อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เสนอแนะให้กองทุนความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนพิจารณาแผนการลงทุนอย่างรอบคอบ และหารือเรื่องความปลอดภัยของรถยนต์ที่ใช้แก๊สเชื้อเพลิง โดยเฉพาะรถที่ใช้แอลพีจี และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการรณรงค์ให้รถยนต์เหล่านี้จอดในที่ที่มีแสงสว่างและไม่อับ เพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ นอกจากนี้ยังเสนอให้ตั้งบูธตรวจสอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไว้ที่ผับใหญ่ ๆ ในกรุงเทพมหานคร
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ มีข้อเสนอแนะให้กับกองทุนไปลองพิจารณาดูนะครับ กองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก แน่นอนก็รายได้หลักนั้นมาจาก การประมูลแผ่นป้ายทะเบียน ผมตรวจดูงบการเงินท่านโดยมากแล้วท่านหารายได้มาได้เยอะ จริง ๖๐๐ กว่าล้านบาท แต่ทุกปีท่านก็ใช้เก่งเช่นเดียวกันนะครับ ซึ่งงานส่วนมากแล้วก็เป็น ลักษณะของงานจัดอีเวนท์ (Event) ต่าง ๆ ก็ขอแนะนำในบางเรื่องนะครับ
เรื่องแรก เรื่องของแผ่นป้ายทะเบียนรถ ผมคิดว่าเราจะเข้าเออีซี (AEC) คือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ก็ควรที่จะมีการทบทวนเรื่องของแผ่นป้ายทะเบียน ที่เป็นภาษาอังกฤษได้แล้ว ซึ่งผมเองได้มีโอกาสพูดคุยกับท่าน ผอ. สถาบันยานยนต์ ว่าให้รีบเตรียมวิจัยเรื่องนี้แล้วว่าจะมีผลกระทบอะไร หรือไม่ อย่างไร ประเทศในแถบเอเชีย ต้องบอกว่าที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นเลยก็จะมีอยู่ ๒ ประเทศ คือประเทศญี่ปุ่นแล้วก็ประเทศไทย ซึ่งประเทศญี่ปุ่นเองก็ยังคงเป็นระบบใช้แผ่นป้ายทะเบียนภาษาญี่ปุ่นอยู่ แต่เนื่องจาก ประเทศญี่ปุ่นเป็นลักษณะของเกาะครับ แต่ประเทศไทยนั้นเป็นคนละอย่างกัน ประเทศไทยนั้น ก็จะมีการเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านเยอะกว่าประเทศญี่ปุ่นมากนัก เพราะฉะนั้นขอให้เริ่ม ทบทวนเรื่องนี้เริ่มวิจัยได้แล้วว่าจะกระทบหรือไม่ อย่างไร กับการประมูลเลขสวยของท่าน เนื่องจากว่าในประเทศอย่างประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ขนาดของแผ่นป้าย เขาเลิกกำหนดแล้วว่าจะต้องเป็นขนาดเท่าไร บ้านเรายังกังวลเหลือเกินเรื่องของ ขนาดแผ่นป้าย กลับกันก็คือว่าทางประเทศมาเลเซียเขาไปดูว่าตัวขนาดอักษรจะต้องเป็นเท่าไร ตามที่กำหนด แล้วคนที่ทำแผ่นป้ายทะเบียนก็ไม่ได้เป็นกรมการขนส่งทางบกแล้ว เป็นเอกชน สามารถจะขึ้นทะเบียน ไปจดทะเบียนลิสท์ (List) ได้ แต่ว่าเวลาไปทำตัวหนังสือจะต้องมี ขนาดตามที่เขากำหนดแล้วก็เป็นภาษาอังกฤษ ตรงนี้ผมคิดว่าต้องเริ่มศึกษาเพราะถ้าเกิดเรา จะเข้าเออีซียังคงใช้ ก ข อยู่ ผมเชื่อว่าเราจะมีปัญหากับต่างประเทศ ยกตัวอย่างว่า เราจะขับรถจากประเทศไทยข้ามไปประเทศมาเลเซียปัญหาที่เจออยู่ในขณะนี้ก็คือว่าจะต้อง มีการไปแปลเอกสารทะเบียนให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งเวลาไปแปลจริง ๆ ก็จะต้องไปแปลที่ กรมการขนส่งทางบกที่จังหวัดนั้น ๆ เช่นหมายถึงว่าจะข้ามทางด่านสะเดาก็ต้องไปแปลที่ จังหวัดสงขลา ที่กรมการขนส่งทางบกที่นั่น แต่โดยมากแล้วก็จะมีการแปลเถื่อนกันอยู่ บริเวณริมชายแดนแล้วก็แปะสติกเกอร์ (Sticker) ข้ามไป ตรงนี้ผมคิดว่าถ้าประเทศไทย ไม่ปรับปรุงเรื่องของตัวเลขให้เปลี่ยนเป็นระบบสากลก็จะเกิดปัญหาเมื่อเรารวมเป็นเออีซี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรเองพิจารณากฎหมายหลายรอบนะครับ เรื่องเกี่ยวกับข้อตกลงลดขั้นตอนการศุลกากรของสภาผู้แทนราษฎร เราตกลงกับประเทศ มาเลเซีย ตกลงกับประเทศ สปป. ลาวก็ผ่านสภาผู้แทนราษฎรนี้เหมือนกัน ฉะนั้นเรื่องแผ่นป้ายทะเบียนท่านไม่รีบปรับปรุง ไม่รีบศึกษาเรื่องขั้นตอนเป็นภาษาอังกฤษ ผมคิดว่าจะมีปัญหาเรื่องของคนไทยที่จะเสียเปรียบในการนำรถข้ามสัญจรไปมาตามฝั่ง ชายแดนนะครับ
ประการต่อมา เรื่องของมาตรการเรื่องของความปลอดภัยก็ขอเสริมอีเวนท์หนึ่ง น่าคิดทีเดียวครับ ผมเห็นตรงนี้ให้เงินน้อยมากให้ไป ๗๐,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้นเอง เรื่องของ โครงการใช้รถติดแก๊สเชื้อเพลิงอย่างปลอดภัย ซึ่งขณะนี้รถยนต์ในการติดแก๊สแอลพีจี (LPG) แล้วก็เอ็นจีวี (NGV) แต่จริง ๆ ต้องเรียกว่าซีเอ็นจี (CNG) ถึงจะถูกต้อง มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากราคาน้ำมันนั้นขึ้นตลอด ทีนี้ผมอยากให้ท่านเองฝากเป็นประเด็นว่า การรณรงค์รถที่ติดแก๊สไม่ควรที่จะจอดในที่อับ ซึ่งในต่างประเทศรถยนต์คันไหนที่ใช้พลังงาน ทางเลือก อย่างเป็นแอลพีจีหรือซีเอ็นจีก็จะไม่ได้ไปจอดในโรงรถที่เป็นโรงรถอับ ผมคิดว่า เรื่องนี้ท่านคงจะต้องติดต่อกับกรมการขนส่งทางบกซึ่งแน่นอนก็เป็นพี่เลี้ยงท่านโดยตรง ดูเรื่องนี้หน่อยครับ จะมีสติกเกอร์ไหนเป็นตัวบ่งบอกแล้วก็ห้ามหรือทำการรณรงค์ก็แล้วแต่ ให้รถพวกนี้จอดข้างนอกแทน ผมเรียนท่านประธานแบบนี้ว่าเรื่องนี้สำคัญนะครับ ตัวแก๊สแอลพีจีเวลารั่วมันจะลงต่ำ เพราะฉะนั้นการเก็บของตัวแอลพีจีแรงดันกดอากาศ มันน้อยกว่าซีเอ็นจี ซีเอ็นจีถ้ารั่วปุ๊บมันจะวิ่งปรู๊ดขึ้นข้างบนไปเลยครับ แต่ถ้าแอลพีจีจะดองอยู่ ในนั้นเป็นเวลานาน หมายความว่าในโรงจอดรถของห้างดัง ๆ ที่อยู่ในชั้นบี ๑ (B1) บี ๒ (B2) ถ้าเกิดการรั่วไหลของแก๊สแอลพีจี แม้ว่ารถคันนี้จะออกไปนานแล้วมันก็ยังคงอยู่ตรงนั้น ไม่ไปไหน ใครจุดบุหรี่ขึ้นมาตูมเดียว แก๊สที่ยังคงหลงเหลืออยู่มันก็จะเกิดเพลิงไหม้ได้ ในชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้า ผมคิดว่าเรื่องนี้ท่านควรจะโปรโมท (Promote) งบ ๗๘,๐๐๐ กว่าบาทที่อยู่ในรายการของท่านแค่นี้ไม่พอหรอกนะครับ
ประการสุดท้าย ที่ผมอยากจะฝากเอาไว้ก็คือผมดูในรายการท่านซื้อ เครื่องตรวจแอลกอฮอล์จำนวนมาก เข้าใจว่าก็คงจะไปสนับสนุนในเรื่องของตำรวจ ในการตรวจสอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่าง ๆ ผมฝากท่านว่าถ้าท่านจะถนัดจัดอีเวนท์แบบนี้แล้ว ลองไปดูไหมครับในเขตกรุงเทพมหานครก่อนก็ได้ ท่านอาจจะเข้าไปทำกิจกรรมโดยไม่ต้อง ให้ตำรวจเข้าไป ท่านอาจจะมีคนเข้าไปเอง ผมแนะนำท่านครับ หลายผับเลยครับ ถนนทองหล่อเอาตั้งแต่ซอย ๑๐ ตั้งแต่มิวส์เป็นต้นไป แล้วก็ต้นซอย ปลายซอย ท่านสามารถไปตั้งบูธ (Booth) ของท่านตามผับดัง ๆ ที่เขาเป็นเวิ้งอยู่แล้วให้วัยรุ่นที่มา เที่ยวผับลองเทสต์ (Test) ดูก่อนครับว่าถ้าจะขับออกไป ตัดสินใจแน่ใจแล้วนะว่าออกไป โดนแน่ ซึ่งก็จะเป็นมาตรการในการที่จะไม่ถึงขนาดว่าจะไปจับกุมเขา แต่ว่าเป็นการให้เขา ได้มีโอกาสตรวจสอบตัวเอง เสียเงินไม่มากหรอกแต่ว่าเป็นการทำให้เขาได้ตื่นตัว แล้วผมเชื่อว่า ผับใหญ่ ๆ ในกรุงเทพมหานครเขาก็ยินดีที่จะให้ท่านไปทำการตรวจสอบ ลองดูครับ แถวทองหล่อต้นถนนปลายถนน ซอย ๑๐ ทองหล่อ หรือว่ารัชดาภิเษกซอย ๔ หรือว่า ท่านจะไปถึงแถวสีลม หรือว่าท่านจะไปได้อีกหลายที่ครับ ไปตั้งบูธเถอะครับ แล้วผมเชื่อว่า หลายคนจะมาร่วมกิจกรรม แล้วหลายคนก็จะรู้จักกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนของท่านมากขึ้น แล้วเป็นมาตรการในการช่วยเหลือตำรวจ อีกทางหนึ่งด้วย ขอบพระคุณครับ