สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๐๙.๐๓ นาฬิกา)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขณะนี้ยังไม่ครบ องค์ประชุมครับ ผมยังไม่เปิดประชุม

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

ขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง ขออนุญาตท่านประธานค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตามอัธยาศัย แต่ผมไม่เปิด ผมจะมาเลื่อนเพราะว่า ๙ โมงแล้ว ถ้าไม่ครบองค์ประชุมก็จะต้องเลื่อน สัก ๓๐ นาที กะว่า ๙ โมงครึ่งจะดําเนินการประชุมครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

ขอบพระคุณมากค่ะ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจัดนิทรรศการ จะเชิญชวน ส.ส. ของสภา ช่วยไปเป็นกําลังใจให้กับการจัดนิทรรศการของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีค่ะ เชิญชวนทุกท่านนะคะ

จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๔๕ คน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกเซ็นชื่อ เข้าประชุม ๑๖๙ ท่าน หนึ่งในห้าในการตั้งกระทู้ถาม ส่วนที่ผมได้รับปากไว้ตั้งแต่ เมื่อวานว่าจะให้มีการปรึกษา ท่านไม่มาเอง ไม่ครบองค์ประชุมผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไร ก็คือยังไม่ครบองค์ประชุม ครบองค์ประชุมเฉพาะการตั้งกระทู้ถามเท่านั้น ตามข้อบังคับนะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ มีอะไรครับ เชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผมได้หารือท่านประธานเมื่อตอนประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันก่อนในเรื่อง การหารือแล้วท่านประธานได้บอกว่าให้ผมทําหนังสือไปถึงท่าน ผมกับคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ได้ทําหนังสือกราบเรียนไปยังท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อยู่ที่ไหนหนังสือ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เมื่อวานนี้อยู่ที่กลุ่มงานประสานการเมือง และรับเรื่องราวร้องทุกข์ แต่วันนี้เจ้าหน้าที่แจ้งว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมยังไม่เห็น

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

วันนี้แจ้งว่าอยู่ในแฟ้ มที่โต๊ะท่านประธาน แล้วครับ ผมขอความกรุณาท่านประธานได้ช่วยดู แล้วก็ช่วยตัดสินด้วยนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แฟ้ มนี้ก็มีแค่นี้ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เมื่อกี้เจ้าหน้าที่บอกผมครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็มีแค่นี้

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ถ้าอย่างไรท่านประธานช่วยตามหน่อย ได้ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมนั่งเป็นประธาน ที่ประชุมไม่สามารถที่จะไปตามได้ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ขอประทานโทษครับท่านประธาน แต่ผมทนเห็นการประชุมที่มันไม่ปะติดปะต่ออย่างนี้ไม่ได้ครับ มันขาดตกบกพร่อง เหลือเกิน เมื่อวานนี้ทุกคนเสียดายเวลาครับตั้งชั่วโมงหนึ่ง วันนี้ครึ่งชั่วโมงครับ ท่านประธาน ถ้าท่านประธานได้พิจารณาหนังสือของผมแล้วให้ท่านช่วยตัดสินใจครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือตอนนี้ผมเพิ่งได้รับ การแก้ไขข้อบังคับของสภา เป็นเรื่องของท่านสมาชิกจากฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอ ผ่านผม ผมก็ได้แทงไปให้บรรจุในระเบียบวาระการประชุมแล้วนะครับ เรื่องการแก้ไข ข้อบังคับการประชุมครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ถ้าเป็นเรื่องเดียวกันผมก็ขอวิงวอน ท่านประธานครับ ขอให้พวกเราได้หารือเหมือนเดิม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนั้นผมแทงเรื่องไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนเรื่องที่คุณหมอว่า ส่งมาให้ผม ไม่มีครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

วันสองวันก็คงถึงท่านละครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประเสริฐจากยะลา มีอะไรหรือครับ มีระเบิดมีอะไรหรือเปล่า

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานครับ ท่านประธาน ถามผมนี่ตรงเลยครับ เหมือนกับท่านประธานรู้ผมอยากจะหารือท่านประธานเรื่องนี้ ละครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเรื่องหารือไม่มีแล้วครับ เพราะว่าไม่ครบองค์ประชุมยังหารือไม่ได้ คือถ้าครบองค์ประชุมตามข้อบังคับแล้ว ผมก็เปิดโอกาสให้เต็มที่ครับ ไม่มีปัญหา นี่ผมยังค้างอยู่ ๒๐ ท่านนะครับ ก็กรุณานั่งลงก่อนครับ เพราะว่าตอนนี้ผมก็จะดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุม เรื่องกระทู้ถาม ขณะนี้ครบหนึ่งในห้าแล้วนะครับ ผมขอดําเนินการ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

นิดหนึ่งได้ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีแต่หมอทั้งนั้นตอนเช้า ๆ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

นิดเดียวครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

เรื่องเกี่ยวกับสภานี่ครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ผมอยากปรึกษาท่านประธาน สนทนาธรรมในสภา เรื่องเกี่ยวกับที่จอดรถ ที่จอดรถตอนนี้มีปัญหาเพราะปรากฏว่าหน่วยอารักขาของ ท่านนายกรัฐมนตรี หน่วยอารักขาของท่านรัฐมนตรีมาจอดเต็มสภาไปหมดเลย ท่านประธาน ผมว่าให้เขาไปจอดข้างนอกได้ไหมครับ ให้ตัวเขามาอารักขาข้างใน แต่รถไปจอดข้างนอกได้ไหม เพราะว่าพวกผมไม่มีที่จอด จอดก็จอดขวาง เจ้าหน้าที่สภา ไม่กล้าห้าม อยากฝากท่านประธาน เพราะว่าจริง ๆ เขาไม่ควรมากินที่ของพวกเรา แค่นี้เราก็ลําบากแล้ว ตอนนี้ปรากฏหน่วยอารักขามาทีหนึ่งยี่สิบสามสิบมาจนตกใจ ผมว่ายิ่งมามากยิ่งอันตราย ยิ่งมามากยิ่งอันตรายไม่รู้ใครเป็ นใครตอนนี้ ชั้น ๒ ของเรา ไม่รู้ใครเดินขวักไขว่ไปหมดครับ ท่านประธานกรุณารักษาความปลอดภัยให้ ส.ส. ด้วยครับ ไม่รู้ใครขึ้นมาเต็มไปหมด

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รับรองว่าหมอประสิทธิ์ ไม่มีใครไปแตะต้องหรอกครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ไม่ใช่ท่านประธาน ขึ้นมาเต็มไปหมดเลย ไม่รู้ใครเป็นใคร ผมว่าถ้าเขาไม่มีธุระปะปังกรุณาอย่าขึ้นมาชั้น ๒ ตอนนี้ไม่รู้ใครเป็นใคร ผมว่าสภาเรามันไม่ไหว ถ้าปล่อยแบบนี้มันยิ่งจะอันตรายมากกว่าที่เราคิดว่า มันจะปลอดภัย ผมฝากท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาเรามันคับแคบครับ ให้สร้างสภาใหม่แล้วเราค่อยวางกฎเกณฑ์ให้มันดีครับ

ต่อไปผมจะขอเข้าสู่ระเบียบวาระกระทู้ถาม ขณะนี้ ฯพณฯ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกลาโหมท่านก็เตรียมมาตอบกระทู้ถามแล้วนะครับ กระผม ขอดําเนินการเลยนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามทั่วไป

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๒๔๕ เรื่อง การรับนักศึกษาหลักสูตรการฝึก วิชาทหาร (นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เป็ นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม

เชิญเจ้าของกระทู้ถาม

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้บรรจุ กระทู้ถาม เรื่อง การรับนักศึกษาหลักสูตรการฝึกวิชาทหารเข้าสู่การพิจารณาของสภา ในวันนี้ ท่านประธานครับ เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา มีข่าวเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่งเรื่องการร้องเรียนของผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเป็นนักเรียน นักศึกษาในระดับ มัธยมศึกษาตอนปลายและระดับอาชีวศึกษาจํานวนหนึ่ง ร้ องเรียนกับ สํานักนายกรัฐมนตรีเรื่องว่าได้รับความเดือดร้อนในการรับสมัครนักศึกษาวิชาทหาร หรือการเรียน ร.ด. นั่นเองนะครับ ซึ่งเป็นปัญหาของปีการศึกษา ๒๕๕๒ ข้อร้องเรียนของ ผู้ปกครองก็คือว่า มีการดําเนินการรับนักศึกษาวิชาทหารโดยไม่โปร่งใส และมีการสนอง ความต้องการของผู้เรียนวิชาทหารไม่เพียงพอ จะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ความเข้าใจของ ผู้ปกครองบุตรหลานในเวลานั้นก็คือเห็นว่ากองทัพไม่มีงบประมาณ กองทัพไม่มีกําลังคน ที่เพียงพอในการจัดการเรื่องการเรียนวิชาทหาร คําถามก็คือว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับระบบ การเรียนวิชาทหารในปัจจุบันนี้ ปัญหานี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่ผมสนใจอย่างเดียวในฐานะเป็น กรรมาธิการการทหาร แต่ว่าพี่น้องประชาชน ผู้ปกครองที่มีลูกหลานที่เป็นเยาวชน โดยเฉพาะเยาวชนนักเรียนชาย แล้วก็จะต้องมีพันธะในการเป็นทหารในอนาคต ก็ให้ความสนใจ และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านก็มีความสนใจเรื่องนี้ อย่างเช่นคุณชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร ก็ได้ให้ความสนใจ แล้วก็มาสอบถามผมเรื่องนี้เมื่อทราบว่ามีการตั้งกระทู้ถาม แล้วก็ได้ช่วยค้นหาข้อมูล ในการอภิปรายในวันนี้ด้วย ผมไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องว่ากองทัพจะดําเนินการเรื่อง การรับนักศึกษาวิชาทหารไม่โปร่งใสอย่างที่ผู้ปกครองได้ตั้งข้อสังเกตหรอกครับ เพราะว่านั่นผมคิดว่าเป็นปัญหาเล็กน้อยเท่านั้นเอง เป็นความรู้สึก แต่ว่าจริง ๆ แล้วผมสนใจในเรื่องนโยบายของรัฐบาลและกองทัพต่อเรื่องการรับนักศึกษา วิชาทหารมากกว่า รัฐบาลมีนโยบาย มีทิศทางเรื่องนี้อย่างไร แล้วก็สอดคล้องกับ สถานการณ์ เราทราบกันดีนะครับว่าการฝึกนักศึกษาวิชาทหารหรือการเรียน ร.ด. นั้นเป็น ส่วนหนึ่งของแผนงานทางด้านกําลังสํารองของชาติ ซึ่งกองทัพบกดูแลในเรื่องนี้มา ยาวนาน ๕๐ กว่าปีแล้วนะครับ แต่ว่าพัฒนาการของเรื่องนี้ก็เข้าใจว่าจะเป็นไปตามกรอบ วิธีคิดเดิม ๆ ถ้าท่านประธานได้ติดตามนะครับ เรียน ร.ด. สมัยแรก ๆ นี่มีหมวกเพียง ใบเดียวสวมใส่แล้วก็ใส่ชุดนักเรียนไปฝึกกันแล้ว ต่อมาก็มีชุดฝึกปกติ มีชุดฝึกสนาม ในปัจจุบันนี้นะครับ ซึ่งก็เป็นพัฒนาการมา แล้วก็มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งเสริม การฝึกวิชาทหารเมื่อปี ๒๕๐๓ ออกมาบังคับใช้ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมานะครับ การเรียน ร.ด. สมัยก่อนนี้ไม่ยากหรอกเข้าใจว่าถ้าสนใจจะเรียนนี่ก็สามารถที่จะเสนอตัวเข้าไปได้ แล้วทางสถานศึกษาก็จะประสานงานกับทางกองทัพแล้วก็จัดการเรียนได้ แต่ว่าเมื่อมีคน ต้องการเรียนมากขึ้น จํานวนคนที่เข้ารับการเกณฑ์ทหารมีน้อยลงก็เป็นผลทําให้กองทัพ มีความจําเป็นที่จะต้องปรับลดจํานวนคนที่จะเรียนวิชาทหาร ต้องยอมรับความจริงว่า คนที่เรียนวิชาทหารลูกหลาน เยาวชนของเรานี่ส่วนหนึ่งเป็นความต้องการของผู้ปกครอง เพราะไม่ต้องการให้มีพันธะในการเกณฑ์ทหารในอนาคต ก็เห็นว่าการเกณฑ์ทหารนั้น เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในการดําเนินชีวิตของเยาวชนรุ่นใหม่ที่เรียนจบการศึกษาสูง ๆ หรือ ว่ามีงานดี ๆ ทํา เมื่อต้องไปเกณฑ์ทหารก็รู้สึกว่าสิ่งนั้นมันเป็ นอุปสรรคของชีวิต เพราะฉะนั้นคนก็เลยแห่มาเรียนวิชาทหารหรือเรียน ร.ด. กันมากขึ้น ในปี ๒๕๕๒ เท่าที่ทราบตัวเลขนะครับ มีนักเรียนทั่วประเทศที่ต้องการเรียน ร.ด. มีมากเกือบ ๑๔๗, ๐๐๐ คน ในจํานวนนี้เป็ นเด็กผู้ชายเสีย ๑๔๗, ๐๐๐ กว่าคน เป็ นหญิง ๒๐,๐๐๐ กว่าคน นี่คือความต้องการที่จะเรียน ร.ด. แต่ว่ากองทัพสามารถรับคนที่เข้าเรียน ร.ด. ได้เพียงแค่ ๑๑๒,๐๐๐ กว่าคน อีกประมาณ ๕๗,๐๐๐ คนนี่ผิดหวัง คือเขาปรารถนา ที่จะเรียนแต่ว่ากองทัพไม่สามารถสนองตอบได้ ที่เป็นที่สงสัยก็คือว่าวิธีการคัดเลือกคน เข้าเรียนวิชาทหารในปัจจุบันนี้ เนื่องจากว่าคนจํานวนมากก็ต้องเอาคนที่มีความพร้อม แล้วก็มีคุณสมบัติตามที่กองทัพต้องการ คุณสมบัติที่กองทัพต้องการก็คือคนนั้นต้องมี ความแข็งแรงทางด้านร่างกาย วิธีการทดสอบคัดเลือกก็คือการให้วิ่ง ให้วิดพื้น ให้ซิทอัพ (Sit-up) ถ้าเกิดไม่ผ่านความแข็งแกร่งของร่างกายก็หมายความว่าคุณจะเข้าเรียนวิชาทหาร หรือเรียน ร.ด. ไม่ได้ ท่านประธานครับ ในปีที่ผ่านมาเมื่อมีคนไม่สามารถที่จะเรียน ร.ด. ได้ประมาณ ๕๗,๐๐๐ คน กองทัพก็แก้ปัญหาด้วยการให้ทําการผ่อนผันว่าคนเหล่านี้ สามารถมายื่นเรียนใหม่ได้ในปีการศึกษาหน้า คือปี ๒๕๕๓ แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ มากครับว่าวิธีการแก้ปัญหาเช่นนี้ไม่ตรงเป้ำ คนที่เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ หรืออาชีวศึกษาปีที่ ๑ ก็อยากที่จะเรียน ร.ด. ปีที่ ๑ ไม่ใช่ขึ้น ม. ๕ หรืออาชีวศึกษาปีที่ ๒ แล้วมาเรียน ร.ด. ปีที่ ๑ มันไม่ทันเพื่อน แล้วก็มีปัญหาตามมามากมาย ข้อเสนอนี้กองทัพ ก็ไม่สามารถที่จะรองรับได้ ปัญหาก็เลยคาราคาซังมาจนถึงบัดนี้ ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ฝ่ายกองทัพได้ชี้แจงกับสาธารณชนว่า หากรัฐบาลต้องการจะเพิ่มจํานวนนักศึกษา วิชาทหาร รัฐบาลต้องกําหนดเป็นนโยบายของชาติ ซึ่งกองทัพจะต้องจัดทํายุทธศาสตร์ เกี่ยวกับความต้องการด้านกําลังสํารองและงบประมาณใหม่ ซึ่งอันนี้ก็เข้าใจว่าถ้ารัฐบาล ต้องการให้คนเรียนมากขึ้น เพิ่มขึ้นก็ต้องหางบประมาณมาสนับสนุน และหากจะให้ทุกคน เข้าเรียน ร.ด. ได้นี่ สิ่งที่กองทัพเป็นห่วงก็คือว่าก็จะทําให้คนแห่ไปเรียน ร.ด. กันหมด แล้วก็จะทําให้คนที่จะไปเกณฑ์ทหารนี่ไม่มี หรือมีน้อย หรือได้คนที่ไม่มีคุณภาพไปเป็น ทหารเกณฑ์ นี่คือสภาพความเป็นจริงที่ผ่านมา

ผมก็อยากจะตั้งคําถามในช่วงแรกนี้กับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ซึ่งท่านได้กรุณามาตอบกระทู้ถามนี้ด้วยตัวเอง ประเด็นที่ ๑ ในการเปิดหลักสูตรวิชาทหารแก่เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ปัจจุบัน รัฐบาลและกองทัพ มีนโยบายมีวัตถุประสงค์ต้องการจะเอาคนเหล่านี้ไปทําอะไร สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ความมั่นคงของชาติอย่างไร หรือไม่

ในประเด็นที่ ๒ ก็คือว่ากองทัพใช้บุคลากรส่วนไหนของกองทัพ ในการดูแลฝึกวิชาทหาร นอกเหนือจากหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนซึ่งอยู่ในศูนย์กําลัง สํารอง ใช้คน ใช้ครูฝึก ใช้คนที่มีความรู้ความสามารถมากน้อยแค่ไหนในการฝึกคนเหล่านี้

ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าในแต่ละปีกองทัพมีเป้ำหมายในการฝึกนักศึกษา วิชาทหารแต่ละปีจํานวนเท่าใด และทําอย่างไรสามารถที่จะขยายปริมาณความต้องการ เรียนวิชาทหารให้ครอบคลุมเท่ากับจํานวนเยาวชนที่ต้องการจะเข้าเรียน

นี่เป็ นประเด็นคําถามในช่วงแรกที่เรียนถามถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนเชิญ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตอบครับ

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติ กระผม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอเรียนชี้แจงคําถามผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิกเกี่ยวกับในเรื่องของการฝึกรักษา ดินแดนของเยาวชน นักศึกษา นักเรียน ผมเรียนว่า การฝึกวิชาทหารให้กับนักศึกษา วิชาทหารนั้นเราฝึกตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร ปี ๒๕๐๓ คือฝึกให้กับ นักเรียน นักศึกษา เยาวชนของชาตินั้นเป็ นกําลังพลสํารองที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเสริมสร้างความพร้อมรบให้กับประเทศชาติในยามปกติ เพราะฉะนั้นการฝึก นักศึกษาวิชาทหารนั้นมันเป็นกระบวนการการผลิตกําลังสํารองให้มีขีดความสามารถ มาตรฐานของกองทัพ ซึ่งนักศึกษาวิชาทหารเหล่านี้เมื่อได้รับการฝึกแล้ว ถ้าเป็นชั้นปีที่ ๓ ปีที่ ๔ ปีที่ ๕ นั้น เราก็จะเอาไปบรรจุในตําแหน่งผู้บังคับหมู่ รองผู้หมวด และผู้หมวดได้ตามลําดับ ในโอกาสที่จะต้องไปบรรจุในหน่วยซึ่งจะต้องมีการฝึกในโอกาสต่อไป เมื่อกําลังพลสํารองนี้ ผ่านการฝึกเบื้องต้นแล้วก็จะบรรจุไปในหน่วยทหารที่จะเรียกพล เพื่อเป็นการเพิ่มพูน ความรู้ให้เป็นขั้นเป็นตอนตามยุทธศาสตร์ในการป้ องกันประเทศที่ได้กําหนดไว้ ดังนั้น ผมเรียนว่า กองทัพนั้นก็จําเป็นในการที่จะต้องมีกําลังพลสํารอง แล้วในขณะเดียวกัน กองทัพก็จะต้องมีกําลังพลประจําการอยู่ส่วนหนึ่งเพื่อเผชิญหน้ากับกําลังในการที่จะดูแล ประเทศชาติในระยะต้น แล้วเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นก็จะใช้กําลังพลสํารองเหล่านี้นั้น ไปเพิ่มเติมให้กับกําลังพลที่ได้สูญเสียไป ดังนั้น ประเทศของเราเมื่อเข้าสู่สภาวะสงคราม ก็เช่นเดียวกันครับ ก็คือเราก็จะใช้กําลังพลที่ได้รับการฝึกเป็นกําลังสํารองทั้งหมดนั้น เข้าไปบรรจุอยู่ในกองประจําการหลังจากที่มีประกาศเข้าสู่ภาวะสงคราม นี่ก็คือ คําถามแรกที่ท่านถามผม

ในคําถามที่สอง ที่ท่านถามเกี่ยวกับในเรื่องเราใช้กําลังพลอะไรในการ ไปฝึกให้กับนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน เราใช้หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน รับผิดชอบโดยรวม แล้วเรามีโรงเรียนศูนย์ฝึกกําลังสํารองที่จะฝึกในเขตปริมณฑล ซึ่งจะฝึกได้ประมาณสัก๖๐,๐๐๐ คน แล้วก็จะใช้มณฑลจังหวัดที่อยู่ในส่วนภูมิภาคนั้นไปทําการฝึกในส่วนที่เหลือต่อไป เพราะฉะนั้นมณฑลจังหวัดนั้นก็จะมีทั่วประเทศในการที่จะฝึก โดยจะมีศูนย์ฝึกกําลังสํารอง เข้าไปช่วยเหลือไปดูแล และในขณะเดียวกันกรมการรักษาดินแดนนี้ก็จะต้องจัด ชุดเคลื่อนที่ออกไปเพื่อสนับสนุนการฝึก เพราะเราฝึกให้กับกําลังสํารองเหล่านี้นั้น เป็นจํานวนมากมายประมาณสัก ๒๐๐ กว่าชุดได้ เพราะฉะนั้นหน่วยทหารที่ได้รับภารกิจ การฝึกทหารเหล่านี้นั้นก็เป็ นหน่วยที่สามารถที่จะรับการฝึกได้ คือหมายความว่า มีความพร้อมและสามารถที่จะทําการฝึก ถึงแม้ว่าจะขาดแคลนในเรื่องของกําลังพล ในเรื่องของยุทโธปกรณ์ ทางกองทัพบก และหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนนี้ก็จะเข้าไปช่วย สนับสนุนในการดูแล เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการในการจัดกําลังสํารองทั้งหมด

เพราะฉะนั้นผมอยากเรียนว่า การฝึกตามเป้ำหมายของเราในคําถาม ข้อที่สามนั้นคือในปี ๒๕๕๒ เราฝึกไปทั้งหมดไม่ใช่แสนกว่าคน เราฝึกไปทั้งหมด ๓๑๘,๕๘๐ คน ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าเป็ นการฝึกทางด้านยุทธการนี่เราจะฝึกให้เพียง ๒๓๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้น เกินอัตราไปประมาณ ๘๗,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งเราฝึกไปปีที่แล้ว ในปี ๒๕๕๒ เพราะฉะนั้นตามที่ท่านว่านี่ครับ กําลังพลคือเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ที่ได้รับการฝึกเหล่านี้นั้นเมื่อเข้าไปเราก็มีการเกณฑ์ทหาร มีคนที่จะกลับเข้ามาเกณฑ์ทหารนั้น ก็เหลือในอัตราส่วนที่น้อยลง ซึ่งการจับสลากหลังจากมีการสมัครแล้วก็เป็นเพียงอัตรา ๑ : ๒ กว่า ๆ เท่านั้นที่จะเป็นการจับสลากเพื่อให้เป็นทหารกองประจําการ เพราะฉะนั้น เรียนว่ามันก็มีความจําเป็นอย่างยิ่งอย่างที่ท่านว่า เราก็ต้องการทหารกองประจําการ ที่มีประสิทธิภาพ เพราะคนที่มีความรู้ความสามารถนั้นเข้าไปเรียน ร.ด. ไปทั้งหมดแล้ว เมื่อทหารกองประจําการนั้นไม่ได้รับการเกณฑ์ทหารเข้ามา กองทัพก็จะได้รับผลตอบแทน คือมีประสิทธิภาพน้อยลง เมื่อกี้ท่านก็พูดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เราได้ทํามานั้น เราได้ทําตามยุทธศาสตร์การป้ องกันประเทศมาโดยตลอด แล้วก็ทําตามนโยบาย ของรัฐบาล จริง ๆ แต่เดิมนั้นเราก็จะฝึกเพียง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้น แต่ก็มีอยู่ยุคหนึ่ง ซึ่งทางรัฐบาลต้องการที่จะเป็นการฝึกวินัยเยาวชนของชาติเพิ่มมา ๘๐,๐๐๐ กว่าคน เราก็เพิ่มให้ แล้วก็จัดครู จัดยุทโธปกรณ์ ในการเสริมเพื่อที่จะให้เป็นไปตามนโยบายของ รัฐบาล ซึ่งเราก็ทํามา ซึ่งขณะนี้ก็ฝึกไป ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนต่อปี ผมก็คิดว่ามันมาก แล้วก็เกินความจําเป็นในเรื่องของกําลังสํารองไปมากมายแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็เรียน ให้ทราบ

ส่วนในเรื่องของการรับสมัครของผู้ที่จะเข้ามานั้น เรามีขั้นตอน ในการดําเนินการโดยกําหนดคนที่จะเข้ามาว่าควรจะเป็นอย่างไร คือจะต้องผ่าน การทดสอบร่างกายนี่เป็นเรื่องสําคัญ ส่วนในเรื่องของการเรียนนั้นเราเพียงเอาเกรด (Grade) แค่ ๑ เท่านั้นเอง แล้วก็การให้มาทดสอบร่างกายนั้นก็จะทดสอบแค่ สองสามอย่างคือดันพื้น วิ่ง แล้วก็ยุบข้ออะไรเท่านั้นเอง ซึ่งก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรง เพราะฉะนั้นกําลังพลที่เราได้มานั้นก็ควรเป็นกําลังพลที่ผมว่า ก็เพียงแต่ว่าให้ร่างกาย สมบูรณ์ในการที่จะมาเป็นกําลังพลสํารอง แล้วก็ผ่านการทดสอบตามที่หน่วยบัญชาการ รักษาดินแดนนั้นเขาได้กําหนด และถ้ามันมีการร้องเรียนทางหน่วยบัญชาการก็จะทําการ ตรวจสอบทันที แล้วก็ตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และขอยืนยันว่า ในเรื่องของความไม่โปร่งใสนั้นกองทัพบกคงไม่ปล่อยให้มี ไม่ปล่อยให้ เกิดความไม่โปร่งใสขึ้นได้ เพราะฉะนั้นเราจําเป็นในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นขอเรียนให้ทราบ ว่า การฝึกวิชาทหารทั้งหมดนั้นเป็นรูปของกระบวนการการผลิตแล้วเราก็ทํามาอย่างมีระบบครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเจ้าของกระทู้ถาม

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ได้ชี้แจงถึงการรับนักศึกษาวิชาทหาร ในแง่มุมต่าง ๆ นะครับ แม้ว่าจํานวนนักศึกษาวิชาทหารที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ได้ดําเนินการฝึกปีละ ๓๑๐,๐๐๐ กว่าคนนี่นะครับ นั่นก็เข้าใจว่าเป็นนักศึกษาวิชาทหาร จํานวนครบทั้ง ๓ ชั้นปีหรือ ๕ ชั้นปีนะครับ แต่ว่าความต้องการของนักศึกษาที่จะเข้าไปใหม่ ในแต่ละปีมีเป็นจํานวนมากตีเสียว่าประมาณเกือบ ๑๖๐,๐๐๐ คน นี่คือคนที่ต้องการ แต่ว่ายังมีนักเรียน นักศึกษาซึ่งเป็นเยาวชนลูกหลานของเราที่น่าที่จะมีโอกาสได้เข้าเรียน วิชาทหารอีกประมาณผมคิดว่าไม่น้อยกว่าปีละ ๒๐๐,๐๐๐ คนนะครับ ทําอย่างไรกองทัพ จะสามารถรองรับสิ่งเหล่านี้ได้ ซึ่งก็ขอความกรุณาท่านได้ชี้แจงอีกครั้งหนึ่งในโอกาส ท้ายนี้นะครับ

ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันนี้เราเผชิญกับ ปัญหาภัยคุกคามรอบด้านนะครับ สถาบันหลักของชาติทั้งสามคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อยู่ในภาวะที่ถูกสั่นคลอนมากที่สุดยุคหนึ่ง กองทัพเป็นสถาบันหลัก ในการทําหน้าที่สร้างความมั่นคงให้กับสถาบันหลักทั้งสามเหล่านี้ ความมั่นคงของ กองทัพผมคิดว่าไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะมีอาวุธที่ทันสมัย มีอาวุธที่มีจํานวนมากกว่า เหนือกว่า คู่แข่งขัน คิดเพียงแต่ว่าเราจะมีกําลังพลรบที่มีสมรรถนะที่สูงกว่าคนอื่นเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วหัวใจสําคัญนี่อยู่ที่พลเมืองของประเทศ ถ้าพลเมืองของประเทศ มีความแข็งแกร่ง มีความสํานึกในความรักต่อชาติ ต่อศาสนา ต่อพระมหากษัตริย์ อย่างทุ่มเทจริงจังแล้ว ผมคิดว่านี่คือจะเป็นกําลังสํารองของชาติที่มีประสิทธิภาพ อย่างแท้จริง ปัญหาว่าเราจะสร้างให้คนไทยทุกคนได้เป็นกําลังสํารองที่แข็งแกร่ง มีศักยภาพแล้วก็ไว้วางใจได้อย่างไร นี่เป็นประเด็นที่ทั้งรัฐบาลและกองทัพจะต้องคิดกัน สําหรับผมก็คือว่าเราต้องย้อนกลับมาถึงเรื่องการเรียนวิชาทหารของเยาวชนลูกหลานของ เรา ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้นี่เป็ นจุดเริ่มต้นสําคัญถ้าเราคิดเพียงมิติเดียวว่า ลูกหลาน ของเราที่จะเข้าไปเรียนวิชาทหารนี่ต้องเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรงแข็งแกร่งเท่านั้น เราเรียนเพื่อให้มีวินัยตามกรอบของกองทัพ ให้มีความแข็งแกร่งทางด้านร่างกาย เพื่อพร้อมที่จะเป็นกําลังรบในอนาคตเท่านั้นผมคิดว่าไม่พอ ผมคิดว่าการสร้างสํานึก รักชาติของคนในชาติต้องเริ่มต้นจากความคิดจากสมองของคนนะครับ ทําไมเราไม่ใช้ โอกาสที่เยาวชนทั้งชายทั้งหญิงที่ปรารถนาที่จะเข้าไปเรียนวิชาทหาร ปรารถนาจะเข้าไป สัมผัสสัมพันธ์กับกองทัพนี่ให้เป็นประโยชน์มากกว่าที่เป็นอยู่ คนเหล่านี้นะครับ เยาวชน ลูกหลานของเราที่เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายล้วนแต่ถ้าพูดถึงว่าในยุคใหม่นี่ เขาก็เป็นเสรีชนที่มักจะไม่อยู่ในกรอบ ในระเบียบวินัยเท่าใดนัก แต่เมื่อเขาปรารถนา ที่จะเข้าไปศึกษาวิชาทหารนี่ผมคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสที่กองทัพจะใช้โอกาสเหล่านี้ ดึงเยาวชนลูกหลานของเราจํานวนหลายแสนคนเหล่านี้เข้าไปฝึ กฝนไม่เพียงแต่ ระเบียบวินัยหรือความแข็งแกร่งเท่านั้น แต่น่าจะเป็นโอกาสในการให้ข้อมูลความรู้ ที่ถูกต้องเกี่ยวกับงานด้านการทหาร เกี่ยวกับการกล่อมเกลาปลูกฝังจิตสํานึก ในการรักชาติที่ถูกต้องที่แท้จริงแล้วก็สามารถทําได้อย่างมีแบบแผนและต่อเนื่องด้วย เวลานี้ต้องยอมรับว่าการปลูกฝังจิตสํานึกรักชาติให้กับคนในชาติ ไม่มีสถาบันไหนที่จะ ทําได้ดีเท่ากับกองทัพ กองทัพมีความพร้อมทุกด้าน ทั้งเครื่องไม้เครื่องมือ ทั้งเครือข่าย ทั้งกําลังคน ทั้งความรู้ความสามารถของบุคลากรในกองทัพเอง วันนี้กองทัพก็ต้องคิดใหม่ กับเรื่องนี้นะครับ ข้อเสนอของผมก็คือว่ากองทัพต้องเปิดกว้างในการรับนักศึกษา วิชาทหารเข้าไปโดยไม่จํากัดจํานวน ผมเชื่อว่ากองทัพมีความพร้อมที่จะรับนักเรียน เยาวชนทั้งชาย หญิงที่จะเข้าไปเรียนวิชาทหารได้หมด เพียงแต่ว่าฝ่ายรัฐบาลต้องพร้อม นั่นก็คือการจัดสรรงบประมาณ และการมียุทธศาสตร์ มีนโยบายที่ชัดเจนแน่นอน การผ่านงบประมาณไปในการทําเรื่องการรับนักศึกษาวิชาการทหารนี้อาจจะผ่านไป ทั้งทางกระทรวงกลาโหมก็ได้ หรือประสานงานโดยผ่านไปทางกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งดูแลนักเรียน นักศึกษาในทุกระดับเหล่านี้อยู่แล้วก็ได้

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าหลักสูตรวิชาทหาร ผมไม่แน่ใจว่าได้พัฒนา ปรับปรุง ไปมากน้อยแค่ไหน แต่ว่าต้องมากกว่าเตรียมพร้อมเพื่อที่จะให้คนไปรบหรือการใช้กําลัง เพียงอย่างเดียว จะต้องมีความเข้มข้นควบคู่ไปในเรื่องการให้กําลังสํารองกลุ่มนี้ มีความคิดอ่าน มีจิตสํานึกในการปกป้ องบ้านเมืองในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างแท้จริง ผมคิดว่าหลักสูตรวิชาทหารที่จะทําให้กับเยาวชนลูกหลานของเราจะเป็นหลักสูตร ในการสร้างคน สร้างชาติได้อย่างแท้จริง สําหรับเรื่องการเกณฑ์ทหารนะครับ ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเองท่านก็ห่วงใยว่าอาจจะเป็นปัญหาในเรื่องของ ประสิทธิภาพ เรื่องของคุณสมบัติคนที่จะเข้าเกณฑ์ทหาร หรือว่าทําให้ประสิทธิภาพ ของกําลังพลที่มาจากการเกณฑ์ทหารลดลงก็ได้ แต่ว่าผมมีข้อเสนออย่างนี้นะครับว่า เป็นไปได้หรือไม่สําหรับผู้ที่เรียนวิชาทหาร เรียนจบหลักสูตร ๓ ปี ไม่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ ทหารก็ได้ แต่หลังจากนั้นต้องเข้ารับการฝึกเตรียมพร้อมอย่างน้อยที่สุดปีละครั้ง จะกี่ปี ก็ว่าไปตามแผนกําลังสํารอง ซึ่งก็เข้าใจว่าสภาเราก็กําลังจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กําลังสํารองในเร็ว ๆ นี้ท่านก็สามารถวางได้ว่าจะให้เขามาฝึกเตรียมพร้อมกี่ปี ผู้ที่ผ่าน หลักสูตร ๕ ปี อันนี้ไม่ต้องเกณฑ์ทหารเลย เพราะถือว่าได้ผ่านทั้งการฝึกในระดับ ๓ ปี แล้วก็ ๒ ปีหลัง ซึ่งสามารถเป็นผู้บังคับหมวดได้ อย่างไรก็ตามทั้ง ๒ ส่วนนี้เมื่อประเทศ เข้าสู่ภาวะสงคราม หรือเข้าสู่ภาวะวิกฤติที่จะต้องเกณฑ์ทหาร คนเหล่านี้ก็จะต้อง เข้าประจําการเพื่อรับใช้กองทัพ รับใช้ชาติ

ประเด็นต่อมาครับ นักเรียนชายและนักเรียนหญิงควรจะไม่มีข้อจํากัด ในการเข้าเรียนวิชาทหาร ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ถือว่าได้เปิดกว้างให้นักเรียนหญิงเข้ามาเป็น จํานวนมาก แต่ว่าเป็นไปด้วยความสมัครใจ กองทัพต้องเชิญชวนให้ทั้งชายและหญิง เข้าไปสัมผัสกับกองทัพ เพื่อที่จะอบรมกล่อมเกลาในเรื่องจิตสํานึกรักชาติอย่างที่ ผมได้เรียนท่าน

ประเด็นสุดท้ายที่จะนําเสนอให้กับท่านก็คือว่าเป็ นไปได้หรือไม่ว่า การเกณฑ์ทหารจะต้องทบทวน เวลานี้จํานวนทหารเกณฑ์แต่ละปีเราก็ได้จากสัดส่วน เท่าที่ทราบก็คือว่าสัดส่วนของผู้เกณฑ์ทหารจับสลากใบดํา ใบแดง ถ้าให้ดีที่สุดจะได้คน ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดก็คือ ๑ : ๔ หรือ ๑ : ๕ แล้วได้ไป ๑ คน แต่ปัจจุบันเมื่อคนเรียน ร.ด. มากก็เหลือ ๑ : ๒ อย่างที่ท่านได้ว่า ผมคิดว่าต่อไปเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะใช้ระบบ อาสาสมัคร ให้สวัสดิการ มีสิ่งเชิญชวนที่มากขึ้น และมีระบบการเกณฑ์ควบคู่กันไปด้วย เหมือนกับสหรัฐอเมริกาที่ใช้ทั้ง ๒ ระบบ ถ้าทําอย่างนี้ได้ควบคู่ไปกับการพัฒนา เรื่องการเรียนวิชาทหารของเยาวชนของเรา ก็จะสามารถทําให้กองทัพมีกําลังคนที่มี ประสิทธิภาพได้อย่างแท้จริง

คําถามสุดท้ายที่จะมีกับท่านก็คือว่าเรื่องที่ผมได้นําเสนอมาทั้งหมดรัฐบาล และกองทัพคิดที่จะปฏิรู ปในเรื่ องนี้หรื อไม่ อย่างไร แล้ วก็มีแนวทาง ในการจะพัฒนาในเรื่องนี้อย่างไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตอบครั้งสุดท้ายครับ

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมขอเรียนว่า คําถามหรือสิ่งที่ท่านได้อภิปราย ทั้งหมดนั้นความจริงก็มีความสมบูรณ์ในตัวเองอยู่แล้ว ในเรื่องของการฝึกวิชาทหาร ผมอยากเรียนว่าการฝึ กวิชาทหารนั้น คือถ้าเราไม่มีความผูกพันกับในเรื่องของ การเกณฑ์ทหารได้ แล้วเราสามารถที่จะจัดกําลังพล ยุทโธปกรณ์ของเราเพื่อที่จะไปฝึก ให้กับเยาวชน นักศึกษา นักเรียนได้ เราก็สามารถที่จะทําได้โดยไม่มีการผูกพันกับ พระราชบัญญัติในเรื่องของการฝึกกําลังสํารองเราก็สามารถที่จะทําได้ ผมว่ากองทัพก็มี ความพร้อมในเรื่องเหล่านี้ในการที่จะทํา ซึ่งอันนี้ก็เป็นอันหนึ่งที่เราคงจะต้องมีการปฏิรูป ในการที่จะทําให้กําลังพลนั้น คือประชาชนหรือเยาวชนในชาตินั้นมีความรู้ความสามารถ มีระเบียบวินัย มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่เราทําอยู่ขณะนี้ทั้งหมดนั้นเราได้พิจารณา และมีการวิจัยของเรานั้นได้ทํามาทั้งหมดแล้วนะครับว่าเราได้พยายามที่จะทําให้เกิด ประโยชน์กับประเทศชาติแล้วก็เป็นไปตามยุทธศาสตร์ในการป้ องกันประเทศให้เกิด ความมั่นคงในทุกระดับ แล้วสิ่งที่ท่านพูดมาเกี่ยวกับในเรื่องเยาวชนจะต้องมีการเพิ่มพูน ความรู้ ไม่ใช่ฝึกแต่วิชาทหารอย่างเดียว นั่นก็คือทางกองทัพบกหรือว่ากรมการรักษา ดินแดนนั้นเราได้พิจารณาแล้วก็พัฒนาให้เป็นไปตามขั้นตอนเกี่ยวกับในเรื่องสถานการณ์ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันตลอดเวลาอยู่แล้วนะครับ เพราะว่ากองทัพนั้นตระหนักดีในเรื่องของ การที่จะดูแลรักษาอธิปไตยของชาติไว้ให้ได้ แล้วผมก็ยืนยันว่ากองทัพนั้นมีความมั่นคง แล้วก็ในเรื่องการฝึกการหัด ในเรื่องประสิทธิภาพของกําลังพลนั้นเรามีทุกขั้นตอน ในการที่จะทําให้กําลังพลนั้นมีประสิทธิภาพในการทํางาน และเช่นเดียวกันครับ กําลังสํารองทั้งหมดที่เรียนให้ท่านนั้นเราก็มีขั้นมีตอนในการที่จะเรียกเข้ามาทําการฝึก การหัดและการอบรม แต่ขึ้นอยู่กับงบประมาณของรัฐบาลที่จะมีเป็ นปี ๆ ไปว่า เราสามารถที่จะเรียกกําลังพลนั้นได้มามากน้อยขนาดไหน ซึ่งเรามีกองพลต่าง ๆ ที่จะทํางาน เรื่องอย่างนี้อยู่โดยเฉพาะนะครับ ผมอยากเรียนให้ท่านทราบนะครับว่าเรานั้นได้พยายามที่จะทํา ทุกอย่างให้เป็นไปตามที่ท่านได้พูดอยู่แล้ว แต่ในเรื่องการเพิ่มนักศึกษาวิชาทหารมากขึ้นนั้น ผมอยากเรียนว่าในเรื่องนี้ก็เป็ นปัญหาอย่างยิ่ง มันกระทบกับการเกณฑ์ทหาร ซึ่งท่านก็รู้ ผมก็รู้ และประชาชนส่วนใหญ่ก็คงจะรู้ว่ากระทบกระเทือนในเรื่องนั้น แล้วส่วนในเรื่องของการเกณฑ์ทหารนั้นเรามีส่วนหนึ่งเกณฑ์มาจับสลาก อีกส่วนหนึ่ง สมัครเราก็เปิดโอกาสให้ทําอยู่แล้วครับ เราก็ไม่ได้ว่าห้ามไม่ให้มีการสมัคร สมัครได้เลย คนไหนที่มีวุฒิแล้วก็สมัคร เป็น ๖ เดือน เป็นปีหนึ่ง เป็นปีครึ่ง เรามีกฎหมายรองรับอยู่ อย่างชัดเจนในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะฉะนั้นเยาวชนที่ไม่ได้เรียนวิชาทหารที่ไม่สามารถ สอบผ่านเข้าได้นั้นมันก็ไม่ใช่ความผิดของตัวนักเรียนหรือไม่ใช่ความผิดของทางราชการ แต่มันเป็นจํานวนแล้วก็เป็นเรื่องที่เราได้กําหนดคุณสมบัติอย่างชัดเจนว่าคนที่จะเข้ามา เรียนนั้นจะต้องทําได้ขนาดไหน และเมื่อเขาไม่ผ่านอย่างนี้ก็จะต้องยอมรับว่าไม่สามารถ ที่จะเรียนได้ อันนี้ก็เป็นกติกาที่เราวางไว้ และที่ท่านได้พูดมาทั้งหมดนั้นเป็นข้อสังเกตที่ดี ซึ่งผมแล้วก็ทีมงานนั้นก็คงจะเอาเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ไปเพื่อพิจารณาแล้วก็ร่วมกับ ทางกองทัพบกแล้วก็จะเสนอให้กับทางรัฐบาลในการที่จะพิจารณาดําเนินการให้เกิด ความเหมาะสมและให้เกิดความแข็งแกร่งให้กับเยาวชนของชาติในโอกาสต่อไป ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบวาระกระทู้ถามที่ ๑.๑.๑

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๒๔๖ เรื่องการประกันรายได้ของเกษตรกร ชาวนาจังหวัดลําพูน (นายสถาพร มณีรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้มอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ตอบ เชิญเจ้าของกระทู้ถาม

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสถาพร มณีรัตน์ ผมขออนุญาตมีหลักฐานประกอบในการอภิปราย ซึ่งได้ขออนุญาต ท่านประธานเรียบร้อยแล้ว ผมขออนุญาตนะครับ ขอเวลาสัก ๑ นาทีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ความจริงควรจะไปหาบ ข้างล่างให้เขาถ่าย

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในฐานะผู้แทนลูกหลานชาวไร่ ชาวนา สิ่งที่จะกระทู้ถามในวันนี้ก็คือว่า รัฐบาลได้ประกาศประกันรายได้เกษตรกร โดยเฉพาะพี่น้องชาวไร่ชาวนาทั่วประเทศ โดยวิธีการก็คือให้พี่น้องชาวไร่ชาวนาของกระผม ไปเปิดบัญชีที่ ธ.ก.ส. ไปขึ้นทะเบียนทําประชาคมเสร็จแล้วก็จะมีการประกันรายได้ เกษตรกร โดยบอกว่าการจํานํานั้นขอยกเลิกเปลี่ยนนโยบายเป็นการประกันรายได้ พี่น้อง จังหวัดลําพูนและเกษตรกรทั่วประเทศก็รีบไปขึ้นทะเบียน รีบไปประชาคม วิ่งเข้าวิ่งออก ธ.ก.ส. ท้องไร่ท้องนาปั่นป่วนกันไปหมด โดยคิดว่าจะได้ฝนตกทั่วฟ้ำ กราบขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีเป็ นคนให้ นโยบายอันนี้ไว้ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ออกทีวี (TV) เอาชาวไร่ชาวนามาเป็นแบคอัพ (Backup) หรือวอลล์เปเปอร์ (Wallpaper) นี่ถ้ำเป็ นป้ำเช็งผมแจ้ งความจับแล้ วนะครับว่า โฆษณาเกินจริง พี่น้องชาวนาของกระผมนั้นไม่ได้รับทราบข้อมูลครับ เปิดทีวีช่อง ๑๑ ดู ก็กลายเป็นแต่เรื่องการเมือง เอาแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้ไปใส่ในช่อง ๑๑ แทนที่จะบอก พี่น้องเกษตรกรว่ามี ๒ เรื่อง เรื่องของการประกันรายได้มีหลักเกณฑ์หลักฐานอย่างไร พอมีปัญหาก็โทษ ธ.ก.ส. ว่า ธ.ก.ส. ทําสัญญาช้า ท่านประธานที่เคารพ การประกันรายได้ ของเกษตรกรนั้นเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนธันวาคม พี่น้องของกระผมนั้นปลูกข้าวนาปี กว่าจะเกี่ยวข้าวแล้วเสร็จก็ประมาณเดือนธันวาคม ท่านก็ไปทําสัญญากันครับ ปรากฏว่าถ้าทําสัญญาราคากลางของสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าว ทั้งข้าวเปลือกเหนียว ข้าวเปลือกปี ข้าว กข. ข้าวนาปรัง ข้าวนาปี ท่านให้ราคากลางไว้อย่างนี้ครับ ข้าวหอมมะลิราคาประกัน ๑๕,๓๐๐ บาท ข้าวหอมจังหวัดราคาประกัน ๑๔,๓๐๐ บาท ข้าวเปลือกเจ้าอายุสั้น ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน ข้าวปทุมธานีราคาประกัน ๑๐,๐๐๐ บาท ข้าวเปลือกเหนียวซึ่งพี่น้องเหนือกับอีสานปลูก มากที่สุด ๙,๕๐๐ บาท ราคากลางที่ท่านนายกรัฐมนตรีให้นี่แหละครับ ประมาณ เดือนพฤศจิกายน เอาเดือนพฤศจิกายนครับ ราคาที่ซื้อขายกันในท้องตลาดที่ท่านบอกว่า เป็นราคาอ้างอิงหรือราคากลางนั้น ๑๔,๘๔๐ บาท อันนี้เป็นข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียวนั้นประมาณ ๗๖,๐๐๐ บาท ถ้าพี่น้องชาวนาทําสัญญากับ ธ.ก.ส. จะได้เงินคืน ในส่วนของข้าวหอมมะลิตันละประมาณ ๔๖๐ บาท ถ้าเป็นข้าวเหนียวก็อยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ บาท หรือ ๑,๘๒๐ บาท แต่พี่น้องของผมไม่เข้าใจครับ ท่านอย่ามาโทษ ธ.ก.ส. แล้วมาอ้างเอามติคณะรัฐมนตรีย้อนหลังนะครับ ผมก็ขอบคุณท่านที่เอาคณะรัฐมนตรี ย้อนหลังที่จะให้คลุมเกษตรกรที่ตกหล่นและเกษตรกรที่ทําสัญญาผิดพลาด ปรากฏว่าพี่ น้องของผมไปทําสัญญาซื้อขายข้าวกันในเดือนธันวาคม ปรากฏว่าข้าวในเดือนธันวาคม ราคามันขึ้นครับ แต่ราคาท้องตลาดที่ขายมันตํ่าครับ เขาก็คิดว่าถ้ารีบขายให้โรงสี เขาจะได้ราคาประกัน เขาจะได้ประกันรายได้ ปรากฏว่าพอขายแล้วราคาข้าวเหนียว วันที่ ๑๐-๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ท่านประกาศไปในราคาอ้างอิง ๙,๕๙๑ บาท ชาวบ้านขายแล้วจะมาขึ้นทะเบียนขอเงินไม่ได้สักบาทครับ เป็นลบ ๙๑ บาท เพราะราคา มันแพงครับ เสร็จจากนั้นพอถึงเดือนมกราคม ปรากฏว่าราคาข้าวเหนียว ๑๑,๗๐๖ บาท ต่อตัน ติดลบไปอีก ๒,๒๐๖ บาท ไม่ได้เงินอีก จึงเป็นที่มาของกระทู้ถามของผม เพราะท่านบอกว่าฝนตกทั่วฟ้ำ แต่มันไม่ทั่วฟ้ำจริงครับ แล้วท่านก็โทษ ธ.ก.ส. ชาวบ้าน ก็เครียด เกษตรกรก็เครียดว่าเมื่อไรเงินจะได้ ปรากฏว่าเขาเดินขบวนไปที่ ธ.ก.ส. ที่จังหวัดลําพูน เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้ว ไม่ใช่เฉพาะที่จังหวัดลําพูน จังหวัดลําปางก็มี ภาคอีสานก็มีหลายที่ที่ร้องเรียนได้เงินช้า เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นท่านอย่าโทษ ข้าราชการประจําครับ ท่านไม่ได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รับทราบเท่าที่ควร เอาทีวีไป แต่เรื่องการเมือง ไม่ได้พูดถึงเรื่องปากท้องชาวบ้าน เช้ามาก็จะจับทักษิณ จะยึดทรัพย์ ทักษิณ เย็นมาก็เอาแล้วจะวางระเบิด แดงจะไล่โน่นไล่นี่ ปรากฏว่าสิ่งนี้ขาดโอกาสครับ ผมเองจึงรับความทุกข์ของแผ่นดิน รับความทุกข์ของชาวไร่ชาวนา มาตั้งกระทู้ถาม ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตัวแทนของพี่น้องเกษตรกรที่มีความทุกข์ ที่ประกาศว่า มีรายได้แต่เงินไม่เข้าบัญชี ผมจึงขอตั้งคําถามท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า เกษตรกรจังหวัดลําพูนจํานวนประมาณ ๒๐,๐๐๐ ราย และเกษตรกรที่ยังตกค้างอยู่นั้น เขาจะได้รับเงินเมื่อไร ถ้าได้รับจะได้รับอย่างไร ทําสัญญาในเดือนไหน แล้วจะให้รายได้ เขาทําอย่างไร เป็นคําถามที่ ๑ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ วางหาบก่อนครับ เดี๋ยวจะเหนื่อย เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอกราบเรียนท่านประธานในกรณีโครงการ การประกันรายได้ อยากจะเรียนกับทางเพื่อนสมาชิกผ่านท่านประธานว่า นโยบาย การประกันรายได้นี่ต้องการที่จะให้พี่น้องเกษตรกรทุกคนได้รับประโยชน์ก็คือ มีหลักประกันในเรื่องของรายได้ของเกษตรกร โดยหลักที่ใช้ในการทํานโยบาย ก็คือเกษตรกรซึ่งมาขึ้นทะเบียนหลังจากที่ได้ดําเนินการเพาะปลูกก็จะมีสิทธิว่าจะได้รับ รายได้ขั้นตํ่า ซึ่งก็หมายถึงว่าจะต้องขึ้นอยู่กับราคาในตลาด ถ้าราคาในตลาดนั้นคํานวณ ออกมาแล้วเท่ากับว่าได้รายได้ขั้นตํ่าแล้วก็จะไม่มีการชดเชย แต่ว่าถ้าหากว่าไปขาย ผลผลิตได้ราคาตํ่ากว่าเกณฑ์ที่ประกันรายได้ก็จะได้รับการชดเชย โดยรัฐบาลนั้น จะมีการประกาศราคาที่ใช้อ้างอิงในการซื้อขายในตลาด โดยคํานวณจากราคา ที่ซื้อขายจริง และกระทรวงพาณิชย์ก็จะมีมาตรการในการที่จะไปดูแลว่าเป็นราคา ที่สะท้อนความเป็นจริงทุก ๑๕ วัน ปัญหาที่เกิดขึ้นที่จังหวัดลําพูนและในบางจังหวัด ก็ขอกราบเรียนว่าเป็นปัญหาที่เราติดตามครับ ไม่ได้ละเลย เฉพาะที่จังหวัดลําพูน ก็กราบเรียนว่าเพื่อน ส.ส. ของท่าน คือ ส.ส. ขยันก็เป็ นคนที่มาติดตามเรื่องนี้ ทั้งในที่ประชุมพรรคของผม ทั้งที่เวลาพบปะกับผมอยู่เกือบตลอดเวลา ผมก็ได้รับทราบปัญหาเช่นเดียวกับ อีกหลายพื้นที่ หลายจังหวัด ซึ่งก็จะมีปัญหาแตกต่างกันไป คณะรัฐมนตรีแล้วก็ คณะกรรมการนโยบายข้าวก็ใช้หลักในการพิจารณาว่าจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ผมกราบเรียนครับว่าพวกเราไม่มีใครไปตําหนิคนทํางานทั้งสิ้นครับ เราเข้าใจข้อจํากัดว่า ระยะเวลาที่กระชั้นแล้วก็เป็นเรื่องใหม่ แล้วก็การสื่อสารบางครั้งไม่สามารถไปได้ทั่วถึง แต่ว่าเมื่อเกิดปัญหาในทางปฏิบัติเราก็จะมีหลักอย่างนี้ครับ หลักก็คือว่าถ้าเกษตรกร สูญเสียประโยชน์เนื่องจากเป็นเกษตรกรที่ไปถูกจํากัดสิทธิ เช่น ทําสัญญาแล้วถูกระบุ ในสัญญาว่าต้องใช้สิทธิในวันนั้นวันนี้ ทั้งที่ความเป็ นจริงแล้ว ตามความเป็ นจริงแล้วก็ ตามนโยบายก็คือว่าเขาน่าจะมีโอกาสได้ใช้สิทธิในเวลาอื่น กรณีเช่นนี้รัฐบาลก็จะชดเชยให้ ก็จะมีมติคณะรัฐมนตรีที่จะมาแก้ปัญหาเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา เช่นช่วงแรกก็มีเกษตรกร จํานวนมากอยากจะใช้สิทธิในช่วงเดือนพฤศจิกายน แต่ว่าก่อนหน้านั้นการทําสัญญา จะไประบุช่วงเวลาของการใช้สิทธิไปที่เดือนธันวาคม ต่อมาคณะรัฐมนตรีก็เห็นว่า ควรจะใช้สิทธิได้เลย ก็มีมติในวันที่ ๒๔ พฤศจิกายนว่าถ้าทําสัญญาแล้วให้ใช้สิทธิได้เลย เนื่องจากว่ากระบวนการการทําสัญญามันช้ากว่าเป้ำหมายที่เคยกําหนดไว้อย่างนี้เป็นต้น ต่อมาก็มีเกษตรกรอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งไปทําสัญญาเอาช่วงเดือนธันวาคม แต่แท้ที่จริงแล้ว ต้องการจะใช้สิทธิตั้งแต่ช่วงก่อนหน้านั้น หรือมีเกษตรกรที่ไปทําสัญญา หรือถูกระบุให้ ใช้สิทธิช่วงปลายเดือนธันวาคม แต่ต้องการจะใช้สิทธิช่วงต้นเดือนธันวาคมอย่างนี้เป็นต้น สุดท้ายปรากฏว่าราคาข้าวในตลาดสูงขึ้นไป ทําให้เป็นอย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวว่า ในช่วงวันที่ ๑๖-๓๐ ธันวาคม ไม่มีการชดเชยเลย คณะรัฐมนตรีก็เห็นว่ากรณีเช่นนี้ ก็ควรที่จะให้สิทธิกับเกษตรกรที่ความจริงแล้วอยากจะใช้สิทธิก่อนวันที่ ๑๖ ธันวาคม ให้ย้อนกลับไปใช้สิทธิได้ในราคา ๑-๑๕ ธันวาคม กรณีของจังหวัดลําพูนก็จะมี ๕,๖๐๐ ประทานโทษครับจะมีทั้งสิ้น ๕,๖๗๐ ราย ซึ่งได้ประโยชน์จากมติ คณะรัฐมนตรี ซึ่งแก้ไขตรงนี้ไปแล้ว อันนี้เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าเราไม่ได้ละเลยกับปัญหาเลย แล้วก็ มีเกษตรกรซึ่งได้รับประโยชน์จากการแก้ไขมติคณะรัฐมนตรีในทางปฏิบัติไปแล้ว แต่ว่าขณะนี้กลุ่มที่เป็นปัญหาที่เหลืออยู่ของจังหวัดลําพูนประมาณ ๙,๐๐๐ กว่าราย เป็นอีกปัญหาหนึ่งก็คือว่า ที่คณะรัฐมนตรีให้ย้อนกลับไปใช้ราคาในวันที่ ๑-๑๕ ธันวาคม ไม่ได้ช่วยในกรณีข้าวปทุมธานีกับข้าวเหนียวซึ่งต้องการที่จะไปใช้สิทธิในช่วงระหว่าง วันที่ ๑๖-๓๐ พฤศจิกายน ซึ่งเรื่ องนี้ก็มีการนําเข้ำสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการนโยบายข้าวแล้วก็คณะรัฐมนตรี แล้วก็ได้มีมติออกมา แต่ปรากฏว่า มติที่ออกมานั้นเป็นมติที่ครอบคลุมเกษตรกรที่ทําสัญญาในเดือนธันวาคม ก็ทราบว่ายังมี เกษตรกรอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งยังมีปัญหา ก็คือทําสัญญาในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน แต่ว่าถูกระบุในสัญญาว่าให้ใช้สิทธิช่วงเดือนธันวาคม ไม่ทราบว่ามีมติคณะรัฐมนตรีว่า หลังจากวันที่ ๒๔ ให้ใช้สิทธิได้เลยซึ่งก็เลยยังไม่ได้ใช้สิทธิ กรณีนี้ผมได้รับทราบแล้ว ท่าน ส.ส. ขยันก็เอาตัวเลขเอาอะไรต่าง ๆ มาให้ผมดู ก็จะนําเข้าสู่การประชุมของ คณะรัฐมนตรีในครั้งต่อไป เพื่อที่จะแก้ให้เกษตรกรซึ่งทําสัญญาในช่วงปลายเดือน พฤศจิกายน แต่เข้าใจว่าตัวเองจะต้องรอใช้สิทธิเดือนธันวาคม และเมื่อถึงเวลานั้นแล้ว ปรากฏว่าส่วนต่างราคาไม่มี คือไม่ได้รับการชดเชยก็จะอนุโลมให้กลับไปใช้สิทธิ ในช่วงราคาของปลายเดือนพฤศจิกายนได้ เพราะฉะนั้นปัญหานี้ก็น่าจะได้รับการแก้ไข ครอบคลุมทุกกลุ่มแล้วครับ ส่วนกรณีอื่นก็ไม่น่าจะมีประเด็นแล้วเพราะว่าหลักที่เราใช้ ในการทําเรื่องนี้ก็ง่าย ก็คือว่าถ้าเป็ นกรณีที่เขาถูกจํากัดสิทธิโดยความเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อนไปหรือการสื่อสารไม่ถึงกัน จะด้วยเหตุใดก็ตามก็จะมีการเยียวยาให้ แต่ถ้าเป็นกรณีซึ่งเกษตรกรเลือกไม่ใช้สิทธิเองอันนั้นก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง เพราะว่า เราถือว่าเมื่อไปขาย สมมุติไปขายสินค้าหรือผลิตผลในช่วงที่ราคาดีแล้วได้รายได้ ซึ่งสูงกว่าระดับที่ประกันไว้แล้วก็จะไม่มีการชดเชย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าภายในสัปดาห์หน้า มติคณะรัฐมนตรีคงจะสามารถที่จะทําให้ครอบคลุมแก้ไขปัญหาเกษตรกรที่ลําพูนได้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเจ้าของกระทู้ถาม

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน เมื่อได้ยินคําตอบ ของท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้ประกาศนโยบายแล้วก็จะมีการเยียวยาเกษตรกร เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีของท่าน ข้อเท็จจริงก็คือว่าเกษตรกรของเรานี่เมื่อดูดข้าวออกจากนามาปุ๊ บขายทันทีครับ ขายทันที ความชื้นก็ถูกกด ราคาก็ถูกกด เขาไม่ได้ไปเฝ้ำเหมือนนักตลาดหลักทรัพย์ เขาไม่ใช่ นักเล่นหุ้นต้องมาเฝ้ำกระดานว่าอีก ๑๕ วัน ราคาเท่าไร อย่างไร ตรงนี้เป็นปัญหาครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องแก้ไขก็คือต้องมีการทําสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้ชัดเจน ท่านต้อง ทําสัญญาให้ชัดเจนอย่าปล่อยให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ วันนี้โรงสีเปรมปรีดิ์ครับ เปรมปรีดิ์ อย่างไรได้ซื้อข้าวถูก พอข้าวหลุดออกจากมือชาวนาข้าวขึ้นราคา ท่านไม่เห็นหรือครับ มันผิดปกติอย่างไรเดือนธันวาคม ข้าวทําไมมันขึ้นราคาทั้ง ๆ ที่ใครก็ไม่มีออร์เดอร์ (Order) สั่งซื้อ สั่งขายเลย แสดงว่ามีการซ่อนเงื่อนระหว่างนโยบายของรัฐกับเจ้าของโรงสี และผู้ส่งออกบางเจ้าปั่นราคาข้าวกันครับ เสร็จจากนั้นข้าวทะลักครับ ทะลักมาจาก ประเทศลาว โรงสีตัวกลางข้าวเพื่อนบ้านทะลักไทย ทุกด่านขนข้าวเข้ามาหมด เอามาสวมตอ เป็นข้าวไทย นี่คือเรื่องเท็จจริง เพราะฉะนั้นจากที่เกษตรกรดูดออกจากท้องนาแล้วขายทันที ได้ราคาตํ่า แล้วก็มาทําสัญญาขายตามราคาที่ท่านตั้งสูงลิ่วเลยนะครับ มันจะแตกต่างกัน ถึงประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของราคาจริง สมมุติท่านตั้งราคาอ้างอิง ๑๐,๐๐๐ บาท ข้าว ในวันนั้นจะขายได้ประมาณ ๖,๐๐๐ บาทเท่านั้นนะครับ แล้วโรงสีก็จะเป่าหัว เอาสาย ของเขาไปเป่าหัวชาวบ้านว่าไปเอาโน่น เดี๋ยวรัฐบาลจะเอามาชดเชยให้ไม่ต้องห่วง จากท่านขายกิโลกรัมละ ๖ บาท รัฐบาลชดเชยอีก ๒ บาท ๕๐ สตางค์ ท่านก็จะขายได้ ๘ บาท ๕๐ สตางค์ ชาวบ้านก็ฝันหวานครับว่าจะได้ชดเชย ๒ บาท ๕๐ สตางค์ เขาไม่รู้หรอกครับว่าราคาอ้างอิงลบแล้วมันจะเหลือเท่าไรกับราคาที่ท่านประกัน เพราะเจ้าของโรงสี พ่อค้าเขามีวิธีการที่จะซื้อข้าวจากชาวนาครับ มันอย่างนี้จริง ๆ ไม่ทราบว่า ส.ส. ของท่านรายงานท่านอย่างนี้หรือเปล่า มันอย่างนี้จริง ๆ เขามีเครื่องดูดข้าว จากพ่อค้าคนกลาง ดูดเสร็จใส่รถเสร็จชั่งตรงนั้นขนตรงนั้น ความชื้นไม่ต้องพูดถึง ตัดทิ้งเลย ๖,๐๐๐ บาท เอาไปเลยเดี๋ยวคุณไปเอาของรัฐบาล ๒ บาท ๕๐ สตางค์ ต่อกิโลกรัม เขาพูดอย่างนี้จริง ๆ มันจริง ๆ นะนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นผมนําเรียน คําถามที่ ๒ ของกระผมว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ถ้าราษฎรขายข้าวได้ถูก ชาวนาขายข้าวได้ถูก ในขณะที่ราคาประกันท่านประกาศไว้แพงกว่าข้อเท็จจริงท่านมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร เป็นคําถามที่ ๒ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญตอบ ท่านนายกรัฐมนตรี ตอบคนเดียว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับ เผอิญท่านถามว่า ส.ส. ขยันรายงานประเด็นปัญหาหรือไม่ ขอกราบเรียนว่ารายงานตลอดเวลานะครับ ทีนี้ผมก็กราบเรียนว่าแต่บางเรื่องอาจจะเข้าใจไม่ตรงกัน ปัญหาที่เป็นปัญหาในเชิงปฏิบัติ ที่เกิดขึ้นในการดําเนินการประกันรายได้ในรอบแรก ที่เป็นปัญหาเช่นราคาอ้างอิงกับราคา ที่มีการรับซื้อไม่ตรงกัน กรณีเช่นนี้เรามีมาตรการแทรกแซงของกระทรวงพาณิชย์ ที่จะเข้าไปรองรับ แล้วก็ได้ดําเนินการไปในหลายจังหวัด อันนี้ก็อยากจะกราบเรียน เพื่อให้ทราบว่า ข้อเท็จจริงก็คือรัฐบาลจะมีแนวนโยบายในลักษณะการรองรับอย่างนี้ อย่างวันนี้ ก็กราบเรียนว่า ส.ส. สุโขทัยก็มาร้องเรียนอยู่ว่าขณะนี้ราคาขายกับราคาอ้างอิงไม่ตรงกัน เราก็จะบอกทางกระทรวงพาณิชย์ให้ไปพิจารณาดูมาตรการในการแทรกแซงในพื้นที่ ต่าง ๆ ที่ได้รับการร้องเรียนมา อันนี้เป็นปัญหาในทางปฏิบัติซึ่งเราต้องแก้ไข แต่เราต้อง ช่วยกันทําความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรว่าการดําเนินนโยบายโครงการประกันรายได้ การรับเงินชดเชยกับการไปขายข้าวแล้วได้รับคําชี้แจงจากใครก็ตาม จะเป็นพ่อค้า หรือใครก็ตามแล้วบอกว่าเขาจะซื้อเท่านี้แล้วที่เหลือไปรับจากรัฐ นั่นไม่ใช่วิธีการของ โครงการประกันรายได้ ผมก็ต้องขอความกรุณาว่าท่าน ส.ส. ต้องช่วยไปชี้แจงหลักการ ของการประกันรายได้ เพื่อที่จะไม่ให้เกษตรกรไปหลงเชื่อหากมีใครเข้าไปดําเนินการ ในลักษณะเช่นนี้ แต่ที่ผมต้องกราบเรียนว่าท่านอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนเล็กน้อย เกี่ยวกับเรื่องของโครงการประกันรายได้ ก็คือว่าโครงการประกันรายได้นั้นการใช้สิทธิของ เกษตรกรจะมีช่วงที่เปิดโอกาสในการใช้สิทธิ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าการขายกับการใช้สิทธิ จะต้องตรงกันเสมอไป แล้วก็มาตรการที่เราจะดูแลต่อไปก็คือว่าให้เกษตรกรสามารถ ใช้สิทธิอยู่ในขอบเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในรอบที่ ๒ จะให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่ คิดว่าเป็นเหตุเป็นผล แล้วก็เป็นธรรมกับทางเกษตรกรในช่วงที่เขาขายผลิตผลของเขา แล้วก็บวก ลบการเคลื่อนไหวได้ประมาณ ๑ เดือนอย่างนี้เป็นต้น แต่ว่าที่ผมกราบเรียน ก็คือว่าท่านไปไกลถึงเรื่องว่าจะมีการทุจริตกัน อยากจะกราบเรียนว่า ที่ท่านพูดโดยเฉพาะ เรื่องการลักลอบเอาข้าวมาสวมไม่เกี่ยวกับโครงการประกันรายได้ เพราะนี่ไม่ใช่โครงการ จํานํา เงินที่เราชดเชยให้ทั้งหมดนี่ตรงไปที่เกษตรกร เพราะฉะนั้นวันนี้ผมกล้ายืนยันได้เลย ว่าตั้งแต่เราเปลี่ยนจากโครงการจํานํามาเป็นโครงการประกันรายได้ คนที่ได้ประโยชน์ จากเงินของรัฐคือเกษตรกรเต็ม ๆ แต่ถ้าเป็นโครงการจํานําสิครับ วันนี้เราจะมีปัญหามาก เพราะว่าข้าวจากต่างประเทศ ประเทศเพื่อนบ้านก็จะเข้ามาแล้วมารับประโยชน์ จากการจํานําได้ด้วย ซึ่งในกรณีของโครงการประกันจะทําไม่ได้ เพราะว่าจะถูกตรวจสอบ โดยการขึ้นทะเบียนและการประชาคมของพี่น้องประชาชน และการตรวจสอบจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ธ.ก.ส. ด้วย พร้อม ๆ กันไปนั้น ก็คือว่าการบริหารงานในส่วนของโรงสี พ่อค้าอะไรนั้น ประเด็นของโครงการประกันรายได้ ไม่มีแล้ว ไม่เหมือนโครงการจํานําที่สามารถไปมีช่องโหว่ ช่องว่างในการทุจริตเพิ่มเติมได้ โครงการประกันรายได้เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ตรงไปที่พี่น้องเกษตรกร ก็อยากจะทํา ความเข้าใจด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สุดท้ายนะครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงผมก็เห็นครับ ถ้าเป็นไป ตามที่ท่านพูดนี่มันก็ไม่มีปัญหา แต่ข้อเท็จจริงในพื้นที่มันไม่เป็นไปตามที่ท่านพูด เพราะฉะนั้นท่านประธานผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรีว่าต่อไปนี้ในรอบที่ ๒ ท่านคอยดู จะมีการขึ้นทะเบียน แล้วทุกอย่างจะเรียกร้องต่อรัฐบาล แล้วก็จะมีปัญหาใหม่ ๆ ทับถม สิ่งที่การประกันรายได้แตกต่างจากการจํานํานั้นท่านมองมิติเดียว ท่านมองแต่มิติของ การทุจริต ท่านไม่มองมิติของการที่ราคาข้าวระหว่างการจํานํากับการประกันรายได้ มันแตกต่างกัน เกษตรกรในระบบจํานํา หมายถึงว่าของเหลือแล้วถึงมาจํานํา เป็นการชี้นําตลาด และเกษตรกรจะได้ในราคาที่เป็นธรรม วันนี้เกษตรกรบ้านผม ไม่มีโอกาสฟลุค (Fluke) เพราะขายข้าวไปแล้ว แต่ถ้ามีจํานําเกษตรกรมีโอกาสฟลุค ถ้าวันนี้ข้าวระบบจํานํา ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านไปยังท่านประธาน พวกเราก็ชาวไร่ชาวนา เหมือนกัน วันนี้ถ้าระบบจํานําข้าว ๑๔,๐๐๐ บาท ผมจํานําไว้ ๑๐,๐๐๐ บาท ผมก็ไปไถ่มาแล้วก็ไปขายต่อ ผมยังได้อีกเยอะเลย แต่ระบบประกันรายได้นี่รอบเดียวจบ ชีวิตผมไม่มีอะไรแล้ว เห็นข้าวขึ้น ๑๔,๐๐๐ บาท มองตาปริบ ๆ ไม่มีโอกาสฟลุคอีกแล้ว ได้รอบเดียวแล้วจบ แต่ถ้าจํานําได้ ๒ รอบ ๓ รอบ ถ้าเราพอใจที่จะขายในราคา แต่ถ้ามันตํ่าลงก็ขายขาด ให้กับราชการ แต่ถ้ามีการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ท่านก็ลากคอมันมาลงโทษ ไม่มีใครว่า ในระบบท่านศึกษาดี ๆ นะครับว่าระบบประกันรายได้เรากําลังจะโยก ปัญหาหนึ่งไปสู่อีกปัญหาหนึ่ง แล้วขณะนี้ท่านลองพิจารณาดูว่าเงินเข้ากระเป๋ำเกษตรกร จริง ๆ เท่าไรวันนี้เกษตรกรไม่มีเงินนะครับ แต่ถ้าระบบจํานําสมมุติ อ.ต.ก. จํานํา ๑๐,๐๐๐ บาท ผมไม่อยากไปอยู่กับ อ.ต.ก. หรอก ผมอยากจะขายให้เจ้าของโรงสี ผมไปขาย ๙,๘๐๐ บาท ผมก็ได้เงิน ๙,๘๐๐ บาททันทีด้วย ไม่ต้องไปลงทะเบียน ไม่ต้อง ไปเปิดเอทีเอ็ม (ATM) ไม่ต้องไปให้ ธ.ก.ส. มันด่าว่าพูดไม่รู้เรื่อง นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิด เพราะฉะนั้นผมนําเรียนว่า ระหว่างการจํานํากับการประกันรายได้ต้องใช้เวลาครับ ที่จะมาบอกว่าอย่างโน้นไม่ดี อย่างนี้ไม่ดี ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีติดตามเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิด ถ้าท่านบอกว่าระบบจํานําไม่ดี ทําไมท่านยังสั่งให้ไปแทรกแซง อีกหกเจ็ดจังหวัดล่ะครับเรื่องราคาข้าว เพราะฉะนั้นมันต้องทําควบคู่กันไปครับ อันไหน ที่เป็ นช่องว่างช่องโหว่ ผมเป็ นนายกรัฐมนตรีผมก็ต้องไปจัดการตรงนั้น แต่วันนี้ ท่านใช้เงินไปเท่าไรครับ ยิ่งเกษตรกรได้เงินไม่ถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อก่อนเราใช้เงินไป สี่ห้าหมื่นล้านบาท นั่นก็หมายความว่าเงินที่อยู่ในระบบไม่มีครับ เงินที่อยู่ในระบบ รากหญ้าหายไปทีเดียว ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท มันจะรั่วจะไหล จะอย่างไรแต่มันก็ถึงกระเป๋ำ ชาวไร่ชาวนาพอสมควร ตรงนี้ละครับว่าทําไมเศรษฐกิจถึงไม่ฟื้น พริกทําไมราคาตก เพราะไม่มีใครร้านอาหารมันไม่ขึ้นครับ ยาบ้าถึงเต็มบ้านเต็มเมือง เกษตรกรผ้าขาวม้านี่ เป็นอุปกรณ์หนึ่งในการทํานา เอาไว้เช็ดเหงื่อ เอาไว้กันแดดกันลม ถึงวันหนึ่งไว้เช็ดนํ้าตา ถึงจนจริง ๆ เอาไว้แขวนคอหนีปัญหาครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนด้วยความเคารพครับ ท่านประธาน ผมได้ยื่นกระทู้ถามนี้ ผมไม่ได้หาเสียงนะครับ มันเป็นความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ส่วนที่ผมบอกว่า ส.ส. ผมก็ไม่ได้เอ่ยชื่อ ส.ส. คนไหน เพราะ ส.ส. เต็มสภา คําว่า ส.ส. อย่าคิดว่าเป็น ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์อย่างเดียวสิครับ ส.ส. นี่เต็มสภา ๔๘๗ คน ก็เป็น ส.ส. หมด เราก็พูดท่านก็ไม่เห็นอ้างชื่อ ส.ส. ฝ่ายค้านเลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถามเถอะ ๆ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ให้ระบายหน่อยครับท่านประธาน พี่น้องผมไม่ได้เงิน และให้โอกาสผมเถอะครับ เรื่องนี้เป็นความทุกข์ของแผ่นดิน กระทู้ถาม ที่เป็นประโยชน์กับบ้านกับเมืองดีกว่ากระทู้ถามอย่างอื่นซึ่งมากระแนะกระแหนกัน ใช้วาจาเชือดเฉือน นี่กระทู้ถามข้อเท็จจริงครับต้องให้เวลาพอสมควรท่านนายกรัฐมนตรี และผมนําเรียนท่านนายกรัฐมนตรีผ่านไปยังท่านประธานครับ ใช้ทีวีนั่นละครับ ช่อง ๑๑ ช่องหอยม่วงนั่นแหละพูดอย่างนี้กับชาวบ้านครับ ไม่ใช่เอะอะอะไรก็เอาใครก็ไม่รู้ ไปจัดรายการแล้วด่ากันทั้งวัน แล้วจะให้สมานสามัคคีกันได้อย่างไร อย่างนี้ราษฎร ขาดโอกาส ชาวไร่ชาวนาขาดโอกาสทําให้เขาเครียด เสร็จแล้วกว่าจะได้เงินนี่ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเข้าคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง มิติของการแก้ปัญหาวันนี้ ท่านกําลังขาดมือทํางานเรื่องข้าว ท่านกําลังขาดมือทํางาน เราไม่มีข่าวดีเลย มีแต่ข่าว ร้าย ๆ เสมอเวลาจะซื้อข้าว ขายข้าว มีแต่ถกเถียงกันเรื่องของทุจริตหรือไม่ทุจริต วันนี้โลก ทั้งโลกกําลังประสบปัญหาวิกฤติแห้งแล้ง วิกฤติอาหารของโลก เป็ นโอกาสของ พี่น้องชาวไร่ชาวนาบ้านเราจะขายข้าวได้ราคาดี ๆ เหมือนมีกรรมครับท่านประธาน พอกําลังจะขายข้าวได้ดี ๆ เพลี้ยกระโดดก็มากินหมด ข้าวเป็นเอดส์อีก ชาวบ้านบอกข้าว เป็นเอดส์ เพลี้ยมันโหมครับมันดูดก็หมดสภาพอีก แล้วข้าวหรือว่ากระเทียมปรากฏว่าปีนี้ ภาวะโลกร้อนครับ ข้าวงามจริง พืชผลเกษตรสวยจริงแต่ไม่มีนํ้าหนักครับท่านประธาน มันไม่มีนํ้าหนัก จากเดิมไร่หนึ่งสมมุติเราได้ ๑ ตัน หรือ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม มันไม่ถึงครับ มันก็จะเหลือ ๕๐๐ กิโลกรัม ๖๐๐ กิโลกรัม มันหายไปจริง ๆ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีต้องสนใจเรื่องนี้ครับ เป็นโอกาสของพี่น้องเกษตรกร ที่จะลืมตาอ้าปาก ถ้ำระบบมันถูกต้ องมีโอกาสฟลุค แต่วันนี้ระบบประกันรายได้ ผมนําเรียน ท่านนายกรัฐมนตรี เกษตรกรมีโอกาสได้รอบเดียว ต้องสัมพันธ์กันระหว่างข้อเท็จจริง ในพื้นที่กับข้อเท็จจริงในห้องแอร์ ต้องสัมพันธ์กันมิฉะนั้นก็จะประกาศราคาที่เป็นไปไม่ได้ กับราคาที่ในพื้นที่ เกษตรกรเสียโอกาส ท้ายที่สุดนี้ด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ ผมยังเชื่อว่าปี นี้รอบที่จะมาถึงนี่เกษตรกรชาวไร่ชาวนาของพวกเรานี้ นอกจาก กรมชลประทานบอกว่าจะเจอภาวะฝนแล้งอย่าปลูกข้าว ทั้ง ๆ ที่เป็นโอกาสของเขา มันเป็นหน้าที่ของกรมชลประทานที่จะต้องหานํ้าให้เขา ไม่ใช่ห้ามชาวนาปลูกข้าว เขากําลังจะลืมตาอ้าปาก ท่านมีหน้าที่หานํ้าไปให้เขาอย่างเดียว ถ้าหาไม่ได้ท่านก็ลาออก เอาลุงดํานํ้าหยดมาเป็นรัฐมนตรีแทน ๒. เรื่องการระบาดของโรคในนาข้าว ทั้งหนู ทั้งเพลี้ย ต้องเอาจริงเอาจัง ต้องเอาจริงเอาจังอย่าคิดว่าใครมาเจอวิกฤติแล้วเดี๋ยวไปรับ ค่าชดเชย ตอนนี้เราตั้งงบไว้ ๒,๔๐๐ ล้านบาทเพื่อที่จะชดเชยเพลี้ยกระโดด เอาอีกแล้ว ใครฝนแล้งเดี๋ยวประกันจ่ายให้ เอาอีกแล้ว ไม่ใช่ มันไม่ใช่วิถีครับ วันนี้เราต้องช่วยกัน หาพันธุ์ข้าวที่ต้านเพลี้ยกระโดดได้ เร่งรัดกรมการข้าวให้เอาพันธุ์ข้าวใหม่ ๆ มิฉะนั้น เราจะถูกประเทศเวียดนามเอาไปแล้ว น่าเป็นห่วงครับท่านประธาน อาชีพดั้งเดิมซึ่งเป็น กระดูกสันหลังของประเทศ วันนี้ปัญหารุมเร้าทุกที่ครับ คิดว่าจะขายข้าวได้ เพลี้ยกระโดด เอาไป หนูก็เอาไป นํ้าหนักก็ไม่ดี เพราะว่าอากาศโลกร้อนมันวิกฤติ ปุ๋ ยก็ปุ๋ ยปลอม เยอะแยะไปหมด สิ่งเหล่านี้เป็ นปัญหาทั้งนั้นครับ เราอยากจะให้รัฐบาลที่อาสา เข้ามาแล้วช่วยดูเรื่องตลาดหน่อย บอกความเป็ นจริงกับเกษตรกรหน่อยในเรื่อง การประมาณการรายได้ เรื่องของการขาย บอกความจริงกับชาวบ้านเรื่องเพลี้ยกระโดด ไม่ใช่ไปมอมเมาให้ชาวนาว่าเดี๋ยวก็มาขอค่าชดเชยจากรัฐ ๆ มันก็ไปทั้งระบบละครับ ท้ายที่สุดนี้ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ผมขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผม ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่มาตอบกระทู้ถาม ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ หวังว่าข้อมูล ต่อไปนี้เป็นข้อมูลมาจากความเป็นจริงของชีวิตลูกหลานชาวไร่ชาวนาคนหนึ่งครับ กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับ อบต. กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดสุโขทัย พร้อมกันนั้นก็สภายินดีต้อนรับอาจารย์และนักศึกษา คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กรุงเทพมหานคร ด้วยความยินดีครับ ไม่ต้องตอบ กระมังครับ เขาฝากท่าน

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตมอบ ของที่ระลึกนี้ให้ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมจะหาบไปให้ครับ ขออนุญาต ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หาบไปที่บ้านเลยได้ไหม หาบไปที่บ้านดีกว่า ที่นี่คับแคบครับ คือว่าท่านรับแล้ว เชิญท่านนายกรัฐมนตรีตอบครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ เพราะว่า ที่ท่านได้พูดเมื่อสักครู่ว่ากระทู้ถามของท่านเป็นกระทู้ถามความเดือดร้อนของประชาชน จริง ๆ แล้วก็อยากให้เป็นกระทู้ถามอย่างนี้ผมก็เห็นด้วยนะครับ ก็เป็นเรื่องที่อยากจะชี้แจง เพิ่มเติมในบางประเด็น ประเด็นแรกก็คือว่า บังเอิญเมื่อกี้ที่ผมเอ่ยชื่อท่าน ส.ส. ขยัน เพราะท่านถามว่า ส.ส. ได้รายงานปัญหาที่จังหวัดลําพูนหรือไม่ บังเอิญจังหวัดลําพูน ก็มีท่าน ส.ส. ขยันอยู่ ผมก็ได้ยืนยัน ส่วน ส.ส. จังหวัดอื่น ๆ ผมไม่ได้บอกว่าอยู่พรรคไหนนะครับ ทั้งพรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน พบปะกันก็จะมีการรายงานปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่มา แต่อยากทําความเข้าใจอย่างนี้อีกครั้งครับท่านประธานครับ ที่มีการเปลี่ยนแปลง นโยบายจํานํามาเป็นประกัน ไม่ได้เป็นเรื่องการมองในมิติเดียวเรื่องปัญหาการทุจริต มีอีกหลายเรื่องครับซึ่งอยากจะเรียนชี้แจง เช่นจากโครงการการประกันรายได้ในขณะนี้ เฉพาะในส่วนของข้าวมีการจ่ายเงินชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วเกือบ ๒,๕๐๐,๐๐๐ ราย ไม่เคยมีโครงการแทรกแซงในเรื่องของภาคการเกษตรใด ซึ่งพี่น้อง ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรงในจํานวนมากขนาดนี้ นั่นประการที่ ๑ นะครับ ถ้าเทียบกับตัวเลขของคนที่สามารถเข้าร่วมโครงการจํานําได้ต่างกันหลายเท่าตัวครับ แล้วเงินที่ลงไปขณะนี้ข้าวยังไม่ได้สรุป แต่กรณีของข้าวโพดที่สรุปแล้วปรากฏว่า เงินที่ลงไปถึงเกษตรกรมากกว่าโครงการจํานํา แม้ว่าค่าใช้จ่ายในโครงการจํานําจะมี มากกว่า เพราะงบประมาณของโครงการจํานําส่วนใหญ่ไม่ได้ไปที่เกษตรกรโดยตรง อันนี้คือประเด็นที่อยากจะเรียนว่าเราดูรอบด้าน ที่สําคัญไปกว่านั้นมันก็มีผลพลอยได้ อื่น ๆ ผมจําได้ไปที่อําเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก มีคุณลุงคนหนึ่งมา เจอปัญหานาแล้ง ปรากฏว่าแทบไม่เหลือข้าวเลยแต่เพราะว่าเป็นโครงการประกันรายได้ได้รับเงินชดเชย พอที่จะมีเงินทําต่อได้ นี่ก็เป็นตัวอย่างว่าเรามองในหลาย ๆ ด้านว่าทําไมโครงการประกัน จึงให้ประโยชน์กับเกษตรกรได้ดีกว่า อย่างไรก็ตามปัญหาที่อาจจะแทรกซ้อนและ เกิดขึ้นมาในรอบที่ ๒ กําลังที่จะวางมาตรการให้รัดกุม ปัญหาแรกอยากจะฝาก ท่าน ส.ส. ไปเลยเพื่อที่ชี้แจงในพื้นที่ก็คือว่า การขึ้นทะเบียนและการทําประชาคมรับรอง ต้องอยู่บนความเป็นจริง เนื่องจากว่าในบางพื้นที่อาจจะเริ่มมีกระบวนการที่จะไปทํา ตัวเลขมา ผมกราบเรียนว่ารอบนี้นอกจากการทําประชาคม เราจะใช้ระบบภาพถ่าย ทางอากาศตรวจสอบด้วย และจะมีการไปสุ่มตรวจในพื้นที่ซึ่งถ้าหากว่าคลาดเคลื่อน จากความเป็นจริงเกินระดับหนึ่ง ในประชาคมนั้นก็จะต้องถูกตรวจสอบทั้งพื้นที่และ การชดเชยจะช้าครับ เพราะฉะนั้นฝากว่าการประชาคมต้องทํากันอย่างจริงจัง ทําตาม ความเป็นจริงและเที่ยวนี้จะมีการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบด้วย แล้วผมก็ขอขอบคุณ ที่ท่านเสนอแนะว่าให้ใช้สื่อต่าง ๆ ประชาสัมพันธ์รายละเอียดต่าง ๆ ในการดําเนินการ โครงการมากขึ้นก็จะทําครับ

ส่วนปัญหาเรื่องนํ้ากับเรื่องเพลี้ย เช่นเดียวกันรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เรื่องเพลี้ยนั้นความจริงก็คือว่าเราก็ได้มีการอนุมัติให้จังหวัดต่าง ๆ โดยประสานกับ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าไปแก้ไขตั้งแต่ตอนต้น ๆ แต่การระบาดก็มีมาก โดยเฉพาะประมาณเดือนธันวาคม มกราคม สุดท้ายก็กําลังดูความเสียหายอยู่ แต่งบประมาณที่ชดเชยเป็ นมาตรการพิเศษ คือท่านก็คงทราบปกติก็จะชดเชย ประมาณไร่ละ ๖๐๐ บาทเท่านั้นเองซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่จะคุ้ม และขณะนี้เรากําลัง ขอความร่วมมือในการที่จะตัดวงจรในบางพื้นที่ เพราะฉะนั้นที่เป็นโครงการพิเศษขึ้นมา ก็เพื่อชดเชยให้ในลักษณะที่เราเห็นว่าให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกรมากยิ่งขึ้น ซึ่งคนที่ ได้รับประโยชน์เต็ม ๆ ในกรณีนี้ก็คือเกษตรกร และเราจะช่วยกันตัดวงจร แล้วก็ จะสนับสนุนในเรื่องของการให้ความรู้ และเรื่องของพันธุ์ข้าวต่อไป อันนี้ก็เป็นแนวทาง ซึ่งเรากําลังดําเนินการอยู่ ส่วนเรื่องนํ้าท่านก็คงทราบว่าจริง ๆ แล้วเรื่องของข้าวนาปรัง กับนํ้าก็จะมีการสํารวจปริมาณนํ้า แล้วก็มีการจัดสรร แล้วก็ขอความร่วมมือ แล้วก็ปรึกษาหารือ อย่างเช่น ในปัจจุบันก็จะใช้ระบบของกลุ่มประชาคม หรือประชาชน ที่เป็นกลุ่มผู้ใช้นํ้า แล้วก็จะมีการจัดสรรนํ้า กราบเรียนอย่างนี้ว่าสิ่งที่เรายืนยันก็คือว่า ต้องให้ความสําคัญกับนาปีก่อน ถ้าเราบอกว่านาปรังทําเท่าไรก็ได้ จัดสรรนํ้าให้หมด ซึ่งเราก็ไม่เคยทํา ถ้าเราทําเช่นนั้นในปีที่แล้งและมีปัญหากับนาปีจะเสียหายกับเกษตรกร มากกว่า เพราะฉะนั้นเรากําลังไปพยายามดําเนินการให้เกษตรกรได้ประโยชน์สูงสุด จากการทํานาโดยคิดทั้งรอบปี เพื่อให้ได้รายได้ที่คิดว่าจะทําให้เขามีกําไรมากกว่าไปเสี่ยง ทําในภาวะซึ่งอาจจะทําให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตของตัวเองและขาดทุน ซึ่งการทํา หลายรอบแต่ขาดทุนไม่ได้ช่วยนะครับ ทําน้อยรอบแต่กําไรเกษตรกรจะมีรายได้มากกว่า

สุดท้ายก็กราบเรียนว่า ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่เรามีในขณะนี้ตั้งแต่ พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม เป็นต้นมา แสดงออกให้เห็นถึงเศรษฐกิจในภาคชนบท และรายได้ของเกษตรกรที่อยู่ในระดับที่ดี และกําลังส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ก็คาดว่าตัวเลขต่าง ๆ ที่จะออกมาเป็นทางการก็จะปรากฏชัดเจนขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้ ขอบคุณครับ

(นายขยัน วิพรหมชัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบกระทู้ถามที่ ๒ นะครับ ไม่เกี่ยวครับ เขาไม่ได้ว่าอะไรเลย คุณได้เสียงทั้งหมดนั่งลงครับคุณขยัน ไม่เอา คุณขยันนั่งลง นายกรัฐมนตรีหาเสียงให้เต็มที่แล้ว

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๕๓ เรื่อง ปัญหาการก่อสร้างฝายหัวนา อําเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ (นายปวีณ แซ่จึง เป็ นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี

เชิญเจ้าของกระทู้ถาม

นายปวีณ แซ่จึง ศรีสะเกษ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปวีณ แซ่จึง พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๑ กระผมต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่ท่านได้กรุณาที่จะมาตอบปัญหานี้ สืบเนื่องจากการก่อสร้างฝายหัวนา ซึ่งผมเคยได้ตั้ง กระทู้ถามเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๒ ไม่ได้รับการตอบ และได้ตั้งกระทู้ถาม เปลี่ยนแนวถามใหม่ แล้วได้รับคําตอบในวันนี้ ที่มาครับ ฝายหัวนาได้รับอนุมัติให้ดําเนินการในเดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๓๒ และได้เริ่มก่อสร้างวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๓๖ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จ ใช้การได้ในปี ๒๕๓๘ ด้วยเงินงบประมาณ ๒,๕๓๑.๔ ล้านบาทเศษ ในสมัยของ ฯพณฯ ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ลักษณะโครงการเป็นฝายคอนกรีต ๑๔ บาน ระบายนํ้าที่บ้านกอก ตําบลหนองแก้ว อําเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ปิดกั้นลํานํ้ามูล ซึ่งจะสามารถเก็บกักนํ้าได้ตามโครงการที่ตั้งเอาไว้ประมาณ ๑๑๕.๖ ล้านลูกบาศก์เมตร ทอดยาวตามลํานํ้ามูล ๙๐ กิโลเมตร จดท้ายฝายราษีไศล ประโยชน์ที่จะได้รับจะเพิ่มพื้นที่ เพื่อการเกษตรประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ไร่ อําเภอราษีไศล อําเภออุทุมพรพิสัย อําเภอยางชุมน้อย อําเภอเมืองศรีสะเกษ และอําเภอกันทรารมย์ และจังหวัดอุบลราชธานีบางส่วน และจะได้ มีนํ้าเพื่ออุปโภคและบริโภค ซึ่งในปีถัดไปนี้ก็คาดว่าจะเกิดภาวะฝนแล้งทั่วไป จะต้อง ขาดแคลนนํ้าเพื่ออุปโภคและบริโภคอย่างแน่นอน ถ้าหากได้ก่อสร้างฝายตัวนี้ให้แล้วเสร็จ โดยการปิดกั้นถมลํานํ้ามูลซึ่งมีงบประมาณอยู่ ๒ ปีงบประมาณแล้ว งบประมาณนี้ เป็นงบประมาณที่ผูกพัน ๓ ปีงบประมาณ คืองบประมาณปี ๒๕๕๒ ๒๕ ล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ๒๐.๕ ล้านบาท ส่วนปี ๒๕๕๔ นั้นจะต้องผูกพันจนแล้วเสร็จในวงเงิน ๑๒๕ ล้านบาท นอกจากนั้นแล้วถ้าได้ถมลํานํ้ามูลจะเป็นเส้นทางที่จะเชื่อมจังหวัดศรีสะเกษ กับจังหวัดอุบลราชธานีให้เส้นทางนี้สั้นเข้าเพื่อเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร และในเรื่องนี้ ได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๔๓ โดยให้ยุติการก่อสร้างโครงการ ฝายหัวนาไว้ก่อน ทั้ง ๆ ที่ได้ดําเนินการมาแล้ว ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงปิดกั้นถมลํานํ้ามูล เท่านั้น เพื่อเหตุผล ๑. ศึกษาสิ่งแวดล้อม ๒. ตรวจสอบทรัพย์สินของเกษตรกรผู้ที่ได้รับ ผลกระทบ และได้ทราบว่าได้มีการศึกษาผลกระทบของมหาวิทยาลัยทั้ง ๓ มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระ ได้ส่งรายงานนี้ให้กับรัฐบาลมาแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๕๒ โดยให้ข้อสรุปว่า ๑. คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ๒. ทางด้านสังคมกระทบบ้าง ๓. จะต้องลด ระดับเก็บกักนํ้าจากเดิมที่กําหนดไว้ ๑๑๔-๑๑๕ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลให้เหลือเพียง ๑๑๒ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเล ซึ่งก็จะทําให้เกษตรกรได้ประโยชน์มากกว่าเสียประโยชน์ และในขณะเดียวกันถ้าลดระดับเก็บกักนํ้าลงมาที่ ๑๑๒ เมตร ก็จะทําให้เกิดภาวะท่วม เสียหายกับราษฎรเพียง ๓,๐๐๐ ไร่เท่านั้น

ข้อสังเกต พื้นที่เพื่อการเกษตรทั้งประเทศ ภาคเหนือ ๒๗.๕ ล้านไร่ เป็นพื้นที่ชลประทานเพียง ๕.๗๕ ล้านไร่ เป็ นเพียง ๒๐.๙๑ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่เพื่อการเกษตร ๕๗.๗๕ ล้านไร่ ท่านทําพื้นที่นี้ให้สามารถ เป็นพื้นที่ชลประทานได้เพียง ๕.๙๓ ล้านไร่ ถือเป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด ภาคกลาง ๑๕.๓๙ ล้านไร่ เป็นพื้นที่เพื่อการเกษตรในเขตชลประทาน ๑๑.๗๐ ล้านไร่ ถือเป็น ๗๓.๔๒ เปอร์เซ็นต์ สูงสุดของประเทศไทยคือภาคกลาง ภาคตะวันออก ๑๐.๔๘ พื้นที่ทั้งหมด พัฒนาแล้ว ๒.๑๓ ล้านไร่ ถือเป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด ภาคใต้ ๑๙.๑๔ ล้านไร่ ท่านพัฒนาได้เพียง ๓.๓๙ ล้านไร่ ถือเป็ น ๑๗.๗๑ เปอร์เซ็นต์ ภาคที่ถือว่าตํ่าที่สุดคือภาคอีสาน พื้นที่เพื่อการเกษตรทั้งหมด ๕๗.๗๕ ล้านไร่ ท่านพัฒนาได้เพียง ๕.๙๓ ล้านไร่ แล้วเมื่อไรคนภาคอีสานจะมีโอกาสลืมตาอ้าปากได้ โครงการที่ทํา ควรจะต่อเนื่อง มีงบประมาณแล้วท่านทําอะไรอยู่ ปี ๒๕๕๒ ได้แจ้งผมว่าเตรียมการที่จะ ดําเนินการประกวดราคาทําเอ็มโอยู (MOU) ให้แล้วเสร็จ ส่วนผลการตรวจสอบทรัพย์สิน ผู้ที่ได้รับผลกระทบท่านสํารวจแล้วท่านทําอะไรอยู่ ประเด็นนี้ท่านจะต้องตอบครับ เพราะว่าพื้นที่เพื่อการเกษตรทั้งหมด ๑๓๐ ล้านไร่ ท่านพัฒนาได้เพียง ๒๘.๑๙ ล้านไร่ ท่านพัฒนาได้เพียง ๒๑ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด ท่านจะทําอีกกี่ปีครับ นี่คือเลือด นี่คือ สิ่งที่เกษตรกรต้องการ นํ้าคือสิ่งที่เขาต้องการครับ นํ้าเพื่อการบริโภค นํ้าเพื่อประปา แล้วก็ นํ้าเพื่อทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งจําเป็นสําหรับเขา ผมจะถามท่านให้ท่านเตรียมคําตอบไว้ ก่อนแล้วผมจะอภิปรายต่อนะครับ พูดให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ที่ท่านมาตอบ ท่านเตรียมคําถามตอบผมนิดหนึ่ง

ประเด็นที่ ๑ ผมได้รับหนังสือเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๒ ว่าจะดําเนินการ ให้แล้วเสร็จ โดยมีหนังสือแจ้งอย่างนี้ครับบอกว่า ด้านผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสังคม ขณะนี้เข้ารูปเล่มเสร็จเรียบร้อยแล้ว นําเสนอคณะกรรมการแล้ว หนังสือนี้ ลงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๒ แล้วบอกว่าอย่างนี้ ผลการดําเนินการก่อสร้างโครงการ จะปิดลํานํ้ามูลสายเดิมนั้นประกาศทีโออาร์ (TOR) ขณะนี้ได้ดําเนินการแล้ว ประกาศประกวดราคา วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๒ เคาะราคาวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ เสนอสํานักงบประมาณ วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๒ สํานักงบประมาณพิจารณาวันที่ ๖ กรกฎาคม ถึงวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๒ กรมชลประทานเสนอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่ออนุมัติรับราคาวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๒ แล้วบอกว่าจะลงนามในสัญญา วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ ขณะนี้ดําเนินการไปถึงไหนครับ ผมได้สอบถามหลายครั้งแล้ว รู้สึกว่าเงียบ อยากจะถามว่าเมื่อไรจะดําเนินการเสียที นี่คือหนังสือที่ตอบผมฉบับแรก ท่านกรุณาตอบผมด้วย แล้วถามท่านว่าขณะนี้ท่านได้ดําเนินการไปแล้วอย่างใด หรือไม่ ท่านมีอุปสรรคและปัญหาอะไร

ประเด็นที่ ๒ ที่จะถามท่านก็คือระดับกักเก็บที่แท้จริงมันจะเก็บไว้ที่ ๑๑๒ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลหรือว่าจะเก็บไว้ที่ ๑๑๔ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเล

ประเด็นที่ ๓ คือการจ่ายเงินชดเชยของผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทราบว่าจะจ่าย ผู้ที่มีพื้นที่อยู่ที่ระดับ ๑๑๔ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลถึงแม้ว่าจะไม่ท่วมถึงก็ตาม นํ้าจะกักเก็บ แล้วก็จะมีโอกาสที่ไปท่วมเขายาวนานเพิ่มขึ้นอีก ๑ เดือน เพิ่มจากฤดูกาลปกติของ ฤดูนํ้าหลากซึ่งเขาควรจะได้รับเงินชดเชย

ประเด็นที่ ๔ ท่านเคยทราบไหมครับว่าจังหวัดศรีสะเกษนั้นเราได้เคย จ่ายเงินชดเชยฝนแล้งปีเดียว ๑๖๖ ล้านบาท ในขณะที่ท่านใช้เงินเพียง ๑๒๕ ล้านบาท ไปปิดฝายหัวนากับ ๑๖๐ ล้านบาทเพียงปี เดียว ท่านจะต้องเปรียบเทียบในข้อนี้ แล้วในขณะเดียวกัน ๑๐ ปี ที่เขาเสียโอกาส เกษตรกรที่อยู่ในละแวกอําเภอนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของพื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษ เขาเสียโอกาสมา ๑๐ ปี ถ้าหากเขามีโอกาสได้ใช้นํ้าเขาจะได้ทํานาปรัง พื้นที่ประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ไร่ ผลผลิต จะเกิดขึ้นมาประมาณ ๓๘ ล้านตัน จะเป็นเงินประมาณกี่พันล้านบาทครับที่เขาเสียโอกาส และขณะเดียวกันถ้าเกิดในฤดูกาลที่ฤดูฝน ฤดูทํานาปกติ ถ้าเกิดภาวะฝนแล้งเขาสามารถ ที่จะสูบนํ้านี้ให้เขาได้ทํานาในฤดูนาปี ด้วย เป็ นการส่งเสริมและการแก้ ไขปัญหา ขณะเดียวกันอําเภอที่ผมพูดถึงนี่ส่วนหนึ่งเป็นอําเภอที่ปลูกพริกและหอม ขณะนี้ระดับนํ้า ใต้ดินตํ่าลงมาก เพราะเกษตรกรทํานาปรังโดยการเจาะทําบ่อตอกสูบนํ้าขึ้นเพื่อทํานา ระดับนํ้าใต้ดินตํ่า กระทบต่อพวกปลูกหอมแดง พวกปลูกพริก ซึ่งวันสองวันรัฐบาลก็ได้ จัดสรรเงินไปช่วยผู้ปลูกหอมแดงอยู่ เพราะฉะนั้นในเรื่องนํ้าจึงเป็นความสําคัญที่สุด ของพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ทั้งประเทศ

และประเด็นสุดท้ายที่จะฝากให้ท่านถามนะครับ ก็คือขอเพิ่มเรื่อง ฝายราษีไศล ท่านกรุณาหาข้อมูลด้วย จะฝากท่านว่าฝายราษีไศลสร้างก่อนฝายหัวนา ๑ ปี ขณะนี้การจ่ายเงินชดเชยยังไม่แล้วเสร็จ ทําไมไม่เร่งรัดให้มีการจ่ายเงินชดเชยผู้ที่ได้รับ ผลกระทบให้แล้วเสร็จ จะได้รีบดําเนินการก่อสร้างระบบกระจายนํ้าให้เขาได้ใช้นํ้า เพื่อการเกษตร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องฝากนะครับ ผมจะขอเรียนท่านว่าในเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่อยากจะกราบเรียนว่าเอาเรื่องระดับกักเก็บก่อนครับ เมื่อก่อนฝายตัวนี้ ดําเนินการโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน เป็นผู้ดําเนินการ ไม่เคยทําประชาพิจารณ์ และไม่เคยได้แจ้งให้เจ้าของพื้นที่ทราบว่า ท่านจะลงไปทําอะไรที่นั่น ฝายราษีไศลก็เช่นกัน ตอนแรกว่าจะผลิตกระแสไฟฟ้ำ เก็บกักที่ ๑๑๙ ๑๑๙ ท่วมเกือบหมดในบริเวณที่ท่านไปสร้างฝายราษีไศล ตําบลทั้งตําบล ตําบลบึงบูรพ์ ตําบลราษีไศล ตําบลรัตนบุรี ตําบลโพนยาง เขาท่วมจนพื้นที่นี่แทบไม่เหลือ หลังจากนั้นก็มาลดระดับลงเหลือ ๑๑๕ ๑๑๗ แล้วฝายหัวนาตัวนี้ก่อนจะทําไม่เคยทํา ประชาพิจารณ์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านปวีณครับ ท่านถาม หลายประเด็น เดี๋ยวทางนี้จะตอบไม่หมด

นายปวีณ แซ่จึง ศรีสะเกษ

คือผมให้ท่านเตรียมไว้ตอบแล้วครับ ผมถามท่านก่อน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือให้ท่านตอบบ้าง เถอะครับ

นายปวีณ แซ่จึง ศรีสะเกษ

ผมจะสรุปนิดหนึ่งแล้วให้ท่านตอบ แล้วผมถึงจะถามท่านครับ ผมจะถามท่านเพียง ๒ ครั้ง ขอให้ท่านตอบให้หมดประเด็น ก็แล้วกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องนี้เป็นที่สนใจของพี่น้องในเขตที่คาดว่า จะได้รับผลประโยชน์ทั้งหมด ๖ อําเภอ แล้วยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ฝายหัวนานี่ ผมอยากจะ ฝากท่านรัฐมนตรี ที่ที่ไปก่อสร้างฝายหัวนานั้นพื้นที่เกือบสี่ห้าร้อยไร่ยังไม่ได้จ่าย เงินชดเชยตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ควรจะจ่ายเขาก่อนมันจะได้ไม่มีแรงต่อต้าน ท่านดูครับ ที่ทํากินเขาไปก่อสร้างฝายหัวนาแล้วไม่ได้จ่ายเขาเลย ตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ จนถึงปัจจุบัน นี่กี่ปี แล้ว เป็ นประเด็นฝากท่านไปในตัวด้วยนะครับ ท่านกรุณาตอบหน่อยครับ เพราะฉะนั้นจะถามท่านเพียงแค่นี้ก่อนให้ท่านได้ตอบ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญตอบ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านศุภชัย โพธิ์สุ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ เนื่องจากว่า ฯพณฯ ธีระ วงศ์สมุทร ติดภารกิจในต่างจังหวัด ก็ได้มอบหมาย ให้ผมมาชี้แจงท่านผู้ทรงเกียรติที่ได้สอบถามปัญหานี้นะครับ ผมอยากจะเรียนข้อมูล เพิ่มเติม ความจริงแล้วในรายละเอียดนั้น ท่านปวีณ แซ่จึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ ท่านก็ได้พูดในรายละเอียดไปจนหมดแล้วว่าฝายหัวนานั้นเกิดขึ้น จากการเรียกร้องต้องการของพี่น้องชาวจังหวัดศรีสะเกษที่อยู่ใน ๓ อําเภอ ไม่ว่าจะเป็นอําเภอกันทรารมย์ อําเภออุทุมพรพิสัย อําเภอราษีไศลนะครับ มีความจําเป็น มีความเดือดร้อนเรื่องนํ้าใช้ในการทั้งอุปโภคและบริโภค ใช้ในการเกษตรทั้งฤดูฝน ฤดูแล้ง มีความจําเป็นมีความเดือดร้อนมาก รัฐบาลตั้งแต่ยุคก่อนครับ ตั้งแต่เมื่อปี ๒๕๔๒ ก่อนปี ๒๕๔๒ ด้วยซํ้าไปได้มีการศึกษาในเรื่องนี้ แล้วก็มอบหมายให้ทาง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในขณะนั้น เขาเรียกว่า กรมพัฒนาและส่งเสริม พลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมได้ไปทําการศึกษาแล้วก็ ดําเนินการก่อสร้างในเรื่องนี้ ฝายหัวนานี่ถือว่าเป็ นโครงการหนึ่งของโครงการ โขง-ชี-มูล ที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนํ้าให้กับพี่น้องทางภาคอีสาน ฝายหัวนานี่เป็ น โครงการหนึ่งที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องทางอีสานใต้นะครับ รัฐบาลสมัยนั้นได้มี การอนุมัติให้ดําเนินการในการก่อสร้างฝายหัวนาไป เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ จากปี ๒๕๔๒ ถึงวันนี้ก็เวลาเนิ่นนานเหลือเกินอย่างที่ท่านปวีณพูดมาถูกต้องทั้งหมดนะครับ ผมต้องขอบคุณท่านปวีณที่ได้นําเอาปัญหานี้มาสอบถามเพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น อยากจะเรียนว่าเมื่อประมาณปี ๒๕๔๒ ได้มีการดําเนินการก่อสร้างนะครับ ตัวประตู ปิดเปิดนี่ ๑๔ ช่องนี่ดําเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย แต่ว่าพอที่จะมาถมลํานํ้ามูล ลํานํ้า สายเดิมเพื่อจะปิด ปิดเพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์ในการใช้งานนะครับ ระบายนํ้าผ่านเขื่อน ผ่านประตูระบายนํ้าทั้ง ๑๔ ช่องนี้ก็เลยมีปัญหาขึ้นมา เนื่องจากว่าการทําโครงการใหญ่ ๆ ในอดีตนั้นไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ไม่มีการศึกษาผลกระทบกับพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้นอย่างละเอียด จึงได้เกิดมีปัญหาขึ้น ประกอบกับขณะนั้น พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนราษีไศลก็หาข้อสรุป ยังไม่จบว่ารัฐบาลจะชดเชยอย่างไร จะแก้ไขปัญหาอย่างไร อะไรต่าง ๆ ฉะนั้นฝายหัวนา ก็ได้รับผลกระทบจากตัวนั้นมาด้วย พอได้รับผลกระทบจากตัวนั้นก็มีการชุมชน มีการเรียกร้องของพี่น้องเราที่เป็นกังวลในเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นว่า พอสร้าง ฝายหัวนาเสร็จแล้วการกักเก็บนํ้าจะอยู่ในระดับไหน จะมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ๓ อําเภอ และพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษมากน้อยขนาดไหน เพียงไร ความชัดเจน ตรงนั้นอาจจะมีแต่ว่าการประชาสัมพันธ์การทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในละแวกนั้นอาจจะยังไม่ชัดเจน หรือถึงแม้จะเข้าใจแต่ก็ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่ ของกรมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมในขณะนั้นชี้แจง มีหลักประกันแค่ไหน อย่างไร ฉะนั้นพี่น้องประชาชนก็เลยต้องมีการเคลื่อนไหว มีการต่อต้าน คือพูดง่าย ๆ ว่าต่อต้านไม่ให้มีการก่อสร้างต่อ เพราะกลัวว่าจะเกิด ผลกระทบแบบเขื่อนราษีไศล และความชัดเจนในการที่จะชดเชย ในการที่จะแก้ไขปัญหา พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนก็ต้องการความชัดเจน ดังนั้นเมื่อมีการชุมนุมของพี่น้อง ประชาชนส่วนหนึ่ง และเขาเรียกว่าพี่น้องสมัชชาคนจนได้นําพี่น้องจํานวนหลายพันคน มาชุมชนมาเรียกร้อง รัฐบาลในขณะนั้นจึงได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ให้ระงับการถมลํานํ้ามูลเดิมไว้ก่อน เพื่อศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อให้เปิดเผยข้อมูลรายละเอียดโครงการตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ ที่ออกมาเมื่อปี ๒๕๔๐ และให้มีการตรวจสอบทรัพย์สินของราษฎรที่คาดว่าจะเสียหาย จากการดําเนินการโครงการฝายหัวนาและมีการตรวจสอบร่วมกับราษฎรร่วมกับ ประชาชนในพื้นที่ด้วย และจากนั้นคณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติอีกเมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๔ รับทราบแนวทางการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน ตามที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหา ของสมัชชาคนจนเสนอ โดยให้ระงับการดําเนินการโครงการฝายหัวนาทั้งหมด คือคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ระงับทั้งหมดนะครับ รวมถึงการก่อสร้างระบบชลประทานและ การถมลํานํ้ามูลและเร่งดําเนินการศึกษาผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและสังคมให้เสร็จสิ้น ก่อนการดําเนินการใด ๆ ก็สืบเนื่องมาจากที่ผมได้เล่าให้ฟังว่าพี่น้องที่รวมตัวกันเป็น สมัชชาคนจนเรียกร้องแล้วก็ให้ยุติเรื่องนี้ก่อนคณะรัฐมนตรีจึงมีมติถึง ๒ รอบในการที่จะ ให้มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ตรวจสอบผลกระทบกับพี่น้องกับประชาชนตรงนั้นว่า จะมีผลกระทบมากน้อยเพียงไร กรมชลประทานได้ดําเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี แล้วก็มีผลการดําเนินงานดังนี้ ด้านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน ได้ดําเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้ได้รับ ผลกระทบอย่างจริงจัง โดยวิธีจ้างสถาบันการศึกษาถึง ๓ แห่งมาทําการศึกษา ไม่ว่าจะเป็ นมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีและ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมทั้งได้ร่วมหารือกับองค์กรพัฒนาเอกชนหรือเอ็นจีโอ (NGO) และร่วมกับกลุ่มสมัชชาคนจนเพื่อสรุปผลการศึกษาและได้นําเสนอผลการศึกษา ต่อคณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและผลกระทบทางสังคมจากการก่อสร้าง ฝายหัวนา และผ่านความเห็นชอบในหลักการแล้ว โดยที่ประชุมมีมติดังนี้ครับ กําหนดให้ ดําเนินการสร้ำงฝายหัวนาโดยให้มีระดับการกักเก็บนํ้าที่บวก ๑๑๒ เมตร เหนือระดับนํ้าทะเลกลาง คือให้ดําเนินการสร้ำงฝายกักเก็บนํ้าอยู่ในระดับ บวก ๑๑๒ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลกลางเพื่อช่วยระบายนํ้าส่วนเกิน ทั้งนี้ต้องคํานึงถึง ข้อกําหนดด้านวิศวกรรมต่อไปด้วย แล้วก็ได้ศึกษาได้กําหนดว่าระดับไหนจึงจะให้มี การจ่ายชดเชย การจ่ายค่าชดเชยความเสียหายเขตนํ้าท่วมของโครงการให้กําหนดถึง ระดับการกักเก็บนํ้าสูงสุดที่ระดับบวก ๑๑๔ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลกลาง คือระดับ หน้าฝายอยู่ในระดับบวก ๑๑๒ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลกลางแต่ว่าผลกระทบให้เอา ในระดับบวก ๑๑๔ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลกลาง เพราะว่าเวลากักเก็บนํ้าโดยหลักทาง วิศวกรรม ผมเองก็ไม่เข้าใจนะครับไม่ใช่วิศวกรแต่ได้รับการอธิบายว่าระดับนํ้าปลายฝาย ปลายเขื่อนมันจะสูงขึ้น ผลกระทบกับพี่น้องประชาชนก็อยู่ในระดับที่สูงขึ้น ฉะนั้นจึงได้มี การกําหนดว่าต้องจ่ายค่าชดเชยในระดับกักเก็บนํ้าสูงสุดที่บวก ๑๑๔ เมตรระดับนํ้าทะเล กลาง ส่วนด้านการช่วยเหลือ การช่วยเหลือในฤดูนํ้าหลากบางช่วงเวลาเกิดภัยพิบัติ นํ้าท่วมเกินกว่าระดับกักเก็บนํ้าสูงสุดบวก ๑๑๔ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลกลาง กรณีนี้ จะพิจารณาช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือ ด้านเกษตรผู้ประสบภัยภิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๒ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อไปนะครับ

ส่วนด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน อยากจะเรียนท่านประธานไปถึง ท่านผู้มีเกียรติว่าจังหวัดศรีสะเกษได้มีคําสั่งแต่งตั้งคณะทํางานขึ้นมาตรวจสอบทรัพย์สิน ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างฝายหัวนาแห่งนี้ถึง ๓ ชุด มีคําสั่งเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖ คําสั่งที่ ๑ คําสั่งที่ ๒ ออกเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ คําสั่งที่ ๓ ออกเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๐ งานนี้อยู่ในความรับผิดชอบ ของกรมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม แต่พอมีการปฏิรูป ระบบราชการก็มีการโอนงานส่วนนี้มาให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับผิดชอบ พอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับผิดชอบก็มีการดําเนินการให้มี การตรวจสอบทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ คณะกรรมการตรวจสอบ ทรัพย์สินได้พิจารณาเห็นชอบผลการตรวจสอบแปลงที่ดินในเขตอําเภอกันทรารมย์ จํานวน ๓๓๖ แปลง มีเกษตรกรทั้งหมด ๑๕๙ รายที่ได้รับผลกระทบ อําเภออุทุมพรพิสัย จํานวน ๙๑ แปลง ๔๐ รายที่ได้ รับผลกระทบ พี่น้ องอําเภอ ราษี ไศล จํานวน ๒,๑๔๒ แปลง เกษตรกรหรือประชาชนได้รับผลกระทบ ๖๒๑ ราย และมีราษฎร ยื่นคําร้องขอรังวัดที่ดินผ่านสมัชชาคนจนอีกจํานวน ๒,๖๗๕ แปลง ซึ่งเป็นการรังวัด ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ให้ตรวจสอบทรัพย์สินของราษฎร ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการดําเนินการโครงการฝายหัวนานี้ การรังวัดดังกล่าว ยังไม่ก่อให้เกิดสิทธิใด ปัจจุบันได้ดําเนินการแล้วเสร็จแล้วประมาณร้อยละ ๘๐ ส่วนที่เหลือคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ นี้

สําหรับเรื่องการประชาสัมพันธ์อยากจะเรียนท่านประธานไปถึง ท่านผู้ทรงเกียรติว่าทางกรมชลประทานก็ได้มีการประชาสัมพันธ์ดําเนินการโครงการ ฝายหัวนาอยู่ตลอดเวลา ได้ทําความเข้าใจกับราษฎรอย่างต่อเนื่องในช่วงระหว่าง การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร ซึ่งกรมชลประทานได้จ้างมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีและมหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมกันดําเนินการศึกษา ก็เปิดโอกาสให้องค์กรพัฒนาเอกชน กลุ่มสมัชชาคนจนเข้ามามีส่วนร่วมในการกํากับดูแล ผลการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งให้คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ ซึ่งเป็ น การดําเนินการคู่ขนานไปกับคณะกรรมการ คณะกํากับดูแลศึกษาของกรม จึงทําให้ การดําเนินงานเป็นไปตามหลักวิศวกรรมและความต้องการอย่างแท้จริงของราษฎร นอกจากนั้นกรมชลประทานและคณะอนุกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และผลกระทบทางสังคมจากการก่อสร้างฝายหัวนายังได้มีการประชุมหารือกับภาคประชาชน เพื่อสรุปข้อคิดเห็นและข้อกังวลต่าง ๆ เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๒ และวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ แล้วก็ในที่ประชุมร่วมกันนั้นได้เห็นชอบในแนวทางแก้ไขปัญหา ร่วมกันแล้ว รวมเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ที่กรมชลประทานได้มอบหมายให้ดําเนินการ ในพื้นที่ก็ได้มีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ส่วนคําถามที่ท่าน ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านปวีณได้สอบถามว่าจะดําเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตอนไหน อย่างไร เพราะปัญหา ความต้องการของพี่น้องเกษตรกรมีสูงมาก ผมอยากจะเรียนท่านปวีณครับว่า การที่กรมชลประทานได้ชะลอการดําเนินการก่อสร้างถมลํานํ้ามูลสายเดิม เพื่อที่จะให้ ประตู ๑๔ ช่องเปิดทํางานให้เกิดผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชนนั้น กรมชลประทานได้ เข้าใจครับว่าปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ความต้องการของพี่น้อง ประชาชนมีสูงมาก พื้นที่ที่จะได้รับประโยชน์จากฝายหัวนาทั้งหมดประมาณ หนึ่งหมื่นห้าพันไร่ ขณะนี้ฝายหัวนายังใช้งานไม่ได้ เนื่องจากว่ามติคณะรัฐมนตรีจึงมี การตั้งสถานีสูบนํ้าด้วยพลังงานไฟฟ้ำอยู่ ๒ จุด แล้วพื้นที่ส่วนใหญ่นั้นยังไม่ได้รับ ผลประโยชน์จากตรงนี้ ก็เพราะว่าเรายังไม่ได้ปิดลํานํ้ามูลสายเดิม แล้วประตู ๑๔ ช่อง ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากตรงนี้ ฉะนั้นติดอยู่ที่มติคณะรัฐมนตรี มติคณะรัฐมนตรีก็รอผล การศึกษาจากคณะกรรมการหลาย ๆ ฝ่าย เรียนท่านปวีณได้ทราบว่าคณะกรรมการ ที่ตั้งขึ้นมาหลายชุดได้มีการศึกษาสรุปเป็นที่ชัดเจนแล้ว ขณะนี้ทางกรมชลประทาน ได้สรุปเรื่องให้ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับทราบแล้ว และ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กําลังนําเสนอ ตอนนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เซ็นหนังสือส่งจากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไปที่สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว ก็รอการบรรจุเข้าสู่ที่ประชุม ของคณะรัฐมนตรี เพื่อจะพิจารณายกเลิกมติคณะรัฐมนตรี ๒ ฉบับที่ให้ยุติการก่อสร้างไว้ก่อน เพราะขณะนี้ผลการศึกษาสรุปอะไรจบหมดแล้ว เหลือแต่คณะรัฐมนตรีมีมติว่าทบทวนมติ ๒ ครั้ง ยกเลิก แล้วก็ให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดําเนินการก่อสร้างได้ ขอเป็นมติคณะรัฐมนตรีมาก็จบ ทีนี้ถามว่าทําไมหลังจากศึกษาเสร็จแล้วเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ และมีการสรุปแล้วประมาณเดือนธันวาคม ศึกษาเสร็จเดือนตุลาคม สรุปเสร็จ ส่งให้กรมชลประทาน ส่งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับทราบประมาณเดือนธันวาคม แล้วก็ส่งให้คณะรัฐมนตรีทําไมใช้เวลาตั้งเดือนสองเดือน ความจริงแล้วโครงการนี้ เป็นโครงการใหญ่ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต่อพี่น้องประชาชนจํานวนมาก ฉะนั้น การดําเนินการมันต้องมีการสอบถาม ถึงแม้จะส่งเข้าไปที่สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็จะมีการสอบถามไปที่หน่วยงานต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ส่งข้อเสนอแนะมา ไม่ว่าจะเป็นกระทรวทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอีกหลาย ๆ หน่วยงาน จนกว่า หน่วยงานต่าง ๆ เหล่านั้นทําความคิดเห็นมาแล้วคณะรัฐมนตรีจึงจะรวบรวมทั้งหมดเสนอ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีผมได้ทราบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าขณะนี้กําลังเร่งรัดอยู่เพื่อที่จะให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาผ่านความเห็นชอบให้มี การดําเนินการต่อไป คาดว่าประมาณไม่เกินเดือนมีนาคม ผมคาดว่าไม่เกินเดือนมีนาคมคือไม่กี่วันที่จะถึงนี้ มั่นใจว่าเรื่องนี้จะได้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะมีการทบทวนและอนุมัติ ให้ ดําเนินการก่อสร้ำงเพื่อแก้ ไขปั ญหาให้ กับพี่น้ องประชาชน ๓ อําเภอ ของจังหวัดศรีสะเกษต่อไปครับ ขอเรียนท่านปวีณผ่านท่านประธานเป็นเบื้องต้นแค่นี้ก่อน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ค่าชดเชยไม่ตอบมา ให้เสร็จหรือ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านปวีณครับ ขณะนี้คณะกรรมการได้ศึกษา ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนใน ๓ อําเภอนี้ได้ศึกษาเตรียมการไว้แล้ว ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ที่ยังดําเนินการอะไรไม่ได้เลยก็เพราะมติคณะรัฐมนตรี ๒ ครั้ง ที่ให้ยุติทุกอย่างไว้ก่อน จนกว่าผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยทั้ง ๓ แห่งออกมาเป็นที่ เรียบร้อยแล้วถึงดําเนินการต่อไป ฉะนั้นการจะจ่ายค่าชดเชยที่หัวงานหรือที่ตรงไหนก็ตาม ต้องมีมติคณะรัฐมนตรีให้ชัดเจน ซึ่งผมก็ได้เรียนไปแล้วว่าภายในเดือนมีนาคมนี้คงจะมี มติคณะรัฐมนตรีออกมาในเรื่องนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทางสภายินดีต้อนรับครู และนักเรียนโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์พนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ด้วยความยินดี เชิญท่านปวีณครับ

นายปวีณ แซ่จึง ศรีสะเกษ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องการ ให้ท่านยืนยันครับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านตอบ ยืนยันแล้วว่าเก็บกักนํ้าที่ระดับ ๑๑๒ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลกลางคือระดับกักเก็บ การจ่ายเงินชดเชยผู้ที่ได้รับผลกระทบคืออยู่ที่ระดับ ๑๑๔ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลกลาง เดือนมีนาคมมติคณะรัฐมนตรีจะต้องออกมาแน่นอนว่าให้มีการดําเนินการเรื่องฝายหัวนา ต่อไป ผมอยากจะกราบเรียนท่านว่าข้อมูลที่ท่านได้แจ้งในที่ประชุมเมื่อกี้นี้บอกว่า ถ้าได้ถมดินปิดลํานํ้ามูลของโครงการฝายหัวนาแล้วจะมีพื้นที่เพื่อการเกษตร ๑๕,๐๐๐ ไร่ จริง ๆ แล้วขณะนี้ถ้ามีการปิดถมลํานํ้ามูล เราจะมีพื้นที่เพื่อการเกษตรเกิดขึ้นเลย ทันทีที่เราได้ก่อสร้างคลองส่งนํ้าระดับใหญ่ ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ก็คือ พีแอล ๓ (PL3) และ พีแอล ๘ (PL8) จะได้ พื้นที่เพื่อการเกษตรทั้งหมด ๗๓,๑๐๐ ไร่ แล้วถ้าหากว่าท่านเก็บกักเต็มระบบท่านจะได้พื้นที่เพิ่มขึ้นอีกทั้งหมดเป็น ๑๑๐,๐๐๐ ไร่ ครอบคลุมทั้งอําเภอราษีไศล อําเภออุทุมพรพิสัย อําเภอยางชุมน้อย อําเภอเมืองกันทรารมย์ ขณะนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นแม่นํ้ามูลล่าง ฝายราษีไศลและฝายหัวนาซึ่งเป็นฝายตัวสุดท้ายของ แม่นํ้ามูลล่างไม่ได้กักเก็บนํ้าเพื่อใช้ในการเกษตร เกิดข้อเปรียบเทียบคําว่าโขง-ชี-มูล ลํานํ้าชี จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่เป็นชายแดน ต่อเนื่องของจังหวัดศรีสะเกษ เกษตรกรในพื้นที่เขาทํานา ๒ ครั้ง บ้านผมอําเภอราษีไศล ต้องมาอาศัยนํ้าอําเภอมหาชนะชัยเกิดปัญหาแย่งนํ้า อีกไม่นานจะมีกรณีพิพาท ถึงการทําร้ายกันถึงกับเสียชีวิต และขณะเดียวกันอําเภอเขื่องในกับอําเภอกันทรารมย์ อยู่คนละฟากฝั่งลํานํ้าชี เราต้องไปอาศัยลํานํ้าชีสูบนํ้าขึ้นมา มันเป็นปัญหาหมด เพราะฉะนั้นท่านต้องรีบแก้ไขขอให้ท่านได้รีบดําเนินการคือประเด็นที่ผมต้องการ ส่วนการศึกษาผลกระทบนั้นจบ ผมก็พยายามติดตามในเรื่องนี้ ต้องมีการสูญเสียบ้าง ไม่เกิน ๓,๐๐๐ ไร่จากจํานวนทั้งหมดเกือบ ๑๕๐,๐๐๐ ไร่ สูญเสีย ๓,๐๐๐ ไร่ เป็นเรื่องนิดเดียวแต่ต้องได้รับการชดเชยและเยียวยาให้เขาไป ท่านอย่าลืมว่าผู้ที่ได้รับ ผลกระทบไม่ได้มีเฉพาะสมัชชาเท่านั้น คนที่อยู่นิ่ง ๆ ตอนนี้คือคนกลุ่มที่อยู่กับบ้านเมือง คือกลุ่มที่อยู่กับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอําเภอ ต้องทําการประชาสัมพันธ์ว่าผู้ใดที่ได้รับ ผลกระทบจากโครงการนี้ต้องได้รับการชดเชยทั้งหมด กรมชลประทานต้องประชาสัมพันธ์ ตลอดเวลาว่าจะกักเก็บที่ ๑๑๒ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเล ผมขอให้ท่านรับปากผม ออกทางสื่อ ช่อง ๑๑ ใช้ให้เป็นประโยชน์ ผมว่าเลิกเสียที่ทํากันอย่างทุกวันนี้ ไม่มีคนเขาดู เขาฟังแล้วช่อง ๑๑ นี่เปลี่ยนแนวเสีย ถ้าบอกว่าจะให้คนสมานฉันท์แม้แต่ดูช่อง ๑๑ มันก็ไปไม่ได้แล้ว ขอเถอะ แล้วทีนี้ผมอยากจะเรียนท่าน อยากให้เร่งรัดและรีบดําเนินการประชาสัมพันธ์ เพราะตอนนี้มีคนกลุ่มหนึ่งไม่อยากให้ ปิ ด พอไปบอกว่าเขาจะเก็บกักที่ ๑๑๔ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเล ผมถึงยํ้าแล้วยํ้าอีกให้ท่านตอบ ท่านตอบผมด้วยนะครับ ผมจะบันทึกเทปและช่วยประชาสัมพันธ์ท่านว่า ๑๑๔ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลคือชดเชย ๑๑๒ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเล คือระดับกักเก็บ แล้วเดือนมีนาคมท่านจะดําเนินการ เพื่อต้องการให้เกษตรกรในบ้านผมได้ใช้นํ้า ๑๐ ปี ที่เสียโอกาสปี ละประมาณ ๕๘๐ ล้านบาท ๑๐ ปีก็คือ ๕,๘๐๐ ล้านบาท ท่านชดเชยไม่ได้หรอกครับ ฝนแล้งท่านก็ให้ ๖๑๖ บาท ความเสียหายเขามากกว่า ๖๐๐ บาท เพราะฉะนั้นเอานํ้าไปให้เขา ฤดูกาล ของฤดูฝน ฝนไม่พอสูบนํ้าให้ นาปรังหน้าแล้งส่งนํ้าให้เขาได้ทํานาครั้งที่ ๒ เขาจะได้มีรายได้ เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยกันเราก็มีความปรารถนา ที่อยากจะให้เขาได้มีโอกาสที่จะได้ใช้นํ้าให้เป็ นประโยชน์ ผมต้องขอกราบเรียนฝากท่าน อีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมเป็นห่วงที่สุดก็คือเรื่องของการไม่พยายามเร่งรัด ท่านตอบถูกครับ ผมพยายามตามตลอด เดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๒ มหาวิทยาลัยส่งผลกระทบ ทั้ง ๓ มหาวิทยาลัย สรุปผลแล้วทําไมช้าจังตั้งแต่เดือนมีนาคม เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม แล้วยังตอบผมว่า ๓๐ กันยายน ปี ๒๕๕๒ จะประกวด ราคากัน เพราะตอนนั้นกรมชลประทานได้แปรญัตติงบประมาณไว้ ๒๕ ล้านบาท ถมคันดิน ๑๒๕ ล้านบาท ผูกพัน ๓ ปี งบประมาณ และปี ๒๕๕๓ ตั้งไว้อีก ๒๐.๕ ล้านบาท ส่วนปี ๒๕๕๔ ก็คือตั้งงบประมาณให้ครบ ๑๒๕ ล้านบาท ขณะนี้ แม่นํ้ามูลล่างได้เตรียมการซ่อมคลองส่งนํ้าเก่า ๆ ที่ทําไว้แล้ว ก็อยากจะฝากท่านนะครับ ผมมี ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ แล้วฝากท่านอีกประเด็นหนึ่งครับ ผมอยากจะฝากท่าน อีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของการถ่ายโอนภารกิจ เกี่ยวข้องกันนะครับท่านประธาน เกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนภารกิจของท่านที่ให้คลองส่งนํ้าให้กับ อบต. หรือเทศบาล หรือหน่วยงานท้องถิ่น ตอนนี้ให้ท่านไปสํารวจดูครับ ๑,๖๐๐ แห่งทั้งหมดที่เป็นของ กรมชลประทานที่ถ่ายโอนลงไปมันใช้ได้กี่แห่ง มันใช้ไม่ได้เลย แล้วตอนนี้ท้องถิ่น กําลังบอกว่าจะขอโอนคืนได้ไหม ท่านลองศึกษาดูครับเอากลับมาคืนเถอะ เขาทําไม่ได้ ๑. เขาไม่มีเงินจ้างคน ๒. เขาไม่มีเงินที่จะจ่ายค่ากระแสไฟฟ้ำสูบนํ้า บางแห่ง ผมยกตัวอย่างที่ตําบลเมืองคงที่ผมอยู่ แพก็ไม่มีแล้ว ไม่ได้สูบนํ้ามา ๑๐ ปี แล้ว เครื่องสูบนํ้าก็ไม่มีแล้วไปถ่ายโอนให้เขามีแต่ท่อ จะให้ อบต. จะทําได้อย่างไรครับ อันนี้เป็นข้อฝากท่านนะครับ ท่านได้ช่วยกรุณาอันไหนที่เขาทําไม่ได้ท่านเอากลับมาคืนเถอะ ถ้าต้องแก้ไขกฎหมายก็ต้องเสนอสภาแห่งนี้ให้ท่านได้ช่วย ทําให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ต่อประชาชนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องกราบขอบคุณท่านประธาน อีกครั้งหนึ่งที่ได้ให้โอกาสผม ผมเสียดายอย่างเดียวผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะอยู่ที่นี่ ผมจะให้ท่านตอบผมให้ชื่นใจนิดหนึ่งว่าท่านจะช่วยแค่นั้นผมก็พอใจ ก็ต้องฝาก ท่านประธานว่าผมกราบขอความกรุณาท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๑๕ ปี เต็ม ๆ นี่ถ้าคน ก็จะแต่งงานแล้ว อย่าให้พื้นที่เขาเสียหายโดยเปล่าประโยชน์ที่ไปสร้างหัวงาน ไปสร้างคลองแล้วไม่ได้ใช้นํ้า ผมฝากท่านครับ อยากจะให้ท่านตอบให้ผมชื่นใจ อีกนิดหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอา ตอบให้ชื่นใจ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

เรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตตอบให้ท่านปวีณชื่นใจนิดหนึ่งนะครับ ยืนยันนะครับ ว่ากรมชลประทาน ผลจากการศึกษาของทุกฝ่ำยแล้วระดับกักเก็บจะอยู่ที่ บวก ๑๑๒ เหนือระดับนํ้าทะเลกลาง แต่ว่าทางกรมชลประทานคิดระดับที่จะจ่าย ค่าชดเชยให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบอยู่ที่ระดับบวก ๑๑๔ เหนือระดับนํ้าทะเลกลาง อย่างแน่นอนนะครับเพราะมีการศึกษาออกมาละเอียดแล้ว เรื่องความล่าช้ายาวนาน ขนาดนี้ท่านปวีณก็ได้พูดเองว่ามันมีความกังวลของพี่น้องเกษตรกรไม่เฉพาะสมัชชาคนจน เท่านั้นที่กังวลเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ฉะนั้นรัฐบาลจึงได้ให้มีการศึกษาอย่างละเอียด ผลการศึกษาเพิ่งสรุปเสร็จเมื่อเดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๒ ส่งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณารับทราบเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๒ ฉะนั้นห้วงระยะเวลาจากช่วงนี้มาไม่นานเลยนะครับเราก็เร่งรัดเต็มที่ ถ้าหากผลการศึกษา ยังไม่จบก็ไม่สามารถที่จะเสนอขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี ๒ ครั้งนั้นได้ ผมขอตอบ เพิ่มเติมนิดหนึ่งว่าที่ท่านพูดถึงว่าได้มีการตอบหนังสือท่านไปอาจจะโดยกรมชลประทาน ผมฟังไม่ชัด โดยกรมชลประทานนั้นบอกว่าตามแผนงานนั้นเดิมวางไว้ว่าจะดําเนินการ ประกวดราคาในปี ๒๕๕๒ นั่นคือแผนงานเดิมของกรมชลประทานที่ได้มีการวางแผน เอาไว้ แต่เมื่อมีมติคณะรัฐมนตรีออกมาอย่างนั้น เราก็ต้องทําตามมติคณะรัฐมนตรีครับ ฉะนั้นก็ต้องเรียนให้ท่านปวีณได้ทราบ และอีกเรื่องหนึ่งผมขออภัยท่านปวีณว่า ผมให้ข้อมูลผิดพลาด ความจริงแล้วพื้นที่ที่จะได้รับประโยชน์จากการสร้างฝายหัวนา ทั้งหมดประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ กว่าไร่เศษ ๆ ประมาณนี้ไม่ใช่ ๑๕,๐๐๐ ไร่ ผมให้ตัวเลขผิดไป ก็ต้องขออภัย

อีกคําถามหนึ่งสั้น ๆ เกี่ยวกับท่านปวีณได้พูดถึงเรื่องการชดเชย เงินชดเชย พี่น้องได้รับผลกระทบจากเขื่อนราษีไศล บอกว่าทําไมจึงไม่เสร็จสักที ทําไมจึงมีปัญหาตลอด ผมอยากจะเรียนว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทาน ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามเร่งรัดกันอยู่เต็มที่ จากการจ่ายเงินชดเชยมาทั้งหมดตั้งแต่เริ่ม อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มีการจ่ายชดเชย ๒ ครั้งเมื่อปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๔๐ หรือปี ๒๕๔๒ จากนั้นมีการโอนมาให้กรมชลประทาน ก็ได้มีการดําเนินการจ่ายชดเชยอีก ๕ ครั้งติดต่อกัน รวมทั้งหมด ๗ ครั้ง รวมทั้งหมดได้มี การจ่ายค่าชดเชยแล้ว ๗ ครั้ง เป็นทั้งหมด ๑๐,๗๒๑ แปลง เป็นพื้นที่ทั้งหมด ๕๒,๔๔๕ ไร่ เศษ เป็นเงินทั้งหมด ๑,๖๗๘ ล้านบาทเศษ ขณะนี้เหลือที่ยังค้างอยู่ ๒,๙๙๒ แปลง เนื้อที่ ที่เหลืออยู่ที่ยังไม่ได้รับการชดเชยก็คือว่าเป็นพื้นที่ประมาณ ๑๒,๖๐๐ ไร่ ทําไมจึงยังไม่จ่าย ชดเชยทั้งหมด อยากจะเรียนท่านประธานผ่านท่านปวีณว่าสาเหตุที่ยังไม่ได้จ่ายค่าชดเชย ยังไม่เรียบร้อยทั้งหมดก็คือว่ามันมีปัญหาที่พี่น้องประชาชนมายื่นต่อกรมชลประทานว่า ได้รับผลกระทบ ตรวจสอบแล้วมันมีพื้นที่ที่ทับซ้อนกัน ฉะนั้นในส่วนที่มีพื้นที่ทับซ้อนกัน อยู่ระหว่างราษฎรต่อราษฎรก็ต้องมีการตรวจสอบ โดยทั้งกรมชลประทานและกรมที่ดิน ต้องมาดูแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศประกอบกับภาวะสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ก็มีการตรวจสอบ ให้ละเอียด ส่วนที่ตรวจสอบเสร็จแล้วก็ได้เสนอคณะรัฐมนตรีของบกลางในการไปชดเชย พี่น้องแล้ว ส่วนที่ตรวจสอบยังไม่เรียบร้อยก็เร่งรัดในการตรวจสอบไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะได้ ดําเนินการแก้ไขปัญหา ปัญหาอีกปัญหาในการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศเพื่อพิสูจน์ ร่องรอยการทําประโยชน์ นี่ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ต้องทําด้วยความละเอียดรอบคอบ เพราะถ้าเกิดว่ามีพื้นที่ทับซ้อนของราษฎรด้วยกัน เราให้คนหนึ่งอีกคนหนึ่งก็ต้องมาประท้วง คนหนึ่งไม่พอใจ ต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจนถึงจะมีการขออนุมัติจ่ายเงินชดเชยไป รวมเงินที่จะต้องชดเชยให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนราษีไศลที่เหลืออยู่ ประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท คาดว่าการตรวจสอบพื้นที่ทับซ้อนทั้งหมด แล้วก็คงจะแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนราษีไศลงวดสุดท้ายภายในปี ๒๕๕๓ ผมมั่นใจครับว่าจะสามารถที่จะดําเนินการได้ ขอย้อนไปฝายหัวนานิดเดียว ท่านปวีณ ขอความชัดเจนจากผมว่าต้องดําเนินการได้เลยทันทีในเดือนมีนาคม ผมขอเรียนว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราเตรียมข้อมูลทุกอย่างเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ส่วนจะได้รับความเห็นชอบให้ดําเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการหรือไม่ก็คงอยู่ที่ คณะรัฐมนตรี แต่ว่ายืนยันกับท่านปวีณว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรามีข้อมูลอะไร เพียบพร้อมหมดแล้ว พร้อมที่จะนําเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเต็มที่ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องจังหวัดศรีสะเกษ แต่ว่าจะได้ดําเนินการหรือไม่ก็อยู่ที่ความเห็นของ คณะรัฐมนตรีทั้งหมด ถ้าเกิดว่ารัฐมนตรีทั้งหมดเห็นว่าไม่สมควรดําเนินการต่อก็คงจะอยู่ ที่คณะรัฐมนตรี แต่ถ้าสมมุติว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้มีการยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี ๒ ครั้ง แล้วก็ให้ดําเนินการทันที กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมดําเนินการทันทีเลย ท่านปวีณติดตามต่อไปเรื่อย ๆ มีอะไรก็ประสานงานนะครับ ผมพร้อมที่จะให้ข้อมูลท่าน ตลอดเวลาครับ ขอบกราบขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบกระทู้ถามทั่วไปที่ ๓ สภายินดีต้อนรับคณะจากเทศบาลยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ด้วยความยินดีนะครับ กระทู้ถามทั่วไปหมดทั้ง ๓ กระทู้แล้ว

๑.๒ กระทู้ถามสด

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๘๖ ส. เรื่อง โครงการถนนไร้ฝุ่น (นายรณฤทธิชัย คานเขต เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

เชิญเจ้าของกระทู้ถามสดถามได้

นายรณฤทธิชัย คานเขต ยโสธร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณฤทธิชัย คานเขต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน ท่านประธานครับ เรื่องโครงการถนนไร้ฝุ่นนี้เป็นแนวนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ที่ประกาศ ชัดเจนว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะมีโอกาสได้รับงบประมาณเพื่อไปแก้ไข ปัญหาให้กับถนนหนทางที่ยังเป็ นอุปสรรคในการเดินทางของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนของประเทศ แต่ว่าข่าวคราวที่ได้รับทางหน้าหนังสือพิมพ์ ทั้งทางทีวี พี่น้องประชาชนที่รับฟังข่าวเมื่อผมมีโอกาสได้ลงไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เขาถามผมว่า ทําไมรัฐบาลซึ่งประกาศว่าจะมีโครงการถนนไร้ฝุ่นไปแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนจะถูกระงับ ผมเองผมฟังแล้วผมก็ไม่สบายใจว่าทําไมต้องระงับในสิ่งที่ พี่น้องประชาชนต้องการอยากได้ ต้องการอยากให้ไปแก้ไขปัญหา มีรัฐบาลในอดีต ที่ผ่านมาอาจจะนานมาแล้วท่านบอกว่าพี่น้องประชาชนคนไทยเราจะอยู่ดีมีสุขได้ ก็ต่อเมื่อนํ้ามันไหล ไฟมันสว่าง มันต้องมีทางดี และมีงานทํา สมมุติว่าถ้าพี่น้องประชาชน สามารถที่จะได้รับในสิ่งซึ่งมันเป็นปัญหาของพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าสิ่งนั้นคือความสุข ของพี่น้องประชาชนในสภาวะที่บ้านเมืองเราแตกความสามัคคีกัน เราอยากจะเห็น รอยยิ้มของพี่น้องประชาชน เราอยากจะเห็นความสุขของพี่น้องประชาชน แต่ตอนหลังมา ก็มีการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่าโครงการนี้จะยังไม่ระงับ ผมก็ดีใจว่าโครงการนี้ จะยังดําเนินการต่อไปอยู่ ผมคิดนะครับ แต่ว่าความไม่สบายใจก็คือพี่น้องประชาชน ไม่มั่นใจว่าทําไมโครงการดี ๆ อย่างนี้ถึงมีกระแสออกมา แล้วมีคําสัมภาษณ์ที่ค่อนข้าง ชัดเจนว่าจะระงับเพราะไม่ใช่โครงการเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ก็แสดงว่าโครงการ ที่มันอาจจะไม่ใช่โครงการใหญ่จะเป็นโครงการที่ทางรัฐบาลไม่ให้ความสนใจหรืออย่างไร เพราะฉะนั้นวันนี้ผมถึงได้ตั้งกระทู้ถามสดเพื่อต้องการที่จะให้ท่านรัฐมนตรีที่ดูแล รับผิดชอบหรือผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้เข้ามานั่งฟังด้วย ท่านอาจจะมีโอกาสได้ชี้แจงพร้อมกับท่านรัฐมนตรี ก็ต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ผมอยากชี้ให้เห็นว่า ถนนนี่มันมีความสําคัญต่อพี่น้องเรา การที่เรามีงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นงบปกติหรืองบเงินกู้ก็ตามแต่ ถ้าเราไปมุ่งเน้นเกี่ยวกับเรื่องของโครงการ เมกะโปรเจกต์อย่างเดียวเสมือนหนึ่งว่าเราเองให้ความสนใจเฉพาะเขตเมืองเท่านั้น พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศวันนี้ที่ขาดงาน ที่ไม่มีงานทํา เมื่อกี้ผมฟังกระทู้ถาม เรื่องนํ้า จริง ๆ แล้วผมมีความสนใจเรื่องนํ้า แต่นํ้ากับถนนสําหรับพี่น้องเกษตรกร มันเป็นของคู่กัน เรามีสถานีสูบนํ้ามีระบบชลประทานพี่น้องเกษตรกรสามารถเอานํ้าไป ประกอบอาชีพได้ ไปทํานาได้ปีหนึ่ง ๒ ครั้ง หายใจออก หายใจโล่ง มีเงินใช้หนี้ ธ.ก.ส. แต่ในขณะเดียวกัน ท่านต้องคิดว่าผลิตผลต่าง ๆ ที่มันอยู่ในไร่ ในนา อยู่ในชนบทซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของ ประเทศมันจะต้องมีเส้นทางสัญจรไปมาที่มันสะดวกเพื่อให้คนจากข้างนอก สมมุติว่า เรื่องของสินค้าเกษตร อย่างเรื่องนาบ้าง ปลูกข้าวบ้ำง ปลูกข้าวโพดบ้าง ปลูกมันสําปะหลังบ้าง มันไม่ได้มาปลูกตรงข้างถนน มันปลูกในไร่ ในนา ปลูกในสวน ซึ่งมันลึกเข้าไป ถนนหนทางในบ้านเรามันแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มหนึ่งก็คือถนนซึ่งเป็นของ ทางหลวงหรือทางหลวงชนบท อีกส่วนหนึ่งอาจจะยังอยู่ในชนบทในความรับผิดชอบของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าคุณภาพของงานในส่วนของชนบทคือ กรมทางหลวงชนบทซึ่งมีประสบการณ์ แล้วมีเครื่องไม้เครื่องมือ มีการตรวจสอบกัน ค่อนข้างชัดเจน ก็ได้ข่าวว่าทีแรกว่าถนนไร้ฝุ่นจะให้ทางกรมทางหลวงชนบทเขารับงาน ชิ้นนี้ไปทํา พี่น้องประชาชนได้ฟังก็ดีใจ อันไหนที่มันยังเป็นถนนลูกรังอยู่ ถนนตรงไหน ที่มันยังเป็นหลุมเป็นบ่ออยู่บางทีเขาก็ร้องผ่านผู้แทนราษฎร รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ห้ามผู้แทนราษฎรยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณและโครงการของรัฐ แก้เถอะครับรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ผู้แทนราษฎรเองก็ไม่สามารถที่จะไปดําเนินการเองได้ก็ต้องให้ อบต. ต้องให้ อบจ. ต้องให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านทําเรื่องเสนอ บางทีก็เสนอผ่านผู้แทนราษฎรอย่างผม ผมก็ต้อง เอาหนังสือไปวางให้บอกนี่เป็นความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน หรือไม่บางทีก็ไปชี้แจง ด้วยตัวเอง บอกลงไปดูหน่อยได้ไหม เมื่อประมาณสักไม่เกินเดือนหนึ่ง ผมยกตัวอย่าง ที่อําเภอเมืองของจังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นเขตรับผิดชอบของผมด้วย ผมไปงานแต่งงาน ก็ไปขึ้นเวที มีชาวบ้านเขาร้องขึ้นไป ร้องนี่พูดเสียงดังนะ เขาบอกเป็นผู้แทนราษฎร แล้วทําอะไร มีตาหรือเปล่า ถนนที่ผ่านมาเมื่อกี้เห็นไหม เพราะมันเป็ นถนนฝุ่ น อยู่กลางบ้านเลยชื่อบ้านโคกมนัส ที่ตําบลทุ่งแต้ ผมก็นึกว่าเขาแซวผมหรือเปล่า พอลงจากเวทีผมก็บอกให้คนขับรถบอกพาไปดูหน่อยสิตรงถนนนั้นผ่ากลางบ้าน มันยังเป็นฝุ่นอยู่จริงหรือเปล่า เขาบอกเขากวาดบ้านไม่ทนแล้ว กวาดได้ทุกวัน ลูกเขาก็ เป็ นโรคทางเดินหายใจ เป็ นหวัด เพราะฝุ่ นมันเป็ นฝุ่ นละเอียด ผมขับรถไปดู อ้าว จริง ๆ ด้วย ผมยังนึกขอบคุณถ้าเขาไม่พูดในวันนั้น ไม่ตะโกนบอกผม เพราะผมอยู่บนเวทีเขาอยู่ข้างล่างเวที ผมก็ไม่มีข้อมูลในการที่จะมาพูดให้ฟัง ชัด ๆ อย่างนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องของถนนไร้ฝุ่นมันเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน ชาวบ้านเขาเองพอเขามีโอกาสได้ฟังว่าเงินงบไทยเข้มแข็ง งบเงินกู้จะเอามาทํา เฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์ ชาวบ้านเขาก็ตัดพ้อมาว่ารัฐบาลของเรา ผมอยู่ในสังกัด ของรัฐบาลผมก็ต้องเดือดร้อนด้วย เขาบอกทําไมต้องทําเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์ ทําไมต้องทํารถไฟลอยฟ้ำ ทําไมทํารถไฟใต้ดิน ทําไมทําเพื่อคนกรุงเทพฯ ทําไมทําเพื่อคน เมืองใหญ่ ชนบทไม่ได้ เสียภาษี ให้ กับรัฐหรื อ ผมก็เอามาสะท้ อนวันนี้ ผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปถึงผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ผมก็พยายามที่จะ ตอบแทนรัฐบาลว่า รัฐบาลมีภาระในการที่ต้องดูแลแก้ไขปัญหาให้กับคนเมืองหลวง ค่อนข้างเยอะเพราะมันคนจํานวนมาก พี่น้องบ้านเราก็ไหลกลับมาอยู่ ไม่มีงานทําก็ไหล เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ประชากรแฝงก็ไม่รู้เท่าไร ถนนหนทางมันติดเขาก็จําเป็นที่จะต้อง แก้ไขให้กับคนกรุงเทพฯ แต่ชาวบ้านเขาบอกว่าเขาก็เสียภาษีเหมือนกันกับคนกรุงเทพฯ แล้วในส่วนที่เขาเดือดร้อนทําไมไม่คิดจะลงไปแก้ไข เอาโครงการเมกะโปรเจกต์ แต่เป็นโครงการย่อย ๆ รวมกันเขาบอกมันก็เป็นเมกะโปรเจกต์ ผมก็บอก เออ ชาวบ้านเขา ก็มีความคิดดี ท่านประธานครับ ถนนที่มันยังเป็นฝุ่นอยู่มันเป็น ๒ ลักษณะ ๑. คือถนนดิน ๒. ถนนซึ่งเอาลูกรังลงไปใส่ ไม่รู้ว่าเป็นลูกรังหรือเหลนรังก็ไม่รู้ล่ะ พอฝนตกทีไรบางเส้นมันก็มีแต่ขี้โคลนทั้งนั้น ยิ่งถ้าเป็นถนนที่เอาหินคลุกไปลงนะครับ อย่าลืมว่าหินคลุกคือปูนมันเป็นหินปูน พอมันนาน ๆ เข้าฝุ่ นตัวนี้ละเอียดมากเลย หน้าร้อนอย่างนี้พอลมมาปั๊บฝุ่นมันฟุ้ งไปทั้งหมู่บ้านเลย ก็จะอาศัยตัวนี้แหละครับ อาศัย โครงการไทยเข้มแข็ง ผมก็พยายามที่จะอธิบายให้เขาฟังว่ารัฐบาลบอกจะเอาโครงการนี้ มาทําต่อเหมือนเดิมไม่มีการระงับ เขาก็ยังไม่เชื่อ ผมก็เลยอยากจะกราบเรียนถามวันนี้ ที่มาตั้งกระทู้ถามสดเอากันชัด ๆ อย่างนี้ เอาแค่นี้ละครับว่าวันนี้รัฐบาลจะระงับโครงการ ถนนไร้ฝุ่นตามที่มีข่าวออกมาจริงหรือเปล่าครับ ขอถามเป็นข้อแรกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมหรือนายกรัฐมนตรีจะตอบ เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตอบ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตอบกระทู้ถามสดของท่านรณฤทธิชัย คานเขต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก จังหวัดยโสธร ต้องขอบคุณนะครับที่ได้หยิบยกปัญหาของพี่น้องชนบทมาพูดในสภาแห่งนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับว่า รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคมซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการขนส่ง การพัฒนาระบบการขนส่ง ของประเทศ เราได้ให้ความสําคัญของการพัฒนาระบบขนส่งของประเทศทั้งในเมือง และในชนบท วันนี้ที่กระผมต้ องกราบเรียนก่อนที่ผมจะตอบคําถามของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าท่านได้กล่าวถึงในบริบทของการพัฒนาประเทศ การพัฒนาเมืองก็คือการพัฒนาในเมืองใหญ่ รัฐบาลก็ให้ความสําคัญ ไม่ว่าจะการสร้าง ถนน ในการสร้างเส้นทางรถไฟฟ้ำต่าง ๆ หรือการทางพิเศษ เพื่อที่จะอํานวยความสะดวก ให้แก่พี่น้องในเมืองหรือพี่น้องในกรุงเทพมหานครที่ท่านพูดถึง ฉะนั้นเมืองก็คือหัวใจ ของประเทศก็จําเป็นต้องพัฒนานะครับ ข่าวคราวออกมาว่าเราได้ไปอนุมัติเส้นทางต่าง ๆ สายสีต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องในการพัฒนาประเทศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของ ประเทศแข่งกับนานาประเทศให้ได้ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ผิดนะครับ ส่วนเรื่องการพัฒนาขนส่ง ของระบบชนบท รัฐบาลชุดนี้ก็ได้ให้ความสําคัญ กระทรวงคมนาคมโดยผมก็ได้ให้ ความสําคัญ ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับว่า ในเรื่องถนนไร้ฝุ่ นโดยกระทรวงคมนาคมได้ประกาศเป็นนโยบายที่จะทําถนนไร้ฝุ่ น ผมกราบเรียนการเริ่มต้นนโยบายเรื่องนี้ไม่ว่าผมเองก็ตาม ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ตาม ก็ได้ให้ความสําคัญ ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาไปเป็นประธานในการเปิดถนนไร้ฝุ่น ที่จังหวัดบุรีรัมย์เส้นแรก ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เห็นภาพวันนั้นแล้ว เพราะวันที่ ท่านนายกรัฐมนตรีไปเปิดโครงการรถที่วิ่งไปนี่ฝุ่นมองไม่เห็นรถเลย วันนี้ถนนเส้นนั้น ก็ได้ดําเนินการเสร็จแล้ว โดยใช้ชื่อว่าถนนไร้ฝุ่น ผมกราบเรียนว่าสิ่งที่ท่านได้บรรยายถึง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในชนบทไม่ต่างกับผม ผมว่าเป็นความโชคดีที่ผมต้อง ประกาศว่ามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่อยู่ในชนบทจริง ๆ เพราะบ้านผม ก็ห่างจากตัวอําเภอ ๓๐ กว่ากิโลเมตร ฉะนั้นท่านบรรยายมาถูกต้องหมด ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในชนบท ฉะนั้นวันนี้ถนนไร้ฝุ่นมองในมิติของ การพัฒนาเป็นได้ทั้งการพัฒนาในคุณภาพชีวิตของประชาชน และเป็นได้ในทางเศรษฐกิจ แยกกันไม่ออกครับทั้ง ๒ เรื่องนี้ ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าเรื่องทั้งหมดที่ถนนไร้ฝุ่ น ที่กระทรวงคมนาคมดําเนินการอยู่นี้ ทั้งหมดที่เป็ นโครงข่ายของถนนไร้ ฝุ่ น ๗,๒๐๐ กว่ากิโลเมตร ใน ๗,๒๐๐ กว่ากิโลเมตรเป็นโครงข่ายชัดเจน มีเส้นทางชัดเจน เส้นทางเหล่านี้จะเป็นโครงข่ายเชื่อมระหว่างชนบท ระหว่างหมู่บ้านไปตําบล ไปยังอําเภอ ซึ่งจะไปเชื่อมกับทางหลวงแผ่นดิน ฉะนั้นวันนี้กระทรวงคมนาคมผมจึงกราบเรียนด้วยความภาคภูมิใจสิ่งที่เราทํา ถนนไร้ฝุ่น ไม่ใช่ถนนลาดยางในหมู่บ้าน แต่เป็นถนนที่ระบบขนส่งของชนบทไปยังทางหลวงแผ่นดิน ที่จะส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรก ก็คือเรื่องพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ประชาชนก็คือประชาชนได้การเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นลูกหลานที่ไปเรียนหนังสือ ประชาชน ที่เจ็บป่วยส่งโรงพยาบาล หรือแม้แต่การเดินทางเข้าไปในเมืองใหญ่ ฉะนั้นเป็นคุณภาพ ชีวิตรวมที่สําคัญอย่างที่ท่านพูดถึงก็คือประชาชนทั้งหมดที่อยู่ในเส้นทางถนน ที่ผมกราบเรียนที่ท่านได้ยกตัวอย่างขึ้นก็คือถนนลูกรัง ถนนหินคลุก ฝุ่ นที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นที่ประชาชนกินข้าวกับฝุ่น หรือบ้านเรือนที่กวาดแล้วกวาดอีกอย่างที่ท่านว่า หรือสุขภาพที่เป็นภูมิแพ้อะไรต่าง ๆ เป็นโรคระบบทางเดินหายใจก็ตาม ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ถ้าใครไม่ได้อยู่ในชนบทจะไม่รู้ถึงความทุกข์ยากเหล่านั้น อันนี้คือในฤดูแล้ง ส่วนในฤดูฝน ก็ตรงกันข้าม พี่น้องประชาชนต้องเดินทางทั้งโคลน เด็กนักเรียนที่ไปเรียนหนังสือ หรือคนเจ็บคนป่วยที่มีรถที่ไปติดโคลนอยู่ ฉะนั้นเราที่อยู่ในชนบทจะเห็นภาพเหล่านี้ ตลอดเวลา ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า วันนี้เราได้เห็นความจําเป็นของถนนไร้ฝุ่นอยู่แล้ว อันนี้คือเรื่องของคุณภาพชีวิต ส่วนเรื่อง เศรษฐกิจ ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าวันนี้สินค้าเกษตรเขาอยู่ในชนบท พี่น้องเกษตรกร ที่ผลิตสินค้าการเกษตรไม่ว่าจะเป็ นอ้อย ข้าวอะไรทั้งหลาย ถ้าไม่มีถนนเหล่านี้ ที่จะลําเลียงสินค้าการเกษตรเข้ามาขายในเมืองได้นี่แล้วจะไปขายให้ใคร แล้วต้นทุน การผลิตที่จะลดต้นทุนการผลิตที่จะขนส่งโดยความสะดวกนี่ ถ้าเป็นถนนเส้นหนึ่ง มีทั้งหินคลุก มีทั้งลูกรัง แล้วจะขนส่งกันอย่างไร ต้นทุนก็สูง ฉะนั้นเรื่องการพัฒนา คุณภาพทางเศรษฐกิจเราเห็นชัดเจนว่าเป็นการขนส่งสินค้าการเกษตร ไม่ว่าอ้อย ข้าว ยางพารา มันสําปะหลังอะไรต่าง ๆ นี้ ถ้าถนนดีต้นทุนก็ถูก สินค้าเกษตรก็จะได้รับในราคา ที่ดีขึ้น ในขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนก็จะขนสินค้าอุตสาหกรรม ไม่ว่าเหล็ก หิน ปูน ทรายอะไรไปก่อสร้างในชนบท ต้นทุนการขนส่งก็จะลดลง ต้นทุนการซ่อมบํารุงรักษา เครื่องจักร เครื่องยนต์ก็จะถูกลดลง ฉะนั้นผมกราบเรียนว่า ๒ เรื่อง คือเรื่องถนนไร้ฝุ่น ได้ทั้งคุณภาพชีวิตและได้ทั้งคุณภาพทางเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนในชนบท ส่วนที่ ผมกราบเรียนในภาพรวมที่ผมเรียนแล้วว่า ถนนไร้ฝุ่นเรามีอยู่ทั้งหมด ๗,๒๐๐ กว่ากิโลเมตร รัฐบาลได้ดําเนินการเสร็จแล้วอยู่ในเอสพี ๒ (SP2) ๓,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ๓,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร เรากระจายให้เห็นว่าในภาคเหนือ ๗๐๐ กว่ากิโลเมตร ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด ๑,๒๐๐ กว่ากิโลเมตร ในภาคใต้ ๕๐๐ กว่ากิโลเมตร แล้วภาคกลาง ๘๐๐ กว่ากิโลเมตร ฉะนั้นจะแสดงให้เห็นว่าถนนไร้ฝุ่นนี่จะอยู่ในทุกภาค อันนี้คืออยู่ใน ๓,๐๐๐ กิโลเมตรแรก ที่เราดําเนินการอยู่ในขณะนี้และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอยู่ในขณะนี้ ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ที่ต้องเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ได้เห็นว่าเราไม่ได้ระงับ รัฐบาลโดยกระทรวง คมนาคมไม่ได้ระงับ เพราะว่าอีก ๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรนี้อยู่ในพระราชบัญญัติเงินกู้ ที่อยู่ในชั้นกรรมาธิการทั้ง ๒ สภา คือสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภา อยู่ในการพิจารณา ของกรรมาธิการร่วม ใน ๔,๐๐๐ กิโลเมตรผมจะได้ฉายภาพให้เห็นว่าโครงข่ายที่เรา ถูกกําหนดขึ้นใน ๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร อยู่ในภาคเหนือ ๘๐๐ กิโลเมตร ในภาคอีสาน ๑,๕๐๐ กิโลเมตร ในภาคกลาง ๑,๑๐๐ กิโลเมตร และภาคใต้ ๗๐๐ กว่ากิโลเมตร ฉะนั้นจะแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลได้บรรจุโครงการนี้อยู่ในพระราชบัญญัติเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งอยู่ในการพิจารณาของกรรมาธิการร่วม ฉะนั้นผมกราบเรียนว่า สิ่งที่กระทรวงคมนาคมดําเนินการไปโดยรัฐบาล เราได้เห็นความสําคัญของการพัฒนา ทั้งเมืองและชนบทควบคู่กันไป ส่วนเรื่องถนนไร้ฝุ่ นที่ท่านบอกว่าระงับที่มีข่าวไป ก็ไม่ได้เป็ นจริง ผมขอยืนยันว่า ขณะที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลชุดนี้เราไม่มีนโยบายที่จะ ระงับโครงการถนนไร้ฝุ่นและจะดําเนินการถนนไร้ฝุ่น ๗,๐๐๐ กิโลเมตรให้สําเร็จให้จนได้ แล้วก็ยังมีถนนอีกส่วนหนึ่งที่เราจะต้องไปพัฒนาให้พี่น้องในชนบทคือถนนที่อยู่อีก ๑๕๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรที่จะต้องทําร่วมกันให้พี่น้องประชาชนในชนบทได้รับ ความสะดวกสบายในการเดินทางไปมา และคุณภาพชีวิตของประชาชนและพัฒนาเศรษฐกิจ ของพี่น้องในชนบทครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็คงพอกระมัง หรือยังติดใจอยู่ เชิญครับ

นายรณฤทธิชัย คานเขต ยโสธร

ท่านประธานครับ ได้ฟังแล้วก็ สบายใจว่าโครงการนี้ไม่ระงับ แต่ว่าคําว่า ไม่ระงับ มันก็ต้องมาพูดกันตรง ๆ ก่อนว่า ไม่ระงับแล้วจะก่อสร้างได้ปีหนึ่งสักกี่กิโลเมตร ในส่วนที่ผมรับฟังจากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมเมื่อกี้ในจํานวน ๗,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรทําไปแล้วประมาณ สัก ๓,๐๐๐ กิโลเมตร มันเหลืออยู่ประมาณสัก ๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ในจํานวน ๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรจริง ๆ แล้วพวกเราทุกคนก็รู้กันในสภาตรงนี้ว่า มันมีงบเงินกู้ที่จะ เป็นพระราชบัญญัติอยู่อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งทุกคนก็ฟังทางรัฐบาลของพวกเราว่า ในเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้ระงับในการกู้ เพราะฉะนั้นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันจะมีโอกาสในการที่จะจัดมาเพื่อเอามาใช้ในการที่จะแก้ไขปัญหาถนนซึ่งมันยังมีฝุ่นกันอยู่ ให้มันเป็นถนนไร้ฝุ่นมันมีโอกาสจะทําได้มากน้อยเท่าไร เพราะโครงการใหญ่ ๆ ที่เป็น โครงการเมกะโปรเจกต์ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วย กราบเรียนไปถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการที่เวลาพูดกับหนังสือพิมพ์กับผู้สื่อข่าว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรณฤทธิชัยครับ เวลาเขาให้ ๒๐ นาทีครับ

นายรณฤทธิชัย คานเขต ยโสธร

อย่างนั้นผมขออนุญาตถาม อีกนิดเดียวเท่านั้น จริง ๆ เพิ่งถามคําถามแรก คือเวลาให้สัมภาษณ์มันต้องนึกถึงเวลา คนเขาอ่านเขามีความรู้สึกตามว่า อะไรก็เมกะโปรเจกต์ ๆ แล้วโครงการเล็ก ๆ ทําไม ไม่ให้ ความสําคัญ ทํารถไฟลอยฟ้ำทีหนึ่งเป็ นสามหมื่นสี่หมื่น ล้ำนบาท เป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทํากันอยู่ในกรุงเทพฯ ถามว่าอิจฉาไหม ผมถามชาวบ้าน คุณอิจฉาเขาหรือเปล่า เขาก็บอกเขาไม่ได้อิจฉาก็ดีใจแทนพี่น้องคนในเมืองใหญ่ คนในเมืองหลวง คนในจังหวัดเชียงใหม่ คนทางหาดใหญ่ ทางจังหวัดสงขลา ทางโคราช ทางอะไรซึ่งเป็นเมืองใหญ่ซึ่งงบประมาณลงไปเป็นโครงการ ชาวบ้านเขาบอกว่าในฐานะ เป็นคนไทยด้วยกันแล้วความเดือดร้อนเขามีอยู่ทําไมรัฐบาลไม่มองถึงในสิ่งเหล่านี้ ผมถึงบอกว่า ๒ อย่างมันต้องควบคู่กันไปด้วย อย่างหนึ่งก็คือเรื่องของนํ้า เพราะนํ้า คือชีวิต นํ้าคือหัวใจของส่วนใหญ่ของประเทศ เกษตรกรต้องอาศัยนํ้า นํ้าเอาไปทําอะไร เอาไปผลิตเพื่อให้พืชผลทางด้านการเกษตรมันสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ พอมันมีผลผลิตทางด้านการเกษตรถ้าถนนมันดีรถจากตลาดก็สามารถวิ่งเข้าไป ซื้อผลิตผลทางด้านการเกษตรในทุ่งได้ หรือพี่น้องประชาชนผลิตอะไรออกมาก็ตามแต่ ผลิตข้าวโพด ผลิตข้าว ผลิตอะไรก็ตามแต่จะเอาออกมาสู่ท้องตลาดเอาไปเข้าโรงสี หรือไม่ก็จะเอาเข้าตลาดอย่างนี้มันก็สะดวก แล้วมิหนําซํ้าถ้าสมมุติว่าถ้าถนนมันดี มันสามารถแก้ได้แม้กระทั่งเรื่องการลดต้นทุนในการผลิตด้วยซํ้าไป เพราะรถมันวิ่งสะดวก อุบัติเหตุก็ไม่เกิดขึ้น บ้านผมถนนเส้นไหนที่มันเป็ นหลุมเป็ นบ่อ ผมบอก อบต. ไปซ่อมหน่อย อบต. บางทีเงินก็ไม่มี ก็ปล่อยให้มันเป็นหลุมเป็นบ่อ พอฝนตกลงมา รถมอเตอร์ไซค์กระแทกทีเดียวหัวคะมําเลย สิ่งเหล่านี้มันยังเหลืออยู่เยอะมากเลย ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมพาลงไปดูแล้วท่านจําได้ไหม ถนนที่ผมพาเข้าไป มันเป็ นหลุมเป็ นบ่อไหม นั่นยังไม่สาหัสเท่าไรนะ ยังมีเส้นทางที่สาหัสกว่านั้นอีก เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรี ท่านไปดูกับตามาด้วยตัวเองแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีเองวันนั้นก็ไปก็เห็นชัดนะครับ ผมก็เชื่อว่ารัฐบาลเองห่วงใยพี่น้องประชาชน แต่ฝากเวลาพรรคใหญ่เรานี่ พรรคแกนเรา เวลาจะพูดกับสื่อพูดแล้วอย่าให้มันกํากวม พูดแล้วบางทีคนฟังเขาไม่สบายใจ พรรคร่วม เอ๊ะ เป็นอะไรกันหรือเปล่า บอกโครงการถนนไร้ฝุ่นไม่ใช่ของพรรคใหญ่ ระงับไปก็ได้ มันกลายเป็นอย่างนี้ ผมถึงบอกว่าวันนี้โครงการทุกโครงการที่สนองตอบปัญหาพี่น้อง ประชาชนคือรัฐบาลชุดนี้

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรณฤทธิชัยกรุณากระชับหน่อยครับ

นายรณฤทธิชัย คานเขต ยโสธร

ครับ อย่างนั้นขอถามเป็นข้อสุดท้าย ตอบสั้น ๆ ก็ได้ครับ ให้ผมถามหน่อยเถอะตรงนี้ เพราะชาวบ้านฝากมาว่าปีนี้เมื่อไม่ระงับ โครงการแล้ว เพราะฟังเมื่อกี้แล้วผมตอบแทนพี่น้องว่าไม่ระงับนะครับ ผมรับทราบแทน พี่น้องแล้วนะว่าโครงการนี้ไม่ระงับแล้ว รัฐบาลจะจัดสรรเงินงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหา เรื่องถนนซึ่งมันมีฝุ่นอยู่ ปีนี้จะได้เงินสักเท่าไร แล้วมีถนนทั้ง ๒ ส่วน คือส่วนหนึ่งเป็น ถนนลาดยาง อีกส่วนหนึ่งต้องทําคอนกรีต มันไม่จําเป็นต้องทําลาดยางทั้งหมด สั้น ๆ ไม่มีใครเอาเครื่องจักรไปทําหรอก ขนย้ายมันเปลือง แต่ว่าส่วนหนึ่งอาจจะต้องทําเป็น ถนนลาดยาง ส่วนหนึ่งเป็ นถนนคอนกรีต ปี นี้หมดทุกภาคในประเทศไทย จะได้สักกี่กิโลเมตร ตอบให้ชื่นใจหน่อยเถอะครับ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ หรือจะต่อถึง ปี ๒๕๕๕ ตอบให้ชื่นใจหน่อยครับ ต้องขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่มานั่งฟัง เพราะจริง ๆ แล้วท่านต้องเป็นคนอนุมัตินะครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ได้ข่าวว่าท่านติดภารกิจ ท่านก็มาตอบให้ได้ก็ขอขอบพระคุณ พี่น้องประชาชนคนไทยที่ฟัง สถานีวิทยุรัฐสภาอยู่เราก็คิดว่าคงจะฟังร่วมกันกับที่ผมถาม ณ วันนี้นะครับ ท่านฟังแล้ว ท่านสบายใจ ไม่สบายใจเดี๋ยวท่านบอกกับผมอีกก็ได้ในพื้นที่ครับ ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ จบคําถามสุดท้าย เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตอบครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมเรียนยืนยันอีกครั ้งหนึ่งนะครับ เพราะว่าท่านพูดเรื่องเมกะโปรเจก ต์ ผมไม่สบายใจเหมือนว่ารัฐบาลหรือกระทรวงคมนาคมไม่ได้ให้ความสนใจพี่น้องชนบท ผมเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าการพัฒนาเมืองกับพัฒนาชนบทนี่เราทําควบคู่กันไป ส่วนพัฒนา เมืองตัวเลขจะสูงก็เป็นเรื่องปกติของการพัฒนาเมือง ส่วนเรื่องชนบทที่ผมเรียนแล้วว่า วันนี้ที่ท่านถามผม ท่านได้บรรยายทั้งหลายได้เห็นภาพพจน์แล้ว ผมเองก็บอกว่าผมทราบ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีก็ทราบดี เพราะว่าวันที่ไปเปิด โครงการท่านนายกรัฐมนตรีก็เห็นด้วยตา ฉะนั้นทุกฝ่ำยได้เห็นตรงกันแล้วว่า เห็นความสําคัญของถนนไร้ ฝุ่ น ทุกฝ่ำยเห็นตรงกันแล้ว แล้วที่ท่านเรียนว่า เพื่อความสบายใจของพี่น้องประชาชน อย่าไปฟังสื่อครับ ฟังรัฐบาลอย่างนี้ ฉะนั้น ผมเรียนว่าวันนี้ถ้าเรามีปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดิน มันต้องใช้สภาแห่งนี้ เป็นที่สอบถามการบริหารงานของรัฐบาลก็เป็นเรื่องที่ถูก ส่วนท่านถามผมว่าในปีนี้ จะดําเนินการอย่างไร ผมก็ได้ตอบไปแล้วว่าถนนไร้ฝุ่นนี่ ถนนที่อยู่ในภาคของชนบทนี่มีอยู่ ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงชนบทเราได้จัดงบประมาณ ไปดําเนินการแล้ว ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทดําเนินการไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างดําเนินการ

ส่วนเรื่องที่ ๒ อีก ๔,๐๐๐ กิโลเมตร ที่ผมกราบเรียนว่าอยู่ระหว่าง ๒ สภา ที่กําลังพิจารณาอยู่ คณะกรรมาธิการร่วมระหว่างสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภา อีก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ฉะนั้นสิ่งที่กระทรวงคมนาคมเองกังวล ก็คือการทําถนนไร้ฝุ่นนี่เราได้ทําร่วมกับประชาชน ประชาชนเขารู้แล้วตอนที่ไปออกแบบ สํารวจนี่เขารู้แล้วว่าจะได้ ฉะนั้นสิ่งที่กระทรวงคมนาคมเองกังวลก็คือการทําถนนไร้ฝุ่นเราได้ทําร่วมกับประชาชน ประชาชนเขารู้แล้วว่าตอนที่ไปออกแบบสํารวจเขารู้แล้วว่าจะได้ ฉะนั้นเรื่องเหล่านี้รัฐบาลเอง ก็ตระหนักอยู่ว่าถ้าจะมีปัญหาอยู่ที่การพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติที่เราดําเนินการไปได้ ทําให้โครงการนี้เกิดล่าช้าก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่ว่าถึงอย่างไรก็แล้วแต่รัฐบาลก็ยืนยัน ที่จะดําเนินการเรื่องนี้ต่อไปไม่ว่าจะเป็ นบรรจุในงบประมาณ แต่จะทําให้เรื่องนี้ ไม่ทันแก่ความต้องการและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมจึงยืนยันว่า เพื่อความรวดเร็วในการแก้ปัญหาเราจะดําเนินการโดยเร็วที่สุด ตัวเลขก็อย่างที่ ผมกราบเรียน อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเรียนนะครับว่า วันนี้ในการบรรจุท่านพูดถึงเรื่องนํ้า รัฐบาลก็ให้ความสําคัญในเอสพี ๒ งบประมาณที่ทุ่มลงเรื่องนํ้าเท่ากับครึ่งหนึ่งที่รัฐบาล ให้ดําเนินการไปก็ดําเนินการอยู่ ดังนั้นเหมือนว่าวันนี้การพัฒนาประเทศนะครับ ๑. พัฒนาเมือง ๒. พัฒนาชนบท ๓. พัฒนาทุกระบบที่ให้สังคมมันเดินได้ แต่รัฐบาลต้องมี โอกาสในการทํางาน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนายกรัฐมนตรีจะมีอะไรเพิ่มเติมเชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คงจะกราบเรียนสั้น ๆ เพราะว่ามีการพาดพิง มาเล็กน้อย ก็ขอยืนยันว่าจริง ๆ การทํางานของรัฐบาล นโยบายของรัฐบาลก็คือนโยบาย ที่เราต้องบริหารร่วมกัน เพราะฉะนั้นที่เราตั้งเป้ำเอาไว้เรื่องถนนไร้ฝุ่น สรุปง่าย ๆ ว่า ๓ ปี ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบทจะต้องดําเนินการให้เสร็จสิ้นขอยืนยันตามนั้น ส่วนถ้าหากว่ามันมีปัญหากับฝ่ายนิติบัญญัติในเรื่องการพิจารณาพระราชบัญญัติเงินกู้ ในขณะนี้ผมก็ได้ขอให้ทุกกระทรวงมีแผนในเรื่องของงบประมาณปกติด้วย เพราะว่า การจัดเก็บรายได้ในขณะนี้เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็ยังหวังว่าสภาจะผ่าน พระราชบัญญัติเงินกู้ออกมาแล้วเราจะได้ดําเนินการเดินหน้าต่อไป แล้วก็สุดท้ายก็คือ อยากจะกราบเรียนครับว่า ในภาพรวมของชนบทนั้นไม่ได้มีเฉพาะเรื่องของแหล่งนํ้า กับเรื่องถนนไร้ฝุ่น งานสําคัญที่ผมกับทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคุยกัน แล้วก็คือเรื่องของระบบรางคือเรื่องรถไฟอยู่ในต่างจังหวัดทั้งหมด ทั้งเครือข่ายประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็จะมีความชัดเจนในปีนี้ละครับว่าจะเดินหน้าเพื่อที่จะให้ สามารถดําเนินการให้เสร็จสิ้นอย่างไร แล้วก็ขอขอบคุณสําหรับที่ท่านได้ให้คําแนะนํา เรื่องของการให้ข่าวกับสื่อมวลชน ความจริงเรื่องนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้มีเจตนา ที่จะไปบอกว่ามันจะเป็นปัญหาว่าจะมีการระงับ แล้วก็หลังจากที่มีการให้ข่าวก็มีการแก้ข่าว แล้วผมก็ได้ให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี แล้วก็มาซักซ้อมงานเรื่องของกระทรวง ทั้งหมดก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ เห็นตรงกันครับ เดินหน้าโครงการแน่นอนครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบกระทู้ถามสดกระทู้ที่ ๑

๑.๒.๒. กระทู้ถาม ที่ ๐๘๗ ส. เรื่อง การไร้ประสิทธิภาพในการบริหาร ราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี (นายซูการ์โน มะทา เป็ นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็คงจะตอบเอง และท่านก็จะมีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านถาวร เสนเนียม ร่วมตอบด้วยนะครับ เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถามสด ท่านซูการ์โน มะทา ครับ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในซีกของพรรคเพื่อไทย ที่ได้เสียสละเวลาในการตั้งกระทู้ถามสดให้กับผมในวันนี้ ซึ่งผมเข้าใจดีว่า เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในซีกของพรรคเพื่อไทยนั้นเข้าใจถึงความเดือดร้อนของคน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ผมจะถามต่อไปนี้

ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ท่านยอมรับว่าตลอดระยะเวลา ๖ ปี ที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นจะเห็นได้ว่าจะมีการยก ประเด็นของเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มาเป็นข้ออ้าง ในการดําเนินการต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คปค. หรือ คมช. ใช้เหตุผล ๑. ในการทําการปฏิวัติ รัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ นั้น ก็อาศัยสถานการณ์และเหตุการณ์ ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มาเป็ นเหตุผลหนึ่งในการอ้าง ในการทําปฏิวัติ รัฐประหาร รัฐบาลรักษาการของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งกําลัง ที่จะดําเนินการมีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข ท่านประธานที่เคารพ วันนี้สิ่งที่ผมจะต้ องนํามาพูดถึงเกี่ยวกับ ความไร้ประสิทธิภาพของนายกรัฐมนตรีในการบริหารราชการแผ่นดินนั้น ซึ่งเกี่ยวข้อง กับคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่อื่น ๆ อีก แต่ส่วนใหญ่แล้ว น่าจะเกี่ยวข้ องกับพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความไร้ประสิทธิภาพในการควบคุมและกํากับดูแลการบริหารราชการของส่วนราชการ ภายใต้การบังคับบัญชา โดยมีการปล่อยปละละเลยให้มีการนําเครื่องมือ ซึ่งไร้ประสิทธิภาพไปใช้ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

แต่ก่อนถึงประเด็นสําคัญนั้นผมก็ต้องขออนุญาตท่านประธานเรียนเหตุผล ประกอบในการตั้งกระทู้ถามสดถามท่านนายกรัฐมนตรีในวันนี้ว่า ภายหลังจากที่มี การปฏิวัติ รัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายนนั้น ก็ได้มีรัฐบาลที่เกิดขึ้นจาก คณะปฏิรูปการปกครอง หรือ คมช. ก็คือรัฐบาลของ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ขึ้น แล้วก็ ได้มีนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ลงไปขอโทษพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหลังจากนั้นก็มีการรับฟังความคิดเห็นจาก หน่วยงานราชการหรือข้าราชการในพื้นที่ถึงความจําเป็นหรือความเร่งด่วนที่จําเป็นจะต้อง นํามาใช้ในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เข้าสู่ถึงกระบวนการของการทุ่ม งบประมาณต่าง ๆ ทุ่มอัตรากําลังพลเข้าไปใช้ในพื้นที่ และผมเชื่อว่าก็มีการนําเครื่องมือ เครื่องตรวจหาวัตถุระเบิดจีที ๒๐๐ (GT200) ไปใช้ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

ท่านประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านคงจะทราบดีนะครับว่า เครื่องจีที ๒๐๐ นี้ก่อนที่จะมีการดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ก็มีการตั้งข้อสังเกตของ ข้าราชการบางส่วนและหน่วยงานบางท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยที่ ผมขออนุญาต ต้องเอ่ยนาม ก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้น คือท่านวุฒิพงศ์ ฉายแสง ดํารงตําแหน่งนั้น ท่านไม่เห็นด้วยกับการนําเครื่องจีที ๒๐๐ มาใช้ในพื้นที่และในประเทศไทย อันนี้เป็ นเหตุผลหนึ่งที่ผมจะต้องนํามาเรียน ให้ท่านทราบว่า ในฐานะที่ท่านเป็ นผู้ที่กํากับและผู้นําของประเทศ ท่านจะต้อง มีความเข้าใจว่า การที่ท่านจะนําเครื่องมือเครื่องใช้ที่ไปใช้ในพื้นที่นั้นท่านจะต้องคํานึงถึง ความปลอดภัยของผู้ใช้ ผลกระทบที่ได้รับของพี่น้องประชาชนต่อเครื่องมือ ที่ไร้ประสิทธิภาพ

ท่านประธานที่เคารพ จะเห็นได้ว่าในประเด็นของเครื่องจีที ๒๐๐ นั้น มีการเริ่มไปใช้ครั้งแรกที่พื้นที่จังหวัดนราธิวาส ที่โรงเรียนอิสลามบูรพา ในอําเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส หลังจากมีการปิดล้อม ตรวจค้น จับกุมมือระเบิด เจ้าหน้าที่ก็ได้ใช้ เครื่องจีที ๒๐๐ เป็นเครื่องชี้ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีทราบหรือไม่ครับว่าในครั้งนั้นครั้งแรก เครื่องตรวจหาวัตถุระเบิดจีที ๒๐๐ นี้ชี้ไปที่ไหน ชี้ไปที่กุโบร์ กุโบร์หมายถึงสุสาน สุสาน เป็นสิ่งสุดท้ายที่พี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามให้ความเคารพ ท่านรู้ไหมครับว่า เครื่องนี้ชี้ไปที่กุโบร์แล้วนี่ต้องมีการดําเนินการขุดหลุมฝังศพซึ่งฝังมา ๘ ปี สิ่งเหล่านี้นี่มันส่งผลกระทบเบื้องต้นที่รุนแรงยากที่จะเยียวยากับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ผมอยากยกตัวอย่างประเด็นที่ ๒ ข้อผิดพลาดที่มีการอนุมัติเบิกจ่ายงบประมาณให้จัดซื้อ เครื่องจีที ๒๐๐ ก่อนที่จะดําเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามันมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับการไปใช้ในพื้นที่หรือไม่นั้น ก็คือเหตุการณ์เกิดขึ้นที่โรงเรียนบ้านศาลาใหม่ อําเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก็ใช้เครื่องมือซึ่งได้รับข่าวจากคนร้ายว่า จะมีการลอบวางระเบิด ก็เอาเครื่องนี้ไปตรวจหาวัตถุระเบิด ท่านทราบไหมครับว่า ผลของการตรวจในครั้งนั้นไม่ปรากฏว่าพบสารวัตถุระเบิดในบริเวณโรงเรียนดังกล่าว แต่ว่าหลังจากนั้นไม่ถึง ๑ ชั่วโมง ก็เกิดเหตุระเบิดขึ้นมา เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ต้องสูญเสีย พี่น้องประชาชนต้องสูญเสีย และสิ่งสําคัญอย่างยิ่งวันนี้ต้องยอมรับว่า ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นแม้กระทั่งวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ออกมาพูด เมื่อวานนี้ต่อสื่อสารมวลชนต่าง ๆ ว่าจะมีการยกเลิกการจัดซื้อจีที ๒๐๐ แต่ว่า ได้รับคําตอบจากผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ว่ามีความจําเป็นต้องใช้เครื่องจีที ๒๐๐ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้จะเห็นได้ว่าคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือฮิวแมน ไรท์ส (Human rights) ก็ออกมาชี้ชัดว่าในการ แก้ปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นของรัฐบาลที่ผ่านมาและรัฐบาล ชุดนี้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าท่านก็เคยพูดเสมอว่าเป็นรัฐบาลที่มีความรู้ความเข้าใจปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะภาคใต้เป็นฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ แต่วันนี้ ๑ ปี ท่านรู้ไหมครับว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มากน้อย เพียงไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่เกิดจากเครื่องมือที่ไร้ประสิทธิภาพจีที ๒๐๐ ทําให้พี่น้องประชาชนที่ถูกเครื่องนี้ชี้ไปต้องถูกดําเนินคดีจับกุมตามพระราชกําหนด ในการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน สิ่งเหล่านี้นี่ มันถือว่าเป็ น การลิดรอนสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนอันพึงจะมีตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แต่ท่านประธานครับ สิ่งสําคัญที่ผมอยากฝากและต้องถามท่านนายกรัฐมนตรีในวันนี้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือท่านไม่มีการตรวจสอบว่าเครื่องมือที่ท่านมีการจัดซื้อนั้น มีประสิทธิภาพในการใช้งานหรือไม่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเชื่อว่าในระบบ ของกระทรวง ๑๓ กระทรวง ก็มีกระทรวงหนึ่งที่มีหน้าที่ที่จะต้องตรวจสอบสิ่งต่าง ๆ ที่นํามาใช้ในประเทศไทย โดยเฉพาะเครื่องมือที่เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ก็มีการละเว้น ไม่มีการตรวจสอบจนกระทั่งวันนี้ผมก็ต้องขอบคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่กล้าออกมา เปิ ดเผย เปิ ดประเด็นของเครื่องมือที่ไร้ ประสิทธิภาพ แต่ต้องใช้เงินงบประมาณ เป็นจํานวนมากในการที่ไปจัดซื้อจัดหาเครื่องมือชนิดนี้มาใช้ในพื้นที่ประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ผมจึงมีประเด็นที่จะต้องถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าในเมื่อ ผลของการทดสอบเครื่องจีที ๒๐๐ โดยหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงวิทยาศาสตร์พบว่าเครื่องนี้มีความผิดพลาดถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นที่ปรากฏชัด แล้วว่ามันไร้ประสิทธิภาพ ไม่คุ้มกับงบประมาณที่ลงทุนเป็นจํานวนมหาศาลในการจัดซื้อ เครื่องจีที ๒๐๐ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรียังไม่ได้สั่งห้ามใช้ เครื่องมือนี้ในพื้นที่ แต่ห้ามสั่งซื้อ ท่านนายกรัฐมนตรีคิดหรือไม่ครับว่าวันนี้ถ้าเกิดมีการไปใช้เครื่องมือ จีที ๒๐๐ ในการตรวจสอบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และเกิดข้อผิดพลาดอีก ข้าราชการผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามคําสั่งของท่านนายกรัฐมนตรี พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้รับผลกระทบใครจะรับผิดชอบ ในเมื่อนักวิชาการและสื่อสารมวลชนต่าง ๆ ก็ให้ความเห็นว่าเครื่องมือนี้ไร้ประสิทธิภาพ แต่ท่านประธานที่เคารพ สิ่งหนึ่งที่ผม อยากมาพูดถึงเพื่อเป็นประเด็นที่จะต้องถามท่านนายกรัฐมนตรีก็คือว่า เนื่องจาก การจัดซื้อเครื่องจีที ๒๐๐ นั้นมีการดําเนินการโดยบริษัทเอกชนบริษัทหนึ่ง ก็คือบริษัท เอวีเอ แซทคอม จํากัด และจากการสืบค้นข้อมูลเหล่านี้นั้นจะเห็นได้ว่าบริษัทนี้จะเป็น ตัวแทนจําหน่ายเพียงผู้เดียวในประเทศไทยและเป็นผู้ขายเครื่องจีที ๒๐๐ ให้กับ หน่วยงานของรัฐบาลซึ่งในรายละเอียดทั้งหมดก็จะทราบว่าบุคคลที่เป็นผู้ประสานงาน ในการดําเนินการจัดซื้อจัดหาเครื่องจีที ๒๐๐ นั้นมีความสนิทสนมกับผู้ที่เคยมีอํานาจ ในการโค่นล้มรัฐบาลของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ และบุคคลผู้นี้ก็เป็นบุคคลหนึ่งที่ต้องขออนุญาตท่านประธานเอ่ยนาม เนื่องจากว่า เป็นเอกสารที่ปรากฏต่อสาธารณชนก็คือผู้ที่ดํารงตําแหน่งเป็นผู้อํานวยการบริษัทก็คือ นายสุเทพ ดวงจินดา ท่านผู้นี้เคยเข้าโรงเรียน วปอ. และเคยสมัครเป็ นสมาชิก ของพรรคประชาธิปัตย์ในบัญชีรายชื่ออันดับที่ ๕๘ เมื่อปี ๒๕๔๘ สิ่งเหล่านี้ทําให้ผมมี ความรู้สึกว่าวันนี้ตั้งแต่ท่านตั้งรัฐบาลขึ้นมานั้นปัญหาการส่อทุจริตในการบริหารราชการ ของรัฐบาลนั้นจะปรากฏมาอยู่โดยตลอด ไม่ว่าจะเป็ นโครงการชุมชนพอเพียง ไทยเข้มแข็ง ที่กระทรวงสาธารณสุข ที่กระทรวงศึกษาธิการ แต่สิ่งเหล่านี้ท่านก็ได้ ดําเนินการย้ายรองนายกรัฐมนตรีมาเป็นเลขานุการของท่าน ท่านย้ายรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขมาเป็นวิป (Whip) รัฐบาล และวันนี้สิ่งเหล่านี้ผมจึงต้องถามคําถาม ท่านประธานว่าเมื่อผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิดจีที ๒๐๐ ไม่มีประสิทธิภาพตามที่บริษัทอ้างนั้น ทําให้ประเทศต้องสูญเสียงบประมาณในการจัดซื้อ เป็นจํานวนมากนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีจะดําเนินการเรียกร้องหรือดําเนินคดีกับบริษัท เอวีเอ แซทคอม จํากัด ในฐานะผู้ขายอย่างไร ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอเรียนชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องของการใช้เครื่อง จีที ๒๐๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็มีการเจาะจงไปที่เรื่องของการแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ อยากจะกราบเรียนตามข้อเท็จจริงว่าเครื่องจีที ๒๐๐ เข้ามาในประเทศไทย แล้วก็เริ่มมีการใช้กันที่ผมได้ตรวจสอบมาน่าจะเป็นประมาณปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ แต่ยังไม่ได้แพร่หลายมากนัก เริ่มต้นบางหน่วยงานได้นํามาใช้เข้าใจว่าเป็นกองทัพอากาศ มาใช้ในการที่จะตรวจพื้นที่บริเวณสนามบิน ปรากฏว่ามีการนําเครื่องนี้ไปทดลองใช้ใน พื้นที่อื่น ๆ แล้วก็มีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่อยากจะได้ ดังนั้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ เป็นต้นมาก็มีการซื้อเครื่องเหล่านี้เพิ่มขึ้นมาโดยลําดับ ผมขอเน้นยํ้า ว่าซื้อกันต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหลายปี ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย แล้วก็รัฐบาล ชุดปัจจุบันมีการจัดซื้อด้วยกันทั้งสิ้น เพื่อนสมาชิกหลายท่านในที่นี้ก็จะทราบครับว่านอกเหนือจากเรื่องของการใช้ในการตรวจ วัตถุระเบิดแล้ว ก็ยังมีการซื้อเครื่องนี้มาเพื่อตรวจเรื่องของสารเสพติด แล้วก็มี เพื่อนสมาชิกด้วยกันจํานวนมากครับ ซึ่งยังเคยมาพบกับผมแล้วก็บอกว่าอยากจะให้ มีการซื้อเครื่องตัวนี้เพิ่มขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่ในระดับผู้ปฏิบัติร้องขอกันมาว่าถ้าสามารถ ที่จะมีเครื่องตัวนี้มาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่แล้วจะมีประสิทธิภาพ มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น นี่คือข้อเท็จจริงครับ เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมันมาเกิดขึ้นเมื่อมีการตั้งข้อสังเกต กรณีบางเหตุการณ์ท่านก็ได้กล่าวถึงและยังมีเหตุการณ์อื่น ๆ ซึ่งทําให้มีการสงสัยว่า ประสิทธิภาพของเครื่องมือตัวนี้เป็นอย่างไร แต่ก็จะเห็นครับว่ามันมีคําชี้แจงจากผู้ใช้ แม้กระทั่งลักษณะของการโฆษณาเครื่องนี้ของผู้ผลิตมาโดยตลอดว่าเครื่องนี้ก็เป็นเครื่อง ที่ใช้ในลักษณะเบื้องต้น คือการจํากัดพื้นที่หรือเป้ำของการที่จะไปตรวจค้นสารที่ต้องการ จะค้น แต่ว่าสุดท้ายก็จะมีเครื่องมือหรือวิธีการอื่น ๆ ในการที่จะดําเนินการต่อไป ก็เป็น ข้อสงสัยซึ่งก็ได้รับคําชี้แจงเช่นนี้มาโดยตลอด จนกระทั่งประมาณเดือนมกราคมครับ ที่มีข่าวในต่างประเทศเป็นครั้งแรกจากตัวประเทศของบริษัทผู้ผลิตคือประเทศอังกฤษว่า มีการตั้งข้อสงสัยและมีการทดสอบเครื่องมือซึ่งไม่ใช่ยี่ห้อนี้นะครับ แต่เป็นเครื่องมือ แบบเดียวกัน แล้วพบว่าไม่น่าจะมีประสิทธิภาพหรือไม่น่าจะเป็นดังที่มีการโฆษณา หรืออ้างว่าใช้งานได้ ตรงนั้นแหละครับคือจุดเริ่มต้นที่ทําให้เกิดความสงสัยมากขึ้น ซึ่งประเด็นนี้ที่มีการนําเสนอไปทั่วโลกก็เพราะว่ามีกว่า ๔๐ หน่วยงานทั่วโลก นั่นหมายถึงว่า อีกหลายประเทศ หลายสิบประเทศนะครับที่มีการใช้เครื่องมือตัวนี้อยู่ รัฐบาลนี้ โดยเฉพาะตัวผมไม่ได้นิ่งนอนใจครับ เมื่อมีข่าว มีการตั้งข้อสังเกต มีข้อมูลที่มี ความหนักแน่นมากขึ้น กระผมเองติดต่อไปยังนักวิชาการโดยตรงเลยครับ เพื่อสอบถามว่า ที่มาที่ไปของการตั้งข้อสงสัยแล้วก็ประเด็นที่สงสัยเป็ นอย่างไร ท่านก็เล่าให้ฟัง เมื่อเล่าให้ฟัง ผมเห็นว่ามีนํ้าหนัก ก็จึงได้ขอให้ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดําเนินการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องมือนี้อย่างเป็ นระบบโดยเชิญทุกฝ่ำย ทั้งในหน่วยงานที่เป็นผู้ใช้เครื่องนี้ ทั้งนักวิชาการ ผู้รู้ มาป็นกรรมการ แล้วก็ออกแบบ การทดลองเพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นที่ยอมรับกันทุกฝ่าย ฉะนั้นกราบเรียนว่าท่านจะเห็น ว่าเครื่องตัวนี้ใช้กันมาก่อนหน้าที่รัฐบาลนี้เข้ามาหลายปี มีข้อสงสัยบ้างแต่ไม่มี การกล่าวหาอย่างแน่ชัด จนกระทั่งประมาณต้นปี หรือปลายปี ที่แล้วที่เริ่มมีข่าว ออกมาชัดเจน ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจแล้วก็ดําเนินการตรวจสอบจนขณะนี้ได้เป็น ข้อยุติแล้ว

ดังนั้นประการแรกที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้ละเลย เลยครับ และจึงได้ดําเนินการเพื่อให้ได้มีความชัดเจนและข้อยุติในเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ทั้ง ๆ ที่เครื่องนี้ได้มีการนําเข้ามาใช้แล้วมีการจัดซื้อในทุกรัฐบาลมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว

ประการที่สอง ก็คือเมื่อเราได้ข้อยุติอย่างนี้ สิ่งแรกที่เราทําได้ก็คือว่า การระงับการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์นี้นะครับ ไม่ให้มีการซื้อเพิ่มเติม ซึ่งหน่วยงานทั้งหลายก็ไม่ได้มีปัญหาขัดข้องแต่ประการใด

ถัดมาก็คือ เราก็คงจะต้องมาดูละครับว่าเรื่องการใช้นี่จะทํากันอย่างไร ขอกราบเรียนนะครับว่าแนวที่รัฐบาลได้แจ้งไปในขณะนี้ก็คือให้ทุกหน่วยงานทราบผล ของการทดลองและข้อสรุปในทางวิชาการ แล้วก็มีความชัดเจนครับว่าเครื่องมือตัวนี้ จะต้องไม่มีการนําไปใช้ในลักษณะที่จะนําไปสู่การละเมิดสิทธิของบุคคล เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็จะไม่มีการใช้ ถามว่าในอดีตที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ผมก็สอบถามด้วยความห่วงใย ก็ได้รับการยืนยันจากทุกหน่วยงานว่าการใช้เครื่องตัวนี้อย่างไรเสียก็เป็นการใช้เบื้องต้น เท่านั้น จะไม่มีการไปดําเนินคดีเพียงเพราะว่าเครื่องตัวนี้ไปชี้ว่าบุคคลนั้นบุคคลนี้ มีสารอยู่ที่ตัวหรือไม่ครับ การดําเนินคดีจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการไปตรวจสอบต่อเนื่องว่า บุคคลนั้นมีอาวุธหรือมีสารปนเปื้อนอย่างไรหรือไม่ ซึ่งก็จะว่าไปตามข้อเท็จจริงตรงนั้น และผมก็ได้ยืนยันไปแล้วว่าถ้าหากมีการละเมิดสิทธิ รัฐบาลนี้เช่นเดียวกันครับเป็นรัฐบาลแรก ที่มาเริ่มต้นกระบวนการในการจัดระบบเกี่ยวกับการร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้อํานาจ ของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะในสถานการณ์และในพื้นที่ที่มีกฎหมายพิเศษบังคับใช้อยู่ เพราะฉะนั้นขณะนี้ก็ได้บอกไปแล้วว่าถ้ามีการใช้อํานาจหน้าที่นอกเหนือขอบเขต ของกฎหมายก็สามารถที่จะร้องเรียนมา แล้วก็จะมีกระบวนการในการเยียวยาด้วย อันนี้ ก็เป็นระบบที่เราทําขึ้น สําหรับความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ในขณะนี้ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ก็กราบเรียนว่า ที่จริงแล้วเราได้บอกลงไปชัดเจนแล้วครับว่าเมื่อผลการทดลอง ผลการพิสูจน์เป็ นเช่นนี้ การใช้เครื่องมือตัวนี้จะเป็ นอันตรายสําหรับตัวผู้ใช้เอง แต่ว่าต้องยอมรับความเป็นจริงและผมเชื่อว่าท่านอยู่ในพื้นที่ท่านจะทราบครับว่า เจ้าหน้าที่ที่ใช้เครื่องตัวนี้มาไม่ใช่เฉพาะในภาคใต้ แต่เจ้าหน้าที่ที่ทํางานทางด้านยาเสพ ติดหรือเจ้ำหน้ำที่อื่น ๆ ยังคงมีความเชื่อจากประสบการณ์ของตัวเองว่า เครื่องนี้ใช้ได้ ส่วนใหญ่จะพูดเสมอเลยว่าใช้ได้ผลถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็ นความเชื่อของเขา สิ่งที่เรายํ้าก็คือว่ามันไม่ได้เป็ นเช่นนั้นในการทดสอบ ในการทดลอง ซึ่งได้มีการพิสูจน์กันในเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ในขณะนี้เราต้องใช้เวลา ในการทําความเข้าใจไม่ให้กระทบกับขวัญกําลังใจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งกลับมีคําถาม ย้อนกลับมาว่าถ้าไม่ให้เขาใช้แล้วนี่จะให้เขาใช้อะไร หรือทําอย่างไร ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า ในขณะนี้ก็ไม่มีเครื่องมือหรือเทคโนโลยีอื่นที่เหมาะสมที่จะมาใช้แทนตัวนี้ได้ ฉะนั้นแนวของเราก็คือว่าให้มีการรับทราบซึมซับเข้าไปว่าเครื่องมือตัวนี้ไม่มีประสิทธิภาพ จากการทดลอง แต่ถ้าเราจะไปสั่งห้ามทันทีทันใดจะเป็นปัญหากับเจ้าหน้าที่ซึ่งมี ความเชื่อและยังอยากจะใช้เครื่องมือตัวนี้อยู่ เราให้เขาทราบความเสี่ยง เราปกป้ อง ประชาชนไม่ให้มีผลกระทบในเรื่องของสิทธิ แล้วเราก็จะดําเนินการในการซักซ้อม ทําความเข้าใจว่าจะเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติอย่างไร โดยไม่มีเครื่องมือตัวนี้ ซึ่งผมได้สั่งการและมอบนโยบายให้กับทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบกไปแล้วครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่อกรณีคําถามซึ่งเป็นกระทู้ถามสดของเพื่อนสมาชิกที่ตั้งกระทู้ถามสดว่า นายกรัฐมนตรี บริหารราชการไร้ประสิทธิภาพนั้น คําว่า ไร้ประสิทธิภาพ หมายถึง ชักช้าและไม่ถูกต้อง มีประสิทธิภาพคือรวดเร็วและถูกต้อง ซึ่งจะต้องมีตัวชี้วัดหรือมีการเปรียบเทียบ หรือเกิดจาก ความคิดของคนที่มีความรู้สึก สิ่งที่ผมจะต้องตอบเพิ่มเติมก็คือเหตุร้าย เหตุรุนแรง ที่เกิดขึ้นจากการไร้ประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ ตัวเลขของเหตุที่เกิด ของปี ๒๕๕๒ ลดลงแน่นอน ปี ๒๕๕๑ เกิดขึ้นประมาณ ๙๕๒ ครั้ง ปี ๒๕๕๒ ก็ ๘๘๔ ครั้ง แต่สิ่งสําคัญที่สุดเราต้องยอมรับความจริงว่าเหตุร้าย เหตุรุนแรง มันเกิดมาต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ และสาเหตุของการเกิดปัญหาก็ไม่ต้องพูดซํ้า ทุกคนทราบดี ประเด็น ปัญหาที่จะตอบคําถามข้อที่ ๒ เมื่อเรารู้ความจริงว่ามีคนร้าย มีผู้ก่อความไม่สงบ รัฐบาล ทุก ๆ รัฐบาลรวมทั้งรัฐบาลนี้จําเป็นที่จะต้องแสวงหาแนวทางและเครื่องมือมาแก้ไขปัญหา สิ่งที่ท่านกังวลมากที่สุดก็คือการปฏิบัติหน้าที่ที่บอกว่าไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือละเมิด สิทธิมนุษยชนนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เกิดขึ้นจริง เช่น การอุ้มฆ่า หรือการตรวจค้น หรืออะไร ก็สุดแล้วแต่ที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่ชอบของเจ้าหน้าที่ แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลนี้ มุ่งเน้นที่จะให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่โดยคํานึงถึงสิทธิส่วนบุคคลและความถูกต้อง อย่างไรก็ตาม จําเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องมีจุดสกัดในการจับกุมตัวคนร้ายหลังจากวางระเบิด แล้วหลบหนี หรือจากยิงผู้บริสุทธิ์ หรือตัดคอผู้บริสุทธิ์หลบหนีมาทางใดก็จําเป็นจะต้องมี จุดสกัด การจัดตั้งจุดสกัดนั้นเจ้าหน้าที่มีความจําเป็นที่จะต้องตรวจค้นตัวบุคคลที่ผ่านมา และสงสัยว่าเป็นคนร้าย นั่นคือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ การจัดตั้งด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร รวมทั้งภาคประชาชน จะเป็น อรบ. ชรบ. อส. หรือเจ้าหน้าที่อาสาสมัครส่วนอื่นก็ตาม จําเป็นที่จะต้องจัดตั้งจุดตรวจ นั่นคือเพื่อหาอาวุธหรือค้นหายาเสพติด จํานวนบ่อยครั้งมาก ๆ ที่สามารถใช้จุดตรวจเหล่านี้ ตรวจแล้วมีประสิทธิภาพ จับกุมคนร้าย จับกุมอาวุธ และรวมถึงจับกุมยาเสพติดได้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่เรากําชับอย่างยิ่งโดยเฉพาะข้อห่วงใยของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และเพื่อนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องบอกว่าให้คํานึงถึงสิทธิส่วนบุคคล ให้คํานึงถึงสิทธิมนุษยชน เป็นหลักด้วย เพราะถ้าหากเกิดความผิดพลาด กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจะเอาสาเหตุนี้ไปอ้าง ไปปลุกระดม และทําให้กระบวนการที่ก่อความไม่สงบมีคนเข้าไปร่วมสมทบจากการปลุกระดม ของคนร้ายเหล่านั้นหรือจากแนวร่วมเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นแนวร่วมในทางกลับหรือแนวร่วม ในทางตรง หลายต่อหลายครั้งนักการเมืองถูกกล่าวหาว่าเป็นแนวร่วมในทางกลับ ในมุมกลับ แล้วก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่าร่วมกับกลุ่มคนร้าย ดังนั้นการใช้เครื่องมือดังกล่าวนี้เมื่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมีข้อห่วงใยและได้สั่งการไปแล้ว ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก ที่ตั้งกระทู้ถามสดนี้ จะเห็นได้ว่าคําตอบ กระบวนการพิสูจน์ทราบและกระบวนการสั่งการ ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีง่ายต่อการปฏิบัติ จึงขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อทราบว่า สิ่งที่เป็นเรื่องของการระเบิดในเรื่องของจุดสกัดและด่านตรวจ เราต้องให้เกิดความสมดุล ระหว่างความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนกับสิทธิส่วนบุคคลและสิทธิมนุษยชน ถ้าหากว่า ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาล ก็อย่าหวังเลยว่าประเทศนี้ จะสงบ จึงจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลให้เกิดความสมดุลไปพร้อม ๆ กันครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญผู้ตั้งกระทู้ถามสดครับ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ก็ไม่เป็นไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ตอบในคําถามผมในคําถามที่ ๑ ที่ผมถาม ก็แสดงว่านายสุเทพ ดวงจินดา คนนี้ก็คงจะทุจริตแบบครบวงจร ท่านประธานครับ วันนี้เหตุผลที่ผมจําเป็น จะต้องตั้งกระทู้ถามสดในเรื่องของความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินของ ท่านนายกรัฐมนตรีนั้น เมื่อกี้ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ท่าน บอกว่าตัวชี้วัดว่าไร้ประสิทธิภาพหรือไม่ไร้ประสิทธิภาพนั้นอยู่ที่การกระทํา อยู่ที่ตัวเลข ท่านชอบอ้างเสมอว่าตัวเลขลดลง เหตุการณ์ลดลง แต่ท่านรู้ไหมครับว่า ผมยกตัวอย่าง แค่ปี ๒๕๕๒ นี่เหตุเกิดรุนแรงมีถึง ๑,๓๔๗ ครั้ง ลดลงเพียง ๒๓ ครั้ง ร้อยละ ๑ เปอร์เซ็นต์ แต่จํานวนผู้เสียชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นั้นมันรุนแรงขึ้นเพิ่มขึ้นถึง ๑.๗ เปอร์เซ็นต์ สิ่งเหล่านี้ผมถึงกล่าวว่าการบริหารราชการของท่านไร้ประสิทธิภาพ ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับประเด็นคําถามที่ ๒ ในเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีไม่ตอบ ในคําถามแรกของผม ผมก็ต้องถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านก็ยังยืนยันว่าเครื่องมือ จีที ๒๐๐ นั้นยังมีความจําเป็นที่จะต้องไปใช้ในพื้นที่ในหน่วยงานราชการอีกหลายหน่วยงาน เกี่ยวกับการค้นหาวัตถุระเบิดและสารเสพติด สิ่งเหล่านี้ผมจึงอยากเรียนถามว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะดําเนินการอย่างไรกับการจัดซื้อเครื่องจีที ๒๐๐ ในกระทรวงกลาโหม ซึ่งส่อไปในทางทุจริต เหตุผลเหล่านี้ผมต้องเรียนชี้แจงว่าในการจัดซื้อเครื่องจีที ๒๐๐ ของกระทรวงกลาโหมนั้นมีขึ้นอยู่ ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๓ เดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๒ จํานวนถึง ๒๒๒ เครื่อง เป็นเงิน ๑๙๙ ล้านกว่าบาท ครั้งที่ ๒ จัดซื้อเมื่อวันที่ ๒๘ เดือนเมษายน จํานวน ๑๒๙ เครื่องเกือบ ๑๒๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องถาม ท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะดําเนินการอย่างไรกับการจัดซื้อเครื่องจีที ๒๐๐ ในกระทรวงกลาโหมนั้น เพราะว่าราคาในการจัดซื้อจัดจ้างนั้นมันส่อในทางทุจริต ทุจริต เงินงบประมาณซึ่งเป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ท่านสามารถดําเนินการต่อโครงการทุจริตในหลาย ๆ กระทรวง สําหรับกระทรวงกลาโหมนั้น มีการจัดซื้อเครื่องจีที ๒๐๐ ทั้ง ๒ ครั้งนั้นเป็นการจัดซื้อประมูลด้วยวิธีพิเศษ ราคาการจัดซื้อ เมื่อเทียบกับเครื่องจีที ๒๐๐ ที่ซื้อโดยวิธีประกวดราคาตามปกติของกรมศุลกากรนั้นราคา ต่างกันมาก เป็นเครื่องมือชนิดเดียวกัน ขณะที่กรมศุลกากรนั้นจัดซื้อจากบริษัทเดียวกัน กับที่กระทรวงกลาโหมหรือกองทัพบกซื้อ แต่ซื้อด้วยวิธีประกวดราคาไม่ใช่วิธีพิเศษ จํานวน ๖ เครื่องเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒ ปีเดียวกันนั้น ราคาแค่ ๔๒๐,๐๐๐ บาทต่อเครื่อง แต่การจัดซื้อ ๒ ครั้งของกระทรวงกลาโหมเฉลี่ยแล้วเครื่องหนึ่ง ๙๐๐,๐๐๐ กว่าบาท และกําลังขึ้นถึง ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาท สิ่งเหล่านี้มันส่อว่าการบริหารราชการของท่าน ไร้ประสิทธิภาพปล่อยให้หน่วยงานภายใต้การบังคับบัญชาของท่านมีการทุจริตคอร์รัปชัน และละเลยไม่เอาจริงเอาจัง ผมเชื่อว่าถ้าเป็นรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยนั้นจะไม่รอให้มี นักวิชาการออกมาเปิดเผย มาดําเนินการ วันนี้ผมคิดว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยถ้ามีโอกาส คงดําเนินการเรื่องนี้มานาน แล้วก็อยากฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านมีหน้าที่ ท่านมีอํานาจ ท่านชอบพูดเสมอว่ามีการอุ้มฆ่า ท่านจับได้ไหม ท่านพูด อย่างนี้เสมอ ไปในพื้นที่ก็พูดอย่างนี้ว่าเกิดจากมีการอุ้มฆ่าพี่น้องประชาชน อาทิตย์ที่แล้ว เหตุเกิดในพื้นที่ตําบลตาเนาะปูเต๊ะ ผู้ใหญ่บ้านยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ท่านถามไหมครับว่าเกิดจากอะไร ท่านมีหน้าที่ ท่านใช้หน้าที่นะครับ หากท่านไม่ดําเนินการ เรื่องของการอุ้มฆ่าผมถือว่าท่านละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นผมจึงถามท่านนายกรัฐมนตรี คําถามที่ ๒ ว่าท่านจะดําเนินการอย่างไรกับการจัดซื้อในกระทรวงกลาโหมที่ส่อไปในทาง ทุจริต ท่านจะมีมาตรฐานเดียวกันหรือ ๒ มาตรฐานกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่น ๆ ครับ ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขออภัยนะครับเมื่อกี้ไม่ได้ตอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ การจัดซื้อจัดจ้าง ขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ ผมได้มอบนโยบายไปแล้วว่า ทุกหน่วยงานที่ซื้อเครื่องมือตัวนี้ให้จัดทํารายงานการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องมือตัวนี้ มาทั้งหมดทุกกระทรวงแล้วก็ทุกยุค ไม่มี ๒ มาตรฐานและผมคิดว่าท่านควรจะให้ ความเป็นธรรม เพราะว่าท่านพูดถึงการจัดซื้อจัดจ้าง ๒ ครั้งในปี ๒๕๕๒ แต่ท่านไม่พูดถึง การจัดซื้อจัดจ้างปี ๒๕๕๑ ซึ่งมีการดําเนินการแล้วก็มีการใช้ราคา หรือปี ๒๕๕๐ ซึ่งราคา ไม่ได้ต่างกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้จะต้องมีการตรวจสอบทั้งหมด ไม่มีการละเว้นแน่นอน และถ้าหากพบว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างที่มีการทุจริตก็จะต้องมีการดําเนินการลงโทษ ไม่มี ๒ มาตรฐาน ส่วนกรณีของบริษัทเอกชน ผมก็ได้ดูช่องทางในการที่จะไปเรียกร้อง ความเสียหายเพราะว่าเราต้องถือว่าอุปกรณ์ตัวนี้ไม่เป็นไปตามสรรพคุณหรือไม่มี คุณลักษณะอย่างที่ได้มีการโฆษณา ซึ่งก็จะได้ขอความร่วมมือจากประเทศ ของบริษัทผู้ผลิตด้วยในการที่จะมาช่วยกัน เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าจะไปเกี่ยวข้อง กับใครหรือไม่ บังเอิญท่านเอ่ยถึงบุคคลภายนอกซึ่งผมเรียนว่าผมไม่ทราบข้อเท็จจริงว่า เป็นอย่างไร แต่ว่าจะเป็นใคร จะเคยสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรคไหน ไม่สําคัญครับ สําคัญที่ว่าเกี่ยวข้องกระทําความผิดหรือไม่ ผิดก็ดําเนินการ ไม่ผิดก็คง เป็นเรื่องซึ่งก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าทุกอย่างเดินหน้า อย่างแน่นอน สําหรับเหตุในพื้นที่แล้วก็ประเด็นการอุ้มฆ่านั้น ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยจะชี้แจงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพ ต่อกรณีของการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากความไม่สงบซึ่งหมักหมมมาเป็น ระยะเวลายาวนานนั้น ที่ผมพูดถึงเราต้องสะสางคดีทุกคดี อย่างเช่นกรณีที่ในยุครัฐบาล เมื่อเจ็ดแปดปี ที่ผ่านมา นายอุสมาน ปุรง พี่น้องชาวจังหวัดยะลาถูกอุ้มฆ่า ผมก็ดําเนินการนับตั้งแต่ผมเป็ นฝ่ำยค้านจนกระทั่งวันนี้ผมลงไปตรวจราชการ ที่จังหวัดยะลาได้สั่งท่านกฤษฎา บุญลาด ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งมีการกล่าวหาว่า มีการอุ้มฆ่านั้นให้รื้อฟื้นคดีขึ้นมาเหล่านี้เป็นต้น อย่างไรก็ตามสิ่งที่ท่านพูดถึงในเรื่อง เหตุเกิดเมื่อ ๒ วันที่แล้ว เอาย้อนไปจากนั้นอีกสัก ๑ คดี กํานันท่านหนึ่งนามสกุลมะทา ถูกคนร้ายยิง ท่านเองท่านได้ไปในที่เกิดเหตุท่านพูดอะไรในวันนั้น และสิ่งที่ผมได้สั่งการ ให้ดําเนินการสืบสวน สอบสวนหาตัวคนร้าย โดยตั้งประเด็นไว้ ๓ ประเด็น นั่นคือ ความจริงใจในการแก้ไขปัญหาหาตัวคนร้าย ไม่ว่าเหตุเกิดจากการเมืองท้องถิ่น เรื่องส่วนตัว หรือเรื่องความไม่สงบ ไม่ละเว้นครับทําให้ถึงที่

เรื่องที่ ๒ เมื่อคืนวันศุกร์ผมนอนอยู่ที่จังหวดยะลาลงไปตรวจราชการ ๕ อําเภอครับท่านประธาน ก่อนหน้านั้นมีสิบโทท่านหนึ่งสังกัดทหารม้ามาจาก จังหวัดเพชรบูรณ์ ลงไปรับราชการอยู่ที่นั่น เสร็จแล้วมีการเข้าใจว่าผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง ของจังหวัดยะลามีส่วนร่วมในการวางระเบิดเป็นเหตุให้ร้อยเอกท่านหนึ่งพิการขาขาด หลังจากนั้นสิบโทคนนั้นต้องการแก้แค้น นี่คือสิ่งที่เราต้องขจัดความรู้สึกส่วนตัว และแก้ไขปัญหาโดยส่วนตัวไม่ได้ ก็นําคนร้ายไปยิงผู้ใหญ่บ้าน ทันทีที่ผมทราบผมได้ ประสานงานกับ พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร และคุณกฤษฎา บุญลาด ผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อสืบทราบความจริงเช่นนี้จะต้องเอาตัวมาดําเนินคดีให้ได้ คืนนั้นเราก็ได้ตัว มามอบตัว และรับสารภาพ นี่คือความตั้งใจจริงและความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด เพราะฉะนั้นแค่ยก ๒ ตัวอย่างเพื่อที่จะตอบคําถามท่านสมาชิกว่าเมื่อมาเป็นรัฐบาลแล้ว เราช่วยกันแก้ไขปัญหาหรือไม่ นี่คือสิ่งที่จะพิสูจน์ว่าตั้งใจจริง แต่อย่างไรก็ตามการอุ้มฆ่า ในอดีตผมพยายามรื้อฟื้นทุกคดี ไม่ว่าคนร้ายจะเป็นคนในเครื่องแบบ เป็นข้าราชการ หรือเป็นบุคคลธรรมดา จะเป็นใครก็ตามต้องรับการแก้ไขปัญหาจากผม ถ้าผมยังคง รับผิดชอบอยู่ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คําถามสุดท้ายครับ ขอความกรุณากระชับหน่อยนะครับเกินเวลามามาก

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ขอบคุณมากท่านประธานครับ สําหรับ คําถามที่ ๓ ซึ่งเป็นประเด็นคําถามที่ผมจะถาม ในประเด็นที่ ๓ ก็คือคงจะไม่เกี่ยวข้องกับ เครื่องจีที ๒๐๐ แต่ลักษณะเนื้อเรื่อง เนื้อหา กระบวนการก็จะใกล้เคียงกับเครื่อง ตรวจสอบหาวัตถุระเบิดจีที ๒๐๐ เหมือนกัน นั่นคือว่าเนื่องจากวันนี้เป็นที่ปรากฏทราบ แล้วว่าทางกระทรวงมหาดไทยก็มีการจัดซื้อเครื่องอัลฟา ๖ (Alpha6) เพื่อตรวจสอบสาร ยาเสพติดถึง ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๑๓ จํานวนถึง ๖๓ เครื่อง เป็ นเงินถึง ๓๓,๔๕๐,๐๐๐ บาท เฉลี่ยแล้วเครื่องละประมาณ ๕๓๐,๐๐๐ บาท ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ จํานวนถึง ๔๗๙ เครื่อง เป็ นเงินถึง ๓๔๙,๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉลี่ยแล้วตกเครื่องละ ๗๓๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ในประเทศไทย ในระบบราชการไทย การแก้ปัญหานั้นจะมีการผสมผสานหลายหน่วยงาน ท่านนายกรัฐมนตรีก็คงจะทราบดีว่าการแก้ปัญหายาเสพติดนั้นไม่ได้เน้นเฉพาะที่ กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงก็คือ คณะกรรมการป้ องกัน และปราบปรามยาเสพติด ปปส. และท่านเลขาธิการ ปปส. ก็ออกมาชี้แจงแล้วว่า ทาง ปปส. ได้มีการซื้อเครื่องอัลฟา ๖ จํานวนถึง ๑๕ เครื่อง แต่เครื่องละแค่ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ท่านลองคิดดูสิครับว่า ในกรณีเช่นนี้จะเห็นได้ว่าการซื้อไม่ว่าจะเป็น เครื่องจีที ๒๐๐ อัลฟา ๖ ราคานั้นมันส่อในการทุจริตคอร์รัปชัน วันนี้ดังที่ปรากฏ ในหน้าสื่อข่าวต่าง ๆ นั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น สตง. ก็อาจจะเกี่ยวข้องถึง ป.ป.ช. แต่ผมไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้จะเงียบเหมือนกับชุมชนพอเพียงหรือไม่ จึงถามว่าท่านจะดําเนินการอย่างไรต่อการจัดซื้ออัลฟา ๖ ของกระทรวงมหาดไทย ที่ส่อว่าน่าจะมีการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งมีความแตกต่างของราคาที่แตกต่างกันมาก ก็อยากฟังคําตอบ แล้วก็สุดท้ายผมหวังว่าอนาคตข้างหน้าสุนัขดมกลิ่นที่ท่านคิดว่า ควรจะใช้นั้นราคาคงไม่ถึง ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาท ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กรณีอัลฟา ๖ นั้นจะใช้หลักการเดียวกันทั้งหมดก็คือว่า ขณะนี้หน่วยงานก็ จะขอให้มีการทดสอบ แล้วก็ถ้าหากว่าเป็นเครื่องที่พิสูจน์อีกว่าไม่มีประสิทธิภาพ ก็จะต้องมีการระงับการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด เช่นเดียวกันก็จะให้มีการรายงานการจัดซื้อ ของทุกหน่วยงานมาตั้งแต่เริ่มต้น เพราะฉะนั้นขอเรียนยืนยันว่า ในส่วนการทํางานของ รัฐบาลนั้นจะยึดถือมาตรฐานในเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด ผมยํ้าอีกครั้งเครื่องทั้งหลายที่พูดกัน อยู่ทั้งหมดนี้ซื้อกันต่อเนื่องมาหลายปี ในหน่วยงานเดียวกันจะซื้อราคาใกล้เคียงกันมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นเราเป็นรัฐบาลซึ่งเมื่อมีความชัดเจนมากขึ้นว่าเครื่องมีปัญหาก็จัดการ ให้มีการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และขณะนี้เมื่อมีคําตอบมาก็ดําเนินการ ตามหลักวิชา แล้วก็ตามหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด ส่วนเรื่องสุนัขนั้นผมกราบเรียน สอบถามราคาอยู่ว่าราคาเท่าไร ทราบเมื่อไรจะมาเรียนให้ทราบครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เป็น อันจบกระทู้ถามสด กระทู้ถามที่ ๒

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๘๘ ส. เรื่อง การกระทําโดยใช้ตําแหน่งหน้าที่ โดยมิชอบ (นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบและท่านอาจจะตอบร่วมด้วย เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถามสด ท่านสุชาติครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายนํ้าเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณท่านประธาน ที่ให้นายกรัฐมนตรีนั่งฟังก่อน แล้วท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการมาตอบ กระทู้ ถามสด ที่ผมเขียนไปว่าการกระทําโดยใช้ตําแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ คือให้ท่านนายกรัฐมนตรี มาตอบ ทําไมผมต้องพูดอย่างนี้ครับท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้เราต้องมองประเทศไทย ก่อนว่าประเทศไทยเป็นอย่างไร ที่นายกรัฐมนตรีบริหารประเทศมานี่ ตั้งแต่วันเริ่มบริหาร ถึงวันนี้ก็เกือบปีกว่า นโยบายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มาเป็น นายกรัฐมนตรี บอกชัดเจนว่า ๙๙ วันทําได้หลายเรื่อง สุดท้ายให้ไปสอบถามประชาชนว่า ทําอะไรไปบ้าง ประเด็นที่จะถามผมขอเกริ่นไว้ในสภาตรงนี้ได้จารึกไว้ว่า ครั้งหนึ่ง คนที่บริหารประเทศแบบแตกแยก ผมต้องใช้คําว่า แตกแยก ขาดความสามัคคี เพราะวันนี้นายกรัฐมนตรีตอนมาแรก ๆ บอก ๙๙ วันจะทําให้ประเทศนี้สามัคคี ให้ประเทศนี้เดินหน้าได้ สุดท้ายประเทศนี้แบ่งเป็นขั้วอย่างชัดเจน ขั้วหนึ่งใช้อํานาจ อีกขั้วหนึ่งไม่มีอํานาจ ขั้วที่มีอํานาจก็ใช้อํานาจอย่างเต็มที่ ก้าวก่าย ใส่ร้าย ยัดเยียด นี่เป็นข้อกล่าวหาของผม ท่านประธานสภาที่เคารพ ที่ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจน ท่านประธานก็คงเห็น ที่สื่อมวลชนทั่วไปออกว่าเรื่อง ๒ มาตรฐาน ท่านประธานคงเห็น ชัดเจนว่าเมื่อกี้มีหลายคนที่พูดไปว่า ๒ มาตรฐานเป็นอย่างไร ผมไม่ต้องหยิบมาพูด ในสภาครับท่านประธาน ฝากนายกรัฐมนตรีว่า ๒ มาตรฐานที่เขาไปบอกกันว่า ๒ มาตรฐาน เอากรณีเขายายเที่ยง ๒ มาตรฐานหรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องตอบ เพราะผมพูดเฉย ๆ เดี๋ยวผมจะถามเรื่องอื่น นี่เป็นการเกริ่นนํา พอผมบอกว่า ๒ มาตรฐาน นายกรัฐมนตรีส่ายหัว เรื่องเขายายเที่ยงอย่าเพิ่งส่าย เรื่องจริงวันนี้เขาทุบทิ้งแล้ว เขายายเที่ยง ข้างบนปลอดภัย ข้างล่างติดคุกครับท่านประธาน นี่คือ ๒ มาตรฐานชัดเจน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมพามาสู่เรื่องที่ผมจะต้องถามนายกรัฐมนตรีอย่างชัดเจน ที่การบริหารประเทศครั้งนี้ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศให้ความหวังว่าวันหนึ่ง ประเทศนี้ที่บอกว่า ๙๙ วันจะทําได้หลายเรื่อง เช่นตัวอย่างปัญหาชายแดนภาคใต้ ก็ยังไม่จบ วันหนึ่งท่านประธานนั่งอยู่ในสภาตรงนี้เขาบอกวิธีแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ง่ายนิดเดียว คนที่อภิปรายในสภาผมจําได้ชัดเจนว่าเป็นคน ของพรรคประชาธิปัตย์ เขาบอกว่าถ้าไม่มีนายกรัฐมนตรีทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ปัญหาภาคใต้จบแน่นอน แต่จากวันนี้ถึงวันนั้นก็ไม่จบ ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมถึงบอกว่าจะต้องกล่าวหากันในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ผมบอกว่านายกรัฐมนตรีใช้อํานาจมากที่สุด กระทู้ถามมากที่สุดในสภา ท่านเคยกล่าวหาเขา ไว้ในสภาตรงนี้ครับว่า รัฐบาลที่ผ่านมาทุจริตเชิงนโยบาย แต่รัฐบาลของท่านไม่ได้ แถลงนโยบายที่สภาผู้แทนราษฎร ไม่รู้ไปแถลงที่ไหนนะครับ เพราะท่านไม่มีนโยบาย จึงต้องทุจริตกันตรง ๆ ทําไมผมพูดอย่างนี้ครับ ท่านไปดูโครงการต่าง ๆ ที่ผมพูดชัดเจน ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริงหรือไม่ พอจับได้ท่านเปลี่ยน ยกตัวอย่างกรณีตํารวจล่าสุด ตั้งตําแหน่งร้ องเรียนกันเป็ นแถว เพราะอะไรครับ เพราะว่าตั้งผู้บังคับบัญชา ตั้ง ผบ. ไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีใช้อํานาจก้าวก่ายทหาร ท่านนายกรัฐมนตรีใช้อํานาจ ก้าวก่ายตํารวจ ท่านนายกรัฐมนตรีใช้อํานาจก้าวก่ายกระทรวงมหาดไทย ทําไมผมพูด อย่างนี้ ท่านเห็นเขาตั้งนายอําเภอไหมครับ เมื่อวานหนังสือพิมพ์ลงจ้าละหวั่นเลย สอบได้ นายอําเภอข้อสอบเหมือนกันเดี๊ยะ เก่งที่สุดอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์สอบได้ ๑๘ คน จังหวัดอื่น สอบไม่ติดนายอําเภอก็เลยงงกันเป็นไก่ตาแตกทั้งประเทศ ท่านประธานครับ วันนี้เพื่อเอา สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้เพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้ ฝากท่านนายกรัฐมนตรีครับว่า ที่ผมพูดมานี้จริงหรือเปล่า อย่างกรณีตํารวจผู้กํากับที่เขาเคยทํางานอยู่ดี ๆ อย่างนี้ มีผลงานแต่ไม่มีการไปแลกผลประโยชน์ คนที่อยู่ในตําแหน่งดี ๆ ยังไม่ถึง ๒ ปีด้วยซํ้าไป มีการโยกย้ายเขาออกจากพื้นที่ เพียงแค่คุณหวังผลทางการเมืองแค่นั้นเอง อย่างกรณี นายอําเภอเขาทํางานอยู่ดี ๆ เขาเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อยู่ดี ๆ คุณก็ย้าย นอกฤดูกาลคุณก็ย้ายเหมือนเดิมอีก เพราะอะไรที่ผมพูดอย่างนี้ เพราะว่า นายกรัฐมนตรีใช้อํานาจไม่ถึง ท่านนายกรัฐมนตรีใช้อํานาจไม่ถึง

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วง ท่านบุญยอดประท้วงว่าอย่างไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครครับ ผมขออนุญาตที่จะต้อง ติงท่านประธานนะครับว่าท่านไม่ได้ควบคุมการตั้งกระทู้ถามสดในวันนี้นะครับ ผู้ตั้งกระทู้ถามสดถาม เรื่อง การส่งข้อมูลข่าวสารผ่านทางเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ นะครับ ส่งกระทู้ถามสดเวลา ๐๙.๒๐ นาที บัดนี้ผ่านไป ๕ นาทีใน ๒๐ นาทีนี้ที่จะถาม กระทู้ถามสดได้ไม่มีคําว่า ข้อมูลข่าวสารผ่านทางเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ สักคําเดียว เลยนะครับ ท่านต้องเตือนผู้อภิปรายที่ตั้งกระทู้ถามสดนี้นะครับว่าเข้าสู่ประเด็น ได้แล้วครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เผอิญชื่อกระทู้ถามสดที่เขาถามนี่มันชื่อ การกระทําโดยใช้ตําแหน่งหน้าที่ โดยมิชอบ ก็กําลังปูพื้นอยู่ ชื่อที่ผมมีกับที่ท่านมีอาจจะต่างกันนะครับ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านประธานขออนุญาตนิดเดียวครับ โดยใช้ตําแหน่งหน้าที่โดยมิชอบต่อกรณีการส่ง ข้อมูลข่าวสารผ่านทางเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ข้าพเจ้าจึงขอตั้งกระทู้ถามสดนี้ตาม มาตรา ๑๕๗ ของรัฐธรรมนูญ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แต่ถ้า ในระเบียบวาระการประชุมที่บนบัลลังก์ประธานเขียนเพียงแต่ว่าการกระทําโดยใช้ ตําแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ไม่มีเรื่องอะไรต่อนะครับ ท่านสุชาติครับท่านก็อารัมภบท มาพอสมควร เข้าคําถามด้วยนะครับ ผ่านมา ๑๕ นาทีแล้ว เชิญครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ท่านประธานผมว่ายังไม่ถึงนะครับ เมื่อกี้ บุญยอดบอก ๕ นาที ตอนท่านประธานบอก ๑๕ นาที

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เราตั้ง เวลาไว้ครับ เชิญครับ ๕ นาที

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

เอาอย่างนี้ผมไม่ต่อล้อต่อเถียงกับ ท่านประธานครับ ผมเอาเรื่องนี้ครับ เพราะว่าเรื่องของเรื่องผมตั้งกระทู้ถามสดไว้ การกระทําโดยใช้ตําแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ผมก็ต้องเกริ่นนะครับ อยู่ ๆ จะบอกว่าไม่ชอบ เพราะอะไร มันพูดไม่ได้ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนดูอยู่จะเป็นคนตัดสินใจครับว่า ใครที่ใช้อํานาจโดยมิชอบแน่นอน ผมเกริ่นไว้เลยนะครับว่า ๒ มาตรฐานท่านประธาน เมื่อกี้นี้กรณีเขายายเที่ยง คนอยู่ข้างบนไม่ติดคุก คนอยู่ข้างล่างติดคุก ผมก็ยังไม่ได้ ถามประเด็น ผมจะถาม ผมบอกคุณบุญยอดใจเย็น ๆ ครับอย่าเพิ่งประท้วง เพราะหน้าที่ พรรคประชาธิปัตย์เขาแบ่งไว้เป็นชั้น ๆ ใจเย็น ๆ ครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมถึงบอกว่าวันนี้ประเทศจะเดินอย่างไร ในเมื่อคนมีอํานาจสูงสุดไม่มีอํานาจไปสั่งการ ในกระทรวงต่าง ๆ ได้ ผมเกริ่นมาถึงจังหวัดที่มีการแต่งตั้งนายอําเภอ โยกย้าย ข้าราชการประจําในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกฤดูกาลก็ยังย้าย ท่านประธาน เห็นไหมครับ ผมยกตัวอย่างไม่ต้องไปยกตัวอย่างไกลเลย เอาจังหวัดผมเลยครับ จังหวัดลพบุรีครับ นายอําเภอบ้านหมี่ นายอําเภอท่าวุ้ง นายอําเภอพัฒนานิคมนี่ เป็นคนมุสลิม เป็นคนใต้ด้วยครับ เป็นคนที่ทํางานดีที่สุดคนในพื้นที่ดูแลอยู่ แต่สุดท้าย บอกสนองไม่ได้คุณไปอยู่ที่อื่น เพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อวันที่ ๑๑ ท่านประธานครับ นอกฤดูกาล ด้วยซํ้าไป เพราะเรื่องของเรื่องนายกรัฐมนตรีไม่มีอํานาจในการไปบอกว่า เฮ้ย มึงอย่าไปรังแก ประชาชนเขา อย่าไปรังแกข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องจําให้ดี ๆ นะครับว่าพระราชบัญญัติ พระราชดํารัสของพระเจ้าแผ่นดินท่านบอกว่า ถ้าคนดีท้อแท้ คนเลวก็ครองเมือง ท่านเห็นไหมครับที่ผมพูด เพราะวันนี้ท่านเห็นชัดเจนแล้ว ท่านลองสังเกตดูครับว่าตํารวจก็ตั้ง ผบ. ไม่ได้ นายอําเภอมีการโยกย้าย ผู้กํากับวิ่งขึ้น ทุกโรงพักมีปัญหาหมด ล่าสุดที่พัทยายื่นร้องต่อศาลปกครองแล้วครับ ผมเป็ น ผู้แทนราษฎรผมต้องเอาเรื่องนี้มาพูด ท่านประธานครับ ต้องเกริ่นครับ แต่ที่มันจะต้อง เข้าเนื้อหาเลยจริง ๆ วันนี้ที่ผมถามประเด็นของการส่งเอสเอ็มเอส (SMS) ผมเป็นคน หยิบเรื่องนี้อภิปรายในสภาเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา วันนั้นนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีแค่วันเดียว วันที่ ๑๘ ธันวาคม ท่านคงจําได้ เดี๋ยวผมต้อง ขออนุญาตท่านประธาน บนจอทีวีเพื่อได้ให้พี่น้องประชาชนคนไทยเห็นทั้งประเทศว่า วันนั้นที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีได้ส่งข้อความอะไรไปถึงพี่น้องบ้าง ต้องขออนุญาตท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

บนจอทีวีข้างหลังท่านประธาน ผมนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์คนใหม่ ขอเชิญท่านร่วมนําประเทศไทยออกจากวิกฤติ ได้รับการติดต่อจากผม กรุณาส่งรหัสไปรษณีย์ ๕ หลักของท่านมาที่เบอร์ ๙๑๙๑ (๓ บาท) ท่านนายกรัฐมนตรีคงจําได้ ถ้าไม่ลืมเพราะปีเดียวเอง เป็นการที่ไปบีบบริษัท ให้ส่งข้อมูลมาที่โทรศัพท์ประชาชนคนไทยคนที่ไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่เลยครับเปิดโทรศัพท์ ขึ้นมาตกใจว่า วันนี้อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วหรือ เพราะวันที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี วันที่ ๑๘ นี้ยังไม่มีคณะรัฐมนตรีเลยครับ เพราะการส่งเอสเอ็มเอสนี่นะครับ ล่าสุดทราบว่า มี ๓ บริษัทที่ได้รับประโยชน์ ดีแทค (DTAC) ทรูมูฟ (True Move) เอไอเอส (AIS) ไม่ใช่ ข้อกล่าวหา เรื่องนี้อยู่ในรายงานการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมจะต้องสอบถามนายกรัฐมนตรี และพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ กําลังจับตาดูอยู่ ผมไม่อยากจะบอกว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมขอแสดงเอกสาร วันนี้หนังสือบางกอกทูเดย์ใช้คําว่า เอสเอ็มเอสอัปยศ ๒ มาตรฐาน นี่คือข้อกล่าวหาครับ ในหนังสือพิมพ์เขียนชัดเจน ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องตอบ ตอบว่า การส่งเอสเอ็มเอสมีใครไปบังคับ ๓ บริษัทหรือไม่ แล้วส่งมาเป็นประเด็นทางการเมือง หรือเป็นประเด็นที่ท่านไปบังคับเขา ก็ไม่เข้าใจ ผมถึงถามคําถามที่ ๑ วันที่มีการส่ง ข้อความเอสเอ็มเอสคือวันที่ ๑๘ ธันวาคม ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง รัฐมนตรีอื่นใช่หรือไม่ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะตอบคําถามนะครับ เนื่องจาก ท่านพาดพิงหลายเรื่อง คงไม่มีเวลาที่จะชี้แจงทั้งหมด แต่ว่าขอให้ดูตามข้อเท็จจริงครับ เผอิญพาดพิงถึงเรื่อง ๙๙ วัน ผมก็จะกราบเรียนว่าในสิ่งที่เราเคยบอกว่าจะทําภายใน ๙๙ วัน ๑. เรื่องเรียนฟรี ทําได้ครับ ๒. เรื่องจะมีโครงการที่ไปสนับสนุนเรื่องของเศรษฐกิจ พอเพียง ทําได้ครับ ๓. เรื่องที่บอกว่าจะตรึงราคาก๊าซหุงต้ม ทําได้ครับ เรื่องที่เราบอกว่า มีการเปลี่ยนแปลงคือ ๑. เรื่องของภาคใต้ว่าจะตรากฎหมาย ซึ่งผมเข้ามาผมก็ยอมรับว่า ขณะนั้นอยู่ในภาวะซึ่งจะผลักดันกฎหมายได้ยาก ก็เปลี่ยนไปเป็ นการจัดตั้ง คณะกรรมการรัฐมนตรีภาคใต้ ระหว่างที่มีการนําเสนอกฎหมายเข้าสภา ซึ่งปัจจุบัน เข้ามาสู่การรับหลักการของสภาแล้ว ส่วนกรณีของการเก็บเงินกองทุนนํ้ามันนั้น เนื่องจากสถานการณ์ในวันที่เข้ามามีความแตกต่าง ก็มีการปรับเปลี่ยนนโยบาย แต่ก็ได้เปิดเผยอย่างโปร่งใสทั้งหมด เพราะฉะนั้นเวลาท่านพูดถึง ๙๙ วันกรุณาเอาข้อเท็จจริงมานะครับ แล้วก็ดูด้วยว่าหลัก ๆ นั้น ได้ดําเนินการตามนั้น และที่แถมไปอีก ๑ เรื่องก็คือเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งตอนนั้นไม่คิดว่า จะทําได้ใน ๙๙ วัน แต่ในที่สุดเข้ามาแล้วทําได้ครับ เพราะฉะนั้นอันนี้อยากจะให้ยึด ข้อเท็จจริง ไม่ใช่ว่าพูดโดยที่ไม่ดูข้อเท็จจริงแล้วก็มีการกล่าวหากันไป

ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน แล้วก็ มีการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการโยกย้าย แต่งตั้ง ก็กราบเรียนว่าตามระบบบริหารราชการ แผ่นดิน ผมในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารเมื่อมีกรณีที่มีการร้องเรียนขึ้นมาก็จะดําเนินการ โดยการใช้ตามอํานาจหน้าที่ของผม เช่นที่มีการดําเนินการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ตรวจสอบการโยกย้าย แต่งตั้งตํารวจในกรณีของกองบัญชาการตํารวจภูธรภาค ๑ ภาค ๒ ภาค ๔ ภาค ๖ ตามที่ได้มีหนังสือร้องเรียนมาที่สํานักนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นก็ไม่ได้ มีการละเลยในเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น ส่วนกรณีอื่น ๆ นั้นอยู่ในการพิจารณาของ ป.ป.ช. บ้าง อยู่ในการพิจารณาของ ป.ป.ท. บ้าง บางเรื่องที่ท่านอ้างถึงเป็นการใช้ดุลยพินิจของอัยการบ้าง ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความเป็นอิสระในการวินิจฉัยในเรื่องเหล่านี้ทั้งสิ้น ส่วนประเด็นที่ท่านถามผม เรื่องกรณีเอสเอ็มเอส ความจริงเป็นเรื่องที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีการยื่นถอดถอน มีการยื่นให้องค์กรต่าง ๆ ตรวจสอบ ท่านถามผมว่า ในวันที่มีการส่งข้อความคือ วันที่ ๑๘ ธันวาคมนั้น ก็กราบเรียนว่า วันนั้นเป็นวันที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกระผมเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คณะรัฐมนตรีครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคําถามที่ ๒ ท่านสุชาติ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ พอดีเมื่อกี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ตอบไปหลายเรื่อง พี่น้องก็ได้ฟังอยู่ ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้างก็ฟังกันไป ก็แล้วกัน

คําถามที่ ๒ ที่ผมจะต้องถามเรื่องเอสเอ็มเอส เพราะผมติดใจเรื่องนี้มาก ท่านประธานครับ เรื่องเอสเอ็มเอสผมบอกแล้วว่า ๑๗ ล้านเลขหมายที่ส่งมาถึง พี่น้องประชาชน ถ้าคิดเป็นมูลค่าเลขหมายละ ๓ บาท เพราะเรื่องของเรื่องคนที่เขา ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เลยเป็นประชาชนตาดํา ๆ คนไทยทั้งประเทศโดนก้าวก่าย โดนยัดเยียด เข้าไปในโทรศัพท์ของตัวเอง อย่างที่ผมแสดงบนจอทีวี แล้วปีหนึ่งก็เงียบไป ป.ป.ช. ก็ไม่ได้ ดําเนินการอะไรเลย ผมเป็นคนยื่นกับผู้แทนราษฎรหลายคนตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยื่นให้ตรวจสอบซํ้าไป แต่ ป.ป.ช. ปีหนึ่งยังทําอะไรไม่ได้ ก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุผลใด มันก็เป็นเหตุให้วันนี้ที่หนังสือพิมพ์ที่ผมบอกท่านประธานว่าเอสเอ็มเอส ๒ มาตรฐานอัปยศ ที่เขาตั้งไว้ เพราะอยู่ ๆ ปีหนึ่งไม่มีการดําเนินการใด ๆ เลย ล่าสุดท่านนายกรัฐมนตรี นั่งอยู่ข้างบนท่านรู้ไหมว่า อีกไม่กี่วันในเดือนมีนาคมนี้จะมีการเสียภาษี จะมีการเสียภาษี ผมก็พอจะรู้บ้าง เพราะเพื่อนก็มี มีคนมาบอกก็แล้วกันว่าจะต้องมีการเสียภาษี ป.ป.ช. ไม่กล้าตีความว่าเอสเอ็มเอสที่ท่านได้รับประโยชน์เกิน ๓,๐๐๐ บาทหรือไม่ ไม่กล้าตีความ ล่าสุดไปส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ตีความตรงไหนท่านประธานรู้ไหมครับ ไปตั้งองค์คณะในกระทรวงการคลังเพื่อจะให้ตีความว่า นายกรัฐมนตรีเป็นรัฐมนตรี แบบเบ็ดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องไปคํานวณภาษี แต่ต้องขอร้องกันว่าอย่าไปใช้อํานาจ อย่างที่ผมบอกว่าใช้อํานาจไปบังคับคนอื่นเขา คนที่เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเขาต้องทําตามหน้าที่ ทราบว่ามีการประชุมถึง ๓ ครั้ง เมื่อวันที่ ๑๖ ยกเลิก ไม่มีการประชุม เพราะ ป.ป.ช. เขาตีความไม่ได้ว่าจะทําอย่างไร องค์ประชุมของ กระทรวงการคลังก็ไม่กล้าประชุม ครั้นตัดสินว่านายกรัฐมนตรีเป็นนายกรัฐมนตรีแบบถูกต้อง ตามมาตรา ๑๗๑ หรืออะไรถูกต้องแล้วเพราะว่าได้โปรดเกล้าฯ แต่ยังไม่มีคณะรัฐมนตรี ก็เลยตัดสินไม่ได้ ผมเลยถามประเด็นที่ ๒ ว่านายกรัฐมนตรีได้ยื่นแบบแสดงการเสียภาษี ในประโยชน์ที่ได้รับจากการรับบริการโดยไม่ชําระราคาดังกล่าวหรือไม่ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บังเอิญการยื่นแบบแสดงเสียภาษี มีกําหนดวันที่ ๓๑ มีนาคม ผมยังไม่ได้ยื่นนะครับ แล้วก็ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่มีการดําเนินการ เป็นประโยชน์ที่ผมได้รับครับ ส่วนกรณีของกระทรวงการคลัง หรือ ป.ป.ช. หรือกฤษฎีกา ผมไม่ทราบเลยว่ามีการดําเนินการอย่างไร เพราะว่าเมื่อท่านร้องไปที่ ป.ป.ช. เขาก็จะเป็น ผู้ตรวจสอบ ส่วนกรณีที่พาดพิงถึงกระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีจะชี้แจงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก่อนอื่นนะครับ เมื่อสักครู่ท่านผู้อภิปรายได้ถามถึงขั้นตอนการดําเนินการของทาง คณะกรรมาธิการป้ องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งการดําเนินการของทาง ป.ป.ช. นั้นก็เป็นองค์กรอิสระ ซึ่งผมไม่สามารถที่จะเข้าถึงในรายละเอียดได้ แต่อย่างน้อย ที่สุดในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผม ผมก็อยากที่จะชี้แจงนะครับว่า ป.ป.ช. ก็ได้มี การดําเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ที่คณะของท่านได้ยื่นคําร้องให้กับ ป.ป.ช. ให้เข้ามา ตรวจสอบในกรณีเรื่องที่ท่านกําลังอภิปรายอยู่ คือเรื่องของการส่งข้อความสั้นหรือ เอสเอ็มเอส โดยที่เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ทางสํานักงาน ป.ป.ช. ก็ได้ทําหนังสือมาให้ผมได้ ชี้แจงข้อเท็จจริงในส่วนของกระผมเกี่ยวกับบทบาทของกระผมในเรื่องนี้ ซึ่งกระผมก็ได้ ดําเนินการในการที่จะชี้แจงไปเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่วันที่ ๑๔ กรกฎาคม หลังจากนั้น ก็ได้มีการติดต่อ โดยสํานักงาน ป.ป.ช. ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มาโดยตลอด ล่าสุดนะครับ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ก็ได้มีจดหมายเรียนเชิญ ที่ปรึกษาของผมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจรจากับบริษัทเอกชนผู้ซึ่งดําเนินการเป็นผู้ส่ง ข้อความสั้นให้กับพี่น้องประชาชนตามที่ท่านได้กล่าวถึง และผู้ช่วยของผมก็ได้เข้าไปชี้แจง ให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรียบร้อยแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยู่ในขั้นตอน การดําเนินการนะครับ และผมก็ได้เห็นในส่วนของผมว่ามีการดําเนินการในขั้นตอน ตามปกติมาตั้งแต่ที่ได้รับการร้องเรียนจากคณะของท่าน เพิ่มเติมนะครับ เมื่อสักครู่ ท่านได้กล่าวถึงการตั้งอนุกรรมการหรืออย่างไรผมฟังไม่ทันในส่วนของกระทรวงการคลัง แต่ผมขออนุญาตเรียนว่าไม่ได้มีประเด็นในเรื่องนี้ที่เกี่ยวกับกระทรวงการคลังเลยนะครับ ในส่วนของกระทรวงการคลังเอง ในส่วนของกรมสรรพากรก็มีหน้าที่ที่จะเก็บภาษีจากทุกคน ตามปกติ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงไปเมื่อสักครู่แล้วว่าในส่วนของการยื่นแบบภาษี รายได้ส่วนบุคคลนั้นมีเวลาจนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ซึ่งนอกจากนั้นผมก็อยากที่จะชี้แจง ด้วยว่าในคําชี้แจงที่ผมได้ทําให้กับทางสํานักงาน ป.ป.ช. ก็ได้ชี้แจงชัดเจนว่าประโยชน์ ที่ท่านได้อ้างถึง ที่ได้รับจากการส่งเอสเอ็มเอสในชั้นนั้นไม่ได้เป็นประโยชน์ที่มีใครได้รับ เป็นการส่วนตัว เป็นประโยชน์ที่สังคมโดยรวมได้รับจากข้อความของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านได้ขึ้นจอไว้เพียงแค่ส่วนเดียวนะครับ แล้วท่านได้อ่านผิดด้วย ต้องขออนุญาตที่จะชี้แจงตามข้อเท็จจริง ท่านได้อ่านเมื่อสักครู่นะครับว่า ผมนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์คนใหม่ จริง ๆ แล้วไม่ได้มีคําว่า อภิสิทธิ์ อยู่ในเอสเอ็มเอส เลยนะครับ ได้เขียนไว้ แล้วความจริงท่านก็ขึ้นจอไว้ชัดเจนเมื่อสักครู่ บทความเขียนว่า ผมนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ขอเชิญท่านร่วมนําประเทศไทยออกจากวิกฤติ สนใจจะได้รับ การติดต่อจากผมกรุณาส่งรหัสไปรษณีย์ ตามที่ท่านว่าไป ทีนี้ประเด็นสําคัญก็คือ ตัวข้อความที่เป็นเสียงที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้อัดไว้ในระบบที่เขาเรียกว่าวอยซ์ เพจ (Voice page) ขออนุญาตใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษ ก็คือเป็นศัพท์ที่เขาใช้กันโดยทั่วไป ซึ่งผม ขออนุญาตที่จะอ่านให้กับพวกเราได้มีโอกาสได้รับฟังอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพราะว่า ผมคิดว่าในบทความนี้มันก็สะท้อนให้เห็นความชัดเจนว่าเป้ำหมาย วัตถุประสงค์ ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนั้น ในการที่จะต้องการสื่อสารโดยตรงต่อพี่น้องประชาชน ในจํานวนที่มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุดนั้นเพื่อหวังผลอะไร เป็นผล ส่วนตัวอย่างที่ท่านได้อ้างถึงหรือผลประโยชน์ของสังคมโดยรวมนะครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานนะครับ ข้อความเป็นอย่างนี้ครับ สวัสดีครับ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมขอขอบคุณที่ท่านตั้งใจช่วยกันนําบ้านเมืองของเราออกจากวิกฤติ ผมทราบดีว่า วันนี้ท่านเดือดร้อนในเรื่องปากท้องและเครียดกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคม ผมมีความตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะทุ่มเท ใช้ความรู้ความสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ ให้พี่น้องคนไทยทุกคนอย่างเสมอภาคด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แต่งานของผมจะไม่ประสบ ความสําเร็จหากพวกเราทุกคนไม่สมัครสมานสามัคคีกัน ผมขอโอกาสให้กับประเทศไทย และคนไทยทุกคนได้มีความก้าวหน้า มีความผาสุก เพื่ออนาคตที่ดีสําหรับลูกหลาน คนไทย ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานตามตรงครับ ผมมาอ่านบทความนี้อีกครั้ง ผมคิดว่ายังมีความเหมาะสมที่จะส่งเอสเอ็มเอสชุดนี้ออกไปให้กับพี่น้องประชาชนอีกครั้ง ด้วยซํ้าไป แล้วก็มีความชัดเจนว่าความตั้งใจของท่านนายกรัฐมนตรีในครั้งนั้นคืออะไร ก็คือต้องการเห็นความสมัครสมานสามัคคีในสังคมไทยเพื่อโอกาสของประเทศของเรา ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุชาติ คําถามสุดท้ายครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่ผมจะไปคําถามสุดท้าย พอดีผมถามคนหนึ่งตอบได้ ๒ คนพร้อมกัน ก็ไม่เป็นไร เมื่อกี้ท่านบอกว่าผมอ่านผิด ไม่มีชื่ออภิสิทธิ์ แต่ท่านก็มาอ่านต่อว่าผมอภิสิทธิ์ครับ ท่านกรณ์พูดใช่หรือไม่ จริงไหมครับ เมื่อกี้โทรศัพท์ผมยังยืนยันอยู่ที่ส่งเข้ามาตอนนั้น ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอบพระคุณทุกท่านและจะติดต่อกลับไปในเร็ว ๆ นี้ นี่ขนาดจับกัน ได้คาหนังคาเขา ท่านยังมาช่วยกันโกหกบนสภาอีกครับว่าไม่มีคนชื่ออภิสิทธิ์ ให้ผมพูด ก่อนครับท่านประธาน

(นายกรณ์ จาติกวณิช ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้เขาถามคําถามสุดท้ายเดี๋ยวท่านตอบทีเดียว

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

เดี๋ยวผมจะถามคําถามสุดท้าย

นายสามารถ แก้วมีชัย (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง) ประท้วง พาดพิงทําให้ท่านเสียหายให้สิทธิประท้วง เชิญครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ขออนุญาต ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช ผมขอประท้วงนะครับ เพราะเมื่อสักครู่ ผู้อภิปรายได้กล่าวหาว่าผมโกหก คืออย่างนี้ครับเมื่อสักครู่ก่อนหน้านี้ท่านผู้อภิปราย ได้ขึ้นข้อความไว้ข้อความหนึ่งซึ่งเป็นข้อความคนละข้อความกับข้อความที่ผมได้อ่านไป ข้อความที่ท่านได้ขึ้นจอไว้เขียนไว้ชัดเจนครับว่า ผมนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ไม่ได้เขียนว่า ผมอภิสิทธิ์คนใหม่ ส่วนข้อความที่ผมอ่านว่า สวัสดีครับ ผม อภิสิทธิ์ นั้นเป็นข้อความที่ ๒ ที่เป็นข้อความแตกต่างจากที่ท่านได้ขึ้นจอไว้ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็คนละเหตุการณ์นะครับท่านสุชาติ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมต้องชี้แจง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ มันจริงไหมผมต้องถามท่านก่อนนะครับว่า ผมนายกรัฐมนตรีคนใหม่กับนายอภิสิทธิ์ ๒ คนนี้ไม่ใช่คนคนเดียวกันครับท่านประธาน ตอนที่ส่งเอสเอ็มเอสไป เอสเอ็มเอสมันปรากฏชัดเจนท่านประธานครับว่าวันที่ส่งใครเป็น นายกรัฐมนตรี เพราะวันนี้ในเมื่อส่งไปถึงประชาชนคนตาดํา ๆ ทั้งประเทศ ๑๗ ล้าน เลขหมายนี่นะครับ คุณส่งเข้าไปคุณไม่ได้ขออนุญาตโทรศัพท์เขาเลย บ้านผมจังหวัด ลพบุรีเปิดมาตกใจ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ใครวะ เขาพูดอย่างนี้เลย แล้วท่านก็มาบอกเอง ในโทรศัพท์กลับมาบอก ผมอภิสิทธิ์จะตอบกลับไป แล้วผมถามว่าไม่ใช่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์แล้วจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนไหนท่านรัฐมนตรีครับ นี่คือเหตุผลที่ผมต้องพูด พี่น้องประชาชนจะได้เข้าใจ แต่ก็ไม่เป็นไรคนดูจะเป็นคนตัดสินใจว่าใครส่งเอสเอ็มเอส แล้วผิด ใครฟัง ใครรับ มีหลักฐานชัดเจน ท่านประธานสภาครับ เป็นการข่มขืนจิตใจเขา หรือเปล่า เป็นการไปยัดเยียดให้เขาฟัง บางคนแทบจะขว้างโทรศัพท์ทิ้งด้วยซํ้าไป นี่คือความเป็ นจริง ท่านประธานครับ แต่ก็ไม่เป็ นไรเพราะว่าท่านแก้ตัวก็ไม่รอด ชัดเจนในสภา ผมถามคําถามที่ ๓ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คําถามสุดท้าย

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ผมถามคําถามที่ ๓ จํานวนเลขหมายที่ได้ ส่งข้อความสั้นนั้นมีทั้งหมดกี่เลขหมาย แล้วก็คิดค่าบริการหมายเลขเท่าไร รวมจํานวนเงิน ที่ได้รับผลประโยชน์เป็นเงินเท่าไร คําถามที่ ๓ ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรณ์ครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช ก่อนอื่นขออนุญาตเพื่อความชัดเจนว่า ในการส่งเอสเอ็มเอสครั้งนั้นเราไม่ได้ยัดเยียดให้ใครฟังเลย ตามที่ท่านผู้อภิปรายเพิ่งกล่าว ไป การฟังข้อความของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นเป็ นการฟังต่อเมื่อได้มี การตอบเจตนาความต้องการที่จะรับฟังข้อความ เพราะฉะนั้นไม่มีการยัดเยียดครับ ทุกคนที่ได้ฟังข้อความที่ผมได้อ่านไปเมื่อสักครู่ของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นฟังด้วย ความสมัครใจ คือส่งเจตนาต้องการที่จะได้รับฟังข้อมูลด้วยตัวเขาเอง ต่อคําถามของ ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ว่าได้มีการส่งข้อมูลเอสเอ็มเอสไปกี่เบอร์ คําตอบก็คือ ๑๗,๒๐๐,๐๐๐ เบอร์ ผ่าน ๓ บริษัท ถามว่ามีค่าใช้จ่ายเท่าไร มีรายได้เท่าไรให้กับ ตัวบริษัทนั้น ประเด็นก็คือไม่มีครับ แล้วก็ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายสําหรับผู้รับด้วย ก็ขอชี้แจงไว้ เป็นข้อมูล ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เป็นอันจบกระทู้ถามสดกระทู้ที่ ๓ ขอบคุณนะครับ

ท่านสมาชิกเมื่อจบระเบียบวาระกระทู้ถามแล้ว ขณะนี้มีสมาชิกมาเข้าชื่อ ประชุม ๔๐๙ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุม ต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

๒.๑ รับทราบรายงานการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศของ คณะกรรมาธิการสามัญ ๙ คณะ จํานวน ๑๑ ฉบับ

ได้มีการพิจารณารับทราบจากการประชุมคราวที่แล้วที่เราได้นําเสนอมา แต่ยังไม่ได้พิจารณากันนะครับ ไม่ได้รับทราบกัน

จากการประชุมคราวที่แล้วประธานที่ประชุมก็ได้ขอปรึกษาที่ประชุม เพื่อขอนําระเบียบวาระที่ ๒.๒ ซึ่งเป็ นเรื่องทํานองเดียวกันคือรับทราบรายงาน การเดินทางศึกษาดูงานต่างประเทศของคณะกรรมาธิการสามัญ ๔ คณะ จํานวน ๖ ฉบับ ขึ้นมาพิจารณารับทราบในคราวเดียวกัน ซึ่งที่ประชุมก็เห็นชอบ โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ รายงานการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศของคณะกรรมาธิการสามัญทุกคณะ จะต้องระบุรายละเอียดงบประมาณการใช้จ่ายในการเดินทางของแต่ละคณะไว้ ในรายงานด้วย เพื่อประกอบการพิจารณาของสมาชิก และหากรายงานการเดินทางไป ศึกษาดูงานของคณะใดเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ประธานในที่ประชุม ซึ่งขณะนั้นท่านอภิวันท์ก็ได้มีดําริให้เชิญประธานคณะกรรมาธิการที่เสนอรายงานต่อสภา เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วย เมื่อสมาชิกอภิปรายตั้งข้อสังเกต ในเรื่องดังกล่าวจนได้เวลาพอสมควรแล้ว ประธานในที่ประชุมจึงได้สั่งเลื่อนการพิจารณา มาต่อในวันนี้ ดังนั้นผมก็ดําเนินการต่อนะครับ

เนื่องจากมีเรื่องรับทราบเกี่ยวกับการรายงานการเดินทางเข้ามาเพิ่มเติมอีก ในระเบียบวาระที่ ๒.๓ รวม ๗ คณะ จํานวน ๑๐ ฉบับ และระเบียบวาระที่ ๒.๔ รวม ๗ คณะ จํานวน ๙ ฉบับ ซึ่งเป็นเรื่องทํานองเดียวกัน ก็ขอปรึกษาที่ประชุมนะครับ จะได้นํามาพิจารณารับทราบพร้อมกันไป มีท่านใดขัดข้องไหมครับ เชิญท่านชัยวัฒน์ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ คือโดยปกตินี่งานในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพิจารณาในเรื่องต่าง ๆ มากอยู่แล้ว ปัจจุบันนี้ยิ่งมากยิ่งขึ้น เท่าที่ผมเองได้พบได้เห็น ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างวันพุธนี้ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติในมาตรา ๑๙๐ ขึ้นมาก็ทําให้ คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีนําเรื่องเกี่ยวกับข้อตกลงต่าง ๆ กับต่างประเทศเอามาพิจารณา มากมายมหาศาล ในขณะนี้พอวันพฤหัสบดีก็จะมีเรื่องอย่างนี้เข้ามาอีก ผมต้อง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ เดิมนี่เราไม่เคยประพฤติปฏิบัติหรือเราดําเนินการ ในวิธีการนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ได้ไหมครับ ผมนั่งคิดแล้วก็เห็น ระเบียบวาระการประชุมแล้วผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ถ้าเป็นไปได้ คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรของเราก็มี ให้คณะกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ไปดูได้ไหม ไปพิจารณา ข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ ท่านประธานบอกไม่เอาละ ท่านประธานก็ใช้วิธีอีกแบบหนึ่งได้ไหม ให้คณะกรรมาธิการใน ๓๕ คณะ โดยเฉพาะท่านประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ เป็นองค์ประชุมในการพิจารณาเรื่องราวดังกล่าว มันก็จะทําให้สภามีเวลาในการพิจารณา หรือรับทราบ หรือดําเนินการในเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับพี่น้องประชาชนได้มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตฝากท่านประธานเป็นแนวทางในการดําเนินการ เพื่อให้เวลา ของสภาแห่งนี้มีเวลาในการพิจารณาหรือดําเนินการในเรื่องของกิจการของพี่น้อง ประชาชนให้มากยิ่งขึ้น ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ การหารือแต่ละครั้ง ในช่วงภาคเช้านี่ อย่างเมื่อวานก็เหมือนกัน วันนี้ก็เหมือนกันไม่มีโอกาส ต้องผ่านไป ในบางเรื่องเป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่งเลย เพราะฉะนั้น ก็ขออนุญาตฝากท่านประธานว่าผมอยากจะเห็นเวลาสภาแห่งนี้เป็นเวลาที่จะแก้ปัญหา ของสังคม ประเทศชาติ แล้วก็ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เรื่องใด ที่สมควรที่จะเป็นวิธีการในการที่จะบริหารการจัดการได้ แนวทางที่เราจะลด ละ ในเรื่องของวิธีการปฏิบัติได้เพื่อให้ย่นย่อแต่ประสิทธิภาพยังคงเดิมหรือดีนั้นควรจะทํา เพราะฉะนั้นก็ขอฝากท่านประธานไว้ กราบขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านสมาชิกครับ เรื่องการรับทราบรายงานของกรรมาธิการสามัญเราก็ไม่เคยมีประเพณี ปฏิบัติที่นําเข้ามาสู่สภาใหญ่ ก็อยากฟังความเห็นของท่านสมาชิก ท่านชัยวัฒน์ ก็เห็นสมควรว่าน่าจะส่งรายงานทั้งหลายไปให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เป็นคนดูแทนสภาใหญ่ก็อยากฟังความคิดเห็น ท่านเชาวรินเชิญครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ที่ท่านประธานได้กรุณาให้โอกาสสมาชิกแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องนี้ตามที่เพื่อนสมาชิก ส.ส. ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ได้นํามาหารือนั้น เป็นข้อหารือที่น่าให้การสนับสนุนและน่ารับมาพิจารณา ท่านประธานดูจากข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในข้อ ๘๒ ได้กําหนดให้สภาผู้แทนราษฎรมี คณะกรรมาธิการสามัญจํานวนทั้งสิ้น ๓๕ คณะ ใน ๔ วรรคท้าย วรรคสามบอกว่า เมื่อคณะกรรมาธิการสามัญจะดําเนินการพิจารณา สอบสวนหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ให้คณะกรรมาธิการสามัญรายงานให้ประธานสภาทราบ ในข้อบังคับบอกว่าให้รายงาน ให้ประธานสภาทราบเท่านั้น และที่ผ่านมาในอดีตสภาทุกชุดวิธีการปฏิบัติก็ทําอย่างนี้ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทําไมชุดนี้จะต้องมารายงานสู่สภาใหญ่ แค่รายงานสู่สภาใหญ่ จริง ๆ แล้วเอกสารได้ส่งมา แท้ที่จริงได้มีการบรรจุเข้าอยู่ในระเบียบวาระการประชุมตั้งแต่ ครั้งที่ ๕ วันพฤหัสบดีที่ ๔ กุมภาพันธ์ เสร็จแล้วก็มีการเลื่อนมาไปบรรจุระเบียบวาระ การประชุมครั้งที่ ๗ อย่างที่ท่าน ส.ส. ชัยวัฒน์ได้กล่าวไปแล้วว่ามีการเปลี่ยนวันที่ ๗ จากการประชุมสภาสมัยสามัญเป็ นการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันที่ ๑๑ ที่ผ่านมานั้น ก็มาเป็นวันนี้ ถ้าจะว่ากันไปแล้วนี่สมมุติว่าจะให้มารายงานก็ต้องถือว่า สมาชิกได้ทราบหมดแล้วทุกคณะ เอกสารส่งกันมาตั้งแต่วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ปรากฏอยู่ใน ระเบียบวาระการประชุมที่นัดประชุมวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการนัดประชุมครั้งที่ ๕ เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ไม่ได้ประชุม วันที่ ๑๑ มาวันนี้วันที่ ๑๗ ก็ถือว่าสมาชิกได้อ่านแล้ว ที่ใครติดใจข้อไหนก็อาจจะถามก็ได้ ผมไม่ขัดข้อง แต่ผมขอฝากข้อสังเกตว่าไม่เคยมี การปฏิบัติในลักษณะนี้ ถ้าจะว่ากันไปแล้วก็ปฏิบัติตามข้อ ๘๒ บอกว่ารายงาน ประธานสภา อย่างไรก็ตามท่านประธานในข้อบังคับเองก็เขียนต่อไปอยู่ในข้อ ๙๐ ขออภัยครับข้อ ๙๖ บอกว่า เมื่อคณะกรรมาธิการได้กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษา ในข้อ ๘๒ บอกว่า กรรมาธิการสามัญ ในข้อ ๙๖ เขาใช้คําว่า คณะกรรมาธิการ ตรงนี้จะตีความเป็นสามัญไม่ได้ต้องตีความเป็นวิสามัญที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นมาแล้วสภา มอบหมายให้ไปทําการศึกษาหรือสอบสวนเรื่องราวต่าง ๆ อันนี้ที่เอามารายงานต่อสภา มันอยู่ในข้อ ๙๖ แต่กรรมาธิการสามัญอยู่ในข้อ ๘๒ แค่รายงานประธาน สภาผู้แทนราษฎรแค่นั้นก็เป็นการพอแล้วครับ ท่านประธานลองพิจารณาตรงนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านสุรพงษ์ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงินของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงินได้เสนอรายงาน การศึกษาดูงานต่างประเทศมาในระเบียบวาระการประชุมนี้เป็ นที่เรียบร้ อย ผมก็ดูทั้งหมดมี ๓๕ คณะเสนอเข้ามาแล้ว แต่การดูงานของประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎรกับท่านรองประธานที่ไปดูงานไม่เห็นนําเสนอต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรเลย ผมไม่อยากเห็นประธานสภาผู้แทนราษฎรดําเนินการ ๒ มาตรฐาน ท่านต้องเสนอรายงานนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎร ด้วยท่านเดินทางไปกี่ครั้งในฐานะประมุข ของสภาผู้แทนราษฎรท่านต้องรายงานครับ อย่าเลือกปฏิบัติ ผมฝากท่านรองประธาน ไปถึงท่านประธานชัย ชิดชอบ รีบดําเนินการส่งรายงานมาให้สภาได้รับทราบเช่นกันครับ ฝากไว้ท่านประธานอย่าเลือกปฏิบัติ ท่านต้องทํามาตรฐานเดียวกัน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้นะครับ ขณะนี้กําลังหารือเพื่อนสมาชิกว่าเราจะทําอย่างไรกับรายงานของ ๓๕ คณะซึ่งบางคณะก็ไป ๒ รอบ ก็คงโน่นละครับว่าไปแล้วก็ต้องจะมีเป็นเจ็ดสิบ แปดสิบรายงาน แล้วก็อย่างที่ผมเรียนให้ทราบไม่เคยมีประเพณีปฏิบัติมาก่อน ก็อยากจะ หารือที่ประชุม ถ้าที่ประชุมเห็นชอบประการใด เราก็จะได้ดําเนินการในแนวนั้น ถ้าที่ประชุมเห็นชอบให้นํามารายงานต่อสภาใหญ่ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ดี รองประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ก็คงต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับท่านกรรมาธิการ เชิญคุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาต เรียนกับท่านประธานว่าผมอาจจะมีมุมมองที่แตกต่างจากเพื่อนสมาชิกในข้อบังคับ ข้อ ๙๖ ซึ่งเขียนไว้ชัดเจนว่า เมื่อคณะกรรมาธิการได้กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ตามอํานาจหน้าที่ หรือตามที่สภามอบหมายเสร็จแล้วให้รายงาน ต่อสภา เท่ากับว่าข้อบังคับข้อนี้สภามีเจตนาชัดเจนว่าจะต้องให้คณะกรรมาธิการ ไม่ว่าจะไปทําอะไรมาก็แล้วแต่ให้มารายงานต่อสภา ดังนั้นอดีตที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร ก็แล้วแต่ แต่ข้อบังคับกําหนดไว้ ผมอาจจะมีมุมมองที่แตกต่างตรงที่ว่า เพื่อนสมาชิก อาจจะมองว่าอันนี้คือเจตนาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่ที่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ครับ มันเป็นเจตนาร่วมทั้งกรรมาธิการสามัญและกรรมาธิการวิสามัญ เพียงแต่ว่ากระบวนการ หรือขั้นตอนในการรายงานต่อสภาเราอาจจะมีกระบวนการที่รวบรัดตัดตอนขึ้นในสิ่งที่ ไม่ค่อยจําเป็นเท่าไร หรือว่าอาจจะให้ประธานคณะกรรมาธิการสรุปเป็นสาระสั้น ๆ แล้วก็ชี้แจงต่อสภา ถ้ามีเพื่อนสมาชิกท่านใดจะมีการซักถามก็แล้วแต่คณะกรรมาธิการ ชุดนั้นครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอชลน่าน แล้วเดี๋ยวท่านบุญยอดนะครับ เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ข้อหารือของท่านประธานต่อกรณีเรื่องของการที่ ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระเรื่องรับทราบเข้ามาสู่ระเบียบวาระการประชุมของ สภาผู้แทนราษฎรในระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ผมเองจะ ไม่ก้าวล่วงไปถึงว่าดุลยพินิจหรือข้อบังคับ หรืออะไรต่าง ๆ ที่จะเกี่ยวกับการบรรจุ เรื่องเหล่านี้เข้ามา ผมต้องขออนุญาตอย่างนี้ครับ การบรรจุเป็ นเรื่องรับทราบ ประเพณีปฏิบัติของเราเดิมไม่มี แต่ถ้าประธานมีดําริอย่างนี้ถ้าจะมีก็ต้องถือ ประเพณีปฏิบัติที่เราเคยถือปฏิบัติด้วยเช่นกัน เช่น เรื่องรับทราบใด ๆ ที่สมาชิกไม่พึงที่จะ แสดงความคิดเห็นในที่ประชุมแห่งนี้ หมายถึงไม่มีการอภิปราย ไม่มีการซักถามก็ถือว่า ธรรมเนียมปฏิบัติที่เรายึดถือกันมา นั่นหมายความว่าสมาชิกได้ตรวจสอบได้ดูแล้ว ไม่มีเรื่องใด ๆ ที่จะต้องสอบถามหรือซักถามท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่ต้องมารายงาน ก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบไป ถ้าไม่ปฏิบัติอย่างนั้นท่านประธานจะดูว่าถ้าไม่มีสมาชิก ซักถาม ไม่มีสมาชิกทักท้วงแล้วเรื่องก็จะค้างระเบียบวาระการประชุม ท่านก็จะบรรจุ รายงานจนกระทั่งกรรมาธิการทั้งหมดรายงานมาเสร็จ ผมเข้าใจว่าอยู่ในระเบียบวาระ การประชุมกองพะเนินเทินทึกแน่นหนาจนกระทั่งเราทําอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าจะทํา ก็ต้องยึดแนวทางตรงนี้ไว้ก่อน กรณีที่ ๒ ผมเองไม่แน่ใจว่าถ้าท่านประธานจะ เอาจริงเอาจังขนาดนั้น เรื่องที่กรรมาธิการไปศึกษา ไปพิจารณาไปสอบสวนเสร็จแล้ว จะบรรจุในวาระใด หมายถึงระเบียบวาระการประชุมนะ จะบรรจุในเรื่องที่ประธานจะแจ้ง ให้ที่ประชุมทราบ หรือว่าท่านประธานจะให้ความสําคัญกับกรรมาธิการเรื่องที่ คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ต่างกันเยอะแยะเลยครับ ถ้าท่านประธานจะให้ ความสําคัญในเรื่องใดที่จําเป็นจะต้องให้ประธานเขามานั่งรายงานอยู่ตรงนี้ ก็ต้องบรรจุ ในระเบียบวาระการประชุมเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ก็ให้ความสําคัญไป มีประเด็นไหนที่จะให้สมาชิกได้สอบถามจะได้ชี้แจงต่อที่ประชุม ถ้าจะทํากันอย่างนั้น ก็ต้องทํา แต่ว่าด้วยความเห็นของผม เมื่อท่านประธานจะอ้างว่าจะบรรจุระเบียบวาระ การประชุมนี้ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ก็ถือธรรมเนียมที่เราเคยทํามา เพราะว่าบางเรื่อง มันเป็นเรื่องที่เราพิจารณาศึกษาแล้วไม่มีข้อสงสัย ไม่มีข้อซักถาม ก็ถือว่าที่ประชุม รับทราบไป ก็บรรจุในระเบียบวาระการประชุมเรื่องที่ประธานจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบได้ เพียงแต่ท่านประธานก็เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนี้ ถ้าไม่มีผู้ใดติดใจสงสัยเรื่องใด เราก็พิจารณารวมกันอยู่แล้ว ก็เข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๒.๑ ๒.๒ ไล่ ๆ ไป ไม่ได้หมายความว่า จะปัดความรับผิดชอบครับ สมาชิกหลายท่านสงสัยครับว่า เอ๊ะ เงินที่ท่านนํามาใช้ ในการศึกษาดูงานต่างประเทศมันเท่าไร เขาอาจจะสอบถามก็ได้ หรือสงสัย ประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงินว่าไปใช้เงิน ทําอะไรในการศึกษาดูงานต่างประเทศ ใช้เงินถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท เขาอาจจะถามก็ได้ ผมยกตัวอย่างนะครับ ไม่ได้พาดพิงท่าน อันนี้ก็ขึ้นกับความสนใจ ของสมาชิกที่จะซักถาม ต่อกรณีเขามีข้อสงสัยเท่านั้นเอง ก็ฝากท่านประธานว่าถ้าเรา ถือปฏิบัติอย่างนี้เรื่องรายงานของกรรมาธิการก็จะไม่ค้างในที่ประชุม กราบขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครครับ ความคิดเห็นในประเด็นที่มีการบรรจุระเบียบวาระการประชุมนี้เข้ามา สั้น ๆ นิดเดียวครับ ผมอยากถามครับว่าการบรรจุมันมีวาระรอบอย่างไร เพราะว่าที่ผ่านมายังไม่เคยมี บรรจุเลย นั่นหมายความว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ จนกระทั่งถึงวันนี้นะครับ วันนี้เข้าสู่ ปี ๒๕๕๓ ท่านใช้การบรรจุเป็นปีงบประมาณหรือเปล่า จึงมาค่อย ๆ บรรจุ แต่ปรากฏ ข้อเท็จจริงก็คือว่ามันค่อย ๆ เติมเข้ามาทีละหัวข้อ ๆ ถ้าดูจากในรายงานก็จะเห็นว่า ๑๑ บวก ๖ บวก ๑๐ บวก ๙ เป็นรอบ ๆ ไปนะครับ ได้ทั้งหมด ๓๖ เรื่อง แต่ใน ๓๖ เรื่อง ถ้าเราดูในรายละเอียดก็ยังไม่ครบคณะกรรมาธิการทุกคณะครับ เท่าที่ผมดูเบื้องต้น ผมนั่งทดดู บางคณะกรรมาธิการมีอยู่สองสามรายงาน จริง ๆ มีคณะกรรมาธิการ ที่เสนอเข้ามาในตอนนี้เพียง ๒๕ คณะกรรมาธิการเท่านั้น คําถามจึงมีตามมาว่า แล้วคณะกรรมาธิการที่เหลือล่ะครับไม่ได้ไปดูงานหรืออย่างไร หรือว่ายังไม่ได้ ส่งรายงานนี้เข้ามาและจะส่งเข้ามาเมื่อไร ก็ขอให้ท่านประธานได้พิจารณาด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประยุทธ์ครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม กระผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าอาจจะเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เป็นการดําริของท่านประธาน หรือผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งกระผมไม่สามารถที่จะทราบได้ เท่าที่กระผมมีประสบการณ์อยู่ตรงนี้ มันไม่เคยมีครับท่านครับ ถ้ามาอ่านระเบียบวาระการประชุม มาอ่านข้อบังคับตามข้อ ๑๖ ในการบรรจุระเบียบวาระการประชุมแล้วก็ไม่มีว่าด้วยการนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ กระผม เห็นว่าในการเดินทางไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศนั้นถ้าจะมองมูลค่าที่เป็นประโยชน์ แล้วรายงานสภานําไปสู่การพัฒนา การแก้ไขในเรื่องต่าง ๆ จะมีผลดีกว่า การที่ท่านจัด ในระเบียบวาระการประชุมอย่างนี้ ซึ่งกระผมไม่เห็นดีเห็นงามด้วย ไม่ได้หมายความว่า การไปศึกษาดูงานในต่างประเทศของคณะกรรมาธิการของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ผมไม่เห็นด้วย การที่จะใช้เงินใช้ทองกระผมไม่ได้ทักท้วงว่าใช้มากหรือใช้น้อย แต่เมื่อมีรายงานแล้ว เมื่อท่านทําอย่างนี้แล้วนี่ ผมต้องถามท่านประธานแล้วจะทํากันอย่างไรต่อไปอีก หรือรับทราบแล้วก็เก็บไปเป็นเอกสารเป็นเศษกระดาษเท่านั้น มันไม่ได้เกิดประโยชน์ ท่านจะมอบให้สํานักงานเลขาธิการ หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือจะให้ คณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมกิจการสภาผู้แทนราษฎร และตรวจรายงานการประชุม เปิดเผยรายงานการประชุมลับ หรือคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรไปดําเนิน รวบรวมเรื่องราวทั้งหลายเพื่อเกิดประโยชน์เสียก็ได้ ท่านประธานครับ เมื่อทําอย่างนี้ ๓๐ กว่ารายงาน ผมเองผมเป็นคนนั่งอ่านรายงานทั้งหมด ก็นับว่าเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ อย่างยิ่ง แต่คําถามที่เกิดขึ้นตามมาจากเพื่อนสมาชิกว่าตรงนั้นทําไมไม่รายงาน ตรงนี้ ทําไมไม่รายงาน ดูเหมือนสร้างความสับสนให้กับกระผมเป็นอย่างยิ่ง ผมจึงอยาก กราบเรียนท่านประธานว่าจําเป็นไหมที่จะต้องทําอย่างนี้ แล้วถ้าจําเป็นจะต้องทําอย่างนี้ ผลสุดท้ายนี่มันจบแค่นี้แล้วเป็นเศษกระดาษหรืออย่างไร จะมีกระบวนการนําไปสู่ การพิจารณา พัฒนา หรือส่งเสริมในด้านต่าง ๆ อย่างไรที่จะให้เกิดประโยชน์ ต่อบ้านต่อเมือง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สลับกันนะครับ เดี๋ยวเชิญท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล แล้วก็ท่านศักดา คงเพชร เชิญท่านสมบูรณ์

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อพูดถึงรายงานผลการเดินทางศึกษา ดูงานต่างประเทศของคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ เอกสารก็จํานวนมากจริง ๆ ครับ ผมคิดว่าตามดําริของท่านประธานก็เป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่ชอบที่จะทําให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของเราเป็นคนที่จะได้รอบรู้รอบด้าน ได้ทราบว่าแต่ละคณะเขาไปดูงานเรื่องใด มีความรู้ เรื่องใดที่จะกลับมาพัฒนาประเทศของเราบ้าง แต่หลังจากที่ผมดูรายงานทั้งหลายที่เข้ามา เนื่องจากมันไม่มีหลักเกณฑ์เหมือนกับองค์กรต่าง ๆ ที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ว่าจะต้อง รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรเช่นในรอบปีงบประมาณปีละ ๑ ครั้ง ของคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะเป็นการไปดูงานที่ถ้าเกิดเป็นต่างประเทศทุกคนต้องรายงานเข้ามาอย่างนั้น ใช่หรือไม่ ถ้าเกิดเป็นกรณีดังกล่าว กรณีไปดูงานที่ประเทศชายแดน ถามว่าจะต้อง รายงานหรือไม่ เพราะว่าบางคณะผมยกตัวอย่าง เช่น คณะกรรมาธิการการกีฬา เมื่อช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมา เราก็ไปศึกษาดูงานการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ซึ่งไปและกลับกันหลายครั้ง ด้วยกัน ผมยกตัวอย่าง เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จําเป็นจะต้องรายงานหรือไม่ ถ้าเกิดรายงาน เข้ามาแล้วมันเป็นประโยชน์กับพี่น้องสมาชิกหรือไม่ ถ้าเกิดไม่เป็นประโยชน์ก็ทําให้เกิด ภาระกับสภาผู้แทนราษฎร ที่ผมเรียนว่าเป็นภาระของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ในวันพฤหัสบดีของเราถ้าเราสังเกตขณะนี้ถ้าเกิดเราฟังเฉพาะหรือรับทราบเฉพาะรายงาน ดังกล่าว ผมว่าใช้เวลากันหลายวันกันจริง ๆ มีบางญัตติเช่นผมยกตัวอย่างเมื่อสัปดาห์นี้ ผมนําเสนอญัตติเข้ามาก็คือปัญหาของพยูนกําลังจะสูญพันธุ์จากประเทศไทยแล้ว ผมได้ยื่นญัตติเข้ามา ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสที่นําเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา กันเมื่อไร เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องดังกล่าวถ้าเกิดไม่เป็นการผิดกฎหมายใด ๆ น่าจะนํารายงานดังกล่าวเรียนท่านประธานสภาโดยตรงเลยไม่จําเป็นจะต้องผ่าน ที่สภาผู้แทนราษฎรครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านศักดาประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรเชิญครับ

นายศักดา คงเพชร ร้ อยเอ็ด

ผม นายศักดา คงเพชร ส.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ขอเรียนต่อสภาไว้ว่า ในกรณีลักษณะถ้าได้บรรจุการศึกษา การศึกษาทั้งต่างประเทศ ถ้าได้บรรจุเป็นกติกาไว้นี่เรื่องศึกษาทั้งภายในประเทศของคณะกรรมาธิการหรือ ศึกษาสอบสวนทุกเรื่องก็จะต้องนําเข้าสู่สภาทั้งหมดทั้ง ๓๕ คณะแต่ละอาทิตย์ ทั้งคณะอนุกรรมาธิการด้วย ก็คงจะเป็นเอกสารจํานวนมหาศาลพอสมควร อีกทั้งเวลาของสภาเราในการประชุมนี่มีทั้งญัตติ เรื่องด่วน เรื่องกฎหมายมาก ถ้าจะทํา ในลักษณะการบรรจุนั้น ขอเรียนผ่านท่านประธานไปว่าเราก็คงจะต้องทําในลักษณะ แบบองค์กรอิสระที่รายงานก็ได้ คือช่วงปลายปีก็รวบรวมว่าการไปศึกษาดูงาน แต่ทีนี้ การศึกษาดูงานถามว่าการศึกษาดูงานนี่ไปดูจุดไหนจะได้ประสิทธิภาพ ได้ประโยชน์อะไร อย่างไรนั้น เราก็สามารถที่จะนําเข้าสู่คณะกรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่ง แล้วก็ทําเป็น รูปเล่มรวมรายงานต่อสภา น่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดกว่าที่เราจะต้องเอาทุกเรื่อง ในการศึกษาหรือสอบสวนของคณะกรรมาธิการต่าง ๆ นั้นเข้ามา เพราะถ้าได้บรรจุเรื่องนี้ ทุกเรื่องที่จะศึกษาสอบสวนของ ๓๕ คณะ ของท่านประธาน ของท่านรองประธานต่าง ๆ ก็ต้องบรรจุเข้ามา ผมคิดว่าพิจารณาเฉพาะเรื่องนี้ก็คงจะต้องใช้เวลาครึ่งหนึ่ง ของสมัยประชุม ถ้าเป็ นไปได้ก็อยากจะขอที่ประชุมว่าอาจจะให้ผมในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรรวบรวมทุกเรื่อง แล้วก็ทําเป็นรูปเล่ม รายงานต่อสภาช่วงปลายปี งบประมาณ หรื ออย่างไรก็แล้วแต่ในที่ประชุม ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเชนครับ

(นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วง ท่านประธานครับ ท่านประธานดูแต่ซ้าย แต่ขวาอย่างเดียวเลย หลายครั้งครับ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ท่านเชนท่านยกก่อน เดี๋ยวต่อมาท่านชาดา มีชื่อตามลําดับที่เจ้าหน้าที่ เขาลําดับไว้ ใจเย็น ๆ เชิญครับท่านเชน

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ต่อกรณีที่ท่านประธานบรรจุในเรื่องรายงานของคณะกรรมาธิการ ในการเดินทางไปดูงานในต่างประเทศ ผมคิดว่าเราคงมีความคิดเห็นที่สอดคล้องกันว่า ในคณะกรรมาธิการแต่ละคณะนี่สภาประสงค์ที่จะให้มีการลดภาระของสภาทั้งสภา ในการพิจารณาเรื่องหนึ่งเรื่องใด ก็แบ่งคณะกรรมาธิการออกเป็นคณะ ๆ เพื่อจะศึกษา ดูงานในเรื่องนั้น ๆ เมื่อหลังจากศึกษาดูงานเสร็จแล้วการนําเสนอสู่สภาก็เป็นภาระ เป็นความรับผิดชอบที่จะเสนอต่อท่านประธาน หรือท่านประธานได้เสนอให้สมาชิก ในสภาได้พิจารณาต่อไปนะครับ ก็เป็นเรื่องที่ชอบนะครับ แต่ว่าส่วนการกําหนดวิธีการ ในการพิจารณเป็นเรื่อง ๆ หรือสภาจะพิจารณาจะหยิบยกในประเด็นไหนขึ้นมาสําหรับ พิจารณาก็คงเป็นเรื่องที่แล้วแต่สภา แต่ว่ากระผมเห็นพ้องต้องกับเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ว่าถ้าจะให้รายงานทุกคณะในทุกกิจกรรมก็คงจะเป็นภาระที่ค่อนข้างหนัก แต่ว่า การรายงานโดยเอกสารก็ดี เราถือว่ากรรมาธิการทุกคนนี่เราทํางานแทนเพื่อนสมาชิก กรรมาธิการทุกคณะทํางานแทนสมาชิกของสภานี้ การปฏิบัติหน้าที่ก็ควรจะรายงาน ให้สภาทราบ แต่ว่าคงไม่จําเป็ นกระมังครับว่าทุกคณะกรรมาธิการต้องรายงาน ทุกกิจกรรมโดยไปเล่าให้ฟังทุกกิจกรรมทั้ง ๓๕ คณะของสภานี้ก็คงใช้เวลานาน มากพอสมควรตามที่สมาชิกว่า แต่ถ้าเพื่อนสมาชิกติดใจในประเด็นของคณะกรรมาธิการ คณะหนึ่งคณะใดก็มีความสามารถที่จะสอบถามได้ ผมก็คิดว่าจะประหยัดเวลา ของสภาไปมากพอสมควร ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชาดาครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะนักการเมืองท้องถิ่น ก็อยู่ในสภาท้องถิ่นมา กราบเรียนด้วยว่า มาเป็ นผู้แทนราษฎรด้วยความหวังว่าสภาแห่งนี้จะเป็ นสภา แห่งแบบอย่าง สภาที่น่าจะมาเรียนรู้ แต่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ปีเศษ ๆ เกือบสองปีที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมอยากจะบอกว่าการประชุมของ อบต. หรือเทศบาล หรือ อบจ. หรือท้องถิ่นหลายแห่งดีกว่าสภาแห่งนี้ครับ ดีกว่าสภาแห่งนี้ ผมเรียนว่าที่เรากําลังพูดกันในเรื่องของการรายงาน ท่านต้องดูที่มา เราจะพูดกันเรื่องจริง หรือว่าจะพูดกันเพื่อสวยงาม มันมีเหตุครับ เหตุที่ให้มีการรายงานมีเหตุ ในอดีตไม่เคยมี ปัจจุบันมีขึ้นเพราะอะไร ผมเรียนว่าการมีก็เป็นเรื่องดี มีการตรวจสอบ แต่ก็อยากจะแจ้ง ให้พี่น้องสมาชิกทราบว่าการที่จะรายงานก็ขอให้รายงานให้หมดไม่ว่าท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง คนที่สอง ถ้ามี การเดินทางไปต่างประเทศก็ให้ทํารายงานต่อสภาแห่งนี้ดั่งเช่นที่คณะกรรมาธิการ ทุกคณะทําเหมือนกัน เพราะผมเรียนว่าวันนี้มันมีการก้าวล่วงหลายเรื่อง เราต้อง เอาเรื่องจริงมาคุยกัน ถ้ายังคุยอย่างนี้มันไม่ใช่เรื่องจริง มันมีเหตุ แม้แต่ข้อบังคับที่ออกมา เมื่อไม่นานนี้ที่อยู่ในราชกิจจานุเบกษาที่ว่าคณะกรรมาธิการทุกคณะจะประชุมเรื่องอะไร จะต้องรายงานก่อนวันศุกร์ว่าท่านจะประชุมกันเรื่องอะไร แล้วถ้ามีเรื่องเดียวกันร้อง ๒ คณะ หรือ ๓ คณะขึ้นมาจะต้องระงับการสอบสวนไว้ รอคําสั่งจากท่านประธานสภา เรื่องต่าง ๆ ออกอยู่ในราชกิจจานุเบกษา ถามว่าสิ่งเหล่านี้ถูกต้องไหม ก็แล้วแต่ ท่านสมาชิก แล้วแต่ท่านประธาน แต่ปัญหาของเหตุนี้มันมีเรื่องรายงานไปต่างประเทศ แต่ถ้าคิดว่าจะเป็ นการตรวจสอบประเภทหนึ่งผมก็เห็นด้วย แต่ไม่ใช่เอามา รกระเบียบวาระการประชุมแบบนี้ แล้ววันนี้ระเบียบวาระการประชุมของ สภาผู้แทนราษฎรไทยนั้นขอเรียนว่าไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ นึกจะเลื่อนอะไรกันก็เลื่อนอยู่แล้ว ถ้าจะพูดแบบภาษาชาวบ้านมันก็ไร้สาระเยอะอยู่แล้วอย่าเอาความไร้ สาระเข้ามา เยอะเลย ปัญหาความเดือดร้อน ปัญหาข้อกฎหมาย ปัญหาเรื่องต่าง ๆ ซึ่งมันมากมาย รายงานต่อสภาอีกหลายเรื่องที่เรายังทําหน้าที่กันไม่สมบูรณ์พอ แต่วันนี้เหตุนี่ ไม่ได้อะไรหรอก ต้องการจะเอาเรื่องรายงานการต่างประเทศมาแฉต่อสื่อมวลชน แฉต่อสิ่งต่าง ๆ ก็ว่ากันไป แต่เราต้องคุยเรื่องจริงกันครับ อย่าไปคุย มันต้องมีที่มาว่า ทําไมอยู่ดี ๆ สภาแห่งนี้กี่สมัยกี่ปี มาแล้วไม่ต้องมีการรายงาน แต่ทําไมชุดนี้ต้องมี การรายงาน ผมว่าต้องดูตรงนี้ดีกว่าครับ ดูแล้วเรามาสรุปกันว่าจะเอาอย่างไรดี ผมเรียนว่าคนที่คิดวิธีการพวกนี้มาอย่านึกว่าเขารู้ไม่ทันครับ มีคนรู้ทัน การแอบออก ข้อบังคับเรื่องให้คณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ต้องรายงาน ทุกวันศุกร์ วันนี้คณะกรรมาธิการ ทุกคณะถ้าจะประชุมอะไรก็ตาม วันศุกร์ต้องแจ้งเรื่องก่อน ออกอยู่เป็นราชกิจจานุเบกษา ถ้าผมจําไม่ผิด แล้วก็ ๒ คณะหรือ ๓ คณะ เหตุผลอะไรในการทํา มีการสอบถามกันไหม มีการก้าวล่วงหรือเปล่า ถือว่าละเมิดหรือเปล่า สิ่งต่าง ๆ พวกนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะว่า แต่ถ้าจะทําผมยินดีและผมเห็นด้วย แต่ทําเป็ นรูปเล่มแต่ละปี แล้วต้องทั้งหมด ทั้งสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในทุกตําแหน่ง ในทุกคณะกรรมาธิการต้องรายงาน อันนี้ เรื่องดีครับ เป็นเรื่องดีจะได้มีความรู้ แต่ปีละครั้งทําให้มันเป็นเรื่องเป็นราว แล้วก็ขอว่า ต้องทุกเรื่อง ประธานด้วย รองประธานด้วย แล้วก็การไปทํางานของคณะอนุกรรมาธิการ เรื่องเงินงบประมาณก็เอาเข้ามาในนี้ให้มันหมดเลย จบไปเลยจะได้ไม่ต้องมามีปัญหา แล้วก็เราจะได้มาเล่นเรื่องไร้สาระกัน เรื่องสําคัญ ๆ ก็วางมือไว้ก่อน ผมกราบเรียนว่าวันนี้ ประเทศไทยมีปัญหามากมาย วันนี้กฎหมาย พระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้ผ่านไปจาก สภาแห่งนี้ ความจําเป็นเร่งด่วนอีกหลายเรื่อง วันนี้อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องดีห้ามพูดในสภา แห่งนี้เพราะจะไม่ได้รับการปฏิบัติจากทุกฝ่าย นี่คือข้อเท็จจริงจริง ๆ เท่าที่ผม ๒ ปี อยู่ในตําแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ขอเถอะครับเอาเรื่องจริงมาคุยว่าเหตุเพราะอะไร แล้วจริง ๆ ทุกคนก็รู้กันอยู่ในหัวใจ ท่านประธานก็รู้ ประธานคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะก็รู้ แต่ถามว่าดูแล้วถ้าพูดให้ดูดี ก็ว่าเอามาให้พวกเราศึกษา ให้เราเรียนรู้ แต่ถ้าพูดอีกทีมันก็ไร้สาระครับ มันเปลืองเวลา สภาแห่งนี้ ถามว่าถ้าเอาเข้ามาต้องไม่ให้ทราบนะครับ ต้องให้สมาชิกทุกคนซักได้ด้วยว่า ผมข้องใจคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ไปตรงนี้เป็นอย่างไร ได้อะไรมาบ้าง ท่านต้องทําอย่างนั้นครับ ถ้าจะทําทํากันเลยทําแบบนั้น ผมยินดีและสนับสนุน แต่ถ้าท่านมีเวลากันพอแล้วก็เสนอวันหนึ่งเลยครับเอาเรื่องนี้เลย อย่าให้ความไร้สาระ มันมากในระเบียบวาระการประชุม ทุกวันนี้ผมในฐานะผู้แทนราษฎรมาสภาแห่งนี้ ผมไม่เคยมองเลยว่าการประชุมจะเป็นไปตามระเบียบวาระการประชุม ไม่มีครับ แล้วก็ ไม่มีสภาท้องถิ่นไหนเขาเลื่อนแบบนี้ การบรรจุระเบียบวาระการประชุมเข้าในที่ประชุมนั้น ถือเป็นความศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นการทํางาน ถือเป็นการพิจารณาในเบื้องต้นของประธาน แล้วก็มาเปลี่ยน มาเลื่อน มาเปลี่ยน มาเลื่อน ผมพูดในฐานะไม่ใช่ว่าค้านหรือรัฐบาล อะไรก็ตาม ในทุกยุค ทุกสมัย ทุกรัฐบาลก็เป็ นอย่างนี้ บางเรื่องเตรียมอ่านมา เตรียมศึกษามา ผมเรียนท่านประธานว่าวันนี้ผมเริ่มจะเก๋าชักไม่อยากอ่านครับ ท่านประธาน เพราะว่ามันเลื่อนตลอด ผมว่าถ้าเราจะเอาอย่างนั้นต้องสังคายนา การประชุมสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ เรื่องนี้อย่างที่ผมเรียนให้ทราบเป็นเรื่องใหม่ก็อยากฟังความคิดเห็น ของพวกเราอย่างหลากหลายจะได้ให้ข้อสรุปที่ชัดเจน เชิญคุณหมอประสิทธิ์ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ผมในฐานะที่เป็ นประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข เห็นท่านประธานได้บรรจุเรื่องการเดินทางไปต่างประเทศของคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ผมไปนั่งอ่านข้อบังคับ นั่งอ่านแล้วอ่านอีก ไปพลิกดูประวัติศาสตร์ของประเทศไทยตั้งแต่ ตั้งสภามาเคยมีการทําแบบนี้ไหม ไม่เคยเห็นครับ ท่านประธานชัย ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านบอกว่าสภาแห่งนี้ระเบียบวาระการประชุมเต็มไปหมดเลยจะต้องมาประชุม เก้าโมงเช้า เพื่อที่จะได้ทํางานให้เต็มที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ท่านประธานครับ ผมมาดู เขาบรรจุระเบียบวาระการประชุมแล้วนี่ ผมว่านี่หรือครับที่จะทํางาน ในอดีตต้องยอมรับ รายงานเขาจะส่งเป็นรูปเล่มถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรทุกครั้ง ผมเดินทางไป ประเทศไหนผมเป็ นผู้แทนราษฎรมาเขาก็จะทํารายงานเสนอท่านประธานสภา ถ้ามีปัญหา ถ้าเกิดมีการไม่โปร่งใสนั่นแหละครับเราถึงจะเริ่มทํา ก็มีหลายครั้งที่ กรรมาธิการถูกสอบสวน ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาถ้าไม่เป็นธรรม แต่ผม ไม่เข้าใจว่าท่านประธานมีความคิดอย่างไร ท่านเคยสัมภาษณ์ออกมาว่าการเดินทาง ไปดูงานต่างประเทศนี่ไม่มีประโยชน์เลยไปเที่ยวกัน ไปเสียเงิน ผมฟังแล้วผมเศร้าใจครับ ประเพณีปฏิบัติ ถามผมว่าผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ผมเดินทาง ไปดูวัคซีนได้ประโยชน์มาก เราไปรู้เทคนิคของการทําวัคซีน เราไปดูว่าจะทําอย่างไร มันเหมาะสมไหมวัคซีนที่ใช้อยู่เดี๋ยวนี้ ฉีดไปแล้วเป็นอย่างไร คนตายที่จังหวัดพัทลุง ที่จังหวัดสตูล จริง ๆ มันเกิดจากวัคซีนหรือไม่ เราศึกษาหมดครับไปดูว่าเขาทํานี่ เป็นอย่างไรได้ประโยชน์มหาศาล ผมก็เชื่อว่าเพื่อนสมาชิกที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ต่าง ๆ เดินทางไปดูงานไม่มีใครครับที่จะคิดไปเที่ยว ถ้าจะเที่ยวเที่ยวเมืองไทยดีกว่า ท่านประธาน ทําไมไปกล่าวใส่ร้ายป้ำยสีกันขนาดนี้ผมก็ไม่เข้าใจ เป็นพวกเดียวกัน ฆ่ากันเองอย่างนั้นหรือครับท่านประธาน แล้ววันนี้ก็เอามาบรรจุจนงงเลยครับ ถ้าพูด กันจริง ๆ ๑๐ วันไม่เสร็จครับ ๑๐ วันไม่เสร็จครับที่บรรจุเข้ามานี่ แต่ละคณะพูดถึง ๑๐ วัน ๑๐ คืน มันเกิดประโยชน์อะไรไหมครับที่เราเอาขึ้นมาพูดในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ มันเกิดประโยชน์อะไรไหม แล้วรายงานของที่ท่านรองประธานไป ที่ท่านประธานไปเพื่อนสมาชิกก็บอกแล้วทําไม ไม่บรรจุล่ะครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่าทําไปเพื่ออะไร วันนี้ก็ชอบพูดว่าพวกผมทําการ อย่างหนึ่งอย่างใดที่ทําให้ผู้สื่อข่าวโจมตี คณะกรรมาธิการผมไม่เคยทําให้เสื่อมเสีย ชื่อเสียงต่อสภา คณะกรรมาธิการผมเดินทางไปไหนมีหนังสือตอบรับทุกอย่าง ท่านตั้งกติกามากมายมหาศาล ท่านไปดูสิครับ ผมเป็นกรรมการสถาบันพระปกเกล้า ผมเดินทางไปกับกรรมการสถาบันพระปกเกล้า ผมว่าคณะกรรมาธิการผมยังไปดูงาน มากกว่าเลยครับ ทําไมท่านไม่พูดล่ะ ผมถึงบอกว่าอย่าไปดูถูกดูแคลนคน แล้วเรื่องแบบนี้มันเหมือนว่าจะมาตรวจสอบประธานคณะกรรมาธิการ ท่านทําแบบนี้ ท่านประธานผมบอกเลยว่าจะประชุมประธานคณะกรรมาธิการใครจะไปประชุมกับท่าน ใครครับจะไปประชุมกับท่านประธาน ท่านเรียกมาสิครับ ผมว่าเรียกอีก ๑๐ ครั้ง ๒๐ ครั้ง ไม่มีครับ ไม่มีใครไปประชุมกับท่านแน่นอน ผมถึงอยากเรียนว่าต้องให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน เรื่องแบบนี้เอามาแฉกันกลางสภามันจะไปกันใหญ่ จริง ๆ ผมไม่อยาก ลุกขึ้นมาพูด แต่ว่ามันอดทนไม่ได้ เห็นท่านบรรจุระเบียบวาระการประชุมเรื่องอื่น ๆ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเต็มไปหมด เรื่องข้าว เรื่องอะไรที่เดือดร้อน ทําไมท่านไม่เอามาพูด เราเอาอะไรมาพูดกัน พูดไปทําอะไร พูดแล้วมันเกิดประโยชน์ อะไรไหม ผมไม่อยากพูดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ว่าผมว่ามันสมควรไหมที่จะบรรจุเรื่องนี้ เข้ามา ฝากท่านประธานในความเห็นผมเอาออกเถอะครับ มันมีกฎหมายรัฐธรรมนูญไหม ที่ต้องรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร มีระเบียบข้อบังคับไหมครับที่ต้องรายงานต่อ สภาผู้แทนราษฎร การบรรจุระเบียบวาระการประชุมผมไม่อยากพูด สภาชุดนี้ผมบอก ได้เลยว่าเสื่อมที่สุดตั้งแต่เรามีสภาผู้แทนราษฎรมา เพื่อนสมาชิกเมื่อกี้ที่พูดไป ในอดีต ไม่ใช่แบบนี้ ไม่ใช่อยากจะเลื่อนก็เลื่อน อยากจะทําอะไรก็ทํา แต่สภาชุดนี้มันเป็นอย่างที่ ท่านพูดจริง ๆ ผมเข้ามาสภาชุดนี้แล้วผมเศร้าใจ เพราะเมื่อก่อนการจะเลื่อนระเบียบวาระ การประชุมต้องมีการคุยครับ วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้านบางทีคุยกันก่อน แต่ตอนนี้ไม่ใช่ครับ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเลื่อนเอง เปลี่ยนเอง อยากบรรจุอะไรก็บรรจุลงไปหมด ผมว่า ถ้าเป็นอย่างนี้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ผมว่าเละตุ้มเป๊ ะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านโกวิทย์ เดี๋ยวสลับท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง

นายโกวิทย์ ธารณา กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม โกวิทย์ ธารณา กรุงเทพมหานคร ถือว่ารายงานครั้งนี้การไปดูงานต่างประเทศ เป็นเรื่องที่สําคัญ คือคณะกรรมาธิการมันก็มีส่วนของพรรคการเมืองทุกพรรคซึ่งจะเกิด แลกเปลี่ยนความรู้และเกิดความสามัคคีกันด้วย สิ่งที่สําคัญก็คือการดูงานกลับมาแล้ว ผลประโยชน์ตกกับประเทศไทย ที่ทุกคณะเดินทางไปมันเป็นเรื่องสําคัญที่สุดของจิตสํานึก ถ้าเราไปดูงานกันจริง ๆ การพัฒนาแข่งกับต่างประเทศ และประเทศที่เขามีการพัฒนาที่ดี สามารถนํามาใช้กับประเทศไทยได้ ทั้งงบประมาณแผ่นดิน ทั้งเรื่องการเกษตร หรือเรื่อง การท่องเที่ยว ทุกระบบละครับ สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือรายงานทั้งหมดเอามาดูกันทั้งหมด มันยากมาก แต่สาเหตุที่ว่าเราจะเอาเรื่องของความเดือดร้อนของคนไทยทั้งประเทศที่อยู่ ในสภานี่ยกขึ้นมาก่อนได้ไหมว่าปัญหาทุกวันนี้ปัญหาเรื่องภัยแล้ง ปัญหาเรื่องการเกษตร ทั้งหมดเป็นเรื่องการหารือจะดีกว่า แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดถ้ามันมีข้อตําหนิข้อติติงอย่างไร ประธานคณะกรรมาธิการต้องไปคุยกับประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วในสภานี้ต้องให้ ความเห็นในเรื่องงบประมาณปี ต่อไปว่าเราจะมีแผนพัฒนาประเทศอย่างไร ในการดําเนินการของการไปดูงานต่างประเทศ เพื่อเป็นแผนแม่บทในการพัฒนาระยะสั้น ระยะกลาง และระยะ ๑๐ ปีข้างหน้า หรือแข่งกับต่างประเทศเขาได้ ก็ฝากท่านประธาน ที่เคารพว่า สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือสิ่งตรงนี้ที่ว่าทุกคนถ้ามีจิตสํานึกทําหน้าที่เป็นตัวแทน ปวงชนชาวไทยถ้าช่วยกันประเทศชาติก็ไปได้ครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประเสริฐครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้หารือในประเด็นนี้ แล้วก็ คิดว่าหลายท่านมีเหตุผลครับ ผมเลยนําความคิดของท่านเหล่านั้นได้มาประมวลดู แล้วก็ อยากจะนําเสนอท่านประธานเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา แล้วก็ไม่ให้เรื่องอย่างเก่าซึ่งมี จํานวนมากรกอยู่ในระเบียบวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนั้นแล้ว ยังเป็ นการแก้ปัญหาในเรื่องของการขัดต่อข้อบังคับ ข้อ ๙๖ อีกทางหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นตามความเห็นของท่านศักดา คงเพชร ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านนะครับ ที่บอกว่าให้คณะกรรมาธิการที่ไปศึกษาดูงานทั้งหมดกี่คณะก็แล้วแต่นําเรื่องมา ยังไม่ต้อง รายงานสู่สภา แต่นําเรื่องดังกล่าวนั้นเข้าไปสู่คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรก็รวบรวมเรื่องเหล่านั้นเสนอสู่ สภาผู้แทนราษฎร โดยทําเป็นรายงานประจําปีตามที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้กล่าว นําเรียนในเบื้องต้น ผมคิดว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาในเรื่องการขัดต่อข้อบังคับ ข้อ ๙๖ แล้วก็เอารายงานนี้เข้าสู่การพิจารณาได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้น ระเบียบวาระการประชุมที่กําหนดในวันนี้ต้องเรียนว่าเมื่อได้ค้างอยู่แล้วอาจจะเลื่อน โดยใช้มติที่ประชุมหรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เป็นความเห็นที่อยากจะเสนอท่านประธาน เป็นเบื้องต้นไว้ก่อน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชัยวัฒน์ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท 🔗

ขออนุญาตท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผมต้องขออนุญาตกราบรบกวนเวลาสภา กราบรบกวนเวลาของ ท่านประธานอีกครั้งหนึ่งนะครับ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ผมได้อภิปรายในเรื่องของข้อคิดเห็น เกี่ยวกับรายงานต่อสภาในเรื่องของการที่คณะกรรมาธิการนั้นไปศึกษา ไม่ว่าด้วย เรื่องใด ๆ ก็ตามแต่ต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และผมก็ได้นําเรียนเมื่อสักครู่ ขอเท้าความ ว่าเพื่อประหยัดเวลาของสภา เพื่อให้สภานั้นได้มีเวลาในการที่จะพิจารณาปัญหาต่าง ๆ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งในขณะนี้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้น มากมายเหลือเกิน หลายเรื่องหลายอย่าง ยิ่งในฤดูปัจจุบันนี้นํ้าไม่มีในการเกษตร พืชผลเกษตรตกตํ่า แมลงรบกวน โดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดในไร่นาอย่างนี้เป็นต้น ก็ไม่ได้รับการพิจารณาดําเนินการ แต่ว่าต้องมาพิจารณาในเรื่องของการศึกษาดูงาน ของคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ผมขออนุญาตอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่นี้นายแพทย์วรงค์ ท่านได้ยกข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๙๖ ผมขออนุญาตอ่านนะครับ บอกว่าเมื่อคณะกรรมาธิการได้กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ตามอํานาจหน้าที่ หรือตามที่สภามอบหมายเสร็จแล้วให้รายงานต่อสภา อันนี้วรรคแรก ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าพิจารณาตามนี้แล้วก็ตีข้อความโดยเคร่งครัด นั่นหมายความว่าคณะกรรมาธิการสามัญ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการสามัญ ๓๕ คณะ ของสภาผู้แทนราษฎรที่เรามีอยู่ในขณะนี้ไปพิจารณาไม่ว่าวันใดก็ตามแต่ที่ทําอยู่ทุกวันนี้ ในเรื่องที่พิจารณาให้ข้าราชการ หรือหน่วยงาน หรือพี่น้องประชาชน ใครก็ตามแต่ มาชี้แจงเรื่องใด ๆ ก็ตามแต่ ถ้าพิจารณาอย่างเคร่งครัดตามข้อ ๙๖ ต้องรายงานทุกเรื่อง ต่อสภา ผมยกตัวอย่าง เช่น ผมเป็ นกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร นั่นหมายความกิจการใดก็ตามแต่ ที่คณะกรรมาธิการผมได้พิจารณาในช่วงทุกวันพุธของสัปดาห์นั้นทุกเรื่องต้องมารายงาน ต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ วันพุธหนึ่งนั้นบางครั้ง มีอยู่ ๒ เรื่อง ๓ เรื่องเข้ามาพิจารณา ท่านประธานครับ กรรมาธิการผมก็จะต้องไปสรุปทุกเรื่องแล้วมารายงานต่อสภา ขออนุญาตกราบเรียนครับว่า ทุกสัปดาห์นั้นมีประมาณสองสามเรื่อง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ที่ประชุมใหญ่แห่งนี้ ๓๕ คณะท่านลองพิจารณาดูสิว่ามันจะ จํานวนทั้งหมดสักกี่เรื่องต่อสัปดาห์ นับเป็นร้อย ๆ เรื่องต่อสัปดาห์ ท่านประธานครับ แค่เรื่องสองเรื่องในการพิจารณาในคณะใหญ่ของเราในสภาผู้แทนราษฎร เรายังพิจารณากัน บางครั้งบางวันตั้งแต่เช้าจดเย็นจดคํ่าได้แค่เรื่องเดียวครับ บางครั้งไม่จบเรื่องด้วย แต่บางครั้งก็ได้ประมาณสักสองสามเรื่องก็เยอะแล้ว ท่านประธานแล้วอย่างนั้นมันจะ ไปได้หรือครับ มันไปไม่ได้หรอกครับ แล้วเรื่องที่สอบสวนในคณะกรรมาธิการทุกเรื่อง สําคัญและยิ่งใหญ่ ผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการถ้านํามาสู่สภาแห่งนี้ผมเชื่อว่ามวลสมาชิก ทุกท่านจะซักไซ้ไล่เลียงกันอย่างเรียกว่าที่ประชุมแห่งนี้ต้องตอบกันใช้เวลายาวนาน ทีเดียว เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนครับท่านประธานว่า ถ้าเราพิจารณา ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๖ อย่างเคร่งครัด อย่างที่นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ท่านได้กล่าว ไว้ในที่นั้นว่าให้นํามาพิจารณาโดยข้อบังคับที่ใช้บังคับ โดยที่เราไม่ใช้ประเพณีวัฒนธรรม ของสภาผู้แทนราษฎรของเราเป็ นตัวกําหนด ผมอยากจะกราบเรียนครับ ทําไม ชาติบ้านเมืองเขาถึงสงบเรียบร้อย แล้วเขาทําไมดีงาม เพราะอะไร ในฐานะที่ผมศึกษา เรื่องนี้นะครับ ในเรื่องของความขัดแย้ง ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า ประเพณีวัฒนธรรมนั้น ถือว่าเป็นหลักใหญ่ในการที่จะสร้างแบบแผนวัฒนธรรมไม่ให้เกิดความขัดแย้งในสังคม ให้เป็นเรื่องของความดีงามในสังคมที่จะต้องประพฤติปฏิบัติไปตาม ๆ กัน ใดก็ตามแต่ เมื่อเปลี่ยนแปลง เมื่อนั้นย่อมเกิดความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับว่า วันนี้ประเทศเรา ชาติบ้านเมืองเราเกิดความขัดแย้งในทุกที่ ผมขออนุญาตกราบเรียนครับท่านประธานครับ ในขณะนี้เรากําลังจะมีความขัดแย้งกับ คณะกรรมาธิการอีก ๓๕ คณะ แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้ง ๓๕ คณะนี้ไม่เห็นด้วยกับ ท่านประธาน อาจจะเห็นด้วยกับท่านประธาน แล้วก็เช่นเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าทั้ง ๓๕ คณะจะไม่เห็นด้วยกับท่านประธานทั้งหมดทีเดียว ไม่ใช่ หรือเห็นด้วยทั้งหมดเลย ไม่ใช่ แต่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ผมว่าเวลาของสภาแห่งนี้มันมี ความหมายและมีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชนและคนไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นวิธีการบริหารการจัดการด้วยวิธีอื่นเรามีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับว่า คงต้องขออนุญาตท่านประธานว่าเราคงไม่อยากจะทําผิด ในข้อบังคับที่เราได้ดําเนินการ แต่ในขณะเดียวกันวิธีการบริหารการจัดการนั้นต้องใช้ ด้วยครับ ขออนุญาตกราบขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอสิครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ส.ส. สตูล พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีความเห็นว่าระเบียบวาระ การประชุมที่บรรจุไว้นี้ที่พี่น้องผู้แทนราษฎรหลายท่านได้พูดถึง เพื่อน ๆ หลายท่าน ได้พูดถึง ผมคิดว่าการหารือประธานสภายังมีประโยชน์มากกว่าเลยครับ เพราะเป็น ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน และจริง ๆ ถ้าท่านจะบอกว่าใช้เงินภาษีอากรของ ประเทศชาติ ผมว่าใช้หมดเลยครับ ถ้าเอาเงินหลวงไปซื้ออาหารให้ปลาคราฟข้างหน้า ก็เงินภาษีของประชาชนทั้งนั้นเลยครับ นํ้าในห้องนํ้าใช้มากเกินไปก็เหมือนกัน ทั้งหมด ทุกเรื่องเลยครับ ผมคิดว่ามันคงไม่ใช่ แต่ทีนี้ถ้าจะทําเป็นสารคดีก็ดีครับ สารคดีของ สภาผู้แทนราษฎรเป็นหนังสารคดีไปต่างประเทศ ไปดูงานไปอะไร ใครจะเปิดดูก็ได้ ให้มีคนถ่ายวิดีโอ (Video) ตามไปด้วยคนหนึ่ง เอาเป็นหนังสารคดีไปเลยครับผมว่าดีมาก แล้วก็มีประโยชน์ด้วย แต่ในเวลานี้ผมว่าปัญหาความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ปัญหาประเทศชาติมันมากมายเหลือเกิน มีคุณค่ามากกว่าที่จะเอาเรื่องนี้เข้ามา ผมเอง ไม่ทราบว่าเหตุผลกลใดที่จะต้องเอาเรื่องนี้เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๆ ที่ก่อนนี้ ไม่เคยมีมาก่อน จะว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติก็ไม่ใช่ เราก็ไม่เคยทํามาก่อน เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะก็คงจะรู้ สมาชิกในแต่ละ คณะกรรมาธิการก็คงจะรู้ว่าเป็นเรื่องรู้เขารู้เราว่าทําเพื่ออะไร ผมก็คงไม่ต้องพูดอะไรมาก แต่ขอบอกชัด ๆ เลยว่าไม่เห็นด้วย เพราะว่าเรื่องอื่น ของประชาชนมีประโยชน์มากกว่า และผมคิดว่าถ้าไม่มีคนอภิปรายมากอยากให้รวบรัด ท่านประธานจะได้ดําเนินการว่าจะทําอย่างไรต่อไป เพราะผมเชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณวิสุทธิ์ แล้วเดี๋ยวต่อด้วยคุณวรศุลีครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ พะเยา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ตามที่กรรมาธิการได้เดินทางเพื่อไปศึกษาดูงานนั้น ก่อนที่จะเดินทาง ก็มีคณะขึ้นมาศึกษากลั่นกรองแล้ว โดยเฉพาะก่อนที่จะเดินทางท่านประธานใช่ไหมครับ ที่ทําหน้าที่ประธานในการกลั่นกรองว่าเหมาะสมไหมที่จะให้เดินทางไปดูงานในประเทศ ต่าง ๆ ซึ่งการเดินทางไปนั้นผมก็ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อคณะกรรมาธิการ เป็นประโยชน์ ต่อชาติบ้านเมือง แต่ว่าการไปดูงานมาแล้วในคณะกรรมาธิการก็ประกอบกับ หลายพรรคการเมือง ทุกพรรคการเมืองก็อยู่ร่วมคณะกรรมาธิการที่เดินทางไปศึกษา ดูงาน เพราะฉะนั้นปัญหาที่ทางท่านประธานชัยนําเข้ามาในสภาแห่งนี้อาจจะมองว่า จะมีการทุจริต เพื่อจะให้มีการแฉกันอย่างนี้ ผมถือว่ามันไม่มีประโยชน์ เวลาในสภาแห่งนี้ ความจริงแล้วมีปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างในขณะนี้ ปัญหาของฝนแล้งอันนี้ก็เป็น เรื่องใหญ่ระดับประเทศของเรา ปัญหาพืชผลทางการเกษตรต่าง ๆ ปัญหาของบ้านเมือง มีเยอะแยะนะครับ ผมว่าเรื่องในสภาแห่งนี้มาประชุมกันทุกครั้งก็จะมีการแย่งเวลากัน เพื่อจะใช้เวลาในสภาแห่งนี้ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและเพื่อประเทศชาติ บ้านเมืองของเรา เพราะฉะนั้นการที่นําเรื่องของการไปดูงานนั้นมาชี้แจงแถลงไข ให้ทุกคณะขึ้นไปชี้แจงผมว่าไม่มีสาระ ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นก็ขอให้ท่านประธาน ท่านกรุณาได้ใช้วิจารณญาณของท่านกรุณาถอนเรื่องนี้ออกไป และนําเรื่องที่เป็น ประโยชน์ต่อบ้านเมืองเข้ามาดีกว่าครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวรศุลีครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ท่านประธานคะ ได้เห็นท่านสมาชิกหลายท่านได้ให้ความคิดเห็น ดิฉันคิดว่า ก็ให้ความเห็นคล้าย ๆ กับท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านว่า จริง ๆ แล้วเราไม่น่าจะต้องเอามา พิจารณาในเรื่องการที่เดินทางไปต่างประเทศ ในข้อบังคับ ข้อ ๙๖ แม้ว่าจะกําหนด เอาไว้ว่า สมาชิกและกรรมาธิการนั้นจะต้องนํารายการที่ไปศึกษาดูงานมาแล้วก็ มารายงานในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจริง ๆ แล้วการตั้งเป็นกรรมาธิการแล้วหน้าที่ของ กรรมาธิการจะต้องศึกษาและตรวจสอบสิ่งที่มีปัญหา และในสิ่งที่ไม่มีปัญหาก็นํามาเพิ่ม เพื่อที่จะให้มีศักยภาพเกิดขึ้น แต่ในกรณีการเดินทางไปต่างประเทศนี้ ดิฉันเห็นว่าน่าจะ รายงานไปสู่ที่กระทรวงการต่างประเทศ ในกรณีการที่พิจารณาด้านเศรษฐกิจและ สังคมต่าง ๆ นั้น ปัญหาต่าง ๆ นั้นทางกระทรวงการต่างประเทศเขาเข้าใจกันดี สภาผู้แทนราษฎรนี้มาพิจารณาก็ต่างว่าให้กันเท่านั้นเอง ดิฉันว่าถ้าหากจะนําเรื่องของ คณะกรรมาธิการมา อย่างเช่น ตัวดิฉันเองเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการ ชายแดนไทย แล้วก็กรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ แม้จะเป็นรองประธาน แต่ในแต่ละครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศนั้นก็ได้ศึกษาแค่น้อยนิด แล้วก็ได้ความรู้ แค่ไม่มาก เพราะคณะกรรมาธิการการต่างประเทศนั้นเขามาให้ความรู้ให้แก่เรานั้น ก็ไม่รู้ว่าการที่มาให้นั้นจริงหรือเท็จอย่างไร แต่จริง ๆ แล้วถ้าอยากจะให้รายงานในสภานี้ เพื่อทําตามข้อบังคับของสภานี้น่าจะเอาการดูงานของคณะกรรมาธิการที่ดูงาน ในประเทศ อย่างที่คณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยนี้เดินทางไปดูกิจการต่าง ๆ ตามแถบชายแดน ไม่ว่าจะทางจังหวัดยะลา ทางจังหวัดปัตตานี เรื่องสังคม เศรษฐกิจ ต่าง ๆ นั้นซึ่งมีปัญหาอยู่ขณะนี้ แล้วก็ในแถบชายแดนทางภาคอีสานนี้ก็มีปัญหา เยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องยาเสพติด ปัญหาเรื่องเขื่อนป้ องกันตลิ่งพังอย่างนี้ ซึ่งมีปัญหาแก่ประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่า ถ้าหากว่าจะให้นํารายงานการประชุม ของคณะกรรมาธิการที่ไปดูงานนั้นน่าจะเอาส่วนของที่ดูงานในประเทศ อย่างคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณก็ได้เดินทางไปที่จังหวัดขอนแก่น ก็ได้ไปเห็นอะไรดี ๆ งาม ๆ ในงบประมาณที่จัดการลงไปซึ่งไม่ถูกต้อง น่าจะเอาส่วนนี้มาพูดคุยในสภาเพื่อหาทางแก้ไข แล้วใช้เวลาในการแก้ไขนี้ได้แก้ไขให้กับ ประชาชนที่ได้รับงบประมาณของภาษีแผ่นดินจะได้ประโยชน์มากกว่า ในกรณีที่เดินทาง ไปต่างประเทศนั้นปีหนึ่งแค่ครั้งเดียว ถ้าสภานี้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะแล้ว ก็ควรจะให้เกียรติแก่ประธานคณะกรรมาธิการ ให้เกียรติเขาในการที่เขาพิจารณาแล้วว่า เขาไปประเทศนี้เขามีอะไรมาก็รายงานสู่สภาโดยผ่านท่านประธานสภาแค่นั้นเอง ไม่ต้อง ผ่านในที่ประชุมนี้ กว่าจะพิจารณาไปทั้ง ๓๕ คณะนี้ ญัตติต่าง ๆ ที่ส่งเข้ามาเพื่อที่จะ พิจารณาญัตติ แล้วก็นําญัตตินี้สะท้อนให้ทางรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงนําไปเป็นการจัด งบประมาณให้กับประชาชนนั้นมันก็จะไม่ได้พิจารณาญัตติเลยค่ะท่านประธานคะ ดิฉัน เห็นด้วยว่าน่าที่จะเอาออกไป แล้วก็เอาญัตติต่าง ๆ นั้นขึ้นมาพิจารณา เปิดสมัยประชุม ครั้งที่แล้วดิฉันได้ยื่นญัตติไว้ ๙ ญัตติไม่ได้เข้าพิจารณาในสภาเลย ในครั้งนี้ก็เอาเข้ามา ยื่นอีกแต่ก็ยังไม่เข้ามาพิจารณา เพราะญัตติเยอะ ปัญหาก็เยอะ ก็ขอฝากความคิดเห็นไว้ ให้ท่านประธานเพื่อพิจารณาค่ะ ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านสมาชิกได้แสดงความข้องใจว่าท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระการประชุม เรื่องการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศของคณะกรรมาธิการสามัญ ๙ คณะ เข้าสู่การพิจารณาของสภาด้วยเหตุผลอะไร ทั้งหมดก็คงจะคาดเดาได้ยากนะครับ นอกจากท่านประธานสภาจะได้มาตอบด้วยตัวของท่านเองว่าท่านมีความประสงค์ อย่างไรจึงได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าถ้าจะให้กระผมได้ลองพิจารณานะครับ ผมคิดว่าท่านประธานก็คงจะเจตนาดี เนื่องจากการเดินทางไปต่างประเทศของคณะกรรมาธิการเกือบทุกครั้งจะได้ถูก วิพากษ์วิจารณ์จากสังคมและก็สื่อมวลชนค่อนข้างมาก ฉะนั้นผมคิดว่ามีทางหนึ่ง ที่ท่านประธานอาจจะดําริไว้ก็คือการนํารายงานเหล่านั้นเข้าสู่การพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อที่จะให้สมาชิกได้อภิปรายกัน แต่ว่าการกระทําอย่างนั้น จะบรรลุผลตามที่ท่านประธานได้มุ่งหวังไว้หรือไม่ ท่านประธานคงจะได้รับฟัง ความคิดเห็นของสมาชิกอย่างครบถ้วนแล้ว ผมคิดว่ามันไม่มีประสิทธิภาพและไม่มี ประสิทธิผลหรอกครับ เพราะว่าลําพังเราจะนํารายงานของคณะกรรมาธิการทุกคณะเข้าสู่ การพิจารณาของสภา แล้วท่านสมาชิกได้อภิปรายถึงทุกคณะที่เดินทางไปนั้นผมคิดว่า ไม่มีประสิทธิภาพและไม่มีผลในทางปฏิบัติ เมื่อเราต้องการจะแสดงความโปร่งใส หรือแสดงความบริสุทธิ์ในการเดินทางไปต่างประเทศ ผมเป็นคนหนึ่งนะครับที่สนับสนุน ให้สมาชิกเดินทางไปต่างประเทศ ใครจะกล่าวว่าอย่างไรก็ตามแต่ผมสนับสนุน กิจการนี้ครับ แต่ว่าเพื่อแสดงว่าเราได้เดินทางไปและได้เป็ นประโยชน์คุ้มค่ากับ งบประมาณ แล้วก็ไม่เสียเวลาของสภาด้วย ดังที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไว้แล้ว ผมคิดว่า มีทางออกอยู่หลายประการนะครับ

ประการแรก ที่หลายฝ่ำยได้เสนอแนะก็คืออาจจะทํารายงานปี หนึ่ง ครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะให้เราได้อภิปรายกัน แต่ถึงแม้ว่าปี หนึ่งครั้งหนึ่งได้อภิปรายกัน ในสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านประธานลองดูนะครับ นี่ยังไม่ครบทุกคณะนะครับ ถ้าปีหนึ่ง แล้วอภิปรายครั้งหนึ่งผมคิดว่าเล่มคงจะใหญ่กว่านี้ และไม่มีโอกาสที่เราจะอภิปรายกันจบ ในวันสองวัน แล้วก็จะไปขัดกับระเบียบวาระการประชุมอื่นที่เป็นประโยชน์ มันก็ ไม่มีประโยชน์อยู่ดีครับ ผมคิดว่าทางออกอีกประการหนึ่งนะครับ ถ้าเป็ นไปได้ ถ้าท่านประธานจะได้กรุณาไปทบทวน ถ้าเราต้องการแสดงความบริสุทธิ์ของเราและให้มี การตรวจสอบ การตรวจสอบโดยสาธารณะดีที่สุดนะครับ เราไม่มีทางจะได้มี ประสิทธิภาพในการตรวจสอบโดยให้พวกเราตรวจสอบกันเองหรอกครับ ผมคิดว่าถ้าเรา เปลี่ยนเป็นว่ารายงานเหล่านี้เมื่อประธานคณะกรรมาธิการได้เสนอต่อท่านประธานสภา ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับแล้ว ถ้าท่านประธานสภาจะกรุณาเปิดเผยเหล่านี้ต่อสื่อมวลชน ท่านประธานก็อาจจะตั้งโต๊ะไว้สักโต๊ะหนึ่ง แล้วก็บอกว่านี่เป็นรายงานการเดินทาง ไปดูงานต่างประเทศของคณะกรรมาธิการเพื่อให้สื่อทั้งหลายได้ไปเปิดดูได้ ท่านข้องใจ คณะกรรมาธิการชุดไหนท่านก็ไปดูว่าชุดนั้นได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณ หรือเปล่า ผมคิดว่าถ้าอย่างนี้ก็เป็นประโยชน์กับสภาผู้แทนราษฎร และเราก็ได้แสดง ความโปร่งใสในการใช้งบประมาณด้วย ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมเข้าใจว่า สมาชิกหลายท่านที่เพิ่งเข้ามาสู่สภานี้ได้อภิปรายสักครู่ แสดงความอึดอัดต่อการทํางาน ของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานกับผมก็อยู่ในสภานี้มานาน แต่ผมคิดว่าสภาเรา มีทางออกเพียงแต่ว่าท่านอย่าไปหมดหวัง ท่านปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกําลังความสามารถ ของท่านแล้วร่วมมือกัน สภานี้ผมคิดว่ายังมีทางออกให้กับประชาชนนะครับ เพราะฉะนั้น ความเห็นของกระผมซึ่งเป็นอีกทางออกหนึ่งก็คือทํารายงานนี้แล้วก็เผยแพร่ต่อสื่อมวลชน ดีกว่าบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประเสริฐครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าอยากจะมองในมุมมองที่ดี คิดว่าท่านประธานสภาอาจจะ อยากให้พวกเรากรรมาธิการได้นําเสนอผลงานเข้ามาในสภานี้ ได้มาแจกแจงกัน แต่ว่า เมื่อมาดูเวลาที่ต้องใช้ใน ๓๐ กว่าคณะกระผมเข้าใจว่าคงใช้เวลาไม่ใช่หลาย ๆ สัปดาห์ น่าจะเป็นหลายเดือนที่จะทําความเข้าใจในเรื่องนี้กัน ผมเองไม่เห็นว่ามันจะเป็นประโยชน์ ใด ๆ เลย เพราะวันนี้เรามีกฎหมาย เรามีสาระสําคัญในเรื่องอื่นเยอะแยะมากมาย ปัญหา บ้านเมืองทั้งในการเมืองก็เยอะแยะมากมายเหมือนกัน ผมว่าการทําอย่างนี้ทําไม ท่านประธานไม่ใช้วิธีอื่น ในวิธีหนึ่งที่ผมอยากจะเสนอ เหมือนคล้าย ๆ กับของท่านนิพิฏฐ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน คือผมอยากให้ท่านประธานแทนที่จะนําเสนอเรื่องการรายงาน มาในสภานี้ซึ่งมาพูดกันในเฉพาะหมู่สมาชิกของเรา ผมว่าท่านก็จัดเวลาให้ออกทีวีเลย ไม่ดีหรือครับ เราเดินทางไปดูงานในสมัยหนึ่ง เดินทางกลับมาให้กรรมาธิการแต่ละคณะ ไปออกรายการทีวีของช่อง ๑๑ นี้ก็ได้ ช่องหอยม่วงนี่แหละครับ จัดตารางเลย ๑ คณะก็ ๒ ชั่วโมงไปเลย อย่างนี้ก็จะได้เป็นการนําความรู้ต่าง ๆ ที่คณะกรรมาธิการทุกท่าน ได้เดินทางไปดูงานต่างประเทศแล้วก็ได้นําความรู้นั้นกลับมาเผยแพร่ให้พี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศได้รับรู้ ๓๕ คณะ ท่านก็จัดเข้าไปเลยครับ มันเหมือนจะได้เสริมความรู้ ต่าง ๆ ที่ทั่วโลกมีการพัฒนา วิวัฒนาการไป หรือพัฒนาการไป จะได้ไปเสริมกับ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ไปออกรายการทุกวันเสาร์ด้วย วันนี้สภาแห่งนี้ทําหน้าที่ควบคุม ในการบริหารราชการแผ่นดิน การเดินทางไปดูงานต่างประเทศเป็นเรื่องที่สําคัญมาก วันนี้ ส.ส. ทุกท่าน วันนี้เป็นตัวแทนประชาชนต้องเรียนรู้ ต้องดูเหตุการณ์ต่าง ๆ ทั่วทั้งโลกนี้ ฉะนั้นสามารถนํามาประยุกต์ นํามาบูรณาการให้ได้เพื่อการพัฒนาประเทศ และเพื่อการตรวจสอบการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และเพื่อการตรวจสอบควบคุม บริหารราชการแผ่นดินด้วย อย่างเช่นง่าย ๆ ไปดูเรื่องวัคซีนไข้หวัดนกมาเราไปดูกันมา ซื้อซาโนฟี่ (Sanofi) มา ๒,๐๐๐,๐๐๐ โดส (Dose) ๖๐๐ ล้านบาท ใช้เงิน ๖๐๐ ล้านบาท แต่วันนี้ในเมื่อซื้อแพงแล้วไม่พอที่จะฉีดด้วย แต่ว่าก็มีปัญหาเรื่องไซด์ เอฟเฟคท์ (Side effect) ขึ้นมา ถ้าเราทําความเข้าใจเรื่องนี้ได้กรรมาธิการไปออกรายการกับทีวีเลย ทีวีสื่อสาธารณะ โดยที่ท่านประธานช่วยประสานให้มีการออกเถอะ ดีกว่านํามาจัดแจง ในสภาของเราเอง รับรู้ในกลุ่มเฉพาะในสมาชิกรัฐสภาเท่านั้น อย่างนี้เราก็สามารถ แจกแจงได้หรือว่าไปดูว่าการกําจัดขยะ การดูแลสิ่งแวดล้อม เตาเผาขยะเผาอย่างไร ไม่เกิดกลิ่น ใช้งบประมาณเท่าไร กรุงเทพฯ มีขยะเป็นหมื่นตันต่อวันจะแก้ไขอย่างไร อย่างนี้ก็สามารถแจกแจงได้ เพราะในทุก ๆ คณะกรรมาธิการซึ่งมีองค์ความรู้อยู่ ในการเดินทางไปดูงานต่างประเทศมาแล้ว อย่าให้เอาเวลาต่าง ๆ มาเสียเวลาเฉพาะ ในสภาแห่งนี้เลยครับ ผมขอเสนอเลยครับท่านประธาน ขอเสนอว่าขอให้ท่านได้ช่วย จัดเวลาไปออกรายการทีวีเลยดีกว่า คณะละ ๒ ชั่วโมงแล้วก็ไล่ไปเรื่อย ๆ ๑ ปีทํา ๒ ครั้ง อย่างนี้ก็จะเป็นประโยชน์ครับท่านประธาน แล้วก็ขออนุญาตท่านประธานว่าขอให้ถอน ระเบียบวาระการประชุมนี้ออกไปเถอะ เสียเวลาครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอีกท่านหนึ่ง ท่านสุดท้ายแล้ว เชิญท่านประยุทธ์ ท่านยกมือไว้ อยู่หรือเปล่า เชิญครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานครับ เราก็มี การพูดจากันถึงเหตุถึงผลต่าง ๆ แล้ว กระผมเป็นห่วงท่านประธานในการประชุมในการที่ เราถกกันอยู่ในขณะนี้ว่า ถ้าหากเราสามารถหาข้อยุติได้โดยท่านประธานเองได้แสวงหา ความร่วมมือที่จะแสวงหาจุดร่วมกัน ผมคิดว่าอาจจะเป็นแนวทางที่ดีมาก ท่านประธานครับ ก่อนเดินทางไปต่างประเทศกระผมเข้าใจว่าคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ นั้นเขาก็ต้อง ทําเอกสารประกอบการพิจารณาเพื่อขออนุมัติเดินทาง ในกระบวนการที่อนุมัติ การเดินทางนั้นจะเป็นค่าใช้จ่ายอย่างไร แค่ไหน ไปทําอะไร ที่ไหน อย่างไร ก็คงจะมี การอนุมัติโดยถูกต้องตามอํานาจหน้าที่ที่พึงมีอยู่แล้ว ส่วนการเดินทางไปต่างประเทศ ผมเข้าใจว่าคณะกรรมาธิการก็คงจะต้องแสวงหาข้อเท็จจริง แนวโน้มซึ่งเป็นเรื่องใหม่ ๆ เพื่อมาพัฒนาประเทศชาติ เพื่อเป็นประโยชน์ของประเทศชาติของเรา แล้วกลับมา ท่านเหล่านั้นก็คงจะต้องทํารายงาน แต่บังเอิญผมเป็น ส.ส. ใหม่ก็ยังไม่เป็นกรรมาธิการ อะไรกับเขาหรอกครับ แต่หมายความว่าเมื่อเกิดข้อถกเถียงอย่างนี้เมื่อกลับมานี่ครับ ท่านประธาน เมื่อรายงานแล้วนี่มันไม่ได้ประโยชน์หรอกครับ ตรงนี้มันเป็นไปไม่ได้ เป็นตั้ง ๆ ประมาณ ๕๐๐ ตั้ง นํ้าหนักมันเท่าไร เสียค่าใช้จ่ายไปเท่าไร ไม่คุ้มค่า ท่านมอง ไปจุดข้างหน้าว่าเมื่อศึกษาแล้ว เมื่อได้รับรายงานแล้วนี่ท่านจะทําอย่างไรต่อไป ผมคิดว่า ถึงวันนี้ท่านประธานเองในฐานะทําหน้าที่ประธานที่ประชุมอยู่ในขณะนี้ต้องแสวงหาจุด ที่มันเหมาะสม เท่าที่กระผมฟังอยู่ท่านสมาชิกหลายท่านก็ไม่ได้หมายความว่าขัดข้อง หรือมองใครในแง่ร้าย เพียงแต่ว่าเราจะหาจุดที่ดีงามที่สุดทําอย่างไร มาตรงจุดที่กระผม จะมีความเห็นส่วนตัวว่าในการจัดระเบียบวาระการประชุมทํานองนี้ก็อย่าให้มี ท่านครับ ผมไม่อยากให้จัดระเบียบวาระการประชุมทํานองนี้เข้ามาสู่การพิจารณา หรือเป็นการรับทราบ หรือกระทําการใด ๆ ของสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ตามที่ท่านประธานได้ให้โอกาสสมาชิก ได้ปรึกษาหารือในข้อพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านประธานจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ในระเบียบวาระที่ ๒ ผมขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๗) อยากจะขออนุญาตท่านประธาน ที่จะยกเรื่องอื่นขึ้นมาปรึกษาหารือกับท่านประธาน เพื่อให้สภาแห่งนี้ได้ช่วยพิจารณา ให้ความเห็นชอบ ให้การพิจารณาที่จะอนุมัติหรือไม่นะครับ

ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมากระผมได้เสนอเป็น เรื่องด่วนให้สภาพิจารณา เสนอญัตติด่วนด้วยวาจานะครับ แล้วสภาเองก็ได้อยู่ในช่วง การพิจารณาว่าจะรับเป็นเรื่องด่วนที่จะให้สภาแห่งนี้พิจารณาเป็นญัตติของสภาหรือไม่ ก็มีเหตุการณ์ในเรื่องขององค์ประชุมต่าง ๆ ก็มีการปิ ดประชุมไป เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ยกขึ้นมาปรึกษาหารือกับท่านประธาน อีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะเสนอเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาเป็นญัตติด่วนในวันนี้ ในระเบียบวาระ การประชุมนี้ กราบเรียนเสนอท่านประธาน ขอให้ท่านประธานได้โปรดพิจารณา ที่จะอนุญาต ผมจะได้ชี้แจงเหตุผลในโอกาสต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอชลน่านครับ ที่ท่านจะขอยกข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๗) ขอยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษา ก็แปลว่าระเบียบวาระการประชุมนี้ก็ต้องตกไป ทีนี้ปัญหาก็คือขณะนี้เมื่อท่านยกขึ้นมา ก็ต้องขอผู้รับรอง ท่านสมาชิก ท่านชลน่านขอใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๗) ขอให้ ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษาหรือพิจารณา ซึ่งในข้อบังคับ ข้อ ๕๐ บอกว่า กรณีที่ประชุมลงมติ ให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษาหรือพิจารณา ให้ญัตติเดิมเป็นอันตกไป คืออย่างนี้ผมอยากจะขอความกรุณาหมอชลน่านครับ ขณะนี้ผมดูสภาพทั่วไปแล้วก็ต้อง เรียกท่านสมาชิกเข้ามาเพื่อจะมาโหวตกัน ทีนี้เมื่อกี้ฟังความเห็นท่านสมาชิกแล้วนี่เราก็ยัง หาช่องทางที่จะทําอย่างไรกับรายงานซึ่งบรรจุมาแล้ว หลังจากฟังท่านสมาชิกแล้ว ผมคิดว่ามันก็มีทางออกหลายทาง ผมอยากจะนําเรื่องนี้ไปหารือท่านประธานเพื่อที่จะ ดูสิว่าหลังจากเราฟังเพื่อนสมาชิกได้พูดจากันแล้วทุกฝ่ายเห็นว่าไม่น่าจะนําระเบียบวาระ การประชุมนี้บรรจุเข้ามาในที่ประชุม เพราะว่าเราคงต้องใช้เวลาพิจารณากันยาว ก็มีทางหนึ่งก็คือก็ต้องให้ถอนระเบียบวาระการประชุมนี้ออกไปแทนที่จะตกไปนะครับ ให้ถอนไปตามข้อบังคับ ข้อ ๕๓ อันนี้ผมก็คิดว่าวันนี้หลังจากได้รับฟังทุกฝ่ำยแล้ว ก็น่าจะลองหารือกับท่านประธานในฐานะที่ท่านได้วินิจฉัยว่าน่าจะบรรจุมาให้รับทราบ ในที่ประชุมใหญ่ แต่พวกเราดูแล้วถ้าให้รับทราบกัน ๓๕ คณะ คณะหนึ่งก็บางทีไป สองสามครั้งมันก็เรื่องยาว ฉะนั้นผมขออย่างนี้ได้ไหมครับท่านสมาชิกครับ เนื่องจาก คุณหมอชลน่านเพียงแต่ยกขึ้นมายังไม่มีการรับรอง ผมขอนําข้อคิดเห็นของท่านทั้งหลาย ไปหารือกับท่านประธานชัยก่อน สําหรับวันนี้ผมขออนุญาตปิดประชุมก่อนครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๔.๓๗ นาฬิกา