สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕

วิรุฬ เตชะไพบูลย์ รายงานผลการดำเนินงานของกรมบัญชีกลางในปีงบประมาณ 2552 โดยมีรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิ และยังรายงานผลการดำเนินงานของกลุ่มที่ 1 ทุนหมุนเวียน, กลุ่มที่ 2 เงินฝาก และกลุ่มที่ 3 รัฐวิสาหกิจ รวมทั้งกลุ่มที่ 4 และ 5 ซึ่งมีทรัพย์สินและหนี้สินเพิ่มขึ้น และมีสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากหนี้สินลดลง

นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบขอบคุณครับท่านประธาน ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติครับ กระผม วิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอรายงานการรับและการใช้จ่ายเงินรายได้ที่ไม่ต้อง นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗๐ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ด้วยรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗๐ บัญญัติว่าเงินรายได้ของหน่วยงานของรัฐใดที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ให้หน่วยงานของรัฐนั้นทำรายงานการรับและการใช้จ่ายเงินดังกล่าวเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ภายใน ๖๐ วันนับจากวันสิ้นเงินงบประมาณและให้คณะรัฐมนตรีทำรายงานเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป และการใช้จ่ายเงินรายได้ดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบ วินัยทางการเงินการคลังตามหมวดนี้ด้วย ซึ่งต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ และวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ ให้หน่วยงานต่าง ๆ ส่งรายงานการรับ และใช้จ่ายเงินตราดังกล่าวไปยังกระทรวงการคลังโดยตรง และให้กระทรวงการคลัง ตรวจสอบติดตามรวบรวมและจัดทำเอกสารรายงานเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรายงานให้ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาทราบในภาพรวมทั้งหมดต่อไป กระทรวงการคลังโดย กรมบัญชีกลางได้ติดตามและรวบรวมข้อมูลจากรายงานการรับและการใช้จ่ายเงินรายได้ ที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ของหน่วยงาน ของรัฐต่าง ๆ ซึ่งเป็นการจัดทำรายงานเปรียบเทียบกับเงินงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามรูปแบบรายงานที่กำหนด โดยมีหน่วยงานต้องจัดทำรายงานจำนวน ๔๒๘ แห่ง แต่มีการส่งรายงานจำนวน ๓๔๘ แห่ง คิดเป็นร้อยละ ๗๙.๔๕ ซึ่งได้จัดกลุ่มการรายงาน ตามวัตถุประสงค์ของเงินรายได้ที่ไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินเป็น ๕ กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มมีผลการดำเนินงานโดยสรุปหลักดังนี้

กลุ่มที่ ๑ ทุนหมุนเวียน ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ฐานะการเงินของ ทุนหมุนเวียนมีอัตราปรับเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาโดยสินทรัพย์สุทธิมีอัตราเพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ ๑๓.๐๖ อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อสินทรัพย์สุทธิในปีงบประมาณ ๒๕๕๑ และ ปี ๒๕๕๒ จำนวน ๐.๖๘ และ ๐.๖๔ เท่าตามลำดับ สำหรับผลการดำเนินงานมีรายได้สูงกว่า รายจ่ายเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๑ ร้อยละ ๘๗.๑๙ มีอัตราส่วนรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิ ต่อสินทรัพย์รวมและอัตราส่วนรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิต่อสินทรัพย์สุทธิ ร้อยละ ๔.๕๔ และร้อยละ ๗.๔๗ ตามลำดับ

กลุ่มที่ ๒ เงินฝาก จากการรายงานยอดเงินฝากของหน่วยงานต่าง ๆ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ จำนวน ๙๗ แห่ง เปรียบเทียบ ๒ กลุ่มย่อย ปรากฏว่าส่วนใหญ่ เป็นเงินที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอนุญาตให้เก็บไว้ใช้จ่าย ซึ่งมียอดคงเหลือจำนวน ๘๙,๐๘๐.๗๑ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๗๑.๘๓ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ ๘.๓๘ ประกอบด้วยเงินรายรับสถานพยาบาลและเงินรายได้จากการดำเนินงาน สำหรับเงินฝาก ตามกฎหมายมียอดคงเหลือจำนวน ๑๕,๓๒๗.๔๔ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๒๘.๑๗

กลุ่มที่ ๓ รัฐวิสาหกิจ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ รัฐวิสาหกิจจำนวน ๕๗ แห่ง จัดส่งรายงาน ๕๔ แห่ง มีสินทรัพย์จำนวนรวม ๗๗๗,๕๕๑.๒๑ ล้านล้านบาท เพิ่มจากเงิน ที่ผ่านมาร้อยละ ๑๓.๕๖ โดยสินทรัพย์และหนี้สินส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสถาบันการเงิน โดยมีอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อสินทรัพย์สุทธิในปีงบประมาณ ๒๕๕๑ และปี ๒๕๕๒ จำนวน ๓.๑๓ และ ๓.๒๖ เท่าตามลำดับ สำหรับผลการดำเนินงานมีกำไรสุทธิรวมจำนวน ๑๘๖,๑๘๕.๕๙ ล้านบาท ลดจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ ๒.๘๒ โดยกำไรสุทธิส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน มียอดการจ่ายชำระ ภาษีเงินได้จำนวน ๕๐,๐๐๐.๗๖ ล้านบาท และนำส่งเงินเป็นรายได้แผ่นดินจำนวน ๘๑,๘๗๙.๓๐ ล้านบาท ลดจากปีที่ผ่านมาร้อยละ ๑๕.๔

กลุ่มที่ ๔ องค์กรมหาชน ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ องค์กรมหาชน จำนวน ๓๐ แห่ง จัดส่งรายงาน ๒๕ แห่ง มีทรัพย์สินรวมและหนี้สินรวมลดจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ ๒๖.๒๕ และ ๘๙.๒๓ ตามลำดับ แต่มีสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ ๘.๒๕ เนื่องจาก หนี้สินลดลงมากกว่าทรัพย์สินที่ลดมาค่อนข้างมาก อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อสินทรัพย์สุทธิ ในปี ๒๕๕๑ และปี ๒๕๕๒ จำนวน ๐.๕๕ และ ๐.๐๕ เท่าตามลำดับ สำหรับผลการดำเนินงาน มีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายจำนวน ๒,๑๒๖.๙๕ ล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมาร้อยละ ๒๐.๖๖ อัตราส่วนรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิต่อสินทรัพย์รวมและอัตราส่วนรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิ ต่อสินทรัพย์สุทธิร้อยละ ๕.๒๓ และ ๕.๕๒ ตามลำดับ

กลุ่มที่ ๕ หน่วยงานของรัฐอื่นที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ มีสินทรัพย์รวมและหนี้สินรวมเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ ๘๙.๘๕ และ ๑๖๓.๑๙ ตามลำดับ โดยมีอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อทรัพย์สินสุทธิในปี ๒๕๕๑ และปี ๒๕๕๒ เป็นจำนวน ๐.๑๗ และ ๐.๒๖ เท่าตามลำดับ สำหรับการดำเนินงานมีรายได้สูงกว่ารายจ่าย เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ ๖๗.๒๘ โดยมีอัตราส่วนรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิต่อทรัพย์สินรวม และอัตราส่วนรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิต่อทรัพย์สินสุทธิร้อยละ ๗.๖๘ และ ๙.๖๔ ตามลำดับ

สรุปภาพรวมฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของทั้ง ๕ กลุ่ม ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ สินทรัพย์รวม หนี้สินรวมและทรัพย์สินสุทธิมีสัดส่วนปรับเพิ่มสูงขึ้น จากปีที่ผ่านมา อันเป็นผลจากรัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน โดยมีทรัพย์สินรวมมีจำนวน ๑๐.๔๙ ล้านล้านบาท เป็นสินทรัพย์รวมของรัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียนร้อยละ ๗๓.๘๘ และ ๒๒.๐๙ ตามลำดับ ยกเว้นสินทรัพย์รวมขององค์กรมหาชนมีขนาดลดลง ร้อยละ ๒๖.๒๕ โดยมีอัตราส่วนสินทรัพย์รวมต่อทรัพย์สินสุทธิ ๑.๙๔ และ ๑.๙๓ เท่า ตามลำดับ

สำหรับผลการดำเนินงานรวมในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ มีรายได้สูงกว่า รายจ่ายสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ ๑๘.๕๔ โดยเป็นสัดส่วนของรัฐวิสาหกิจและ ทุนหมุนเวียนเป็นส่วนใหญ่ อัตราส่วนรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิต่อสินทรัพย์รวมและ อัตราส่วนรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิต่อสินทรัพย์สุทธิร้อยละ ๓.๐๕ และ ๘.๙๗ ตามลำดับ เป็นรายงานที่ปี ๒๕๕๑ เปรียบเทียบกับปี ๒๕๕๒ ซึ่งทั้งหมดนี้อย่างที่ท่านผู้มีเกียรติ ท่านประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ส.ส. จังหวัดยะลา ได้ถามถึงว่าความพร้อมแค่ไหนนั้น ขณะนี้เองก็ต้องเรียนให้ทราบว่ามีหลายส่วนที่เพิ่มเข้ามาในรายงานนี้ ซึ่งเราเองก็จะ ทำการรายงานอีกครั้งหนึ่งให้เป็นตัวเลขที่ทันกับเหตุการณ์ ซึ่งอันนี้ต้องกราบเรียนว่า ทางกรมบัญชีกลางได้ติดต่อไปที่หน่วยต่าง ๆ ๒-๓ คราว แต่ได้รับอย่างที่ว่า บางอันอาจจะ ไม่ครบบริบูรณ์ก็กราบขออภัย แล้วจะติดตามว่ารายงานดังกล่าวนี้ถ้าครั้งหน้าก็จะมารายงาน ให้ครบสมบูรณ์ ให้ครบกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ขาดไป แต่อันนี้เป็นภาพรวมเปรียบเทียบ ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ดังกล่าวนี้ จึงขอเรียนให้รัฐสภาแห่งนี้ได้รับทราบ ขอบคุณครับ