สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕

(เนื่องจาก นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ติดราชการ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๐.๐๘ นาฬิกา)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวผมจะให้ท่านหารือนะครับ ขอแจ้งอีกครั้งหนึ่งและขอความร่วมมือ ท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าทางสภาเราได้มีการถ่ายทอดสดหลายครั้งแล้วนะครับ เดี๋ยวท่านสมาชิกจะไม่ทราบ มีช่องของเคยู-แบนด์ แล้วก็ช่องจานสีดำของสามารถ ช่อง ๒๙ แล้วก็ช่อง ๑๓๕ มีการถ่ายทอดอยู่ ๓ ช่อง ถ่ายทอดสดตลอดรายการ เรียนให้ทราบ แล้วส่วนช่วง ๑๑ โมงเราก็จะมีช่อง ๑๑ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ฉะนั้นการประชุมของเรา เริ่มตั้งแต่หารือจะมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนทั่วประเทศได้ทราบ รวมถึง วิทยุกระจายเสียงของพวกเราด้วย เชิญท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ แล้วก็ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ ท่านสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ๔ ท่าน เชิญครับ เชิญท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสหารือความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตเลือกตั้งนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่รัฐบาลยังทำไม่เสร็จ ก็คือเรื่องถนนกับเรื่องราคารับจำนำมันสำปะหลัง พี่น้องประชาชนชาวอำเภอไชยวาน อำเภอวังสามหมอ แล้วก็อำเภอศรีธาตุ ทำไร่มันสำปะหลังเยอะแต่ยังไม่มีโรงมันสำปะหลัง ที่ไหนที่จะเข้าโครงการ เนื่องจากเขาบอกว่าการรับจำนำนั้นเขาไม่มีที่จะต้องเอามันสด เข้าไปเก็บได้จะทำให้เสียหาย

ประเด็นที่ ๒ เรื่องการสัญจรไปมาถนนหนทางเชื่อมระหว่างอำเภอกับอำเภอ ตำบลกับตำบล ถนนเส้นนี้จะผ่านทะลุจากอำเภอศรีธาตุผ่านมายังบ้านห้วยวังปลา ผ่านไปยัง อำเภอกู่แก้วทะลุออกยังอำเภอหนองหาน เป็นถนนเส้นทางเชื่อมระหว่างจังหวัดกาฬสินธุ์ ของอำเภอท่าคันโทจะผ่านมาทางเส้นทางที่ผมกล่าวนั้น ระยะทางจากอำเภอท่าคันโทมายัง อำเภอศรีธาตุใช้ระยะทางแค่ ๒ กิโลเมตร แต่ขณะนี้พี่น้องประชาชนได้ขนถ่ายสินค้าไป ผ่านยังทางแยกประมาณ ๒๗ กิโลเมตร ฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมช่วยหา งบประมาณไปก่อสร้างถนนเชื่อมระหว่างอำเภอท่าคันโทมายังอำเภอศรีธาตุด้วย จะขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์สุดท้ายของปีงบประมาณ ๒๕๕๕ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการซึ่งจะเกษียณก็ปฏิบัติหน้าที่ในอาทิตย์สุดท้ายนะครับ ก่อนอื่นผมต้องแสดงความยินดีกับท่านสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย ที่ได้เป็นเลขาธิการของ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งวันจันทร์ท่านก็คงจะได้ปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มตัวนะครับ

ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ว่าถนนที่หมู่ที่ ๖ ตำบลโตนด ซึ่งเป็นถนนลาดยางอยู่แล้วแต่เดี๋ยวนี้กลับเป็นแบบประเภท ถนนลำคลองไปแล้ว เพราะว่ามีการถมดินหรือว่าถนนเส้นนี้ก็พังมีน้ำขัง ก็อยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการแก้ไขในการจัดสรรงบประมาณในการลาดยางใหม่ แล้วก็ยกถนน ให้สูงขึ้น แล้วอีกเส้นหนึ่งซึ่งเป็นถนนการท่องเที่ยวซึ่งรับผิดชอบโดยแขวงการทางสุโขทัย กรมทางหลวง เป็นถนนหมายเลข ๑๓๑๑ ซึ่งเป็นทางแยกหมายเลข ๑๐๑ คีรีมาศบรรจบ หมายเลข ๑๒๙๓ ถนนเส้นนี้เป็นถนนเชื่อมระหว่างอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มาอุทยานเขาหลวงเป็นถนนที่เชื่อมกัน ก็เป็นถนนที่ค่อนข้างชำรุด นักท่องเที่ยวก็บ่นกันเยอะ ว่าเวลารถวิ่งค่อนข้างลำบากเพราะว่าเป็นหลุมเป็นบ่อมาก แล้วอีกเส้นหนึ่งเป็นถนนดินลูกรัง ราษฎรเขาก็อยากให้เป็นถนนลาดยาง อย่างน้อยเป็นแอสฟัลติก (Asphaltic) ก็ยังดี บ้านทรายทอง ตำบลโตนด อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ก็ฝากต่อท่านประธานนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ครับ

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม รังสรรค์ มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน เขต ๒ ครับ มีเรื่องขอหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ขอขยายถนนเส้น ๑๐๖ เถิน-ลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งขณะนี้เป็นถนน ๒ เลน (Lane) อยากขอขยายเป็น ๔ เลน เพราะว่าเป็นถนนเส้นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ พี่ชายผม สถาพร มณีรัตน์ เคยผลักดันไว้หลายครั้งแล้วจนบัดนี้ยังไม่ได้รับงบประมาณเลยครับ ขอท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการให้ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ เป็นถนนเข้าโรงพยาบาลเวียงหนองล่อง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน ซึ่งขณะนี้โรงพยาบาลเปิดใช้บริการแล้วนะครับ แต่ว่าถนนยังเป็นถนนลูกรัง คนป่วยเข้าถึงลำบากจะขนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็กลัวจะได้รับการกระทบกระเทือน ทางเทศบาลได้ประสานงบประมาณมาหลายครั้งแล้วตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจนบัดนี้จะสิ้นปีแล้ว ยังไม่ได้ จึงขอฝากท่านประธานไปยังผู้เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการอนุมัติงบประมาณสร้างถนน เส้นนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุทธิครับ

นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒๓ เขตพระโขนง เขตบางนา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านครับ ผมได้ลงพื้นที่กับท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ไปตรวจสอบแนวพนังกั้นน้ำริมแม่น้ำ เจ้าพระยา เขตบางนา ซึ่งปีที่แล้วเรือเดินทะเลบรรทุกน้ำมันได้วิ่งสวนกันทำให้เกิดคลื่นยักษ์ ทำให้กำแพงกันน้ำล้มนับร้อย ๆ เมตรครับ ซึ่งท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ทำให้ใหม่ เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้วพร้อมประตูระบายน้ำซึ่งเดิมสามารถระบายน้ำได้ ๑๐.๕ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านได้ช่วยปรับปรุง เปลี่ยนให้ใหม่เพิ่มให้อีก ๑ เท่าตัวทำให้สามารถระบายน้ำได้ ๒๑ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ท่านครับ พี่น้องชาวบางนาก็ฝากขอบคุณท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมา ณ ที่นี้ด้วยครับ แล้วก็ที่ศูนย์ระบายน้ำสุขุมวิท ซอย ๕๐ ก็สามารถระบายน้ำได้เป็นอย่างดี เพราะว่าที่นี่ มีศักยภาพในการระบายน้ำสูง ๒๒๘ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งสามารถระบายน้ำ ที่คลองพระโขนงและคลองแสนแสบทำงานได้เป็นอย่างดี และอุโมงค์ส่งน้ำคลองลาดพร้าว ทุกอย่างก็เรียบร้อยดีครับ เพราะอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบผมครับ

เรื่องที่ ๒ คืออยากจะรบกวนเรื่องสายโทรศัพท์ ซึ่งขององค์การโทรศัพท์กับ ทีโอที (TOT) หรือทรู (True) รกรุงรังพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานครมีความรู้สึก ไม่สบายใจแล้วก็มีการต่อว่าตำหนิมามากมายก็ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งเขาบอกว่า เขมรกับประเทศ สปป. ลาวเขาก็เลิกใช้แล้วนะครับ ประเทศไทยเราก็ยังไม่พัฒนาเลยครับ เขาเปลี่ยนเป็นระบบคลื่นแทนก็ใช้ได้เป็นอย่างดี เพราะว่าพอมีสายโทรศัพท์ทำให้รกรุงรัง ทำให้ดึงเสาไฟล้มเอียงไปทั้งหมดครับ ในส่วนตรงนี้ทำให้สิ่งแวดล้อมเสียหาย ไม่ทราบว่า กระทรวงใดรับผิดชอบ ก็ฝากท่านประธานช่วยดูแลด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเป็นท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ แล้วก็มาที่ท่านวัชระ เพชรทอง ท่านสมคิด บาลไธสง ท่านนคร มาฉิม ๔ ท่านนะครับเชิญ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ เรื่องที่อยากจะขอหารือกับท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือดิฉันเองได้รับ การบอกกล่าวจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากูบ ท่านร้องเรียนมาว่าปัจจุบันนี้ พี่น้องที่ตำบลท่ากูบมีพื้นที่ในการทำการเกษตรแต่ไม่สามารถทำการเกษตรได้ เนื่องจากว่า เป็นพื้นที่ที่เป็นหิน ทำให้ตอนนี้พี่น้องเขาต้องเปลี่ยนอาชีพจากการทำการเกษตรมาเป็น การทำหินทราย คือเอาหินมาตัดแล้วก็ไปทำเป็นแผ่นรองพื้นหรือว่าแผ่นตกแต่งบ้าน แต่ปัจจุบันปัญหาที่เขาได้รับพบเจอก็คือมีหน่วยงานของราชการหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะ ของกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เข้าไปจับกุมเขา แล้วก็มีการเรียกค่าปรับ ค่อนข้างเยอะ ในแต่ละเดือนเสียไปประมาณ ๓-๔ ครั้ง ครั้งละเป็นพันบาทขึ้นไปต่อ ๑ บ่อ ก็ทำให้เขาไม่สามารถที่จะดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวัชระ เพชรทอง

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน ท่านประธานครับ ผมไปราชการต่างประเทศมา ในฐานะผู้แทนรัฐสภาไทยไปร่วมประชุมไอปา (AIPA) สมัชชารัฐสภาอาเซียน ที่ประเทศอินโดนีเซีย และได้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการเจรจากับสภายุโรปและ ประเทศรัสเซียในการที่จะขอให้ทุนการศึกษากับนักเรียนไทยในรัสเซียให้มากขึ้น

ส่วนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเรื่องแรกเรื่องการแทรกแซงสื่อ ปรากฏว่าจะมีการปลดนายพัชระ สารพิมพา จากผู้อำนวยการวิทยุคลื่นเอฟเอ็ม (FM) ๑๐๐.๕ เมกะเฮิรตซ์ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ลงไปดูแล

เรื่องที่ ๒ โครงการรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี จะหมดอายุในวันที่ ๓๐ กันยายนนี้ ก็ปรากฏว่าตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๑ ตุลาคม พี่น้องประชาชนขึ้นรถเมล์ต้องเสียเงินครับ ขึ้นรถไฟฟรี ไม่มีอีกแล้ว ไหนว่ารัฐบาลนี้รักคนจน ขอให้ต่อโครงการรถไฟฟรี รถเมล์ฟรี ออกไปอีก อย่างน้อย ๓ เดือนครับ คณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์โปรดดำเนินการ

เรื่องที่ ๓ โครงการรับจำนำกระเทียมที่อำเภอลี้ พี่น้องที่ปลูกกระเทียม เดือดร้อนครับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทไม่จ่ายพี่น้องเกษตรกร ไม่จ่ายมา ๔-๕ เดือนแล้ว ไหนว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เป็นคนเหนือทำไมหลอกคนเหนือก๊ะ ทำไมหลอก คนเหนือก๊ะ อย่าหลอกคนเหนือครับ ได้โปรดช่วยจ่ายเงินค่าจำนำกระเทียมที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ให้กับพี่น้องเกษตรกร

เรื่องถัดมา ปรากฏว่าเรื่องหอมแดงที่จังหวัดศรีสะเกษมีการทุจริตนับร้อย นับพันล้านบาท ท่านประธานครับ ขอให้ดีเอสไอ (DSI) รีบดำเนินการบรรจุเป็นคดีพิเศษ ดำเนินการอย่าไว้หน้าใครทั้งสิ้น เพราะคนที่รับผิดชอบคือผู้อำนวยการ อคส. ปรากฏว่า ส่งไปโดย ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ซึ่งเป็นประธานจะปราบปรามการทุจริตขอให้ดูแล คนของตัวเองด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ การไปประชุมที่ไอปาที่เกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซียนั้นผมไปโดยท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคส่งผม ในฐานะที่เป็นตัวแทนไอปา และได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้พูดภาษาอังกฤษกับ เพื่อนรัฐสภาอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศ และกับสภายุโรป และกับประเทศรัสเซีย จึงกราบเรียน ท่านประธานรับทราบว่าที่หายไป ๑ สัปดาห์นั้นไปทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติและ ประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ได้ไปดูฟุตบอล ขอขอบคุณ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะนักเรียนโรงเรียนบ้านโพหวาย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกำลังนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนหารือที่ประชุมนะครับ ต่อไปเชิญท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ครับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชน ๑ เรื่อง เป็นเรื่องใหญ่ ที่ตัวดิฉันได้ลงไปพบปะร่วมงานกับพี่น้องประชาชนในอำเภอนาแห้วบ่อยครั้ง และได้พบเห็น ถนนในอำเภอนาแห้วเสียหายในหลาย ๆ จุด

จุดแรกจะเป็นถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๑๓ ช่วง กม. ที่ ๒๓+๔๐๐ ถึง กม. ๒๖+๐๔๐ ระหว่างบ้านนามาลา และ กม. ที่ ๒๙+๑๕๐ ถึง กม. ที่ ๓๑+๗๕๐ ก่อนถึงโรงพยาบาลอำเภอนาแห้ว และ กม. ที่ ๒๗+๒๓๕ ถึง กม. ที่ ๒๙+๕๘๕ บ้านนาแห้ว ที่จะเดินทางไปถึงในจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นถนนเส้นทางหลักและเส้นทางสำคัญของพี่น้องประชาชน ในอำเภอนาแห้ว เพราะว่าในอำเภอนี้มี ๖ ตำบลต้องใช้เส้นทางนี้ และเป็นเส้นทางที่ต้องใช้ ในการสัญจรไปมาในชีวิตประจำวันเขาทุกวันและการขนถ่ายสินค้าการเกษตรในชีวิตประจำวัน สภาพปัจจุบันผิวถนนก็เสื่อมสภาพหลุดล่อนไป และในช่วงปัจจุบันนี้ยิ่งฝนตกก็ทำให้ ถนนเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อเล็กใหญ่สลับกันไปสร้างความลำบากให้พี่น้องประชาชน ในการเดินทางสัญจรไปมา ตัวดิฉันจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ช่วยมีการสั่งการไปยังสำนักบำรุงทางให้ส่ง เจ้าหน้าที่ลงมาสำรวจตรวจสอบ และมีการดำเนินการอนุมัติงบประมาณในการซ่อมแซม สร้างถนนผิวการจราจรให้กับพี่น้องอำเภอนาแห้วด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนคร มาฉิม

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือ ท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรก ท่านประธานที่เคารพ ถนนสายนครไทย-ด่านซ้าย ซึ่งเชื่อมระหว่าง ภาคอีสานตอนบนกับภาคเหนือตอนล่างดินสไลด์ อันที่ ๒ ถนนสายนครไทย-นครชุม ถนนทรุดแล้วก็ขาด อันที่ ๓ ก็คือถนนสายบ้านซำรู้ถึงตำบลห้วยเฮี้ย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ไหล่ถนนก็คับแคบ ทั้ง ๒ สายหลังถือว่าถนนคับแคบเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก อยากจะขอฝากท่านประธานผ่านไปยังส่วนราชการต่าง ๆ ซึ่งผมหารือมาหลายครั้งก็ไม่เคย ได้รับการแก้ไขเลย ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เกิดอุบัติเหตุเสียหายทั้งชีวิตและ ทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก อยากจะขอความอนุเคราะห์จากท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลขอให้ช่วยเร่งแก้เถอะครับ อย่าปล่อยให้ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จะต้องเสียหายไปมากกว่าที่เป็นอยู่เลย

เรื่องที่ ๒ ก็คืออยากจะขอถามท่านประธานเลยว่าผมไปศึกษาดูงาน ประเทศต่าง ๆ มีรัฐสภาน่าภาคภูมิใจเขาสร้างอย่างสง่างามแล้วก็สมกับเป็นอำนาจของ ฝ่ายนิติบัญญัติ รัฐสภาไทยริเริ่มมาพอสมควรแล้วทำไมยังไม่มีความคืบหน้า ขอทราบ ความคืบหน้า แล้วก็ในเรื่องรัฐสภาเหมือนกัน ซึ่งเรื่องนี้ผมค่อนข้างที่จะไม่เห็นพ้องด้วย ในเรื่องการที่ประธานสภามีนโยบายไปตั้งรัฐสภาประจำจังหวัด ผมว่ามันจะใช้จ่ายเงิน งบประมาณมากมายเกินไปหรือเปล่าครับท่านประธานครับ เอาเงินหลายพันล้านบาท เอาไปสร้างแหล่งน้ำ สร้างถนน สร้างสาธารณูปโภคให้กับประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้หรือไม่ ย้ำก็คือขอทราบความคืบหน้าในรัฐสภาไทย ให้เกิดความสง่างามสมเกียรติของฝ่ายนิติบัญญัติ แล้วก็ค่อนข้างที่จะไม่เห็นพ้องด้วย ในเรื่องการสร้างรัฐสภาประจำจังหวัด ก็ขอทราบรายละเอียดแล้วก็ขอคำชี้แจงจาก ท่านประธานด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนคร มาฉิม ครับ ในประเด็นรัฐสภาประจำจังหวัดนะครับ เราได้รับหนังสือจาก ท่านไพจิตในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะขอทำภารกิจ และกิจกรรมที่จะแจ้งให้กับประชาชนเขาได้ทราบ แล้วก็การรับเรื่องราวร้องทุกข์ต่าง ๆ ทีนี้ผมดูแลเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในงบปกติไม่มีนะครับ แต่เราขอแปรญัตติเข้าไป ก็ได้ทดลองเฉย ๆ ๔ แห่ง ก็จะมีภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ทดลองก่อนนะครับ เท่าที่ทราบก็แห่งละปี งบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ก็ภาคละ ๑ แห่ง ก็ใช้จ่ายเงินไปประมาณเท่าที่ทราบเบื้องต้นก็แห่งละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้ทดลองก่อนนะครับ ส่วนเรื่องการสร้างรัฐสภาใหม่ต้องแจ้ง ให้ท่านสมาชิกได้ทราบว่าคือผมได้กำกับดูแลเรื่องนี้มา ขณะนี้ยังไม่มีการรื้อถอน รื้อย้าย และ ขนย้ายอุปกรณ์ใด ๆ ทั้งสิ้นในพื้นที่ในการก่อสร้างนะครับ ซึ่งทางผมกับทหารได้ตกลงกันว่าจะมีการรื้อถอน รื้อย้าย และขนย้ายบางส่วนของทหาร ออกไป คาดว่าจะวันที่ ๕ ธันวาคมนี้ผมก็จะไปรับมอบ ส่วนพื้นที่โรงเรียนแล้วก็ห้องสมุดของ กรุงเทพมหานครแล้วก็บ้านพักของข้าราชการบางส่วนที่ยังอยู่ขณะนี้เราได้ประมูล การก่อสร้างไปเกือบหมดแล้วที่จะชดเชยแล้วก็ให้เขาย้ายออกไป เหลือที่เดียวที่กำลัง ประสานงานอยู่ก็คือกรุงเทพมหานครที่เราจะต้องจัดเงินส่วนหนึ่งให้กับกรุงเทพมหานคร ไปสร้างแห่งใหม่ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการประมูล ส่วนโรงเรียนโยธินบูรณะเราก็ประมูลไปแล้ว คาดว่าปี ๒๕๕๗ ซึ่งเขาจะย้ายออกไป ทางผมเองดูแลอยู่ก็ประชุมทุกเดือนเพื่อที่จะเร่งรัด ในการขนย้ายออกไปก่อน หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าทำไมไม่ดำเนินการ อันนี้ เราดำเนินการอยู่แต่ยังไม่มีการรื้อถอน รื้อย้าย และขนย้าย อันนี้แจ้งให้ทราบ หลังวันที่ ๕ แล้ว จะได้มีการแจ้งหรือแถลงให้ทราบว่าเราได้รับมอบพื้นที่แล้ว อันนี้จึงเรียนให้ทุกท่านทราบ ต่อไปอีก ๔ ท่าน ท่านนิยม เวชกามา แล้วก็มาที่ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ท่านสหรัฐ กุลศรี แล้วก็ท่านเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ๔ ท่านก่อนนะครับ เชิญครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ผมกราบเรียนหารือ ท่านประธานถึงความลำบากของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทั้งข้าราชการและพี่น้องประชาชน

ประเด็นแรก เนื่องจากผมได้รับการร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นลูกจ้างของ วิทยาลัยเทคนิคสกลนครและวิทยาลัยการอาชีพสกลนครเกือบ ๓๐๐ คนเมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมาถึงความที่เขาเป็นลูกจ้างเป็นเจ้าหน้าที่ในสถาบันการศึกษาดังกล่าว บางคนเป็นมา ๕ ปี ๑๐ ปี แต่บุคคลเหล่านี้ก็ยังเป็นลูกจ้างในอัตราชั่วคราวอยู่ เขาก็เลยเรียนสอบถาม เรียนขอความเมตตามาถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการผ่านท่านประธานว่าเขามี โอกาสที่จะได้รับการดูแลในเรื่องตำแหน่ง เรื่องความมั่นคงทางอาชีพหรือไม่ ตอนนี้มีหนังสือ ร้องเรียน หนังสือขอความเมตตาลงชื่อเรียบร้อยประมาณ ๓๐๐ คน

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน อันนี้เป็นเรื่องความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ คือเรื่องทางหลวงชนบทซึ่งเป็นปัญหาช่วงหน้าฝนฝนตกก็เดินทาง ด้วยความยากลำบาก คือถนนเส้นทางหลวงชนบท เช่น บ้านดอนเชียงบาล บ้านแสนพัน ตำบลอุ่มจาน อำเภอกุสุมาลย์และจากเส้นหน้าที่ว่าการอำเภอโพนนาแก้วไปบ้านดงน้อย ตำบลเหล่าโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ ฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ผ่านท่านประธานรัฐสภาด้วยว่าลำบากมากเดินทางไม่ได้ ทราบว่า งบประมาณก็ยังไม่มี ให้ท่านตรวจสอบสนับสนุนไปที่หน่วยงานที่รับผิดชอบด้วย

อีกเรื่องหนึ่งซึ่งพี่น้องประชาชนเรียนถามมาคือเรื่องการจำนำข้าว เขาบอก ขอลดขั้นตอนไปเพราะข้าวจะออกใหม่ ในบ้านผมกำลังจะออกแล้วเนื่องจากการขายข้าว ในการรับจำนำขั้นตอนมันยาว ขายใบประทวนแล้วก็รับเงิน ๓ ช่วงเป็นเวลาเกือบเดือน ถ้าลดลงมาเจ้าหน้าที่มารับเลยได้ไหมให้ประหยัดเวลาขึ้นให้ประมาณสักอาทิตย์หนึ่ง ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเจิมมาศ จึงเลิศศิริครับ

นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน เจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครต้องประสบกับปัญหา ฝนตกอย่างหนักทำให้น้ำท่วมแล้วก็การจราจรติดขัด แล้วก็ในช่วงที่ฝนตกหนักนั้น ความรุนแรงของปริมาณน้ำฝนนั้นมากกว่าศักยภาพของระบบระบายน้ำที่จะทำให้น้ำนั้น ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในทันที แต่ว่าเนื่องจากกรุงเทพมหานครนั้นเป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ แล้วก็เป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ ดิฉันคิดว่าท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเองก็เตรียม ความพร้อมอยู่ในการที่จะขุดลอกคู คลอง แล้วก็ตั้งเครื่องสูบน้ำ ๑,๒๐๐ กว่าเครื่อง รวมทั้ง ระบบอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ที่ติดตั้งตามพื้นที่ที่มีปัญหาต่าง ๆ อย่างเช่น ถนนสุขุมวิท คลองเปรมประชากร พญาไท บึงมักกะสัน คลองแสนแสบ ทั้งหมดรวม ๗ อุโมงค์ยักษ์ ด้วยกันนะคะ แล้วก็ศักยภาพในการระบายน้ำ ๑๕๖ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีค่ะ ระบบระบายน้ำคู คลอง แล้วก็อุโมงค์ยักษ์นั้นทำงานประสานเชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้น้ำฝนที่ตกลงมานั้น สามารถที่จะระบายได้ภายในครึ่งชั่วโมงถึง ๑ ชั่วโมงเท่านั้นค่ะ ดิฉันต้องขอขอบคุณ ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและหน่วยงานของกรุงเทพมหานครนะคะ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานเขตหรือว่าหน่วยเบสท์ (BEST) ในเขตต่าง ๆ แล้วก็ยังมีอีกอย่างหนึ่ง ปัญหา ที่ตามมาก็คือการจราจรติดขัด เนื่องจากว่าปริมาณรถในกรุงเทพมหานครนั้นมีมาก เนื้อที่ ของผิวจราจรที่จะรองรับรถได้นั้นมีน้อยกว่าปริมาณรถที่จดทะเบียนในขณะนี้ แล้วโดยเฉพาะช่วงนี้ ช่วงนโยบายรถคันแรกนั้นรถจดทะเบียนเพิ่มขึ้นถึงเกือบ ๗๐,๐๐๐ คันแล้ว ดิฉันคิดว่างบประมาณตรงนี้น่าจะมาใช้ในการสร้างระบบขนส่งมวลชนจะมีประโยชน์ มากกว่า ไม่ทำให้การจราจรติดขัดนะคะ แล้วก็ดิฉันเห็นว่านอกจากหน่วยงานของเขตแล้ว ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็ให้ตำรวจเทศกิจมาช่วยโบกรถในช่วงการจราจรคับขัน ดิฉันขอเสนอหน่วย อปพร. ค่ะ ซึ่งเขาได้เสนอตัวอยากจะมาช่วยงานกรุงเทพมหานคร ในการช่วยลดปัญหาการจราจรเนื่องจากตำรวจไม่เพียงพอ ไม่ทราบว่าช่วงนั้นตำรวจจราจรนครบาล ไม่ทราบว่าไปประท้วงอยู่ที่ไหนนะคะท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสหรัฐครับ

นายสหรัฐ กุลศรี สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ผมขอปรึกษาหารือท่านประธานสัก ๒-๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ เรื่องชาวนาได้รับความเดือดร้อนทั้งกายและใจ ในเรื่องทางกายนั้น เขาทำนาด้วยความยากลำบากทุก ๆ วันต้องลงไร่ลงนาใช้แรงกาย แต่ทางใจในปัจจุบัน เดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากมีนักวิชาการหลายคนจะยื่นคำร้องต่อศาลเรื่องการรับจำนำข้าว ชาวนาเขาฝากมาว่าให้คิดถึงหัวอกชาวนาด้วย ชาวนาเขาจะหมดหนี้หมดสินในยุคของ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เขาบอกว่าทำไมต้องอิจฉากัน เขาบอกว่าชาวนาเขาฝากมา อย่างนี้ ชาวนาจะหมดหนี้หมดสินในยุคนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่าอิจฉา ให้สนับสนุนการรับจำนำข้าวไปอย่างนี้ชาวนาจะได้หมดหนี้หมดสิน

เรื่องที่ ๒ เรื่องประชาชนริมถนนสาย ๓๓ ตั้งแต่สามแยกมาลัยแมนถึง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี โดยเฉพาะบริเวณสะพานข้ามลำน้ำกระเสียวจนไปถึงสุดเขต ตำบลทัพหลวง อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ข้างทางเขาขุดคลอง ปรากฏว่า เขาไม่ถมดินให้เรียบร้อย บางครั้งก็ไปบังหน้าบ้านทำให้ประชาชนออกสู่ถนนยากลำบาก จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยดำเนินการกลบถนนให้เรียบร้อย

เรื่องที่ ๓ เรื่องยาบ้าชุกชุม โดยเฉพาะในเขตอำเภอเดิมบางนางบวช อำเภอด่านช้าง และอำเภอหนองหญ้าไซ ยังไม่มีการปราบยาบ้าเท่าที่ควร ปัจจุบันก็ยังค้าขายกันอย่างเสรี โดยเฉพาะบริเวณแยกสระบัวก่ำ ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี มีพ่อค้า ส่งยาเป็นประจำ ฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณนั้นให้ช่วยดำเนินการดูแลให้ปราบยาเสพติด ให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทยด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก ครับ หลังจากนั้นจะเป็นอาจารย์สุรสาล ผาสุข แล้วมาท่านนริศ ขำนุรักษ์ ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เชิญครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขอขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครและเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตฝ่ายโยธาที่มุ่งมั่นเดินหน้าช่วยกันลอกท่อ แล้ว ณ วันนี้ก็เอา เครื่องรถยนต์สูบโคลนมาลงตามจุดต่าง ๆ ที่ได้รับการปฏิเสธจากกรมราชทัณฑ์ค่ะ ท่านประธานคะ ในช่วง ๓ สัปดาห์ที่แล้วดิฉันได้เคยทวงถามว่าเมื่อกรมราชทัณฑ์รับปากกับ กรุงเทพมหานครว่าจะมาลอกท่อให้ในเขตพื้นที่ของดิฉันก็คือเขตบางพลัดนั้น ๔๕ ซอย ก็มาทำเพียงแค่ ๔ ซอย ๑๓ หมู่บ้านในเขตบางกอกน้อยไม่มาเลย วันนี้ก็ยังไม่มา ก็ไม่เป็นไรค่ะ กรุงเทพมหานครเดินหน้าทำเองได้ เพียงแต่ว่าดิฉันคิดว่าสัญญาก็คือสัญญา แล้วในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาก็เห็นทาง บช.น. เอานักโทษมาช่วยลอกท่อ ดิฉันก็ต้องขอบพระคุณตรงนั้นที่มีน้ำใจ แล้ววันนี้รัฐบาลก็คิดว่า จะร่วมมือกับ กทม. ในการทำงานตรงนี้ แต่ว่าถ้าคิดจะช่วยเหลือกันจริง ๆ ก็ควรจะทำงาน ประสานกันให้มากกว่านี้ วันนี้ในเขตพื้นที่บางพลัด บช.น. นักโทษมาลอกท่อตรงปากซอย ถนนสิรินธร ๒ ซึ่งท่อมันอยู่กลางถนน ถนนมันเป็นแอ่งแล้วท่อตรงนั้นมันไม่ได้มีการอุดตัน เพราะกรุงเทพมหานครโดยสำนักงานเขตบางพลัดได้ทำการลอกท่อไปแล้ว แต่ บช.น. ก็มาทำซ้ำอีก ทำทำไมซ้ำ ๆ แบบนี้ ถ้าจะส่งคนมาช่วยยกหูโทรศัพท์ประสานหน่อยได้ไหมว่า ตรงไหนที่เคยรับปากแล้วไม่ได้มาทำวันนี้จะส่งคนมาช่วยจะขอแก้ตัว เพียงแค่ ยกหูโทรศัพท์กรุงเทพมหานครก็พร้อมที่จะให้ข้อมูล มาทำซ้ำกันแบบนี้ แล้วจุดตรงนั้น ดิฉันก็อดจะคิดไม่ได้ว่าทำเพื่อหาเสียงทางการเมืองหรือเปล่า ในเมื่อจุดอื่น ๆ ที่มันเป็น ความจำเป็นมาก ๆ ก็ไม่ทำนะคะ

สุดท้าย อยากจะฝากไปยังกรุงเทพมหานครอีกสักนิดหนึ่ง เมื่อวันนี้ มีความตั้งใจแล้วก็ทุ่มเทที่จะลอกท่อให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะทำจุดไหน จุดไหนทำเสร็จแล้วติดป้ายให้ชัดเจนค่ะ ถ้าแบบนี้ทำแล้วก็ไม่ติดป้าย ทำเสร็จประชาชน ก็ไม่รับทราบเขาก็จะตำหนิกรุงเทพมหานคร ทั้ง ๆ ที่กรุงเทพมหานครก็ได้ทำสิ่งที่ดีไปแล้ว ถ้าติดป้ายสร้างความชัดเจนพี่น้องประชาชนจะได้สบายใจว่าจุดที่เขาอยู่ตรงนั้นได้รับ การดูแลแล้ว ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

วันนี้วันที่ ๒ เห็นท่านอาจารย์รัชดาชม กทม. มากนะครับ สภาฝากอย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านช่วยไปเรียนท่านผู้ว่าราชการ กทม. ให้หน่อยว่าห้องสมุดจะคืนที่ดินที่รัฐสภานี่ครับ ยังไม่ประกวดราคาให้เลย รัฐสภาทวงไปหลายครั้งแล้ว ถ้าท่านประกวดราคาเมื่อไร กทม. จะมอบพื้นที่ให้รัฐสภานี่ก่อสร้างรัฐสภาใหม่ได้ อันนี้ฝากท่านไปประสานงานให้หน่อยนะครับ ช่วยกรุณาประกวดราคาให้หน่อยนะครับ เชิญครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนิดหนึ่งนะคะ ท่านประธานได้ติดตามการอภิปรายของดิฉัน แล้วก็ทักว่าดิฉันชม กทม. มากไปหน่อยหรือเปล่า คนทำดีดิฉันก็ต้องชมค่ะ ถ้าเกิดว่า ใครบกพร่องดิฉันก็ตำหนิด้วยหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่วนเรื่องเมื่อสักครู่ ที่ท่านประธานอยากให้ดิฉันได้กรุณาประสานกับทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ด้วยความยินดีค่ะ ดิฉันรับไปจะประสานเป็นการภายใน แต่ว่าถ้าจะให้ดียิ่งไปกว่านั้น อยากรบกวนให้ท่านนำสำเนาที่ท่านทำเรื่องไปแล้วให้ดิฉันด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ประสานไปเกือบปีแล้วครับ ประสานเกือบทุกเดือน เดี๋ยวผมจะประสานอีกทีหนึ่ง เพราะรัฐสภาจะสร้างเร็วหรือช้าอยู่ที่การรื้อถอนด้วยนะครับ เชิญท่านอาจารย์สุรสาล ผาสุข

นายสุรสาล ผาสุข สิงห์บุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือ ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ครับ

เรื่องที่ ๑ การติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณจุดกลับรถที่กิโลเมตรที่ ๑๐๔+๔๕๐ บริเวณป้อมตำรวจทางหลวงและจุดกลับรถที่กิโลเมตรที่ ๑๑๐+๕๐๖ บริเวณบ้านบางปูน ของทางหลวงหมายเลข ๓๒ ตอนบางปะอิน-นครสวรรค์ ซึ่งเรื่องนี้กระผมได้หารือ ผ่านท่านประธานในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ พร้อมทั้งได้ทำหนังสือกราบเรียน ไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ แต่จนบัดนี้ยังไม่ได้รับคำตอบที่เป็นรูปธรรมแต่ประการใด ท่านประธานที่เคารพครับ มีประชาชนชาวอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรีเสียชีวิตที่บริเวณจุดกลับรถนี้อยู่เนือง ๆ ความสูญเสียดังกล่าวนั้นไม่สามารถนับเป็นมูลค่าได้สำหรับญาติของผู้เสียชีวิตและเทียบกัน ไม่ได้กับงบประมาณเพียงน้อยนิดในการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างนี้ กระผมขอเรียกร้อง ผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมโปรดพิจารณาดำเนินการให้ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องการซ่อมแซมถนนลาดยางสายริมแม่น้ำน้อย หมู่ที่ ๔ ตำบลพระงาม อำเภอพรหมบุรี ในโครงการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ประสบอุทกภัย ประจำปี ๒๕๕๕ งบประมาณจำนวน ๑๐,๗๐๔,๐๐๐ บาท ในความรับผิดชอบของ จังหวัดสิงห์บุรีโดยอำเภอพรหมบุรีตามสัญญาว่าจ้างซึ่งแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ แต่ถนนเส้นนี้หลังจากก่อสร้างเสร็จแล้วก็ใช้งานได้ไม่เท่าไรถนนทรุดตัวลงเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ สภาพถนนมีความเสียหายและเป็นอันตรายต่อการสัญจรของประชาชน เป็นอย่างยิ่งตามภาพนี้นะครับ เรื่องนี้เป็นความเสียหายและใช้งบประมาณอย่างไม่คุ้มค่า ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบและจะแก้ปัญหานี้อย่างไรครับ

เรื่องที่ ๓ การซ่อมแซมเขื่อนเรียงหิน ค.ส.ล. หมู่ที่ ๘ ตำบลบ้านหม้อ อำเภอพรหมบุรี ในโครงการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ประสบอุทกภัย ปี ๒๕๕๕ งบประมาณ ๑๕ ล้านบาท ในความรับผิดชอบของจังหวัดสิงห์บุรีโดยอำเภอพรหมบุรีเช่นเดียวกัน สัญญา เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ แต่สภาพเขื่อนเรียงหินเป็นดังภาพนี้ ซึ่งยังสร้างไม่เสร็จ ไม่สามารถใช้งานได้ เป็นความทุกข์ใจของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เรื่องนี้ กระผมถามหาความรับผิดชอบของจังหวัดและอำเภอพรหมบุรีโดยตรงว่าจะดำเนินการ อย่างไรในการซ่อมแซมเพื่อให้แล้วเสร็จโดยเร็วครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง) ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือ ความเดือดร้อนในพื้นที่

เรื่องที่ ๑ ขอให้ทางประธานมีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทยให้จัดทำที่กั้นถนนรถไฟตัดผ่านถนนทั่วไป เพราะว่า เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุดมีผู้เสียชีวิตถึง ๕ คนในพื้นที่อำเภอปากพะยูน แล้วก็ขณะนี้ จุดที่มีความเสี่ยงในพื้นที่จังหวัดพัทลุงอย่างน้อย ๕ ที่ ที่ตำบลโคกทราย ตำบลป่าบอน ที่ตำบลหารเทา ตำบลปากพะยูน ที่บ้านควนเคี่ยม ที่บ้านควนพระ ตำบลปากพะยูน และที่ บ้านหูแร่ อำเภอบางแก้ว อย่างน้อย ๕ จุดนี้เป็นจุดเสี่ยงที่มีการจราจรคับคั่ง ขอให้ ดำเนินการด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ ถนนในรอบเกาะ เกาะนางคำยังมีจุดที่ยังไม่ลาดยางอยู่ประมาณ ๓ กิโลเมตร นอกนั้นก็จะครบถ้วนแล้วครับ เหลือช่วงสุดท้ายระหว่างบ้านท่าน้ำ ถึงบ้านแหลมดินสอ จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการลาดยางให้ครบถ้วนซึ่งจะจบ ทั้งเกาะนะครับ

เรื่องสุดท้าย ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าเป็นเรื่องความเดือดร้อนของ พี่น้องไม่เพียงแต่คนภาคใต้ เมื่อวานราคายางพาราตกลงอีกเกือบ ๔๐ สตางค์ต่อ ๑ กิโลกรัม ราคายางพารายังเป็นราคาที่ผันผวนอยู่ตลอดเวลาแล้วก็มีแนวโน้มที่จะตกลงเรื่อย ขณะนี้ ราคายางพาราในตลาดก็ไม่ถึง ๘๐ บาทนะครับ ซึ่งประชาชนได้รับความเดือดร้อน เพราะว่าค่าครองชีพสูงมาก ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานว่าขอให้ผู้รับผิดชอบ ได้ให้ความสำคัญ ให้ความสนใจ เพราะว่ายางพาราเป็นพืชหลัก เป็นพืชที่เกี่ยวโยงอยู่กับชีวิต แล้วก็สังคมของคนภาคใต้อย่างใกล้ชิดอย่างแยกกันออกไม่ได้นะครับ จึงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ที่รัฐบาลต้องทุ่มเทพยุงราคาให้ราคาสูงกว่านี้เพื่อลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ แล้ว การหารือปัญหาของพี่น้องประชาชนนั้นก็มีหลายเรื่อง ผมก็พยายามที่จะนำมาผ่าน ท่านประธานเผื่อไปยังผู้มีส่วนรับผิดชอบ วันนี้ขอเรื่องเดียวครับท่านประธาน เป็นเรื่องที่ เร่งด่วนแล้วก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ขออนุญาตที่จะฝากผ่านท่านประธานไปยังกองบังคับการ ตำรวจภูธร ภาค ๓ ซึ่งเป็นส่วนที่ดูแลในเรื่องของตำรวจของจังหวัดในภาค ๓ และโดยเฉพาะ จังหวัดสุรินทร์ในเขตเลือกตั้งของกระผมในอำเภอศีขรภูมิซึ่งเป็นอำเภอที่ใหญ่ ปัญหา เยอะแยะมากมายเลยครับ จากการบริหารจัดการอย่างไรผมไม่ทราบ เพราะผมไม่อยาก จะไปก้าวล่วง ก้าวก่าย หรือแทรกแซงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเขา แต่มีโจร มีขโมย งัดแงะกันเกือบทุกวัน แล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาวัยรุ่นยิงกันฆ่ากันตายหน้าโรงพักเลยครับ แล้วก็ยังจับตัวผู้ร้ายไม่ได้ ผมก็เลยทราบข่าวจากเพื่อนที่เป็นข้าราชการตำรวจบ้าง จากข้าราชการทั่วไปบ้าง บอกว่าวันนี้การบริหารงานจะเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่ว่าทำให้ ฝ่ายสืบได้ลาออกกันยกชุดเลยครับ แล้วก็สายตรวจก็ทำงานแบบขอผ่านไปทีหนึ่ง ผมก็ไม่รู้ จะมาร้องกับใคร ก็เลยมาฝากกับท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้บังคับการตำรวจภูธร ภาค ๓ หรือไม่ก็กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ให้ลงไปดูเรื่องนี้ เพราะโดยเฉพาะอำเภอศีขรภูมิผมเคยนำเรื่องมาเล่าให้ท่านประธานฟังในสภาครั้งหนึ่งว่า เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์ที่มีปัญหา เท่าที่ทราบตอนนี้ในจังหวัดสุรินทร์ มี ๒ อำเภอ คือ อำเภอปราสาทกับอำเภอศีขรภูมินี่เป็นที่พักยาบ้า ก็อยากที่จะฝาก ท่านประธานว่าเรื่องนี้เริ่มที่จะเป็นอันตรายกับวัยรุ่น โดยเฉพาะ ๒ อำเภอนี่มีวิทยาลัย ที่วัยรุ่นกำลังเข้าสู่วัยพอดีเลยทั้ง ๒ อำเภอ ก็เลยอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก้ปัญหาให้โดยด่วน ไม่ได้มีเจตนามาใส่ร้าย แล้วก็ไม่ได้มีเจตนาอะไรทั้งสิ้น เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขตามเจตนารมณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติครับ ขอกราบขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ครับ

นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ พังงา

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพังงา พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขอปรึกษาท่านประธานในเรื่องความรับผิดชอบ ของกระทรวงคมนาคม ก็คือทางหลวงชนบทสายบ้านปากพู่ อำเภอกะปง ซึ่งถนนเส้นนี้ สามารถไปถึงแหล่งท่องเที่ยวภูตาจอ แต่สภาพถนนตรงนี้เป็นหลุมเป็นบ่อมาก ก็ฝากกรมทางหลวงชนบท สาย พง. ๓๐๐๒ แยกทางหลวง ๔๐๐๑ อีกเส้นหนึ่งก็คือ สายทางหลวงแผ่นดิน สายบ้านคลองบางดินสอ-นบปริง อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา และสายบ้านท่านุ่น-ในหยง ซึ่งเส้นนี้ดิฉันเคยได้ปรึกษาผ่านระบบทางรัฐสภาไปแล้วก็ได้รับ งบประมาณลงไป แต่ทำการก่อสร้างได้เพียงครึ่งเดียว ยังเหลืออีกครึ่งหนึ่งก็ฝาก กรมทางหลวงไปด้วย

เรื่องที่ ๒ เรื่องค่าแรง ๓๐๐ บาทในส่วนของกระทรวงมหาดไทยค่ะ เพราะว่า พนักงานกวาดขยะของเทศบาลเมืองพังงาเขายังไม่ได้รับเงิน ๓๐๐ บาทเลย ทางเทศบาล แจ้งว่าได้ทำหนังสือมาถึงกระทรวงมหาดไทยแล้ว เนื่องจากทางกระทรวงมหาดไทยบอกว่า ให้ทางเทศบาลใช้เงินของเทศบาลเอง แต่งบประมาณไม่เพียงพอยังขาดอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ก็ฝากทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยช่วยดูแลพี่น้องใช้แรงงานกวาดขยะ ของเทศบาลเมืองพังงาด้วยนะคะ

เรื่องสุดท้าย เรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ผอ.โรงเรียนบ้านท่าเรือ เรื่องการก่อสร้างอาคารเรียนของโรงเรียนบ้านท่าเรือ อำเภอเกาะยาว แบบ สปช. ๒๐๒/๒๖ และการก่อสร้างห้องน้ำของโรงเรียนบ้านท่าหัน ตำบลรมณีย์ และโรงเรียนกะปงพิทยาคม ทั้ง ๒ โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนขนาดเล็กต้องการ ห้องน้ำจำนวน ๔ ที่นั่งซึ่งเป็นงบประมาณไม่มาก ก็ฝากทางกระทรวงศึกษาธิการช่วยดูแลด้วย โดยเฉพาะโรงเรียนในต่างจังหวัดซึ่งมีศักยภาพไม่เพียงพอที่จะนำเงินมาพัฒนาโรงเรียน ขอความกรุณาทางท่านประธานช่วยประสานทาง ๓ กระทรวงที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพรพิมล ธรรมสาร ครับ

นางสาวพรพิมล ธรรมสาร ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวพรพิมล ธรรมสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ตามที่พี่น้องเกษตรกรชาวนาในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยเฉพาะบริเวณ เขตอำเภอธัญบุรี อำเภอหนองเสือ ได้ประสบกับสถานการณ์ระบาดของศัตรูพืช เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๕ แล้วเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ทางจังหวัดได้พิจารณาประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน เมื่อปีที่แล้ว แล้วก็ได้สิ้นสุดระยะเวลาให้ความช่วยเหลือเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๕ นั้น เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในจังหวัดปทุมธานีมีความรุนแรง อย่างต่อเนื่อง แล้วก็พื้นที่นาข้าวของพี่น้องชาวเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง ทำให้ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันระยะเวลาที่กำหนดได้ และเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ที่ประชุม ก.ช.ภ.จ. มีมติขอให้ขยายเวลาให้ความช่วยเหลือกับผู้ประสบภัยดังกล่าว เพื่อที่จะให้ความช่วยเหลือกับผู้ประสบภัยให้เป็นไปอย่างทั่วถึง แต่ว่าวันนี้พี่น้องเกษตรกร ในพื้นที่ทั้ง ๒ อำเภอยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเลย จึงฝากเรียนท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยแล้วก็กระทรวงที่เกี่ยวข้องให้เร่ง แจ้งหน่วยงานเข้ามาทำการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ เพราะว่าได้เลยระยะเวลามาเป็น เวลา ๑ ปีแล้ว ขอบพระคุณมากค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านณรงค์ ดูดิง ครับ

นายณรงค์ ดูดิง ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมใคร่จะหารือ ๓ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องความคืบหน้าในการสร้างสนามบินท่าอากาศยานเบตง ประชาชนในพื้นที่ก็ถามเป็นจำนวนมาก เพราะว่าได้รับการอนุมัติมานานแล้ว เวนคืนไป หมดเงินไปเกือบ ๔๐๐ ล้านบาทแล้ววันนี้ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย อยากจะหารือไปยังท่าน เพื่อสอบถามไปยังกระทรวงคมนาคมว่าเมื่อไรจะได้ดำเนินการสักที

ประการที่ ๒ คือเรื่องเกี่ยวกับสำนักงานเกษตรอำเภอเบตง เนื่องจากว่า อำเภอเบตงเป็นอำเภอที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นสวนยางหรือผลไม้ อาสินต่าง ๆ มากมาย แต่สำนักงานเกษตรเก่าแล้วยังอยู่ในหลุมในบ่อแล้วก็ฝนตก น้ำท่วมเข้าทุกครั้งเลย สำนักงานเกษตรอำเภอเบตงนั้นไม่อาจจะเชิดหน้าชูตาให้กับ ชาวต่างชาติที่ผ่านไปผ่านมา โดยเฉพาะอำเภอเบตงเป็นอำเภอชายแดนที่มีนักท่องเที่ยว มาเป็นจำนวนมาก ไม่เหมาะสมเลยนะครับ ประตูของประเทศไทยนั้นอยู่ในลักษณะอย่างนั้น อยากจะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดูด้วยนะครับ แล้วก็รีบสร้างสำนักงานแห่งใหม่ เพื่อให้สง่างามสมกับเป็นประเทศไทยที่อยู่ชายแดนเพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศไทย เป็นสำนักงานที่สามารถต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองได้ด้วยในด้านการเกษตร

ประการที่ ๓ คือการสร้างสะพานข้ามเขื่อนแม่น้ำปัตตานีของถนนหมายเลข ๔๑๐ ระหว่างจังหวัดยะลากับอำเภอเบตง ซึ่งพี่น้องสอบถามว่าสะพานแห่งนี้ข้ามเขื่อนปัตตานีนั้น เมื่อไรจะเสร็จ ตอนแรกบอกว่าปี ๒๕๕๕ จะเสร็จ นี่มาปี ๒๕๕๕ จะปลายปีแล้วยังไม่เสร็จ สักที ดังนั้นอยากจะให้กระทรวงคมนาคมรีบสอบถามไปยังหน่วยงานที่ดำเนินการอยู่ คือกรมการทหารช่าง ทราบว่ากรมการทหารช่างเป็นคนสร้างอยู่ เมื่อไรจะได้เสร็จสักที พี่น้องประชาชนจะได้ใช้ให้เป็นประโยชน์แล้วก็สามารถร่นระยะทางจากอำเภอเบตงไปยัง จังหวัดยะลาได้ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านดอกเตอร์ลีลาวดี วัชโรบล ครับ

นางสาวลีลาวดี วัชโรบล กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ เขตดุสิต เขตราชเทวี พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันนะคะ

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในชุมชนจารุรัตน์ คุณศศิธร เดชขุน แจ้งผ่านดิฉันมาบอกว่ามีต้นไม้ใหญ่อยู่บริเวณถนนซอยเพชรบุรี ๓๑ ไปจนถึงซอยเพชรบุรี ๓๗ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีกิ่งไม้ระสายไฟ และแจ้งไปทาง กทม. แล้ว ก็ยังไม่มาตัด เป็นเหตุทำให้หม้อแปลงระเบิดอยู่บ่อย ๆ ประชาชนที่อยู่ในชุมชนจารุรัตน์ ซึ่งเป็นชุมชนที่มีขนาดใหญ่อยู่ใจกลางเมืองก็มีความกังวลเป็นอย่างยิ่ง แล้วช่วงนี้ฝนตกหนัก แล้วก็มีพายุเข้า สัปดาห์ที่แล้วเขามีการจัดประชุมประชาคมเพื่อจะจัดกองทุนเอสเอ็มแอล (SML) ระหว่างจัดประชุมอยู่ไฟก็ดับพรึบทั้งชุมชนเลย ซึ่งจริง ๆ ก็มีพี่น้องประชาชนที่อยู่ใน ชุมชนจารุรัตน์จำนวนมากทีเดียว นอกจากไฟดับแล้วน้ำยังท่วมมาประมาณครึ่งหน้าแข้งอีก ก็ฝากช่วยดูแลด้วยนะคะ

เรื่องที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนที่คุณบุญมี เลี้ยงเลข ได้ร้องผ่านมาบอกว่า ในชุมชนสวนเงิน เขตราชเทวี ท่อระบายน้ำในชุมชนนั้นอุดตัน มีสิ่งปฏิกูลแล้วก็ขยะมูลฝอย อยู่จำนวนมาก วันที่แจ้งผ่านมาดิฉันก็ให้เจ้าหน้าที่ลงไปเขาบอกพี่น้องประชาชนกำลังช่วยกัน งัดฝาท่อออกมาแล้วก็ทำกันเองเลย เพราะว่าเวลาฝนตกน้ำท่วมขังแล้วก็ส่งกลิ่นเหม็น พี่น้องประชาชนบอกว่าแจ้งผ่านไปหลายครั้งแล้ว แล้วก็ไม่เคยที่จะมาลอกท่อในบริเวณนี้เลย ต้องทำกันเอง ต้องช่วยกันเอง ดิฉันจึงอยากฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดหางบประมาณลงไปเพื่อจะไปอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ในชุมชนสวนเงินด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒-๓ เรื่องด้วยกันนะคะ

เรื่องแรก ก็คือในเรื่องของการจัดทำหรือก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งวันนี้ พี่น้องที่โดยสารทางรถไฟเขารอความหวังมาก โดยเฉพาะพี่น้องชาวใต้ที่จะเห็นรถไฟ ความเร็วสูงเกิดขึ้นมา เพราะว่า ณ ขณะนี้ระบบการขนส่งทางรถไฟอย่างที่ทุก ๆ ท่านทราบ ว่ามีความเดือดร้อนหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความสะอาดของรถไฟ ไม่ว่า จะเป็นในเรื่องของความตรงต่อเวลา ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่มีความสำคัญมาก ตั้งแต่รัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เราก็ได้ตั้งแผนไว้ที่จะดำเนินการก่อสร้าง ก็อยากจะให้รัฐบาลชุดนี้ ได้ดำเนินการสานต่อในเรื่องของการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงค่ะ

เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของโครงการรับจำนำข้าว วันนี้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เขาก็มีความเดือดร้อนกันมากค่ะท่านประธาน เพราะว่าในเรื่องของการใช้จ่ายเงินเมื่อเอาข้าว ไปจำนำแล้ว ณ ตอนนี้พี่น้องเกษตรกรก็ยังไม่ได้รับค่าข้าวที่เขาเอาไปจำนำไว้ ด้วยสาเหตุ ด้วยปัญหาอย่างใดดิฉันก็ไม่ทราบนะคะ แต่ว่าอยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยเร่งรีบแล้วก็ดูแล แก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างมากแล้วก็โดยด่วนเลย เพราะว่าวันนี้ปัจจัยที่ต้นทุนการผลิตต่าง ๆ ที่พี่น้องเกษตรกรใช้เขาก็ต้องการที่จะนำเงินตรงนี้ไปใช้จ่ายในเรื่องของสิ่งต่าง ๆ ดิฉันขออนุญาตทางท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ

สุดท้ายก็เรื่องราคายาง วันนี้ราคายางเราก็ตกอีกแล้วนะคะ ดิฉันก็ได้เห็นว่า มติ ครม. ก็ได้มีการอนุมัติยอดเงินมาอีกก้อนหนึ่งเพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้ แต่ว่าวันนี้เรื่องราคายาง ก็ยังไม่ได้รับการดูแลจากทางรัฐบาลก็ฝากทางรัฐบาลด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชูกัน กุลวงษา ครับ

นายชูกัน กุลวงษา นครพนม

กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผม ชูกัน กุลวงษา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอปรึกษา ท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่บ้านหนองหอยใหญ่ หมู่ที่ ๔ บ้านน้อยคำเจริญ หมู่ที่ ๑๑ บ้านหนองหอไตร หมู่ที่ ๑๔ ตำบลพุ่มแก อำเภอนาแก ซึ่งได้รับผลกระทบจากโครงการชลประทานลุ่มน้ำก่ำที่ทำให้น้ำท่วมนาราษฎรมาแล้ว ๒ ปี จำนวน ๕๖ ครอบครัว พื้นที่ทั้งหมด ๘๐๐ กว่าไร่ เป็นเวลา ๒ ปีกว่า ๆ ราษฎรได้รับ ความเดือดร้อนแต่ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากทางราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด เพราะที่ใกล้เคียงกันนั้นน้ำไม่ท่วมแต่ได้รับค่าเวนคืน ที่น้ำท่วมกลับไม่ได้รับค่าเวนคืน ฉะนั้น ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ลงไปดูแลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนโดยด่วน ก็จะเป็นผลดีกับรัฐบาลและพี่น้องประชาชน ผมก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๔๔ ท่าน
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขณะนี้ เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกาแล้วเข้าสู่กระทู้ถามสดนะครับ ท่านสมาชิกได้ลงชื่อ ๒๘๖ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขอเปิดการประชุมนะครับ ท่านสมาชิกครับ สืบเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว เราได้ตกลงกันว่าจะมีการเลื่อนกระทู้ถามสดมาถามในวันนี้นะครับ เนื่องจากข้อบังคับ ข้อ ๑๔๖ กำหนดว่าสัปดาห์หนึ่งกำหนดให้ ๓ กระทู้ ผมจึงอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ ขอปรึกษาที่ประชุมว่าจะขอยกเว้นข้อบังคับเพื่อที่จะให้มีการกระทู้ถามสดวันนี้ได้ ๔ กระทู้นะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าที่ประชุมไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นถือว่ามติเป็นเอกฉันท์ให้ยกเว้นข้อบังคับเพื่อถาม ๔ กระทู้นะครับ การถามกระทู้ถามสดผมจะไม่ไปเบรกท่านในช่วงที่ท่านถาม แต่จะให้ถาม ตอบได้ท่านละ ๑๐ นาทีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามสด

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๕ ส. เรื่อง นโยบายบัตรเครดิตเกษตรกร (นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

เชิญท่านชูวิทย์ครับ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

ผม นิยม วรปัญญา ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมีอะไรไหมครับ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

วันนี้มีผู้มาร้องเรียนเรื่องหวยบนดิน กับเรื่องสภาหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม ผมขอเป็นหนังสือยื่นต่อท่านแล้วกันนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ผมได้ประสานท่านรัฐมนตรี ท่านทนุศักดิ์แล้วหวยบนดินนะครับ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

ผมทำเป็นหนังสือยื่นต่อท่านนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชูวิทย์ถามครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี วันนี้ได้ยื่น กระทู้ถามสดเพื่อจะเรียนถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเกี่ยวกับเรื่องบัตรเครดิต เกษตรกร ซึ่งบัตรเครดิตเกษตรกรเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่บอกว่าเมื่อพรรคเพื่อไทย ได้จัดตั้งรัฐบาลแล้วจะมีบัตรเครดิตเกษตรกรให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งตอนนี้เราคงได้ยิน และได้ทราบเสมอครับว่ารัฐบาลไหนก็แล้วแต่ที่จะมาเป็นรัฐบาลก็บอกว่าชาวนา เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติมานานแล้วครับ วันนี้พรรคเพื่อไทย ได้มีนโยบายที่จะมีบัตรเครดิตเกษตรกรให้กับพี่น้องประชาชน บัตรเครดิตเกษตรกรนี้จะเป็น ประโยชน์อย่างไรให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้รัฐบาลมีนโยบายบอกว่าลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส วันนี้ถ้าบัตรเครดิตเกษตรกรถึงมือเกษตรกรได้ก็จะลดต้นทุน ในการผลิตก็คือลดรายจ่าย เขาจะได้มีเงินไว้ซื้อปุ๋ย ซื้อยาฆ่าแมลง ซื้อพันธุ์ข้าว จ้างรถไถนา ในต้นฤดูการผลิต ต่อจากนั้นเสร็จแล้วก็จะสามารถเพิ่มรายได้โดยพี่น้องเกษตรกรจะได้ขายข้าว ได้ขายมันสำปะหลังในราคาที่แพงที่รัฐบาลประกาศว่าจะมีนโยบายรับจำนำข้าว ซึ่งข้าวหอมมะลิ รัฐบาลประกาศบอกว่าปีนี้จะซื้อที่กิโลกรัมละ ๒๐ บาท แถวบ้านผมเขาเรียกว่าแสนละ ก็คือ แสนละ ๒,๔๐๐ บาท ข้าว กข. ๖ ก็อยู่ที่กิโลกรัมละ ๑๖ บาท ข้าวเจ้าพันธุ์ปทุมธานี ข้าวเจ้า พันธุ์ชัยนาทก็กิโลกรัมละ ๑๕ บาท ก็จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร แล้วก็ขยายโอกาส ในการขยายโอกาสนั้นก็ให้เกษตรกรได้เข้าถึงโรงสี เข้าถึงพ่อค้าประชาชน ที่สามารถที่จะมีเงินไปจับจ่ายใช้สอยในการซื้อพืชผลการเกษตรเขาก็จะได้มีโอกาส ซึ่งเดิม ๆ เกษตรกรทำนาขาดทุนครับ ถ้าจดบัญชีฟาร์มลงทุนไป ๑๙,๐๐๐ บาท อาจจะขายข้าวได้สัก ๑๔,๐๐๐ บาท แต่เกษตรกรก็ต้องทำนาต่อไป วันนี้รัฐบาลนะครับ ผมคิดว่าเป็นแนวนโยบาย ที่ดีแล้วว่าจะมีบัตรเครดิตเกษตรกร ซึ่งสมมุติว่านะครับ ก็ขอถือโอกาสนี้บอก พี่น้องประชาชนว่าวันนี้สมมุติ ผม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ได้ทำนาได้ขึ้นทะเบียนกับ เกษตรอำเภอว่าผมเป็นเกษตรกรที่ทำนาปลูกข้าวหอมมะลิ ๑๐ ไร่ ข้าวหอมมะลิ ๑๐ ไร่ ก็จะได้ข้าวประมาณ ๔ ตัน ถ้านโยบายรับจำนำข้าวก็อยู่ที่กิโลกรัมละ ๒๐ บาท ๔ ตัน ผมก็จะมีเงิน ๘๐,๐๐๐ บาท ซึ่งวันนี้ ธ.ก.ส. ก็จะเอาเงินเข้าในบัตรเครดิตเกษตรกรให้ผม ในจำนวน ๘๐,๐๐๐ บาท เสร็จแล้วมีข้อตกลงกันว่าเมื่อเงินเข้า ๘๐,๐๐๐ บาทให้ผมใช้ร้อยละ ๖๐ ก็คือประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าบาท เมื่อทำนาเสร็จแล้วผมก็จะเอาข้าวไปส่งที่โรงสีเพื่อจะใช้หนี้ ในวันที่ผมเอาเงินมาเริ่มฤดูการผลิต ปุ๋ยที่ผมเคยซื้อกระสอบละ ๑,๑๐๐ บาท เพราะว่า ไปเชื่อพ่อค้ามานี่ วันนี้ผมก็จะสามารถเอาบัตรนี้ไปรูดในราคา ๘๐๐ บาท ต้นทุนการผลิต ของผมก็จะลดลงกระสอบละ ๓๐๐ บาท สมมุติผมซื้อปุ๋ย ๑๐ กระสอบ ๑๑,๐๐๐ บาท ผมก็จะมาซื้อในวันนี้ ๘,๐๐๐ บาท ก็จะสามารถลดต้นทุนในการซื้อปุ๋ยลงมา ๓,๐๐๐ บาท ก็คือลดรายจ่ายแล้วก็เพิ่มรายได้ เมื่อในอดีตในรัฐบาลที่ผ่านมามีการประกันราคาก็คือ ข้าวหอมมะลิประกันราคาที่กิโลกรัมละ ๑๕ บาท แต่ไปขายจริง ๆ ได้ ๑๓ บาท รัฐบาล ก็ชดเชยส่วนต่างกิโลกรัมละ ๑.๕๐ บาทให้กับเกษตรกร เกษตรกรหลายคนก็เข้าใจว่าได้เงินฟรี แต่จริง ๆ แล้วก็คือเงินขายข้าวไม่พอที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ว่าจะประกันราคาข้าวหอมมะลิ ที่ ๑๕ บาท ถ้าผมทำนาตอนรัฐบาลก่อน ๔ ตันผมก็จะได้เงินประมาณ ๖๐,๐๐๐ บาท แต่ไปขายจริง ๆ ได้ประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าบาทแล้วได้รับเงินชดเชยอีก ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท รวมแล้วก็ประมาณเกือบ ๖๐,๐๐๐ บาท แต่วันนี้พรรคเพื่อไทยบอกว่าผมทำนา ๔ ตัน ผมได้เงินกิโลกรัมละ ๒๐ บาท ผมก็จะได้เงินประมาณ ๘๐,๐๐๐ บาท วันนี้ก็เป็นโอกาสของพี่น้องประชาชนที่จะได้เข้าถึง คือลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ก็อยากจะฝากเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าขณะนี้ มีพี่น้องเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการกับโครงการบัตรเครดิตเกษตรกรมีจำนวนกี่ราย ๒. เกษตรกรที่เข้าโครงการแล้วจะสามารถนำบัตรนี้ไปรูดซื้อสินค้าอะไรได้บ้าง ก็อยากจะฝาก เรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าเมื่อเราเริ่มโครงการนี้แล้วใช้บัตรนี้รูดซื้ออะไรได้บ้าง และมี เกษตรกรกี่รายที่เข้าร่วมโครงการและเหลือกี่ราย แล้วก็ท่านรัฐมนตรีตอบแล้วผมจะขอถาม ท่านอีกคำถามหนึ่ง ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญรัฐบาลครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังและรักษาการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เนื่องจากว่าในขณะนี้ ท่านไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศนะครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส. ขวัญใจประชาชนจากจังหวัดอุบลราชธานีที่ได้ให้ความสนใจต่อ ความเป็นอยู่ความทุกข์ร้อนแล้วก็ความเป็นไปของพี่น้องประชาชนในเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องบัตรเครดิตเกษตรกร จากที่ท่านได้ชี้แจงมาในคำถามเมื่อสักครู่นี้ท่านได้พูดค่อนข้าง ครอบคลุมพอสมควรแล้ว ผมก็ใคร่ขอกราบเรียนต่อคำถามของท่าน แล้วก็จะขออนุญาตพูด ในส่วนที่เกี่ยวข้องไปด้วยเลยเพื่อจะเป็นการประหยัดเวลานะครับ

โครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกรเป็นอย่างที่ท่านว่า เป็นโครงการของรัฐบาล ที่ต้องการที่จะลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนยากคนจนทั่วทั้งประเทศ แต่เนื่องจากว่าโครงการนี้เป็นโครงการใหม่แล้วก็เป็นโครงการ ที่ประเทศไทยเรายังไม่เคยทำมาเลย เราก็เลยต้องมีความระมัดระวังแล้วก็มีความรอบคอบ ในการทำงาน รัฐบาลได้มอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งมีความเชี่ยวชาญแล้วก็ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนชาวชนบทเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้ ขอกราบเรียนว่าโครงการนี้ ณ วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๕ ความคืบหน้าคือมีเกษตรกร ผู้มาขอบัตรแล้ว ๑,๘๒๑,๘๖๘ ราย อนุมัติไปแล้ว ๙๑๒,๕๓๙ ราย อยู่ระหว่างการพิจารณา ๘๕๙,๖๓๑ ราย จำนวนยอดงบประมาณหรือเงินที่ใช้ผ่านบัตรไปแล้วเป็นเงิน ๑๔,๗๐๐ กว่าล้านบาท ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ๒,๖๘๕ ร้านค้า นี่คือ ณ ปัจจุบันก็ว่าได้ ขออนุญาตเรียนท่าน ส.ส. ชูวิทย์ต่อว่าแผนการดำเนินการหลักของ ธ.ก.ส. ที่จะดำเนินการต่อไป ในปีที่จะถึงนี้ว่าจะทำอะไรบ้าง เราจะจัดทำบัตรและส่งมอบบัตรให้เกษตรกรให้ครอบคลุม ทุกการผลิต ในปีหน้านี้จะประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ใบ วงเงินผ่านสินเชื่อไม่ต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และจะขยายวัตถุประสงค์ของการใช้บัตรไปยังปัจจัยการผลิต ของเกษตรกรทุก ๆ ประเภท แล้วก็จะขึ้นทะเบียนร้านค้าเพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกเพิ่มขึ้น เช่นสถานีน้ำมัน ในปีบัญชี ๒๕๕๖ นั้นเราจะส่งมอบบัตรให้ได้ไม่ต่ำกว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ ใบ ซึ่งประมาณการวงเงินผ่านสินเชื่อคงไม่ต่ำกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ขยายวัตถุประสงค์ การใช้บัตรนอกเหนือจากปัจจัยการผลิตไปยังปัจจัยอื่น ๆ เช่นอุปโภคบริโภค แล้วก็ขยาย การขึ้นทะเบียนร้านค้าที่รับบัตรเพิ่มขึ้น อันนี้คือในปีหน้า ส่วนในปีต่อ ๆ ไปเราก็จะจัดทำ บัตรสมาชิก บัตรเครดิต ส่งมอบให้กับเกษตรกร สมาชิกสหกรณ์ แล้วก็บุคคลทั่วไป อันนี้ เป็นแผนงานในปีต่อ ๆ ไปหลังจากปี ๒๕๕๖ ประมาณการวงเงินผ่านสินเชื่อบัตรเกษตรกรนั้น จะไม่ต่ำกว่า ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ขยายวัตถุประสงค์ของการใช้บัตรให้เหมือนบัตรเครดิต ทั่ว ๆ ไป สามารถเบิกถอนเงินได้จากตู้เอทีเอ็ม (ATM) เป็นระบบพูล (Pool) และสามารถเอา บัตรเครดิตเกษตรกรนี้เชื่อมโยงกับระบบในการให้การช่วยเหลือโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล ในการช่วยเหลือบุคคลตามกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ เช่น คนพิการ คนชรา คนขับรถแท็กซี่ เป็นต้น แต่ว่าในฐานะที่ผมกำกับดูแลโครงการนี้อยู่ผมก็ได้ขอให้ทาง ธ.ก.ส. พยายามร่นระยะเวลา ให้เร็วขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เกษตรกรให้มากที่สุด แล้วก็ครอบคลุม มากที่สุด ซึ่ง ธ.ก.ส. ก็ได้ให้คำตอบว่าจะสามารถดำเนินการได้ไวขึ้นกว่าเดิมนะครับ

สำหรับคำถามที่ว่าเกษตรกรจะสามารถมีบัตรสินเชื่อได้เช่นใด ก็ขอกราบเรียนว่า โครงการนี้เป็นโครงการใหม่ ธ.ก.ส. อาจจะต้องมีความระมัดระวังค่อยเป็นค่อยไปนิดหนึ่ง คนที่ต้องการจะได้รับบัตรสินเชื่อเกษตรกรนั้นก็ให้สมัครเป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. แล้วก็ ไม่เป็นหนี้ค้างชำระ ในระยะแรกนั้นเราก็จะเริ่มจากผู้ที่เป็นนาข้าวก่อน ต่อ ๆ ไปก็จะไปถึง อาชีพอื่น ๆ ต่อไป เรียนเบื้องต้นขอตอบคำถามแรกก่อนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะสภาอุตสาหกรรมภาคกลางตอนบน ๒ (จังหวัดลพบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี) ขณะนี้กำลังมีการกระทู้ถามสด เรื่องนโยบาย บัตรเครดิตเกษตรกร ถามโดยท่าน ส.ส. ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จากจังหวัดอุบลราชธานี เชิญท่านชูวิทย์ครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จังหวัดอุบลราชธานี ขอเรียนถามเรื่องบัตรเครดิตเกษตรกรต่อว่า วันที่รัฐบาลได้บอกพี่น้องประชาชนว่าจะมีบัตรเครดิตเกษตรกรให้สำหรับพี่น้องประชาชน ในการที่จะต้องทำการเกษตร ก่อนฤดูการผลิตจะต้องมีเงินเข้าบัตรเครดิต แต่ตอนนี้ มีการถกเถียงกันว่าดอกเบี้ยเกษตรกรต้องเสียไหม ซึ่งผมมีความเข้าใจว่า ๓๐ วันแรก ไม่เสียดอกเบี้ย เมื่อเลยวันที่ ๓๐ เป็นวันที่ ๓๑ แต่ไม่เกินวันที่ ๑๕๐ จะเสียดอกเบี้ย ซึ่งถ้าไม่เกิน ๑๕๐ วันคิดว่าดอกเบี้ยอยากจะให้รัฐบาลอย่าได้คิดดอกเบี้ยกับพี่น้องประชาชน เพราะว่าถึงจะคิดอย่างไรพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นเกษตรกรก็ไม่สามารถที่จะมีดอกเบี้ยมาจ่าย ให้กับ ธ.ก.ส. ได้ ส่วนการที่ชาวบ้านอยากจะได้บัตรเครดิตเกษตรกรแต่ต้องไปสมัคร เป็นสมาชิก ธ.ก.ส. วันนี้ ธ.ก.ส. เป็นที่สนใจของพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างยิ่งแล้วก็สนใจ พี่น้องเกษตรกรจะไปสมัครเป็นลูกค้าใหม่นี่ยากมาก พอยากเสร็จแล้วเขาก็ไม่มีโอกาสที่จะ ได้บัตรเพราะการที่จะไปเปิดบัญชีธนาคารไหนมันง่าย แต่จะไปเปิดบัญชีที่ ธ.ก.ส. และเป็น ลูกค้า ธ.ก.ส. นี่ยากจริง ๆ ครับท่านรัฐมนตรี ก็อยากจะเรียนถามท่านว่าเราจะเก็บดอกเบี้ย กับพี่น้องประชาชนไหม แล้วก็จะทำวิธีไหนที่จะให้เกษตรกรได้สมัครเป็นลูกค้า ธ.ก.ส. ได้อย่างรวดเร็วแล้วก็ได้บัตรเครดิตเกษตรกรตรงนี้มา ถือว่าเป็นอานิสงส์ของพี่น้องเกษตรกร เป็นอย่างยิ่งจากนโยบายนี้ครับ ถ้าเราเร่งออกบัตรเครดิตให้กับเกษตรกร ๒,๐๐๐,๐๐๐ ราย ได้อย่างรวดเร็ว แล้วเพิ่มจากข้าวเป็นมันสำปะหลัง เป็นยางพารา เป็นพืชเกษตรอื่น โครงการ รับจำนำข้าว โครงการรับจำนำมันสำปะหลังจะไม่มีการทุจริตเลย สมมุติผมได้ขึ้นทะเบียน เกษตรกรและได้บัตรเครดิตเกษตรกรแล้วนี่ ผมรับเงินจาก ธ.ก.ส. มาแล้ว ผมจะต้องเอาข้าว ไปส่งที่โรงสีเพื่อจะไปใช้หนี้ที่ผมได้เอาบัตรไปรูดมาก่อน อย่างไร ๆ ผมก็ไม่มีสิทธิที่จะขาย ใบประทวนได้ ถ้าได้บัตรเครดิตเกษตรกรให้กับเกษตรกรทุกคนที่เข้าร่วมโครงการ โครงการ รับจำนำข้าวที่เกษตรกรจะต้องไปขายใบประทวนให้โรงสี และโรงสีจะไปเบิกเงิน อย่างที่พรรคฝ่ายค้านได้บอกผมเชื่อว่าไม่มีการทุจริตเด็ดขาด ก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรี ได้เร่งในการออกบัตรเครดิตเกษตรกรให้กับเกษตรกรทุก ๆ คนที่ได้เข้าร่วมโครงการในปีนี้ ขอเรียนถามท่านตรงนี้ก่อน ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบขอบคุณท่าน ส.ส. ชูวิทย์นะครับ สิ่งที่ท่านอภิปรายในวันนี้ผมเชื่อว่าทาง ธ.ก.ส. เขาก็รับฟังอยู่นะครับ ผมก็ถือว่าดีใจแทน ธ.ก.ส. ที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจ แล้วปัญหา ของการเข้าเป็นลูกค้า ธ.ก.ส. ยากนั้นผมก็คิดว่าจะรับไปแก้ไข แล้วก็จะพยายามทำให้เข้า ง่ายที่สุดนะครับ ขอกราบเรียนเรื่องดอกเบี้ยนะครับว่าตลอดระยะเวลาที่ใช้บัตรเครดิต ยกตัวอย่างเช่นเกษตรกรที่ปลูกข้าว ทางรัฐบาลร่วมกับ ธ.ก.ส. ได้มีการเจรจากับ ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทปุ๋ย บริษัทยาฆ่าแมลง บริษัทที่ขายเมล็ดพันธุ์ บริษัทที่ค้าน้ำมันคือ ปตท. และบางจาก ในตลอดระยะเวลา ๕ เดือนหรือประมาณ ๑๕๐ วัน จะไม่มีดอกเบี้ย ขอยืนยันนะครับจะไม่มีดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นพี่น้องเกษตรกรที่ทำนา ตั้งแต่ไถจนเก็บเกี่ยวแล้วท่านจะไม่มีดอกเบี้ยเลยขอยืนยัน แล้วขณะเดียวกันพืชชนิดอื่น ๆ เราก็พยายามจะขยาย เกษตรกรกลุ่มอื่น ๆ ก็พยายามขยายให้มากที่สุด แล้วก็อย่างที่ได้ กราบเรียนตอนต้นก็คือว่าที่ตั้งเป้าไว้ในปีหน้า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ใบแล้วก็ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ใบ แต่ระบบที่ ธ.ก.ส. ได้เตรียมไว้แล้วเขาเตรียมไว้ถึง ๔,๐๐๐,๐๐๐ ใบก็คิดว่าพอที่จะ ครอบคลุมได้ แต่ถ้าหากว่า ๔,๐๐๐,๐๐๐ รายแล้วยังไม่ครอบคลุม ธ.ก.ส. ก็มีศักยภาพ ที่จะเพิ่มลูกค้าเพิ่มขึ้น เพิ่มระบบแล้วก็เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เพราะฉะนั้น ก็กราบเรียนให้ท่าน ส.ส. ชูวิทย์และพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรได้สบายใจครับว่ารัฐบาล ภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้วก็ ธ.ก.ส. หรือธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจะพยายามทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดและเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุดกับพี่น้องประชาชนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เหลือนาทีเดียวถามเลยนะครับ เชิญครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่ได้บอกพี่น้องประชาชนว่าบัตรเครดิตเกษตรกรถ้าไม่เกิน ๑๕๐ วันก็ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย แต่ฝากสุดท้ายครับ มีร้านที่เข้าร่วมโครงการเราตอนนี้มีน้อย เสร็จแล้วเถ้าแก่ที่ร้าน ก็จะพยายามบอกว่าถ้าคุณรูดบัตรผมจะคิดดอกเบี้ยคุณต่างหาก ๑๐ บาท ๕ บาท ก็อยากจะฝากว่าวันนี้มีท่าน ส.ส. พรชัย ท่าน ส.ส. กุสุมาลวตี ท่าน ส.ส. ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ท่าน ส.ส. ทองดี ท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล แล้วก็ท่าน ส.ส. มานะ บอกว่านโยบายนี้ ยอดเยี่ยมมาก แล้วก็จะพากันลงพื้นที่ได้ติดตามโครงการบัตรเครดิตเกษตรกรของรัฐบาล ผมไม่มีประเด็นอะไรถามต่อ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีรับฝากนะครับ หรือจะตอบเชิญครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ ขอตอบนิดเดียวครับว่าในขณะนี้ในเรื่องของการเพิ่มร้านค้านะครับ ในเบื้องต้นรัฐบาลเป็นคนดำเนินการเพื่อที่จะให้เกิดการขับเคลื่อนในตอนแรก แต่ในระยะ ต่อไปนี้ก็จะเป็นอิสระที่ว่าร้านค้าใดคิดว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีและเกิดประโยชน์กับ กิจการของเขาก็เป็นอิสระที่ร้านค้าจะเข้าร่วมโครงการโดยติดต่อกับ ธ.ก.ส. ณ ที่นั้น ๆ เพราะฉะนั้นในอนาคตพี่น้องเกษตรกรก็จะมีร้านค้าเข้าโครงการเยอะขึ้น แล้วที่สำคัญก็คือว่า จะมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลายมากขึ้น โดยจะอยู่หลักการเดิมคือไม่มีดอกเบี้ยครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๑๐๖ ส. เรื่อง ปัญหาการกำกับดูแลสมาคมกีฬา ของการกีฬาแห่งประเทศไทย (นายศุภชัย ใจสมุทร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

เชิญถามครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ต้องขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ได้ให้ความสำคัญกับกระทู้ถามสดที่ผมจะได้ถามท่าน ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะถาม ต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็คือในฐานะที่ท่านเป็นประธาน การกีฬาแห่งประเทศไทย เนื่องจากว่าเรื่องของกีฬาเป็นเรื่องที่นับวันก็จะมีความสำคัญมากขึ้น และการกีฬา ก็ได้มีการจัดตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ ตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๘ และในมาตรา ๘ กกท. คือการกีฬาแห่งประเทศไทยก็มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเรื่องของ การกีฬา เรื่องสำคัญก็คือ (๗) ของมาตรา ๘ ก็คือการสอดส่องและควบคุมการดำเนินกิจการ การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทยมีชนิดของกีฬาและสมาคมที่ดำเนินการเกี่ยวกับการกีฬา และการส่งเสริมการกีฬาที่จะต้องได้ขอรับใบอนุญาตจาก กกท. ที่ผมเรียนตรงนี้ก็แปลว่า อย่างนี้ครับ กกท. ท่านมีหน้าที่โดยตรงในการที่จะเข้าไปกำกับดูแลบรรดาสมาคมทั้งหลาย คือสมาคมกีฬา สมาคมกีฬาได้รับเงินอุดหนุนเงินสนับสนุนจาก กกท. เงินเหล่านั้นเป็นเงิน ที่มาจากภาษีของประชาชนที่เราได้ไปส่งเสริมกีฬา และเงินเหล่านั้นไม่ว่าเงินแต่ละสมาคม จะได้ไปมากบ้างน้อยบ้างก็ตาม แต่ล้วนแล้วเป็นเงินที่มาจากประชาชนทั้งสิ้น สิ่งที่ผม อยากจะถามต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในฐานะที่ท่านเป็น ประธานการกีฬาแห่งประเทศไทยก็คือว่าในวันนี้ส่วนนโยบายคือจากการกีฬาแห่งประเทศไทย จากท่านรัฐมนตรีเองในการเข้าไปกำกับดูแลสอดส่องสมาคมกีฬา ซึ่งเปรียบเสมือนว่า เป็นสมาคมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของท่านนี่ท่านได้ดำเนินการไปอย่างไร มันมีเรื่อง มีข่าวคราวของสมาคมกีฬาบางสมาคม ยกตัวอย่างเช่นสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มันมีข่าวอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ ข่าวในสื่อต่าง ๆ รวมถึงข่าว ในต่างประเทศถึงเรื่องความไม่ชอบมาพากลต่าง ๆ แต่นับจากที่มีข่าวคราวจนถึงวันนี้ ผมก็พยายามที่จะติดตามดูแลในสื่อต่าง ๆ เช่นเดียวกัน แต่ผมไม่พบว่ามันมีการออกมา ดำเนินการอย่างใดบ้างจากการกีฬาแห่งประเทศไทยในฐานะซึ่งผมคิดว่าท่านเป็น เรกกูเลเตอร์ (Regulator) แต่วันนี้ท่านเงียบ ท่านไม่ได้ออกมาเทค แอคชัน (Take action) อะไรเลย ก็เลยอยากถามเป็นคำถามแรกละครับว่าตัวท่านเองนี่มีนโยบายที่มอบให้ การกีฬาแห่งประเทศไทยได้ไปดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรบ้าง หรือมีหน้าที่ว่าสิ้นปีก็จะส่งเงิน ให้แต่ละสมาคม แต่เขาจะไปดำเนินการบริหารแบบอีลุ่ยฉุยแฉกอย่างไรก็ไม่ได้ติดตาม ขอถามคำถามแรกนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องขออนุญาตตอบกระทู้ถามสดของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติดังต่อไปนี้นะครับ สิ่งที่ท่านพูดมาทั้งหมดนี่ผมดำเนินการมาตลอด และเป็นปัญหาจุกอยู่ที่ผม แล้วก็ที่ การกีฬาแห่งประเทศไทยมาโดยตลอด สมาคมทั้งหมด ๖๕ แห่งมีปัญหามาโดยตลอด ทุกสมาคม ที่ดัง ๆ หน่อยก็มีอยู่ ๒-๓ สมาคม ท่านเอ่ยมา ๑ สมาคมแล้วคือสมาคมฟุตบอล ยังมีสมาคมบาสเกตบอลซึ่งผมจัดการเองเรียบร้อยแล้วนะครับ สมาคมบาสเกตบอลนี่ เรียบร้อยแล้ว ก็มีสมาคมยิงปืน แบดมินตัน ซึ่งยังจะตามมาอีก ปัญหาสมาคมเหล่านี้ มันเป็นมรดกตกทอดกันมานาน แต่ละท่านที่เป็นนายกสมาคมก็ดี กรรมการสมาคมก็ดี ล้วนเป็นท่านบิ๊ก (Big) ทั้งนั้น พูดตรงไปตรงมานะครับ บิ๊ก ๆ ปัญหาก็เยอะแยะมากมายก่ายกอง เหลือเกิน กรณีสมาคมมวยสากลสมัครเล่นก็เหมือนกัน สุดท้ายผมก็ต้องไปยุบสมาคมหนึ่ง ไปให้เหลือสมาคมเดียวก็เสร็จเรียบร้อย แต่ปัญหามันอย่างนี้ครับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขอบคุณมากที่ยกปัญหานี้ขึ้นมา ปัญหาอันนี้แหละเป็นตัวนำที่ทำให้ผมต้องเสนอกฎหมาย พ.ร.บ. การกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าสู่สภาชุดนี้ กำลังรอเข้าบรรจุระเบียบวาระของท่านประธานอยู่ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ ออกมาแล้วจะแก้ไขปัญหาที่มีอยู่แล้วเกือบทั้งหมดเลย กฎหมายปัจจุบันปี ๒๕๒๘ ที่ท่านยกขึ้นมานี่มันเหมือนกับลอย ๆ เฉย ๆ อำนาจที่แท้จริงไม่มี สมาคมการกีฬา แห่งประเทศไทยเวลาจดทะเบียนเขาจดกับกระทรวงมหาดไทย ถ้าสมมุติเราจะไปยุบสมาคม อันนี้ได้ไหม ทำไม่ได้ อย่างมากก็ถอนคำว่า แห่งประเทศไทย ออกไปเท่านั้นเอง ทำได้ แค่นี้เอง ส่วนพฤติกรรมที่เขาทำมา ผลงานของเขาทำมานั่นเราไปดูแลเขาไม่ได้เลย ไม่มีสิทธิ เข้าไปกำกับดูแลเขาเลย เป็นต้นว่าไปแข่งซีเกมส์ที่ประเทศ สปป. ลาว โอ้โฮ โดนน็อก (Knock) เสียยกแรก ไปประเทศอินโดนีเซียก็ไม่ติดอันดับ แล้วอะไรต่ออะไรอีกหลายอย่าง นี่จะไปประเทศพม่านี่ผมดู ก็มีท่านรองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งท่านรับปากจะดูแล ด้วยตัวท่านเอง ก็โอเค (OK) ก็คงไม่เสียชื่อเหมือนเดิม ๆ แล้ว ดังนั้นลักษณะอย่างนี้ คือเป็นภาพพฤติกรรม หรือที่ท่านบอกมีข่าวจากต่างประเทศ ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นภาพ พฤติกรรมของสมาคม ซึ่งตาม พ.ร.บ. อันนี้เราเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ได้เลย ถ้าตราบใดที่เขา ไม่ทำผิดข้อบังคับของเขาเอง ถ้าเขาทำผิดข้อบังคับของเขาเองเราสามารถเข้าไปดูแลได้ อย่างเช่นบาสเกตบอลอย่างนี้เราเข้าไปควบคุมดูแลกิจการเขาได้ให้เขาเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ ให้เขาทำบัญชีสมาชิกใหม่ แล้วเลือกนายกสมาคมคนใหม่ก็เรียบร้อยไป แต่ถ้าตราบใดเขายัง ไม่ทำผิดอะไรเลย เป็นต้นว่าผลงานไม่ดี ล้มเหลว มีข่าวออกมาว่ารับเงินรับทองอะไรอย่างนี้ ดูตามกฎหมายเราไม่มีอำนาจเข้าไปดูแลจัดการเขาเลย เว้นแต่ภายในสมาคมกันเองจะต้อง ช่วยกันสังคายนาและตรวจสอบกันเอง ดำเนินการกันเอง ปลดถ่าย เปลี่ยนแปลงอะไร ตามวาระได้ อันนั้นก็เป็นสิ่งที่อยากจะกราบเรียนให้ท่านสมาชิกทราบ ตามกฎหมายฉบับใหม่ จะแก้ปัญหาพวกนี้หมดเลย การจดทะเบียนสมาคมต่อไปนี้จะต้องทำที่การกีฬาแห่งประเทศไทย เท่านั้น ดังนั้นอำนาจในการที่จะยุบเลิกจะทำได้ตาม พ.ร.บ. อันใหม่ ขอท่านสมาชิก ช่วยกรุณาสนับสนุนด้วยนะครับ จะเพิ่มเติมอะไรที่เป็นประโยชน์เห็นว่าจะเป็นความก้าวหน้า ก็ขอความกรุณาเพิ่มเติมด้วย รอบรรจุระเบียบวาระของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ครับ ชั้นต้นแค่นี้ก่อนครับ ถ้าสงสัยถามได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคำถามที่ ๒ ครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ ท่านรัฐมนตรีครับ แต่จริง ๆ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่าสิ่งที่ท่านพูดมา ถ้าดูเสมือนว่าท่านบอกว่าในกฎหมายนี้ ท่านไม่มีกระบอง ท่านลองไปคลำดูนะครับ มีครับ ท่านใช้อำนาจตามกฎหมายนี้ได้ ประเด็น มันอยู่อย่างนี้ครับ ที่ผมได้เรียนถามท่านไปในเบื้องต้นในข้อแรกก็คือว่าผมไม่เห็นการออกมา แสดงบทบาทในการตรวจสอบเลย เงียบ กกท. ทำเหมือนกับประชาชนคนทั่วไปก็คือเสพข่าว แล้วก็นิ่งสงบ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วท่านควรที่จะออกมาแสดงบทบาท เช่นบอกให้สื่อ ทราบว่า กกท. เองได้มีการตั้งคณะกรรมการมาสักชุดหนึ่งในการที่จะเข้าไปตรวจสอบ ตามที่ข่าวปรากฏมา เช่นผมอยากจะยกตัวอย่างชัดเจนเลยว่าในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์มีความอื้อฉาวมากมายในเรื่อง การถูกกล่าวหาเรื่องของความไม่โปร่งใสในการบริหาร เรื่องของการทุจริต เรื่องของรายได้ เรื่องสิทธิประโยชน์ เรื่องของการถูกฟ้องร้องว่ามีการไปเซ็นสัญญาเรื่องสิทธิประโยชน์ ให้บริษัทต่างชาติ ได้รับผลตอบแทนมาแล้วประมาณ ๓๐ ล้านบาทแล้วเงินหายไป สมาคม ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ยังถูกมีการร้องและโดนตรวจสอบ โดยคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรคือคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. เรื่องของการไม่เสียภาษี ให้ถูกต้อง ได้ถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมาธิการการกีฬาของวุฒิสภา เรื่องของการบริจาค ที่ดินให้กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พฤติการณ์ที่อาจจะดู เหมือนว่าเป็นการทำแบบนิติกรรมอำพรางหรือหลอก โดยมีเงินมาจากฟีฟ่า (FIFA) เข้ามา สิ่งที่อยากจะเรียนกับท่านก็คือว่าสมาคมบางสมาคมเดี๋ยวนี้มันมีการเปลี่ยนแปลง ไปในลักษณะเรื่องของสิทธิประโยชน์ เงิน ผลประโยชน์จำนวนมากมายมหาศาล สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยมีการจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพและมีการตั้งบริษัทขึ้นมา เป็นนิติบุคคลโดยผู้ถือหุ้นเป็นกรรมการของสมาคมมาเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทแล้วไปจัดการ การแข่งขันซึ่งล้วนแต่มีเรื่องสิทธิประโยชน์และถามว่าวันนี้สิทธิประโยชน์นั้นควรจะเป็นของ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยซึ่งควรจะเป็นของประชาชนเพราะประชาชนเป็นเจ้าของ สมาคมนี้และ กกท. มีหน้าที่ในการที่จะต้องเข้าไปกำกับดูแล ผมไม่เห็นว่า กกท. ได้ไป ดำเนินการอะไรเลยครับ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะถามท่านว่าถ้าท่านได้ทราบวันนี้แล้วได้ยิน ได้ฟังจากที่ผมได้ตั้งกระทู้ถามสดท่านไปแล้วนี่ ท่านคิดว่าท่านรับปากกับผมได้ไหมครับว่า จะให้ กกท. ไปตรวจสอบเรื่องนี้และถ้าความที่ท่านคิดว่าท่านไม่มีกระบอง ท่านไม่มี ความสามารถที่จะไปยกเลิกสมาคม แต่ถ้าพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าคำว่าแห่งประเทศไทย ต่อท้ายนี่ก็ไม่ได้แล้วท่านก็ใช้อำนาจของท่านตรงนั้นได้ไหมครับ หรือถ้าพบว่าสมาคม ได้ทำผิดวัตถุประสงค์ซึ่งจริง ๆ มันมีก็คือการที่จะไม่ต้องมอบให้กับผู้อื่นเข้าไปดำเนินกิจการ แทนสมาคมมันมีเขียนอยู่ ซึ่งมันคล้องกับเรื่องของกฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์เรื่องของสมาคม ท่านก็สามารถที่จะรายงานไปยังกระทรวงมหาดไทยได้ครับ เพียงแต่ท่านเอาจริงเอาจังเทค แอคชัน เอกเซอร์ไซส์ (Take action exercises) มันขนาดไหนเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นคำถามท่านก็คือวันนี้ได้ยินจากที่ผมได้เรียนท่านแล้วนี่ ท่านจะสามารถรับปากได้ไหมว่าจะดำเนินการจัดการอย่างที่ผมได้สอบถามท่าน ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะนิสิตมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ เจ้าพระยากับคณะผู้นำท้องถิ่นและสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจากอำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ขณะนี้เป็นกระทู้ถามสดถามท่านรัฐมนตรีอยู่นะครับ เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ

นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านสมาชิกครับ ผมรับท่านได้ว่าผมจะ ไปทำทุกวิถีทางภายใต้กรอบกฎหมายที่ผมมีอำนาจนะครับ เท่าที่ผมมีอำนาจ ถ้าไม่มีอำนาจ อันนั้นก็ต้องขอยกเว้นขอรอ พ.ร.บ. ฉบับใหม่ท่านช่วยกรุณาเสนอคู่กันมาสนับสนุนหน่อย จะได้เร็วเข้า คืออย่างนี้ครับความจริงนี่เงินที่เราให้สมาคมจริง ๆ มีไม่เท่าไรครับ แค่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง ยอดทั้งหมดที่เราช่วยเหลือ เอาละ สมมุติสมาคมกีฬานี่ ทั้งหมดประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาท จะเป็นพรีเมียร์ ลีก (Premier league) ๑๘ ทีม ทีมละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดิวิชัน ๑ (Division 1) ๑๘ ทีม ทีมละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓๖ ล้านบาท ดิวิชัน ๒ ๗๗ ทีม ทีมละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๔๔ ล้านบาท แล้วก็กรรมการผู้ตัดสิน เงินรางวัลรวมเบ็ดเสร็จแล้วประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาท เงินทั้งหมดอยู่ที่ กกท. ไม่ได้ส่งให้ สมาคมเลย อย่างสมมุติสมาคมฟุตบอลนี่เขาได้ไม่กี่สตางค์ ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ส่วนเงิน กรรมการผู้ตัดสินเงินรางวัลต่าง ๆ เป็นเรื่องของ กกท. เป็นคนจัดการให้เองทั้งหมดเงินอยู่ที่ กกท. ดังนั้นเงินของรัฐที่จะไปอยู่ในสมาคมต่าง ๆ นี่มีไม่เท่าไรครับ แต่อย่างไรก็ตามที ภาคพฤติกรรมผลงานก็ดี ผมเคยถูกท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ถามว่าไปที่ ประเทศ สปป. ลาวไปถูกเขาน็อกมานี่เราไม่มีทางจัดการอะไรเขาได้เลยหรือ ผมก็พยายาม ไปดูกฎหมายต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วไม่สามารถทำอะไรเขาได้มาก เพราะว่าเป็นเรื่องที่ภายใน เขาจะต้องเปลี่ยนแปลงผู้บริหารกันเอง อย่างที่ท่านส่งมานี่ว่าสมาคมเขาไปตั้งบริษัทอะไรขึ้นมา เป็นเรื่องของภายในเขา แล้วก็เงินของรัฐก็ไม่ได้ไปตกอยู่ที่นั่นเลย เป็นเรื่องเขาไปหา สิทธิผลประโยชน์จากความเป็นสมาคม แต่อย่างไรก็ตามทีเรื่องนี้มันเป็นเรื่องเซนซิทีฟ (Sensitive) ของสังคม เป็นเรื่องชื่อเสียงของประเทศชาติ ผมก็ขออนุญาตว่าจะไปทำ ทุกวิถีทางภายใต้กรอบ มันมีกรอบ พ.ร.บ. ปี ๒๕๒๘ มีข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย แล้วมีข้อบังคับสมาคม ๓ อันนี้คือแม่บทใหญ่ที่จะเข้าไปดูแลสอดส่อง แต่เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ผม กังวลอยู่ตลอดเวลาเหมือนกันนะครับ ก็จึงได้เสนอกฎหมายแก้ไข พ.ร.บ. ปี ๒๕๒๘ เข้ามา กำลังรอเข้าสภาอยู่นะครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคำถามสุดท้ายครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งครับ แต่สิ่งที่อยากจะเรียนอย่างนี้นะครับสิ่งที่ท่านได้พูดมา ผมฟังแล้วผมว่าเป็นวิธีคิดที่อาจจะไม่ใช่เป็นวิธีการที่น่าจะใช่ กล่าวคือวันนี้อย่าว่าแต่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทเลยครับ บาทเดียวที่ให้ไปก็เป็นเงินมาจากประชาชน วันนี้เราจะไปบอกว่าเราให้เงินไปแค่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นเขาจะบริหารกันอย่างไร โปร่งใสหรือไม่ ไม่สนใจไม่ได้ครับ ผมยังยืนยันว่าสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยหรือสมาคมกีฬา ทุกสมาคมเป็นสมาคมของคนไทยทั้งประเทศ ที่ท่านเองมีหน้าที่ที่จะเข้าไปตรวจสอบ วันนี้ถ้าใครเข้าไปนั่งอยู่ตรงนั้นแล้วเราเอาหูไปนาเอาตาไปไร่บอกว่าใครจะกินกันบ้าง ใครจะโกงกันบ้าง ถ้ามีการโกงนี่เรามาปล่อยอย่างนั้นไม่ได้ครับ วันนี้เราบอกว่าเราให้เงินเขา ไปนิดเดียว เพราะฉะนั้นหลังจากนั้นเขาจะไปแสวงหาประโยชน์ในทางตรงทางอ้อม ในลักษณะที่มันดูให้เห็นว่าเขาเข้าไปแล้วแสวงหาประโยชน์ ไม่ได้ครับ สิ่งที่ผมอยากจะเรียน ตรงนั้น วันนี้ผมจะไม่พูดหรอกครับว่าสิ่งที่ท่านพูดเหมือนกันก็คือว่ากรณีที่สมาคมฟุตบอล แห่งประเทศไทยมีการไปจัดการแข่งขันทีมฟุตบอลทีมชาติไทยตกรอบซีเกมส์ ๒ สมัยซ้อนนี่ ผมก็จะไม่พูดว่ามันเป็นความล้มเหลวของการดำเนินการของสมาคมหรือนายกสมาคม หรือว่ารับปากว่าถ้าไม่ได้ไปฟุตบอลโลกก็จะลาออกแล้วยังเฉย ผมจะไม่พูดตรงนั้น แต่วันนี้จะถามอีกคำถามหนึ่งซึ่งเป็นคำถามที่มันมีผลกระทบและประชาชนให้ความสนใจ ก็คือที่เรากำลังจะแข่งฟุตซอล การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์ (Champ) โลก ๒๐๑๒ ฟีฟ่า ฟุตซอล เวิลด์ แชมเปียนชิพ (FIFA Futsal World Championship) ที่จะมีการแข่งขันกัน ที่ประเทศไทยและมีการสร้างสนามแข่งขันบางกอกฟุตซอลอารีนา ว่ากันว่าตอนนี้มันทำท่า จะเสร็จหรือไม่เสร็จ ท่านต้องบอกนะครับ รัฐให้เงินงบประมาณอุดหนุนไปตั้ง ๑,๒๓๐ ล้านบาท ตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ตอนนั้นท่านขออยู่ ผมก็อยู่ใน ครม. ก็ทราบเรื่องนี้อยู่ แต่ทราบว่าจนถึงวันนี้การดำเนินการในการจัดการสร้างสนามทำท่าจะไม่เสร็จ ว่ากันว่าเพราะต้องใช้เทคนิคที่จะต้องมีการขึ้นเสาดึงสลิง (Sling) แล้วบอกว่าเสร็จกันไม่ทัน ภายในไม่กี่วันข้างหน้าที่จะต้องมีการแข่งขัน ซึ่งถ้าไม่เสร็จจริง ๆ ผมอยากจะบอกมันเสียหาย หรือว่าวันนี้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยซึ่งมีหน้าที่ในการที่ท่านต้องเข้าไปตรวจสอบ ไม่สามารถตรวจสอบได้เพราะท่านบอกบิ๊ก หรือว่านายกสมาคมเป็นกรรมการบริหารพรรค การเมืองพรรคใหญ่ ท่านเป็นผู้แทนการค้าไทยด้วย ผมกลัวว่าวันนี้ความเสียหายมันจะเกิดขึ้น แล้วท่านเข้าไปตรวจสอบไม่ได้เพราะเขาบิ๊กจริงหรือเปล่า ท่านช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยนะครับ นี่คือหน้าตาของประเทศนะครับ ท่านดูแลเรื่องกีฬาและเรื่องของการท่องเที่ยวด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาครับ

นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระผมขอย้ำอีกทีหนึ่งว่าเราต้องทำภายใต้ กรอบของกฎหมายที่มีอยู่ จะทำนอกเหนือจากนั้นไม่ได้ ถ้านอกเหนือจากนั้นก็คือไปที่ศาล แล้วก็เรื่องไปศาลปกครองกันหลายเรื่องแล้วหลายคดี รวมทั้งของการกีฬาแห่งประเทศไทย ก็ถูกฟ้องอยู่ตอนนี้ก็ ๓-๔ คดีด้วยกัน ก็อยากจะกราบเรียนว่าความขัดแย้งระหว่าง การจดทะเบียนสมาคมของกระทรวงมหาดไทยและการจดทะเบียนเป็นแห่งประเทศไทยของ การกีฬามีปัญหากันอยู่ตลอดเวลา เราไม่ให้จดแต่ว่าทางกระทรวงมหาดไทยให้จด เราบอกให้ยกเลิก ทางกระทรวงมหาดไทยไม่ยกเลิกก็มีปัญหาขัดแย้งกันตลอดเวลา แต่ว่ากฎหมายฉบับใหม่นี้จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ ขอกลับมาถึงเรื่องฟุตซอลโลกนะครับ ทางรัฐบาลชุดที่แล้วท่านก็อยู่ด้วย ได้มอบอำนาจเต็มที่ให้แก่ กทม. แล้วก็คนที่ทำงานจริง ๆ คือสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยที่ท่านพูดถึงทั้งหมดนั่นแหละ ขณะนี้ผมอยากจะพูดถึง ความก้าวหน้าดีกว่านะครับ กำหนดการแข่งขันนี้จะเป็นวันที่ ๑-๑๘ พฤศจิกายน สนามใช้ แข่งขันนี้จะมีอยู่ ๔ สนามด้วยกัน เตรียมไว้เรียบร้อยหมดแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของ กกท. และกรมพลศึกษานี้เรียบร้อยหมดแล้ว สนามที่ ๑ คือสนามแข่งขันที่เขตหนองจอก อันนี้เป็น สนามปิดเปิด เป็นเมน สเตเดี้ยม (Main Stadium) ตอนนี้เสร็จไปแล้ว ๘๒.๔๙ เปอร์เซ็นต์ แต่มีการส่งมอบงานภายในเดือนตุลาคมแน่นอนนะครับ อันที่ ๒ สนามที่อินดอร์ สเตเดี้ยม เวลานี้เสร็จไปเรียบร้อย ๙๙.๖๗ เปอร์เซ็นต์ เหลืออีกนิดเดียวครับ เรียบร้อยหมดแล้ว พร้อมทุกอย่าง ๑๕ ตุลาคม จบที่อินดอร์ สเตเดี้ยมครับ ที่สนามกีฬานิมิบุตร ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เรียบร้อยแล้ว ฟีฟ่ามาตรวจสอบเรียบร้อยหมดแล้ว เห็นว่าใช้ได้ ทั้งที่อินดอร์ สเตเดี้ยม แล้วก็ ที่สนามกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษาที่จังหวัดนครราชสีมา ความพร้อมมีแล้วตอนนี้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คงจะวันที่ ๒๐ ตุลาคม เสร็จเรียบร้อยหมด สำหรับสนามฝึกซ้อมนี้ไม่มีปัญหา ได้ใช้อาคารกีฬาเวสน์ ๑ และกีฬาเวสน์ ๒ ได้ใช้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้ใช้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้ใช้ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาของ กกท. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ใช้สนาม เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา ใช้สนามเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ใช้สนามมหาวิทยาลัย วงษ์ชวลิตกุล ดังนั้นในเรื่องของสนามนี่คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาแล้ว ณ ตอนนี้ สำหรับเรื่องที่พักต่าง ๆ ที่จะมาแข่งขันตอนนี้ก็จัดไว้เรียบร้อยตามโรงแรมต่าง ๆ ๓-๔ โรงแรมใหญ่ ๆ ด้วยกันนะครับ มีประเทศที่เข้าร่วมแข่งขัน ๒๔ ประเทศ ตอนนี้ ได้จัดแบ่งกลุ่มกันเรียบร้อยหมดแล้ว มีกลุ่มเอ (A) กลุ่มบี (B) กลุ่มซี (C) กลุ่มดี (D) กลุ่มอี (E) กลุ่มเอฟ (F) จบหมดแล้วนะครับ กลุ่มละ ๔ ประเทศ ๔ ประเทศ ๖ กลุ่มก็เป็น ๒๔ ประเทศด้วยกัน แล้วก็ศูนย์ประสานงานทั้งหมดอยู่ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ศูนย์ประสานงานทั้งหมดเลยจะอยู่ที่นั่น เขาขอใช้การกีฬาแห่งประเทศไทยผมก็ยินดีให้ใช้ ดังนั้นกรณีถ้าสนามแข่งขันกีฬาหลักเสร็จไม่ทัน สมมุติผมบอกว่าเหลืออีกประมาณสัก ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเสร็จไม่ทัน ที่สนามราชมังคลากีฬาสถานเราเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว สำหรับพิธีเปิดปิดนะครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบกระทู้ถามสดที่ ๒ นะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดที่ ๓ นะครับ

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๗ ส. เรื่อง กระทรวงมหาดไทยกับกรณีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง ต่อนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

เชิญถามครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ วันนี้ผมตั้งกระทู้ถามสด ถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านชูชาติ หาญสวัสดิ์ เกี่ยวกับเรื่องที่ ป.ป.ช. มีมติว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรองนายกรัฐมนตรีมีความผิดวินัย ร้ายแรง ท่านประธานครับ เรื่องนี้อยู่ดี ๆ หลายคนในประเทศไทยสงสัยว่าทำไม ป.ป.ช. จึงมีมติเรื่องผิดวินัยร้ายแรงกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรองนายกรัฐมนตรี ท่านประธานเองก็อาจจะลืมไปแล้วครับ เพราะเรื่องนี้มันเกิดมานานมาก ตั้งแต่ปี ๒๕๑๒ ที่คุณยายเนื่อม ชำนาญชาติศักดา บริจาคที่ดินกับวัดธรรมิการามวรวิหาร พอปี ๒๕๑๔ คุณยายเนื่อมก็ถึงแก่กรรม เสียชีวิต ที่ดินที่ท่านทำพินัยกรรมมอบให้กับวัดคือที่ดินที่ จังหวัดปทุมธานีซึ่งปัจจุบันคือสนามกอล์ฟอัลไพน์นั้นก็ตกเป็นของวัด หลังจากปี ๒๕๑๔ เป็นต้นมา ในเบื้องต้นปีแรก ๆ วัดก็หาประโยชน์จากที่ดินนั้นตามปกติโดยทั่วไปของที่ธรณีสงฆ์ ที่วัดพึงได้ แต่ผ่านมาไม่กี่ปีครับท่านประธาน มีนายทุนการเมือง มีนักการเมือง และมี ข้าราชการพยายามร่วมมือกันดำเนินการทุกวิถีทางทั้งทางตรงทางอ้อมในการที่จะเข้าไป ครอบครองที่ดินแห่งนั้น ท่านประธานครับ มีการขาย มีการพยายามที่จะครอบครองที่ดินนั้น หลายทอดหลายต่อครับ จนสุดท้ายมาตกอยู่ในมือของบริษัทที่มาสร้างสนามกอล์ฟอัลไพน์ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้มีการร้อง มีการดำเนินการกันหลายเรื่อง จนกระทั่งกรมที่ดินมีคำสั่ง ที่ ๒๓๐๘/๒๕๔๔ เรื่อง เพิกถอนรายการจดทะเบียนที่ดิน ให้เพิกถอนรายการจดทะเบียน โอนมรดกที่ดินระหว่างมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้รับโอน ซึ่งมูลนิธิเป็นผู้ดูแลที่ดินนี้ของวัดธรรมิการามวรวิหาร และระหว่างมูลนิธิ (ผู้ขาย) กับบริษัท อัลไพน์ เรียลเอสเตท จำกัด และบริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ต คลับ จำกัด (ผู้ซื้อ) ซึ่งทั้ง ๒ รายการ จดทะเบียนเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๓๓ ปรากฏว่ากรมที่ดินมีคำสั่งเพิกถอน แต่พอวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๔๕ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทน ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ วินิจฉัยอุทธรณ์แล้วมีหนังสือแจ้งกรมที่ดิน ให้เพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมที่ดินที่เคยมีคำสั่งไว้เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๔ พูดง่าย ๆ ว่ากรมที่ดินเพิกถอนการจดทะเบียนที่ดินให้ที่ดินนั้นกลับไปเป็นธรณีสงฆ์ตามปกติ แต่คุณยงยุทธ วิชัยดิษฐ มาทำให้ที่ดินธรณีสงฆ์นั้นเพิกถอนคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน ก็เป็นที่ดิน ของเอกชนต่อไป และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้มีการดำเนินการไปถึง ป.ป.ช. และแน่นอนที่สุด การดำเนินการนั้นมาถึง ป.ป.ช. ในปี ๒๕๕๕ ปีนี้ ป.ป.ช. ก็ชี้มูลความผิด ซึ่งผมเชื่อว่า ท่านประธานก็คงทราบดีว่า ป.ป.ช. ก็ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงฐานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ และปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่น ได้ประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ในกรณีของ โอนที่ธรณีสงฆ์โดยมิชอบหรือสนามกอล์ฟอัลไพน์นั่นเอง ท่านประธานครับ วันนี้มีข้อสงสัย ในเรื่องนี้จำนวนมาก และที่ผมต้องตั้งคำถามถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านชูชาติ หาญสวัสดิ์ คำถามที่ผมจะถามก็คือว่าท่านได้รับมอบหมายให้เป็นประธาน อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทยหรือไม่ และท่านได้เป็นประธานการประชุมหรือไม่ ถ้าท่านเป็นประธาน การประชุม การประชุมในนี้กี่ครั้ง เมื่อวันที่เท่าไร การประชุมดำเนินการไปโดยถูกต้อง เหมาะสมอย่างไร ซึ่งประเด็นนี้ผมเชื่อว่าไม่ว่าท่านจะเป็นประธานการประชุมหรือไม่ก็ตาม คำถามที่ผมถามนี้ว่าการประชุมดำเนินการไปโดยถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่นี่ ผมเชื่อว่า ในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านคงมาตอบผมว่าไม่รู้ไม่ได้นะครับ เพราะท่านต้องนั่งอยู่ในที่ประชุมกระทรวงมหาดไทย และที่ประชุมมีมติเมื่อไร มีมติว่าอย่างไรบ้าง และขณะนี้ได้มีการปฏิบัติหรือมีคำสั่งให้เป็นไปตามมติของ อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทยหรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ตอบประเด็นนี้ กับผมเป็นเบื้องแรกครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขอตอบคำถามเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เรื่องที่ท่านตั้งคำถามว่าวันนี้ ผมเป็นในหน้าที่ ไม่ใช่ไม่รู้ ผมหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยรับมอบอำนาจ ในกรณีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่อยู่ เอกสารจาก ป.ป.ช. ส่งมา กระทรวงมหาดไทย เอกสารนั้นจะเข้า อ.ก.พ. กระทรวงได้อย่างไร เมื่อมาถึงผมได้อ่านเอกสาร เมื่อกรณีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่อยู่ ผมรักษาการแทนโดยหน้าที่ เมื่อผม อ่านเอกสารตรงนั้น ป.ป.ช. เขียนบังคับเลยว่าให้ออก ไล่ออก ตั้งกรรมการสอบสวนก็ไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้สักอย่าง ผมในฐานะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย บุคคลที่ถูก ไล่ออกเป็นข้าราชการพลเรือน ผมไม่รู้จะไล่ใครออก ผมต้องส่งเอกสารฉบับนั้นกลับไปให้ อ.ก.พ. กระทรวงว่าให้ดำเนินการตามหน้าที่ ในหน้าที่ของผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ให้ดำเนินการตามหน้าที่ของข้าราชการพลเรือน ให้ไปตรวจสอบ เขาบอกว่าตั้งกรรมการใหม่ก็ไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้สักอย่าง และให้ไล่ใครออก ไล่คนตาย หรืออย่างไร คนนั้นยังมีชีวิตอยู่หรืออะไร รองปลัดกระทรวงรักษาการแทนปลัดกระทรวง ก็ต้องไปหารือใน อ.ก.พ. กระทรวง นี่แหละครับท่านเข้าใจผิดว่าผมเข้าไป ไม่ใช่หน้าที่ผม หน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการเขาเป็นประธาน ส่วนที่การประชุมจะสำเร็จได้ผมเป็นคนแทงหนังสือ เข้าไปหา อ.ก.พ. กระทรวงเอง แล้วขณะเดียวกันจะประชุมอย่างไรผมไม่ทราบ เพราะรัฐมนตรีว่าการไม่เข้า รองประธานต้องทำงาน ตรงนี้แหละครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคำถามที่ ๒

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ท่านบอกว่าท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านรับเรื่อง ท่านส่งเรื่อง มาถึงวันนี้ท่านไม่ทราบใช่ไหมครับ ว่าเรื่องนี้มีมติว่าอย่างไร ขณะที่คนทั้งประเทศไทยเขาทราบกันหมดว่ามีมติอย่างไร ทำอะไร อย่างไร แต่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยบอกไม่ทราบ ถ้าท่านบอกไม่ทราบผมจะบอกท่าน ให้ทราบครับ และผมจะไม่ได้บอกด้วยตัวเอง ผมบอกตามข่าวของกระทรวงมหาดไทยเอง ซึ่งทำแจกสื่อมวลชน เคยดูบ้างไหมครับข่าวกระทรวงมหาดไทยซึ่งท่านนั่งเป็นรัฐมนตรีอยู่ ท่านเคยดูไหมครับ ผมจะให้โอกาสท่านตอบนะครับ ถ้าท่านจะตอบว่าท่านรู้ว่ามีมติอะไร อย่างไร แล้วผมจะถามท่าน ผมเชื่อว่าท่านรู้ ทำไมท่านไม่ตอบครับ ท่านรู้ก็ตอบสิครับ ท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนะครับ หรือเขาบอกมาไม่ให้ตอบ เขาบอกมา ให้ตอบอย่างนี้ใช่ไหมครับ ให้โอกาสท่านตอบครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านถามคำถามที่ ๒ ใช่ไหมครับ

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

คำถามที่ ๒ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญรัฐมนตรีครับ

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านถามผมคำถามแรกผมตอบตามคำถามแรก ตอนนี้ท่านถามว่ารู้ไหมว่าเขาอย่างไร เมื่อประชุมเสร็จผมทราบครับ ผมเป็นคนลงนามเอง เพราะท่านไม่ถามคำถาม ท่านถาม คำถามแรกว่าผมเป็นประธานหรือเปล่า ผมบอกว่าตรงนั้นไม่ใช่หน้าที่ผม แต่ตรงที่ออกนี่ผมรู้ เพราะวันที่ปลดออก ไล่ออก ให้ย้อนหลังไปปี ๒๕๔๕ ตามบทบัญญัติข้าราชการพลเรือน ที่ย้อนหลังโดยรัฐบาลเก่าบอกว่าทุกอย่างตรงนี้เป็นอย่างนี้ มันไม่ใช่หน้าที่ ผมมารับทราบ รับทราบต้องทำตาม ป.ป.ช. ให้กำหนด ๓๐ วัน

ท่านถามคำถามข้อที่ ๒ ผมตอบว่าผมรู้ครับ ไม่ใช่อ่านจากข่าว ผมรู้ ผมเป็น คนแทงหนังสือเอง ปลดเอง ผมก็ไม่เข้าใจ ป.ป.ช. รู้กฎหมายเช่นเดียวกับพวกท่านรู้ ผมอ่านหนังสือเป็น ผมเข้าใจ ผมต้องทำตามกติกาของกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคำถามที่ ๓ ครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านบอกว่าผมไม่ได้ถาม เมื่อกี้ไม่ใช่คำถามที่ ๒ ครับ ท่านประธาน ผมเพียงย้ำว่าผมได้ถามว่าการประชุมดำเนินการไปโดยถูกต้องเหมาะสม หรือไม่ ผมถามท่านครับ ท่านรู้ท่านก็ตอบว่าดำเนินการถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ และผมถาม ด้วยว่าที่ประชุมมีมติเมื่อไร ท่านอาจจะตอบว่าท่านไม่ได้เป็นประธานที่ประชุม ตอนนั้นจบไป ท่านไม่ได้เป็นประธาน แต่ผมถามว่าท่านรู้ไหมที่ประชุมมีมติเมื่อไร เพราะฉะนั้นนั่นไม่ใช่ คำถามที่ ๒ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ได้ไหมท่านองอาจ ท่านถามก็ถามไป ผู้ตอบก็ตอบนะครับ ถ้ามาโต้เถียงในเรื่องของ ข้อเท็จจริงนี่ ผมว่าท่านก็ถามไป เพราะว่าเวลาเหลืออยู่ประมาณ ๓ นาทีแล้วท่านจะได้ถาม คำถามที่ ๓ เชิญครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ บัญชีรายชื่อ

คำถามที่ ๒ ของผมก็คือว่า ท่านบอกว่าท่านทราบว่าที่ประชุมมีมติอย่างไร แน่นอนที่สุด อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทย ก็มีมติเพราะทำอย่างอื่นไม่ได้เนื่องจาก พ.ร.บ. ป.ป.ช. บัญญัติไว้อย่างชัดเจน ท่านจึงทำ อย่างอื่นไม่ได้ ท่านจึงพิจารณาไล่ออกหรือปลดออก อันนั้นก็เป็นอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทย คำถามก็คือว่าในการพิจารณาของ อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะต้องพิจารณาตามที่ ป.ป.ช. บอกมาว่าเขาผิด แต่ปรากฏว่า อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทย ไปพิจารณาคำวินิจฉัยของเสียงข้างน้อยของ ป.ป.ช. ๓ ท่าน แล้วก็พยายามอ้างคำวินิจฉัย ของ ป.ป.ช. เสียงข้างน้อย ๓ ท่านบอกว่าไม่ผิด ผมถามว่า อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทย ที่ท่านนั่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้นมีหน้าที่จะไปบอกว่าไม่ผิดอีกหรือครับ ทำไมไม่เอาเสียงข้างมาก ๖ เสียงมาพิจารณา อันนั้นยังไม่เท่าไรครับท่านประธาน พอบอกว่า อ.ก.พ. ตัดสินว่าผิด ในวันนั้นดำเนินการชี้แจงต่อไปเลยว่าสามารถถึงแม้ว่าผิด จะถูกไล่ออก หรือปลดออกอย่างไรก็ตาม ผมไม่ถามท่านเพราะท่านบอกท่านไม่ได้นั่งประชุม ไม่ว่าจะ ไล่ออกหรือปลดออกอย่างไรก็ตามมีการอ้าง พ.ร.บ. ล้างมลทิน ปี ๒๕๕๐ ว่าได้ลงโทษเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นก็ได้รับการล้างมลทิน ผมกราบเรียนท่านประธานครับ แล้วในการอ้างล้างมลทินนั้นท่านก็อ้างหนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ถ้าท่าน ดูหนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ดีท่านจะเห็นว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาบอกว่า หากผลของการออกคำสั่งลงโทษนั้นทำให้ข้าราชการผู้ใดได้รับโทษก่อนหรือในวันที่ พระราชบัญญัติล้างมลทิน ปี ๒๕๒๖ ใช้บังคับแล้ว ข้าราชการผู้นั้นย่อมอยู่ในหลักเกณฑ์ ที่ได้รับการล้างมลทิน มาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติล้างมลทิน พ.ศ. ๒๕๒๖ ด้วย ดังนั้น กรณีรองนายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หากมีข้อเท็จจริงเป็นไปตามความเห็นดังกล่าว ก็ย่อมได้รับการล้างมลทินไปแล้ว ตอนนั้นไปอ้างปี ๒๕๒๖ ว่าล้างมลทิน ท่านทั้งหลายครับ ปี ๒๕๒๖ ที่อยู่ในมือผมนี่พูดแต่เฉพาะเรื่องของการลงโทษครับ ในมาตรา ๕ ผมเชื่อว่า ท่านคงอ่านมาแล้วนะครับเจ้าหน้าที่คงให้ท่านดูแล้วละพูดเฉพาะเรื่องการลงโทษ แต่กรณี ของคุณยงยุทธไม่ใช่เหมือนอย่างที่คณะกรรมการกฤษฎีกาบอก กรณีคุณยงยุทธเข้ากับ พระราชบัญญัติล้างมลทิน พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๕ ท่านประธานครับ นอกจากจะบอก เรื่องของการถูกลงโทษแล้วยังบอกว่า มาตรา ๕ ให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ถูกลงโทษทางวินัย ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ และได้รับโทษหรือรับทัณฑ์ทั้งหมด หรือบางส่วนไปก่อนในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คำถามของผมชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ท่านยงยุทธนั้นยังล้างมลทินไม่ได้ครับ เพราะยังไม่ได้รับโทษหรือรับโทษทัณฑ์บางส่วนไปแล้ว คำถามของผมจึงมีอยู่ว่าถ้าท่านอ้างพระราชบัญญัติล้างมลทิน พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามที่ คณะกรรมการกฤษฎีกาบอกท่าน แล้วหลายครั้งในข่าวกระทรวงมหาดไทยท่านอ้างของ ก.พ. อีก แต่ท่านก็เห็นข้อเท็จจริงอยู่แล้วครับ หนังสือของ ก.พ. นี่พูดชัดเจนครับท่านประธาน บอกเลยนะครับเขาบรรยายความว่า ก.พ. ทำอะไร อย่างไร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถามได้ไหมครับ หมดเวลาแล้ว ๑๐ นาที

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานผมกำลังจะถาม ส่วนการที่ผู้นี้จะได้รับการล้างมลทินหรือไม่นั้น สำนักงาน ก.พ. ไม่อยู่ในฐานะที่จะให้ ความเห็นได้โดยตรง เนื่องจากเป็นกฎหมายที่อยู่นอกอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ก.พ. คำถามของผมจึงอยู่ที่ว่าท่านยงยุทธได้รับโทษทั้งหมดหรือบางส่วนหรือยัง เพราะถ้า ล้างมลทินก็ต้องได้รับโทษทั้งหมดหรือบางส่วนแล้ว ท่านได้หรือยังครับ และถ้าท่านอ้างว่า ท่านได้ล้างมลทินจริง ท่านยงยุทธในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรีได้ไปดำเนินการขอล้างมลทินกับใคร ที่ไหน หรือไม่ อย่างไรครับ ถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชูชาติ หาญสวัสดิ์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยที่ดูแลในเวลาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่อยู่ ท่านคุยนี่ เรื่องนอกประเด็นจาก ป.ป.ช. เลย เรื่องล้างมลทินอะไรในเอกสารมันไม่เกี่ยวเลย มันเกี่ยวกับผมว่าให้ออก ไล่ออก ผมรู้แค่นั้น เรื่องล้างมลทินท่านยกเมฆกันมา ท่านรัฐมนตรีว่าการจะรู้หรือไม่รู้ผมก็ไม่ทราบ เรื่องล้างมลทินจะมีมลทินไหม แต่ผมรู้ละ ผมไล่ไอ้คนบ้าไอ้ปลัดกระทรวงเก่า ๆ ออกไปนี่ ผมไม่เห็น ป.ป.ช. มันบอกว่าให้ไล่รัฐมนตรี ที่ท่านมาอ้างอะไรกัน ผมทำตามหน้าที่ของกฎหมายที่ผมดูแลอยู่ ปลัดกระทรวงที่ท่านว่า มันเลว มันชั่ว แต่เขาไม่เคยได้รับโทษทัณฑ์มาก่อน แล้ววันนี้ล้างมลทินอะไรผมไม่ทราบ แต่ที่ล้างมลทินหรืออะไรนี่ท่านเอาเรื่องอะไรมาพูด แต่ผมทำตามหน้าที่ของข้อกฎหมาย ตามหน้าที่ของ ป.ป.ช. เขียนมา เท่านั้นเอง เรื่องที่ยกเอาสภาผู้แทนราษฎรมาพูดเล่นกันอย่างนี้ ท่านต้องไปฟ้องอีกข้อหาหนึ่ง ผมทำตามหน้าที่ของ ป.ป.ช. แจ้งมา ผมทำตามกฎหมาย ทุกประการ ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านองอาจหมดเวลาของท่านแล้วนะครับ ๑๐ นาที

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าเรื่องนี้ท่านประธานน่าจะ อะลุ่มอล่วย ผมอะลุ่มอล่วยให้ท่านรัฐมนตรีตอบยาวอย่างไรก็ได้ครับไม่มีปัญหา เพราะเรื่องนี้ อยู่ในความสนใจ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับ ท่านองอาจ ตกลงกันว่าท่านละ ๑๐ นาที ผมอนุญาตให้ท่าน ๑ นาที ท่านถามเลยครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๑ นาที ผมไม่แน่ใจว่าจะพอหรือไม่ อย่างไร ผมขอเพิ่มอีกสัก ๑ นาทีแล้วกันครับท่านประธาน ที่ผมบอกว่าขอเพิ่มก็เพราะว่าวันนี้อันดับแรก ถามท่านรัฐมนตรีก่อนเลยว่าผมขอเทป (Tape) บันทึกเสียงการประชุม อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับกรณีนี้ได้หรือไม่ รวมทั้งบันทึก รายงานการประชุม ที่สำคัญที่สุดครับ ผมมาศึกษาเรื่องนี้เลยทำให้รู้ว่าทำไมจึงพยายาม อุ้มท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป นอกเหนือจากการทำหน้าที่ตอนสมัย ปี ๒๕๔๕ ที่รักษาการปลัดกระทรวง แล้วก็ดำเนินการให้ที่ธรณีสงฆ์เป็นที่ที่เอกชนเข้าไปใช้ได้ ท่านประธานครับ ท่านเข้าไปดูบริษัทที่เขามาซื้อที่นี้ ๒ บริษัท บริษัท อัลไพน์ เรียลเอสเตท จำกัด และบริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ต คลับ จำกัด บริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ต คลับ จำกัด จดจัดตั้งโดยมีคนซึ่งเป็นแม่บ้าน เป็นคนขับรถ เป็นยามของครอบครัว อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังบริษัทนี้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเป็นภรรยาและลูกของ อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะที่อีกบริษัทหนึ่งมีคนนามสกุลเดียวกับรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยทั้ง ๒ คนอยู่ในบริษัทนี้ด้วย มาถึงวันนี้ผมจึงไม่แปลกใจครับ แล้วก็ เป็นเรื่องน่าแปลกมากผมเชื่อว่าวิญญาณคุณยายเนื่อมนี่เฮี้ยนจริง ๆ ครับ คนที่เกี่ยวข้อง ตระกูลที่เกี่ยวข้องที่เคยเกิดเรื่องนี้มาเมื่อเกือบ ๒๐ ปีที่แล้ว ๑๐ กว่าปีที่แล้ว วันนี้มานั่งอยู่ใน กระทรวงมหาดไทยทั้งหมด วันนี้มาบริหารประเทศชาติบ้านเมืองนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผม จะถามท่านเป็นคำถามสุดท้าย สิ่งที่ผมจะถามท่านก็คือว่าเรื่องนี้มีผู้มีบารมีนอกรัฐบาล หรือมีใครมาสั่งให้คนในกระทรวงมหาดไทยอุ้มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีคุณลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นรัฐมนตรี เป็น ส.ส. ต่อไปแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๒ (๖) และรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๔ (๔) มีใครไหมครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการที่สั่งให้มาอุ้มคนคนนี้ให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป เรียนถามท่านรัฐมนตรีครับ เพราะว่าคนคนนี้เคยมีบุญคุณทำให้ที่ธรณีสงฆ์เป็นที่ที่สามารถซื้อขายและเอกชนเข้าไป ได้ประโยชน์ตรงนั้นใช่หรือไม่ครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สิ่งที่ท่านตั้งคำถามคือไม่มี เสร็จแล้วผมขอยืนยันว่าสิ่งต่าง ๆ เป็นข้อกฎหมายทุกเรื่อง ซึ่งตรงนี้ท่านเรียนกฎหมายกันมาท่านเข้าใจกฎหมาย ผมไม่เรียนกฎหมายผมยังอ่าน กฎหมายออก ทุก ๆ อย่างนี่อะไรมันเกิดขึ้น ผมจะยกตัวอย่าง ป.ป.ส. ให้ดู ท่านเห็นไหมครับ สิ่งตรงนี้ทำอะไรไม่ต้องขอพูดยาว แง่นี้พวกท่านต้องเข้าใจ ผมผ่านการเมืองมาเท่ากับท่าน ผมอยู่ในเวทีตรงนี้มายาวนานพอสมควร ผมไม่เข้าใจ วันนี้เล่นอะไรกันบ้านเมือง ที่ตรงนี้ ถ้าเป็นธรณีสงฆ์ต้องเข้าสภาผู้แทนราษฎร ท่านจำผมไว้ ตรงนี้เป็นข้อกฎหมาย ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านองอาจถามไม่ได้ครับ หมด ๓ คำถามแล้วครับ ผมให้ท่าน ๓ คำถามแล้วก็ ๑๓ นาที ท่านใช้สิทธิ ท่านไม่ต้องบอกครับ เพราะว่าผมจะต้องไปกระทู้ถามที่ ๔ แล้วครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ บัญชีรายชื่อ

ผมถูกพาดพิงครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ท่านบอกว่าท่านอ่านกฎหมายรู้ดูกฎหมายเป็น ท่านบอกว่า ท่านเล่นการเมืองมาก่อน ท่านมีอาวุโส แต่คำตอบของท่านวันนี้พิสูจน์ครับว่าจะเล่นการเมือง มาก่อนหรือหลังไม่ได้สำคัญหรอกครับ สำคัญคืออยู่แล้วทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ บ้านเมืองหรือไม่มากกว่า

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านองอาจครับ เอาเฉพาะประเด็นที่ท่านเสียหาย

๑.๑.๔ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๘ ส. เรื่อง การปฏิบัติงานของหน่วยงาน ในกระบวนการยุติธรรม (นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ กรุณารักษาเวลา ท่านถามได้ ๑๐ นาที ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ตอบได้แค่ ๑๐ นาที

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตตั้งกระทู้ถามสด ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีดังต่อไปนี้ครับ

ด้วยปรากฏว่าหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมมีพฤติกรรมในการปฏิบัติ ราชการในลักษณะรับใช้ทางการเมือง อันทำให้กระบวนการยุติธรรมโดยรวมได้รับผลกระทบ ต่อความน่าเชื่อถือ เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญกระทบถึงประโยชน์ของประเทศชาติและ ประชาชน กระผมจึงขอตั้งกระทู้ถามสดตามมาตรา ๑๕๗ กระทู้ถามแรกถามสั้น ๆ เพื่อให้ ท่านผู้ที่ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบยาว ๆ ว่าเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๕ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. ได้สรุปผลการทำงานตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๓ ถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๕ แล้วก็สรุปว่าการชุมนุมของกลุ่ม นปช. มีชายชุดดำเป็นกองกำลังที่มีอาวุธ โดยใช้อาวุธโจมตี เจ้าหน้าที่ก่อนและหลังวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ และประการสำคัญชายชุดดำดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากการ์ด (Guard) นปช. คำถามแรกคือขณะนี้การ์ด นปช. หลายคน มีตำแหน่งในทางบริหาร เช่นเป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีหลายท่านด้วยกัน เมื่อการ์ด นปช. ได้ประสานงานกับชายชุดดำ มีกองกำลังติดอาวุธโจมตีเจ้าหน้าที่และได้รับการแต่งตั้ง อยู่ในตำแหน่งบริหาร ถามว่ารัฐบาลจะดำเนินคดีกับการ์ด นปช. เหล่านี้อย่างไรบ้าง ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม เบื้องต้น ขอขอบพระคุณท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ท่านได้กรุณาหยิบยกประเด็นนี้ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่พี่น้องประชาชนให้ความเข้าใจและสนใจไม่เท่ากัน สมัยรัฐบาลที่แล้ว ได้ตั้ง คอป. ขึ้นมาพิจารณาหาข้อเท็จจริง นั่นเป็นคำสั่งทางบริหาร ไม่มีผลผูกพันกับ กระบวนการการสอบสวน เป็นแต่เพียงข้อเสนอแนะที่หลายฝ่ายจะรับฟังหรือไม่รับฟัง ก็เป็นดุลยพินิจของกระบวนการยุติธรรมซึ่งมีพนักงานสอบสวน ดีเอสไอ อัยการ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ที่ท่านพาดพิงว่ามีการรับใช้ทางการเมืองขอยืนยันว่าไม่มี ท่านบอกว่า กระบวนการยุติธรรมไม่น่าเชื่อถือผมยังยืนยันว่ากระบวนการยุติธรรมน่าเชื่อถือ ที่กระผม เข้ามารับตำแหน่ง รัฐบาลภายใต้การนำของท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มารับตำแหน่ง เราไม่ได้ ดำเนินการอะไรที่นอกกระบวนการเพราะคดีนี้ผูกพันมานี้มีการรับเป็นคดีพิเศษเมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๓ โดยคณะกรรมการคดีพิเศษและดีเอสไอรับคดีไว้เป็นคดีพิเศษสมัยท่านเป็น รัฐบาล ไม่ใช่ผม แล้วก็รับคดีเอาไว้เป็น ๔ กลุ่ม แต่มาตรา ๒๑ วรรคสาม ของพระราชบัญญัติ คดีพิเศษได้กำหนดคดีที่เชื่อมโยงเกี่ยวโยง เมื่อรับไว้เป็นคดีพิเศษแล้วก็ให้ถือว่าเมื่อมี เกี่ยวข้องก็ไม่ต้องมาทำเป็นคดีพิเศษใหม่ ผมเรียนอย่างนี้ เรื่องมันมาร้อนและเข้มข้น ไม่ใช่ผมหรอกครับ แต่บังเอิญว่าผมเคยเป็นพนักงานสอบสวน คดีเอาไปเก็บไว้ดีเอสไอ นานครับ ไม่มีการชันสูตรพลิกศพ เพราะจากนายตำรวจคนหนึ่งในนครบาลไปมีความเชื่อ ความเข้าใจที่ผิดบอกว่าดีเอสไอมีอำนาจทำการชันสูตรพลิกศพได้ มันไม่ได้ครับ พนักงานสอบสวนที่จะทำการสอบสวนคดีชันสูตรพลิกศพได้ต้องเป็นพนักงานสอบสวนคดีที่ พบศพ ต้องพบศพเท่านั้น ไม่มีละครับ ผมอธิบายให้ฟัง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ ก็เห็นด้วยจึงส่งสำนวนการสอบสวนทั้งหมด ๓๖ ศพมายังกองบัญชาการตำรวจนครบาล ผมได้ทำการเกี่ยวข้องเรื่องเดียวครับ

เรื่องแรก คือผมได้ตั้งพนักงานสอบสวนเพิ่มเติมอีก ๕๐ คนเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติคดีพิเศษ มาตรา ๓๓ ให้ไปช่วยทำคดี ชันสูตรพลิกศพ ที่ท่านบอกว่ามีชายชุดดำตาม คอป. มีการดำเนินการและ/หรือต่าง ๆ ไปเกี่ยวข้องกับการ์ด นปช. ยืนยันตรงนี้ คดีถึงใครดำเนินคดีหมดไม่มียกเว้น ไม่มีละเว้น ไม่มีความจำเป็นอะไรที่รัฐบาลจะต้องไปอุ้มเผือกร้อน เราดำเนินคดีหมด ปัญหาก็คือว่า เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ นางสาวศิริพร เมืองศรีนุ่น ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก นายกิตติชัย แข็งขัน ผู้เสียหายซึ่งถูกยิงที่วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหารบาดเจ็บ เขามา กล่าวโทษร้องทุกข์ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้องทุกข์กล่าวโทษ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ในข้อหาพยายามฆ่า พวกผมไม่ได้ลงไปเกี่ยวข้อง เพราะมันเป็น คดีต่อเนื่อง ผมก็ยังมองว่าในคดีอาญาให้สันนิษฐานว่าผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา จำเลย เป็นผู้บริสุทธิ์ เว้นแต่จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้นั้นกระทำผิดจึงจะไปกล่าวหาได้ ถ้ากล่าวหาแล้วเท็จก็แจ้งความเท็จ ยืนยันครับ เราดำเนินคดีตรงไปตรงมา ส่วนความเห็น คอป. ก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญที่สุดกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ การชันสูตรพลิกศพ โดยการไต่สวนของศาลมันรับฟังเป็นคดีได้ เป็นพยานหลักฐานได้ เพราะมันเป็นระบบสากล ไต่สวนทุกภาคส่วน คอป. ใครจะเชื่อหรือไม่แล้วแต่ ผมรับฟัง เพราะ คอป. เอาการ์ดพันธมิตร มาเป็นกรรมการด้วย แล้วอย่างนี้จะคิดอย่างไรครับ ตอบสรุปอีกครั้งหนึ่ง ใครผิดจับหมดครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับท่านนิพิฏฐ์ขออภัยนิดหนึ่ง ขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านฝาง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณากระทู้ถามสด ของท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ถามท่านรองนายกรัฐมนตรี เชิญท่านนิพิฏฐ์เลยครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานแล้วผมถามสั้น ๆ เพื่อให้ท่านได้ตอบยาว คำถามที่ ๒ ท่านอธิบดีธาริต อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้พูดไว้เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕ ว่ากรณีการเสียชีวิตของ พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม รองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ ค่ายจักรพงษ์ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นการเสียชีวิตจากการกระทำของคนเสื้อแดง ท่านพูดไว้ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕ ถามว่าในขณะนี้ได้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ทำให้ พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม เสียชีวิตหรือยัง คดีไปถึงไหนแล้ว ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรี กราบเรียนท่านประธานครับ เพราะวันนี้เป็นการถ่ายทอดสด พี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศจะได้ทราบความจริงกันเสียที คดีพิเศษทั้งหมดมีทั้งหมด ๒๖๖ คดี แยกตาม กลุ่มต่าง ๆ ดังนี้ ๑. ก่อการร้าย ๑๕๐ คดี ๒. ขู่บังคับขู่เข็ญรัฐบาล ๒๒ คดี ๓. ทำร้าย ประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ ๗๓ คดี รวมถึงเสียชีวิต ๙๘ ศพอยู่ระหว่างรอผลการไต่สวน การตายของผู้ตายโดยศาล วันนี้ศาลได้ไต่สวนเสร็จแล้ว ๑ คดี ยังเหลืออีก ๓๕ คดี ผมย้ำ อีกครั้งครับท่านผู้ติดตามสถานการณ์เรื่องนี้ ไม่ใช่มีคนแค่มากล่าวหาท่านอภิสิทธิ์กับ ท่านสุเทพ แต่ได้รับคดีไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ แบ่งคดีออกเป็น ๔ กลุ่ม อัยการฟ้องอยู่ระหว่างดำเนินการก็เยอะ ก็คนเสื้อแดงทั้งนั้นแหละครับที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ผมบอกให้ทำงานไปตามหน้าที่ ผิดคือผิด ถูกคือถูก ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย พยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานวัตถุ พยานนิติวิทยาศาสตร์ว่าไปตามนั้น ขู่บังคับรัฐบาล ก็รัฐบาลสมัยท่านครับ ใครจะไปจับใคร ก็ต้องจับเสื้อแดงครับ ก็อยู่ระหว่างคดีศาลยังไม่ตัดสิน ทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ต้องดูว่าใครทำร้าย ต่อมาก็กระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ ๒๑ คดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ กำลังทยอยส่งสำนวนเป็นรายคดีให้พนักงานอัยการ นี่จับเสื้อแดงแล้วนะ ไอ้ที่ว่าไม่ดำเนินคดี กับเสื้อแดง ไม่มีครับ แต่ผมมีประเด็นน่าสนใจครับท่านประธาน ศาลได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๕ หลังจากไต่สวนชันสูตรพลิกศพ นายพัน คำกอง ๑ ใน ๙๘ ศพ ของจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ผมเข้าใจ ไม่มีใครอยากให้เกิด เหตุการณ์หรอกครับ แต่เมื่อมันเกิดมาแล้วกระบวนการยุติธรรมต้องเริ่มต้นและเป็นไป ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าใครผิดถูก แต่กระบวนการมันเดินมาแล้ว เป็นสำนวนแรก ๑๗ กันยายน ๒๕๕๕ ศาลอาญามีคำสั่งกรณีการไต่สวนสาเหตุการตายของนายพัน คำกอง ที่เสียชีวิตบริเวณหน้าไอดีโอ คอนโด ถนนราชปรารภ เมื่อ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เวลากลางคืน ในคดีหมายเลขดำ ที่ อช ๒/๒๕๕๕ ว่าผู้ตายชื่อนายพัน คำกอง ตายที่หน้าสำนักงานขายคอนโดมิเนียม ชื่อ ไอดีโอ คอนโด ถนนราชปรารภ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เวลากลางคืนก่อนเที่ยง ผมสบายใจเพราะท่านนิพิฏฐ์เป็นนักกฎหมาย และเราก็อยู่ในแวดวงกฎหมาย ผมก็เคยเป็น พนักงานสอบสวน ไม่เคยมีคดีไหนครับที่ศาลไต่สวนแล้วจะเขียนคำสั่งละเอียดถี่ถ้วนอย่างนี้ อย่างมากก็เขียนว่าตายโดยการกระทำของเจ้าพนักงาน แต่นี่ศาลบอกว่าเหตุและพฤติการณ์ ที่ตายเกิดจากการถูกลูกกระสุนปืนขนาด .๒๒๓ (๕.๕๖ มม.) จากอาวุธปืนที่ใช้ในราชการสงคราม ที่เจ้าพนักงานร่วมกันยิงไปที่รถยนต์ตู้หมายเลขทะเบียน ฮค ๘๕๖๑ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายสมร ไหมทอง เป็นผู้ขับ แล้วลูกกระสุนปืนไปถูกผู้ตายถึงแก่ความตายในขณะที่ เจ้าพนักงานกำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยปิดล้อมพื้นที่ควบคุมตามคำสั่ง ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ศาลบอกครับ เจ้าหน้าที่รัฐเป็นคนทำให้ตาย อาวุธ กระสุนปืนขนาดไหน แต่ศาลก็ยังไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่รัฐผู้นั้นเป็นใคร ศาลระบุชัดว่า เจ้าหน้าที่รัฐนี่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ศอฉ. ผมถึงกราบเรียนท่านประธานและแม่ทัพนายกอง ทั้งหลาย คนปฏิบัติหน้าที่ไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะมีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๒ ข้อเท็จจริงใด ถ้ามีอยู่จริงจะทำให้การกระทำไม่เป็นความผิด แม้ข้อเท็จจริงนั้นจะไม่มีอยู่จริง เพราะตอนนั้นมีการเผยแพร่ข่าว มีผู้ก่อการร้าย มีผู้เผาบ้านเผาเมือง คนปฏิบัติหน้าที่ สำคัญผิดในข้อเท็จจริงได้รับการคุ้มครองตามมาตรา ๗๐ เพราะเชื่อว่าคำสั่งผู้บังคับบัญชา เป็นคำสั่งที่ชอบ ผมกล้าบอกไหมครับว่าคำสั่งนั้นไม่ชอบเพราะข้อเท็จจริงยังไม่ได้บทสรุป แต่ศาลท่านบอกว่าเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้นายพัน คำกอง ตาย เป็นการกระทำ ตามคำสั่ง ศอฉ. ย้ำอีกครั้งครับท่านประธานงานนี้ไม่มีมวยล้ม ทุกอย่างต้องเดินหน้าไปตาม กระบวนการยุติธรรม ขอให้ท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ได้ติดตามนะครับ ส่วนรายละเอียดลึก ๆ นี่ ผมไม่ทราบมากกว่านี้เพราะผมไม่ได้ไปก้าวก่าย สำนวนการสอบสวนถือว่าเป็นความลับ ทางคดีอาญา ใครเอามาเปิดเผยไม่ได้ แต่นี่คำสั่งศาล ผมก็เรียนท่าน ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ คำถามสุดท้ายครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เริ่มต้นบอกกับท่านประธานว่าผมจะถามสั้น ๆ เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาตอบยาว ๆ เวลาของท่านหมดไปแล้ว ท่านใช้เวลา ๑๑ นาที ๒๗ วินาที ผมเพิ่งใช้เวลาไป ๒ นาที ผมจะใช้เวลาของผมอีก ๘ นาที ท่านหมดเวลาที่จะตอบแล้วครับ ถ้าท่านประธานได้ให้ รัฐมนตรีตอบท่านต้องทดเวลาให้กระผมด้วย เวลาท่านรัฐมนตรีหมดแล้วครับ ผมเหลืออีก ๘ นาที ผมจะแสดงหลักฐานว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศนี้ล้มเหลวแล้วก็ รับใช้ทางการเมือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมวัน ๆ ท่านทำอะไรบ้างครับ วันดีคืนดี ท่านไปพบผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครเพื่อขอประกันตัว คดีผู้ก่อการร้าย ท่านไม่ได้ไปพบที่โรงแรมจิ้งหรีด ไปพบผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ ใหญ่กว่า รองอธิบดีที่โรงแรมห้าดาวในกรุงเทพมหานคร ใช้ตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมลอบบี้ (Lobby) ผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่เพื่อขอประกันตัวจำเลยในคดีก่อการร้าย หน้าที่ของท่านหรือครับ ผมมีเทปของท่านว่าท่านไปพบใครที่ไหน เมื่อไร ไม่ใช่โรงแรมจิ้งหรีด ลงท้ายว่าคำว่า การ์เด้นส์ (Gardens) นี่แหละครับ ท่านประธานครับ เท่านั้นยังไม่พอ ความเสื่อมทรุดของกระบวนการยุติธรรม วันดีคืนดีหน่วยงานของท่าน ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน สอบสวนการทุจริตแล้วกำลังจะไปถึงคนในรัฐบาล ท่านย้ายเขาออก กำลังจะถึงตัว นายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว กำลังจะใกล้ถึงตัวคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมย้ายเขาออก สกัดเขาไม่ให้สอบสวนการทุจริต ผมเลยบอกว่าวันนี้ กระบวนการยุติธรรมมันรับใช้การเมือง ท่านรัฐมนตรีเฉลิมครับอวดรู้เยอะ ผมถามเรื่อง พลเอก ร่มเกล้า หูท่านดีหรือเปล่าครับ คิดอย่างนี้หรือครับ อาฆาตเคียดแค้นหรือครับ ไปตอบนายพัน คำกอง ผมถามเมื่อไรครับ ผมบอกว่ารับใช้การเมืองจนเละเทะ บ้านเมืองนี้ อยู่ไม่ได้ ฟังเทปสิครับ ผมจะเปิดเทปอธิบดีธาริตให้ดูครับ ผมขออนุญาตท่านประธานแล้ว ผมถามว่าคนเสื้อแดงฆ่า พลเอก ร่มเกล้า คดีไปถึงไหนแล้ว ผมไม่อยากว่าท่านโง่นะ ไม่ฉลาด เปิดเทปอธิบดีธาริตครับ แล้วจะรู้ว่าคนเสื้อแดงฆ่า พลเอก ร่มเกล้า

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับ ท่านนิพิฏฐ์ จ่าประสิทธิ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอประท้วงผู้ถามกระทู้ถามสด โดยกล่าวหาว่าคนเสื้อแดงฆ่า พลเอก ร่มเกล้า ตามข้อ ๖๑ นำข้อความอันเป็นเท็จมาถามตรงนี้โดยกล่าวหาว่าคนเสื้อแดงฆ่า ให้ประธาน พิจารณาตรงนี้ด้วยครับ วินิจฉัย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัย ให้เขาถามครับ เดี๋ยวให้รัฐมนตรีตอบ ท่านนิพิฏฐ์ถามต่อ อนุญาตให้เปิดเทปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านหมดเวลาตอบแล้วครับ ผมยังไม่ได้ถามเลย ท่านกรุณานั่งลงเถอะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ที่ผมถามตั้งแต่เริ่มแรก ท่านไม่เฉลี่ยเวลากันเองนี่ครับ เวลาท่านหมดไปแล้ว ผมบอกว่าท่านใช้กระบวนการยุติธรรมรับใช้ทางการเมือง แล้วไม่มียุคไหนหรอกครับ ที่กระบวนการยุติธรรมเละเทะขนาดนี้ อธิบดีธาริตพูด ๒ ครั้งครับและมีเทป

(ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับเดี๋ยวผมให้จบถาม เดี๋ยวให้หารือจบแล้วผมให้ตอบครับ เดี๋ยวผมให้สิทธิ ท่านเลยครับ เดี๋ยวให้จบแล้วผมอนุญาตท่านเลย ผมขออนุญาตให้จบแล้วให้ท่านตอบเลย ผมจะให้โอกาส เมื่อกี้ผมอนุญาตให้ท่านองอาจ ๒ นาที ผมก็จะให้โอกาส ท่านนิพิฏฐ์เชิญ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีเฉลิมจำได้นะครับ ผมถาม พลเอก ร่มเกล้า ท่านไม่ใช้สิทธิตรงนั้น ท่านไปตอบ นายพัน คำกอง เพื่อพยายามพาดพิงถึงท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ถ้าผมมีเวลาผมจะโต้กับท่านเรื่องนี้ครับ แต่ที่ผมถามท่าน ผมกล่าวหารัฐบาลว่าใช้กระบวนการยุติธรรมไปรับใช้การเมือง ในขณะที่ทหารที่ท่านบอกนั้น ไต่สวนการตายของนายพัน คำกอง นั้นเขายังไม่บอกเลยว่าคนที่ยิงนั้นคือใคร ท่านกลับจะไป ตั้งข้อหาท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับจะไปตั้งข้อหาท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ รับใช้การเมืองอย่างไรครับ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษพูดชัดว่ากลุ่มคนเสื้อแดง นปช. ฆ่า พลเอก ร่มเกล้า ผมถามว่าชัดขนาดนี้แล้วจะสอบที่ไหนล่ะครับ อธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษบอก นปช. หรือคนเสื้อแดงฆ่า พลเอก ร่มเกล้า ผมถามว่าทำไม ไม่ดำเนินคดีล่ะครับ กลุ่ม นปช. เป็นใครล่ะครับ กลุ่ม นปช. มันไม่ได้เป็นบุคคลที่มาเดินเจอกัน ที่สนามหลวงและจัดชุมนุมเสียเมื่อไรล่ะครับ มันมีโครงสร้างของ นปช. มันมีประธาน นปช. มีรองประธาน มีเลขานุการ มีโฆษก มีการ์ดของ นปช. ท่านประชาครับ ชัดไหมครับ อธิบดีธาริตบอกว่ากลุ่ม นปช. ฆ่า พลเอก ร่มเกล้า ท่านยังไม่ได้ทำอะไรเลย วัน ๆ ไปลอบบี้ ประกัน เจ๋ง ดอกจิก อยู่อย่างเดียว นั่นคือหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมหรือครับ สิ่งที่ควรจะทำไม่ได้กระทำ ผมเลยบอกว่ารับใช้ทางการเมืองอย่างไรครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมค่อนข้างโชคดี ผมฝันกลางคืนครับ ฝันอยากจะรู้ว่าคดีก่อการร้าย เขาสอบสวนอะไรไปบ้าง และผมก็ฝันว่าคดีนี้เขาสอบสวน ๑๐,๐๐๐ กว่าหน้า มีพยานบุคคล ๒๐๐ กว่าคน แล้วในคดีของ พลเอก ร่มเกล้า เขาระบุแล้วว่าใครเป็นคนยิง พลเอก ร่มเกล้า ท่านอธิบดีครับ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เขาไม่ได้บอกเพียงฝ่าย นปช. แล้วครับ กำกับอย่างไรล่ะครับคุณธาริตความจำเสื่อมหรือครับ เขาบอกชัดครับ ผมฝันไปนะครับ อย่าหาว่าผมไปเอาสำนวนเขามาดูนะครับ ผมฝันไปว่าเขาบอกแล้วว่าคนที่ยิง พลเอก ร่มเกล้า นั้นมีชื่อย่อครับ อยู่ในสำนวนการสอบสวนหน้าที่ ๙

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิพิฏฐ์สักครู่นะครับ จ่าประสิทธิ์มีอะไรครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ สภานี้ต้องเอาความจริงมาพูด ไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎรนี้เอาความฝันมาพูด และได้กล่าวถึงบุคคลที่ ๓ โดยเฉพาะคุณธาริต อย่างนี้เขาเสียหายนะครับ ให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เขาเสียหายให้เขาฟ้องกันเอง บุคคลข้างนอก เพราะฉะนั้นก็ถามต่อครับ เดี๋ยวให้ ท่านรัฐมนตรีตอบ ผมอนุญาตให้ตอบ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเน้นเรื่อง คดีของ พลเอก ร่มเกล้าก่อน เขาบอกชัดครับว่าคนที่ยิง พลเอก ร่มเกล้าชื่อว่า ส ดูสิครับ แล้วไม่ดำเนินคดี เพราะอะไรครับ เพราะอยู่ในกลุ่ม นปช. ครับ ที่คุณธาริตบอกว่ารู้เฉพาะว่า ฝ่ายคนเสื้อแดงยิง พลเอก ร่มเกล้า ไม่จริงครับ เขาบอกว่าคนที่ยิง พลเอก ร่มเกล้า ผมใช้ชื่อ ย่อนะครับ ชื่อว่า ส อยู่ในสำนวนการสอบสวนครับ ผมฝันไปว่าผมเห็นสำนวนการสอบสวน ผมไม่ได้เห็นหรอกครับ อยู่ในแผ่นที่ ๗ บรรทัดที่ ๒๔ เพราะอย่าอ้างว่าฝ่ายคนเสื้อแดงยิง พลเอก ร่มเกล้า คนยิง พลเอก ร่มเกล้า มีพยานชัดเจนแล้ว ผมถามว่าทำไมไม่ดำเนินคดี เพราะมันเป็นคนของท่าน มันเป็นคนของรัฐบาล ผมกำลังกล่าวหาท่านว่ารัฐบาลนั่นแหละ ตัวการในการก่อการร้าย คดีไปถึงไหนแล้วครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ให้ท่านประชา เมื่อกี้ท่านองอาจขอไป ๒ นาที เชิญครับ

พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ใคร่ขอเรียนในประเด็นของ ขออภัยที่เอ่ยนามครับ ท่านรัฐมนตรีพรรคที่ท่านได้พูดถึงว่าผมได้ไปพบกับผู้พิพากษาผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่โรงแรม รามา การ์เด้นส์ อันนี้ต้องขอกราบเรียนในข้อเท็จจริงครับ ท่านพูดไม่หมด ท่านพูดแต่เพียง ส่วนเดียว ผมอยากจะอธิบายให้ท่านได้กรุณาทราบนะครับว่าวันที่เท่าไรจำไม่ได้เมื่อเดือน ที่ผ่านมาทางสำนักงานอัยการสูงสุดได้จัดสัมมนาในเรื่องการพัฒนากระบวนการยุติธรรมขึ้น ที่ห้องประชุมใหญ่ของโรงแรมรามา การ์เดนส์ สำนักงานอัยการสูงสุดได้เรียนเชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไปเป็นประธานเปิดงานสัมมนาในวันนั้น และได้เชิญกระผมไปร่วมด้วย ผมก็ได้ไปร่วมงาน พอไปร่วมงานที่นั่นก็มีผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่านที่ได้รับเชิญไป ก็มีอีก ท่านหนึ่งซึ่งผมมาทราบทีหลังครับ ในเบื้องต้นนั้นก็ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร เป็นอธิบดีศาล ไปร่วมงานด้วย ผมได้รับการแนะนำจากท่านอัยการสูงสุดก็ถึงได้ทราบว่าท่านเป็นอธิบดีศาล ในงานวันนั้น แล้วก็ปรากฏว่าเราไม่ได้มีการพูดถึงในเรื่องของคดีครับ เราไปร่วมงาน งานของชาติบ้านเมืองในการพัฒนากระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้นท่านจะหาว่าผมไป ลอบบี้เรื่องคดีความนั้นท่านเป็นการพูดที่ตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ ท่านรู้ได้อย่างไร ท่านไปฟังจากไหนมา ท่านต้องเอาความจริงมาพูดครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอวรงค์มีอะไรครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีรอสักครู่ ว่าอย่างไรครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมประท้วงท่านรัฐมนตรีครับ ท่านกำลังขัดข้อบังคับการประชุม ข้อ ๖๑ ที่ไม่ให้เอาเอกสารใด ๆ ขึ้นมาอ่าน ยกเว้น ท่านต้องขออนุญาต นิดเดียวนะครับ ในเมื่อเป็นเหตุการณ์

พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ไม่มีอ่านครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านอย่าเพิ่งสิครับ ท่านฟังผมพูดก่อน ท่านผู้ใหญ่แล้วครับ ท่านฟังเด็ก ๆ อย่างผมครับ

พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ครับ ไม่ได้อ่านครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวท่านเอง ท่านเล่าได้เลยครับ แต่ถ้าท่านเอาเอกสารมาอ่านเหมือนกับว่ามีคนกำลังกำหนดบท ให้ท่านพูดครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบเลยครับ ไม่เป็นไรครับ เชิญเลยครับ

พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ก็เป็นบุคลิกส่วนตัวของผม ก็ชอบที่จะหยิบเอกสารขึ้นมาดูบ้าง ขึ้นมาพับบ้าง อันนี้เป็น เอกลักษณ์เฉพาะตัว ท่านไม่น่าจะมาจับผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เรื่องใหญ่มีมากกว่านี้ครับท่านครับ ผมก็เรียนให้ทราบนะครับว่าเราไปร่วมงานแล้วก็พบกัน ไม่ได้มีการพูดกันในเรื่องของคดีความ อันนี้เรียนยืนยันได้ ท่านคงจะต้องถามทั้ง ๒ ฝ่าย ท่านไปเรียนถามข้อเท็จจริงว่าผลเรื่องนั้นด้วยหรือเปล่า ส่วนในกรณีที่ท่านเอ่ยถึงว่า ไปประกัน เจ๋ง ดอกจิก นั้นท่านก็คงทราบครับว่ากระทรวงยุติธรรมนั้นเรามีหน้าที่ในการที่จะ ดูแลผู้ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม กฎหมายรัฐธรรมนูญมีไว้นะครับว่าผู้ที่ยังไม่ได้รับ การตัดสินจากศาลนั้นถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ในเมื่อเขาถูกกล่าวหา เขาถูกดำเนินคดี กระทรวงยุติธรรมเรามีหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งในการที่จะดูแลผู้ที่เข้าสู่กระบวนการ ยุติธรรมในฐานะผู้ต้องคดีก็คือกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อยู่ในความรับผิดชอบของ กระทรวงยุติธรรม ผมในฐานะผู้บังคับบัญชาที่ควบคุมกำกับดูแลตรงนี้ผมได้แสดงออก ถึงความเป็นผู้นำเท่านั้นเองว่าเราจะรักษากติการัฐธรรมนูญที่มีอยู่ให้การปฏิบัติตามกฎหมายนั้น เป็นไปตามครรลองคลองธรรมที่ควรจะเป็น อันนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ดีครับ ผมไม่ได้เลือกปฏิบัติ ใครก็ได้ อย่างเมื่อเช้านี้ก็มี มีไปร้องขอให้ช่วยประกันตัว ผมก็ได้มอบหมายให้กรมคุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพไปช่วยประกันตัวให้ เพราะถือว่าผู้ที่อยู่ในระหว่างการถูกดำเนินคดีนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ย่อมจะได้รับการคุ้มครอง ท่านยกกรณีของ เจ๋ง ดอกจิก ขึ้นมานั้นผมคิดว่าท่านมองในภาพที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ท่านต้องวิเคราะห์ในบทบาทภารกิจของกระทรวงยุติธรรมครับ ท่านควรจะถามนะครับ อันนี้ผมก็เรียนด้วยความสัตย์จริง ในกรณีของ พลเอก ร่มเกล้าเสียชีวิตเนื่องจากถูกระเบิด เอ็ม ๖๗ (M67) ระเบิดขว้าง ไม่ใช่ถูกยิงครับ ถูกระเบิดเอ็ม ๖๗ ระเบิดขว้าง ไม่ใช่การถูกยิง แล้วคดีนี้ยังไม่ได้จบนะครับ คดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนและสอบสวนหาพยานหลักฐาน ยังไม่ได้จบ ยังไม่ได้ปิดคดีครับท่าน เพราะฉะนั้นจะกล่าวหาว่าพนักงานสอบสวนละเลย ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่นั้นก็คงไม่ถูกต้องครับ ขออภัยครับ ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อกี้ ผมอนุญาตให้ท่าน ท่านละ ๒ นาทีครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ที่ผมจะหารือเมื่อสักครู่คือเขาให้ถาม ๓ คำถาม พอ ๑ คำถามต้องจบ ๒ คำถามต้องจบ ๓ คำถามต้องจบ จะมาถามเปิดหัวแล้วก็เอาเวลาไปเก็บแล้วไปพูดคนเดียว ไม่มีหรอกครับ ถามมาตอบไป ถามมาตอบไป ท่านใช้เวลาน้อย แต่คำถามหมดแล้ว ผมไม่ทราบว่าคุณนิพิฏฐ์ อารมณ์เสียมาจากไหน ที่บอกว่าผมอวดรู้ ผมอยู่พรรคประชาธิปัตย์ก่อนคุณนิพิฏฐ์ ปี ๒๕๒๖ ถ้าคุณอยากจะรู้ว่าผมมีความรู้ไหม ไปถามท่านหัวหน้าพรรคพิชัย รัตตกุล สิครับว่าผมมี ความรู้ไหม แล้วท่านบอกผมโง่ ปกติคนอ่านหนังสือสมบัติผู้ดีเขาไม่พูดกันอย่างนี้หรอก เอาละครับผมโง่ แต่ผมจบปริญญาเอกนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง คุณนิพิฏฐ์ จะจบอะไรผมไม่ทราบ แต่เชื่อว่าไม่ได้จบดอกเตอร์ ออฟ ลอว์ (Doctor of law) เหมือนผม ผมโง่อย่างไรถึงเป็นรัฐมนตรีมา ๖ ครั้ง รองนายกรัฐมนตรีอีก ๑ ครั้งเป็น ๗ ครั้ง คนอ่านหนังสือสมบัติผู้ดีเล่มละสลึงเขาไม่เอาคำนี้มาพูดกันในสภาผู้แทนราษฎรหรอกครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับ การสอบสวนของดีเอสไอเขามีพนักงานสอบสวน อัยการ ดีเอสไอ เขาไม่ได้ทำคนหนึ่งคนใด เขามีคณะกันเป็นคอมมิทตี (Committee) แล้วผมเอง ไม่เคยลงไปยุ่งเพราะไม่ใช่หน้าที่ของผม คดีความก็สอบสวนกันไป ฝ่ายการเมืองลงไปยุ่งไม่ได้ ไม่มีความลับในโลกครับ แล้วที่สำคัญที่สุดชื่อ ส ที่ท่านว่าเดี๋ยวไปหาผมสิครับ ห้อง ๓๓๐๑ คุณนิพิฏฐ์ก็เห็นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคุณพ่อของคนตายที่ถูกฝังในไร่ อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี มาหาผมผมสั่งตอนบ่าย รุ่งขึ้นค้นไร่ อีกวันหนึ่งจับอายัดการเดินทาง ผมตั้งใจมาทำงาน และที่ท่านบอกว่าผมไปกล่าวหาท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ รองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ผมไม่ได้กล่าวหา ไม่ได้ฟังหรือ ผมบอกว่าเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ มีนางสาวศิริพร เมืองศรีนุ่น เขาเป็นทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายกิตติชัย แข็งขัน ซึ่งเขาถูกยิงบาดเจ็บที่วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร เขาเป็นผู้เสียหาย เขามอบให้ทนายความ กล่าวหาท่านอภิสิทธิ์กับท่านสุเทพข้อหาพยายามฆ่า ซึ่งผมยังบอกว่ายังกล่าวหาและไป สรุปว่าผิดไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ ผมไม่ได้กล่าวหา ยืนยันอีกครั้งหนึ่ง แต่ศาลท่านไต่สวนท่านบอกว่าตายโดยการกระทำเจ้าหน้าที่รัฐ และเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติ ภารกิจ พันธกิจ ตามคำสั่ง ศอฉ. ก็ไปว่ากันต่อไปวันหน้า ใครติดคุกผมได้อะไรครับ ใครไม่ติดคุก ผมเสียอะไรครับ แต่ประเด็นปัญหาคือว่ามันต้องทำความจริงให้ปรากฏ คนตาย ๙๘ ศพ เรื่องจบไม่ได้ คนบาดเจ็บ ๒,๐๐๐ คนมันก็จบไม่ได้ ผิดถูกศาลท่านจะตัดสิน ขอบคุณครับ

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับท่านนิพิฏฐ์ ท่านวรชัยมีอะไรครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วรชัย เหมะ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงผู้ตั้งกระทู้ถาม ตามข้อ ๖๑ คือเรื่องนี้ท่านประธาน ก็ทราบแล้วว่าเอกสารลับทางราชการนั้นไม่สามารถเอามาเปิดเผยได้ครับท่านประธาน คำว่า ส บ่งมาให้ชัดสิ บอกว่าบรรทัดที่เท่านั้นเท่านี้มีรายชื่อนาย ส อยู่

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้ คุณวรชัยเมื่อกี้

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

เพราะฉะนั้นนี่ผมว่าเรื่องนี้ระบุมาให้ชัด และช่างฝันอยู่ตลอดแล้วทำไมไม่ฝันว่าอภิสิทธิ์

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเดี๋ยวก็จะตอบโต้กันไปมาผมไม่ยอม ผมพอจะวินิจฉัยท่านรัฐมนตรีได้ตอบแล้วท่านไม่ต้อง ตอบแทน เชิญท่านนิพิฏฐ์ถือว่าผมให้ท่านอีก ๒ นาทีเท่ากันนะครับทั้ง ๒ ฝ่าย เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านรัฐมนตรีใช้ไป ๑๙ นาที ผมใช้ไป ๑๐ นาที ผมมีเวลาอีกประมาณ ๙ นาที ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมเรียนท่านประธาน ถามไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีถามไปถึงรัฐมนตรีว่ากระบวนการยุติธรรมในยุคนี้เป็น กระบวนการยุติธรรมที่เสื่อมทรุดที่สุดและอัปลักษณ์ที่สุดเท่าที่เคยเจอมาครับ ผมไม่เคย บอกเลยว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไปลอบบี้ผู้พิพากษาที่ไหน ท่านบอกเองครับ ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ ผมไม่ได้พูดครับ ท่านพูดเอง แล้วผู้พิพากษานั้นเป็นใครผมก็ไม่ได้พูด แต่ท่านเป็นคนพูดเองแสดงว่าท่านยอมรับเขาไม่เจอกันหรอกครับ ผมดีใจนะครับว่า ที่ผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่นั้นไม่อนุญาตให้ประกันเหมือนที่ท่านไปเบิกความรับรอง แสดงว่าศาล เขาไม่เชื่อถือท่าน อุตส่าห์ไปพูดคุยแล้วไปลอบบี้แล้วใช้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมไปเบิกความรับรองที่ศาลเขาก็ไม่เชื่อ ผมคิดว่าศาลยังมีความยุติธรรมอยู่ แต่ในอนาคตผมไม่ทราบท่านเป็นคนรับข้อเท็จจริงนี้เองว่ามีการพบกันเพื่อที่จะขอประกัน เขาไม่ทำกันครับท่านครับ เขาไม่ทำกันอย่างนั้นในประเทศที่เขามีการปกครองที่แยกอำนาจ เขาไม่ทำอย่างนั้น แต่ท่านรุกล้ำอำนาจเขาไปเรื่อยครับไม่รู้จักว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีเฉลิมก็พูดตรงนั้นละครับ นายพัน คำกอง นายพัน คำกอง นั่นละครับ ผมไม่ได้ถามเลยครับ แล้วที่ผมบอกว่ารับใช้การเมือง อธิบดีรับใช้ การเมืองเพราะอะไรครับ ท่านพูดเองว่าอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้นสั่งคดีโดยลำพังไม่ได้ เขามีคณะกรรมการ อันนี้ถูกต้องอันนี้ท่านฉลาดนะ เห็นไหมครับเวลาท่านฉลาด ผมก็ชมท่าน ท่านฉลาด เขามีกรรมการอธิบดีเขาสั่งเองไม่ได้ แต่ว่าท่านเห็นไหมครับพอศาล ไต่สวนนายพัน คำกอง ปั๊บอธิบดียิ้มหน้าหราเลยครับโชว์แผ่นคำพิพากษาของศาล แล้วบอกว่าจะแจ้งข้อหาท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ มันผ่านกรรมการที่ไหนครับผ่านหรือยังครับ ศาลตัดสินปั๊บไม่เกิน ๑๐ นาทีบอกว่าจะแจ้ง ข้อกล่าวหาท่านอดีตนายกรัฐมนตรีนั่นละครับคือรับใช้การเมืองตามธงที่ท่านเฉลิมต้องการ ท่านเฉลิมต้องการอย่างนั้นอธิบดีก็สนองอย่างนั้นโดยไม่ผ่านกรรมการเลย ลองถามคุณธาริต ดูสิครับว่าการจะแจ้งข้อกล่าวหาท่านอดีตนายกรัฐมนตรีนั้นผ่านกรรมการหรือยังหรือเป็น ความคิดของนายธาริตเพื่อสนองคุณเฉลิม อยู่บำรุง ท่านประธานครับ เมื่อมีสถานการณ์ ฉุกเฉินจะรับผิดทางอาญามี ๓ กรณี ท่านเฉลิมครับ แลกเปลี่ยนความรู้กัน ๑. ไม่สุจริต ๒. เลือกปฏิบัติ ๓. เกินสมควรแก่เหตุ ท่านเป็นตำรวจนี่ครับ ในสมัยเป็นร้อยตำรวจเอก อยู่กองปราบปรามร่วมจับกุมคดีใหญ่ ๆ เยอะ แต่ไม่เคยจับกุมเอง ขอเซ็นชื่อร่วมเขาทั้งนั้น ละครับ ผมตามท่านผมเลยรู้ คดีไหนบ้างล่ะครับที่ท่านทำเอง ไม่มีครับ

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิพิฏฐ์มีผู้ประท้วงแล้วครับ มีผู้ประท้วงครับหยุดก่อน ท่านขจิตรเชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ ๔ ขอประท้วงผู้ที่กำลังถามกระทู้ถาม ว่าทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๑๔๓ แล้วก็ข้อ ๖๑ ข้อ ๑๔๓ เขาเขียนไว้ชัดเจนการถามกระทู้นี่ ต้องไม่เป็นการออกความเห็น แล้วท่านไม่ได้อ่านข้อบังคับหรืออย่างไรครับ ต้องพูดให้ชัดเจน ห้ามไม่ให้เป็นการออกความเห็น แล้วก็ท่านผู้ถามนี่ออกความเห็นแล้วก็ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ข้อ ๖๑ ผมนั่งฟังอยู่ วรรคสองนี่ท่านผิดชัดเจน ท่านกล่าวหารัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมหลายครั้งว่าไม่รู้จักอำนาจหน้าที่ท่านกล่าวหาชัดเจนตั้งแต่ผมอยู่นอกห้องประชุม ผมก็ได้ยินว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไปลอบบี้เพื่อที่จะให้ประกันคนโน้น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาละครับท่าน ท่านประท้วงผมเข้าใจแล้วครับ ท่านไม่ต้องอภิปรายแล้วครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

เรียนท่านประธานว่าเมื่อผิดข้อบังคับ กรณีใส่ร้ายต้องถอนครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวผมวินิจฉัยได้ครับ ท่านไม่ต้องอภิปรายแล้วครับ ท่านประท้วงพอ ผมวินิจฉัยได้ พอแล้วครับ ผมจะวินิจฉัยแล้วครับ ท่านนั่งลงก่อนผมจะวินิจฉัย คืออย่างนี้การถามกระทู้ถามถือว่าได้จบ ไปทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งผู้ถามและผู้ตอบ แต่ผมให้ใช้สิทธิพาดพิงกันไปมาความจริงก็เลยเวลามาทั้งคู่ ทั้งผู้ถามและผู้ตอบ ท่านนิพิฏฐ์ก็ได้ถามหมดคำถามที่ ๓ จบไปแล้วในเวลา ๑๐ นาที แต่ว่า ในเมื่อมีการขอใช้สิทธิพาดพิงตอบโต้กันไปมา ตอนนี้ผมอนุญาตให้ใช้สิทธิพาดพิงกัน แค่นั้นเอง มันเลยเวลาถามกระทู้ถาม เพราะที่ผมจำกัดเวลาถามกระทู้ถามเมื่อกี้เพราะว่า ต้องบอกให้สมาชิกทุกท่านทราบว่าผมจะให้อยู่ในเวลาแค่เวลามีการถ่ายทอดสดก็คือ ๑๒.๓๐ นาฬิกา ถึงได้จำกัดเวลา เตือนทุกท่านว่าขอให้อยู่ในเวลา แต่ทีนี้มันเกินเวลา การถ่ายทอดสดแล้วครับ ผมอนุญาตให้ใช้สิทธิพาดพิงกันแค่นั้นเอง เชิญท่านต่อครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ขอบพระคุณท่านประธานครับ

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้วินิจฉัยแล้วครับ ผมให้ใช้สิทธิพาดพิงเท่านั้น ไม่ใช่กระทู้ถามสดจบไปแล้วครับ ท่านจะ ประท้วงทั้ง ๓ คน เอาท่านใดท่านหนึ่ง ผมอนุญาตท่านขจิตรครับ ท่านไพจิตนั่งลงก่อนครับ เชิญต่อครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม ผมยังอยู่ในข้อประท้วงเดิม ท่านประธานอธิบายผมว่าขณะนี้เป็นการใช้สิทธิพาดพิง ผมประท้วงในขณะที่ผู้ถามกระทู้ถามได้ถามกระทู้ถามกระบวนการยังไม่สิ้นสุด ผมประท้วงว่า ผู้ถามผิดข้อบังคับชัดเจน ๒ ข้อ ได้โปรดพิจารณาครับ กระบวนการยังไม่สิ้นสุดครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อกระทู้ถามสดถามไปแล้วก็ให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบทั้ง ๒ ท่าน คือผมอะลุ่มอล่วยให้ใช้เวลา เกินทั้ง ๒ ฝ่าย ผมรักษาความยุติธรรมเพื่อให้การประชุมสภาผู้แทนราษฎรราบรื่นและเป็นไปได้ เพราะฉะนั้นถ้าไปกล่าวหาผมก็จะให้โอกาสทั้ง ๒ ท่านตอบมันก็ไม่จบสักที ท่านนิพิฏฐ์ ก็กรุณา ผมขอให้สรุป ผมว่าพอสมควรแล้วครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ผมไม่ใช้เวลาเหมือนที่ท่านรัฐมนตรีใช้ครับ ท่านใช้ไป ๑๙ นาที ผมใช้ไป ๑๓ นาที แต่ผมยืนขึ้นในตอนท้ายอีกสักครั้งหนึ่ง เพื่อยืนยัน กับท่านประธานว่ากระทู้ถามของผมที่กล่าวหาว่ามีการใช้กระบวนการยุติธรรมรับใช้ ทางการเมืองนั้น ผมยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง คุณธาริตยังไม่เข้ากรรมการเหมือนที่ท่านรัฐมนตรี เฉลิมพูดเลย มันต้องเข้ากรรมการสอบสวนก่อนถึงจะตั้งข้อหาเขาได้ แต่เมื่อศาลมีคำไต่สวน นายพัน คำกอง ปั๊บ ไม่เกิน ๑๐ นาทีอธิบดีธาริตยืนยิ้มแล้วโชว์คำพิพากษาของศาล แล้วบอกว่าจะเชิญอดีตนายกรัฐมนตรีกับท่านรัฐมนตรีสุเทพมาแจ้งข้อกล่าวหาในคดีฆ่าผู้อื่น โดยเจตนา ยังไม่ผ่านกรรมการเลยครับ เมื่อยังไม่ผ่านกรรมการก็จะไปแจ้งข้อกล่าวหาเขาไม่ได้ เพราะข้อกล่าวหาที่จะแจ้งได้มันต้องมีการกระทำที่ไม่สุจริต ๓ เรื่อง ก็คือ ๑. ไม่สุจริต ๒. เกินกว่าเหตุ ๓. เลือกปฏิบัติ แล้วจะแจ้งข้อหาอย่างไรครับ แจ้งว่าเกินกว่าเหตุหรือครับ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเกินกว่าเหตุนี่ผู้สั่งไม่มีความผิดนะครับ ผู้กระทำมีความผิดครับ ผมเลยเรียนท่านประธานว่าทั้งหมดกระบวนการยุติธรรมวันนี้สนองตอบรัฐบาล เพื่อรับใช้รัฐบาล และบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้น ๒. ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมท่านก็กำกับดูแล กระทรวงยุติธรรมอยู่ เป็นตำรวจทั้งคู่ครับ ไม่มียุคไหนหรอกครับที่เข้าขากันขนาดนี้ อดีตตำรวจทั้งคู่ครับ แล้วกระบวนการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรมซึ่งยิ่งใหญ่มากในอดีตนั้น ไม่เคยตกต่ำขนาดนี้ ผมยืนยันกระทู้ถามของผมว่ารับใช้การเมืองประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ผมยืนยันข้อเท็จจริงว่าอธิบดีธาริตพูด ๒ ครั้งว่ากลุ่ม นปช. หรือ คนเสื้อแดงฆ่า พลเอก ร่มเกล้า แล้วระบุตัวผู้ที่ยิงลูกระเบิดไปสังหาร พลเอก ร่มเกล้า แล้วถามว่าจะดำเนินการอย่างไร ท่านไม่ตอบ นี่แหละครับคือรับใช้ทางการเมือง กลุ่มของท่าน ทั้งนั้นแหละครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมอนุญาตท่านละ ๒ นาที พาดพิงกันไปมาก็ไม่จบสักที เชิญครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่คุณนิพิฏฐ์พูดนี่ ให้ผมเสียหาย ที่บอกสมัยเป็นตำรวจกองปราบปรามไม่เคยจับอะไร ไปขอลงชื่อ เอาละ คุณอาจจะเชื่อ แต่ตำรวจทั้งประเทศเขาไม่เชื่อหรอก คนทั้งประเทศเขาก็ไม่เชื่อ ผมไม่ใช่ ตำรวจหิ้วปิ่นโต ผมไม่ใช่ตำรวจเปิดประตูรถ ท่านประชากับผมเป็นตำรวจจับโจร แล้วคุณ บอกว่าเป็นตำรวจ ก็ พลตำรวจเอก ร้อยตำรวจเอก ไม่เป็นตำรวจคุณจะให้ผมเป็นอะไร มันก็ต้องเป็นตำรวจ และกรณีท่านอธิบดีธาริตนี่ ท่านอธิบดีธาริตไม่ได้เป็นพนักงานสอบสวน ในคดี ๙๘ ศพ เขาไม่ได้เป็น และคดีทั้งหมดนี้มีการรับไว้เป็นคดีพิเศษตั้งแต่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๓ สมัยไหนแล้วครับ มี ๔ กรุ๊ปปิง (Grouping) ไม่ใช่เฉพาะคดี ๙๘ ศพ ๓๖ ศพ มีเยอะแยะ เสื้อแดงขึ้นศาลไปเยอะแล้ว และกรณีเรื่อง พลเอก ร่มเกล้า เขากำลังสอบสวน อยู่นี่ครับ ยังไม่ได้ยุติ ยังไม่ได้งดการสอบสวน ยังไม่ใช่จับผู้ต้องหาแล้วสั่งไม่ฟ้อง อยู่ใน กระบวนการสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐานและแสวงหาข้อเท็จจริง ท่านก็รู้ พูดให้สับสน คดีอาญามันมีอายุความ ๒๐ ปี มันยังไปได้ เอาละที่ว่า ส ส ส คุณกับผมก็ชอบกันนี่ หรือแอบโกรธผมหรือเปล่าล่ะ เดี๋ยวเอาข้อมูลไปให้สิ มันต้องช่วยกันเพราะคุณก็เป็น นักกฎหมาย ผมไม่มีครับที่จะไปปกป้องใคร แล้วเอาความจริงยืนยัน ใครจะติดคุกติดตะราง ผมก็ไม่ได้ ใครจะไม่ติดคุกติดตะรางผมก็ไม่เสีย แต่ต้องเห็นใจคนเขาตายเยอะ บาดเจ็บเยอะ กรรมคือการกระทำ กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา กัมมุนา วัตตะตี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ ๒ นาที ผมให้ท่านใช้สิทธิพาดพิง ๒ นาทีนะครับ พอแล้ว

พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่จริงแล้วผมก็ได้อธิบายไปอย่างชัดเจนและแจ่มแจ้งนะครับว่า ในการที่ผมได้พบกับผู้พิพากษาท่านผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ นั้นเป็นการพบ โดยบังเอิญในงานเปิดการสัมมนาของสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้จัดแล้วก็เรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีไปเป็นประธาน และเชิญผมไปร่วม ผมก็ไปร่วม ในฐานะแขกคนหนึ่ง ท่านอัยการสูงสุดก็ได้แนะนำผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่านที่ไปร่วม ทั้งศาล ทั้งอัยการ ซึ่งก็ปรากฏว่าท่านได้แนะนำกับท่านผู้พิพากษาผู้ใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งผมก็เพิ่งได้ทราบ รู้จักกับท่านวันนั้นเอง ที่ท่านกล่าวหาว่าไปลอบบี้ไปดำเนินการพูดจาที่จะให้มีการช่วยเหลือ คุณเจ๋ง ดอกจิก อะไรนี่ ผมอธิบายแล้วท่านน่าจะเข้าใจ ผมแนะนำให้ท่านไปหาหมอนะครับ ท่านนิพิฏฐ์ครับ ผมเกรงว่าท่านจะหลง ๆ ลืม ๆ และในตอนต้นท่านก็พูดว่าผมได้พบกับ ผู้หลักผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ไหนนะครับ ผมก็จึงได้อ้างว่า อ๋อ ในงานนั้น ที่นั่น ผมก็เรียนให้ท่านทราบ ท่านครับเหตุการณ์ในเรื่องของการดำเนินคดีในกรมสอบสวนคดีพิเศษนี่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมท่านได้พูดค่อนข้างละเอียดไปแล้ว เกิดเหตุการณ์ ๒ ฝ่ายเท่านั้น คือฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐกับฝ่าย นปช. ท่านทราบไหมครับว่า นปช. ถูกดำเนินคดีเท่าไร ๑๗๒ คดี เป็นคดีทั้งผู้ก่อการร้าย ทั้งคดีผู้กล่าวหา ผู้ชักจูงให้เกิดความเสียหาย ติดคุกไปแล้วก็หลายคน แล้วก็ยังอยู่ในระหว่างดำเนินคดีอีกหลายท่าน ส่วนทางฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐมีใครถูกดำเนินคดีบ้างครับ ท่านลองนึกดูเปรียบเทียบสิครับ ๒ ฝ่ายนี้ ความสูญเสียเกิดเท่าไร คนตายตั้ง ๙๐ กว่าศพ แล้วท่านมาดำเนินคดีแต่กับ นปช. เท่านั้น ขณะนี้ถูกฟ้องไปแล้ว ติดคุกไปแล้ว เขาก็วิ่งขอประกัน วิ่งขอความเป็นธรรมตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิไว้ตามกฎหมาย เราก็ดำเนินการไป กระทรวงยุติธรรมเราไม่มีละครับในสมัยนี้ ในยุคนี้ไม่มี ไม่เหมือน สมัยก่อน สมัยไหนผมไม่ทราบ แต่มาสมัยผมนี่ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เรารับใช้ ประชาชนครับ ในกรณีที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาร้องขอ อย่างกรณีของเจ๋ง ดอกจิก ภรรยาเขามาร้องขอเราก็ต้องไปทำหน้าที่ในฐานะที่เราเป็นฝ่ายรัฐที่รับผิดชอบในฐานะ ผู้ที่คุ้มครองสิทธิของประชาชน ผมดำเนินการตามสิทธิที่มีอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยาก ยืนยันคำเดิมแนะนำให้ท่านไปหาหมอเสีย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พาดพิง กันไปมาครับ เชิญคุณนิพิฏฐ์ใช้สิทธิพาดพิงครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีก็ไม่ค่อยมีเหตุผลนะครับ ผมอยู่กับหมอทุกวันแล้วไม่ต้องไปหาแล้ว แต่ว่าท่านนั่นแหละครับน่าจะไปหาหมอมากกว่า สมัยท่านเป็น ผบ.ตร. ท่านไม่ได้เป็นอย่างนี้ครับ ตำรวจเคารพนับถือท่าน ผมยังเคารพนับถือ ท่านเลย ผมเคยทำงานร่วมกับท่านตอนท่านเป็นรอง ผบ.ตร.

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิพิฏฐ์เอาเฉพาะที่ท่านเสียหาย ไม่ให้กล่าวไปเรื่องอื่นอีกแล้วครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ผมกำลังอธิบายท่านประธานครับว่า ในสมัยที่ท่านเป็น ผบ.ตร. นั้นท่านสติปัญญาดี แต่ว่าวันนี้ท่านความจำเสื่อม ท่านไม่ได้ทำ เหมือนสมัยที่ท่านเคยรับราชการตำรวจเลยครับ วันนี้ท่านกลับรับใช้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครับ เอาเฉพาะท่านเสียหาย ไปกล่าวหาเดี๋ยวเขาจะพาดพิงตอบโต้กันครับ ท่านนิพิฏฐ์ครับ ท่านรู้ดีกว่าผมอีกครับ เอาแค่เฉพาะท่านเสียหาย

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ถ้าอย่างนั้นผมเรียนท่านรัฐมนตรีนะครับ ไม่เคยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนไหนเดินขึ้นไปบนศาลเอาตัวเองรับรองคดี อุกฉกรรจ์เช่นการก่อการร้าย ท่านเป็นคนแรก ประการที่หนึ่ง ความจำท่านอาจจะเสื่อม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าทั้งหมดที่ผมพูดมาผมไม่ได้ระบุ ตัวผู้พิพากษา ไม่ได้ระบุใครเลย แต่ท่านเป็นคนรับเองว่าไปพบผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ แล้ววันรุ่งขึ้นท่านก็เดินขึ้นไปบนศาลเบิกความขอประกันตัว

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิพิฏฐ์มีผู้ประท้วงแล้วครับ ผมบอกแล้วครับ มีคนประท้วงแล้ว ท่านพอแล้วครับ เชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ ท่านประธานครับ ผมประท้วง ข้อ ๖๑ วรรคสอง ย้ำไปอีกว่าผู้ถามกระทู้ถามใส่ร้ายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ใส่ร้ายชัดเจนครับ แล้วยังใช้ลีลา นี่กำลังจะใส่ร้ายเพิ่มเติม ผมให้ถอนนะครับ แต่ประธานไม่พิจารณาประเด็น ที่ผมประท้วง ผิดตามข้อ ๑๔๓ เขาให้ถาม ไปแสดงความคิดเห็นเยอะแยะ แล้วความคิดเห็น ก็ไปเสียดสีคนอื่นเขา ผิดซ้ำอีก แล้วผิดมาตรา ๖๑ วรรคสอง ใส่ร้าย ใครฟังแล้วไม่ว่าใส่ร้าย บ้างครับ ผมฟังว่าใส่ร้ายท่านประธานต้องให้ถอนนี่ ไม่รู้จักหน้าที่แล้วไปลอบบี้ไปทำอะไร พูดชัด พอรอบ ๒ บอกตัวเองไม่ได้กล่าวหา ไม่ได้ระบุชื่อคน ระบุสิครับ ท่านบอกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนี่เขาระบุชัด อันนี้ใส่ร้ายครับ ท่านประธานต้องให้ถอน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านขจิตรเมื่อกี้ผมฟังอยู่ รัฐมนตรีก็ได้ตอบชัดเจน ผมว่าประชาชนฟังแล้วเข้าใจนะครับ ผมก็ฟังเข้าใจอยู่นะครับ ท่านอภิสิทธิ์ใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เอาเฉพาะประเด็นที่ท่าน เสียหาย นอกเหนือนั้นผมไม่อนุญาตทุกท่านครับ สำหรับท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านก็กล่าวเฉียดไปเฉียดมาหลายครั้ง ที่จริงแล้วท่านก็พูด ช่วงแรกก็ดูดีครับ บอกว่าไม่ใช่หน้าที่ท่านไปยุ่งเรื่องของการสอบสวน ไปก้าวก่าย แต่จริง ๆ การตอบกระทู้ถามของท่านเขาถามท่านคดีหนึ่งท่านก็ไปตอบเป็นคดีอื่นแล้วก็ทำให้เกิด ความสับสน ผมกราบเรียนครับว่าเรื่องเหตุการณ์ทั้งหมดที่เรามีการพิจารณาในขณะนั้น ให้เป็นคดีพิเศษเมื่อปี ๒๕๕๓ เป็นเพราะว่าเราเห็นว่าจำนวนคดีมีมากแต่มีความเกี่ยวพันกัน มีความจำเป็นที่จะต้องรวบรวมคดีเหล่านั้นมาดำเนินการโดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นกลไกที่จะทำเรื่องนี้ แล้วก็เป็นอย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดจริงครับว่า มีการดำเนินการอาจจะต้องแบ่งออกเป็นกลุ่ม เช่น ความผิดเรื่องก่อการร้าย ความผิดเรื่อง การบังคับขู่เข็ญข่มขู่รัฐบาล หรือกรณีไปสร้างความเดือดร้อนแล้วก็ทำให้เกิดการสูญเสีย จะเป็นการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บ แต่ท่านพูดไปแล้วนี่ท่านทำให้คนเข้าใจผิดว่ากรณีที่ เกิดการสูญเสียโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือการเสียชีวิต ที่ท่านพูด ๙๘ ศพ หรือกี่ศพก็แล้วแต่ นี่นะครับ ประหนึ่งว่ามันเป็นฝีมือของคนกลุ่มเดียวที่ทำ ไม่ใช่ครับ นี่คือที่มาของกระทู้ถามว่า ทำไมในคดีซึ่งการสอบสวน ผมว่าท่านก็รู้อยู่เต็มอกครับ มีการสรุปไปถึงขั้นไหนอย่างไรว่า มีการดำเนินการโดยกลุ่มผู้ชุมนุมแล้วทำให้เกิดการเสียชีวิต ทำไมสิ่งเหล่านี้ดูจะไม่คืบหน้า ทำไมสิ่งเหล่านี้ท่านไม่เคยให้ข่าว แต่เหมือนกับวันนี้ครับถามเรื่องหนึ่งก็กลับมาตอบ อีกเรื่องหนึ่ง แล้วก็หยิบยกกรณีการไต่สวนของนายพัน คำกอง พวกกระผมเคารพ ในกระบวนการยุติธรรมครับ ไม่หนีไปไหน อยู่ที่นี่ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามปกติ อยากจะกราบเรียนว่าที่ท่านอ่านคำวินิจฉัยของศาลแล้วท่านบอกท่านไม่ก้าวก่าย ท่านย้อนกลับไปดูคำสัมภาษณ์ของท่านบ้างสิครับ หรือไปดูคำสัมภาษณ์ของอธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษบ้างสิครับ ตรงไหนครับในคำวินิจฉัยของศาลที่สั่งบอกว่ามีการเจตนาฆ่า ตรงไหนครับ ท่านถึงสามารถที่จะพูดได้ทันทีเลยว่ากรณีนี้เป็นเรื่องการเจตนาฆ่า ทั้ง ๆ ที่ พฤติการณ์ซึ่งได้มีการบรรยายอยู่ในคดีในการไต่สวนและศาลได้มีคำสั่งท่านก็อ่านเองครับว่า มีรถตู้ฝ่าเข้ามามีการยิงไป แต่ว่านายพัน คำกอง นั้นวิ่งออกมาดูเหตุการณ์ก็จึงถูกยิง ตรงไหนครับที่บอกว่าเจตนาฆ่า บางวันท่านก็ให้สัมภาษณ์ไปไกลกับท่านอธิบดีสลับกันไปกันมา บอกจากกรณีนี้กรณีเดียวสามารถใช้เป็นบรรทัดฐานกับอีก ๓๕ คดีได้ อันนี้ตำราไหนครับ ตำราไหนครับว่าเหตุเกิดที่ถนนราชปรารภใช้ได้กับที่บ่อนไก่ ใช้ได้กับที่สี่แยกคอกวัว ใช้ได้กับ เหตุการณ์คนละสถานที่ คนละเวลา และที่ไหนครับที่บอกว่า คำว่าสั่งการนี่ท่านก็ต้องอ่าน ให้ดีนะครับ ศาลเขาเพียงแต่บอกว่า ศอฉ. สั่งให้ไปปฏิบัติการตามแนวทางในเรื่องของ การปิดล้อมพื้นที่ ส่วนการปฏิบัติในรายละเอียดเกิดอะไรขึ้นท่านก็ต้องไปดูรายละเอียดด้วยว่า คำสั่งมีอะไร อย่างไรบ้าง ว่าไปเถอะครับ ตรวจสอบไปเถอะครับ แต่อย่าชี้นำสำนวน ท่านพูด หลายครั้งนะครับ บางวันท่านให้สัมภาษณ์เลยสุเทพไม่รอดหรอก บางวันท่านก็เอาผมด้วย บางวันท่านก็ไม่เอานะ ผมเห็นบางวันท่านก็สัมภาษณ์บอกว่าไม่เชื่อว่าผมสั่ง แต่ว่าไม่ได้ละครับ ทำตรงไปตรงมาพวกผมไม่ว่า อย่าเอาการเมืองเข้าไปแทรก อย่าทำกระบวนการยุติธรรมให้รวน งานนี้ต้องไม่มีไอ้ปื๊ดครับ ขอบคุณครับ

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณวรชัย ไม่ต้องประท้วง ให้ท่านรัฐมนตรีใช้สิทธิพาดพิงของท่านเองครับ เชิญท่านเฉลิมครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมไม่อยากโต้แย้งกับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ครับ แต่ท่านกำลังจะเข้าใจผิด คือบางครั้งไม่ประสงค์ต่อผล แต่มันเล็งเห็นผลก็ถือว่าเจตนาตาม ป. อาญา มาตรา ๕๙ แล้ว ที่ผมต้องประท้วงท่านนี่ เพราะท่านจบนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหงเหมือนกัน แล้วศิษย์มหาวิทยาลัย รามคำแหงเยอะ นั่นแหละไม่ประสงค์ต่อผล แต่ย่อมเล็งเห็นผลเพราะยิงไปในรถตู้ มันรู้นี่ครับ บริเวณนั้นมีพี่น้องประชาชนสัญจรไปมา นั่นแหละเขาเรียกเจตนาแล้ว ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กระทู้ถามต่อไปครับ ท่านอภิสิทธิ์ครับ เอาเฉพาะเสียหายนะครับ เพราะกระทู้ถามนี้ เป็นชั่วโมงแล้วครับท่านนิพิฏฐ์ เอาประเด็นเสียหายพอครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ได้ เกี่ยวข้องกับกระทู้ถามครับ ผมถูกพาดพิง แล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรีพาดพิงกลับมาอีก ท่านก็สับสนมากนะครับ เมื่อกี้ท่านพูดเรื่องเจตนานี่ท่านพูดถึงเจตนาคนยิง แต่เวลา ท่านสัมภาษณ์ท่านพูดถึงเจตนาคนสั่ง ไม่เชื่อท่านไปดูคำสัมภาษณ์ของท่านและท่านอธิบดีธาริต คนละเรื่องกันครับ ถ้าจะเอาคนเล็งเห็นผลทั้งหมดกรุณาไปเอาคนสั่งการให้ นปช. มา แล้วทำให้บ้านเมืองเกิดเหตุวุ่นวายและความสูญเสียด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ผมไปกระทู้ถามทั่วไปแล้วครับ ท่านวรชัยไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ไม่จบสักที ตอบโต้กันต่อไป พอแล้วครับ

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป

๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๓๑๕ เรื่อง โครงการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข ๑๑๓ ให้เป็นสี่ช่องจราจร (นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม

ซึ่งตามระเบียบวาระกระทู้ถาม ที่ ๑.๒.๔ เนื่องจากได้รับการประสานจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมแจ้งว่ามีภารกิจสำคัญ จึงเลื่อนตอบกระทู้ถาม เรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาตอบเป็นกระทู้ถาม ลำดับที่ ๑ คิดว่าไม่มีท่านอื่นขัดข้องนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

เชิญท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ก่อนอื่น ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถามทั่วไปของดิฉันได้เข้ามาหารือ แล้วก็ได้เรียนถามถึงปัญหาและความเดือดร้อนในสาระของกระทู้ถามในวันนี้ แล้วก็ ขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่กรุณา มาตอบกระทู้ถามเพื่อให้หายข้องใจสำหรับคนเพชรบูรณ์ซึ่งรอคอยมาหลายปี จากรายละเอียดที่ดิฉันจะแจ้งให้ท่านทราบ จังหวัดเพชรบูรณ์หลายท่านก็คงจะรู้จักอยู่ภาคกลาง ค่อนข้างที่จะขึ้นไปทางเหนือ อยู่ตรงกลางของประเทศ เดินทางจากกรุงเทพมหานคร ไปเพชรบูรณ์ได้ทางเดียวในปัจจุบันก็คือทางรถยนต์สายพหลโยธินต่อขึ้นไปถึง สายสระบุรี-หล่มสัก ปกติดิฉันเดินทางไปกลับพื้นที่ นอนที่หนองไผ่คือกึ่งกลางของ จังหวัดเพชรบูรณ์ที่อำเภอหนองไผ่ ใช้เวลาการเดินทางตรงเส้นนี้ซึ่งขยายเป็น ๔ เลน วิ่งสวนกันถนนปลอดภัยแล้วก็ดีมาก ๆ ก็ใช้เวลาเกือบ ๓ ชั่วโมง ทีนี้จังหวัดเพชรบูรณ์ ภูมิศาสตร์ของจังหวัดเพชรบูรณ์ลักษณะพื้นที่เหนือสุดกับล่างสุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ ยาวประมาณ ๓๐๐ กว่ากิโลเมตร เพื่อน ๆ ที่มาจากจังหวัดเลย จากจังหวัดชัยภูมิ โดยเฉพาะ จังหวัดเลยยังบอกว่าหลับ ๒ ตื่นก็ยังไม่พ้นจังหวัดเพชรบูรณ์ มีถนนเส้นสระบุรี-หล่มสัก เป็นเส้นเดียวสำหรับการจราจรในตรงนั้น แล้วก็หลับตานึกภาพนะคะ พื้นที่ของดิฉันเขต ๔ คืออำเภอวังโป่งกับอำเภอชนแดน และอำเภอหนองไผ่บางส่วน ทุกวันดิฉันจะต้องเดินทาง ไปที่พื้นที่ คือบ้านอยู่ที่อำเภอหนองไผ่แล้วก็ต้องเดินทางไปที่อำเภอชนแดน ไปปฏิบัติหน้าที่ ที่อำเภอชนแดนและอำเภอวังโป่ง จะมีเป็นสามแยกตรงสามแยกวังชมพูข้ามเขารังขึ้นไปได้ ทางหนึ่ง นั่นเป็นทางเดิม ปัจจุบันมีอีกทางหนึ่งคือออกทางหลังตลาดหนองไผ่ไปเส้นสายซับพุทรา ซึ่งก็พยายามหารือแจ้งให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบว่าเส้นนี้ก็เป็นเส้นสายสำคัญ เช่นกัน ตรงนี้เป็นเส้นทางลัดไปออกอำเภอชนแดนได้เช่นกัน เส้นนี้ปัจจุบันก็มีความเสียหาย มากพอสมควรก็จากสาระที่ได้หารือมาเป็นประจำก็แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบ ที่พูดถึงในวันนี้ก็คือทางหมายเลข ๑๑๓ ถ้าท่านเมื่อกี้ลงจากเขารังลงไปก็จะไปเจอ อำเภอชนแดน ก็จะบอกว่าเราอยู่ตรงหลังเขาตรงนั้นค่อนข้างที่จะไม่ได้รับการเหลียวแล จากหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านของกรมชลประทานก็ดีถูกผลักออกไปที่ให้ไปลง ในลุ่มน้ำน่าน ส่วนถนนนี่ข้ามลงไปก็เป็นถนนสาย ๑๑๓ จากอำเภอชนแดน ลงเขารังไปสู่อำเภอชนแดน แล้วก็ผ่านตำบลท่าข้าม ตำบลดงขุย แล้วก็ไปเชื่อมติดกับเทศบาลตำบลเขาทราย สี่แยกเขาทรายของจังหวัดพิจิตร เส้นนั้นสามารถที่จะลัดออกอำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ แล้วก็เข้าเส้นสายเอเชียลงสู่กรุงเทพฯ ได้อีกเส้นหนึ่ง ก็เรียนให้ ท่านรัฐมนตรีซึ่งท่านทราบภูมิประเทศของจังหวัดนี้ดีอยู่แล้วเพราะท่านก็อยู่กระทรวงนี้ มาโดยตลอด จากเดิมทราบว่าได้มีการบรรจุถนนเส้นนี้อยู่ในโครงการที่จะขยายให้เป็น ๔ เลนตลอดเส้นทาง จนกระทั่งขึ้นถึงเขารัง ในช่วงนี้ขยายออกมาได้เฉพาะชุมชนต่าง ๆ คือชุมชนตลาดดงขุย ชุมชนหน้าตลาดเทศบาลตำบลท่าข้าม แล้วก็เทศบาลอำเภอชนแดน ตรงนั้น เทศบาลของอำเภอชนแดนได้แค่ตรงนั้น ช่วงรอยต่อระหว่างแต่ละเทศบาลซึ่งจะต้อง อยู่ในแผนซึ่งจะต้องขยายเป็น ๔ เลนขาดการต่อเนื่องของโครงการมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ เดี๋ยวดิฉันจะมีเอกสารฝากให้ท่านรัฐมนตรีได้ไปทบทวน แล้วก็อยากจะขอความชัดเจนในตรงนี้ จากคำถามข้อที่ ๑ ที่บอกว่ายังจะบรรจุโครงการอันนี้อยู่ในโครงการที่จะเพิ่มขยายให้มันเป็น ๔ เลนหรือไม่ตามนั้น เพราะว่าไม่มีความแน่ใจในตรงนี้เพราะว่างบประมาณขาดความต่อเนื่อง มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ และปี ๒๕๕๕ ก็ขอเรียนถามท่าน ในส่วนของข้อที่ ๑ ก่อนว่าโครงการนี้ยังถูกบรรจุอยู่ในโครงการที่จะขยายเป็นถนน ๔ เลน หรือไม่ เรียนถามท่านค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีชัชชาติครับ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติดังนี้ครับ ขออนุญาตท่านประธานใช้เพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) นะครับ คือเพื่อเป็นข้อมูล ให้ท่านสมาชิกเห็นภาพ โครงการที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึงเป็นถนนหมายเลข ๑๑๓ เป็นช่วง กิโลเมตรที่ ๒๕ เป็นที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดเพชรบูรณ์กับจังหวัดพิจิตร ระยะทางทั้งสิ้น ประมาณ ๒๕ กิโลเมตร ปัจจุบันอย่างที่ท่านสมาชิกได้แจ้งแล้วครับ ปัจจุบันเป็นเส้นทางหลัก ๒ เลน มีการทำเป็น ๔ เลนอยู่ ๓ ช่วงก็คือช่วงกิโลเมตรที่ ๓๓ นี่คือบริเวณอำเภอชนแดน ทางขวาคือจังหวัดเพชรบูรณ์ ทางซ้ายก็คือจังหวัดพิจิตร ช่วงที่กล่าวนี้ก็มีระยะทาง ๒๕ กิโลเมตร ปัจจุบันมีการทำเป็น ๔ เลนแล้วอยู่ ๓ ช่วง ช่วงละประมาณ ๓ กิโลเมตรก็คือ กิโลเมตรที่ ๓๓ กิโลเมตรที่ ๔๑ และกิโลเมตรที่ ๔๙ ก็เป็นช่วง ๆ นะครับ คืองบประมาณที่ได้ เราก็ขอเป็นระยะทางตามความจำเป็นนะครับ เนื่องจากว่าจุดที่ทำจะเป็นจุดที่เป็นชุมชน เป็นหลัก ท่านเห็นภาพนี้ไหมครับคือจุดที่เป็น ๔ เลนจะเป็นจุดที่ผ่านชุมชนแล้วมีตลาด มีเทศบาลอยู่ ไปที่ชุมชนครับ แต่ว่าพอช่วงที่ออกจากชุมชนไปเนื่องจากงบประมาณเรายังมี จำกัดอยู่ก็ยังเป็น ๒ เลนอยู่ ก็คือทางกระทรวงคมนาคมก็ยังคงความจำเป็นอยู่ที่จะพัฒนา ถนนเส้นนี้ให้เป็น ๔ เลน แต่เนื่องจากว่างบประมาณของเราก็มีจำกัด แล้วก็มีความจำเป็น ต้องดูแลทางหลวงทั่วประเทศ ซึ่งจริง ๆ แล้วในปีงบประมาณนี้ปี ๒๕๕๖ ก็ได้งบประมาณมา ๓๕ ล้านบาทขยายเป็น ๔ เลนอีก ๓.๒ กิโลเมตรบริเวณกิโลเมตรที่ ๓๖ เพราะฉะนั้นปัจจุบัน เหลือที่เป็น ๒ เลนอยู่ ๑๖.๔ กิโลเมตร พอปีนี้ได้ ๓.๒ กิโลเมตรก็จะเหลืออีกประมาณ ๑๓.๒ กิโลเมตร แล้วก็ทางกระทรวงคมนาคมก็ยังยืนยันว่าจะพยายามพัฒนาเส้นนี้ให้เป็น ๔ เลนทั้งเส้นเพื่อความสะดวกปลอดภัยของพี่น้องประชาชนครับ แต่ว่าปัจจุบันเอง มีการจราจรอยู่ประมาณ ๔,๗๐๐ คันต่อวัน ซึ่งยังพอใช้ ๒ เลนได้บ้าง ตัวหลักจริง ๆ ที่เราใช้ เป็นมาตรฐานคือ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ คันต่อวันต้องเป็น ๔ เลนทั้งหมด เพราะฉะนั้น ก็ยังพอทำเนาได้ แต่ว่าเราก็จะบรรจุไว้ในแผนปีงบประมาณต่อไปตามลำดับ ขอกราบเรียน เบื้องต้นเท่านี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านวันเพ็ญคำถามที่ ๒ ครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์ 🔗

ขอบพระคุณท่านค่ะที่ยังคงไว้ ถึงแม้ว่าในช่วงรัฐบาลที่แล้วสร้างความอึดอัดใจแล้วก็ความน้อยเนื้อต่ำใจให้กับ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นอย่างยิ่งที่บอกแล้วว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ และโดยเฉพาะปี ๒๕๕๕ ก่อนหน้านั้นไม่ได้มาโดยตลอดเลย แล้วก็ ปี ๒๕๕๕ ช่วงสมัยที่รัฐบาลของพรรคเพื่อไทยเราเข้ามา ดิฉันก็ทราบว่าได้มีการเพิ่มเติม งบประมาณเข้าไป ๖๐ ล้านบาท หนังสือลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เป็นการเสนอเพิ่ม งบประมาณรายจ่ายในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพราะว่าหน่วยงานก็ได้ พยายามที่จะแจงในรายละเอียดความเสียหายมาให้ ดิฉันก็ได้พยายามติดตามอยู่แต่ปรากฏ ๖๐ ล้านบาทหายไป มีข่าวออกมาว่าเหลือประมาณ ๔๕ ล้านบาท เราก็หวังแล้วก็รอคอยว่า ๔๕ ล้านบาทนั้นเราก็น่าจะได้ แต่ปรากฏว่า ๔๕ ล้านบาทก็ไม่ได้ แล้วปีนี้ก็เห็นมีอย่างที่ ท่านบอกนะคะว่ามีเข้าแผนอยู่ปี ๒๕๕๖ ๓๕ ล้านบาท เพราะฉะนั้นมีความมั่นใจแค่ไหน ไม่ทราบ คือหวั่นไหวตลอดเวลาว่างบนี้จะหายไป ๆ หายไปอย่างกับทุกครั้งที่มันหาย ก็ไม่ทราบสาเหตุเช่นกัน ตอนนี้เพาเวอร์พอยท์ โดยเฉพาะรูปถ่ายของถนนที่ท่านโชว์เมื่อกี้นี้ สวยงามมาก แต่อันนั้นน่าจะเป็นวันแรกที่มีการส่งมอบถนน ท่านไปดูปัจจุบัน โดยเฉพาะ หน้าโรงพยาบาลชนแดน แล้วก็ช่วงตลาดที่ขยาย ๔ เลนแล้วทั้งหมดนั้น แล้วต่อจากสามแยก ตรงนั้นที่แยกออกไปขวามือหน้าโรงพยาบาลจะไปออกภูเขาหินปะการังเส้น ๒๓๙๘ ตรงภูเขาหินปะการังเส้นนั้นก็พัง ปีนี้ก็ไม่มีงบไปซ่อม ปกติก็เห็นให้ปีหนึ่งประมาณ ๒ กิโลเมตร จนสวยงาม ตรงนั้นเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด เราก็โอเค เฝ้ามองอยู่ว่ารัฐบาลจะจัดให้เราได้อย่างไร ๒ ปีก่อนก็จัดมาแต่ปีที่แล้วก็ไม่ได้ แล้วตรงที่ไม่ได้ก็เป็นจังหวะพอดีซึ่งช่วงน้ำท่วมด้วยค่ะก็ไม่ได้ ผิวเสียหมดเลยตรงนั้น ทีนี้กลับมาพูดถึงว่าจากสามแยกก่อนที่จะเลี้ยวไปภูเขาหินปะการัง ตรงขึ้นเขารังเส้น ๑๑๓ เลยโรงพยาบาลมาก็ยังเสียหายเยอะแยะ อย่างที่วันก่อนได้หารือในสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันทำทุกวิถีทางในการที่จะสื่อให้หน่วยงานของรัฐได้ทราบแล้วก็ลงไปเยียวยา พี่น้องประชาชนในเขตชนแดน-วังโป่งหน่อยว่าตรงนั้นเสียหาย ไม่มีงบขยายให้เรา อย่างน้อย ก็มีงบไปซ่อมให้หน่อย นี่อะไรกัน แม้กระทั่งหน้าโรงพยาบาลตะเกียกตะกายกันออกจากหมู่บ้าน ก็แทบแย่แล้ว พอมาถึงหน้าโรงพยาบาลเข้าไม่ถึงโรงพยาบาล ช็อกตายกันอยู่หน้าโรงพยาบาล แล้วตรงนั้นมีทั้งเด็กนักเรียนโรงเรียนเล็ก มีทั้งวิทยาลัยการอาชีพ เด็กมีเป็นพันคน เพราะฉะนั้นผู้ปกครองขี่มอเตอร์ไซค์ส่งเด็ก ๆ โดยเฉพาะหน้าฝนตอนนี้ค่ะ หลบไปหลบมา หลบมาหลบไปเสื้อผ้าก็เปียก เอวก็เคล็ด แขนก็ยอก ก็ขอให้เห็นใจในตรงนี้หน่อยเถอะค่ะ ถนนมันไม่ใช่อย่างอื่นซึ่งเราสามารถที่จะตั้งกองผ้าป่าแล้วหาเงินเอาไปปะผุกันได้ ดิฉันน้อยเนื้อต่ำใจในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการมาพอสมควรแล้วว่าหันซ้ายหันขวา ก็เจอแต่ผู้ปกครองซึ่งยากจนอยู่แล้ว ขาดโอกาสทางการศึกษา พยายามตะเกียกตะกายส่งลูก เข้าเรียนหนังสือก็ไปเจอสภาพโรงเรียนซึ่งฝ้าก็จะร่วงใส่หัวเด็ก แล้วครูก็ไม่มีงบประมาณ ที่ได้รับจากกระทรวงศึกษาธิการไปซ่อมฝ้าให้กับโรงเรียน ก็ให้แต่ผู้ปกครองจัดผ้าป่า แต่ถนน มันจัดไม่ได้ผ้าป่านะคะ เพราะฉะนั้นก็ขอความกรุณาท่าน เดี๋ยวดิฉันจะมีรายละเอียดของ ถนนหลาย ๆ สาย ขอรบกวนท่านรัฐมนตรีชัชชาติช่วยกรุณาดูให้ดิฉันหน่อยนะคะว่า คนเพชรบูรณ์รอคอยแล้วก็ฝากความหวังไว้กับรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างยิ่ง เรามี ส.ส. อยู่ตรงนี้ ๕ คน และโดยเฉพาะดิฉันเป็น ส.ส. ผู้หญิงคนเดียวอยู่ตรงนั้นทุกคนก็จ้องดูว่า ความสามารถในการทำงานของดิฉันจะสอบผ่านหรือไม่ผ่าน ก็อยากจะให้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ให้พี่น้องประชาชนได้รู้ได้เห็นบ้าง เพราะว่าทุกครั้งนอกจากว่าประชุมสภาผู้แทนราษฎรตรงนี้แล้ว เดี๋ยวเย็นนี้บ่ายนี้ดิฉันก็จะกลับพื้นที่ แล้ววันเสาร์ วันอาทิตย์ ไม่เคยหยุดในการที่จะวิ่งเข้าพบ กับพี่น้องตามหมู่บ้าน ถนนที่ได้เห็นและได้แจ้งให้ท่านทราบคือถนนเส้นเมน (Main) แต่เส้นรองในจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอชนแดน อำเภอวังโป่ง อีกมากมายซึ่งยังสื่อไม่ถึง ทางกระทรวงจริง ๆ ค่ะ ขอกราบขอบพระคุณท่าน

เรียนถามข้อที่ ๒ ว่าเงิน ๖๐ ล้านบาทตรงนั้นมันหายไปตรงช่วงไหนอย่างไร แล้วมันมาโผล่เอาในงบประมาณปี ๒๕๕๖ นี้ใช่ไหม ตรง ๓๕ ล้านบาทตรงนี้ แล้วมีความแน่ใจ แค่ไหนว่า ๓๕ ล้านบาทตรงนี้ดิฉันจะได้หรือไม่ ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมขอชี้แจงอย่างนี้ครับว่า ปี ๒๕๕๕ ผมก็ยังไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่ว่ากรมทางหลวงชี้แจงมาว่าปีนั้นได้ของบประมาณ เพิ่มเติมไปจำนวน ๖๐ ล้านบาทเพื่อดำเนินการทำถนนหมายเลข ๑๑๓ เป็น ๔ เลน แต่ว่า ไม่ได้รับการจัดสรร พอปีนี้มาปี ๒๕๕๖ ก็ได้ ๓๕ ล้านบาท แล้วก็ยืนยันว่าได้แล้วเรียบร้อย คงไม่มีการตกหล่นไปที่ไหน เพราะฉะนั้นคงได้ทำแน่กิโลเมตรที่ ๓๖ เป็นระยะทางประมาณ ๓.๒ กิโลเมตร ส่วนข้อมูลทั้งหลายที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวถึงปัญหาต่าง ๆ ผมยินดี จะนำทุกอย่างไปดำเนินการปรับปรุง จริง ๆ แล้วก็ยินดีรับฟังข้อคิดเห็นแล้วก็ข้อมูลจาก ท่านสมาชิกทุกท่านครับ จริง ๆ แล้วก็คือหน้าที่ของเรา เพราะว่าท่านสมาชิกเป็นผู้ที่อยู่ใน พื้นที่เป็นผู้ที่อยู่กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ เพราะฉะนั้นปัญหาทั้งหลายต้องเรียนว่า ท่านรู้ดีกว่าทางรัฐมนตรีมาก แล้วผมคิดว่านั่นคือความงดงามของระบอบประชาธิปไตยครับ ก็คือว่าเรามีตัวแทนของเราอยู่ในพื้นที่ที่จะเอาข้อมูลจริง ๆ สภาพชีวิตจริง ๆ ของพี่น้องมา เพื่อให้ฝ่ายบริหารได้ไปดำเนินการ ฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องไปดำเนินการ ก็ขอให้ท่าน นำข้อมูลมาให้ แล้วก็ที่ท่านกล่าวมาผมคิดว่ามีเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงได้จดบันทึกไว้ หมดแล้ว ผมจะไปติดตามดำเนินการให้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๓๑๐ เรื่อง แผนงานการก่อสร้างและขยายถนน ในเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด (นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เชิญครับ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถามของดิฉันเข้าสู่วาระการประชุม ในสัปดาห์นี้ และต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ที่ได้มาตอบกระทู้ถามของดิฉันในวันนี้ ดิฉันขอเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงสภาพ โดยรวมของปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครของเรานั้นซึ่งถือว่า เป็นเมืองหลวงของประเทศ เป็นศูนย์กลางทางการค้า การเศรษฐกิจ มีการติดต่อในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่มารวมอยู่ที่กรุงเทพมหานครแล้วทั้งสิ้น ท่านประธานคะ แต่ปัญหาที่ พี่น้องประชาชนชาว กทม. กำลังประสบอยู่นั้นนั่นก็คือการจราจรที่ติดขัด การจราจรที่ติดขัดนี้ ส่งผลเสียในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการสิ้นเปลืองงบประมาณ ในเรื่อง ที่เราจะต้องใช้จ่ายในเรื่องการใช้จ่ายพลังงาน การสิ้นเปลืองเวลา การสิ้นเปลืองในเรื่องของ ต้นทุนการขนส่ง นี่ก็เป็นสาเหตุที่จะทำให้เศรษฐกิจของเรานั้นขาดการพัฒนาแล้วก็ไม่มี ประสิทธิภาพเท่าที่ควร การจราจรนั้นยังรวมถึงคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนที่อยู่ใน กทม. ด้วย นั่นก็หมายถึงว่าการที่มีรถติดจะทำให้มลภาวะที่เป็นพิษนั้นวนเวียนอยู่ในสังคม ของบ้านเรา ฉะนั้นแล้วถึงเวลาหรือยังคะท่านประธานที่เราจะต้องให้ความสำคัญกับปัญหานี้ ที่เราจะต้องให้ความจริงใจแล้วก็ร่วมกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ให้ปัญหาการจราจรที่ติดขัดนั้นได้รับการศึกษาแล้วก็แก้ไขต่อไป ดิฉันต้องขออนุญาต ท่านประธานสะท้อนในเรื่องของสื่อมวลชนที่ได้ลงข่าวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าตอนนี้ กทม. ของเราประสบกับวิกฤติในเรื่องของฝนตก รถติด น้ำท่วม ตรงนี้ก็เป็นปัญหาที่เกี่ยวพันกัน ที่ดิฉันเองก็หวังว่าเมื่อดิฉันถามกระทู้ถามในวันนี้แล้วปัญหาต่าง ๆ จะได้รับการแก้ไขต่อไป ซึ่งในการตั้งกระทู้ถามในวันนี้เมื่อมีพี่น้องประชาชนได้ทราบว่าดิฉันจะถามเกี่ยวกับปัญหา การจราจรใน กทม. แต่ว่าผู้ตอบที่จะต้องเป็นในส่วนของกระทรวงมหาดไทย พี่น้องก็ถามว่า ทำไมถึงไม่ไปถามผู้ว่าราชการ กทม. ดิฉันก็ต้องเรียนทางประชาชนให้ทราบว่าจริงอยู่ว่า ถนนใน กทม. นั้นโดยส่วนมากแล้วอยู่ในความดูแลของผู้ว่าราชการ กทม. ซึ่งเป็นผู้บริหาร โดยตรง แต่ด้วยความเรื้อรังของปัญหา รวมถึงความยากที่จะต้องแก้ไข จึงจำเป็นต้องอาศัยผู้นำที่มี ความรู้ความสามารถ กล้าคิด กล้าตัดสินใจที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน รวมถึง การประสานงานและร่วมมือกันทั้งในส่วนของรัฐบาลและในส่วนท้องถิ่นที่เราจะต้อง ให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมในการที่จะแก้ไขปัญหานี้ด้วย ซึ่งดิฉันก็ต้องเรียนว่า หากในส่วนท้องถิ่นที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงนั้นไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ ก็เป็นเรื่องจำเป็น ที่จะต้องบอกรัฐบาลให้ได้รับรู้ ดิฉันเองก็มั่นใจว่ารัฐบาลนั้นมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ ร่วมกันแก้ปัญหาในเรื่องนี้ ในเรื่องของปัญหารถติดให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งก็ต้องรวมถึง เรื่องปัญหาน้ำท่วมเช่นเดียวกันในส่วนที่ กทม. ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ก็ได้โปรดส่งเรื่อง ให้ทางรัฐบาลได้รับทราบเพื่อที่จะร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาต่อไป

ต่อไปดิฉันจะขออนุญาตกล่าวถึงสภาพปัญหาการจราจรในพื้นที่เขตลาดกระบัง ดิฉันต้องกล่าวว่าพื้นที่ถนนในเขตลาดกระบังนั้นมีถนนหลัก ๆ ที่มีการจราจรติดขัด ๓ เส้นด้วยกัน ก็คือ ๑. ถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง ๒. ถนนฉลองกรุง และ ๓. ถนนร่มเกล้า อันนี้เป็นถนนสายหลัก ๆ ที่ดิฉันจะขอกล่าวถึง ยังมีถนนสายย่อยอีกมากมายซึ่งดิฉันเชื่อว่า ทางท่านรัฐมนตรีวรวัจน์น่าที่จะทราบถึงสภาพปัญหา เพราะว่าท่านเคยได้ลงไปในพื้นที่ เขตลาดกระบังแล้ว ดิฉันจะกล่าวว่าในพื้นที่เขตลาดกระบังนั้นมีสถาบันการศึกษามากมาย มีสถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังที่มีนักศึกษาแล้วก็มีสถานศึกษามากมาย มีนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังที่มีผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติประกอบการ อยู่ในนั้น แล้วก็มีพื้นที่ติดต่อกับสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีร้านค้า มีอาคารที่พักอาศัย ซึ่งไม่เพียงรองรับพี่น้องประชาชนที่เข้ามาทำงานที่สนามบินเท่านั้น แต่ยังรองรับชาวต่างชาติ ที่เข้ามาท่องเที่ยวแล้วก็มาติดต่อธุรกิจในพื้นที่ด้วย แต่จาก ๓ ปัจจัยหลัก ๆ ที่ดิฉันได้กล่าวมา จึงไม่แปลกใจเลยใช่ไหมที่เราจะพบว่ามีผู้คนจากนอกพื้นที่เข้ามาในเขตลาดกระบังมากมาย ธุรกิจมีการขยายตัวค่ะ ที่เราได้รับผลดีตรงนี้ แต่ว่ามันเป็นปัญหาในเรื่องของการจัดการ ในเรื่องของระบบการคมนาคมที่ดี ซึ่งมันก็เป็นสาเหตุให้เดิมทีนั้นเขตลาดกระบังเราอาจจะ ไม่ได้รองรับกับการเติบโตทางด้านนี้ทำให้มีการจราจรที่ติดขัดขึ้น ดิฉันเองซึ่งอยู่ในพื้นที่มา ตั้งแต่กำเนิดก็เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง ก็อยากที่จะให้การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ดิฉันก็คิดว่าตอนนี้ก็คงจะยังไม่สายที่เราจะมาร่วมมือกันแก้ไขทั้งในส่วนของรัฐบาลแล้วก็ ในส่วนของหน่วยงานท้องถิ่นด้วยที่เราจะแก้ไขปัญหารถติดใน กทม. และในเขตลาดกระบัง ต่อไปนะคะ

ฉะนั้นดิฉันก็เห็นว่าเป็นประโยชน์อันดีที่ดิฉันจะได้นำปัญหานี้มาเรียนให้กับ ทางรัฐบาลได้ทราบในเรื่องที่เราจะต้องร่วมมือกันแก้ไข ดิฉันจึงขอถามทางท่านรัฐมนตรี ในข้อที่ ๑ ว่ารัฐบาลมีนโยบายให้ กทม. จัดการทำแผนงานหรือโครงการเพื่อแก้ไขปัญหา การจราจรที่ติดขัดใน กทม. อย่างไรคะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ต้องเรียนว่า ต้องขออนุญาตชื่นชมท่าน ส.ส. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก กรุงเทพมหานคร ซึ่งสนใจปัญหาสำคัญของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครก็คือปัญหาการจราจร ก็ชื่นชมว่าท่านได้ติดตามการแก้ไขปัญหามาตลอด ในปีที่ผ่านมาเมื่อมีเหตุการณ์อุทกภัย ในเขตกรุงเทพมหานคร ในเขตลาดกระบัง ตอนนั้นผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านก็ได้ให้ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ลงไปช่วยเหลือ ดูแล ตรวจสอบ แก้ไขปัญหาในพื้นที่ จริง ๆ ต้องเรียนว่าถ้าหากว่า ส.ส. กรุงเทพมหานคร ให้ความสนใจและ ร่วมกันแก้ไขปัญหาเหมือนอย่างที่ท่านดำเนินการอยู่นี่ผมคิดว่าปัญหาของกรุงเทพมหานคร น่าจะแก้ไขได้ เราต้องยอมรับว่ากรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ ถึงแม้ว่าประชากรที่มีอยู่ จะมีเพียง ๖,๐๐๐,๐๐๐ คนตามทะเบียนราษฎร แต่โดยความเป็นจริงแล้วมีประชากรแฝงอีกไม่น้อยกว่า ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ทั้งหมดนี่ ๑๐ กว่าล้านคนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร พื้นที่ถนนเองก็น้อย ไม่เพียงพอที่จะระบายรถได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้รถในเขตของกรุงเทพมหานครมีอยู่ประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ คัน ตรงนี้เอง เป็นปัญหาที่เรามีพื้นที่ถนนไม่เพียงพอกับปริมาณของรถ แล้วปริมาณคนที่วันนี้เอง เคลื่อนย้ายสำมะโนครัว หรือว่ามาอาศัยเป็นประชากรแฝงอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนมากจึงเกิดปัญหานี้เกิดขึ้น ปัญหาของรถติดก็ไม่ได้มาจากปัญหาเดียวว่ามีปริมาณ ถนนไม่เพียงพอ มันมาจากการที่เกิดฝนตก ระบายน้ำไม่ทัน ซึ่งตรงนี้เองทางรัฐบาลก็พยายาม ลงไปช่วยทาง กทม. ดูแล กำชับลงไปว่าขอให้ทาง กทม. เร่งรัดในการขุดลอกท่อระบายน้ำ หรือแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ปี ๆ หนึ่งทางรัฐบาลจะจัดงบ ของกระจายอำนาจจัดสรรให้กรุงเทพมหานครหลายหมื่นล้านบาท รวมถึงงบประมาณ เกี่ยวกับรายได้ที่ทางกรุงเทพมหานครจัดเก็บเอง ปกติเรามอบให้ทางกรุงเทพมหานคร ดำเนินการ แต่ว่าต้องยอมรับว่าล่าช้าแล้วก็ไม่ทันใจ ทางรัฐบาลก็ได้มอบให้ทาง สนข. หรือ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรลงไปช่วยเหลือในการวางระบบเพื่อแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร วันนี้เองท่าน ส.ส. ได้ให้ความสนใจติดตาม ผมก็เชิญทาง กรุงเทพมหานครมาร่วมชี้แจง ก็เห็นว่าถ้าหากว่าเราช่วยกันคนละไม้คนละมือนำปัญหา ที่เกิดขึ้นในพื้นที่นำมาสะท้อนต่อรัฐบาล ผมก็จะนำปัญหาเหล่านี้ไปปรึกษากับทาง กรุงเทพมหานคร ปรึกษากับทาง สนข. และดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ แล้วอาจจะต้องไปดู เรื่องของการทำอุโมงค์ก็ดี ทำสะพานข้ามทางแยกหรือว่าทางลอด หรือระบายผายปากทางแยก ที่เป็นคอขวดอยู่ รวมถึงการแก้ไขปัญหาสภาพของผิวถนนทางเลี้ยวทางโค้ง ตรงนี้ทางรัฐบาล จะรับเรื่องจากท่าน ส.ส. ไปเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร บรรลุผล วันนี้เองเราก็ได้ดำเนินโครงการหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการแก้ไขปัญหา ทางกายภาพของทางถนนต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร แก้ไขปัญหาเรื่องวินัยจราจร โดยใช้ โครงการที่ใช้กล้องซีซีทีวี (CCTV) จับภาพ โดยที่เราเรียกว่าเรด ไลท์ คาเมรา (Red light camera) คือใครทำผิดกฎจราจรก็จะมีการถ่ายภาพเอาไว้ตลอดแล้วก็จะส่งไปปรับที่บ้าน ถ้าหากว่าไม่จ่ายค่าปรับก็จะไม่ต่อทะเบียนรถให้ กระบวนการทั้งหมดวันนี้ทางรัฐบาล พยายามที่จะลงไปช่วยทางกรุงเทพมหานครดำเนินการ เราพยายามศึกษาจุดอ่อน และข้อบกพร่องของกรุงเทพมหานครว่าตรงไหนบ้างที่ยังไม่ดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็น ทางระบายน้ำ การแก้ไขปัญหาถนน หรือว่าการแก้ไขปัญหาจุดต่าง ๆ เหล่านั้น วันนี้รับเรื่อง จากท่าน ส.ส. ธีรรัตน์มาแล้ว ผมก็จะลงไปติดตามการทำงานในเขตของกรุงเทพมหานคร แล้วก็แผนงานต่าง ๆ ของทางรัฐบาลเพื่อให้สำเร็จและแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครต่อไปครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คำถามที่ ๒ ครับ ท่านธีรรัตน์

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ได้ฟังทางท่านรัฐมนตรีชี้แจงก็เกิดความสบายใจ แล้วก็มีความหวังว่าลูกหลานของเราคงจะมี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดิฉันได้ฟังท่านรัฐมนตรีพูดถึงแนวทางการแก้ไขแล้วก็นโยบาย ที่ทางรัฐบาลได้กำหนดไว้ ซึ่งก็เป็นเรื่องสำคัญว่าถึงแม้รัฐบาลจะมีนโยบายภาพรวมในเรื่อง คมนาคมที่ดีเพียงใด แต่ว่าการร่วมมือกันไม่มี ตรงนี้ปัญหาก็จะไม่ถูกแก้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดิฉันต้องยกตัวอย่างเช่นว่าสมมุติเราขึ้นทางด่วน ทางด่วนเราไม่มีรถ แต่ถนนข้างล่างรถติด แล้วก็ติดยาวขึ้นมาบนทางด่วน ซึ่งก็เป็นสาเหตุให้ทางด่วนของเรารถติดด้วยเช่นเดียวกัน ฉะนั้นการทำงานที่ประสานให้มีความสอดคล้องไปในทางเดียวกันเป็นสิ่งสำคัญ แล้วก็จะทำให้ ปัญหาต่าง ๆ นั้นได้รับการแก้ไข

ในส่วนต่อไปดิฉันจะขอลงลึกไปในถนนแต่ละเส้นในเขตลาดกระบัง ดังเช่น ถนนฉลองกรุง ตรงนี้จะมีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าที่มีนักศึกษาจำนวนประมาณ ๒๔,๐๐๐ คน ถนนฉลองกรุงนี้ตัดกลางสถาบัน แล้วเราก็จะพบว่ามีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากนักศึกษาก็ยังมีความคิดที่จะใช้พลังงานโดยการขี่จักรยานไปสถาบัน แต่ว่าไม่มีเส้นทางอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ใช้จักรยานเหล่านี้เลย ดิฉันต้องขอฝากไว้ ตรงนี้นิดหนึ่ง ถ้าหากมีการขยายถนนจริง ๆ ขอให้ได้คำนึงถึงผู้ที่ใช้จักรยานตรงนี้ด้วยนะคะ ดิฉันจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเดิมทีเมื่อปี ๒๕๕๐ ได้มีการออกพระราชกฤษฎีกาในเรื่องของ การปรับปรุงแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในพื้นที่เขตลาดกระบังมาแล้ว ๑ ครั้ง แล้วก็จะโดย การก่อสร้างสะพานจากถนนฉลองกรุงข้ามคลองประเวศบุรีรมย์ตัดตรงสู่ถนนอ่อนนุช เป็นการเพิ่มเส้นทางสัญจรเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของประชากร แต่สุดท้ายพระราชกฤษฎีกา ก็หมดอายุความไป เนื่องจากขาดการประสานงานกัน แล้วก็ความไม่ต่อเนื่องและการร่วมมือกัน ของหน่วยงานต่าง ๆ ท่านประธานคะ งบประมาณที่เราเสียไปมันล้มเหลว แล้วก็เราจะต้อง จ่ายเงินในการที่จะสำรวจทำประชาคม การสอบถามความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ในหลาย ๆ ส่วน แต่ว่ามันไม่เกิดการผลักดันให้โครงการนั้นได้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง สุดท้ายแล้ว ก็กลายเป็นศูนย์ เสียดายเงินภาษีของพี่น้องประชาชน เสียดายโอกาสของพี่น้อง ในกรุงเทพมหานครที่จะมีคุณภาพชีวิตดี ๆ ดิฉันก็มีความเดือดเนื้อร้อนใจด้วยว่าเป็นคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครก็อยากที่จะให้เราได้รับการพัฒนาที่ดีขึ้น ดิฉันได้มีโอกาสปรึกษาพูดคุยกับทางท่านอธิการบดีของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ขออนุญาตเอ่ยนามท่านอธิการถวิล พึ่งมา ท่านมารักษาการนี้ แต่ท่านเป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่มานานแล้ว แล้วท่านก็ได้รับทราบปัญหาว่าระบบการคมนาคม ในเขตลาดกระบังนั้นขาดการวางแผนและขาดระบบที่ดี เรามีความคิดเห็นที่สอดคล้องต้องกัน ว่าควรแล้วที่ กทม. จะเกิดการเปลี่ยนแปลงจะได้รับการแก้ไข และปัญหาการจราจร ที่ติดขัดน่าที่จะได้รับการดูแลอย่างจริงจัง เราได้คุยกันถึงแนวทางการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็น โดยการสร้างสะพานหรือว่าการขุดอุโมงค์ ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวว่าบางพื้นที่นั้น เราสามารถขุดอุโมงค์ได้ ดิฉันก็ได้คุยในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน แล้วก็เห็นสมควรว่าถ้าเรา ขุดอุโมงค์นั้นมันจะมีข้อดีหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทัศนียภาพที่สวยงาม อันนี้ ในส่วนของเส้นถนนฉลองกรุงที่จะไปสู่ถนนอ่อนนุชนะคะ แต่ถึงแม้ว่าการที่ขุดอุโมงค์นั้น อาจจะต้องใช้งบประมาณที่สูง แต่ในระยะยาวแล้วดิฉันคิดว่ามีความคุ้มค่าอย่างยิ่งที่เราจะ ร่วมกันลงมือทำ ตรงถนนฉลองกรุงยังมีรถไฟซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้าด้วย เช่นเดียวกัน อันนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหารถติด ดิฉันคิดว่าถ้าเราทำอุโมงค์ ลอดใต้ทางรถไฟไปและไปสู่ถนนอ่อนนุชที่จะเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิได้โดยตรงตรงนี้ก็เป็น ข้อเสนอแนะที่ดี แล้วก็ขอให้ทางรัฐบาลและ กทม. ได้ร่วมมือกันในการที่จะแก้ไขปัญหาต่อไป โดยใช้แนวความคิดนี้ด้วยนะคะ แล้วก็ดิฉันยังขออนุญาตกล่าวถึงการที่เราจะก่อสร้างถนน รวมถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในเรื่องที่เราจะต้องสำรวจความคิดเห็นว่าการที่ เราจะสร้างถนนนี้มันจะมีผลกระทบอย่างไร ต่อใครบ้าง รวมถึงการอำนวยความสะดวก ให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ดิฉันต้องยกตัวอย่างในส่วนของสะพานลอยคนข้ามถนน ซึ่งตอนนี้บนเส้นอ่อนนุช-ลาดกระบังนี้ไม่มีจำนวนพอเท่าที่ควร เนื่องจากว่าในพื้นที่ ตรงหน้าสนามบินสุวรรณภูมิมีพี่น้องต้องเกิดอุบัติเหตุมากมายในขณะที่ข้ามถนน รวมถึง ตรงหน้าหมู่บ้านเคหะนคร ๒ ด้วย ดิฉันก็อยากที่จะให้ทาง กทม. แล้วก็ทางรัฐบาลได้ร่วมมือกัน เข้าไปแก้ไขปัญหาตรงนี้ จะออกแบบอย่างไรก็ตาม จะเป็นสะพานลอยหรือจะเป็นอุโมงค์คนข้าม หรือจะเป็นทางม้าลายอะไรอย่างไรก็ตามขอให้มีความชัดเจน แล้วก็จะได้ร่วมมือกันแก้ไข ปัญหาต่อไป ดิฉันต้องขออนุญาตยกตัวอย่างในต่างประเทศนะคะ เขามีการคำนึงถึงผู้พิการ ที่จะข้ามถนน ที่จะออกมาใช้ชีวิตให้ปกติอย่างพวกเราได้อย่างไรบ้าง เขามีการทำลิฟต์ จากชั้นล่างขึ้นไปชั้นบนเพื่อที่จะให้ผู้พิการนั้นสามารถข้ามถนนได้ ดิฉันก็เห็นว่ามันอาจจะ เป็นการที่เราจะต้องลงทุน แต่ก็คิดว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่พี่น้องประชาชนควรที่จะได้รับ ตรงนี้ดิฉันก็ต้องขอฝากท่านรัฐมนตรีเพื่อที่จะทำงานร่วมมือกันกับทาง กทม. ด้วย เพื่อจะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป แล้วดิฉันก็จะต้องขอถามทางรัฐบาลว่ารัฐบาล จะสนับสนุนงบประมาณในการแก้ไขปัญหาจราจรในเส้นทางที่ดิฉันกล่าวไปอย่างไร และ การก่อสร้างจะคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชนในการได้รับความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนอย่างไรค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เรียนท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ต้องเรียนว่าท่าน ส.ส. ธีรรัตน์รู้เรื่องในเขตลาดกระบังเป็นอย่างดียิ่ง รู้ถึงปัญหาเกือบทุกส่วน แล้วก็ติดตามในส่วนของ การแก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอด ในส่วนนี้เองผมอยากให้ทางท่านแล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในเขตกรุงเทพมหานครได้ติดตามข้อมูลแบบนี้แล้วก็นำเสนอข้อมูลนี้เข้ามา ไม่เพียงแต่ ในส่วนของกรุงเทพมหานคร ในส่วนของคณะกรรมการการกระจายอำนาจซึ่งดูแล การจัดสรรเม็ดเงินให้กับทางท้องถิ่น เราก็จะรับข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ไปดูให้ แล้วก็จะเร่ง ดำเนินการให้มีการวางแผนในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ การแก้ไขปัญหาในส่วนของถนน ในเขตลาดกระบังเอง ตอนนี้ในส่วนของแผนเราจะเร่งให้ดำเนินการแผนแม่บทการแก้ไข ปัญหาการจราจรในเขตลาดกระบัง ในส่วนของถนนฉลองกรุง-อ่อนนุช มีประมาณอยู่ ๑๐ โครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งในส่วนนี้เราได้ให้ทางสำนักงานนโยบายและแผน การขนส่งและจราจร หรือ สนข. ลงไปช่วยกรุงเทพมหานครในการดำเนินการด้วย มีตั้งแต่ โครงการก่อสร้างทางหลวงท้องถิ่นสายเชื่อมระหว่างถนนฉลองกรุงถึงหมู่บ้านโกลเด้นเพลส (จุดตัดที่ ๓) โครงการที่ ๒ คือโครงการถนนเจ้าคุณทหารตัดใหม่ถึงถนนร่วมพัฒนา ระยะทาง ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร โครงการที่ ๓ ก็คือถนนเจ้าคุณทหารไปถึงถนนวัดศรีวารีน้อย ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร เป็นถนนตัดใหม่ โครงการที่ ๔ คือโครงการปรับปรุงถนนอยู่วิทยา และถนนร่วมพัฒนา จะปรับจาก ๒ ช่องทางจราจร เป็น ๔ ช่องทางจราจร ระยะทาง ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร โครงการที่ ๕ คือโครงการปรับปรุงถนนคุ้มเกล้า จาก ๒ ช่องจราจร จะปรับเป็น ๖ ช่องจราจร และจะมีการยกระดับแล้วก็ทำคูระบายน้ำไว้ตรงกลาง เพราะถนน เส้นนี้ต่ำ มีน้ำท่วมขังเป็นประจำ ให้มีการขยายช่องทางการจราจรและเพิ่มคูระบายน้ำให้ นอกจากนั้นก็จะมีโครงการก่อสร้างถนนตามแนวผังเมือง ตัดถนนใหม่จากถนนรามอินทรา ถึงถนนรามคำแหงไปถึงถนนอ่อนนุช ถนนมอเตอร์เวย์ อันนี้ก็เป็นโครงการที่จะดำเนินการ ก่อสร้างถนนเพิ่มเติมให้นะครับ โครงการที่ ๗ เป็นโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนศรีนครินทร์ ถึงถนนร่มเกล้า จะก่อสร้างเป็นถนนประมาณ ๖-๘ ช่องจราจร โครงการที่ ๘ เป็นโครงการ เชื่อมต่อถนนราชอุทิศถึงถนนสุวินทวงศ์ตัดถนนใหม่ โครงการที่ ๙ เป็นโครงการของกรมทางหลวง ที่ไปดำเนินการคือโครงการก่อสร้างทางพิเศษเพิ่มเติม ทางพิเศษจากสุวรรณภูมิ ตอนที่ ๑ ช่วงนอกเมือง แล้วก็โครงการที่ ๑๐ คือโครงการทางหลวงสายวงแหวนรอบนอกของ กรุงเทพมหานคร รอบที่ ๓ แนวเส้นทางทางด้านตะวันออก ทั้งหมดนี้ได้มอบหมายให้ทาง สนข. ไปดำเนินการ แล้วก็ทางผมจะรับเรื่องจากท่าน ส.ส. ธีรรัตน์ ไปกำกับดูแลและหาวิธี จัดสรรงบประมาณให้ ส่วนในส่วนของการแก้ไขปัญหาตรงสะพานข้ามคลองหนองปรือ ที่ท่าน ส.ส. ได้ตามอยู่ตลอดเวลานั้น ตอนนี้ทางกรุงเทพมหานครได้ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้จัดงบประมาณลงไปเพื่อดำเนินการให้แล้ว เป็นงบประมาณจำนวน ๗๗.๔ ล้านบาท แล้วก็มีการยุบสะพานตรงนั้นลง แล้วก็ทำสะพานใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาในส่วนนั้น นี่คือส่วนที่ ทางกรุงเทพมหานครแล้วก็ในส่วนของทางกรมทางหลวงเตรียมดำเนินการให้นะครับ ผมก็จะลงไปติดตามแล้วก็ดูว่าตรงไหนเมื่อดำเนินการแล้วจะใช้งบประมาณอย่างไร ก็จะรับเรื่อง จากท่าน ส.ส. แล้วก็ติดตามให้ ถ้าหากว่าท่านมีประเด็นอะไรที่เพิ่มเติมหลังจากนี้ก็จะไป ทำให้ตามที่ท่านแจ้งความประสงค์ไว้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องในเขตของ กรุงเทพมหานครครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเป็นกระทู้ถามเรื่องการจัดตั้งสมาคม อสม. นครบาล เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เชิญครับ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ ดิฉันยังไม่จบคำถามในส่วนข้อที่ ๓ จะกรุณาให้ดิฉันได้ถามทางท่านรัฐมนตรี เพิ่มเติมไหมคะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตามข้อบังคับถามได้ ๒ คำถามนะครับ กระทู้ถามทั่วไป

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

หรือคะ ฉะนั้นสุดท้ายนี้ ดิฉันก็ต้องขอขอบพระคุณทางท่านรัฐมนตรีที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ แล้วก็ได้ศึกษาข้อมูล ในการที่จะให้คำตอบกับดิฉัน ดิฉันเชื่อว่าถ้าประชาชนในพื้นที่รวมถึงใน กทม. ได้รับฟัง ในวันนี้ก็จะมีความดีใจที่มันจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่พวกเราจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

แล้วสุดท้ายอีกประเด็นหนึ่ง ดิฉันต้องขอขอบพระคุณทางท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ท่านได้มอบหมายให้ทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในการที่ไปดูแลเรื่องการจราจรที่ติดขัดใน กทม. เพื่อที่เราจะได้มี สภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงการจราจรที่สะดวกสบาย ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีค่ะ

(นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณัฏฐ์มีอะไรครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ใช้สิทธิพาดพิงครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พาดพิงถึงท่านเรื่องอะไรครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

มีประเด็นพาดพิงเรื่องที่ เพื่อนสมาชิกได้ถามถึงการแก้ปัญหาในเรื่องของการจราจร แล้วก็มีการพาดพิงว่า กทม. ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เลยต้องถามรัฐบาล อันนั้นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีพยายามตอบคือพยายามตอบว่าปัญหา การจราจรที่เกิดขึ้นนั้นนอกเหนือจากเรื่องของรถที่มากกว่าปริมาณของท้องถนนแล้วยังมี เรื่องของน้ำท่วมซึ่งเป็นปัญหาหลัก การตอบคำถามของท่านรัฐมนตรีดูจะทำให้ปัญหา การจราจรนั้นไปพ่วงกับปัญหาเรื่องของการแก้ปัญหาน้ำท่วมซึ่งทำให้ กทม. เสียหาย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พาดพิงถึงท่านหรือครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

เป็นการพาดพิงถึง กทม. ครับ แล้วผมเป็น ส.ส. กทม.

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อกี้ผมก็ได้วินิจฉัยหลายเรื่องนะครับ ที่บอกว่าพาดพิงข้างนอกนี่ถ้าเสียหายเขาฟ้องกันเอง ท่านไม่ต้องตอบแทนคนอื่นครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ถ้าท่านประธานไม่ให้ชี้แจง ผมเข้าใจว่าจะเกิดความเสียหาย เพราะท่านรัฐมนตรีท่านก็บอกว่าถ้า ส.ส. กทม. มีความจริงใจในการแก้ปัญหาแบบนี้ กทม. น่าจะไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นเป็นการพาดพิง ของพวกกระผมด้วยครับ ผมขออนุญาตชี้แจงเฉพาะประเด็น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเอาประเด็นของท่านนะครับ ประเด็น กทม. ไม่เกี่ยวกับท่านครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

คือประเด็นตรงนี้ต้องเรียน เพื่อนสมาชิก ท่านประธาน และท่านรัฐมนตรีว่ากรณีของปัญหาน้ำท่วมซึ่งท่านจะอ้างว่า เป็นปัญหาที่ทำให้การจราจรติดขัดนั้นผมคิดว่าเป็นประเด็นที่เบาบางมาก เพราะว่าประเด็น เรื่องของน้ำท่วมแล้วรถติดนั้นจะติดเฉพาะในช่วงเวลาที่ฝนตกหรือหน้าฝนเท่านั้น แต่นี่ปัญหาการจราจรที่เพื่อนสมาชิกได้ถามเป็นการแก้ปัญหาการจราจรซึ่งรถมันติดทั้งปีครับ เพราะฉะนั้นประเด็นแบบนี้ท่านมาอ้างว่าน้ำท่วมระบายน้ำไม่ทันแล้วทำให้รถติดเลยต้องไป ดูแลเรื่องลอกท่อผมคิดว่าไม่ใช่ เพราะถ้าท่านดูตามสถิติเมืองหลวงที่เป็นเมืองมหานคร ที่เป็นเมืองใหญ่เขามีปริมาณถนนอยู่ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของเมือง ในขณะที่ของเราเอง มีปริมาณ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณัฏฐ์ครับ เอาเฉพาะประเด็นที่ท่านเสียหาย ท่านไม่ต้องตอบแทน กทม. ผมได้วินิจฉัย แล้วนะครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

คือถ้าไปอ้างเรื่องของน้ำท่วม โดยไม่ดูปริมาณความแตกต่างระหว่างถนนหรือการบริหารจัดการมันก็จะเท่ากับว่า กทม. มีปัญหาเรื่องการระบายน้ำแล้วทำให้รถติด

(นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณัฏฐ์เดี๋ยวก่อนครับ เชิญผู้ประท้วง ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ตามข้อ ๘ ท่านประธานควบคุมด้วยครับ ท่านผู้ทรงเกียรติเป็น ส.ส. กทม. ก็จริง ผมก็เป็น ส.ส. กทม.

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อกี้ผมได้วินิจฉัยแล้ว ถ้าประเด็นนี้ผมได้วินิจฉัยไปแล้ว ท่านณัฏฐ์เอาประเด็นเฉพาะ ท่านเสียหาย ไม่ต้องตอบแทนคนอื่นครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ผมจึงเรียนชี้แจงว่าประเด็น ปัญหาตรงนี้ไม่ใช่เรื่องของปัญหาอุทกภัยแต่ว่าเป็นปัญหาของการจราจร

(นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณัฏฐ์ครับ มีการประท้วง ประท้วงเรื่องอะไรครับ

ท่านไม่ได้ประท้วง ท่านณัฏฐ์เอาเฉพาะที่ถูกพาดพิง ที่เสียหายครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ประเด็นคืออย่างนี้ครับ สิ่งที่ท่านผู้อภิปรายได้พูดนั้นถูกต้องครับ เพียงแต่ผมพยายามกำลังจะชี้แจงว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เรื่องของการจราจรนั้นอย่าไปโยงว่าปัญหาใหญ่คือน้ำท่วมแล้วทำให้รถติด เพราะในข้อเท็จจริงคือปริมาณถนนกับปริมาณรถนั้นไม่สัมพันธ์กันอันนั้นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ อย่างที่ท่านผู้อภิปรายพูดถูกต้องครับว่าถ้ามีความร่วมมือกัน ชัดเจนนี่การแก้ปัญหาจะทำให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี แต่ปัญหาอย่างเช่นการเชื่อมถนนฉลองกรุง มาถึงอ่อนนุช ซึ่งทั้งหมดมีการของบประมาณไปทั้งปี ๒๕๕๕ และปี ๒๕๕๖ จากทาง กทม. แล้วกระทรวงมหาดไทยไม่ได้เอาเข้า ครม. ไม่ได้อนุมัติงบประมาณอย่างนี้ถือเป็นการไม่ให้ ความร่วมมือหรือเปล่าครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๓๐๕ เรื่องการจัดตั้งสมาคม อสม. นครบาล (นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ค่ะ ที่จริงดิฉันฟังกระทู้ถามเมื่อสักครู่นี้ก็รู้สึกไม่สบายใจแล้วไม่แปลกใจว่าทำไมดิฉันถึงต้องมี กระทู้ถามนี้ขึ้นมาเพราะมันเกี่ยวเนื่องกันว่าคนที่ทำงานดิฉันว่ารัฐบาลแล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องนี่ ไม่เข้าใจบทบาทหรือข้อจำกัดเส้นแบ่งระหว่างรัฐบาลกับ กทม. เหมือนอย่างที่ท่านพูดถึง ที่จริงถนนส่วนใหญ่ ถนนใหญ่ของ กทม. นี่ไม่ใช่ของ กทม. ถนนใหญ่ของ กทม. นี่คือของ ทางหลวง แล้วของ กทม. นี่คือถนนเล็กถนนในซอย วินัยจราจรนี่ไฟเขียวไฟแดงเป็นของ กทม. แต่การจัดการเรื่องวินัยจราจรเป็นเรื่องของตำรวจจราจร

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัชฎาภรณ์ครับ ท่านเอากระทู้ถามท่านดีกว่าครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

เพราะกระทู้ถามดิฉันนี่เกี่ยวข้อง อยู่แล้ว เพียงแต่บอกว่ากระทู้ถามดิฉันมันถึงได้เกิดขึ้นอย่างไรคะว่าบางทีความไม่เข้าใจ เรื่องความสัมพันธ์หรือเงื่อนไขขอบเขต คำถามของดิฉันก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขได้ไปเป็นประธานแล้วจัดการเปิดอบรมโครงการพัฒนาขีดความสามารถของ อสม. นครบาล แล้วท่านก็บอกว่ากระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายพัฒนาและสร้างอาสาสมัคร สาธารณสุขหรือ อสม. ในพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยเรียกว่า อสม. นครบาล เขาบอกว่า จะให้ตั้งสมาคม อสม. นครบาลทำหน้าที่เป็นตัวแทนภาคประชาชนร่วมดูแลสุขภาพ ประชาชนในเขตเมือง ทั้งการจัดการสุขภาพในชุมชน การส่งเสริมสุขภาพ การคุ้มครองภัย สุขภาพในภาวะวิกฤติเหมือน อสม. ที่มีอยู่แล้วประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ใน ๗๖ จังหวัด ทั่วประเทศยกเว้นในกรุงเทพมหานครที่เป็นชุมชนเมืองขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็นแหล่ง รวมระบบบริการสุขภาพในระดับสูงที่มีประสิทธิภาพคือยอมรับว่าโรงพยาบาลระดับสูง มีประสิทธิภาพ แต่การที่กรุงเทพฯ ไม่เคยมี อสม. อย่างจังหวัดอื่น ๆ ดิฉันย้ำว่ารัฐมนตรีบอก กรุงเทพฯ ไม่เคยมี อสม. เหมือนจังหวัดอื่น ๆ ทำให้บริการขั้นพื้นฐานหรือระบบบริการ ปฐมภูมิของคนเมืองหลวงพัฒนาไม่ทันพื้นที่อื่น ๆ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการ สุขภาพและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพจึงยังไม่สูงนัก โดยเฉพาะคนยากจนมีความลำบากกว่า คนจนในต่างจังหวัดมาก แล้วท่านก็มีเป้าหมายที่จะอบรม อสม. นครบาลให้ได้ ๕,๐๐๐ คน จากเขตละ ๑๐๐ คน ๕๐ เขต แล้วท่านจัดรุ่นละ ๑,๐๐๐ คนภายในปีนี้ ท่านประธานคะ ถ้าพูดอย่างนี้แปลว่าท่านกำลังดูแคลน อสส. ซึ่งถือว่าเป็น อสม. ของกรุงเทพมหานคร เขาไม่เรียกว่า อสม. เพราะมันไม่ใช่หมู่บ้าน เขาใช้คำว่า อสส. ซึ่งใช้ระเบียบเดียวกันคือเป็น อสม. ในกรุงเทพมหานคร มีสำนักอนามัยตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะ แล้วก็ดูแลเรื่องสุขภาพอนามัย แล้วเป็นผู้ดูแล อสส. เหมือนกับกระทรวงสาธารณสุขที่มีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ดูแล อสม. เพราะฉะนั้นถ้าบอกว่าการดูแลถ้าไม่มี อสม. ทำให้พี่น้องประชาชนไม่ได้รับ การดูแลเรื่องสุขภาพ ท่านเข้าใจไหม หรือท่านดูแคลน อสส. ซึ่งเขาก็ทำหน้าที่เหมือนกัน แล้วท่านบอกว่าเอาไว้ดูแลเวลาที่เกิดภัยพิบัติ ดิฉันไปอบรม อสส. ดิฉันถามเขาว่า ตอนน้ำท่วมปีที่แล้วพวกคุณทำงานไหม เขาบอกเขาทำงานเกือบตาย เวลามีโรคระบาดขึ้นมา พวกคุณทำงานไหม เขาบอกเขาทำงานไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน แล้วตรงไหนที่บอกว่าทำให้ ประชาชนใน กทม. ได้รับการดูแลน้อยกว่า อสม. เพราะฉะนั้นดิฉันก็เลยอยากจะเรียนถามท่านว่าท่านทราบหรือไม่ เสียดายนะคะ ท่านรัฐมนตรีว่าการไม่ได้มาเพราะท่านไปอบรม ท่านไปเปิดงานทุกงานด้วยตนเองทั้ง ๕ รุ่น แล้วก็มี ส.ส. หลายท่านไปด้วย ท่านจะบอกว่าเป็นงานของประชาชนทำเองไม่ได้ เพราะ อสส. คณะกรรมการชมรม อสส. เวลานัดกับดิฉันบางทีนัดให้ดิฉันไปช่วยดู ร่างระเบียบชมรม เขายังต้องขอเลื่อน บอกอธิบดีเรียก ก็คืออธิบดีกรมสนับสนุนและบริการ สุขภาพเรียกไป ไปคุยเรื่องนี้ที่จะตั้งสมาคม อสม. นครบาล โดยเอาตัว อสส. ไป เรียก อสส. เป็นศูนย์ มีทั้งหมด ๑๒ ศูนย์ เรียกไปเพื่อที่จะไปอบรมให้เป็น อสม. นครบาล ดิฉันก็จะ เรียนถามท่านว่าท่านทราบหรือไม่ว่ากรุงเทพมหานครมี อสส. ซึ่งไม่ได้เรียกว่า อสม. แต่ทำหน้าที่เหมือนกัน ใช้ระเบียบเดียวกัน เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลสนับสนุนให้มีสมาคม อสม. นครบาล เป็นความเข้าใจผิดหรือเป็นการเจตนาจะแทรกแซงอำนาจหน้าที่ของ กรุงเทพมหานคร

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีสุรวิทย์ครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กระผมขอชมเชย ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ที่ให้ความสนใจ ในปัญหาเรื่องเกี่ยวกับ อสม. หรือ อสส. ของกรุงเทพมหานคร ผมอยากกราบเรียนว่า กระทรวงสาธารณสุขนั้นเป็นผู้ที่ได้จัดทำระเบียบ เรียกว่าเป็นระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งระเบียบนี้ก็เป็นระเบียบ ที่อาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๐ ของ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ปี ๒๕๓๔ แก้ไขเพิ่มเติม ปี ๒๕๔๕ เพราะฉะนั้นที่ท่านเป็นห่วงว่ากระทรวงสาธารณสุขอาจจะไม่ทราบว่า เราทราบไหมว่ามี อสส. ซึ่งทำหน้าที่เหมือน อสม. และเป็นระเบียบเดียวกันนั้น กระทรวงสาธารณสุขเราทราบครับเพราะว่าเป็นผู้จัดทำระเบียบเรื่องนี้เองเมื่อปีที่แล้วครับ ก็เรียนว่าในส่วนของ อสม. นั้นเป็นบุคคลตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุขก็หมายถึงบุคคล ที่ได้รับคัดเลือกจากหมู่บ้านหรือชุมชนและผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานอาสาสมัคร สาธารณสุขหมู่บ้านตามที่คณะกรรมการกลางกำหนดและกำหนดไว้ชัดเจนว่า ใน (๒) ของมาตรา ๓ นั้น อสม. ที่ปฏิบัติงานในกรุงเทพมหานครก็คือผู้ที่เป็น อสม. ตามระเบียบนี้ และผมกราบเรียนว่ากระทรวงสาธารณสุขนั้นมีภาระหน้าที่ในการที่จะสนับสนุนส่งเสริมให้ อสม. หรือเครือข่ายต่าง ๆ ในภาคประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจแล้วก็ได้เสริมในเรื่องของ ศักยภาพบทบาทของ อสม. ซึ่งเป็นการรองรับนโยบายรัฐบาลข้อ ๔.๓.๔ ที่จะมุ่งเน้น การพัฒนาขีดความสามารถของอาสาสมัครสาธารณสุขทุกคนให้เป็นนักจัดการสุขภาพชุมชน แล้วก็สามารถขยายความครอบคลุมไปถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผมเรียนว่าในเรื่องของการอบรมครั้งนี้ เป็นนโยบาย เป็นโครงการที่จะพัฒนาศักยภาพของ อสม. ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด เป็นการพัฒนาศักยภาพของ อสม. และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อให้มีศักยภาพเสริมเข้าไป เราก็อบรมในหลายรูปแบบ ในส่วนของต่างจังหวัด หลาย ๆ แห่งก็มีการอบรม อย่างเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาผมก็ไปเป็นประธานเปิดการอบรม พัฒนาศักยภาพ อสม. ที่จังหวัดร้อยเอ็ด วันพรุ่งนี้เช้าก็จะไปเปิดอบรมที่จังหวัดสุรินทร์ ผมไปแทบทุกจังหวัด ในส่วนของ กทม. นั้นท่านรัฐมนตรีว่าการท่านไปเป็นประธานนะครับ แต่ก็เป็นโครงการลักษณะเช่นเดียวกัน เราจะพัฒนา กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้มองว่า ในกรุงเทพฯ จะต้องเป็นหน้าที่ของ กทม. ในต่างจังหวัดจะต้องเป็นหน้าที่ของใคร แต่ว่า กระทรวงสาธารณสุขมองในภาพรวม เราอยากให้ อสม. หรือที่เรียกว่า อสส. ที่อยู่ใน กทม. บางส่วนที่ต้องการเสริมเพิ่มเติมศักยภาพได้เพิ่มเติมความรู้เข้าไป เมื่อมีกลุ่มของ อสส. บางกลุ่มที่ต้องการให้กระทรวงสาธารณสุขได้เพิ่มเติมให้ในบทบาทหลายเรื่องนะครับ ซึ่งหลักสูตรที่อบรมเราก็เห็นว่าเป็นประโยชน์กับ อสม. ที่อยู่ปฏิบัติงานในกรุงเทพมหานคร หรือที่ท่านเรียกว่า อสส. นั้น ก็มีบางส่วนก็เป็นเครือข่ายภาคประชาชน จึงได้จัดทำโครงการ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้ตามอำนาจหน้าที่ครับ ผมเรียนว่า การจัดการฝึกอบรมเป็นบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการกลางที่จัด แล้วก็การดำเนินการ ขออนุมัติต่าง ๆ เป็นไปตามขั้นตอนตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านทุกประการ และที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเป็นห่วงว่าการตั้งเป็น สมาคม อสม. นครบาลนั้นจะเป็นการที่จะไปก้าวก่ายอะไรหรือไม่ ผมเรียนว่าในระเบียบของ กระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย อสม. ก็กำหนดไว้ชัดเจนว่าในเรื่องขององค์กรอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านก็หมายความถึงการรวมกลุ่มของ อสม. จะเป็นในรูปแบบชมรมก็มี จะเป็นในรูปแบบสมาคมก็ได้ จะเป็นในรูปแบบของมูลนิธิก็ได้ ซึ่งแต่ละฝ่ายก็จัด อสม. หรือ อสส. ในกรุงเทพฯ ก็จะไปตั้งชมรมต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นการพัฒนาความร่วมมือเครือข่าย อาจจะมีบางส่วนที่ไปเกี่ยวโยงเชื่อมโยงกับต่างจังหวัด ในหลายจังหวัดก็มีการจัดตั้งชมรม ตั้งสมาคม อสม. ของจังหวัดนั้น ๆ ส่วนที่อยู่ในกรุงเทพมหานครเท่าที่ผมทราบก็มีการเตรียมการ จัดตั้งเป็นสมาคม อสม. นครบาล ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เป็นไปตามระเบียบแล้วก็เป็นแนวทาง ที่เราสนับสนุนให้ อสม. ได้ร่วมกัน ประสานงานกัน แล้วก็เป็นพลังที่จะทำให้ อสม. ทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพ ก็กราบเรียนว่าที่เป็นห่วงว่ากระทรวงสาธารณสุขทราบหรือไม่ว่า มี อสส. ใน กทม. กระทรวงสาธารณสุขทราบครับเพราะว่าระเบียบนี้เป็นระเบียบของ กระทรวงสาธารณสุขเอง และกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ไปก้าวก่ายในเรื่องของสิทธิต่าง ๆ ของ อสส. หรือ อสม. ที่ปฏิบัติงานกรุงเทพมหานคร การรับค่าป่วยการหรือค่าตอบแทน ก็รับตามปกติ จำนวนต่าง ๆ ก็มีตามปกติ ผมกราบเรียนว่ากระทรวงสาธารณสุขนั้น มีนโยบายที่จะส่งเสริมศักยภาพของเครือข่าย อสม. เครือข่ายภาคประชาชน ไม่ได้เข้าไป ก้าวก่ายตามที่ท่านได้เป็นห่วงเป็นใยแต่ประการใดนะครับ ก็คงจะเป็นคำชี้แจงเพื่อให้สบายใจ ในการที่กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการโครงการนี้ครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เหลือคำถามสุดท้ายนะครับ เชิญครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานคะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉันเคยอยู่ กทม. แล้วก็ทราบว่าถ้าอย่างนั้นดิฉันว่ายิ่งน่าเป็นห่วง เพราะว่าการที่ท่านทำอย่างนี้มันทำให้ อสส. สับสน เวลาคำกล่าวเปิดงานท่านรัฐมนตรีรวมทั้งท่านอธิบดีท่านได้บอกว่าที่ท่านจัดนี้ ก็เพราะว่ากรุงเทพมหานครไม่มี อสม. ทำให้การดูแลสาธารณสุขขั้นพื้นฐานของกรุงเทพมหานครสู้ต่างจังหวัดอีก ๗๖ จังหวัดไม่ได้ ที่เขามี อสม. ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ถ้าท่านตอบว่าท่านรู้ แปลว่าที่ผ่านมาทำเป็นไม่รู้ เพื่อที่จะดึงคนของ อสส. ที่เป็น อสส. ไปจัดตั้ง ดิฉันไม่ได้ว่าท่านที่ท่านจะเพิ่มพูนศักยภาพ ให้กับเขาพัฒนาขีดความสามารถ แต่โดยปกติที่ผ่านมายกเว้นรัฐบาลนี้ รัฐบาลก่อน ๆ ดิฉันก็เห็น ก็ประสานงานกับ กทม. แล้ว กทม. ก็ไปดำเนินการ ดิฉันถาม อสส. ที่ไปอบรมกลับมา เขาก็บอกว่าความรู้ที่ได้ไปอบรมครึ่งวันที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ตามโครงการไป ๒ วัน กับ ๑ คืน ไปครึ่งวัน ดิฉันก็ถามเขาว่าความรู้ที่ได้มาแตกต่างจากที่คุณมีอยู่ไหม เขาบอกว่าไม่มี แม้กระทั่งบางทีเรื่องโรคใหม่ ๆ คือมือเท้าปากนี่เขาก็บอกว่าที่บอกเขาอธิบายเขานี่ ยังน้อยกว่าที่เขารู้แล้วเขาดำเนินการอยู่ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะให้ท่านสำรวจ เพราะว่าที่จริงงานนี้มันเป็นงานที่ถ่ายโอนมาให้ กทม. ท่านก็ต้องประสานกับ กทม. ไม่ใช่หรือคะ ในการทำงาน ไม่ใช่ล้วงลูกเอา อสส. มาอบรมเอง แล้วการตั้งสมาคมท่านบอกเขาไปเลย ว่าให้เขามาอบรมแล้วจะตั้งสมาคม ทำไมไม่เป็นสมาคม อสส. ล่ะคะ ในเมื่อเขาชื่อ อสส. ทำไมต้องชื่อว่าสมาคม อสม. นครบาล แยกเขาออกมาจาก อสส. ของกรุงเทพมหานครทำไม เจตนาคืออะไร แล้วถึงเวลาท่านใช้งบประมาณก็ไม่คุ้ม ไป ๒ วันอบรมเนื้อหาวิชาการ อยู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแค่ครึ่งวัน แล้วก็พาเขาไปนอนที่จังหวัดนครนายก แล้ววันรุ่งขึ้น ก็พูดคุยกันเที่ยวเตร่กันแล้วก็กลับมา ให้ค่ารถ ๒๐๐ บาท ให้กระเป๋า ๑ ใบ ให้เสื้อยืด ๑ ตัว แล้วเขาบอกว่าพอไปที่นั่นก็อธิบายว่าถ้าเขาตั้งเป็นชมรม อสม. นครบาล เขามีสิทธิที่จะทำ โครงการเข้าไปของบประมาณกับกระทรวงสาธารณสุขได้ เขามีสิทธิที่จะได้รับรางวัล แล้วเดินทางไปดูงานต่างประเทศ เขามีสิทธิที่จะได้เงินเดือนเพิ่มคนละ ๔๐๐ บาท ซึ่งดิฉัน ก็อธิบายว่าถ้า อสม. ได้ อสส. ก็ได้ทุกคนนั่นแหละ แต่เหล่านี้มันเป็นแรงจูงใจที่บอกเขา แล้วก็ถามว่าจริงหรือ ทำไมท่านไม่อธิบายล่ะคะว่าโครงการอย่างไรที่เขาทำมาแล้วก็จะได้รับ เขาดีใจว่าเขามีโอกาสที่จะทำโครงการมาของบประมาณ ดิฉันก็ยังต้องถามท่านอีกเหมือนกัน ถามท่านว่าการใช้เงินที่ไม่คุ้มค่าอย่างที่ว่านี้อยากจะทราบว่าเมื่อท่านจะตั้งสมาคม อสม. นครบาล ไม่ใช้ อสส. ของกรุงเทพมหานคร รัฐบาลยังมีโครงการอะไรอีกไหมที่ขยับเข้ามาใน กทม. ดิฉันทราบจากพี่น้องประชาชนว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็มีหนังสือไปในชุมชนแล้วบอกว่าถ้ารวบรวมครอบครัวได้ตามจำนวนที่กำหนดจะตั้งให้เป็น ชุมชน ชาวบ้านโทรศัพท์มาถามดิฉันเลยว่าทำชุมชนซ้อนชุมชนได้ด้วยหรือ ประชาชนก็ยังมี คำถามเลยค่ะ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนถามท่านว่าเงินทั้งหลายที่ท่านได้มาท่านใช้เงิน จากที่ไหน ใช้งบประมาณเท่าไร แล้วท่านทราบไหมว่างบประมาณเหล่านั้นใช้ไปสุดยอดที่จะ ไม่คุ้มค่า หรือถามว่าเมื่ออบรมเขาแล้วท่านจะมอบหมายให้เขากลับไปทำอะไร ถ้าเป็นใน กรุงเทพมหานครในพื้นที่เขาเองก็เป็น อสส. ถ้าใช้ชื่อ อสม. ท่านจะให้เขาไปลงพื้นที่ ต่างจังหวัดหรือที่ไหน ท่านกำหนดความชัดเจนให้เขาหรือเปล่า เพราะท่านเอาเขาไปแล้ว ก็เกิดความสับสนแล้วท่านจะทำอย่างไร แล้วรัฐบาลมีโครงการอะไรอีกที่จะขยับเข้ามายุ่ง ในกรุงเทพมหานคร เมื่อก่อนก็ไม่เห็นรัฐบาลไหนเป็นอย่างนี้ ก็เห็นมีรัฐบาลนี้แหละขยับเข้ามา แล้วอ้างโน่นอ้างนี่รวมทั้งเรื่องน้ำท่วม ท่านก็บอกว่า กทม. เอาเงินไปหมดแล้ว กทม. อม ถ้ายังจ่ายไม่หมด เมื่อวันก่อนท่าน มท.๑ ก็บอกว่าที่จริงแล้วยังจ่ายไม่หมดเหลืออยู่ ๑,๑๐๐ ล้านบาทที่ กทม. ขอมาใหม่ ดิฉันก็เลยสงสัยนะคะ เรียนถามท่านอย่างที่ว่านั่นแหละงบประมาณมาจากไหน เท่าไร รู้ไหมว่าใช้ไม่คุ้ม ท่านประเมินไหม แล้วจะให้พวกเขาไปทำงานอะไร มอบหมายเขาหรือเปล่า อสม. นครบาล ตรงไหนคือเขตพื้นที่นครบาลที่จะให้เขาไปทำ แล้วรัฐบาลจะเข้ามาทำอะไร มายุ่งกับ กทม. มากน้อยแค่ไหน หรือจะยุ่งแต่เฉพาะตอนที่จะใกล้เลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม.

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอกราบเรียนเพิ่มเติมในคำถาม ที่ท่านสมาชิกได้ถามเพิ่มเติมว่าในส่วนของโครงการที่จัดทำนี้ถ้าชื่อเต็มของโครงการก็เป็น โครงการพัฒนาขีดความสามารถ อสม. นครบาล และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อการส่งเสริมสุขภาพ การคุ้มครองภัยสุขภาพ ในการจัดการสุขภาพของชุมชนเมือง ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า อันนี้ก็เป็นการดำเนินการเพื่อที่จะจัดสุขภาพชุมชนเมือง ไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพมหานครเท่านั้น เราทำเป็นโครงการที่จะขยายต่อไปในชุมชนเมือง ในพื้นที่ในต่างจังหวัดต่าง ๆ ที่เป็นชุมชนเมืองใหญ่นะครับ งบประมาณที่ได้รับมานั้น ส่วนใหญ่ก็จาก สปสช. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แล้วก็จากกรมสนับสนุน บริการสุขภาพ ซึ่งภารกิจหลักก็คือประสานราษฎร์ ช่วยรัฐ ขจัดภัยสุขภาพ เป็นการช่วยเหลือในภาคประชาชนซึ่งกันและกัน ผมอยากเรียนเพิ่มเติมว่าข้อมูลบางส่วน อาจจะไม่ตรงกับที่ท่านพูด เพราะเท่าที่เราได้อบรมไปทั้งหมดจำนวน ๕,๐๐๐ คนนั้น ก็มีการประเมินหลังจากที่มีการอบรมก็พบว่าคำตอบส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการอบรม ที่มีประโยชน์ เป็นการอบรมที่ทำให้ อสม. ได้รับประโยชน์ และยังเรียกร้องให้ กระทรวงสาธารณสุขอบรมเพิ่มเติมให้หมด เพราะว่าเราทราบว่ามี อสม. อีกจำนวนมาก อสส. อีกจำนวนมากใน กทม. ยังไม่ได้รับการอบรม และผู้ที่ผ่านการอบรมไปแล้วยังเรียกร้อง ให้กระทรวงสาธารณสุขได้จัดอบรมเพิ่มเติม แต่ว่ากระทรวงสาธารณสุขก็ยังจะพิจารณาดูว่า เราจะได้มีความเหมาะสม ความพร้อมในช่วงใด ก็เรียนว่าตรงที่ว่าใช้งบประมาณไม่คุ้มค่านั้น ผมคิดว่าก็คงจะเป็นส่วนที่ท่านได้คิดในส่วนนี้ แต่ว่าเท่าที่เราได้ประเมินการประเมิน หลังการอบรมก็พบว่า อสม. ที่อบรมหรือเครือข่ายที่อบรมต่างก็บอกตรงกันครับว่าคุ้มค่า และต้องการให้มีการอบรมเพิ่มเติม ก็เรียนว่ายังยืนยันอีกครับว่าไม่ได้ไปก้าวก่ายกับ ระบบการบริหารจัดการในภาค อสม. ของ กทม. ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าตอบแทน กทม. ก็ยังต้องดำเนินการไปตามปกติในเรื่องการทำงานต่าง ๆ แต่ว่าศักยภาพที่เรา อบรมเพิ่มเติมได้นั้นจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน จะเป็นประโยชน์กับตัวของ อสม. เอง ในเรื่องโรคภัยไข้เจ็บเราก็มีการเสริม ที่เน้นสำคัญที่สุดก็คือในเรื่องการบริหารจัดการสุขภาพ ภาคประชาชน ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ ดังจะเห็นได้จากในช่วงนี้ก็มีการที่ว่าภัยน้ำท่วม ภัยต่าง ๆ อสม. จะเป็นคนใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด เมื่อภัยเกิดขึ้น อสม. จะเป็น ผู้ที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ก่อนที่จะมาถึงส่วนอื่น เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าการใช้งบประมาณ จำนวนดังกล่าวผมคิดว่าเป็นประโยชน์และคุ้มค่ากับพี่น้องชาว กทม. ถึงแม้เราจะอบรม ยังไม่มากนัก เพียงบางส่วนเท่านั้นที่อบรมไป แต่ว่าถ้า อสม. ที่อบรมไปนี้ได้ทำงานได้ ตามที่เราได้พูดคุยกับ อสม. ผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์และคุ้มค่าครับ ผู้ที่เข้าอบรมนั้นเป็นผู้ที่สมัครใจเข้าร่วมการอบรมก็ถือว่าเป็นงบประมาณโครงการต่าง ๆ นอกจากที่ได้รับไป เช่น กระเป๋าอะไรต่าง ๆ นั้น เอกสารแบบเรียนต่าง ๆ นั้นถ้าหากว่า เป็นความจำเป็นที่ อสม. ใน กทม. จะต้องการให้กระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนกระทรวงก็ยินดี เพราะว่าประชาชนใน กทม. ก็คือประชาชนไทย เพราะฉะนั้นงบประมาณของประเทศชาติ แม้จะอยู่ในส่วนที่เป็นอำนาจหน้าที่ของ กทม. แต่ถ้ากระทรวงสาธารณสุขเราสนับสนุนได้ ก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องชาว กทม. ซึ่งเป็นคนสำคัญเป็นบุคคลในเมืองหลวง เราไม่ได้รังเกียจ เราไม่ได้ไปคิดว่า กทม. คนใน กทม. จะต้องใช้เฉพาะงบประมาณของ กทม. แต่งบประมาณส่วนใดที่เราช่วยได้เราก็ยินดี เพราะเราอยากจะเห็นคน กทม. ได้รับ การคุ้มครองด้านสุขภาพอนามัยอย่างดีที่สุดครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบนะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามเรื่องสุดท้าย ฝากใช่ไหมครับ เชิญครับ เอาสั้น ๆ นะครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีว่าทำความเข้าใจบทบาทหน้าที่ อสส. กับ อสม. ให้ชัดเจนว่ามันเหมือนกัน แล้วท่านกรุณาอย่าไปพูดว่าเมื่อกรุงเทพฯ ไม่มี อสม. แล้วมันทำให้ คนกรุงเทพฯ ได้รับการดูแลไม่ดี เพราะมันมี อสส. อยู่ แล้วการอบรมของท่านดิฉันก็ฝากว่า ท่านไปมุ่งเน้นที่ อสม. ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศก่อน แล้วท่านประสานให้ กทม. เขาทำเองก็ได้ แล้วถ้าท่านไม่เจตนาที่จะแบ่งแยกให้เขาสับสนท่านก็อย่าใช้คำว่า อสม. นครบาล เพราะมันแสดงเจตนาชัดเจนเกินไป ท่านก็ใช้ อสส. ธรรมดา ถ้าท่านเพิ่มความรู้ ให้เขาธรรมดามันก็ธรรมดา แล้วให้ กทม. เขาทำเองมันจะผ่อนภาระท่านมากกว่า ก็ใช้หลักสูตรท่านนั่นละค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นเวลาไปการที่บอกว่ามันไม่คุ้มค่าก็คือใช้เวลา อบรมด้านวิชาการแค่ครึ่งวัน ประชาชนถ้าถามเขาพอใจอยู่แล้วเขาได้มาเที่ยวเขาไปนอน โรงแรมได้ไปนอนรีสอร์ท (Resort) เพราะฉะนั้นท่านต้องประเมินว่าวัตถุประสงค์ที่ท่าน ตั้งเอาไว้มันตรงกันหรือเปล่า มันได้ตรงนั้นไหม ไม่ใช่ถามประชาชนอย่างเดียว แล้วก็เรียนว่า เว้น กทม. ไว้เถอะค่ะ ท่านมีภารกิจอยู่ตั้ง ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน กทม. เขามี ๑๐,๐๐๐ คนแล้ว เขามีสำนักอนามัยซึ่งเขาสามารถที่จะดำเนินการได้ ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๓๑๒ เรื่อง การปรับขึ้นค่าตอบแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน (นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เชิญถามครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระทู้ถามของกระผมในวันนี้เป็นกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่องของผลประโยชน์ เรื่องของ สวัสดิการของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถึงแม้ว่าในสภาผู้แทนราษฎรเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเราได้ ร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งหลายคนก็ได้ลุกขึ้นมา อภิปราย เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. ผมเองก็ได้ฝากไปหลายประเด็น เพราะเป็นเรื่องของการปรับปรุง พ.ร.บ. ลักษณะปกครองท้องที่ ที่ปรับปรุงมาเรื่อย ๆ ซึ่งเราก็ขาดในรายละเอียดอยู่เรื่องหนึ่งคือเรื่องของสวัสดิการ แต่ก่อนที่จะคุยเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ พวกเราโดยเฉพาะท่านผู้แทนราษฎร ที่มาจากบ้านนอกอย่างพวกกระผมมันหนีไม่พ้นหรอกครับที่เราจะต้องคลุกคลีอยู่กับ ท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าใจเห็นอกเห็นใจพึ่งพาอาศัยกันมา แล้วก็หลายคนวันนี้ได้ดิบได้ดี มาเป็นผู้แทนราษฎรก็มาจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเยอะแยะมากมาย ท่านกำนันทองดีนี่ก็เป็น มาหลายสมัย ก็เป็นตัวแทนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านอำนวย คลังผา จากจังหวัดลพบุรี ก็มาเป็นผู้แทนราษฎร ก็อีกเยอะแยะมากมาย แต่ภารกิจของคนเหล่านี้พวกเราได้แต่นั่งคุยกัน วันนั้นพออภิปรายไปพวกผมมีท่าน ส.ส. ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จากจังหวัดอุบลราชธานี ท่าน ส.ส. ตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล จากจังหวัดสุรินทร์ ท่าน ส.ส. กิตติ สมทรัพย์ จาก จังหวัดร้อยเอ็ด ท่าน ส.ส. นิพนธ์ ศรีธเรศ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ท่าน ส.ส. จักริน พัฒน์ดำรงจิตร จากจังหวัดขอนแก่น ท่าน ส.ส. สุรชาติ ชาญประดิษฐ์ จากจังหวัดศรีสะเกษ ท่าน ส.ส. พัฒนา สัพโส จากจังหวัดสกลนคร อันนี้เป็นทายาทเลย เป็นลูกของอดีต ผู้ใหญ่บ้านก็เลยนั่งคุยกันว่าวันนี้ แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกหลายคนมานั่งคุยกันว่าเศรษฐกิจของ บ้านเมืองมันไปไกลแล้ว ภาวะการรับผิดชอบของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านประธานเจริญ อยู่จังหวัดชัยภูมิท่านก็คลุกคลีตีโมงก็เห็นพี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมิมาให้เกียรติให้กำลังใจ ท่านก็ทำงานหนักมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เราก็หนีไม่พ้นกับเรื่องปัญหาของชาวบ้าน ผมเชื่อแน่ เพราะไปจังหวัดชัยภูมิเขตไหน อำเภอไหนเขาก็รักท่าน แต่สิ่งหนึ่งท่านรู้ไหมว่าวันนี้เงินเดือน ค่าตอบแทนเขาไม่พอใช้ พวกผมก็เลยนั่งคุยกันหลายคนอยากจะมาพูดเอง แต่เขาบอกว่า มันด้วยเวลา วันก่อนจะอภิปรายก็อภิปรายไม่ได้ คุณหมอวันเพ็ญจากจังหวัดชัยภูมิบอกว่า จะอภิปรายเรื่องนี้ก็เลยฝากมา ดีแล้วครูมานิตย์ได้เสนอพวกเราเข้าอกเข้าใจ วันนี้กำนัน เงินเดือน ๑๐,๐๐๐ บาท ผู้ใหญ่บ้าน ๘,๐๐๐ บาท ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ๕,๐๐๐ บาท สารวัตร ๕,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ เราอยู่บ้านนอกเรารู้งานแต่ละเดือนมากมายก่ายกอง เยอะแยะ งานบุญนี่ก็บุญเพล เดี๋ยวก็บุญออกพรรษา เดี๋ยวก็บุญผ้าป่า เดี๋ยวก็บุญโกนจุก ไม่พูดถึงบุญขึ้นบ้านใหม่ บุญแต่งงาน บุญสารพัดงานครับ วันนี้เขาอยู่ไม่ได้ อยู่ได้อยู่ครับ ท่านประธาน แต่ต้องขายข้าว โชคดีที่วันนี้ข้าวหอมมะลิมีราคา แต่ว่าวันนี้บ้านผมลำบาก บ้านท่านประธานจังหวัดชัยภูมิน้ำท่วม แต่บ้านผมนี่ฝนแล้ง ปีหน้าไม่รู้จะเอาข้าวหอมมะลิ ที่ไหนมาขายกิโลกรัมละ ๒๐ บาทก็ลำบาก เขาก็เลยฝากให้ผมจากการประชุมของ เพื่อนผู้แทนราษฎรก็ดี จากการบอกกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ว่ามาบอกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบหน่อย วันนี้เขาอยู่ลำบากก็เลยขอปรับหน่อย เพราะว่าค่าแรงรัฐบาลนี้ก็ปรับให้ ๓๐๐ บาท คนไม่จบปริญญาตรีมาเป็นปริญญาตรีก็ให้ ๑๕,๐๐๐ บาท ตำรวจก็อายุ ๕๓ ปีขึ้นไปเป็น นายร้อยก็ได้ปรับกันหมด วงการตำรวจก็ปรับกันหมด ก็เลยอยากเรียกร้องมาบอกรัฐมนตรี ว่าวันนี้ให้ช่วยดูแลหน่อยว่าปรับให้เขาได้ไหมจาก ๑๐,๐๐๐ บาทเป็น ๑๓,๐๐๐ บาท จาก ๘,๐๐๐ บาทของผู้ใหญ่บ้านก็เป็นสัก ๑๐,๐๐๐ บาทไป จากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านนี่ ๕,๐๐๐ บาท ก็เป็น ๗,๐๐๐ บาทไปก็ลดขั้นขึ้นมาเป็นลำดับเพื่อที่เขาจะอยู่ได้ตามภาวะเศรษฐกิจ ของปัจจุบัน นี่คือถามเป็นคำถามแรกครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ มาตอบกระทู้ถามต่อท่าน คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเกิดขึ้น มากว่าร้อยปี เราต้องเข้าใจว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านนี่เป็นมือเป็นไม้เป็นเกียรติยศของวงศ์ตระกูล เงินเดือนมาพูดไม่ได้ เราพูดกันว่าเป็นค่าตอบแทน สิ่งเหล่านี้สำคัญเพราะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านจะเห็นได้ว่าได้เกียรติยศอย่างไร ถึงปีทุกปีได้แหนบทองคำตำบลละคน ตรงนี้ละครับ เพราะบุคคลเหล่านี้ บุคคลตรงนี้เป็นบุคคลที่เสียสละอันยิ่งยวดผมเข้าใจ เราอยู่พื้นที่ บ้านนอกมาเช่นเดียวกัน ในอดีตบางครั้งนโยบายของบางที่บอกว่ากระจายอำนาจออกไป แล้วสู่ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านจะไม่ให้มี ท่านจะเห็นได้ว่ารัฐบาลนี้พยายามผลักดันให้มี กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไว้ เพราะอะไร กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเปรียบเสมือนนักปกครองท้องที่เป็นมือ เป็นไม้ของข้าราชการ ได้รับคำสั่งนโยบายจากรัฐบาลออกไปสู่ประชาชนอันนี้สำคัญ ซึ่งตรงนี้ จะได้เห็นว่าท่านทำทุกอย่างไม่มีวันหยุด แต่ค่าตอบแทนที่ท่านได้รับ รัฐบาลนี้ห่วงใย เพียงระยะเวลา ๒ ครั้งที่ผ่านมาเราปรับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นให้ถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ขณะเดียวกันมันมีข้อจำกัดของกฎหมายแล้วกำลังศึกษาอยู่ เรากำลังตรวจสอบเราจะทำ อย่างไร แล้วก็ต้องมีการประเมินทุก ๕ ปี เมื่อประเมินได้เราทำให้ อันนี้ไม่ต้องห่วง เพราะเราเห็นว่าเราจะจรรโลงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านไว้ ตรงนี้เพื่อเป็นมือเป็นไม้รับนโยบายแห่งรัฐ ออกไปส่งถึงประชาชน แม้แต่ยาเสพติดตรงนี้ยังต้องพึ่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นหูเป็นตา เหมือนตาสับปะรด ซึ่งตรงนี้รัฐบาลมองเห็น เข้าใจ แต่ค่าตอบแทนนั้นคือเกียรติยศ เป็นจุดเดียวที่มีรางวัลแหนบทองคำ ท่านเห็นไหมครับ หน่วยงานอื่นไม่ใช่ ตรงนี้แหละครับ ฉะนั้นขอให้เข้าใจว่ารัฐบาลห่วงใยจะทำให้แต่ต้องมีการประเมิน เพราะว่าเพิ่งผ่านมาเพียง ๒ ครั้ง เงินเพิ่ม ค่าตอบแทนนั้นไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้ขอเวลาจะดูให้เพราะว่า มันเป็นกติกาข้อบัญญัติไว้ เราต้องประเมินทุก ๕ ปี ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคำถามสุดท้ายครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ชูชาติ หาญสวัสดิ์ เพราะว่าท่านเองก็เป็นคนที่รู้ปัญหาเรื่องนี้ดี ผมก็เข้าใจเหมือนท่าน เพราะว่าหมู่บ้านแข็งแกร่งประเทศย่อมมั่นคงเป็นเรื่องปกติ แล้วก็ภารกิจหลักของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็คือการบำบัดทุกข์บำรุงสุข เขาไม่มีวันหยุด เขาไม่มีวันพักผ่อน นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งอย่างไรเขาก็ต้องปฏิบัติ นอกเหนือจากนั้นทุกกระทรวง ทบวง กรม แม้แต่ อบต. ก็ยังฝากงานฝากอะไรกับเขา แต่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเขาก็ไม่เคยบ่น แล้ววันนี้ เขาก็ไม่ได้บ่นรัฐบาลครับท่านรัฐมนตรี เขาชื่นชมอยู่ อย่างน้อยปรับค่าตอบแทนให้เขา ๒ ครั้ง บั้งจากอันเล็ก ๆ เป็นอันใหญ่ ดูแล้วสมเกียรติ สมฐานะ วันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านก็จัดได้อย่างยอดเยี่ยมสมศักดิ์ศรีของลูกราชสีห์ แต่ว่ากองทัพก็ต้องเดินด้วยท้องครับ ผมก็เลยขอฝากไว้ว่าให้ช่วยปรับอย่างที่ว่า หรือไม่ท่านก็มาหาวิธีคิดอย่างนี้ครับ วันนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขามีทุนส่งคนในองค์กรของเขา ตั้งแต่นายก รองนายก เจ้าหน้าที่ ไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรีโดยใช้ทุนของ อบต. แต่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาไม่มี ทุนเหล่านี้เลยครับ แต่เขายังแสวงหาความรู้เรื่องวัยวุฒิเพื่อมาจัดการบริหารแล้วก็มี ประโยชน์กับบ้านกับเมือง บางคนที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ท่านเชื่อไหมครับว่าที่บ้านผม ระดับปริญญาโท แล้วผมเชื่อว่าไม่นานครับ ขออภัย กำนันจะจบดอกเตอร์เร็ว ๆ นี้แหละครับ ถ้าท่านขึ้นปรับจาก ๑๐,๐๐๐ บาท เป็น ๑๒,๐๐๐ บาท หรือ ๑๓,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐ บาท เป็น ๑๐,๐๐๐ บาท ยังไม่ได้ตอนนี้ไม่เป็นไร ก็น่าจะมาเป็นแรงเสริมจูงใจก็หาวิธีคิดครับ คนที่จบปริญญาตรีอาจจะตอบแทนให้ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน ปริญญาโทก็ ๒,๐๐๐ บาท ปริญญาเอกก็ ๓,๐๐๐ บาทหรืออย่างไรก็แล้วแต่ แต่ผมเชื่อแน่รัฐมนตรีชูชาติใจดีอยู่แล้ว ท่านคิดอยู่แล้วสิ่งที่ผมคิดแต่ท่านอาจจะยังไม่กล้าตอบ เพราะมันเกี่ยวด้วยเรื่องของการเงิน การคลัง เพราะท่านเข้าใจปัญหาเรื่องนี้ดี ผมเชื่ออย่างนั้น แล้วก็สิ่งหนึ่งท่าน ส.ส. ชูกัน จังหวัดนครพนม เขามาจากผู้ใหญ่บ้านครับ ดังมาก วีรบุรุษนาแกคนที่ ๒ วันนี้ก็มาเป็น ผู้แทนราษฎร ท่านบอกฝากหน่อยเรื่องการแยกของหมู่บ้าน เอาที่มันจำเป็น ผมเข้าใจว่า ต้องผ่านกระบวนการการพิจารณาแล้วก็มีหลักเกณฑ์ เนื่องจากต้องใช้งบประมาณ ใช้ในส่วนต่าง ๆ แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ก็ขอฝากให้พิจารณาที่เหมาะสมก็รีบอนุมัติครับ เพราะว่า เรื่องการปกครองขนาดเล็กของหมู่บ้านมีความจำเป็นจริง ๆ โดยเฉพาะการรักษาความสงบ เรียบร้อย การพัฒนา ไม่มีองค์กรไหนหรอกที่จะดีกว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะบ้านเมืองนี้ ตั้งแต่กรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา มากรุงรัตนโกสินทร์ มาทุกวันนี้เราอยู่ได้อย่างน้อย ๆ องค์กรนี้ เป็นองค์กรที่ควบคู่มากับประเทศไทย ถึงแม้ว่าเพิ่งจะมามีกฎหมายเมื่อปี ๒๕๕๗ แต่ยาวนาน ที่เขาปกครองดูแลบ้านดูแลเมือง ที่ผมเคยยกตัวอย่างว่าวันนี้ทางใต้ ท่านสังเกตเห็นไหมครับ คนที่ตายส่วนใหญ่ก็เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะพวกนี้จะสัมพันธ์ให้ข่าวสารกับตัวแทนของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นนายอำเภอมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด น่าเห็นใจมาก อีสานผมก็เหมือนกัน เดินหน้างานพัฒนา งานรักษาความสงบเรียบร้อย ผมก็เลยอยากฝากว่าท่านไปคิดเรื่องนี้ ก็แล้วกัน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นคำถามเลยได้ไหมครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านไม่ต้องตอบก็ได้ครับ ท่านประธานครับ แล้วก็ฝากเรื่องควบคู่ไปนิดหนึ่งครับ ท่านมาแล้ววันนี้นาน ๆ ได้เจอท่าน เพราะท่านมีภารกิจ ยุ่งยากมาก ผมรู้ว่าท่านเป็นคนขยัน คือเรื่องของ อปพร. ท่านไปดูพอมีงบประมาณอะไร ให้เขาได้บ้างไหม ท่าน ส.ส. ปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ จากจังหวัดยโสธรท่านมากระซิบฝากผม จริง ๆ ท่านก็อยากถามกระทู้ถามเรื่องนี้ แต่ว่าด้วยเวลาค่อนข้างจำกัด ฉะนั้นท่านจะตอบ ก็ได้ที่ผมฝาก ไม่ตอบก็ได้ แต่ขอให้ท่านรับไปพิจารณา ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านตอบหรือครับ เชิญครับ

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ผม นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบท่านครับ ข้อเสนอแนะเช่นเดียวกับรัฐบาลทำพวกผมจะเอาไป ท่านจะเห็นได้ว่าครั้งหนึ่งเขาจะเลิก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่วันนี้เราเอาให้มีอยู่ งบประมาณใช้ไป ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทมันเป็น การเงินการคลังทั้งนั้น สิ่งที่ท่านบอกมานี้รัฐบาลทางกระทรวงมหาดไทยจะรับไปครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบกระทู้ถามแล้วนะครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกลงชื่อ ๔๒๒ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขอ ดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

๒.๑ รับทราบรายงานการรับและใช้จ่ายเงินรายได้ที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้ แผ่นดินตามมาตรา ๑๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ของกระทรวงการคลัง จำนวน ๒ ฉบับ คือ

๒.๑.๑ รายงานการรับและใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อการชำระคืน ต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒

๒.๑.๒ รายงานการรับและใช้จ่ายเงินของกองทุนบริหารเงินกู้ เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒

ซึ่งจะพิจารณาต่อจากการประชุมในคราวที่แล้ว แล้วผมก็ได้สั่งเลื่อน การประชุมในคราวที่แล้ว วันนี้ผู้ชี้แจงพร้อมแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีพร้อม เชิญผู้ชี้แจง จากส่วนราชการนะครับ จะมีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ๒ ท่าน คือ ท่านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย แล้วก็อีกท่านหนึ่งท่านวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ต้องขอบคุณท่าน ท่านกำลัง จะยกที่ดินให้กับทางรัฐสภาอยู่ ในขณะนี้กำลังเร่งรัดในการก่อสร้างส่วนราชการรัฐสภา เจ้าหน้าที่ท่านแรกคือท่านเอกราช เขื่อนขันธ์สถิตย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริหารการชำระหนี้ ท่านที่ ๒ ท่านพรพิมล บุนนาค นักวิชาการคลัง ชำนาญการพิเศษ ท่านที่ ๓ ท่านธีรเดช ลิขิตตระกูลวงศ์ นิติกร ชำนาญการพิเศษ เชิญท่านสมาชิกอภิปรายซักถามได้นะครับ มีไหมครับ ต่อเนื่องอยู่ครับ ถ้าต่อเนื่องก็เชิญท่านประเสริฐต่อเนื่องก่อนนะครับ เชิญครับ เอาสรุปคำถามในคราวที่แล้วก่อนนะครับ ผู้ตอบท่านจะได้บันทึกได้ถูก

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากการประชุมคราวที่แล้วผมได้สอบถามว่า เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ บัญญัติไว้ว่าเงินรายได้ของหน่วยงานของรัฐที่ไม่ต้องนำส่ง เป็นรายได้แผ่นดินให้หน่วยงานของรัฐนั้นทำรายงานการรับและการใช้จ่ายเงินดังกล่าว เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อสิ้นปีงบประมาณทุกปี และให้คณะรัฐมนตรีทำรายงานเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป ก็เป็นไปตามนั้นคือได้ทำรายงานให้ ครม. ครม. ก็เสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่เนื่องจากว่าตามเอกสารที่นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ในเล่มสีเขียว ๆ เทา ๆ หน้า ๓ เราจะพบว่าปี ๒๕๕๑ กับปี ๒๕๕๒ มีจำนวนถึง ๙๑ หน่วยงานแล้วก็ ๙๐ หน่วยงานตามลำดับ ที่ไม่ได้นำส่งรายงานให้กับ ครม. แล้วก็ ครม. ก็ไม่ได้นำส่งรายงานให้ต่อสภาผู้แทนราษฎร คำถามจึงมีอยู่ว่าทำไมหน่วยงานดังกล่าวจำนวน ๙๑ หน่วยงาน และ ๙๐ หน่วยงานนี้ มีข้อยกเว้นประการใดที่ไม่ต้องทำรายงานส่งให้ ครม. และไม่ทำรายงานส่งต่อ สภาผู้แทนราษฎร นี่คือคำถามที่ ๑

คำถามที่ ๒ เนื่องจากผมคิดว่าการที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ต้องทำรายงานนี้ เนื่องจากเงินดังกล่าวนี้ไม่ต้องส่งเป็นรายได้แผ่นดิน เราจะไปดูมาตรา ๑๗๐ วรรคสอง ก็จะบัญญัติไว้ว่าการใช้จ่ายเงินรายได้ตามวรรคหนึ่งต้องอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง ตามหมวดนี้ด้วย ก็แปลว่าที่ให้นำส่งนี่เพื่อให้เห็นว่าหน่วยงานทุกหน่วยงานต้องปฏิบัติภายใต้ กรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐธรรมนูญ จึงมีคำถาม ๒ คำถามครับว่าทำไมถึงไม่ทำ รายงานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ได้ไหมครับท่านประเสริฐ คำถาม ๒ คำถามแรกของท่านนี่มันอยู่ใน ๒.๑๗ มันยังไม่ถึง เราเอาเฉพาะรายงานที่ ๒.๑ ก่อน มี ๒ เรื่อง ถ้าผมจะไปรวมมันก็รวมไม่ได้ เพราะว่า ตามข้อบังคับนี่เราได้พิจารณาไปแล้ว เอาเรื่องนี้ก่อนดีไหมครับ สัปดาห์ที่แล้วพิจารณา เฉพาะเรื่องนี้ครับ เรื่องที่ผมได้เรียนให้ทราบ คือรายงานการรับและใช้จ่ายเงินกองทุน เพื่อชำระคืนต้นเงินกู้ แล้วก็เรื่องที่ ๒ ก็คือรายงานการรับและใช้จ่ายเงินของกองทุน บริหารเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศก่อน อันนั้นเดี๋ยว ๒.๗ เดี๋ยวท่านค่อยเอาคำถามนี้ถามตอน ๒.๗ นะครับ เพราะชุดเดียวกัน ที่จะตอบ เชิญครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานนิดเดียวครับ เดี๋ยวกลัวจะสับสนครับ คือเมื่อสัปดาห์ที่แล้วจริง ๆ เราพิจารณาเรื่องนี้แล้วผมเป็นคนถาม พอถามเสร็จท่านประธานเป็นคนกล่าวเองว่าเนื่องจากหน่วยงานไม่พร้อมจะชี้แจง และท่านประธานก็เลยบอกว่าขอให้เลื่อนไปเป็นสัปดาห์หน้า ทีนี้พอมาถึงวันนี้เราก็เลยเอา ๒.๑ อย่างที่ท่านประธานพูดนี่ ๒.๑ ๒.๑๑ ๒.๑๒ ขึ้นมา ผมไม่ทราบว่ามันจะต่อเนื่อง ได้หรือว่าจะต้องไปรอต่อคิวตามที่ท่านประธานกราบเรียนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือตามข้อบังคับนี่เมื่อเราได้พิจารณาเข้าในเนื้อหาและสาระของวาระแล้วนี่นะครับ เรายัง ไม่ได้รวม ๒.๑๗ จริง ๆ ก็จะรวมแต่ยังรวมไม่ทันเราพิจารณาไปก่อน ฉะนั้นเราก็ต้อง พิจารณาอันนี้ให้จบ แต่ถ้ายังไม่พิจารณาเรารวมได้เพราะว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกัน ทีนี้เราได้ พิจารณาไปแล้ว ฉะนั้นเราจะต้องมารับทราบเฉพาะใน ๒.๑ ให้จบก่อน เอาอย่างนั้น ก็แล้วกันนะครับโอเค ฉะนั้นใน ๒.๑ ประกอบด้วย ๒.๑.๑ แล้วก็ ๒.๑.๒ ก่อนนะครับ เชิญท่านเจะอามิง โตะตาหยง ใช่ไหมครับ เชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีความสับสนในกรณีที่ท่านประธานได้หารือกับที่ประชุมครับ ในกรณี ครั้งที่แล้วนี่ผมต้องยอมรับว่าท่านประธานนี่ขอให้เลื่อนการพิจารณาไปก่อน ความหมาย ของผมก็คือในการพิจารณาทั้งหมดนี่ เวลาพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรนี่การรับทราบ รายงานนี่หมายถึงว่าในการรายงานของทั้งหมดที่อยู่ในเล่มนี้ถ้าผ่านกระบวนการของ สภาผู้แทนราษฎรไปหมายถึงว่าการยอมรับการรายงาน ทีนี้กระบวนการของมันก็คือว่า ในเมื่อมีบางหน่วยงานที่ยังไม่ได้มีข้อตอบข้อซักถามความไม่พร้อมในการทำรายงานส่งต่อ สภาผู้แทนราษฎรนี่ ถ้าเรารับรายงานนี้แล้วผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วก็หมายถึงว่า กระบวนการทั้งหมดก็ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ทุกหน่วยงานที่ทำเอกสารที่ไม่พร้อมก็ต้องผ่าน สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมมีอยู่ช่องทางเดียวถ้าผมมองดูว่าให้เป็นไปตามระบบ และกฎหมายที่ได้บังคับไว้ ผมว่าในเมื่อหน่วยงานต่าง ๆ ยังไม่มีความพร้อมนี่นะครับ ผมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เวลามาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา วันนั้นถ้าท่านประเสริฐ ไม่ได้ไปดูในรายละเอียดขึ้นมาผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปเท่ากับสภาผู้แทนราษฎรนี่พิจารณา แบบลวก ๆ ซึ่งไม่ควรที่จะเป็นในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ กระผมขออนุญาตท่านประธานฝากไปถึงทางผู้มาชี้แจงว่าขอให้เลื่อนในการพิจารณานี้ ออกไปก่อนได้ไหมครับ ขอให้ถอนออกไปก่อนได้ไหม ให้มีความพร้อมของทุกหน่วยงาน แล้วก็ค่อยมาเสนอต่อสภา ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานถึงผู้มาชี้แจงว่าขอให้ท่าน ถอนเรื่องนี้ออกไปก่อนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านเจะอามิง โตะตาหยง ขณะนี้ผู้ชี้แจงพร้อมแล้ว คราวที่แล้วท่านก็มา แต่เนื่องจากมีการประชุมประท้วงกันอยู่ที่หน้าสภา ทำให้ระยะเวลาในการเดินทางมันอาจจะ คลาดเคลื่อน ผมก็เลยเลื่อนการประชุมมาสัปดาห์นี้ วันนี้ผู้ชี้แจงสำนักงานบริหารหนี้ สาธารณะก็ดี หรือกรมบัญชีกลางก็ดี ท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านท่านก็มาแล้ว เราจะรับทราบ เป็นเรื่อง ๆ ไป ผมจะขอดำเนินการต่อเลยนะครับ เชิญท่านประเสริฐครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานจริง ๆ ก็สับสนครับ ถ้าท่านประธานบอกว่าวันนี้จะให้ พิจารณา ๒.๑.๑ รายงานการรับและใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ และ ๒.๑.๒ รายงานการรับและใช้จ่ายเงินของกองทุนบริหารเงินกู้ เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ เท่าที่ดูเอกสารที่วางนี้ไม่มีสักเล่มเลย ไม่ทราบพิจารณาอย่างไร ไม่มีรายงาน เท่าที่ผมเปิดดูทั้ง ๒ เล่ม ๒.๑.๑ และ ๒.๑.๒ นี่ไม่มีวางไว้ให้พิจารณา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ผมถามเจ้าหน้าที่ก่อนครับ ท่านเลขาธิการดูสิครับ เชิญท่านเจะอามิง หารือก่อน เชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่ ท่านประธานได้ถามถึงว่ามีเอกสารอยู่บนโต๊ะไหม ผมได้ตรวจสอบแล้วไม่มีเอกสารอยู่บนโต๊ะ เลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยว ๆ กำลังสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการอยู่ เชิญท่านรัฐมนตรีทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ก่อนนะครับ เชิญครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประเด็น ข้อสงสัยของเพื่อนสมาชิก ผมต้องขอกราบเรียนว่าในวันนี้เรื่องลักษณะนี้คือเกี่ยวกับรับทราบ รายงานของมาตรา ๑๗๐ มันมีทั้งหมด ๓ ฉบับ แต่ว่าเนื่องจากมันเป็นเรื่องทำนองเดียวกัน ถึงแม้ว่าอยู่ห่างกันก็เลยจับมาไว้ใกล้ ๆ กัน เรียงต่อกัน ที่คุณประเสริฐถามเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นการถามอันที่ ๓ ซึ่งอยู่วาระถัดจากที่จะพูดก่อน ๒ เรื่อง แล้วก็คนที่จะตอบอันที่ ๓ เขาติดการเดินทางก็เลยมาไม่ทัน แต่วันนี้ทั้งอันที่ ๑ อันที่ ๒ อันที่ ๓ มาครบหมดแล้ว ที่พร้อมจะตอบ เพื่อเป็นการทำความเข้าใจแล้วก็เป็นไปตามวาระที่ถูกต้องผมขอรายงานสภา สักหน่อยดีไหมครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมอนุญาตครับ เอารายการนี้ก่อน ท่านรายงานแล้วก็มีอะไรซักถามแล้วกันในช่วงหาเอกสารอยู่ เชิญครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

ขออนุญาต เลยนะครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอกราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ในฐานะ กระทรวงการคลังขอรายงานการรับและใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒

ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗๐ บัญญัติไว้ว่า เงินรายได้ของหน่วยงานของรัฐใดที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ให้หน่วยงาน ของรัฐนั้นทำรายงานการรับและการใช้จ่ายเงินดังกล่าว เสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในหกสิบวัน นับจากวันสิ้นปีงบประมาณ และให้คณะรัฐมนตรีทำรายงานเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและ วุฒิสภาต่อไป และจากการใช้จ่ายเงินรายได้ดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบวินัยทางการเงิน การคลังตามหมวดนี้ด้วย สืบเนื่องจากประเทศไทยประสบวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ในปี ๒๕๔๐ ทำให้เกิดปัญหาในการระดมเงินทุน รัฐบาลจึงต้องเข้าไปช่วยเหลือทางการเงิน แก่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยตราพระราชกำหนดเรียกว่าพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการ เงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งพระราชกำหนดดังกล่าวให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินได้ในวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินโดยออกพันธบัตรรัฐบาล ประเภทพันธบัตรรัฐบาลกรณีพิเศษครบวงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว และตาม พระราชกำหนดดังกล่าวได้ให้จัดตั้งกองทุนเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหาย ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุน) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อชำระคืนต้นเงินกู้ตามพระราชกำหนด และเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นในการบริหารงานและ การจัดการที่เกี่ยวเนื่องกับกองทุน โดยในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ กองทุนมีรายได้จากดอกเบี้ย เงินฝากธนาคารพาณิชย์ จำนวน ๑๘๙.๘๑ บาท แล้วมีค่าใช้จ่ายเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ ของกองทุนจำนวน ๐.๘๐ ล้านบาท ทำให้กองทุนมีรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ จำนวน ๐.๘๐ ล้านบาท เงินคงเหลือ ณ วันต้นเงินงวดในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ เพิ่มขึ้นจาก ปีงบประมาณ ๒๕๕๑ ร้อยละ ๒.๐๗ ขณะที่เงินคงเหลือ ณ วันปลายงวดลดลงจากปีก่อน คิดเป็นร้อยละ ๙๖.๔๑ ซึ่งมาจากการชำระคืนต้นเงินกู้ของกองทุน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ กองทุนได้ชำระหนี้ไปแล้วจำนวน ๓๖,๗๒๔.๘๐ ล้านบาท มีต้นเงินกู้และเงินที่จะต้อง จัดหาเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้คงเหลือ ๔๖๓,๒๗๕.๒๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นภาระผูกพัน ที่ต้องชำระคืนสำหรับรายจ่ายเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ กองทุนมีรายจ่ายเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้จำนวน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ กองทุนไม่มียอดรายจ่ายเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ เนื่องจากไม่มีพันธบัตร ที่ครบกำหนดชำระ จึงเรียนมาเพื่อให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้รับทราบ อันนี้เป็นอันที่ ๑ ครับ

แล้วผมขออนุญาตพูดถึงอันที่ ๒ ไปเลยนะครับ เรื่องรายงานการรับและ ใช้จ่ายเงินกองทุนบริหารเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ ในประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ต่อสภาผู้แทนราษฎร กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผมขอรายงานการรับและ การใช้จ่ายเงินกองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ ในประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ตามมาตรา ๑๗๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐

ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗๐ บัญญัติว่า เงินรายได้ของหน่วยงานของรัฐใดที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ให้หน่วยงานของรัฐนั้น ทำรายงานการรับและการใช้จ่ายเงินดังกล่าว เสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในหกสิบวันนับจาก วันสิ้นปีงบประมาณ และให้คณะรัฐมนตรีทำรายงานเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป และการใช้จ่ายเงินรายได้ดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังตามหมวดนี้ด้วย ทั้งนี้กองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ ในประเทศจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓๖/๑ เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๑ โดยมีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบของ การบริหารราชการแผ่นดินหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายอื่น ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อทำหน้าที่ในการบริหารเงินที่ได้รับจาก ๒ ส่วน ได้แก่

๑. เงินที่ได้รับจากการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะตามมาตรา ๒๔/๑ ของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ในกรณีที่หนี้สาธารณะ ซึ่งจะทำการปรับโครงสร้างหนี้มีจำนวนมาก และกระทรวงการคลังเห็นว่าไม่สมควรกู้เงิน เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าวในคราวเดียวกัน กระทรวงการคลังสามารถทยอยกู้เงิน เป็นการล่วงหน้าได้ไม่เกิน ๑๒ เดือนก่อนวันที่หนี้ถึงกำหนดชำระ

๒. เงินที่ได้รับจากการกู้เงินเพื่อพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ ตามมาตรา ๒๕/๑ เพื่อสร้างอัตราดอกเบี้ยสำหรับใช้อ้างอิงในตลาดตราสารหนี้ หากกระทรวงการคลังเห็นว่าวงเงินพันธบัตรที่จะออกในแต่ละปีไม่เพียงพอในการสร้าง อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในตลาดตราสารหนี้ โดยกองทุนสามารถนำเงินที่ได้รับดังกล่าวข้างต้น ไปลงทุนได้ใน ๒ กรณีดังต่อไปนี้ ๑. กรณีลงทุนในต่างประเทศ สามารถลงทุนในตราสารหนี้ ที่ออกหรือค้ำประกันโดยกระทรวงการคลัง หรือตราสารอื่นที่ได้รับการจัดอันดับ ความน่าเชื่อถือสูงสุด และทำธุรกรรมซื้อโดยมีสัญญาจะขายคืนซึ่งตราสารหนี้ที่ออกโดย กระทรวงการคลัง ๒. กรณีลงทุนในต่างประเทศ สามารถลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกหรือ ค้ำประกันโดยรัฐบาลต่างประเทศหรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่เป็นเงินตราสกุลหลัก และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือสูงสุด การลงทุนของกองทุนจะต้องคำนึงถึง ความมั่นคง ผลตอบแทน ความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยให้สามารถทำธุรกรรมเพื่อป้องกัน ความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนได้

สำหรับการรับและใช้จ่ายเงินกองทุนประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๒ นั้น ขอเรียนว่ากองทุนได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๒ จำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งในปีงบประมาณดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจำนวน ๕๙,๘๗๒ บาท ทำให้มีเงินงบประมาณเหลือจ่ายจำนวน ๙๔๐,๑๒๘ บาท และมีรายรับจาก ดอกเบี้ยเงินฝากจำนวน ๗๐๖.๖๑ บาท ทำให้กองทุนมีเงินคงเหลือ ณ วันปลายงวดจำนวน ๙๔๐,๘๓๔.๖๑ บาท ทั้งนี้ ตามมาตรา ๓๖/๔ วรรคสอง ของพระราชบัญญัติการบริหาร หนี้สาธารณะ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ระบุว่า เงินและทรัพย์สินของกองทุนไม่ต้องนำส่งคลัง ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง จึงได้รายงานการรับ และใช้จ่ายเงินกองทุนบริหารเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ ในประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินตาม มาตรา ๑๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ต่อสภาผู้แทนราษฎร ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกได้รับเอกสารแล้วนะครับ เชิญท่านเจะอามิง โตะตาหยง จะให้ท่านอภิปราย ซักถาม เชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ดู ในเอกสารเล่มใหญ่ที่ได้ส่งให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ผมมีความข้องใจว่าบางหน่วยงาน ที่ได้มีเอกสารในรายงานนี้ครับ อย่างในหน้า ๑๓๗ ลำดับที่ ๖ สำนักงานความร่วมมือ พัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน วันนี้ยังไม่มีแสดงความพร้อมในการที่จะรายงาน ต่อสภาผู้แทนราษฎร การนำสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาผมดูเป็นการรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๑-๒๕๕๒ วันนี้ปี ๒๕๕๕ ผมถามท่านประธานผ่านไปยังผู้มาชี้แจงว่าสำนักงาน ความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ได้มีความพร้อมในการจัดทำเอกสารเลยนี่ มันจะมีความพร้อมอีกเมื่อไร จากปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ วันนี้ปี ๒๕๕๕ เอกสารก็ยังไม่พร้อม แล้วเมื่อไรมันจะพร้อมหรือครับ ก็ไปดูอีกมันไม่ใช่มีแค่หน่วยงานเดียว ทำให้พวกผมมีความข้องใจอย่างในกรณีของสำนักงาน ความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) มันเกี่ยวโยงกับเงิน ที่ให้กับประเทศพม่ากู้ด้วยหรือไม่ ที่หน่วยงานไม่สามารถที่จะทำเอกสารให้กับ สภาผู้แทนราษฎรได้เพราะมันไปผูกพันกับการใช้จ่ายเงินระหว่างประเทศใช่ไหม ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ลองไปดูอีกในลำดับที่ ๑๖ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและ เครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ก็ไม่มีอะไรเลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านเจะอามิง โตะตาหยง ครับ ขอความกรุณา คือที่เรากำลังปรึกษากันอยู่นี้อยู่ในวาระที่ ๒.๑ ที่ท่านอภิปรายมันอยู่ที่ ๒.๑๗ เดี๋ยวคืออย่างนี้ครับ พอจบรับทราบเรื่องนี้เสร็จผมจะขอ ปรึกษาที่ประชุมว่าจะเอา ๒.๑๗ ต่อจากเรื่องนี้เลยนะครับ เพราะว่าผู้ชี้แจงท่านได้มาแล้ว อันนั้นรอก่อนได้ไหมครับ ประเด็นของท่านที่กำลังพูดอยู่ อันนั้นอยู่ใน ๒.๑๗ นะครับ เอา ๒.๑ ก่อนได้ไหมครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ หมายถึงว่าวันนี้ที่เราพิจารณาไม่พิจารณาทั้งเล่มนะครับ พิจารณาไปตามที่ ท่านประธานได้แจ้งเมื่อสักครู่ใช่ไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ คืออย่างนี้ครับ คือในสัปดาห์ที่แล้วเราพิจารณาเรื่องนี้ ได้มีการพิจารณาไปแล้ว แล้วผมก็เลื่อน ตามข้อบังคับมันก็ต้องพิจารณาเรื่องนี้ต่อ ส่วน ๒.๑๗ ทีแรกว่าจะเอามารวม ตามข้อบังคับไม่เปิดช่องที่จะให้รวมได้เพราะเรื่องมันพิจารณาไปแล้ว คราวนี้เราจะพิจารณา ๒.๑ ไปก่อน พอ ๒.๑ เสร็จผมก็จะขอความเห็นจากที่ประชุมนี้จะเอา ๒.๑๗ มาต่อ เพราะว่า ท่านรัฐมนตรีกับผู้ตอบได้พร้อมแล้ว เอา ๒.๑ ก่อนได้ไหม ๒ เรื่อง เอารับทราบเรื่องนี้ก่อน เรื่องนั้นเดี๋ยวผมต่อให้เลยนะครับ ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องก็ต่อเลยนะครับ ถ้าที่ประชุม ไม่อภิปรายผมก็ถือว่ารับทราบแล้วผมจะขออนุญาตต่อเลย ท่านจะได้อภิปรายทีเดียว ดีไหมครับ เอาอย่างนั้นนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ก็ถ้าจะให้มีการพิจารณาต่อเนื่องเลยผมเองก็ไม่ขัดข้อง ก็กำลังจะรออภิปรายอยู่ครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ถือว่า ที่ประชุมนี้รับทราบรายงาน ๒.๑ ซึ่งประกอบไปด้วย ๒.๑.๑ และ ๒.๑.๒ เรียบร้อยนะครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

เรื่องต่อไปนะครับ ผมขอปรึกษาที่ประชุมอย่างนี้ว่าจะขอนำเรื่องที่ประธาน แจ้งให้ที่ประชุมทราบข้อ ๒.๑๗ ขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ท่านใดขัดข้องก็จะเอา ๒.๑๗ ขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ แล้วก็จะต่อไปด้วย ๒.๒ นะครับ

๒.๑๗ รับทราบรายงานการรับและการใช้จ่ายเงินรายได้ที่ไม่ต้องนำส่งเป็น รายได้แผ่นดิน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๒

เชิญกรมบัญชีกลาง ท่านพชร อนันตศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนา การเงินนอกงบประมาณ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังชี้แจงครับ

นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

กราบขอบคุณครับท่านประธาน ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติครับ กระผม วิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอรายงานการรับและการใช้จ่ายเงินรายได้ที่ไม่ต้อง นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗๐ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ด้วยรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗๐ บัญญัติว่าเงินรายได้ของหน่วยงานของรัฐใดที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ให้หน่วยงานของรัฐนั้นทำรายงานการรับและการใช้จ่ายเงินดังกล่าวเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ภายใน ๖๐ วันนับจากวันสิ้นเงินงบประมาณและให้คณะรัฐมนตรีทำรายงานเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป และการใช้จ่ายเงินรายได้ดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบ วินัยทางการเงินการคลังตามหมวดนี้ด้วย ซึ่งต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ และวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ ให้หน่วยงานต่าง ๆ ส่งรายงานการรับ และใช้จ่ายเงินตราดังกล่าวไปยังกระทรวงการคลังโดยตรง และให้กระทรวงการคลัง ตรวจสอบติดตามรวบรวมและจัดทำเอกสารรายงานเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรายงานให้ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาทราบในภาพรวมทั้งหมดต่อไป กระทรวงการคลังโดย กรมบัญชีกลางได้ติดตามและรวบรวมข้อมูลจากรายงานการรับและการใช้จ่ายเงินรายได้ ที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ของหน่วยงาน ของรัฐต่าง ๆ ซึ่งเป็นการจัดทำรายงานเปรียบเทียบกับเงินงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามรูปแบบรายงานที่กำหนด โดยมีหน่วยงานต้องจัดทำรายงานจำนวน ๔๒๘ แห่ง แต่มีการส่งรายงานจำนวน ๓๔๘ แห่ง คิดเป็นร้อยละ ๗๙.๔๕ ซึ่งได้จัดกลุ่มการรายงาน ตามวัตถุประสงค์ของเงินรายได้ที่ไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินเป็น ๕ กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลการดำเนินงานโดยสรุปหลักดังนี้

กลุ่มที่ ๑ ทุนหมุนเวียน ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ฐานะการเงินของ ทุนหมุนเวียนมีอัตราปรับเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาโดยสินทรัพย์สุทธิมีอัตราเพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ ๑๓.๐๖ อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อสินทรัพย์สุทธิในปีงบประมาณ ๒๕๕๑ และ ปี ๒๕๕๒ จำนวน ๐.๖๘ และ ๐.๖๔ เท่าตามลำดับ สำหรับผลการดำเนินงานมีรายได้สูงกว่า รายจ่ายเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๑ ร้อยละ ๘๗.๑๙ มีอัตราส่วนรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิ ต่อสินทรัพย์รวมและอัตราส่วนรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิต่อสินทรัพย์สุทธิ ร้อยละ ๔.๕๔ และร้อยละ ๗.๔๗ ตามลำดับ

กลุ่มที่ ๒ เงินฝาก จากการรายงานยอดเงินฝากของหน่วยงานต่าง ๆ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ จำนวน ๙๗ แห่ง เปรียบเทียบ ๒ กลุ่มย่อย ปรากฏว่าส่วนใหญ่ เป็นเงินที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอนุญาตให้เก็บไว้ใช้จ่าย ซึ่งมียอดคงเหลือจำนวน ๘๙,๐๘๐.๗๑ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๗๑.๘๓ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ ๘.๓๘ ประกอบด้วยเงินรายรับสถานพยาบาลและเงินรายได้จากการดำเนินงาน สำหรับเงินฝาก ตามกฎหมายมียอดคงเหลือจำนวน ๑๕,๓๒๗.๔๔ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๒๘.๑๗

กลุ่มที่ ๓ รัฐวิสาหกิจ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ รัฐวิสาหกิจจำนวน ๕๗ แห่ง จัดส่งรายงาน ๕๔ แห่ง มีสินทรัพย์จำนวนรวม ๗๗๗,๕๕๑.๒๑ ล้านล้านบาท เพิ่มจากเงิน ที่ผ่านมาร้อยละ ๑๓.๕๖ โดยสินทรัพย์และหนี้สินส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสถาบันการเงิน โดยมีอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อสินทรัพย์สุทธิในปีงบประมาณ ๒๕๕๑ และปี ๒๕๕๒ จำนวน ๓.๑๓ และ ๓.๒๖ เท่าตามลำดับ สำหรับผลการดำเนินงานมีกำไรสุทธิรวมจำนวน ๑๘๖,๑๘๕.๕๙ ล้านบาท ลดจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ ๒.๘๒ โดยกำไรสุทธิส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน มียอดการจ่ายชำระ ภาษีเงินได้จำนวน ๕๐,๐๐๐.๗๖ ล้านบาท และนำส่งเงินเป็นรายได้แผ่นดินจำนวน ๘๑,๘๗๙.๓๐ ล้านบาท ลดจากปีที่ผ่านมาร้อยละ ๑๕.๔

กลุ่มที่ ๔ องค์กรมหาชน ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ องค์กรมหาชน จำนวน ๓๐ แห่ง จัดส่งรายงาน ๒๕ แห่ง มีทรัพย์สินรวมและหนี้สินรวมลดจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ ๒๖.๒๕ และ ๘๙.๒๓ ตามลำดับ แต่มีสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ ๘.๒๕ เนื่องจาก หนี้สินลดลงมากกว่าทรัพย์สินที่ลดมาค่อนข้างมาก อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อสินทรัพย์สุทธิ ในปี ๒๕๕๑ และปี ๒๕๕๒ จำนวน ๐.๕๕ และ ๐.๐๕ เท่าตามลำดับ สำหรับผลการดำเนินงาน มีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายจำนวน ๒,๑๒๖.๙๕ ล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมาร้อยละ ๒๐.๖๖ อัตราส่วนรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิต่อสินทรัพย์รวมและอัตราส่วนรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิ ต่อสินทรัพย์สุทธิร้อยละ ๕.๒๓ และ ๕.๕๒ ตามลำดับ

กลุ่มที่ ๕ หน่วยงานของรัฐอื่นที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ มีสินทรัพย์รวมและหนี้สินรวมเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ ๘๙.๘๕ และ ๑๖๓.๑๙ ตามลำดับ โดยมีอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อทรัพย์สินสุทธิในปี ๒๕๕๑ และปี ๒๕๕๒ เป็นจำนวน ๐.๑๗ และ ๐.๒๖ เท่าตามลำดับ สำหรับการดำเนินงานมีรายได้สูงกว่ารายจ่าย เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ ๖๗.๒๘ โดยมีอัตราส่วนรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิต่อทรัพย์สินรวม และอัตราส่วนรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิต่อทรัพย์สินสุทธิร้อยละ ๗.๖๘ และ ๙.๖๔ ตามลำดับ

สรุปภาพรวมฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของทั้ง ๕ กลุ่ม ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ สินทรัพย์รวม หนี้สินรวมและทรัพย์สินสุทธิมีสัดส่วนปรับเพิ่มสูงขึ้น จากปีที่ผ่านมา อันเป็นผลจากรัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน โดยมีทรัพย์สินรวมมีจำนวน ๑๐.๔๙ ล้านล้านบาท เป็นสินทรัพย์รวมของรัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียนร้อยละ ๗๓.๘๘ และ ๒๒.๐๙ ตามลำดับ ยกเว้นสินทรัพย์รวมขององค์กรมหาชนมีขนาดลดลง ร้อยละ ๒๖.๒๕ โดยมีอัตราส่วนสินทรัพย์รวมต่อทรัพย์สินสุทธิ ๑.๙๔ และ ๑.๙๓ เท่า ตามลำดับ

สำหรับผลการดำเนินงานรวมในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ มีรายได้สูงกว่า รายจ่ายสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ ๑๘.๕๔ โดยเป็นสัดส่วนของรัฐวิสาหกิจและ ทุนหมุนเวียนเป็นส่วนใหญ่ อัตราส่วนรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิต่อสินทรัพย์รวมและ อัตราส่วนรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิต่อสินทรัพย์สุทธิร้อยละ ๓.๐๕ และ ๘.๙๗ ตามลำดับ เป็นรายงานที่ปี ๒๕๕๑ เปรียบเทียบกับปี ๒๕๕๒ ซึ่งทั้งหมดนี้อย่างที่ท่านผู้มีเกียรติ ท่านประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ส.ส. จังหวัดยะลา ได้ถามถึงว่าความพร้อมแค่ไหนนั้น ขณะนี้เองก็ต้องเรียนให้ทราบว่ามีหลายส่วนที่เพิ่มเข้ามาในรายงานนี้ ซึ่งเราเองก็จะ ทำการรายงานอีกครั้งหนึ่งให้เป็นตัวเลขที่ทันกับเหตุการณ์ ซึ่งอันนี้ต้องกราบเรียนว่า ทางกรมบัญชีกลางได้ติดต่อไปที่หน่วยต่าง ๆ ๒-๓ คราว แต่ได้รับอย่างที่ว่า บางอันอาจจะ ไม่ครบบริบูรณ์ก็กราบขออภัย แล้วจะติดตามว่ารายงานดังกล่าวนี้ถ้าครั้งหน้าก็จะมารายงาน ให้ครบสมบูรณ์ ให้ครบกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ขาดไป แต่อันนี้เป็นภาพรวมเปรียบเทียบ ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ดังกล่าวนี้ จึงขอเรียนให้รัฐสภาแห่งนี้ได้รับทราบ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เพื่อที่จะให้ทราบเป็นแนวเดียวกันนะครับ ขณะนี้เรากำลังรับทราบรายงาน การรับและการใช้จ่ายเงินรายได้ที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ ก่อนที่ท่านประเสริฐและท่านเจะอามิง จะได้ถามนะครับ มีเจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลางที่มาร่วมชี้แจงนะครับ คือ ท่านพชร อนันตศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาการเงินนอกงบประมาณ และนางสาวภิรมย์ จันทรวงศ์ นักวิชาการคลัง ชำนาญการ เชิญท่านประเสริฐก่อนครับ พร้อมไหมครับ เชิญครับ เหตุผล ที่ผมต้องเรียนรายละเอียดอย่างนี้เพราะว่าขณะนี้ทางสภาผู้แทนราษฎรเราอยู่ระหว่าง การถ่ายทอดสดของสภาผู้แทนราษฎรนะครับ มี ๓ ช่องนะครับ จานดำสามารถ (SAMART) ช่อง ๒๙ จานดำพีเอสไอ (PSI) ช่อง ๑๓๕ สีเหลือง ดีทีวี (DTV) ช่อง ๑๖ อยู่นะครับ จะมีการถ่ายทอดตลอดเลยนะครับ เชิญครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ต่อคำตอบของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเรื่องรายงาน ทีนี้ผมมีความเข้าใจอย่างนี้ครับท่านรัฐมนตรี ว่าการจัดทำรายงานนี่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ นี้ เป็นการบังคับครับ บังคับว่าให้ทุกหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะเงินที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ให้ทำรายงานการรับและใช้จ่ายเงินเสนอต่อ ครม. เมื่อสิ้นปีงบประมาณทุกปี ก็แปลว่า เมื่อสิ้นปีงบประมาณแล้วหน่วยงานนั้น ๆ ต้องทำรายงานเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพราะว่าตามวรรคสองนี่เหตุผลที่ให้ทำรายงานเพราะว่าต้องการให้เป็นไปตามกรอบวินัย การเงินการคลังตามหมวดนี้ ทีนี้ผมเข้าใจว่าถ้าหน่วยงานที่ไม่ได้ทำรายงานมานี้ ตามเล่ม ที่ท่านนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๕๑ ๙๑ หน่วยงาน ปี ๒๕๕๒ มีอยู่ ๙๐ หน่วยงาน อาจจะไม่ได้หมายความว่ามีเพียง ๙๐ หน่วยงานหรือ ๙๑ หน่วยงาน เมื่อเอา ๒ ปีนี้มารวมกันอาจจะมีถึง ๑๐๐ กว่าหน่วยงาน ร่วม ๒๐๐ หน่วยงานก็ได้ที่ไม่นำรายงานนี้ เสนอต่อ ครม. ประการที่ ๑ ผมมีคำถามถามว่าเมื่อเขาไม่เสนอต่อ ครม. ท่านมีวิธีการเร่งรัด อย่างไรครับ ประการที่ ๒ ก็คือหน่วยงานที่ไม่เสนอต่อ ครม. และไม่ได้นำเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรนี่มีกฎใดยกเว้นครับ เป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญไหมครับ หรือว่าเป็นไป ตามรัฐธรรมนูญเพราะรัฐธรรมนูญนี้ไม่ได้เขียนบทยกเว้นไว้ ต้องนำเสนอต่อรายงานทุกปีครับ ปีนี้ก็ปี ๒๕๕๕ ถ้าคิดว่าเมื่อตามสิ้นปีงบประมาณทุกปีนี่ ก็จริง ๆ อีกไม่กี่วันนี้ก็จะสิ้นปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ทีนี้งบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ มานี้คิดมาแล้วก็ ๔ ปี ล่วงเลยมา ๔ ปีแล้วก็ยัง ไม่ได้ทำเสนอรายงานต่อ ครม. ผมคิดว่าหน่วยงานอย่างนี้เป็นหน่วยงานที่เหนือรัฐธรรมนูญ และไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลังได้แน่นอนครับ ทีนี้คำถาม ก็คือเราจะมีวิธีการให้เขาส่งหรือมีวิธีการลงโทษที่เขาไม่ส่งอย่างไร มิฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเรา ไม่มีบทอะไรบังคับไว้เลยหรือไม่มีการทำอะไรเลย ผมคิดว่ามันก็จะเป็นอย่างนี้ทุกปี เพราะว่า ตัวเลขที่ไม่นำส่งใกล้เคียงกันมากในแต่ละปี ประการหนึ่ง

อีกประการหนึ่ง ผมคิดว่าที่ท่านรัฐมนตรีตอบเมื่อสักครู่ว่าจะทำรายงาน กลับมาอีกรอบ มันคงไม่ได้ เพราะว่ารายงานของท่านใช้คำว่ารอบปี ๒๕๕๑ กับปี ๒๕๕๒ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านจะส่งต่อไปใหม่ได้ก็คือปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ แล้วก็ปี ๒๕๕๕ แต่ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ จะทำกลับมาส่งใหม่ได้หรือ นี่คือคำถาม ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเจะอามิงครับ หลังจากท่านเจะอามิงแล้วก็คุณหมอเชิดชัยครับ เห็นคุณหมอเชิดชัย นั่งรอนานแล้วเชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ได้นั่งอ่านดูในรายงานที่ท่านได้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร สิ่งที่ผมดูแล้วไม่สบายใจ ท่านประธาน เวลาไปดูในหน้า ๑๓๗ มันมีหน่วยงานที่ไม่มีความพร้อมในการที่จะทำรายงาน ให้เป็นไปตามกฎหมายที่ได้บัญญัติไว้เลย อย่างในลำดับที่ ๖ สำนักงานความร่วมมือพัฒนา เศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ในลำดับที่ ๘ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ลำดับที่ ๑๓ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ เวลาผมตามไปดูในเอกสารช่วงท้ายจะมี อยู่ในช่วงหมายเหตุ ลำดับที่ ๖ ลำดับที่ ๘ ลำดับที่ ๑๓ ได้บันทึกไว้ในหมายเหตุว่าได้รับ ข้อมูลเบื้องต้นของหน่วยงาน แต่ไม่สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดการรับรอง งบการเงินได้ ท่านประธานที่เคารพ ผมฝากเรียนถามไปถึงผู้มาชี้แจงว่าผมอยากจะทราบว่า จากปี ๒๕๕๑ มาถึงวันนี้กี่ปี ระยะเวลา ๔-๕ ปีนี้ หน่วยงานที่มีความรับผิดชอบที่เอาเงิน ไปใช้จ่ายแล้ว มันมีเหตุผลอะไรถึงกับไม่สามารถที่จะให้ข้อมูลเพื่อชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร ผ่านไปถึงผู้มาชี้แจงถึงรัฐมนตรีด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาไปดูในเนื้องาน ที่รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรผมถึงบางอ้อครับว่าวันนี้หน่วยงานและกลไกที่จะชี้แจงต่อ สภาผู้แทนราษฎรวันนี้ถือว่าการจัดทำรายงานลักษณะอย่างนี้เป็นการตบตาสภาผู้แทนราษฎร ในเมื่อท่านไม่มีความพร้อมใช้ระยะเวลา ๓-๔ ปีท่านยังไม่มีความพร้อมเลย แล้วมานำรายงาน เรื่องเหล่านี้มาแสดงต่อสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ถ้าพวกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้อ่าน ไม่ได้ตรวจสอบ สิ่งเหล่านี้ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วถือว่ามันมีความชอบธรรม แต่ท่านประธานครับที่กระผมต้องถามและท้วงติงไปถึงท่านผู้มาชี้แจง ท่านรัฐมนตรี ผมเลยตามไปดูในกรณีของสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ตามไปดูในเนื้อหา เวลาเราตามจริง ๆ ในทางการปฏิบัตินี่มันเกี่ยวโยงกับการเอาเงินเหล่านี้ ไปใช้จ่ายกับประเทศเพื่อนบ้านใช่หรือไม่ การเอาเงินไปใช้จ่ายในประเทศพม่า ไปสร้างเส้นทางในประเทศกัมพูชาด้วยหรือไม่ นี่ประเด็นที่ผมจะถาม ประเด็นที่ผมจะต้อง ถามต่อว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเหตุผลที่ไม่ทำมาเพราะมันมีกระบวนการที่น่าจะมีปัญหา ในประเทศเพื่อนบ้านใช่หรือไม่ และสิ่งที่ผมต้องถามต่อไปว่าวันนี้ถ้าเป็นไปอย่างที่ผมได้ คาดการณ์ไว้นี่ผมขอรายละเอียดผ่านท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าโครงการที่ได้ทำไว้ใน ประเทศพม่าและประเทศกัมพูชามีทั้งหมดกี่โครงการ ใช้จ่ายเงินไปแล้วเท่าไร และผมถาม ต่อไปว่าที่ไม่สามารถทำรายละเอียดให้กับสภาผู้แทนราษฎรเพราะมันไปโยงเรื่องผลประโยชน์ ระหว่างประเทศใช่หรือไม่ และผมขออนุญาตถามท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่า มันมีอีกกี่โครงการที่ไปใช้อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เอาเงินของในประเทศไทยเรา ไปทำความเจริญให้กับประเทศเพื่อนบ้านผมถามว่ามันคุ้มไหม ถึงแม้จะไม่ใช่การใช้จ่าย งบประมาณของรัฐบาลโดยตรง ผมเรียนถามว่าวันนี้โครงการต่าง ๆ ที่เราได้ทำไว้กับ ประเทศเพื่อนบ้านมีทั้งหมดกี่โครงการและเป็นจำนวนเงินเท่าไร ผมถามว่าในขณะที่ประเทศเรา ต้องมีการพัฒนา ไม่ว่าเรื่องเส้นทาง ไม่ว่าเรื่องการคมนาคม ทุกอย่างครับ ประเทศกำลังต้องการ การพัฒนาอยู่อีก แต่เงินจำนวนหนึ่งซึ่งไม่ต้องผ่านการตรวจสอบถูกนำไปใช้จ่าย ในประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะที่เราเองก็ต้องพัฒนาตัวเอง ผมถามว่ามันจะคุ้มหรือไม่ สิ่งที่ผมอยากจะเห็นในสภาผู้แทนราษฎรวันนี้หน่วยงานและกลไกที่มีความรับผิดชอบ ต้องตามเรื่องโครงการเหล่านี้ว่าเงินทั้งหมดที่ไปใช้จ่ายในประเทศเพื่อนบ้านมีเท่าไร ตาม (๘) ๒ ประเทศนี้เท่าไร ใช้กี่โครงการ และยังมีเงินค้างอยู่อีกเท่าไร

ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ต้องไปดูอีกครับ ไปดูในลำดับที่ ๑๓ สำนักงาน ส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ ถามว่าวันนี้ประเทศไทยจะต้องเอาเงินไปใช้จ่าย ค่าซอฟต์แวร์ (Software) ทั้งหมดเท่าไรและใช้ในโครงการอะไรบ้าง ๓-๔ ปีนี่หน่วยงาน ซึ่งเขาเรียกว่าสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติไม่มีข้อมูลมาให้เลย แล้วอย่างนี้จะให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบในกรณีที่ท่านได้เอาเงินเหล่านี้ไปใช้จ่าย ได้อย่างไร หลายเรื่องครับท่านประธานผมมีความไม่สบายใจมากว่าหน่วยงานซึ่งจะต้อง มาแสดงสถานะทางการเงินต่อสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๑๗๐ นี้ครับ ท่านนึกหรือครับว่า สภาผู้แทนราษฎรวันนี้จะไม่ได้ดูในเนื้อหาและในรายละเอียดทั้งหมด ผมไม่สบายใจครับ อาทิตย์ที่แล้วผมต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. ประเสริฐที่ได้ทักท้วงและทวงถามถึงความไม่พร้อม ขององค์กรและกลไกที่มาชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร ไม่อย่างนั้นอาทิตย์ที่แล้วมันจะ ผ่านไปแล้วครับ เกือบจะผ่าน เกือบจะคลอดไปแล้วนะครับ ถ้าคลอดไปแล้วสังคมจะมองว่า สภาผู้แทนราษฎรไม่มีการตรวจสอบ เป็นการซูเอี๋ยหรือไม่ นี่ไม่ใช่สภาตรายางนะครับ สิ่งที่ผมไม่สบายใจมากที่สุดก็คือว่าทำไมถึง ๓-๔ ปีไม่สามารถทำรายละเอียดให้ แล้วอย่างนี้ จะสามารถพัฒนาประเทศไปได้ขนาดไหน ใช้เงินแต่ละเรื่อง แต่ละโครงการหลายแสนล้านบาท แล้วย้อนเวลากลับไปดูของ ปตท. สิครับ ผมไปดูของ ปตท. ก็เหมือนกันนะครับ ในหน้า ๑๒๘ ลำดับที่ ๑ สาขาพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในปี ๒๕๕๑ มีรายได้ รวมทั้งหมด ๑.๙ ล้านล้านบาท แต่มาในปี ๒๕๕๒ รายได้ลดลงเหลือ ๑.๖๒ ล้านล้านบาท สิ่งที่ผมอยากจะขอวันนี้ผมอยากขอท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าช่วยทำเรื่อง รายละเอียดหน่อยครับ ในขณะนี้ผมอยากจะทราบในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะต้องมีการตรวจสอบ ช่วยทำเอกสารว่ารายได้ของ ปตท. มันลดลงเพราะอะไร ในขณะที่ การใช้จ่ายน้ำมันในประเทศนี่สูงขึ้น แต่รายได้ของ ปตท. นี่ลด มันลดไปไหน ไปรั่วอยู่ ตรงไหน ท่านทำรายละเอียดให้กับสมาชิกหน่อยครับ แล้วเวลาไปดูในรายละเอียด อีกหลายประเด็นผมอยากจะให้ทางท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี และหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบช่วยไปดูและช่วยไปทำในรายละเอียด อันไหนที่มี ข้อแตกต่าง ประเด็นเรื่องของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นี่มันก็เป็นประเด็นใหญ่ รายได้ จะลดลงจากปี ๒๕๕๑ มาถึงปี ๒๕๕๒ ลดลงถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเวลาไปดูใน เนื้องานในการทำงานในการใช้จ่ายเงินปันผลของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นี่มันสูงขึ้น มันตรงกันไหมครับ สิ่งเหล่านี้ผมขออนุญาตท่านประธานถึงรัฐมนตรีช่วยทำรายละเอียด ให้กับสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่งว่าความแตกต่างของรายได้มันเกิดและมีผลอย่างไร สืบเนื่องจากอะไร แล้วฝากไปถึงหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบด้วย เวลาทำงานต่อไป ในปีหน้าหรือ ๒ ปีข้างหน้านี่ท่านช่วยทำรายละเอียด อันไหนหน่วยงานที่ยังไม่มีความพร้อม ขออนุญาตท่านประธานว่าอย่านำเข้ามาครับ พวกเราพิจารณายากครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอเชิดชัยเชิญครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ รายงานการรับและใช้จ่ายเงินรายได้ที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ปีงบประมาณ ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ท่านประธานครับ คือที่เราอภิปรายกันในสภานี่งบประมาณ ที่ผ่านไปเมื่อกี้ ๒.๔ ล้านล้านบาท ก็ยังมีบอกว่าประเทศไทยเรายากจนเราต้องไปกู้คนอื่นมา แล้วก็มีการเอาไปใช้การลงทุนนี่น้อย แล้วท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็เคยอภิปราย ในมาตรา ๑๗๐ ก็คือท่านศรัณย์วุฒิบอกว่าเงินนอกระบบคือเงินตามมาตรา ๑๗๐ มีจำนวน มากเลยนะครับ วันนี้ก็ได้เห็นของจริงว่าที่รายงานมา ท่านประธานดูหน้า ๓ ปี ๒๕๕๑ มี ๔๒๒ หน่วยงาน ไม่ส่งรายงาน ๙๑ หน่วยงาน ปี ๒๕๕๒ เพิ่มขึ้น ๔๓๘ หน่วยงาน แล้วก็ ไม่ส่งรายงาน ๙๐ หน่วยงาน เห็นไหมครับ ผมเคยอภิปรายหลายทีว่าหน่วยงานตามกฎหมาย มันมากขึ้น ๆ งบประมาณเราเหมือนถังรั่ว องค์กรเหล่านี้ กองทุนเหล่านี้ ก็ดูดไปใช้หมด โดยไม่ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ก็เห็น ท่านประธานครับ พอไปดูในรายละเอียด หน้า ๔ กับหน้า ๕ ผมลองทำสถิติดูนะครับ สำนักนายกรัฐมนตรีไม่ส่งอยู่ ๗ หน่วยงาน มีอีก ๖ หน่วยงานที่ไม่ส่ง ก็คือ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงอุตสาหกรรม มีอีก ๕ หน่วยงานที่ไม่ส่ง ก็คือหน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวงต่าง ๆ ทบวงต่าง ๆ รวมทั้งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วยนะครับ อีก ๔ หน่วยงานที่ไม่ส่ง คือ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ แล้วอีก ๓ หน่วยงานที่ไม่ส่ง คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงแรงงาน เป็นที่น่าสังเกต องค์กร ตามรัฐธรรมนูญที่ต้องทำตามกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ส่งมี ๕ หน่วยงาน คือ สำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งผมเห็นว่าหน่วยงานเหล่านี้ต้องทำตามกฎหมาย ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ได้พูดไปแล้วว่ามาตรการของเรากฎหมายบังคับให้ทำ ถ้าเขาไม่ทำ จะมีบทลงโทษอย่างไรเราก็ไม่เคยพูดกันนะครับ เราบอกว่างบประมาณไม่พอ แต่เงินเหล่านี้ เป็นเงินนอกระบบซึ่งควรจะแจ้งให้เราทราบ เพราะถ้าแจ้งให้ทราบแล้วตอนที่เขาขอ งบประมาณมาตามปกติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จะได้ใช้หน้าที่ที่จะพิจารณาว่าควรจะลด งบประมาณเท่าไรใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นเราทำไม่ได้ครับ เราก็มาบ่นกันว่าเงินที่จะเอาไป ลงทุนไม่พอ ๆ ทั้ง ๆ ที่งบประมาณมันรั่วออกไป ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้เสนอ รายละเอียดในงบประมาณโดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจ เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้อภิปรายไปเรื่องพลังงาน เรื่องการขนส่งทางอากาศเป็นเงินจำนวนมากเลยนะครับ ปรากฏว่าเงินที่หารายได้นี่ลดลงนะครับท่านประธาน ซึ่งเราก็ภูมิใจอยู่นักหนาว่าองค์กร เหล่านี้ไปคล้าย ๆ เหมือนจะนำเงินเข้าประเทศ แต่ปรากฏว่าเงินมันเข้าไม่จริงแล้วมันหาย ไปที่ไหน น่าจะต้องมีรายละเอียด ทางกระทรวงศึกษาธิการก็เช่นเดียวกันมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่เราได้งบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไม่ส่งก็มีครับ ท่านประธานไปดูในหน่วยงานที่สังกัดกระทรวงนะครับ หน้า ๙ เป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเป็นส่วนใหญ่ มหาวิทยาลัยมหิดลขนาดว่าได้งบประมาณปีที่แล้ว ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็ยังไม่ส่งเลย แล้วก็มหาวิทยาลัยพระอีก ๒ แห่งก็ไม่ส่ง ซึ่งอันนี้ ผมคิดว่าเพื่อให้มีวินัยทางการคลัง ทางสภาผู้แทนราษฎรผมว่าช่วงที่มีการประชุม งบประมาณน่าจะใช้มาตรการเชิงรุกบ้างว่าหน่วยงานต่าง ๆ ที่ไม่ส่งเข้ามานี่ขอให้ทางรัฐบาล แจ้งมาก่อนว่าส่งไหม ถ้าไม่ส่งจะได้พิจารณางบประมาณเป็นกรณีพิเศษก็คือตัดเป็นพิเศษ เพราะถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่รู้จะพิจารณางบประมาณได้อย่างไร แล้วก็ทำให้ประชาชน ที่ไม่ทราบว่าหน่วยงานที่ไม่ต้องส่งเงินให้กระทรวงการคลังเป็นใคร ใช้อย่างไร มันเกิด ความไม่เป็นธรรมกับการที่จะใช้งบประมาณ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้เขาตอบก่อนได้ไหมครับท่านเจะอามิง ท่านจะได้คำถามอีกทีหนึ่ง เชิญกรมบัญชีกลาง ประเด็นของท่าน ส.ส. เจะอามิง โตะตาหยง ท่านติดใจหน้า ๑๓๗ ทำไมไม่ทำให้เรียบร้อย ทั้งหมด มีลำดับที่ ๖ ลำดับที่ ๘ และลำดับที่ ๑๓ เชิญกรมบัญชีกลางก่อน เสร็จแล้ว เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีจะตอบในประเด็นที่เขาถามท่านรัฐมนตรีนะครับ เอาประเด็น ของท่านก่อนครับ

นายพชร อนันตศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาเงินนอกงบประมาณ

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ผม นายพชร อนันตศิลป์ จากกรมบัญชีกลาง ขออนุญาตกราบเรียนตัวรายงานในหน้า ๑๓๗ อันนี้เป็นตัวรายงาน แสดงฐานะของงบการเงินของแต่ละหน่วยงานที่เรารวบรวมมา เพื่อให้แสดงถึงข้อเท็จจริงว่า งบการเงินตัวนี้อยู่ในชั้นใด ซึ่งบางแห่งคือเราติดต่อกันด้วยทางราชการ เพราะฉะนั้นเราใช้ งานทางเอกสารเป็นหลักนะครับ เพราะฉะนั้นบางส่วนเรามีเอกสารถามไปแล้วแต่ว่าไม่ได้ตอบ ยืนยันมาว่าอยู่ในสถานะใด ก็เลยต้องมีแยกเป็น ๓ ส่วนก็คือกรณีที่ สตง. รับรองแล้ว หรืออยู่ระหว่างตรวจสอบ หรือไม่ทราบสถานะ เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงทั้งหมดนะครับว่างบการเงินนี้เป็นอย่างไร ขออนุญาตกราบเรียนเบื้องต้นครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังครับ

นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่าน ส.ส. ทุกท่านที่มีเกียรติทั้งหลาย ผมขอพูดอย่างนี้นะครับ ว่าในปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ แล้วก็การตรวจสอบอะไรต่าง ๆ เมื่อปี ๒๕๕๓ ก็พยายามตรวจสอบ เพราะว่ามัน ๒ ปีเปรียบเทียบกัน ผมอยากพูดว่าการที่มีการตรวจสอบอันนี้ซึ่งเป็นกฎหมาย ที่บังคับออกมาบอกว่าจำนวนที่มีอยู่ซึ่งผมก็ตั้งข้อสังเกตกับข้าราชการเหมือนกันว่าทำไม มีจำนวนไม่มากนัก แต่ ณ ปัจจุบันนี้หลังจากนั้นเขาก็ได้รีบทำจนเกือบจะสำเร็จเรียบร้อยแล้ว แต่กลัวอันหนึ่งว่ารายงานอันนี้มันค้างมานาน เราก็ดีใจว่าเมื่อเข้ามาแล้วท่าน ส.ส. ก็เข้าใจว่า เมื่อมันไม่พร้อมควรที่จะไปทำให้พร้อมกว่านี้ ซึ่งผมก็จะรับไปทำเพราะว่าขณะนี้ก็เรียก เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว เพราะเราก็ตามกันมาตลอด ในสิ่งเหล่านี้ผมเป็นห่วงว่า ที่ท่านถามถึงการลงทุนในต่างประเทศก็ตาม หรือในประเทศก็ตาม ต้องบอกตรง ๆ ว่า กระทรวงการคลังโดยเฉพาะกรมบัญชีกลางหรือว่าที่รายงานทุกกระทรวงจะต้องมาอยู่ ที่กระทรวงการคลัง ฉะนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าเรามีความรับผิดชอบในการที่จะต้องได้พูด โดยเฉพาะว่าในต่างประเทศที่เราไปลงทุนนั้น ๆ มีผลลัพธ์อย่างไร งบประมาณใช้ไปอย่างไร และอีกประการหนึ่งผมว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีด้วยซ้ำไปว่าข้าราชการเองที่มีอยู่ซึ่งผมก็ติดตาม อยู่นี้ อาจจะต้องมีบทลงโทษอย่างที่ท่าน ส.ส. คนหนึ่งได้กล่าวขึ้นมา แต่เมื่อเรามาดูฝั่ง ของงบประมาณที่มาเข้ารัฐสภา แต่ละ ส.ส. เองก็เป็นห่วงว่าจะไปตัดของเขาทำไม สิ่งเหล่านี้ เมื่อมาถึงจุดตรงนั้นก็ต้องขอความเข้าใจและเห็นใจเช่นเดียวกันว่างบประมาณที่ออกไป ข้างนอกได้สมเจตนาไหม แล้วก็พูดจริง ๆ ว่ามันผ่านมาหลายปีแล้วความชัดเจนต่าง ๆ โดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมาหลายรัฐบาลด้วยกันก็มีเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ต้องไปดูแล ข้าราชการประจำเองซึ่งก็อย่างที่ว่าว่ามีการเขียนจดหมายไปหลายครั้งหลายคราว เมื่อเราได้ผ่านรัฐสภาแห่งนี้แล้วเป็นเรื่องกฎหมายใหม่ที่ออกมาอย่างนี้ผมก็มีน้ำหนัก ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้เพราะต้องเป็นหน้าที่ผมโดยตรงตั้งแต่แรก แต่น้ำหนักตั้งแต่วันนี้ไป เป็นน้ำหนักที่ผมต้องไปตรวจสอบและต้องขอบอกตรง ๆ ว่าเราเองก็เป็นห่วงแล้วก็ขออภัยด้วย ที่จะต้องมารายงานอันนี้ซึ่งคิดแล้วก็เป็นการไม่ยุติธรรมที่มารายงานที่ตัวเลขก็ยังไม่สมบูรณ์ แต่คิดว่าถ้าเป็นไปได้ถ้าสมบูรณ์เมื่อไรท่านคงให้โอกาสผมมีโอกาสได้มาชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง หวังว่าท่านคงเข้าใจเพราะที่เราทำมาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจใด ๆ เกิดขึ้น อันนี้ก็คิดว่าส่วนที่ผมคุม นโยบายอยู่ก็ได้กล่าวไปดังนี้ แต่ในการที่จะไปดูเรื่องเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งกรมบัญชีกลางเอง แล้วก็องค์กรต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่เขาอาจจะต้องอธิบายให้ฟังว่าทำไมชักช้าไปได้อย่างไร เขาก็พร้อมที่จะอธิบาย ผมก็แสดงความรู้สึกในฐานะที่กำกับดูแลกรมบัญชีกลางเท่านี้ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเจะอามิง

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ฟังท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้วยังไม่สบายใจ และที่ท่านชี้แจง ต่อสภาผู้แทนราษฎรก็ยังไม่กระจ่าง นี่เรื่องเงินเรื่องทองของบ้านเมืองนะครับท่านประธาน แล้วก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ผมถือว่าวันนี้เป็นหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องกำกับดูแล ถึงแม้จะไม่ใช่งบประมาณที่ต้องมาขอจากสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าในเมื่อ กฎหมายรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ท่านมีหน้าที่ กระทรวงการคลังมีหน้าที่ต้องติดตาม ผมถามว่าช่วงที่เอกสารก่อนที่จะเข้าสภาผู้แทนราษฎรนี่ท่านไม่ได้มีการตรวจสอบเลยหรือ เมื่อสักครู่นี้ท่านก็ตอบอยู่แล้วว่ายังไม่พร้อม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในเมื่อไม่พร้อม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรทำไมครับท่านรัฐมนตรีครับ ท่านก็ไม่ควรที่จะ นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เอาให้มีความพร้อม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้วท่านก็ค่อยส่ง สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบสิครับตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงการคลังมีหน้าที่ที่จะต้องติดตามและไม่ติดตาม แล้วหน่วยงานซึ่งมีความรับผิดชอบเองมีหน้าที่ที่จะต้องส่งรายงานก็ไม่ส่ง แล้วอย่างนี้ผมถาม ท่านประธานเลยว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่าในมาตรา ๑๗๐ ต้องเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต้องมีความพร้อม แล้วไม่ได้ทำรายงานอย่างนี้มันผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ ไหมครับ หน่วยงานอีกกี่หน่วยงานที่ไม่ได้จัดทำรายงานและเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรมันผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับท่านประธาน สิ่งที่ผมอยากจะฝากถึง ท่านประธานว่าหน่วยงานที่ยังไม่ได้ส่งรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ ขออนุญาต เรียนผ่านถึงท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าขอให้หน่วยงานต่าง ๆ ตามที่มีอยู่ในเอกสาร เหล่านี้ทุกหน่วยงานทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า ท่านมีเหตุผลอะไร อย่างไร ถึงไม่ได้จัดทำรายงานเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเฉพาะหน่วยงาน ที่ไม่ได้ทำนะครับ แล้วผ่านมาถึงท่านประธาน ท่านประธานต้องนำเอกสารเหล่านี้ให้กับ สมาชิกทั้งสภาทั้งหมด เพราะเรื่องนี้คือเรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่ผมถือว่าเป็นการปิดตา สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราต้องยอมรับว่ากรมบัญชีกลางเองหน้าที่ อะไรที่ท่านต้องทำ ท่านต้องทำให้ได้ วันนี้กรมบัญชีกลางเขาบอก กรมบัญชากลางถ้าผมจะ เปรียบเทียบท่านก็คือมังกร แต่วันนี้มังกรไม่มีเล็บ กรมบัญชีกลางวันนี้คือมังกรก็เหมือนกิ้งกือ นี่ผมขออนุญาตเลยนะครับ มันเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ได้มีการจัดทำ รายงานขึ้นมาเลยท่านนำมาสู่ต่อสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างไร ท่านก็ตอบบอกว่าได้ทำเอกสาร ถามไปตอบมา ถามไปตอบมา บางทีถามไปก็ไม่ตอบ สิ่งที่ไม่ตอบมานี่ผมถามท่านประธาน ผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าท่านจะมีบทลงโทษกับหน่วยงานเหล่านี้อย่างไร ท่านประธานครับ สรุปสุดท้ายผมถือว่าการรายงานวันนี้ของกระทรวงการคลัง เรื่องการรับและการใช้จ่ายเงิน รายได้ที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗๐ ไม่สมบูรณ์และไม่เป็นไปตามบทบัญญัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๗๐ ผมขออนุญาตท่านประธานถึงรัฐมนตรีให้ถอนเอกสารที่ได้นำเสนอต่อสภาวันนี้ออกไปก่อน แล้วท่านมีความพร้อม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เมื่อไรค่อยนำกลับมาสู่ต่อสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีจะตอบก่อนครับ เดี๋ยวเสร็จแล้วท่านสงวน

นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ก็ต้องขอบคุณท่าน ส.ส. ผู้มีเกียรติได้แสดงความคิดเห็นดังกล่าว คือผมก็ไม่อยากจะพูด ในลักษณะอื่นใดนอกจากสิ่งที่ท่านพูดนี่เมื่อกี้ก็ตั้งใจจะพูดอยู่แล้วแต่อาจจะพูดเร็วไปหน่อย ผมขอถอนครับ แล้วก็พร้อมเมื่อไรอย่างที่ท่านต้องการก็จะมารายงานให้ท่าน และที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ได้ทราบอีกครั้งหนึ่งว่าสิ่งเหล่านี้ก็อย่างที่ว่าผมมาปี ๒๕๕๕ มันเกิดก่อนผม แต่ว่าอย่างไรก็ไม่ได้หมายถึงว่าหน้าที่ผมมีความรับผิดชอบ แล้วก็ต่อไปนี้ มังกรต้องมังกรครับ ไม่ใช่มังกือ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทางรัฐบาลขอถอนใช่ไหมครับ ที่ประชุมรับทราบนะครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ขอถอนนะครับ อนุญาตนะครับขอบคุณทางผู้ชี้แจงนะครับ ต่อไปเชิญท่านสงวนครับ รัฐบาล ขอถอนแล้วครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผมตั้งใจที่จะมา ร่วมศึกษาเรื่องนี้กับทางคณะทำงานทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎรเรา ผมคิดว่ากฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๐ ได้มองเห็นปัญหาสำคัญเรื่องที่ ๑ คือการใช้เงินกองทุนซึ่งไม่ต้องส่ง เข้ารัฐเขาเน้นอย่างนี้นะครับ มันมีกฎหมาย มันมีข้อบังคับในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ รัฐบาล เข้ามาใน ๑ ปี ต้องออกกฎหมายกำกับตามมาตรา ๑๗๐ ตั้งแต่ต้น แต่เราไม่ได้ทำกันเลย ผมจะทบทวนอย่างนี้เผื่อว่าท่านประธานเมื่อถอนไปแล้วทางกระทรวงการคลังต้องรีบ นำกฎหมายฉบับนี้เข้ามา ไม่อย่างนั้นท่านจะผิด ผิดรัฐธรรมนูญจะยุ่งใหญ่เลย จริง ๆ แล้ว ถ้าอ่านโดยละเอียด วันนี้กองทุนเหล่านี้จ่ายเงินไม่ได้ รับได้อย่างเดียว รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นมาตราเดียวที่เขียนความชัดเจนนี้ไว้ เราจะตรวจสอบการทำงานขององค์กรเหล่านี้ ผมอ่านวรรคสุดท้าย โดยใช้วินัยการเงินการคลัง เขาบอกอย่างนี้ครับ การใช้จ่ายเงินรายได้ ตามวรรคหนึ่งต้องอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังตามหมวดนี้ ไม่ใช่ตามกฎหมายนะครับ เมื่อกฎหมายไม่ออกนี่ใช้เงินไม่ได้นะครับ ผมทบทวนอย่างนี้ ท่านสมัครเข้ามาทำงาน เรื่องนี้ ก็จะต้องทำให้เสร็จภายใน ๑ ปี ท่านสมัครเป็นคนดำริไม่มีโอกาสได้ทำท่านครับ เพราะว่า ท่านต้องมาแก้ปัญหาเรื่องข้อขัดแย้งของท่านกับรัฐธรรมนูญ ท่านสมชายนี่ไม่มีโอกาสเข้าไป บริหาร ดูแลไม่ได้ ท่านอภิสิทธิ์เข้ามานี่นะครับผมจำได้ว่าเป็นการประชุม ครม. วันแรก หรือวันที่ ๒ ไม่รู้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพูดครับ พูดชัดเจนว่าจะต้องออกกฎหมาย ตามวินัยการเงินการคลังให้เสร็จวันที่เท่าไร แต่ก็ไม่ได้ทำครับ ไปดูบันทึกการประชุมของ ครม. ได้เลยครับ ผมจะเอาเรื่องนี้อภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงนั้นแต่ทางพรรคผมบอกว่า มันเป็นประเด็นเล็กน้อยไม่ให้ทำ จริง ๆ แล้วเป็นประเด็นใหญ่ วันนี้ถ้ากระทรวงการคลัง ไม่เสนอกฎหมายมาตรา ๑๗๐ ท่านจะผิดรัฐธรรมนูญนะครับ มันไม่ใช่ ถ้าเขาให้ใช้กฎหมายอื่น เขาจะเขียนไว้อีกแบบหนึ่ง นี่เขาบอกว่าวินัยการเงินการคลังตามหมวดนี้ เมื่อหมวดนี้ ไม่ได้ออกกฎหมายบังคับตามรัฐธรรมนูญนี่คุณใช้เงินไม่ได้ แล้วที่ท่านสมาชิกตำหนินี่ไม่มีใคร รายงานมา ผมดูนะครับอย่าง สสส. อย่างอะไรนี่ถึงแม้ไม่ต้องส่งเงินเข้าคลัง วันนั้นเขาโต้แย้งกัน เรื่องอะไรครับที่ไปออกกฎหมายให้เอาเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทไปให้กับทางไอทีวีตอนนั้น แล้วก็มีการโต้แย้ง ผมก็นั่งฟังตลอดแล้วก็รู้สึกว่าคณะทำงานรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขาสนใจ เรื่องการใช้เงินของรัฐ วันนี้ทุกองค์กรนี่หลายสิบกองทุนมากเอาเงินหลวง เงินหลวง เงินของแผ่นดินนี่ไปใช้โดยอาศัยกฎหมายอื่น อันนี้มันต้องใช้โดยกฎหมาย ผมจะย้ำนะครับการใช้จ่ายเงินรายได้ตามวรรคหนึ่งต้องอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง ตามหมวดนี้ด้วย หมวด ๘ นี้ยังไม่มีกฎหมายกำกับ ท่านสมัครเน้นเรื่องนี้มาก ผมไปเรียนถามท่านท่านเน้นเรื่องนี้มาก ท่านก็ทำไม่ได้ ท่านสมชายไม่ต้องพูดถึงไม่มีโอกาส เข้าทำเนียบด้วยซ้ำไป ท่านอภิสิทธิ์ผมจำได้ว่าการประชุมครั้งแรกหรือครั้งที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอเลยต้องทำกฎหมายฉบับนี้ให้เสร็จวันที่เท่าไร ระบุในบันทึกรายงานการประชุมเลย ท่านไปอ่านดู แล้ววันนี้มันเลยมาปีหนึ่งแล้ว ท่านเป็นหน่วยงานรับผิดชอบต้องเสนอต่อกระทรวง วันนี้ไม่ใช่ความผิดของฝ่ายการเมือง แต่เป็นความผิดของฝ่ายประจำ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสมัยท่านอภิสิทธิ์นี่ ท่านพูดไว้ชัดเจน กระทรวงการคลังต้องรีบเสนอแต่ไม่ได้เสนอนะท่านไปดู ถ้าไม่มีกฎหมาย ฉบับนี้เราใช้เงินได้อย่างไร ใช้เงินได้อย่างไรนี่คือปัญหา เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีต้องเรียน ครม. แล้วทางกระทรวงการคลังเรื่องนี้เป็นภารกิจของท่านแล้ว ชอบแล้วที่ถอนออกไป แต่จะต้องออกกฎหมายตามหมวดนี้ก่อนนะครับ ให้ไปอ่านบันทึก รายงานการประชุมของท่านสมัครกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของท่านอภิสิทธิ์ ผมอ่านแล้วผมเห็นชัดว่ากระบวนการมันควรจะเดินไปอย่างไร แต่ครั้งนั้นก็ไม่ได้ทำกัน ไม่ทำกันเพราะว่าส่วนประจำไม่ได้เสนอมาเพราะว่าฝ่ายการเมืองไม่มีหน้าที่ร่างกฎหมาย ฝ่ายประจำมีหน้าที่ร่างกฎหมาย เพราะฉะนั้นท่านกำลังละเลย มันมีกฎหมายมาตราที่บังคับ ไว้ว่ามาตราท้าย ๆ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันบังคับไว้ว่าหมวดไหนจะออกให้เสร็จเมื่อไร ๆ ตรงวันที่หมดเลย เขานับวันตั้งแต่เข้ามาทำงานในครั้งแรก นี่เป็นประเด็นสำคัญที่ผมชี้ให้เห็นว่า ที่ผมต้องรีบมาขอพูดนี่เหตุผลเพราะว่าผมติดตาม แต่ผมบังเอิญไม่ได้มาเพราะผมไปนั่งเป็น ประธานคณะกรรมาธิการทำงานอยู่ ได้โอกาสดีก็มาพูด เรื่องนี้เป็นประเด็นหลัก ผมจะพูดเรื่องนี้ไว้เพื่อบันทึกในสภาผู้แทนราษฎรว่าภารกิจนี้เป็นภารกิจของข้าราชการประจำ ในกระทรวงการคลัง คุณต้องเร่งตั้งกฎหมายฉบับนี้มา ไม่อย่างนั้นการจ่ายกองทุนเหล่านี้ ผิดกฎหมายทั้งสิ้น ผิดรัฐธรรมนูญ โทษฝ่ายการเมืองไม่ได้เลย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ ผมว่าพอสมควร เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีรับไปไปปรึกษาทางคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่แล้วนะครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

ขอบคุณครับ แต่ผมว่านี่เป็นประเด็นหลัก ถ้าไม่อย่างนั้นจะลืมกันอีก ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๒

๒.๒ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ และ ๒๕๕๑

แต่เนื่องจากว่ามีวาระที่ ๒.๑๕ ซึ่งเป็นรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงาน การเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน. ๒๕๕๓ และ ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกัน เพียงแต่ต่างปีงบประมาณ เท่านั้น ผมเห็นว่าน่าจะรวมมาพิจารณาพร้อมกันเลย ถ้าท่านสมาชิกไม่ขัดข้องผมจะขอรวม พิจารณาเลยนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

๒.๑๕ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ และ ๒๕๕๒

ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ส่งหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ รับทราบและให้เสนอรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ และ พ.ศ. ๒๕๕๑ และประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ และ พ.ศ. ๒๕๕๒ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งทางสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งให้ท่านสมาชิกทราบแล้วนะครับ ขอเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าประจำที่ ท่านสมาชิกท่านใดมีความประสงค์จะซักถามไหมครับ ขอรายชื่อก่อนครับ ผู้ที่จะชี้แจง ผู้อำนวยการสำนักบริหารการคลังและรายได้ ๑. นางวัลลภา รัตนไพรวรรณ ๒. นายวัลลภ งามสอน หัวหน้าสำนักงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ๓. นางอัจฉรา นิสัยสัตย์ นักวิชาการการเงินและบัญชี ชำนาญการ ๔. นางสาวนัฐวรรณ สิทธิหาญ เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี ชำนาญงาน มีท่านสมาชิกท่านใดประสงค์ที่จะอภิปราย ถามไหม เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นในรายงานทั้ง ๒ ฉบับของ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกับกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน หรือ กปถ. ซึ่งเป็นกองทุนที่มีเจตนารมณ์ที่จะลดอุบัติเหตุเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ในการใช้รถใช้ถนน ก่อนอื่นต้องขอแสดงความชื่นชมกับการจัดทำรายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้ แม้ว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรล่าช้าก็ตาม เนื่องจากว่าเป็นปัญหา ของฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรเองที่ไม่สามารถบรรจุรายงานได้ทันท่วงที รายงานทั้ง ๒ ฉบับ ก็คือรายงานในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ ซึ่งปีบัญชีก็คือปี ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๓ และปี ๒๕๕๒ นี่ครับ ที่ต้องชื่นชมในการจัดทำรายงานก็คือมีการแบ่ง เรื่องการแสดงสถานะบัญชี สถานะการเงินด้วยส่วนหนึ่ง แล้วก็แยกเรื่องการประเมินผล การใช้จ่ายเงินไว้อีกส่วนหนึ่งซึ่งอ่านแล้วเป็นประโยชน์อย่างมาก ขอกราบเรียนท่านประธานว่า อยากจะตั้งข้อสังเกตในการรายงานครั้งนี้ไว้ไม่กี่ประเด็น เฉพาะที่สำคัญก็คือ

เรื่องแรก ก็คือขอสนับสนุนการที่กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เดินโครงการต่าง ๆ ในแต่ละปีตามพันธกิจที่ได้ประกาศไว้ พันธกิจที่ประกาศไว้ในการทำ โครงการนั้นก็คือเรื่องของการจัดงบประมาณของกองทุนไปเพื่อภารกิจ ๔ พันธกิจ ก็คือ ๑. ค่าใช้จ่ายเพื่อการลดอุบัติเหตุทางถนนตามโครงการหรือแผนงานของกรมการขนส่งทางบก ๒. ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาวิจัยเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ๓. ค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการอันเนื่องมาจากการประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน ในส่วนที่นอกเหนือจากค่าสินไหมทดแทนตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ และ ๔. ค่าใช้จ่ายในการจัดประมูลหมายเลขทะเบียนรถ ค่าใช้จ่าย ในการบริหารงานกองทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอื่นอันจำเป็นของกองทุน ทั้ง ๔ พันธกิจนี้ผมเข้าใจว่ากองทุนใช้เป็นกรอบในการจัดโครงการแล้วก็ใช้จ่ายเงินงบประมาณ ในทุกปีที่เป็นข้อดีของการที่เอา ๒ ฉบับนี้มาพิจารณาร่วมกันในวันนี้ ก็ทำให้เห็นว่า ทั้งในปี ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ นั้นมีตัวเลขในแต่ละพันธกิจนั้นมีความใกล้เคียงกัน อย่างเช่น พันธกิจที่ ๑ เรื่องค่าใช้จ่ายในการลดอุบัติเหตุ แล้วก็พันธกิจที่ ๓ เรื่องค่าใช้จ่าย ในการสนับสนุนการศึกษาวิจัยเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ๒ พันธกิจนี้แต่ละปี ใช้ใกล้เคียงกัน ในปี ๒๕๕๒ ใช้ไป ๕๕๐ ล้านกว่าบาท แล้วก็ปี ๒๕๕๓ ใช้ไป ๕๐๓ ล้านบาท ซึ่งต้องถือว่าตรงนี้เป็นจุดเน้นที่มีความสำคัญนะครับ ในส่วนอื่น ๆ ค่าช่วยเหลือผู้พิการ ก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกันก็คือ ๓๗ ล้านกว่าบาท แล้วก็ค่าใช้จ่ายเรื่องของการประมูล แล้วก็ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ประมาณ ๗๐ กว่าล้านบาทในปี ๒๕๕๒ และเพิ่มเป็น ๙๖ ล้านกว่าบาทในปี ๒๕๕๓ ซึ่งจากการเปรียบเทียบให้เห็น ๒ ปีนี้ทำให้มีความมั่นใจในระดับหนึ่งว่าจุดเน้นในการทำงาน ของกองทุน กปถ. นั้นมีความต่อเนื่องในพันธกิจที่ท่านได้ดำเนินการมา แต่ไม่แน่ใจว่า ในปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ นี่ท่านยังคงเน้นในจุดเน้นใน ๔ พันธกิจนี้หรือไม่ ถ้าเน้นอยู่ ก็ขอสนับสนุนด้วย แล้วก็จะอภิปรายเพิ่มเติมในตอนท้ายว่าควรจะมีอะไรเพิ่มเติม อีกบ้างนะครับ

เรื่องที่ ๒ ที่จะขอตั้งข้อสังเกตก็คือเรื่องของความล่าช้าในการเบิกจ่าย งบประมาณในแต่ละปี เราพบว่าในรายงานการประเมินผลนี้จะเห็นว่ามีอีกหลายโครงการ ไม่สามารถใช้เงินได้ทันตามกำหนดเวลา ประเด็นการไม่สามารถใช้จ่ายเงินได้ทัน ตามกำหนดเวลานั้นในแง่ของเทคนิคการใช้จ่ายเงินงบประมาณไม่เป็นไรหรอก สามารถไปเบิก ในปีถัดไปได้หรือในเวลาต่อไปได้ แต่ว่าการจัดทำโครงการในแต่ละปีนั้นมีความเหมาะสม กับสถานการณ์ในปีนั้น ๆ การที่ทำไม่เสร็จด้วยเหตุผลใดก็ตามนี่สะท้อนให้เห็นถึงความล่าช้า ความไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารงานโครงการให้เสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด การที่ไม่เสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดนั้นมันมีผลต่อเรื่องเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุ หรือความไม่ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนทีเดียว ซึ่งจะเห็นว่าอย่างในปี ๒๕๕๒ มีโครงการ ในพันธกิจที่เกี่ยวข้องกับการลดอุบัติเหตุตามถนนถึง ๔-๕ โครงการที่ไม่ได้ทำให้เสร็จทัน ตามกำหนดเวลา เช่นการจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับทดสอบการทรงตัวของรถเพื่อตรวจสอบ ความปลอดภัยในการใช้งานส่วนรองรับแบบรถ โครงการยกระดับการทดสอบภาคทฤษฎี ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของศูนย์สอนขับรถบรรทุกขนาดใหญ่ โครงการส่งเสริมความปลอดภัย และลดอุบัติเหตุจากการขนส่งสินค้าอันตราย โครงการจัดจ้างปรับปรุงเพื่อตรวจสภาพรถ ประจำส่วนสาธิตการตรวจสภาพและทดสอบรถ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์มาตรฐาน การตรวจสอบสภาพรถ อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ความล่าช้าเหล่านี้มันมีผลต่อเป้าหมายหรือ ยุทธศาสตร์ในการทำงานเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ อันนี้อยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตไว้

ประการที่ ๓ แม้ว่าพันธกิจทั้ง ๔ ด้านของท่านจะสอดคล้องแล้วก็เหมาะสม กับงานภาระของกองทุน กปถ. ก็ตาม แต่ว่าต้องไม่ลืมว่ากรมการขนส่งทางบกนั้นเป็นกรม ที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องของการดูแลเรื่องการขนส่งทางถนนให้เกิดความปลอดภัย กรมการขนส่งทางบกเขามียุทธศาสตร์ในการพัฒนา แล้วก็ส่งเสริมระบบการสร้าง ความปลอดภัยในการขนส่งทางถนนมียุทธศาสตร์ของเขาที่ชัดเจน ผมคิดว่า กปถ. จำเป็น ที่จะต้องรับเอายุทธศาสตร์ของกรมการขนส่งทางบกมาใช้ในเรื่องนี้ด้วย ผมอยากจะยกตัวอย่าง เรื่องของยุทธศาสตร์ของกรมการขนส่งทางบกที่สอดคล้องกับงานของ กปถ. แล้วก็คิดว่า น่าจะรับไปเป็นพันธกิจส่วนหนึ่งที่สามารถแปรเข้าไปในการทำงานของท่านก็คือเรื่องของ การศึกษาพัฒนาและกำกับดูแลความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมจากรถ เรื่องของการพัฒนา ระบบความมั่นคงแข็งแรงปลอดภัยของรถ เรื่องของการพัฒนามาตรฐานผู้ขับรถ โรงเรียน สอนขับรถ รวมถึงเรื่องการเสริมสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน อันนี้ เป็นยุทธศาสตร์ของกรมการขนส่งทางบกที่คิดว่าเป็นประโยชน์ ต้องไม่ลืมเป็นอันขาดว่า ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนเวลานี้เราได้พบเห็นตามสื่อสารมวลชน ตามข่าวคราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และบ่อยครั้งที่มีการสรุปรวบยอดไปว่าปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเป็นปัญหาที่เกิด จากคน แต่แท้จริงแล้วปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดบนท้องถนนนั้นมันมีหลายปัจจัย คนนั้นเป็นส่วนหนึ่ง คือคนขับ คนใช้รถ คนควบคุมเครื่องมืออุปกรณ์การขนส่งนั้นเป็นส่วนหนึ่ง แต่ว่ามาตรฐาน ของอุปกรณ์ มาตรฐานของตัวรถ มาตรฐานของยานพาหนะต่าง ๆ นั้นเป็นส่วนประกอบ ที่มีความสำคัญยิ่งที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เหล่านี้ผมคิดว่าถ้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนไม่ล้วงลึกเข้าไปดูถึงสาเหตุ ที่แท้จริง ก็อาจจะทำให้กระบวนการในการลดอุบัติเหตุหรือความปลอดภัยบนท้องถนน ให้เกิดมีประสิทธิภาพนั้นไม่อาจจะเป็นจริงได้ เรื่องของผู้ขับรถ เรื่องของการตรวจสอบ สภาพรถของบริษัทเอกชนที่เรียกว่า ตรอ. นี่ก็เช่นกัน ผมคิดว่ากรมการขนส่งทางบก เขามียุทธศาสตร์ในเรื่องนี้ที่ชัดเจน ทำอย่างไร กปถ. จะสอดเข้าไปตรวจสอบดูเพื่อที่จะ ผลักดัน เพื่อที่จะรณรงค์ให้ ตรอ. ทั้งหลายมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพจริง ๆ แล้วก็ตรวจสอบ สภาพรถแล้วก็ได้มาตรฐานจริง ๆ

ประเด็นที่ ๔ ที่อยากจะฝากไว้ก็คือจำเป็นที่ กปถ. จะต้องให้ความสำคัญ แล้วก็เชื่อมโยงกับภาคส่วนอื่น ๆ ที่ทำงานทางด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ยกตัวอย่างเช่นหน่วยงานอย่าง สสส. หรือกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพที่เขามี งบประมาณในการรณรงค์แต่ละปีมากมาย ภารกิจของท่านเองส่วนหนึ่งก็คือการสร้าง ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในเรื่องของการใช้รถใช้ถนนให้เกิดความปลอดภัย เราสามารถที่จะร่วมมือกับองค์กรแบบ สสส. ในการทำงานอย่างมีเอกภาพ แล้วก็มีทิศทาง เดียวกัน สามารถประเมินผลไปในทิศทางเดียวกันได้หรือไม่ หน่วยงานอื่น ๆ เช่น ท่านจะต้องประสานงานกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ผมคิดว่านี่คือส่วนหนึ่งของ ปัญหาความไม่ปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน เดี๋ยวนี้ปัญหาเรื่องเทคนิคโครงสร้างของถนน ทั้งกรมทางหลวงชนบท และกรมทางหลวง หรือแม้กระทั่งถนนที่อยู่ภายใต้การดูแลของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ได้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน ทำอย่างไรที่ กปถ. จะได้เข้าไป กระตุ้นและร่วมมือกับหน่วยงานเหล่านั้นมาทำงานด้วยกัน เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ ในการดูแลเรื่องปัญหาโครงสร้างซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญส่วนหนึ่งของความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน หรือแม้กระทั่งการรถไฟแห่งประเทศไทยท่านได้มีการประสานงาน กับเขาไหม การรถไฟแห่งประเทศไทยถ้าท่านจะติดตามข่าวก็จะเห็นว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจาก จุดตัดระหว่างทางหลวงกับทางรถไฟมักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก และไม่ได้มีแผนงานในการแก้ไข อย่างสมบูรณ์เสียที เนื่องจากว่าปัญหาเรื่องของงบประมาณที่แยกกันอยู่ เรื่องของ ความกระตือรือร้นที่เข้าไปบริหารจัดการ เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่เคยหารือกันขอให้ มีการติดตั้งไฟสัญญาณบริเวณจุดตัดรถไฟกับถนนหลวง หรือทางกั้นต่าง ๆ หรือว่าการขอให้ มีการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟต่าง ๆ ได้รับการตอบสนองเหล่านี้น้อยมาก ผมคิดว่า หน่วยงานที่จะมาร่วมบูรณาการเรื่องนี้ กปถ. น่าจะมีบทบาทได้ในส่วนหนึ่งด้วยนะครับ นอกจากนั้นกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งดูแลมาตรฐานเรื่องรถยนต์ต่าง ๆ ผมคิดว่าจะต้อง เข้าไปเชื่อมโยงประสานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย โดยมีระบบมาตรฐานของชิ้นส่วนยานยนต์ ต่าง ๆ มีมาตรฐานอย่างแท้จริง กระทรวงศึกษาธิการที่จำเป็นจะต้องเข้าไปเชื่อมโยงประสาน ในเรื่องของการดูแลจัดหลักสูตรเพื่อการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน ให้เกิดความปลอดภัย ในระดับต่าง ๆ

ประเด็นที่ ๕ ซึ่งอยากตั้งข้อสังเกตไว้ก็คืออุบัติเหตุแต่ละครั้งนั้นอย่างที่เรียน ในตอนต้นว่ามีที่มาที่แตกต่างกัน กปถ. จำเป็นจะต้องมีหน่วยงานในการสรุปเหตุการณ์ แล้วก็มีข้อสรุปทั้งเชิงสถิติ แล้วก็สาเหตุที่แท้จริง อุบัติเหตุแต่ละครั้งเกิดจากอะไร ถ้าโยนใส่ เรื่องคนขับหลับในอย่างเดียวแบบนั้นมันง่าย แต่ว่าหลายครั้ง บ่อยครั้ง ที่เรามาพบ ในภายหลังเมื่อเป็นคดีความในโรงในศาลว่าอุบัติเหตุมันเกิดจากอุปกรณ์ที่ชำรุด แม้กระทั่ง กรณีรถไฟตกรางที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เมื่อไม่นานมานี้ สุดท้ายก็เป็นปัญหาเรื่องของ อุปกรณ์ที่ขาดการดูแล อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อย่างนี้เป็นต้น จำเป็นว่า กปถ. จะต้องมี หน่วยงานที่จะสรุปข้อมูลที่เป็นสาเหตุเหล่านี้เพื่อเป็นบทเรียน แล้วก็เป็นข้อมูลในเชิงสถิติ ในการไปป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนะครับ

สุดท้ายที่อยากจะฝากไว้เป็นข้อสรุปก็คือว่าในปีต่อ ๆ ไป กปถ. ซึ่งมีงบประมาณมีการใช้เงินเพื่อการดำเนินการตามพันธกิจทั้งสี่ปีละ ๖๐๐ กว่าล้านบาท แม้ว่าเงินจะมาจากการประมูลทะเบียนรถหรือมาจากเงินนอกงบประมาณก็ตาม แต่ว่า เป็นเงินที่มีจำนวนมาก แล้วก็สามารถที่จะไปทำประโยชน์ในเรื่องของความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนนี่ได้มาก อยากจะให้เน้นในบทบาทในเชิงรุกในเรื่อง ๒-๓ ประเด็น ก็คือ

เรื่องที่ ๑ ต้องมีกิจกรรมในเรื่องของการรณรงค์ป้องกันที่กว้างขวาง หลากหลายมากขึ้นนะครับ ลำพังเราเห็น กปถ. ออกป้าย ลำพังได้ยินเสียงทางสปอต (Spot) วิทยุนี่ผมคิดว่าอาจจะยังไม่พอ ท่านอาจจะต้องใช้สื่อที่รณรงค์ในเรื่องนี้ที่กว้างขวางมากขึ้น ก็อย่างที่เรียนว่าถ้าท่านร่วมมือกับ สสส. มันก็อาจจะใช้เงินงบประมาณที่น้อยลง แล้วก็ไปสู่ ทิศทางเดียวกันได้ดีขึ้นนะครับ

เรื่องที่ ๒ คือการสร้างความรู้ความเข้าใจและการตระหนักในเรื่องของ ความปลอดภัยของผู้ประกอบการทั้งหลายจะต้องทำอย่างจริงจัง ผมคิดว่าไม่เพียงแต่ บริษัทรถยนต์ที่ท่านจะต้องเข้าไปเชื่อมโยงประสานก่อให้เกิดความมั่นใจกับผู้บริโภค กับอู่ซ่อมรถต่าง ๆ ซึ่งมีบทบาทสำคัญ แล้วก็เป็นสาเหตุอันหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้นี่ ทำอย่างไรที่จะให้หน่วยงานผู้ประกอบการเหล่านั้นตระหนักในเรื่องความปลอดภัย แล้วก็มีมาตรฐานในการให้บริการกับรถยานพาหนะต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

เรื่องที่ ๓ ก็คือว่าบทบาทในการวิจัยสร้างองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ จะต้อง เข้มข้นจริงจัง ซึ่งก็ชื่นชมในเรื่องของเมื่อปี ๒๕๕๓ ที่ท่านทำโครงการสืบสวนเชิงลึก สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุจากการขนส่งและจราจรที่ให้เงินกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไป ๔-๕ แห่ง ในการไปศึกษา ผมคิดว่ามีความจำเป็นและองค์ความรู้เหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในอนาคต แต่ว่าอยู่ที่ว่าประเด็นในแต่ละปีที่เราจะทำการศึกษานั้นจะมีอะไรบ้าง สอดคล้องกับ สถานการณ์หรือไม่ อย่างไร นั่นในด้านของกองทุน

ที่จะฝากไว้สำหรับในด้านของ สตง. ก็คือว่าเมื่อมีการใช้เงินจำนวนมากมาย เหล่านี้แล้วนี่นะครับ แล้วก็เป็นอำนาจเป็นบทบาทของ สตง. ที่เข้าไปตรวจสอบประเมินผล ก็อยากให้ประเมินผลในโครงการแต่ละโครงการที่กองทุนได้เข้าไปทำด้วยนะครับ กองทุน ทำแต่ละปีก็ประมาณ ๘๐-๙๐ โครงการตามรายงานของท่าน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นโครงการ ที่เป็นประโยชน์ในสายตาของ กปถ. เอง แต่ว่า สตง. ที่เข้าไปประเมินผลการดำเนินงาน นอกจากประเมินเรื่องของการใช้จ่ายเงินที่ถูกต้อง ประหยัด ตรงตามวัตถุประสงค์แล้ว อยากให้ดูว่าผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นของแต่ละโครงการนั้นมันได้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ ของกองทุนที่ต้องการจะให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนจริงหรือไม่ นี่เป็นประเด็น ที่ฝากไว้ทั้งของกองทุนแล้วก็ สตง. นะครับ กราบขอบคุณครับท่านประธานครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ท่านพิษณุสัก ๗ นาทีไหวไหม เราเหลืออีกหลายท่านนะครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลำภู

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ไม่น่าจะเกิน ๗ นาทีนะครับ ต่อรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนนของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งวันนี้นำเสนอ ๒ ปีด้วยกัน ๒ รอบปีก็คือรอบปี ๒๕๕๒ และรอบปี ๒๕๕๓ จากที่ได้อ่านรายงานของ สตง. ที่เสนอสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ เล่ม ก็ดูแล้วคิดว่ากองทุนนี้ได้นำเงินไปใช้อย่างเป็นประโยชน์แล้วก็น่าจะเป็นกองทุนที่พวกเรา จะต้องสนับสนุนส่งเสริมให้อยู่ต่อไปนะครับ และที่สำคัญท่านประธานครับ กองทุนนี้อยู่ได้ ด้วยตัวเองโดยการประมูลป้ายทะเบียนรถ เมื่อได้เงินงบประมาณจากการประมูลทะเบียนแล้ว ก็นำมาสมทบในกองทุน เท่าที่ผมดูในปี ๒๕๕๓ นะครับ งบประมาณกองทุนจะมีกำไรทุกปี เหลือกลับเข้ามากองทุนในปี ๒๕๕๓ ก็เป็นสินทรัพย์ ทั้งหมดประมาณ ๑,๘๐๐ กว่าล้านบาท ก็คิดว่ากองทุนนี้จะเดินหน้าต่อไป วัตถุประสงค์ ที่สำคัญของกองทุนนี้ก็เพื่อที่จะเป็นทุนสนับสนุนและส่งเสริมด้านความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเกิดจากการใช้รถใช้ถนนเช่นเดียวกัน ผมมีประเด็นสั้น ๆ ที่จะฝากผู้ที่มาชี้แจงวันนี้กลับไปถึงผู้บริหารกองทุนและผู้บริหารของ กระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบกเอง ดังนี้นะครับ

เรื่องที่ ๑ สนับสนุนที่ท่านออกบริการประชาชนโดยเฉพาะเรื่องของ การใช้รถโมบาย (Mobile) ในการออกไปออกใบอนุญาตขับขี่ในทางภาคทฤษฎีให้กับ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนที่อยู่ห่างไกลในชนบท การที่จะเดินทางเข้ามาสำนักงาน ขนส่งจังหวัดนั้นก็เป็นภาระที่มากเหลือเกิน แต่ถ้าหากว่ากองทุนนี้ได้เพิ่มรถโมบาย แล้วก็ออกไปบริการพี่น้องประชาชนตามอำเภอที่ทุรกันดารห่างไกล ผมมั่นใจว่า พี่น้องประชาชนซึ่งปัจจุบันมีส่วนหนึ่งไม่มีใบขับขี่โดยเฉพาะน้อง ๆ เยาวชน ที่ขับรถมอเตอร์ไซค์จะขับรถมอเตอร์ไซค์โดยไม่มีใบขับขี่ ความรู้ความเข้าใจในการใช้รถ ใช้ถนนก็ยังไม่เก่ง เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเรามีรถโมบายจำนวนมาก ๆ แล้วออกไปบริการถึงที่ แล้วรณรงค์ให้น้อง ๆ เหล่านั้นเข้ามาสอบใบอนุญาตขับขี่ สิ่งที่เขาจะได้รับจากการเข้ามา ฝึกอบรมก็คือความรู้ความเข้าใจในการขับรถที่ปลอดภัย ยอดผู้เสียชีวิตซึ่งปัจจุบัน มาจากการขับขี่มอเตอร์ไซค์ก็น่าจะลดน้อยลง

เรื่องที่ ๒ การใช้งบประมาณจากกองทุนไปรณรงค์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เมาไม่ขับ โทรไม่ขับ ง่วงไม่ขับ ๓ อย่างนี้เป็นเรื่องสำคัญพอ ๆ กัน ซึ่งตอนนี้ที่มาแรงที่สุด ก็คือเรื่องของเมาไม่ขับ ทำอย่างไรที่กองทุนจะเข้าไปสนับสนุนตรงนี้ ส่งเสริมไม่ให้คนเมา แล้วขับ จะต้องให้รู้ถึงภาวะเมาแล้วขับ เราไม่สามารถควบคุมสติได้ แล้วก็พอเกิดปัญหามา ก็เสียชีวิตและทรัพย์สินไปต่าง ๆ นานา

ข้อสนับสนุนหรือข้อสังเกตข้อที่ ๓ ที่อยากจะฝากกองทุนไปอยากจะให้ เปิดกว้างเรื่องของการใช้งบกองทุนนี้โดยให้ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นเทศบาลหรือ อบต. สามารถขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากทางกองทุน ได้ไปจัดโครงการของเขาไม่ว่าจะเป็นการจัดการฝึกการขับขี่รถยนต์ที่ปลอดภัย หรือการแนะนำห่วงใยต่าง ๆ ให้พี่น้องประชาชนได้มากขึ้น

ข้อที่ ๔ ที่อยากจะฝากกองทุนไปรณรงค์ก็คือเรื่องของการรณรงค์ ให้พี่น้องประชาชนที่ขับขี่ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ มี พ.ร.บ. คุ้มครองบุคคลที่ ๓ เพราะขณะนี้ปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชนที่ขับรถมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะนี่จะไม่ค่อยใส่ใจตรงนี้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็ไม่มีเงินในการที่จะรักษาพยาบาลทั้งฝ่ายที่ชนและฝ่ายตัวเอง ที่ไปชนเขา ทำอย่างไรที่จะให้ทั้งประเทศรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนเข้าสู่ระบบการซื้อประกัน ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. บุคคลที่ ๓ หรือแม้แต่การซื้อประกันชั้น ๓ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับ พี่น้องแล้วก็แก้ไขปัญหาเรื่องของการชนแล้วหนี ปัจจุบันนี้ที่ชนแล้วหนีเพราะว่าไม่มี พ.ร.บ. กลัวว่าจะต้องไปรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แต่สุดท้ายก็หนีไม่ได้ ก็โดน ๒ เด้งอยู่ดี

สุดท้าย ก็คงจะขอขอบพระคุณท่านผู้มาชี้แจง แม้ว่าอาจจะช้าไปนิดหนึ่ง ทางสภาผู้แทนราษฎรมีภารกิจเยอะ แต่ท่านก็อยู่รอจนสามารถได้ชี้แจง ก็ขอเป็นกำลังใจ ให้กับท่าน ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตครับ เชิญท่านวราภรณ์ครับ

นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้อ่านรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของกรมการขนส่งทางบก ไม่ว่าจะเป็นปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๒ ที่ปรับปรุงใหม่ แล้วก็ปี ๒๕๕๑ ดิฉันมีข้อสงสัยแล้วก็ข้อเสนอแนะไปยัง ผู้บริหารกองทุนเป็นประเด็น ๆ ดังนี้นะคะ ดิฉันขอลงในรายละเอียดงบแสดงฐานะการเงิน ในส่วนของสินทรัพย์หมุนเวียน สิ่งที่ดิฉันให้ความสำคัญก็ในเรื่องลูกหนี้ค่าหมายเลขทะเบียนรถ จะเห็นว่าในปี ๒๕๕๓ ลูกหนี้ ค่าหมายเลขทะเบียนรถสูงถึง ๓๔๗ ล้านบาทเศษ ในปี ๒๕๕๒ สูงถึง ๓๒๐ ล้านบาทเศษ และในปี ๒๕๕๑ มีอยู่ถึง ๒๗๑ ล้านบาทเศษ ดิฉันก็เลยไปดูว่ารายได้จากการประมูล ค่าหมายเลขทะเบียนรถแต่ละปีเป็นอย่างไร ก็จะเห็นว่าในปี ๒๕๕๓ นี่รายได้จากการประมูล มีถึง ๘๖๕ ล้านบาทเศษ ในปี ๒๕๕๒ มีถึง ๖๖๒ ล้านบาทเศษ และในปี ๒๕๕๑ มีถึง ๖๑๙ ล้านบาทเศษ ดิฉันเฉลี่ยตัวเลขแล้วนี่เป็นลูกหนี้ซึ่งยังไม่ได้มาชำระเงินค่าประมูล หมายเลขทะเบียนรถถึง ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เศษ เกือบ ๔๐ เปอร์เซ็นต์นะคะ ดิฉันเลยเกิด ข้อสงสัยว่าเนื่องจากสาเหตุอะไร ทำไมถึงมีการค้างชำระมากขนาดนี้ ก็เลยอยากฝาก เป็นข้อเสนอแนะนะคะ เพราะว่าดิฉันก็เคยมีการไปประมูล เพราะจะเห็นว่าในการประมูล หมายเลขทะเบียนรถนี่เป็นความตั้งใจของผู้มาประมูล นอกจากที่จะอยากได้เลขสวยแล้ว ก็ต้องการที่จะมาร่วมสนับสนุนให้กับกองทุนเพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กองทุนได้มี การประชาสัมพันธ์ไว้ ก็จะเห็นว่าในส่วนนี้อยากให้ทางคณะกรรมการหรือผู้บริหารกองทุน น่าจะมีการแก้ระเบียบ จากที่ดิฉันทราบข้อมูลนี่เราอาจจะให้ระยะเวลาในการมาชำระ ค่าหมายเลขทะเบียนรถนานไปหรือเปล่า แล้วก็จะเป็นช่องทางให้กับบางคน หรือบางกลุ่ม หรือบางบริษัทไปแสวงหาผลประโยชน์ในการเอาไป เขาเรียกว่าแสวงหากำไรนะคะ ดิฉันเลย มองว่าในส่วนนี้อยากจะให้ลดระยะเวลา เมื่อประมูลได้ก็ควรจะมีการชำระในระยะเวลา อันสั้นขึ้น เพื่อหนี้สินของกองทุนในส่วนนี้จะได้ลดลง หรือในวันประมูลได้ก็น่าจะมี การจ่ายเลย สมมุติว่าในวันประมูลว่าประมูลได้ที่ราคาเท่าไร น่าจะมีสัดส่วนกำหนดว่า ในวันนั้นต้องมีการชำระบางส่วนก่อนกี่เปอร์เซ็นต์ก่อนที่จะมารับป้ายอีกครั้งหนึ่งนะคะ อันนี้เป็นข้อเสนอแนะนะคะ เพราะดิฉันคิดว่าในส่วนนี้เวลาทุกคนอยากได้เลขสวยนี่ เข้าไปทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ไป เซิร์ช (Search) ตามกูเกิล (Google) คลิก (Click) คำว่าเลขสวย ป้ายสวย เลขทะเบียนสวยจะขึ้นมาให้เลือกเยอะแยะมากมาย แล้วก็สิ่งที่ดิฉัน ห่วงใย เพราะจะมีบางบริษัทเวลาจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดแล้วกรรมการผู้จัดการที่ลงหุ้น ในทุนจดทะเบียนบริษัทก็จะจำกัดความรับผิดชอบ เขาสามารถจดทุนหรือมูลค่าหุ้นในราคา ที่ต่ำ เมื่อมีการฟ้องร้องดำเนินคดีนี่ในส่วนนี้ก็จะจำกัดความรับผิดชอบ ไม่ต้องรับผิดชอบ เกินจำนวนนะคะ ถึงแม้ท่านจะมีประกอบในหมายเหตุงบการเงินที่ ๖ ที่บอกว่าได้มี การฟ้องร้องดำเนินคดี ในส่วนที่ฟ้องร้องดำเนินคดี ถ้าดิฉันดูนะคะ ในหมายเหตุ ๖ จะเห็นว่า จริง ๆ ที่ท่านถึงแม้จะมีการส่งฟ้องศาลแล้วนี่ถือว่าเป็นจำนวนที่ต่ำมาก แล้วก็เกิดขึ้นเฉพาะ ในส่วนกลางซึ่งในส่วนภูมิภาคยัง แล้วพอท่านจะต้องมีการมาประมูลกันใหม่อีกรอบหนึ่ง มันก็เป็นค่าใช้จ่ายของกองทุนที่จะต้องไปใช้เงินในงบประมาณซึ่งไม่จำเป็นนะคะ อันนี้ เป็นประเด็นที่ ๑

ส่วนประเด็นที่ ๒ ดิฉันให้ความสนใจในส่วนของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนนะคะ ในเรื่องค่าอาคารแล้วก็อุปกรณ์นี่ดิฉันไม่ติดใจค่ะ แต่ดิฉันให้ความสนใจในเรื่องสินทรัพย์ ไม่มีตัวตน ในหมายเหตุประกอบงบการเงินที่ ๑๐ พอดิฉันไปดูในรายละเอียดของหมายเหตุ ประกอบงบการเงินที่ ๑๐ แล้วดิฉันก็รู้สึกไม่สบายใจกับการใช้เม็ดเงินงบประมาณในส่วนนี้ ดูได้เลยว่าในเรื่องของการจัดซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์สูงถึง ๑๔๙,๔๔๐,๐๐๐ บาทเศษ ซึ่งท่านเขียนว่าเป็นราคาทุนที่ยกมาตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ จะเห็นว่าในส่วนของโปรแกรม คอมพิวเตอร์นี่มันมีการหักค่าเสื่อมราคาไว้ในระยะ ๓-๕ ปีก็จริง ในปีแรกนี่ ในปี ๒๕๕๒ ที่ท่านปรับปรุงแล้วเหลือมูลค่าอยู่แค่ ๖๓,๓๖๐,๐๐๐ กว่าบาท พอในปี ๒๕๕๓ นี่เหลือมูลค่า สินทรัพย์อยู่ที่ ๓๓ ล้านบาทเศษนี่ ซึ่งดิฉันมองว่าถ้าท่านจะใช้เม็ดเงินถึง ๑๔๙ ล้านบาทเศษ ไปกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ท่านน่าจะไปเชื่อมโยงกับโปรแกรมของกรมการขนส่งทางบก น่าจะทำให้ท่านประหยัดงบประมาณกว่า เพราะถ้าเทียบกับรายได้ของท่านนะคะ ถ้าเทียบกับ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดมีอยู่ ๘๐๐-๙๐๐ ล้านบาทเอง ไปใช้ในส่วนนี้ ตก ๑๗ เปอร์เซ็นต์แล้ว ดิฉันคิดว่ามันสูงเกินความจำเป็นนะคะ เลยฝากเป็นข้อเสนอแนะด้วย

แล้วสุดท้าย ดิฉันเห็นด้วยกับทางกองทุนมากเลยที่ว่าการจัดตั้งของกองทุน กองทุนพูดเลยว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนสนับสนุนและส่งเสริมด้านความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเกิดจากการใช้รถใช้ถนน ดิฉัน สนับสนุนแล้วก็เห็นว่าเป็นประโยชน์ เพราะทุกวันนี้อุบัติเหตุมีเกิดขึ้นมาก แต่ดิฉันยังนึก ไม่ค่อยออกเลยว่าสิ่งที่จับต้องได้เป็นรูปธรรมที่เกิดประโยชน์กับสังคมหรือเกิดประโยชน์กับ ประชาชนอย่างแท้จริง ถึงแม้ในรายละเอียดของท่านจะมีการซื้ออุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ แต่ดิฉันอยากทราบรายละเอียดในแต่ละปีของการใช้เงินงบประมาณว่าท่านได้หมดเงินงบประมาณ ตามสัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการอบรม สัมมนา ไม่ว่าจะเป็น การศึกษาดูงาน หรือประโยชน์ที่เกิดกับสังคม หรือประชาชน แล้วช่วยให้รายละเอียดว่า หมดเม็ดเงินไปในสัดส่วนเท่าไรของแต่ละปีงบประมาณ แล้วก็ช่วยทำให้อุบัติเหตุลดลง ขนาดไหน อย่างไร เพราะเท่าที่ดิฉันดูในสถิติอุบัติเหตุแล้วอุบัติเหตุก็ยังเกิดขึ้นปริมาณ ไม่ได้ลดลง ดิฉันเลยอยากให้ทางผู้บริหารกองทุนขอให้มีการใช้จ่ายหรือบริหารใช้เงินของกองทุน ให้สอดคล้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ท่านได้ตั้งใจไว้ซึ่งดิฉันก็สนับสนุน ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ผมและ ท่านประธานก็คงมีส่วนในการก่อตั้งกองทุนดังกล่าว เนื่องจากในอดีตเราก็คงเห็นว่า เราเห็นป้ายทะเบียนสวย ๆ เลข ๙๙๙ อย่างนี้ ความเป็นมงคลนี่มันอยู่กับผู้หลักผู้ใหญ่ คนมีเงินเท่านั้น เราเชื่อว่าหลังจากที่มีการเอาป้ายมาประมูลแล้วก็ตั้งมาเป็นกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของกรมการขนส่งทางบกนี่มีความรู้สึกว่าสังคมได้รับ ความเป็นธรรมมากขึ้น แล้วก็ต้องขอขอบคุณนะครับว่าการนำเงินจากกองทุนเพื่อไปใช้ ในวัตถุประสงค์เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้อยู่ในสังคมด้วยความปลอดภัย ท่านประธานครับ ดูจากข้อมูลของกองทุน วันนี้ผมคงขออนุญาตได้แสดงความคิดเห็นในการตรวจสอบ การใช้เงินของกองทุน ต้องยอมรับว่าความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนไม่เพียงแค่ องค์ประกอบเพียงแค่คนขับรถหรือตัวรถเท่านั้น มีองค์ประกอบหลายประเด็นด้วยกัน เช่นเรื่องของถนนหนทาง ต้องยอมรับว่าถ้าเกิดถนนหนทางที่ได้รับการก่อสร้างถูกหลัก ตามกลศาสตร์ ถนนที่ใช้ความเร็ว ถนนที่เป็นทางโค้งถนนที่เป็นทางแยกหรือเป็นทางตัด อาจจะเป็นจุดสำคัญที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ผมคิดว่ากองทุนดังกล่าวจำเป็นที่ท่าน อาจจำเป็นจะต้องใช้การวิจัยหรือการสำรวจว่าบริเวณใดที่มันเกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุด ก็น่าจะเป็นข้อมูลได้ว่าบริเวณนั้นอาจจะเกิดจากสิ่งแวดล้อมหรืออาจจะเกิดจากตัวถนน อาจจะไม่เพียงแค่คนขับแล้ว ถ้าเกิดเราทำการวิจัยเสร็จแล้วว่าทางแยกดังกล่าวเป็นทางแยก ที่ทำไมถึงเกิดอุบัติเหตุบ่อย อาจจะแจ้งไปที่กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง ที่มีหน้าที่ดูแล ว่าท่านอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนป้าย อาจจะทำเป็นเนินระนาดเพื่อความปลอดภัย หรืออาจจะเรื่องสัญญาณไฟจราจรมันอาจจะติด ๆ ดับ ๆ ตรงนี้ครับในการทำวิจัยเสร็จแล้ว ท่านก็แจ้งหน่วยงานที่เป็นเจ้าของเรื่อง ไม่เพียงแค่กรมทางหลวง อาจจะเป็นของท้องถิ่น หรืออาจจะเป็นกรมทางหลวงชนบท หรือสิ่งแวดล้อมบริเวณใดที่สภาพอากาศเป็นหมอก อาจจะต้องมีป้ายเตือนให้ผู้ขับรถได้มองเห็นสัญญาณเส้นแบ่งจราจรชัดเจน หรือมีระบบ ไฟกะพริบให้เห็นว่าบริเวณนี้เป็นบริเวณที่ต้องระมัดระวังป้องกันมากขึ้น ผมขอกราบเรียนว่าสิ่งสำคัญก็คือก็ต้องเรื่องคนละครับ เราจะสังเกตว่าโครงการดังกล่าว ที่กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนดำเนินในรอบ ๒ ปีที่ผ่านมาจะเน้นในเรื่องของ การพัฒนาคนเสียส่วนใหญ่ โครงการขับรถเพื่อเป็นมืออาชีพอะไรอย่างนี้ แต่ก็แปลกนะครับ โครงการขับรถเพื่อมืออาชีพนี่ดูท่าทางจะเป็นโครงการที่ได้รับความนิยม หลายจังหวัด ได้รับงบประมาณไปในจำนวนที่เท่า ๆ กัน ผมคิดว่าคนที่พิจารณาโครงการมีหลายจังหวัด ที่ซ้ำกัน ปีที่แล้วก็ทำ ปีนี้ก็ทำ มันจะเป็นโครงการที่ผมคิดว่าท่านลองหาความเป็นธรรม ประชาชนชาวไทยมีทั้งหมด ๗๗ จังหวัดนะครับ ถ้าเกิดโครงการที่ท่านคิดว่ามันดีก็ควรที่จะ กระจายให้ครบกับทุกจังหวัด เด็กที่จังหวัดตรังก็ควรจะมีสิทธิได้รับการอบรม ประชาชน ที่จังหวัดสงขลาก็ควรจะได้รับการอบรมตามโครงการเพื่อความปลอดภัยเช่นเดียวกัน ขอให้ท่านพิจารณาให้เกิดความเป็นธรรม อย่าให้เหมือนกับบางรัฐบาลที่เลือกปฏิบัตินะครับ ผมเชื่อว่ากองทุนนี้ทำให้เกิดความปลอดภัยต้องการให้เกิดทั่วทั้งประเทศนะครับ

เรื่องที่ ๒ ผมเองได้ไปเป็นประธานโครงการจัด เขาเรียกทดสอบภาคทฤษฎี หรือสอบใบขับขี่นอกพื้นที่นะครับ สิ่งจำเป็นก็คือต้องใช้รถโมบายครับ พื้นที่ที่จังหวัดตรังนี่ ผลปรากฏว่าใช้รถโมบายร่วมกับ ๒-๓ จังหวัดครับ กว่าที่จะกลับมาพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง ใช้เวลานานมาก ใบขับขี่เป็นสิ่งสำคัญนะครับ เป็นใบประกาศความสามารถอย่างหนึ่ง ซึ่งผมได้แนะนำพี่น้องประชาชนว่าอย่าใช้เส้นไปเอาเป็นอันขาด เพราะว่าตรงนี้ถ้าเกิดเรา ได้รับโดยไม่มีความรู้อาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับคนอื่น ซึ่งพี่น้องชาวจังหวัดตรังเอง ก็ยินดีที่จะทำการสอบ แต่ท่านครับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติเรียกร้องเลยว่าถ้าเกิดท่านสามารถ จัดสรรงบประมาณ ซึ่งท่านจะเห็นว่าในปีที่แล้วท่านใช้ถึง ๘๐ กว่าล้านบาท ท่านลองจัดสรร ไปให้กับพื้นที่ที่เขายังไม่มี เพื่อที่จะได้ทำโครงการนั้นได้ดีขึ้น

ท่านประธานครับ ที่จังหวัดตรังมีศูนย์ฝึกจราจรสำหรับเยาวชนอยู่ โดยท่านชวนให้ไปตั้งแต่สมัยผมเป็นข้าราชการอยู่ที่สถาบันการพลศึกษาที่จังหวัดตรัง ท่านลองดูนะครับที่นี่เขาเอาเยาวชนมาฝึกในการใช้ถนนเป็นสนามจราจรขนาดเล็ก ท่านลอง สนับสนุนงบประมาณไป อย่างน้อยก็จะไปสร้างการขับรถให้กับเยาวชนนะครับ

ท่านครับ คงเห็นสอดคล้องกับหลาย ๆ ท่านในเรื่องของความร่วมมือกับ หน่วยงานอื่น ไม่ว่าจะเป็น สสส. เรื่องเมาไม่ขับ เพราะว่ามันอาจจะเกิดผลกระทบต่อ ส่วนรวม เรื่องของโทรศัพท์ ต้องยอมรับว่าวันนี้การใช้โทรศัพท์ในขณะที่ขับรถทำให้เกิด อุบัติเหตุมากขึ้น เรื่องการขับรถเร็ว ผมเห็นโครงการของกรมทางหลวงอยู่อย่างหนึ่งครับ เรื่องการใช้กล้องจับความเร็วของรถตู้ สุดท้ายถ้าเกิดเวลารถตู้จะมาขึ้นทะเบียนเขาก็จะเสีย ค่าปรับที่เคยขับรถเร็วไว้มันก็จะลดอุบัติเหตุ ทีนี้เอามาใช้กับรถที่ขับความเร็วเกิน เราตรวจจับได้ ๑๔๐-๑๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผมคิดว่าต่อไปนี้ก็เป็นข้อมูลไว้ปรับ หรือไม่ต่อใบอนุญาตให้ ผมคิดว่าตรงนี้ละครับทำให้โครงการในการใช้รถใช้ถนน อย่างปลอดภัยก็จะประสบความสำเร็จมากขึ้น ก็ขอชื่นชมนะครับที่ท่านได้ใช้เงินของ พี่น้องประชาชนไปอย่างสมเหตุสมผล แต่ก็เพียงแต่ขอติงนิดหนึ่งก็คือความเท่าเทียมกัน ความเสมอภาคกันของการใช้งบประมาณ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนายแพทย์เหวง โตจิราการ ครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมดีใจมากครับที่ได้มีโอกาสร่วมในการอภิปรายเพื่อรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมสนับสนุนแล้วก็ให้กำลังใจครับ ทีนี้เนื่องจากเวลาจำกัดผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานในประเด็นที่ผมอยากจะเพิ่มเติม บางประเด็นเพื่อประกอบการพิจารณาของกองทุนดังกล่าวนี้

ข้อแรก ในเรื่องเพิ่มเงิน ผมไม่ทราบว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่อยากจะกราบเรียน ท่านประธานไปยังกองทุนนะครับว่าตัวเลขทะเบียนที่สวย ๆ เรานี่จำกัดเวลาได้ไหมครับ เช่นถ้าคุณประมูลไปได้ ๑๐ ล้านบาทอนุญาตให้คุณใช้ ๕ ปีดังนี้เป็นต้น เพื่อจะได้เอาตัวเลข สวย ๆ ที่คนอยากได้จริง ๆ นี่กลับมาประมูลกันใหม่อีกทีหนึ่ง อันนี้ผมเชื่อว่า เราสามารถที่จะสร้างเงินได้ขึ้นทวีคูณนะครับ อาจจะ ๒ เท่า ๓ เท่า ๔ เท่า ผมเชื่อว่าตัวเลข ที่สวย ๆ จริง ๆ นี่มีคนเขาอยากประมูลใจจะขาด ดีไม่ดีอาจจะขึ้นไป ๒๐ ล้านบาทก็เป็นไปได้ เพราะฉะนั้นเป็นวิธีการในการเพิ่มเงินได้ง่ายมากที่สุด

ประการที่ ๒ เข้ามาสู่ตัวเนื้องานเลยนะครับ ท่านประธานครับ ต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพนะครับ ในขณะนี้ทั่วโลกตรงกันแล้วครับก็คือตัวเลขที่ทำให้คนเสียชีวิต มาจากอุบัติเหตุ ผมจึงดีใจมากที่มีกองทุนนี้ แล้วต้องกราบขอบพระคุณอย่างสูงเลย แล้วสนับสนุนให้กำลังใจนะครับ ทีนี้ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผมมานั่ง รวบรวมดูในความเห็นส่วนตัวของผมประกอบการพิจารณา สิ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้น่าจะมี ปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ก็คือสภาพอากาศ ซึ่งอันนี้บางทีเราก็สุดวิสัยของเรานะครับ เพียงแต่ว่า เราต้องคาดการณ์ไว้ว่าถ้าสภาพอากาศอย่างนี้ผู้ขับขี่ ผู้ใช้ถนนและผู้สัญจรผ่านไปมา ควรจะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นกองทุนดังกล่าวช่วยกรุณาทำคู่มือได้ไหมครับว่าสภาพอากาศ แบบไหนคนขับรถควรจะต้องขับรถอย่างไรเพื่อให้ปลอดภัยนะครับ ๒. สภาพถนน อันนี้ ก็อยากให้กองทุนน่าจะทำคำเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กองทุนได้กรุณา ตั้งโครงการได้ไหมครับ สำรวจสภาพเส้นทางคมนาคมทั่วประเทศ ผมเชื่อว่าคงจะไม่ลำบาก ก็คือให้สถาบันการศึกษาทุกแห่ง ในวันนี้ผมเชื่อว่าสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา มีทุกจังหวัดแล้วครับ เราก็ไปว่าจ้างเขาสิครับ อันนี้จะเป็นการพัฒนาคุณภาพการศึกษา คุณภาพการวิจัยในประเทศไปในตัวนะครับ แล้วเราก็จะรู้ตรงไหนเป็นจุดตัดรถไฟ ตรงไหน เป็นสะพานที่ไม่ดี ตรงไหนเป็นถนนที่ไม่ดี ตรงไหนจุดตัดเชื่อมที่ไม่ดี ท่านประธานครับ ผมเจ็บปวดครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้มีบุตรสาวของดาราดังท่านหนึ่งเสียชีวิต ไม่น่าจะเสียเลย หากเราดำเนินการได้ดี ในตอนนี้โอเคถึงจะเป็นการเขาเรียกว่าวัวหายแล้วค่อยล้อมคอก ก็ไม่เป็นไรครับ แต่นี่มันเป็นอุทาหรณ์สอนเราว่าน่าจะมีหน่วยงานที่เอาใจใส่สนใจ ในการติดตามสำรวจสภาพถนนโดยตลอดเวลา สภาพรถนะครับท่านดำเนินการอยู่แล้ว เฉพาะฉะนั้นตรงนี้ผมคงไม่พูดอะไรมาก ทีนี้เรื่องสภาพรถผมมีนิดเดียวครับ ผมคิดขึ้นมานะครับ ผมได้มีโอกาสไปเยือนประเทศต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก หลายประเทศเขามีข้อบังคับให้ติด สัญญาณความเร็วไว้กับรถ หมายความว่าถ้าคุณขับเกิน ๑๐๐ กิโลเมตรสัญญาณจะรบกวน คุณตลอดเวลา รบกวนด้วยเสียงที่กวนประสาทคุณ ถ้าขึ้น ๑๒๐ กิโลเมตรสัญญาณจะหนัก กว่านั้นอีก ถ้าขึ้น ๑๕๐ กิโลเมตรจะหนักกว่านั้นอีก เราติดได้ไหมครับ กรมการขนส่งทางบก หาวิธีการไปวิจัยได้ไหมครับว่าติดสัญญาณที่อยู่ในรถคอยรบกวนคนขับที่ขับเร็วเกินขีด มีหลายประเทศนะครับ ประเทศญี่ปุ่นเป็นต้น แล้วก็ทางยุโรปก็หลายประเทศ อย่างนี้ จะช่วยอย่างหนึ่งครับ จะช่วยได้ครับ พอเขาขับเกิน ๘๐ กิโลเมตร เกิน ๑๐๐ กิโลเมตร เกิน ๑๒๐ กิโลเมตร ลักษณะสัญญาณจะไปคนละแบบ เวลาน้อยผมขออนุญาตไปประเด็น ต่อไป คือท่านประธานครับ ถ้าเราวิเคราะห์ให้ดี ๆ การเกิดอุบัติเหตุจากคนขับมันมี ปัจจัยใหญ่ๆ อยู่ ๒-๓ อย่างเท่านั้นเอง ก็คือการขับรถเร็วเกินขีดที่สมควร อันนี้ผมก็เรียน ไปแล้วนะครับ มาตรการทางวัตถุ คือเราไปเรียกร้องเขาเห็นจะลำบาก เรียกร้องเป็นไปได้ ต่อเมื่อคนนั้นเขามีสภาพจิตใจที่สูงส่งมาก แต่หากว่าสภาพจิตใจไม่ถึงขนาดนั้นบางทีเขาก็ ขับเร็วตามใจชอบของเขา ทีนี้การดื่มสุรานะครับมีวิธีการใดบ้างไหมว่าตรวจสอบก่อนที่เขา จะออกรถ อันนี้อาจจะมีวิธีการ คือในต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรปผมเคยเห็นว่าเวลา คนขับรถเกิน ๒ ชั่วโมง เขาบังคับให้จอดรถพัก คุณจะทำอะไรก็แล้วแต่คุณ ๑๕ นาที ๒๐ นาที ในนั้นจะมีเขาเรียกเป็นมาตรอันหนึ่งอยู่ในรถ แล้วก็มาตรอันนั้นมันจะติดกับ ตัวเครื่องยนต์ เพราะนั้นพอเครื่องยนต์มันเดินไป ๒ ชั่วโมงปั๊บ ถ้าคุณไม่มีบันทึกของการพัก มันเกี่ยวข้องกับการต่อทะเบียนรถยนต์หรือการอนุญาตใบขับขี่ของคุณ อันนี้สามารถ ทำได้หรือเปล่า ต่อมาก็คือผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับ อยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกองทุนนะครับ เป็นไปได้ไหมที่ทำหนังสั้นออกทีวีทุกวัน เพราะวันนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ มีคนวิจัยแล้วว่าคนเสพทีวี มากที่สุด มากกว่าการอ่านหนังสืออ่านอะไรอีก เพราะฉะนั้นท่านทำหนังสั้น ๆ ได้ไหม เอาพระเอกดัง ๆ นางเอกสวย ๆ แล้วก็เสนอไป เช่น อย่าขับรถเร็วไป อย่าดื่มเหล้า อย่าหลับใน เป็นต้น แล้วเวลาไปทางแยกทางโค้งอะไรที่อันตรายอย่าแซงอย่าอะไร หรือว่า ต้องระมัดระวังเป็นต้น รวมทั้งให้การศึกษาผู้ใช้รถใช้ถนนคนสัญจรผ่านไปมา ในวันนี้ผมเห็น มากเลยโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ก็คือข้ามถนนตามใจชอบ ซึ่งอันนี้อันตรายมากเกิดอุบัติเหตุ เฉี่ยวชนหรืออาจจะเสียชีวิตบ่อยครั้ง แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรที่จะให้ กรมการขนส่งทางบกช่วยกรุณาไปตรวจสอบพนักงานขับรถสาธารณะคือรถเมล์ หรือรถเมล์ร่วมก็ได้ ตรงนี้ก็เป็นเหตุทำให้เกิดการเสียชีวิตเยอะ ผมเห็นอยู่บ่อยเด็กนักเรียน ไปโรงเรียนความที่รถมันแน่นมาก อันนี้ก็เป็นเรื่องอาจจะมีหลายปัจจัย แต่หากคนขับนี่ ขับด้วยความระมัดระวังแล้วก็มีความรับผิดชอบต่อผู้โดยสาร ผมเชื่อว่าการสูญเสียที่ไม่จำเป็น ก็จะไม่เกิดขึ้น เด็กบางคนขึ้นรถยังไม่ทันไรพอรถออกปุ๊บเหวี่ยงเด็กตกลงไป ท่านประธานครับ ล้อหลังบดทับเด็กเสียชีวิต เศร้ามากครับ แล้วผมก็เชื่อว่าคนขับรถเขาก็คงเศร้าด้วย เหมือนกัน แต่มันเกิดขึ้นแล้วจะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นเราทำหนังได้ไหมครับ อาจจะเป็น แอนิเมชัน (Animation) ก็ได้ หรือจะมีคนจริงก็ได้ เพื่อให้การศึกษาและฉายซ้ำ ๆ วันหนึ่ง สัก ๒-๓ นาทีก็ได้ หรือ ๕ นาทีก็ได้ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ขอบพระคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ มีข้อเสนอแนะให้กับกองทุนไปลองพิจารณาดูนะครับ กองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก แน่นอนก็รายได้หลักนั้นมาจาก การประมูลแผ่นป้ายทะเบียน ผมตรวจดูงบการเงินท่านโดยมากแล้วท่านหารายได้มาได้เยอะ จริง ๖๐๐ กว่าล้านบาท แต่ทุกปีท่านก็ใช้เก่งเช่นเดียวกันนะครับ ซึ่งงานส่วนมากแล้วก็เป็น ลักษณะของงานจัดอีเวนท์ (Event) ต่าง ๆ ก็ขอแนะนำในบางเรื่องนะครับ

เรื่องแรก เรื่องของแผ่นป้ายทะเบียนรถ ผมคิดว่าเราจะเข้าเออีซี (AEC) คือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ก็ควรที่จะมีการทบทวนเรื่องของแผ่นป้ายทะเบียน ที่เป็นภาษาอังกฤษได้แล้ว ซึ่งผมเองได้มีโอกาสพูดคุยกับท่าน ผอ. สถาบันยานยนต์ ว่าให้รีบเตรียมวิจัยเรื่องนี้แล้วว่าจะมีผลกระทบอะไร หรือไม่ อย่างไร ประเทศในแถบเอเชีย ต้องบอกว่าที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นเลยก็จะมีอยู่ ๒ ประเทศ คือประเทศญี่ปุ่นแล้วก็ประเทศไทย ซึ่งประเทศญี่ปุ่นเองก็ยังคงเป็นระบบใช้แผ่นป้ายทะเบียนภาษาญี่ปุ่นอยู่ แต่เนื่องจาก ประเทศญี่ปุ่นเป็นลักษณะของเกาะครับ แต่ประเทศไทยนั้นเป็นคนละอย่างกัน ประเทศไทยนั้น ก็จะมีการเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านเยอะกว่าประเทศญี่ปุ่นมากนัก เพราะฉะนั้นขอให้เริ่ม ทบทวนเรื่องนี้เริ่มวิจัยได้แล้วว่าจะกระทบหรือไม่ อย่างไร กับการประมูลเลขสวยของท่าน เนื่องจากว่าในประเทศอย่างประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ขนาดของแผ่นป้าย เขาเลิกกำหนดแล้วว่าจะต้องเป็นขนาดเท่าไร บ้านเรายังกังวลเหลือเกินเรื่องของ ขนาดแผ่นป้าย กลับกันก็คือว่าทางประเทศมาเลเซียเขาไปดูว่าตัวขนาดอักษรจะต้องเป็นเท่าไร ตามที่กำหนด แล้วคนที่ทำแผ่นป้ายทะเบียนก็ไม่ได้เป็นกรมการขนส่งทางบกแล้ว เป็นเอกชน สามารถจะขึ้นทะเบียน ไปจดทะเบียนลิสท์ (List) ได้ แต่ว่าเวลาไปทำตัวหนังสือจะต้องมี ขนาดตามที่เขากำหนดแล้วก็เป็นภาษาอังกฤษ ตรงนี้ผมคิดว่าต้องเริ่มศึกษาเพราะถ้าเกิดเรา จะเข้าเออีซียังคงใช้ ก ข อยู่ ผมเชื่อว่าเราจะมีปัญหากับต่างประเทศ ยกตัวอย่างว่า เราจะขับรถจากประเทศไทยข้ามไปประเทศมาเลเซียปัญหาที่เจออยู่ในขณะนี้ก็คือว่าจะต้อง มีการไปแปลเอกสารทะเบียนให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งเวลาไปแปลจริง ๆ ก็จะต้องไปแปลที่ กรมการขนส่งทางบกที่จังหวัดนั้น ๆ เช่นหมายถึงว่าจะข้ามทางด่านสะเดาก็ต้องไปแปลที่ จังหวัดสงขลา ที่กรมการขนส่งทางบกที่นั่น แต่โดยมากแล้วก็จะมีการแปลเถื่อนกันอยู่ บริเวณริมชายแดนแล้วก็แปะสติกเกอร์ (Sticker) ข้ามไป ตรงนี้ผมคิดว่าถ้าประเทศไทย ไม่ปรับปรุงเรื่องของตัวเลขให้เปลี่ยนเป็นระบบสากลก็จะเกิดปัญหาเมื่อเรารวมเป็นเออีซี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรเองพิจารณากฎหมายหลายรอบนะครับ เรื่องเกี่ยวกับข้อตกลงลดขั้นตอนการศุลกากรของสภาผู้แทนราษฎร เราตกลงกับประเทศ มาเลเซีย ตกลงกับประเทศ สปป. ลาวก็ผ่านสภาผู้แทนราษฎรนี้เหมือนกัน ฉะนั้นเรื่องแผ่นป้ายทะเบียนท่านไม่รีบปรับปรุง ไม่รีบศึกษาเรื่องขั้นตอนเป็นภาษาอังกฤษ ผมคิดว่าจะมีปัญหาเรื่องของคนไทยที่จะเสียเปรียบในการนำรถข้ามสัญจรไปมาตามฝั่ง ชายแดนนะครับ

ประการต่อมา เรื่องของมาตรการเรื่องของความปลอดภัยก็ขอเสริมอีเวนท์หนึ่ง น่าคิดทีเดียวครับ ผมเห็นตรงนี้ให้เงินน้อยมากให้ไป ๗๐,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้นเอง เรื่องของ โครงการใช้รถติดแก๊สเชื้อเพลิงอย่างปลอดภัย ซึ่งขณะนี้รถยนต์ในการติดแก๊สแอลพีจี (LPG) แล้วก็เอ็นจีวี (NGV) แต่จริง ๆ ต้องเรียกว่าซีเอ็นจี (CNG) ถึงจะถูกต้อง มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากราคาน้ำมันนั้นขึ้นตลอด ทีนี้ผมอยากให้ท่านเองฝากเป็นประเด็นว่า การรณรงค์รถที่ติดแก๊สไม่ควรที่จะจอดในที่อับ ซึ่งในต่างประเทศรถยนต์คันไหนที่ใช้พลังงาน ทางเลือก อย่างเป็นแอลพีจีหรือซีเอ็นจีก็จะไม่ได้ไปจอดในโรงรถที่เป็นโรงรถอับ ผมคิดว่า เรื่องนี้ท่านคงจะต้องติดต่อกับกรมการขนส่งทางบกซึ่งแน่นอนก็เป็นพี่เลี้ยงท่านโดยตรง ดูเรื่องนี้หน่อยครับ จะมีสติกเกอร์ไหนเป็นตัวบ่งบอกแล้วก็ห้ามหรือทำการรณรงค์ก็แล้วแต่ ให้รถพวกนี้จอดข้างนอกแทน ผมเรียนท่านประธานแบบนี้ว่าเรื่องนี้สำคัญนะครับ ตัวแก๊สแอลพีจีเวลารั่วมันจะลงต่ำ เพราะฉะนั้นการเก็บของตัวแอลพีจีแรงดันกดอากาศ มันน้อยกว่าซีเอ็นจี ซีเอ็นจีถ้ารั่วปุ๊บมันจะวิ่งปรู๊ดขึ้นข้างบนไปเลยครับ แต่ถ้าแอลพีจีจะดองอยู่ ในนั้นเป็นเวลานาน หมายความว่าในโรงจอดรถของห้างดัง ๆ ที่อยู่ในชั้นบี ๑ (B1) บี ๒ (B2) ถ้าเกิดการรั่วไหลของแก๊สแอลพีจี แม้ว่ารถคันนี้จะออกไปนานแล้วมันก็ยังคงอยู่ตรงนั้น ไม่ไปไหน ใครจุดบุหรี่ขึ้นมาตูมเดียว แก๊สที่ยังคงหลงเหลืออยู่มันก็จะเกิดเพลิงไหม้ได้ ในชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้า ผมคิดว่าเรื่องนี้ท่านควรจะโปรโมท (Promote) งบ ๗๘,๐๐๐ กว่าบาทที่อยู่ในรายการของท่านแค่นี้ไม่พอหรอกนะครับ

ประการสุดท้าย ที่ผมอยากจะฝากเอาไว้ก็คือผมดูในรายการท่านซื้อ เครื่องตรวจแอลกอฮอล์จำนวนมาก เข้าใจว่าก็คงจะไปสนับสนุนในเรื่องของตำรวจ ในการตรวจสอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่าง ๆ ผมฝากท่านว่าถ้าท่านจะถนัดจัดอีเวนท์แบบนี้แล้ว ลองไปดูไหมครับในเขตกรุงเทพมหานครก่อนก็ได้ ท่านอาจจะเข้าไปทำกิจกรรมโดยไม่ต้อง ให้ตำรวจเข้าไป ท่านอาจจะมีคนเข้าไปเอง ผมแนะนำท่านครับ หลายผับเลยครับ ถนนทองหล่อเอาตั้งแต่ซอย ๑๐ ตั้งแต่มิวส์เป็นต้นไป แล้วก็ต้นซอย ปลายซอย ท่านสามารถไปตั้งบูธ (Booth) ของท่านตามผับดัง ๆ ที่เขาเป็นเวิ้งอยู่แล้วให้วัยรุ่นที่มา เที่ยวผับลองเทสต์ (Test) ดูก่อนครับว่าถ้าจะขับออกไป ตัดสินใจแน่ใจแล้วนะว่าออกไป โดนแน่ ซึ่งก็จะเป็นมาตรการในการที่จะไม่ถึงขนาดว่าจะไปจับกุมเขา แต่ว่าเป็นการให้เขา ได้มีโอกาสตรวจสอบตัวเอง เสียเงินไม่มากหรอกแต่ว่าเป็นการทำให้เขาได้ตื่นตัว แล้วผมเชื่อว่า ผับใหญ่ ๆ ในกรุงเทพมหานครเขาก็ยินดีที่จะให้ท่านไปทำการตรวจสอบ ลองดูครับ แถวทองหล่อต้นถนนปลายถนน ซอย ๑๐ ทองหล่อ หรือว่ารัชดาภิเษกซอย ๔ หรือว่า ท่านจะไปถึงแถวสีลม หรือว่าท่านจะไปได้อีกหลายที่ครับ ไปตั้งบูธเถอะครับ แล้วผมเชื่อว่า หลายคนจะมาร่วมกิจกรรม แล้วหลายคนก็จะรู้จักกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนของท่านมากขึ้น แล้วเป็นมาตรการในการช่วยเหลือตำรวจ อีกทางหนึ่งด้วย ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมก็ขอแสดงความยินดีกับ รายงานนี้ บังเอิญว่าเป็นรายงานเกี่ยวกับงบบัญชีและการเงิน ผมไปดูพันธกิจของท่าน ๔ พันธกิจ ท่านแบ่ง ๑ กับ ๓ ก็คือส่วนใหญ่เป็นเรื่องรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุแล้วก็สนับสนุน การวิจัยประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ช่วยเหลือผู้พิการเป็นพันธกิจที่ ๒ ๕ เปอร์เซ็นต์ ค่าใช้จ่ายในการจัดประมูลหมายเลขรถ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ บริหารกองทุนพวกนี้ ซึ่งอันนี้ จะมีการเปลี่ยนไหมครับในอนาคต ที่ผมถามเพราะอะไรท่านยังคงไว้ตลอด เพราะท่านอาจจะต้องไปเพิ่มช่วยเหลือผู้พิการ หรือไม่ก็ต้องไปซึ่งผมจะกล่าวต่อไปนะครับ ท่านประธานครับ ค่าบริหารจัดการประมูลรถ ค่าบริหารงานต่าง ๆ กองทุนนี่นะครับ เมื่อกี้ มีท่าน ส.ส. ได้พูดไปแล้ว ลูกหนี้ค่าหมายเลขรถมันเยอะทุกปีเลยครับ ๓๐๐ กว่าล้านบาท ทุกปี ทำไมเป็นอย่างนั้น เสียดายนะครับ น่าจะเร่งรัดแล้วจะได้เอาเงินมาใช้ แล้วอีกอันหนึ่ง ก็คือลูกหนี้ที่ไปประมูลเลขสวย ๆ ในปี ๒๕๕๓ ค้างตั้ง ๓๒ ล้านบาท ผมเห็นด้วย กับท่านสมาชิกที่ว่าต้องให้สั้น ๆ ท่านประธานครับ การกุศลต่าง ๆ ก็มีคนโทรศัพท์ไปให้ บริจาคเยอะแยะ แต่พอเอาจริง ๆ แล้วไม่ยอมให้ก็มีครับที่โรงพยาบาลต่าง ๆ อันนี้ผมว่าท่านไปหามาตรการป้องกันไว้นะครับ สาเหตุการเสียชีวิตของคนในประเทศไทยมี ๓ อันดับ อันดับที่ ๑ ก็ยังเป็นอุบัติเหตุ ถัดมาก็เป็นโรคมะเร็ง แล้วก็โรคหัวใจ แล้วก็คนที่ เดือดร้อนหลังจากมีอุบัติเหตุก็คือคุณหมอนี่ละครับ ผมมาดูของท่าน การรณรงค์โดยเฉพาะ ในรถมอเตอร์ไซค์อันนี้เยอะมาก ท่านก็มีแจกหมวกกันน็อกบ้างปีละ ๒,๐๐๐ ใบ แต่ผมเห็น โครงการหนึ่งของท่านที่ไปทำที่จังหวัดเชียงใหม่ก็คือมีศูนย์สาธิตการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ให้เยาวชน อันนี้ดีนะครับ น่าจะไปจัดกระจายตั้งอยู่ตามหัวเมืองที่มีเยาวชนเยอะ ๆ พลเมือง เยอะ ๆ ที่มีแหล่งการศึกษาเยอะ อันนี้เห็นด้วย ท่านใช้เงินประมาณ ๒๐ ล้านบาท ที่จังหวัดเชียงใหม่ ผมไม่ทราบว่าได้ผลดีไหม ในประเด็นเดียวกันนี้ผมก็อยากจะเสนอท่านไป พิจารณาดูว่าควรจะมีหลักสูตรเข้าไปในโรงเรียนเลยครับ จะไปรณรงค์อย่างไรบางทีเยาวชน ก็ไม่สนใจครับ เอาเข้าไปประจำในโรงเรียนได้ไหมให้เป็นหลักสูตรที่สอนเด็กโต แล้วก็ให้ ใบขับขี่ ให้ไปเลย เขาจะได้เรียนรู้เรื่องกฎจราจรเป็นภาคบังคับ ถ้าโตขึ้นมหาวิทยาลัย ก็อาจจะเป็นขับรถยนต์ครับท่านประธาน การวิจัยมันช่วยได้เยอะ อุบัติเหตุต่าง ๆ ที่มันลดลง ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์เขาก็จะมีวิศวกรรมจราจร ถนนที่ขีด ๆ คนไทยก็เป็นคนคิดที่ไปคิดว่า มันควรจะมีกี่ช่อง ๆ ที่ท่านวิ่งไปมันปรื๊ด ๆ นี่นะครับก็เป็นคนไทยคิด แล้วก็ไปเผยแพร่ทั่วโลกนี่ ผมเห็นว่าควรจะมีการวิจัยที่เราจะไปรับกับเออีซี การขับรถซ้าย ขวา ตกลงเราจะเอาซ้าย หรือขวา ประเทศอื่นเป็นอย่างไรครับ อันนี้อันตราย ป้ายผมเห็นด้วยว่าควรจะให้มันใหญ่ขึ้น ไม่ใช่เล็ก ๆ แล้วอีกอันหนึ่งก็คือรถยนต์ควรจะเปิดไฟวิ่งกลางวันด้วยเหมือนรถมอเตอร์ไซค์ เพราะเขาทำวิจัยเรียบร้อยแล้วว่ามันช่วยลดอุบัติเหตุครับ ผมเห็นด้วยกับโครงการสืบสวน เชิงลึก สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางขนส่ง ทางจราจร แต่เท่าที่ผมดูในสภา ท่านประธาน ส.ส. มาปรึกษาหารือเรื่องที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยมากเลยนะครับ เป็นไปได้ไหมกองทุน ท่านมาเอาข้อมูลที่สภาผู้แทนราษฎรด้วยครับ เพราะ ส.ส. เขาจะรู้ว่าตรงไหนตำแหน่งไหน ที่มันเกิดอุบัติเหตุบ่อย เพราะเห็นหารือกันเยอะ

แล้วอีกอย่างหนึ่งผมอยากให้ทำวิจัยเกี่ยวกับการตั้งด่านของตำรวจต่าง ๆ ที่ทำระเกะระกะ ปรึกษาหารือไปแล้วก็ไม่มีการแก้ไขว่าตกลงการตั้งด่านตรวจนี่มันเป็น ประโยชน์หรือมันเป็นโทษ ถ้าเป็นโทษนี่รถมาวิ่ง ๓ เลนมาเจอเลนเดียวแล้วกลางคืนด้วย ชนกัน แล้วถ้าฝนตกถนนลื่นอันตรายมาก เผลอ ๆ ตำรวจก็ถูกชนด้วย ลองทำสิครับว่ามันได้ ประโยชน์ไหม ถ้าไม่ได้ประโยชน์จะได้บอกกับตำรวจว่าเลิกทำเถอะ ท่านประธานครับ ท่านรณรงค์มีป้ายเยอะแยะ เดี๋ยวนี้ป้ายมองไม่เห็นมีมากเลย ผมขับรถไปยังไม่ทราบเลยว่า มันไปที่ไหน อย่างไร ไม่มีการเมนเทนแนนซ์ (Maintenance) ก็คือปรับเปลี่ยนบ้าง

สุดท้าย ผมอยากให้ท่านไปดูเรื่องคู่มือ อาจจะออกเว็บไซต์อะไรก็ได้ การเตรียมตัวก่อนเดินทาง ผมเห็นพวกฝรั่งเขาดี เขามีการเตรียมตัวว่าจะเตรียมตัว เตรียมรถ เตรียมยางอย่างไร อุบัติเหตุการใช้ยางรถยนต์ยังไม่มีใครทราบเลยว่าที่วิ่ง ๆ ไปล้อมันเก่า อายุเท่าไรหรือมันสึกเท่าไรใช้อย่างไรนี่มีแต่ขับลูกเดียวนะครับ ผมอยากเห็นท่านไปทำวิจัย เรื่องพวกนี้ ท่านประธานครับ กองทุนนี้มีประโยชน์มากนะครับ ในขณะเดียวกันอุบัติเหตุ มันก็ไม่ได้ลดลงเท่าไรเลย ยกตัวอย่างเช่นวันสงกรานต์ก็มีการเสียชีวิตใกล้เคียงกันทุกปี ผมอยากให้กำลังใจท่านแล้วก็ศึกษาเอาเรื่องวิจัยมาจับจะแก้ไขปัญหาได้ดี ขอให้กำลังใจครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านโกวิทย์ครับ

นายโกวิทย์ ธารณา บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม โกวิทย์ ธารณา ครับ ผมเห็นรายงานนี้รู้สึกช้าไปครับ ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ผมคิดว่าวันนี้ กี่ปีที่ผ่านมารู้สึกว่ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนนี่ของกรมการขนส่งทางบก เวลาพิมพ์หนังสือช่วยพิมพ์ตัวใหญ่หน่อยนะครับ คนอายุมากก็ดูลำบากหน่อย ให้มัน ชัดเจนหน่อย ระบบอย่างนี้คือระบบที่ท่านจะทำงานก็ต้องเห็นความสำคัญว่าคือรายงาน ทั้งหมดรูปแบบมันให้ดี ชัดเจน นี่คือแผนงานทั้งหมดที่ท่านจะทำมันก็คือความรอบคอบ ของท่าน ปัญหาก็คือสังคมนี่ทุกท่านได้อภิปรายไปแล้วเป็นปัญหาเรื่องสำคัญทั้งนั้นแหละครับ แต่ผมก็จะแนะนำว่าแผนที่นี่ขนส่งไม่ว่าคนที่ชำนาญเข้าเมืองหรือไปแต่ละจังหวัดนี่นะครับ ดูแผนที่ไม่เป็น แต่ผมไปต่างประเทศนี่นะครับพอรถนำเที่ยวนี่จะดูแผนที่เป็นเลยครับ เข้าเมืองไหนไปทางไหนเขามีความชำนาญมาก ตรงนี้ท่านมีการอบรมไหมครับว่ารถทัวร์ ต่าง ๆ หรือรถบริการต่าง ๆ ว่าจะไปตรงไหน นี่คือปัญหาจราจรแต่ละเมืองที่เราจะไปสร้าง ให้เขาไหมว่าแต่ละจังหวัดที่เขามีปัญหาเรื่องจราจรอยู่แล้ว นี่คือความสำคัญเลยครับ แล้วต่อไปนะครับ เราเปิดพัฒนาเศรษฐกิจเมื่อไรนั่นแหละคือปัญหาที่จะตามมาชุลมุน ในเมืองหลวงทั้งหมด เพราะว่าอัตราคนที่จะมาท่องเที่ยวหรืออัตราที่ผ่านไปผ่านมาจำนวน มหาศาล ทั้งพวงมาลัยซ้าย ทั้งพวงมาลัยขวาที่จะเข้าเมืองไทยทุกคนก็ได้พูดไปแล้วว่า การเตรียมพร้อมคืออะไร แล้ว ๑. ถนนหนทางนะครับ ท่านต้องไปช่วยดูเลยว่าคอสะพาน หักตรงไหน ท่านรู้ไหมว่าสายที่ดีที่สุดคือสายไปจังหวัดสุพรรณบุรีครับ นอกนั้นมีการก่อสร้าง หรือทำถนนซึ่งไม่ระมัดระวังกลางคืนกลางค่ำทำแล้วก็ไม่บอกสัญญาณ คนขับไปก็นึกว่า ถนนดีก็เกิดอุบัติเหตุชนกัน ท่านเคยสำรวจไหมครับว่าตรงนี้คืออุบัติเหตุเท่าไรที่เกิดขึ้นกับ ประชาชนทั้งหมด ทั้งรถสิบล้อที่จอดหลับนอนทั้งหมดทำไมไม่เข้าปั๊ม แล้วไม่มีผ้าใบที่เป็น สีต่าง ๆ ที่สะท้อนแสงให้เห็น ท่านปล่อยปละละเลยมาตลอดว่าท่านไม่ได้ควบคุม เสยรถสิบล้อ ตายเท่าไรครับ แล้วก็โทษว่าขับรถเร็ว แต่ว่าถนนเขามีให้วิ่งแต่เอาไปจอดเป็นที่พักพิงกันอยู่ อย่างนั้นครับ นี่คือสาเหตุที่ท่านไม่เคยควบคุมเลย ไม่เคยอธิบายว่าจะทำอย่างไรปรับปรุง ให้ดีขึ้น กระทั่งรถตู้ครับ ท่านรู้ไหมว่าเขาเขียนกำหนดไว้เลยครับว่ารถตู้ที่นั่ง ๗ คน แต่ไป ดัดแปลงเป็น ๑๑ คนนี่ แล้วเมื่อเกิดอุบัติเหตุท่านรู้ไหมว่าคนที่น้ำหนักมาก ๆ ไปนั่ง ข้างหลังพร้อมกัน ๔ คนข้างหลังนี้ แล้วถ้ามันเกิดกระดกจะทำอย่างไรครับ แล้วเบรกมา ถ้ามันลอยจะทำอย่างไรครับ ท่านใช้มาตรฐานไหนครับในการออกขนส่งให้กับเขา คืออันตรายหมดแหละครับมาตรฐานของรถเวลานี้ปัจจุบันนี่ชนแล้วบี้ตายทั้งครอบครัวหมด ท่านเคยบอกไหมว่ามาตรฐานของรถเมืองไทยต้องเป็นระบบของกลุ่มยุโรปไหม ท่านไม่เคย พูดความจริงว่าจะต้องปรับปรุงเรื่องนี้ อย่าเอาผลกำไรจากการขายรถแล้วรถออกเยอะ คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องตายเพราะสังคมอย่างนี้เท่าไรครับ ท่านเคยปรับปรุงไหมครับ นี่คือปัญหาสำคัญของเมืองไทยครับ เราแก้ปลายเหตุทั้งหมด ท่านรู้แล้วท่านตระหนักไหมว่า ตัดแต้มคืออะไร เมานี่เขาขอกันครับ รถผู้ใหญ่นี่ขอเลยครับ โทรศัพท์ไปหาอีกคน ๆ ท่านยิงเลยครับ พอตรวจปุ๊บยิงเข้าเลยครับ ไม่มีการขอ แล้วตัดแต้มออกไปสิครับ ท่านทำบ้างหรือเปล่าครับ แล้วมันไปเกิดอุบัติเหตุกับคนหาเช้ากินค่ำ คนดี ๆ เขาต้องตาย ชีวิตที่เขาเสี่ยงบนถนนนี่คุ้มค่าไหมครับ สิ่งเหล่านี้คือบ่อเกิดแห่งการว่าท่านอย่าไปทำเรื่อง ปลายเหตุ ท่านใช้มาตรการเด็ดขาดวันหนึ่งสังคมจะดูว่ามีความเจริญขนาดไหน นี่คือสิ่งที่ท่าน ต้องเอาเงินมหาศาลทุกปีที่ไปทำป้ายมันไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดกับบุคคลที่เขาไม่รู้ อีโหน่อีเหน่แล้วต้องมาเสียชีวิตกับครอบครัวเขา ท่านต้องมีมาตรการก่อน รายงานเพียงแต่ ตัวเลข แต่ผลลัพธ์ของความเสียหายที่จะเกิดขึ้นนี่จะทำอย่างไรกัน บ้านเมืองจะทำอย่างไรกัน จะให้อยู่กันสภาพอย่างนี้หรือครับ พอชนปุ๊บไม่มีรอดก็พิการ แล้วพิการต้องดูแลตลอดชีวิต อีกเท่าไรครับ เราก็ต้องดูแลเขาเมื่อเขาพิการ แต่ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุมันจะดีกว่าไหมครับ แล้วเอาเงินตัวนี้ไปช่วยเหลือสังคมต่อไป ถนนดี ระบบดี ปัญหาคนรู้กฎจราจรดี วันนี้ รถสิบล้อนึกจะตวัดขวา แซงขวาเพื่อความเร่งรีบออกไปทุกเลนเพื่อให้ปัญหาจราจรติด นี่คือ ความสำคัญทั้งหมดนะครับ ด้วยความเคารพนะครับ ท่านไปหาทางวิธีการว่าทำวิจัยออกมา ให้มันมาตรฐานของสังคมต่างประเทศแล้วประเทศอื่นที่เขาเจริญแล้วที่เราไปดูงานกันมา ทั้งหมด แล้วก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น ถ้ารถเป็นอีแต๋นหรืออะไรที่ออกมาตอนยามเย็นก็ต้องบอก เขานะครับ เวลานี้มันออกไม่ได้นะครับ เพราะมันจะไปสวนกันทำให้คนอื่นเขาเกิดอุบัติเหตุ ให้ความเคารพเขาบ้าง แต่เขาให้ติดสัญญาณไฟให้ดี ให้เขาสว่างไสวเลย ไม่รังเกียจเขา แต่ต้องมีการพัฒนาบ้าง รถสิบล้อคนไปทัศนาจรพอหลบปุ๊บไปชนตายทั้งหมด ทั้งนักศึกษา ทั้งประชาชนทั้งหมด จะทำอย่างไรครับ สิ่งเหล่านี้ฝากเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าอย่าไปทำที่ ปลายเหตุ กราบขอบพระคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสหรัฐ กุลศรี ครับ

นายสหรัฐ กุลศรี สุพรรณบุรี 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ผมเห็นด้วยเกี่ยวกับเรื่องรายงานของผู้สอบบัญชีแล้วก็รายงานการเงินกองทุนเพื่อ ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก แต่ที่น่าติติงก็คือหลายท่านก็เคย อภิปรายกันแล้วว่าช้าไป นี่มันปี ๒๕๕๒ กับปี ๒๕๕๓ ตอนนี้มันปี ๒๕๕๕ เว้นมาตั้ง ๑ ปี ความล่าช้าอาจจะเป็นเพราะหลาย ๆ องค์ประกอบ แต่สิ่งที่อยากจะนำเรียนมีข้อเสนอไปยัง กองทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือ พ.ร.บ. ผมจำได้ว่าแต่ก่อนมีการติด พ.ร.บ. หน้ารถยนต์ แต่ต่อมาก็มีการยกเลิก แต่ท่าน ทราบไหมว่าถ้าใครมีอาชีพเป็นทนายความ เมื่อรถประสบอุบัติเหตุ หรือใครที่ไปประสบ พบเห็นจะไม่รู้ว่ารถคันนั้นใช้ พ.ร.บ. บริษัทใด ต้องรอตรวจสอบ รอแจ้ง กว่าจะค้นเจอต้องใช้ เวลานาน การช่วยเหลือจึงช้า นี่คือสาระสำคัญ แต่ถ้าท่านจะพิมพ์ชื่อบริษัทเข้าไปอยู่ในป้าย ทะเบียนรถก็น่าจะเป็นไปได้ ป้ายทะเบียนใบเสร็จต่อภาษีแต่ละปีให้พิมพ์ลงไปข้างล่างชื่อว่า บริษัทอะไร ทำให้เราสามารถติดต่อบริษัทนั้นได้เร็วยิ่งขึ้น นี่ข้อที่ ๑

ประการที่ ๒ เรื่องผู้ประกอบการก่อสร้าง ผมมีโอกาสเดินทางไปที่ ประเทศฮ่องกงเมื่อ ๒-๓ วัน ผมก็พยายามแอบดูที่ประเทศฮ่องกงว่าทำไมถนนเขาสะอาด เขาทำอย่างนี้ครับท่านประธาน รถบรรทุกทุกคันที่ก่อสร้าง ก่อนจะออกมาสู่ถนนใหญ่ เขาให้พักรถเสียก่อนก่อนจะเข้าร่วม เขาฉีดน้ำทำความสะอาดทั้งคัน ห้ามเอาออกมา ในลักษณะเปรอะเปื้อน แต่ประเทศเรานั้นไม่มีข้อระเบียบอย่างนี้เลย รถวิ่งไปปล่อยดินหล่นไป และดินมันจะเป็นก้อนเป็นกระจุก กระจุก กระจุกบนถนน เวลามอเตอร์ไซค์หรือฝนตกมันจะ ลื่นไถล ลื่นไถลล้มธรรมดาไม่เท่าไร ลื่นไถลล้มไปอยู่ใต้รถสิบล้อ มันน่าคิดว่าหัวของใคร จะแข็งกว่าล้อรถยนต์ นั่นคือสาเหตุสำคัญ นี่คือสภาพถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้พูดคุย กับชาวบ้านเขาบอกว่าถนนประเทศไทยนี่แปลก หลอก ๆ ลวง ๆ วิ่งไปถนนเรียบ อยู่ ๆ ก็ขรุขระ บางครั้งเอารถไม่อยู่ ยิ่งคนที่เดินทางไปแล้วปรากฏว่าไม่เคยเส้นทางส่วนใหญ่ ประสบอุบัติเหตุ นี่คือสิ่งสำคัญ และการตีเส้นทางต้องหมั่นตีเส้น บางครั้งเลอะเลือนดูไม่ออก ว่าเส้นจะไปทางไหน จะไปซ้าย ไปขวา ป้ายบอกทางก็เลอะเลือน ไม่รู้จะไปทางไหน บางครั้งต้องหยุดจอดดู พอจอดคันหลังก็ไม่เข้าใจก็มาชนท้ายโป้ง เกิดประสบอุบัติเหตุแล้ว นี่คือเรื่องที่เราต้องแก้ไข และการจราจร ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างรถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่เขาดัดแปลงไฟหลังเป็นไฟหน้า ไฟหน้าเป็นไฟหลัง ไฟหน้าปกติเป็นสีขาว เดี๋ยวนี้ เขาไปใส่สีแดง เราก็นึกว่าข้างหลังแล้วก็ขับไปไล่จี้ ๆ อ้าว นี่รถข้างหน้าสวนมาต้องหักหลบอีก บางครั้งไฟเลี้ยวก็ไม่มี ใช้สัญญาณมือ ไฟท้ายก็ไม่มี เขาประหยัด สมัยนี้ยุคประหยัด เขาไม่นิยมใส่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นป้ายทะเบียนท้ายนี่ไม่ใส่กัน ผมหารือในที่สภานี้หลายครั้ง ว่ารถยนต์ในกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด เดี๋ยวนี้ฮิต (Hit) ที่สุดคือไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนท้าย เกิดอะไรขึ้นปุ๊บเราก็ไม่รู้ว่ารถคันนี้หมายเลขทะเบียนอะไร ต้องหมั่นตรวจสอบครับ และการแข่งขันประลองความเร็วตามถนนต่าง ๆ ถนนไหนเส้นทางดี เขาจะแข่งกันประจำ วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ส่วนใหญ่จะเป็นวันเสาร์ จะเป็นเส้นสาย สุพรรณบุรีก็แข่ง สายอยุธยาก็แข่ง แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เงียบ บางครั้งมาก็มาแบบฉลาด เปิดไซเรน (Siren) มาก็ไม่รู้กลัวอะไร เปิดไซเรนเสร็จเขาก็หนีไปแทนที่จะวางแผนจับกุม ก็ไม่วางแผน แล้วตอนนี้ในหมู่บ้านต่าง ๆ มีรถจักรยานยนต์และรถยนต์เถื่อนเยอะ ที่เถื่อนคือไม่ต่อภาษีแล้วก็ขาด ๒ ปีนี่ขาดก็เอาไปซ่อน บางครั้งก็ขับไปนาบ้าง ไปไร่บ้าง บางครั้งก็เอามาวิ่งบนถนนโดยไม่ต้องเสียภาษี เกิดชนกันก็ไม่มีใครรับผิดชอบอย่างนี้ ผมจึงฝากว่าน่าจะมีการนิรโทษกรรม นิรโทษกรรมอย่างไร ก็คือให้ต่อภาษีได้ใหม่ ยุคท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเคยทำมาแล้วและได้เงินภาษีคืนเยอะมาก ได้เงิน เข้ากระทรวงการคลังยิ้มกันแก้มปริเอาไปใช้จ่ายได้ ไม่ต้องปล่อยให้ละเลยกันอย่างนี้ และขับกันเถื่อน ๆ

เรื่องสุดท้าย เรื่องรถยนต์ที่ติดแก๊สจะเป็นเอ็นจีวีหรือแอลพีจีฝากเถอะครับ เวลาประสบอุบัติเหตุทีไรสังเกตได้รถคันนั้นไม่มีเครื่องดับเพลิง ไม่มีครับวิ่งหนีกันอย่างเดียว เราจะช่วยก็ช่วยไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงฝากว่ารถที่ติดแก๊สควรติดเครื่องดับเพลิงทุก ๆ คัน บังคับด้วย เพื่อที่เวลามีความเดือดร้อนก็สามารถช่วยได้ แม้แต่ผมรถยังไม่ติดแก๊สผมยังมี เครื่องดับเพลิงในรถเลยเผื่อจะไปช่วยเขาเพราะเหตุการณ์ข้างหน้าเราไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้จึงฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยแก้ไขเกี่ยวกับเรื่องรถหลายสิ่ง หลายอย่างด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อจบการอภิปรายซักถามแล้วถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ และ พ.ศ. ๒๕๕๑ และปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ และ พ.ศ. ๒๕๕๒ แล้ว ขอบคุณผู้มาชี้แจง วันนี้พอสมควรแล้วครับ ผมขอปิดการประชุม

เลิกประชุมเวลา ๒๐.๑๔ นาฬิกา