สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเกี่ยวกับกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และมีข้อสังเกตบางประการ รวมถึงการสนับสนุนการที่กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เดินโครงการต่าง ๆ ในแต่ละปีตามพันธกิจที่ได้ประกาศไว้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณและผลกระทบต่อเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาโครงสร้างถนน และประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นในรายงานทั้ง ๒ ฉบับของ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกับกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน หรือ กปถ. ซึ่งเป็นกองทุนที่มีเจตนารมณ์ที่จะลดอุบัติเหตุเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ในการใช้รถใช้ถนน ก่อนอื่นต้องขอแสดงความชื่นชมกับการจัดทำรายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้ แม้ว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรล่าช้าก็ตาม เนื่องจากว่าเป็นปัญหา ของฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรเองที่ไม่สามารถบรรจุรายงานได้ทันท่วงที รายงานทั้ง ๒ ฉบับ ก็คือรายงานในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ ซึ่งปีบัญชีก็คือปี ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๓ และปี ๒๕๕๒ นี่ครับ ที่ต้องชื่นชมในการจัดทำรายงานก็คือมีการแบ่ง เรื่องการแสดงสถานะบัญชี สถานะการเงินด้วยส่วนหนึ่ง แล้วก็แยกเรื่องการประเมินผล การใช้จ่ายเงินไว้อีกส่วนหนึ่งซึ่งอ่านแล้วเป็นประโยชน์อย่างมาก ขอกราบเรียนท่านประธานว่า อยากจะตั้งข้อสังเกตในการรายงานครั้งนี้ไว้ไม่กี่ประเด็น เฉพาะที่สำคัญก็คือ

เรื่องแรก ก็คือขอสนับสนุนการที่กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เดินโครงการต่าง ๆ ในแต่ละปีตามพันธกิจที่ได้ประกาศไว้ พันธกิจที่ประกาศไว้ในการทำ โครงการนั้นก็คือเรื่องของการจัดงบประมาณของกองทุนไปเพื่อภารกิจ ๔ พันธกิจ ก็คือ ๑. ค่าใช้จ่ายเพื่อการลดอุบัติเหตุทางถนนตามโครงการหรือแผนงานของกรมการขนส่งทางบก ๒. ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาวิจัยเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ๓. ค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการอันเนื่องมาจากการประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน ในส่วนที่นอกเหนือจากค่าสินไหมทดแทนตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ และ ๔. ค่าใช้จ่ายในการจัดประมูลหมายเลขทะเบียนรถ ค่าใช้จ่าย ในการบริหารงานกองทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอื่นอันจำเป็นของกองทุน ทั้ง ๔ พันธกิจนี้ผมเข้าใจว่ากองทุนใช้เป็นกรอบในการจัดโครงการแล้วก็ใช้จ่ายเงินงบประมาณ ในทุกปีที่เป็นข้อดีของการที่เอา ๒ ฉบับนี้มาพิจารณาร่วมกันในวันนี้ ก็ทำให้เห็นว่า ทั้งในปี ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ นั้นมีตัวเลขในแต่ละพันธกิจนั้นมีความใกล้เคียงกัน อย่างเช่น พันธกิจที่ ๑ เรื่องค่าใช้จ่ายในการลดอุบัติเหตุ แล้วก็พันธกิจที่ ๓ เรื่องค่าใช้จ่าย ในการสนับสนุนการศึกษาวิจัยเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ๒ พันธกิจนี้แต่ละปี ใช้ใกล้เคียงกัน ในปี ๒๕๕๒ ใช้ไป ๕๕๐ ล้านกว่าบาท แล้วก็ปี ๒๕๕๓ ใช้ไป ๕๐๓ ล้านบาท ซึ่งต้องถือว่าตรงนี้เป็นจุดเน้นที่มีความสำคัญนะครับ ในส่วนอื่น ๆ ค่าช่วยเหลือผู้พิการ ก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกันก็คือ ๓๗ ล้านกว่าบาท แล้วก็ค่าใช้จ่ายเรื่องของการประมูล แล้วก็ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ประมาณ ๗๐ กว่าล้านบาทในปี ๒๕๕๒ และเพิ่มเป็น ๙๖ ล้านกว่าบาทในปี ๒๕๕๓ ซึ่งจากการเปรียบเทียบให้เห็น ๒ ปีนี้ทำให้มีความมั่นใจในระดับหนึ่งว่าจุดเน้นในการทำงาน ของกองทุน กปถ. นั้นมีความต่อเนื่องในพันธกิจที่ท่านได้ดำเนินการมา แต่ไม่แน่ใจว่า ในปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ นี่ท่านยังคงเน้นในจุดเน้นใน ๔ พันธกิจนี้หรือไม่ ถ้าเน้นอยู่ ก็ขอสนับสนุนด้วย แล้วก็จะอภิปรายเพิ่มเติมในตอนท้ายว่าควรจะมีอะไรเพิ่มเติม อีกบ้างนะครับ

เรื่องที่ ๒ ที่จะขอตั้งข้อสังเกตก็คือเรื่องของความล่าช้าในการเบิกจ่าย งบประมาณในแต่ละปี เราพบว่าในรายงานการประเมินผลนี้จะเห็นว่ามีอีกหลายโครงการ ไม่สามารถใช้เงินได้ทันตามกำหนดเวลา ประเด็นการไม่สามารถใช้จ่ายเงินได้ทัน ตามกำหนดเวลานั้นในแง่ของเทคนิคการใช้จ่ายเงินงบประมาณไม่เป็นไรหรอก สามารถไปเบิก ในปีถัดไปได้หรือในเวลาต่อไปได้ แต่ว่าการจัดทำโครงการในแต่ละปีนั้นมีความเหมาะสม กับสถานการณ์ในปีนั้น ๆ การที่ทำไม่เสร็จด้วยเหตุผลใดก็ตามนี่สะท้อนให้เห็นถึงความล่าช้า ความไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารงานโครงการให้เสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด การที่ไม่เสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดนั้นมันมีผลต่อเรื่องเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุ หรือความไม่ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนทีเดียว ซึ่งจะเห็นว่าอย่างในปี ๒๕๕๒ มีโครงการ ในพันธกิจที่เกี่ยวข้องกับการลดอุบัติเหตุตามถนนถึง ๔-๕ โครงการที่ไม่ได้ทำให้เสร็จทัน ตามกำหนดเวลา เช่นการจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับทดสอบการทรงตัวของรถเพื่อตรวจสอบ ความปลอดภัยในการใช้งานส่วนรองรับแบบรถ โครงการยกระดับการทดสอบภาคทฤษฎี ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของศูนย์สอนขับรถบรรทุกขนาดใหญ่ โครงการส่งเสริมความปลอดภัย และลดอุบัติเหตุจากการขนส่งสินค้าอันตราย โครงการจัดจ้างปรับปรุงเพื่อตรวจสภาพรถ ประจำส่วนสาธิตการตรวจสภาพและทดสอบรถ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์มาตรฐาน การตรวจสอบสภาพรถ อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ความล่าช้าเหล่านี้มันมีผลต่อเป้าหมายหรือ ยุทธศาสตร์ในการทำงานเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ อันนี้อยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตไว้

ประการที่ ๓ แม้ว่าพันธกิจทั้ง ๔ ด้านของท่านจะสอดคล้องแล้วก็เหมาะสม กับงานภาระของกองทุน กปถ. ก็ตาม แต่ว่าต้องไม่ลืมว่ากรมการขนส่งทางบกนั้นเป็นกรม ที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องของการดูแลเรื่องการขนส่งทางถนนให้เกิดความปลอดภัย กรมการขนส่งทางบกเขามียุทธศาสตร์ในการพัฒนา แล้วก็ส่งเสริมระบบการสร้าง ความปลอดภัยในการขนส่งทางถนนมียุทธศาสตร์ของเขาที่ชัดเจน ผมคิดว่า กปถ. จำเป็น ที่จะต้องรับเอายุทธศาสตร์ของกรมการขนส่งทางบกมาใช้ในเรื่องนี้ด้วย ผมอยากจะยกตัวอย่าง เรื่องของยุทธศาสตร์ของกรมการขนส่งทางบกที่สอดคล้องกับงานของ กปถ. แล้วก็คิดว่า น่าจะรับไปเป็นพันธกิจส่วนหนึ่งที่สามารถแปรเข้าไปในการทำงานของท่านก็คือเรื่องของ การศึกษาพัฒนาและกำกับดูแลความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมจากรถ เรื่องของการพัฒนา ระบบความมั่นคงแข็งแรงปลอดภัยของรถ เรื่องของการพัฒนามาตรฐานผู้ขับรถ โรงเรียน สอนขับรถ รวมถึงเรื่องการเสริมสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน อันนี้ เป็นยุทธศาสตร์ของกรมการขนส่งทางบกที่คิดว่าเป็นประโยชน์ ต้องไม่ลืมเป็นอันขาดว่า ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนเวลานี้เราได้พบเห็นตามสื่อสารมวลชน ตามข่าวคราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และบ่อยครั้งที่มีการสรุปรวบยอดไปว่าปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเป็นปัญหาที่เกิด จากคน แต่แท้จริงแล้วปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดบนท้องถนนนั้นมันมีหลายปัจจัย คนนั้นเป็นส่วนหนึ่ง คือคนขับ คนใช้รถ คนควบคุมเครื่องมืออุปกรณ์การขนส่งนั้นเป็นส่วนหนึ่ง แต่ว่ามาตรฐาน ของอุปกรณ์ มาตรฐานของตัวรถ มาตรฐานของยานพาหนะต่าง ๆ นั้นเป็นส่วนประกอบ ที่มีความสำคัญยิ่งที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เหล่านี้ผมคิดว่าถ้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนไม่ล้วงลึกเข้าไปดูถึงสาเหตุ ที่แท้จริง ก็อาจจะทำให้กระบวนการในการลดอุบัติเหตุหรือความปลอดภัยบนท้องถนน ให้เกิดมีประสิทธิภาพนั้นไม่อาจจะเป็นจริงได้ เรื่องของผู้ขับรถ เรื่องของการตรวจสอบ สภาพรถของบริษัทเอกชนที่เรียกว่า ตรอ. นี่ก็เช่นกัน ผมคิดว่ากรมการขนส่งทางบก เขามียุทธศาสตร์ในเรื่องนี้ที่ชัดเจน ทำอย่างไร กปถ. จะสอดเข้าไปตรวจสอบดูเพื่อที่จะ ผลักดัน เพื่อที่จะรณรงค์ให้ ตรอ. ทั้งหลายมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพจริง ๆ แล้วก็ตรวจสอบ สภาพรถแล้วก็ได้มาตรฐานจริง ๆ

ประเด็นที่ ๔ ที่อยากจะฝากไว้ก็คือจำเป็นที่ กปถ. จะต้องให้ความสำคัญ แล้วก็เชื่อมโยงกับภาคส่วนอื่น ๆ ที่ทำงานทางด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ยกตัวอย่างเช่นหน่วยงานอย่าง สสส. หรือกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพที่เขามี งบประมาณในการรณรงค์แต่ละปีมากมาย ภารกิจของท่านเองส่วนหนึ่งก็คือการสร้าง ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในเรื่องของการใช้รถใช้ถนนให้เกิดความปลอดภัย เราสามารถที่จะร่วมมือกับองค์กรแบบ สสส. ในการทำงานอย่างมีเอกภาพ แล้วก็มีทิศทาง เดียวกัน สามารถประเมินผลไปในทิศทางเดียวกันได้หรือไม่ หน่วยงานอื่น ๆ เช่น ท่านจะต้องประสานงานกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ผมคิดว่านี่คือส่วนหนึ่งของ ปัญหาความไม่ปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน เดี๋ยวนี้ปัญหาเรื่องเทคนิคโครงสร้างของถนน ทั้งกรมทางหลวงชนบท และกรมทางหลวง หรือแม้กระทั่งถนนที่อยู่ภายใต้การดูแลของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ได้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน ทำอย่างไรที่ กปถ. จะได้เข้าไป กระตุ้นและร่วมมือกับหน่วยงานเหล่านั้นมาทำงานด้วยกัน เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ ในการดูแลเรื่องปัญหาโครงสร้างซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญส่วนหนึ่งของความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน หรือแม้กระทั่งการรถไฟแห่งประเทศไทยท่านได้มีการประสานงาน กับเขาไหม การรถไฟแห่งประเทศไทยถ้าท่านจะติดตามข่าวก็จะเห็นว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจาก จุดตัดระหว่างทางหลวงกับทางรถไฟมักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก และไม่ได้มีแผนงานในการแก้ไข อย่างสมบูรณ์เสียที เนื่องจากว่าปัญหาเรื่องของงบประมาณที่แยกกันอยู่ เรื่องของ ความกระตือรือร้นที่เข้าไปบริหารจัดการ เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่เคยหารือกันขอให้ มีการติดตั้งไฟสัญญาณบริเวณจุดตัดรถไฟกับถนนหลวง หรือทางกั้นต่าง ๆ หรือว่าการขอให้ มีการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟต่าง ๆ ได้รับการตอบสนองเหล่านี้น้อยมาก ผมคิดว่า หน่วยงานที่จะมาร่วมบูรณาการเรื่องนี้ กปถ. น่าจะมีบทบาทได้ในส่วนหนึ่งด้วยนะครับ นอกจากนั้นกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งดูแลมาตรฐานเรื่องรถยนต์ต่าง ๆ ผมคิดว่าจะต้อง เข้าไปเชื่อมโยงประสานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย โดยมีระบบมาตรฐานของชิ้นส่วนยานยนต์ ต่าง ๆ มีมาตรฐานอย่างแท้จริง กระทรวงศึกษาธิการที่จำเป็นจะต้องเข้าไปเชื่อมโยงประสาน ในเรื่องของการดูแลจัดหลักสูตรเพื่อการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน ให้เกิดความปลอดภัย ในระดับต่าง ๆ

ประเด็นที่ ๕ ซึ่งอยากตั้งข้อสังเกตไว้ก็คืออุบัติเหตุแต่ละครั้งนั้นอย่างที่เรียน ในตอนต้นว่ามีที่มาที่แตกต่างกัน กปถ. จำเป็นจะต้องมีหน่วยงานในการสรุปเหตุการณ์ แล้วก็มีข้อสรุปทั้งเชิงสถิติ แล้วก็สาเหตุที่แท้จริง อุบัติเหตุแต่ละครั้งเกิดจากอะไร ถ้าโยนใส่ เรื่องคนขับหลับในอย่างเดียวแบบนั้นมันง่าย แต่ว่าหลายครั้ง บ่อยครั้ง ที่เรามาพบ ในภายหลังเมื่อเป็นคดีความในโรงในศาลว่าอุบัติเหตุมันเกิดจากอุปกรณ์ที่ชำรุด แม้กระทั่ง กรณีรถไฟตกรางที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เมื่อไม่นานมานี้ สุดท้ายก็เป็นปัญหาเรื่องของ อุปกรณ์ที่ขาดการดูแล อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อย่างนี้เป็นต้น จำเป็นว่า กปถ. จะต้องมี หน่วยงานที่จะสรุปข้อมูลที่เป็นสาเหตุเหล่านี้เพื่อเป็นบทเรียน แล้วก็เป็นข้อมูลในเชิงสถิติ ในการไปป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนะครับ

สุดท้ายที่อยากจะฝากไว้เป็นข้อสรุปก็คือว่าในปีต่อ ๆ ไป กปถ. ซึ่งมีงบประมาณมีการใช้เงินเพื่อการดำเนินการตามพันธกิจทั้งสี่ปีละ ๖๐๐ กว่าล้านบาท แม้ว่าเงินจะมาจากการประมูลทะเบียนรถหรือมาจากเงินนอกงบประมาณก็ตาม แต่ว่า เป็นเงินที่มีจำนวนมาก แล้วก็สามารถที่จะไปทำประโยชน์ในเรื่องของความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนนี่ได้มาก อยากจะให้เน้นในบทบาทในเชิงรุกในเรื่อง ๒-๓ ประเด็น ก็คือ

เรื่องที่ ๑ ต้องมีกิจกรรมในเรื่องของการรณรงค์ป้องกันที่กว้างขวาง หลากหลายมากขึ้นนะครับ ลำพังเราเห็น กปถ. ออกป้าย ลำพังได้ยินเสียงทางสปอต (Spot) วิทยุนี่ผมคิดว่าอาจจะยังไม่พอ ท่านอาจจะต้องใช้สื่อที่รณรงค์ในเรื่องนี้ที่กว้างขวางมากขึ้น ก็อย่างที่เรียนว่าถ้าท่านร่วมมือกับ สสส. มันก็อาจจะใช้เงินงบประมาณที่น้อยลง แล้วก็ไปสู่ ทิศทางเดียวกันได้ดีขึ้นนะครับ

เรื่องที่ ๒ คือการสร้างความรู้ความเข้าใจและการตระหนักในเรื่องของ ความปลอดภัยของผู้ประกอบการทั้งหลายจะต้องทำอย่างจริงจัง ผมคิดว่าไม่เพียงแต่ บริษัทรถยนต์ที่ท่านจะต้องเข้าไปเชื่อมโยงประสานก่อให้เกิดความมั่นใจกับผู้บริโภค กับอู่ซ่อมรถต่าง ๆ ซึ่งมีบทบาทสำคัญ แล้วก็เป็นสาเหตุอันหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้นี่ ทำอย่างไรที่จะให้หน่วยงานผู้ประกอบการเหล่านั้นตระหนักในเรื่องความปลอดภัย แล้วก็มีมาตรฐานในการให้บริการกับรถยานพาหนะต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

เรื่องที่ ๓ ก็คือว่าบทบาทในการวิจัยสร้างองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ จะต้อง เข้มข้นจริงจัง ซึ่งก็ชื่นชมในเรื่องของเมื่อปี ๒๕๕๓ ที่ท่านทำโครงการสืบสวนเชิงลึก สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุจากการขนส่งและจราจรที่ให้เงินกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไป ๔-๕ แห่ง ในการไปศึกษา ผมคิดว่ามีความจำเป็นและองค์ความรู้เหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในอนาคต แต่ว่าอยู่ที่ว่าประเด็นในแต่ละปีที่เราจะทำการศึกษานั้นจะมีอะไรบ้าง สอดคล้องกับ สถานการณ์หรือไม่ อย่างไร นั่นในด้านของกองทุน

ที่จะฝากไว้สำหรับในด้านของ สตง. ก็คือว่าเมื่อมีการใช้เงินจำนวนมากมาย เหล่านี้แล้วนี่นะครับ แล้วก็เป็นอำนาจเป็นบทบาทของ สตง. ที่เข้าไปตรวจสอบประเมินผล ก็อยากให้ประเมินผลในโครงการแต่ละโครงการที่กองทุนได้เข้าไปทำด้วยนะครับ กองทุน ทำแต่ละปีก็ประมาณ ๘๐-๙๐ โครงการตามรายงานของท่าน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นโครงการ ที่เป็นประโยชน์ในสายตาของ กปถ. เอง แต่ว่า สตง. ที่เข้าไปประเมินผลการดำเนินงาน นอกจากประเมินเรื่องของการใช้จ่ายเงินที่ถูกต้อง ประหยัด ตรงตามวัตถุประสงค์แล้ว อยากให้ดูว่าผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นของแต่ละโครงการนั้นมันได้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ ของกองทุนที่ต้องการจะให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนจริงหรือไม่ นี่เป็นประเด็น ที่ฝากไว้ทั้งของกองทุนแล้วก็ สตง. นะครับ กราบขอบคุณครับท่านประธานครับ