สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการสอบสวนเรื่องการส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) ของนายกรัฐมนตรี และชี้แจงว่ากระทรวงการคลังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก่อนอื่นนะครับ เมื่อสักครู่ท่านผู้อภิปรายได้ถามถึงขั้นตอนการดําเนินการของทาง คณะกรรมาธิการป้ องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งการดําเนินการของทาง ป.ป.ช. นั้นก็เป็นองค์กรอิสระ ซึ่งผมไม่สามารถที่จะเข้าถึงในรายละเอียดได้ แต่อย่างน้อย ที่สุดในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผม ผมก็อยากที่จะชี้แจงนะครับว่า ป.ป.ช. ก็ได้มี การดําเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ที่คณะของท่านได้ยื่นคําร้องให้กับ ป.ป.ช. ให้เข้ามา ตรวจสอบในกรณีเรื่องที่ท่านกําลังอภิปรายอยู่ คือเรื่องของการส่งข้อความสั้นหรือ เอสเอ็มเอส โดยที่เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ทางสํานักงาน ป.ป.ช. ก็ได้ทําหนังสือมาให้ผมได้ ชี้แจงข้อเท็จจริงในส่วนของกระผมเกี่ยวกับบทบาทของกระผมในเรื่องนี้ ซึ่งกระผมก็ได้ ดําเนินการในการที่จะชี้แจงไปเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่วันที่ ๑๔ กรกฎาคม หลังจากนั้น ก็ได้มีการติดต่อ โดยสํานักงาน ป.ป.ช. ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มาโดยตลอด ล่าสุดนะครับ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ก็ได้มีจดหมายเรียนเชิญ ที่ปรึกษาของผมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจรจากับบริษัทเอกชนผู้ซึ่งดําเนินการเป็นผู้ส่ง ข้อความสั้นให้กับพี่น้องประชาชนตามที่ท่านได้กล่าวถึง และผู้ช่วยของผมก็ได้เข้าไปชี้แจง ให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรียบร้อยแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยู่ในขั้นตอน การดําเนินการนะครับ และผมก็ได้เห็นในส่วนของผมว่ามีการดําเนินการในขั้นตอน ตามปกติมาตั้งแต่ที่ได้รับการร้องเรียนจากคณะของท่าน เพิ่มเติมนะครับ เมื่อสักครู่ ท่านได้กล่าวถึงการตั้งอนุกรรมการหรืออย่างไรผมฟังไม่ทันในส่วนของกระทรวงการคลัง แต่ผมขออนุญาตเรียนว่าไม่ได้มีประเด็นในเรื่องนี้ที่เกี่ยวกับกระทรวงการคลังเลยนะครับ ในส่วนของกระทรวงการคลังเอง ในส่วนของกรมสรรพากรก็มีหน้าที่ที่จะเก็บภาษีจากทุกคน ตามปกติ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงไปเมื่อสักครู่แล้วว่าในส่วนของการยื่นแบบภาษี รายได้ส่วนบุคคลนั้นมีเวลาจนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ซึ่งนอกจากนั้นผมก็อยากที่จะชี้แจง ด้วยว่าในคําชี้แจงที่ผมได้ทําให้กับทางสํานักงาน ป.ป.ช. ก็ได้ชี้แจงชัดเจนว่าประโยชน์ ที่ท่านได้อ้างถึง ที่ได้รับจากการส่งเอสเอ็มเอสในชั้นนั้นไม่ได้เป็นประโยชน์ที่มีใครได้รับ เป็นการส่วนตัว เป็นประโยชน์ที่สังคมโดยรวมได้รับจากข้อความของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านได้ขึ้นจอไว้เพียงแค่ส่วนเดียวนะครับ แล้วท่านได้อ่านผิดด้วย ต้องขออนุญาตที่จะชี้แจงตามข้อเท็จจริง ท่านได้อ่านเมื่อสักครู่นะครับว่า ผมนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์คนใหม่ จริง ๆ แล้วไม่ได้มีคําว่า อภิสิทธิ์ อยู่ในเอสเอ็มเอส เลยนะครับ ได้เขียนไว้ แล้วความจริงท่านก็ขึ้นจอไว้ชัดเจนเมื่อสักครู่ บทความเขียนว่า ผมนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ขอเชิญท่านร่วมนําประเทศไทยออกจากวิกฤติ สนใจจะได้รับ การติดต่อจากผมกรุณาส่งรหัสไปรษณีย์ ตามที่ท่านว่าไป ทีนี้ประเด็นสําคัญก็คือ ตัวข้อความที่เป็นเสียงที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้อัดไว้ในระบบที่เขาเรียกว่าวอยซ์ เพจ (Voice page) ขออนุญาตใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษ ก็คือเป็นศัพท์ที่เขาใช้กันโดยทั่วไป ซึ่งผม ขออนุญาตที่จะอ่านให้กับพวกเราได้มีโอกาสได้รับฟังอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพราะว่า ผมคิดว่าในบทความนี้มันก็สะท้อนให้เห็นความชัดเจนว่าเป้ำหมาย วัตถุประสงค์ ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนั้น ในการที่จะต้องการสื่อสารโดยตรงต่อพี่น้องประชาชน ในจํานวนที่มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุดนั้นเพื่อหวังผลอะไร เป็นผล ส่วนตัวอย่างที่ท่านได้อ้างถึงหรือผลประโยชน์ของสังคมโดยรวมนะครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานนะครับ ข้อความเป็นอย่างนี้ครับ สวัสดีครับ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมขอขอบคุณที่ท่านตั้งใจช่วยกันนําบ้านเมืองของเราออกจากวิกฤติ ผมทราบดีว่า วันนี้ท่านเดือดร้อนในเรื่องปากท้องและเครียดกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคม ผมมีความตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะทุ่มเท ใช้ความรู้ความสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ ให้พี่น้องคนไทยทุกคนอย่างเสมอภาคด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แต่งานของผมจะไม่ประสบ ความสําเร็จหากพวกเราทุกคนไม่สมัครสมานสามัคคีกัน ผมขอโอกาสให้กับประเทศไทย และคนไทยทุกคนได้มีความก้าวหน้า มีความผาสุก เพื่ออนาคตที่ดีสําหรับลูกหลาน คนไทย ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานตามตรงครับ ผมมาอ่านบทความนี้อีกครั้ง ผมคิดว่ายังมีความเหมาะสมที่จะส่งเอสเอ็มเอสชุดนี้ออกไปให้กับพี่น้องประชาชนอีกครั้ง ด้วยซํ้าไป แล้วก็มีความชัดเจนว่าความตั้งใจของท่านนายกรัฐมนตรีในครั้งนั้นคืออะไร ก็คือต้องการเห็นความสมัครสมานสามัคคีในสังคมไทยเพื่อโอกาสของประเทศของเรา ขอบคุณครับ