สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสนอโครงการประกันรายได้เกษตรกรที่จะช่วยเหลือเกษตรกรได้ดีกว่าโครงการจํานํา และมีผลพลอยได้ พร้อมวางมาตรการรัดกุมในการขึ้นทะเบียนและการทําประชาคมรับรอง และยังหารือเรื่องเพลี้ย น้ำ และผลการเศรษฐกิจในภาคชนบทที่ดี และคาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ เพราะว่า ที่ท่านได้พูดเมื่อสักครู่ว่ากระทู้ถามของท่านเป็นกระทู้ถามความเดือดร้อนของประชาชน จริง ๆ แล้วก็อยากให้เป็นกระทู้ถามอย่างนี้ผมก็เห็นด้วยนะครับ ก็เป็นเรื่องที่อยากจะชี้แจง เพิ่มเติมในบางประเด็น ประเด็นแรกก็คือว่า บังเอิญเมื่อกี้ที่ผมเอ่ยชื่อท่าน ส.ส. ขยัน เพราะท่านถามว่า ส.ส. ได้รายงานปัญหาที่จังหวัดลําพูนหรือไม่ บังเอิญจังหวัดลําพูน ก็มีท่าน ส.ส. ขยันอยู่ ผมก็ได้ยืนยัน ส่วน ส.ส. จังหวัดอื่น ๆ ผมไม่ได้บอกว่าอยู่พรรคไหนนะครับ ทั้งพรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน พบปะกันก็จะมีการรายงานปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่มา แต่อยากทําความเข้าใจอย่างนี้อีกครั้งครับท่านประธานครับ ที่มีการเปลี่ยนแปลง นโยบายจํานํามาเป็นประกัน ไม่ได้เป็นเรื่องการมองในมิติเดียวเรื่องปัญหาการทุจริต มีอีกหลายเรื่องครับซึ่งอยากจะเรียนชี้แจง เช่นจากโครงการการประกันรายได้ในขณะนี้ เฉพาะในส่วนของข้าวมีการจ่ายเงินชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วเกือบ ๒,๕๐๐,๐๐๐ ราย ไม่เคยมีโครงการแทรกแซงในเรื่องของภาคการเกษตรใด ซึ่งพี่น้อง ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรงในจํานวนมากขนาดนี้ นั่นประการที่ ๑ นะครับ ถ้าเทียบกับตัวเลขของคนที่สามารถเข้าร่วมโครงการจํานําได้ต่างกันหลายเท่าตัวครับ แล้วเงินที่ลงไปขณะนี้ข้าวยังไม่ได้สรุป แต่กรณีของข้าวโพดที่สรุปแล้วปรากฏว่า เงินที่ลงไปถึงเกษตรกรมากกว่าโครงการจํานํา แม้ว่าค่าใช้จ่ายในโครงการจํานําจะมี มากกว่า เพราะงบประมาณของโครงการจํานําส่วนใหญ่ไม่ได้ไปที่เกษตรกรโดยตรง อันนี้คือประเด็นที่อยากจะเรียนว่าเราดูรอบด้าน ที่สําคัญไปกว่านั้นมันก็มีผลพลอยได้ อื่น ๆ ผมจําได้ไปที่อําเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก มีคุณลุงคนหนึ่งมา เจอปัญหานาแล้ง ปรากฏว่าแทบไม่เหลือข้าวเลยแต่เพราะว่าเป็นโครงการประกันรายได้ได้รับเงินชดเชย พอที่จะมีเงินทําต่อได้ นี่ก็เป็นตัวอย่างว่าเรามองในหลาย ๆ ด้านว่าทําไมโครงการประกัน จึงให้ประโยชน์กับเกษตรกรได้ดีกว่า อย่างไรก็ตามปัญหาที่อาจจะแทรกซ้อนและ เกิดขึ้นมาในรอบที่ ๒ กําลังที่จะวางมาตรการให้รัดกุม ปัญหาแรกอยากจะฝาก ท่าน ส.ส. ไปเลยเพื่อที่ชี้แจงในพื้นที่ก็คือว่า การขึ้นทะเบียนและการทําประชาคมรับรอง ต้องอยู่บนความเป็นจริง เนื่องจากว่าในบางพื้นที่อาจจะเริ่มมีกระบวนการที่จะไปทํา ตัวเลขมา ผมกราบเรียนว่ารอบนี้นอกจากการทําประชาคม เราจะใช้ระบบภาพถ่าย ทางอากาศตรวจสอบด้วย และจะมีการไปสุ่มตรวจในพื้นที่ซึ่งถ้าหากว่าคลาดเคลื่อน จากความเป็นจริงเกินระดับหนึ่ง ในประชาคมนั้นก็จะต้องถูกตรวจสอบทั้งพื้นที่และ การชดเชยจะช้าครับ เพราะฉะนั้นฝากว่าการประชาคมต้องทํากันอย่างจริงจัง ทําตาม ความเป็นจริงและเที่ยวนี้จะมีการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบด้วย แล้วผมก็ขอขอบคุณ ที่ท่านเสนอแนะว่าให้ใช้สื่อต่าง ๆ ประชาสัมพันธ์รายละเอียดต่าง ๆ ในการดําเนินการ โครงการมากขึ้นก็จะทําครับ

ส่วนปัญหาเรื่องนํ้ากับเรื่องเพลี้ย เช่นเดียวกันรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เรื่องเพลี้ยนั้นความจริงก็คือว่าเราก็ได้มีการอนุมัติให้จังหวัดต่าง ๆ โดยประสานกับ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าไปแก้ไขตั้งแต่ตอนต้น ๆ แต่การระบาดก็มีมาก โดยเฉพาะประมาณเดือนธันวาคม มกราคม สุดท้ายก็กําลังดูความเสียหายอยู่ แต่งบประมาณที่ชดเชยเป็ นมาตรการพิเศษ คือท่านก็คงทราบปกติก็จะชดเชย ประมาณไร่ละ ๖๐๐ บาทเท่านั้นเองซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่จะคุ้ม และขณะนี้เรากําลัง ขอความร่วมมือในการที่จะตัดวงจรในบางพื้นที่ เพราะฉะนั้นที่เป็นโครงการพิเศษขึ้นมา ก็เพื่อชดเชยให้ในลักษณะที่เราเห็นว่าให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกรมากยิ่งขึ้น ซึ่งคนที่ ได้รับประโยชน์เต็ม ๆ ในกรณีนี้ก็คือเกษตรกร และเราจะช่วยกันตัดวงจร แล้วก็ จะสนับสนุนในเรื่องของการให้ความรู้ และเรื่องของพันธุ์ข้าวต่อไป อันนี้ก็เป็นแนวทาง ซึ่งเรากําลังดําเนินการอยู่ ส่วนเรื่องนํ้าท่านก็คงทราบว่าจริง ๆ แล้วเรื่องของข้าวนาปรัง กับนํ้าก็จะมีการสํารวจปริมาณนํ้า แล้วก็มีการจัดสรร แล้วก็ขอความร่วมมือ แล้วก็ปรึกษาหารือ อย่างเช่น ในปัจจุบันก็จะใช้ระบบของกลุ่มประชาคม หรือประชาชน ที่เป็นกลุ่มผู้ใช้นํ้า แล้วก็จะมีการจัดสรรนํ้า กราบเรียนอย่างนี้ว่าสิ่งที่เรายืนยันก็คือว่า ต้องให้ความสําคัญกับนาปีก่อน ถ้าเราบอกว่านาปรังทําเท่าไรก็ได้ จัดสรรนํ้าให้หมด ซึ่งเราก็ไม่เคยทํา ถ้าเราทําเช่นนั้นในปีที่แล้งและมีปัญหากับนาปีจะเสียหายกับเกษตรกร มากกว่า เพราะฉะนั้นเรากําลังไปพยายามดําเนินการให้เกษตรกรได้ประโยชน์สูงสุด จากการทํานาโดยคิดทั้งรอบปี เพื่อให้ได้รายได้ที่คิดว่าจะทําให้เขามีกําไรมากกว่าไปเสี่ยง ทําในภาวะซึ่งอาจจะทําให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตของตัวเองและขาดทุน ซึ่งการทํา หลายรอบแต่ขาดทุนไม่ได้ช่วยนะครับ ทําน้อยรอบแต่กําไรเกษตรกรจะมีรายได้มากกว่า

สุดท้ายก็กราบเรียนว่า ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่เรามีในขณะนี้ตั้งแต่ พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม เป็นต้นมา แสดงออกให้เห็นถึงเศรษฐกิจในภาคชนบท และรายได้ของเกษตรกรที่อยู่ในระดับที่ดี และกําลังส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ก็คาดว่าตัวเลขต่าง ๆ ที่จะออกมาเป็นทางการก็จะปรากฏชัดเจนขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้ ขอบคุณครับ