สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ ตุลาคม ๒๕๕๕

พายัพ ปั้นเกตุ โต้แย้งรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เนื่องจากมีข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้อง และมีความเห็นต่างจากประชาชน และวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับบทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการเป็นที่พึ่งของประชาชน

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่ารายงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งได้เสนอเข้ามาในที่ประชุมสภาแห่งนี้เป็นรายงานที่มีข้อเท็จจริง ที่แตกต่างกันไป ทั้งเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นเรื่องจริงและเป็นข้อเท็จจริงที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ และเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดจากทัศนคติส่วนตัวด้วยเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามครับ ท่านประธาน ในเวลาที่เราพูดถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประชาชนทั่ว ๆ ไป ต่างก็หวังพึ่งพิงทั้งนั้นนะครับ อยากเห็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นที่พึ่ง ของประชาชน ในเวลาใดก็ตามที่ประชาชนมีความเห็นแตกต่างกับรัฐบาล ในเวลาใด ที่ประชาชนต้องการแสดงความคิดเห็นก็หวังว่าจะเป็นสิทธิของประชาชน เราหวังว่าในเวลา ที่ประชาชนจะแสดงออกนั้นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะเป็นคนที่อยู่เคียงข้าง กับประชาชน แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เขียนในรายงานฉบับนี้นั้น ท่านไม่ใช่เป็นผู้ที่ท้าหน้าที่ในการชี้ผิดชี้ถูก ท่านไม่ใช่ศาลครับ และท่านก็ไม่ได้เป็นพนักงาน สืบสวนสอบสวนที่ท้าหน้าที่ยุติและพิสูจน์แล้วซึ่งความเป็นจริง เพราะฉะนั้นรายงาน ที่ท่านเสนอแนะเข้ามาในที่ประชุมแห่งนี้จึงเป็นรายงานที่มีความเห็นต่างได้ในคณะกรรมการ ของสภาแห่งนี้ ของ ส.ส. ในสภาแห่งนี้ ซึ่งอาจจะมีความเห็นต่างกับท่านได้ เพราะว่าคนที่อ่าน ในรายงานของท่านมีความเห็นที่เกิดจากประสบการณ์จริง มีความเห็นจากการที่เขา ได้รับข้อมูลข่าวสารที่แตกต่างกับท่านได้ เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นต้องกราบเรียนท่านประธาน ว่ารายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นมิใช่รายงานที่ได้รับการพิสูจน์ ความจริงแล้วทั้งหมด และเป็นกรรมการที่ไม่ใช่เป็นศาลจะไปตัดสินว่าอันใดผิดอันใดถูก แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมการชุดนี้เป็นคณะกรรมการชุดที่ ๒ ซึ่งท่านท้ารายงานมา มีคณะกรรมการชุดที่ ๑ ซึ่งมีรายชื่อในรายงานดังต่อไปนี้ ๑๐ กว่าท่าน ผมเห็นรายชื่อแล้วผมเห็นว่าในกรรมการของท่านก็มีความเห็นต่างกันอยู่ในนี้ด้วย เช่นเดียวกัน เห็นต่าง ขนาดที่ออกมาแสดงออกทางการเมืองด้วยซ้าไปว่าไม่เห็นด้วย กับการกระท้าของรัฐบาลแต่ละช่วง ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลประชาธิปไตย ไม่เห็นด้วยกับ รัฐบาลที่มาจากอ้านาจนอกเหนือจากประชาธิปไตย ข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นเรื่องที่ประชาชน แลเห็น แต่ท่านประธานครับ ในยามที่บ้านเมืองมีวิกฤตการณ์เกิดขึ้นมากมายรุนแรงขนาดนี้ ตั้งแต่มีการปฏิวัติรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน ปี ๒๕๕๕ ท่านประธานครับ ท่านประธานเห็นความคิดเห็นที่แตกต่างของประชาชนในบ้านนี้เมืองนี้ไหมครับ ว่าเขามีความเห็นแตกต่างกันมากมาย ที่เขาไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล อาจจะไม่เห็นด้วย กับรัฐบาลของผม อาจไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลของท่าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนเขาแสดงออก เพราะฉะนั้นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องท้าหน้าที่ของตัวเองในการที่จะเป็นที่พึ่ง ของประชาชนให้ได้ในยามที่บ้านเมืองวิกฤติ จะท้าตัวเป็นผู้วินิจฉัยที่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือเป็นผู้ท้าการซักล้างให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ควรกระท้าอย่างยิ่ง แล้วผมเชื่อว่ากรรมการท่านคงไม่มีความคิดเช่นนี้ ท่านประธานครับ ท่านมาดูสิครับว่าในปัจจุบันนั้นในเวลาที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านแสดงความคิดเห็น ท่านแสดงออกทางการเมือง ทุกครั้งที่ผ่านมาท่านดูสิครับ ว่าประชาชนเขาวิพากษ์วิจารณ์ท่านอย่างไร โดยส่วนตัวกระผมไม่รู้จักกับท่านหรอกครับ แล้วก็ไม่เคยโกรธแค้นอะไรกับท่านมาโดยตลอด ไม่เคยมี แต่ว่าในเวลาที่ท่านแสดงออก ทางการเมืองเข้าไปอยู่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนั้น อีกฝ่ายหนึ่งไม่เคยได้ชื่นชอบท่านเลย ท่านลองไปดู การแสดงออกของประชาชนตามสาธารณชนสิครับ ท่านลองไปดูการแสดงออกของประชาชน ที่อยู่ในอินเทอร์เน็ต (Internet) สิครับว่าเขาเห็นด้วยกับท่านหรือไม่ ถ้าท่านได้จับดู การแสดงออกของท่าน แล้วไปจับดูความรู้สึกของประชาชน แล้วท่านจะรับรู้ว่าประชาชน เขาไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านแสดงออกในช่วงวิกฤตการณ์ของประเทศที่ผ่านมาเลย ไม่มี ถ้าเป็นอย่างนั้นเรากลับมาอยู่ที่ตั้งเราไหมครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กลับมาอยู่ที่ตั้งของตัวเองไหมครับ เป็นที่พึ่งของประชาชนยามวิกฤตการณ์ของบ้านเมือง ไม่ดีกว่าหรือที่จะไปอยู่ข้างหนึ่งข้างใด โดยไม่ค้านึงถึงความรู้สึกของประชาชนและเสียงส่วนใหญ่ ของประชาชน รายงานที่ท่านเขียนแต่ละฉบับที่ท่านส่งมา ในเวลาใดก็ตามท่านประธาน ในเวลาใดก็ตามที่ท่านได้เขียนบันทึกเหตุการณ์ลงในนี้ ในรายงานของท่านทั้ง ๒ ฉบับ เป็นความขัดแย้งครับ ท่านดูข้อเท็จจริงสิว่าท่านบอกไว้ว่าเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๒ นี่ผมจ้ากัดขอบเขตการพูดว่าปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ไม่ล่วงเกินมาถึงปี ๒๕๕๓ ครับ เดือนเมษายน ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ ประชาชนมีความเห็นต่างกับรัฐบาล