เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ แถลงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และชื่นชมคณะกรรมการด้วยความกล้าหาญ เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ หารือเรื่องการปฏิรูปการเมืองไทย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงของประเทศ และการดูแลสิทธิมนุษยชน รวมถึงการสร้างเวทีภาคสังคมและประชาชนในการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ เธียรชัย ยังหารือเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติต่อสตรีและเด็กให้สมดุล และเรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเผยแพร่รายงานนี้เพื่อให้สังคมไทยได้รับทราบ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เดิมผมตั้งใจว่าจะไม่ได้แสดงความเห็นเพราะท่านประธานแจ้งว่าจะได้ พิจารณารายงานของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อได้ฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดออกมาก็เลยต้อง ขอแสดงความคิดเห็นครับ ต่อรายงาน ๒ ฉบับที่น้าเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ ท้าให้ผมนึกถึงหัวข้อทางพุทธศาสนาที่บอกว่า พึงติเตียนคนที่ควรติเตียน พึงชมเชย ยกย่อง คนที่ควรจะยกย่อง จากการอ่านรายงานทั้งหมดคงจะไม่ถูกใจไปทั้งหมด เพราะว่า สิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องที่ใหญ่กว้างไกล แต่เมื่อดูการท้างานของท่านและได้เห็นรายงานตลอด ทั้ง ๒ ฉบับนี้แล้วผมก็รู้สึกพอใจ แล้วก็ขอยกย่อง ชมเชยด้วยความจริง เหตุที่ต้องชมเชย ยกย่องคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้ที่ถือว่าเป็นชุดที่ ๒ นับตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ จัดให้ตั้ง กสม. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านได้ใช้เวลาต่าง ๆ ท้างานค่อนข้าง ล้าบาก ถ้ามองไปล้าบาก เพราะสถานการณ์หลายอย่างมันถูกบีบบังคับให้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องแสดงเพื่อลดปัญหาของบ้านเมือง ที่ผมบอกว่าผมชื่นชมท่าน ก็ด้วยเหตุผลดังนี้ เมื่อมาพูดถึงสถานการณ์การเมืองที่สมาชิกทั้งสภาได้พูดไปเกือบทั้งหมด ในเวลาทั้งหมดนี่ ในขณะนั้นได้มีการชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ ที่ท่านอธิบายในที่นี้ ว่ามีการแถลงการณ์ต่อกรณีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ถึง ๓ ครั้ง เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๑ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ และ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ ตามล้าดับ เนื้อหาที่ท่านแถลงการณ์แม้ว่าผมจะไม่มีรายละเอียด อยู่ในมือขณะนี้ แต่เป็นแถลงการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยต่อสังคมของประเทศชาติของเรา อยากจะให้เกิดความสงบ ไม่อยากให้ฝ่ายรัฐบาลก็ดีในขณะนั้น หรือฝ่ายที่เป็นผู้ประท้วงก็ดี ได้เกิดการใช้สิทธิรุกล้ากันเกินขอบเขตที่กฎหมายได้ก้าหนดไว้ นี่คือสิ่งที่ท่านสามารถ ออกแถลงการณ์ได้ทันกับเหตุการณ์ นี่ละครับคือสิ่งที่ผมขอชื่นชม เช่นเดียวกันกับที่ท่าน ได้ออกแถลงการณ์ในปีต่อ ๆ มาเมื่อจะเกิดความรุนแรงขึ้นทางการเมือง ในรายงานบอกว่า เพื่อประโยชน์ของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กสม. ยังได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช. ซึ่งมีอ้านาจหน้าที่ในการด้าเนินคดีต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ด้ารงต้าแหน่งทางการเมือง ตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ นี่ละครับที่ผมถือว่าเป็นความกล้าหาญ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้ สังคมเราจะอยู่ได้นอกจากจะอยู่ได้ ด้วยความถูกต้อง ด้วยความดีงามแล้ว เมื่อถึงเหตุการณ์ที่อับจนคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้ได้ใช้ความกล้าหาญ ไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใด ๆ ก็ได้ท้าหน้าที่ไปแล้ว แล้วก็ได้รายงานอยู่ในที่นี้แล้ว นี่คือสิ่งที่ผมขอชื่นชม เช่นเดียวกันครับ ก็ได้มีการแถลงการณ์ ออกอีกครั้งหนึ่งของ กสม. เมื่อเหตุการณ์วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๒ เรื่องสถานการณ์ วิกฤติการเมืองกับอนาคตประชาธิปไตยไทย ทั้งหมดมี ๕ หัวข้อด้วยกันนะครับ ในวงเล็บ ผมขออนุญาตอ่านสักเล็กน้อยนะครับ
๑. ในยามวิกฤติต่อความมั่นคงและการด้ารงคงอยู่ของประเทศชาติ เพื่อมิให้พัฒนาการประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนต้องสะดุดหยุดลง ขอให้ฝ่ายบริหาร ด้วยความร่วมมือของกลุ่มการเมืองทุกฝ่ายด้าเนินการแก้ไข
๒. ยุติการเมืองแบบโต้ตอบเหน็บแนมกันระหว่างพรรคการเมืองฝ่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรครัฐบาล
๓. เปิดเวทีภาคสังคมและประชาชนโดยเฉพาะในชุมชนท้องถิ่นชนบท ซึ่งก้าลังตื่นตัวในการพัฒนาตนเองและปกป้องฐานทรัพยากรท้องถิ่นอันเป็นสมบัติของชาติ พร้อมด้วยภูมิปัญญา ความสามารถและศักยภาพการพัฒนาทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในยุคที่ประเทศชาติก้าลังถูกรุกรานทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีจากภายนอก ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์
๔. ประสานงานปฏิรูปทั้งจากภาครัฐและภาคสังคมประชาชนเพื่อกระตุ้น ให้เกิดการปฏิรูปในแวดวงผู้น้าทางการเมืองกันเองโดยไม่ต้องเว้นวรรคพัฒนาประชาธิปไตย ของไทย
๕. ด้าเนินการเพื่อสลัดคราบของความอ่อนแอล้มเหลวและทุจริตคอร์รัปชัน จากอดีตและเข้าสู่ภายใต้การก้ากับ ควบคุมของภาคสังคมและประชาชนทุกส่วน ทุกระดับ อันเป็นหัวใจของระบบประชาธิปไตยที่แท้จริง
ท่านประธานครับ สิ่งที่เราเรียกร้องหากันคือประชาธิปไตยนี้มันจะเกิดขึ้นมาได้ ก็ด้วยความเข้าใจ ความรู้ ความเมตตามันถึงจะเกิดเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ เกิดขึ้นได้ ในรายงานฉบับนี้ผมมองดูแล้วตามที่ท่านได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิด สิทธิมนุษยชน ท่านก็ได้รับเรื่องมาเป็นอันมากอย่างน้อยก็มีถึง ๑๐๗ เรื่องในหัวข้อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิทธิในทรัพย์สินการจัดการที่ดิน สิทธิแรงงาน สิทธิในกระบวนการ ยุติธรรม สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย สิทธิชุมชนฐานทรัพยากร สิทธิในการได้รับ บริการสาธารณสุข สิทธิในเกียรติยศชื่อเสียงและความเป็นส่วนตัว สิทธิของผู้พิการ สิทธิผู้ต้องขัง สิทธิในการศึกษา สิทธิเด็ก สิทธิผู้สูงอายุ สิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ นี่คือเรื่องต่าง ๆ ที่ร้องเรียนมานะครับ มีอยู่เรื่องหนึ่งครับที่ถือว่ายังไม่มีร้องเรียนออกมานะครับ ผมก็ฝากให้ทางคณะกรรมการท่านลองช่วยพิจารณาแล้วพยายามหาทางในการด้าเนินการ ให้การศึกษาก็ดีนะครับ รวมทั้งให้การพัฒนาเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมที่ดีก็คือในส่วนของ การที่เราไปรับภาคีของสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ๔ เรื่อง เรื่องที่ส้าคัญที่ผมคิดว่าสังคมไทยเราคงจะต้องให้ความระมัดระวังก็คือเรื่องอนุสัญญาว่าด้วย การต่อต้านการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ซึ่งเรายังมีปัญหาในสังคมไทยอยู่ ก็อยาก จะให้การปฏิบัติต่อสตรีให้ได้มีความอยู่ในเหตุในผลและสมดุลกันนะครับ แล้วก็ยังมีอนุสัญญา ว่าด้วยสิทธิเด็ก กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง สิทธิการเมืองและกติกาว่าด้วย สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ผมขอให้ก้าลังใจคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ท่านจะต้องเสนอรายงานนี้เผยแพร่ออกไปให้สังคมไทยเราได้รับทราบ ความจริงคือ ความจริงครับ ขอขอบคุณครับ