ผุสดี ตามไท หารือเรื่องรายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย พร้อมด้วยรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันจะขออนุญาตอภิปรายทั้งใน ๒ เล่มนี้ ทั้งเรื่องรายงานการประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ พร้อมด้วยรายงานผลการปฏิบัติงาน ประจ้าปี ๒๕๕๒ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านประธานคะ ก่อนอื่น ดิฉันต้องขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ค่ะ คือให้ก้าลังใจคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นอย่างยิ่งเลย แม้ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี้จะเกิดขึ้นมา จริง ๆ เกิดขึ้นมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่หลายท่านและทุกท่านเห็นพ้องต้องกัน ว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนนั่นแหละค่ะ แล้วก็พวกเราเองตอนช่วงนั้น ที่เขียนรัฐธรรมนูญกันก็อยากจะให้มีคณะกรรมการนี้เกิดขึ้นมา เพราะคิดว่าท่านจะสามารถ และท่านท้าได้ค่ะ ช่วยกันสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชน ท่านประธานคะ ที่จริงแล้ว นอกเหนือจากจะให้ก้าลังใจแล้ว ดิฉันอยากจะขอขอบคุณที่เขียนรายงาน แล้วก็ดิฉันอยากจะ ขอกราบเรียนท่านประธานเช่นเดียวกันว่าดิฉันหนักใจแทนท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติจริง ๆ เลย เขียนรายงานมาแล้วไม่ถูกใจใครบางคนก็บอกว่าให้กลับไปเขียนใหม่ เขียนจนกระทั่งถูกใจ ดิฉันคิดว่าในสังคมประชาธิปไตยตรงนี้ที่เราจะต้องท้าความเข้าใจกันใหม่ กระมังคะว่าเราจะอยู่กันอย่างไร อ้านาจหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ท่านก็เขียนไว้ ดิฉันก็คิดว่าหน้าที่ของท่าน อ้านาจของท่านนั้นไม่มีตรงไหนบอกที่ว่าท่านจะต้อง เป็นผู้พิพากษาถูกต้อง แต่ว่าหน้าที่ของท่านนั้นยิ่งใหญ่ไปกว่านั้นอีก คือท่านจะต้องท้างาน ตรวจสอบแล้วก็รายงานในเรื่องของการกระท้าหรือการละเลยการกระท้าอันเป็นการละเมิด สิทธิมนุษยชนและอีกหลายเรื่องทีเดียว เสนอความเห็นเอย เสนอเรื่องราวเอย เสนอแนะ นโยบายเอย จะมีนิดเดียวเท่านั้นเองที่เพิ่งมาให้ท่านมีอ้านาจในช่วงหลังก็คือการฟ้องคดี ต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย แล้วในรายงานของท่านนั้นบอกไว้ว่าจริง ๆ แล้วในปี ๒๕๕๒ เรื่องร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีมากที่สุดเลยก็คือเป็นเรื่องของการละเมิด สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายมากที่สุด ที่จริงตะกี้มีค้าถามจากเพื่อนสมาชิกว่า มีกฎหมายฉบับใดที่อนุญาตให้รัฐบาลฆ่าประชาชน ดิฉันขออนุญาตเสริมเพิ่มเติมไปด้วยก็แล้วกัน มีกฎหมายฉบับใดคะที่อนุญาตให้มีการบุกรุกโรงพยาบาลและท้าให้คนตายไป ๖ คน เนื่องจากการบุกรุกนั้น และมีกฎหมายไหนที่ให้รัฐบาลไปก่อให้เกิดการตายขึ้นของเยาวชน ที่อ้าเภอตากใบ มีกฎหมายฉบับไหนที่ท้าให้มีการโจมตีมัสยิดกรือเซะ อย่างนี้เป็นต้น คือถ้าเราตั้งค้าถามกันมีเยอะแยะค่ะท่านประธาน เพียงแต่ดิฉันคิดว่าเราต้องร่วมเดินกัน ไปข้างหน้าค่ะ วันนี้แน่นอนดิฉันบอกว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นท้างานยากที่สุด ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ปกติเลย และภายใต้สถานการณ์ที่ไม่เอื้ออ้านวยเลยที่จะให้ท่านนั้น ท้างานได้ บางครั้งท่านอาจจะได้รับการมองเป็นนางฟ้า เทวดา ในหลายครั้งท่านอาจจะ ถูกมองเป็นมารร้ายเมื่อท้าไม่ถูกใจ อย่างนี้ล้าบาก ท่านประธานคะ เช่นเดียวกันกับ คอป. เมื่อไรถูกใจก็เป็นนางฟ้า เทวดา เมื่อไรที่ไม่ถูกใจ กลายไปเป็นมารร้ายขึ้นมา อย่างนี้ดิฉันคิดว่าองค์กรอิสระท้างานได้ยากล้าบากมาก ที่จริงแล้วการสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนนั้นเป็นเรื่องใหญ่ ดิฉันคิดว่าคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นไม่ได้มีหน้าที่ที่จะต้องไปรวบรวมเรื่องราวหรือคดีต่าง ๆ ที่เป็นการละเมิด กรณีทั้งหลายที่ท่านได้รวบรวมมานั้นก็มาจากการร้องเรียน แล้วก็หน้าที่ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็คือศึกษาเรื่องราวอย่างนี้ แล้วก็ช่วยเสนอแนะ ต่อรัฐบาลและต่อองค์กรต่าง ๆ ที่สนใจไยดีในเรื่องอย่างนี้ว่าเราจะต้องท้าอย่างไรกันต่อไป ท้าอย่างไรถึงจะให้ผู้คนในสังคมนี้ได้เข้าอกเข้าใจว่าเราทุกคนนั้นมีสิทธิและเสรีภาพจริง แต่ต้องใช้สิทธิและเสรีภาพได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ท่านประธานคะ ของเหล่านี้ละค่ะ ที่เป็นความจ้าเป็นซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องยากล้าบากที่สุดส้าหรับคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่จะช่วยกันค่อย ๆ สร้างวัฒนธรรมนี้ขึ้นมาให้ได้ วันนี้สังคมอยู่ภายใต้ ความแตกแยกเป็นอันมากเลย มองเห็นกันคนละข้าง คนละขั้ว ท่านประธานเคยดูไหมคะ มีภาพภาพหนึ่งสมัยดิฉันเรียนหนังสือนานมาแล้ว ครูมักจะเสนอภาพเป็นผู้หญิงสาว กับผู้หญิงมีอายุให้คนมอง คนแต่ละกลุ่ม คนแต่ละคนมอง มองไม่เหมือนกัน บางคนมองเห็น แต่ภาพหญิงสาว บางคนมองเห็นแต่ภาพหญิงชรา นั่นก็คือสะท้อนให้เห็นว่าเรื่องราว อย่างเดียวกัน ภาพเช่นเดียวกัน สถานการณ์อย่างเดียวกัน มีโอกาสที่จะมองต่างกันได้ เป็นอันมากเลยทีเดียว เมื่อกี้นี้มีคนบอกว่าท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนอย่าท้าตัว เป็นผู้พิพากษา ดิฉันก็คิดว่าพวกเราก็เช่นเดียวกันไม่ควรท้าตัวเป็นผู้พิพากษาเลย จะมาบอกว่าไม่มีชายชุดด้าแน่นอน ดิฉันคิดว่าทั้งหลายทั้งปวงนี้สิ่งที่ดีที่สุดส้าหรับเรื่องของ การสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนก็คือว่าต้องให้กระบวนการยุติธรรมท้าหน้าที่ไป โดยไม่ถูกแทรกแซง และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติรวมถึงคณะกรรมการอิสระอื่น ๆ ก็ต้องท้างานได้โดยปราศจากความหวาดกลัวและไม่ถูกข่มขู่ ดิฉันต้องขอชื่นชม ความกล้าหาญของท่านมากเลย ดิฉันคิดว่าหลายท่านมองเห็นการข่มขู่ นั่นเป็นเรื่องสีสัน อันนี้ยากล้าบากคงจะเข้าใจไม่ตรงกันนะคะ มีประเด็นที่ดิฉันอยากจะขอกราบเรียน ท่านประธานนะคะ มีเรื่องอุปสรรคและข้อเสนอแนะ ที่จริงท่านสมาชิกอภิชาต ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ได้บอกไปแล้วแต่ดิฉันก็อยากจะพูดซ้าอีก อยากจะขอความกรุณา ว่าพวกเราในฐานะที่เป็นสมาชิกทางสายนิติบัญญัตินั้นก็จะช่วยให้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นได้ท้าหน้าที่ไปอย่างเต็มภาคภูมิแล้วก็ท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ก็คือในเรื่องของการดูแลแก้ไขพระราชบัญญัติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งรอค้างอยู่ในวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรนานแล้ว และมันจะมีผลส่งไปถึง การแก้ไขระเบียบ ประกาศต่าง ๆ อันนี้ก็จะช่วยให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้น ท้างานได้ดีขึ้น
ในอีกส่วนหนึ่งก็คือว่าเรื่องของงบประมาณ ดิฉันดูแล้วนี่ก็ประมาณ ๑๒๔ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๒ แล้วก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมามากสักเท่าไรนัก การสร้างวัฒนธรรม สิทธิมนุษยชนตรงนี้เป็นเรื่องจ้าเป็นและให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าเรานั้นมีความแตกต่าง หลากหลาย มีความคิดแตกต่างได้โดยไม่ต้องไปตีหัวกัน ไม่ต้องไปรอไม่ให้เขาเดินทางไปโน่นไปนี่ ดิฉันคิดว่าอันนี้ต้องสนับสนุนให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท้างานในภาพกว้าง อาจจะเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มา แต่ว่าก็ต้องท้าในภาพกว้าง เพื่อที่จะช่วยสร้าง วัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นให้ได้ และเราไม่ว่าจะต่างกันอย่างไรก็ตามต้องอยู่กันได้ โดยสันตินะคะ
สุดท้าย ดิฉันก็ขอให้ก้าลังใจอีกครั้งหนึ่ง และขอขอบคุณที่ได้พยายาม ท้าหน้าที่ด้วยความกล้าหาญภายใต้สถานการณ์ไม่เอื้ออ้านวยเลยนะคะ
สุดท้ายจริง ๆ ท่านประธานคะ ดิฉันขอกราบเรียนถึงทุกท่านว่า การสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนนี้มิได้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่เพียงเท่านั้น ดิฉันคิดว่าพวกเราทุกคนมีหน้าที่ที่จะร่วมกันสร้างสังคมไทยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย ให้เป็นสังคมที่มีอารยธรรม มีวัฒนธรรม ไม่พูดเท็จ ไม่โกหก และไม่ไปคุกคามและละเมิด สิทธิเสรีภาพของใคร ๆ ขอบพระคุณค่ะ