สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อธิบายเกี่ยวกับเครื่องจีที 200 โดยเน้นย้ำว่าเครื่องนี้ถูกใช้งานในประเทศไทยมาหลายปีแล้ว แต่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพ จนกระทั่งมีข่าวออกมาชัดเจน ทำให้รัฐบาลต้องตรวจสอบและทดสอบ ประสิทธิภาพของรัฐบาลได้ดำเนินการตรวจสอบและเจรจา ข้อยุติที่ได้รับจากการเจรจา ทำให้เรียกร้องให้ระงับการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์นี้เพิ่มเติม และหาวิธีการทดสอบสิ่งปนเปื้อนอย่างมีประสิทธิภาพ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอเรียนชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องของการใช้เครื่อง จีที ๒๐๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็มีการเจาะจงไปที่เรื่องของการแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ อยากจะกราบเรียนตามข้อเท็จจริงว่าเครื่องจีที ๒๐๐ เข้ามาในประเทศไทย แล้วก็เริ่มมีการใช้กันที่ผมได้ตรวจสอบมาน่าจะเป็นประมาณปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ แต่ยังไม่ได้แพร่หลายมากนัก เริ่มต้นบางหน่วยงานได้นํามาใช้เข้าใจว่าเป็นกองทัพอากาศ มาใช้ในการที่จะตรวจพื้นที่บริเวณสนามบิน ปรากฏว่ามีการนําเครื่องนี้ไปทดลองใช้ใน พื้นที่อื่น ๆ แล้วก็มีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่อยากจะได้ ดังนั้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ เป็นต้นมาก็มีการซื้อเครื่องเหล่านี้เพิ่มขึ้นมาโดยลําดับ ผมขอเน้นยํ้า ว่าซื้อกันต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหลายปี ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย แล้วก็รัฐบาล ชุดปัจจุบันมีการจัดซื้อด้วยกันทั้งสิ้น เพื่อนสมาชิกหลายท่านในที่นี้ก็จะทราบครับว่านอกเหนือจากเรื่องของการใช้ในการตรวจ วัตถุระเบิดแล้ว ก็ยังมีการซื้อเครื่องนี้มาเพื่อตรวจเรื่องของสารเสพติด แล้วก็มี เพื่อนสมาชิกด้วยกันจํานวนมากครับ ซึ่งยังเคยมาพบกับผมแล้วก็บอกว่าอยากจะให้ มีการซื้อเครื่องตัวนี้เพิ่มขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่ในระดับผู้ปฏิบัติร้องขอกันมาว่าถ้าสามารถ ที่จะมีเครื่องตัวนี้มาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่แล้วจะมีประสิทธิภาพ มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น นี่คือข้อเท็จจริงครับ เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมันมาเกิดขึ้นเมื่อมีการตั้งข้อสังเกต กรณีบางเหตุการณ์ท่านก็ได้กล่าวถึงและยังมีเหตุการณ์อื่น ๆ ซึ่งทําให้มีการสงสัยว่า ประสิทธิภาพของเครื่องมือตัวนี้เป็นอย่างไร แต่ก็จะเห็นครับว่ามันมีคําชี้แจงจากผู้ใช้ แม้กระทั่งลักษณะของการโฆษณาเครื่องนี้ของผู้ผลิตมาโดยตลอดว่าเครื่องนี้ก็เป็นเครื่อง ที่ใช้ในลักษณะเบื้องต้น คือการจํากัดพื้นที่หรือเป้ำของการที่จะไปตรวจค้นสารที่ต้องการ จะค้น แต่ว่าสุดท้ายก็จะมีเครื่องมือหรือวิธีการอื่น ๆ ในการที่จะดําเนินการต่อไป ก็เป็น ข้อสงสัยซึ่งก็ได้รับคําชี้แจงเช่นนี้มาโดยตลอด จนกระทั่งประมาณเดือนมกราคมครับ ที่มีข่าวในต่างประเทศเป็นครั้งแรกจากตัวประเทศของบริษัทผู้ผลิตคือประเทศอังกฤษว่า มีการตั้งข้อสงสัยและมีการทดสอบเครื่องมือซึ่งไม่ใช่ยี่ห้อนี้นะครับ แต่เป็นเครื่องมือ แบบเดียวกัน แล้วพบว่าไม่น่าจะมีประสิทธิภาพหรือไม่น่าจะเป็นดังที่มีการโฆษณา หรืออ้างว่าใช้งานได้ ตรงนั้นแหละครับคือจุดเริ่มต้นที่ทําให้เกิดความสงสัยมากขึ้น ซึ่งประเด็นนี้ที่มีการนําเสนอไปทั่วโลกก็เพราะว่ามีกว่า ๔๐ หน่วยงานทั่วโลก นั่นหมายถึงว่า อีกหลายประเทศ หลายสิบประเทศนะครับที่มีการใช้เครื่องมือตัวนี้อยู่ รัฐบาลนี้ โดยเฉพาะตัวผมไม่ได้นิ่งนอนใจครับ เมื่อมีข่าว มีการตั้งข้อสังเกต มีข้อมูลที่มี ความหนักแน่นมากขึ้น กระผมเองติดต่อไปยังนักวิชาการโดยตรงเลยครับ เพื่อสอบถามว่า ที่มาที่ไปของการตั้งข้อสงสัยแล้วก็ประเด็นที่สงสัยเป็ นอย่างไร ท่านก็เล่าให้ฟัง เมื่อเล่าให้ฟัง ผมเห็นว่ามีนํ้าหนัก ก็จึงได้ขอให้ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดําเนินการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องมือนี้อย่างเป็ นระบบโดยเชิญทุกฝ่ำย ทั้งในหน่วยงานที่เป็นผู้ใช้เครื่องนี้ ทั้งนักวิชาการ ผู้รู้ มาป็นกรรมการ แล้วก็ออกแบบ การทดลองเพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นที่ยอมรับกันทุกฝ่าย ฉะนั้นกราบเรียนว่าท่านจะเห็น ว่าเครื่องตัวนี้ใช้กันมาก่อนหน้าที่รัฐบาลนี้เข้ามาหลายปี มีข้อสงสัยบ้างแต่ไม่มี การกล่าวหาอย่างแน่ชัด จนกระทั่งประมาณต้นปี หรือปลายปี ที่แล้วที่เริ่มมีข่าว ออกมาชัดเจน ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจแล้วก็ดําเนินการตรวจสอบจนขณะนี้ได้เป็น ข้อยุติแล้ว

ดังนั้นประการแรกที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้ละเลย เลยครับ และจึงได้ดําเนินการเพื่อให้ได้มีความชัดเจนและข้อยุติในเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ทั้ง ๆ ที่เครื่องนี้ได้มีการนําเข้ามาใช้แล้วมีการจัดซื้อในทุกรัฐบาลมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว

ประการที่สอง ก็คือเมื่อเราได้ข้อยุติอย่างนี้ สิ่งแรกที่เราทําได้ก็คือว่า การระงับการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์นี้นะครับ ไม่ให้มีการซื้อเพิ่มเติม ซึ่งหน่วยงานทั้งหลายก็ไม่ได้มีปัญหาขัดข้องแต่ประการใด

ถัดมาก็คือ เราก็คงจะต้องมาดูละครับว่าเรื่องการใช้นี่จะทํากันอย่างไร ขอกราบเรียนนะครับว่าแนวที่รัฐบาลได้แจ้งไปในขณะนี้ก็คือให้ทุกหน่วยงานทราบผล ของการทดลองและข้อสรุปในทางวิชาการ แล้วก็มีความชัดเจนครับว่าเครื่องมือตัวนี้ จะต้องไม่มีการนําไปใช้ในลักษณะที่จะนําไปสู่การละเมิดสิทธิของบุคคล เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็จะไม่มีการใช้ ถามว่าในอดีตที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ผมก็สอบถามด้วยความห่วงใย ก็ได้รับการยืนยันจากทุกหน่วยงานว่าการใช้เครื่องตัวนี้อย่างไรเสียก็เป็นการใช้เบื้องต้น เท่านั้น จะไม่มีการไปดําเนินคดีเพียงเพราะว่าเครื่องตัวนี้ไปชี้ว่าบุคคลนั้นบุคคลนี้ มีสารอยู่ที่ตัวหรือไม่ครับ การดําเนินคดีจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการไปตรวจสอบต่อเนื่องว่า บุคคลนั้นมีอาวุธหรือมีสารปนเปื้อนอย่างไรหรือไม่ ซึ่งก็จะว่าไปตามข้อเท็จจริงตรงนั้น และผมก็ได้ยืนยันไปแล้วว่าถ้าหากมีการละเมิดสิทธิ รัฐบาลนี้เช่นเดียวกันครับเป็นรัฐบาลแรก ที่มาเริ่มต้นกระบวนการในการจัดระบบเกี่ยวกับการร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้อํานาจ ของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะในสถานการณ์และในพื้นที่ที่มีกฎหมายพิเศษบังคับใช้อยู่ เพราะฉะนั้นขณะนี้ก็ได้บอกไปแล้วว่าถ้ามีการใช้อํานาจหน้าที่นอกเหนือขอบเขต ของกฎหมายก็สามารถที่จะร้องเรียนมา แล้วก็จะมีกระบวนการในการเยียวยาด้วย อันนี้ ก็เป็นระบบที่เราทําขึ้น สําหรับความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ในขณะนี้ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ก็กราบเรียนว่า ที่จริงแล้วเราได้บอกลงไปชัดเจนแล้วครับว่าเมื่อผลการทดลอง ผลการพิสูจน์เป็ นเช่นนี้ การใช้เครื่องมือตัวนี้จะเป็ นอันตรายสําหรับตัวผู้ใช้เอง แต่ว่าต้องยอมรับความเป็นจริงและผมเชื่อว่าท่านอยู่ในพื้นที่ท่านจะทราบครับว่า เจ้าหน้าที่ที่ใช้เครื่องตัวนี้มาไม่ใช่เฉพาะในภาคใต้ แต่เจ้าหน้าที่ที่ทํางานทางด้านยาเสพ ติดหรือเจ้ำหน้ำที่อื่น ๆ ยังคงมีความเชื่อจากประสบการณ์ของตัวเองว่า เครื่องนี้ใช้ได้ ส่วนใหญ่จะพูดเสมอเลยว่าใช้ได้ผลถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็ นความเชื่อของเขา สิ่งที่เรายํ้าก็คือว่ามันไม่ได้เป็ นเช่นนั้นในการทดสอบ ในการทดลอง ซึ่งได้มีการพิสูจน์กันในเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ในขณะนี้เราต้องใช้เวลา ในการทําความเข้าใจไม่ให้กระทบกับขวัญกําลังใจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งกลับมีคําถาม ย้อนกลับมาว่าถ้าไม่ให้เขาใช้แล้วนี่จะให้เขาใช้อะไร หรือทําอย่างไร ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า ในขณะนี้ก็ไม่มีเครื่องมือหรือเทคโนโลยีอื่นที่เหมาะสมที่จะมาใช้แทนตัวนี้ได้ ฉะนั้นแนวของเราก็คือว่าให้มีการรับทราบซึมซับเข้าไปว่าเครื่องมือตัวนี้ไม่มีประสิทธิภาพ จากการทดลอง แต่ถ้าเราจะไปสั่งห้ามทันทีทันใดจะเป็นปัญหากับเจ้าหน้าที่ซึ่งมี ความเชื่อและยังอยากจะใช้เครื่องมือตัวนี้อยู่ เราให้เขาทราบความเสี่ยง เราปกป้ อง ประชาชนไม่ให้มีผลกระทบในเรื่องของสิทธิ แล้วเราก็จะดําเนินการในการซักซ้อม ทําความเข้าใจว่าจะเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติอย่างไร โดยไม่มีเครื่องมือตัวนี้ ซึ่งผมได้สั่งการและมอบนโยบายให้กับทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบกไปแล้วครับ