รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เรียกร้องให้รัฐบาลสำรวจการดำเนินการเกี่ยวกับ อสม. ของกรุงเทพมหานคร และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ
ท่านประธานคะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉันเคยอยู่ กทม. แล้วก็ทราบว่าถ้าอย่างนั้นดิฉันว่ายิ่งน่าเป็นห่วง เพราะว่าการที่ท่านทำอย่างนี้มันทำให้ อสส. สับสน เวลาคำกล่าวเปิดงานท่านรัฐมนตรีรวมทั้งท่านอธิบดีท่านได้บอกว่าที่ท่านจัดนี้ ก็เพราะว่ากรุงเทพมหานครไม่มี อสม. ทำให้การดูแลสาธารณสุขขั้นพื้นฐานของกรุงเทพมหานครสู้ต่างจังหวัดอีก ๗๖ จังหวัดไม่ได้ ที่เขามี อสม. ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ถ้าท่านตอบว่าท่านรู้ แปลว่าที่ผ่านมาทำเป็นไม่รู้ เพื่อที่จะดึงคนของ อสส. ที่เป็น อสส. ไปจัดตั้ง ดิฉันไม่ได้ว่าท่านที่ท่านจะเพิ่มพูนศักยภาพ ให้กับเขาพัฒนาขีดความสามารถ แต่โดยปกติที่ผ่านมายกเว้นรัฐบาลนี้ รัฐบาลก่อน ๆ ดิฉันก็เห็น ก็ประสานงานกับ กทม. แล้ว กทม. ก็ไปดำเนินการ ดิฉันถาม อสส. ที่ไปอบรมกลับมา เขาก็บอกว่าความรู้ที่ได้ไปอบรมครึ่งวันที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ตามโครงการไป ๒ วัน กับ ๑ คืน ไปครึ่งวัน ดิฉันก็ถามเขาว่าความรู้ที่ได้มาแตกต่างจากที่คุณมีอยู่ไหม เขาบอกว่าไม่มี แม้กระทั่งบางทีเรื่องโรคใหม่ ๆ คือมือเท้าปากนี่เขาก็บอกว่าที่บอกเขาอธิบายเขานี่ ยังน้อยกว่าที่เขารู้แล้วเขาดำเนินการอยู่ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะให้ท่านสำรวจ เพราะว่าที่จริงงานนี้มันเป็นงานที่ถ่ายโอนมาให้ กทม. ท่านก็ต้องประสานกับ กทม. ไม่ใช่หรือคะ ในการทำงาน ไม่ใช่ล้วงลูกเอา อสส. มาอบรมเอง แล้วการตั้งสมาคมท่านบอกเขาไปเลย ว่าให้เขามาอบรมแล้วจะตั้งสมาคม ทำไมไม่เป็นสมาคม อสส. ล่ะคะ ในเมื่อเขาชื่อ อสส. ทำไมต้องชื่อว่าสมาคม อสม. นครบาล แยกเขาออกมาจาก อสส. ของกรุงเทพมหานครทำไม เจตนาคืออะไร แล้วถึงเวลาท่านใช้งบประมาณก็ไม่คุ้ม ไป ๒ วันอบรมเนื้อหาวิชาการ อยู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแค่ครึ่งวัน แล้วก็พาเขาไปนอนที่จังหวัดนครนายก แล้ววันรุ่งขึ้น ก็พูดคุยกันเที่ยวเตร่กันแล้วก็กลับมา ให้ค่ารถ ๒๐๐ บาท ให้กระเป๋า ๑ ใบ ให้เสื้อยืด ๑ ตัว แล้วเขาบอกว่าพอไปที่นั่นก็อธิบายว่าถ้าเขาตั้งเป็นชมรม อสม. นครบาล เขามีสิทธิที่จะทำ โครงการเข้าไปของบประมาณกับกระทรวงสาธารณสุขได้ เขามีสิทธิที่จะได้รับรางวัล แล้วเดินทางไปดูงานต่างประเทศ เขามีสิทธิที่จะได้เงินเดือนเพิ่มคนละ ๔๐๐ บาท ซึ่งดิฉัน ก็อธิบายว่าถ้า อสม. ได้ อสส. ก็ได้ทุกคนนั่นแหละ แต่เหล่านี้มันเป็นแรงจูงใจที่บอกเขา แล้วก็ถามว่าจริงหรือ ทำไมท่านไม่อธิบายล่ะคะว่าโครงการอย่างไรที่เขาทำมาแล้วก็จะได้รับ เขาดีใจว่าเขามีโอกาสที่จะทำโครงการมาของบประมาณ ดิฉันก็ยังต้องถามท่านอีกเหมือนกัน ถามท่านว่าการใช้เงินที่ไม่คุ้มค่าอย่างที่ว่านี้อยากจะทราบว่าเมื่อท่านจะตั้งสมาคม อสม. นครบาล ไม่ใช้ อสส. ของกรุงเทพมหานคร รัฐบาลยังมีโครงการอะไรอีกไหมที่ขยับเข้ามาใน กทม. ดิฉันทราบจากพี่น้องประชาชนว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็มีหนังสือไปในชุมชนแล้วบอกว่าถ้ารวบรวมครอบครัวได้ตามจำนวนที่กำหนดจะตั้งให้เป็น ชุมชน ชาวบ้านโทรศัพท์มาถามดิฉันเลยว่าทำชุมชนซ้อนชุมชนได้ด้วยหรือ ประชาชนก็ยังมี คำถามเลยค่ะ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนถามท่านว่าเงินทั้งหลายที่ท่านได้มาท่านใช้เงิน จากที่ไหน ใช้งบประมาณเท่าไร แล้วท่านทราบไหมว่างบประมาณเหล่านั้นใช้ไปสุดยอดที่จะ ไม่คุ้มค่า หรือถามว่าเมื่ออบรมเขาแล้วท่านจะมอบหมายให้เขากลับไปทำอะไร ถ้าเป็นใน กรุงเทพมหานครในพื้นที่เขาเองก็เป็น อสส. ถ้าใช้ชื่อ อสม. ท่านจะให้เขาไปลงพื้นที่ ต่างจังหวัดหรือที่ไหน ท่านกำหนดความชัดเจนให้เขาหรือเปล่า เพราะท่านเอาเขาไปแล้ว ก็เกิดความสับสนแล้วท่านจะทำอย่างไร แล้วรัฐบาลมีโครงการอะไรอีกที่จะขยับเข้ามายุ่ง ในกรุงเทพมหานคร เมื่อก่อนก็ไม่เห็นรัฐบาลไหนเป็นอย่างนี้ ก็เห็นมีรัฐบาลนี้แหละขยับเข้ามา แล้วอ้างโน่นอ้างนี่รวมทั้งเรื่องน้ำท่วม ท่านก็บอกว่า กทม. เอาเงินไปหมดแล้ว กทม. อม ถ้ายังจ่ายไม่หมด เมื่อวันก่อนท่าน มท.๑ ก็บอกว่าที่จริงแล้วยังจ่ายไม่หมดเหลืออยู่ ๑,๑๐๐ ล้านบาทที่ กทม. ขอมาใหม่ ดิฉันก็เลยสงสัยนะคะ เรียนถามท่านอย่างที่ว่านั่นแหละงบประมาณมาจากไหน เท่าไร รู้ไหมว่าใช้ไม่คุ้ม ท่านประเมินไหม แล้วจะให้พวกเขาไปทำงานอะไร มอบหมายเขาหรือเปล่า อสม. นครบาล ตรงไหนคือเขตพื้นที่นครบาลที่จะให้เขาไปทำ แล้วรัฐบาลจะเข้ามาทำอะไร มายุ่งกับ กทม. มากน้อยแค่ไหน หรือจะยุ่งแต่เฉพาะตอนที่จะใกล้เลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม.