มานิตย์ สังข์พุ่ม หารือเรื่องความเป็นกลางขององค์กรอิสระ โดยเรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเร่งดำเนินการ เพื่อให้บ้านเมืองมีความเป็นกลางและสามารถเดินไปได้ และขอฝากไว้ให้ท่านประธานเป็นคณะกรรมการชี้ขาดที่พิทักษ์รักษาความถูกต้องและความเป็นธรรม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ โดยข้อเท็จจริงแล้วนั้นผมมีความตั้งใจอย่างสูงยิ่งกับการเตรียมการในการแสดงข้อคิดเห็น ให้กับองค์กรที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ องค์กร หรือองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ บังเอิญคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้น้ารายงานเข้ามา ก็ได้อ่านก็ไม่ถึงกับรายละเอียดมากนัก แต่ก็อย่างน้อย ๆ ในฐานะที่ท่าน ก็เป็นองค์กรอิสระแล้วก็รับเงินเดือนภาษีจากประชาชนเหมือนกับผมที่รับกินเงินเดือน หรือภาษีประชาชน ก็อยากจะฝากสิ่งที่กระผมคิดได้ด้วยความรู้ไม่มากมายนัก ด้วยประสบการณ์ไม่มากมาย ท่านประธานครับ วันนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา ถึงวันนี้ บ้านเมืองเรานี่มันแทบจะหาคนกลางไม่ได้เสียเลย ฉะนั้นประเทศนี่มันก็ถึงจุดตัน ถึงทางตัน เพราะว่าที่จะหาคนที่มาเป็นกลางจริง ๆ ให้กับบ้านกับเมืองมันแทบจะไม่มี มันเหมือนกับจัดแถว มันเหมือนกับแบ่งซีก มันเหมือนกับแบ่งข้างให้หมดแล้ว ผมก็เลยยังนอนคิด นั่งคิด และฝันไว้ว่าถ้าองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระอื่น ๆ ที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ทั้งของปี ๒๕๔๐ และมาปรับปรุงเป็นปี ๒๕๕๐ จาก ๑๑ ท่าน เหลือ ๗ ท่าน ของท่านนี่ แล้วก็องค์กรอื่น ๆ ด้วย ไม่มาช่วยกันคิด ไม่มาช่วยกันเป็นตัวกลางให้นี่ บ้านเมืองมันเดินไปไม่ได้หรอกครับ ผมก็ได้แต่ฝันจริง ๆ ผมก็เลยมีความจ้าเป็นที่ผมกล่าวไว้ เบื้องต้นว่าผมมีความตั้งใจจะน้าความรู้สึกความในใจมาเล่าให้กับพวกท่านที่เคารพ ซึ่งถือว่าท่านนั้นเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง แล้วก็กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้น ท่านประธานอย่าถามผมว่าให้เข้าประเด็นเรื่องรายงานผลการปฏิบัติงานเดี๋ยวผมจะชี้ให้เห็น เพราะว่าอย่างน้อย ๆ ส่วนที่ ๕ การเสนอแนะและการปรับปรุงกฎหมายและนโยบายของรัฐ ท่านก็เขียนมาชัดเจนในตรงนี้ ถามว่าท้าไมที่ผมพูดเช่นนี้ ผมต้องการเช่นนี้ ผมอยากฝากพวกท่าน อย่างน้อย ๆ ท่านก็เป็นองค์กรหนึ่งที่ได้รับการยอมรับกันทั่วโลกว่าเป็นองค์กร ที่ให้ความเป็นธรรม ชื่อของท่านนี่เขียนไว้ชัดเจนเลยว่าคณะกรรมการ ก็คือกรรมการแปลว่าผู้ชี้ขาด ผู้ให้ความเป็นธรรม กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผมไม่ทราบ แต่ถ้าเป็นกรรมการฟุตบอล สมัยผมเป็นครูแล้วเราต้องให้ความเป็นธรรมกับนักฟุตบอลทั้ง ๒ ข้าง ถ้าเราขึ้นบนเวทีมวยแล้ว เราต้องให้ความเป็นธรรมกับ ๒ ข้าง แต่ว่าบังเอิญบางครั้งผมน้อยใจโดยเฉพาะท่านประธาน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเมื่อสมัยที่บ้านเมืองมันชุลมุนวุ่นวายอยู่ ๆ ท่านก็ถือ กระเช้าดอกไม้ไปให้กับผู้น้ารัฐบาลในขณะนั้นสถานการณ์ ไม่รู้ความคิดของผม ผมมองว่า มันไม่เหมาะ ท่านจะไปในฐานะส่วนบุคคลหรือท่านจะไปในฐานะของคณะกรรมการ ผมไม่ทราบ แต่ผมมองแล้วว่ามันไม่เหมาะ มันก็เลยท้าให้หลายองค์กรมันชุลมุนและบ้านเมือง มันก็เลยติดขัด วันนี้มันก็เลยหาคนเป็นกลางไม่ได้ ผมก็เลยอยากเรียกร้องพวกท่าน กลับเข้ามาเถอะครับ คิดให้มันตกผลึก สิ่งไหนที่กระท้าขึ้นมาแล้วสังคมเขามองว่าเป็นกลาง สังคมว่าเป็นที่พึ่งได้ วันนี้สังคมเลือกพึ่งพาอาศัยอะไรไม่ได้เลยครับ เพราะคนไม่รู้จักหน้าที่ ของตัวเอง รู้ทุกเรื่องแต่ไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเองมันก็เลยท้าให้มีปัญหา ผมก็เลยฝาก พวกท่านว่าในเมื่อท่านเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ดูแลเรื่องนี้ว่าบทบาทหน้าที่ ของแต่ละคนของแต่ละฝ่ายมันเป็นอย่างไร เหมือนในเรื่องของการเขียนกฎหมาย ท่านก็แนะน้ามาในกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมเห็นด้วย แล้วปัญหามาตรา ๑๙๐ ก็มีปัญหาในกฎหมายรัฐธรรมนูญ เช่นเมื่อวานก็อภิปรายกันไปประชุมร่วมกันของรัฐสภา เรื่ององค์กรนาซ่า (NASA) แต่ยังมีมาตราอื่นอีกเยอะแยะมากมายในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านช่วยแจกแจงมาสิครับ แล้วแจกแจงยืนอยู่บนความเป็นกลาง คนอื่นไม่รู้แต่ผมยืนยัน กับท่านว่าคนอย่างผมรับได้ แล้วสังคมอีกมากมายพร้อมที่จะให้ดอกไม้กับท่าน ขอให้ท่าน ยืนอยู่ตรงกลางให้มันตกผลึก เหมือนที่ผมคุยเบื้องต้นว่าท่านถือกระเช้าไป ผมไม่ได้รังเกียจ ผู้น้ารัฐบาลในวันนั้นนะ แต่ไม่รู้ในภาวะของผม ผมบอกว่ามันไม่เหมาะ แล้ววันนี้ท้าไมล่ะครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีท่านไม่เอากระเช้าดอกไม้ไปมอบ เขาแสดงความดีใจด้วย สังคมมันจะได้ไม่คลางแคลง เหมือนกฎหมายรัฐธรรมนูญวันนี้ หลายมาตราช่วยแจกแจงมาสิครับ คดียุบพรรค มาตราของคดียุบพรรคว่ามันเป็นอย่างไร ควรแก้ไขอย่างไร หรือไม่ควรแก้ไข ร่วมกันท้าให้มันเกิดความกระจ่าง หรือกระบวนการของ การถอดถอน หรือกระบวนการของการแทรกแซง หรือเรื่องต่าง ๆ ก็ดีในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่ท่านเป็นองค์กรหนึ่งที่สามารถน้าปัญหาเสนอกับรัฐบาล หรือเสนอต่อรัฐสภา เพื่อแก้ไขกฎระเบียบหรือกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมแล้วมันเดินไปได้ ถ้าพวกท่าน ไม่ออกมาช่วยองค์กรอิสระทั้งหลายวันนี้ผมมองว่ามืดครับเดินยาก เพราะคนเริ่มไม่รู้หน้าที่ เห็นไหมครับท่านประธาน ผมอาจจะพูดไปข้างนอกนิดหนึ่งวันนี้ อยู่ ๆ วันดีคืนดีนักวิชาการ แทนที่จะสอนหนังสืออยู่ในห้อง ออกมาวิจารณ์รัฐบาลนี่ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ วิจารณ์กันไปได้ แต่จะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญเรื่องจ้าน้าข้าว นี่มันเป็นนโยบายของเขา ปัญหาของเขา ผมก็อยากให้พวกท่านแหละเข้ามาช่วย บ้านเมืองมันถึงจะวุ่นวายเดี๋ยวชาวนาก็ออกมา ส่วนพวกผมทะเลาะกันในสภาแห่งนี้ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลผมถือว่าเรื่องปกติ มันเป็นสีสัน ทางการเมือง มันเป็นสีสันของกระบวนการในระบอบประชาธิปไตย วันนี้ฝ่ายค้านมาด่า พวกผมเรื่องจ้าน้า วันก่อนท่านประกันราคาเราไม่ด่าก็ถือว่าปกติ ประชาชนก็คือกรรมการ เขาจะตัดสินกันเอาเอง แต่วันนี้มันลุกลามเข้ามาเห็นไหมครับ เพราะบ้านเมืองมันหา คนเป็นกลางไม่ได้ มันหาผู้ที่จะมาช่วยตัดสินชี้ขาดให้ทิศทางมันเดินไปได้หาความสงบสุข มันไม่ได้ จริง ๆ พวกท่านก็เป็นพวกผู้มีทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ เป็นคนที่มีภูมิรู้เป็นกูรู (Guru) ผมฝากไว้จริง ๆ นะครับ จริง ๆ แล้วผมอยากใช้เวลาในการอภิปรายมากกว่านี้ แต่ด้วย ความบังเอิญมีเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่าน แล้วก็มีเรื่องอีกหลายเรื่อง ท่านประธานก็ได้เตือน ผมแล้ว
บทท้ายสรุป ด้วยเวลาอันจ้ากัดผมวิงวอนเถอะครับ อย่างน้อย ๆ เป็นองค์กรแรก ที่ผมได้มีโอกาสลุกขึ้นมาอภิปราย ได้ลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็น ผมขอฝากท่านไว้เถอะครับ ท่านในฐานะที่เป็นองค์กรหนึ่งที่สามารถพิทักษ์รักษาความเป็นกลาง แล้วท่านก็เป็นองค์กรหนึ่ง ที่ผมมีความฝันไว้ว่าจะท้าให้ความมืดเห็นแสงไฟที่ปลายอุโมงค์ อย่างน้อย ๆ เป็นหางเรือ ที่บ้านเมืองมันเดินไปได้ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วมันมืดจริง ๆ ท่านดูครับ ยิ่งมืดไปข้างหน้า ยิ่งมืดไปข้างหน้า ท่านอย่าเป็นเสือกระดาษ ท่านอย่าหลับ แต่ขอให้ท่านยืนอยู่บนความชัดเจน แล้วก็ความถูกต้อง ไม่ว่าในเรื่องอะไรตามที่ท่านได้เขียนรายงานมา ถ้าแจกแจงตามรายละเอียด มันก็คงต้องใช้เวลาไปมาก ผมขออย่างเดียวว่าขอให้ท่านได้เป็นคณะกรรมการ คือคนที่ชี้ขาด และให้ความเป็นธรรม แล้วก็พิทักษ์รักษาความถูกต้อง เหมือนกับที่องค์กรของท่านชื่อว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมีบทบาทหน้าที่มีอ้านาจตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เขียนไว้เยอะแยะมากมาย ผมขอฝากไว้เท่านี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ