สุรสาล ผาสุข พูดเรื่องรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยหารือเรื่องสถานการณ์ทางการเมือง การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ และเรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแสดงความยุติธรรมและไม่แสดงความไม่เท่าเทียมกันในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องการชื่นชมและสนับสนุนให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ประณามและออกมาแสดงจุดยืนในการปกป้องสิทธิมนุษยชนของประชาชนในภูมิภาคนี้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ต่อรายงาน ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการทั้งชุดที่ ๑ และชุดที่ ๒ ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่มาจนปัจจุบันนี้ ในส่วนของรายงานนั้น จากการศึกษาของกระผมนั้นพบว่าแบ่งเป็น ๙ ส่วนด้วยกัน กระผมขออนุญาต ท่านประธานที่จะกล่าวถึงบางส่วนของรายงานฉบับนี้ครับ
ในส่วนที่ ๑ เป็นเรื่องของสถานการณ์เด่น ในรายงานฉบับนี้ได้กล่าวถึง สถานการณ์เด่นเอาไว้ ๔ สถานการณ์ด้วยกัน คือ สถานการณ์ทางด้านการเมือง สถานการณ์ ที่เกี่ยวกับสิทธิชุมชนในการมีส่วนร่วมจัดการฐานทรัพยากร สถานการณ์ความรุนแรง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสถานการณ์ที่เกี่ยวกับผู้อพยพเข้าเมืองชาวโรฮิงญา ในส่วนของ สถานการณ์ทางการเมืองนั้นจากรายงานเมื่ออ่านดูก็สามารถจะเข้าใจได้ว่าคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีการตัดสินใจและด้าเนินการเพื่อที่จะคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ของประชาชนที่ออกมาชุมนุมทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการชุมนุมทางการเมือง ต้องขออนุญาตที่จะเอ่ยชื่อของกลุ่ม ในการชุมนุมทางการเมืองของพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยในปี ๒๕๕๑ คณะกรรมการได้ออกมาประณามการใช้ความรุนแรง จากทุกฝ่าย และเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบ และยุติการใช้ความรุนแรง ต่อผู้ชุมนุมประท้วง พร้อมทั้งย้าจุดยืนและบทบาทของคณะกรรมการในการปกป้อง สิทธิมนุษยชนของทุกฝ่าย ยิ่งไปกว่านั้นโดยอ้างว่าเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ยังได้ส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งมีอ้านาจ ในการด้าเนินคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ด้ารงต้าแหน่งทางการเมืองอีกด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติพูดว่าเหรียญอันหนึ่งมี ๒ ด้านเสมอ ในสถานการณ์ของการชุมนุมทางการเมืองของอีกกลุ่มหนึ่งก็คือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ผมอยากจะกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าบทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในการปกป้องสิทธิมนุษยชนกลับไม่เหมือนกัน กระผมเห็นว่าพฤติกรรมแห่งการกระท้านี้ ดูจะไม่สอดคล้องกับความหมายจากสัญลักษณ์ขององค์กรแห่งนี้ที่เป็นรูปมือ อันนี้เป็นรูปมือ ที่โอบอุ้มหยดน้าเอาไว้ แล้วก็ทางองค์กรแห่งนี้ได้ให้ความหมายของรูปมือที่ปรากฏ อยู่ในสัญลักษณ์นี้ว่าหมายถึงการร่วมมือกับทุกภาคส่วน ผมย้าว่าหมายถึงการร่วมมือ กับทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ ในการโอบอุ้มคุ้มครอง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ ด้วยหลักแห่งความเสมอภาคและภราดรภาพ ผมกราบเรียนว่านี่คือสิ่งที่ฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าท่านโปรดพิจารณาถึงจุดมุ่งหมายตรงนี้ของท่านประกอบไปด้วยนะครับ
ในประการถัดมาครับ สถานการณ์ของความรุนแรงใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ซึ่งอันนี้ต้องกราบเรียนกับท่านประธานว่าขอชื่นชมต่อการท้าหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งขออนุญาตที่จะเรียกสั้น ๆ ว่า กสม. ในกรณี ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระท้าการอันเป็นการละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ กราบเรียนว่าประชาชนที่ถูกละเมิดนั้นก็ควรจะได้รับการดูแล แล้วก็ควรได้รับความยุติธรรมเช่นกันครับ เหรียญมี ๒ ด้านเสมอ ในอีกด้านหนึ่งซึ่งกระผม มองว่าเป็นความสูญเสียของพี่น้องประชาชนของข้าราชการทหาร ต้ารวจ ที่เสียชีวิต หรือทุพพลภาพจากผู้ไม่ประสงค์ดี กระผมก็ถือว่าพี่น้องประชาชนเหล่านี้ถูกละเมิด สิทธิมนุษยชนเช่นเดียวกัน แม้ว่าการละเมิดนั้นจะไม่ได้เกิดจากการกระท้าของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็ตาม เรื่องนี้ กสม. สามารถท้าอะไรได้บ้าง ออกมาแสดงจุดยืนและประณามความรุนแรง ที่เกิดขึ้นกับประชาชนผู้บริสุทธิ์เหล่านั้นได้หรือไม่
ในประการถัดมา ในส่วนที่ ๒ ของรายงานฉบับนี้ซึ่งเป็นส่วนที่ว่าด้วย การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กสม. รายงานว่าประเภทสิทธิมนุษยชนที่มีการร้องเรียนว่าละเมิด สิทธิมนุษยชนหรือมีการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมมากที่สุด ที่ร้องเรียนผ่านมายัง กสม. คือสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย รองลงมาคือสิทธิในกระบวนการยุติธรรม และการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ในรายงานฉบับนี้มิได้มีรายละเอียดเพิ่มเติม กระผมเห็นว่า ถ้ารายงานฉบับนี้มีรายละเอียดอื่นเพิ่มเติม ยกตัวอย่างเช่นในประเภทสิทธิและเสรีภาพ ในชีวิตและร่างกายนั้น ถ้าจะเพิ่มเติมว่าสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายดังกล่าวนั้น ลักษณะใดบ้างที่ถูกละเมิดมากที่สุด และเกิดขึ้นกับประชาชนเพศหญิงหรือเพศชาย เด็กหรือผู้ใหญ่มากน้อยขนาดไหน ตรงนี้ถ้ามีรายละเอียดอยู่ในรายงานด้วยก็จะท้าให้รายงานนั้น มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และยิ่งไปกว่านั้น กสม. อาจหยิบยกประเด็นปัญหานี้ไปสู่การท้าวิจัย เพื่อหาค้าตอบ เพื่อตอบโจทย์ที่เป็นสิทธิ กสม. ต้องการที่จะรู้ว่าเกิดเหตุการณ์เหล่านั้น ขึ้นได้อย่างไรต่อไปได้อีกด้วย
ในประการสุดท้าย ขออนุญาตที่จะชื่นชมการปฏิบัติงานในหลายเรื่องของ กสม. ที่ท่านสามารถรักษาและเรียกร้องสิทธิมนุษยชนให้กับประชาชนที่ถูกละเมิดได้ และคิดว่า กสม. ควรได้รับการสนับสนุนทั้งก้าลังคนและก้าลังงบประมาณ แต่ กสม. ก็ควรจะตรวจสอบตนเองหรือฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนด้วยเช่นกันว่ามีประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์จุดยืนหรือการปฏิบัติหน้าที่ของ กสม. ในบางกรณีบ้างหรือไม่ ถ้ามีฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการทุกท่านเพื่อประกอบการพิจารณา ว่าท่านได้คุ้มครองศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพด้วยหลักแห่งความเสมอภาค และภราดรภาพแล้วหรือยังครับ ขอบพระคุณครับ