สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕

ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการชำระหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการชำระหนี้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในพระราชกำหนด นอกจากนี้ยังเสนอรายละเอียดการบริหารเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ และเรียกร้องให้กระทรวงการคลังใช้เงินที่ได้รับจากการกู้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ขออนุญาต เลยนะครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอกราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ในฐานะ กระทรวงการคลังขอรายงานการรับและใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒

ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗๐ บัญญัติไว้ว่า เงินรายได้ของหน่วยงานของรัฐใดที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ให้หน่วยงาน ของรัฐนั้นทำรายงานการรับและการใช้จ่ายเงินดังกล่าว เสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในหกสิบวัน นับจากวันสิ้นปีงบประมาณ และให้คณะรัฐมนตรีทำรายงานเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและ วุฒิสภาต่อไป และจากการใช้จ่ายเงินรายได้ดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบวินัยทางการเงิน การคลังตามหมวดนี้ด้วย สืบเนื่องจากประเทศไทยประสบวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ในปี ๒๕๔๐ ทำให้เกิดปัญหาในการระดมเงินทุน รัฐบาลจึงต้องเข้าไปช่วยเหลือทางการเงิน แก่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยตราพระราชกำหนดเรียกว่าพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการ เงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งพระราชกำหนดดังกล่าวให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินได้ในวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินโดยออกพันธบัตรรัฐบาล ประเภทพันธบัตรรัฐบาลกรณีพิเศษครบวงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว และตาม พระราชกำหนดดังกล่าวได้ให้จัดตั้งกองทุนเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหาย ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุน) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อชำระคืนต้นเงินกู้ตามพระราชกำหนด และเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นในการบริหารงานและ การจัดการที่เกี่ยวเนื่องกับกองทุน โดยในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ กองทุนมีรายได้จากดอกเบี้ย เงินฝากธนาคารพาณิชย์ จำนวน ๑๘๙.๘๑ บาท แล้วมีค่าใช้จ่ายเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ ของกองทุนจำนวน ๐.๘๐ ล้านบาท ทำให้กองทุนมีรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ จำนวน ๐.๘๐ ล้านบาท เงินคงเหลือ ณ วันต้นเงินงวดในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ เพิ่มขึ้นจาก ปีงบประมาณ ๒๕๕๑ ร้อยละ ๒.๐๗ ขณะที่เงินคงเหลือ ณ วันปลายงวดลดลงจากปีก่อน คิดเป็นร้อยละ ๙๖.๔๑ ซึ่งมาจากการชำระคืนต้นเงินกู้ของกองทุน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ กองทุนได้ชำระหนี้ไปแล้วจำนวน ๓๖,๗๒๔.๘๐ ล้านบาท มีต้นเงินกู้และเงินที่จะต้อง จัดหาเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้คงเหลือ ๔๖๓,๒๗๕.๒๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นภาระผูกพัน ที่ต้องชำระคืนสำหรับรายจ่ายเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ กองทุนมีรายจ่ายเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้จำนวน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ กองทุนไม่มียอดรายจ่ายเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ เนื่องจากไม่มีพันธบัตร ที่ครบกำหนดชำระ จึงเรียนมาเพื่อให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้รับทราบ อันนี้เป็นอันที่ ๑ ครับ

แล้วผมขออนุญาตพูดถึงอันที่ ๒ ไปเลยนะครับ เรื่องรายงานการรับและ ใช้จ่ายเงินกองทุนบริหารเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ ในประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ต่อสภาผู้แทนราษฎร กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผมขอรายงานการรับและ การใช้จ่ายเงินกองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ ในประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ตามมาตรา ๑๗๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐

ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗๐ บัญญัติว่า เงินรายได้ของหน่วยงานของรัฐใดที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ให้หน่วยงานของรัฐนั้น ทำรายงานการรับและการใช้จ่ายเงินดังกล่าว เสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในหกสิบวันนับจาก วันสิ้นปีงบประมาณ และให้คณะรัฐมนตรีทำรายงานเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป และการใช้จ่ายเงินรายได้ดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังตามหมวดนี้ด้วย ทั้งนี้กองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ ในประเทศจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓๖/๑ เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๑ โดยมีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบของ การบริหารราชการแผ่นดินหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายอื่น ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อทำหน้าที่ในการบริหารเงินที่ได้รับจาก ๒ ส่วน ได้แก่

๑. เงินที่ได้รับจากการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะตามมาตรา ๒๔/๑ ของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ในกรณีที่หนี้สาธารณะ ซึ่งจะทำการปรับโครงสร้างหนี้มีจำนวนมาก และกระทรวงการคลังเห็นว่าไม่สมควรกู้เงิน เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าวในคราวเดียวกัน กระทรวงการคลังสามารถทยอยกู้เงิน เป็นการล่วงหน้าได้ไม่เกิน ๑๒ เดือนก่อนวันที่หนี้ถึงกำหนดชำระ

๒. เงินที่ได้รับจากการกู้เงินเพื่อพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ ตามมาตรา ๒๕/๑ เพื่อสร้างอัตราดอกเบี้ยสำหรับใช้อ้างอิงในตลาดตราสารหนี้ หากกระทรวงการคลังเห็นว่าวงเงินพันธบัตรที่จะออกในแต่ละปีไม่เพียงพอในการสร้าง อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในตลาดตราสารหนี้ โดยกองทุนสามารถนำเงินที่ได้รับดังกล่าวข้างต้น ไปลงทุนได้ใน ๒ กรณีดังต่อไปนี้ ๑. กรณีลงทุนในต่างประเทศ สามารถลงทุนในตราสารหนี้ ที่ออกหรือค้ำประกันโดยกระทรวงการคลัง หรือตราสารอื่นที่ได้รับการจัดอันดับ ความน่าเชื่อถือสูงสุด และทำธุรกรรมซื้อโดยมีสัญญาจะขายคืนซึ่งตราสารหนี้ที่ออกโดย กระทรวงการคลัง ๒. กรณีลงทุนในต่างประเทศ สามารถลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกหรือ ค้ำประกันโดยรัฐบาลต่างประเทศหรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่เป็นเงินตราสกุลหลัก และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือสูงสุด การลงทุนของกองทุนจะต้องคำนึงถึง ความมั่นคง ผลตอบแทน ความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยให้สามารถทำธุรกรรมเพื่อป้องกัน ความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนได้

สำหรับการรับและใช้จ่ายเงินกองทุนประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๒ นั้น ขอเรียนว่ากองทุนได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๒ จำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งในปีงบประมาณดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจำนวน ๕๙,๘๗๒ บาท ทำให้มีเงินงบประมาณเหลือจ่ายจำนวน ๙๔๐,๑๒๘ บาท และมีรายรับจาก ดอกเบี้ยเงินฝากจำนวน ๗๐๖.๖๑ บาท ทำให้กองทุนมีเงินคงเหลือ ณ วันปลายงวดจำนวน ๙๔๐,๘๓๔.๖๑ บาท ทั้งนี้ ตามมาตรา ๓๖/๔ วรรคสอง ของพระราชบัญญัติการบริหาร หนี้สาธารณะ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ระบุว่า เงินและทรัพย์สินของกองทุนไม่ต้องนำส่งคลัง ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง จึงได้รายงานการรับ และใช้จ่ายเงินกองทุนบริหารเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ ในประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินตาม มาตรา ๑๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ต่อสภาผู้แทนราษฎร ขอกราบขอบพระคุณครับ