกิดมา ๓ สัปดาห์เกือบ ๑ เดือนเพิ่งลงไปเมื่อวานนี้ ผมถือว่าสอบตก ดังนั้น หลังจากที่เราพบกับท่านแล้ว โดย ฯพณฯ ผู้น้าฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ไปให้ค้าแนะน้า หารือเพื่อแนวทางในการแก้ไขปัญหา แต่ท่านก็ไม่ได้น้าพาต่อข้อเสนอแนะ ๙ ข้อ ของฝ่ายท่านผู้น้าฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรคือ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ความเดือดร้อน ยังคงมีอยู่ครับ ค้าถามที่อยากจะถามก็คือ ถามดัง ๆ ครับท่านว่าโจรสั่งหยุดการปฏิบัติงาน การท้างานในวันศุกร์ แล้วรัฐบาลนี้จะหยุดปัญหานี้ได้เมื่อไร หยุดได้อย่างไร ถามซ้าอีกครั้งนะครับ โจรมีอ้านาจเหนือรัฐสั่งหยุดงานในวันศุกร์ รัฐบาลจะหยุดปัญหานี้เมื่อไร หยุดได้อย่างไรครับ นั่นคือค้าถามข้อที่ ๑ ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี ครับ

พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องความมั่นคงครับ ผมขออนุญาตตอบค้าถามของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา คุณถาวร เสนเนียม ถึงขั้นตอนอย่างนี้ เมื่อผมเริ่มเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ประมาณ ๗-๘ เดือนที่ผ่านมา ก็ได้เห็น รายการเตรียมงานต่าง ๆ ในการที่จะเข้าไปปฏิบัติในภาคใต้ ได้เห็นช่องว่าง ได้เห็นการท้างาน ที่ขาดความเป็นเอกภาพ แล้วได้เห็นอะไรหลาย ๆ เรื่องที่จะต้องแก้ไขใหม่ เหมือนกับเรา เป็นหมอที่เข้าไปรักษาคนไข้พอแตะที่ปอดก็มีแผล แตะที่กระเพาะก็มีแผล แตะที่ล้าไส้ก็มีแผล เจอปัญหาทุกจุดหลายจุดอยู่ในขณะนั้น ซึ่งจะต้องจัดความเร่งด่วนในการแก้ไข แล้วก็จะต้อง ดูปัญหาแต่ละปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละจุดด้วย ฉะนั้นจึงได้วางแผนเตรียมการการท้างาน เสียใหม่ แล้วจากนโยบายที่ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติได้ออกมาคือนโยบายการบริหาร และการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งด้าเนินการ ตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ในมาตรา ๔ นั้น เมื่อได้น้ามาใช้แล้วก็จะต้องบูรณาการให้เกิดมาเป็นยุทธศาสตร์อันเดียวกันเสียก่อน ไม่อย่างนั้นทาง ศอ.บต. ก็จัดยุทธศาสตร์ของตัวเองขึ้นมา ๙ ข้อ กอ.รมน. เขาก็จัด ยุทธศาสตร์ของตัวเองขึ้นมา ๖ ข้อ เพราะฉะนั้นท้าอย่างไรถึงจะเกิดให้เป็นยุทธศาสตร์ร่วมได้ ผมก็ได้พิจารณาว่าเอายุทธศาสตร์ทั้ง ๖ ข้อและ ๙ ข้อ มาร่วมกันให้เกิดมาเป็น ยุทธศาสตร์ร่วม ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายในการปฏิบัติ ๒๙ ข้อ แล้วหลังจากนั้นก็เริ่ม ดูงาน การที่จะแก้ไขต้องแก้ที่ตัวเราเองเสียก่อนว่าการท้างานของเราพร้อมและบริบูรณ์ หรือเปล่า จึงได้มองในภาพของงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการข่าว งานด้านของ กอ.รมน. งานด้าน ศอ.บต. งานของทั้งทางทหาร ต้ารวจ แล้วก็ฝ่ายปกครองด้วย ก็พยายาม อย่างยิ่งที่จะให้ทุกหน่วยงานท้างานร่วมกันเป็นเอกภาพให้ได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ ที่จะให้ทั้งหน่วยงานที่เป็นแท่งทั้ง ๔ แท่งนี่ท้างานเป็นเอกภาพไม่ว่า กอ.รมน. ซึ่งใช้ก้าลัง ทหารบกและทหารเรือเป็นส่วนใหญ่ ทางต้ารวจซึ่งส้านักงานต้ารวจแห่งชาติก็ดูแลอยู่แล้ว ในขณะเดียวกันทางกรมการปกครองขณะนี้ก็ได้ขอให้มีรองปลัดกระทรวงที่เคยอยู่ภาคใต้ ลงไปช่วยท้างานด้วยแล้วนะครับคือคุณภาณุอย่างนี้เป็นต้น นอกจากนั้นก็ขอความร่วมมือ ทางฝ่ายทหาร แล้วก็ฝ่ายทางศาสนาด้วยที่จะเข้ามา ขณะนี้ทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้นทีละขั้นตอน ในการที่จะสร้างเอกภาพขึ้น แล้วขณะนี้ก็ได้เสนอผังโครงสร้างของ ศปก.กปต. ศปก.กปต. นี่ ส้าหรับ กปต. มันมีความจ้าเป็นที่จะต้องตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะผลักดันการท้างานของหน่วยงาน ต่าง ๆ ที่ลงไปท้างานที่ภาคใต้ เราเห็นว่าหลายกระทรวงนะครับที่มีความส้าคัญ ต่อการท้างานในภาคใต้ไม่ได้ลงไป พอไม่ได้ลงไปเราก็เห็น กอ.รมน. กับ ศอ.บต. ต้องลงไป รับผิดชอบแทน แทนกระทรวงต่าง ๆ ดูแลกระทรวงต่าง ๆ อย่างเช่นการคุ้มครองครูที่ถูกยิง นี่ก็ยังเป็นหน้าที่ของทหารอยู่ ที่จริงทหารควรจะถอนก้าลังออกมาแล้ว แล้วก็มีก้าลังจัดตั้งขึ้นมาส้าหรับดูแลครูได้แล้วอย่างนี้เป็นต้น จะได้เอาก้าลังทหารไปดูแล ในเรื่องอื่นที่ควรจะท้างานได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้ก็ท้างานเพียง ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นอย่างนี้เป็นต้น ก็พยายามที่จะสร้างเอกภาพให้เกิดขึ้นให้ได้ ทั้งทางทหาร ทางต้ารวจ ขณะนี้ก็นับเป็นนิมิตหมายอันดีว่าทางทหารได้ลงไปเต็มที่ ทางผู้บัญชาการทหารบกท่านได้ให้ ความใส่ใจอย่างเต็มที่ ทางผู้บัญชาการส้านักงานต้ารวจแห่งชาติคนใหม่ท่านบอกว่า ท่านพร้อมที่จะทุ่มเททุกอย่างให้กับจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด รวมทั้งขณะนี้ ทางกระทรวงมหาดไทยก็ได้ส่งรองปลัดกระทรวงซึ่งเคยท้างานเป็นเลขาธิการ ศอ.บต. ลงมาอยู่ข้างล่างด้วยอีกคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นหลาย ๆ อย่างก้าลังจะเกิดเป็นเอกภาพขึ้น เราก็จัดตั้ง ศปก.กปต. ขึ้นมา ศปก.กปต. นี้เป็นฝ่ายอ้านวยการ เป็นตัวท้างานเป็นแขนเป็นขา ให้กับ กปต. เท่านั้น เรียนให้ทราบเท่านี้ก่อน แต่ขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้อนุมัติ แผนนี้มา แต่เราก็พยายามที่จะท้างานให้เห็นว่าถ้าหากมันอยู่ในแผนนี้ มันจะได้ท้างานได้ แล้ว ๑๗ กระทรวง ๖๖ หน่วยงาน ไล่ทีละ ๓ กระทรวง ๔ กระทรวงไม่ทัน ก็จัดกลุ่มงาน ให้กระทรวงต่าง ๆ ที่มีกลุ่มงานเหมือนกันเป็น ๕ กลุ่มงานด้วยกัน แล้วก็จัดงานข่าว ที่มันไปคนละทางสองทาง เข้ามารวมเป็นกลุ่มงานข่าว เป็นประชาคมข่าวเสีย แล้วก็มาอยู่กับ ศปก. เพื่อจะดูแลงานข่าวให้มันเป็นเอกภาพขึ้นด้วย เพราะฉะนั้น ๑๙ หน่วยงานข่าว ของประเทศทั้งหมดขณะนี้มารวมอยู่ที่ส้านักข่าวกรองแห่งชาติ โดยให้ส้านักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพดูแลบริหารให้ด้วย ก็กราบเรียนด้วยครับ แล้วงานที่มีความส้าคัญอย่างยิ่งก็คือ ส่วนประชาสัมพันธ์ ถ้าหากว่าไม่มีการประชาสัมพันธ์ที่ดีพอมันก็จะไปกระทบกระเทือน ต่อการเข้าใจผิดขององค์กรต่าง ๆ ของต่างประเทศ ในการที่จะมาแทรกแซงการท้างาน ของการแก้ปัญหาของเราในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ได้ตั้งส่วนประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้นมาอีก ที่อยู่ใน ศปก.กปต. ไม่ได้ไปท้างานซ้าซ้อนกับใครแต่เป็นการเสริมงานให้ดียิ่งขึ้น ขณะนี้ ก็ยังไม่ได้รับอนุมัติก็ตาม แต่บางส่วนก็พยายามจะท้าให้อยู่ในรูปแบบนี้แล้ว ผมขออนุญาต ตอบทีละข้อ การเดินทางไปเมื่อวานนี้ของผมกับผู้บัญชาการทหารบกนั้น ก็ด้วยความเป็นห่วง สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ที่มีการประกาศห้ามการค้าขายและสั่งให้หยุดงาน ในวันศุกร์ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ขณะนี้ทุกหน่วยงานได้ร่วมงานกัน ทั้งทางทหาร ทางต้ารวจ ทางเจ้าหน้าที่ปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้ให้ นายอ้าเภอทุกอ้าเภอลงไปดูแลอย่างใกล้ชิด พบปะประชาชน เจ้าหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการ จิตวิทยาทางทหารได้ลงไปพบปะประชาชน พ่อค้าแม่ค้า ทุกหน่วยงาน ทุกบ้านให้เห็นถึงว่า จะให้ความปลอดภัย ให้ความคุ้มครองได้ ในขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ที่ผมไปก็ไปพบกับ ผู้น้าทางศาสนาเพื่อให้ทางผู้น้าศาสนาได้ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของศาสนาอิสลาม ซึ่งท่านจุฬาราชมนตรีก็ได้ท้าหนังสือถึง แล้วเราได้ชี้แจงให้เห็นถึงว่าท่านอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ได้ชี้แจงมาว่าการท้างานในวันศุกร์มิได้ขัดแย้งกับหลักศาสนาอิสลาม เพราะการท้างานเพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยยังชีพเป็นสิ่งที่อิสลามให้ความส้าคัญเป็นอย่างสูง เนื่องจากการด้ารงชีพโดยมุ่งสู่เป้าหมายที่องค์อัลเลาะห์ พระผู้เป็นเจ้าทรงก้าหนดนั้น เพื่อให้สามารถด้ารงชีพได้โดยไม่เป็นภาระของผู้อื่น และสามารถจะท้าหน้าที่เพื่ออัลเลาะห์ โดยไม่ตกอยู่ใต้อิทธิพลของผู้ใด ผู้ท้างานด้วยน้าพักน้าแรงเพื่อเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัว ด้วยอาชีพสุจริตจึงเป็นผู้ประเสริฐ ท่านยืนยันว่า

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวท่านจะใช้เวลาเกินครับ

พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี

ผมขออีกนิดเดียวครับ ผลของการไปประชุมกับผู้น้าศาสนาอิสลามที่หอประชุมบรมราชกุมารี ส้านักงาน คณะกรรมการอิสลามนะครับ ทางคณะกรรมการอิสลามโดยตัวผู้น้าอิสลามทั้งหมดได้พูดกับ พวกเราทั้งหลายว่าประชาชนเริ่มมีความหวังและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ขณะนี้ทหารลงไปนั่งในใจ ของประชาชนในการช่วยเหลือ ในการพัฒนาพื้นที่ที่เป็นสีแดงให้กลายสภาพเป็นสีเขียว และค่ายจุฬาภรณ์ได้กลายเป็นบ้านของประชาชนทุกคนไปแล้ว ก้าแพงระหว่างทหารกับ ประชาชนได้พังลงแล้ว ก็ขอเรียนแค่นี้ก่อนครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านถาวรครับ ค้าถามที่ ๒ ครับ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

ก็เป็นอันว่าค้าถามข้อแรกว่าโจรสั่งหยุดงาน วันศุกร์ รัฐบาลจะหยุดปัญหานี้ได้เมื่อไรก็ยังไม่มีค้าตอบ แต่ท่านก็ได้ใช้ความพยายามนะครับ อย่างไรก็ตามจากค้าตอบของท่าน ท่านบอกว่าการแก้ไขปัญหานี้เราต้องแก้ไขปัญหาที่ตัวเอง เสียก่อน จากค้าตอบของท่านค้าตอบนี้ครับ ผมก็ถามกลับไปว่าท่านได้จัดตั้ง ศปก.กปต. ขอโทษนะครับผมจ้าเป็นต้องใช้เอกสารชิ้นนี้ ซึ่งเป็นผังโครงสร้างขององค์กรและอ้านาจ บทบาทขององค์กร ท่านอยู่ในฐานะเป็นผู้อ้านวยการ ศปก.กปต. แล้วก็มีรองผู้อ้านวยการอยู่ ๓ ท่าน คือท่านยงยุทธ ท่านเฉลิม และท่านสุก้าพล ทีนี้ที่ท่านบอกว่าเป็นปัญหาของตัวเอง เนื่องจากรัฐมนตรีไม่ค่อยรับผิดชอบ ไม่ค่อยลงพื้นที่ ต้องให้ทหารท้าหน้าที่แทน ดังนั้น สิ่งที่ฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีโดยผ่านท่านนะครับ

๑. ขอให้ไปสร้างความเข้าใจว่าวาระเร่งด่วนตามนโยบายซึ่งเป็นวาระแห่งชาตินั้น เป็นเรื่องส้าคัญ ถ้ารัฐมนตรีคนใดไม่รับผิดชอบ ไม่ขยัน ท้างานไม่มีประสิทธิภาพ ได้โอกาส ที่จะปรับคณะรัฐมนตรีแล้วปรับออกเสียอย่าเก็บเอาไว้ เพราะพี่น้องประชาชนรอรับ ความช่วยเหลืออยู่ ทีนี้ประเด็นของความเดือดร้อนก็คือในช่วงสัปดาห์ที่แล้วพี่น้องประชาชน มาหาผมบอกว่าเมื่อถูกข่มขู่ให้หยุดงานด้วยวิธีการ อย่างเช่นไปนั่งร้านน้าชา กินน้าชาถ้วยละ ๒๐ บาท ให้แบงก์พัน ปรากฏว่าจะทอนเงินให้เขาบอกไม่เอาจะมาเอาวันศุกร์นี้แล้วคอยรับด้วย หรือส่งข้าวสารไปยังบ้าน พี่น้องประชาชนจะออกมาขายปู ขายปลา ขายผัก ท้าโรตี ชงน้าชา ขายข้าวแกง ก็หมดโอกาสที่จะประกอบอาชีพ พวกคนบ้านผมจนอยู่แล้ว เกิดจากสถานการณ์ อันเกิดจากความผิดพลาดในเชิงนโยบายในยุคของทักษิณ รัฐบาลนี้ก็ยังไม่จริงใจ ผมเห็นท่าน อยู่คนเดียวที่ลงไป อีก ๑๖ คน ยังไม่เห็นหน้าโผล่ไปเลย ทีนี้ประเด็นปัญหาก็คือการประเมิน สถานการณ์ของรัฐบาลต่อฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบประเมินต่้ามาตลอด เมื่อเดือนที่แล้ว มีการวางระเบิด ๑๐๐ กว่าจุด เอาธงของต่างชาติมาปักเกือบ ๒๐๐ ผืน ท่านประธาน ดูเอกสารภาพถ่ายนี้ครับ สูง ๑๐ กว่าเมตร ธงต่างชาติมาปักอยู่ได้ ๑๐๐ กว่าผืน เจ้าหน้าที่ช่วยโคลส (Close) กล้องหน่อยครับ หรืออย่างนี้ตามแนวถนนลาดยางซึ่งสัญจรไปมา ได้สะดวก เอาธงต่างชาติมาปักบอกว่างานเข้าแล้วกู อีโอดี (EOD) สิ่งส้าคัญที่สุดหลังจากนั้น มีการยิงรายวัน วันละ ๒ ศพ ๓ ศพ ๔ ศพ สุดท้ายจัดงานของดีที่อ้าเภอบาเจาะ มีการยิง เอ็ม ๗๙ (M79) เข้าไปในที่ว่าการอ้าเภอ ครูคนที่ ๑๕๒ ครูคมสันติ์ โฉมยงค์ ต้องเสียชีวิต พลีชีพไปในฐานะครูอาสา ท่านประธานที่เคารพ นั่นคือความเดือดร้อนที่รอรัฐบาลเข้าไป แก้ไขปัญหา เมื่อ กอ.รมน. ก็ดี ศปก.กปต. ก็ดี ท้างานไม่ได้ผล ผมก็กลับไปดูที่ ศอ.บต. ที่มี พันต้ารวจเอก ทวี สอดส่อง ท้าหน้าที่ ปรากฏว่า ๓ สัปดาห์แล้วยังไม่ขับเคลื่อนอะไรเลย จนกระทั่งท่านอาซิส เบ็ญหาวัน ทนไม่ได้ ท่านอาซิส เบ็ญหาวัน เป็นภาคประชาชน เป็นประธานที่ปรึกษาบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเรียกประชุมสภาที่ปรึกษา ปรากฏว่าเลขาธิการ ศอ.บต. พันต้ารวจเอก ทวี สอดส่อง ขอเข้าไปร่วมประชุมด้วย อายเขาไหมครับ มีหน้าที่รับผิดชอบความสงบ ความเรียบร้อย การบริหาร และการพัฒนา ทั้ง ๕ จังหวัดไม่ขับเคลื่อนเลย ภาคประชาชนทนดูไม่ได้ ผลที่ออกมาจากการประชุมในวันนั้นภาคประชาชนบอกว่าให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง สร้างความมั่นใจด้วย ให้พี่น้องเกิดความปลอดภัย ทีนี้ถามกลับมาว่าเมื่อท่านลงไปเมื่อวานนี้ ท่านได้สั่งการให้ข้าราชการไปให้ความมั่นใจว่าเขาจะปลอดภัยอย่างไร

๒. บอกว่าให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้องตรวจสอบที่มาของการปล่อยข่าว

๓. ให้ด้าเนินการให้ผู้น้าศาสนาออกแถลงการณ์

ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ไปขอความช่วยเหลือจากภาคประชาชน ถามกลับมาว่า ข้าราชการใต้บังคับบัญชาของท่านที่มารับท่าน มาดูแลท่าน มารับปากว่าจะด้าเนินการ ตามนโยบายของท่านนั้นไปอยู่เสียที่ไหน แต่อย่างไรก็ตามต้องขอชื่นชม นาวาเอก สมเกียรติ ผลประยูร พร้อม กนย. ต้องขอชื่นชม พลโท อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ ต้องขอชื่นชม นายอ้าเภอไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ นายอ้าเภอสายบุรีที่ให้ความเอาใจใส่ ออกไปท้า ปจว. และให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชน แต่นั่นเพียงน้อยนิด ๓ จังหวัด ๔ อ้าเภอท่านได้สั่งการ อย่างไร และคาดหวังจากค้าสั่งของท่านอย่างไรครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีเชิญตอบครับ ผู้ถามใช้เวลาหมดแล้วท่านก็มีเวลานิดหนึ่งนะครับ แต่ผมเผื่อให้ท่าน ท่านละ ๒ นาที

พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี

ขอบคุณครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านถาวรด้วยความเคารพ เรื่องเหตุการณ์ในการที่จะให้หยุดในวันศุกร์นั้น เป็นความห่วงใยของผมมาตลอดเลยตั้งแต่เริ่มมีข่าวแล้วก็มีใบปลิว ได้ติดต่อทั้งตัวแม่ทัพภาคที่ ๔ คุณโต อุดมชัย ได้ติดต่อทั้งเลขาธิการ ศอ.บต. ได้คุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหมดตั้งแต่ วันศุกร์ก่อนที่แล้วนี้ แล้วก็ขอให้ชี้แจงขั้นตอนการท้างานด้วย การไปพบปะพูดจากันแล้วก็คุยกัน เพื่อหาหนทางในการแก้ปัญหานั้นเมื่อวานนี้นะครับ เราได้รับการรายงานว่าการท้างานของ ผู้ที่แก้ไขปัญหาในภาคใต้ทุกส่วนงานไม่ว่าจะ กอ.รมน. ศอ.บต. แล้วก็ทางผู้ว่าราชการจังหวัด เราบอกว่าในส่วนผลของการท้างานเพราะว่าเราท้างานได้ผล ทางผู้ก่อความรุนแรงนั้น มีการตั้งรับมากยิ่งขึ้น ขณะนี้แนวร่วมประชาชน ความนิยมของประชาชนน้อยลง เนื่องจาก เขาเลือกวิธีปฏิบัติโดยการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนด้วยการปฏิบัติอย่างรุนแรง แล้วเพื่อหวังที่จะให้ประชาชนมีความหวาดกลัวแล้วตกอยู่ในอ้านาจของฝ่ายก่อการรุนแรง ของพวกเขา ซึ่งถือว่าเป็นการเพลี่ยงพล้าทางยุทธศาสตร์ แล้วก็ประชาชนเกิดความเบื่อ แล้วก็ต่อต้านการท้างานแบบนี้ เพราะฉะนั้นเพื่อท้าลายความน่าเชื่อถือของรัฐก็จะต้องใช้ วิธีการห้ามในการค้าขายในวันศุกร์ เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐไม่สามารถจะดูแลปกครองชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนได้ เพราะฉะนั้นเมื่อวานนี้ก็ได้พูดว่าในรอบ ๗ วัน ๕ วันที่ผ่านมา เราได้แก้ปัญหาในพื้นที่ไป ๒ ด้านแล้ว

ประการแรก ก็คือทุกคนไม่แสดงออกถึงความส้าคัญหรือเต้นตามสิ่งที่ทาง ผู้ก่อการรุนแรงกระท้าอยู่ แต่เราจะเพิ่มการดูแลด้านขวัญ ด้านก้าลังใจ แล้วก็จัดก้าลังพล ออกไปเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ แล้วก็ให้มีการปรากฏตัวในที่ชุมชนมากยิ่งขึ้น ขณะนี้ ทุกหน่วยงานได้ลงไปท้าด้วยความจริงใจแล้วก็ด้วยความตั้งใจ เมื่อวานนี้ผมก็ชื่นใจที่เห็น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนกระตือรือร้นมาก ทางแม่ทัพภาคก็แสดงความตั้งใจอย่างยิ่ง แล้วใช้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนลงไปท้างานในเรื่องของการปฏิบัติการจิตวิทยาด้วย

ในประการที่ ๒ ที่เขาก้าลังด้าเนินการก็คือการปฏิบัติการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ชี้ให้เห็นว่าพวกที่ออกมาปล่อยใบปลิวหรือออกมาห้ามประชาชนผู้บริสุทธิ์ออกมาท้าการค้าขาย เป็นการกระท้าที่ท้าลายอนาคต ท้าลายชีวิตของพวกประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งหลายที่ต้องการสันติ แล้วก็ก้าลังบิดเบือนความถูกต้องของศาสนา ได้ขอให้ทางฝ่ายปกครอง ทาง ศอ.บต. ซึ่งจะต้องดูแลในเรื่องของการพัฒนาได้เข้าไปช่วยกันขอร้องให้ทุกคนด้าเนินชีวิตโดยปกติ แล้วก็ขอร้องให้ผู้น้าศาสนาออกมาพูดในสิ่งที่ถูกต้องให้ประชาชนเข้าใจนะครับ แล้วก็ได้น้าค้าพูด ของจุฬาราชมนตรี คณะกรรมการอิสลามประจ้าจังหวัด และที่ปรึกษาคณะกรรมการจังหวัด ของ ศอ.บต. ที่เป็นข้อคิดเห็นดี ๆ ต่อสังคมนี้ได้ชี้แจงให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ ให้มีความเข้าใจ แล้วก็พยายามที่จะแพร่หลายให้กว้างขวางออกไป โดยเฉพาะวันนี้คือวันที่ ทุกคนจะต้องลงไปท้างานในพื้นที่ทั้ง ๓ จังหวัด รวมทั้งดูแลอีก ๔ อ้าเภอของจังหวัดสงขลาด้วย เมื่อวานนี้ก็ยืนยันว่าจะต้องท้าให้ทุกอย่างกลับมาเป็นสภาพเดิมให้ได้ เพราะสถานการณ์ อย่างนี้ได้เกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ ๔-๕ ปีที่แล้ว แล้วก็ต้องใช้เวลาถึง ๒ อาทิตย์ กว่าจะกลับคืนสภาพเดิมมาได้นะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องพยายามอย่างยิ่งเลยที่จะใช้ สิ่งเหล่านี้ด้าเนินการเพื่อให้ทุกอย่างยุติลงโดยเร็ว ก็จะดูผลของการปฏิบัติว่า พรุ่งนี้อะไรจะเกิดขึ้น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีเอาไปรวมตอบค้าถามที่ ๓ ไหมครับ ท่านใช้เวลาเกินข้อตกลงครับ เดี๋ยวท่านไปตอบพร้อมค้าถามที่ ๓ ดีกว่าครับ เดี๋ยวผมให้โอกาสอีก ๒ นาที ท่านถาวร เชิญครับ ภายใน ๒ นาทีนะครับ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ ถาวร เสนเนียม พรรคประชาธิปัตย์ ฟังค้าตอบของท่านแล้วก็ยังไม่มีความหวังว่าพี่น้องประชาชนจะฝากอนาคต ของความปลอดภัยไว้ได้อย่างไร แล้วผมยังคิดว่าในวันพรุ่งนี้ซึ่งตรงกับวันศุกร์พี่น้องประชาชน ก็ยังหวาดระแวง ยังหวาดกลัว ไม่กล้าที่จะออกไปท้ามาค้าขายหรือประกอบอาชีพตามปกติ สิ่งที่เรียกร้องไว้ในการพบปะกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน โดยเฉพาะผู้น้าฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรท่านบอกว่าขอเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อ้านวยการ รักษาความมั่นคงภายใน ขอเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อ้านวยการ ศูนย์อ้านวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดูแลด้านการบริหารและการพัฒนา ลงไปพบกับ พี่น้องประชาชนเพื่อรับฟังปัญหา ไม่ใช่ฟังบรรยายสรุปโดยที่ยังไม่เจอของจริง ลงไปคราวที่แล้ว ไปอยู่ในค่ายทหารและเกณฑ์พี่น้องประชาชนมาให้ขวัญก้าลังใจนายกรัฐมนตรี ผมผิดหวังมาก แทนที่นายกรัฐมนตรีจะไปปลอบขวัญปลอบใจพี่น้องประชาชนในพื้นที่ กลับกันครับ ท่านประธาน ไม่เป็นค้าถาม แต่เรียกร้องครับ

๑. ให้ไปท้าความเข้าใจคณะรัฐมนตรี ๑๗ คน ที่รับผิดชอบตามผังองค์กร ศปก.จชต. ว่าเข้าใจร่วมกันและร่วมกันปฏิบัติหน้าที่เสียที มิเช่นนั้นแล้วเป็นปัญหา

๒. อย่าประเมินฝ่ายตรงข้ามต่้าเกินไป นับตั้งแต่วางระเบิด ๑๐๒ จุด ปักธง ซุ่มยิงครู และที่ส้าคัญหยุดงานวันศุกร์ อ้านาจรัฐไปอยู่เสียที่ไหน

ดังนั้นจึงขอเรียกร้องนายกรัฐมนตรีให้รับผิดชอบ ท่านมาตอบค้าถามนี้ ในฐานะเป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรี รับฝากไปและ/หรือจะตอบค้าถามนี้แทน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบเต็มจะได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้โปรดกรุณาเห็นว่า พี่น้องประชาชนคนภาคใต้ก็คือผู้เสียภาษี คือบุคคลที่เป็นเจ้าของนายกรัฐมนตรีด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ มีเวลา ๒ นาทีนะครับ

พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี

ตอบสั้น ๆ นะครับ เรื่องที่ฝากไปผมรับปากนะครับ เพราะผมพูดกับพี่น้องชาวใต้ทั้งหมดว่าทุกคนคือคนไทย เราอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันแล้วก็มีเสรีภาพเท่ากัน แล้วก็พยายามจะท้าสิ่งเหล่านี้ ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมให้ได้ในระหว่างที่ผมรับผิดชอบอยู่ บอกเขาทุกคนว่าไม่ใช่เป็นคนมลายู ไม่ใช่เป็นคนอะไรทั้งสิ้น ทุกคนเป็นคนไทยแล้วก็มีสิทธิเท่ากัน แล้วก็อยู่ในกฎหมายเดียวกัน ได้บอกเขาไปทุกครั้งที่ผมมีโอกาสไปนะครับ แล้วก็ในเรื่องที่จะให้ท่านนายกรัฐมนตรีลงไปนี่ผมได้กราบเรียนท่านแล้วหลังจากที่ได้พบกับ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านอภิสิทธิ์คราวที่แล้วที่ท่านพูดไว้แล้ว ผมก็กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่าคราวที่แล้วท่านไป ๑ จังหวัดแล้ว ขอให้ท่านไปครบทุกจังหวัดด้วย เพื่อให้ประชาชนทั้งหลายได้มีความใกล้ชิดแล้วก็ได้มีโอกาสรับความคิดเห็นจากท่านด้วย ท่านก็ตกลงแล้วนะครับว่าจะลงไปให้ครบทุกจังหวัด วันนี้ผมได้สั่งให้ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้ประเมินผลงานของกระทรวง ทุกกระทรวง ๖๖ หน่วยงาน เริ่มตั้งแต่วันนี้แล้วก็จะให้ ประชุมชี้แจงการประเมินผลงานในอาทิตย์หน้าว่าในรอบ ๓ เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มสั่งการมา มีกระทรวงไหนที่ยังมีจุดอ่อน มีข้อบกพร่อง หรือไม่ได้ลงไปตามก้าหนดหน้าที่และ ตามงบประมาณที่ขอไว้ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตนายกรัฐมนตรีแล้วว่าถ้างบประมาณ ของการใช้ในจังหวัดภาคใต้ ถ้าเหลือขออนุญาตให้เปลี่ยนงบประมาณไปใช้อย่างอื่น ขอให้ใช้งบประมาณทั้งหมดลงในจังหวัดภาคใต้ทั้งหมด ให้ทางส้านักงบประมาณได้ดูแล ในเรื่องงบประมาณของทุกกระทรวงที่จะต้องใช้งบประมาณ ที่จะต้องลงไปในจังหวัดภาคใต้ แล้วไม่ได้ลงแล้วยังเหลืออยู่เก็บไว้ผูกพันไปในการใช้ในปีต่อไปด้วย ก็จะด้าเนินการภายใน วันข้างหน้าและผลของการประเมินค่าก็จะได้น้าเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในฐานะที่ดูแล ทุกส่วนงาน ในฐานะผู้อ้านวยการ กอ.รมน. สั่งการไปยังกระทรวงต่าง ๆ อีกครั้งหนึ่ง ขอกราบเรียนครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๙ ส. เรื่อง การแก้ไขปัญหาอุทกภัย (นายอลงกรณ์ พลบุตร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ได้ตั้งกระทู้ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในปัญหาอุทกภัย เป็นที่ทราบดีว่าประเทศไทยก้าลังจะ เผชิญกับวิกฤติบิ๊ก สตอร์ม (Big Storm) นั่นก็คือพายุโซนร้อนแกมีก้าลังจะเข้ามาส่งผลกระทบ ต่อภาวะอุทกภัยในประเทศไทย ในระหว่างวันที่ ๕-๘ ตุลาคม คือตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป และจะเข้าสู่พื้นที่มีผลกระทบโดยตรง ๓๐ จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๒ จังหวัด ภาคกลางและภาคตะวันออก ๑๒ จังหวัด และภาคใต้ตอนบนอีก ๔ จังหวัด ในขณะที่มีพายุ อีกลูกหนึ่งที่ก้าลังจะจ่อเข้ามาในวันที่ ๒๐ ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่น้าทะเลหนุน นั่นคือพายุ ชื่อไทยว่าพระพิรุณ โดยจะเข้ามาในพื้นที่คาดว่าจะทับซ้ากับพื้นที่ของพายุแกมี นั่นคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคใต้ตอนบน ท่านประธานคงทราบว่ากระแสข่าวดังกล่าวได้สร้างความกังวลต่อ สถานการณ์ว่ารัฐบาลนั้นมีมาตรการจะรับมืออย่างไร ในขณะที่ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา สถานการณ์น้าท่วมตั้งแต่ลุ่มน้าภาคเหนือ แม่น้าปิง แม่น้าวัง แม่น้ายม แม่น้าน่าน มายัง ลุ่มน้าเจ้าพระยาในภาคกลาง ลุ่มน้าแม่กลอง ลุ่มน้าบางปะกง และไปถึงลุ่มน้าตะวันออก เช่น ลุ่มน้าประแสร์ หลายสิบจังหวัดได้รับผลกระทบจากภาวะน้าท่วมดูประหนึ่งว่ามาตรการ ต่าง ๆ และงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เป็นงบฟื้นฟูและงบอีกกว่าแสนล้านบาท ที่เป็นงบปกติและงบฉุกเฉินนั้นมลายหายไปไหน แทบจะไม่มีส่วนต่อการป้องกันตามแนวทาง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ๒ พี ๒ อาร์ (2P2R) ผมเรียกว่าเป็นงบพีอาร์ (PR) เสียมากกว่า เป็นแนวทางพีอาร์มากกว่าเพราะว่าแทบจะไม่เห็นมาตรการและแนวทางการป้องกัน ที่เห็นผล วันนี้น้าท่วมมาถึงจังหวัดปริมณฑลและกรุงเทพมหานครบางส่วน โดยเฉพาะ ในซีกตะวันออก จึงมีค้าถามในเบื้องต้นว่าทางรัฐบาลมีแนวทางมาตรการอย่างไรที่จะรับมือ โดยเฉพาะบิ๊ก สตอร์ม ๒ ลูกที่จะเข้ามาในขณะนี้

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี

ขอประทานกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีครับ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ผมท้าตัวไม่ถูกต้องนะครับ ผมต้องขออนุญาตท่านก่อนนะครับว่าจะให้ ผมพูดหรือเปล่า เพราะว่าผมแต่งตัวไม่ถูกต้อง ถ้าไม่ให้ผมพูดผมก็จะกลับบ้าน ออกจากบ้าน มาตีสี่ไปตรวจน้า

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อนุญาตครับ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี 🔗

แล้วก็ไปที่ที่ประชุม แล้วก็เพิ่งท้าแผนปฏิบัติการเสร็จเมื่อกี้นี้เอง ยังอุ่น ๆ อยู่นะครับ ก็ก้าลังจะเวียนไปให้ทุกหน่วยได้ถือปฏิบัตินะครับ ผมอยากกราบเรียนอย่างนี้ ว่าจริง ๆ แล้วต้นเดือนตุลาคมน้อยปีนักที่จะมีพายุเข้านะครับ ต้นเดือนพฤศจิกายนยิ่งโอกาส น้อยมาก แต่ต้นเดือนพฤศจิกายนเคยเกิดความเสียหายครั้งใหญ่คือไต้ฝุ่นเกย์ เวลาในเดือนตุลาคมหรือเดือนพฤศจิกายนถ้าเกิดพายุก็จะเกิดพายุในทะเลจีนตอนใต้แทนที่จะ ไปเกิดที่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก การที่เกิดที่ทะเลจีนตอนใต้ใกล้ประเทศไทยมากนะครับ ใกล้ประเทศไทยข้อดีก็มีครับก็คือพายุยังไม่แรง แต่ข้อเสียก็คือว่ามันจะเข้าประเทศไทย โดยเฉพาะเวลาเกิดขึ้นที่ต้นเดือนตุลาคมหรือเดือนพฤศจิกายนลมเหนือจะแรงแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นพายุพวกนี้ก็จะไม่วกขึ้นประเทศไต้หวัน ประเทศญี่ปุ่น ก็จะเข้าประเทศไทย อย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้นะครับ เราโชคดีที่ดีเปรสชันลูกนี้ซึ่งขณะนี้ยังไม่เชิงเป็นทรอปิคอล สตอร์ม (Tropical Storm) มันถูกฉุดโดยลูกใหม่ ถ้าไม่อย่างนั้นพายุลูกนี้อาจจะแรงกว่านี้ แล้วก็อาจจะเข้าประเทศไทยแล้ว แต่ก็เป็นอันว่าเข้าแน่นะครับวันพรุ่งนี้กลางคืน เราก็หวังว่า มันจะเป็นดีเปรสชัน ไม่ใช่เป็นทรอปิคอล สตอร์ม เมื่อสักครู่นี้กระผมขออนุญาตอ่าน เพราะว่าเมื่อกี้ก็เป็นการประชุมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมทั้ง กทม. ด้วย เราก็มีความเห็นร่วมกันดังนี้นะครับ ส้าหรับภาคตะวันออกแน่นอนนะครับน้าจะมากขึ้น ที่แม่น้าบางปะกง แม่น้านครนายก แม่น้าปราจีนบุรี อยากเรียนว่าพื้นที่นี้แต่เดิมฝนตกมาก ลมตะวันตกเฉียงใต้เอาความชื้นจากทะเลอันดามันมามากท้าให้ฝนตกมากตั้งแต่ จังหวัดระนองลงไป มากกว่าปกติประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ โอเค (OK) นะครับ ลมนี้เมื่อผ่าน เทือกเขาตะนาวศรีวกกลับลงมาผ่านอ่าวไทยก็จะเอาความชื้นในอ่าวไทยไปท้าให้ตกในอ่าวไทย ฝั่งตะวันออก คือตั้งแต่จังหวัดชลบุรีไปถึงจังหวัดสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี เพราะฉะนั้น ฝนจึงตกมากกว่าปกติประมาณสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเกิดน้าท่วมเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มันเริ่มที่ลุ่มน้านครนายกก่อนนะครับ แม่น้านครนายกก็เป็นต้นน้าของแม่น้าบางปะกง น้าพวกนี้มาก่อน พอไปตกที่จังหวัดสระแก้ว ในลุ่มน้าสระแก้วครึ่งหนึ่งจะไปลงเขมร อีกครึ่งหนึ่งมาลงที่แม่น้าบางปะกง แต่มาลงเมื่อแม่น้าบางปะกงเต็มไปด้วยน้า จากแม่น้านครนายกแล้ว เพราะฉะนั้นจึงท่วมที่อ้าเภอศรีมหาโพธิ์เพราะเป็นที่ลุ่ม คือพูดง่าย ๆ แทรฟฟิก (Traffic) ๒ อันนี้มันถูกใช้ไปแล้วนะครับ ทีนี้เวลานี้น้าลดแล้วนะครับ แต่มะรืนนี้ ก็คงจะท่วมเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม ทางแก้มีทางเดียวครับก็คือว่าต้องใช้แม่น้าบางปะกง ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ให้ใครไปใช้แม่น้าบางปะกงนอกจากน้าที่มาจากภาคตะวันออก เท่านั้น เพราะฉะนั้นจึงปิดประตูน้าทุกประตูน้าที่ไปจากแม่น้าเจ้าพระยา ที่ไปจาก ภาคตะวันออกของกรุงเทพฯ ไม่ให้ลงแม่น้าบางปะกง ให้แม่น้าบางปะกงรับเฉพาะน้าจาก ภาคตะวันออกทั้งน้าเก่าวันนี้กับน้าใหม่ที่จะมา แต่แม่น้าบางปะกงมีปัญหานิดหนึ่งครับ ตรงที่ว่าเวลาน้าทะเลขึ้นจะขึ้นสูง เพราะฉะนั้นการระบายน้าในช่วงน้าทะเลขึ้นจะยากนะครับ แล้วก็ไม่สามารถจะใช้เครื่องดันน้าดันได้เพราะว่าสู้น้าทะเลไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็แปลว่าพื้นที่นี้ ต้องเตือนราษฎร มีการอพยพบ้างในพื้นที่เดิมซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่าท่วมเท่าไร คราวนี้จะท่วม มากกว่าเดิมนะครับ

ข้อต่อไปนะครับ อ่างเก็บน้าในภาคตะวันออกซึ่งแต่ไหนแต่ไรไม่เคย มีการพร่องน้านะครับ คราวนี้จะมีการพร่องน้าที่เขื่อนสียัด แต่การพร่องน้านี้ก็มีปัญหาคือว่า ท้ายน้านี่มันมีน้าเยอะแล้วอย่างที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่นี้นะครับ ถ้าพร่องน้าไม่ระวัง จะเหมือนปีที่แล้วก็คือพร่องน้าจากเขื่อนใหญ่ ๒ เขื่อนมาในขณะที่ท้ายน้ามันแทบจะท่วมแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงได้เตือนว่าต้องพร่องด้วยความระมัดระวัง เพราะฉะนั้นเขาจะพร่องที่ ๘,๐๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แล้วถ้าเกิดฉุกละหุกก็ให้ปิดนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จะต้องไม่เสี่ยงให้เขื่อนแตก ทีนี้กรุงเทพมหานครคาดว่าฝนจะตกหนักวันที่ ๕-๙ ตุลาคมนะครับ ก็มีสิ่งที่ตกลงกันไปแล้วคือว่าแถว ๆ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังก็ให้มีการเร่งระบายน้า ที่คลองบึงบัวเสริมคันดินให้แข็งขึ้น ที่ส้าคัญก็คือว่าจะมีการสูบน้าและผลักน้าในล้าน้าที่ส้าคัญ ได้แก่ คลองประเวศบุรีรมย์ คลองชะโด คลองหัวจระเข้ คลองด่าน คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต คลองแสนแสบ คลองนครเนื่องเขต คลองรังสิต คลองสิบสาม คลองหกวาสายล่าง โดยทั้งหมด ส้านักการระบายน้า กทม. จะเป็นผู้ด้าเนินการโดยการสนับสนุนของกรมชลประทาน โดยทาง กบอ. ก็จะเข้าไปช่วยประสานให้อย่างเต็มที่ ส้าหรับการท่วมขังบนพื้นถนนใน กทม. ก็ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่จราจรได้สแตนด์บาย (Standby) แล้วก็พยายามท้าให้มันดีที่สุด เท่าที่จะท้าได้ และได้ส่งเรือผลักดันน้าเข้ามาช่วยแล้ว ในขณะเดียวกันก็ให้เตรียมพื้นที่พักพิง ส้าหรับประชาชนเหมือนกัน ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข รับไปด้าเนินการแล้ว พร้อมกันนี้ก็ได้จัดเตรียมถุงทรายและอุปกรณ์จัดท้าแนวกันน้าชั่วคราวแล้วก็เครื่องจักรไว้ด้วย แล้วก็ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการ ๒๔ ชั่วโมง แต่ทีนี้ขออนุญาตข้ามไปที่ฝั่งตะวันตก ฝั่งตะวันตก เราก็ไม่ได้คิดว่ามันจะท่วม แต่อย่างที่ผมกราบเรียนว่าเนื่องจากลมมันแรง พอลงจาก เทือกเขาตะนาวศรีความที่มันแรงมากก็เลยไปอาละวาดที่ซึ่งปกติแล้วน่าจะข้ามศีรษะไป เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็พบว่าแถวจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดนครปฐม รวมถึงจังหวัดสมุทรสาคร ระดับน้าเกือบล้นตลิ่งแล้ว บริเวณนี้ระบายน้าค่อนข้างยากนิดหนึ่งเพราะเป็นกระทะ หนทางเดียวก็คือต้องใช้เครื่องผลักดันน้าซึ่งกองทัพเรือได้ส่งเรือไปแล้ว ๓๐ กว่าล้า แล้วก็พยายามระบายน้าจากแม่น้าท่าจีนลงสู่อ่าวไทย ซึ่งคราวนี้อาจจะท้าได้ดีกว่าคราวที่แล้ว เพราะว่าได้มีการลอกสันดอนที่ปากแม่น้าท่าจีน ซึ่งโดยปกติไม่เคยท้าเลยนะครับ ผมขอเอาเท่านี้ก่อนแล้วกันนะครับ ผมขออ่านเหมือนกันเพราะยังไม่ได้อ่านครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอลงกรณ์ค้าถามที่ ๒ ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ทราบท่านประธาน กบอ. ไปหลับอยู่ที่ไหนนะครับ วิกฤติบิ๊ก สตอร์มจะเข้ามาวันพรุ่งนี้อยู่แล้วท่านยังมานั่งอ่านรายงาน ให้ผมฟัง อาจเป็นความผิดของผมที่ถามไม่ตรงค้าตอบ ท่านประธานครับ ค้าตอบของท่านนี่ มันไม่ได้สร้างความมั่นใจ ผมเป็น ส.ส. ก็ตั้งใจอย่างยิ่งที่จะให้ความร่วมมือท้างานร่วมกัน และประการส้าคัญก็คือว่ามาเป็นปากเสียงให้พี่น้องประชาชนในภาวะที่กรุงเทพมหานคร คนภาคกลาง คนภาคตะวันออก คนภาคอีสาน คนภาคเหนือ และคนภาคใต้นั้นก้าลังเผชิญ กับความหวาดกลัวครั้งร้ายแรงที่สุดหลังจากปีที่แล้ว เพราะว่าบิ๊ก สตอร์ม ๒ ลูกที่จะ เข้ามานั้นมันไม่ต่างจากปี ๒๕๕๔ ที่ ๒ ลูกเข้ามา เพียงแต่ว่าปี ๒๕๕๔ นั้นมันเข้ามา ต่างเดือนกันทยอยเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นพายุไหหม่า ไม่ว่าจะเป็นพายุนกเตน และอีก ๓ ลูก ที่เข้ามาในภายหลัง แต่คราวนี้บิ๊ก สตอร์ม ๒ ลูกนั้นเข้ามาภายในระยะเวลาห่างกันเพียง ๑๕ วันเท่านั้นและเข้ามาในช่วงที่น้าทะเลหนุน ผมเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี และรัฐบาลว่าค้าตอบของท่านสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พร้อมและประมาท ท่านบอกปกติ เดือนตุลาคมไม่ค่อยจะมี ไม่ใช่เลยครับ มรสุมจะเข้ามาเดือนตุลาคมประมาทไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นนั่นคือการสะท้อนให้เห็นถึงความประมาทของรัฐบาล และไม่น่าแปลกใจหรอก ว่าท้าไมท่านเพิ่งท้าแผนเสร็จ แต่ที่ท้าแผนเสร็จนั้นผมอยากจะเรียนท่านประธาน และเป็นการถามไปถึงท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลด้วยว่าเมื่อวานนี้กรมชลประทาน เผอิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มานะครับ เพิ่งท้าหนังสือถึง กบอ. ถึงนายปลอดประสพ สุรัสวดี ในฐานะประธาน ซึ่งไม่ทราบว่าท่านได้รับหนังสือหรือยัง มีหนังสือถึง กบอ. เพื่อให้ กบอ. สั่งการให้ผู้เกี่ยวข้อง อาทิผู้ว่าราชการจังหวัดไปประสานกับประชาชนในพื้นที่เพื่อให้ กรมชลประทานสามารถเดินเครื่องสูบน้าได้เต็มที่ โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ในหนังสือดังกล่าวยังระบุชัดเจนนะครับว่าที่ท่านกล่าวอ้างมาโดยตลอดนั้นไม่เป็นความจริงเลย ว่าได้พยายามที่จะดันน้า ระบายน้า ไม่ว่าในฝั่งตะวันออกหรือลงอ่าวไทยทางตอนใต้ ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ เพราะว่ากรมชลประทานได้ระบุในหนังสือถึงท่านว่าอย่างน้อย นี่แค่ตัวอย่างนะครับ ใน ๓ สถานีสูบน้า ไม่ว่าคลองหกวาสายล่าง คลองประเวศบุรีรมย์ หรือว่าสถานีสูบน้าคลองแสนแสบ-หนองจอก ๖๗ เครื่องสูบน้า เปิดเพียง ๑๗ เครื่องครับ ผมถึงถามว่าท่านไปหลับอยู่ที่ไหน มีแต่แผนก็ท้าช้า และขณะเดียวกันไม่ลงไปดูว่าการด้าเนินการ หน่วยปฏิบัตินั้น โดยเฉพาะกรมชลประทานมีปัญหาอะไร กรุงเทพมหานครไม่ต้องห่วงครับ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลุยลอกท่อ ดูแลทุกเช้า นี่ก็เพิ่งสั่งเปิดประตูคลองสอง เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนอุทกภัยของพี่น้องจังหวัดปทุมธานี โดยเฉพาะ ที่อ้าเภอล้าลูกกา ที่ต้าบลรังสิต ต้าบลคูคต ท้ากันเต็มที่ แล้วเดี๋ยวมีค้าถามที่ ๓ นะครับ จะให้ท่านไปตามจับคนที่เอากระสอบไปอุดท่อระบายน้า

เพราะฉะนั้นค้าถามที่ ๒ ก็คือว่าหนังสือดังกล่าวท้าไมถึงเพิ่งมา ท่านท้างานกัน อย่างไร วิกฤติมาแล้วนี่หนังสือเพิ่งมา แล้วบอกปัญหาชัดเจนว่าปัญหามวลชนปีที่แล้ว ก็เกิดขึ้น แล้วรู้อยู่ ๑ ปีท่านไปท้าอะไร ๒. ก็คือว่าเครื่องสูบน้าที่ระบายน้าออก ทิศตะวันออกก็ดี ไปแม่น้าบางปะกงก็ดี อย่างที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ หรือว่าจะลงไปโครงการ ส่งน้าคลองด่านซึ่งมี ๑๘ ประตูน้า และสถานีสูบน้าด้าเนินการไปถึงไหน อย่างไร ชี้แจงหน่อยครับ

(การประชุมด้าเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อด้าเนินการประชุมต่อไป)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ค้าถามแรก ถามว่าไปนอนที่ไหนมา ยังไม่ได้นอนเลยครับ ถ้าผมไปนอนไม่ได้มาพูดหรอกครับเช้านี้

ข้อ ๒ ไม่พร้อม ปีนี้พร้อมกว่าปีที่แล้วตั้งเยอะ ถ้าไม่พร้อมจะเดือดร้อนกว่านี้ เราพร้อมจริง ๆ ไม่เชื่อฝนลองตกมาสิ พร้อมครับ พร้อมแน่นอน แล้วก็ทุกหน่วยพร้อม และพร้อมกว่าปีที่แล้ว

ข้อ ๓ ท่านบอกว่าประมาท ไม่รู้จะตอบอย่างไร ก็ต้องตอบแบบค้าถาม ก็คือว่าไม่ประมาทหรอกครับ ทีนี้ที่ส้าคัญก็คืออย่างนี้ครับ ถามว่าท้าไมแผนเพิ่งเสร็จ ผมกระหืดกระหอบมาคืออย่างนี้ครับ เรามีแผนเป็นปกติอยู่แต่ส้าหรับครั้งนี้เราถือว่า เป็นเรื่องพิเศษ เป็นแผนซึ่งประกอบไปด้วย ๓ เรื่อง เรื่องการเตรียมการซึ่งมีเวลาวันเดียว เรื่องที่ ๒ คือเรื่องการเผชิญเหตุ เรื่องที่ ๓ คือเรื่องของรีคอฟเวอรี (Recovery) คือ เมื่อไรก็ตามเกิดวิกฤติขึ้นมาในระดับนี้ ความรับผิดชอบจะถูกเปลี่ยนจาก กบอ. ไปสู่กระทรวงมหาดไทยโดย พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะเริ่มเข้ามา ผมจะเปลี่ยนหน้าที่ไปเป็นรอง แล้วก็ท้าหน้าที่ฝ่ายเลขาธิการด้วย เมื่อกี้มีการประชุมที่ กบอ. ทีนี้ถามว่าท้าไมต้องประชุม อีกครั้งหนึ่ง คือครั้งนี้เป็นเรื่องของการเรียกว่าการสนธิก้าลังเพื่อเผชิญเหตุกับสิ่งที่เรา คาดว่าจะเกิดแล้วก็อาจจะเกิดความเสียหายใหญ่ได้ ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ซึ่งผมเรียนไปแล้ว ว่าเรามีความพร้อม ทีนี้หนังสือของกรมชลประทานฉบับนี้นะครับคือเรื่องเป็นอย่างนี้ ปกติไม่ต้องมีหนังสือเพราะว่าเรามีคณะอนุกรรมการชุดหนึ่งที่ดอกเตอร์รอยลเป็นประธาน ซึ่งเขาประชุมกันทุกวัน แต่ว่าคราวนี้มันมีเรื่องต้องตัดสินใจในเชิงหลักการ หลักการที่ว่าก็คือ เราจะไม่ใช้แม่น้าบางปะกงฝ่ายหนึ่ง ก็ต้องขออนุญาตท่านรัฐมนตรี ทางกรมชลประทาน ส่วนหนึ่งมีความคิดอยากจะใช้แม่น้าบางปะกงด้วย นักวิชาการอีกส่วนหนึ่งบอกว่าอย่าไปใช้เลย แม่น้าบางปะกงขณะนี้ก็เต็มที่อยู่แล้ว แล้วก็คาดว่าจะมีฝนอยู่ด้วย นักวิชาการส่วนหลัง บอกว่าควรจะใช้แม่น้าเจ้าพระยาให้เต็มที่ที่สุดเพราะว่าแม่น้าเจ้าพระยานั้นยังมีสเปซ (Space) ที่รับได้เยอะ ทีนี้เมื่อ ๒ ฝ่ายตกลงกันไม่ได้ก็ต้องมาที่ประธาน ผมก็ตัดสินใจว่าให้ใช้ แม่น้าเจ้าพระยาเป็นหลัก เพราะเห็นว่ามันพร่องอยู่มาก แม่น้าบางปะกงอย่าเพิ่งใช้เลย

ข้อ ๔ ที่เป็นหลักใหญ่ก็คือว่านักวิชาการส่วนหนึ่งอยากจะโปรยน้าลงมา ผ่าน กทม. ด้วย อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่ามันอันตรายจริง ๆ อันตรายทั้งในแง่อาจจะถูกเข้าไป พัวพันถ้ามันเกิดน้าท่วมขึ้นมาเรื่องก็ต้องมาที่ผม ผลสุดท้ายวันนี้ก็ไม่ถึงกับคอมโพรไมส์ (Compromise) ก็เอาเป็นว่าเข้ามาใน กทม. เท่าที่ กทม. รับได้ ยอมรับและควบคุมได้ เมื่อกี้ ผมอ่านชื่อคลองใน กทม. ให้ท่านฟังไปเยอะแยะ ซึ่งอันนี้มันเป็นหลักคิดใหญ่จึงต้องมีหนังสือ เข้ามา

ข้อ ๕ ก็คือว่าคราวนี้มันจะครอบคลุมหลายพื้นที่ ไม่ใช่แค่จังหวัดหนึ่งจังหวัดใด เพราะฉะนั้นอ้านาจการสั่งการต้องคลุมหลายพื้นที่กับอาจจะต้องมีการอพยพราษฎร ซึ่งเป็นอ้านาจที่เหนือ กบอ. เป็นอ้านาจที่ กบอ. ต้องคุยกับกระทรวงมหาดไทย ก็เลยต้องเป็นหนังสือฉบับเมื่อสักครู่นี้ขึ้นมา เมื่อได้หนังสือเมื่อสักครู่นี้ขึ้นมาเมื่อวานนี้ตอนเช้า ผมก็ขอให้คณะอนุกรรมการที่ดอกเตอร์รอยลเป็นประธานประชุมตอนบ่าย ซึ่งเสร็จตอนเย็น ผมก็เอาผลของการประชุมเมื่อวานนี้ตอนบ่ายมาเข้าที่ประชุมเมื่อเช้านี้ เมื่อตอนสัก ๑๐ โมง ๑๕ นาที เห็นว่าฝ่ายวิชาการเขาคิดอย่างไรกับข้อเสนอที่แตกต่างกัน ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปมาอันนี้

อีกข้อหนึ่ง ท่านพูดถึงพายุ ๒ ลูก มีลูกเดียว ลูกหลังนี้ตั้งชื่อไว้ว่าพระพิรุณ ใช่ไหมท่านรัฐมนตรีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีเวลามันล่วงเลยไปแล้วนะครับ กรุณากระชับนิดหนึ่ง

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

ก็ต้องขออภัยมันส้าคัญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือมันมีกระทู้ถามเรื่องที่ ๓ อยู่ก็เรื่องส้าคัญ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี

ก็เอาอย่างนี้แล้วกัน ลูกหลังยังไม่มาแต่ตั้งชื่อเอาไว้ ตอนนี้ที่เราเผชิญเหตุอยู่ มีลูกเดียว แล้วก็อยู่ในสถานะยังไม่เชิงเป็นทรอปิคอล สตอร์ม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญค้าถามสุดท้ายครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ผม อลงกรณ์ พลบุตร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ฟังแล้ววังเวงจริง ๆ ครับ คือท่านประธาน กบอ. ท่านรัฐมนตรีตอบผมมันสะท้อนเลยว่ายังไม่พร้อมจริง ๆ ยังเถียงกันอยู่ว่าจะลงทางด้านไหน จะไปแม่น้าบางปะกง จะไปแม่น้าเจ้าพระยา หรือจะไปแม่น้าท่าจีน วันนี้ที่ท่านพูดมามันท่วม หมดแล้วครับ นี่ยังเถียงกันไม่ตกฟาก ผมก็ไม่แปลกใจที่ท่านบอกว่าท่านไม่ได้นอน แต่ผมแนะน้าว่าท่านไปนอนเดี๋ยวจะเบลอร์ (Blur) และที่ส้าคัญคือผมพูดถึงบิ๊ก สตอร์ม ๒ ลูก พายุแกมีที่จะเข้ามานี่ท่านก็เพิ่งท้าหนังสือกันเมื่อวานนี้เอง แล้ววันนี้ก็ประชุม ประชุมแล้ว ยังเถียงกัน แล้วไม่บอกว่าวังเวงได้อย่างไร จะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้อย่างไร นี่ผมเพียงแค่เป็นคนน้าสารมาซักถามเพื่อให้ประชาชนได้เกิดความอุ่นใจ

ประการที่ ๒ ก็คือท่านท้างานกันอย่างไร นั่งห่างกันผมว่าท่านขยับเก้าอี้มานั่ง ติดกันดีไหมครับท่านรัฐมนตรีธีระ เพราะท่านก้ากับกรมชลประทาน และที่ส้าคัญคือ ท่านประธาน กบอ. ยังไม่ทราบเลยว่าจะมีพายุพระพิรุณเข้ามาอีกลูกหนึ่งวันที่ ๒๐ คนที่ แถลงข่าวนี้คือรัฐมนตรีธีระครับ แถลงเมื่อวานนี้เองครับ แต่เอาเถอะผมก็เชื่อว่าอย่างไรเสีย ประชาชนคงจะต้องช่วยกัน พวกเราทุกคน ทุกฝ่าย หน่วยราชการ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ทั้งอุโมงค์ยักษ์เปิดเต็มที่ ประตูระบายน้า สถานีสูบน้า เครื่องดันน้า ไม่ใช่เครื่องด้าน้านะครับ เต็มที่ครับ ส.ส. ส.ก. ส.ข. สาขาพรรคประชาธิปัตย์เต็มที่ เป็นนโยบายของท่านหัวหน้าพรรค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ค้าถามสุดท้าย อันนี้เป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง แล้วผมไม่ต้องการให้เกิดปัญหา อย่างนี้ ประชาชนฟังแล้วก็ท้อใจ นั่นก็คืออยากให้ท่านไปแก้ไขปัญหาและตามจับผู้กระท้า ความผิด เรื่องนี้เคยเป็นข่าวแล้วก็มีการตรวจสอบ สอบสวนข้อเท็จจริงว่ามันเป็นไปได้ อย่างไรที่มีกระสอบทรายสภาพใหม่ไปอุดอยู่ในท่อระบายน้า ท้าให้ถนนสุวินทวงศ์ในซีกตะวันออกน้าท่วม และติดกับคลองเจ๊ก พื้นที่ดังกล่าวนั้น ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมัยเป็นนายกรัฐมนตรีและสมัยเป็นผู้น้าฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เคยไปตรวจสอบไปดูกัน อะไรเกิดขึ้นครับ มีการไปพบโดยหมวดการทางของกรมทางหลวง เป็นหมวดการทางมีนบุรีของกรมทางหลวง ย้าอีกครั้งของกรมทางหลวง แล้วก็หลังเป็นข่าว ได้ไปตรวจสอบ แล้วก็ชี้แจงข้อเท็จจริงมาว่าเมื่อปีที่ผ่านมามีปัญหาน้าท่วมขังในถนนสุวินทวงศ์ ช่วงจากสี่แยกมีนบุรีไปจนถึงคลองโตนด โดยเฉพาะบริเวณหน้าห้างเทสโก้ โลตัส สาขาสุวินทวงศ์ จึงได้มีการน้ากระสอบทรายมาบล็อก (Block) ในท่อระบายน้าที่บริเวณบ่อพักท่อระบายน้า ใกล้กับคลองเจ๊ก พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้าลงคลองเจ๊ก เมื่อสภาวะน้าท่วมขังกลับคืนสู่ภาวะปกติ หมวดการทางมีนบุรีได้ด้าเนินการน้ากระสอบทรายทั้งหมดออกจากบ่อพักท่อระบายน้าแล้ว แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่ามีปัญหาน้าท่วมขังบนถนนสุวินทวงศ์ หน้าห้างเทสโก้ โลตัส สาขาสุวินทวงศ์อีก หมวดการทางมีนบุรีได้น้าเจ้าหน้าที่ของหมวดการทางมีนบุรี เข้าด้าเนินการตรวจสอบพบว่ามีกระสอบทรายจ้านวน ๑๐๐ กว่าถุงอยู่ในบ่อพักท่อระบายน้า เชื่อมต่อกับคลองเจ๊ก ท้าให้เกิดปัญหาน้าท่วมขัง โดยเป็นกระสอบทรายสภาพใหม่ ซึ่งหมวดการทางมีนบุรีได้ท้าการรายงานพร้อมภาพถ่ายแจ้งแขวงการทางกรุงเทพมหานคร กรมทางหลวง และหน่วยงานบังคับบัญชาทราบแล้ว ผมไม่อยากคิดว่ามีการกลั่นแกล้งวางยา หรืออย่างไร แต่ประเด็นเหล่านี้ได้ถูกเล่นเป็นประเด็นการเมือง ประชาชนเศร้าใจ กับเรื่องเหล่านี้ครับ ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ในฐานะท่านเป็นประธาน กบอ. ไม่ว่าจะเป็นคลองตัน ท่อตัน และอยากจะให้ทาง ผบช.น. ไปตามจับคนที่เอากระสอบทรายมาอุดท่อ แล้วก็ไปกล่าวหากล่าวโทษ กทม. ไม่ต้องไปลอกท่อเองหรอกไม่ใช่หน้าที่ ทุกคนช่วยกันได้ แต่ว่าหน้าที่ควรท้าต้องท้า และพวกเราทุกคนไม่ว่าทุกหน่วยเราก็ต้องช่วยกัน หรือก้าลัง เจ้าหน้าที่จากส่วนราชการต่าง ๆ ทั้งท้องถิ่น ท้องที่ เรามาช่วยกันในการที่จะดูแลแก้ไข ปัญหานี้ให้ดีที่สุด แต่ฝากท่านประธาน กบอ. ท่านรัฐมนตรีในฐานะรับผิดชอบ ในนามรัฐบาลนั้น

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญถามครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ขอความกรุณาไปติดตามหา คนกระท้าผิดสอบสวนเรื่องนี้ครับ ถ้ากรุงเทพมหานครท่วมบางครั้งมันอาจจะไม่ท่วม เพราะธรรมชาติหรอกครับ หรือมันไม่ได้ท่วมเพราะความบกพร่องไร้ประสิทธิภาพ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอลงกรณ์ขอความกรุณา

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

จบแล้วครับ และความไร้ซึ่ง ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการ แต่เพราะการกลั่นแกล้งกัน ซึ่งอย่างนี้ผมเชื่อว่าคนไทย ทั้งประเทศให้อภัยไม่ได้ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ไม่ถามนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตชี้แจงนิดเดียวสั้น ๆ เรื่องพายุ ที่ก่อขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเมื่อวานผมพูดว่าขณะนี้มีพายุอยู่ ๒ ลูก ลูกแรกคือพายุมาลิกซี อีกลูกหนึ่งก็คือพายุแกมี ซึ่ง ๒ ตัวนี้ อีกตัวหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ อีกตัวหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อพายุ ๒ ตัวนี้แยกออกจากกัน จะท้าให้พายุแกมีมันจะเคลื่อนขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนาม ในขณะเดียวกันในมหาสมุทรแปซิฟิก มันมีหย่อมความกดอากาศต่้าเกิดขึ้น ซึ่งผมบอกว่าตามข้อมูลมีแนวโน้มว่าจะเกิดเป็นพายุ อีกลูกหนึ่ง ถ้าเกิดเป็นพายุก็จะชื่อว่าพระพิรุณ เพราะว่าการตั้งชื่อพายุนี่เขาตั้งชื่อไว้ล่วงหน้า หมดแล้วมีกี่ลูก ๆ ตอนนี้พายุแกมี เที่ยวหน้าก็เป็นพายุพระพิรุณ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๓

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๐ ส. เรื่อง การสร้างเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ (นายประสาท ตันประเสริฐ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายประสาท ตันประเสริฐ นครสวรรค์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ กระผมขอขอบคุณ ท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามสดของกระผม กระผมได้ยื่นกระทู้ถามสดถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามมาตรา ๑๕๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ท่านประธานครับ ความทุกข์ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เมื่อสักครู่นี้เองก็เป็นเรื่องของอุทกภัย สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ในส่วนของกระผมเอง สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ อนุมัติในหลักการโครงการ ก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ด้วยงบประมาณ ๑๓,๒๘๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เมื่อผมออกพื้นที่ผมจะต้องตอบค้าถามนี้อยู่ตลอดเวลาไม่ได้หยุด เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ที่ผ่านมาปรากฏว่าในผืนป่าตะวันตกด้านอ้าเภอแม่วงก์เกิดฝนตกหนัก นี่ยังไม่มีพายุเข้า ปรากฏว่าน้าท่วมอ้าเภอแม่วงก์ อ้าเภอลาดยาว มันเป็นอย่างนั้นครับ ทั้ง ๆ ที่มันไม่ควรจะท่วม ถ้าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ เมื่อปี ๒๕๒๕ ได้ถูกด้าเนินการก็คือ โครงการเขื่อนแม่วงก์ ผมว่าเมื่อต้นเดือนก็ไม่ท่วม ความเสียหายเพียงแค่ประมาณ ๓ วัน พื้นที่เกษตรกรของพี่น้องประชาชนเสียหายถึง ๑๑๑,๕๒๖ ไร่ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน กว่า ๕,๐๐๐ ครัวเรือน เสียชีวิต ๑ คน ท่านประธานครับ หลายสิ่งหลายอย่างถนน ๑๔๕ สาย ในชนบท ถนนนี้ส่วนใหญ่เป็นถนนลูกรัง เพราะฉะนั้นเมื่อถูกกระแสน้าพัดก็เสียหายมาก เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงเรียนต่อท่านประธานในกระทู้ถามสด ถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในค้าถามที่ ๑ เนื่องจากรัฐบาลได้ท้าตาม รัฐธรรมนูญของเราเรื่องการก่อสร้างมีผลกระทบต่อสิ่งใดบ้าง บัดนี้รายงานผลกระทบ อีเอชไอเอ (EHIA) ของบริษัท ครีเอทีฟ เทคโนโลยี จ้ากัด ได้เสร็จสิ้นไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา กระผมขอเรียนถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าโดยสรุปรายงานของบริษัท ครีเอทีฟ เทคโนโลยี จ้ากัด เป็นอย่างไรบ้าง เป็นค้าถามแรก ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดนครสวรรค์ที่ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดจาสอบถามความคืบหน้า ในสภาอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ท่านเคยได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้มาครั้งหนึ่งแล้วนะครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเรื่องน้านั้น ทั้งน้าแล้ง น้าท่วม รัฐบาล ได้ให้ความส้าคัญถึงจะเห็นว่าในเรื่องของผลการศึกษาอีเอชไอเอของโครงการเขื่อนแม่วงก์นั้น ซึ่งได้ด้าเนินการเสร็จสิ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมานี้ ซึ่งขณะนี้เอกสารดังกล่าวทั้งหมดได้ส่งไปยัง สผ. เรียบร้อยแล้ว เพื่อที่จะน้าไปสู่การพิจารณา ของคณะกรรมการต่อไป ผมขออนุญาตสรุปสั้น ๆ นะครับ เนื่องจากว่าสาระส้าคัญ ของการศึกษามีเป็นจ้านวนมากและค่อนข้างจะมาก ฉะนั้นผลการศึกษาในครั้งนี้ ผมก็จะแยกออกเป็น ๔ เรื่อง เรื่องแรก ก็คือเรื่องการศึกษาทบทวนทางเลือกของโครงการ เรื่องที่ ๒ ก็คือการศึกษาผลกระทบ ผลกระทบทั้งสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) ผลกระทบ ต่อสุขภาพหรือเอชไอเอ (HIA) และผลการศึกษาผลกระทบต่อสังคมคือเอสไอเอ (SIA) แล้วก็เมื่อมีผลกระทบแล้วก็จะมีมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและ การติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม แล้วก็การศึกษาทางด้านเศรษฐศาสตร์ ในส่วนของการศึกษาทางเลือกของโครงการนั้น

ในการศึกษาทางเลือกของโครงการมีทั้งหมด ๕ แนวทางเลือกด้วยกัน คือตั้งแต่การจัดการน้าโดยใช้สิ่งก่อสร้างที่มีอยู่เดิม และการสร้างฝายตามล้าน้าเพื่อให้ราษฎร น้ามาใช้เอง ในเรื่องที่ ๓ ก็สร้างฝายตามล้าน้าและขุดสระในไร่นา ในเรื่องที่ ๔ ก็สร้างฝาย ตามล้าน้าและพัฒนาระบบน้าบาดาล ในเรื่องที่ ๕ ก็คือก่อสร้างอ่างเก็บน้าและพัฒนา ระบบชลประทาน ซึ่งผลการศึกษาก็ตอบว่าแนวทางเลือกที่ ๕ เป็นแนวทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ก็คือการก่อสร้างอ่างเก็บน้าและการพัฒนาระบบชลประทาน เมื่อได้แนวทางอย่างนี้แล้ว การศึกษาก็มาดูอีกว่าไซต์ (Site) ที่เหมาะสมในการสร้างเขื่อนนั้นก็มีอยู่ ๒ ไซต์ ก็คือ ที่เขาสบกกและเขาชนกัน ซึ่งผลการศึกษาก็พบว่าที่เขาสบกกนั้นมีความเหมาะสมมากที่สุด คือเขื่อนแม่วงก์ปัจจุบันซึ่งอยู่ตอนบน ส่วนผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้น การศึกษา ผลกระทบทางด้านป่าไม้จะสูญเสียป่าไม้ในอุทยานประมาณ ๑๒,๓๐๐ ไร่ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนแล้ว ประมาณร้อยละ ๒.๒ ของพื้นที่อุทยานทั้งหมด ด้านสัตว์ป่าก็มีกิจกรรมที่ก่อสร้าง อาจจะไปรบกวนกิจกรรมการด้ารงชีวิตของสัตว์ป่าบ้างในระหว่างก่อสร้าง ด้านการจัดการอุทยาน ก็จะมีหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่จะต้องย้ายออกไป ๑ แห่ง ส่วนด้านการเคลื่อนไหว ทางด้านธรณีวิทยานั้น แผ่นดินไหวไม่พบ ส่วนการชดเชยที่ดินนั้นก็จะมีที่ดินสูญเสีย เนื่องจากถูกน้าท่วมอยู่ที่ประมาณ ๑,๒๓๐ ไร่ตามที่ผมกราบเรียนไปเมื่อสักครู่ครับ ส่วนในเรื่องของสุขภาพนั้น สภาวะสุขภาพของประชาชนในพื้นที่โครงการไม่พบปัจจัย ที่มีผลคุกคามต่อสภาวะสุขภาพของชุมชนอย่างรุนแรง ประชาชนส่วนใหญ่มีสุขภาพดี ส่วนในเรื่องของด้านสังคมนั้น โครงการท้าให้สูญเสียพื้นที่เกษตรกรรมไปบางส่วน ซึ่งใช้เป็นแนวคลองส่งน้า แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ก็จะได้รับการเยียวยาชดเชยนะครับ

ส่วนในเรื่องของมาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งก่อสร้างแล้วก็การติดตาม ผลกระทบนั้น ก็คงมีแนวทางที่จะด้าเนินการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นให้ดีที่สุดหรือว่า ให้ได้รับผลกระทบที่น้อยที่สุด ซึ่งแบ่งออกเป็นแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขลดผลกระทบ ซึ่งจะมีแผนงานอยู่ทั้งหมด ๒๕ แผนงาน คงสรุปสั้น ๆ ว่าเป็นแผนปฏิบัติการก่อนก่อสร้าง ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๓ แผนงาน แผนปฏิบัติการในระหว่างก่อสร้างมีอยู่ ๑๖ แผนงาน ยกตัวอย่างเช่น แผนการเคลื่อนย้ายพันธุ์ไม้หรือการอนุรักษ์แผนผลักดันการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า ออกจากพื้นที่อ่างเก็บน้า แผนการปลูกป่าทดแทนและดูแลรักษา และแผนการสร้าง หน่วยพิทักษ์อุทยานเหล่านี้เป็นต้น ส่วนแผนปฏิบัติการระยะด้าเนินการซึ่งมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๖ แผนงานด้วยกัน เช่นในเรื่องของแผนการพัฒนาป้องกันการเสื่อมโทรมของดิน ส้าหรับแผนปฏิบัติการติดตามตรวจสอบผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมนั้นก็มีแผนงานที่วางไว้ ด้วยกันทั้งหมด ๑๗ แผนงาน ยกตัวอย่างเช่น แผนติดตามตรวจสอบการใช้ทรัพยากรป่าไม้และ สัตว์ป่า แผนติดตามตรวจสอบทางด้านเศรษฐกิจและสังคม แผนติดตามตรวจสอบทางด้าน กระทรวงสาธารณสุขและภาวะโภชนาการเหล่านี้เป็นต้น ถ้าโดยสรุปในภาพรวมแล้วจะเห็นว่า ในเรื่องของผลกระทบนั้นก็มีทั้งในเชิงบวกแล้วก็เชิงลบ โดยเชิงบวกหรือเราเห็นว่า เป็นที่ทราบว่าถ้าเราสร้างเขื่อนแม่วงก์แล้วก็จะมีปริมาณน้าเก็บกักได้ถึง ๒๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อน้าไปใช้ในการเกษตร อุปโภคบริโภค การประมง รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย แล้วก็เขื่อนแม่วงก์ก็จะมีพื้นที่ชลประทาน อยู่ที่ประมาณ ๒๙๑,๐๐๐ ไร่ ก็จะช่วยในฤดูแล้งได้อีก ๑๑๖,๐๐๐ ไร่ นอกจากนั้นแล้ว ยังมีพื้นที่และประโยชน์ท้ายอ่างอีกประมาณ ๑๐,๐๐๐ ไร่ นั่นก็เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการใช้ที่ดิน แล้วก็เป็นการยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกรซึ่งมีราษฎรอยู่จ้านวนทั้งหมด ประมาณ ๑๔,๐๐๐ ครัวเรือน แล้วก็นอกจากนั้นแล้วยังมีผลผลิตสัตว์น้าต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น เมื่อมีอ่างเก็บน้าก็สามารถแก้ไขปัญหากรณีเกิดไฟป่าเกิดขึ้นซึ่งพบว่าในปี ๒๕๔๒ มีไฟป่า เกิดขึ้นถึง ๑๐๘ ครั้ง

นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของเศรษฐกิจสังคม ประชาชนก็ได้รับประโยชน์ ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการที่เรามีอ่างเก็บน้า ด้านสาธารณสุข ด้านโภชนาการ ประชาชนในพื้นที่ชลประทานก็จะได้รับประโยชน์จากตรงนี้อีกด้วย ส่วนด้านลบซึ่งจะเห็นว่า ด้านลบนี้ผลการศึกษาผลที่ผมเรียนเมื่อสักครู่พื้นที่อุทยานประมาณ ๑๒,๓๐๐ ไร่ หรือประมาณร้อยละ ๒.๒ ของพื้นที่อุทยาน เรื่องกระทบต่อหน่วยพิทักษ์อุทยาน ๑ แห่ง แล้วก็มันมีแหล่งโบราณคดีอยู่เพียง ๖ จุดอยู่ในอ่าง ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวก็คือ มีแก่งลานนกยูง แก่งท่าตาแสง แก่งท่าตาไท นอกจากนั้นก็เรื่องที่ดินของราษฎร ที่ได้รับผลกระทบเมื่อสักครู่นะครับ

ส้าหรับในเรื่องของเศรษฐศาสตร์นั้นการก่อสร้างเขื่อนทั้งหมด รวมทั้ง การแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วยก็ใช้งบประมาณอยู่ที่ประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งผลศึกษาออกมาว่าค่าตอบแทนทางเศรษฐกิจอยู่ที่ประมาณร้อยละ ๑๒ นอกจากนั้น ถ้ามาดูในเรื่องของเอ็นพีวี (NPV) ก็เป็นบวกอยู่ที่ประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาทเศษ แล้วก็ บีซี เรโช (BC Ratio) ก็เกิน ๑ นี่คือทั้งหมดของผลการศึกษาครับ ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญค้าถามที่ ๒ ทางรัฐบาลใช้ไป ๘ นาทีแล้ว เชิญครับ

นายประสาท ตันประเสริฐ นครสวรรค์

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ คือท่วมกับแล้งมีอยู่ประจ้า ที่ผ่านมานี่ในทุกปีรัฐบาลของเรา ต้องเสียงบประมาณช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในภัยแล้งและอุทกภัยปีที่ผ่านมาในพื้นที่ อ้าเภอแม่วงก์ อ้าเภอลาดยาว ประมาณ ๘๐๐ ล้านบาท คราวที่ผ่านมายังไม่ได้ชดเชย เมื่อเดือนกันยายน แต่เดี๋ยววันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ก็อาจจะท่วมเป็นรอบที่ ๒ ปีนี้เพิ่งครั้งแรกเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเวลาที่มีปัญหาอุทกภัยคนที่เข้าไปช่วยครับ ท่านนายอ้าเภอ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด สภากาชาดไทย ส่วนคนที่ค้าน คณะบุคคลที่ค้าน ไม่เคยเห็นทั้งสิ้น วันนี้ในพื้นที่เข้าไปปลุกระดมกันไม่ให้สร้าง ไม่ให้ท้า แต่เวลามีปัญหาขึ้นมา ไม่เคยเห็น เห็นแต่คณะบุคคลดังกล่าวทั้งส่วนกลางนะครับที่เข้าไปช่วย วันนี้คณะบุคคลฟ้องครับ ฟ้องนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีธีระ ท่านอธิบดีกรมชลประทาน ฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ผมขออนุญาตเรียนเป็นค้าถามที่ ๒ ว่าการด้าเนินการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์จะสะดุดอะไรหรือไม่ ในขณะที่ศาลปกครองกลางรับเรื่องมีการด้าเนินการ ต่อไปหรือไม่หรือต้องหยุด แล้วถ้าด้าเนินการนี่ด้าเนินการไปถึงขั้นตอนไหน ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญรัฐมนตรีครับ เหลืออยู่ ๒ นาทีนะครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตกราบเรียนว่าขณะนี้การด้าเนินการ ของรัฐบาลตามที่รัฐบาลโดยมติคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการให้ด้าเนินการโครงการนี้นั้น แล้วก็ให้ด้าเนินการในเรื่องทางด้านเชิงวิศวกรรมควบคู่กันไป ซึ่งขณะนี้ในส่วนที่ด้าเนินการ ก็ก้าลังด้าเนินการต่อเนื่องอยู่ ส่วนกรณีในเรื่องของการฟ้องร้องนั้น ซึ่งขณะนี้ทางนายกรัฐมนตรีแล้วก็ผู้ที่ถูกฟ้องทั้งหลาย ก็ได้มอบหมายให้ทางอัยการเป็นผู้รับผิดชอบในการด้าเนินการอยู่และอยู่ในระหว่าง การเตรียมข้อมูลต่าง ๆ ของอัยการ โดยสรุปว่าเรื่องฟ้องก็พิจารณากันไป ส่วนเรื่อง การด้าเนินการในเชิงวิศวกรรมเราก็ด้าเนินการกันไป ส่วนเรื่องของอีเอชไอเอที่ผมได้ กราบเรียนไปเมื่อสักครู่ที่ศึกษาเราก็ส่งให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมพิจารณาต่อไปครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญค้าถามสุดท้ายครับ

นายประสาท ตันประเสริฐ นครสวรรค์

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม ประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนา จากกรณีความเสียหายของพี่น้องเกษตรกรที่เกิดขึ้นในทุกที่ทุกจังหวัดไม่เพียงอ้าเภอแม่วงก์ อ้าเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ พี่น้องเกษตรกรไร่นาของเขาเสียหายมาก เพราะฉะนั้น ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พันธุ์พืชต่าง ๆ ความช่วยเหลือ ความเสียหาย ผมขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กรุณาได้ให้ ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยความรวดเร็ว บางครั้งภัยแล้งกว่าจะได้รับนี่น้าท่วม น้าท่วมนี่กว่าจะได้รับแล้งอีกแล้วอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นในค้าถามที่ ๓ ผมขอเรียนถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่ประสบอุทกภัยแล้วก็ภัยแล้งขอให้ด้าเนินการด้วยความรวดเร็วในทุก ๆ ด้านจะได้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อค้าถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เมื่อสักครู่ ผมขอยืนยันครับ รัฐบาลภายใต้การน้าของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านให้นโยบายชัดเจน ในเรื่องของการดูแลพี่น้องประชาชนผู้ประสบปัญหาเนื่องจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ให้มีการเร่งรัดการช่วยเหลือโดยเร็ว ซึ่งทุกวันนี้ถ้าย้อนไปท่านลองไปเปรียบเทียบดูว่า อดีตที่ผ่านมาการเยียวยาพี่น้องประชาชนเรากระท้าได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งชัดเจน ในการด้าเนินการช่วยเหลือก็ท้าโดย ๒ แนวทาง แนวทางแรกก็คืออิงท้ายตามระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยการใช้เงินทดรองราชการซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัด มีอ้านาจใช้เงินทดรองราชการด้าเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ได้ทันทีในวงเงิน ที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติซึ่งผ่านทาง คจปอ. และ คจปจ. อีกส่วนหนึ่งนั้น เนื่องจากว่าพืชภัยทางเกษตรนั้นไม่สามารถที่จะส้ารวจเสร็จได้เร็ว แต่ในทางระเบียบนั้นการใช้ เงินทดรองราชการตรงนี้ก็ต้องจบภายใน ๓ เดือน เมื่อเกิน ๓ เดือนยังส้ารวจไม่เสร็จ ก็คงจ้าเป็นต้องใช้งบกลาง ตรงนี้เองเราก็อาจจะล่าช้ากว่าตรงแรกบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ให้หลักเกณฑ์ทางเจ้าหน้าที่ไปว่าหลังจากจบภัยแล้วต้องเร่งรัดการส้ารวจ แล้วก็ส่งรายละเอียดมาเพื่อช่วยเหลือต่อพี่น้องเกษตรกรต่อไป ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบกระทู้ถามสดนะครับ

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๓๐๖ เรื่อง นโยบายปรับปรุงอัตราค่าตอบแทน ต้าแหน่งประธานกรรมการอิสลามประจ้าจังหวัด อิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น (นายอรรถพร พลบุตร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เชิญท่านอรรถพร พลบุตร ครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมถามกระทู้ถามทั่วไปในนามของคณะ ส.ส. จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งประกอบไปด้วย ส.ส. อลงกรณ์ พลบุตร ส.ส. อภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส. กัมพล สุภาแพ่ง และการหารือร่วมกัน ของ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่มุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส.ส. ในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งเรามองเห็นปัญหาร่วมกันและตระหนักถึงความส้าคัญในประเด็นนี้ ขอบคุณท่านประธาน ที่บรรจุกระทู้ถามเรื่องนี้ในระเบียบวาระการประชุมของสภา และขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอยู่ในขณะนี้มาเป็นผู้ตอบนะครับ พวกเรามีบุคคลที่เราเคารพนับถือเป็นอิหม่าม เป็นคอเต็บ เป็นบิหลั่น หรือเป็นกรรมการ อิสลามประจ้าจังหวัดเป็นจ้านวนมาก ที่จังหวัดเพชรบุรีบ้านผมมีพี่น้องชาวมุสลิมอยู่ถึง ๔ อ้าเภอ ใน ๘ อ้าเภอ ก็เหมือนพี่น้องกัน เราพูดคุยกันมากมายหลายเรื่องในการพัฒนา การศึกษาหรือการศาสนาต่าง ๆ เพื่อสังคมแห่งสันติสุข แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ท่านที่เคารพ เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นท่านโต๊ะอิหม่าม บิหลั่น หรือคอเต็บ ไม่เคยพูดเลยก็คือเรื่องประโยชน์ ของตนเอง การเรียกร้องค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้น ที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและภารกิจ ที่เพิ่มขึ้น ไม่พูดเด็ดขาดครับ จึงเป็นเรื่องของเราซึ่งอยู่ข้างนอกและมองเข้าไปเห็นถึงปัญหา ก็ต้องท้าหน้าที่เป็นตัวแทน ผมกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรถึงท่านรัฐมนตรี ผ่านไปยังท่านผู้ฟัง ท่านผู้ชมทางบ้านว่ามัสยิดเป็นศูนย์กลางทางจิตใจและจิตวิญญาณ ของพี่น้องชาวมุสลิมในแต่ละชุมชน ในมหาคัมภีร์อัลกุรอานนั้นได้กล่าวไว้ว่ามัสยิด ก็คือบ้านของเอกองค์อัลเลาะห์ และมุสลิมที่เข้าไปในมัสยิดก็คือผู้ที่เข้าไปใกล้ชิด เอกองค์อัลเลาะห์ เป็นแกนหลักทางด้านศาสนารวมทั้งวิถีของชุมชน เพราะศาสนาอิสลาม มิได้แยกสังคมทางโลกและทางธรรมออกจากกัน แต่รวมเป็นเอกภาพเป็นหนึ่งเดียวกัน ภายใต้มหาคัมภีร์อัลกุรอานซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญแห่งชีวิต มัสยิดจึงมีความส้าคัญเป็นอย่างยิ่ง ส้าหรับพี่น้องชาวมุสลิม และทั้งประเทศไทยของเราก็มีมัสยิดอยู่ ๓,๑๕๓ แห่ง ในมัสยิดนั้น จะมีบุคคลส้าคัญอย่างน้อย ๓ คน ก็คือบุคคลที่เราเรียกว่าอิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น และยังมีคณะกรรมการมัสยิดอีกจ้านวนหนึ่งระหว่าง ๖ คนถึง ๑๒ คน ท้าหน้าที่ขับเคลื่อน กิจการทางศาสนาและกิจการอื่น ๆ ของมัสยิดให้เป็นศูนย์กลางทางจิตใจและชุมชน ในพื้นที่มุสลิมทั่วทั้งประเทศ พี่น้องที่อยู่ทางบ้านอาจจะไม่เข้าใจว่าความแตกต่างของสถานะ ต้าแหน่ง ๓ ต้าแหน่งนี้เป็นอย่างไร ผมขออนุญาตอธิบายสั้น ๆ อิหม่ามก็คือผู้น้าศาสนา ในชุมชนนั้นครับ คอเต็บก็คือผู้บรรยายธรรม บิหลั่นคือผู้ที่ประกาศเชิญชวนให้พี่น้อง ชาวมุสลิมมาประกอบศาสนกิจตามก้าหนดเวลาหรือตารางเวลาตลอดทั้งปีครับ มีความส้าคัญเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันนี้ภารกิจของต้าแหน่งทั้ง ๓ ต้าแหน่ง รวมไปถึงต้าแหน่ง ประธานกรรมการอิสลามประจ้าจังหวัดเพิ่มขึ้น ภารกิจทางด้านศาสนานั้นมากอยู่แล้วครับ ภารกิจในการขับเคลื่อนวิถีชีวิตของพี่น้องชาวมุสลิมตามที่บัญญัติไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน หนักอยู่แล้วครับ วันนี้ยังมีภารกิจในเรื่องของยาเสพติด เรื่องของความมั่นคง เรื่องของ การคลี่คลายข้อพิพาทต่าง ๆ มากมายก่ายกองด้วยกัน ภารกิจทางด้านการศึกษา ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันฝืดเคืองมากครับ ต้องยอมรับว่าปีนี้เป็นปีที่คนไทย อดอยากปากแห้งทั้งประเทศ เงินเฟ้อรุนแรงครับ แต่เมื่อเรามามองค่าตอบแทน ที่ท่านอิหม่าม คอเต็บ หรือบิหลั่น หรือประธานกรรมการอิสลามประจ้าจังหวัด ในแต่ละจังหวัดได้รับน้อยจนน่าใจหาย น้อยจนจะบอกว่าไม่มีก็พูดได้ ล่าสุดครับ เมื่อปี ๒๕๕๒ ในรัฐบาลของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ก็ได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมตามระเบียบ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนประธานกรรมการอิสลามประจ้าจังหวัด อิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น มีการปรับปรุงค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น แต่ ๓ ปีผ่านมาค่าตอบแทนนั้น ณ เวลานี้ก็ดูไม่เพียงพอต่อภารกิจที่เพิ่มขึ้น ท่านประธานครับ การปรับปรุงเมื่อปี ๒๕๕๒ ประธานกรรมการอิสลามประจ้าจังหวัดแบ่งเป็น ๓ ระดับครับ ถ้าเป็นจังหวัดขนาดใหญ่ ที่มีมัสยิดมากกว่า ๑๐๑ แห่งขึ้นไป เดือนละ ๓,๕๐๐ บาท ฟังดูดีครับ จังหวัดขนาดกลาง ที่มีมัสยิด ๕๑-๑๐๐ แห่ง ๒,๗๐๐ บาท จังหวัดขนาดเล็กที่มีมัสยิดไม่เกิน ๕๐ แห่ง ๑,๙๐๐ บาทต่อเดือน อิหม่าม ๑,๒๐๐ บาท คอเต็บ ผู้บรรยายธรรมนี่ครับ ๑,๐๐๐ บาท บิหลั่น ๑,๐๐๐ บาท แต่ถ้าเรามาดูจ้านวนสถิติ มัสยิดทั่วทั้งประเทศ ก็จะเห็นว่าจังหวัดส่วนใหญ่ในประเทศไทยก็จะอยู่ในเกณฑ์ ข้อ ๓ เช่นจังหวัดเพชรบุรีมีพี่น้องมุสลิมเป็นหมื่น มีมัสยิดอยู่ ๑๕ แห่ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี ทั้งหลายทั้งปวงส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในหลักเกณฑ์ ข้อ ๓ ก็คือ มีมัสยิดไม่เกิน ๕๐ แห่งก็จะมีจังหวัดในภาคใต้บางจังหวัดและ ๓ จังหวัดภาคใต้ที่มีมัสยิด เป็นร้อยแห่ง ฉะนั้นส่วนใหญ่ของมัสยิดทั้งหลาย อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่นและประธาน กรรมการอิสลามประจ้าจังหวัดก็จะได้ค่าตอบแทนในอัตรา ข้อ ๓ ก็คือ ๑,๙๐๐ บาท ๑,๒๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท น้อยจนเหมือนเราไม่มีน้าใจ

ผมจึงขอตั้งค้าถามแรกต่อท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า รัฐบาลนี้นอกจากการแถลงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าจะมีการปรับปรุงค่าตอบแทน ต่าง ๆ นานาเหล่านี้ แต่รูปธรรมในการปฏิบัติที่จะมีการปรับปรุงค่าตอบแทนเพื่อแสดง ความจริงใจของรัฐบาลนี้ต่อพี่น้องชาวมุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องซึ่งเป็นผู้น้าทางศาสนา และจิตวิญญาณเป็นตัวแทนของพวกเขาเหล่านี้มีอย่างไร รัฐบาลนี้มีนโยบายที่จะ ปรับค่าตอบแทนต้าแหน่งเหล่านี้อย่างไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขอตอบค้าถามเพื่อนสมาชิกอันทรงเกียรติ ทุกรัฐบาลครับดูแล ไม่เคยทอดทิ้งเรื่องตรงนี้ แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลนี้เข้ามาในปี ๒๕๕๔ ก็เกิดปัญหาทุกรูปแบบ อุทกภัย สิ่งตรงนี้เราได้เห็น งบประมาณกว่าจะได้ใช้ก็เดือนหนึ่งถูกตั้งไว้ ก็มาใช้เอาเดือนพฤษภาคม แต่ขณะเดียวกันในปี ๒๕๕๕ งบประมาณเราก็ได้ใช้จ่ายไปถึง ๑๔๖ ล้านบาทเศษ ทุกอย่าง วันนี้การแก้ปัญหาทุกอย่างเราเห็น รัฐบาลเพิ่งจะตั้งงบประมาณ ขณะเดียวกันเราห่วงใยที่ท่านกล่าวมานั้นเข้าใจทั้งหมด ทุกรัฐบาลท้าเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันวันนี้เมื่อท่านท้วงติงมาคือความหมายก็เตือนพวกเรา ทุกรัฐบาลต้องท้า ผมจะรับท่านไปพิจารณาครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญค้าถามที่ ๒ ครับ ค้าถามสุดท้าย

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านรัฐมนตรีตอบเหมือนไม่ได้ตอบเลยนะครับ แล้วก็ต้องกราบเรียน ท่านตามตรงนะครับ ด้วยความเกรงใจว่าท่านตอบเหมือนท่านไม่ได้ศึกษาในประเด็นเหล่านี้ มาตอบ ผมเชื่อว่าการให้ค้าตอบที่ชัดเจนอย่างน้อยเพียงเป็นการให้เกียรติต่ออิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น และประธานคณะกรรมการอิสลามประจ้าจังหวัดทั่วทั้งประเทศ แต่มันเป็น การให้เกียรติกับผู้ถามกระทู้ถามคือผมซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนคนไทยด้วย ท่านต้อง ท้าการบ้านมากกว่านี้ครับ

ฉะนั้นผมเรียนถามท่านในค้าถามที่ ๒ ค้าถามที่ ๓ ติดต่อกันไปในทีเดียว เพราะผมก็รู้ว่าจะคาดหวังค้าตอบของท่านได้แค่ไหน ผมถามท่านว่าฟังดูเหมือนท่าน ก็มีความตั้งใจครับ แต่ความตั้งใจหรือสิ่งที่ท่านบอกว่าท่านไม่ทอดทิ้ง ที่ไม่มีการปฏิบัติจริง มันก็เหมือนทอดทิ้งแหละครับ ความเป็นธรรมที่มาไม่ถึงมันก็คือความอยุติธรรมครับ ผมจึงจะถามท่านอย่างชัดเจนตรงไปตรงมาในขณะนี้เพื่อให้พี่น้องมุสลิมที่ฟังการถ่ายทอดสด ได้ฟังค้าตอบจากปากของท่านว่าเมื่อไรล่ะครับ ศึกษาไปถึงไหนครับ โครงสร้างที่จะปรับ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ นี่ครับ ๑,๕๐๐ บาท ๑,๙๐๐ บาท ๑,๒๐๐ บาท จะปรับเป็นเท่าไรครับ ได้เตรียมการหรือยัง ศึกษาหรือยัง แล้วกรรมการมัสยิดที่มีระหว่าง ๖-๑๒ คนซึ่งเขาไม่เคยได้ อะไรเลยนะครับ เบี้ยประชุมก็ไม่ได้ ค่าตอบแทนก็ไม่ได้ คิดไหมครับที่จะตอบแทนเขา เป็นน้าใจให้เขา เอาพลังทางศาสนามาคลี่คลายปัญหาสังคม คิดหรือไม่ คณะกรรมการ อิสลามประจ้าจังหวัดทุกจังหวัด ๙-๓๐ คนไม่เคยได้เบี้ยประชุม ไม่เคยมีสิทธิสวัสดิการ ไม่เคยมีค่าตอบแทน คิดหรือไม่ ตอบแทนเขาหรือไม่ ผมไม่ถามรายละเอียดมากมายครับ คิดหรือไม่ดีกว่า ตัวผมถามต่อครับ ปัจจุบันการอุดหนุนมัสยิดมันแทบไม่เคยมีเลยนะครับ มีเล็ก ๆ น้อย ๆ ๓,๑๕๓ แห่งทั้งประเทศ มีเหมือนไม่มีครับ รัฐบาลนี้ที่เน้นหลักการอยู่ร่วมกันแบบสังคมเป็นเอกภาพในทางศาสนาไม่มีความหลากหลาย จะปรับปรุงตรงนี้ได้อย่างไร หรือไม่ จัดงบประมาณสนับสนุนที่เพียงพอต่อมัสยิด โรงเรียนตาดีกา ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนเด็กเล็กเหมือนโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ของศาสนาพุทธ ไม่เคยได้เงินจากรัฐบาลนะครับ วันนี้ก็บริจาคมัสยิดช่วยกันดูแล รัฐบาลนี้มีแนวทาง ที่จะปรับปรุงสิ่งเหล่านี้หรือไม่ อย่าว่าแต่รัฐบาลเลยแค่กระบวนการทางงบประมาณ กรรมาธิการงบประมาณยังไม่สามารถจะแปรญัตติงบประมาณลงไปสนับสนุนมัสยิด ให้กลายเป็นบ้านของเอกองค์อัลเลาะห์อย่างสมฐานะ สมเกียรติยศ สมภารกิจ ยังไม่มีโอกาสเลยครับ ผมจึงถามรวมแล้วกันครับ เพราะว่าผมก็ไม่คาดหวังในค้าตอบ ของท่านเท่าไรนัก แต่ผมเชื่อว่าพี่น้องชาวมุสลิม พี่น้องอิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น คณะกรรมการอิสลามประจ้าจังหวัด ทั้งประเทศที่ฟังอยู่ก็คงจะรอดูว่าท่านจะตอบอย่างไร อย่าท้าให้เขาผิดหวังนะครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ตรงนี้ทุกคนเล่นในการเมืองต้องเข้าใจ ผมผ่านมาผมเห็นบางมัสยิดยังไม่จด ทุกอย่างไม่ว่าโรงเรียน ผมบอกไปท้าสิ กรมการศาสนานั้นจะช่วยเหลือส่วนหนึ่ง ตรงนี้ในกระทรวงมหาดไทยเห็นความส้าคัญ เม็ดเงินก็ออกจากกระทรวงมหาดไทย จากกรมการปกครองก็ไปอีกส่วนหนึ่ง ผมจะไม่ตอบท่านเพราะต่างคนต่างเข้าใจ ทุกอย่าง จะท้าให้มันดีกว่านี้ อะไรที่ขาดตกบกพร่อง เพราะกรมการศาสนาขึ้นกับกระทรวงศึกษาธิการ แต่ขณะเดียวกันตรงนี้กระทรวงมหาดไทยเป็นส่วนหนึ่งเป็นองค์ประกอบ เราเห็นความส้าคัญ ผู้น้าศาสนาที่ให้ความช่วยเหลือกับรัฐบาลแทบทุกด้าน เราเห็นคนทุกคนต้องเข้าใจ ท่านจะมาพูดว่าไม่เข้าใจ พวกผมเพิ่งเข้ามา ภารกิจท่านก็ได้เห็นปี ๒๕๕๔ เป็นอย่างไร ปี ๒๕๕๕ ต่อเนื่อง สิ่งตรงนี้ผมขอตอบท่านว่าไม่ใช่ไม่รู้ ผมก็รู้ ท่านก็รู้ เม็ดเงินมันต้องมา ผมถึงบอกว่าปี ๒๕๕๕ เราก็จ่ายไปถึง ๑๔๖ ล้านบาทในกระทรวงมหาดไทย แต่ทางกระทรวงศึกษาธิการ กรมการศาสนานั้นจ่ายเท่าไร ผมมิทราบได้ ขณะนี้ ทางกระทรวงมหาดไทยเห็นความส้าคัญของท่าน อิสลามในบ้านผมก็มีไม่น้อย จากไม่เท่าไร จนพวกผมดูแลมาผมเข้าใจครับ แม้แต่มีโรงเรียนผมบอกไปจดให้ถูกต้อง งบแปรญัตติ ของผู้แทนใส่เข้าไปได้หมด ทุกอย่างเราช่วยได้จากเงินงบประมาณ ที่ไม่เข้าใจเราท้ากันไม่ทัน เราใช้งบตรงนี้ก็ได้ครับ เขาแบ่งเอาไว้ครับ พวกท่านก็รู้ ผมก็รู้ เรามาจากนักการเมืองด้วยกัน ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเป็นกระทู้ถามเรื่องที่ ๒ นะครับ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

มันจบแล้วนี่ครับ ท่านมีอะไรไหมครับ เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ เพราะว่า พาดพิงนะครับ คือท่านรัฐมนตรีท่านก็ตอบจริงใจหนักแน่นในรูปแบบของท่านนะครับ แต่ว่าพาดพิงผม ผมไม่เข้าใจ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือไม่ใช่ ท่านรัฐมนตรีท่านตอบว่าท่านก็เข้าใจถึงปัญหาที่ท่านถามถึงเรื่องเงินที่จะต้องเพิ่มให้กับ ต้าแหน่งในทางศาสนา ที่ท่านถามท่านก็เข้าใจเหมือนกัน แต่ท่านก้าลังอธิบายความว่า มันมีปัญหาเรื่องการจัดงบประมาณอยู่เท่านั้นเองครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธาน ผมขออนุญาตท่าน นาทีเดียวครับ เพื่ออย่างน้อยให้พี่น้องมุสลิมที่ฟังการถ่ายทอดสดอยู่ได้ประโยชน์บ้าง ก็คือ ผมกราบเรียนท่านนิดเดียวครับว่ากระบวนการงบประมาณเป็นกระบวนการหนึ่ง แต่ความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยในการจัดสรรงบประมาณมันต้องท้าระเบียบ ตรงนี้ออกมาซึ่งตรงนี้ท่านเริ่มหรือยัง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอรรถพรครับ คือผมไม่อยากให้ไปกล่าวหาทางกระทรวงมหาดไทยว่าการจัดงบประมาณ ไม่ชอบ ชอบไม่ชอบนี่เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการที่เขาตรวจสอบนะครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ผมไม่ได้พูดเรื่องชอบไม่ชอบเลยนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แต่เมื่อกี้ท่านพูดนี่นะครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

เปล่าเลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาใหม่นะครับ เอาที่ท่านอยากจะขอใช้สิทธิ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ผมพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมบอกว่า การจัดสรรงบประมาณก็เป็นกระบวนการหนึ่ง แต่การด้าเนินการแก้ไขระเบียบ ปรับปรุง ระเบียบการเบิกจ่ายในเรื่องของค่าตอบแทนมันก็เป็นอีกกระบวนการหนึ่งซึ่งเริ่มได้เลย มีงบประมาณเมื่อไรก็ด้าเนินการได้เลย ตรงนี้กระทรวงเริ่มหรือยัง มันไม่ใช่การขุดลอก ที่นึกจะขุดลอกก็เอางบไปลงนะครับ มันต้องท้าระเบียบ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านฝากทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ฝากท่านรัฐมนตรีไปดูให้ท่านหน่อย แล้วกันนะครับเรื่องนี้

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ผมฝากท่านนะครับ แล้วก็อีก ๑ เดือน ผมจะมายื่นกระทู้หรือว่าหารือทางท่านอีกครับว่าท่านได้ด้าเนินการไปอย่างไร เพื่อท้าหน้าที่ ตัวแทนของพี่น้องชาวมุสลิมครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเป็นกระทู้ถาม

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๓๒๐ เรื่อง การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ในพื้นที่ต้าบลไชยบุรี อ้าเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม (นางมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เชิญครับ

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันต้องขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงยิ่งค่ะที่ท่านได้เสียสละเวลามาตอบกระทู้ถามของดิฉัน ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ดิฉันขอตั้งกระทู้ถามถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดังต่อไปนี้

เนื่องด้วยดิฉันได้เดินทางไปพบปะพี่น้องประชาชนที่บ้านไชยบุรี หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๓ ต้าบลไชยบุรี อ้าเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ได้รับความเดือดร้อน อย่างมากจากกระแสของแม่น้าโขงและกระแสของล้าน้าสงครามที่ได้พัดตลิ่งที่ดินซึ่งเป็นสถานที่ ปลูกสร้างบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนจนท้าให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย แล้วก็ทรุดลงมาเป็นหลัง ๆ ท้าให้ประชาชนที่อยู่ริมตลิ่งได้วิตกกังวลว่าบ้านตัวเอง ที่อาศัยอยู่เป็นประจ้าทุกค่้าคืนนั้นจะทรุดลงเวลาใด เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มรสุมได้พัดผ่านเข้าพื้นที่จังหวัดนครพนม ได้เกิดกระแสน้าพัดท้าให้บ้านเรือนได้รับ ความเสียหาย ซึ่งราษฎรที่ประสบปัญหารายแรกคือ ครอบครัวของท่าน ดาบต้ารวจ สุริยา ช่วงหาราช ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานของส้านักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครพนม ได้มาส้ารวจแล้วก็ออกแบบไว้โดยจะด้าเนินการก่อสร้างในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ระยะทาง ประมาณ ๕๐๐ เมตร ซึ่งกระทู้ถามของดิฉันในวันนี้ดิฉันได้จัดท้าเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาให้ท่านประธาน แล้วก็ท่านรัฐมนตรีได้ชม เริ่มจากเพาเวอร์พอยท์ภาพแรกเลยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ได้ด้าเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อธิบายด้วยนะครับ ท่านรัฐมนตรีจะได้เข้าใจ

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ภาพแรกค่ะ นี่เป็นภาพที่ ๒ ของบ้านของ ดาบต้ารวจ สุริยาที่เมื่อบ้านเรือนทรุดลงไปแล้วก็จะเห็นถึงบ้านพักอาศัยที่ได้รับความเสียหาย นี่คือบริเวณเขื่อนของการก่อสร้างที่ต้องการได้รับการจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๕๖ ซึ่งถ้าได้เริ่มต้นก่อสร้างจากบ้านของ ดาบต้ารวจ สุริยา ในภาพจะเห็นว่าจะมีสะพานข้าม ต้าบลไชยบุรีนะคะ ซึ่งขณะนี้จากรอยร้าวของเขื่อน จากรอยร้าวของตลิ่งที่พังส่งผลให้ตอม่อ ของสะพานต้าบลไชยบุรีทรุดนะคะ ดิฉันขอถามค้าถามแรกว่าในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ กรมโยธาธิการและผังเมืองได้จัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งเป็นระยะทาง จ้านวนกี่เมตร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ท่านตั้งค้าถามว่างบประมาณปี ๒๕๕๖ นั้นตั้งไว้จ้านวนเท่าไรนะครับ ถ้าเป็นในแม่น้า ก็อยู่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ เมตร ถ้าพูดเป็นเมตรยาวไป ๕๐ กิโลเมตร ถ้าอยู่ชายทะเล เรามีไว้ ๖๐ กิโลเมตร แต่ขณะเดียวกันตรงนี้ครับ ผมก้าชับอยู่เรื่อยกับอธิบดีกรมโยธาธิการ และผังเมืองให้ออกไปดูทุกที่ และกราบเรียนต่อท่านให้เข้าใจสมัยก่อนผมอยู่ในงบประมาณ ผมเคยพูดว่าบางครั้งตอกเขื่อนทะเลาะกันคนละฝั่ง บอกทิ้งหินสิมันจะได้จบง่าย ๆ ยามใดเราทิ้งแล้วมันอยู่เปลี่ยนทางน้าก็ได้ครับ แต่ขณะเดียวกันปัญหามันเกิดเพราะรัฐบาล มันเปลี่ยนเร็วเกินไปโอเคครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านครับ เมื่อกี้ท่านมนพรถามว่าปี ๒๕๕๖ มีงบประมาณไหมครับ

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ก็เมื่อกี้ ตอบไปแล้วว่า ๕๐ กิโลเมตรครับ ปี ๒๕๕๖ เขาก็ถามว่ากี่เมตร ถ้าผมตอบ ๕๐,๐๐๐ เมตร นี่แหละครับผมเลยตอบให้สั้นหน่อย ๕๐ กิโลเมตรครับ ปี ๒๕๕๖ มีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญค้าถามที่ ๒ ต่อครับ ค้าถามสุดท้าย

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีค้าถามที่ ๒ จะฉายเพาเวอร์พอยท์ชุดที่ ๒ ต่อเลยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ได้ด้าเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ท่านประธานคะ บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่ง ที่เห็นในภาพเป็นบริเวณเขื่อนที่ได้รับการก่อสร้างในงบประมาณปี ๒๕๕๕ แล้วจากผลของการก่อสร้างเขื่อนที่เสร็จอีก ๑ ฟากท้าให้กระแสน้าพัดผ่านแล้วก็เบี่ยงเบน ไปพัดเอาบ้านเรือนของพี่น้องอีกฝั่งหนึ่งที่ยังไม่ได้รับการจัดสรร ดิฉันจะเรียนถามว่า จากผลของการพัดผ่านของกระแสน้าที่พัด ทางรัฐบาลมีมาตรการควบคุมบ้านเรือน ของพี่น้องประชาชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนริมตลิ่งไว้อย่างไร ซึ่งพี่น้องชาวจังหวัดนครพนม รวมทั้งพี่น้องที่อยู่บริเวณริมฝั่งของแม่น้าโขง รวมทั้งจังหวัดหนองคายแล้วก็จังหวัดมุกดาหารนั้น ได้รับผลกระทบนี้อย่างรุนแรง อยากจะทราบว่ารัฐบาลมีมาตรการนี้อย่างไร ขอให้ตอบด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สิ่งที่ท่านตั้งค้าถาม ในค้าถามของท่านนั้นมันเป็นเรื่องของระบบวิศวกร ต้องออกไปดู การร้องเรียนนั้นต้องให้เข้าใจว่าการเปลี่ยนทิศทางน้าจะท้าอย่างไร เปลี่ยนทิศทางน้า แล้วไปกระทบอะไร สิ่งตรงนี้ส้าคัญ ถ้าถามผมผมไม่เห็นภาพ ถ้าผมไปเห็นภาพผมตอบท่าน ได้ทันทีนะครับ สิ่งนี้ส้าคัญครับ ถ้าท่านถามว่าจะท้าตรงที่จังหวัดนครพนม งบประมาณ มีอยู่แล้ว ก็บอกแล้วว่าจะให้ท้าตรงไหนอันนั้นต้องบอกให้ส้านักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดนครพนมออกไปชี้แจงเหตุมาแล้วผมสั่งการตาม ถ้าไม่ท้ามีเรื่อง ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมนพรก็เชิญท่านรัฐมนตรีไปดูแล้วกันนะครับ

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๓๒๔ เรื่อง ปัญหาการแก้ไขน้าประปา ไม่เพียงพอและไม่มีคุณภาพ (นายอนันต์ ลิมปคุปตถาวร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

นายอนันต์ ลิมปคุปตถาวร ชัยภูมิ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนันต์ ลิมปคุปตถาวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ที่ผมได้น้าปัญหา ความเดือดร้อนที่อยากจะให้ทางสภาแห่งนี้ได้มีโอกาสได้ร่วมด้วยช่วยกันในเรื่องของการแก้ไข ซึ่งเป็นปัญหาที่เกี่ยวเนื่องหรือเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะเรื่องน้าประปา ซึ่งปัจจุบันนี้ก็เป็นที่ทราบกันว่าเป็นภาระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามมติ ของคณะกรรมการการกระจายอ้านาจที่ได้มอบอ้านาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหลาย ไปด้าเนินการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน้าประปา สาธารณูปโภคทั้งหลายในชุมชนในหมู่บ้าน ซึ่งแต่เดิมนั้นก็จะมีหลายกระทรวง ทบวง กรม ไม่ว่าจะเป็นกรมอนามัย รพช. กรมโยธาธิการ และผังเมือง มูลนิธิเอกชน กรมการปกครอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แล้วก็ยังมี การประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันนี้ก็จะมีเฉพาะการประปาส่วนภูมิภาคนั้นที่จะเข้าไป ด้าเนินการตามภารกิจของการประปาส่วนภูมิภาคแล้วก็ยังมีกรมทรัพยากรน้า ท่านประธานที่เคารพครับ จากปัญหาเรื่องน้าประปานี้ได้มีการด้าเนินการ มาประมาณสัก ๓๐ กว่าปีแล้วนะครับ ปรากฏว่าประชาชนเพิ่มมากขึ้น น้าประปาที่เคยพอใช้ ในระยะแรก ๆ ที่ได้ท้าไม่ว่าจะเป็นน้าประปา น้าบาดาลอะไรต่าง ๆ ก็ตาม แต่ก่อนนี้พอใช้ครับ พอมาถึงตอนนี้น้าใต้ดินก็มีปัญหา แล้วก็แหล่งน้าทั้งหลายที่เป็นน้าประปาผิวดินก็มี ปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจากที่ประชาชนอะไรต่าง ๆ นี้เพิ่มมากขึ้นนั้นก็ส่งผล ท้าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ที่ได้ภารกิจตรงนี้ไปนั้นไม่มีงบประมาณ อบต. แต่ละแห่งล้าพังค่าใช้จ่ายประจ้า แล้วก็งบประมาณที่ออกไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ เหล่านี้ เท่าที่ดูทางภาคอีสานแล้วก็ใกล้ ๆ ในเขตเลือกตั้งผม อบต. แต่ละแห่ง แต่ละหมู่บ้าน แต่ละปี มีเงินประมาณสัก ๑๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเองส้าหรับไปท้าสาธารณูปโภคด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ถนนหนทาง เป็นอะไรต่าง ๆ นี่หมดแล้วครับ เพราะฉะนั้นประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก ผมเชื่อว่าจากปัญหาน้าประปาที่ไม่พอเพียงแล้วก็ไม่สะอาดนี่เป็นปัญหาทั้งประเทศ วันนี้ถ้าสภาแห่งนี้แล้วก็ผู้ที่จะมาแก้ไขนั้นท่านรัฐมนตรีท่านรักษาการรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยวันนี้ที่ท่านจะมาตอบนี่ผมไม่ค่อยจะมั่นใจเท่าไร ถ้าหากท่านเป็นรัฐมนตรี ตัวจริงนั้นก็อาจจะพอจะมั่นใจได้ จากความเด็ดขาดและการมีศักยภาพอะไรต่าง ๆ นี้ ของท่านก็พอจะได้ประสานงานแล้วก็ให้คณะกรรมการการกระจายอ้านาจนั้นด้าเนินการ ให้มันถูก หรือว่าให้รัฐบาลนั้นได้จัดสรรงบประมาณให้เพียงพอในการที่จะแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะที่ได้ทราบก็คือว่าทางกรมทรัพยากรน้าบาดาลเขามีงบประมาณอยู่ครับ แต่งบประมาณตรงนั้นของกรมทรัพยากรน้าบาดาลนั้นที่ท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ขออภัยที่เอ่ยนาม ผมก็ได้มีโอกาสได้ไปประสานกับท่าน ท่านก็บอกว่าปัญหาน้าประปา อะไรต่าง ๆ ที่ ๓๐ กว่าหมู่บ้านในเขตเลือกตั้งของผมที่เดือดร้อนนี่ท่านไม่สามารถ เอางบประมาณอะไรต่าง ๆ นี้มาลงได้

สรุปแล้วก็อยากจะกราบเรียนว่าปัญหารุงรัง ปัญหาเรื้อรังของประชาชน แทบจะเรียกว่าทั้งประเทศก็คือมาจากคณะกรรมการการกระจายอ้านาจ แล้วก็รวมทั้ง งบประมาณที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับไปนั้นไม่สามารถเพียงพอได้ แล้วก็ท้าให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ท่านทราบไหมครับจากปัญหาความเดือดร้อนอย่างนี้ ส่งผลอะไรครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้เองมีการเลือกตั้งนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. อะไรต่าง ๆ นี้มา แต่ละแห่งท่านทราบไหมครับมีการแข่งขันกันสูงมาก คนเป็นนายกเก่ามีเปอร์เซ็นต์สูงมากสอบตกครับ เพราะว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้าประปา ตามหมู่บ้านต่าง ๆ นี้ประชาชนไม่เข้าใจแล้วก็ไม่พอใจส่งผลท้าให้บรรดาองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นได้รับความล้าบากแล้วก็ได้รับความเดือดร้อน เพราะฉะนั้นที่ผมจะถาม ก็คือว่าจะท้าอย่างไรที่จะท้าให้เหมือนแต่ก่อนนี้แต่ละกระทรวง ทบวง กรมที่มีงบประมาณ สามารถที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาน้าประปาให้กับประชาชนในแต่ละหมู่บ้านได้เหมือนเดิม อย่ามอบหรือว่าให้อ้านาจเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นไปด้าเนินการ และข้อ ๒ ก็คือว่าถ้าจ้าเป็นที่จะต้องมอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จริง ๆ แล้วต้องจัดงบประมาณ เฉพาะเลยไปแก้ไขปัญหาเรื่องสาธารณูปโภค โดยเฉพาะเรื่องน้าประปาให้ประชาชนนั้น ได้อยู่ได้กินอย่างเพียงพอ บ้านนายางกลักเป็นหมู่บ้านหนึ่งประชาชน ๑,๐๐๐ กว่าหลังคาเรือน น้าประปานี่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ มาถึงวันนี้ระบบน้าไม่เพียงพอ คนเป็นหลาย ๆ พันคน น้าประปาไม่พอ เพราะฉะนั้นเมื่อสูบขึ้นมายังไม่ต้องไปผ่านอะไรทั้งสิ้น มีคลอรีน มีสารส้มอะไรต่าง ๆ พร้อมเลยครับ แต่ไม่มีโอกาสได้พักน้าเลย เพราะฉะนั้นประชาชน ก็จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องผิวหนัง เกี่ยวกับเรื่องความสกปรกของน้าที่ยังไม่ได้กลั่น ไม่ได้กรองอะไรต่าง ๆ นี้มา ก็อยากจะขอให้ทางท่านรัฐมนตรีได้ตอบให้ประชาชน ได้พอเข้าใจว่าท่านจะด้าเนินการอย่างไรเกี่ยวกับปัญหาเรื่องนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านถามท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตอบ เชิญท่านรัฐมนตรีชูชาติ หาญสวัสดิ์ ครับ

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สิ่งที่ท่านกล่าวผมเข้าใจทุกอย่างมันผิดฝาผิดฝั่ง นโยบายแห่งรัฐเขาต้องดูโครงสร้างพื้นฐาน ที่กระจายอ้านาจมันท้าผิดหมด สมัยก่อนการประปาส่วนภูมิภาค กรมโยธาธิการและผังเมือง รพช. กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขมีพร้อมหมด พวกเราท้องถิ่นเอ่ยอะไร ท้าได้ทุกอย่าง ท้องถิ่นสาธารณสุขเขาสามารถใช้เงินตรงนี้กระทั่งเจาะท้าผิวดินให้ถึงท่อด้วย แต่วันนี้ทุกอย่างเงินโอนไปหมด แล้วมอบภารกิจกระจายอ้านาจมาให้ท้องถิ่น วันนี้ท้องถิ่น ในโครงสร้างพื้นฐาน ความไม่เข้าใจในอดีตของผู้กระจายอ้านาจมันสร้างปัญหาให้บ้านเมือง ไม่ใช่ตรงนี้อย่างเดียว แม้แต่ถนนเช่นเดียวกันไปอยู่ทางหลวงชนบทแต่มอบถนนให้กับท้องถิ่น เงินก็ไม่ให้ แล้ววันนี้ที่ท่านตอบมาต้องขออภัยว่าเงินส่วนมากไปอยู่ที่กรมทรัพยากรน้าบาดาล มีพร้อม ต่อท่อทุกอย่าง อะไรพร้อมหมด ตรงนี้แหละครับผมอยากได้กลับมาเอามาท้าให้ท่าน เป็นโครงสร้างพื้นฐานของสังคมบ้านเมือง ไม่อย่างนั้นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นกระโถนท้องพระโรง ถูกด่าตะพึด เงินไม่ให้และจะช่วยได้อย่างไร นี่คือนโยบายจริง ๆ ผมจะต้องไปกราบเรียนกับท่านนายกรัฐมนตรีว่าท้าให้ถูกฝาถูกฝั่งหน่อย อะไรคืออะไร ไม่อย่างนั้นท่านพูดมาก็ไม่ได้เงิน เช่นเดียวกับไฟฟ้ามันโครงสร้างพื้นฐาน เราถึงบอก เอากับใครไม่ได้รัฐบาลต้องสนับสนุน ผมบอกว่าให้ไปดูขยาย เดี๋ยวหาว่าผมตอบคนละเรื่องอีก ตรงนี้ผมเข้าใจ ผมเข้าใจทุกอย่าง ในอดีตในบ้านผม ประปาท้องถิ่น ประปาต้าบลเขามา ผมเอามาท้าให้ทุกครัวเรือนทั้งต้าบลมีน้ากิน ผมให้ต่อท่อเต็ม นี่แหละครับต้องอธิบายกัน บางทีนายกรัฐมนตรีมาใหม่ไม่เข้าใจตรงโน้นขอตรงนี้ ไม่เข้าใจเรื่องงบประมาณ วันนี้เงินไม่มี แต่มันมีจะท้าทุกอย่างจะอุดหนุนกันขอให้เข้าใจ อะไรเดือดร้อนตรงไหนขอให้พวกเรา ทั้งประเทศเลย เป็นโครงสร้างพื้นฐานต้องท้าครับ เป็นโครงสร้างพื้นฐานให้น้าบริสุทธิ์ ต่อประชาชนทุกหลังคา ทุกครัวเรือน ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญค้าถามสุดท้ายครับ

นายอนันต์ ลิมปคุปตถาวร ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนันต์ ลิมปคุปตถาวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย จากที่ท่านรัฐมนตรี ได้ตอบก็สรุปแล้วปัญหานี้ถ้าไม่มีการแก้ไขจริงจัง ซึ่งจริง ๆ แล้วตรงนี้ก็ได้น้าปัญหานี้ เพื่อที่จะมาตั้งกระทู้ถาม ถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือว่าสามารถที่จะรวบรวม ทุกหน่วยงาน น้าปัญหาตรงนี้มาแก้ไข ท่านรัฐมนตรีชูชาติ หาญสวัสดิ์ ที่รักษาการ มท. ๑ ในขณะนี้ ท่านก็ได้กรุณาตอบแล้วก็เข้าใจว่าท่านนั้นก็รู้ปัญหาของท้องถิ่นเป็นอย่างดี เพราะท่านก้ากับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นด้วย แต่ขณะเดียวกันครับ จากปัญหาที่รู้สึกว่าเหมือนกับวัวพันหลักจะเอาอย่างไรกันแน่ ก็จะต้องอยู่ที่คณะรัฐมนตรีด้วย ว่าการกระจายอ้านาจที่มอบให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเหมาะสมหรือไม่ ถ้าไม่เหมาะสมในขณะนี้วิธีแก้ก็คือต้องกลับไปแบบเดิมครับ ถ้าไม่กลับไปแบบเดิม ประชาชนทั้งประเทศเดือดร้อน เพราะฉะนั้นทุกหน่วยงานที่เคยมีภารกิจตรงนี้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ทุกหน่วยงาน รวมทั้งกรมโยธาธิการ และผังเมือง แล้วก็บรรดากรมป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนอะไรต่าง ๆ นี้ในสมัยก่อน กรมการปกครองอะไรต่าง ๆ สมัยก่อนที่เขามีงบประมาณ เพราะฉะนั้นทุกกระทรวง ทบวง กรม ถ้าสามารถที่จะเข้าไปสนับสนุนประชาชนในทุกหมู่บ้าน ไปแก้ไขปัญหาตรงนี้ ผมเชื่อว่าน่าจะดีกว่าที่คณะกรรมการการกระจายอ้านาจนั้นจะตัดไปให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นดูแล ก็เอาเป็นว่าอยากจะได้รับค้าตอบอีกครั้งหนึ่งว่าตรงนี้ภายในเร็ววันนี้ ท่านรัฐมนตรีจะได้กรุณาน้าปัญหานี้เข้าไปแก้ไข เพราะปัญหาทุกวันนี้ วันนี้รอแต่พายุแกมีเข้ามา ชาวบ้านยังพอมีน้าใช้ หลังจากนี้พอพายุหมดแล้ว ตอนนี้แหละครับปัญหาเดิม ๆ ก็จะกลับเข้ามาอีก ก็ฝากท่านรัฐมนตรีว่าท่านจะเอาไปแก้ไขตรงนี้อย่างไร และแนวทาง การแก้ไขท่านคิดอย่างไร ว่าจะแก้ไขอย่างไร จะให้คณะกรรมการการกระจายอ้านาจ กระจายอ้านาจตรงนี้ให้กับท้องถิ่นแล้วไม่มีเงิน หรือจะให้หน่วยงานแต่ละหน่วยงาน ที่เขาเคยมีภารกิจตรงนี้กลับไปท้าเหมือนเดิม ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ทุกอย่างกระทรวงมหาดไทยท้าได้ก็เหมือนในอดีต แต่เงินไม่ให้นี่สิครับส้าคัญ เงินไปอยู่แกล้งโง่กันหมดไม่ออกมา งบประมาณจัดไป อย่างวันนี้ครั้งแรกผมตั้งใจ จะมาคุมการประปาส่วนภูมิภาค แต่เขาไม่ให้ผมคุมให้ผมคุมการประปานครหลวง วันนี้ผมเลยขายความคิด ๑๐๐ ปีผ่านมา กทม. มีคนไม่เท่าไรน้าใช้วันละประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คิวบิกเมตร ผมบอกวันนี้บ้านเมืองมันไปไม่ได้หรอก วันนี้ผมเลยขายความคิด ให้การประปานครหลวงท้าเหมือนฝ่ายผลิตจะไปท้าประปาที่เหนือเขื่อนชัยนาท แล้วจะดูแลลงมาทุกจังหวัดให้จังหวัดนั้น ๆ ไปท้าประปาให้ครอบคลุมเต็มจังหวัดให้ยู (You) เป็นฝ่ายขาย การประปาส่วนภูมิภาคเป็นฝ่ายขาย ผมก็มาเหยียบกระทรวงมหาดไทยใหม่ ๆ ผมถามว่าการประปาส่วนภูมิภาคท้าไมไม่รวมกลุ่มจังหวัดตั้งเป็น ๑ องค์กรหาแหล่งน้าดิบ แล้วก็ท้าเรื่องน้าให้จบ ไม่ใช่มาท้าอย่างนี้เอาแต่ประปาในเมือง แล้วนอกเมืองท้าอย่างไร ผมตั้งค้าถามเขานะครับ แต่ผมไม่ได้คุมเขา ผมถามว่าท้าไมยูไม่มีความคิดหรืออย่างไร แต่วันนี้ผมเริ่มการประปานครหลวงผมจะท้าให้เร็วที่สุดจะเอาเข้า ครม. และจะได้เห็นว่า จังหวัดที่อยู่ใต้จังหวัดชัยนาทลงมาจะได้น้าให้เขาบริหารจัดการในจังหวัดให้เต็มพื้นที่ ทุกครัวเรือนต้องมีน้าใช้ เช่นเดียวกันในภูมิภาคต้องไปจับกุม ผมเคยถาม ผมถามผู้ว่าการ การประปาส่วนภูมิภาคนั้นท้าไมท่านไม่จับกุมและหาแหล่งน้าดิบบริหารจัดการ มันถึงจะถูกต้อง กระจายแล้วบางครั้งไม่มีน้า ปัญหามันก็ตามมา การขาดการดูแลก็ตามมา บางครั้งท่านท้าจบประปาเข้าไปถึงเขาบอกท่อใช้ไม่ได้ นี่ละครับผลาญเงินกันอย่างนี้ ไม่ใช่เราผลาญนะ นโยบายผลาญเงินสิ่งนี้ส้าคัญ ผมให้หลักการจริง ๆ แล้วผมเอาเรื่องจริง ๆ วันนี้ท่านต้องร่วมมือกับผมช่วยทะเลาะหน่อยเอาเงินตรงนี้มาให้ได้ทุกอย่างท้าได้หมด ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบกระทู้ถาม ผมต้องขอขอบคุณรักษาการ มท. ๑ ด้วยนะครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิก ลงชื่อแล้ว ๔๐๗ ท่าน ผมขอด้าเนินการตามระเบียบวาระการประชุมต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

๒.๑ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจ้าปี ๒๕๕๒ ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เนื่องจากมีเรื่องตามระเบียบวาระที่ ๒.๑๓ คือรับทราบรายงานการประเมิน สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ซึ่งเป็นเรื่องที่เสนอมาจาก หน่วยงานเดียวกัน ซึ่งผมเห็นว่าน่าจะน้ามาพิจารณาในครั้งเดียวกันเลยนะครับ จะมีสมาชิก ท่านใดขัดข้องไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ผมถือว่าเอามารวมในการพิจารณานะครับ

ด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เสนอ

๒.๑ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจ้าปี ๒๕๕๒ ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

๒.๑๓ รับทราบรายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามพระราชบัญญัติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๕ (๖) และ (๗)

สภาได้แจ้งให้กับพวกเราได้ทราบแล้ว มีตัวแทนของส้านักงานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ขออนุญาตต่อที่ประชุมเพื่อที่จะขอชี้แจง ผมจะอนุญาต ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ เชิญครับ ท่านที่ ๑ ศาสตราจารย์อมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เชิญครับ ท่านที่ ๒ คุณหมอนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านที่ ๓ ท่านปริญญา ศิริสารการ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านที่ ๔ ท่านวีรวิทย์ วีรวรวิทย์ ท่านรองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านที่ ๕ ท่านโสภณธีณ์ ตะติโชติพันธุ์ ผู้อ้านวยการส้านักวินิจฉัยและคดี ท่านที่ ๖ ท่านวารุณี เจนาคม ท่านผู้อ้านวยการส้านักวิจัยและวิชาการ ๖ ท่านนะครับ

อันนี้จะขอความร่วมมือจากท่านสมาชิกทั้งหลาย เนื่องจากเรามีระเบียบวาระ แจ้งเพื่อทราบถึง ๑๗ เรื่อง อยากขอให้จบวันนี้ เพราะเรามีเรื่องค้างอยู่เยอะ เชิญท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ท่านแรก ผมจะล้าดับอย่างนี้ เดี๋ยวถึงคิวแล้วท่านจะได้เตรียมได้ถูก ท่านแรก ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ท่านที่ ๒ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ท่านที่ ๓ คุณหมอเหวง โตจิราการ ท่านที่ ๔ ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ท่านที่ ๕ ท่านวรชัย เหมะ ท่านที่ ๖ อาจารย์ผุสดี ตามไท ๖ ท่านก่อนนะครับ ผมขอความกรุณาว่าใช้เวลาพอสมควร กะไว้ว่าท่านละ ๗ นาทีแล้วกันครับ เพราะมีท่านสมาชิกให้ความสนใจเยอะ เชิญครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ เอาทีละ ๖ ท่านก่อน

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ โดยข้อเท็จจริงแล้วนั้นผมมีความตั้งใจอย่างสูงยิ่งกับการเตรียมการในการแสดงข้อคิดเห็น ให้กับองค์กรที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ องค์กร หรือองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ บังเอิญคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้น้ารายงานเข้ามา ก็ได้อ่านก็ไม่ถึงกับรายละเอียดมากนัก แต่ก็อย่างน้อย ๆ ในฐานะที่ท่าน ก็เป็นองค์กรอิสระแล้วก็รับเงินเดือนภาษีจากประชาชนเหมือนกับผมที่รับกินเงินเดือน หรือภาษีประชาชน ก็อยากจะฝากสิ่งที่กระผมคิดได้ด้วยความรู้ไม่มากมายนัก ด้วยประสบการณ์ไม่มากมาย ท่านประธานครับ วันนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา ถึงวันนี้ บ้านเมืองเรานี่มันแทบจะหาคนกลางไม่ได้เสียเลย ฉะนั้นประเทศนี่มันก็ถึงจุดตัน ถึงทางตัน เพราะว่าที่จะหาคนที่มาเป็นกลางจริง ๆ ให้กับบ้านกับเมืองมันแทบจะไม่มี มันเหมือนกับจัดแถว มันเหมือนกับแบ่งซีก มันเหมือนกับแบ่งข้างให้หมดแล้ว ผมก็เลยยังนอนคิด นั่งคิด และฝันไว้ว่าถ้าองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระอื่น ๆ ที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ทั้งของปี ๒๕๔๐ และมาปรับปรุงเป็นปี ๒๕๕๐ จาก ๑๑ ท่าน เหลือ ๗ ท่าน ของท่านนี่ แล้วก็องค์กรอื่น ๆ ด้วย ไม่มาช่วยกันคิด ไม่มาช่วยกันเป็นตัวกลางให้นี่ บ้านเมืองมันเดินไปไม่ได้หรอกครับ ผมก็ได้แต่ฝันจริง ๆ ผมก็เลยมีความจ้าเป็นที่ผมกล่าวไว้ เบื้องต้นว่าผมมีความตั้งใจจะน้าความรู้สึกความในใจมาเล่าให้กับพวกท่านที่เคารพ ซึ่งถือว่าท่านนั้นเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง แล้วก็กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้น ท่านประธานอย่าถามผมว่าให้เข้าประเด็นเรื่องรายงานผลการปฏิบัติงานเดี๋ยวผมจะชี้ให้เห็น เพราะว่าอย่างน้อย ๆ ส่วนที่ ๕ การเสนอแนะและการปรับปรุงกฎหมายและนโยบายของรัฐ ท่านก็เขียนมาชัดเจนในตรงนี้ ถามว่าท้าไมที่ผมพูดเช่นนี้ ผมต้องการเช่นนี้ ผมอยากฝากพวกท่าน อย่างน้อย ๆ ท่านก็เป็นองค์กรหนึ่งที่ได้รับการยอมรับกันทั่วโลกว่าเป็นองค์กร ที่ให้ความเป็นธรรม ชื่อของท่านนี่เขียนไว้ชัดเจนเลยว่าคณะกรรมการ ก็คือกรรมการแปลว่าผู้ชี้ขาด ผู้ให้ความเป็นธรรม กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผมไม่ทราบ แต่ถ้าเป็นกรรมการฟุตบอล สมัยผมเป็นครูแล้วเราต้องให้ความเป็นธรรมกับนักฟุตบอลทั้ง ๒ ข้าง ถ้าเราขึ้นบนเวทีมวยแล้ว เราต้องให้ความเป็นธรรมกับ ๒ ข้าง แต่ว่าบังเอิญบางครั้งผมน้อยใจโดยเฉพาะท่านประธาน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเมื่อสมัยที่บ้านเมืองมันชุลมุนวุ่นวายอยู่ ๆ ท่านก็ถือ กระเช้าดอกไม้ไปให้กับผู้น้ารัฐบาลในขณะนั้นสถานการณ์ ไม่รู้ความคิดของผม ผมมองว่า มันไม่เหมาะ ท่านจะไปในฐานะส่วนบุคคลหรือท่านจะไปในฐานะของคณะกรรมการ ผมไม่ทราบ แต่ผมมองแล้วว่ามันไม่เหมาะ มันก็เลยท้าให้หลายองค์กรมันชุลมุนและบ้านเมือง มันก็เลยติดขัด วันนี้มันก็เลยหาคนเป็นกลางไม่ได้ ผมก็เลยอยากเรียกร้องพวกท่าน กลับเข้ามาเถอะครับ คิดให้มันตกผลึก สิ่งไหนที่กระท้าขึ้นมาแล้วสังคมเขามองว่าเป็นกลาง สังคมว่าเป็นที่พึ่งได้ วันนี้สังคมเลือกพึ่งพาอาศัยอะไรไม่ได้เลยครับ เพราะคนไม่รู้จักหน้าที่ ของตัวเอง รู้ทุกเรื่องแต่ไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเองมันก็เลยท้าให้มีปัญหา ผมก็เลยฝาก พวกท่านว่าในเมื่อท่านเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ดูแลเรื่องนี้ว่าบทบาทหน้าที่ ของแต่ละคนของแต่ละฝ่ายมันเป็นอย่างไร เหมือนในเรื่องของการเขียนกฎหมาย ท่านก็แนะน้ามาในกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมเห็นด้วย แล้วปัญหามาตรา ๑๙๐ ก็มีปัญหาในกฎหมายรัฐธรรมนูญ เช่นเมื่อวานก็อภิปรายกันไปประชุมร่วมกันของรัฐสภา เรื่ององค์กรนาซ่า (NASA) แต่ยังมีมาตราอื่นอีกเยอะแยะมากมายในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านช่วยแจกแจงมาสิครับ แล้วแจกแจงยืนอยู่บนความเป็นกลาง คนอื่นไม่รู้แต่ผมยืนยัน กับท่านว่าคนอย่างผมรับได้ แล้วสังคมอีกมากมายพร้อมที่จะให้ดอกไม้กับท่าน ขอให้ท่าน ยืนอยู่ตรงกลางให้มันตกผลึก เหมือนที่ผมคุยเบื้องต้นว่าท่านถือกระเช้าไป ผมไม่ได้รังเกียจ ผู้น้ารัฐบาลในวันนั้นนะ แต่ไม่รู้ในภาวะของผม ผมบอกว่ามันไม่เหมาะ แล้ววันนี้ท้าไมล่ะครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีท่านไม่เอากระเช้าดอกไม้ไปมอบ เขาแสดงความดีใจด้วย สังคมมันจะได้ไม่คลางแคลง เหมือนกฎหมายรัฐธรรมนูญวันนี้ หลายมาตราช่วยแจกแจงมาสิครับ คดียุบพรรค มาตราของคดียุบพรรคว่ามันเป็นอย่างไร ควรแก้ไขอย่างไร หรือไม่ควรแก้ไข ร่วมกันท้าให้มันเกิดความกระจ่าง หรือกระบวนการของ การถอดถอน หรือกระบวนการของการแทรกแซง หรือเรื่องต่าง ๆ ก็ดีในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่ท่านเป็นองค์กรหนึ่งที่สามารถน้าปัญหาเสนอกับรัฐบาล หรือเสนอต่อรัฐสภา เพื่อแก้ไขกฎระเบียบหรือกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมแล้วมันเดินไปได้ ถ้าพวกท่าน ไม่ออกมาช่วยองค์กรอิสระทั้งหลายวันนี้ผมมองว่ามืดครับเดินยาก เพราะคนเริ่มไม่รู้หน้าที่ เห็นไหมครับท่านประธาน ผมอาจจะพูดไปข้างนอกนิดหนึ่งวันนี้ อยู่ ๆ วันดีคืนดีนักวิชาการ แทนที่จะสอนหนังสืออยู่ในห้อง ออกมาวิจารณ์รัฐบาลนี่ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ วิจารณ์กันไปได้ แต่จะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญเรื่องจ้าน้าข้าว นี่มันเป็นนโยบายของเขา ปัญหาของเขา ผมก็อยากให้พวกท่านแหละเข้ามาช่วย บ้านเมืองมันถึงจะวุ่นวายเดี๋ยวชาวนาก็ออกมา ส่วนพวกผมทะเลาะกันในสภาแห่งนี้ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลผมถือว่าเรื่องปกติ มันเป็นสีสัน ทางการเมือง มันเป็นสีสันของกระบวนการในระบอบประชาธิปไตย วันนี้ฝ่ายค้านมาด่า พวกผมเรื่องจ้าน้า วันก่อนท่านประกันราคาเราไม่ด่าก็ถือว่าปกติ ประชาชนก็คือกรรมการ เขาจะตัดสินกันเอาเอง แต่วันนี้มันลุกลามเข้ามาเห็นไหมครับ เพราะบ้านเมืองมันหา คนเป็นกลางไม่ได้ มันหาผู้ที่จะมาช่วยตัดสินชี้ขาดให้ทิศทางมันเดินไปได้หาความสงบสุข มันไม่ได้ จริง ๆ พวกท่านก็เป็นพวกผู้มีทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ เป็นคนที่มีภูมิรู้เป็นกูรู (Guru) ผมฝากไว้จริง ๆ นะครับ จริง ๆ แล้วผมอยากใช้เวลาในการอภิปรายมากกว่านี้ แต่ด้วย ความบังเอิญมีเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่าน แล้วก็มีเรื่องอีกหลายเรื่อง ท่านประธานก็ได้เตือน ผมแล้ว

บทท้ายสรุป ด้วยเวลาอันจ้ากัดผมวิงวอนเถอะครับ อย่างน้อย ๆ เป็นองค์กรแรก ที่ผมได้มีโอกาสลุกขึ้นมาอภิปราย ได้ลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็น ผมขอฝากท่านไว้เถอะครับ ท่านในฐานะที่เป็นองค์กรหนึ่งที่สามารถพิทักษ์รักษาความเป็นกลาง แล้วท่านก็เป็นองค์กรหนึ่ง ที่ผมมีความฝันไว้ว่าจะท้าให้ความมืดเห็นแสงไฟที่ปลายอุโมงค์ อย่างน้อย ๆ เป็นหางเรือ ที่บ้านเมืองมันเดินไปได้ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วมันมืดจริง ๆ ท่านดูครับ ยิ่งมืดไปข้างหน้า ยิ่งมืดไปข้างหน้า ท่านอย่าเป็นเสือกระดาษ ท่านอย่าหลับ แต่ขอให้ท่านยืนอยู่บนความชัดเจน แล้วก็ความถูกต้อง ไม่ว่าในเรื่องอะไรตามที่ท่านได้เขียนรายงานมา ถ้าแจกแจงตามรายละเอียด มันก็คงต้องใช้เวลาไปมาก ผมขออย่างเดียวว่าขอให้ท่านได้เป็นคณะกรรมการ คือคนที่ชี้ขาด และให้ความเป็นธรรม แล้วก็พิทักษ์รักษาความถูกต้อง เหมือนกับที่องค์กรของท่านชื่อว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมีบทบาทหน้าที่มีอ้านาจตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เขียนไว้เยอะแยะมากมาย ผมขอฝากไว้เท่านี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นในรายงานผลการปฏิบัติงาน ประจ้าปี ๒๕๕๒ และรายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติมีอ้านาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ ซึ่งจะต้องเกี่ยวพันกับรัฐสภาอยู่ ๓ อนุมาตรา ก็คือ (๑) ในกรณีที่มีการตรวจสอบและรายงานการกระท้าหรือการละเลย การกระท้าอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือเป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศ เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี และเสนอมาตรการการแก้ไขที่เหมาะสม ต่อบุคคลหรือหน่วยงานที่กระท้าหรือละเลยการกระท้าดังกล่าวเพื่อด้าเนินการ ในกรณีที่ปรากฏว่าไม่มีการด้าเนินการตามที่เสนอ ให้รายงานต่อรัฐสภาเพื่อด้าเนินการต่อไป ซึ่งในรายงานของท่านทั้ง ๒ ฉบับนี้มีหลายกรณีที่ไม่ด้าเนินการตามเสนอ ซึ่งท่าน ก็ได้มารายงานตามมาตรา ๒๕๗ (๑) (๕) ท่านมีหน้าที่ในการเสนอแนะนโยบาย และข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย และกฎต่อรัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรีเพื่อส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน มีหลายกฎหมายที่ท่านได้แสดงความเห็นว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งผมจะได้หยิบมาอภิปรายต่อไป และอีกวงเล็บหนึ่งคือ การจัดท้ารายงานประจ้าปีเพื่อประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ และเสนอต่อรัฐสภา จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญให้ความส้าคัญ ให้ความเชื่อมโยงระหว่างท่าน กับรัฐสภามาก ใน ๓ กรณีที่ผมยกมานี้เป็นอ้านาจหน้าที่ของท่านที่จะต้องมารายงาน เราจะต้องท้างานกันอย่างใกล้ชิด แล้วผมก็ต้องขอชื่นชมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่มีความกล้าหาญ มีความตรงไปตรงมาในการน้าเสนอบทรายงานในเอกสารทั้ง ๒ เล่มนี้ โดยเฉพาะในรายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ได้พูดถึง การมารายงานต่อรัฐสภา ท่านเขียนไว้ในหน้า ๘๙ น่าสนใจมาก แล้วผมอยากให้ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านได้โปรดตระหนักไว้ด้วยว่ากรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติเขามองรัฐสภาของเราอย่างไร เขาพูดอย่างนี้นะครับว่าตลอดระยะ ๙ ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พบว่าหน่วยงานภาครัฐจนถึง ระดับรัฐบาลยังไม่ให้ความส้าคัญในการด้าเนินการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการกระท้าที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรการการแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ในการรายงานผลการตรวจสอบของ กสม. เท่าที่ควร กสม. ก็คือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะบุคคลภาครัฐตลอดจน สมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ และ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ร่วมกับร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ นี่เป็นสิ่งที่เราควรจะตระหนักไว้ว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมองอย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นสถาบันนิติบัญญัติหรือรัฐสภามิได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมในการรับทราบ รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และองค์กรอิสระอื่น ๆ ตามรัฐธรรมนูญไว้ในวาระส้าคัญ มีการเลื่อนประชุมหลายครั้ง ครั้งละเป็นเดือน อีกทั้งการอภิปรายซักถามก็มักจะมิใช่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนตามอ้านาจหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแต่อย่างใด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงขอเรียกร้องให้รัฐสภามีการปรับปรุง ในด้านการพิจารณารายงานขององค์กรอิสระเป็นวาระพิเศษที่สาธารณชนควรจะได้มีโอกาส รับรู้อย่างกว้างขวาง ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง และนี่เป็นข้อเรียกร้องที่ผมคิดว่าท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและกระบวนการตามนิติบัญญัติของเราควรตระหนักในเรื่องนี้ เพื่อนสมาชิกทุกท่านที่จะลุกขึ้นมาอภิปรายก็น่าที่จะอภิปรายในประเด็นที่ตรงที่เกี่ยวข้องกับงาน ในอ้านาจหน้าที่ของเขา นี่เป็นเบื้องต้นที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีอยู่ ๒ ประเด็นส้าคัญที่จะอภิปรายเกี่ยวกับข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ก็ต้องยอมรับนะครับ ว่าเป็นสถานการณ์ที่ประเทศอยู่ในความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรง ความขัดแย้ง ทางการเมืองที่รุนแรงนั้นน้าไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนในหลายด้าน ในหลายมุมมอง ในหลายมิติทีเดียว ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้ง ๒ ชุดที่ผ่านมาก็ได้มีบทบาท ในการเข้าไปตรวจสอบและรายงานเรื่องนี้ทั้งต่อสาธารณชนและต่อรัฐสภาของเราเป็นล้าดับมา ในข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีทั้งหมดหลายข้อ ส้าหรับในปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ผมมีอยู่ ๒ ข้อ ที่ต้องการจะใช้เวลาของสภาเพียงไม่มาก เพื่อที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็นก็คือข้อเรียกร้องเรื่องให้รัฐบาลต้องทบทวน ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ซึ่งไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญโดยปรับร่างพระราชบัญญัติให้ส่งเสริมและคุ้มครองการใช้สิทธิเสรีภาพ ในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ การใช้กฎหมายพิเศษในการดูแลการชุมนุม ต้องเป็นไปเท่าที่จ้าเป็นตามความฉุกเฉินของสถานการณ์มิใช่การประกาศใช้เป็นการทั่วไป และมีการก้าหนดกรอบการใช้อ้านาจหน้าที่ที่ชัดเจน ในประเด็นเรื่องนี้นอกเหนือจาก ท่านได้ระบุไว้ในรายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนแล้ว ในรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจ้าปี ๒๕๕๒ ของท่าน ท่านก็เขียนไว้ในข้อเสนอแนะ ในการปรับปรุงกฎหมาย ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่อยู่ในความสนใจของผู้คน ในบ้านเมือง ทั้งผู้เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องทั้งหลายมากทีเดียว แต่ข้อสรุปประการหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าอาจจะเป็นความเข้าใจผิดของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็คือว่าการบอกว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ก้าหนดให้เสรีภาพในการชุมนุมเป็นข้อยกเว้น ที่ให้กระท้าได้เมื่อได้อนุญาตจากรัฐเท่านั้น ผมคิดว่านี่เป็นความเข้าใจที่น่าจะคลาดเคลื่อน ผมเองได้มีบทบาทในการเป็นผู้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ซึ่งได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ต่อเนื่องปี ๒๕๕๔ ได้รับความเห็นชอบในวาระที่สามของสภาผู้แทนราษฎรและน้าไปสู่การพิจารณาของวุฒิสภา กระทั่งมีการยุบสภา ท้าให้ร่างกฎหมายดังกล่าวนี่ตกไปและรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ได้หยิบยก ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมายืนยันก็ท้าให้กฎหมายฉบับนี้ก็ยังคงล่องลอยหายอยู่ในสายลม ยังไม่มีการหยิบยกมาทั้ง ๆ ที่สภาพการณ์ สถานการณ์ ปัญหาในเรื่องของการชุมนุม และผลกระทบที่เกิดจากการชุมนุมยังคงอยู่ในความวิตกกังวลของสังคมนี้อยู่ ท่านประธานครับ ในกระบวนการพิจารณากฎหมาย แน่นอนเราได้พิจารณาถึงเรื่องปัญหาการขัดต่อรัฐธรรมนูญ ปัญหาที่ไปกระทบกับสิทธิเสรีภาพของการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ และผมก็ไม่เห็นว่าในบทบัญญัติใดเลยที่บอกว่าการไปจัดชุมนุมสาธารณะต้องขออนุญาต มีแต่เพียงการให้แจ้งกับเจ้าพนักงานว่าจะจัดชุมนุม เจ้าพนักงานไม่มีอ้านาจในการอนุญาต หรือไม่อนุญาต แจ้งแล้วชุมนุมได้เลย เพียงแต่ว่ากฎหมายฉบับนี้มีสาระส้าคัญที่บอกถึง อ้านาจหน้าที่ของผู้ที่จัดการชุมนุม ของผู้ที่เกี่ยวข้องในแต่ละฝ่ายอย่างไรบ้าง ในระหว่างการพิจารณาเราก็ได้เอาความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมเข้าใจว่ามีถึง ๘-๙ ประการ มาเป็นข้อสังเกตในการท้ากฎหมายฉบับนี้ และในการพิจารณาในชั้นหลัง ๆ มาก็ไตร่ตรองใคร่ครวญโดยเอาข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาเป็นข้อพิจารณาในทุกมาตราด้วยซ้า เพราะฉะนั้นการไปเขียนเพียงแต่บอกว่ากฎหมายฉบับนี้ขัดต่อเจตนารมณ์ มองเรื่องการชุมนุม สิทธิเสรีภาพเป็นข้อยกเว้นและให้มีการอนุญาตนั้น ผมคิดว่า น่าจะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง กฎหมายฉบับนี้ผมอยากจะเรียนกับท่านประธาน ว่าจ้าเป็นที่สังคมจะต้องผลักดันให้เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ความร่วมมือกัน ในทุกภาคส่วนเพื่อให้การชุมนุมสาธารณะเป็นไปตามสิทธิเสรีภาพในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ และไม่กระทบกระเทือนกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ ผู้เดินสัญจรไปมาต่าง ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย เขาจะต้องไม่ถูกละเมิดสิทธิของเขาด้วย ร่างกฎหมายฉบับนี้อยากจะเรียนกับท่านประธาน สั้น ๆ ว่ามีสาระส้าคัญก็คือว่าตอกย้าว่าการชุมนุมสาธารณะต้องเป็นไปโดยสงบ และปราศจากอาวุธ นี่ล้อตามรัฐธรรมนูญ ถ้าการชุมนุมนั้นมีอาวุธและไม่สงบ นั่นไม่ใช่การชุมนุมที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะต้องถูกกระบวนการทางกฎหมายเข้ามาด้าเนินการ แล้วก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่าปัจจุบันนี้เรามีกฎหมายที่ค่อนข้างสุดโต่ง มีทั้งในการดูแล การชุมนุมสาธารณะ ทั้งกฎหมายที่มีลักษณะที่อ่อนเกินไป กฎหมายรักษาความสะอาด กฎหมายเรื่องทางเท้า กฎหมายเรื่องการใช้เสียง ไปจนถึงที่สุดโต่งอีกด้านหนึ่งก็คือ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน กฎอัยการศึก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกฎหมาย ที่เป็นสุดโต่งทั้งสิ้น จ้าเป็นจะต้องมีมาตรการทางกฎหมายที่ออกมากลาง ๆ เพื่อที่จะดูแล ในส่วนนี้ การชุมนุมต้องไม่กีดขวางทางเข้าออกสถานที่ส้าคัญก็มีการก้าหนดไว้ในร่างกฎหมาย ไว้ชัดเจน สถานที่ห้ามชุมนุม บริเวณที่เป็นสถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์ พระราชอาคันตุกะต่าง ๆ อันนี้ล้วนแล้วแต่มีข้อก้าหนดไว้ในกฎหมาย การชุมนุมสาธารณะ ต้องไม่กีดขวางสถานที่เข้าออก เช่น รัฐสภา ท้าเนียบรัฐบาล ศาล หน่วยงานของรัฐ ท่าอากาศยาน ท่าเรือ สถานีรถไฟ สถานีขนส่งสาธารณะ โรงพยาบาล สถานศึกษา ศาสนสถาน สถานทูต สถานกงสุล เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นข้อเรียกร้องของผู้คนในบ้านเมืองนี้ทั้งสิ้นว่าหากการชุมนุม เหล่านี้ไปกระทบเส้นทางเหล่านั้นเขาเดือดร้อน คุณใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญก็จริง แต่ไปกระทบกับสิทธิในการใช้ชีวิตตามปกติของประชาชนทั่วไป จะเห็นว่ากฎหมาย ไม่ได้มีลักษณะที่ไปเป็นด้านลบ เรายังส่งเสริมในเรื่องของการก้าหนดพื้นที่การชุมนุมว่า ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดสถานที่ชุมนุมไว้เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นที่เป็นทางไม่ไปกระทบคนอื่น ก้าหนดการแจ้งการชุมนุมเพื่ออะไรครับ ก็เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ว่า ณ ที่ตรงนั้นเขาจะมีการชุมนุมสาธารณะกัน ถ้าหลีกเลี่ยงได้ ก็ต้องหลีกเลี่ยง หรือได้คิดว่าเส้นทางที่จะเดินทางสัญจรไปตามปกติต้องคิดเส้นทางกันใหม่ หรือเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐได้มีการเตรียมความพร้อมว่าจะต้องท้าอย่างไร ดูแล อ้านวยความสะดวกอย่างไร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมในเรื่องนั้น เขาจะได้เข้ามาแบกรับปัญหานี้ อาจจะไม่เกิดการชุมนุมขึ้นก็ได้ถ้าหากมีการแจ้งการชุมนุม เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งผมก็อยากเรียนกับท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้มีลักษณะที่เป็นบวกมากกว่า ซึ่งรายละเอียดก็ไว้ในโอกาสต่อไปที่จะได้พูดถึงต่อไปเรื่องที่ ๒ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ เนื่องจากว่าเราต้องรับทราบอีกหลายเรื่องนะครับ แล้วก็ผมจะให้สิทธิทุกท่าน แต่อยู่ในเวลาที่เราก้าหนดนะครับ เราอยากจะบริหารเวลาแล้วก็อย่างที่ท่านได้พูด ขอให้ทุกคนอยู่ในกรอบแล้วก็ระยะเวลาที่พอสมควร ก็ ๗ นาที นี่ท่าน ๑๔ นาทีแล้วนะครับ ขอความกรุณา

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

ครับ ผมเหลืออีกประเด็นเดียว ที่ได้เกริ่นไว้ในตอนต้นว่าจะพูดเพียง ๒ ประเด็น

ประเด็นที่ ๒ ข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะของท่านก็คือว่ารัฐบาลต้องเคร่งครัด ในการปฏิบัติตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่ให้การคุ้มครองและให้หลักประกันสิทธิเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชนและประชาชน รัฐบาลต้องด้าเนินการให้เกิดการปฏิรูปสื่อ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างไม่ชักช้า โดยค้านึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นส้าคัญ ตรงนี้เป็นหัวใจที่มีความส้าคัญมากในการปฏิรูปการเมือง ในการที่จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ของพี่น้องประชาชนในการแสดงออก แต่ต้องเรียนกับท่านประธานว่าข้อเรียกร้องในลักษณะ เช่นนี้เราเรียกร้องเป็นรูทีน (Routine) ไม่ได้ ใช้ค้าสวยหรูเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ก็ต้องดู ในสภาพความเป็นจริง ในช่วงปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ เป็นช่วงที่ผมคิดว่าสิทธิและเสรีภาพ ของสื่อมวลชนและประชาชนเบ่งบานที่สุดและแทบจะไม่มีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ เรื่องสิทธิและเสรีภาพของสื่อสารมวลชนเลย ต้องบอกด้วยซ้าว่าเสรีภาพล้นเหลือด้วยซ้า นี่คือสภาพการณ์ที่เป็นจริง แต่ว่าความเป็นจริงนั้นต้องยอมรับกันก็คือว่ารัฐบาล ในช่วงปี ๒๕๕๐-๒๕๕๑ ต่อเนื่องมานี้ไม่ได้ให้ความจริงใจ ไม่ได้ให้ความส้าคัญกับการปฏิรูปสื่อ สื่อมวลชนในมือของรัฐบาลเองไม่ได้ถูกใช้ให้เป็นเวทีสาธารณะเพื่อที่จะให้เป็นที่แสดงออก ของความคิดความอ่านที่แตกต่างกัน สื่อมวลชนของรัฐถูกใช้เป็นเครื่องมือ เป็นกระบอกเสียง ของรัฐบาลเองเท่านั้น มันถึงได้เกิดสภาพการณ์ที่ต่างคนต่างไปแสวงหาสื่อของตัวเอง ไปหาสื่อวิทยุชุมชน ไปตั้งสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ไปตั้งสถานีโทรทัศน์ชุมชนของตัวเอง เหล่านี้เป็นรากฐานที่มาของการที่สื่อมีเสรีภาพอย่างล้นเหลือและควบคุมกันไม่ได้ในช่วงหลัง ปัญหาจริยธรรม ปัญหาจิตส้านึกสาธารณะของสื่อก็ถูกบิดเบือนเบี่ยงเบนไปตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ท่านประธานครับ สิ่งที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องเข้าไปกระตุ้นก็คือว่า ต้องกระตุ้นกับรัฐว่าแผนงานการปฏิรูปสื่อของรัฐบาลนั้นจะต้องมี และจะต้องท้าอย่างไร ที่ท้าให้สื่อนั้นเป็นสื่อสาธารณะเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้การก้ากับดูแลสื่อของรัฐอยู่ภายใต้การก้ากับของรัฐบาล การก้ากับดูแลสื่อทางด้านวิทยุ โทรทัศน์อยู่ภายใต้การดูแลขององค์กรอิสระที่ชื่อ กสทช. ซึ่งยังไม่มีมาตรการในการก้ากับดูแล เรื่องของเนื้อหาสาระและจริยธรรมสื่อเลย การก้ากับดูแลโดยการควบคุมกันเอง ของสื่อสารมวลชนวันนี้มันจบไปแล้ว ไม่มีกระบวนการในการควบคุมกันเองของสื่อ เมื่อไม่มีกระบวนการนี้ การปฏิรูปสื่อไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในสมัยรัฐบาลที่แล้วได้พยายามผลักดันกฎหมายฉบับหนึ่งออกมาชื่อว่าร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและมาตรฐานทางวิชาชีพของสื่อมวลชน เป็นการน้าเสนอกฎหมาย เพื่อที่จะให้มีหลักประกันตามสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญของสื่อว่าเข้าไปละเมิดสิทธิเสรีภาพไม่ได้ ขณะเดียวกันก็ต้องให้สื่อนั้นมีความรับผิดชอบ มีมาตรฐานทางวิชาชีพอย่างแท้จริง แต่กฎหมายฉบับนั้นก็ยังไม่ได้มีการผลักดันออกมา และจนกระทั่งบัดนี้ก็ไม่มีใครหยิบเรื่องนี้ ขึ้นมาพูด การปฏิรูปสื่อส้าหรับรัฐบาลนี้ผมไม่ได้ยินแม้แต่รัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ทางด้านสื่อสารมวลชนได้พูดในเรื่องนี้เลย นายกรัฐมนตรีนั้นไม่ต้องพูดถึงครับ ไม่ได้รู้เรื่องเรื่องนี้ นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะผลักดัน ในเรื่องนี้ได้ต้องกระตุ้นกับรัฐบาลโดยแท้นะครับ นี่คือเป็นประเด็นที่อยากจะฝากไว้ ผมใช้เวลากับท่านประธานมากพอสมควร ก็อยากจะทิ้งไว้เพียง ๒ ประเด็น ซึ่งตรงกับ ที่ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ระบุไว้ในข้อเสนอแนะ แล้วก็คิดว่า การอภิปรายของผมคงจะตรงประเด็นอย่างที่ท่านต้องการ ขอบคุณครับ

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปจะเป็นนายแพทย์เหวง ท่านวรชัยมีอะไรครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ให้ฝ่ายรัฐบาล ๗ นาที แล้วให้ฝ่ายค้าน ๒๐ กว่านาทีหรือครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ คือผมจะไม่ได้ให้ฝ่ายไหนหรอกครับ เพียงแต่ผมจะบริหารในการอภิปราย ของแต่ละท่าน ผมก็พยายามเตือนไว้แล้วว่ามีสมาชิกอีกหลายท่าน ถ้าหากว่าท่านสมาชิก บริหารเวลาของแต่ละท่านเองมันก็จะไม่มีปัญหา แต่ละท่านก็จะพูด ๆ แล้วทีนี้เรามีอยู่ ตั้ง ๑๗ เรื่องที่รับทราบ แล้วเรื่องนี้เรื่องส้าคัญ แล้วก็มีท่านสมาชิกอีกหลายท่านเป็นสิบท่าน ผมขอความกรุณานะครับ ๑. อยู่ในกรอบที่ทางกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รายงานมาอยู่ ๒ รายการ คือรายงานผลการปฏิบัติงานกับประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ แล้วก็ขอความกรุณาขอให้อยู่ในกรอบ อย่าได้ประชดประชันกัน หรือกระทบกระทั่งกัน เสียดสีกันอย่างนั้นมันจะล้าบาก เพราะฉะนั้นผมจะขอท่านละ ๗ นาที เชิญคุณหมอเหวงครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ก่อนจะอภิปราย ท่านประธาน ผมเตรียมมาเป็นเดือนนะครับ แล้วผมก็มีสิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในด้านหลักการเชิงทฤษฎี ดังนั้นผมจะพยายาม บริหารเวลาให้ดีที่สุด แต่ถ้าท่านประธานบังคับผมแค่ ๗ นาที ผมคงพูดไม่ออก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือไม่ได้บังคับแต่ขอความร่วมมือนะครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ 🔗

ผมยินดีนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าท่านประธานจะกรุณาถ้าสิ่งที่ผมอภิปรายยังมีเนื้อหาสาระที่ควรแก่การฟัง ท่านประธาน ก็กรุณาโปรดให้เวลากับผมด้วย เพราะสมาชิก ๒ ท่านแรก ท่านแรกก็ ๙ นาที เกือบ ๑๐ นาที ท่านที่ ๒ ก็เกือบ ๆ ๒๐ นาที เพราะฉะนั้นผมจะไม่เรียกร้องขนาดนั้นหรอกครับ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานจริง ๆ ว่าผมมีเนื้อหาสาระส้าคัญที่อยากจะกราบเรียน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดปัจจุบัน

ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเลยนะครับ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าผมดีใจที่ประเทศไทยมีการตราเรื่องสิทธิมนุษยชนไว้ในรัฐธรรมนูญ แล้วไม่เพียงแต่ตรานะครับ ยังขยับไปถึงขั้นมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และไม่เพียงเท่านั้นรัฐธรรมนูญไทยยังให้อาวุธกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วย ก็คือว่าสามารถที่จะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ศาลปกครองได้ รวมทั้งศาลสถิตยุติธรรมได้ ซึ่งก็แปลว่าให้อาวุธอย่างเต็มที่ ดังนั้นผมฝากความหวังไว้อย่างสูงเลยต่อคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าท่านสามารถที่จะอวยสิทธิมนุษยชนให้กับประชาชนไทย และสังคมไทยได้อย่างแข็งแรง คือต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ก่อนว่าก่อนอื่น เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดปัจจุบันหรือชุดที่ผ่านมา เข้าใจตรงกับผม ก็คือใช้หลักการของสิทธิมนุษยชนฉบับนี้ ถึงไม่ได้ขออนุญาตท่านประธาน ก็ไม่ได้เสียหายอะไรเพราะนี่เป็นหลักฐานทั่วไป ก็คือปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งทุกประเทศในโลกนี้เขาเซ็นรับรอง ซึ่งอันนี้เขาได้วิเคราะห์ว่าเหตุที่ในโลกนี้ เกิดความวุ่นวายขึ้นทั้งนี้เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมารัฐใช้อ้านาจรุกราน กดขี่ข่มเหงประชาชน หรือว่าผู้ถูกปกครองอย่างไร้ซึ่งมนุษยธรรม ดังนั้นในปฏิญญาสากลฉบับนี้เขาบอกเลยว่า มนุษย์ทุกคนเกิดมามีศักดิ์ศรีที่ติดตัวมาแต่เกิด มีสิทธิเท่าเทียมกัน โอนไม่ได้ อันนี้เป็นหลักการพื้นฐานแห่งเสรีภาพ ยุติธรรมและสันติภาพในโลก แล้วก็ได้วิเคราะห์ว่า ความป่าเถื่อน การกบฏอะไรต่าง ๆ นี่เกิดขึ้นเนื่องจากการไม่น้าพา เหยียดหยาม ต่อสิทธิมนุษยชน และให้มีการกระท้าป่าเถื่อนต่าง ๆ ดังนั้นสหประชาชาติจึงรับรองไว้ มนุษย์ต้องมีชีวิตอยู่ในโลกด้วยเสรีภาพในการพูด ความเชื่อและเสรีภาพปราศจาก ความหวาดกลัวและความขาดแคลน ผมไม่ลงสู่รายละเอียดเยอะนะครับ ผมจะน้าไปสู่หลักการ ๒ ข้อที่ผมเห็นว่าส้าคัญ ผมเข้าใจว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคงจะเห็นตรงกับผม ถ้าไม่ตรงกับผม ท่านโปรดแถลงให้ผมทราบด้วย เพราะว่าผมมีหลายค้าถามที่อยากจะถามท่าน หากว่าค้าถาม ผมแรงโปรดได้ค้านึงด้วยนะครับว่าผมแรงด้วยเนื้อหา ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผมแรงเพื่อต้องการ ให้ประเทศนี้ดีขึ้น ดังนั้นถ้าค้าถามผมแรง ๆ โปรดอย่าได้โกรธผมเลย แต่เอาเนื้อหา มาอภิปรายกันดีกว่า มนุษย์ทั้งหลายเกิดขึ้นอย่างเสรี เสมอภาคในศักดิ์ศรีและสิทธิ ทุกคนมีเหตุผล มีมโนธรรม และต้องปฏิบัติต่อกันด้วยเจตนารมณ์แห่งภราดรภาพ ท่านประธานครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ ภราดรภาพอย่างพี่น้อง การฆ่าฟันสมควรไหมครับ มีกฎหมายฉบับใดในโลกอนุญาตให้ฆ่าฟันได้ไหมครับ อนุญาตให้รัฐ ฆ่าประชาชนของตัวเองได้หรือเปล่าครับ กระทั่งในสงครามนี่เขายังมีกฎกติกา ประเทศที่เป็น คู่ปฏิปักษ์ต่อกันศัตรูที่ไม่มีอาวุธนี่ห้ามยิงนะครับ และไม่เพียงแต่ห้ามยิงซึ่งหน้า หันหลังให้ ก็ห้ามยิงนะครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ตระหนักในเรื่องนี้หรือไม่ว่า มีการสังหารคนมือเปล่าและยิงจากด้านหลัง อันนี้เป็นการท้าลายสิทธิมนุษยชนหรือเปล่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ท้วงติงในเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า ท่านอาจจะไม่มีอ้านาจ ไปเล่นงานเขาอะไรต่ออะไร ถ้าท่านอ้างบอกว่าเขามีกฎหมาย ผมอยากจะขอกฎหมาย จากท่านที่ท่านบอกว่าเขามีอ้านาจทางกฎหมายในการที่จะยิงคนมือเปล่าได้ ท่านช่วยกรุณา หากฎหมายสักฉบับหนึ่งให้ผมดูสิครับว่าทหารในประเทศหนึ่งสามารถฆ่าประชาชนของตัวเอง ที่มือเปล่าได้ เอากฎหมายสักฉบับหนึ่ง และฆ่าข้างหลังด้วย หลายศพถูกยิงข้างหลังนะครับ

ข้อต่อมา ทุกคนย่อมมีสิทธิและเสรีภาพ บรรดาที่ก้าหนดไว้ในปฏิญญานี้ โดยปราศจากความแตกต่างไม่ว่าด้านใด ๆ เชื้อชาติ ผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็น ทางการเมือง หรือทางอื่น ๆ ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าผมอ่านละเอียด ผมอ่านหลายรอบนะครับ เสียดายวันนี้ผมไม่มีเวลาและผมจะใช้เวลาไม่มากนัก ผมอ่านทั้ง ๒ เล่มแล้วผมตั้งใจที่จะแสดงความคิดเห็นทั้ง ๒ เล่มด้วย แต่ว่าผมไม่มีเวลาเสียแล้ว ผมก็ก้าวมาสู่เนื้อหาข้อที่ ๒ ของผมเลย ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าสิทธิมนุษยชน ที่ส้าคัญที่สุดรากฐานทางความคิดต้องเป็นเสรีนิยมประชาธิปไตย หากว่ารากฐานทางความคิด ไม่เป็นเสรีนิยมไม่เป็นประชาธิปไตยจะไม่มีสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นเป็นอันขาด ผมยกตัวอย่าง ที่เมื่อกี้ผมกราบเรียนไปเป็นนามธรรม ยกตัวอย่างก็คือคุณไม่สามารถหาสิทธิมนุษยชนได้ ในระบบพล พตครับ คุณไม่สามารถที่จะหาสิทธิมนุษยชนได้ในระบบฮิตเลอร์ นาซี คุณเขียนอย่างนี้ก็เท่ากับว่าคุณตัดสินนายกรัฐมนตรีทักษิณและตัดสินประเด็นทางการเมือง ไปเรียบร้อยแล้ว ทีนี้เนื่องจากเวลามันกระชั้นเข้ามาผมจะข้ามไปเลยนะครับ ที่จริงหน้านี้ ก็มีประเด็นที่ผมจะอภิปรายอีกเยอะแยะ ผมได้ให้ข้อคิดแล้วนะครับว่าท่านกรุณาอย่าท้าตัว เป็นผู้พิพากษา

ข้อต่อมานี่นะครับสิทธิมนุษยชนที่ส้าคัญที่สุดนี่ก็คือว่าต้องตั้งอยู่บนรากฐาน ประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นสังคมใดที่เกิดการรัฐประหารมีสิทธิมนุษยชนไม่ได้ครับ กฎอัยการศึกนี้ไม่มีสิทธิมนุษยชนครับ รวมทั้งกฎหมายหลายฉบับ ผมดีใจนะครับ เดี๋ยวท่านบอกว่าผมวิจารณ์ท่านอย่างเดียว มีอยู่หน้าหนึ่งท่านบอกว่าควรจะยกเลิก ในเรื่องกฎหมายพิเศษไม่ว่าเป็นกฎหมายฉุกเฉิน กฎหมายมั่นคง หรือกฎอัยการศึก แต่ว่ารัฐประหารมันยิ่งกว่ากฎหมายสิทธิพิเศษทั้ง ๓ ฉบับ เพราะรัฐประหารนี่มันยึดอ้านาจ ทั้งประเทศครับ แล้วมันยึดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่สูงสุดของประชาชนทั้งประเทศ ๖๗ ล้านคนไปอยู่ในมือของคณะรัฐประหาร ท่านประธานครับ ในขณะนี้โลกเขารู้แล้วครับว่า โครงสร้างทางการเมืองนี่เป็นโครงสร้างส่วนบนของทุกสังคมหรือส้าคัญที่สุดของทุกสังคม ถ้าหากโครงสร้างทางการเมืองเป็นเผด็จการทรราช สังคมทั้งสังคมก็จะถูกเปลี่ยนโฉม เป็นเผด็จการทรราช หากว่าสังคมทั้งสังคมเป็นโครงสร้างทางการเมืองเป็นประชาธิปไตย สังคมทั้งสังคมก็จะเป็นประชาธิปไตยนั่นแหละจึงจะมีประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ผมขออนุญาต ที่จะกราบเรียนท่านประธานเป็นข้อคิดนะครับว่ามีประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติท่านที่ผ่านไปแล้วผมไม่เอ่ยชื่อ ท่านอธิบายให้ความชอบธรรมกับการรัฐประหาร ท่านบอกการรัฐประหารเป็นความชั่วร้ายที่จ้าเป็น ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้นะครับ ท่านตอบผมได้ไหมครับว่า ท่านเห็นด้วยกับหลักการดังกล่าวและท่านตอบผมหน่อยนะครับว่าการรัฐประหาร เป็นความชั่วร้ายที่จ้าเป็นเพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศเขาจะได้ทราบทัศนะท่านชัดว่า ท่านเห็นด้วยกับการรัฐประหารบางอัน ซึ่งผมไม่เห็นด้วยกับหลักการรัฐศาสตร์อันนี้ ของประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดที่ผ่านมา ผมเห็นว่าการรัฐประหาร เป็นความชั่วร้าย เลวทราม ชั่วช้าสารเลว โดยไม่ใช่เป็นความชั่วร้ายที่จ้าเป็น เพราะในระบอบประชาธิปไตยแก้ปัญหาได้ทุกเรื่องโดยมอบอ้านาจคืนไปให้ประชาชน เพราะประชาชนเป็นเจ้าของอ้านาจสูงสุดของประเทศ

ข้อต่อมาในปี ๒๕๕๑ ในหน้า ๒๖ นะครับท่านประธาน มีสถานการณ์ ทางการเมืองที่สะท้อนให้เห็นถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน กล่าวคือนับตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ เป็นต้นมาได้มีการชุมนุมทางการเมืองที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจ้านวนมากหลายครั้ง โดยปี ๒๕๕๑ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ชุมนุมอย่างยืดเยื้อเป็นเวลา ๑๙๓ วัน มีการขับไล่ รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มีการยึดสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ ตลอดจน การปิดล้อมรัฐสภาจนมีการสลายการชุมนุมและมีผู้เสียชีวิต ๒ คน วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี่ไม่ทราบว่า ท่านจงใจหรือว่าท่านบกพร่อง เพราะว่ามีการเสียชีวิต ๒-๓ ราย ที่ผมคิดว่าท่านควรจะต้องให้ รายละเอียด อาทิเช่นการเสียชีวิตของ ณรงค์ศักดิ์ กอบไทยสงค์ อาทิเช่นการเสียชีวิตของ คนเสื้อเหลืองซึ่งไปยึดท้าเนียบรัฐบาลอยู่ แล้วก็มี เอ็ม ๗๙ ลง ท่านไม่ได้พูดถึงครับ เราจะต้อง ให้เกียรติกับคนที่เสียชีวิตเหล่านั้นด้วยนะครับ ถึงแม้ว่าผมจะมีความเห็นทางการเมือง ไม่ตรงกับเขาก็ตาม แต่เราก็ต้องให้เกียรติเขา ท่านไม่ได้พูดถึงเลยนะครับ นอกจากนี้กรณีของ พันธมิตรท่านพูดแค่ ๖ บรรทัด แต่ในกรณีของ นปช. ท่านพูดทั้งหมด ๑๘ บรรทัด ถ้าท่านประธานจะกรุณาให้เวลาผม เพราะว่าเวลามันจี้ผมมาเหลือเกินแล้ว ผมนี่มันเป็นอย่างนี้ ถ้าเวลาถูกจี้แล้วผมก็จะรนแล้วผมก็จะพูดเร็ว เพราะฉะนั้นท่านประธานกรุณาให้เวลาผม อีกสักนิด เพราะผมจะต้องกราบเรียนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้เห็นว่าตัวท่านเอง ได้ละเมิดหลักการปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติไปเรียบร้อยแล้ว ผมจะอ่านให้ท่านฟังอีกทีนะครับว่า ข้อ ๒ ทุกคนย่อมมีสิทธิและอิสรภาพบรรดาที่ก้าหนดไว้ ในปฏิญญานี้ โดยปราศจากความแตกต่างไม่ว่าชนิดใด ๆ ทั้งสิ้น ปราศจากความแตกต่าง ไม่ว่าชนิดใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านแยกระหว่างพันธมิตรกับ นปช. ในค้าบรรยายของท่านนี่ พันธมิตรท่านแตะแค่ ๖ บรรทัด กรณีที่พันธมิตรเขาขับรถชนต้ารวจ แล้วถอยหลังมาชนอีก ไม่ปรากฏอยู่ในนี้ แล้วกรณีเยอะแยะ การยึดช่อง ๑๑ การยึดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การยึดกระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง แล้วก็การยึด สถานที่ราชการมากมาย แล้วการลงไปในท้องถนนควักปืนออกมาแล้วยิงตุง ตุง ตุง ตรงบริเวณซอยวิภาวดีรังสิต ๓ และมีการบรรจุลูกโม่ด้วย ท่านไม่พูดถึงเลยครับ ผมไม่เข้าใจ ว่าตัวท่านเองนี่เข้าใจหลักการของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนหรือเปล่า ทุกคนย่อมมี สิทธิและอิสรภาพบรรดาที่ก้าหนดไว้ในปฏิญญานี้ โดยปราศจากความแตกต่างไม่ว่าชนิดใด ๆ เพราะฉะนั้นท่านโปรดอย่าใช้รสนิยมทางการเมืองของท่านนี่มาท้าข้อสรุปเถอะครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ เพราะมันจะท้าลายเกียรติภูมิของพวกท่าน ผมพูดตรง ๆ ครับ ท่านต้องอนุญาตให้ผมพูดตรง ผมไม่ได้โกรธเกลียดชังท่านเลย แต่ผมพูดเพื่อที่จะให้ท่าน ยังรักษาศักดิ์ศรีและฐานะของท่านได้ และท่านลองดูเวลาไปพูดถึงทาง นปช. บ้างนะครับ หลังจากนั้นมีชุมนุมของ นปก. ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น นปช. ระหว่างวันที่ ๘-๑๔ เพื่อขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท้าให้รัฐบาลร่วมกับที่ประชุมสุดยอดอาเซียน หรือเวทีซัมมิท (Summit) ที่โรงแรม รอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ต้องประกาศ เลื่อนการประชุมออกไป ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม ภาพลักษณ์และเกียรติภูมิ ของประเทศไทย

(การประชุมด้าเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
(นายสาธิต ปิตุเตชะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอสักครู่ครับ ท่านสาธิตประท้วงอะไรครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผมหารือท่านประธาน สั้น ๆ ครับ คือกรณีเวลาของท่านเพื่อนสมาชิกเลยไปแล้ว ๕ นาที

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ทางโน้น ๒๐ นาทีครับท่านประธาน

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

อันนี้ท้าผิดข้อบังคับครับ พูดแทรกในขณะที่ ผมก้าลังหารือกับท่านประธาน ความจริงต้องอภิปรายกับท่านประธานนะครับ ผมเรียน ด้วยความเคารพนะครับ เพียงแต่ผมจะหารือว่าถ้าเป็นกรณีที่เลยเดี๋ยวในฝั่งของผม ผมก็เตรียมเรื่องมาเยอะเหมือนกัน ก็ขอความกรุณาท่านประธานว่าให้ผมได้ใช้เวลาพอสมควร ที่เหมาะสมกันแค่นั้นเองครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณหมอต่อครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ 🔗

ขออนุญาตท่านประธานครับ ขอประทานอภัย คุณสาธิต ปิตุเตชะ ด้วยความเคารพจริงๆ นะครับที่เมื่อกี้ผมแทรก ขอได้รับ การอภัยจากผมด้วยนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานต่อ เพราะว่าผมไม่อยากให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านท้าผิดซ้าซากนะครับ เพราะว่าท่านผิดจริง ๆ ครับ คนเสียชีวิตตั้งเยอะแยะ แล้วกรณีที่เกิดขึ้นกับพันธมิตรมากมาย และจริง ๆ ท่านควรจะต้อง ลงไปดูรายละเอียดนะครับว่ากรณีของ ขออนุญาตเอ่ยนาม ซึ่งอันนี้ไม่ได้เสียหายอะไรนะครับ เพราะสื่อเขาตีพิมพ์ไปทั่วครับสารวัตรจ๊าบ กรณีนั้นดีหรือไม่ดีกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย เพราะว่าหนังสือพิมพ์เขาบรรยายละเอียด ไม่ใช่ผม ท่านประธานครับ เขารับโทรศัพท์มือถือ ฉับพลันทันใด บูม (Boom) สมองเขาแขวนอยู่บนต้นไม้ครับ ร่างกายส่วนหนึ่งหล่นอยู่ข้างนอก อีกส่วนหนึ่งหล่นเข้าไปในรถ แล้วก็มีระเบิดตามลงมาอีก ๒ ลูก อันนี้ไม่ทราบเป็นคาร์ บอมบ์ (Car bomb) หรือเปล่า ท่านได้บันทึกไว้ไหมครับ แล้วท้าไมของทาง นปช. มากมาย เหลือเกินนะครับ ผมหยิบยกบางอย่างเท่านั้นเองเพราะว่าเดี๋ยวท่านสมาชิกท่านอื่นจะมีเวลา ไม่พอเพียง ท่านบอกเลยนะครับว่ากระทบเศรษฐกิจ สังคม ภาพลักษณ์และเกียรติภูมิ ของประเทศไทยในเวลาท่านบรรยายถึง นปช. และนอกจากนี้ท่านก็ยังพูดไปถึงว่ารัฐบาล ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี บางอ้าเภอ ของจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ ๑๒ เพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐมีอ้านาจในการที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย แม้รัฐบาล ชี้แจงว่าเจ้าหน้าที่ใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักในการควบคุมและการสลายการชุมนุม ท่านได้เข้าไปตรวจสอบไหมครับ ไม่ทราบว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ไปตรวจ มีผู้บาดเจ็บอยู่ท่านหนึ่งที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก อีกท่านหนึ่งที่โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลราชวิถีผมไปดูด้วยตัวเอง ไปดูเอ็มอาร์ไอ (MRI) กระสุนทะลุ แต่ว่าเดชะบุญ ไม่โดนหัวใจ แต่ว่าทิศทางอย่างนี้คือเฉียดหัวใจไปแล้วไปตัดเส้นเลือดใหญ่ตรงบริเวณ ซอกแขนด้านซ้าย แต่ว่าแพทย์ช่วยชีวิตทัน ท่านได้ไปดูไหมครับ นี่เป็นการยิงเพื่อสังหาร หรือเปล่าครับ และท่านได้ติติงในเรื่องนี้ไหมครับ ที่ท่านอธิบายบอกว่ามาตรการ จากเบาไปหาหนัก ยังอีกเรื่องหนึ่งนะครับก็คือ พลทหาร อภินพ เครือสุข นี่ผมยังติดค้างคาใจ ไม่หายนะครับ เพราะว่าเท่าที่ติดตามข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ทราบว่า พลทหาร อภินพ เครือสุข เพียงแต่โทรศัพท์ไปบอกภรรยาของตัวเองว่าวันนี้มีคนส้าคัญระดับสูงของรัฐบาล มาประชุมที่นี่ ฉับพลันทันใดก็ล้มลงแล้วก็หัวฟาดชักโครกและเสียชีวิต แล้วแพทย์ ที่โรงพยาบาลศิริราช แผนกนิติเวชวิทยา เขาบอกว่าเสียชีวิตด้วยการถูกกระทบด้วยของแข็ง อย่างแรง ไม่ทราบได้มีการไปตรวจสอบไหมครับว่ากรณีอย่างนั้นเป็นอย่างไร ผมไม่อยากจะ เสียเวลาของท่านผู้อภิปรายท่านอื่นมากเกินไปแล้วนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนที่ท่านให้ ความเห็นในนี้ว่าควรจะยกเลิกกฎหมายความมั่นคงทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกฎอัยการศึก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แล้วก็ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ ผมเห็นด้วย แล้วผมอยากให้ท่านเดินหน้าต่อ แต่ทีนี้ผมกราบเรียนก่อนที่จะยุติ ผมเป็นห่วง และขอฝากความเป็นห่วงผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วย ผมทราบว่าเป็นเรื่องที่รั่วไหลออกมาแต่ผมก็ทราบอีกเหมือนกันว่าคนข้างในนี่แหละตั้งใจ จะปล่อยให้ออกมา ก็คือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้มีการตั้งคณะอนุกรรมการ ๙ ชุด และคณะอนุกรรมการ ๙ ชุดดังกล่าวนี้ก็ไปตรวจสอบข้อมูลอะไรต่าง ๆ จนก้าลังจะ รวบรวมกลายเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์แล้ว แต่ปรากฏว่ารายงานดังกล่าวนี้มีผู้ที่ รักความยุติธรรมและรักความเป็นธรรมเห็นว่าไม่ถูกต้อง ไม่เที่ยงธรรม ก็มีการโต้แย้งกันในที่สุด ก็เลยท้าให้มีรั่วออกมา ผมยังไม่อยากจะกล่าวหาท่านนะครับว่าท่านสรุปว่าการชุมนุม ของคนเสื้อแดงเต็มไปด้วยความไม่ชอบธรรม ในนี้ท่านเขียนนะครับว่าการชุมนุมของ นปช. ไม่ใช่การชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธ ในส่วนการท้าของรัฐบาลในการรุกคืบเข้าปิดล้อมพื้นที่การชุมนุมเป็นการท้าภายใต้กฎหมาย ที่ให้อ้านาจไว้ อันนี้ตรงกับข้อแรกที่ผมได้กราบเรียนท่านไปแล้วว่าท่านอย่าตั้งตัวเป็น ผู้พิพากษา ท่านกรุณาให้ซื่อตรงต่อหลักการของปฏิญญาสากลของสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ ในนี้ท่านยังบอกมีพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าระเบิดเอ็ม ๗๙ ทั้ง ๕ ลูกยิงมาจากทิศทาง ของกลุ่มผู้ชุมนุม และความร่วมมือของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ให้ความช่วยเหลือในการจุดพลุ ตะไล เพื่อให้เกิดความวุ่นวาย ท่านประธานครับ ในวันรุ่งขึ้นหรือ ๒ วันถัดมามีภาพปรากฏ หน้าธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีรอยถากลึกกินเข้าไปถึงแก่นไม้ แสดงทิศทางของ การยิงเอ็ม ๗๙ ลูกนั้นว่ามาจากตึกสูงด้านตรงข้าม ผมว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชุดนี้โชคดีที่ข้อมูลในนี้รั่วไหลออกมาเสียก่อนก็เลยท้าให้ท่านสามารถที่จะปฏิเสธได้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าฉบับจริงที่ท่านก้าลังจะท้ารายงานออกมาไม่ควรจะมีจุดอ่อนอย่างนี้ ไม่ควรจะมีข้อบกพร่องอย่างนี้ออกมาเป็นอันขาด ยังมีอีกหลายอัน ขออนุญาตอีกอันเดียว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่าการชุมนุมของกลุ่ม นปช. เป็นการชุมนุม ด้วยความไม่สงบ ท่านยืนยันอีกทีนะครับ แล้วให้ท่านตีพิมพ์ออกมาอีกทีหนึ่งไม่มีปัญหา ถ้าท่านยืนยันผมก็พร้อมที่จะรับฟังนะครับ ผมไม่ได้ท้าทายเพราะผมยืนยันของผมว่าสงบ ปราศจากอาวุธครับ หากว่าท่านมีไม่สงบตรงไหนขอหลักฐานครับ อย่าให้เหมือน คอป. เขาพูดถึงชายชุดด้า ๓๖ หน้า ยกเว้นภาพที่ปรากฏในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ

(นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอครับมีผู้ประท้วง

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตประท้วงผู้ที่ก้าลัง อภิปรายด้วยความเคารพ รวมถึงอยากจะสอบถามท่านประธานด้วยว่าเนื่องจากการรายงาน ครั้งนี้เป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานประจ้าปี ๒๕๕๒ ถ้าท่านประธานกรุณาอนุญาต ให้ท่านผู้อภิปรายได้พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในปีที่ไม่ใช่ในรายงานนี้มากนัก แนวทางปฏิบัติ ของพวกกระผมที่อาจจะอภิปรายต่อไปก็จะได้หารือและอภิปรายในข้อมูลที่เกี่ยวกับ สิ่งที่ท่านผู้อภิปรายก้าลังอภิปรายได้บ้าง ก็อยากจะสอบถามท่านประธานว่าเราจะ เอาแบบไหนครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอถ้าสรุปได้ก็จะดีนะครับ ผมก็ให้โอกาสท่านมาเกือบ ๒๐ นาทีเหมือนกับ ทางฝั่งพรรคประชาธิปัตย์

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

(นายพายัพ ปั้นเกตุ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพายัพประท้วงอะไรครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมกราบเรียนหารือท่านประธานและเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพ ในการอภิปรายคราวนี้ มันมีหลายประเด็นที่อาจจะต้องหยิบยกขึ้นมาพูดให้สิ้นกระแสความ ถ้าจะเป็นไปได้ ถ้าท่านประธานอนุญาตฝ่ายหนึ่งให้พูดได้ ๒๒ นาที ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งมีข้อมูลที่จะพูดในเวลา ที่เท่าเทียมกันก็ขอความกรุณาท่านประธานให้อีกฝ่ายหนึ่งได้พูดด้วย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเหวงนี่ผมให้เวลาใกล้เคียงกัน แล้วท่านอื่นผมก็ขอ ๗ นาที เพราะถ้าจะเอาทั้งหมดผมว่า วันนี้ไม่จบ เหลืออยู่ฝ่ายละประมาณ ๑๐ ท่าน ๒๐ ท่านถ้าผมปล่อยคนละ ๒๐ นาที ใช้เวลา ประมาณ ๕-๖ ชั่วโมง

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ผมต้องแย้งก่อนที่ท่านประธานจะพิจารณาต่อว่าในเวลาที่มีรายงานออกไปสู่สาธารณชน มันมีผลกระทบต่อคนหมู่มาก จริงเท็จประการใดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก ถ้าเราจะ หยิบยกเอาประเด็นเหล่านี้แล้วมาพูดกัน แล้วเราไม่พูดกันเสียให้หมดให้สิ้นในประเด็นที่เรา มีความเห็นต่างกัน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ท่านพายัพผมก็ให้โอกาส เมื่อสักครู่นี้ฝั่งฝ่ายค้านเอาไป ๒๒ นาที ผมพยายามให้ หมอเหวงใกล้เคียง เสร็จแล้วท่านอื่นก็ขอให้อยู่ใน ๗ นาที เพราะจะซ้าประเด็นกันทั้งหมด ก็จะวนอยู่ที่เดิมเพราะทุกคนก็จะพูดประเด็นคล้าย ๆ กัน เชิญคุณหมอต่อเลยครับ ท่านพายัพไม่ต้องประท้วงแล้ว

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมจะอภิปรายประเด็นที่ไม่ซ้า เมื่อสักครู่นี้ผมเพียงแต่ปรารถนาดีต่อคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าท่านอย่าท้าตัวเป็นผู้พิพากษา แล้วเวลาท่านท้าอะไรต้องมีหลักฐาน ทางวิทยาศาสตร์ ทีนี้ผมอยากเข้าเนื้อหาเลย หน้า ๓๘ หน้า ๓๙ ตรงนี้อีกผมต้องขออนุญาตอ่าน ผมอ่านตรงนี้จบแล้วก็จบเลยครับ คือตรงนี้เป็นการบอกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าการเขียนอย่างนี้ท่านท้าลายตัวท่านเอง คือการเขียนอย่างนี้ท่านเท่ากับใส่ร้าย ประณาม นปช. แล้วก็ยกยอปอปั้นพันธมิตร ซึ่งในนี้ถ้าอ่านครบกลายเป็นว่า นปช. เป็นพวกทักษิณ เป็นพวกพรรคพลังประชาชน เป็นพวกพรรคไทยรักไทย เป็นพวกพรรคเพื่อไทย ไม่ถูกครับ ท่านไม่มีหน้าที่มาใส่ร้ายป้ายสี นปช. ครับ แล้วส่วนพันธมิตรก็ต่อสู้ด้วยอุดมการณ์ ทางการเมืองของเขา ผมมีความจ้าเป็นต้องอ่านให้ท่านประธานฟังว่ารายงานฉบับนี้ ท่านโปรดถอนไปแก้ไข จริง ๆ มีหลักฐานเยอะแยะว่าพันธมิตรเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหรือเปล่า มีนักการเมืองบางคน เข้าไปปราศรัยในท้าเนียบรัฐบาลหรือเปล่า มีนักการเมืองบางคนไปปราศรัย ในสนามบินสุวรรณภูมิหรือเปล่า เห็นชัดกันหมดนะครับ ผมไม่พูดเพราะไม่ต้องการให้มี การประท้วง แต่ในนี้ท่านเขียน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพันธมิตรนะครับว่าได้ยกระดับ ความขัดแย้งจนเกิดการเผชิญหน้ารุนแรงอีกครั้ง กลุ่มพันธมิตรมีการชุมนุมทางการเมือง อย่างต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม ระหว่างนั้นความขัดแย้ง ได้ยกระดับความเข้มข้นจนมาสู่การยึดสถานที่ราชการ ท้าเนียบรัฐบาล ปิดล้อมรัฐสภา จนเกิดการเผชิญหน้า และจบลงที่การปราบปรามอย่างรุนแรง เกิดเป็นโศกนาฏกรรม นี่คือค้าอธิบายที่ให้เห็นความชอบธรรมของพันธมิตรและความชั่วช้าสารเลวของรัฐบาล ในสมัยโน้น แล้วก็เจ้าหน้าที่ในสมัยโน้น แต่ว่าถ้าเป็นของ นปช. เป็นคนละเรื่องเลยนะครับ

(นายสาธิต ปิตุเตชะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอมีผู้ประท้วง เชิญท่านสาธิตครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วง ผู้อภิปรายนะครับ ให้ถอนค้าว่าเป็นความชั่วช้าสารเลวของรัฐบาลชุดที่แล้ว คือผมพยายาม อดทนฟังนะครับว่าถ้าการอภิปรายมันเข้าในเนื้อหาสาระก็ไม่มีปัญหาอะไร

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาธิตผมฟังอยู่ไม่ใช่ว่าชุดที่แล้ว ชุดนั้น ชุดนั้นที่เกิดปัญหากับพันธมิตร ไม่ใช่ชุดท่าน ไม่ใช่ชุดท่าน ไม่ใช่ชุดท่าน ฟังให้เข้าใจ คือผมฟังว่าไปโยนความผิดให้เป็นความชั่วช้า ของรัฐบาลชุดนั้นไม่ได้ว่าท่าน

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

นิดเดียว ท่านประธานฟังผมครับ คือการอภิปรายของเขาพูดเกี่ยวกับการชุมนุม และเขาก็พูดว่าเป็นความชั่วช้าสามานย์ ของรัฐบาลชุดไหนก็ตาม แต่ผมเข้าใจว่าสิ่งที่อภิปรายมาทั้งหมดมันหมายถึงรัฐบาล ยุคพรรคประชาธิปัตย์ หัวใจของมันก็คือว่าผมอยากจะให้ท่านประธานได้บอกให้เขาถอน จะได้ไม่เป็นปัญหาครับ เพราะว่าการด้าเนินการอภิปรายจะได้ด้าเนินการต่อไปได้ ไม่อยากให้เป็นปัญหาเลยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพื่อความรวดเร็วคุณหมอถอนครับ ผมว่าน่าจะถอนด้วย ไม่ต้องว่าชุดนั้นชุดนี้หรอกครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ถอนครับท่านประธาน ผมอ่านต่อนะครับ มาสู่การยึดสถานที่ราชการ ท้าเนียบรัฐบาล ปิดล้อมรัฐสภา เผชิญหน้า จบลงที่การปราบปราม อย่างรุนแรง แสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล เกิดเป็นโศกนาฏกรรมเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ที่เจ้าหน้าที่ต้ารวจหน่วยปราบจลาจลได้ท้าลายฝูงชนด้วยอาวุธหนัก จนเสียชีวิต ๒ ราย สถานการณ์ที่รุนแรงจนถึงขั้นมีการปิดท่าอากาศยานดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อปลายเดือน ที่ตรงนี้ผมอ่านให้ท่านฟังเพราะว่าการเขียนทั้งหมดนี้ เท่ากับเขาปกป้องพันธมิตร มีความชอบธรรมทั้งหมด และรัฐบาลมีความไม่ชอบธรรมทั้งหมด ทีนี้ลองมาอ่านฝั่งนี้ดูนะครับ กลุ่มต่อต้านเปลี่ยนมาเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมภายใต้ชื่อ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ นปช. ซึ่งมีความสัมพันธ์ค่อนข้างใกล้ชิด กับพรรคพลังประชาชนที่เพิ่งถูกยุบ ท่านเขียนอย่างไรครับ และก่อให้เกิดพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่จัดตั้งขึ้นใหม่แทนที่พรรคพลังประชาชน แล้วก็พรรคประชาธิปัตย์ จัดตั้งรัฐบาลผสมก็ได้รับการคัดค้านจาก นปช. และพรรคเพื่อไทยระหว่างการเป็นเจ้าภาพ การประชุมสุดยอดอาเซียนเมื่อครั้งที่ ๑๔ การประชุมที่เกี่ยวข้องที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๒ เมษายน ๒๕๕๒ ได้ถูกผู้ชุมนุมคัดค้านบุกรุก สถานที่ประชุมจนต้องยกเลิกกลางคัน ตรงนี้ชี้ให้ท่านประธานนิดเดียวว่าคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านไม่ใช่ศาล ท่านไม่ใช่ผู้พิพากษา ต่อนะครับ วันที่ ๑๒ รัฐบาล จัดให้มีการแถลงข่าวที่กระทรวงมหาดไทย ได้ถูกผู้ชุมนุมก่อความไม่สงบเข้าไปใน กระทรวงมหาดไทย ทุบตีท้าลายรถยนต์ที่คาดว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นั่งอยู่อย่างรุนแรง แต่รถคันดังกล่าวหลบหนีออกไปได้ และต่อมานายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ถูกผู้ชุมนุมท้าร้ายจนได้รับบาดเจ็บขณะโดยสารรถยนต์ออกจาก กระทรวงมหาดไทย มีการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้ชุมนุมและคนชุมนุม กลายเป็นจลาจลขนาดย่อมที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ซอยกิ่งเพชร อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นางเลิ้งและอีกหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร เนื่องจากคู่กรณีของความขัดแย้ง ไม่ได้ก้าวไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาที่เป็นอารยะและใช้เหตุผล ผมเพียงแต่ยกตัวอย่าง ให้ท่านประธานเห็นว่าการเขียนอย่างนี้แยกข้างเลยครับ แล้วท่านเลือกข้างข้างหนึ่งโดยสมบูรณ์ แล้วท่านกระหน่้าโจมตีอีกข้างหนึ่งโดยสมบูรณ์ นี่ไม่ใช่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นี่เป็นการเลือกข้างโดยสิ้นเชิง ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสาธิตครับ คุณหมอเวลาพอดีกันแล้ว ๒ ฝั่ง ก็ไม่ได้ติดใจแล้วครับ เชิญท่านสาธิต ต่อไปผมให้ท่านละ ๗ นาที

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดระยอง ก่อนที่ผมจะ อภิปรายผมถามประธานเป็นค้าถามไปยังเพื่อนสมาชิกว่าพฤติกรรมที่ข่มขู่คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าต้องเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ขอให้ยุติเสียที เพื่อเป็นประโยชน์ ส้าหรับเพื่อน ๆ สมาชิกที่จะอภิปรายท่านต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนว่า สิ่งที่ผม

(นายพายัพ ปั้นเกตุ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพายัพมีอะไรครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

ผมกราบขออภัยท่านผู้อภิปรายที่ก้าลัง อภิปรายด้วยความเคารพ ผม พายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมไม่อยากให้เพื่อนสมาชิกใช้ค้าว่าผู้อภิปรายเมื่อสักครู่คือคุณหมอเหวง มีพฤติกรรมข่มขู่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งค้าพูดอย่างนี้ไม่น่าใช้ น่าจะพูด ในเนื้อหาประเด็นอื่นที่ดูแล้วบรรยากาศมันจะดีขึ้น ขอความกรุณาท่านประธานว่าช่วยเตือน เพื่อนสมาชิกของผมหน่อยไม่ต้องถอนค้าพูดหรอกครับเป็นการเตือนกันด้วยวาจา แบบลูกผู้ชายนี่ละครับ ขอบคุณ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทั้ง ๒ ฝ่ายผมไม่อยากให้กระทบกระทั่งกัน ทุกท่านก็พูดไป แต่ว่าคุณหมอเหวงก็ไม่ได้ ใช้สิทธิพาดพิงอะไร เชิญคุณสาธิตต่อ กรุณารักษากติกาในสภาด้วยกันนะครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ความจริงเพื่อความสบายใจผมพร้อมที่จะถอน แต่ผมเรียนท่านประธานว่าความจริงคุณพายัพเองหรือหมอเหวงเองนี่ไม่มีสิทธิมาอภิปราย เพราะว่าเป็นผู้ร่วมในการชุมนุม คือ ๑. เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง เพราะฉะนั้นการแสดง ความคิดเห็นมันจึงชี้ไปให้เห็นถึงว่าอันไหนพอใจจะยอมรับ อันไหนไม่พอใจก็จะไม่ยอมรับ อันนี้ก็เป็นประเด็นเหมือนกัน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาธิต ถ้าพาดพิงกันอย่างนี้ก็ประท้วงครับ ไม่สามารถอภิปรายต่อไปได้

(นายพายัพ ปั้นเกตุ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

ผม พายัพ ปั้นเกตุ คือลักษณะเพื่อนสมาชิก ท่านจะพูดลักษณะพาดพิงอย่างนี้ว่าผมมีส่วนเกี่ยวข้อง พวกผมก็มีส่วนเกี่ยวข้องครับ แล้วถามว่าคนอื่นมีส่วนเกี่ยวข้องไหมครับ ถ้าจะพูดอย่างนี้มันก็ขยายความยาวต่อไปอีก

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้ตักเตือนแล้วครับท่านพายัพ เมื่อกี้ก็ได้พูดแล้ว ผมพูดแล้วว่าไม่ให้พาดพิงต่อกัน เชิญทุกคนใช้สิทธิแสดงความคิดเห็นของท่านเองดีกว่า อย่าพาดพิงเดี๋ยวก็ประท้วง ท่านสาธิต

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผมตั้งใจที่จะใช้สิทธิ ในการอภิปรายในเรื่องของรายงานการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประเด็นที่ส้าคัญของผมก็คือว่าผมขอให้ก้าลังใจ แล้วก็ขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้อยู่คู่กับประเทศไทย แล้วก็การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ความส้าคัญ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความส้าคัญทุกรัฐบาลครับ ไม่ได้หมายความว่า มีความส้าคัญเฉพาะรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ความส้าคัญของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความส้าคัญทุกรัฐบาลในอนาคต เหตุผลที่ส้าคัญก็คือว่า การบริหารงานของรัฐบาลทุกรัฐบาลมีเหตุการณ์ที่รัฐบาลทุกรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหา การไปกระทบกระทั่งสิทธิมนุษยชนของประชาชนได้ และในบางครั้งรัฐบาลเองภายใต้ การด้าเนินการบริหารงานก็ไปกระทบกับสิทธิมนุษยชนนั้น ๆ ความจริงเองคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ไม่ได้มีอ้านาจตามกฎหมายมากนัก เพียงแต่ไปศึกษาไปสรุป เพียงแต่กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ก้าหนดให้มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในชุดนี้ ก็มีเพิ่มสิ่งที่จะเป็นช่องทางในการใช้อ้านาจไปสู่องค์กรที่ตัดสินในปัญหาต่าง ๆ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญเป็นต้น ผมเคยเห็นผลงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่มีประโยชน์อย่างมากในหลาย ๆ เรื่อง ผมเคยจ้าได้ว่าถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ใน รายงานผลการปฏิบัติงานประจ้าปี ๒๕๕๒ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เคย ไปศึกษาปัญหาสิทธิชุมชนในพื้นที่อุตสาหกรรมอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) รวมทั้งมาบตาพุด ถ้าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ไปศึกษาก็ไม่ทราบหรอกว่า ที่จังหวัดระยองที่จังหวัดชลบุรีมันมีปัญหาต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน อันนั้นก็ต้อง ยอมรับว่ามันเกิดจากการบริหารของรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า การวางนโยบายมันก็ไปกระทบโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นที่ในเขตพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อันนั้นเป็นจุดก้าเนิดของความเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชน รวมตัวกันแล้วก็ไปต่อสู้ สุดท้ายรัฐก็ช่วยไม่ได้ ภาคประชาชนเองก็เลยต้องไปพึ่งพาอาศัย อ้านาจของศาล ศาลปกครองก็มีค้าสั่งให้พี่น้องประชาชนชนะคดีเป็นครั้งแรก ๆ ของการต่อสู้ ของพี่น้องภาคประชาชน ที่ผมเรียนอย่างนี้ผมอยากจะให้เพื่อนสมาชิกแล้วก็ท่านประธานสภา ได้เห็นว่าความส้าคัญของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมันมีความส้าคัญเช่นไร ผมเรียนว่ายิ่งเฉพาะในกรณีที่สถานการณ์ปัจจุบันภายใต้ที่เราไม่อาจพึ่งหวังความเป็นกลาง จากรัฐบาลได้ แน่นอนที่สุดรัฐบาลที่มาบริหารประเทศจะต้องเป็นผู้น้าในการบริหารประเทศ ที่จะน้าพาไปสู่ความสงบสุข แต่เราก็พบว่าหลายพฤติกรรมมีความไม่เป็นกลาง ที่ชัดเจนที่สุด ผมไปดูรายงานผลการปฏิบัติงานประจ้าปี ๒๕๕๒ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในเรื่องของปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการต้ารวจ ความจริงการปฏิรูปองค์กรต้ารวจ และระบบยุติธรรม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ศึกษาเพียงข้อมูลเล็กน้อย แคบ ๆ ถ้านับเป็นบรรทัดอย่างท่านเพื่อนสมาชิกก็มีไม่เกิน ๑๐ บรรทัด แต่ความเป็นจริงแล้ว องค์กรต้ารวจก็มีปัญหามากมาย วันนี้ผมเรียนว่าการเมืองใช้องค์กรต้ารวจเป็นเครื่องมือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ศึกษาเรื่องเหล่านี้บ้างหรือเปล่า ยกตัวอย่างง่าย ๆ เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ ๒-๓ วันที่แล้ว การให้นโยบายต่อผู้บัญชาการต้ารวจประมาณ ๓๐๐ ท่าน ที่สโมสรข้าราชการต้ารวจของท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านเฉลิม อยู่บ้ารุง ท่านพูดชัด คือแทนที่จะเป็นผู้ใหญ่ แล้วก็ปฏิบัติตัวให้พี่น้องข้าราชการต้ารวจ หรือพี่น้องข้าราชการประจ้า ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง แต่ท่านพูดชัดในการให้นโยบายว่าต้ารวจเลือกข้างถูกแล้ว การเลือกอยู่กับพรรคเพื่อไทยนี่เป็นสิ่งที่พี่น้องข้าราชการต้ารวจซื้อหวยถูก แต่ถ้าเลือก พรรคประชาธิปัตย์ถือว่าแทงหวยผิด การให้นโยบายแบบนี้ผมคิดว่ามันไม่ควรเกิดขึ้นภายใต้ การบริหารงานของรัฐบาลชุดไหนก็ตาม ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของต้ารวจ ก็พูดชัดว่าข้าราชการต้ารวจต้องมีความเป็นกลาง อย่างนี้แหละครับมันก็เลยเกิดพฤติกรรม ที่เกิดขึ้นที่ต้ารวจนครบาลแสดงออกเพื่อให้ฝ่ายการเมืองได้เห็นว่าท้าอย่างนี้แล้วไปข่มขู่ คุกคามพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม ความก้าวหน้าในทางการเติบโตในวงราชการก็จะดีขึ้น อย่างนี้ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องไปศึกษา ต้องไปดูสิว่าพฤติกรรมอย่างนี้ จะต้องสรุปและน้าเสนอต่อรัฐบาล คล้าย ๆ กับถ้าผมจ้าไม่ผิดองค์กร ป.ป.ช. ที่มีหน้าที่ ตรวจสอบในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) พูดถึงเรื่องจ้าน้าข้าว องค์กร ป.ป.ช. ก็ได้ท้าเรื่องผลงานวิจัยว่ามันก่อให้เกิดการทุจริตอย่างมโหฬาร กลไกตลาดมันก็เสียหาย เขาก็ท้าหนังสือแนะน้าไปยังรัฐบาล จะชัดเจนแค่ไหน รัฐบาลจะฟังหรือจะยอมรับหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องเหล่านี้ก็ฝากไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า ต้องด้าเนินการ

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องการใช้สิทธิไม่ว่าจะเป็นของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็น ขององค์กร หน่วยงาน ความจริงก็พูดถึงที่ยกตัวอย่างเมื่อสักครู่ ข้าราชการบางท่านที่ไป ยื่นฟ้องที่ศาลรัฐธรรมนูญ ผมว่าไม่เห็นเป็นเรื่องแปลกเลย ท่านประธานครับ อันนั้นก็เป็น การใช้สิทธิอย่างหนึ่ง แต่ท้าไมรัฐบาลชุดนี้มองการใช้สิทธิของคนทั่วไป มองการใช้สิทธิ ขององค์กร มองการใช้สิทธิของ ส.ส. ฝ่ายค้านเป็นเรื่องผิดปกติ แล้วบ้านเมืองมันจะเดินไป อย่างไรล่ะครับ ผมถึงอยากให้สมาชิกได้ไตร่ตรองให้ดี แล้วก็องค์กรที่เป็นกลางอย่างองค์กร ส้านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ องค์กร ป.ป.ช. องค์กรไหนที่ไม่เห็นด้วย กับรัฐบาล ผู้ตรวจการแผ่นดินก็มีกระบวนการแนวคิดที่จะยุบองค์กรเหล่านั้นไปเสีย ผ่านการแก้รัฐธรรมนูญ มีความพยายามอย่างที่สุดในการที่จะแก้รัฐธรรมนูญและยุบองค์กร เหล่านี้ไปเสียเพราะว่าเห็นไม่ตรงกับรัฐบาล เพียงแค่นี้หรือครับ พฤติกรรมแบบนี้มันเกิดขึ้น เป็นระลอก ๆ ท่านประธาน ผมขอเวลาอีกไม่เกิน ๓ นาที การไปใช้สิทธิของคนทั่วไปที่เขา ไปด้าเนินการให้องค์กรเหล่านั้นได้ตรวจสอบ ผมถือว่าเป็นเรื่องปกติมาก ท่านประธาน ลองเปรียบเทียบดูนะครับ สมัยที่เป็นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทยโดยโฆษกพรรคถือซองทุกวัน ไปตามหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. ไปทุกที่ครับ ผมไม่เคยเห็น นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ออกมาต้าหนิแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยเห็นใครในพรรคประชาธิปัตย์ออกมา ต้าหนิคุณพร้อมพงศ์แม้แต่ครั้งเดียว เพราะว่าเราเห็นว่าเป็นการใช้สิทธิโดยชอบ ส่วนหน้าที่ ของคนจะมาวินิจฉัยก็ขึ้นอยู่กับองค์กรนั้น ๆ เหมือนกันครับ องค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็ก้าลังจะวินิจฉัยการชุมนุมของพี่น้องประชาชน ซึ่งการชุมนุมนั้นจะมีพฤติกรรมอย่างไร จะมีรายละเอียดอย่างไร ใครท้าผิดกฎหมายเลยไปถึงกระบวนการยุติธรรมนั้นเป็นเรื่องของ กระบวนการยุติธรรม แต่ทุกฝ่ายต้องเคารพการท้าหน้าที่ของแต่ละฝ่าย อันนี้เป็นหัวใจส้าคัญ ผมเป็นห่วงครับ วันนี้ชาวนาปลอมไปชุมนุมที่หน้านิด้า (NIDA) ไปชุมนุมต่อว่าการใช้สิทธิ ของอาจารย์นิด้าซึ่งมันเป็นเรื่องอะไรล่ะครับ ถ้าเขาไม่เห็นด้วยก็เป็นเรื่องที่ต้องมาพูดคุย มาโต้เถียงกันว่าอันไหนดีกว่ากัน เหมือนกันครับ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เดินทางไป ร่วมกิจกรรมพรรคการเมือง พี่น้องเสื้อแดงมาคุกคามข่มขู่ ท่านเฉลิมบอกว่าเป็นสีสันทางการเมือง แต่ในขณะเดียวกันประชาชนเขาไปเรียกร้องราคาพืชผลทางการเกษตร ไปเรียกร้อง เรื่องการเยียวยาน้าท่วมไปจับเขาส่งศาล ศาลตัดสินจ้าคุก มีบางรายไม่รอการลงอาญา นี่เป็นพฤติกรรมที่เป็นปัญหาขณะนี้ครับ ผมจึงจ้าเป็นที่ต้องให้ก้าลังใจองค์กรต่าง ๆ ที่ท้างาน อย่างตรงไปตรงมาและมีอิสระ ท้าอย่างไรจะให้องค์กรเหล่านี้ได้อยู่และได้ตรวจสอบ อย่างตรงไปตรงมา สิ่งที่เป็นผลออกมาก็ต้องยอมรับครับ ไม่ใช่ว่าผลในแต่ละองค์กรออกมา ไม่ยอมรับ เพราะที่ไม่ยอมรับถ้าไม่ยอมรับในหลักการก็ไม่ว่าอะไรนะครับ เพราะมีบางส่วน ที่ผมไม่เห็นด้วยก็มีแต่ผมก็ต้องยอมรับ ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นแต่ละเรื่องที่ต้องไป นั่งวิพากษ์วิจารณ์กันว่าประเด็นเหล่านั้นถูกต้องหรือไม่ อย่างไร เพียงแต่ว่าผลออกมาแล้ว มันไปกระทบจิตใจหรือไม่เห็นด้วย ไม่พอใจก็กลับไปบอกว่าการท้างานขององค์กรต่าง ๆ เหล่านั้นไม่เป็นกลาง อย่างนี้สังคมเดินไม่ได้ครับ เราต้องร่วมด้วยช่วยกันครับ ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าความจริงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท้าวิเคราะห์วิจัยและศึกษา หลายเรื่อง เรื่องการชุมนุมเป็นเพียงเรื่องเดียว มีบางเรื่องที่เพื่อนสมาชิกฝากถามนะครับ เช่นเรื่องธนาคารออมสินที่มีผู้ไม่พอใจประมาณ ๔๗ ราย อันนี้ผมไม่ทราบว่าไปถึงไหน อย่างไร เพราะว่ารัฐบาลได้เยียวยาไปจ้านวนหนึ่งแต่ว่ามีบางส่วนที่ยังไม่พอใจ อันนี้ก็เป็น อีกเรื่องหนึ่งที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปด้าเนินการศึกษา มีจ้านวน ๔๗ ราย ทั้งหมดมี ๒๐๒ ราย ทั้งหมดนี้คือการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นปกติตรงไปตรงมา ผมเรียน อย่างนี้นะครับ แต่ว่าผมก็เรียนว่าสุดท้ายมีพฤติกรรมหลายพฤติกรรมที่ควรจะเริ่มต้น จากฝ่ายที่มีอ้านาจ แต่กลายเป็นว่าฝ่ายมีอ้านาจพยายามที่จะไปยุบองค์กรที่เป็นอิสระ และท้างานอย่างตรงไปตรงมา อันนี้ละครับมันจะเป็นปัญหา ผมจึงยิ่งที่จะต้องสนับสนุน องค์กรอิสระ และที่ปฏิบัติอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริงและอย่างเป็นกลางให้คงอยู่ แล้วก็ขอให้เข้มแข็ง อย่าไปหวั่นไหวกับค้า เดี๋ยวนี้เขาเรียกว่าคนเสียงดังเป็นคนถูก อย่างนี้ไม่ใช่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องช่วย และองค์กรอิสระทุกองค์กรต้องช่วยกันว่า สังคมจะต้องกลับมาปกติสุขอีกครั้งหนึ่งให้ได้ครับ ผมขอให้ก้าลังใจครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวรชัย เหมะ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมรับไม่ได้กับการรายงาน ผลปฏิบัติงานขององค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ เพราะว่าวันนี้หลาย ๆ อย่างที่บ่งบอก ชัดเจนว่าวันนี้องค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นไม่ได้ท้าหน้าที่เพื่อปกป้องสิทธิของ ปวงชนชาวไทย ท่านประธานครับ การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นการบ่งชัดว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมานั้น อ้านาจสูงสุดที่พี่น้องประชาชนมอบให้ก็คือพรรคเพื่อไทย แล้วเราจะเห็นชัดครับ ว่าหลังจากมีการยึดอ้านาจ เสรีภาพ สิทธิของประชาชนนั้นถูกท้าลายมากที่สุด แล้วก็องค์กรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านก็เห็นครับมีหลายองค์กร องค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นเป็นองค์กรหนึ่งที่มาตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วก็ทุกเรื่องจะสอดคล้องกันไปหมด ไม่ว่าผู้ตรวจการแผ่นดิน ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรนี้ ท้าอะไรจะมีลักษณะคล้าย ๆ กัน โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองที่ผ่านมา เมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ เราจะเห็นว่าพี่น้องประชาชนถูกลิดรอน สิทธิเสรีภาพ มีการท้าร้ายประชาชนทั้งจิตใจและร่างกาย การท้าร้ายทางจิตใจก็คือ การปกครองที่ไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ใช้อ้านาจ ใช้กฎหมายที่มาจากระบบเผด็จการ เพราะฉะนั้นองค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี้ไม่ต่างอะไรหรอกครับที่เป็นตัวตราบอกว่าท้าถูกแล้ว เครือข่ายที่มีอ้านาจท้าถูกแล้วทุกเรื่อง ไม่ว่าการใช้อ้านาจจะถูกหรือผิด ก็ออกมาพูดบอกว่า มีความชอบธรรมทุกเรื่องไป ท่านเห็นไหมครับ เมื่อปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ มีกลุ่มพันธมิตร ได้มาล้อมที่รัฐสภาแห่งนี้ แล้วก็การล้อมรัฐสภาวันนั้นผมก็อยู่ในวันนั้นครับ แล้วความรู้สึก ของคนในสภาเป็นอย่างไร ข้างนอกมีม็อบ (Mob) บอกว่าเดี๋ยวจะบุก เดี๋ยวจะจับ ส.ส. ผู้หญิงไปขังข้างบนให้หมดครับ นี่คนในที่นี้จะมีความรู้สึกอย่างไร ท่าน ส.ส. บางคนครับ รัฐมนตรีบางท่านครับ ต้องปีนรั้วหนี นี่เขาเรียกว่ารุกรานสิทธิมนุษยชนหรือไม่ เป็นการกระท้าที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของคนในสภาวันนั้นอย่างรุนแรง ท่านเห็นไหมครับ แล้ววันนั้นพันธมิตรล้อมสภาแห่งนี้ เจ้าหน้าที่ต้ารวจท้าหน้าที่ครับ วันนั้นผมยืนอยู่ตรงนี้ครับ ใกล้ ๆ หน้ารัฐสภานี่แหละครับ ปืนดังตูมยิงถล่มเข้ามาในสภาตั้งหลายนัด อย่างนี้ลิดรอน สิทธิเสรีภาพของพวกผมไหมครับ แล้ววันนั้นเจ้าหน้าที่มีความจ้าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง เอาคนในสภาออกไปให้ได้ แล้ววันนั้นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยล้อมทุกด้านครับ แล้ววันนั้นเจ้าหน้าที่ต้ารวจไม่ได้ใช้อาวุธร้ายแรงแต่ประการใด แต่ว่าสิทธิมนุษยชน กลุ่มนี้แหละคณะนี้แหละ บอกว่าวันนั้นเจ้าหน้าที่ต้ารวจใช้ความรุนแรงในการปราบปราม ประชาชน ท้าให้ประชาชนล้มตาย ข้อเท็จจริงในวันนั้นเจ้าหน้าที่ยิงเฉพาะแก๊สน้าตา แล้วไม่สามารถฆ่าคนได้เลยครับ แล้วเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานพิสูจน์ชัดเจนว่าการตาย ในวันนั้นเป็นการตายเพราะระเบิดที่เหน็บไว้ที่ตัวเองทั้งนั้น ล้มครับท่านประธาน ล้มแล้วก็ระเบิดที่พกติดตัวไว้แล้วเกิดระเบิดครับ นี่คือข้อเท็จจริงทั้งหมดมีหลักฐานชัดเจนครับ แต่องค์กรส้านักงานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติบอกว่าเป็นการกระท้าของเจ้าหน้าที่ต้ารวจ แล้วท่านมีหลักฐานอะไร ท่านมีการตรวจสอบหรือเปล่าครับ ท่านมีการพิสูจน์ไหมว่าการตายของพันธมิตรในวันนั้น เกิดจากอะไร แต่เห็นว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวกันกับคนที่ยึดอ้านาจกับกลุ่มเดียวกัน ที่เอาท่านมาอยู่ตรงนี้ในวันนี้ ท่านก็พูดไปเพื่อที่จะปกป้อง ถ้าท่านบอกว่าไม่ใช่แต่ความเป็นจริง ในรายงานมันมีอยู่ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องให้สมกับที่ท่านกินเงินเดือน ของพี่น้องประชาชนทุกคนครับ ท่านไม่ได้รับเงินเดือนจากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง สีเสื้อใดสีเสื้อหนึ่ง แต่ท่านรับเงินเดือนกินภาษีของคนทุกกลุ่มแม้แต่คนกลุ่มเสื้อแดงก็ต้องเสียภาษีให้ท่านครับ ท่านประธานนี่บ่งบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการชุมนุมของคนเสื้อแดง ชุมนุมตามสิทธิเรียกร้องแล้วก็ปกป้องประชาธิปไตยในวันนั้น แล้วก็การชุมนุมในวันนั้น พี่น้องคนเสื้อแดงไม่มีอาวุธ คนเสื้อแดงไม่ใช่ชายชุดด้าครับ ผมอยากเรียนให้ท่านทราบ และในวันนั้นท่านเห็นหรือยังครับว่าการต่อสู้ด้วยความสงบปราศจากอาวุธตามสิทธิ ของประชาชนพลเมืองไทยที่เสียภาษีสามารถท้าได้ครับท่านประธาน แต่ในวันนั้นพี่น้อง คนเสื้อแดงถูกฆ่า ๙๒ ศพ บาดเจ็บ ๒,๐๐๐ กว่าคน ท่านกลับท้าอะไรครับ ท่านให้สัมภาษณ์ อย่างไรในวันนั้น จนผลที่สุดแม่น้องเกตุแม่ของผู้ตายได้เอาพวงหรีดมาให้ท่านเพราะอะไรครับ นี่คือความอยุติธรรม นี่คือความไม่เป็นกลาง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อประทับตราว่าฝ่ายโน้น ท้าถูกต้อง ฝ่ายนี้ท้าผิด เพื่อสร้างความชอบธรรมให้คนกลุ่มหนึ่งและท้าลายคนอีกกลุ่มหนึ่ง เท่านั้นเองครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นขอให้รายงานฉบับนี้ท่านต้องไปคิดใหม่แล้วก็ท้าใหม่ แล้วก็เอากลับไปทบทวนใหม่ว่าสิ่งที่ท่านรายงานผลงานปฏิบัติงานของท่านนั้นมันมีข้อเท็จจริง สัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ได้หรือเปล่าครับ เรื่องนี้ท่านประธานสภาที่เคารพ องค์กรส้านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องครอบคลุมทุกเรื่องครับ เรื่องสิทธิผลประโยชน์สิทธิที่พึงได้รับของคนไทยต้องเท่าเทียมกันไม่ว่าเรื่องสิทธิของเด็ก สิทธิของชนชาติมนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์จะต้องได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกันไม่ใช่คนที่มีสิทธิเต็มที่ ในประเทศนี้คือพวกพ้องของผู้ที่มีอ้านาจและพวกพ้องของตัวเองเท่านั้น เพราะฉะนั้น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านต้องสรุปแล้วครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ เมื่อกี้ท่านให้ฝ่ายค้าน เกินมาตั้ง ๔ นาทีครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เกินทุกฝ่ายนี่ ก็ไปขอความร่วมมือยังเหลืออีก ๑๐ กว่าท่าน ท่านสรุปเลย

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอบอกองค์กรอิสระทุกท่านทั้งหลายแล้วก็องค์กรส้านักงานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติถ้าท่านต้องการให้ประเทศมีสิทธิเท่าเทียมกันท่านต้องคิดถึง ความมีจริยธรรมความมีคุณธรรมในการพิจารณาแต่ละเรื่องไป ท่านอย่าเลือกฝ่าย ท่านอย่าเลือกข้าง แล้วมีประโยชน์อะไรล่ะครับที่ท่านมาท้าหน้าที่นี้เป็นตราประทับความถูกต้องให้คนอีกกลุ่มหนึ่ง เท่านั้น ขอให้ท่านเปลี่ยนพฤติกรรมเถอะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้องค์กรอิสระทุกองค์กร จะท้างานในแนวเดียวกันหมด จะคล้าย ๆ กันหมดครับ เราจะเห็นว่ามนุษย์เกิดมาก็เป็นลูกมนุษย์ ช้างเกิดมาก็เป็นลูกช้างครับ นี่คือความเป็นจริง ฉันใดฉันนั้น องค์กรใดเกิดจากอะไรก็ท้างาน ให้องค์กรนั้นแล้วก็ด้าเนินรอยตามองค์กรนั้น เพราะฉะนั้นขอให้ท่านคิดว่าคนไทยทุกคน มีหัวใจที่รักสิทธิเสรีภาพแล้วก็หวงแหนทุกคนครับ ท่านอย่าท้าตัวเพื่อใคร เพื่อกลุ่มคนใดคนหนึ่ง ท่านคิดจิตส้านึกท่านต้องมีว่าวันนี้ท่านกินภาษีของพี่น้องประชาชนทุกคน หยาดเหงื่อ แรงงานของคนจน ๆ ท้างานก็ต้องเอาเงินให้ท่านทุกคน เพราะฉะนั้นท่านต้องยืนหยัด บนความเป็นกลาง ความยุติธรรมครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรุณารักษาเวลากันด้วยนะครับ เพราะว่าเหลืออีก ๑๐ กว่าท่านจริง ๆ ครับ เชิญอาจารย์ ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันจะขออนุญาตอภิปรายทั้งใน ๒ เล่มนี้ ทั้งเรื่องรายงานการประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ พร้อมด้วยรายงานผลการปฏิบัติงาน ประจ้าปี ๒๕๕๒ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านประธานคะ ก่อนอื่น ดิฉันต้องขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ค่ะ คือให้ก้าลังใจคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นอย่างยิ่งเลย แม้ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี้จะเกิดขึ้นมา จริง ๆ เกิดขึ้นมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่หลายท่านและทุกท่านเห็นพ้องต้องกัน ว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนนั่นแหละค่ะ แล้วก็พวกเราเองตอนช่วงนั้น ที่เขียนรัฐธรรมนูญกันก็อยากจะให้มีคณะกรรมการนี้เกิดขึ้นมา เพราะคิดว่าท่านจะสามารถ และท่านท้าได้ค่ะ ช่วยกันสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชน ท่านประธานคะ ที่จริงแล้ว นอกเหนือจากจะให้ก้าลังใจแล้ว ดิฉันอยากจะขอขอบคุณที่เขียนรายงาน แล้วก็ดิฉันอยากจะ ขอกราบเรียนท่านประธานเช่นเดียวกันว่าดิฉันหนักใจแทนท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติจริง ๆ เลย เขียนรายงานมาแล้วไม่ถูกใจใครบางคนก็บอกว่าให้กลับไปเขียนใหม่ เขียนจนกระทั่งถูกใจ ดิฉันคิดว่าในสังคมประชาธิปไตยตรงนี้ที่เราจะต้องท้าความเข้าใจกันใหม่ กระมังคะว่าเราจะอยู่กันอย่างไร อ้านาจหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ท่านก็เขียนไว้ ดิฉันก็คิดว่าหน้าที่ของท่าน อ้านาจของท่านนั้นไม่มีตรงไหนบอกที่ว่าท่านจะต้อง เป็นผู้พิพากษาถูกต้อง แต่ว่าหน้าที่ของท่านนั้นยิ่งใหญ่ไปกว่านั้นอีก คือท่านจะต้องท้างาน ตรวจสอบแล้วก็รายงานในเรื่องของการกระท้าหรือการละเลยการกระท้าอันเป็นการละเมิด สิทธิมนุษยชนและอีกหลายเรื่องทีเดียว เสนอความเห็นเอย เสนอเรื่องราวเอย เสนอแนะ นโยบายเอย จะมีนิดเดียวเท่านั้นเองที่เพิ่งมาให้ท่านมีอ้านาจในช่วงหลังก็คือการฟ้องคดี ต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย แล้วในรายงานของท่านนั้นบอกไว้ว่าจริง ๆ แล้วในปี ๒๕๕๒ เรื่องร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีมากที่สุดเลยก็คือเป็นเรื่องของการละเมิด สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายมากที่สุด ที่จริงตะกี้มีค้าถามจากเพื่อนสมาชิกว่า มีกฎหมายฉบับใดที่อนุญาตให้รัฐบาลฆ่าประชาชน ดิฉันขออนุญาตเสริมเพิ่มเติมไปด้วยก็แล้วกัน มีกฎหมายฉบับใดคะที่อนุญาตให้มีการบุกรุกโรงพยาบาลและท้าให้คนตายไป ๖ คน เนื่องจากการบุกรุกนั้น และมีกฎหมายไหนที่ให้รัฐบาลไปก่อให้เกิดการตายขึ้นของเยาวชน ที่อ้าเภอตากใบ มีกฎหมายฉบับไหนที่ท้าให้มีการโจมตีมัสยิดกรือเซะ อย่างนี้เป็นต้น คือถ้าเราตั้งค้าถามกันมีเยอะแยะค่ะท่านประธาน เพียงแต่ดิฉันคิดว่าเราต้องร่วมเดินกัน ไปข้างหน้าค่ะ วันนี้แน่นอนดิฉันบอกว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นท้างานยากที่สุด ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ปกติเลย และภายใต้สถานการณ์ที่ไม่เอื้ออ้านวยเลยที่จะให้ท่านนั้น ท้างานได้ บางครั้งท่านอาจจะได้รับการมองเป็นนางฟ้า เทวดา ในหลายครั้งท่านอาจจะ ถูกมองเป็นมารร้ายเมื่อท้าไม่ถูกใจ อย่างนี้ล้าบาก ท่านประธานคะ เช่นเดียวกันกับ คอป. เมื่อไรถูกใจก็เป็นนางฟ้า เทวดา เมื่อไรที่ไม่ถูกใจ กลายไปเป็นมารร้ายขึ้นมา อย่างนี้ดิฉันคิดว่าองค์กรอิสระท้างานได้ยากล้าบากมาก ที่จริงแล้วการสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนนั้นเป็นเรื่องใหญ่ ดิฉันคิดว่าคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นไม่ได้มีหน้าที่ที่จะต้องไปรวบรวมเรื่องราวหรือคดีต่าง ๆ ที่เป็นการละเมิด กรณีทั้งหลายที่ท่านได้รวบรวมมานั้นก็มาจากการร้องเรียน แล้วก็หน้าที่ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็คือศึกษาเรื่องราวอย่างนี้ แล้วก็ช่วยเสนอแนะ ต่อรัฐบาลและต่อองค์กรต่าง ๆ ที่สนใจไยดีในเรื่องอย่างนี้ว่าเราจะต้องท้าอย่างไรกันต่อไป ท้าอย่างไรถึงจะให้ผู้คนในสังคมนี้ได้เข้าอกเข้าใจว่าเราทุกคนนั้นมีสิทธิและเสรีภาพจริง แต่ต้องใช้สิทธิและเสรีภาพได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ท่านประธานคะ ของเหล่านี้ละค่ะ ที่เป็นความจ้าเป็นซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องยากล้าบากที่สุดส้าหรับคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่จะช่วยกันค่อย ๆ สร้างวัฒนธรรมนี้ขึ้นมาให้ได้ วันนี้สังคมอยู่ภายใต้ ความแตกแยกเป็นอันมากเลย มองเห็นกันคนละข้าง คนละขั้ว ท่านประธานเคยดูไหมคะ มีภาพภาพหนึ่งสมัยดิฉันเรียนหนังสือนานมาแล้ว ครูมักจะเสนอภาพเป็นผู้หญิงสาว กับผู้หญิงมีอายุให้คนมอง คนแต่ละกลุ่ม คนแต่ละคนมอง มองไม่เหมือนกัน บางคนมองเห็น แต่ภาพหญิงสาว บางคนมองเห็นแต่ภาพหญิงชรา นั่นก็คือสะท้อนให้เห็นว่าเรื่องราว อย่างเดียวกัน ภาพเช่นเดียวกัน สถานการณ์อย่างเดียวกัน มีโอกาสที่จะมองต่างกันได้ เป็นอันมากเลยทีเดียว เมื่อกี้นี้มีคนบอกว่าท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนอย่าท้าตัว เป็นผู้พิพากษา ดิฉันก็คิดว่าพวกเราก็เช่นเดียวกันไม่ควรท้าตัวเป็นผู้พิพากษาเลย จะมาบอกว่าไม่มีชายชุดด้าแน่นอน ดิฉันคิดว่าทั้งหลายทั้งปวงนี้สิ่งที่ดีที่สุดส้าหรับเรื่องของ การสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนก็คือว่าต้องให้กระบวนการยุติธรรมท้าหน้าที่ไป โดยไม่ถูกแทรกแซง และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติรวมถึงคณะกรรมการอิสระอื่น ๆ ก็ต้องท้างานได้โดยปราศจากความหวาดกลัวและไม่ถูกข่มขู่ ดิฉันต้องขอชื่นชม ความกล้าหาญของท่านมากเลย ดิฉันคิดว่าหลายท่านมองเห็นการข่มขู่ นั่นเป็นเรื่องสีสัน อันนี้ยากล้าบากคงจะเข้าใจไม่ตรงกันนะคะ มีประเด็นที่ดิฉันอยากจะขอกราบเรียน ท่านประธานนะคะ มีเรื่องอุปสรรคและข้อเสนอแนะ ที่จริงท่านสมาชิกอภิชาต ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ได้บอกไปแล้วแต่ดิฉันก็อยากจะพูดซ้าอีก อยากจะขอความกรุณา ว่าพวกเราในฐานะที่เป็นสมาชิกทางสายนิติบัญญัตินั้นก็จะช่วยให้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นได้ท้าหน้าที่ไปอย่างเต็มภาคภูมิแล้วก็ท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ก็คือในเรื่องของการดูแลแก้ไขพระราชบัญญัติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งรอค้างอยู่ในวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรนานแล้ว และมันจะมีผลส่งไปถึง การแก้ไขระเบียบ ประกาศต่าง ๆ อันนี้ก็จะช่วยให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้น ท้างานได้ดีขึ้น

ในอีกส่วนหนึ่งก็คือว่าเรื่องของงบประมาณ ดิฉันดูแล้วนี่ก็ประมาณ ๑๒๔ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๒ แล้วก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมามากสักเท่าไรนัก การสร้างวัฒนธรรม สิทธิมนุษยชนตรงนี้เป็นเรื่องจ้าเป็นและให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าเรานั้นมีความแตกต่าง หลากหลาย มีความคิดแตกต่างได้โดยไม่ต้องไปตีหัวกัน ไม่ต้องไปรอไม่ให้เขาเดินทางไปโน่นไปนี่ ดิฉันคิดว่าอันนี้ต้องสนับสนุนให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท้างานในภาพกว้าง อาจจะเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มา แต่ว่าก็ต้องท้าในภาพกว้าง เพื่อที่จะช่วยสร้าง วัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นให้ได้ และเราไม่ว่าจะต่างกันอย่างไรก็ตามต้องอยู่กันได้ โดยสันตินะคะ

สุดท้าย ดิฉันก็ขอให้ก้าลังใจอีกครั้งหนึ่ง และขอขอบคุณที่ได้พยายาม ท้าหน้าที่ด้วยความกล้าหาญภายใต้สถานการณ์ไม่เอื้ออ้านวยเลยนะคะ

สุดท้ายจริง ๆ ท่านประธานคะ ดิฉันขอกราบเรียนถึงทุกท่านว่า การสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนนี้มิได้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่เพียงเท่านั้น ดิฉันคิดว่าพวกเราทุกคนมีหน้าที่ที่จะร่วมกันสร้างสังคมไทยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย ให้เป็นสังคมที่มีอารยธรรม มีวัฒนธรรม ไม่พูดเท็จ ไม่โกหก และไม่ไปคุกคามและละเมิด สิทธิเสรีภาพของใคร ๆ ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอนุรักษ์ บุญศล

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย รายงาน ผลการปฏิบัติงานประจ้าปี ๒๕๕๑ ประจ้าปี ๒๕๕๒ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพคะ เรื่องราวที่ผู้ทรงเกียรติทุกท่านได้อภิปรายไปนั้นดิฉันขอน้าสะท้อน ปัญหาที่จะให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนในเรื่องของ แรงงานต่างด้าวในหน้า ๕๐ และหน้า ๕๑ ค่ะ ดิฉันสนใจเรื่องสิทธิมนุษยชนของแรงงานต่างด้าว แต่ว่าดิฉันนั้นเจาะลงไปที่การละเมิดสิทธิของความเป็นคนไทยหลายอย่างค่ะ ท่านประธาน ผ่านไปถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เคารพคะ ต้องบอกว่าละเมิดสิทธิ ของความเป็นคนไทยหลายอย่าง และในวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๕ อีก ๒ เดือนกับ ๑๐ วัน ก็จะครบก้าหนดการพิสูจน์สัญชาติและต่อทะเบียนแรงงานต่างด้าวเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เห็นไหมคะ ตรงนี้แหละค่ะที่ดิฉันต้องรอแม้นว่าจะรอด้วยความทุกข์ทรมานปานใดก็จะต้อง ร้องขอกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าจะต้องดูแลเรื่องนี้ เพราะว่าเป็นปัญหาที่แผ่วงกว้าง ออกไปเรื่อย ๆ ปัญหาแรงงานต่างด้าวดิฉันอยากให้มาถึงช่วงสุดท้ายที่ต้องมีความชัดเจน เพราะดิฉันและคนไทยทั้งประเทศไม่ต้องการให้มีการจดทะเบียนเพื่อเอาแรงงานต่างด้าว ผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบอีก โดยในขณะนี้คาดว่ามีจ้านวนแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในกระบวนการ ตรวจสอบความถูกต้องอยู่ประมาณถึง ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ คน เพื่อเข้าสู่ระบบการจดทะเบียน เมื่อเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนแล้วจะมีจ้านวนแรงงานเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน แล้วเมื่อรวมกับ กลุ่มแรงงานบนที่ราบสูงและกลุ่มอื่น ๆ ประมาณเกือบ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ข้อมูลของ ส้านักงานสถิติแห่งชาติคาดว่าจะมีแรงงานต่างด้าวประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน และน่าจะมีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอยู่ในจ้านวนนี้ที่เราเร่งกระบวนการทั้งหมดทั้งมวล ท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะมีอยู่อีกประมาณ ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ คนที่ไม่ได้รับการเข้าระบบ จึงไม่มีความจ้าเป็นเมื่อพ้นวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๕ ไปแล้ว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องไปดูตรงนี้ด้วยค่ะ เพราะว่าถูกลิดรอนสิทธิในความเป็นคนไทยมากเหลือเกินซึ่งดิฉันจะสะท้อนปัญหาต่อไป จึงไม่มีความจ้าเป็นที่จะจดทะเบียนเพิ่มหรือรับใหม่ แต่ควรใช้วิธีอื่นในการที่จะแก้ปัญหา เรื่องแรงงานต่างด้าว ดอกเตอร์ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อ้านวยการวิจัยด้านพัฒนาแรงงานบอกว่า ควรด้าเนินการเร่งด่วนคือ ๓ เลิก คือ เลิกการขึ้นทะเบียนนี่ละค่ะ ๓ เร่งให้อยู่ในกระบวนการ ที่ถูกต้อง ๓ รุกให้ความรู้แล้วก็โละ ๆ ดิฉันจะไม่อธิบายในรายละเอียดนะคะ ไม่อภิปราย ในรายละเอียดค่ะ แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาท้างานในประเทศไทยในปัจจุบันนี้แบ่งออกได้ เป็น ๓ ด้านที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย จึงร้องขอท่านประธานผ่านไปถึงกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าท่านได้ดูแลสิทธิของความเป็นคนไทยหรือไม่ แต่เมื่อเขาร้องเรียน เข้ามาฝรั่งตาน้าข้าวบอกว่าเราอยู่อันดับที่ท้าย ๆ ที่ให้การดูแลแรงงานต่างด้าว ท่านก็ลุกลี้ลุกลนหรืออย่างไร แล้วคนไทยล่ะคะ ผลกระทบทางสังคม เช่น ปัญหา อาชญากรรมและยาเสพติด ฆ่า ข่มขืน ขอทาน ทารุณกรรม ยาเสพติดที่หลายล้านล้านเม็ด มาจากสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดค่ะ

๒. เรื่องของสิ่งแวดล้อม มีขยะเกิดขึ้นมากมายในชุมชน สกปรก เห็นไหมคะ แล้วก็สิ่งที่ตามมาอีกอย่างหนึ่งก็คือการค้ามนุษย์ ปัญหาด้านการศึกษา ท่านจะต้องรอบด้าน ขอความกรุณาว่าท่านจะต้องรอบด้าน นี่คือประเทศไทยซึ่งรอท่านแก้ปัญหาช่วยเหลือ อย่างเร่งด่วน

ทีนี้ปัญหาด้านสุขภาพและโรคอุบัติใหม่ โรคเก่ากลับมาเป็นอีกแล้ว เมื่อมีแรงงานต่างด้าว ซึ่งโรคที่ประเทศไทยควบคุมได้แล้วแต่กลับมามีอีกอยู่ในชุมชนคนต่างด้าว และคนต่างด้าวน้าเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นประเทศพม่า อันดับ ๑ ประเทศกัมพูชา อันดับ ๒ และประเทศ สปป. ลาว อันดับ ๓ เช่น มาลาเรีย วัณโรค โรคเท้าช้าง ไข้เลือดออก โรคเรื้อน โรคไข้กาฬหลังแอ่น ซึ่งหากไม่มีการควบคุมให้ดีแล้วอาจท้าให้การแพร่ระบาดของโรคเหล่านี้ กลับมาในประเทศไทยได้อีก ดิฉันห่วงประเทศไทยไม่แพ้คนอื่น ๆ ค่ะ จะใช้ปรอทชนิดใด วัดมาตราใดก็ยังที่จะมีส้านึกรักประเทศไทยอยู่ แล้วก็อยากให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดูแลคนไทยมากกว่า ดิฉันไม่ได้บอกว่ามากกว่าใคร เพราะเราเป็นเจ้าของประเทศ ไม่ใช่ไปโอบอุ้ม ดูแลเฉพาะแรงงานต่างด้าว ต้องดูคนไทยด้วย สิ่งที่เรียนให้ท่านประธานทราบผ่านไปถึง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเมื่อสักครู่นะคะ ดังนั้นแล้วต้องดูแลไปพร้อม ๆ กัน ถ้ากลัวว่าเราจะอยู่อันดับรั้งท้าย ซึ่งต่างด้าวที่เข้ามากระท้าความเลวร้ายในประเทศไทย ต้องลงโทษเหมือนกับต่างชาติที่ลงโทษคนไทยที่ไปท้างานต่างประเทศ ไม่ใช่รอส่งกลับ รอส่งกลับ ไม่อย่างนั้นร้านทองในประเทศไทยก็จะถูกปล้น เดี๋ยวนี้เฉลี่ยวันละ ๑ ร้านทอง เป็นหลาย ๆ ร้านทอง และคนไทยถูกฆ่ามหาศาล ด้วยส้านึกรักประเทศไทย ท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินะคะ ความเท่าเทียมมีศักดิ์ศรีนั้นดีเลิศ กรรมการสิทธิประเสริฐดูแลได้หลากหลาย ต่างด้าวเข้ามาหาเงินเลี้ยงกาย ร้องไห้ฟูมฟาย รอดตายไทยดูแล แล้วปัญหาที่ก่อน่าท้อแท้ ฆ่าเถ้าแก่ ปล้นทรัพย์ ขับเคลื่อนกระแส รุกปลุกเร้าอีกโรคภัยให้ประเทศแม่ เลวร้ายแผ่เพิ่มลักลอบ บอบช้าคือประเทศไทย ฝากด้วยส้านึกรักประเทศไทย ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะอภิปรายขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในเวลา ที่ท่านประธานก้าหนดนั้นอาจจะเลยไปบ้างก็ต้องขออภัย เพราะผมตั้งใจอภิปรายจริง ๆ ท่านประธานครับ เรื่องของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นเป็นเรื่องที่ส้าคัญยิ่ง และผมก็ได้เรียนวิชานี้ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามค้าแหง มีการเรียนการสอนกันในมหาวิทยาลัย ๒ หน่วยกิต และเป็นวิชาที่นักศึกษาลงเรียนกันมาก ท่านประธานครับ ผมขอเริ่มต้นด้วยค้ากล่าวที่ว่าผมขอยืนยันอีกครั้งว่าผู้ค้ายาเสพติด เป็นผู้ที่ไม่พึงอยู่ร่วมกับสังคมไทย เพราะพวกนี้ฆ่าเยาวชนของเราตายผ่อนส่ง เราจะต้อง จัดการเด็ดขาดกับคนกลุ่มนี้ ต้องจับเข้าคุกเข้าตะรางให้หมด ถ้าหากต่อสู้ช่วยไม่ได้ ถ้าจะต้องตายไปบ้าง ช่วยไม่ได้ถ้าจะต้องตายไปบ้าง เราต้องขอความเด็ดขาดต่อไป ผมขอส่งสัญญาณกับทุกฝ่ายว่าเราต้องใช้ความเด็ดขาดขจัดยาเสพติดให้หมดประเทศให้ได้ ท่านประธานครับ นี่ไม่ใช่ค้ากล่าวของผม แต่เป็นค้ากล่าวของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี พันต้ารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณนายยงยุทธ ติยะไพรัช ได้รวบรวมค้ากล่าว ของ พันต้ารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ในหนังสือเล่มนี้ครับท่านประธาน นายกรัฐมนตรีทักษิณคุยกับประชาชน เล่มที่ ๕ หน้า ๑๖๔ บรรทัดที่ ๑๙ ถึงบรรทัดที่ ๒๓ จึงเป็นที่มาของการฆ่าตัดตอน ๒,๕๐๐ ศพ ท่านประธานครับ นี่เป็นเรื่องที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องตรวจสอบและรายงานเรื่องนี้อย่างให้ถึง ข้อเท็จจริงว่าจริง ๆ แล้วเป็นอย่างนั้นหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพ รายงานของ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่รายงานมาสู่สภาแห่งนี้เป็นเรื่องที่ดี ผมได้ติดตาม การท้างานและจะอภิปรายในประเด็นที่น่าสนใจ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานต่อไปว่า ในเรื่องของการฆ่าตัดตอน ๒,๕๐๐ ศพ ยุคหนึ่งสมัยหนึ่งบางคนนั้นก็ไปยืนโหวกเหวก โวยวาย โหวงเหวง อยู่ที่สนามหลวง แล้วกล่าวว่าเป็นนายกรัฐมนตรีขายชาติเป็นทรราช แล้ววันหนึ่งก็กลับมาสนับสนุน ผมจึงค่อนข้างแปลกใจว่าเหตุใดมนุษย์ถึงมีพฤติกรรม ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วเช่นนั้น ท่านประธานครับ การฆ่าตัดตอน ๒,๕๐๐ ศพ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนครั้งใหญ่ในประเทศของเราและเชื่อว่าเรื่องนี้จะน้าไปสู่ ศาลอาญาระหว่างประเทศในไม่ช้า ผมก็ขอให้ไปถึงจุดนั้นและกราบเรียนท่านประธานว่า ในรายงานของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นเป็นเรื่องที่ควรที่จะพินิจพิจารณาเริ่มต้น จากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมเปิดไปดูรูปภาพของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านประธานครับ เห็นท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านศาสตราจารย์ อมรา พงศาพิชญ์ ท่านได้ให้เกียรติมาน้าเสนอรายงานด้วยตนเองพร้อมทั้งกรรมการหลายท่าน ท่านประธานครับ ท่านอาจารย์อมรา พงศาพิชญ์ ทราบว่าวันก่อนมีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่ง น้าพวงหรีดไปให้ท่าน พร้อมกับน้าดอกไม้จันทน์ไปให้ท่านด้วย ผมอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ ทราบว่าท่านรับดอกไม้จันทน์จากพี่น้องประชาชนกลุ่มนั้นด้วยน้าตา ท่านประธานครับ และประชาชนกลุ่มเดียวกันนั่นเองได้เอาดอกลิลลี่สีขาว ดอกไม้ต่างประเทศไปให้กับ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันต้ารวจเอก ประเวศน์ มูลประมุข ท่านประธานครับ รองอธิบดีคนนี้ก็กล่าวสรรเสริญคนกลุ่มนั้นเสียดิบดีว่าต่อสู้เพื่อความถูกต้อง ผมจึงสงสัยมาก ท่านประธานครับ และสงสัยมากต่อไปอีกครับว่าการได้ขึ้นมาด้ารงต้าแหน่งของรองอธิบดี ท่านนี้ซึ่งแต่งตั้งโดยปลัดกระทรวงยุติธรรมนั้นถูกต้องชอบธรรมตามครรลองหรือไม่ เพราะทราบว่าผลคะแนนของท่านนั้นได้ล้าดับที่ ๓ แต่กลับได้รับการแต่งตั้งเป็นรองอธิบดี เพราะฝ่ายการเมืองสั่งมา ผมจึงสงสัยในการลงนามของท่านปลัดกระทรวงยุติธรรม คนปัจจุบันที่แต่งตั้ง พันต้ารวจเอก ประเวศน์ มูลประมุข เป็นรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าถูกต้องชอบธรรมเพียงไร ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าเป็นการละเมิดสิทธิของบุคคลอื่นที่ได้คะแนน ล้าดับที่ ๑ ล้าดับที่ ๒ หรือไม่ อย่างไร และเรื่องนี้อาจจะน้าไปสู่การร้องเรียนคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติต่อไป ท่านประธานครับ ผมเห็นกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านหนึ่งท่านเป็นนายแพทย์ท่านนั่งอยู่ตรงนั้น วันนี้ท่านนั่งอยู่ตรงนี้ แต่วันก่อนท่านยืนอยู่หน้าศาลอาญาไม่ใช่ศาลอาญาแผนกคดีอาญาของผู้ด้ารงต้าแหน่ง ทางการเมือง แต่ยืนปราศรัยอยู่กับคนกลุ่มหนึ่งบนฟุตปาธ (Footpath) หน้าศาลอาญา แล้วมีการน้าออกทางสถานีโทรทัศน์เอเซีย อัพเดทครั้งแล้วครั้งเล่า ผมจึงมีค้าถามถามถึง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านนี้คือนายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ว่าท่านนั้น ใจของท่านเป็นกลางเป็นธรรมจริงแล้วหรือ แล้วการที่ท่านไปปราศรัยบอกว่ามีนักโทษทางการเมือง ท่านประธานครับ ผมได้เรียนถาม ท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ว่าปัจจุบันนักโทษของท่านทั้งหมดมีนักโทษทางการเมืองหรือไม่ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ตอบชัดเจนว่าไม่มีนักโทษทางการเมือง แต่นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ บอกว่ามีนักโทษทางการเมือง ผมสงสัยครับ ถ้ามีนักโทษทางการเมืองก็แสดงว่ารัฐบาลนี้ ละเมิดสิทธิมนุษยชนก็คือรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะนักโทษทางการเมืองไม่มีครับ ปัจจุบันไม่มีนักโทษทางการเมืองโดยหลักที่แท้จริงแต่ผมไม่ทราบว่าการเอาไปโฆษณาชวนเชื่อ กับต่างประเทศแล้วการที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อย่างท่านนายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ไปยืนปราศรัยบนฟุตปาธหน้าศาลอาญาร่วมกิจกรรมกับกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนคนที่เดินบนฟุตปาธหรือไม่ การไปยึดฟุตปาธอย่างนั้น เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน สุจริตชน วิญญูชนทั่วไปที่เดินอยู่บริเวณดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร และท้าไมท่านต้องเข้าไปสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดง ท่านประธานครับ กรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติอีกท่านหนึ่งนั่งถัดมา หน้าตาก็หล่อเหลาเอาการ ท่านปริญญา ศิริสารการ ท่านนี้ก็เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งผมก็ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์แต่เห็นว่าท้าหน้าที่ได้ดี ท่านประธานครับ ในรายงานทั้งหมดที่ได้พิมพ์มานั้นผมเห็นว่าทั้ง ๒ ฉบับนี้ผมสนับสนุน ให้ท่านได้แจกให้กับห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ แจกให้กับห้องสมุดโรงเรียนมัธยม ทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยทุกแห่งเพราะอะไรครับ เพราะว่าเป็นสิ่งที่ควรแก่การศึกษา เพื่ออะไรครับ เพื่อจะได้ทราบข้อเท็จจริง และผมไม่เชื่อเลยว่าที่เพื่อนสมาชิกบางท่าน ได้อภิปรายไปแล้วว่าในรายงานนี้มีความจริงอยู่เพียงแค่ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมเชื่อว่า ทุกอย่าง ทุกตัวอักษรที่พิมพ์ในรายงานนี้นั้นเป็นความจริง และถ้าหากว่าเป็นความเท็จ เพื่อนสมาชิกก็ต้องยกตัวอย่างและต้องน้าพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นความเท็จ เพราะฉะนั้นรายงาน ที่ท่านเสนอมา ผมเห็นว่าท่านไม่จ้าเป็นต้องถอน แต่โปรดฟังข้อสังเกตและการวิพากษ์ จากสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้นั้นหน้า ๑๙ นโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวกับ สิทธิมนุษยชน ตั้งแต่สมัยรัฐบาล ท่านพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ รัฐบาลท่านสมัคร รัฐบาลท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และรัฐบาลท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านประธานครับ ในสมัยรัฐบาลท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านเป็นอดีตผู้พิพากษาครับ และแน่นอนครับ ท่านเป็นผู้พิพากษารุ่นเดียวกับนายอุดม มั่งมีดี นายอุดม มั่งมีดี อดีตผู้พิพากษาเช่นเดียวกัน และนายอุดม มั่งมีดี ผู้นี้ก็คือผู้ที่รัฐบาลก้าลังจะเสนอชื่อให้เป็นคณะกรรมการ ป.ป.ท. ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าผ่านสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ท่านประธานครับ เมื่อนายอุดม มั่งมีดี เป็นผู้พิพากษาเสื้อแดงขึ้นเวทีคนเสื้อแดง แล้วถามว่ามีความเป็นกลางได้อย่างไร และนอกจากนี้ยังมีการแต่งตั้งนายอุดม มั่งมีดี เป็นคณะกรรมการคดีสั่งฆ่า ๙๒ ศพ ท่านประธานครับ ผมจึงสงสัยอย่างยิ่ง ซึ่งรายละเอียดนั้นเราคงไปว่ากันในชั้นที่น้าเสนอ นายอุดม มั่งมีดี มาเป็นคณะกรรมการ ป.ป.ท. ผ่านสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ท่านประธานครับ ในหน้า ๓๗ ผมอยากให้ท่านประธานได้เปิดดูจะเห็นภาพกลุ่มคนเสื้อแดงได้ใช้อาวุธหลายชนิด ทุบรถประจ้าต้าแหน่งท่านนายกรัฐมนตรีที่กระทรวงมหาดไทย มีท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ อยู่ในรถดังกล่าว ท่านประธานครับ การมุ่งหมาย ที่จะเอาชีวิตท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถึงขนาดนี้ผมถามว่าในวันเวลาดังกล่าวนั้น ถ้าหากรถคันดังกล่าวไม่กันกระสุนอะไรจะเกิดขึ้น ฝูงชนคนเสื้อแดงเหล่านี้ ท่านประธานครับ เขาได้รับการยุยงปลุกปั่นไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่เคยมีการโกรธอะไร กับท่านอาจารย์อภิสิทธิ์และท่านสุเทพมาก่อน แต่กลับจะฆ่ากันถึงขนาดนี้ ผมใช้ค้าว่าจะฆ่า เพราะมีการปลุกระดมไล่ล่าจากแกนน้าโดยผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในขณะนั้นจริง ๆ แม้นว่าภาพที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติน้ามาตีพิมพ์อาจจะเล็กไปหน่อย แต่ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระครับ เตือนท่านเพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านวรชัยเกินไป ๔ นาที ผมให้ท่านเกินไป ๕ นาทีท่านสรุปได้ก็ดีครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผมด้วยความเคารพ ท่านประธานผมใช้เวลาไม่เกินท่านหมอเหวงครับ วันนี้เพื่อนสมาชิกต่างลงพื้นที่กัน แต่เราเข้าใจ และผมยังอยู่ท้าหน้าที่ในสภา และเรื่องนี้ใช้เวลาไม่มากจริง ๆ ไม่เกิน คุณหมอเหวง โตจิราการ เพราะในบรรดาท่านประธาน ๓ ท่านผมเคารพท่านมากที่สุด เพราะท่านเป็นกลางและเป็นธรรม ผมพูดอย่างนี้หลายครั้งเพราะท่านเป็นกลางและ เป็นธรรมจริง ๆ เมื่อมาดูผมยังเห็นว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ตีพิมพ์ภาพนี้ เล็กไปสักนิด แต่อย่างไรก็ตามถ้าได้ส่งไปถึงห้องสมุดให้พี่น้องประชาชนได้ดูทั้งประเทศ ก็จะเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นว่าการชุมนุมดังกล่าวนั้น ไม่ว่าการชุมนุมปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ไม่ได้เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ แต่เป็นการชุมนุมอย่างมีนัยแอบแฝง ทางการเมืองและมีการใช้อาวุธ บางเรื่องบางราวผมก็จะผ่านข้ามไปเพื่อเป็นการประหยัดเวลา ให้ท่านประธาน ส่วนสิทธิในเรื่องการศึกษาในหน้า ๕๔ นโยบายเรียนฟรี ๑๒ ปีนั่นคือ ยุคอดีตปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ แต่ในสมัยรัฐบาลท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เรียนฟรี ๑๕ ปีครับ เรียนฟรี ๑๕ ปีเด็กนักเรียนทั้งประเทศได้ดื่มนมฟรี ดื่มนมกล่องฟรีครับ ท่านประธานตั้งแต่สมัยท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ เด็กบ้านนอก จะหาเด็กกี่คนไปซื้อนมกล่องมาดื่มได้ทุกคนนั้นหาได้ยากครับ บางโรงเรียนไม่มีแม้กระทั่ง รองเท้าให้เด็กใส่ และทราบว่าโรงเรียนเป็นจ้านวนมากในขณะนี้กระแสไฟฟ้าก็ยังไม่มีใช้ โดยเฉพาะโรงเรียนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนและตามแนวชายแดน เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดถึง แท็บเล็ต (Tablet) ที่รัฐบาลแจกไปเพราะไม่มีไฟฟ้าใช้ก็ไม่ทราบว่าจะใช้กับอะไร ท่านประธานที่เคารพ สิทธิของเด็ก สิทธิในการศึกษาท่านได้ศึกษาแล้วเป็นเรื่องที่ ต้องขอขอบคุณ และสิทธิในกระบวนการยุติธรรมโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ท่านประธานครับ ที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วคือรองอธิบดีดีเอสไอ (DSI) หรือแม้แต่อธิบดีดีเอสไอ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ก็กล่าวยอมรับในที่ประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณในการมาของบประมาณ เมื่อ ๒-๓ เดือนก่อนว่าตนเองนั้นเป็นเครื่องมือของฝ่ายรัฐบาลอย่างแน่นอน ล้าพังตัวอธิบดี กล่าวยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานในคณะกรรมาธิการงบประมาณว่าตนเองเป็นเครื่องมือ ของฝ่ายรัฐบาลไม่ต้องสงสัย ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องการเห็นระดับผู้น้า ของข้าราชการนั้นวางตนเป็นกลางและปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย แต่เมื่ออธิบดี นายธาริต เพ็งดิษฐ์ กล่าวยอมรับว่าตัวเองเป็นเครื่องมือของฝ่ายรัฐบาลอย่างแน่นอน ดังปรากฏตามรายงานการประชุมของคณะกรรมาธิการงบประมาณแล้ว ถามว่าเราจะหา ความยุติธรรม ความเที่ยงธรรมจากกรมสอบสวนคดีพิเศษได้อีกต่อไปอย่างไร และเมื่อยิ่งมาดู รองอธิบดีอย่าง พันต้ารวจเอก ประเวศน์ มูลประมุข ก็ได้กล่าวยกย่อง

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงท่านวัชระ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ที่จริงก็เคารพการพูดของท่านวัชระ เพชรทอง ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม แต่ท่านไม่ได้อยู่ ในประเด็นของรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านไปบอกว่าไม่เคารพสิทธิ แต่ตัวท่านเองไม่เคารพสิทธิคนอื่น ไปพูดเรื่องอธิบดี ไปพูดเรื่องอะไร ผมว่าไม่เกี่ยวกันนะครับ ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระเอาในประเด็นปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ก็แล้วกันครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมได้ยกตัวอย่างปัจจุบันให้ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เห็นนั้น เพราะจะมี การละเมิดสิทธิมนุษยชนและจะมีการละเมิดสิทธิประชาชนจากหน่วยงานของรัฐต่อไป ในอนาคตอันใกล้ จึงท้าให้เพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายรัฐบาลบางท่านอาจจะไม่เข้าใจก็ต้อง กราบขออภัย ท่านประธานครับ ท่านเกียรติ์อุดมท่านเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ ท่านที่สองในคณะกรรมาธิการเดียวกับผม ก็มีความรักใคร่ชอบพอกันอยู่แล้ว เมื่อมาดู ในกรณีนี้ต่อ มีตัวอย่างหนึ่งครับที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็คือกรณีที่ชาวเขามูเซอแดงที่อ้าเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ๓ คน ถูกระเบิดเคลย์มอร์ (Claymore) และอาวุธสงครามนานาชนิดจากกองร้อย ตชด. สังหารหมู่ เนื่องจากสงสัยว่าล้าเลียงยาเสพติด ท่านประธานครับ เพราะอะไรครับ เพราะ ตชด. ก็ต้องการสร้างผลงานตามนโยบายที่ ร้อยต้ารวจเอก เฉลิม อยู่บ้ารุง ได้สั่งให้เร่งปราบปราม ยาเสพติด แต่ปรากฏว่าเมื่อกดระเบิดสังหารมูเซอแดง ๓ ศพแล้วไม่พบยาเสพติดแม้แต่เม็ดเดียว และปัจจุบันก็ยังไม่เยียวยาให้กับครอบครัวผู้ที่เสียชีวิตแม้แต่บาทเดียว หน่วยงานของรัฐ ส้านักงานต้ารวจแห่งชาติก็ไม่ดูแล ร้อยต้ารวจเอก เฉลิม อยู่บ้ารุง คนสั่งการให้จัดการยาเสพติด อย่างเด็ดขาดก็ไม่ด้าเนินการ ท่านประธานครับ นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ให้เห็นในปัจจุบัน และดูรายงานทั้งเล่มแล้วผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่งที่ควรแก่การเผยแพร่ ในช่วงของการอภิปรายในช่วงต้นนั้นปรากฏว่ามีเพื่อนสมาชิกบางท่านได้อภิปรายพาดพิง ถึงกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กระผมก็ไม่ได้ลุกขึ้นมาประท้วงแต่ประการใด เพื่อให้บรรยากาศเป็นไปได้ด้วยดี แต่กราบเรียนท่านประธานว่าท่านสารวัตรจ๊าบที่ถูกระเบิด ตายนั้น เพื่อนสมาชิกบางท่านพูดในท้านองกล่าวหา แต่ท่านประธานครับ สารวัตรจ๊าบ ซึ่งถูกระเบิดตายในเหตุการณ์ดังกล่าวก็ควรได้รับความยุติธรรมจากรัฐบาลนี้เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ แม้ว่าการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมาอาจจะมีการใช้อาวุธต่าง ๆ นานาประการ และมีการปฏิเสธว่าไม่มีชายชุดด้าหรือกลุ่มคนที่มีความรุนแรงร่วมกับบุคคล ดังกล่าว เรื่องนี้นั้นผมเห็นว่าคณะกรรมาธิการหลายชุดได้พิจารณาและเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กัน ในชั้นศาลต่อไป ซึ่งเราเคารพการตัดสินของศาล และปัจจุบันทราบว่ามีพี่น้องประชาชน บางส่วนซึ่งไม่เข้าใจก็ไปประท้วงนิด้า ไปประท้วงอาจารย์ในมหาวิทยาลัยหาว่ารังแกชาวนา เรื่องดังกล่าวนั้นอยากให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศและพี่น้องชาวนาทั้งประเทศได้ติดตาม ข้อเท็จจริงต่อไปว่าอะไรคือความเป็นจริง และการที่อาจารย์มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ออกมาปกป้องผลประโยชน์ของชาตินั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและชอบธรรม ผมขอสนับสนุน การท้างานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทุกท่านในการที่จะท้าเรื่องนี้ต่อไป และรวมทั้งปัจจุบัน ท่านประธานก็ทราบว่าพรรคฝ่ายค้านได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. .... เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ลงนามรับรองเป็นที่เรียบร้อย แต่คณะกรรมการวิป (Whip) รัฐบาลก็ไม่ได้เลื่อนล้าดับขึ้นมาพิจารณาในกฎหมายฉบับนี้แต่อย่างใด ถ้ารัฐบาลนี้ มีความจริงใจในการที่จะปรับปรุงด้านสิทธิมนุษยชน มีความจริงใจอย่างแท้จริงแล้ว ก็ควรที่จะเลื่อนร่างพระราชบัญญัติสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณา ให้ทันในวาระสมัยประชุมนี้ อย่าได้ดองเอาไว้หรือชะลอไว้อีกต่อไป เพราะนั่นเท่ากับ แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจครับท่านประธานครับ ความไม่จริงใจของรัฐบาลนี้ ในการที่จะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งมีกระผม นายวัชระ เพชรทอง เป็นผู้เสนอญัตติพร้อมกับเพื่อนสมาชิกอีกประมาณ ๓๐ กว่าท่าน ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมก็ขออนุญาตยุติการอภิปรายแต่เพียงเท่านี้ แต่กราบเรียนท่านประธานว่าการชุมนุมทั้งหลายทั้งปวงที่ผ่านมานั้นเกิดจากบุคคล ที่ซึ่งได้ประกาศบอกว่าอย่ากลับบ้านมือเปล่าต้องเอาประชาธิปไตยกลับบ้านไปฝากลูกหลาน ถามท่านประธานไปยังกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าคนที่พูดอย่างนี้แล้ว ท้าไมถึงสั่งให้เผาบ้านเผาเมือง แล้วยังประกาศอีกต่อไปว่าเผาไปเลยพี่น้องผมรับผิดชอบเอง กราบเรียนท่านประธานว่าการเผาสถานที่ต่าง ๆ และศาลากลาง ๔ จังหวัดในภาคอีสานนั้น ล้วนแต่มาจากค้าสั่งของแกนน้าคนเสื้อแดง โดยเฉพาะบุคคลที่อยู่ต่างประเทศ ขอขอบคุณ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอ้านวย คลังผา ครับ

นายอ้านวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอ้านวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ต้องขอสนับสนุนรายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ แต่ก่อนอื่นนั้นก็อยากจะเท้าความนิดหนึ่งก่อนที่จะเข้าไปสู่ในเรื่องเนื้อหา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดูรูปหน้าที่ ๑ รูปดอกบัวก็คือความมีคุณธรรม ความเอื้ออาทรระหว่างเพื่อนมนุษยชนอันเป็นจริยาวัตรอันดีงามของคนไทย รูปที่ ๒ รูปวงกลมคือการสร้างพลังความร่วมมือกับทุกภาคส่วนและสังคมเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรม สิทธิมนุษยชนให้เป็นส่วนส้าคัญในกระบวนการพัฒนาประเทศ ส่วนที่ ๓ รูปมือ คือการร่วมมือกับทุกภาคส่วนของสังคมทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ โดยการโอบอุ้มคุ้มครองศักดิ์และศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพด้วยหลักแห่ง ความเสมอภาคและภราดรภาพ และสีน้าเงินคือสีของความเชื่อมั่นของประชาชน และทุกภาคส่วนของสังคม สีน้าเงินคือความมุ่งมั่นอดทนในการท้างานเพื่อประชาชน สีน้าเงินคือความสามัคคีและการประสานพลังอย่างหนักแน่นจากทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย ก่อนไปสู่เนื้อหาผมก็เลยอยากจะให้ ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทุกท่านได้ท้างานระลึกถึงในเครื่องหมายที่ท่านวางไว้ สิ่งที่ส้าคัญที่สุด และอีกส่วนหนึ่งก็อยากจะพูดถึงในเรื่องของค้า โดยเฉพาะเทศน์มหาชาติ กัณฑ์ที่ ๑๓ ท่านประธาน กัณฑ์ที่ ๑๓ คือนครกัณฑ์ การปกครองโดยธรรมพี่น้องประชาชน ก็จะอยู่ดีมีสุข นี่คือกัณฑ์เทศน์ทั้ง ๑๓ กัณฑ์ ก็อยากจะฝากเป็นประการสุดท้าย ให้ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ทราบในการปฏิบัติงาน

ผมได้ดูรายงานทั้งปี ๒๕๕๑ และปี ๒๕๕๒ ก็มีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่สะท้อนถึงการท้างานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นอย่างดี ดังนั้นผมคงไม่ลงรายละเอียดไปทั้งหมดก็อยากจะพูดถึงการท้างานทั้งแนวการท้างานของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้ง ๕ ท่านที่มาร่วมประชุมวันนี้ ผมให้เกียรติทุกท่าน แต่อยากจะฝากในการท้างานในอนาคตที่พี่น้องประชาชนเขามองท่านอยู่ คนเราท้าดี ท้าชั่วดีหมด อย่างผมเคยพูดมาตลอดว่าความดีที่ประเสริฐเกิดที่จิต ความดีที่ความคิดคือแตกฉาน ความดีที่ตนคือผลงาน ความดีทุกประการต้องท้าจริง ผมก็อยากจะฝากประเด็นนี้ไว้ ให้กับคณะกรรมการทุกท่านได้ปฏิบัติงานต่อไปในอนาคต ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านฮอชาลี ม่าเหร็ม ท่านวินัยมีชื่ออยู่แล้ว เดี๋ยวรอสักครู่ครับ

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สตูล 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอใช้เวลาในช่วงนี้ อภิปรายถึงรายงานผลการปฏิบัติงานประจ้าปี ๒๕๕๒ แล้วก็รายงานโดยประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมีเรื่องที่มีความส้าคัญหลาย ๆ เรื่องที่ได้ถูกระบุไว้ในรายงาน ๒ ฉบับนี้ ประเด็นที่ ผมขออภิปรายในช่วงนี้ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติในเรื่องของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็ ๔ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ในตรงนี้ด้วย ท่านประธานที่เคารพ ผมได้อ่านในเนื้อหาของรายงาน ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ก็เห็นว่าเป็นการเขียนรายงาน ที่บอกให้คนทั่วไปซึ่งจะเป็นผู้ที่จะน้ารายงานนี้ไปเป็นอ้างอิงบอกว่าเหตุการณ์ของ ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นในปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา และมีเหตุการณ์รุนแรง ที่ท้าให้สถานการณ์มันปะทุขึ้นมา ยกตัวอย่าง ก็มีกรณีของการปล้นปืนที่จังหวัดนราธิวาส ในเดือนมกราคม ๒๕๔๗ และกรณีของการชุมนุมประท้วงของพี่น้องประชาชนในการทวงสิทธิ ของผู้ต้องหาที่สถานีต้ารวจภูธรอ้าเภอตากใบในเดือนตุลาคม ๒๕๔๗ แล้วก็มีผู้ล้มตาย เสียชีวิต ๗๒ ศพ แล้วก็หลังจากนั้นก็มีกรณีที่เกิดขึ้นที่มัสยิดกรือเซะ ๓๒ ศพ และรวมไปถึง อ้าเภอสะบ้าย้อย ที่จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส ในวันเดียวกันก็รวมถึง ๑๐๖ ศพ แล้วก็นอกเหนือจากนั้นก็มีการตายของทนายความซึ่งถือว่าเป็นนักสิทธิมนุษยชน ที่ได้รับการยอมรับจากผู้คนทั้งโลกว่าได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงตลอดมาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คือทนายสมชาย นีละไพจิตร ก็ได้เสียชีวิตลงไปในช่วงปี ๒๕๔๗ แล้วก็หลังจากนั้น จากข้อมูลที่ปรากฏในหลาย ๆ ฐานข้อมูลนั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จนถึงปี ๒๕๕๒ ณ วันที่ท่าน ได้รายงานนั้นมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ๘,๘๘๐ ครั้ง แล้วก็ส่งผลจนมาถึงปี ๒๕๕๕ ก็คิดว่า คงจะเป็นจ้านวนนับหมื่นครั้งทีเดียว อาจจะท้าให้ผู้ที่อ่านรายงานนั้นมองว่าเหตุการณ์ มันเกิดขึ้นเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงในปี ๒๕๔๗ แต่ประเด็นหนึ่งซึ่งท่านได้สรุป ในรายงาน แล้วก็อาจจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้นั้นก็คือในเรื่องของความยุติธรรม แต่สิ่งที่ท่านไม่ย้าให้ชัดเจน ผมเองเป็นผู้แทนในพื้นที่ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งที่มันเกิดขึ้นที่ท้าให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงนับหมื่นครั้ง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ถ้าหากว่า เปรียบเทียบก่อนที่รัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณเข้ามาบริหารประเทศปี ๒๕๔๔ คุณชวน หลีกภัย ก่อน จากนั้นก็คุณบรรหาร ศิลปอาชา ท้าไมเหตุการณ์มันจึงลดลงมาเหลือแค่ ๑๓ ครั้งหรือว่า ๑๕ ครั้งต่อปี แต่พอถึงจุดปี ๒๕๔๔ มันมีการฟักตัวอยู่ ๓ ปี แล้วก็มาปะทุจากปี ๒๕๔๗ มาถึงปี ๒๕๕๒ ถึง ๘,๐๐๐ กว่าครั้ง และมาจนถึงปัจจุบันนี้ ณ วันนี้ก็เป็นจ้านวนนับหมื่นครั้ง สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ในรายงาน ไม่ได้มีการวิเคราะห์ ในรายงานไม่ได้มีการถามถึงว่าไม่มีการเปรียบเทียบว่าในนโยบาย ของการท้างานของรัฐบาล ๒ รัฐบาลซึ่งมีความแตกต่างกันในการด้าเนินนโยบาย ท้าไมเหตุการณ์มันจึงเกิดขึ้นไม่เหมือนกัน แล้วก็จ้านวนตัวเลขที่ต่างกัน ผมอยากจะขอพูด ในสภาแห่งนี้เพื่อที่จะให้ทางสภาได้บันทึกเอาไว้ว่าก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ท่านรายงาน ในรายงาน ๒ ฉบับเริ่มต้นปี ๒๕๔๗ นั้น การก่อตัว การฟักตัวของสถานการณ์ความรุนแรงนั้น มันเกิดขึ้นในช่วงปี ๒๕๔๔ จนถึงปี ๒๕๔๗ เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นในช่วงนี้หน่วยงาน ความมั่นคงได้สรุปแล้วก็ได้บอกว่าเป็นการก่อการของกลุ่มอาร์เคเค (RKK) ซึ่งเป็นค้าศัพท์ย่อ อาร์ (R) ก็คือรุนดา (Runda) หรือลูกล้อหรือว่าหน่วยเคลื่อนที่เร็วเป็นภาษาบาฮาซา (Bahasa) มาเลเซีย เคเค (KK) ก็คือกลุ่ม เค (K) อีกตัวคือเคซิล (Kecil) ก็คือหน่วยรบที่เคลื่อนที่เร็ว โดยสรุปด้วยภาพที่เราได้ยินกันมาหลาย ๆ ครั้งก็คืออาร์เคเค ถามว่าอาร์เคเคเกิดขึ้นมาจากไหน อาร์เคเคเกิดขึ้นซึ่งผมขอยืนยันในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรในพื้นที่ แล้วก็คงจะมี ส.ส. ใน ๓ จังหวัดคงจะมายืนยันอีกครั้งว่ากลุ่มอาร์เคเคนั้นเกิดขึ้นในช่วงปี ๒๕๔๔ เป็นต้นมา ถามว่าเกิดขึ้นมาจากไหน เกิดขึ้นมาจากนโยบายในปี ๒๕๔๔ ที่รัฐบาลในช่วงของ นายกรัฐมนตรีทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็มีใครต่อใครอีกหลายคนได้เป็นรัฐมนตรีนั้น ได้น้าเอานโยบายอีกนโยบายหนึ่งมาใช้กับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลดบทบาท ของหน่วยงานทหาร ให้ความส้าคัญกับหน่วยงานต้ารวจ ยุคนั้นจึงเป็นยุคที่ต้ารวจได้ดิบได้ดี และมีบทบาทในการชี้น้าให้ข้อมูลไปยังหัวหน้ารัฐบาลบอกว่าโจรที่มีอยู่นั้นมีไม่กี่คนหรอก ประมาณ ๔๐-๕๐ คนและเป็นโจรกระจอก แล้วก็อาศัยนโยบายซึ่งใช้ในภาพรวมของประเทศ ก็คือการแก้ไขปัญหายาเสพติด เด็ดทีละเดือน ๆ มันก็ค่อยหายไป แล้วก็มีการปฏิบัติ อย่างนั้นจริง ในรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้มีการระบุถึง แต่ไม่ได้บอกถึงตัวเลขว่ากี่คน กี่ราย นี่คือหัวใจของปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ท่านเขียนข้ามไปในช่วงเวลาจากปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๖ แล้วก็ปี ๒๕๔๗ ท่านข้ามตรงนี้ไปว่าการอุ้ม การหาย นั่นคือเป็นที่มาของการแก้แค้น การล้างแค้น เหตุการณ์ ที่มันไม่มีกฎ ไม่มีระเบียบ จนกระทั่งกลายมาเป็นการข่มขู่ให้หยุดท้างานในวันศุกร์ ตอนนี้ก็เป็นผลมาจากนโยบายที่ผิดพลาดในยุคนั้น ผมเป็นผู้แทนราษฎรในพื้นที่ผมยืนยันว่า ในช่วงที่ท่านชวนเป็นนายกรัฐมนตรีเกิดเหตุการณ์เผาโรงเรียนหรือว่าเกิดเหตุการณ์ร้าย เพียงแค่ ๑๔ ครั้ง หรือว่า ๑๕ ครั้งมันใกล้จะสงบแล้ว แต่พอเราไปรื้อนโยบายเปลี่ยนโครงสร้าง ของการท้างานทุกอย่างมันเป็นไปตามนโยบายหมดเลยครับ แล้วก็เกิดเหตุเหมือนกับที่เรา เห็นอยู่ในปัจจุบัน นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะขอเรียนกับทางท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านจะมีโอกาสปรับปรุงรายงานฉบับนี้หรือไม่ หรือจะน้าข้อมูลตรงนี้ไปศึกษาต่อเพื่อจะเขียนรายงานในปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๕ ก็แล้วแต่ แต่อย่าลืมว่าในปี ๒๕๔๔ จนถึงปี ๒๕๔๗ นั้นมีการอุ้ม มีการฆ่า มีการหายไป ของคนในพื้นที่เป็นจ้านวนร้อย ๆ คน สิ่งเหล่านี้รัฐบาลยังไม่ให้ค้าตอบ ตรงนี้แหละคือ สิ่งที่คนในพื้นที่เขาใช้ค้าว่าเกออาดิลัน (Keadilan) ก็คือความยุติธรรมครับ แต่สิ่งที่รัฐบาลแจง ในสภาบอกว่าให้งบประมาณไปแล้ว ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั่นคือการแก้ไขกันด้วยเงิน แต่สิ่งที่แก้ไขกันไม่ได้ก็คือความยุติธรรม ความเป็นธรรมว่าชีวิตของ ๗๘ ศพ ยกตัวอย่าง ที่อ้าเภอตากใบที่ท่านก็เห็นในภาพชัดเจน เห็นในวิดีโอ (Video) ชัดเจน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคงจะมีภาพเหล่านี้ แล้วก็โยนขึ้นไปบนรถมัดไพล่หลัง บอกว่าจะพาไปสอบสวนที่ค่ายทหาร แต่ปรากฏว่ากลายเป็นศพทั้งหมด แล้วก็ในรายงานของ กอส. ก็ระบุเพียงแค่ว่าขาดอากาศหายใจ ถูกต้องครับ คนตายคงจะไม่มีอากาศหายใจเลย ก็คือขาดอากาศหายใจ แล้วก็ค้าสั่งของศาลที่จังหวัดสงขลาก็สั่งเหมือนกับที่บอกว่าก็คือ ขาดอากาศหายใจ แต่ไม่ได้บอกถึงที่มาแล้วก็สาเหตุ แล้วก็โยงไปถึงเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น นี่คือเป็นปมที่ประเทศจะต้องเสียงบประมาณปีละเป็นหมื่น ๆ ล้านบาทเพื่อแก้ไขปัญหา ที่มันเกิดขึ้นในปี ๒๕๔๔ จนถึงปี ๒๕๔๗ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ลงไปศึกษาเพิ่มเติม เก็บข้อมูลเพิ่มเติม ผมเชื่อเหลือเกินว่าข้อเท็จจริง ข้อมูลต่าง ๆ มันยังมีอยู่ แล้วก็การต่อสู้ของญาติของพี่น้องที่เสียชีวิตในอ้าเภอตากใบ ขณะนี้ก็ก้าลังต่อสู้จนถึงขั้นศาลแล้วก็มีการอุทธรณ์ในชั้นของศาลอุทธรณ์ที่กรุงเทพฯ ท่านก็ต้องติดตามดูแลในเรื่องเหล่านี้ด้วย หลายร้อยศพของการที่ถูกความไม่เป็นธรรม ในพื้นที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือชีวิตที่มีค่าเหมือนกัน พี่น้องที่กรุงเทพฯ มีค่าอย่างไร คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีค่าเช่นนั้น เขาก็อยากที่จะได้มีความเป็นธรรม แล้วก็รัฐบาลได้ให้ค้าตอบที่ถูกต้องที่ชัดเจน ซึ่งค้าตอบมันก็ออกมาจากการที่ ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ ก่อนมีการเลือกตั้ง อดีตผู้น้าก็ได้สัมภาษณ์และให้การสารภาพ เป็นเชิงการสัมภาษณ์แล้วก็สารภาพว่าเหตุการณ์ในช่วงที่ข้าพเจ้าได้บริหารประเทศ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ จนถึงปี ๒๕๔๗ มานั้น เพราะว่าคนเคยเป็นต้ารวจถูกสอนให้ ๒ อย่าง ก็คือ ๑. ใช้หมัดเหล็ก ๒. ใช้ก้ามะหยี่ แต่ในช่วงปี ๒๕๔๔ ถึงปี ๒๕๔๗ นั้นข้าพเจ้าใช้หมัดเหล็ก มากเกินไป แต่ต่อไปนี้ถ้าหากว่ากลับเข้ามาเป็นรัฐบาลก็จะพยายามใช้ก้ามะหยี่มากขึ้น ตรงนี้คือค้าตอบที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติน่าจะหยิบยกค้าสัมภาษณ์ นิวส์ สเตรท ไทมส์ของประเทศสิงคโปร์ออกมาเป็นข้อมูล แล้วก็ได้ระบุลงไปให้คนที่จะน้าข้อมูลนี้ ไปอ้างอิงเพื่อการศึกษา เพื่อการแก้ไขปัญหาต่อไป นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะใช้เวลาในช่วงนี้ ให้กับท่านประธานผ่านไปยังผู้รับผิดชอบของหน่วยงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเกียรติ์อุดมครับ สัก ๗ นาทีพอนะครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ก็ดีใจที่เห็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ท้ารายงานเข้ามาสู่สภา เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อ่านแล้วก็ได้วิเคราะห์ได้เสนอแนะ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเสนอแนะเรื่องต่าง ๆ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ได้อภิปรายไปมากมาย พูดแต่เรื่องไม่ดี ท้าไมไม่พูดดีเรื่องบ้านเมืองบ้างล่ะครับ ท้าไมท่านถึงไปบอกแต่ว่าบ้านเมืองนี้ไม่ดี บ้านเมืองของใครล่ะครับ ของพวกเราทั้งนั้น บอกว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไปละเมิดสิทธิ ถ้าอีกฝั่งหนึ่งบอกว่าไม่เห็นด้วย ก็บอกว่าเขาไปละเมิดสิทธิ แต่เวลาคนพูด กลับไปละเมิดสิทธิคนอื่น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะยกตัวอย่างในช่วงปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านรายงานบอกว่าบ้านเมืองนี้เกิดวิกฤติ ด้วยบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จ้ากัด (มหาชน) ขายหุ้นโดย พันต้ารวจโท ทักษิณ เป็นรัฐบาล วุ่นวาย ท้าไมท่านไม่รายงานไปว่าขณะนายกรัฐมนตรีทักษิณมาบริหารประเทศเศรษฐกิจ มันดีขึ้น ท้าไมท่านไม่พูดบ้าง ท้าไมท่านพูดแต่เรื่องไม่ดี เรื่องดีบ้านเมืองนี้มันก็มี นายกรัฐมนตรีทักษิณดีก็พูดว่าดีหน่อย ถ้าไม่ดีก็บอกไม่ดี เพราะฉะนั้นอันนี้ละครับท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เคารพ ท่านล้วนแล้วแต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิได้รับการศึกษาเป็นศาสตราจารย์ เป็นดอกเตอร์เยอะแยะ ท่านต้องเอาเรื่องดีให้กับบ้านเมืองบ้าง ท่านอย่าไปพูดแต่เรื่องไม่ดี ท่านไปรายงานบอกว่า เสื้อแดงไล่ฆ่าคนนั้นคนนี้แต่เวลาเสื้อเหลืองไล่ฆ่าท้าไมคุณไม่ลง อันนี้ละครับท่านประธานที่เคารพ ผมถึงอยากจะเสนอแนะท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าฉบับนี้นะครับ ท่านประธานไม่ควรที่จะเอาไปไว้ในห้องสมุดให้ลูกให้หลานได้อ่าน เพราะเขาจะคิดแต่ว่า ระยะนี้ โลกนี้ บ้านนี้ เมืองนี้ มีแต่สิ่งไม่ดีมันจะเอาตัวอย่าง เพราะฉะนั้นต้องเอาสิ่งดี ๆ ด้วย เขียนลงเลยว่าสมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณเข้ามาบริหารประเทศต่อจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ขณะนั้นมีหนี้มีสิน ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณมาบริหารประเทศใช้หนี้ใช้สิน เก็บภาษีได้ท้าไมท่านไม่รายงานลงที่นี่ ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้ละครับ ผมถึงอยากจะให้ท่านท้าตัวเป็นกลางเวลาท่านอภิปราย เวลาท่านแสดงความคิดเห็น ท่านต้องไปสายกลาง เดินกลางครับ ท่านอย่าไปเข้าข้างโน้นข้างนี้เพราะอะไร การเดินขบวน การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยเป็นสิทธิของพี่น้องประชาชน คนมีอาวุธใช้ความรุนแรง คนที่ไม่มีอาวุธมันจะไปใช้ความรุนแรงได้อย่างไร ประชาชนจะเอาอาวุธมาจากไหน สูงสุดมีแต่ไม้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นจะยกตัวอย่างให้ท่านฟังการชุมนุมล้อมสภา ผมไม่ต้องไปพูดถึงท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร พูดเอาแค่ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย มาแถลงนโยบายในรัฐสภามีกลุ่มประชาชนมาล้อมรัฐสภาท้าไมท่านไปลงโทษ ท่านนายกรัฐมนตรีสมชายล่ะครับ ตอนท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็มีคนมาล้อมสภา ท้าไมท่านไม่ลงโทษนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ล่ะครับ นี่ละครับผมถึงบอกท่านว่าเสนอแนะ ให้ท่านได้ท้าตัวไปเป็นกลางรายงานต่อสภา หนังสือฉบับนี้ถ้าท่านไปวางนะครับ ลูกหลานเรา มาอ่านบ้านนี้เมืองนี้มีแต่การฆ่ากันไม่มีดีเลยสักอย่าง ท้าไมล่ะครับต่างประเทศ ประเทศพม่า ท้าไมเขาก้าวไปมากกว่าเรา ประเทศกัมพูชาท้าไมก้าวไปกว่าเรา ประเทศ สปป. ลาว ประเทศเวียดนามเพื่อนบ้านของเราท้าไมเขาก้าวไปเพราะเขารู้แล้วว่าการทะเลาะกัน การท้าร้ายกันนี่มีแต่บ้านเมืองที่จะเสียหาย วันนี้เราหันหน้าเข้าหากันอย่าไปกระแนะกระแหนกัน นี่ละครับท่านเป็นองค์กรอิสระ ท่านต้องชี้แนะไปในทางที่ถูก เพราะฉะนั้นรายงานนี้ถ้าหาก ท่านจะน้ากลับไปทบทวนใหม่ดังที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้เสนอแนะก็จะดี ท่านต้องหา ข้อดีบ้าง ท่านอย่าเอาแต่ข้อเสียมานะครับ ท้าไมมันเกิดวุ่นวายแล้วบ้านเมืองนี้ก้าลังจะ เดินหน้าไป แล้วมีกลุ่มผู้ชุมนุมท้าไมท่านไม่พูดไป เพราะฉะนั้นนี่ละครับท่านต้องให้ความเป็นธรรม กับคนที่ไม่ได้มาชี้แจง ท่านได้เห็นแล้วการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ท่านเขียนไปบอกว่าจะมีการล้มล้าง สถาบันไหนล่ะครับ ไม่มี ไม่มีใครคิดจะล้มล้าง แต่คนพูดกันไปเอง พิสูจน์แล้วอัยการก็พิสูจน์แล้ว ทุกอย่างพิสูจน์แล้ว เพราะฉะนั้นท่านต้องท้าตัวให้เป็นกลาง ผมขอย้าอีก ท่านต้องท้าตัวให้เป็นกลาง ท่านอยู่ข้างความถูกต้องครับ จริยธรรมของพี่น้อง ของคนทุกคนมีจริยธรรม บ้านเมือง จะเดินไปด้วยดีนะครับ ผมขอเสนอแนะแค่นี้แหละครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ ครับ

พันเอก วินัย สมพงษ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ กระผมใคร่ขออนุญาตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าได้กรุณาให้ผมได้ช่วยท่านคิด กรุณาอนุญาตให้ผมได้ช่วยท่านเติมเต็มเพื่อให้การรายงาน ในปีต่อ ๆ ไป ครั้งต่อ ๆ ไปของท่านได้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ๆ ท่านประธานครับ อันที่จริงตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา ๒๕๗ (๖) ได้ระบุไว้ชัดเจน ซึ่งหลายท่าน อาจจะไม่นึกว่า (๖) ตามรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๕๗ นั้นเป็นหน้าที่ประการหนึ่ง ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วย หน้าที่ (๖) หน้าที่ของท่านประการหนึ่งก็คือ ส่งเสริมการศึกษาการวิจัย และการเผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน นี่เป็นหน้าที่ประการหนึ่ง ของท่าน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ด้วยกระผมนั้นเป็นห่วงเป็นใยเยาวชนรุ่นหลัง ซึ่งตามเรามาเกรงว่าเยาวชนรุ่นหลังนั้นถ้าไม่ได้รับการศึกษา ไม่ได้รับการท้าความเข้าใจ ให้ถ่องแท้กระจ่างชัดว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชนแล้ว การที่เขาตกอยู่ในกระแสสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นกระแสหลักอันหนึ่งของโลก ถ้าเผื่อตกอยู่ในกระแสอย่างนี้แล้วเข้าใจไม่ถี่ถ้วนไม่ถ่องแท้ ก็จะเกิดอันตรายได้ อันที่จริงเรื่องสิทธิมนุษยชนนั้นเปรียบเสมือนเหรียญ ๒ ด้าน กระผม จะพูดถึงเฉพาะหลักการส้าคัญ ๆ บางประการ และถ้าแม้จ้าเป็นจะต้องยกเป็นกรณีตัวอย่าง กระผมจะละเว้นการยกตัวอย่างในประเทศไทย กระผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างกรณีที่ เกิดขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งอันที่จริงก็เป็นเรื่องที่ทราบกันโดยทั่วไปถ้าผมพูดถึงมัน เหรียญ ๒ ด้าน ที่กระผมพูดถึงนั้น ด้านหนึ่งเป็นด้านที่ว่าด้วยผู้ใช้สิทธิถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพ อีกด้านหนึ่ง ก็คือผู้ใช้สิทธิใช้สิทธิเกินขอบเขตแห่งเสรีภาพที่ควรจะเป็นไม่ว่ากรณีใด เหรียญด้านใด ล้วนก่อให้เกิดกรณีพิพาทด้วยกันทั้งสิ้น ท่านประธานสภาที่เคารพ สิทธิมนุษยชนเป็นกระแสโลก อย่างที่ผมได้กราบเรียนและเป็นกระแสโลกที่มาจากทางด้านตะวันตกมันเป็นสากลครับ ไม่ว่าประเทศใด ไม่ว่าใครในยุคนี้ ถ้าไม่พูดถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนแล้วกลายเป็นว่าเป็นคนที่ ตกยุคตกสมัย ไม่ทันสมัย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เยาวชนรุ่นหลัง เป็นธรรมดาอยู่เอง ที่เขาจะต้องมีความเห่อเหิมให้ทันกับกระแสของโลกเหมือนอย่างคอมพิวเตอร์วันนี้ เหมือนอย่างโลกที่ร้อนวันนี้ เหมือนอย่างค่านิยมทางด้านประชาธิปไตย ใคร ๆ ก็พูดกันติดปาก แต่ทั้งหมดที่พูดนี้มีมากมายหลายประเด็นที่ยังเป็นนามธรรม เป็นแอบสแทรคท์ (Abstract) ที่ยังไม่ชัดเจน ผมจึงอยากจะมากล่าวย้าให้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ให้ความส้าคัญในเรื่องการศึกษา การเผยแพร่การวิจัยความรู้ให้กับเยาวชนรุ่นหลัง ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมอยากจะขออนุญาตยกตัวอย่างเมื่อไม่นานมานี้ครับ มีภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ผมขออนุญาตใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษตามท้องเรื่องของมันเอง ชื่อภาษาอังกฤษนั้นก็คือ ดิ อินโนเซนท์ ออฟ มุสลิม (The Innocent of Muslims) ซึ่งประเทศทางโลกตะวันตกเป็นผู้สร้าง ทันทีที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดเผยออกมาฉาย ก่อให้เกิดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้ง การวิวาท จนเกรงว่าวันหนึ่งข้างหน้าถ้าไม่หยุดยั้ง อาจจะเป็นจุดที่ก่อให้เกิดสงครามโลกครั้งต่อไปก็เป็นได้ เพราะการต่อสู้ในทางศาสนานั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องเล็กไม่ว่ายุคใดสมัยใดนะครับ สงครามครูเสด (Crusade) สงครามศาสนารบกัน เป็นร้อยปี ก็เพราะฝ่ายหนึ่งมีความรู้สึกว่าพระศาสดานั้นถูกลบหลู่ดูหมิ่น ภาพยนตร์เรื่อง ดิ อินโนเซนท์ ออฟ มุสลิม ก็สร้างความรู้สึกอย่างนั้นให้กับพี่น้องชาวมุสลิม เมื่อไม่ช้าไม่นาน มาก่อนหน้าภาพยนตร์เรื่องนี้ก็มีนักเขียนการ์ตูนในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย เขียนการ์ตูนล้อภาพศาสดามูฮัมหมัด พระองค์อัลเลาะห์ และเมื่อเร็ว ๆ นี้ประเทศฝรั่งเศสเอง ก็มีการเขียนการ์ตูนโดยนัยเดียวกันคือเป็นภาพเชิงล้อเลียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ตัวอย่างที่กระผมยกมานั้นเป็นตัวอย่างของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ แต่มันเป็นข้อคิดซึ่งปราชญ์ ปัญญาชนต่างก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันว่าสิทธิการแสดงออก การแสดงสิทธิเสรีภาพที่คิดว่าเป็นสิทธิในการพูด การคิด การเขียน มันไปเกินขอบเขต มันไปกระทบกระทั่งจนก่อให้เกิดความโกรธแค้นชิงชัง ก่อให้เกิดอารมณ์โกรธแค้นหรือเปล่า จึงมีค้ากล่าวว่า เดอะ ฟรีดอม ออฟ เอกซ์เพรสชัน วีเอส พรอโวเคชัน (The Freedom of Expression VS Provocation) สิทธิการแสดงออกว่าไปกระทบกระทั่ง ไปยุแหย่ ให้อีกฝ่ายหนึ่งเกิดอารมณ์โกรธเกลียดหรือเปล่า ซึ่งมันก่อให้เกิดปัญหาด้วยกันทั้งสิ้น นี่แหละท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมจึงอยากจะกราบเรียนขอร้องไปยัง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอท่านได้โปรดอยู่ในรายงาน พยายามอยู่ในงาน ของท่าน อันที่จริงสิทธิเสรีภาพนั้นเป็นอินสทิงท์ (Instinct) มันเป็นสัญชาตญาณ อุแว้ออกมา ไม่ต้องบอกต้องสอนคนก็แสดงสิทธิเสรีภาพ แต่อินสทิงท์นั้น สัญชาตญาณนั้นไม่พอเพียง ส้าหรับขอบเขต ขอบเขตว่าจะแสดงสิทธิเสรีภาพแค่ไหนที่จะไม่ไปกระทบคนอื่น มีขอบเขตแค่ไหนนั้นเป็นเรื่องของจริยธรรม เป็นเรื่องของความรู้ เป็นเรื่องของส้านึก จะอาศัยเพียงสัญชาตญาณคงจะไม่เพียงพอ กระผมจึงอยากจะขอความกรุณาทาง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่ารายงานครั้งต่อ ๆ ไปขอท่านได้โปรดบรรจุ เรื่องอย่างนี้ไว้ในรายงานของท่านด้วย ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมคิด บาลไธสง ครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย เขต ๒ ท่านประธานครับ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสได้มาแสดงความคิดเห็น และฟังการรายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ผมได้อ่านรายงานทุกเล่มแล้วนะครับ ก็ด้วยความจ้ากัด ผมจะพูดในเวลาที่ไม่เกิน เวลาที่ทางสภาผู้แทนราษฎรได้ก้าหนดนะครับ ท่านประธานครับ ผมได้ฟังผู้มีเกียรติ หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วผมก็เห็นสอดคล้องในบางเรื่อง บางเรื่องก็ไม่เห็นด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตามวันนี้ก็เป็นการรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมเคารพสิทธิของท่าน แต่ผมจะขอเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องการท้างานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หลายท่านพูดไปผมจะไม่ซ้านะครับ ในกรณีที่คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมอยากเห็นรายงานที่ว่าเมื่อมีเหตุการณ์อะไรที่ประชาชนเรา ได้ถูกลิดรอนสิทธินะครับ ผมอยากเห็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของเรานี่ มีการแสดงออกเลย กรณีชุมนุมหรือถูกปราบปรามถูกอะไรก็ตาม หรือพี่น้องประชาชนที่วังน้าเขียวถูกท้าร้ายบ้าง ถูกจ้ากัดสิทธิในความเป็นอยู่ของเขา พี่น้องร้องไห้น้าตาเต็มหน้า ผมอยากเห็นคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปยืนอยู่ข้างหน้าประชาชน ถ้าจะต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชน อยากเห็นแบบนั้น อยากให้เดินหน้าให้ประชาชน คือเป็นที่หวังของประชาชน คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คือรักษาสิทธิของประชาชน ไม่ว่าจะเกิดจากองค์กรของรัฐ หรือเอกชนก็ตาม หรือเกิดจากหน่วยงานหรือเกิดจากบุคคลก็ตาม กลุ่มบุคคล อยากเห็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้แสดงบทบาทที่เกินที่รายงานมานี้ อยากเห็นตรงนั้นครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลท้าอย่างนี้ ๆ อยากเห็นบทบาทที่ชัดเจนขึ้นอย่างนั้น เท่าที่ผมอ่านรายงานผมอาจจะอ่านไม่จบหรืออ่านไม่เจอ ผมก็ต้องขออภัยถ้าท่านได้ท้าอย่างนั้น แต่ผมอ่านแล้วมีแต่รายงานเหตุการณ์เท่านั้น ไม่มีเหตุการณ์ที่ว่าท่านได้ท้าอะไรบ้าง ท่านได้เดินไปออกหน้าประชาชนในเรื่องต่าง ๆ ที่ประชาชนเสียสิทธิไหม อันนี้ผมก็อยากฝากให้ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี้ ได้น้าไปพิจารณาในโอกาสต่อไป ถ้ามันเป็นในบทบาทหน้าที่ของท่านผมก็อยากให้ท่าน ได้ท้าหน้าที่นี้ให้มันชัดเจนเลยครับ ไม่ว่าฝ่ายไหนผมไม่มาพูดหรอกว่าฝ่ายนั้นคนนั้นไม่ดี คนนี้ไม่ดีไม่พูด แต่เรื่องคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคือรักษาสิทธิที่ประชาชนเสียไป อยากให้ท่านแสดงออกให้ชัดเจนเลยครับ ในเวทีของประเทศ ถ้าในเวทีระดับโลก ท่านประธานครับ ผมก็อยากให้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเราจะมี บทบาทหน้าที่อย่างไรเพื่อเป็นเกียรติเป็นศักดิ์ศรีของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ของประเทศไทยที่เรามีบทบาทกับเวทีระดับโลก ผมยกตัวอย่างกรณีเกิดเหตุการณ์ อยู่ที่ประเทศซีเรียอย่างนี้ ประชาชนถูกลิดรอนสิทธิ ถูกปราบปรามจากรัฐบาลซีเรียในฐานะ เราเป็นภาคีของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติระดับโลกนี่นะครับ ประเทศไทย ได้แสดงความคิดเห็นอะไรออกไปบ้าง ผมอยากให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ของเราได้แสดงความคิดเห็นออกไป เป็นการแสดงว่าเราปกป้องสิทธิประชาชนระดับโลก ในเรื่องต่างประเทศ อันนี้ผมก็อยากให้มีการรายงานอย่างน้อยว่าคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศไทยเราได้มีบทบาทระดับโลก ระดับภูมิภาค หรือระดับประเทศอย่างไร

ที่ผมดูรายงานนี้ตรงที่ท่านสรุปหน้า ๘๖ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยที่ท่านบอกว่า รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นควรมีข้อเสนอแนะรัฐบาลและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในประเด็นที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ตรงใจผม มากที่สุดเลย โดยเฉพาะเรื่องรัฐบาลต้องปฏิรูปความยุติธรรมให้เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนข้อนี้ อันนี้เป็นหัวใจเลยครับ ผู้บริหารประเทศคือผู้ที่จะต้องมาดูแลความทุกข์สุขประชาชน ท่านเสนอแนะมาอย่างนี้ก็ถูกต้องแล้วครับ ผมไม่อ่านรายละเอียด ข้อ ๒ ก็เช่นเดียวกันครับ รัฐบาลควรพิจารณายกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึกกฎหมายพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าแต่ชายแดนภาคใต้ครับ ทั่วประเทศ อย่างกฎอัยการศึกน่าจะยกเลิกได้แล้ว มันหมดเวลาแล้วภายในประเทศเรา ควรจะมาท้าการค้าขายชายแดนให้มันสะดวกสบาย ไม่มีกฎหมายพิเศษพวกนี้มาขัดขวางในการท้างานหรือการค้าขายของพี่น้องระหว่างชายแดน อันนี้ผมก็อยากสนับสนุนเห็นด้วยในข้อเสนอแนะของท่าน

อีกเรื่องหนึ่งอยู่หน้าไหนผมจ้าไม่ได้แล้วเรื่องเกี่ยวกับที่พูดถึงเรื่องการจัดสรรที่ดิน อันนี้คือปัญหาของประเทศเลย นี่ผมอยากให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเรา พอเห็นพวกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไปเอารถเครื่องกลหนักไปท้าลายบ้าน ชาวบ้าน อันดับแรกกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติน่าจะไปยืนอยู่ข้างหน้าเลยว่าหยุด คุณท้าไม่ถูกต้อง คือต้องแสดงปกป้องความเป็นอยู่ คือปัจจัย ๔ ของคนนี่ครับ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัยมันส้าคัญมากนะครับ คือต้องปกป้องสิทธิเขาไว้ อันนี้ต้องแสดงออก ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาอาจจะท้าผิดกฎหมาย ผิดอะไรก็ตาม ซึ่งประชาชนเขาไม่รู้หรอกในรายละเอียดของกฎหมาย กรณีทับสิทธิ ซ้อนสิทธิของ พี่น้องประชาชน กรณีประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับ แล้วก็พี่น้องประชาชนไม่รู้ แล้วก็เกิดปัญหาอย่างนี้ทั่วประเทศ ผมอยากให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แสดงออกตรงนี้แทนพี่น้องประชาชน ขอบคุณมากครับ

(การประชุมด้าเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อด้าเนินการประชุมต่อไป)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เราใช้เวลาเกือบ ๓ ชั่วโมง ผมจะขอปรึกษาอย่างนี้ได้ไหมครับ เพราะว่า เดี๋ยวเราจะต้องรับทราบรายงานของศาลรัฐธรรมนูญด้วย มีท่านสมาชิกแจ้งความประสงค์ อีก ๕ ท่าน แต่ผมอยากจะหารือว่าให้ฝั่งละ ๑ ท่าน แล้วก็ส่วนที่เหลือท่านค่อยไปรับทราบ แล้วก็สอบถามของศาลรัฐธรรมนูญในล้าดับต่อไปดีไหมครับ หรือท่านยังติดใจอยู่ ถ้าติดใจ ก็ขอด้วยข้อจ้ากัดของเวลานะครับ ต่อไปเชิญท่านนิพนธ์ ไม่พูดนะครับ เมื่อท่านนิพนธ์ไม่พูด ท่านเจะอามิงนะครับ มาท่านพายัพ แล้วก็คุณหมอเชิดชัย ท่านดอกเตอร์สุรสาล ผาสุข เดี๋ยวผมก็จะให้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ตอบ ก็ถือว่ารับทราบ เราก็จะไป ศาลรัฐธรรมนูญต่อ เอาอย่างนั้นนะครับ ขอความร่วมมือให้รักษาเวลาด้วยนะครับ เชิญท่านเจะอามิง โตะตาหยง ครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ต่อข้อหารือของท่านประธาน ที่จริงเรื่องคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ควรที่จะให้ เป็นเรื่องสิทธิของสมาชิก เพราะเป็นเรื่องที่ส้าคัญที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ไปศึกษามา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธานพูดอย่างตรงไปตรงมา ว่าผมเองมีความมั่นใจและเป็นก้าลังใจต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จากที่ผม ได้ไปอ่านเอกสารในปี ๒๕๕๑ และปี ๒๕๕๒ แต่ว่ามีหลายท่านในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ได้พูดถึงอย่างชัดเจนว่าบางครั้งอาจจะมีการพูดพาดพิงไปถึงท่านคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็เป็นกระบวนการในสภาผู้แทนราษฎรที่สมาชิกบางท่านอาจจะ เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ อย่างนี้ครับ เพราะบางเรื่องที่ท่านได้ศึกษาไว้มันไม่ตรงใจกับเพื่อนสมาชิกในสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นก้าลังใจและผมเชื่อโดยเฉพาะคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้งหมด ผมเห็นเคยพบในพื้นที่ เคยรู้ถึงว่าท่านได้ไปศึกษาข้อมูลที่เป็นจริงโดยเฉพาะในกรณี ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระผมขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผมนอกจากขอเป็น ก้าลังใจให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้รายงานอย่างตรงไปตรงมา เป็นเอกเทศ เป็นกรอบความคิดที่ท่านได้ไปศึกษามา ท่านไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล อันนี้ผมขอชื่นชม แต่สิ่งที่ผมอาจจะต้องเพิ่มเติมเข้าไปในกระบวนการกรอบความคิดในกรณี ผมขออนุญาต ท่านประธานได้พูดในประเด็นเดียว ในกรณีปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หน้า ๒๔ ผมได้อ่านถึงรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รายงาน ต่อสภาผู้แทนราษฎรว่าเหตุการณ์รุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นในปี ๒๕๔๗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานผ่านไปถึง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าที่จริงปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ถ้าจะตามกันให้ดี กระบวนการเวลามีการสรุปให้กับสภาผู้แทนราษฎรผมอยากจะให้ท่านสรุปต้นเหตุของปัญหา โดยเฉพาะในกรณีของจังหวัดชายแดนภาคใต้มันเป็นมาอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ผมอยากจะให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเวลาพูดถึง ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านจะต้องโยงไปถึงก่อนหน้านี้ ปัญหาจริง ๆ ปัญหา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นี่เกิดขึ้นส่อว่าจะมีความรุนแรงขึ้นเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ เป็นต้นมา ท่านประธานครับ นี่คือประเด็นที่เราจะต้องย้อนกลับไปดูว่าปัญหาที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การส่งสัญญาณการเกิดเหตุที่อ้าเภอหาดใหญ่วันนั้นเกิดปี ๒๕๔๔ เป็นการส่งสัญญาณให้กับ รัฐบาลว่าแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้น่าจะมีความรุนแรงขึ้นแล้ว มีการวางระเบิดที่สถานีรถไฟที่อ้าเภอหาดใหญ่ ประเด็นเหล่านี้ท่านคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติควรที่จะต้องมาน้าใส่สู่กระบวนการในการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะให้สมาชิกในสภาจะได้มีความเข้าใจเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้มันไม่ได้เกิดเพียงแต่วันนี้ มันเกิดมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ท่านประธาน ที่เคารพ ถ้าตามไปดูว่ากระบวนการทั้งหลายที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ปี ๒๕๔๔ นั้น ภายใต้การน้าของรัฐบาล พันต้ารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี การก่อเหตุ ที่ส้าคัญที่สุดก็คือมีการวางระเบิดที่อ้าเภอหาดใหญ่ และในขณะนั้นกองบัญชาการต้ารวจภูธร ภาค ๙ ได้รายงานให้กับนายกรัฐมนตรีขณะนั้นว่าเป็นฝีมือของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ท่านประธานครับ ตามเรื่องเหล่านี้ผมอยากให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต้องไปศึกษาเรื่องนี้แล้วก็ไปเพิ่มเติมมา และในปี ๒๕๔๕ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นคือ พันต้ารวจโท ทักษิณได้เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคงพร้อมกับกล่าวว่าสถานการณ์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีโจรแยกดินแดน มีแต่โจรกระจอก โจรห้าร้อย อยากให้ยุบ หน่วยทหารเฉพาะกิจที่อยู่ในพื้นที่และใช้ต้ารวจเข้ามาแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้แทน ประเด็นนี้ครับมันจะเป็นปัญหาว่าประเด็นการใช้ต้ารวจเข้ามาควบคุมและดูแล จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นที่มาของการละเมิดสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านต้องไปศึกษาและมาขมวดเข้าในรายงานเพื่อเป็นข้อเท็จจริงรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร กระบวนการตรงนั้นน้าไปสู่กระบวนการในการยุบศูนย์อ้านายการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ พตท. ๔๓ ในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๕ จากนั้นรัฐบาลก็ได้มอบหมายให้กับต้ารวจ เข้าไปดูแลปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้แทน พร้อมทั้งใช้นโยบายที่เพื่อนสมาชิกได้พูด ก่อนหน้านี้คือใช้ก้าปั้นเหล็กหุ้มด้วยก้ามะหยี่ถึงเป็นที่มาของการอุ้มฆ่าและฆ่า อุ้มคนหาย ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้หลังจากนั้นเกิดความรุนแรงขึ้นมาตลอด และส่งผล ให้ฝ่ายตรงข้ามแข็งตัวขึ้นจนมีศักยภาพมากขึ้นจนถึงในขณะนี้ โดยการละเมิดสิทธิ ในการใช้อ้านาจของกลไกของรัฐในวันนั้น คือรัฐต้ารวจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้พูดด้วยความรู้สึก ผมพูดแม้กระทั่งในเอกสารในปี ๒๕๕๒ ที่ท่านได้รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรก็มีการพูดถึงว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการอุ้ม มีการฆ่าคนจริง เป็นที่มาของกระบวนการทั้งหลายที่เกิดขึ้นท้าให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้น ท้าให้คนไทยพุทธและมุสลิมมีความขัดแย้งมากขึ้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต้องไปศึกษาเรื่องนี้แล้วก็ขมวดเข้าเพื่อที่จะได้ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีความรู้ เรื่องเหล่านี้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพ กระบวนการเหล่านี้ที่ผมอยากจะฝาก ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าแม้กระทั่งในการใช้กฎหมายในจังหวัดชายแดน ภาคใต้วันนี้มีถึง ๓ ฉบับ กฎอัยการศึก พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และ พ.ร.ก. ว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในกรณีการใช้ พ.ร.ก. ว่าด้วย การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นที่มาของการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ท่านได้ไปศึกษาเรื่องนี้หรือไม่ เพราะเท่าที่ผม ได้มีข้อมูลในขณะนี้ผมมีข้อมูลอยู่ในมือ กระบวนการในการใช้ พ.ร.ก. เรียกเชิญตัวผู้คน เข้าไปสอบสวน อาศัยตามอ้านาจของ พ.ร.ก. แล้ว ครั้งแรกก็มา ครั้งที่ ๒ ก็มา ครั้งที่ ๓ มา ครั้งที่ ๔ เขาไม่มาครับ แล้วคนเหล่านี้กลับไปเป็นแนวร่วมให้กับฝ่ายตรงข้าม ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งเหล่านี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องไปดูว่าในกระบวนการ ของกฎหมาย ที่จริงกระบวนการทางกฎหมายอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญต้องใหญ่ กฎหมายรัฐธรรมนูญต้องเป็นตัวกรอบในการที่จะแก้ไขปัญหา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การใช้กฎหมาย ๓ ฉบับในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วันนี้ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาที่ใหญ่ แม้กระทั่ง ณ วันนี้ก็ยังมีกระบวนการ เท่าที่ผมทราบมีข้อมูลอยู่ในบางส่วน ในพื้นที่ แม้กระทั่งวันนี้ท่านเคยได้ไปศึกษาและมีข้อมูลอยู่ในมือไหมครับ มีการร้องเรียน มาถึงท่านไหมว่าวันนี้เอง ขณะนี้เดี๋ยวนี้ก็ยังมีการอุ้มมีการฆ่าคนซึ่งเป็นผู้คนธรรมดา เกิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังมีการละเมิดอยู่ สิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธาน ถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าผมไปดูในเนื้อหาในข้อมูลที่ท่านได้มารายงาน ต่อสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๆ ที่เหตุการณ์กระบวนการที่มีการอุ้มมีการฆ่าคน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มันมีมาก ท้าไมกระบวนการการร้องเรียนไปถึงตัวของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพียงไม่กี่เรื่อง กระบวนการเหล่านี้นอกจาก พี่น้องประชาชนจะมาร้องเรียนกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้ว ผมอยากจะ ให้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถ้ามีข้อมูลอย่าให้ถึงกับพี่น้องประชาชน ต้องมาร้องเรียนกับท่าน ท่านต้องรุกไปศึกษาและหาข้อมูลที่เป็นจริงเพื่อมารายงานต่อสภา และเป็นข้อคิดให้กับรัฐบาลกับแนวทางในการแก้ไขปัญหา การก้าหนดนโยบาย ในการแก้ไขปัญหาที่จะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น วันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชน ความเจ็บปวดของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้ มันเกิดอะไรขึ้น ส่วนหนึ่งเราต้องยอมรับว่าเกิดจากขบวนการของกลุ่มโจรกลุ่มก่อการที่มี เป้าหมายอย่างชัดเจนว่าต้องการแยกดินแดนอันนั้น แต่ถ้าวันไหนที่เจ้าหน้าที่และกลไกของรัฐ ไม่ไปซ้าเติม ไม่ไปละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มันสามารถจะขับเคลื่อน ในรายงานเหล่านี้ท่านต้องไปศึกษาในเชิงลึกลงมาด้วยครับว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐบางส่วนซึ่งเป็นส่วนเล็ก ๆ ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านได้ให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเพื่อเป็นนโยบายในการแก้ไขปัญหา อย่างไร หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธานถึงทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าวันนี้ผมดูในรายงาน ท่านรายงานอย่างตรงไปตรงมา แต่บางเรื่อง บางประเด็นอย่างในกรณีของอ้าเภอตากใบ ผมอยากจะให้ท่านไปศึกษาให้ลึกลงไป อีกนิดหนึ่งครับว่าปัญหาวันนี้เท่าที่ผมทราบข้อมูลผ่านท่านประธานถึงคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าผู้คน ญาติพี่น้องของประชาชนที่ถูกกระท้าจากเหตุอ้าเภอตากใบ มีการสูญเสีย มีการเสียชีวิตในกรณีเหตุอ้าเภอตากใบเขาทราบครับว่า ณ วันนั้น มีอดีตนายกรัฐมนตรีคือ พันต้ารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อยู่ที่จังหวัดนราธิวาส ท่านได้ไปศึกษา เรื่องนี้ไหมครับ ท่านไปศึกษาแล้วมันมีส่วนเกี่ยวโยงอย่างไรกับสถานการณ์และเหตุการณ์ อ้าเภอตากใบอย่างไร หรือไม่ เพราะประชาชนเขาแคลงใจว่าการละเมิดสิทธิของกรณีตากใบ เกิดจากอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งเป็นผู้สั่งการ ด้วยสิ่งเหล่านี้ทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องไปศึกษาเพราะสิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเจะอามิงครับ ขอความกรุณา เวลามันเลยมาพอสมควรแล้ว ให้สรุปหน่อยนะครับ มีเพื่อนสมาชิกอีกตั้ง ๓ ท่านนะครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมถึงบอกว่าการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปยาก แม้กระทั่งในสภาผู้แทนราษฎร ก็มีการจ้ากัดในขณะที่ผมจะให้ข้อมูลที่เป็นจริง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ก็ไม่เป็นไรครับท่านประธาน ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มันไปยากอย่างไร แม้กระทั่งในสภาผู้แทนราษฎรก็มีการจ้ากัด ในขณะที่ผมจะให้ข้อมูลที่เป็นจริงก็ไม่เป็นไรครับท่านประธาน

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมีผู้ประท้วง เชิญผู้ประท้วง

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตท่านประธานให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนค้าพูดว่าอดีตนายกรัฐมนตรีท่านทักษิณ ชินวัตร ได้เป็นผู้สั่งการในกรณีอ้าเภอตากใบ ท่านไม่ได้มีหลักฐานพยานที่แน่ชัด แล้วท่านจะมากล่าวหาคนที่อยู่ข้างนอกซึ่งไม่มีโอกาสมาตอบโต้ท่าน บันทึกการประชุม ของสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้จะบันทึกไว้ ขอให้ถอนค้าพูดว่าอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้สั่งการในกรณีอ้าเภอตากใบ ขอให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ด้วยครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าในกรณีที่ผมพูดว่าอดีตนายกรัฐมนตรี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้ผมวินิจฉัยก่อนนะครับ คือผู้ประท้วงเขาอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ว่าท่านใส่ร้าย ว่ามีส่วนร่วมในการสั่งฆ่าคนอย่างที่ท่านพูด เขาขอให้ท่านถอนค้าพูด ท่านเจะอามิงถอน ได้ไหมครับ ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเขาไปสืบของเขาเองแล้วกัน

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพครับ ที่จริงเรื่องรายงานเหล่านี้ที่ศาลยุติธรรมมีอยู่นะครับ ผมไม่ได้พูดถึงว่าการสั่งฆ่า หมายถึงว่ามีกระบวนการ วันนั้นท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้พูดถึงว่าชื่อใคร แต่พูดถึง ว่าอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ผมมีข้อมูลครับ ในวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๐ เอาไหมครับ นี่อย่างไรคือข้อมูลที่ผมก้าลังจะบอก จะถอนหรือไม่ถอนฟังข้อมูลก่อนสิครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ คือท่านได้พูดไปแล้วผมก็นั่งฟังอยู่ ถ้าท่านถอนมันก็จะเดินหน้าต่อไปครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ครับท่านประธาน ผมขออนุญาต ถอนตรงนั้นครับ แต่ว่าผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อเป็นข้อมูลจะได้บันทึกในสภาผู้แทนราษฎร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญต่อครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ขออนุญาตนิดเดียวครับ ท่านประธาน มันมีการให้ข้อมูลในชั้นศาลว่าวันเกิดเหตุมีท่านอดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส แล้วผมจะไม่ลงรายละเอียดนะครับ ผมมีข้อมูลอยู่ในมือ แล้วก็ใครไปพบในวันนั้นในช่วงที่เกิดเหตุการณ์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ได้ไหมครับ เอาเฉพาะในรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ส่วนใครจะให้ปากค้าที่ศาลที่อะไรที่นี่ไม่สามารถจะสืบพิสูจน์ได้หรอก เพราะว่าแต่ละท่าน ก็หยิบยกกันขึ้นมา เอาเฉพาะในรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่เขารายงาน ผมขอความกรุณาอย่างนั้นนะครับ ถ้าใครไปหยิบยกจากข้อเท็จจริงข้างนอก ซึ่งเราก็ไม่ทราบว่าจะมีพยานจริงหรือไม่ แล้วพยานนั้นจะให้ปากค้าอย่างไรเราก็ไม่ทราบ เอาเฉพาะในรายงานแล้วกัน เชิญท่านเจะอามิงครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อยืนยันค้าพูดที่ผมได้พูดถึงค้าให้การบางตอนในวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๐ ณ ศาลจังหวัดสงขลา นัดสืบพยานคดี หมายเลข ฉ ๑๖/๒๕๔๘ อัยการจังหวัดปัตตานี ผมไม่ลงลึกเรื่องอื่นนะครับ ท่านประธานไม่ต้องห่วง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือจะไม่ให้เอาเรื่องที่ท่านหยิบยกขึ้นมานะครับ เพราะว่าผมอธิบายความแล้วว่าใครในห้องนี้ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครจะไปให้ถ้อยค้าต่อศาลอย่างไร แล้วจะให้อย่างไรนั้น เป็นเรื่องของพยาน ส่วนพยานนั้นข้อเท็จจริงจะฟังยุติหรือไม่ห้องนี้ก็ไม่สามารถสืบพิสูจน์ได้ ฉะนั้นเดี๋ยวมันจะไปกล่าวหากัน ท่านน้าเสนอมาดีมากเลยครับ เอาเฉพาะสาระ ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเขารายงานแล้วกันนะครับ เชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผมพยายามสื่อสารท่านประธานถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อให้ทราบ และให้สภาได้รับทราบว่ากรรมการทั้งหลายส่วนหนึ่งมันเกิดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์และเหตุการณ์ในขณะนี้ และผมอยากจะให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปติดตามแล้วก็ดูแลเรื่องการละเมิด สิทธิมนุษยชนในขณะนี้ด้วยหลายแห่ง ทั้งจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส เกิดเหตุ ผมต้องพูดอย่างนี้ท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าอยากให้สถานการณ์ จังหวัดชายแดนภาคใต้สงบ แต่ว่าอยู่บนเงื่อนไขต้องไม่ไปละเมิดสิทธิ วันนี้ถูกละเมิดหมดครับ คนมุสลิมก็ถูกละเมิด คนไทยพุทธก็ถูกละเมิด ถามว่าคนไทยพุทธก็ถูกละเมิดด้วยกลุ่มก่อการ และก่อเหตุไปละเมิดสิทธิเขาเหมือนกัน ถ้า ๒ ฝ่ายมีการละเมิดอย่างนี้ ทุกอย่างลงที่ไหนครับ ทุกอย่างมาลงที่พี่น้องประชาชน กระบวนการทั้งหลายเราต้องแก้ ในสภาผู้แทนราษฎร ต้องพูดความจริง ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ต้องเอาความจริงไปน้าเสนอต่อสภา เพื่อที่สภาจะได้เสนอต่อรัฐบาล เป็นแนวทางให้กับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านพายัพ ปั้นเกตุ ตามล้าดับครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่ารายงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งได้เสนอเข้ามาในที่ประชุมสภาแห่งนี้เป็นรายงานที่มีข้อเท็จจริง ที่แตกต่างกันไป ทั้งเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นเรื่องจริงและเป็นข้อเท็จจริงที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ และเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดจากทัศนคติส่วนตัวด้วยเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามครับ ท่านประธาน ในเวลาที่เราพูดถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประชาชนทั่ว ๆ ไป ต่างก็หวังพึ่งพิงทั้งนั้นนะครับ อยากเห็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นที่พึ่ง ของประชาชน ในเวลาใดก็ตามที่ประชาชนมีความเห็นแตกต่างกับรัฐบาล ในเวลาใด ที่ประชาชนต้องการแสดงความคิดเห็นก็หวังว่าจะเป็นสิทธิของประชาชน เราหวังว่าในเวลา ที่ประชาชนจะแสดงออกนั้นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะเป็นคนที่อยู่เคียงข้าง กับประชาชน แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เขียนในรายงานฉบับนี้นั้น ท่านไม่ใช่เป็นผู้ที่ท้าหน้าที่ในการชี้ผิดชี้ถูก ท่านไม่ใช่ศาลครับ และท่านก็ไม่ได้เป็นพนักงาน สืบสวนสอบสวนที่ท้าหน้าที่ยุติและพิสูจน์แล้วซึ่งความเป็นจริง เพราะฉะนั้นรายงาน ที่ท่านเสนอแนะเข้ามาในที่ประชุมแห่งนี้จึงเป็นรายงานที่มีความเห็นต่างได้ในคณะกรรมการ ของสภาแห่งนี้ ของ ส.ส. ในสภาแห่งนี้ ซึ่งอาจจะมีความเห็นต่างกับท่านได้ เพราะว่าคนที่อ่าน ในรายงานของท่านมีความเห็นที่เกิดจากประสบการณ์จริง มีความเห็นจากการที่เขา ได้รับข้อมูลข่าวสารที่แตกต่างกับท่านได้ เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นต้องกราบเรียนท่านประธาน ว่ารายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นมิใช่รายงานที่ได้รับการพิสูจน์ ความจริงแล้วทั้งหมด และเป็นกรรมการที่ไม่ใช่เป็นศาลจะไปตัดสินว่าอันใดผิดอันใดถูก แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมการชุดนี้เป็นคณะกรรมการชุดที่ ๒ ซึ่งท่านท้ารายงานมา มีคณะกรรมการชุดที่ ๑ ซึ่งมีรายชื่อในรายงานดังต่อไปนี้ ๑๐ กว่าท่าน ผมเห็นรายชื่อแล้วผมเห็นว่าในกรรมการของท่านก็มีความเห็นต่างกันอยู่ในนี้ด้วย เช่นเดียวกัน เห็นต่าง ขนาดที่ออกมาแสดงออกทางการเมืองด้วยซ้าไปว่าไม่เห็นด้วย กับการกระท้าของรัฐบาลแต่ละช่วง ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลประชาธิปไตย ไม่เห็นด้วยกับ รัฐบาลที่มาจากอ้านาจนอกเหนือจากประชาธิปไตย ข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นเรื่องที่ประชาชน แลเห็น แต่ท่านประธานครับ ในยามที่บ้านเมืองมีวิกฤตการณ์เกิดขึ้นมากมายรุนแรงขนาดนี้ ตั้งแต่มีการปฏิวัติรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน ปี ๒๕๕๕ ท่านประธานครับ ท่านประธานเห็นความคิดเห็นที่แตกต่างของประชาชนในบ้านนี้เมืองนี้ไหมครับ ว่าเขามีความเห็นแตกต่างกันมากมาย ที่เขาไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล อาจจะไม่เห็นด้วย กับรัฐบาลของผม อาจไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลของท่าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนเขาแสดงออก เพราะฉะนั้นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องท้าหน้าที่ของตัวเองในการที่จะเป็นที่พึ่ง ของประชาชนให้ได้ในยามที่บ้านเมืองวิกฤติ จะท้าตัวเป็นผู้วินิจฉัยที่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือเป็นผู้ท้าการซักล้างให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ควรกระท้าอย่างยิ่ง แล้วผมเชื่อว่ากรรมการท่านคงไม่มีความคิดเช่นนี้ ท่านประธานครับ ท่านมาดูสิครับว่าในปัจจุบันนั้นในเวลาที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านแสดงความคิดเห็น ท่านแสดงออกทางการเมือง ทุกครั้งที่ผ่านมาท่านดูสิครับ ว่าประชาชนเขาวิพากษ์วิจารณ์ท่านอย่างไร โดยส่วนตัวกระผมไม่รู้จักกับท่านหรอกครับ แล้วก็ไม่เคยโกรธแค้นอะไรกับท่านมาโดยตลอด ไม่เคยมี แต่ว่าในเวลาที่ท่านแสดงออก ทางการเมืองเข้าไปอยู่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนั้น อีกฝ่ายหนึ่งไม่เคยได้ชื่นชอบท่านเลย ท่านลองไปดู การแสดงออกของประชาชนตามสาธารณชนสิครับ ท่านลองไปดูการแสดงออกของประชาชน ที่อยู่ในอินเทอร์เน็ต (Internet) สิครับว่าเขาเห็นด้วยกับท่านหรือไม่ ถ้าท่านได้จับดู การแสดงออกของท่าน แล้วไปจับดูความรู้สึกของประชาชน แล้วท่านจะรับรู้ว่าประชาชน เขาไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านแสดงออกในช่วงวิกฤตการณ์ของประเทศที่ผ่านมาเลย ไม่มี ถ้าเป็นอย่างนั้นเรากลับมาอยู่ที่ตั้งเราไหมครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กลับมาอยู่ที่ตั้งของตัวเองไหมครับ เป็นที่พึ่งของประชาชนยามวิกฤตการณ์ของบ้านเมือง ไม่ดีกว่าหรือที่จะไปอยู่ข้างหนึ่งข้างใด โดยไม่ค้านึงถึงความรู้สึกของประชาชนและเสียงส่วนใหญ่ ของประชาชน รายงานที่ท่านเขียนแต่ละฉบับที่ท่านส่งมา ในเวลาใดก็ตามท่านประธาน ในเวลาใดก็ตามที่ท่านได้เขียนบันทึกเหตุการณ์ลงในนี้ ในรายงานของท่านทั้ง ๒ ฉบับ เป็นความขัดแย้งครับ ท่านดูข้อเท็จจริงสิว่าท่านบอกไว้ว่าเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๒ นี่ผมจ้ากัดขอบเขตการพูดว่าปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ไม่ล่วงเกินมาถึงปี ๒๕๕๓ ครับ เดือนเมษายน ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ ประชาชนมีความเห็นต่างกับรัฐบาล

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับมีผู้ประท้วง เชิญ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานเพื่อประท้วงเพื่อนสมาชิกตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคใด ท่านประธานก็ทราบ เพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลหัวเราะ ท่านประธานครับ เหตุผลก็คือว่า ท่านพายัพ ปั้นเกตุ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านได้กล่าวหาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าเข้าข้างใดข้างหนึ่ง เป็นการใส่ร้ายป้ายสี เพราะในรายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด เขียนรายงานตามความเป็นจริง เพราะฉะนั้นจึงขอให้ท่านประธานวินิจฉัย และให้ผู้อภิปรายได้ถอนค้าพูดที่ได้กล่าวหาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอย่างนั้นว่า เข้าข้างใดข้างหนึ่งถือว่าผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เป็นการใส่ร้ายป้ายสี ขอท่านประธานได้โปรด วินิจฉัย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงครับ ที่จริงท่านพายัพก้าลังแสดงความเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ เรื่องอ้านาจ หน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ส่วนประเด็นที่จะเป็นอย่างท่านพายัพพูดหรือไม่ เดี๋ยวท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านจะชี้แจง เพราะว่าท่านดูจากรายงาน ท่านเข้าใจแบบของท่าน ส่วนจะเป็นอย่างที่ท่านเข้าใจหรือไม่ เดี๋ยวคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านจะตอบข้อซักถามเอง เชิญอภิปรายต่อครับ

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ผมวินิจฉัยแล้วครับ เชิญนั่งลงครับถือว่ายุติแล้ว

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ครั้งนี้ลุกขึ้นประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ผมมีสิทธิที่จะประท้วงท่านประธาน การที่ท่านประธานวินิจฉัยผมเคารพและปฏิบัติตามครับ แต่อยากให้ท่านประธาน โปรดวินิจฉัยด้วยความเที่ยงธรรม เพราะสิ่งที่ผมลุกขึ้นประท้วงนั้นไม่ใช่ผมเพียงผู้เดียวครับ แม้แต่ท่านผู้อาวุโสอย่างท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ก็ได้คิดเหมือนกับผมทุกประการ ว่าเป็นการใส่ร้ายป้ายสีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่ผมเคารพท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญต่อครับ ผมวินิจฉัยถือว่ายุติไปแล้ว เชิญครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

ในการท้าหน้าที่ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นกระผมได้บอกว่าการวินิจฉัยหรือการรายงานใด ๆ นั้น เป็นสิทธิของท่าน ถ้าเกิดว่าไปเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก็จะเกิดความขัดแย้งกับอีกฝ่ายหนึ่ง เกิดขึ้น ซึ่งไม่ได้ระบุว่าท่านไปท้าความขัดแย้งกับใคร หรือท่านไปใส่ร้ายอะไรประเด็นไหน ประเด็นที่ผมต้องพูดต่อกับท่านประธานก็คือว่าขออนุญาตท่านประธานสักครู่หนึ่ง อยากกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้วยความเคารพว่าในรายงานที่ท่านเขียนไว้ เมื่อใดก็ตามที่ท่านเขียนไว้ในเหตุการณ์ ในแต่ละเหตุการณ์จะมีผู้ที่รู้เหตุการณ์และเห็นเหตุการณ์เป็นจ้านวนมาก เพราะฉะนั้น เมื่อเราเขียนรายงานไปแล้วไปขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่เขาได้เห็นนี่เขาก็มีความรู้สึก ที่แตกต่างกับท่านแน่ นี่ไม่ใช่ความเห็นที่เป็นอคติกับท่านเลย ผมไม่เคยอคติกับท่านครับ แต่ผมต้องกราบเรียนท่านว่ารายงานหน้า ๓๙ กรณีที่สามเหลี่ยมดินแดง ท่านบอกว่ากลายเป็นจลาจลขนาดย่อยที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ซอยกิ่งเพชร ๙ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงตรงนี้ถ้าใครอยู่ในเหตุการณ์ก็จะรู้ ว่าเมื่อมีค้าสั่งให้ข้าราชการทหารออกไปควบคุมสถานการณ์นั้น ผมใช้ค้านี้นะครับ เมื่อมีการปะทะกันทางความคิดว่าท้าไมเขาจึงมีสิทธิในการชุมนุมไม่ได้ มีผู้ชายซึ่งเรียกว่า สุภาพบุรุษ ใช้มือกระชากผมสุภาพสตรีลากถูลู่ถูกังกลางถนนต่อหน้าทหารชายอกสามศอก ในวันนั้น แล้วผู้หญิงคนนั้นถูกกระชากจนกระทั่งเสื้อผ้าหลุดเหลือเสื้อในตัวเดียว ปัจจุบันเธอยังมีชีวิตอยู่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านได้ออกมาแสดงความเห็น อย่างไรบ้างหรือไม่ต่อการกระท้าของคนกลุ่มนั้นต่อสุภาพสตรี ต่อประชาชนที่เขาแสดงออก ทางการเมืองที่แตกต่างกัน นี่คือประเด็นหนึ่งที่ผมต้องหยิบยกขึ้นมาพูด ผมต้องพูดต่อไปอีก เช่นเดียวกันท่านประธาน พระรูปหนึ่งสะพายย่ามในเวลาเที่ยง แต่เวลาตีหนึ่งของคืนวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๒ พระรูปนี้ตะโกนเสียงดังว่าอาตมาขอบิณฑบาตชีวิตญาติโยมเถอะ แล้วพระรูปนั้นก็ถูกกระชากลากถูหายวับไปในหมู่ชายชุดสีเขียว ไม่ทราบว่าเป็นทหารหรือไม่ เหลือแต่ย่าม ๑ ใบ กับจีวร ๑ ผืน แล้วหายไป จากนั้นเสร็จมีผู้ชายคนหนึ่งต่อมาเป็นข่าว แล้วไปกระโดดลงที่แม่น้าป่าสัก ที่หน้าวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสิงห์บุรี อ้าเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี บอกว่าผมสะดุ้งตื่นแล้วโดดลงมาได้ เห็นเพื่อน ๆ อยู่ข้างในด้วย ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ผมไม่ได้พูดด้วยอารมณ์เลย ผมอยากเห็นบ้านเมืองนี้ เดินหน้าไปได้ อยากเห็นประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ประชาชนส่วนใหญ่คิดอะไร เห็นด้วยกับฝ่ายไหน ให้ฝ่ายนั้นท้าหน้าที่ ของตนเองในการเป็นรัฐบาล มิใช่ปล่อยให้ฝ่ายหนึ่งที่ไม่ได้รับความยอมรับจากประชาชนแต่มีอ้านาจนอกเหนือไปจาก อ้านาจประชาธิปไตยมาแย่งชิงอ้านาจประชาธิปไตย ท่านครับ ไม่ได้มีความโกรธแค้นท่าน หรอกครับ ท่านอาจารย์อมราครับ ผมไม่เคยรู้สึกอะไรกับท่านเลย ผมไม่ใช่ญาติท่านหรอกครับ แต่ผมไม่ได้โกรธเคืองท่าน แต่จะขอความกรุณาท่านครับ ความขัดแย้งในบ้านนี้เมืองนี้ มีมากเหลือเกินแล้วครับ เพราะว่าประชาธิปไตยไม่เป็นไปตามความต้องการของประชาชน วันนี้เราถูกดึงเอาขบวนการต่าง ๆ เข้ามาเพื่อยึดโยงอ้านาจของประชาชนให้เป็นของตนเอง โดยปราศจากความชอบธรรม ถ้าวันนี้เรายังเขียนรายงาน ซึ่งท่านอาจจะมีความตั้งใจ แต่ผมก็อยากจะขอความกรุณาท่านเถอะครับว่าท่านกลับไปดูรายละเอียดให้ชัดเจน ให้ครอบคลุมรอบด้าน หลายเรื่องที่ยังเป็นข้อเท็จจริงที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์พึงจะต้องได้รับ การพิสูจน์ก่อน อย่าได้น้าเอาเรื่องที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์มาแสดงความคิดเห็นในนี้ เป็นลายลักษณ์อักษรจนกระทั่งเผยแพร่ออกสู่สาธารณชน แล้วสร้างความขัดแย้ง ในบ้านนี้เมืองนี้ครับ ด้วยความเคารพท่านจริง ๆ ขอขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอเชิดชัยครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีหน้าที่ส้าคัญ แล้วก็เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของอารยประเทศและเป็นประชาธิปไตยด้วย เพราะฉะนั้น คนที่มาท้าหน้าที่ถือว่ามีเกียรตินะครับ ท่านประธานครับ คนเรามีทั้งดีทั้งเสีย แต่ขณะเดียวกันท่านมาท้าหน้าที่อันนี้ท่านต้องระมัดระวังอย่างมาก ผมอ่านรายงาน ทั้ง ๒ ฉบับหมดแล้ว ของท่านมีส่วนที่ดีก็เยอะ แต่ถ้าเป็นเรื่องการเมืองผมอยากให้ท่าน ระมัดระวังบ้าง อย่าเพิ่งไปหักหาญเพราะว่ามีส่วนได้เสีย ถึงท่านจะบอกว่าท่านต้องท้าหน้าที่ เป็นกลางเป็นอะไรก็แล้วแต่ ไม่มีใครเชื่อหรอกครับ เพราะว่าคนเขาเห็นด้วยตาได้ยินด้วยหู ไม่ต้องไปฟังเสียงว่าให้ก้าลังใจ ขอบคุณที่เป็นการเอาใจเพื่อให้ท่านเชียร์ (Cheer) ไม่ต้องไปสร้าง วาทกรรมให้ท่านยึดหลักความจริง ท่านประธานครับ วกมาเลยนะครับ ผมไปอ่านปัญหา และดูงบประมาณของท่าน ปี ๒๕๕๐ ท่านได้ ๑๓๔ ล้านบาท จ่าย ๑๓๙ ล้านบาท ลบ ๔ ปี ๒๕๕๑ ท่านได้ ๑๒๔ ล้านบาท จ่าย ๑๓๓ ล้านบาท ติดลบ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่พอปี ๒๕๕๒ ได้เพิ่มขึ้นบวกอยู่ ๒๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ท่านได้ ๑๙๘ ล้านบาท ปีนี้บังเอิญผมเป็นอนุกรรมาธิการดูแลอันนี้อยู่ ก็คิดว่าคงจะท้างานได้ดีขึ้น ผมไปอ่านปัญหา และอุปสรรคของท่าน ท่านก็ว่าดีที่ได้เพิ่มอ้านาจ แต่ที่ดีที่สุดที่ผมอยากจะให้ท่านใช้มากก็คือ สามารถฟ้องต่อศาลยุติธรรมได้แทนผู้เสียหาย ท่านอย่าไปร้องเลยครับศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง แล้วก็ไม่ต้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินดีแล้ว แล้วท่านก็ยังบอกว่าเป็นหน่วยงาน อิสระ อันนี้ดีเพราะบริหารคล่องตัว อุปสรรคของท่านก็มีอยู่ ๒ ข้อ ผมอ่านเฉพาะข้อที่ ๑ คือ หน่วยงานภาครัฐยังละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรการการแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะ ในการปรับปรุงกฎหมายและนโยบายรัฐ โดยเฉพาะละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามบัญญัติ ที่เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคล ตลอดจนการเลือกปฏิบัติ แล้วก็ในปี ๒๕๕๒ เองก็มีการร้องเรียนเรื่องสิทธิ เดี๋ยวผมจะพูดให้ฟัง ว่าท่านกรรมการท่านท้าหน้าที่ตามกฎหมายไหมท่านประธาน ทราบว่ามาตรา ๑๗๐ หน่วยงานต่าง ๆ ต้องเสนอข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณต่อสภาในปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ท่านยังไม่เสนอ ผมไปตรวจดูแล้วนะครับ ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่เสนอ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ไม่เสนอ อัยการสูงสุดก็ไม่เสนอ ส้านักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ไม่เสนอครับ ๒ ปีนะครับ ท่านรีบไปเสนอ เป็นการบ้านนะครับ ส้านักงบประมาณเขาบอกว่าพยายามเร่งรัดอยู่ ท่านประธานครับ ถัดไปนะครับ ท่านละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัติที่เกี่ยวกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคล ตลอดจนการเลือกปฏิบัติ เพราะอะไรครับ คือปกติในที่นั่นมีหมอ ๒ คนนะครับ เวลาเราจะเสนออะไร ถ้าเราจะเสนอเรื่องรุนแรง ต้องรุนแรงด้วยกันทั้งคู่ ถ้าสงบก็สงบด้วยกันทั้งคู่ ถ้าเราเป็นกลาง ท่านลองไปดูหน้าที่ ๓๗ หน้าที่ ๓๘ เสื้อแดงทุบรถ เสื้อแดงเผายางมีควัน เสื้อแดงทุบกระจก อีกฝั่งหนึ่งเสื้อเหลือง นั่งประท้วงอย่างสงบอยู่ที่สนามบิน อยู่ที่ท้าเนียบรัฐบาล ท่านทราบไหมครับในความสงบ ที่ท่านเหมือนสงบนี่แหละเป็นผู้ก่อการร้าย สร้างความเสียหายให้ประเทศ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่คนที่ไปเผายาง ไปเหมือนรุนแรงเกิดความเสียหายน้อยมาก น้อยมากนะครับ เพราะฉะนั้นเวลาจะท้าจริง ๆ ท่านต้องพยายามให้รุนแรงก็รุนแรงด้วยกัน ผมยกตัวอย่างนะครับ มีเจ้าหน้าที่รัฐ ต้ารวจนี่ละครับไปห้ามที่เขามาบุกรัฐสภา มีคนขับรถชนต้ารวจ แถมถอยมาทับอีก ศาลลงโทษคนที่ขับ ผิดเหมือนกันนะครับ แต่บอกว่าไม่เจตนา ให้รอลงอาญา ผมก็ถือว่าศาลก็เป็นองค์กรหนึ่งที่ท่านต้องไปตรวจสอบเหมือนกันครับ ผู้พิพากษาก็เป็นคนธรรมดา กินเงินเดือนภาษีอากรราษฎรเหมือนกัน ท่านประธานครับ ต่างกับเสื้อแดงที่มีคนยกตัวอย่างมากมายผมไม่พูดหรอกครับ ถูกละเลย ถูกกล่าวหา ว่าท้าผิดกฎหมาย ฆ่ากันเองบ้าง แม้กระทั่งไปปาไข่ก็ยังถูกจ้าคุก ๖ เดือนไม่รอลงอาญา มาตรฐานอยู่ที่ไหน ศาลนะครับ ผมอยากให้ท่านเข้าไปวิจารณ์เขาหน่อยครับ ท่านประธานครับ ผมไม่อยากพูดมากครับ แดงรุนแรง แดงล้มเจ้า ไม่จริงละครับ ผมนี่ละครับหัวหน้าเสื้อแดง ภาคอีสาน เรามาชุมนุมกัน เอารถมาจากหมู่บ้าน คนในหมู่บ้านออกเงินค่าน้ามัน มาโดยสงบครับ แล้วเราก็เห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ๓ เดือน เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ขอพูดเลยมานิดหนึ่ง เขาสงบครับ ถ้าจะเอากันจริงมันรุนแรงกว่านี้ ผมเห็นในรายงาน ของท่านที่ผมว่าท่านในรายงานบางทีมันก็ขัดแย้ง ท่านพูดถึงเรื่องประชาชน ที่จังหวัดเชียงรายมาประท้วงเรื่องนาปรังแล้วปิดถนน แล้วก็ถูกศาลลงโทษจ้าคุก ๖ เดือน ปรับคนละ ๑๐๐ บาท ท่านก็ยังบอกว่ามันเป็นสิทธิของประชาชนที่ไม่รู้จะแสดงออกอย่างไร การประท้วงเป็นวิธีเดียวที่จะได้รับการดูแล อันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ เพราะเป็นวิธีเดียวจริง ๆ แล้วก็ท่านยังไปพูดถึงกฎหมายที่เกี่ยวกับการฉุกเฉิน ความร้ายแรงต่าง ๆ ว่าอาจจะมี ผลกระทบต่อภาพพจน์ของประเทศหรืออะไรก็แล้วแต่ มีหลาย ๆ อย่างนี่บางทีน่าจะยกเลิก ผมก็เห็นด้วยครับ ท่านก็มีส่วนดีครับ แต่ในแง่ปฏิบัติ ในรายงานเดียวกันนี่ท่านก็ไปเขียนแย้ง เป็นอย่างอื่น ท่านประธานครับ ผมอยากจะถามนิดหนึ่งนะครับ เรื่องภาคใต้นี่นะครับ ความจริงผมไม่เห็นด้วยกับท่านสมาชิกที่พูดไปว่ามันเริ่มปี ๒๕๔๗ ความจริงมีตั้งแต่ ยุคล่าอาณานิคมแล้วครับ รัฐไทยไปบุกเขา รัฐอังกฤษก็มาบุกคืน หรืออะไรมายึดไทยบ้าง นี่ละครับถ้าจะกล่าวต้องกล่าวถึงรากเหง้าความขัดแย้ง ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ มันเกิดขึ้นมาเอง แต่ผมว่าไม่ใช่หน้าที่ท่านครับ ท่านอาจจะเกริ่นว่า เรฟเฟอเรนซ์ (Reference) ไว้ว่ากรุณาไปดู ที่โน่นเขาศึกษาไว้เยอะแยะ ผมสนใจอยู่ ๓ เรื่อง ท่านประธานครับ ฝากไปยังท่านกรรมการ การขุดลอกล้าน้าปากแม่น้าตะกั่วป่าที่ว่าต้องใช้เงินเป็นพันล้านบาท แล้วท่านก็ไป ท้าหน้าที่ดีมาก ตอนนี้ไปถึงไหน อันที่ ๒ เรื่องมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปี ๒๕๓๗ ตอนหลังเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยทักษิณ ท่านไปสงสัยว่ามหาวิทยาลัยทักษิณมีสถานะ เป็นทบวงการเมืองตามมาตรา ๑ ประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม่ ที่ผมต้องถามเพราะอะไรครับ เพราะตอนนี้มหาวิทยาลัยจะออกไปอยู่ในก้ากับ มันอยู่ในฐานะอย่างไรผมยังไม่ทราบเลยนะครับ ถ้าเกิดมีเรื่องราวต่าง ๆ ว่าไปรุกที่ดินชาวบ้านนี่มันจะเป็นอย่างไร อยากให้ท่านไปดู ให้มันชัดเจน

เรื่องที่ ๓ เรื่องยาเสพติด ท่านก็เขียนชัดเจนว่าเป็นการที่ว่ามีการฆ่ากันตาย ไป ๒๕๐ ศพ หรืออะไรก็แล้วแต่ผมไม่อยากพูดถึง ท่านบอกว่าเป็นการน้านโยบายรัฐ ไปปฏิบัติจนมีคนตาย เห็นไหมครับกรณีเดียวกันกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ผมดูแล้วคล้าย ๆ กันเป็นการน้านโยบายรัฐไปปฏิบัติท้าให้คนตาย ต้องมีคนรับผิดชอบ ท่านประธานครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านได้รับการ ตรวจสอบตอนนี้ละครับก็คือเข้าสภาครับ เราตรวจสอบท่านครับ เพราะว่าเราเป็นตัวแทน ของประชาชน ท่านเอาเงินเดือนไปก็ภาษี ท่านของบประมาณไปถ้าปีหน้าผมได้เป็นอนุ กรรมาธิการ ผมจะดูเป็นพิเศษว่าน่าจะตัดอีกไหมครับ ท่านประธานครับ เราควรจะก้าวข้าม ความขัดแย้งในประเทศ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บิล คลินตัน ได้เขียนไว้อยู่ ๕ อย่าง ที่จะท้าให้โลกมันเปลี่ยนแปลง คือเรื่องเทคโนโลยีประเทศไทยไปถึงไหนแล้วครับ เรื่องสุขภาพ เรื่องอีโคโนมี (Economy) แต่เรื่องที่ส้าคัญก็คือเรื่องความเสมอภาคกับจัสติส (Justice) ความยุติธรรม ถ้าท่านไม่ท้าอย่างนี้ผมว่าประเทศไทยก้าวข้ามไม่ได้ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับหน้าที่อันทรงเกียรติแล้วครับ ท่านพยายามท้าไปนะครับ ท้าไปแล้ว ก็วางตัวเป็นกลาง ๆ แล้วก็ดูความจริงท่านก็จะชนะทุกอย่างครับ ไม่ต้องไปฟังเสียงอย่างอื่น ก็ขอให้ก้าลังใจบ้าง แล้วก็ขอติติงบ้าง รายงานเหล่านี้ไม่ควรจะไปแจกหรอกครับ เอาไปลง ในซีดี (CD) ดีกว่าครับ มันเปลืองงบประมาณแผ่นดิน ยิ่งรายงานของศาลรัฐธรรมนูญรูป ๔ สี อย่างดี เล่มละ ๕๐๐ กว่าบาทใช้ไม่ได้เลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาเฉพาะเรื่องนี้ก่อนอย่าเพิ่งถึงศาลครับ เอาเฉพาะเรื่องนี้ปรึกษากันก่อน

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ผมก็ขออภิปราย แล้วก็หวังว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคงจะท้าหน้าที่ที่ดี คนหวังมากถ้าผิดหวัง เขาจะเกลียดมาก แล้วบ้านเมืองจะวุ่นวายไม่จบ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านอาจารย์สุรสาล ผาสุข แล้วก็เหลืออยู่ ๒ ท่านสุดท้ายคือ ท่านขจิตรกับท่านประเสริฐ แล้วก็ผมจะให้ทางฝ่ายผู้ชี้แจงได้ชี้แจงข้อซักถาม ข้อสงสัย ข้อแนะน้าของท่านทั้งหมด เชิญท่านอาจารย์สุรสาลครับ

นายสุรสาล ผาสุข สิงห์บุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ต่อรายงาน ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการทั้งชุดที่ ๑ และชุดที่ ๒ ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่มาจนปัจจุบันนี้ ในส่วนของรายงานนั้น จากการศึกษาของกระผมนั้นพบว่าแบ่งเป็น ๙ ส่วนด้วยกัน กระผมขออนุญาต ท่านประธานที่จะกล่าวถึงบางส่วนของรายงานฉบับนี้ครับ

ในส่วนที่ ๑ เป็นเรื่องของสถานการณ์เด่น ในรายงานฉบับนี้ได้กล่าวถึง สถานการณ์เด่นเอาไว้ ๔ สถานการณ์ด้วยกัน คือ สถานการณ์ทางด้านการเมือง สถานการณ์ ที่เกี่ยวกับสิทธิชุมชนในการมีส่วนร่วมจัดการฐานทรัพยากร สถานการณ์ความรุนแรง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสถานการณ์ที่เกี่ยวกับผู้อพยพเข้าเมืองชาวโรฮิงญา ในส่วนของ สถานการณ์ทางการเมืองนั้นจากรายงานเมื่ออ่านดูก็สามารถจะเข้าใจได้ว่าคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีการตัดสินใจและด้าเนินการเพื่อที่จะคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ของประชาชนที่ออกมาชุมนุมทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการชุมนุมทางการเมือง ต้องขออนุญาตที่จะเอ่ยชื่อของกลุ่ม ในการชุมนุมทางการเมืองของพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยในปี ๒๕๕๑ คณะกรรมการได้ออกมาประณามการใช้ความรุนแรง จากทุกฝ่าย และเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบ และยุติการใช้ความรุนแรง ต่อผู้ชุมนุมประท้วง พร้อมทั้งย้าจุดยืนและบทบาทของคณะกรรมการในการปกป้อง สิทธิมนุษยชนของทุกฝ่าย ยิ่งไปกว่านั้นโดยอ้างว่าเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ยังได้ส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งมีอ้านาจ ในการด้าเนินคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ด้ารงต้าแหน่งทางการเมืองอีกด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติพูดว่าเหรียญอันหนึ่งมี ๒ ด้านเสมอ ในสถานการณ์ของการชุมนุมทางการเมืองของอีกกลุ่มหนึ่งก็คือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ผมอยากจะกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าบทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในการปกป้องสิทธิมนุษยชนกลับไม่เหมือนกัน กระผมเห็นว่าพฤติกรรมแห่งการกระท้านี้ ดูจะไม่สอดคล้องกับความหมายจากสัญลักษณ์ขององค์กรแห่งนี้ที่เป็นรูปมือ อันนี้เป็นรูปมือ ที่โอบอุ้มหยดน้าเอาไว้ แล้วก็ทางองค์กรแห่งนี้ได้ให้ความหมายของรูปมือที่ปรากฏ อยู่ในสัญลักษณ์นี้ว่าหมายถึงการร่วมมือกับทุกภาคส่วน ผมย้าว่าหมายถึงการร่วมมือ กับทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ ในการโอบอุ้มคุ้มครอง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ ด้วยหลักแห่งความเสมอภาคและภราดรภาพ ผมกราบเรียนว่านี่คือสิ่งที่ฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าท่านโปรดพิจารณาถึงจุดมุ่งหมายตรงนี้ของท่านประกอบไปด้วยนะครับ

ในประการถัดมาครับ สถานการณ์ของความรุนแรงใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ซึ่งอันนี้ต้องกราบเรียนกับท่านประธานว่าขอชื่นชมต่อการท้าหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งขออนุญาตที่จะเรียกสั้น ๆ ว่า กสม. ในกรณี ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระท้าการอันเป็นการละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ กราบเรียนว่าประชาชนที่ถูกละเมิดนั้นก็ควรจะได้รับการดูแล แล้วก็ควรได้รับความยุติธรรมเช่นกันครับ เหรียญมี ๒ ด้านเสมอ ในอีกด้านหนึ่งซึ่งกระผม มองว่าเป็นความสูญเสียของพี่น้องประชาชนของข้าราชการทหาร ต้ารวจ ที่เสียชีวิต หรือทุพพลภาพจากผู้ไม่ประสงค์ดี กระผมก็ถือว่าพี่น้องประชาชนเหล่านี้ถูกละเมิด สิทธิมนุษยชนเช่นเดียวกัน แม้ว่าการละเมิดนั้นจะไม่ได้เกิดจากการกระท้าของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็ตาม เรื่องนี้ กสม. สามารถท้าอะไรได้บ้าง ออกมาแสดงจุดยืนและประณามความรุนแรง ที่เกิดขึ้นกับประชาชนผู้บริสุทธิ์เหล่านั้นได้หรือไม่

ในประการถัดมา ในส่วนที่ ๒ ของรายงานฉบับนี้ซึ่งเป็นส่วนที่ว่าด้วย การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กสม. รายงานว่าประเภทสิทธิมนุษยชนที่มีการร้องเรียนว่าละเมิด สิทธิมนุษยชนหรือมีการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมมากที่สุด ที่ร้องเรียนผ่านมายัง กสม. คือสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย รองลงมาคือสิทธิในกระบวนการยุติธรรม และการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ในรายงานฉบับนี้มิได้มีรายละเอียดเพิ่มเติม กระผมเห็นว่า ถ้ารายงานฉบับนี้มีรายละเอียดอื่นเพิ่มเติม ยกตัวอย่างเช่นในประเภทสิทธิและเสรีภาพ ในชีวิตและร่างกายนั้น ถ้าจะเพิ่มเติมว่าสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายดังกล่าวนั้น ลักษณะใดบ้างที่ถูกละเมิดมากที่สุด และเกิดขึ้นกับประชาชนเพศหญิงหรือเพศชาย เด็กหรือผู้ใหญ่มากน้อยขนาดไหน ตรงนี้ถ้ามีรายละเอียดอยู่ในรายงานด้วยก็จะท้าให้รายงานนั้น มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และยิ่งไปกว่านั้น กสม. อาจหยิบยกประเด็นปัญหานี้ไปสู่การท้าวิจัย เพื่อหาค้าตอบ เพื่อตอบโจทย์ที่เป็นสิทธิ กสม. ต้องการที่จะรู้ว่าเกิดเหตุการณ์เหล่านั้น ขึ้นได้อย่างไรต่อไปได้อีกด้วย

ในประการสุดท้าย ขออนุญาตที่จะชื่นชมการปฏิบัติงานในหลายเรื่องของ กสม. ที่ท่านสามารถรักษาและเรียกร้องสิทธิมนุษยชนให้กับประชาชนที่ถูกละเมิดได้ และคิดว่า กสม. ควรได้รับการสนับสนุนทั้งก้าลังคนและก้าลังงบประมาณ แต่ กสม. ก็ควรจะตรวจสอบตนเองหรือฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนด้วยเช่นกันว่ามีประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์จุดยืนหรือการปฏิบัติหน้าที่ของ กสม. ในบางกรณีบ้างหรือไม่ ถ้ามีฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการทุกท่านเพื่อประกอบการพิจารณา ว่าท่านได้คุ้มครองศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพด้วยหลักแห่งความเสมอภาค และภราดรภาพแล้วหรือยังครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะเป็นท่านประเสริฐนะครับ แล้วก็มาท่านขจิตร แล้วก็จะให้ชี้แจง คุณหมอด้วยหรือครับ ผมขอความกรุณา ๓ ท่าน หลายท่านแล้วนะครับ ท่านประเสริฐเชิญครับ แล้วก็ท่านขจิตร และคุณหมอ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้เราได้เห็นรายงาน ๒ ฉบับ ฉบับที่ ๑ เป็นรายงานผลการปฏิบัติงานประจ้าปี ๒๕๕๒ อีกฉบับหนึ่งเป็นรายงานการประเมิน สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑ และปี ๒๕๕๒ ต้องยอมรับว่าวันนี้ ด้านสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งของโลกและของประเทศไปแล้ว สาเหตุที่เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเราต้องยอมรับว่าบ้านเรามีเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้น เหตุการณ์ทางการเมือง เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนในจ้านวนหนึ่ง แต่เนื่องจากบ้านเมืองต้องมี จุดยืนครับ พอไปดูคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่มีอ้านาจหน้าที่ที่ท่านเขียนไว้ ในรายงานสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ท่านเขียนอ้านาจหน้าที่ของท่านไว้ จ้านวน ๑๒ ข้อ ต้องยอมรับว่าเป็นความหวังครับ เป็นความหวังว่าอ้านาจหน้าที่ของท่าน ๑๒ ข้อนี้จะเป็นจุดส้าคัญในการท้าให้ประเทศไทยมีความสงบสุขและมีจุดยืนได้ บังเอิญว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในชุดที่ ๒ นี้มาอยู่ในช่วงระหว่างการเมืองร้อนแรงพอดี เป็นความโชคร้ายของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชุดที่ ๒ ภาระทั้งหมด ก็เลยตกอยู่กับท่านครับ เพราะการเมืองแตกแยกออกเป็นกลุ่ม ออกเป็นสี ออกเป็นขั้ว แต่ละกลุ่มก็เอาเหตุผลอ้างเพื่อให้ฝ่ายของตัวเองได้ประโยชน์ บางกลุ่มก็เอาเสียงข้างมาก มากดทับเสียงข้างน้อยเพื่อให้ตัวเองได้ผลประโยชน์ อาจจะไม่ใช่เป็นเหตุผลที่ถูกต้องมากนัก บางครั้งก็เอาก้าลังที่มากกว่ามาข่มขู่ให้ฝ่ายของตัวเองได้ประโยชน์ ข่มขู่ฝ่ายที่ตรงกันข้าม ให้เสียผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นประเทศจากนี้ไปจะเดินหน้าได้ส่วนหนึ่งต้องอาศัย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ท่านบัญญัติไว้ทั้งหมด ๑๒ ข้อ เพราะอ้านาจของท่านนี้ มากมายและยิ่งใหญ่มากครับ ยกตัวอย่างเช่นท่านเสนอปัญหาต่อหน่วยงานของรัฐได้ เสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ เสนอความเห็นต่อศาลปกครองได้ เสนอความเห็น ต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีได้ และท่านยังสามารถฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมได้ อ้านาจของท่านนี่แหละเป็นอ้านาจที่จะท้าให้ประเทศไทยสงบได้ แต่ท่านจะท้าได้อย่างไรล่ะครับ ถ้าวันนี้ท่านยังฟังเสียงนกเสียงกาอยู่ไม่กล้าเขียนความจริง ท่านอย่าไปกลัวครับ ท่านต้องกล้าค้นหาความจริงครับ ท่านต้องกล้าฟันฝ่าอุปสรรคที่เข้ามาเผชิญหน้ากับท่าน ในการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน เพราะท่านท้าไปไม่ราบรื่นหรอกครับ เพราะฝ่ายใดที่เสียประโยชน์ ฝ่ายนั้นก็ย่อมต้องมากดดัน ย่อมต้องมาแสดงบารมีข่มขู่ ท่านไม่ต้องตกใจครับสู้กันต่อไป และท่านต้องกล้ารายงานความจริงต่อสังคมครับ การรายงานความจริงต่อสังคมจะท้าให้ คนที่อ่านรับทราบความจริงและยืนอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล จะท้าให้บ้านเมืองนี้ เปลี่ยนแปลงไปสู่ความสงบได้ ถึงแม้ว่ารายงานความจริงนั้นจะถูกคนบางกลุ่ม ถูกคนบางสี ถูกคนบางจ้าพวกต่อต้าน ท่านก็จ้าเป็นต้องท้า ท้าเพื่อยืนหยัดความถูกต้องให้คงไว้ในสังคมในประเทศชาติให้ได้ ถึงแม้จะมี คนบางกลุ่ม จะมีคนบางสีมองว่าท่านไม่ใช่ศาล ไม่สามารถตัดสินความถูกผิดได้ ไม่สามารถ ชี้ถูกชี้ผิดได้ก็ตาม และไม่ต้องตกใจว่าใครจะเห็นด้วยกับรายงานของท่านหรือไม่ เห็นด้วย ก็ไม่ต้องดีใจครับ ไม่เห็นด้วยเพราะไปกระทบกับใครก็ไม่ต้องสะทกสะท้านครับ เพราะไม่สามารถแก้ไขรายงานของท่านได้ ผมจึงคิดว่าจุดยืนของท่านจะเป็นจุดเปลี่ยน ให้ประเทศไทยกลับสู่ความสงบในสังคมในบ้านเราได้ ผมไม่มีเวลามากที่จะบรรยายถึง รายละเอียดในเนื้อหา เพราะท่านประธานก็ให้สิทธิท่านละ ๗ นาทีก็ต้องเคารพครับ เพราะท่านเป็นประธานในการปฏิบัติหน้าที่ แต่อย่างไรก็ดีในรายงานของท่านทั้งหมดนี้ ก็ย่อมแสดงออกถึงความจริงใจ แสดงออกถึงความจริงจัง แสดงออกถึงความกล้าหาญชาญชัย ของท่านทั้งหลายทั้ง ๖ คนที่เป็นกรรมการในชุดที่ ๒ พวกผมไม่มีอะไรจะให้ท่านนอกจาก ให้ก้าลังใจ ให้ท่านยืนหยัดกับความถูกต้องต่อไป ให้ท่านยืดหยัดในความกล้าหาญของท่าน ในการท้ารายงานความจริงต่อไป ขอให้ท่านแสดงรายงานความจริงนี้ต่อสังคมและเผยแพร่ ให้ประชาชนได้รู้ยิ่งมากเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น ขอเคารพในความกล้าหาญชาญชัยของท่าน ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านขจิตร ชัยนิคม แล้วก็ต่อนายแพทย์เธียรชัยท่านสุดท้าย คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติถึงจะได้ตอบ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ ผมดูรายงานผมฟังการอภิปรายแล้ว ผมมีข้อเสนอครับ ผมเสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ถอนรายงานนี้ออกไป เหตุผลก็คือว่ามันมีหลายเรื่องครับ อย่างสถานการณ์ทางการเมืองเป็นเรื่องเด่น ๆ นี้ ท่านรายงานไว้ ๒ หน้า แล้วก็ท่านด้าเนินการที่มีข้อแตกต่างกัน ผมไม่พูดในรายละเอียดนะครับ

เรื่องที่ ๒ สิทธิมนุษยชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในเรื่องนี้ ท่านรายงานมา ๕-๖ หน้า เมื่อเปรียบเทียบสถานการณ์ต่อการคุกคามสิทธิมนุษยชนแล้ว สถานการณ์ทางการเมืองมีเรื่องรายละเอียดมากมาย ท่านไม่ได้พูดถึงการละเมิด สิทธิมนุษยชนของฝ่ายที่เป็นรัฐบาลก็ตาม ของฝ่ายที่มาชุมนุมก็ตาม แล้วเรื่องที่ผมเห็นว่า รายงานของท่านไม่สมบูรณ์อย่างยิ่งก็คือว่าในสถานการณ์ของเรื่องป่าไม้ ที่ดินมันมีการคุกคาม สิทธิเสรีภาพ สิทธิความเป็นมนุษย์ในการที่จะอยู่ผืนแผ่นดินที่เขาเกิดมา ๑๐๐ ปี ๕๐ ปี ไม่เห็นมีรายงานในนี้เลย ท่านประธานครับ ผมไม่อภิปรายแต่ผมเสนอให้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติถอน ถอนรายงานนี้ออกไปครับ ไปท้ามาใหม่ครับ ไม่ใช่ว่าผมมีหน้าที่ทราบ แล้วอย่างไรผมก็ทราบ ไม่ใช่ครับ พออ่านแล้วสถานการณ์นี้มันเกิดความขัดแย้ง ไม่ได้สร้างสรรค์ ไม่ได้ส่งเสริมในการพิทักษ์สิทธิของประชาชนเลย ผมมีข้อเสนอให้ท่าน ถอนรายงานนี้ออกไป แล้วถ้าพูดตามตรงในสถานการณ์อย่างนี้สิ่งนี้เป็นเรื่อง ส้าคัญที่สุด ไม่ใช่เราจะให้เอกสารอย่างนี้ไปปรากฏชั่วลูกชั่วหลานไม่ได้หรอกครับ การเขียนรายงานในเรื่องสิทธิมนุษยชนท่านก็ระบุชัดว่าเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างไร แล้วท่านแก้อย่างไร ผมดูรูปผมก็ว่าสวยแต่ว่าดูข้างในผมรับไม่ได้ครับ ผมไม่ใช่ประเภท ตรายางนะครับ จะส่งเอกสารมาผมก็รับทราบหมด ผมไม่อยากรับทราบรายงานนี้ครับ ถ้ามันผ่านสภาแล้วท่านบอกว่าต้องผ่านรัฐสภาด้วย ถ้าผ่านนี้ไปแล้วท่านน้าไปเผยแพร่ ที่ผมเสนอให้ถอนนี้เพราะว่าผมไม่ยอมรับรายงานนี้ รายงานนี้การละเมิดสิทธิมนุษยชน ในแผ่นดินนี้ ในเรื่องที่ดิน ในเรื่องสิทธิที่ท้ากินอยู่เต็มแผ่นดิน แต่ไม่มีรายงานถึงคนยากคนจนและวิธีการแก้ไขปัญหา เขาอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน ๕๐-๖๐ ปี รัฐไปประกาศเขตอะไรไม่รู้ทับที่ของเขา กฎหมายทุกอย่างระบุว่าเขาต้องมีสิทธิเหนือพื้นดิน แต่วันนี้ประชาชนกลุ่มนี้แทบจะเป็นผู้อาศัยแผ่นดินนี้เหมือนผู้อพยพมาจากต่างประเทศ ในรายงานของท่านไม่มีเลย ไม่มีระบุถึงคนกลุ่มใหญ่เหล่านี้เลย ผมถือว่ารายงานนี้ไม่สมบูรณ์มาก ขอเสนอว่าให้ถอนออกจากสภานี้ไป เอาไปปรับปรุง เสร็จแล้วเอากลับเข้ามาใหม่ ผมไม่รับทราบครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวประเด็นของท่านขจิตรรอทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตอบทีเดียวเลยนะครับ เชิญนายแพทย์เธียรชัยท่านสุดท้าย เดี๋ยวท่านตอบของท่านขจิตรด้วย เชิญครับ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เดิมผมตั้งใจว่าจะไม่ได้แสดงความเห็นเพราะท่านประธานแจ้งว่าจะได้ พิจารณารายงานของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อได้ฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดออกมาก็เลยต้อง ขอแสดงความคิดเห็นครับ ต่อรายงาน ๒ ฉบับที่น้าเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ ท้าให้ผมนึกถึงหัวข้อทางพุทธศาสนาที่บอกว่า พึงติเตียนคนที่ควรติเตียน พึงชมเชย ยกย่อง คนที่ควรจะยกย่อง จากการอ่านรายงานทั้งหมดคงจะไม่ถูกใจไปทั้งหมด เพราะว่า สิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องที่ใหญ่กว้างไกล แต่เมื่อดูการท้างานของท่านและได้เห็นรายงานตลอด ทั้ง ๒ ฉบับนี้แล้วผมก็รู้สึกพอใจ แล้วก็ขอยกย่อง ชมเชยด้วยความจริง เหตุที่ต้องชมเชย ยกย่องคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้ที่ถือว่าเป็นชุดที่ ๒ นับตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ จัดให้ตั้ง กสม. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านได้ใช้เวลาต่าง ๆ ท้างานค่อนข้าง ล้าบาก ถ้ามองไปล้าบาก เพราะสถานการณ์หลายอย่างมันถูกบีบบังคับให้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องแสดงเพื่อลดปัญหาของบ้านเมือง ที่ผมบอกว่าผมชื่นชมท่าน ก็ด้วยเหตุผลดังนี้ เมื่อมาพูดถึงสถานการณ์การเมืองที่สมาชิกทั้งสภาได้พูดไปเกือบทั้งหมด ในเวลาทั้งหมดนี่ ในขณะนั้นได้มีการชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ ที่ท่านอธิบายในที่นี้ ว่ามีการแถลงการณ์ต่อกรณีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ถึง ๓ ครั้ง เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๑ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ และ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ ตามล้าดับ เนื้อหาที่ท่านแถลงการณ์แม้ว่าผมจะไม่มีรายละเอียด อยู่ในมือขณะนี้ แต่เป็นแถลงการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยต่อสังคมของประเทศชาติของเรา อยากจะให้เกิดความสงบ ไม่อยากให้ฝ่ายรัฐบาลก็ดีในขณะนั้น หรือฝ่ายที่เป็นผู้ประท้วงก็ดี ได้เกิดการใช้สิทธิรุกล้ากันเกินขอบเขตที่กฎหมายได้ก้าหนดไว้ นี่คือสิ่งที่ท่านสามารถ ออกแถลงการณ์ได้ทันกับเหตุการณ์ นี่ละครับคือสิ่งที่ผมขอชื่นชม เช่นเดียวกันกับที่ท่าน ได้ออกแถลงการณ์ในปีต่อ ๆ มาเมื่อจะเกิดความรุนแรงขึ้นทางการเมือง ในรายงานบอกว่า เพื่อประโยชน์ของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กสม. ยังได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช. ซึ่งมีอ้านาจหน้าที่ในการด้าเนินคดีต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ด้ารงต้าแหน่งทางการเมือง ตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ นี่ละครับที่ผมถือว่าเป็นความกล้าหาญ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้ สังคมเราจะอยู่ได้นอกจากจะอยู่ได้ ด้วยความถูกต้อง ด้วยความดีงามแล้ว เมื่อถึงเหตุการณ์ที่อับจนคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้ได้ใช้ความกล้าหาญ ไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใด ๆ ก็ได้ท้าหน้าที่ไปแล้ว แล้วก็ได้รายงานอยู่ในที่นี้แล้ว นี่คือสิ่งที่ผมขอชื่นชม เช่นเดียวกันครับ ก็ได้มีการแถลงการณ์ ออกอีกครั้งหนึ่งของ กสม. เมื่อเหตุการณ์วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๒ เรื่องสถานการณ์ วิกฤติการเมืองกับอนาคตประชาธิปไตยไทย ทั้งหมดมี ๕ หัวข้อด้วยกันนะครับ ในวงเล็บ ผมขออนุญาตอ่านสักเล็กน้อยนะครับ

๑. ในยามวิกฤติต่อความมั่นคงและการด้ารงคงอยู่ของประเทศชาติ เพื่อมิให้พัฒนาการประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนต้องสะดุดหยุดลง ขอให้ฝ่ายบริหาร ด้วยความร่วมมือของกลุ่มการเมืองทุกฝ่ายด้าเนินการแก้ไข

๒. ยุติการเมืองแบบโต้ตอบเหน็บแนมกันระหว่างพรรคการเมืองฝ่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรครัฐบาล

๓. เปิดเวทีภาคสังคมและประชาชนโดยเฉพาะในชุมชนท้องถิ่นชนบท ซึ่งก้าลังตื่นตัวในการพัฒนาตนเองและปกป้องฐานทรัพยากรท้องถิ่นอันเป็นสมบัติของชาติ พร้อมด้วยภูมิปัญญา ความสามารถและศักยภาพการพัฒนาทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในยุคที่ประเทศชาติก้าลังถูกรุกรานทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีจากภายนอก ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์

๔. ประสานงานปฏิรูปทั้งจากภาครัฐและภาคสังคมประชาชนเพื่อกระตุ้น ให้เกิดการปฏิรูปในแวดวงผู้น้าทางการเมืองกันเองโดยไม่ต้องเว้นวรรคพัฒนาประชาธิปไตย ของไทย

๕. ด้าเนินการเพื่อสลัดคราบของความอ่อนแอล้มเหลวและทุจริตคอร์รัปชัน จากอดีตและเข้าสู่ภายใต้การก้ากับ ควบคุมของภาคสังคมและประชาชนทุกส่วน ทุกระดับ อันเป็นหัวใจของระบบประชาธิปไตยที่แท้จริง

ท่านประธานครับ สิ่งที่เราเรียกร้องหากันคือประชาธิปไตยนี้มันจะเกิดขึ้นมาได้ ก็ด้วยความเข้าใจ ความรู้ ความเมตตามันถึงจะเกิดเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ เกิดขึ้นได้ ในรายงานฉบับนี้ผมมองดูแล้วตามที่ท่านได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิด สิทธิมนุษยชน ท่านก็ได้รับเรื่องมาเป็นอันมากอย่างน้อยก็มีถึง ๑๐๗ เรื่องในหัวข้อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิทธิในทรัพย์สินการจัดการที่ดิน สิทธิแรงงาน สิทธิในกระบวนการ ยุติธรรม สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย สิทธิชุมชนฐานทรัพยากร สิทธิในการได้รับ บริการสาธารณสุข สิทธิในเกียรติยศชื่อเสียงและความเป็นส่วนตัว สิทธิของผู้พิการ สิทธิผู้ต้องขัง สิทธิในการศึกษา สิทธิเด็ก สิทธิผู้สูงอายุ สิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ นี่คือเรื่องต่าง ๆ ที่ร้องเรียนมานะครับ มีอยู่เรื่องหนึ่งครับที่ถือว่ายังไม่มีร้องเรียนออกมานะครับ ผมก็ฝากให้ทางคณะกรรมการท่านลองช่วยพิจารณาแล้วพยายามหาทางในการด้าเนินการ ให้การศึกษาก็ดีนะครับ รวมทั้งให้การพัฒนาเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมที่ดีก็คือในส่วนของ การที่เราไปรับภาคีของสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ๔ เรื่อง เรื่องที่ส้าคัญที่ผมคิดว่าสังคมไทยเราคงจะต้องให้ความระมัดระวังก็คือเรื่องอนุสัญญาว่าด้วย การต่อต้านการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ซึ่งเรายังมีปัญหาในสังคมไทยอยู่ ก็อยาก จะให้การปฏิบัติต่อสตรีให้ได้มีความอยู่ในเหตุในผลและสมดุลกันนะครับ แล้วก็ยังมีอนุสัญญา ว่าด้วยสิทธิเด็ก กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง สิทธิการเมืองและกติกาว่าด้วย สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ผมขอให้ก้าลังใจคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ท่านจะต้องเสนอรายงานนี้เผยแพร่ออกไปให้สังคมไทยเราได้รับทราบ ความจริงคือ ความจริงครับ ขอขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ

นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน อมรา พงศาพิชญ์ ประธาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกที่กรุณาให้เกียรติ อ่านรายงานของเราและได้แสดงความคิดเห็น ดิฉันคงจะขอตอบเพียงสั้น ๆ คือ

ประการแรก รายงานฉบับนี้เป็นรายงานของกรรมการ ๒ ชุด ซึ่งหลายท่าน ได้อภิปรายไปแล้ว เพราะฉะนั้นเนื้อหาบางส่วนเป็นผลงานของกรรมการชุดที่แล้ว และบางส่วนเป็นผลงานของกรรมการชุดใหม่

ประการที่ ๒ ก็คือว่ารายงานที่เสนอเป็นรายงานที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ ในปี ๒๕๕๑ และปี ๒๕๕๒ เท่านั้น เพราะฉะนั้นเรื่องหลายเรื่องซึ่งก็อาจจะเกิดขึ้น ก่อนปี ๒๕๕๑ หรืออาจจะเกิดขึ้นหลังจากปี ๒๕๕๒ เราไม่ได้น้ามาเสนอไว้นะคะ อย่างไรก็ดี ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ขอขอบคุณในค้าวิจารณ์และข้อเสนอแนะ ที่มีประโยชน์และท่านได้กรุณาให้มา ข้อวิจารณ์บางข้ออาจจะคลาดเคลื่อน ดิฉันขอไม่ตอบโต้ ในแง่ของรายละเอียด แต่สิ่งที่ท่านฝากให้เราไปดูเพิ่มเติมหรือว่าข้อเสนอแนะที่ท่านให้มา ให้ไปดู เราจะรับไปพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายละเอียดที่เกี่ยวกับเหตุการณ์บางเหตุการณ์ หรือค้าร้องบางเรื่อง รายละเอียดต่าง ๆ เหล่านั้นดิฉันขออนุญาตไม่ตอบท่านในที่นี้ แต่รับว่าเราจะกลับไปพิจารณาดูแลในแง่ของความถูกต้องของข้อมูลแล้วศึกษาเพิ่มเติม ตามที่ท่านเสนอมานะคะ เราขอขอบคุณในก้าลังใจที่ให้แล้วก็ความเข้าใจว่าการท้างาน ของเราเป็นการท้างานที่ยากล้าบาก เพราะว่าสังคมไทยอยู่ในภาวะของความขัดแย้งรุนแรง แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้พยายามท้างานอย่างเต็มที่

สุดท้าย คือดิฉันเห็นว่าเวลาล่วงเลยมามากนะคะ ดิฉันก็จะไม่ขอลง รายละเอียดใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ว่าอยากจะขอฝากท่านสมาชิกว่ามีอีกเรื่องหนึ่งที่คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติอยากจะขอร้องจากท่าน ก็คือว่าพระราชบัญญัติคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เราเสนอเข้ามาตั้งแต่กรรมการชุดที่แล้ว ยังไม่ได้ผ่านท่านเลย อยากจะขอความกรุณาให้สภาชุดนี้ดู พ.ร.บ. คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งควรที่จะได้รับการพิจารณาโดยสภาแห่งนี้ ให้ผ่านไปเพื่อว่าเราจะได้ท้างานได้อย่างเต็มที่ตามอ้านาจหน้าที่ที่เราได้รับเพิ่มเติมมา ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ในนามของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดิฉันขออนุญาต เสนอข้อคิดเห็นแล้วก็ค้าตอบต่อข้ออภิปรายของท่านแต่เพียงเท่านี้ แล้วก็ขอขอบคุณ เป็นอย่างสูงที่ท่านกรุณาให้เกียรติให้ข้อคิดเห็นแล้วก็ฟังค้าตอบจากเรา ขอบคุณมากค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีนะครับ เชิญท่านขจิตรแล้วก็ท่านวัชระต่อครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ การฟังรายงานและการอ่านรายงานนี้ ผมได้อ่านดูละเอียดแล้วผมยังยืนยันว่ารายงานนี้ผมเสนอให้ท่านคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเอากลับไปท้ามาใหม่ ในรายละเอียดในนี้มันมีความไม่สมบูรณ์ หลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์เด่นของท่าน สถานการณ์ทางการเมืองท่านต้องไป ท้าให้มันรอบด้านกว่านี้ สถานการณ์ทางการเมืองมันเกี่ยวข้องกับกระทบสิทธิเสรีภาพ ในทางการเมืองในขั้นพื้นฐาน ท่านรายงานท่านท้าอยู่แค่นี้ แล้วแถลงการณ์ของท่าน แต่ละอันมันก็ไม่มีในภาคผนวก แล้วผมยืนยันครับสิทธิที่ถูกคุกคามจากรัฐไม่ว่ารัฐไหนก็ตาม ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลก็ตามในช่วงที่ท่านมา คนที่ถูกละเมิดสิทธิมากที่สุดคือคนไทย ที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทย ในเรื่องที่ดินกฎหมายแต่ละฉบับออกมารับรองสิทธิหมด แต่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ข่มเหงพี่น้องประชาชน ไม่มีในรายงานอย่างนี้ ผมก็เลยมายืนยันครับ ท่านประธานผมเสนอให้เอากลับไปท้าใหม่ แล้วผ่านวาระนี้ ผมคิดว่าในสถานการณ์อย่างนี้ ในวันนี้ที่ประชุมนี้ก็รับรองท่านไม่ได้หรอก มันไม่ครบองค์ประชุม ผมไม่ได้เสนอนับครับ ท่านประธาน แต่ผมมีความเห็นว่าต้องเอากลับไปท้าเข้ามาใหม่ รายงานอย่างนี้ ผ่านการรับทราบของสภาไม่ได้ ผมไม่ใช่ผู้แทนประเภทตรายางนะครับ อะไรที่ไม่เหมาะสม ต้องเอาคืนไปครับ ไม่ใช่ว่าอย่างไรก็ทราบ อย่างไรก็ทราบ แล้วท่านก็มาบอกว่าผ่านสภาแล้ว เสร็จแล้วท่านก็เผยแพร่ทั่วไป อย่างนี้เผยแพร่ไม่ได้ มันสะท้อนหลายสิ่งหลายอย่าง ซึ่งรายละเอียดมีหลายคนพูดไปแล้ว ไม่ควรเป็นรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมเสนอให้เอากลับคืนไปครับท่านประธาน เอากลับคืนไปท้าใหม่ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะชี้แจงประเด็นนี้ก่อนไหมครับ ไม่มี เชิญท่านวัชระครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านยืนยันท่านไม่ตอบครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน คือผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า องค์ประชุมในขณะนี้ไม่ครบ แต่ถ้าท่านประธานจะกรุณาประนีประนอมในการรับทราบ รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในวาระรับทราบนี้ พวกเราซึ่งอยู่ ในที่ประชุมแห่งนี้ก็ยินดีที่จะปฏิบัติตามท่านประธาน ก็สุดแท้แต่ท่านประธานจะพิจารณา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าท่านนายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ยังไม่ได้ลุกขึ้นตอบค้าถามผมในกรณีที่ท่านไปปราศรัยกับกลุ่มคนเสื้อแดงบริเวณบนฟุตปาธ หน้าศาลอาญา แล้วกล่าวว่ามีนักโทษการเมือง แล้วพูดในท้านองที่เห็นด้วยกับแนวคิด ทางการเมืองดังกล่าวนั้น ผมเห็นว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นท่านควรที่จะต้อง เป็นกลางและไม่ล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่นเสียเอง จึงอยากฟังจากปากค้าท่านเพราะว่า สถานีโทรทัศน์เอเชีย อัพเดทเอาเครดิตของท่านไปเผยแพร่ซ้า เผยแพร่ซ้าว่าท่านไปยืนอยู่ ข้างโน้น แล้วผมอยากจะถามท่านว่าท่านยืนอยู่ตรงไหน ตอบให้ชัดกลางสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ กราบขอบคุณท่านประธานที่เคารพ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือผมได้ถามแล้วท่านไม่ตอบนะครับ แล้วท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านก็ได้ชี้แจงแล้ว แล้วก็ข้อแนะน้า ข้อทักท้วงต่าง ๆ ท่านก็จะน้าไปปรับปรุงแก้ไขนะครับ เผอิญท่านขจิตรก็บอกว่าขอให้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถอนรายงานนี้ ออกไป ทั้งนี้จะต้องซักซ้อมท้าความเข้าใจกันสักนิดหนึ่งว่าตามพระราชบัญญัติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่หลายท่านก็เป็นกรรมาธิการอยู่ ในมาตรา ๑๕ เขาก็จะระบุว่ามีอ้านาจหน้าที่ แล้วคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะต้องท้ารายงานประเมินสถานการณ์รายงานต่อสภา ท่านก็ท้ารายงานมาอย่างนี้ เมื่อรายงานแล้วก็เหมือนกับหลายรายงานที่ผ่านไปเหมือนกับของกระทรวงการคลัง ที่รายงานไป อันไหนที่ยังไม่ครบถ้วนไม่เพียงพอมันอยู่ในระหว่างช่วงคาบเกี่ยวกันอยู่ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็มีการถอนไปปรับปรุง อันนี้ถ้าทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านไม่ถอนก็ถือว่าท่านก็ได้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๕ ทีนี้จะขอปรึกษาท่านว่ามีช่องทางอะไรไหม ถ้าท่านไม่ด้าเนินการก็ถือว่าท่านได้ปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรา ๑๕ เชิญท่านนิพนธ์ครับ คือจะพอใจ ไม่ถูกใจมันก็เป็นเรื่องของความเห็น แต่ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรา ๑๕ กฎหมายในที่นี้หมายถึงกฎหมายคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ เชิญท่านนิพนธ์ครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก็คงเป็นอย่างที่ท่านประธานได้ด้าริไปเมื่อสักครู่นี้ว่าเป็นเรื่องการรายงาน ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้วก็เป็นเรื่องที่เรารับทราบ ส่วนรายงานนั้น มันก็มีข้อวิพากษ์วิจารณ์กันแต่ละมุมมองที่จะมีความเห็นที่แตกต่างกันไป แต่อยู่ที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าท่านจะยืนยันในรายงานท่านไหม ถ้าท่านยืนยัน ไม่ถอนก็ถือว่าจบไป ครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายแล้วครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านหมอเหวงครับ ทีละท่านครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย คือต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผมอยากจะให้ทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติรับข้อคิดเห็นของท่านขจิตร ชัยนิคม ขออนุญาตเอ่ยนาม ไปพิจารณา เพราะผมดูแล้วท่านขจิตรเสนอด้วยความปรารถนาดีจริง ๆ คือท่านขจิตรชี้แล้วว่ามันไม่สมบูรณ์ แล้วก็ยังมีจุดบกพร่องอยู่มากมาย ดังนั้นถ้าท่านกรุณา รับฟังความคิดเห็นของท่านขจิตรไปปรับปรุง อันนี้ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง แต่หากว่า ท่านยืนยันก็ไม่เป็นไร หากท่านยืนยันผมขออนุญาตสงวนสิทธิส่วนตัวของผม จะบันทึก ตรงไหนก็แล้วแต่ ผมอยากให้บันทึกว่าความเห็นส่วนตัวของผมก็คือว่ารายงานฉบับนี้ ไม่สมบูรณ์ ไม่รอบด้าน เอนเอียง และผมไม่ยอมรับในส่วนที่เกี่ยวข้องทางการเมือง กรุณาบันทึกให้ผมด้วย ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านขจิตรครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ ท่านประธานครับ สภานี้ไม่ใช่เอากระดาษ แผ่นไหนมาให้รับทราบ พอบอกว่าทราบแล้วก็ผ่านไปได้ ไม่ใช่หรอกครับ เจตนาก็คือ มาให้สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบวิพากษ์วิจารณ์ ท่านดูสภามหาวิทยาลัยเดี๋ยวนี้สิครับ เขาเขียนบอกว่าการก้าหนดหลักสูตรของสภามหาวิทยาลัย หลังจากก้าหนดหลักสูตรแล้ว ต้องแจ้งให้คณะกรรมการการอุดมศึกษาทราบ แล้วท่านรู้ไหมครับแจ้งให้ทราบนี่แหละ ถ้ามหาวิทยาลัยบอกว่าคณะกรรมการการอุดมศึกษาส่งกลับแปลว่าเขายังไม่ทราบ ต้องก้าหนด หลักสูตรใหม่ ถ้าอย่างนั้นเอามาเสนอสภาท้าไม ผมคิดว่าโดยเจตนาก็คือว่าต้องการ ให้วิพากษ์วิจารณ์ ทีนี้ผมได้วิพากษ์วิจารณ์ ผมดู ผมฟังมา ผมไม่มีเจตนาจะอภิปรายด้วย แต่ผมก็นั่งอ่านรายละเอียดทั้งหมด ผมเห็นว่ารายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ยังมีข้อบกพร่องมากมายก็เอาไปปรับปรุงใหม่ ถ้าอย่างนั้นรายงานมาอย่างไรก็ถือว่า จบหรือครับ แล้วรายงานต้องใช้องค์ประชุมด้วยครับ สภานี้รับทราบรายงานท่านไม่ได้หรอกครับ ถ้าเอาตามที่จริงแล้วไม่มีใครอนุโลมได้หรอก ไม่ใช่ว่าพอผมเห็นด้วย อนุโลม ไม่ครบองค์ประชุมก็ได้ ไม่ใช่ ผมบอกว่ารายงานไม่สมบูรณ์ เหตุผลของผม ผมยกตัวอย่าง ผมไม่มีเวลาพูดมาก ผมพูด ๒ วัน ๒ คืนก็ได้ถึงความไม่สมบูรณ์ของรายงานฉบับนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวรอให้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านตอบเหตุผลที่ท่านอธิบาย นี่อธิบายแล้ว ให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเขาตอบก่อนครับท่านรังสิมา คือท่านกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะมีทางออกอยู่ ฟังก่อนนะครับ คือผมอนุญาตให้คุณหมอแล้วครับ นั่งลงก่อนครับ ทีละท่าน ใจเย็น ๆ ครับ เชิญคุณหมอครับ

นายนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ผม นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้คุยกันแล้วก็คือรายงานฉบับนี้ เป็นรายงานที่เราได้ท้าร่วมกับ กสม. ชุดแรก เพราะเป็นช่วงคาบเกี่ยวกัน เราคงไม่มีสิทธิ หรือมีอ้านาจในการที่จะไปเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะส่วนที่เป็นรายงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดที่แล้ว เราก็ยืนยันในรายงานของเรา

ประการที่ ๒ ผมเองเคยผ่านการเป็นสมาชิกวุฒิสภามา ๖ ปี กราบเรียน ท่านประธานว่าวาระนี้เป็นวาระที่เราเสนอให้ทางรัฐสภาได้รับทราบ ไม่ใช่เป็นวาระ เพื่อพิจารณาว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เพราะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ท่านอาจจะมีความคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วยได้เราก็ยินดีรับ อย่างที่ท่านประธานก็เรียนด้วยความนอบน้อมแล้วว่าอะไรที่เราคิดว่าเป็นส่วนที่จะต้อง ไปแก้ไขปรับปรุง หรือว่าในส่วนที่เราจะต้องตอบท่านเป็นรายตัวบุคคลเราก็จะด้าเนินการครับ

ประการที่ ๓ ในส่วนที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านขจิตร ท่านบอกว่า ไม่มีปัญหาที่ระบุถึงเรื่องของปัญหาที่ดินและป่า ผมเองในฐานะประธานอนุกรรมการ ด้านที่ดินและป่ายืนยันว่าในส่วนนี้มีอยู่ในรายงานทั้ง ๒ เล่ม อยู่ในหน้าที่ ๓๔ จนถึงหน้า ๔๒ เป็นปัญหาเรื่องที่ดินและป่า จากมหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นปัญหาเรื่องที่ดินและป่าจากเรื่องของชาวบ้าน ที่จังหวัดหนองบัวล้าภู แต่เราไม่ได้รวบรวมมาทั้งหมด เรารวบรวมเฉพาะประเด็นที่ส้าคัญ ๆ หรือแม้กระทั่งที่กรณีลุ่มน้าตะกั่วป่าอันนั้นเป็นปัญหาเรื่องที่ดินที่ท้ากินเช่นเดียวกัน สุดท้าย ผมเองคงไม่ก้าวล่วงที่จะเสียเวลาของทางสภาในเรื่องการตอบเรื่องของผมที่คุณวัชระ เพชรทอง ได้ถาม ผมคิดว่าผมท้างานโดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนและปกป้องในเรื่องสิ่งที่เป็นประโยชน์ และความถูกต้องของประชาชน ส่วนหนึ่งในกิจกรรมที่ผมไปพูดที่หน้าศาลนั้นไม่ได้เป็นเรื่อง ในรายงานฉบับนี้ ด้วยความเคารพท่านวัชระ ถ้าเผื่อว่าสงสัยอย่างไรเลิกประชุมนี้ผมยินดี ที่จะอยู่ชี้แจงให้ท่านได้เข้าใจเพื่อไม่ให้เสียเวลาที่ประชุมครับ

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านสมาชิกครับ นั่งลงก่อนครับ ผมชี้แจงก่อนครับ รายงานนี้เป็นไปตามกฎหมาย ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ ที่จะต้องให้คณะกรรมการจัดท้า รายงานที่เขียนไว้ในการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน นั่งลงก่อนให้ผมชี้แจงก่อนครับ ฉะนั้น ในการท้ารายงานนั้นท่านก็ได้รายงานว่าท่านได้ปฏิบัติอะไรบ้าง อย่างไร ส่วนท่านใดเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยผมหาทางออกอย่างนี้ได้ไหมครับ ให้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รับข้อสังเกตไป แล้วก็ในการรายงานปีต่อไปก็เอาข้อสังเกตนั้นมาอธิบายให้กับทางสภาได้ทราบนี้ เป็นแค่รายงานตามที่พวกเราเคยออกกฎหมายกันไว้ก็คือพยายามจะให้หน่วยงานอิสระ ซึ่งไม่ได้สังกัดใด เมื่อใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินไปแล้วเราไม่มีทางที่จะสามารถตรวจสอบ การบริหารงานได้ก็คือให้มารายงานสภา เมื่อรายงานสภาแล้วจากที่ผมดูในรายงานของท่าน ท่านก็หยิบยกเอาเหตุการณ์หนึ่งมันมีหลายข้อเท็จจริงก็ไปเป็นตัวอย่างเท่านั้นเอง ฉะนั้นจะให้ถูกใจทุกท่านอาจจะเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นทางออกก็คือขอให้ทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติรับข้อสังเกตไป แล้วก็ในการรายงานคราวต่อไปก็เอาข้อสังเกต ที่ท่านมาพูดมาชี้แจงด้วย

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ท่านประธานครับ ผมคิดว่าขณะนี้องค์ประชุมน่าจะไม่ครบ ผมขอใช้เอกสิทธิ์ตรวจสอบองค์ประชุมครับ ผมขอใช้เอกสิทธิ์ในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนท้าการตรวจสอบองค์ประชุม)

เอาเรื่องนี้ให้จบก่อนได้ไหมครับ มีเท่านี้ ผมขอปิดประชุมนะครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๔๕ นาฬิกา