เชิดชัย ตันติศิรินทร์ หารือเรื่องการทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเรียกร้องการรับผิดชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยขอให้พิจารณาการตัดเงินบประมาณที่ไม่จำเป็น เพื่อปรับปรุงกระบวนการและความเท่าเทียมกันในหน่วยงานนี้
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีหน้าที่ส้าคัญ แล้วก็เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของอารยประเทศและเป็นประชาธิปไตยด้วย เพราะฉะนั้น คนที่มาท้าหน้าที่ถือว่ามีเกียรตินะครับ ท่านประธานครับ คนเรามีทั้งดีทั้งเสีย แต่ขณะเดียวกันท่านมาท้าหน้าที่อันนี้ท่านต้องระมัดระวังอย่างมาก ผมอ่านรายงาน ทั้ง ๒ ฉบับหมดแล้ว ของท่านมีส่วนที่ดีก็เยอะ แต่ถ้าเป็นเรื่องการเมืองผมอยากให้ท่าน ระมัดระวังบ้าง อย่าเพิ่งไปหักหาญเพราะว่ามีส่วนได้เสีย ถึงท่านจะบอกว่าท่านต้องท้าหน้าที่ เป็นกลางเป็นอะไรก็แล้วแต่ ไม่มีใครเชื่อหรอกครับ เพราะว่าคนเขาเห็นด้วยตาได้ยินด้วยหู ไม่ต้องไปฟังเสียงว่าให้ก้าลังใจ ขอบคุณที่เป็นการเอาใจเพื่อให้ท่านเชียร์ (Cheer) ไม่ต้องไปสร้าง วาทกรรมให้ท่านยึดหลักความจริง ท่านประธานครับ วกมาเลยนะครับ ผมไปอ่านปัญหา และดูงบประมาณของท่าน ปี ๒๕๕๐ ท่านได้ ๑๓๔ ล้านบาท จ่าย ๑๓๙ ล้านบาท ลบ ๔ ปี ๒๕๕๑ ท่านได้ ๑๒๔ ล้านบาท จ่าย ๑๓๓ ล้านบาท ติดลบ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่พอปี ๒๕๕๒ ได้เพิ่มขึ้นบวกอยู่ ๒๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ท่านได้ ๑๙๘ ล้านบาท ปีนี้บังเอิญผมเป็นอนุกรรมาธิการดูแลอันนี้อยู่ ก็คิดว่าคงจะท้างานได้ดีขึ้น ผมไปอ่านปัญหา และอุปสรรคของท่าน ท่านก็ว่าดีที่ได้เพิ่มอ้านาจ แต่ที่ดีที่สุดที่ผมอยากจะให้ท่านใช้มากก็คือ สามารถฟ้องต่อศาลยุติธรรมได้แทนผู้เสียหาย ท่านอย่าไปร้องเลยครับศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง แล้วก็ไม่ต้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินดีแล้ว แล้วท่านก็ยังบอกว่าเป็นหน่วยงาน อิสระ อันนี้ดีเพราะบริหารคล่องตัว อุปสรรคของท่านก็มีอยู่ ๒ ข้อ ผมอ่านเฉพาะข้อที่ ๑ คือ หน่วยงานภาครัฐยังละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรการการแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะ ในการปรับปรุงกฎหมายและนโยบายรัฐ โดยเฉพาะละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามบัญญัติ ที่เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคล ตลอดจนการเลือกปฏิบัติ แล้วก็ในปี ๒๕๕๒ เองก็มีการร้องเรียนเรื่องสิทธิ เดี๋ยวผมจะพูดให้ฟัง ว่าท่านกรรมการท่านท้าหน้าที่ตามกฎหมายไหมท่านประธาน ทราบว่ามาตรา ๑๗๐ หน่วยงานต่าง ๆ ต้องเสนอข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณต่อสภาในปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ท่านยังไม่เสนอ ผมไปตรวจดูแล้วนะครับ ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่เสนอ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ไม่เสนอ อัยการสูงสุดก็ไม่เสนอ ส้านักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ไม่เสนอครับ ๒ ปีนะครับ ท่านรีบไปเสนอ เป็นการบ้านนะครับ ส้านักงบประมาณเขาบอกว่าพยายามเร่งรัดอยู่ ท่านประธานครับ ถัดไปนะครับ ท่านละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัติที่เกี่ยวกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคล ตลอดจนการเลือกปฏิบัติ เพราะอะไรครับ คือปกติในที่นั่นมีหมอ ๒ คนนะครับ เวลาเราจะเสนออะไร ถ้าเราจะเสนอเรื่องรุนแรง ต้องรุนแรงด้วยกันทั้งคู่ ถ้าสงบก็สงบด้วยกันทั้งคู่ ถ้าเราเป็นกลาง ท่านลองไปดูหน้าที่ ๓๗ หน้าที่ ๓๘ เสื้อแดงทุบรถ เสื้อแดงเผายางมีควัน เสื้อแดงทุบกระจก อีกฝั่งหนึ่งเสื้อเหลือง นั่งประท้วงอย่างสงบอยู่ที่สนามบิน อยู่ที่ท้าเนียบรัฐบาล ท่านทราบไหมครับในความสงบ ที่ท่านเหมือนสงบนี่แหละเป็นผู้ก่อการร้าย สร้างความเสียหายให้ประเทศ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่คนที่ไปเผายาง ไปเหมือนรุนแรงเกิดความเสียหายน้อยมาก น้อยมากนะครับ เพราะฉะนั้นเวลาจะท้าจริง ๆ ท่านต้องพยายามให้รุนแรงก็รุนแรงด้วยกัน ผมยกตัวอย่างนะครับ มีเจ้าหน้าที่รัฐ ต้ารวจนี่ละครับไปห้ามที่เขามาบุกรัฐสภา มีคนขับรถชนต้ารวจ แถมถอยมาทับอีก ศาลลงโทษคนที่ขับ ผิดเหมือนกันนะครับ แต่บอกว่าไม่เจตนา ให้รอลงอาญา ผมก็ถือว่าศาลก็เป็นองค์กรหนึ่งที่ท่านต้องไปตรวจสอบเหมือนกันครับ ผู้พิพากษาก็เป็นคนธรรมดา กินเงินเดือนภาษีอากรราษฎรเหมือนกัน ท่านประธานครับ ต่างกับเสื้อแดงที่มีคนยกตัวอย่างมากมายผมไม่พูดหรอกครับ ถูกละเลย ถูกกล่าวหา ว่าท้าผิดกฎหมาย ฆ่ากันเองบ้าง แม้กระทั่งไปปาไข่ก็ยังถูกจ้าคุก ๖ เดือนไม่รอลงอาญา มาตรฐานอยู่ที่ไหน ศาลนะครับ ผมอยากให้ท่านเข้าไปวิจารณ์เขาหน่อยครับ ท่านประธานครับ ผมไม่อยากพูดมากครับ แดงรุนแรง แดงล้มเจ้า ไม่จริงละครับ ผมนี่ละครับหัวหน้าเสื้อแดง ภาคอีสาน เรามาชุมนุมกัน เอารถมาจากหมู่บ้าน คนในหมู่บ้านออกเงินค่าน้ามัน มาโดยสงบครับ แล้วเราก็เห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ๓ เดือน เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ขอพูดเลยมานิดหนึ่ง เขาสงบครับ ถ้าจะเอากันจริงมันรุนแรงกว่านี้ ผมเห็นในรายงาน ของท่านที่ผมว่าท่านในรายงานบางทีมันก็ขัดแย้ง ท่านพูดถึงเรื่องประชาชน ที่จังหวัดเชียงรายมาประท้วงเรื่องนาปรังแล้วปิดถนน แล้วก็ถูกศาลลงโทษจ้าคุก ๖ เดือน ปรับคนละ ๑๐๐ บาท ท่านก็ยังบอกว่ามันเป็นสิทธิของประชาชนที่ไม่รู้จะแสดงออกอย่างไร การประท้วงเป็นวิธีเดียวที่จะได้รับการดูแล อันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ เพราะเป็นวิธีเดียวจริง ๆ แล้วก็ท่านยังไปพูดถึงกฎหมายที่เกี่ยวกับการฉุกเฉิน ความร้ายแรงต่าง ๆ ว่าอาจจะมี ผลกระทบต่อภาพพจน์ของประเทศหรืออะไรก็แล้วแต่ มีหลาย ๆ อย่างนี่บางทีน่าจะยกเลิก ผมก็เห็นด้วยครับ ท่านก็มีส่วนดีครับ แต่ในแง่ปฏิบัติ ในรายงานเดียวกันนี่ท่านก็ไปเขียนแย้ง เป็นอย่างอื่น ท่านประธานครับ ผมอยากจะถามนิดหนึ่งนะครับ เรื่องภาคใต้นี่นะครับ ความจริงผมไม่เห็นด้วยกับท่านสมาชิกที่พูดไปว่ามันเริ่มปี ๒๕๔๗ ความจริงมีตั้งแต่ ยุคล่าอาณานิคมแล้วครับ รัฐไทยไปบุกเขา รัฐอังกฤษก็มาบุกคืน หรืออะไรมายึดไทยบ้าง นี่ละครับถ้าจะกล่าวต้องกล่าวถึงรากเหง้าความขัดแย้ง ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ มันเกิดขึ้นมาเอง แต่ผมว่าไม่ใช่หน้าที่ท่านครับ ท่านอาจจะเกริ่นว่า เรฟเฟอเรนซ์ (Reference) ไว้ว่ากรุณาไปดู ที่โน่นเขาศึกษาไว้เยอะแยะ ผมสนใจอยู่ ๓ เรื่อง ท่านประธานครับ ฝากไปยังท่านกรรมการ การขุดลอกล้าน้าปากแม่น้าตะกั่วป่าที่ว่าต้องใช้เงินเป็นพันล้านบาท แล้วท่านก็ไป ท้าหน้าที่ดีมาก ตอนนี้ไปถึงไหน อันที่ ๒ เรื่องมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปี ๒๕๓๗ ตอนหลังเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยทักษิณ ท่านไปสงสัยว่ามหาวิทยาลัยทักษิณมีสถานะ เป็นทบวงการเมืองตามมาตรา ๑ ประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม่ ที่ผมต้องถามเพราะอะไรครับ เพราะตอนนี้มหาวิทยาลัยจะออกไปอยู่ในก้ากับ มันอยู่ในฐานะอย่างไรผมยังไม่ทราบเลยนะครับ ถ้าเกิดมีเรื่องราวต่าง ๆ ว่าไปรุกที่ดินชาวบ้านนี่มันจะเป็นอย่างไร อยากให้ท่านไปดู ให้มันชัดเจน
เรื่องที่ ๓ เรื่องยาเสพติด ท่านก็เขียนชัดเจนว่าเป็นการที่ว่ามีการฆ่ากันตาย ไป ๒๕๐ ศพ หรืออะไรก็แล้วแต่ผมไม่อยากพูดถึง ท่านบอกว่าเป็นการน้านโยบายรัฐ ไปปฏิบัติจนมีคนตาย เห็นไหมครับกรณีเดียวกันกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ผมดูแล้วคล้าย ๆ กันเป็นการน้านโยบายรัฐไปปฏิบัติท้าให้คนตาย ต้องมีคนรับผิดชอบ ท่านประธานครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านได้รับการ ตรวจสอบตอนนี้ละครับก็คือเข้าสภาครับ เราตรวจสอบท่านครับ เพราะว่าเราเป็นตัวแทน ของประชาชน ท่านเอาเงินเดือนไปก็ภาษี ท่านของบประมาณไปถ้าปีหน้าผมได้เป็นอนุ กรรมาธิการ ผมจะดูเป็นพิเศษว่าน่าจะตัดอีกไหมครับ ท่านประธานครับ เราควรจะก้าวข้าม ความขัดแย้งในประเทศ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บิล คลินตัน ได้เขียนไว้อยู่ ๕ อย่าง ที่จะท้าให้โลกมันเปลี่ยนแปลง คือเรื่องเทคโนโลยีประเทศไทยไปถึงไหนแล้วครับ เรื่องสุขภาพ เรื่องอีโคโนมี (Economy) แต่เรื่องที่ส้าคัญก็คือเรื่องความเสมอภาคกับจัสติส (Justice) ความยุติธรรม ถ้าท่านไม่ท้าอย่างนี้ผมว่าประเทศไทยก้าวข้ามไม่ได้ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับหน้าที่อันทรงเกียรติแล้วครับ ท่านพยายามท้าไปนะครับ ท้าไปแล้ว ก็วางตัวเป็นกลาง ๆ แล้วก็ดูความจริงท่านก็จะชนะทุกอย่างครับ ไม่ต้องไปฟังเสียงอย่างอื่น ก็ขอให้ก้าลังใจบ้าง แล้วก็ขอติติงบ้าง รายงานเหล่านี้ไม่ควรจะไปแจกหรอกครับ เอาไปลง ในซีดี (CD) ดีกว่าครับ มันเปลืองงบประมาณแผ่นดิน ยิ่งรายงานของศาลรัฐธรรมนูญรูป ๔ สี อย่างดี เล่มละ ๕๐๐ กว่าบาทใช้ไม่ได้เลยครับ