เฉลิม อยู่บำรุง ตอบสนองต่อคำถามเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมในคดีพิเศษ โดยเน้นย้ำว่ากระบวนการนี้ต้องดำเนินไปตามหลักกฎหมายและหลักจริยธรรม และไม่สามารถมีการกดขี่หรือการปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรมได้
ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรี กราบเรียนท่านประธานครับ เพราะวันนี้เป็นการถ่ายทอดสด พี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศจะได้ทราบความจริงกันเสียที คดีพิเศษทั้งหมดมีทั้งหมด ๒๖๖ คดี แยกตาม กลุ่มต่าง ๆ ดังนี้ ๑. ก่อการร้าย ๑๕๐ คดี ๒. ขู่บังคับขู่เข็ญรัฐบาล ๒๒ คดี ๓. ทำร้าย ประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ ๗๓ คดี รวมถึงเสียชีวิต ๙๘ ศพอยู่ระหว่างรอผลการไต่สวน การตายของผู้ตายโดยศาล วันนี้ศาลได้ไต่สวนเสร็จแล้ว ๑ คดี ยังเหลืออีก ๓๕ คดี ผมย้ำ อีกครั้งครับท่านผู้ติดตามสถานการณ์เรื่องนี้ ไม่ใช่มีคนแค่มากล่าวหาท่านอภิสิทธิ์กับ ท่านสุเทพ แต่ได้รับคดีไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ แบ่งคดีออกเป็น ๔ กลุ่ม อัยการฟ้องอยู่ระหว่างดำเนินการก็เยอะ ก็คนเสื้อแดงทั้งนั้นแหละครับที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ผมบอกให้ทำงานไปตามหน้าที่ ผิดคือผิด ถูกคือถูก ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย พยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานวัตถุ พยานนิติวิทยาศาสตร์ว่าไปตามนั้น ขู่บังคับรัฐบาล ก็รัฐบาลสมัยท่านครับ ใครจะไปจับใคร ก็ต้องจับเสื้อแดงครับ ก็อยู่ระหว่างคดีศาลยังไม่ตัดสิน ทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ต้องดูว่าใครทำร้าย ต่อมาก็กระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ ๒๑ คดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ กำลังทยอยส่งสำนวนเป็นรายคดีให้พนักงานอัยการ นี่จับเสื้อแดงแล้วนะ ไอ้ที่ว่าไม่ดำเนินคดี กับเสื้อแดง ไม่มีครับ แต่ผมมีประเด็นน่าสนใจครับท่านประธาน ศาลได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๕ หลังจากไต่สวนชันสูตรพลิกศพ นายพัน คำกอง ๑ ใน ๙๘ ศพ ของจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ผมเข้าใจ ไม่มีใครอยากให้เกิด เหตุการณ์หรอกครับ แต่เมื่อมันเกิดมาแล้วกระบวนการยุติธรรมต้องเริ่มต้นและเป็นไป ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าใครผิดถูก แต่กระบวนการมันเดินมาแล้ว เป็นสำนวนแรก ๑๗ กันยายน ๒๕๕๕ ศาลอาญามีคำสั่งกรณีการไต่สวนสาเหตุการตายของนายพัน คำกอง ที่เสียชีวิตบริเวณหน้าไอดีโอ คอนโด ถนนราชปรารภ เมื่อ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เวลากลางคืน ในคดีหมายเลขดำ ที่ อช ๒/๒๕๕๕ ว่าผู้ตายชื่อนายพัน คำกอง ตายที่หน้าสำนักงานขายคอนโดมิเนียม ชื่อ ไอดีโอ คอนโด ถนนราชปรารภ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เวลากลางคืนก่อนเที่ยง ผมสบายใจเพราะท่านนิพิฏฐ์เป็นนักกฎหมาย และเราก็อยู่ในแวดวงกฎหมาย ผมก็เคยเป็น พนักงานสอบสวน ไม่เคยมีคดีไหนครับที่ศาลไต่สวนแล้วจะเขียนคำสั่งละเอียดถี่ถ้วนอย่างนี้ อย่างมากก็เขียนว่าตายโดยการกระทำของเจ้าพนักงาน แต่นี่ศาลบอกว่าเหตุและพฤติการณ์ ที่ตายเกิดจากการถูกลูกกระสุนปืนขนาด .๒๒๓ (๕.๕๖ มม.) จากอาวุธปืนที่ใช้ในราชการสงคราม ที่เจ้าพนักงานร่วมกันยิงไปที่รถยนต์ตู้หมายเลขทะเบียน ฮค ๘๕๖๑ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายสมร ไหมทอง เป็นผู้ขับ แล้วลูกกระสุนปืนไปถูกผู้ตายถึงแก่ความตายในขณะที่ เจ้าพนักงานกำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยปิดล้อมพื้นที่ควบคุมตามคำสั่ง ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ศาลบอกครับ เจ้าหน้าที่รัฐเป็นคนทำให้ตาย อาวุธ กระสุนปืนขนาดไหน แต่ศาลก็ยังไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่รัฐผู้นั้นเป็นใคร ศาลระบุชัดว่า เจ้าหน้าที่รัฐนี่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ศอฉ. ผมถึงกราบเรียนท่านประธานและแม่ทัพนายกอง ทั้งหลาย คนปฏิบัติหน้าที่ไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะมีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๒ ข้อเท็จจริงใด ถ้ามีอยู่จริงจะทำให้การกระทำไม่เป็นความผิด แม้ข้อเท็จจริงนั้นจะไม่มีอยู่จริง เพราะตอนนั้นมีการเผยแพร่ข่าว มีผู้ก่อการร้าย มีผู้เผาบ้านเผาเมือง คนปฏิบัติหน้าที่ สำคัญผิดในข้อเท็จจริงได้รับการคุ้มครองตามมาตรา ๗๐ เพราะเชื่อว่าคำสั่งผู้บังคับบัญชา เป็นคำสั่งที่ชอบ ผมกล้าบอกไหมครับว่าคำสั่งนั้นไม่ชอบเพราะข้อเท็จจริงยังไม่ได้บทสรุป แต่ศาลท่านบอกว่าเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้นายพัน คำกอง ตาย เป็นการกระทำ ตามคำสั่ง ศอฉ. ย้ำอีกครั้งครับท่านประธานงานนี้ไม่มีมวยล้ม ทุกอย่างต้องเดินหน้าไปตาม กระบวนการยุติธรรม ขอให้ท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ได้ติดตามนะครับ ส่วนรายละเอียดลึก ๆ นี่ ผมไม่ทราบมากกว่านี้เพราะผมไม่ได้ไปก้าวก่าย สำนวนการสอบสวนถือว่าเป็นความลับ ทางคดีอาญา ใครเอามาเปิดเผยไม่ได้ แต่นี่คำสั่งศาล ผมก็เรียนท่าน ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน