สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

ประวิตร วงษ์สุวรรณ หารือเรื่องการฝึกทหารให้กับนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฝึกฝนเพื่อผลิตกําลังสํารองให้มีขีดความสามารถและมีคุณภาพ ซึ่งจะเสริมสร้างความพร้อมรบให้กับประเทศชาติในยามปกติและในยามสงคราม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการรับสมัครและฝึกอบรมกำลังพล โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทดสอบร่างกายและความโปร่งใสในการดำเนินการ

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติ กระผม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอเรียนชี้แจงคําถามผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิกเกี่ยวกับในเรื่องของการฝึกรักษา ดินแดนของเยาวชน นักศึกษา นักเรียน ผมเรียนว่า การฝึกวิชาทหารให้กับนักศึกษา วิชาทหารนั้นเราฝึกตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร ปี ๒๕๐๓ คือฝึกให้กับ นักเรียน นักศึกษา เยาวชนของชาตินั้นเป็ นกําลังพลสํารองที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเสริมสร้างความพร้อมรบให้กับประเทศชาติในยามปกติ เพราะฉะนั้นการฝึก นักศึกษาวิชาทหารนั้นมันเป็นกระบวนการการผลิตกําลังสํารองให้มีขีดความสามารถ มาตรฐานของกองทัพ ซึ่งนักศึกษาวิชาทหารเหล่านี้เมื่อได้รับการฝึกแล้ว ถ้าเป็นชั้นปีที่ ๓ ปีที่ ๔ ปีที่ ๕ นั้น เราก็จะเอาไปบรรจุในตําแหน่งผู้บังคับหมู่ รองผู้หมวด และผู้หมวดได้ตามลําดับ ในโอกาสที่จะต้องไปบรรจุในหน่วยซึ่งจะต้องมีการฝึกในโอกาสต่อไป เมื่อกําลังพลสํารองนี้ ผ่านการฝึกเบื้องต้นแล้วก็จะบรรจุไปในหน่วยทหารที่จะเรียกพล เพื่อเป็นการเพิ่มพูน ความรู้ให้เป็นขั้นเป็นตอนตามยุทธศาสตร์ในการป้ องกันประเทศที่ได้กําหนดไว้ ดังนั้น ผมเรียนว่า กองทัพนั้นก็จําเป็นในการที่จะต้องมีกําลังพลสํารอง แล้วในขณะเดียวกัน กองทัพก็จะต้องมีกําลังพลประจําการอยู่ส่วนหนึ่งเพื่อเผชิญหน้ากับกําลังในการที่จะดูแล ประเทศชาติในระยะต้น แล้วเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นก็จะใช้กําลังพลสํารองเหล่านี้นั้น ไปเพิ่มเติมให้กับกําลังพลที่ได้สูญเสียไป ดังนั้น ประเทศของเราเมื่อเข้าสู่สภาวะสงคราม ก็เช่นเดียวกันครับ ก็คือเราก็จะใช้กําลังพลที่ได้รับการฝึกเป็นกําลังสํารองทั้งหมดนั้น เข้าไปบรรจุอยู่ในกองประจําการหลังจากที่มีประกาศเข้าสู่ภาวะสงคราม นี่ก็คือ คําถามแรกที่ท่านถามผม

ในคําถามที่สอง ที่ท่านถามเกี่ยวกับในเรื่องเราใช้กําลังพลอะไรในการ ไปฝึกให้กับนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน เราใช้หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน รับผิดชอบโดยรวม แล้วเรามีโรงเรียนศูนย์ฝึกกําลังสํารองที่จะฝึกในเขตปริมณฑล ซึ่งจะฝึกได้ประมาณสัก๖๐,๐๐๐ คน แล้วก็จะใช้มณฑลจังหวัดที่อยู่ในส่วนภูมิภาคนั้นไปทําการฝึกในส่วนที่เหลือต่อไป เพราะฉะนั้นมณฑลจังหวัดนั้นก็จะมีทั่วประเทศในการที่จะฝึก โดยจะมีศูนย์ฝึกกําลังสํารอง เข้าไปช่วยเหลือไปดูแล และในขณะเดียวกันกรมการรักษาดินแดนนี้ก็จะต้องจัด ชุดเคลื่อนที่ออกไปเพื่อสนับสนุนการฝึก เพราะเราฝึกให้กับกําลังสํารองเหล่านี้นั้น เป็นจํานวนมากมายประมาณสัก ๒๐๐ กว่าชุดได้ เพราะฉะนั้นหน่วยทหารที่ได้รับภารกิจ การฝึกทหารเหล่านี้นั้นก็เป็ นหน่วยที่สามารถที่จะรับการฝึกได้ คือหมายความว่า มีความพร้อมและสามารถที่จะทําการฝึก ถึงแม้ว่าจะขาดแคลนในเรื่องของกําลังพล ในเรื่องของยุทโธปกรณ์ ทางกองทัพบก และหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนนี้ก็จะเข้าไปช่วย สนับสนุนในการดูแล เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการในการจัดกําลังสํารองทั้งหมด

เพราะฉะนั้นผมอยากเรียนว่า การฝึกตามเป้ำหมายของเราในคําถาม ข้อที่สามนั้นคือในปี ๒๕๕๒ เราฝึกไปทั้งหมดไม่ใช่แสนกว่าคน เราฝึกไปทั้งหมด ๓๑๘,๕๘๐ คน ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าเป็ นการฝึกทางด้านยุทธการนี่เราจะฝึกให้เพียง ๒๓๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้น เกินอัตราไปประมาณ ๘๗,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งเราฝึกไปปีที่แล้ว ในปี ๒๕๕๒ เพราะฉะนั้นตามที่ท่านว่านี่ครับ กําลังพลคือเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ที่ได้รับการฝึกเหล่านี้นั้นเมื่อเข้าไปเราก็มีการเกณฑ์ทหาร มีคนที่จะกลับเข้ามาเกณฑ์ทหารนั้น ก็เหลือในอัตราส่วนที่น้อยลง ซึ่งการจับสลากหลังจากมีการสมัครแล้วก็เป็นเพียงอัตรา ๑ : ๒ กว่า ๆ เท่านั้นที่จะเป็นการจับสลากเพื่อให้เป็นทหารกองประจําการ เพราะฉะนั้น เรียนว่ามันก็มีความจําเป็นอย่างยิ่งอย่างที่ท่านว่า เราก็ต้องการทหารกองประจําการ ที่มีประสิทธิภาพ เพราะคนที่มีความรู้ความสามารถนั้นเข้าไปเรียน ร.ด. ไปทั้งหมดแล้ว เมื่อทหารกองประจําการนั้นไม่ได้รับการเกณฑ์ทหารเข้ามา กองทัพก็จะได้รับผลตอบแทน คือมีประสิทธิภาพน้อยลง เมื่อกี้ท่านก็พูดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เราได้ทํามานั้น เราได้ทําตามยุทธศาสตร์การป้ องกันประเทศมาโดยตลอด แล้วก็ทําตามนโยบาย ของรัฐบาล จริง ๆ แต่เดิมนั้นเราก็จะฝึกเพียง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้น แต่ก็มีอยู่ยุคหนึ่ง ซึ่งทางรัฐบาลต้องการที่จะเป็นการฝึกวินัยเยาวชนของชาติเพิ่มมา ๘๐,๐๐๐ กว่าคน เราก็เพิ่มให้ แล้วก็จัดครู จัดยุทโธปกรณ์ ในการเสริมเพื่อที่จะให้เป็นไปตามนโยบายของ รัฐบาล ซึ่งเราก็ทํามา ซึ่งขณะนี้ก็ฝึกไป ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนต่อปี ผมก็คิดว่ามันมาก แล้วก็เกินความจําเป็นในเรื่องของกําลังสํารองไปมากมายแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็เรียน ให้ทราบ

ส่วนในเรื่องของการรับสมัครของผู้ที่จะเข้ามานั้น เรามีขั้นตอน ในการดําเนินการโดยกําหนดคนที่จะเข้ามาว่าควรจะเป็นอย่างไร คือจะต้องผ่าน การทดสอบร่างกายนี่เป็นเรื่องสําคัญ ส่วนในเรื่องของการเรียนนั้นเราเพียงเอาเกรด (Grade) แค่ ๑ เท่านั้นเอง แล้วก็การให้มาทดสอบร่างกายนั้นก็จะทดสอบแค่ สองสามอย่างคือดันพื้น วิ่ง แล้วก็ยุบข้ออะไรเท่านั้นเอง ซึ่งก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรง เพราะฉะนั้นกําลังพลที่เราได้มานั้นก็ควรเป็นกําลังพลที่ผมว่า ก็เพียงแต่ว่าให้ร่างกาย สมบูรณ์ในการที่จะมาเป็นกําลังพลสํารอง แล้วก็ผ่านการทดสอบตามที่หน่วยบัญชาการ รักษาดินแดนนั้นเขาได้กําหนด และถ้ามันมีการร้องเรียนทางหน่วยบัญชาการก็จะทําการ ตรวจสอบทันที แล้วก็ตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และขอยืนยันว่า ในเรื่องของความไม่โปร่งใสนั้นกองทัพบกคงไม่ปล่อยให้มี ไม่ปล่อยให้ เกิดความไม่โปร่งใสขึ้นได้ เพราะฉะนั้นเราจําเป็นในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นขอเรียนให้ทราบ ว่า การฝึกวิชาทหารทั้งหมดนั้นเป็นรูปของกระบวนการการผลิตแล้วเราก็ทํามาอย่างมีระบบครับ ขอบคุณครับ