ศุภชัย โพธิ์สุ บอกเรื่องโครงการฝายหัวนา ที่มีปัญหาการก่อสร้างและผลกระทบต่อประชาชนในจังหวัดศรีสะเกษ โดยเรียกร้องให้กรมชลประทานดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินของราษฎรที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ของจังหวัดศรีสะเกษ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ เนื่องจากว่า ฯพณฯ ธีระ วงศ์สมุทร ติดภารกิจในต่างจังหวัด ก็ได้มอบหมาย ให้ผมมาชี้แจงท่านผู้ทรงเกียรติที่ได้สอบถามปัญหานี้นะครับ ผมอยากจะเรียนข้อมูล เพิ่มเติม ความจริงแล้วในรายละเอียดนั้น ท่านปวีณ แซ่จึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ ท่านก็ได้พูดในรายละเอียดไปจนหมดแล้วว่าฝายหัวนานั้นเกิดขึ้น จากการเรียกร้องต้องการของพี่น้องชาวจังหวัดศรีสะเกษที่อยู่ใน ๓ อําเภอ ไม่ว่าจะเป็นอําเภอกันทรารมย์ อําเภออุทุมพรพิสัย อําเภอราษีไศลนะครับ มีความจําเป็น มีความเดือดร้อนเรื่องนํ้าใช้ในการทั้งอุปโภคและบริโภค ใช้ในการเกษตรทั้งฤดูฝน ฤดูแล้ง มีความจําเป็นมีความเดือดร้อนมาก รัฐบาลตั้งแต่ยุคก่อนครับ ตั้งแต่เมื่อปี ๒๕๔๒ ก่อนปี ๒๕๔๒ ด้วยซํ้าไปได้มีการศึกษาในเรื่องนี้ แล้วก็มอบหมายให้ทาง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในขณะนั้น เขาเรียกว่า กรมพัฒนาและส่งเสริม พลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมได้ไปทําการศึกษาแล้วก็ ดําเนินการก่อสร้างในเรื่องนี้ ฝายหัวนานี่ถือว่าเป็ นโครงการหนึ่งของโครงการ โขง-ชี-มูล ที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนํ้าให้กับพี่น้องทางภาคอีสาน ฝายหัวนานี่เป็ น โครงการหนึ่งที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องทางอีสานใต้นะครับ รัฐบาลสมัยนั้นได้มี การอนุมัติให้ดําเนินการในการก่อสร้างฝายหัวนาไป เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ จากปี ๒๕๔๒ ถึงวันนี้ก็เวลาเนิ่นนานเหลือเกินอย่างที่ท่านปวีณพูดมาถูกต้องทั้งหมดนะครับ ผมต้องขอบคุณท่านปวีณที่ได้นําเอาปัญหานี้มาสอบถามเพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น อยากจะเรียนว่าเมื่อประมาณปี ๒๕๔๒ ได้มีการดําเนินการก่อสร้างนะครับ ตัวประตู ปิดเปิดนี่ ๑๔ ช่องนี่ดําเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย แต่ว่าพอที่จะมาถมลํานํ้ามูล ลํานํ้า สายเดิมเพื่อจะปิด ปิดเพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์ในการใช้งานนะครับ ระบายนํ้าผ่านเขื่อน ผ่านประตูระบายนํ้าทั้ง ๑๔ ช่องนี้ก็เลยมีปัญหาขึ้นมา เนื่องจากว่าการทําโครงการใหญ่ ๆ ในอดีตนั้นไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ไม่มีการศึกษาผลกระทบกับพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้นอย่างละเอียด จึงได้เกิดมีปัญหาขึ้น ประกอบกับขณะนั้น พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนราษีไศลก็หาข้อสรุป ยังไม่จบว่ารัฐบาลจะชดเชยอย่างไร จะแก้ไขปัญหาอย่างไร อะไรต่าง ๆ ฉะนั้นฝายหัวนา ก็ได้รับผลกระทบจากตัวนั้นมาด้วย พอได้รับผลกระทบจากตัวนั้นก็มีการชุมชน มีการเรียกร้องของพี่น้องเราที่เป็นกังวลในเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นว่า พอสร้าง ฝายหัวนาเสร็จแล้วการกักเก็บนํ้าจะอยู่ในระดับไหน จะมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ๓ อําเภอ และพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษมากน้อยขนาดไหน เพียงไร ความชัดเจน ตรงนั้นอาจจะมีแต่ว่าการประชาสัมพันธ์การทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในละแวกนั้นอาจจะยังไม่ชัดเจน หรือถึงแม้จะเข้าใจแต่ก็ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่ ของกรมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมในขณะนั้นชี้แจง มีหลักประกันแค่ไหน อย่างไร ฉะนั้นพี่น้องประชาชนก็เลยต้องมีการเคลื่อนไหว มีการต่อต้าน คือพูดง่าย ๆ ว่าต่อต้านไม่ให้มีการก่อสร้างต่อ เพราะกลัวว่าจะเกิด ผลกระทบแบบเขื่อนราษีไศล และความชัดเจนในการที่จะชดเชย ในการที่จะแก้ไขปัญหา พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนก็ต้องการความชัดเจน ดังนั้นเมื่อมีการชุมนุมของพี่น้อง ประชาชนส่วนหนึ่ง และเขาเรียกว่าพี่น้องสมัชชาคนจนได้นําพี่น้องจํานวนหลายพันคน มาชุมชนมาเรียกร้อง รัฐบาลในขณะนั้นจึงได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ให้ระงับการถมลํานํ้ามูลเดิมไว้ก่อน เพื่อศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อให้เปิดเผยข้อมูลรายละเอียดโครงการตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ ที่ออกมาเมื่อปี ๒๕๔๐ และให้มีการตรวจสอบทรัพย์สินของราษฎรที่คาดว่าจะเสียหาย จากการดําเนินการโครงการฝายหัวนาและมีการตรวจสอบร่วมกับราษฎรร่วมกับ ประชาชนในพื้นที่ด้วย และจากนั้นคณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติอีกเมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๔ รับทราบแนวทางการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน ตามที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหา ของสมัชชาคนจนเสนอ โดยให้ระงับการดําเนินการโครงการฝายหัวนาทั้งหมด คือคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ระงับทั้งหมดนะครับ รวมถึงการก่อสร้างระบบชลประทานและ การถมลํานํ้ามูลและเร่งดําเนินการศึกษาผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและสังคมให้เสร็จสิ้น ก่อนการดําเนินการใด ๆ ก็สืบเนื่องมาจากที่ผมได้เล่าให้ฟังว่าพี่น้องที่รวมตัวกันเป็น สมัชชาคนจนเรียกร้องแล้วก็ให้ยุติเรื่องนี้ก่อนคณะรัฐมนตรีจึงมีมติถึง ๒ รอบในการที่จะ ให้มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ตรวจสอบผลกระทบกับพี่น้องกับประชาชนตรงนั้นว่า จะมีผลกระทบมากน้อยเพียงไร กรมชลประทานได้ดําเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี แล้วก็มีผลการดําเนินงานดังนี้ ด้านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน ได้ดําเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้ได้รับ ผลกระทบอย่างจริงจัง โดยวิธีจ้างสถาบันการศึกษาถึง ๓ แห่งมาทําการศึกษา ไม่ว่าจะเป็ นมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีและ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมทั้งได้ร่วมหารือกับองค์กรพัฒนาเอกชนหรือเอ็นจีโอ (NGO) และร่วมกับกลุ่มสมัชชาคนจนเพื่อสรุปผลการศึกษาและได้นําเสนอผลการศึกษา ต่อคณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและผลกระทบทางสังคมจากการก่อสร้าง ฝายหัวนา และผ่านความเห็นชอบในหลักการแล้ว โดยที่ประชุมมีมติดังนี้ครับ กําหนดให้ ดําเนินการสร้ำงฝายหัวนาโดยให้มีระดับการกักเก็บนํ้าที่บวก ๑๑๒ เมตร เหนือระดับนํ้าทะเลกลาง คือให้ดําเนินการสร้ำงฝายกักเก็บนํ้าอยู่ในระดับ บวก ๑๑๒ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลกลางเพื่อช่วยระบายนํ้าส่วนเกิน ทั้งนี้ต้องคํานึงถึง ข้อกําหนดด้านวิศวกรรมต่อไปด้วย แล้วก็ได้ศึกษาได้กําหนดว่าระดับไหนจึงจะให้มี การจ่ายชดเชย การจ่ายค่าชดเชยความเสียหายเขตนํ้าท่วมของโครงการให้กําหนดถึง ระดับการกักเก็บนํ้าสูงสุดที่ระดับบวก ๑๑๔ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลกลาง คือระดับ หน้าฝายอยู่ในระดับบวก ๑๑๒ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลกลางแต่ว่าผลกระทบให้เอา ในระดับบวก ๑๑๔ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลกลาง เพราะว่าเวลากักเก็บนํ้าโดยหลักทาง วิศวกรรม ผมเองก็ไม่เข้าใจนะครับไม่ใช่วิศวกรแต่ได้รับการอธิบายว่าระดับนํ้าปลายฝาย ปลายเขื่อนมันจะสูงขึ้น ผลกระทบกับพี่น้องประชาชนก็อยู่ในระดับที่สูงขึ้น ฉะนั้นจึงได้มี การกําหนดว่าต้องจ่ายค่าชดเชยในระดับกักเก็บนํ้าสูงสุดที่บวก ๑๑๔ เมตรระดับนํ้าทะเล กลาง ส่วนด้านการช่วยเหลือ การช่วยเหลือในฤดูนํ้าหลากบางช่วงเวลาเกิดภัยพิบัติ นํ้าท่วมเกินกว่าระดับกักเก็บนํ้าสูงสุดบวก ๑๑๔ เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลกลาง กรณีนี้ จะพิจารณาช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือ ด้านเกษตรผู้ประสบภัยภิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๒ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อไปนะครับ
ส่วนด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน อยากจะเรียนท่านประธานไปถึง ท่านผู้มีเกียรติว่าจังหวัดศรีสะเกษได้มีคําสั่งแต่งตั้งคณะทํางานขึ้นมาตรวจสอบทรัพย์สิน ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างฝายหัวนาแห่งนี้ถึง ๓ ชุด มีคําสั่งเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖ คําสั่งที่ ๑ คําสั่งที่ ๒ ออกเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ คําสั่งที่ ๓ ออกเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๐ งานนี้อยู่ในความรับผิดชอบ ของกรมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม แต่พอมีการปฏิรูป ระบบราชการก็มีการโอนงานส่วนนี้มาให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับผิดชอบ พอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับผิดชอบก็มีการดําเนินการให้มี การตรวจสอบทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ คณะกรรมการตรวจสอบ ทรัพย์สินได้พิจารณาเห็นชอบผลการตรวจสอบแปลงที่ดินในเขตอําเภอกันทรารมย์ จํานวน ๓๓๖ แปลง มีเกษตรกรทั้งหมด ๑๕๙ รายที่ได้รับผลกระทบ อําเภออุทุมพรพิสัย จํานวน ๙๑ แปลง ๔๐ รายที่ได้ รับผลกระทบ พี่น้ องอําเภอ ราษี ไศล จํานวน ๒,๑๔๒ แปลง เกษตรกรหรือประชาชนได้รับผลกระทบ ๖๒๑ ราย และมีราษฎร ยื่นคําร้องขอรังวัดที่ดินผ่านสมัชชาคนจนอีกจํานวน ๒,๖๗๕ แปลง ซึ่งเป็นการรังวัด ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ให้ตรวจสอบทรัพย์สินของราษฎร ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการดําเนินการโครงการฝายหัวนานี้ การรังวัดดังกล่าว ยังไม่ก่อให้เกิดสิทธิใด ปัจจุบันได้ดําเนินการแล้วเสร็จแล้วประมาณร้อยละ ๘๐ ส่วนที่เหลือคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ นี้
สําหรับเรื่องการประชาสัมพันธ์อยากจะเรียนท่านประธานไปถึง ท่านผู้ทรงเกียรติว่าทางกรมชลประทานก็ได้มีการประชาสัมพันธ์ดําเนินการโครงการ ฝายหัวนาอยู่ตลอดเวลา ได้ทําความเข้าใจกับราษฎรอย่างต่อเนื่องในช่วงระหว่าง การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร ซึ่งกรมชลประทานได้จ้างมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีและมหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมกันดําเนินการศึกษา ก็เปิดโอกาสให้องค์กรพัฒนาเอกชน กลุ่มสมัชชาคนจนเข้ามามีส่วนร่วมในการกํากับดูแล ผลการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งให้คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ ซึ่งเป็ น การดําเนินการคู่ขนานไปกับคณะกรรมการ คณะกํากับดูแลศึกษาของกรม จึงทําให้ การดําเนินงานเป็นไปตามหลักวิศวกรรมและความต้องการอย่างแท้จริงของราษฎร นอกจากนั้นกรมชลประทานและคณะอนุกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และผลกระทบทางสังคมจากการก่อสร้างฝายหัวนายังได้มีการประชุมหารือกับภาคประชาชน เพื่อสรุปข้อคิดเห็นและข้อกังวลต่าง ๆ เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๒ และวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ แล้วก็ในที่ประชุมร่วมกันนั้นได้เห็นชอบในแนวทางแก้ไขปัญหา ร่วมกันแล้ว รวมเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ที่กรมชลประทานได้มอบหมายให้ดําเนินการ ในพื้นที่ก็ได้มีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ส่วนคําถามที่ท่าน ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านปวีณได้สอบถามว่าจะดําเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตอนไหน อย่างไร เพราะปัญหา ความต้องการของพี่น้องเกษตรกรมีสูงมาก ผมอยากจะเรียนท่านปวีณครับว่า การที่กรมชลประทานได้ชะลอการดําเนินการก่อสร้างถมลํานํ้ามูลสายเดิม เพื่อที่จะให้ ประตู ๑๔ ช่องเปิดทํางานให้เกิดผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชนนั้น กรมชลประทานได้ เข้าใจครับว่าปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ความต้องการของพี่น้อง ประชาชนมีสูงมาก พื้นที่ที่จะได้รับประโยชน์จากฝายหัวนาทั้งหมดประมาณ หนึ่งหมื่นห้าพันไร่ ขณะนี้ฝายหัวนายังใช้งานไม่ได้ เนื่องจากว่ามติคณะรัฐมนตรีจึงมี การตั้งสถานีสูบนํ้าด้วยพลังงานไฟฟ้ำอยู่ ๒ จุด แล้วพื้นที่ส่วนใหญ่นั้นยังไม่ได้รับ ผลประโยชน์จากตรงนี้ ก็เพราะว่าเรายังไม่ได้ปิดลํานํ้ามูลสายเดิม แล้วประตู ๑๔ ช่อง ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากตรงนี้ ฉะนั้นติดอยู่ที่มติคณะรัฐมนตรี มติคณะรัฐมนตรีก็รอผล การศึกษาจากคณะกรรมการหลาย ๆ ฝ่าย เรียนท่านปวีณได้ทราบว่าคณะกรรมการ ที่ตั้งขึ้นมาหลายชุดได้มีการศึกษาสรุปเป็นที่ชัดเจนแล้ว ขณะนี้ทางกรมชลประทาน ได้สรุปเรื่องให้ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับทราบแล้ว และ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กําลังนําเสนอ ตอนนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เซ็นหนังสือส่งจากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไปที่สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว ก็รอการบรรจุเข้าสู่ที่ประชุม ของคณะรัฐมนตรี เพื่อจะพิจารณายกเลิกมติคณะรัฐมนตรี ๒ ฉบับที่ให้ยุติการก่อสร้างไว้ก่อน เพราะขณะนี้ผลการศึกษาสรุปอะไรจบหมดแล้ว เหลือแต่คณะรัฐมนตรีมีมติว่าทบทวนมติ ๒ ครั้ง ยกเลิก แล้วก็ให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดําเนินการก่อสร้างได้ ขอเป็นมติคณะรัฐมนตรีมาก็จบ ทีนี้ถามว่าทําไมหลังจากศึกษาเสร็จแล้วเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ และมีการสรุปแล้วประมาณเดือนธันวาคม ศึกษาเสร็จเดือนตุลาคม สรุปเสร็จ ส่งให้กรมชลประทาน ส่งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับทราบประมาณเดือนธันวาคม แล้วก็ส่งให้คณะรัฐมนตรีทําไมใช้เวลาตั้งเดือนสองเดือน ความจริงแล้วโครงการนี้ เป็นโครงการใหญ่ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต่อพี่น้องประชาชนจํานวนมาก ฉะนั้น การดําเนินการมันต้องมีการสอบถาม ถึงแม้จะส่งเข้าไปที่สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็จะมีการสอบถามไปที่หน่วยงานต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ส่งข้อเสนอแนะมา ไม่ว่าจะเป็นกระทรวทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอีกหลาย ๆ หน่วยงาน จนกว่า หน่วยงานต่าง ๆ เหล่านั้นทําความคิดเห็นมาแล้วคณะรัฐมนตรีจึงจะรวบรวมทั้งหมดเสนอ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีผมได้ทราบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าขณะนี้กําลังเร่งรัดอยู่เพื่อที่จะให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาผ่านความเห็นชอบให้มี การดําเนินการต่อไป คาดว่าประมาณไม่เกินเดือนมีนาคม ผมคาดว่าไม่เกินเดือนมีนาคมคือไม่กี่วันที่จะถึงนี้ มั่นใจว่าเรื่องนี้จะได้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะมีการทบทวนและอนุมัติ ให้ ดําเนินการก่อสร้ำงเพื่อแก้ ไขปั ญหาให้ กับพี่น้ องประชาชน ๓ อําเภอ ของจังหวัดศรีสะเกษต่อไปครับ ขอเรียนท่านปวีณผ่านท่านประธานเป็นเบื้องต้นแค่นี้ก่อน