ฮอชาลี ม่าเหร็ม อภิปรายเรื่องสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอใช้เวลาในช่วงนี้ อภิปรายถึงรายงานผลการปฏิบัติงานประจ้าปี ๒๕๕๒ แล้วก็รายงานโดยประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมีเรื่องที่มีความส้าคัญหลาย ๆ เรื่องที่ได้ถูกระบุไว้ในรายงาน ๒ ฉบับนี้ ประเด็นที่ ผมขออภิปรายในช่วงนี้ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติในเรื่องของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็ ๔ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ในตรงนี้ด้วย ท่านประธานที่เคารพ ผมได้อ่านในเนื้อหาของรายงาน ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ก็เห็นว่าเป็นการเขียนรายงาน ที่บอกให้คนทั่วไปซึ่งจะเป็นผู้ที่จะน้ารายงานนี้ไปเป็นอ้างอิงบอกว่าเหตุการณ์ของ ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นในปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา และมีเหตุการณ์รุนแรง ที่ท้าให้สถานการณ์มันปะทุขึ้นมา ยกตัวอย่าง ก็มีกรณีของการปล้นปืนที่จังหวัดนราธิวาส ในเดือนมกราคม ๒๕๔๗ และกรณีของการชุมนุมประท้วงของพี่น้องประชาชนในการทวงสิทธิ ของผู้ต้องหาที่สถานีต้ารวจภูธรอ้าเภอตากใบในเดือนตุลาคม ๒๕๔๗ แล้วก็มีผู้ล้มตาย เสียชีวิต ๗๒ ศพ แล้วก็หลังจากนั้นก็มีกรณีที่เกิดขึ้นที่มัสยิดกรือเซะ ๓๒ ศพ และรวมไปถึง อ้าเภอสะบ้าย้อย ที่จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส ในวันเดียวกันก็รวมถึง ๑๐๖ ศพ แล้วก็นอกเหนือจากนั้นก็มีการตายของทนายความซึ่งถือว่าเป็นนักสิทธิมนุษยชน ที่ได้รับการยอมรับจากผู้คนทั้งโลกว่าได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงตลอดมาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คือทนายสมชาย นีละไพจิตร ก็ได้เสียชีวิตลงไปในช่วงปี ๒๕๔๗ แล้วก็หลังจากนั้น จากข้อมูลที่ปรากฏในหลาย ๆ ฐานข้อมูลนั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จนถึงปี ๒๕๕๒ ณ วันที่ท่าน ได้รายงานนั้นมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ๘,๘๘๐ ครั้ง แล้วก็ส่งผลจนมาถึงปี ๒๕๕๕ ก็คิดว่า คงจะเป็นจ้านวนนับหมื่นครั้งทีเดียว อาจจะท้าให้ผู้ที่อ่านรายงานนั้นมองว่าเหตุการณ์ มันเกิดขึ้นเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงในปี ๒๕๔๗ แต่ประเด็นหนึ่งซึ่งท่านได้สรุป ในรายงาน แล้วก็อาจจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้นั้นก็คือในเรื่องของความยุติธรรม แต่สิ่งที่ท่านไม่ย้าให้ชัดเจน ผมเองเป็นผู้แทนในพื้นที่ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งที่มันเกิดขึ้นที่ท้าให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงนับหมื่นครั้ง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ถ้าหากว่า เปรียบเทียบก่อนที่รัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณเข้ามาบริหารประเทศปี ๒๕๔๔ คุณชวน หลีกภัย ก่อน จากนั้นก็คุณบรรหาร ศิลปอาชา ท้าไมเหตุการณ์มันจึงลดลงมาเหลือแค่ ๑๓ ครั้งหรือว่า ๑๕ ครั้งต่อปี แต่พอถึงจุดปี ๒๕๔๔ มันมีการฟักตัวอยู่ ๓ ปี แล้วก็มาปะทุจากปี ๒๕๔๗ มาถึงปี ๒๕๕๒ ถึง ๘,๐๐๐ กว่าครั้ง และมาจนถึงปัจจุบันนี้ ณ วันนี้ก็เป็นจ้านวนนับหมื่นครั้ง สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ในรายงาน ไม่ได้มีการวิเคราะห์ ในรายงานไม่ได้มีการถามถึงว่าไม่มีการเปรียบเทียบว่าในนโยบาย ของการท้างานของรัฐบาล ๒ รัฐบาลซึ่งมีความแตกต่างกันในการด้าเนินนโยบาย ท้าไมเหตุการณ์มันจึงเกิดขึ้นไม่เหมือนกัน แล้วก็จ้านวนตัวเลขที่ต่างกัน ผมอยากจะขอพูด ในสภาแห่งนี้เพื่อที่จะให้ทางสภาได้บันทึกเอาไว้ว่าก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ท่านรายงาน ในรายงาน ๒ ฉบับเริ่มต้นปี ๒๕๔๗ นั้น การก่อตัว การฟักตัวของสถานการณ์ความรุนแรงนั้น มันเกิดขึ้นในช่วงปี ๒๕๔๔ จนถึงปี ๒๕๔๗ เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นในช่วงนี้หน่วยงาน ความมั่นคงได้สรุปแล้วก็ได้บอกว่าเป็นการก่อการของกลุ่มอาร์เคเค (RKK) ซึ่งเป็นค้าศัพท์ย่อ อาร์ (R) ก็คือรุนดา (Runda) หรือลูกล้อหรือว่าหน่วยเคลื่อนที่เร็วเป็นภาษาบาฮาซา (Bahasa) มาเลเซีย เคเค (KK) ก็คือกลุ่ม เค (K) อีกตัวคือเคซิล (Kecil) ก็คือหน่วยรบที่เคลื่อนที่เร็ว โดยสรุปด้วยภาพที่เราได้ยินกันมาหลาย ๆ ครั้งก็คืออาร์เคเค ถามว่าอาร์เคเคเกิดขึ้นมาจากไหน อาร์เคเคเกิดขึ้นซึ่งผมขอยืนยันในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรในพื้นที่ แล้วก็คงจะมี ส.ส. ใน ๓ จังหวัดคงจะมายืนยันอีกครั้งว่ากลุ่มอาร์เคเคนั้นเกิดขึ้นในช่วงปี ๒๕๔๔ เป็นต้นมา ถามว่าเกิดขึ้นมาจากไหน เกิดขึ้นมาจากนโยบายในปี ๒๕๔๔ ที่รัฐบาลในช่วงของ นายกรัฐมนตรีทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็มีใครต่อใครอีกหลายคนได้เป็นรัฐมนตรีนั้น ได้น้าเอานโยบายอีกนโยบายหนึ่งมาใช้กับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลดบทบาท ของหน่วยงานทหาร ให้ความส้าคัญกับหน่วยงานต้ารวจ ยุคนั้นจึงเป็นยุคที่ต้ารวจได้ดิบได้ดี และมีบทบาทในการชี้น้าให้ข้อมูลไปยังหัวหน้ารัฐบาลบอกว่าโจรที่มีอยู่นั้นมีไม่กี่คนหรอก ประมาณ ๔๐-๕๐ คนและเป็นโจรกระจอก แล้วก็อาศัยนโยบายซึ่งใช้ในภาพรวมของประเทศ ก็คือการแก้ไขปัญหายาเสพติด เด็ดทีละเดือน ๆ มันก็ค่อยหายไป แล้วก็มีการปฏิบัติ อย่างนั้นจริง ในรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้มีการระบุถึง แต่ไม่ได้บอกถึงตัวเลขว่ากี่คน กี่ราย นี่คือหัวใจของปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ท่านเขียนข้ามไปในช่วงเวลาจากปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๖ แล้วก็ปี ๒๕๔๗ ท่านข้ามตรงนี้ไปว่าการอุ้ม การหาย นั่นคือเป็นที่มาของการแก้แค้น การล้างแค้น เหตุการณ์ ที่มันไม่มีกฎ ไม่มีระเบียบ จนกระทั่งกลายมาเป็นการข่มขู่ให้หยุดท้างานในวันศุกร์ ตอนนี้ก็เป็นผลมาจากนโยบายที่ผิดพลาดในยุคนั้น ผมเป็นผู้แทนราษฎรในพื้นที่ผมยืนยันว่า ในช่วงที่ท่านชวนเป็นนายกรัฐมนตรีเกิดเหตุการณ์เผาโรงเรียนหรือว่าเกิดเหตุการณ์ร้าย เพียงแค่ ๑๔ ครั้ง หรือว่า ๑๕ ครั้งมันใกล้จะสงบแล้ว แต่พอเราไปรื้อนโยบายเปลี่ยนโครงสร้าง ของการท้างานทุกอย่างมันเป็นไปตามนโยบายหมดเลยครับ แล้วก็เกิดเหตุเหมือนกับที่เรา เห็นอยู่ในปัจจุบัน นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะขอเรียนกับทางท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านจะมีโอกาสปรับปรุงรายงานฉบับนี้หรือไม่ หรือจะน้าข้อมูลตรงนี้ไปศึกษาต่อเพื่อจะเขียนรายงานในปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๕ ก็แล้วแต่ แต่อย่าลืมว่าในปี ๒๕๔๔ จนถึงปี ๒๕๔๗ นั้นมีการอุ้ม มีการฆ่า มีการหายไป ของคนในพื้นที่เป็นจ้านวนร้อย ๆ คน สิ่งเหล่านี้รัฐบาลยังไม่ให้ค้าตอบ ตรงนี้แหละคือ สิ่งที่คนในพื้นที่เขาใช้ค้าว่าเกออาดิลัน (Keadilan) ก็คือความยุติธรรมครับ แต่สิ่งที่รัฐบาลแจง ในสภาบอกว่าให้งบประมาณไปแล้ว ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั่นคือการแก้ไขกันด้วยเงิน แต่สิ่งที่แก้ไขกันไม่ได้ก็คือความยุติธรรม ความเป็นธรรมว่าชีวิตของ ๗๘ ศพ ยกตัวอย่าง ที่อ้าเภอตากใบที่ท่านก็เห็นในภาพชัดเจน เห็นในวิดีโอ (Video) ชัดเจน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคงจะมีภาพเหล่านี้ แล้วก็โยนขึ้นไปบนรถมัดไพล่หลัง บอกว่าจะพาไปสอบสวนที่ค่ายทหาร แต่ปรากฏว่ากลายเป็นศพทั้งหมด แล้วก็ในรายงานของ กอส. ก็ระบุเพียงแค่ว่าขาดอากาศหายใจ ถูกต้องครับ คนตายคงจะไม่มีอากาศหายใจเลย ก็คือขาดอากาศหายใจ แล้วก็ค้าสั่งของศาลที่จังหวัดสงขลาก็สั่งเหมือนกับที่บอกว่าก็คือ ขาดอากาศหายใจ แต่ไม่ได้บอกถึงที่มาแล้วก็สาเหตุ แล้วก็โยงไปถึงเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น นี่คือเป็นปมที่ประเทศจะต้องเสียงบประมาณปีละเป็นหมื่น ๆ ล้านบาทเพื่อแก้ไขปัญหา ที่มันเกิดขึ้นในปี ๒๕๔๔ จนถึงปี ๒๕๔๗ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ลงไปศึกษาเพิ่มเติม เก็บข้อมูลเพิ่มเติม ผมเชื่อเหลือเกินว่าข้อเท็จจริง ข้อมูลต่าง ๆ มันยังมีอยู่ แล้วก็การต่อสู้ของญาติของพี่น้องที่เสียชีวิตในอ้าเภอตากใบ ขณะนี้ก็ก้าลังต่อสู้จนถึงขั้นศาลแล้วก็มีการอุทธรณ์ในชั้นของศาลอุทธรณ์ที่กรุงเทพฯ ท่านก็ต้องติดตามดูแลในเรื่องเหล่านี้ด้วย หลายร้อยศพของการที่ถูกความไม่เป็นธรรม ในพื้นที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือชีวิตที่มีค่าเหมือนกัน พี่น้องที่กรุงเทพฯ มีค่าอย่างไร คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีค่าเช่นนั้น เขาก็อยากที่จะได้มีความเป็นธรรม แล้วก็รัฐบาลได้ให้ค้าตอบที่ถูกต้องที่ชัดเจน ซึ่งค้าตอบมันก็ออกมาจากการที่ ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ ก่อนมีการเลือกตั้ง อดีตผู้น้าก็ได้สัมภาษณ์และให้การสารภาพ เป็นเชิงการสัมภาษณ์แล้วก็สารภาพว่าเหตุการณ์ในช่วงที่ข้าพเจ้าได้บริหารประเทศ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ จนถึงปี ๒๕๔๗ มานั้น เพราะว่าคนเคยเป็นต้ารวจถูกสอนให้ ๒ อย่าง ก็คือ ๑. ใช้หมัดเหล็ก ๒. ใช้ก้ามะหยี่ แต่ในช่วงปี ๒๕๔๔ ถึงปี ๒๕๔๗ นั้นข้าพเจ้าใช้หมัดเหล็ก มากเกินไป แต่ต่อไปนี้ถ้าหากว่ากลับเข้ามาเป็นรัฐบาลก็จะพยายามใช้ก้ามะหยี่มากขึ้น ตรงนี้คือค้าตอบที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติน่าจะหยิบยกค้าสัมภาษณ์ นิวส์ สเตรท ไทมส์ของประเทศสิงคโปร์ออกมาเป็นข้อมูล แล้วก็ได้ระบุลงไปให้คนที่จะน้าข้อมูลนี้ ไปอ้างอิงเพื่อการศึกษา เพื่อการแก้ไขปัญหาต่อไป นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะใช้เวลาในช่วงนี้ ให้กับท่านประธานผ่านไปยังผู้รับผิดชอบของหน่วยงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ ขอบคุณครับ