รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๓
ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพุธที่ ๒๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๓
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุโขทัย ผมขอหารือ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่น้ําท่วม ทําความเสียหายในเรื่องของพืชไร่ โดยเฉพาะ เรื่องข้าว ซึ่งพันธุ์ข้าวที่ปลูกไปก็ได้รับความเสียหาย แล้วก็พี่น้องเกษตรกรปลูกข้าวนั้น จะต้องทําการปลูกใหม่แต่ไม่มีพันธุ์ข้าว ผมก็ฝากถึงทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้แจกพันธุ์ข้าวปลูกให้กับเกษตรกรที่ข้าวเสียหาย โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ก็หลายอําเภอด้วยกันนะครับ
แล้วเรื่องที่ ๒ ฝากถึงท่านประธานสภานะครับ ถึงกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ด้วยมีถนนในหมู่บ้านที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา อย่างเช่น หมู่ ๒ ตําบลบ้านใหม่สุขเกษมเชื่อมกับหมู่ ๘ บ้านวังไผ่สูง ตําบลไกรนอก อําเภอกงไกรลาศ ซึ่งถนนเส้นนี้เปึนถนนเชื่อมระหว่าง ๒ ตําบลในอําเภอกงไกรลาศ แล้วเปึนถนนที่สําคัญ ในการที่จะขนพืชไร่ของพี่น้องเกษตรกรนํามาสู่ตลาด แล้วโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรนั้น ก็ได้ใช้ถนนเส้นนี้ในการไปไร่ไปนา ในการออกพื้นที่การทําไร่ทํานาของพี่น้อง
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งครับ ประปาหมู่บ้านที่ยังขาดแคลนก็มีจํานวนมากครับ ไม่ว่าจะเปึนหมู่ ๘ ตําบลไกรนอก อําเภอกงไกรลาศ หมู่ ๖ หมู่ ๗ ตําบลไกรกลาง อําเภอกงไกรลาศ หมู่ ๘ ตําบลหนองจิก อําเภอคีรีมาศ หมู่ ๒ ตําบลทุ่งยางเมือง อําเภอคีรีมาศ หมู่ ๙ ตําบลยางซ้าย อําเภอเมืองสุโขทัย แล้วก็หมู่ ๕ ตําบลบ้านสวน อําเภอเมือง ก็ฝากกับท่านประธานสภาถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ให้เข้าไปดูแลในเรื่องของประปาหมู่บ้านครับ
ต่อไปคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ ไม่ต้องบ่นนะ เชิญตามอัธยาศัย ๒ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการหารือค่ะ
เรื่องแรกที่อยากจะหารือกับท่านประธานก็คือ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องชาวบ้านโนนโก ตําบลบ้านเขว้า อําเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิค่ะ ว่าโทรศัพท์ สาธารณะสายโทรศัพท์ขาดมาเปึนเวลา ๘ เดือนแล้ว ดิฉันได้หารือไปแล้วหลายครั้ง ทางท่านรัฐมนตรีก็ให้ออกไปติดตามซ่อมแซมค่ะ แต่ว่าตรงจุดที่บ้านโนนโกนี้ค่ะ ผ่านมา ๘ เดือนยังใช้การไม่ได้ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ ให้ท่านช่วยสั่งการออกไปแก้ไขด้วยค่ะ ชาวบ้านเขาติดต่อสื่อสารกับที่อื่นไม่ได้ เวลามี ปัญหาเกิดขึ้นเดือดร้อนมากค่ะ
เรื่องที่สอง ก็คือตอนนี้ที่จังหวัดชัยภูมิ คงจะไม่ใช่แค่ที่จังหวัดชัยภูมิ คงจะทั่วประเทศค่ะ มีอาการระบาดของไข้หวัด ๒๐๐๙ แล้วก็ไข้เลือดออกค่ะท่านประธาน ชาวบ้านหลายท่านบอกดิฉันว่าได้มีการไปขอรับฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลของรัฐ ปรากฏว่า วัคซีนไม่มีให้ฉีดในการจะปัองกันไข้หวัด ๒๐๐๙ ดิฉันไม่เชื่อก็ลองไปสอบถามที่ โรงพยาบาลค่ะ ปรากฏว่าวัคซีนขาดแคลนจริง ๆ ท่านประธาน คงต้องฝากท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ช่วยดูแลแก้ไขในเรื่องวัคซีนไม่เพียงพอ ต่อการปัองกันโรคระบาดที่เกิดขึ้นด้วยค่ะ
เรื่องที่สาม ก็คือวันนี้ดิฉันเปึนคนที่ต้องยอมรับว่ามาที่สภาค่อนข้างเช้า ดิฉันไม่แน่ใจว่าบริเวณชั้น ๒ เท่าที่ดิฉันเคยทราบก็คือจะให้เฉพาะ ส.ส. แล้วก็ผู้ที่ เกี่ยวข้องมาเดินข้างบนได้ใช่ไหมคะ แต่ว่าเท่าที่ดูค่ะ ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมา ดิฉันเห็น บุคคลภายนอกเข้ามาเดินค่อนข้างมาก ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการ ให้ช่วยดูแลด้วยค่ะว่าเปึนบุคคลมาจากไหน บางครั้งแต่งกายไม่ค่อยสุภาพเรียบร้อย ก็ยังขึ้นมาเดินข้างบน แล้วก็เดินพลุกพล่านมาก ดิฉันไม่แน่ใจว่าเปึนใคร อาจจะก่อให้เกิด อันตรายกับเพื่อนสมาชิกได้ค่ะ ต้องฝากท่านประธานแก้ไขด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ
คือแจ้งให้คุณสุนทรีทราบ รัฐมนตรีเขาขอใช้ห้องประชุม ๔ ประชุม แล้วเขาจะอยู่ตอบปัญหาต่าง ๆ เขาก็ได้ขออนุมัติ ต่อสภา สภาก็ได้อนุมัติ ซึ่งมีบุคคลที่เข้ามาเพื่อชี้แจงคณะรัฐมนตรีหลายท่านประมาณ ๒๐-๓๐ คน เราก็ได้อนุมัติแล้ว ก็แจ้งให้ทราบ เราก็ได้กรองเรียบร้อยแล้วครับ บุคคล เหล่านั้นไม่เปึนภัยต่อผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น จึงแจ้งให้ทราบครับ ต่อไปคุณผุสดี ตามไท เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธานนะคะ เรื่องความเดือดร้อน ของชาวบ้าน คือเปึนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณซอยหนองใหญ่ ถนนกาญจนาภิเษก ๐๐๘ โดยเฉพาะ ที่หมู่บ้านเศรษฐี วิว บางแค ซึ่งร้องเรียนมาว่าขโมย โจรเยอะมาก รถที่จอดอยู่ก็หายไป ทั้งคัน รถที่จอดอยู่ในบ้านทรัพย์สินที่อยู่ในรถก็ยังถูกขโมยไปหมด เพราะฉะนั้นเขารู้สึกถึง ความไม่ปลอดภัยอันนี้ ดิฉันก็เลยกราบเรียนหารือท่านประธานเพื่อฝากไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง จะเปึนท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง เพื่อจะ ได้ช่วยกําชับให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติส่งบุคลากรไปดูแลให้ด้วย ขอบพระคุณค่ะ
เชิญคุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ใคร่ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสมาหารือเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ขณะนี้เปึนฤดูฝน ฝนก็ตก น้ําก็ท่วม ข้าวในตําบลกุมภวาป้ ตําบลตูมใต้ ขณะนี้เสียหายมาก เห็นเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากพี่น้อง ประชาชน เพราะฉะนั้นสาเหตุน้ํามันท่วมก็เนื่องจากผักตบชวาในหนองหานนะครับ ท่านประธาน อาทิตย์ที่แล้วผมได้ขอบคุณท่านประธานที่ทําหนังสือไป แล้วก็มีรถแบ็คโฮ (Backhoe) ไปทําให้มันหายออกไป แต่เดี๋ยวนี้มันเต็มนะครับท่านประธาน เต็มอีกแล้ว ผักตบชวา เพราะฉะนั้นท่านเท่านั้นละครับที่จะเปึนที่พึ่งของพี่น้องประชาชน แล้วก็ทําให้ ถนนเสียหาย ถนนขาด สัญจรไปมาก็ไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะในพื้นที่อําเภอวังสามหมอ อําเภอศรีธาตุ ขณะนี้น้ํามันท่วมขังแล้วก็ไหลออกไป เพราะว่าไม่มีแหล่งที่จะระบายน้ํา ให้ออกไปได้ แล้วมาถึงน้ําก็ขังมากแล้วทําให้ข้าวเสียหาย แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งครับ ท่านประธาน ถนนนี่ละสําคัญ ชาวบ้านมาบอกกับผมว่าถนนจากตําบลกุมภวาป้ ไปจังหวัดอุดรธานีนี่ถนนดี ๆ อยู่ วันดีคืนดีก็มีรถเกรดมาขูดถนนที่ดีอยู่แล้วออกนะครับ แล้วก็มาทําใหม่ ทําใหม่ก็ไม่ดีเท่าดิม ก็ฝากท่านด้วยนะครับ ขอบพระคุณมาก
เชิญคุณทศพล เพ็งส้ม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานครับ เนื่องจากรัฐบาลได้มีการดําเนินการจัดสรรงบประมาณ ในการก่อสร้างถนนบางกรวย-ไทรน้อย งบประมาณประมาณ ๙๐๐ กว่าล้านบาท แต่เนื่องจากในขณะนี้ผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ปรากฏว่ามีองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นบางท้องถิ่นได้มีการขุดถนนก่อนที่จะมีการก่อสร้าง เนื่องจาก จะได้มีการใช้งบประมาณไปปรับปรุง ผมขอกราบเรียนท่านประธาน เพื่อผ่านไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีช่วยตรวจสอบดูว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นองค์กรใดที่ได้ ดําเนินการขุด เพราะว่าตอนนี้ฝนก็ตก ทําให้ประชาชนในพื้นที่นั้นได้รับความลําบาก เพราะเนื่องจากจะมีการก่อสร้างอยู่แล้ว
อีกเรื่องหนึ่งก็อยากจะฝากให้ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมเพื่อประสานงานไปยังสํานักงานบํารุงทาง จังหวัดนนทบุรี ให้ขึ้นปัาย ด้วยนะครับว่า ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ในขณะที่จะเริ่มก่อสร้างนั้นห้ามขุดเด็ดขาด เพราะไม่อย่างนั้นแล้วการใช้งบประมาณก็จะมีการซ้ําซ้อนกัน เนื่องจากจะมีการปรับปรุง ทั้งเส้น ๙๐๐ กว่าล้านบาท ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี แล้วก็ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วย ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณสถาพร มณีรัตน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ จากช่วงเวลานี้นั้นเปึนช่วงฤดูปลายฝนต้นหนาวสภาวะของพี่น้อง โดยเฉพาะพี่น้องในเขตจังหวัดลําพูนประสบปัญหาก็คือเรื่องของไข้เลือดออกระบาด และการขาดแคลนเวชกรรมในโรงพยาบาลชุมชนต่าง ๆ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานได้ทําเรื่องหารือไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้องก็คือ
๑. เรื่องของยาพ่นยุง ขณะนี้ปรากฏว่าคุณภาพของยาพ่นยุงพ่นแล้ว ยุงมันบินหนี มันไม่ตาย เสร็จจากนั้นประมาณ ๑ ชั่วโมง ๒ ชั่วโมงมันก็กลับมาอยู่เหมือนเดิม ก็อยากจะให้กระทรวงสาธารณสุขช่วยตรวจสอบคุณภาพของยาพ่นยุงที่ทางองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ได้รับและสนับสนุนไปนั้นว่ามีคุณภาพเปึนยาพ่นยุงจริง หรือเปล่า หรือเอายาไปผสมน้ํากลั่นแล้วก็พ่นเพื่อให้เห็นหมอกควันเท่านั้นเอง ก็อยากจะ นําเรียนท่านรัฐมนตรีช่วยตรวจสอบคุณภาพของยาพ่นยุง
๒. ขณะนี้โรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดลําพูน ประกอบไปด้วยโรงพยาบาล อําเภอบ้านธิ โรงพยาบาลอําเภอป์าซาง โรงพยาบาลอําเภอแม่ทานั้น ขณะนี้ปรากฏว่า ได้ขาดแคลนงบประมาณเวชภัณฑ์หรือยาที่จะแจกจ่ายให้กับพี่น้องชาวบ้าน ซึ่งขณะนี้นั้น ก็เปึนที่ทราบดีว่าเปึนช่วงฤดูปลายฝนต้นหนาวอากาศจะเปลี่ยนแปลงทําให้พี่น้อง ประชาชนนั้นเจ็บป์วย เมื่อไปถึงโรงพยาบาลปรากฏว่าเวชภัณฑ์บางอย่าง ยาบางประเภท ก็ขาดแคลน เขียนใบสั่งยาแล้วให้พี่น้องประชาชนมาเบิกเอาที่โรงพยาบาลศูนย์ ในจังหวัดลําพูน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนนอกจากเจ็บไข้ได้ป์วยแล้ว ยังจะต้องมีภาระในการที่มาเบิกยาในเขตโรงพยาบาลจังหวัด จึงนําเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้โปรดตรวจสอบข้อมูลที่พี่น้องประชาชน ในจังหวัดลําพูนได้ร้องเรียนผ่านกระผมมาครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
คุณผ่องศรี ธาราภูมิ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน มีเรื่องหารือท่านประธานเพื่อกราบเรียนไปยังรัฐบาลโดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม เนื่องจากมีความวิตกห่วงใยต่อการใช้จ่ายงบประมาณของแผ่นดิน อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็ห่วงใยต่อความปลอดภัยของชีวิตพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ แล้วก็ห่วงต่อชื่อเสียงของกรมทางหลวงด้วยนะคะ เพราะว่าเมื่อก่อนนั้นถ้าพูดถึง ถนนกรมทางหลวงจะต้องเปึนถนนที่มีคุณภาพมาตรฐาน แต่ปัจจุบันดิฉันกราบเรียน ท่านประธานว่าขอให้รัฐมนตรีได้ลงไปตรวจสอบ ดิฉันมีตัวอย่างได้รับเรื่องร้องทุกข์ หลายเรื่อง ถนนที่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อช่วงต้นป้หรือว่าเพิ่งเป่ดใช้งาน ยกตัวอย่างถนนทางหลวง พหลโยธินช่วงที่ผ่านปากทางเลี่ยงเมืองลพบุรีเพิ่งสร้างเสร็จสภาพถนนเป่ดใช้งาน ไม่กี่เดือนก็พังเสียหาย ดิฉันจะส่งภาพให้ท่านประธานได้ให้ท่านรัฐมนตรีได้ตรวจสอบ เพราะว่าเสียชื่อกรมทางหลวงนะคะ
อีกเส้นหนึ่งก็คือถนนทางหลวง หมายเลข ๒๐๕ ซึ่งแต่เดิมมีลักษณะ เปึนคอขวดมี ๔ เลนแล้วก็มาเปึน ๒ เลนช่วงย่านชุมชนแล้วก็เปึน ๔ เลนก็มีอันตราย ดิฉัน ขอบคุณที่กรมทางหลวงได้จัดงบประมาณไปขยายช่องทางขณะนี้กําลังก่อสร้าง แต่ว่า เนื่องจากการก่อสร้างออกแบบถนนนั้นไม่ทราบว่าใครเปึนที่ปรึกษาวิศวกร เพราะว่า การออกแบบขยายถนนก็ไม่มีการวางท่อระบายน้ําขยายออกมาเปึน ๔ เลนแล้วก็ถม ทางสาธารณะทางน้ําเดิมขณะนี้ฝนตกหนักน้ําลงไปท่วมขัง ได้สอบถามก็บอกว่า ในแบบไม่มีการวางท่อ ซึ่งมีการสร้างต่อเนื่องมา ก็กราบเรียนว่าถ้าช่วงที่อยู่เปึนทุ่งนา น้ํามันก็หลากลงทุ่งไม่เปึนไร แต่ถ้าผ่านบ้านเรือนราษฎรก็จะมีปัญหามาก ๆ ไม่ทราบว่า จะแก้ไขทันหรือไม่นะคะ
สุดท้ายก็คือถนนที่มีไฟทางสาธารณะหลายเส้นไฟดับ พี่น้องประชาชน ก็ได้รับอันตรายโดยเฉพาะในช่วงเส้นทางโค้งสายลพบุรี-บ้านแพรกเส้นทางโค้งตลอด แล้วก็พี่น้องต้องมายืนรอรถทํางานโรงงานรอบดึก ก็ขอให้ปรับปรุงแก้ไขเปึนการด่วนด้วยค่ะ
คุณนิยม วรปัญญา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎร จํานวนมากว่าเกิดภัยพิบัติในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาแล้วก็ป้ก่อน ๆ ด้วย มีชํารุดหลายสาย ในจังหวัดลพบุรีนะครับ ยังไม่ได้ซ่อมบํารุงให้ดีทั้งทางหลวงชนบทแล้วก็ทางหลวง ของกรมทางหลวงแผ่นดิน แล้วก็ของชลประทานก็มี นอกจากนั้นก็ยังมีของ อบต. อบจ.
ข้อที่ ๒ ฝายหรืออ่างที่ทําไว้ป้นี้น้ําไม่เต็ม อยากจะให้มีการขุดคลองส่งน้ํา หรือว่าวางท่อสูบน้ําให้เต็ม
ข้อที่ ๓ เขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ป้นี้น้ําไม่เต็มครับท่านประธาน นอกจากตื้นแล้ว น้ําก็ยังไม่เต็มอีก ป้นี้น้ําจะไม่พอใช้จะเดือดร้อนมาก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสํารวจตรวจสอบและจะแก้ไขอย่างไรครับ
ข้อที่ ๔ ที่จังหวัดลพบุรีมีเทือกเขาเหมาะสมในการที่จะทําไฟฟัาจาก พลังงานลม แล้วก็น้ําจากแม่น้ําป์าสักต้นน้ํามาจากจังหวัดเลยสามารถที่จะทําเปึน พลังงานน้ําผลิตกระแสไฟฟัาได้ แล้วก็นอกจากนั้นไฟฟัาที่จะได้จากโซล่าเซล (Solar cell) นี้ ก็มีอยู่ในที่สูงสามารถจะได้แสงแดดพอที่จะทําได้จํานวนมากหลายจุด
ข้อที่ ๕ ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งปราบเพลี้ยแปังทําลายมันสําปะหลัง และเพลี้ยกระโดดก็ทําลายข้าว
ข้อที่ ๖ ขอให้จัดหาพันธุ์ข้าวครับพันธุ์ข้าวที่ได้มานี้เปึนพันธุ์ข้าวที่ผลิตใหม่ แพงมาก
ข้อที่ ๗ ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งพัฒนาแหล่งน้ํา เพราะว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องน้ําอยู่ แต่ว่าการสํารวจออกแบบยังไม่เพียงพอ
เขียนหนังสือมาส่งให้ ประธานดีกว่า
ทั้งหมด ๑๐ เรื่องนะครับท่านประธาน ของส่งเปึนหนังสือ ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปคุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม ด้วยพี่น้องราษฎรมีความเดือดร้อน มานานหลายสิบป้ร้องเรียนกันมามากเรื่องถนนไร้ฝุ์น ไร้หลุม ที่ทําให้คุณภาพชีวิตของ ราษฎรดีขึ้น ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท พี่น้อง ราษฎรขอให้มีการก่อสร้างถนนไร้ฝุ์น เส้นทางที่ ๑ จากบ้านนาคอย หมู่ ๕ หมู่ ๑๐ หมู่ ๑๓ ไปบ้านสามัคคี หมู่ ๗ และไปบ้านโนนกุง หมู่ ๙ บ้านกุดน้ําใส หมู่ ๖ รวม ๖ หมู่บ้าน ของตําบลนางัว อําเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ระยะทาง ๗ กิโลเมตร เส้นทางที่ ๒ พี่น้องราษฎรร้องเรียนมา ซึ่งความเดือดร้อนของพี่น้องหมู่ ๑๓ บ้านคําน้ํากกเหนือ และหมู่ ๑๗ บ้านคําเจริญ ตําบลหนองแวง อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ขอให้ ก่อสร้างถนนไร้ฝุ์นจากบ้านคําเจริญหมู่ ๑๗ ตําบลหนองแวง อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ไปบ้านดงน้อย ตําบลสามผง อําเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ระยะทาง ๔ กิโลเมตร ถนนไร้ฝุ์นเส้นทางที่ ๓ พี่น้องราษฎรร้องเรียนมามากเช่นกัน จากสามแยกถนนเทศบาล ตําบลนาหว้า อําเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ไปบ้านบะหว้า บ้านท่าเรือ หมู่ ๘ ตําบลท่าเรือ อําเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม
เรื่องต่อมาอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน พี่น้องราษฎรร้องเรียนมาต้องการสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟัาและระบบส่งน้ํา ทางท่อที่บ้านนาคอย หมู่ ๕ หมู่ ๑๐ หมู่ ๑๓ ตําบลนางัว อําเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม และขอขุดลอกหนองเรือ บ้านท่าเรือ หมู่ ๒ ตําบลท่าเรือ อําเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม จะได้มีน้ําเพื่อการเกษตรตลอดป้ตามนโยบายของรัฐบาล น้ําถึงไร่นา ประปาถึงทุกบ้าน กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ ตอนนี้บ้านเมืองก็มีปัญหาค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะเรื่องน้ําท่วม เมื่อวานนี้ปรากฏว่ามีคน ฆ่าตัวตาย แต่มีปัญหาที่ผมอยากให้ท่านประธานได้แจ้งไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะปัญหานี้เปึนปัญหาที่กําลังระบาดมาก นั่นคือมีการตั้งด่านของตํารวจ ทั้งตํารวจท้องที่ ตํารวจทางหลวง กระทั่งขนส่งจังหวัด ก็ไปตั้งด่านกันจนมากเกินกว่าที่ควรจะเปึน ท่านประธานครับ ผมมาดูว่าไปศึกษา ต่างประเทศนะครับ ประเทศที่เจริญแล้วการตั้งด่านน้อยมาก แต่มาเปรียบเทียบกับ ประเทศไทยท่านประธาน ด่านตํารวจถ้าตรวจแล้วมันเกิดประโยชน์ ตรวจแล้วทําให้ ปัองกันการโจรกรรม ปัองกันอาชญากรรม ปัองกันการใช้รถเร็ว ปัองกันการบรรทุกน้ําหนัก เกินได้ ผมว่าเปึนเรื่องที่ดี แต่ท่านประธานไปดูครับ การตั้งด่านตรวจ ไปถามประชาชนครับ ด่านตรวจที่ตั้งเปึนด่านรีดไถ มันไม่ใช่ด่านตรวจปัองกันอะไรเลยครับ ปรากฏว่ารีดไถกัน ตอนนี้ก็ส่วยทางหลวงเขาบอกมีมากเหลือเกิน ผมอยากให้ท่านประธานผ่านไปถึง ท่าน ผบ.ตร. ท่านใหม่ ท่านมือสะอาดครับ ท่าน พลตํารวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ฝากถึง ท่านหน่อย ท่านไปดูหน่อยครับ โดยเฉพาะตํารวจทางหลวง วันนี้ตรวจจนงงครับ ผมเคย ถามว่าตรวจอะไร ไม่พูดครับ ยิ้ม ผมก็ว่าจะตรวจอะไรนักหนา ผมอยากฝากท่านประธาน ผมว่าทําให้เหมือนประเทศที่เจริญแล้วครับ ด่านตรวจนี่ตรวจเฉพาะเวลาที่จําเปึน นี่ตรวจกันแหลกอย่างนี้ ผมว่าสักวันหนึ่งผู้ประกอบการหรือประชาชนอาจจะผูกคอตาย เหมือนกับน้ําท่วมก็ได้ครับ ขอบคุณครับ
คุณขยัน วิพรหมชัย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดลําพูน
เรื่องที่ ๑ ปัญหาการฆ่าตัวตายสําเร็จของชาวจังหวัดลําพูนซึ่งมีสถิติ ที่ค่อนข้างสูง ผมอยากขอกระทรวงสาธารณสุขได้เร่งดําเนินการประสานภาคี หน่วยงาน ทุกภาคส่วนรวมพลังในการหยุดยั้งการฆ่าตัวตายของคนจังหวัดลําพูน
เรื่องที่ ๒ ปัญหาการรับซื้อฟ๋นของบริษัท สหโคเจน ในเขตพื้นที่ตําบล ป์าสัก อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน เพื่อผลิตโรงไฟฟัาชีวมวล ซึ่งผมเกรงว่าจะเปึน การส่งเสริมการตัดไม้ทําลายป์า
เรื่องที่ ๓ ปัญหาน้ําท่วมในเขตตําบลเวียงยอง อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน ขอให้กรมชลประทานได้ดําเนินการสํารวจประมาณการออกแบบก่อสร้างประตูป่ดเป่ด ลําน้ําเหมืองแดน ลําน้ําร่องจัน หมู่ ๘ บ้านวังไฮ เพื่อเปึนการปัองกันและแก้ไขปัญหาน้ําท่วม
เรื่องที่ ๔ ขอให้กรมชลประทานได้ดําเนินการเร่งรัดการก่อสร้างระบบ การปัองกันน้ําท่วมซ้ําซากในเขตพื้นที่ตําบลป์าซาง ซึ่งเปึนเขตและย่านของหมู่บ้าน หัตถกรรม ซึ่งที่ผ่านมาน้ําท่วมค่อนข้างมาก ขณะนี้รับทราบว่ากรมโยธาธิการและผังเมือง เคยได้มีการสํารวจประมาณการและออกแบบ
เรื่องที่ ๕ ขอติดตามการก่อสร้างอ่างห้วยขี้เหล็ก ตําบลศรีบัวบาน อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน ซึ่งขณะนี้รอผลศึกษาทางด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งพี่น้อง ชาวจังหวัดลําพูนฝากผมมา
เรื่องที่ ๖ ชาวบ้านเลี้ยงปลาในเขตอําเภอเวียงหนองร่องถูกฝนตก น้ําท่วม ทําให้กระชังปลาไหล แล้วขณะนี้มีความเสียหายมูลค่าไม่ต่ํากว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้กรมประมงได้เร่งดําเนินการช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านที่เลี้ยงปลาทับทิมในเขต ลุ่มน้ําแม่ป่ง อําเภอเวียงหนองร่อง และขอให้ธนาคาร ธ.ก.ส. ได้ชะลอการชําระหนี้ เพราะว่าเกษตรกรไปกู้ ธ.ก.ส. มาเปึนเงิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
เชิญคุณสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ และเขตองค์การบริหารส่วนตําบลหนองไผ่ อําเภอแก้งคร้อ ความยาวประมาณ ๑ กิโลเมตร และฝังท่อระบายเพราะบางช่วงเปึนที่สูงที่ต่ํา แต่เท่าที่ผมได้รับทราบ จากท่านนายอําเภอแก้งคร้อและนายกองค์การบริหารส่วนตําบลหนองไผ่ นายกเทศมนตรี ตําบลแก้งคร้อ บอกว่าทางกรมทางหลวงยังไม่ได้ดําเนินการแต่ประการใด ปัญหาน้ําท่วม เกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะเรื่องฝนตกอย่างเดียว แม้แต่น้ําที่ระบายออกจากเขตเทศบาล ตําบลแก้งคร้อก็จะไปทําให้มีการท่วมขังอยู่บริเวณนั้น ทําให้เสียหายในเรื่องของ สิ่งแวดล้อมและอาจจะเปึนต้นเหตุของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บ ที่สําคัญน้ําท่วมถนน ทําให้การจราจรการเดินทางได้รับความไม่ปลอดภัย กระผมจึงขอฝากท่านประธาน ได้แจ้งไปยังกรมทางหลวงให้ดําเนินการเรื่องนี้ โปรดอย่าได้บอกว่ารอให้มีการก่อสร้าง ถนน ๔ เลนก่อน เพราะถนน ๔ เลนนั้นงบประมาณป้ ๒๕๕๔ ที่ขอไว้ก็ยังไม่ได้บรรจุ จะบรรจุป้ใดก็ไม่ทราบ ก็ฝากท่านประธานได้กรุณาครับ ขอบคุณครับ
คุณวัชระ เพชรทอง เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน นักเรียน และผู้ปกครอง โรงเรียนวัดหนองแขม สังกัดกรุงเทพมหานคร ต้องการห้องน้ําเพิ่มเติม อยากจะให้ กรุงเทพมหานครไปดําเนินการ และนักเรียน ผู้ปกครองโรงเรียนปัญญาวรคุณต้องการ ห้องน้ําเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน แต่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ต้องการให้รัฐมนตรี ไปดําเนินการ ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งคือนางพรนภัส สุภานุรัตน์ อยู่ที่หมู่บ้าน เพชรเกษม ๔ ปรากฏว่าหมู่บ้านดังกล่าวนั้นน้ําท่วมขังต้องการให้การเคหะแห่งชาติ ไปลอกท่อระบาย และนางสาวสุพินดา ชนะวรางกูร พร้อมผู้ร้องจํานวน ๙๐ ราย ซึ่งเปึนประธานชุมชน ซอย ๙๙ เขตหนองแขม ต้องการให้การเคหะแห่งชาติไปสร้างถนน ในซอยของชุมชนดังกล่าว ท่านประธานครับ นายพรสมพล ณัฐวรานนท์ และภรรยา ซึ่งเปึนผู้พิการทางขา มีบุตร ๑ คน ต้องการขอความช่วยเหลือไปยังรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอจัดสรรโควตาลอตเตอรี่สัก ๒-๓ เล่มใหญ่ เพื่อต่อลมหายใจของชีวิตก็ไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่ ส่วนปัญหาในขณะนี้ของพี่น้อง ชาวอีสานในกรุงเทพมหานคร ก็คือว่าข้าวเหนียวมีราคาแพงถึงกิโลกรัมละ ๓๑ บาท อยากจะให้กระทรวงพาณิชย์ไปควบคุมราคา และมีพี่น้องประชาชนส่งจดหมายร้องเรียนว่า บริษัทหยกสิน จํากัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ตําบลสวนหลวง อําเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เจาะบ่อบาดาลและปล่อยน้ําเสียลงในแม่น้ําลําคลอง และยังพูดอีกว่าโรงงานแห่งนี้ เปึนของชาวไต้หวัน เขาพูดว่าคนไทยนั้นใช้เงินฟาดหัวก็จบเรื่อง ก็หมายถึงใช้เงินฟาดหัว ข้าราชการก็จบเรื่อง ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งคือนางใหม่ กนกกิจเจริญพร ซึ่งเปึนปัา ของคุณกิตติชัย กนกกิจเจริญพร ถูกจับกุมจาก สน. บางขุนเทียน ข้อหาว่าจําหน่ายยาบ้า แท้ที่จริงหลานของเธอไม่ได้เปึนอย่างนั้น ซึ่งหลานของเธอนั้นต้องการจะเปึนทหาร แต่ตํารวจได้ยัดเยียดความอยุติธรรมให้ ซึ่งบัดนี้ถูกขังอยู่ในเรือนจําธนบุรี ต้องการขอ ความเปึนธรรมจาก ผบ.ตร. คนใหม่ ขอบคุณครับ
คุณบุญรื่น ศรีธเรศ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย เมื่อวันเสาร์วันอาทิตย์ที่แล้วนะคะท่านประธาน ดิฉันได้รับคําร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนยาวตําบลลําชีทุกหมู่บ้าน ตําบลเหล่ากลาง ตําบลฆ้องชัยทุกหมู่บ้านของอําเภอ ฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งดิฉันได้หารือกับท่านประธานครั้งหนึ่งแล้วครั้งที่ผ่านมาค่ะ ทีนี้เขาถูกอุทกภัยน้ําท่วมนาข้าวเปึนเวลา ๑ เดือนแล้วที่ข้าวจมอยู่ในน้ํา แล้วก็ถึงปัจจุบัน นี้ก็เน่าเป๋ือยไปหมดแล้วค่ะ ในส่วนที่เสียหายยังไม่มีท่านนายอําเภอหรือข้าราชการ จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งพอที่จะแนะนําอะไรเขาได้ ไม่ไปเยี่ยมเลยค่ะ ท่านประธาน เขาก็เลยมีความวิตกกังวลว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล เหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ เพราะฉะนั้นก็เลยอยากจะขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง ท่านผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเปึนท่านนายอําเภอฆ้องชัย ท่านเกษตรอําเภอ ได้ออกไปเพื่อเปึนขวัญกําลังใจในการที่ได้รับความเสียหายในครั้งนี้ว่าจะได้รับการชดเชย หรือไม่นั้นก็ต้องออกไปดูแลเขาด้วยค่ะท่านประธาน จะเปึนพระคุณอย่างสูงยิ่ง ขอบพระคุณมากค่ะ
คุณมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม มนต์ชัย พรรคกิจสังคม จังหวัดพิษณุโลก สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ มีอยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรก เปึนเรื่องของการแก้ไขปัญหานักเรียนตีกัน สิ่งที่ผมเอง นํามาพูดนี้ได้รับคําแนะนําจากผู้ปกครองว่าเปึนไปได้หรือไม่ทางกระทรวงศึกษาธิการ จะแก้ไขกฎกระทรวงหรือระเบียบในการแต่งกายของนักศึกษาให้มันมีแบบฟอร์ม ที่เหมือนกันทั้งหมด เทคนิค พาณิชย์ต่าง ๆ ให้แบบฟอร์มเดียวกันทั้งหมด เข็มขัดก็ให้ มันเหมือนกัน แต่งกายอาจจะเปึนเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงขายาวสแลค ผู้หญิงก็ใส่ กระโปรงแล้วก็เสื้อ ผู้หญิงนี้คงไม่ค่อยมีปัญหา ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องผู้ชาย ในเรื่อง ของเทคนิคนั้นถ้าเปึนเสื้อชอป (Shop) เสื้อที่ทํางานฝ๊กงานก็ขอให้นําไปไว้ที่โรงเรียน เปึนของใช้ประจําโรงเรียนซึ่งทางโรงเรียนควรจะจัดหาให้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะทําให้สภาพ ของเด็กนั้นก็จะไม่รู้ว่าใครอยู่สถาบันไหน ไม่เช่นนั้นแล้วปัญหานี้มันเกิดไม่สิ้นสุด หรอกครับ อันนี้ก็เปึนแนวทางหนึ่งที่ผู้ปกครองเขาแนะนํามา ผมเองก็นํามาเล่าสู่กระทรวง ให้ฟังผ่านทางท่านประธานครับ
เรื่องที่สอง การแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ซึ่งทราบมาว่างบประมาณป้ ๒๕๕๓ งบไทยเข้มแข็งมีงบเหลือจ่ายอยู่หลายหมื่นล้านบาท ดังนั้นเพื่อเปึนการช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวจังหวัดพิษณุโลกตั้งแต่จังหวัดสุโขทัยได้ขุดลอกน้ํายม สายเก่ามาทําให้จังหวัดพิษณุโลกนั้นเกิดปัญหาน้ําท่วมเพิ่มขึ้น จังหวัดสุโขทัยลดน้อยลง อันนี้ก็อยากจะให้ทางกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ํา ได้นํางบประมาณเหล่านี้มาแก้ไขให้ตลอดรอดฝัืงเพื่อที่จะไม่เกิดปัญหาซ้ําซากให้กับ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวอําเภอบางระกําทุกวันนี้น้ําท่วมมาเปึนเวลา เปึนเดือนแล้ว จึงขอให้ทางภาคราชการไปแก้ไขให้ด้วย ขุดลอกห้วย หนอง คลอง บึง ต่าง ๆ ขอขอบคุณครับ
เชิญคุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์
กราบขอบพระคุณท่านประธาน ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่าน ๒ เรื่องนะคะ
เรื่องแรก ถนนสายจังหวัดเพชรบูรณ์ ทช. ๔๐๑๑ จากแยก ๑๐๒๕ บ้านน้ําลัด อําเภอวังโปร่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับความเสียหายจากน้ําท่วมเมื่อเดือน ที่แล้ว คอสะพานขาดหลายสะพานแล้วก็ผิวการจราจรเสียหายตลอดเส้นทาง ช่วงนี้ได้รับ ความอนุเคราะห์ดูแลจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ด้วย ความเรียบร้อย เราเพียงแต่อยากจะนําเสนอว่าอยากให้ช่วยดูแลเรื่องงบการซ่อม ที่มันถาวรให้เร็วขึ้นค่ะ เพราะเคยมีตัวอย่างเมื่อป้ที่แล้วความเสียหายของถนนเส้นตรง อําเภอหนองไผ่ของดิฉัน ปรากฏว่าเพิ่งจะได้รับงบประมาณในการซ่อมในป้นี้ ซึ่งมันก็ ไม่ทันเหตุการณ์ ก็เลยขอฝากเส้นทางสายบ้านน้ําลัด อําเภอวังโปร่ง ตรงนี้ให้ทาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดเรื่องงบประมาณไปทําให้เรียบร้อย เพราะว่ามีคอสะพานขาด เสียหายมากค่ะ
อีกเส้นหนึ่ง ก็คือการซ่อมบํารุงถนนสายแยก ๒๒๕ ไปลาดบ้านลาดแค อําเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์เช่นกัน เส้นทางนี้ระยะทางทั้งหมด ๒๘ กิโลเมตรเศษ สร้างเสร็จมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๑ ปัจจุบันก็เปึนหลุมเปึนบ่อทรุดโทรมมาก ดิฉันก็เคยมีหนังสือ ขอหารือไป ตั้งกระทู้ถามไปให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา แต่ก็ได้รับคําตอบมาจาก ท่านรัฐมนตรีว่าไม่สามารถที่จะบรรจุเส้นทางนี้เข้ากับแผนใด ๆ ของทางกระทรวงได้ แต่ว่าได้มีการจัดงบซ่อมบํารุงให้เมื่อป้ที่แล้ว ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาทสําหรับเส้นทาง ตั้ง ๒๘ กิโลเมตร แล้วก็เงื่อนไขที่บรรจุเข้าโครงการต่าง ๆ ไม่ได้ก็คือว่าเส้นทางนี้ มีการจราจรต่ํากว่า ๑,๐๐๐ พีซียู (PCU) ต่อวัน หลักเกณฑ์ในตรงนี้ควรจะพิจารณาดูว่า ถนน ๘ จังหวัดนี้ส่วนใหญ่แล้วความหนาแน่นของการจราจร มันจะเปึนฤดูการขนส่ง พืชผลทางการเกษตรออก เพราะฉะนั้นหลักเกณฑ์ในการเฉลี่ยปริมาณการใช้การจราจร แบบนี้อาจจะไม่เหมาะสม ขอฝากท่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาตรงนี้ด้วยค่ะ ดิฉันได้แนบเอกสารการตอบกระทู้ถามทั้ง ๒ กรณีไปกับหนังสือในวันนี้ถึงท่านด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
สภายินดีต้อนรับผู้อํานวยการ โรงเรียนจากจังหวัดลพบุรีด้วยความยินดีนะครับ ต่อไปเชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรกก็คือ ภาคใต้กําลังจะเข้าสู่ฤดูฝนจะมีน้ําหลากท่วม ในพื้นที่ อําเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเปึนพื้นที่ส่วนใหญ่มีป์าพรุควนเคร็ง เปึนที่ตั้งอยู่ เปึนที่รับน้ํา แล้วก็พี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายทางด้านการเกษตร ทุกป้ องค์การบริหารส่วนตําบลสวนหลวงโดยนายก อบต. องอาจ หนูทองแก้ว ได้ประสานผลักดันโครงการร่วมกับอําเภอเฉลิมพระเกียรติ ส่วนราชการ แล้วก็ ภาคการเกษตร ที่จะให้มีการจัดสร้างอ่างเก็บน้ําที่อําเภอเฉลิมพระเกียรติขึ้น เปึนแก้มลิง ที่จะรับน้ําแล้วก็กักเก็บน้ําใช้เพื่อการเกษตรในช่วงหน้าแล้ง รวมทั้งเปึนแหล่งอนุรักษ์ พันธุ์สัตว์น้ําด้วยนะครับ แต่ว่าโครงการนี้เสนอไปแล้วทั้งกรมชลประทาน ทั้งกรมป์าไม้ เห็นด้วย แต่ว่าก็ไม่มีงบประมาณในการไปศึกษาสํารวจความเปึนไปได้นะครับ ก็หารือ มายังท่านประธานเพื่อประสานกับกรมชลประทานเร่งบรรจุโครงการดังกล่าวเข้าแผน เพื่อดําเนินการในป้งบประมาณต่อไปนะครับ
เรื่องที่สอง ถนนสายสี่แยกต้นหว้า ทุ่งท่าลาด ซึ่งเปึนถนนทางแยกจาก สนามบินเข้าไปสู่สวนสาธารณะของเทศบาลนครนครศรีธรรมราชนะครับ พี่น้องประชาชน ใช้เส้นทางนี้สัญจรไปมามากแล้วก็เปึนเส้นทางหลักไปสู่งานเทศกาลต่าง ๆ ที่เทศบาลจัดขึ้น แต่ว่าถนนเส้นนี้มีสภาพเปึนหลุมเปึนบ่อแล้วก็ทรุดโทรมมาก ทั้ง ๆ ที่ เปึนถนนเส้นทางหลัก แล้วอดีตเคยเปึนถนนของกรมทางหลวงชนบทก็โอนให้กับ อบต. นาเคียน อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช ปัจจุบันนี้ อบต. ก็ไม่มีกําลังงบประมาณ เพียงพอที่จะซ่อมแซมได้ ประกอบกับมีรถบรรทุกหนักวิ่งมาก ก็อยากให้กรมทางหลวง ชนบทลองไปหารือกับ อบต. นาเคียน เพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไปครับ ขอบคุณครับ
คุณอนุรักษ์ บุญศล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย เรื่องการก่อสร้างถนนลาดยางสายสามแยกบ้านดงห้วยเปลือย ถึงสามแยกบ้านโคกสง่า-นาเจริญ ตําบลดงหม้อทอง อําเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร ถนนสายนี้ถือว่าเปึนถนนสายประวัติศาสตร์ค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ หลายสิบป้มา ไม่เคยพัฒนาในด้านใดเลย ถ้าพูดถึงเรื่องของการเปึนหลุมเปึนบ่อนั้นเปึนมากจริง ๆ ค่ะ แล้วถนนสายนี้มีพี่น้องประชาชนหลายหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเปึนหมู่บ้านเหล่าสมบูรณ์ หมู่บ้านขี้เหล็ก บ้านดงหม้อทองและหมู่บ้านดงหม้อทองใต้ ซึ่งทั้ง ๔ หมู่บ้านที่กล่าวมานั้น เปึนคอมมิวนิสต์ ต้องบอกว่าเปึนถนนสายคอมมิวนิสต์เก่า ซึ่งต่อมานี้เปึนประชาธิปไตย แล้วแต่ว่ายังไม่ได้รับการพัฒนาเลยหลายสิบป้มาแล้ว จึงร้องขอว่าถนนสายนี้มีประชากรอยู่ กว่า ๑,๐๐๐ ครัวเรือนเลยทีเดียวค่ะที่อาศัยอยู่ริมถนน ๒ ฝัืงถนนนี้ แล้วการสัญจรไปมานั้น ลําบากมาก ลําบากทั้งหน้าฝนและหน้าแล้ง ยิ่งหน้าแล้งฝุ์นละอองตลบอบอวลไปหมดค่ะ จึงร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบพัฒนาอย่างเร่งด่วนเพื่อที่ประชาชนจะได้มีความสุข จากการใช้ถนนเส้นนี้
เรื่องที่สอง ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นางสาวกนิษฐา ผ่านแสงเสา กับนางสุภาพร บุญญาพิทักษ์ และพี่น้องชาวบ้านขาวหมู่ ๕ ตําบลบงเหนือ อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ซึ่งพี่น้องชาวบ้านขาว หมู่ ๕ ตําบลบงเหนือนี้นั้นได้ร่วมมือกันก่อสร้างศูนย์แล้วทีนี้ไม่ได้รับเข้าใน
มันกินเวลาคนอื่นเขาครับ ต้องวางให้มันถูกกฎเกณฑ์ครับ
ขออนุญาตอีกนิดหนึ่งค่ะ ยังไม่ได้ เข้าในศูนย์ อบต. เลยไม่มีเงินค่านม ขอค่านมให้กับเด็ก ๆ ๓๑ คน มีหนังสือจะให้ ท่านประธานต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปคุณชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ จากการได้ลงพื้นที่ก็ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานในเรื่อง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ใช้น้ําประปา โดยเฉพาะ ของเทศบาลตําบลบ่อตรุของอําเภอระโนด จังหวัดสงขลา เนื่องจากขณะนี้ทางกรมทางหลวง จะขยายถนนเปึน ๔ ช่องจราจรและทางการไฟฟัาส่วนภูมิภาคต้องขยายเขตใหม่ ต้องเลื่อนเสาไฟใหม่ การเลื่อนเสาไฟของการไฟฟัาส่วนภูมิภาคไปทับเส้นทางเดินของน้ํา หรือท่อเมน (Main) ของน้ําประปา ดังนั้นปัญหานี้จึงเกิดกับพี่น้องราษฎรในเขตตําบลบ่อตรุ เปึนอย่างยิ่ง ดังนั้นก็อยากให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้ง ๓ ส่วน โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม หรือกรมทางหลวง ช่วยกันร่วมมือที่จะยื่นมือเข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับ ราษฎรในเทศบาลตําบลบ่อตรุในเรื่องการใช้น้ํา
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่ต้องการ ใช้ไฟฟัาเพื่อการเกษตรต้องการให้การไฟฟัาส่วนภูมิภาคไปขยายเขตให้กับราษฎรพี่น้อง บนคันคลองอาทิตย์ของตําบลคลองรี อําเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เพราะเกษตรกร ส่วนใหญ่ตรงนั้นต้องการไฟฟัาที่ใช้ในการเกษตรเปึนอย่างยิ่ง อยากจะฝากท่านประธาน ไปยังการไฟฟัาส่วนภูมิภาคหรือกระทรวงมหาดไทยช่วยดําเนินการไปปักเสาไฟกับพี่น้อง เพื่อใช้ในการเกษตรรวมถึงพี่น้องของอําเภอระโนดด้วยที่ต้องการใช้ไฟฟัาตรงนี้ เพื่อการเกษตร
อีกเรื่องท่านประธานครับ เปึนเรื่องของถนนหนทาง พี่น้องราษฎรโดยเฉพาะ พี่น้องตําบลบ้านขาว หมู่ที่ ๕ ต้องการถนนคอนกรีตที่บ้านคูวาตก ระยะทางประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร เพื่อเปึนเส้นทางใช้ในการขนส่งสินค้าทางด้านเกษตร ตรงนี้อยากฝาก ท่านประธานไว้นะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ขณะนี้มี ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้มาเซ็นชื่อแล้ว ๒๕๕ ท่าน ครบองค์ประชุม เราก็ได้ดําเนินการ หารือมาร่วมชั่วโมงแล้วครับ กระผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป เพราะเรามีเรื่องพระราชบัญญัติหลายฉบับในวันนี้นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
รับทราบมติที่ประชุมร่วมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ซึ่งไม่ปรากฏอยู่ในระเบียบวาระนะครับ
ด้วยผมได้รับหนังสือจากคุณยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แจ้งว่าที่ประชุมร่วมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ครั้งที่ ๑/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๓ ได้พิจารณาและมีมติให้ ร้อยตรี ปรพล อดิเรกสาร และ นายจุมพฏ บุญใหญ่ พ้นจากการเปึนสมาชิกพรรคเพื่อไทย ด้วยเหตุกระทําผิดวินัยและละเมิดจรรยาบรรณของพรรคตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๐ และข้อบังคับ พรรคเพื่อไทย พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๒๓ จึงถือว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๒ ท่านสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๖ (๗) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เนื่องจากสมาชิกทั้ง ๒ ท่านได้อุทธรณ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อคัดค้านว่ามติดังกล่าว มีลักษณะจะขัดต่อสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือขัด หรือแย้งกับหลักการพื้นฐานแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุขตามมาตรา ๖๕ วรรคสามของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้นความเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจึงยังไม่สิ้นสุดลงจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคําวินิจฉัย จึงขอแจ้งให้ ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๓ (สมัยสามัญทั่วไป) จํานวน ๖ ครั้ง คือ ครั้งที่ ๕ วันพฤหัสบดีที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ครั้งที่ ๖ วันพุธที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ครั้งที่ ๗ วันพุธที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ครั้งที่ ๘ วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ครั้งที่ ๙ วันพุธที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ครั้งที่ ๑๐ วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง มีท่านผู้ใดจะแก้ไขหรือไม่ประการใด
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุม รับรองรายงานการประชุมทั้ง ๖ ครั้งดังกล่าวนะครับ
ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยเปึนการพิจารณา ต่อจากการประชุมครั้งที่แล้ว
ขอเรียนเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๓ ครั้งที่ ๑๐ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เปึนพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สอง โดยเริ่มด้วย ชื่อร่างพระราชบัญญัติ คําปรารภ และเรียงตามลําดับมาตราจนถึงมาตรา ๕ เนื่องจาก ประธานของที่ประชุมคือท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย พิจารณาเห็นว่ายังมีสมาชิกมีความประสงค์จะอภิปรายอีกหลายท่าน จึงสั่งให้เลื่อน การพิจารณามาต่อในวันนี้ ดังนั้นผมขอดําเนินการต่อเลย ซึ่งมีสมาชิกได้อภิปราย ในมาตรา ๕ นี้ทั้งสิ้น ๑๗ ท่านนะครับ มีท่านใดยังติดใจอยู่ เชิญครับ คุณอรรถวิชช์ คุณอภิปรายมาแล้วอยากซ้ําอีกหรือครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ คราวที่แล้วนั้นผมก็ได้มีการอภิปรายในมาตรา ๕ ก็ขอได้มีโอกาส อภิปรายต่อเนื่องเลยมาถึงวันนี้ มาตรา ๕ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเปึนตัวบอกว่า เรียกใครมาได้ เรียกใครมาไม่ได้ ซึ่งมาตรา ๕ ดังกล่าวว่าไปแล้วก็ล้อตามอํานาจของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๑๓๕ วรรคสองและวรรคสาม แต่มีความแตกต่างกันอย่างนี้ ต้องขอกราบเรียนที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า มาตรา ๑๓๕ เปึนตัวบอกว่ากรรมาธิการมีอํานาจเรียกใครมาได้บ้าง แล้วที่เรียกมาไม่ได้ก็จะมี เช่น เรียกศาลมาไม่ได้ ผู้ตรวจการแผ่นดินมาไม่ได้ องค์กรอิสระไม่ได้ อย่างนี้เปึนต้น พอมาตรา ๕ ของร่างพระราชบัญญัตินี้ไปลอกมาก็ดูเหมือนจะชอบธรรมครับ แต่ประเด็น ปัญหามันก็มีอยู่ที่ถ้าเปึนคําสั่งเรียกตามมาตรา ๕ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถ้าไม่มาก็จะถูกบทกําหนดโทษ ก็จึงขอเสนอว่าถ้าเปึนไปได้อยากให้ท่านกรรมาธิการ ได้พิจารณาอย่างนี้ว่ามีอยู่กลุ่ม ๒ อาชีพด้วยกันที่ควรจะได้รับการยกเว้น ไม่อยู่ภายใต้ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้
อาชีพที่ ๑ ก็คืออัยการ อัยการนั้นเปึนองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งถามว่า ถ้าเขียนร่างพระราชบัญญัติแบบนี้สามารถที่จะล้วงลูกอัยการให้อัยการนั้นนําข้อเท็จจริง ที่ทําการสอบสวนมาพิจารณาเล่าให้กรรมาธิการฟังได้หรือไม่ คําตอบก็คือว่าได้ครับ แต่ผมต้องเรียนอย่างนี้ว่าอัยการเขามี มาตรา ๒๕๕ ซึ่งบัญญัติเอาไว้ว่า อัยการนั้น มีอํานาจอิสระในการพิจารณาสั่งคดีและปฏิบัติหน้าที่ให้เปึนไปโดยเที่ยงธรรม เพราะฉะนั้น ถ้าเห็นว่าอัยการเขามีอํานาจตามรัฐธรรมนูญในการพิจารณาคดีที่เปึนอิสระแล้ว เที่ยงธรรมแล้วก็ควรจะใส่ความคุ้มกันของอัยการไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในมาตรา ๕ ด้วยเช่นเดียวกัน นั่นคือกลุ่มอาชีพแรกคือเจ้าพนักงานอัยการ
ส่วนอาชีพที่ ๒ ก็คือสมาชิกรัฐสภา แบบพวกเรานั่นเอง ส.ส. ส.ว. ก็ดี ปกติ แล้วก็จะมีสิทธิคุ้มกันตามมาตรา ๑๓๑ แห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๕๐ นี่ละครับ ก็คุ้มกันกันอย่างนี้ว่าในระหว่างสมัยประชุมสภาถ้าจะมีหมายเรียกทาง คดีอาญามา ท่าน ส.ส. ส.ว. ก็มีสิทธิที่จะปฏิเสธไม่ไปตามหมายเรียกนั้นได้ เขาเรียกว่า สิทธิคุ้มกันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๑ ทําไมถึงต้องมีสิทธิคุ้มกันแบบนี้ให้กับสมาชิก รัฐสภาครับ เนื่องจากว่าในการสอบสวนนั้นคนสอบเปึนเจ้าพนักงานสอบสวน ซึ่งอยู่ ภายใต้การกํากับดูแลของรัฐบาล อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของนายกรัฐมนตรี ก็เกรงว่า ถ้าได้มีหมายเรียกไปในขณะนั้นก็จะส่งผลและมีอิทธิพลต่อการโหวตลงคะแนนเสียง ไม่ว่าจะเปึนการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเปึนการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในสภาแห่งนี้ รวมไปกระทั่งถึงการโหวตในเรื่องของงบประมาณก็ดี นั่นก็จึงเปึนเหตุผลให้ สมาชิกรัฐสภานั้นมีความคุ้มกันตามมาตรา ๑๓๑ ถ้าเปึนอย่างนั้นแล้วก็เช่นเดียวกันว่า ทําไมในคราวนี้ถึงไม่ให้ความคุ้มกันกับสมาชิกรัฐสภาเหมือนกับกรณีกฎหมายอาญา เพราะในหมายเรียกอาญายังไม่ต้องไป ทําไมหมายเรียกกรรมาธิการต้องไป เราต้อง ยอมรับหลายเรื่องนะครับว่าในการทํางานกรรมาธิการในอดีตจนถึงปัจจุบันหนีไม่พ้นว่า เปึนเรื่องของนักการเมืองโดยแท้ เปึนเรื่องของเกมการเมืองอย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมเองก็มีความกังวลใจในเรื่องของ ๒ อาชีพ ก็คืออัยการและสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าจะว่าไปแล้วถ้าจะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมในห้องนี้ ในห้องใหญ่ที่จะขอยกเว้นอัยการและสมาชิกรัฐสภาออกไปมันส่งผลอะไรบ้าง ถามว่า เรียก ส.ส. ยังคงเรียก ส.ส. มาได้ไหม เรียก ส.ว. เรียกอัยการมาชี้แจงคณะกรรมาธิการได้ไหม ให้เขียนยกเว้นในร่างนี้ คําตอบก็คือว่ายังเรียกได้ครับ เพราะมีอํานาจเต็มตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ แต่ถ้าเขาไม่มาเขาจะได้รับการคุ้มกันก็คือไม่ต้องโทษจําคุกตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรา ๕ แห่งร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... อันนี้เพราะฉะนั้นก็ขอให้สร้างความเข้าใจ ก่อนในเรื่องนี้ ผมอยากจะเห็นว่าท่านกรรมาธิการนั้นเข้าไปปรับแก้ในร่างพระราชบัญญัติ ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ท่านประธานที่เคารพ ผมนั้นเห็นด้วยอย่างยิ่งกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในหลักการ หลายต่อหลายครั้งเราประสบปัญหาว่าเรียกแล้วไม่มาก็ควรจะมี บทลงโทษ จะจําคุกกี่เดือนกี่ป้ก็แล้วแต่ควรจะมีครับ แต่การร่างกฎหมายแบบนี้ผมมี ความกังวลใจว่ามันจะไม่รัดกุมเพียงพอ แล้วผมต้องขออนุญาตท่านประธานอีกใช้เวลา ไม่กี่นาทีครับว่า นอกเหนือจากมาตรา ๕ ผมเข้าใจว่าเปึนการพิจารณาเรียงรายตามมาตรา ก็จริง แต่นอกเหนือจากมาตรา ๕ มีอีกหลายเรื่องครับ เช่นการมอบหมายในการให้มาชี้แจง ต่อคณะกรรมาธิการ ผมเรียนอย่างนี้ว่าถ้าได้มีการมอบหมายเปึนไปตามระเบียบบริหาร ราชการแผ่นดินแล้วก็น่าจะเพียงพอ เช่นการถามกระทู้ถามสดท่านนายกรัฐมนตรีไม่ว่าง ก็มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีเปึนคนตอบหรือจะมอบหมายต่อกันไปอย่างไรนั้น ก็เปึนไปตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินแต่ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีหลักการ ที่แตกต่างกันเลยครับ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าเจาะจงที่ตัวบุคคลคนนั้นว่าอย่างไรเสียต้องมา ถ้าอ้างเหตุจําเปึนท่านกรรมาธิการนั้นสามารถที่จะนําเรื่องกลับเข้ามาแล้วก็ยืนยันชี้ไปที่ ตัวบุคคลนั้นว่าอย่างไรท่านก็ต้องมา แบบนี้ถ้าไม่มาก็มีโทษจําคุกในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ผมมีความกังวลใจเปึนอย่างยิ่งว่าการร่างกฎหมายตามที่ท่านกรรมาธิการได้มี การเสนอมาในสภาแห่งนี้นั้นจะมีการติดขัดในทางปฏิบัติ ผมอยากจะเห็นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปแล้วเสริมสร้างศักยภาพในการทํางาน ของสมาชิกรัฐสภามากขึ้น ถ้าเปึนไปได้อยากให้มีการถอนออกไปก่อนแล้วก็มีการพูดคุย กันหลายภาคส่วนให้ร่างพระราชบัญญัตินี้มีความสมบูรณ์มากขึ้น เพราะหลักการนั้น ไม่ได้มีการเถียงเลยครับว่าต้องมีการเพิ่มบทลงโทษให้กับกลุ่มคนที่ไม่มา แต่ความรัดกุม ของร่างพระราชบัญญัตินั้นเปึนเรื่องสําคัญ ผมมีความเปึนห่วงครับท่านประธานที่เคารพ ถ้าเปึนไปได้ก็อยากจะเสนอว่าให้ท่านนั้นลองพิจารณาถอนร่างพระราชบัญญัตินี้ ออกไปก่อนแล้วก็มาคุยกันเรื่องหลักการและเหตุผลจากทุกภาคส่วน ขอบคุณครับ ท่านประธาน
เชิญคุณชลน่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะกราบเรียน ผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้วาระนี้พิจารณา รายมาตรา ผมเน้นประเด็นที่กรรมาธิการแก้ไขและต้องการคําตอบเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ในมาตรา ๕ วรรคสี่ ที่เปึนคําถามตั้งแต่ผมถามไว้ตอนต้นว่า กรรมาธิการได้ไปตัดเอาวรรคสี่ออกทั้งหมด ขออนุญาตท่านประธานอ่านวรรคสี่ ในตัวร่างพระราชบัญญัติเดิมนะครับ เอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๐ ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้น ให้คุ้มครองถึงบุคคลผู้กระทําหน้าที่ ตามมาตรานี้ด้วย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๓๐ ของรัฐธรรมนูญคุ้มครองสมาชิก คุ้มครองกรรมาธิการ คุ้มครองผู้ที่มาให้ข้อมูล ตลอดจนถึงผู้ปฏิบัติหน้าที่ เช่น ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา ผู้ถ่ายทอดเสียง เขาจะได้รับเอกสิทธิ์ในการที่จะให้ข้อคิดเห็น แสดงความคิดเห็น มาตรา ๑๓๐ เปึนเรื่องการแสดงความคิดเห็นแถลงข้อเท็จจริงจะได้รับการคุ้มครอง ผมเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการถ้าตัดอย่างนี้แล้ว ความคุ้มครองเหล่านั้นจะสื่อถึงบุคคลเหล่านั้นได้อย่างไร ท่านตอบผมคร่าว ๆ บอกว่า รัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้วไม่ต้องเขียนในกรณีที่ ๑ กรณีที่ ๒ ถ้าเขียนไว้เกิดรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนมาตราขึ้นมามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๐ ก็อาจจะไม่ใช่มาตราที่เกี่ยวข้อง กับเอกสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นก็ได้ อันนี้ผมยอมรับในหลักของวิธีการเขียนครับ ท่านประธานครับ ผมเป่ดไปดู ต้องขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งครับ เผอิญมันมี มาตราเกี่ยวเนื่อง ท่านกรรมาธิการได้ไปเติมไว้ในมาตรา ๑๔/๑ มาตรา ๑๔/๑ เจตจํานงผมไม่แน่ใจว่าเปึนการที่จะเขียนมาตรารองรับเรื่องเอกสิทธิ์ตรงนี้หรือไม่ ถ้าท่านตอบว่าใช่ผมรับได้ เพราะต้องการให้ท่านเขียนไว้เปึนตัวมาตราให้ชัดเจนว่า ท่านคุ้มครองเขาอย่างไร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ่านมาตรา ๑๔/๑ ท่านประธานครับ ผู้ที่ให้ถ้อยคํา หรือส่งมอบวัตถุ เอกสาร หรือพยานหลักฐานอื่นที่ เกี่ยวข้องตามมาตรา ๖ และมาตรา ๗ แก่คณะกรรมาธิการ หรือผู้ที่จัดทําและเผยแพร่ รายงานการประชุมตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภาแล้วแต่กรณี ไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย เนื่องจากการที่ตนเป่ดเผยข้อมูล หรือให้วัตถุ เอกสาร หรือพยานหลักฐานหรือจัดทําและเผยแพร่รายงานโดยสุจริต แล้วแต่กรณี ที่ผมถามคาบเกี่ยวอย่างนี้มาตรา ๑๔/๑ ก็มีวัตถุประสงค์เฉพาะเรื่องของแพ่ง อาญา และวินัย แต่ว่าเอกสิทธิ์ตามมาตรา ๑๓๐ ของรัฐธรรมนูญ เอกสิทธิ์ในเรื่องของ การแสดงความคิดเห็น การแถลงข้อเท็จจริงที่อาจจะไปพาดพิงกระทบถึงบุคคลอื่น กรณีถ้าไม่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาและคดีทางแพ่งกรณีที่ไปพาดพิงบุคคลภายนอก อันนั้นเขาได้รับการคุ้มครอง ท่านประธานคณะกรรมาธิการช่วยตอบผมสักนิดว่า ถ้าเขียนอย่างนี้แล้วมันคุ้มครองเขาคุ้มกันเขาในส่วนที่จะต้องแสดงความคิดเห็นได้ด้วย ผมเองก็ยอมรับในประเด็นมาตรา ๕ ผมไม่ติดใจถ้าท่านตอบอย่างนั้น เอาเฉพาะมาตรา ที่แก้ไขครับเราจะได้เดินได้ เพราะมีเรื่องที่จะพูดกันในมาตรา ๖ มาตรา ๗ อีกเยอะมาก ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญ พันเอก วินัย สมพงษ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะแสดงความคิดความเห็น แสดงความเห็นด้วย กับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ถ้าป้นี้ทั้งป้ให้ผมเลือกพิจารณากฎหมายสัก ๓ ฉบับไม่ให้มากกว่านั้น ฉบับแรกที่ผมจะขอ มีส่วนร่วมก็คือ พ.ร.บ. งบประมาณ อีกฉบับหนึ่งก็คือร่าง พ.ร.บ. สตง. ที่เพิ่งจะตกไป และอีกฉบับหนึ่งที่ผมอยากจะแสดงความคิดเห็นด้วยก็คือฉบับที่ผมกําลังอภิปราย นี่ล่ะครับ วันนี้เราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกําลังอภิปรายพาดพิงถึงบุคคลที่สาม บุคคลที่สาม ที่เราพาดพิงถึงก็คือข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานส่วนท้องถิ่น แล้วก็รวมถึงคณะรัฐมนตรี กฎหมายฉบับนี้ภาพรวมก็คือการให้อํานาจกับฝ์ายนิติบัญญัติ ซึ่งในภาพรวมของ ฝ์ายนิติบัญญัติเท่าที่ผ่านมามันก็มีความรู้สึกว่าอํานาจของฝ์ายนิติบัญญัติไม่ค่อยจะมี เท่าที่ควร ประสิทธิภาพในการที่จะทําหน้าที่ของกรรมาธิการก็ไม่ได้ดีเท่าที่ควร ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านกระผมคิดว่าจะเปึน การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของไทย โดยเฉพาะเปึนการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมือง และทางด้านสังคมในประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครองของไทย ท่านประธานครับ การเมืองของไทยนั้นเมื่อประมาณสัก เกือบ ๕๐ ป้เห็นจะได้ ในสมัยของ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ตอนนั้นมีชาวต่างประเทศ จํานวนมากที่สนใจการเมืองไทย ก็มาศึกษาการเมืองไทย มีนักรัฐศาสตร์ท่านหนึ่งชื่อว่า ศาสตราจารย์เดวิด เอวิลสัน เปึนคนอเมริกัน เปึนนักรัฐศาสตร์การเมือง สนใจการเมือง การปกครองในรัฐบาลของท่าน จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็มาแอบศึกษาการเมืองไทย พอศึกษาเสร็จไม่กล้าเขียนตํารับตําราครับ แต่ได้ไปแอบเขียนตําราอยู่ที่ฮาวาย ตําราที่เขียน ก็คือ โปลิติกส์ อิน ไทยแลนด์ (Politics in Thailand) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษครับ เพราะชื่อตําราเขาเปึนอย่างนั้น การเมืองของประเทศไทยท่านประธานครับ ตํารา การเมืองของประเทศไทยฉบับนี้นักรัฐศาสตร์ของไทยที่เรียนรัฐศาสตร์ไม่ว่าจะเรียน ในเมืองไทย หรือไปเรียนในต่างประเทศทุกคนจะได้อ่านตําราฉบับนี้ เพราะถือว่า เปึนตําราที่คลาสสิก (Classic) ที่เปึนอมตะ ที่แสดงถึงบุคลิกลักษณะของการเมืองไทย ไว้ชัดเจน เดวิด เอวิลสัน โปรเฟสเซอร์ (Professor) คนนี้ได้มองภาพการเมืองไทยว่า การเมืองไทยนั้นเปึนการเมืองแบบอมาตยาธิปไตย คือการเมืองที่มีระบบข้าราชการเปึนใหญ่ ภาษาอังกฤษเรียกว่า บิวโรเครติก โปลิตี้ (Bureaucratic polity) ท่านประธานสภาที่เคารพครับ คําพูดคํานี้ละครับเปึนคําพูดที่อมตะยังเปึนจริงอยู่ถึงทุกวันนี้ เราจะสังเกตเห็นว่า ๔๐-๕๐ ป้ ที่ผ่านมาตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบันนี้ก็ว่าได้ ระบบข้าราชการของไทยนั้นโตวันโตคืน เอาง่าย ๆ ครับ งบประมาณแผ่นดินในแต่ละป้ งบข้าราชการประจํา งบค่าใช้จ่ายประจํา มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น ๆ โดยเฉพาะป้นี้ที่เพิ่งจะผ่านไปหมาด ๆ ค่าใช้จ่ายประจําประมาณ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งค่าใช้จ่ายประจําสูงกว่ารายรับสุทธิของราชการด้วยซ้ําไป ซึ่งเปึนข้อที่ น่าห่วงใย ท่านประธานสภาที่เคารพครับนั่นคือภาพของการเมือง คือการเมืองในระบอบ ของเรานั้นมีลักษณะเปึนอมาตยาธิปไตยคือข้าราชการเปึนใหญ่ ใหญ่กว่าพรรคการเมือง ใหญ่กว่าระบอบสภาด้วยซ้ําไป ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ในทางสังคมผมบอกว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน การเมืองเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ สังคมก็เปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ สังคมไทยภาพรวมก็คือเปึนสังคมแบบบ่าวกับนาย เปึนสังคม อุปถัมภ์ มีผลต่อข้าราชการเรื่องการแต่งตั้งถอดถอน โยกย้าย ระบบคุณธรรมในเรื่องอย่างนี้ เรายังย่อหย่อนมาก เพราะระบบสังคมเราเปึนระบบสังคมแบบอุปถัมภ์ ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ เมื่อระบบราชการมีความสําคัญอย่างยิ่งยวดอย่างนี้ รัฐบาลหลาย ๆ รัฐบาล ที่ผ่านมา ๔-๕ รัฐบาล ย้อนหลังไปตั้งแต่รัฐบาลนี้ ทุกรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะปฏิรูประบบราชการให้มีประสิทธิภาพ ให้มันดีขึ้น ให้มันเล็กลง แต่มีคุณภาพมากขึ้น ผมกราบเรียนว่าเปึนความตั้งใจดีของ หลาย ๆ รัฐบาล แต่ความพยายามที่จะปฏิรูประบบราชการของทุกรัฐบาลที่ผ่านมานั้น ประสบกับความล้มเหลวมาโดยตลอดครับ เพราะองค์กรไหนก็ไปแตะระบบราชการไม่ได้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมจึงบอกว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านออกไปได้มันจะมี ความสําคัญยิ่งกว่าการปฏิรูประบบราชการ จะมีความสําคัญยิ่งกว่า ป.ป.ช. ยิ่งกว่า สตง. อีก เพราะถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ระบบราชการ จะได้รับการตรวจสอบทุกแง่ทุกมุมในเรื่องการต่อต้านการปราบปรามการคอร์รัปชัน ในสภาของเรา การตรวจสอบการคอร์รัปชันจะมีเปึนเรื่องเปึนราวจริงจังป้หนึ่งก็หนเดียว คือตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจเปึนจริงเปึนจังมาก แต่ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน การตรวจสอบ การทุจริต โกงกิน คอร์รัปชันในระบบราชการจะมีตลอดเวลาทั้งป้
ประเด็นที่ ๒ ที่จะเปึนการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่เปึนประวัติศาสตร์ก็คือ ระบบคุณธรรมในการแต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้ายข้าราชการ ท่านประธานสภาครับ เปึนที่กล่าวขวัญ เปึนที่ครหานินทากันโดยทั่วไปว่าการแต่งตั้งในระบบราชการของเรานั้น ยังไม่เปึนระบบคุณธรรม ยังมีการวิ่งเต้นเล่นพรรคเล่นพวก แต่ถ้าเผื่อกฎหมายฉบับนี้ ผ่านกรรมาธิการและ ส.ส. จะเปึนผู้ตรวจสอบ ซึ่งจะเปึนการตรวจสอบที่ตลอดเวลา และทุกแง่ทุกมุม
ประเด็นที่ ๓ ที่บ้านเมืองเราจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นเด่นชัดเจน นอกจากการต่อต้านการคอร์รัปชัน การแต่งตั้ง การถอดถอน การโยกย้าย ได้รับการตรวจสอบ ข้อที่ ๓ ก็คือการปฏิบัติตามกฎหมายครับ สังคมไทยนี้แปลก สภาเรานี่ออกกฎหมาย ป้หนึ่งไม่รู้กี่ฉบับ แต่การปฏิบัติตามกฎหมายไม่ค่อยได้กระทํากัน ออกกฎหมายไป แต่ปฏิบัติตามกฎหมายนั้นปล่อยทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เปึนจุดอ่อน แต่ถ้าเผื่อกฎหมายฉบับนี้ผ่าน กระผมมีความมั่นใจว่าการบังคับให้เปึนไปตามกฎหมายนั้นจะได้ผลมากขึ้น เพราะ ส.ส. จะช่วยกันตรวจสอบ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เมื่อมีการให้อํานาจกับฝ์ายนิติบัญญัติ มากขึ้น ๆ อย่างนี้ กระผมก็มีความเปึนห่วงเปึนใยอยู่ประเด็นหนึ่งคณะกรรมาธิการเรา วันนี้มี ๓๕ คณะ คณะกรรมาธิการวิสามัญอีกเปึน ๑๐๐ คณะ ถ้าเผื่อมีการออกคําสั่ง เรียกข้าราชการประจํา รัฐวิสาหกิจ หรือแม้กระทั่งรัฐมนตรีมา ผู้ที่ถูกเรียก บุรุษที่ ๓ นี่จะสู้ไหวไหม ทนไหวไหม เพราะมีหลายคณะ
อันที่ ๒ ครับ กระผมอยากจะกราบเรียนให้ข้อคิดเห็นว่าเมื่อให้อํานาจกับ ฝ์ายนิติบัญญัติในการที่จะเรียกฝ์ายบริหารมาซักไซ้ไล่เลียง มีความจําเปึนอย่างยิ่งที่ ฝ์ายนิติบัญญัติจะต้องมีคุณธรรม ไม่เรียกเขามาเพื่อเฉ่ง ไม่เรียกเขามาเพื่อกลั่นแกล้ง ถ้าเรามีคุณธรรม มีการถ่วงดุลกันระหว่างฝ์ายบริหารกับฝ์ายนิติบัญญัติ ผมมีความมั่นใจว่า กฎหมายฉบับนี้เมื่อออกไปแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมไทย และจะเปึน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมืองทางสังคมไทยอย่างมากที่สุดเปึนประวัติการณ์ กระผมจึงใคร่ขอแสดงความเห็นว่าผมเห็นด้วยที่อยากจะให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน เมื่อผ่านแล้ว จะปรับปรุงตรงไหนอย่างไรเพื่อให้มันเหมาะมันสมก็ว่ากันไป กระผมก็ขอเสนอแนะ แต่เพียงเท่านี้ครับ ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ
นี่เปึนวาระที่สองแล้ว คงจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ นอกจากสภาเท่านั้น เนื่องจากว่าเรามีผู้อภิปรายหลายท่าน ผมขอจํากัดเวลาไม่เกินคนละ ๘ นาที เชิญคุณธนา ชีรวินิจ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงผมได้ยกมือขออภิปรายตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เปึนคนสุดท้าย แล้วท่านรองประธานสภาก็ได้เลื่อนมาเปึนวันนี้ ถ้าการอภิปรายผมจะใช้ เวลาเกินเลยสักนิดหนึ่งก็ขออนุญาตท่านประธานด้วยก็แล้วกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอยืนยันเหมือนกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้อภิปรายในที่ประชุม สภาแห่งนี้ไปแล้วก็คือ หลักการในการทํา พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้นผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนเห็นด้วย ถึงการที่จะทําให้ศักยภาพในการทํางานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือแม้กระทั่ง สมาชิกวุฒิสภานั้นสามารถทําให้เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองได้อย่างเต็มที่สมกับที่ ประชาชนได้มอบความไว้วางใจกันมา เพราะฉะนั้นจึงได้มีการดําเนินการยกร่าง พ.ร.บ. คําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการและวันนี้ก็เข้าสู่สภา แล้วก็เปึนอีกไม่กี่ครั้ง ในสภาผู้แทนราษฎรที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาลุกขึ้น อภิปรายหลายคนทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการที่จะเพิ่มอํานาจของตัวเองที่จะมีขึ้น โดยเฉพาะหลักการทั่วไปนะครับท่านประธาน ถ้าเปึนหน่วยงานอื่น ๆ นั้นถ้ามีการเพิ่มอํานาจ ของหน่วยงานของตัวเองผมเชื่อว่าไม่มีใครปฏิเสธ แต่ท่านประธานจะได้เห็นว่า ในบรรยากาศการประชุมสภาวันนี้คนที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนนั้นมีจิตสํานึก มากกว่าที่จะต้องพิจารณาว่าตัวเองสมควรจะได้รับอํานาจอย่างล้นเหลือหรือไม่ หลายคน ได้อภิปรายชัดเจนว่าการเพิ่มเติมอํานาจตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้อาจจะทําให้การทําหน้าที่ ไม่ได้เปึนไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ การทําหน้าที่อาจจะสร้างความเสียหายให้กับ ประชาชนหรือบุคคลภายนอก เพราะฉะนั้นที่ประชุมแห่งนี้จึงได้พิจารณากันอย่างรอบคอบ หลายประเด็นด้วยกัน ซึ่งประเด็นที่พวกเราได้อภิปรายนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า เปึนประเด็นทางวิชาการทั้งสิ้น เรากําลังพยายามมองภาพในอนาคตที่เกิดขึ้นหลังจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ซึ่งผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมจะอภิปรายนั้น อาจจะกระทบกับสิ่งที่กรรมาธิการมีความเห็นก็ดี หรือสิ่งที่หลายคนอาจจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยก็ดี แต่อยากกราบเรียนว่าการทําหน้าที่นี้เพื่อที่จะสะท้อนภาพให้เห็นว่า ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้มีผลใช้บังคับจริง ๆ แล้วเราพร้อมที่จะรับเหตุการณ์อย่างนั้นหรือไม่
ประเด็นแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าเราต้องยอมรับก่อนว่า การบริหารประเทศของประเทศไทยนั้นได้มีการแบ่งอํานาจชัดเจน อํานาจฝ์ายบริหาร ผ่านทางท่านนายกรัฐมนตรี อํานาจนิติบัญญัติผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร อํานาจตุลาการผ่านประธานศาลฎีกา เรามีการแบ่งอํานาจชัดเจนครับ ฝ์ายบริหารบริหาร ราชการแผ่นดิน ควบคุม กํากับ ดูแลการทํางานของข้าราชการประจํา ข้าราชการทั้งหมด เพื่อให้การบริหารราชการเดินหน้าได้ ฝ์ายตุลาการควบคุมกระบวนการยุติธรรม ให้เปึนที่ยอมรับ ในขณะที่ฝ์ายนิติบัญญัติก็มีอํานาจหน้าที่ในการกํากับ ตรวจสอบ ฝ์ายบริหาร แต่วันนี้ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า กระบวนการในการเรียกเอกสารหรือบุคคลมาชี้แจงในคณะกรรมาธิการ มีหลายส่วน เหลือเกินครับท่านประธานที่ผมมีความรู้สึกไม่สบายใจว่าเรากําลังทําหน้าที่เปึน ฝ์ายยุติธรรมหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ อย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นมากระบวนการยุติธรรม ในประเทศไทยนั้นเปึนระบบกล่าวหา มีกล่าวหากันว่ามีการดําเนินการกระทําความผิด มีพนักงานสอบสวนทําการสอบสวน ถ้าเห็นว่าจําเปึนจะต้องมีการเรียกเอกสาร เรียกบุคคลมาให้ข้อมูลชี้แจงเพิ่มเติมก็ดําเนินการไป เมื่อเห็นว่ามีมูลหรือไม่มีมูลก็จะมี กระบวนการของกฎหมายที่จะต้องบัญญัติให้ชัดเจนว่าจะต้องเดินหน้าต่อไปอย่างไร ความเห็นของพนักงานสอบสวนก็ไม่เปึนที่สิ้นสุดต้องผ่านกระบวนการของอัยการ อัยการ มีความเห็นแล้ว ถ้ามีความเห็นที่ไม่ตรงกับพนักงานสอบสวนก็จะต้องมีกระบวนการ ดําเนินการที่จะต้องให้ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติทําความเห็นแย้ง และท้ายที่สุด ต้องมีความเห็นที่สิ้นสุดในการดําเนินคดีกับผู้กระทําความผิดโดยอัยการสูงสุด ท่านประธานเห็นไหมว่ากระบวนการยุติธรรมที่ดําเนินการอยู่ในประเทศไทยปัจจุบันนั้น เขากลัวอย่างหนึ่งครับ กลัวว่าคนที่มีอํานาจแล้วใช้อํานาจโดยไม่นึกถึงความถูกต้อง ชอบธรรม ใช้อํานาจนั้นอาจจะสร้างผลประโยชน์ สร้างความเสียหายให้กับ บุคคลภายนอกได้จึงจะต้องมีกระบวนการตรวจสอบเปึนลําดับชั้นซึ่งกันและกัน แต่ว่า กระบวนการดําเนินการทั้งหมดที่ผมกราบเรียนมา สิ่งหนึ่งที่เจตนารมณ์ของกฎหมาย ยืนยันตรงกันก็คือว่าผู้ถูกกล่าวหาเปึนผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคําพิพากษาถึงที่สุด นั่นหมายถึงอะไรครับ หมายถึงว่าแม้อัยการจะดําเนินการสั่งฟัอง ผู้ถูกกล่าวหาได้รับ การรับรองโดยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญว่าเขายังเปึนผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่ได้ มีคําพิพากษาถึงที่สุดว่าเขามีความผิดตามกฎหมาย สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ก็คือผมเข้าใจว่ากรรมาธิการทุกคนมีความอึดอัดใจในการทําหน้าที่ที่จะให้ได้ข้อมูล ข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่าการทําหน้าที่ของกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรนั้น เราต้องไม่ลืมว่าเราทําหน้าที่ทางการเมือง อํานาจหน้าที่ของเราที่มีอยู่นั้นก็คือการตรวจสอบ กํากับการบริหารราชการแผ่นดินที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีทั้งหมด ที่จะต้องบริหารผ่านกระทรวง ทบวง กรม ทั้งสิ้น สิ่งที่สภาแห่งนี้จะมีมาตรการที่จะ ดําเนินการกับฝ์ายบริหารหรือทางการเมืองได้สูงสุดที่สุดก็คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการคว่ํา พ.ร.บ. งบประมาณ หรือการคว่ํากฎหมายสําคัญ ๆ ของรัฐบาลเพื่อที่จะให้ ฝ์ายบริหารไม่สามารถที่จะมีอํานาจในการบริหารคงมีอยู่ต่อไป ความจริงสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ไม่มีหน้าที่ที่จะไปชี้ผิดชี้ถูกใครทั้งสิ้น เพราะอํานาจหน้าที่นั้นเปึนอํานาจ ในกระบวนการยุติธรรม วันนี้แม้การกล่าวหารัฐมนตรีนั้นว่าดําเนินการถูกต้องชอบธรรม หรือไม่อย่างไร ท้ายที่สุดอํานาจก็คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนความผิดของรัฐมนตรี ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเปึนอย่างที่สภาลงมติหรือไม่เปึนคนละเรื่องกัน ผมถึงกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าวันนี้เราอยากที่จะทํางานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับบ้านเมือง แต่เราต้องแยกหน้าที่ให้ออกว่าเรากําลังทําหน้าที่ที่เกินเลยไปกับ อํานาจนิติบัญญัติหรือไม่อย่างไร ซึ่งผมจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานในอันดับต่อไป ผมกราบเรียนท่านประธานว่าคณะกรรมาธิการที่สภาผู้แทนราษฎรตั้งขึ้นมาทั้งหมด ไม่ได้มีเฉพาะ ส.ส. วันนี้เมื่อมีการตั้งกรรมาธิการแล้ว ได้มีการตั้งที่ปรึกษาก็ดี เลขานุการ คณะกรรมาธิการก็ดี ซึ่งบุคคลเหล่านี้ถือว่าเปึนส่วนหนึ่งในคณะกรรมาธิการ สิ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานด้วยความเปึนห่วงก็คือว่าวันนี้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ได้ให้อํานาจกรรมาธิการไว้ซึ่งอาจจะมองถึงหรือมองไม่ถึงก็แล้วแต่ ผมอยากกราบเรียนว่า การทําหน้าที่ในคณะกรรมาธิการทั้งหมดไม่ได้ทําหน้าที่ผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเปึนตัวแทนของปวงชนชาวไทยอย่างเดียว แต่ได้มีการคัดเลือกบุคคลภายนอกที่เข้ามาร่วม เปึนหนึ่งในคณะกรรมาธิการด้วย ซึ่งบุคคลเหล่านี้สามารถที่จะแสดงความคิดเห็น สามารถที่จะขอให้คณะกรรมาธิการมีมาตรการหรือดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ร่วมกับคณะกรรมาธิการได้ ที่ผมเปึนห่วงท่านประธานที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่า การให้ความคุ้มครองตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้คุ้มครองรวมไปถึงคณะกรรมาธิการ นั่นหมายถึงท่านคุ้มครองรวมไปถึงบุคคลทุกคนที่คณะกรรมาธิการแต่งตั้งให้เปึนส่วนหนึ่ง ของคณะกรรมาธิการ ผมกราบเรียนแล้วก็ได้ฟังท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงหลายครั้ง ยอมรับว่ามีคณะกรรมาธิการบางคณะที่ได้ทําหน้าที่ก้าวล่วงไป ได้ทําหน้าที่อาจจะเปึน การดําเนินการสร้างความเสียหาย บางเรื่องหยิบยกมาเปึนประเด็นทางการเมือง สร้างความเสียหายให้กับบุคคลภายนอก ซึ่งท่านกรรมาธิการก็ยอมรับว่ามีอยู่จริง ในการทําหน้าที่ของกรรมาธิการ ในเมื่อกรรมาธิการยอมรับว่าอยู่จริง เราจะปล่อยให้ เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้หรือครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่จริงแม้จะเกิดขึ้นเพียงน้อยนิด แต่ถ้ากระบวนการการทําหน้าที่ ของสภาผู้แทนราษฎรจะมีส่วนในการสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน ให้กับองค์กรอื่น ๆ เราต้องทบทวนตัวเองว่าเราจะปล่อยให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น แล้วก็สร้างความเสียหายให้กับสภาผู้แทนราษฎรต่อไปอย่างที่ท่านมีความวิตกกังวล ใช่หรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า
ผมว่าช่วยสรุปหน่อยนะครับ
ท่านประธานครับ ผมมีไม่มาก แต่ว่าประเด็นผมเมื่ออภิปรายแล้วผมจะไม่ลุกขึ้นมาอภิปรายในมาตราอื่น ๆ อีกแล้ว เพราะผมถือว่าผมอยากที่จะอภิปรายให้เห็นว่าการแก้ไขของกรรมาธิการนั้น มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ จนถึงมาตรา ๑๐ กว่านั้นมีความเกี่ยวเนื่องกันตลอดมา ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะชี้ให้เห็น เพราะว่าหากอภิปรายเฉพาะมาตรา ๕ ท่านประธานจะไม่เห็นภาพของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้อย่างชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับ ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เขียนไว้ว่าคําแถลงของตัวแทนที่มาชี้แจงนั้นให้ถือเสมือนหนึ่ง คําแถลงของผู้ถูกหมายเรียก ในทางกฎหมาย ในทางกระบวนการยุติธรรม ท่านเอาความเห็นของคนคนหนึ่งมาเปึนความเห็นของคนอีกคนหนึ่งไม่ได้หรอกครับ ไม่มีการรับฟังในศาลใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะความเห็นของคนคนหนึ่งเวลามองเวลาคิด ท่านจะไปบอกว่าเมื่อมาชี้แจงแล้ว ความเห็นเหล่านี้ต้องเปึนความเห็นของผู้ถูกเรียกมาโดยเอากฎหมายไปบีบ ท่านทําไม่ได้ หรอกครับ ในทางกฎหมายเขาไม่รับกัน แล้วผมเชื่อว่ากฎหมายที่เขียนอย่างนี้ก็ไม่มีผล ที่จะดําเนินการเปึนไปตามที่ได้บรรจุไว้ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้
ผมกราบเรียนท่านประธานอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือในร่าง พ.ร.บ. ฉบับเก่า เวลาที่คณะกรรมาธิการมีหมายเรียกไปแล้ว คนที่ถูกหมายเรียกของคณะกรรมาธิการ ไม่มีสิทธิปฏิเสธเลยนะครับ มีเหตุเดียวที่จะปฏิเสธก็คือเหตุสุดวิสัย นั่นหมายถึงว่าฟัาถล่ม ดินทลาย ไม่สามารถมาให้การกับคณะกรรมาธิการ หรือไม่สามารถส่งเอกสารได้ แต่ในทางศาล ในทางกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานครับเวลาพนักงานสอบสวน เรียกตัวผู้ต้องหาหรือผู้ที่คิดว่าเปึนผู้กระทําความผิดมา บุคคลเหล่านี้มีสิทธิปฏิเสธ ที่จะให้การ มีสิทธิปฏิเสธที่จะให้เอกสารกับพนักงานสอบสวน แต่ว่าวันนี้คณะกรรมาธิการ มีอํานาจหน้าที่เหนือกระบวนการยุติธรรมด้วยซ้ําไป และผมกราบเรียนท่านประธานว่า เวลาที่เขาไม่มาให้การแล้ว ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับเดิมท่านเขียนไว้ว่ามติที่จะต้องดําเนินการ หรือดําเนินคดีกับบุคคลภายนอกนั้นให้เปึนเรื่องของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งผมเห็นด้วยว่าในร่าง พ.ร.บ. ฉบับเก่าได้เขียนไว้เพื่อปกปัองสิทธิของบุคคลภายนอก ที่อาจจะกระทบต่อการทําหน้าที่ของคณะกรรมาธิการไว้อย่างชัดเจนว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ การจะไปดําเนินคดีอาญากับบุคคลภายนอกนั้นมันต้องเปึนเรื่องสําคัญและจําเปึนจริง ๆ ถึงต้องใช้มติที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา แต่คณะกรรมาธิการไปแก้ไขว่าให้เปึนมติ ของคณะกรรมาธิการที่จะส่งดําเนินคดี ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้เวลาใครที่ ทําหน้าที่สอบสวน เวลาใครที่จะมีอํานาจหน้าที่ในการชี้วินิจฉัยประเด็นข้อสิ้นสุด ในการทําหน้าที่ของตัวเองต้องมีหน่วยงานอื่น ต้องมีบุคคลอื่นมาทําหน้าที่ในการกลั่นกรอง แต่คณะกรรมาธิการออกหมายเรียกเอง แล้วถึงเวลาไม่มีหรอกครับที่คณะกรรมาธิการ จะไม่ดําเนินคดี เพราะถือว่าเปึนการขัดคณะกรรมาธิการ แล้วคณะกรรมาธิการก็ใช้ อํานาจของตัวเองไปดําเนินการต่าง ๆ ดังกล่าว ซึ่งผมเปึนห่วงครับท่านประธานว่า ท้ายที่สุดมันจะเปึนการใช้อํานาจอีกอํานาจหนึ่งที่เราเกรงกลัวกันเหลือเกินว่าวันนี้ มีอํานาจแฝงเกิดขึ้นมากมายในหน่วยงาน ในองค์กรต่าง ๆ มากมาย แล้วท้ายที่สุด ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้มีผลใช้บังคับก็จะมีอํานาจมืดอยู่ภายใต้คณะกรรมาธิการเกิดขึ้นอีก อย่างแน่นอน ผมกราบเรียนท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่ผมต้องลุกขึ้นอภิปรายในวันนี้ก็คือ
ผมว่าเกินเวลาไปพอสมควร แล้วครับ
นิดเดียว จะจบแล้วครับท่านประธาน ผมไม่ติดใจเท่าไรในการที่ท่านจะเรียกข้าราชการ ในการที่ท่านจะเรียกรัฐมนตรีมาชี้แจง ผมเชื่อว่าบุคคลเหล่านี้มีวุฒิภาวะ มีความรู้ความสามารถพอที่จะดําเนินการที่จะปกปัอง สิทธิของตัวเองในกรณีถูกหมายเรียกของคณะกรรมาธิการได้ แต่ผมเปึนห่วง พี่น้องประชาชนคนตาดํา ๆ พี่น้องที่ประกอบธุรกิจโดยทั่วไป เราปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่า คณะกรรมาธิการนั้นไม่ได้มีกฎหมาย ระเบียบ วินัย หรือการปฏิบัติของเจ้าพนักงาน ของรัฐควบคุมอยู่ พนักงานตํารวจก็ดี อัยการก็ดี
ผมว่าพอรู้เรื่องแล้วละครับ
จะจบแล้วครับท่านประธาน จบเดี๋ยวนี้แล้วครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในการทําหน้าที่ของเขานั้น มีกฎหมายควบคุมอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้องดําเนินการให้เปึนไปตามระเบียบ คําสั่ง ของหน่วยราชการอย่างไร แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราไม่มีวินัย เราไม่มีระเบียบ อย่างนั้นหรอกครับ เรียกใครมาชี้แจง กล่าวหา ทําร้าย หรือแม้กระทั่งชี้มูลความผิดเขาเลย ในคณะกรรมาธิการก็เคยมี ซึ่งในเรื่องอย่างนี้มันไม่สมควรเกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎร คนที่เขาถูกชี้มูลโดยคณะกรรมาธิการเขาไม่ได้มีความผิดหรือเขาจะมีความผิดก็แล้วแต่ แต่ต้องให้ความคุ้มครองเขาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เขามีสิทธิที่จะต่อสู้ข้อเท็จจริงต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่ากฎหมายนี้มีประโยชน์ ผมอยากให้คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาทบทวนอีกครั้ง ผมอยากให้กฎหมายนี้เกิดขึ้นเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับ สภาผู้แทนราษฎร แต่ในขณะเดียวกันจะต้องไม่ไปกระทบสิทธิ จะต้องไม่สร้างอํานาจใหม่ เกิดขึ้นมาให้กับประเทศแห่งนี้อีกแล้ว ผมขออนุญาตท่านประธานว่าขอให้ท่านไปทบทวน อีกสักนิดหนึ่ง ขอบคุณครับ
เชิญคุณสมชาย เพศประเสริฐ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับ เรากําลังพิจารณาถึงมาตรา ๕ แต่ก็ดู เหมือนกับว่าท่านประธานก็พยายามอะลุ่มอล่วยที่จะให้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายโดยภาพ กว้าง ๆ เพราะผมคิดว่าวันนี้หลายท่านหลายคนแสดงความห่วงใยในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ว่ามันจะมีอํานาจเกินเลยเกินเถิดไปหรือไม่ ซึ่งจริง ๆ แล้วเรามีคณะกรรมาธิการซึ่งท่านได้ กรุณาไปนั่งและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้เวลาพอสมควร และผมคิดว่า แต่ละท่านที่ไปเปึนกรรมาธิการท่านผ่านประสบการณ์มาเยอะ ท่านมีความเข้าใจ และหลายคนก็ได้ติติงในบางมาตราบางข้อที่เปึนปัญหา ท่านประธานครับ ในเรื่องของ มาตรา ๕ ผมเรียนนิดหนึ่ง ขออนุญาตขยายความนิดหนึ่งครับ จริง ๆ แล้วโดยภาพรวม อย่างที่ท่านประธานปล่อยให้เพื่อนสมาชิกอภิปรายครอบคลุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม ขออนุญาตนิดเดียวครับท่านประธานครับ ผมถามว่าวันนี้กลัวอะไรกัน ถามว่าวันนี้สิ่งที่ มันเกิดขึ้นในคณะกรรมาธิการแต่ละท่านแต่ละคนรู้อยู่แก่ใจครับ วันนี้เราไม่ต้องการ อํานาจอะไรที่มันเกินเลยเกินเถิดของกระบวนการยุติธรรมแน่นอน แต่วันนี้เราต้องการ ที่จะติดดาบให้กับฝ์ายนิติบัญญัติให้การทําหน้าที่ในสภานั้นสมบูรณ์เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพ แต่แน่นอนที่สุดครับกฎหมายฉบับนี้อาจจะมีข้อบกพร่องบ้าง ก็แก้ไขกัน จะพิจารณากันในสภาก็สุดแล้วแต่ แต่ผมขอย้อนนิดเดียวท่านประธานครับ ณ วันนี้ทุกคณะ ผมเชื่อได้เลยว่าหลายท่านหลายคณะวิธีการทํางานก็ผิดแผกแตกต่าง กันไป วิธีการในการเชิญก็ไม่เหมือนกัน มันไม่ได้มีระเบียบกําหนดเอาไว้ชัดเจนว่า จะต้องเชิญเขาเมื่อไร กี่วันแจ้งล่วงหน้า ประสานโดยโทรศัพท์ไปก่อนหรือไม่ แต่สิ่งที่ ผมกําลังอธิบายแล้วก็เรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า วันนี้ฝ์ายนิติบัญญัติ พวกเราทั้งหลายต้องทําหน้าที่ตรวจสอบแสวงหาข้อเท็จจริง ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บังคับบัญชาในระดับสูงที่ผ่านมาเราก็รู้ ย้อนนิดเดียวครับ ท่านประธานว่าไม่มีทางที่จะมาง่าย ๆ แล้วยากเหลือเกินครับท่านประธาน ยิ่งผมนั่งอยู่ใน คณะกรรมาธิการการทหาร ยิงกระทรวงกลาโหม อาร์พีจี (RPG) ถล่มเข้าไป เอ็ม ๗๙ (M 79) ถล่มเข้าไป จะเข้าไปดูพื้นที่ยังยากเลย เชิญมายังลําบากเลย ผมสะท้อนให้เห็น เท่านั้นเองครับ วันพรุ่งนี้เกี่ยวกับเรื่องอาร์พีจี ๓๐ กระบอก อาร์พีจี ๒ อาร์พีจี ๗ หายที่จังหวัดลพบุรียังไม่แน่ใจเลยครับ ผู้บังคับบัญชาในระดับสูงจะส่งใครมา จะมาหรือไม่อีก ประโยชน์ของแผ่นดินทั้งนั้น เราไม่ได้แสวงหาอํานาจอะไรเกินเลยไป แม้แต่นิดเดียวเลย เพียงแต่ว่าบทบัญญัติลงโทษนั้นมันอาจจะดูเหมือนกับว่าทําให้ ข้าราชการต้องทํางานยากลําบาก แต่ผมเรียนว่าวันนี้ถ้าตัวเองบริสุทธิ์ยุติธรรม มันแปลกอะไรที่จะมาชี้แจง แต่ละคณะเราก็ได้พูดได้คุยกันอยู่ว่าวันนี้พยายาม อย่าให้ซ้ําซ้อนกัน ผมเองวันนี้ในเรื่องของความมั่นคง ประธานคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐเขาว่าไป เมื่อเรารู้ว่าเข้าคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ แล้วเราก็ไม่ขยับแล้ว เรารู้ว่ากระทรวงการต่างประเทศ เรื่อง วิคเตอร์ บูธ ความมั่นคง ทหารก็ดูอยู่ แต่ว่าเราก็ถอยออกมา เพราะว่าไม่ให้เกิดความลําบากใจกับผู้ที่มาชี้แจง และใช้เวลามาก เรามีมารยาทครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าด้วยความรับผิดชอบของท่าน แต่ละคน เราเปึนตัวแทนประชาชนครับท่านประธาน แต่สิ่งที่ผมเปึนกังวลว่าวันนี้ ผมทราบว่าจะมีการถอยกลับไปก่อน ให้คณะกรรมาธิการไปแก้ไขกันใหม่และส่งกลับ เข้ามาใหม่ ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ ณ วันนี้ผมเชื่อว่าท่านประธาน ท่านกรรมาธิการของเรา ท่านก็ได้ศึกษามาค่อนข้างจะครบถ้วนแล้ว แล้วก็สิ่งที่เรากําลังจะทํากันอยู่นี้ เพื่อชาติบ้านเมืองครับ ผมว่าไม่มีใครที่จะไปใช้อํานาจหน้าที่ในทางที่มันเกินเลยเกินเถิด และผิดไปจากวัตถุประสงค์ของสภาเราแห่งนี้ แต่ถ้าเขาทําอย่างนั้นเขาจะได้รับการประณาม เขาจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ พี่น้องสื่อทั้งหลายจับตาดูหมดในแต่ละคณะ ในแต่ละการทํางานมันก็คงไม่ได้ทํากันง่าย ๆ ในยุคนี้สมัยนี้ แต่เรียนว่าวันนี้ ถ้าเราไม่มีอะไรเลยก็เหมือนตรายาง สภาเปึนตรายางเท่านั้นเอง ข้อเท็จจริงอะไร ท่านจะไม่ได้เลย ท่านจะไม่ได้ข้อเท็จจริงจากหน่วยราชการเลย ท่านจะไม่รู้เลยว่า คนที่รับผิดชอบจะต้องมาชี้แจงในเรื่องแต่ละเรื่องนั้นทําไมเขาไม่มา เขาก็ส่ง ผู้ใต้บังคับบัญชามา แล้วไม่เกี่ยว แล้วก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาแม้แต่นิดเดียว นี่คือความอ่อนแอในสภาแห่งนี้ ท่านจะถอนกลับไปผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ กลับไปแก้ไขแล้วส่งเข้ามาใหม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่นี่คือความอ่อนแอที่มันเกิดขึ้นนะครับ และพวกเราเองสมาชิกบางท่านแต่ละคนก็ดูเหมือนกับว่าเห็นควรว่ามันจะต้อง ปล่อยกฎหมายฉบับนี้ไปหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจครับท่านประธาน ด้วยความเคารพ ด้วยความห่วงใยจริง ๆ ครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่ากรณีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้มี การพูดคุยกันในวิป (Whip) รัฐบาลอย่างน้อย ๒-๓ ครั้งแล้วก็เมื่อวานได้มีการพูดกัน ในที่ประชุมใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ โดยหลักการเหตุผลแล้ว ผมเชื่อว่าไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านใดขัดข้องต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะว่าเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ เพราะฉะนั้นโดยหลักโดยเหตุโดยผลแล้ว ผมเชื่อว่าทุกฝ์ายทุกท่านเห็นด้วย หลักการสําคัญก็คือเปึนอํานาจของฝ์ายนิติบัญญัติ ที่จะปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละกรรมาธิการ แต่อย่างไรก็ตามก็เปึนที่ยอมรับของการอภิปราย ที่ผ่านมาในการประชุมหลายครั้งว่ากฎหมายนี้มีข้อบกพร่อง มีจุดที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข ผมคงจะไม่ลงลึกในรายมาตรา เพราะว่าอยู่ในวาระที่สอง ท่านประธานครับ แต่จะขอ อนุญาตเสนอเปึนญัตติต่อท่านประธานเพื่อขออํานาจของสภานะครับ ขอให้ถอน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปก่อนเพื่อไปปรับปรุง โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านก็ เห็นชอบที่จะส่งคณะทํางานเข้ามา กรรมาธิการที่อยู่ในคณะ ตัวแทนของพรรคการเมือง พรรคละ ๑ ท่านทุกพรรค ตัวแทนของท่านประธานสภา ตัวแทนวิป ทั้งหลายทั้งปวงเพื่อจะ ได้เข้ามาปรับปรุงเนื้อหาโดยความเห็นชอบของทุกฝ์ายนะครับ นี่คือสาระ ผมขออนุญาต เสนอเปึนญัตติครับท่านประธาน
ขอผู้รับรองสิ มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ผู้รับรองใหม่สิจะครบหรือไม่ครบ ถ้าไม่ครบก็จะได้ให้ตกไปญัตตินี้
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ครบครับ มีท่านผู้ใด มีความเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ คุณสถาพร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ต่อญัตติที่เพื่อนสมาชิก ท่านวิรัตน์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม เสนอให้มีการทบทวนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้น ผมขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนประโยชน์ต่อ สถาบันนิติบัญญัติ
คือท่านจะเสนออย่างไร ทางนี้เขาเสนอให้ถอน ท่านเสนอไม่ให้ถอน ผมจะได้ถามมติ
ผมไม่เห็นด้วยครับ ท่านประธานครับ แต่ก่อนที่จะไม่เห็นด้วยขอให้ท่านประธานได้ให้โอกาสตัวกระผมในการเสนอแนวคิด เพื่อที่จะโน้มน้าวสภาแห่งนี้ เพราะว่าเราลุกขึ้นมาแล้วถ้าอภิปรายไม่เห็นด้วยอย่างเดียว ดูเสมือนหนึ่งว่าสภาแห่งนี้เล่นลิเกกัน มันเปึนความจริงครับ ที่ผมจะต้องอภิปรายไม่เห็นด้วย กับการที่จะถอนร่างพระราชบัญญัตินี้ออกจากการพิจารณาของสภาแห่งนี้ครับ
คือท่านเสนอว่าไม่ให้ถอน
ไม่ให้ถอนครับ แต่ข้อเสนอของผม
มีผู้รับรองไหมครับ
ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป ผมก็จะถามมติที่ประชุมว่าจะให้ถอนหรือไม่ให้ถอน
ท่านประธานครับ ผมยังไม่ได้อธิบาย ความว่าเหตุใดที่ผมไม่เห็นด้วย
คุณเสนอแล้วคุณจะ อภิปราย
ถูกต้องครับ ตามข้อบังคับ
สนับสนุนอย่างนั้น ใช่ไหมครับ
ถูกต้องครับ
ผมอนุญาตคุณสัก ๒ นาที เชิญครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ถ้าเรา มองเปึนความหวังก็คือเปึนความหวังของฝ์ายนิติบัญญัติที่ต้องการเห็นความเปึนเอกภาพ ในการที่จะรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมือง กฎหมายฉบับนี้มีประวัติศาสตร์ ความเปึนมา ผมให้ความเคารพต่อกรรมาธิการทุกคนที่มีส่วนร่วมในการยกร่าง และนําเสนอเข้าสู่สภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ประเด็นที่เราจะถอนร่างพระราชบัญญัตินี้ ผมว่าเปึนประเด็นที่ยังไม่เหมาะสม เราต้องให้เกียรติคณะกรรมาธิการซึ่งได้เสนอสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น กรณีมาตรา ๕ ที่เปึนประเด็น ข้อขัดแย้ง ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายคนเกรงว่าการให้อํานาจกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสมาชิกในการเรียกส่วนราชการหรือเอกชนที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ถ้าไม่มา หมายความว่าท่านจะต้องมีความผิด ชอบแล้วครับ ฝ์ายนิติบัญญัตินั้นเปึนอํานาจ ส่วนหนึ่ง อํานาจหนึ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ประเด็นก็คือว่า หลายคนเกรง ผมต้องถามว่าการเกรงการใช้อํานาจในสภาแห่งนี้นั้นเราตรวจสอบ กันได้ครับ เราตรวจสอบกันได้การใช้อํานาจถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง และขณะเดียวกันนั้น อํานาจของฝ์ายนิติบัญญัติจะต้องมีในการเรียกมาให้ข้อมูลครับ ใครไม่มาก็ต้องมี ความผิด เปึนเรื่องที่เราจะต้องรักษาอํานาจนิติบัญญัตินี้ไว้ในการที่เข้าไปตรวจสอบแล้ว เราจะได้ข้อเท็จจริง วันนี้กลไกของสภาแห่งนี้ที่ศักดิ์และศรีของเราไม่ได้รับการยอมรับกับ สังคมเท่าที่ควรเพราะเราขาดอํานาจที่เปึนธรรมครับ เราเปึนเพียงเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น ที่มาสภาแห่งนี้ มาพิจารณาแล้วยกมือแค่นั้นละครับ แต่อํานาจจริง ๆ เราไม่มีเลยครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยที่จะถอนร่างพระราชบัญญัตินี้ออกจากสภาแห่งนี้ ผมเห็นด้วยที่จะดําเนินการในการพิจารณา ผมนําเรียนครับ
มีทั้ง ๒ ฝ์าย ก็เปึนญัตติ ถูกต้องนะครับ ก็ถือว่าเราพิจารณากันว่าจะถอนหรือไม่ถอน อาศัยอํานาจของที่ประชุมนี้ แต่ผมจะเป่ดโอกาสฝ์ายละ ๒ ท่าน แล้วก็ให้กรรมาธิการสักท่านหนึ่งชี้แจงเสร็จแล้ว ผมก็จะขอมติ เชิญคุณชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ต่อญัตติเพื่อนสมาชิก ทั้ง ๒ ท่านนะครับ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติของท่านสถาพร มณีรัตน์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านที่เสนอญัตติให้คงร่างนี้ไว้เพื่อพิจารณาต่อไปในวาระที่สอง ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายสนับสนุนว่า ให้พิจารณาต่อไปตามกระบวนการการพิจารณากฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรของเรา เพราะผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติของคณะกรรมาธิการที่ส่งให้กับสมาชิกนั้น ในสิ่งที่ คณะกรรมาธิการได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขเปึนสิ่งที่สามารถที่จะแก้ไขในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ได้โดยมติของสภา และที่สําคัญครับประเด็นที่สมาชิกติดใจสงสัย ผมยกตัวอย่างเช่น ประเด็นของการให้อํานาจคณะกรรมาธิการในการที่จะเรียกหรือออกคําสั่งเรียกบุคคล หรือผู้ใดเข้ามาชี้แจงหรือแสดงความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการ ได้เขียนตัวเองให้มี สถานะเปึนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาไว้ด้วยนะครับ นั่นเปึนความเห็น ที่เห็นต่างกัน พูดง่าย ๆ คือความเห็นต่างในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม หลายฝ์าย เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก้าวล่วงอํานาจตุลาการไป ทั้ง ๆ ที่เราเปึนฝ์าย นิติบัญญัติ ถ้าติดประเด็นนี้เราก็สามารถแก้ไขได้ในชั้นของการพิจารณา ผมเชื่อว่า ถ้าสมาชิกนําเสนอครับ ถ้าคณะกรรมาธิการยอมรับไม่จําเปึนต้องถอนก็แก้ในสภาได้ อํานาจในการกําหนดโทษตามกฎหมายเปึนโทษทางอาญา ซึ่งสามารถกระทําได้ครับ ผมก็เห็นด้วยว่าจําเปึนต้องมีโทษกรณีถ้าเขาทําผิด แต่โทษนั้นเหมาะสมหรือไม่ว่า ๒ ป้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท กับว่าโทษเทียบกับการขัดคําสั่งศาล ขัดคําสั่งเจ้าพนักงานสอบสวน โดยทั่วไป เทียบเคียงกันแล้วอันไหนมันมากกว่าน้อยกว่า แก้ไขได้ เพราะคณะกรรมาธิการ ไปแก้ไขมา แก้ไขในสภานี้ได้ ซึ่งประเด็นที่มีข้อโต้แย้งมีไม่กี่ประเด็นท่านประธานครับ ประเด็นก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม ประเด็นก้าวล่วงที่ทําให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของเราหรือกรรมาธิการไปทําหน้าที่อื่นเช่นเปึนพนักงานสอบสวนอย่างนี้นะครับ ในกฎหมายฉบับนี้ก็พูดกันได้ แก้ไขกันได้ ผมเชื่อว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการ มีเหตุมีผลครับ ผมยกตัวอย่างครับว่าสามารถแก้ในสภาได้ ท่านสมาชิก หลายท่านได้แปรญัตติเอาไว้ สงวนคําแปรญัตติเอาไว้ ขออนุญาตเอ่ยนาม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ก็แปรญัตติไว้นะครับ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ก็แปรญัตติไว้ในมาตราที่เปึน ปัญหาสามารถทําได้ ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างเช่นกฎหมายฉบับนี้ให้อํานาจ เราเปึนเจ้าพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายอาญา มีหน้าที่ตามประมวล กฎหมายอาญา ผมถามว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ ห้ามสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรไปดํารงตําแหน่งอื่นในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับราชการที่เปึนงานประจําของเขา ท่านคํานึงหรือเปล่า ผมคิดว่าเรามีเหตุมีผล ถ้าเอาเหตุผลเหล่านั้นมาอภิปราย มาบอกกัน ในที่ประชุม กรรมาธิการรับได้ แก้ได้ ไม่จําเปึนต้องถอนครับ ไม่จําเปึนต้องถอนเลย ถ้าถอนไปก็เหมือนครั้งที่แล้วถอนไปก็กลับมาใหม่ก็เหมือนร่างเดิม เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ พิจารณาในรายมาตราต่อไปเถอะครับ อย่างมาตรา ๕ จริง ๆ ท่านประธานถ้าเปึนผมนะครับ ผมไม่ให้อภิปรายในประเด็นอื่นเลย เพราะผ่านวาระที่หนึ่งมาแล้ว ท่านก็ทําหน้าที่อภิปรายเฉพาะประเด็นที่เปึนข้อแก้ไข ของคณะกรรมาธิการ ข้อที่สงวนความเห็นของสมาชิกเท่านั้นแล้วเดินหน้า อะไรที่สามารถ เปลี่ยนแปลงในสภาได้เปลี่ยนแปลงครับ เปึนอํานาจของสภา การถอนไปไม่ใช่คําตอบ ผมไม่แน่ใจถอนเพื่ออะไร ถอนแล้วให้คณะกรรมาธิการไปปรับแก้โดยส่งตัวแทนของแต่ละฝ์าย เข้าไปชอบด้วยอํานาจของสภาหรือไม่ เราไม่ได้แต่งตั้งเปึนกรรมาธิการนะครับ จะส่ง จากฝ์ายบริหารมา ส่งจากพรรคการเมืองมา ผมถือว่าไม่ชอบ มันเปึนอํานาจของ ฝ์ายนิติบัญญัติที่จะตรากฎหมาย ท่านประธานครับ มันมีเงื่อนงําหรือเปล่าว่าการถอน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปมีใครมาชักใยอยู่เบื้องหลังไหม มาบังคับไหม กลัวว่า ออกไปจะไปก้าวก่ายไปบังคับให้คนอื่นมาชี้แจง ฉันไม่ต้องการ เปึนอย่างนั้นหรือไม่ ผมไม่แน่ใจ เพราะฉะนั้นอย่าได้ถอนครับ ถ้าถอนสภาถูกตําหนิแน่นอน พิจารณาต่อไป แล้วก็แก้ไขกันในสภานี้ครับ จะพิจารณากี่วันกี่เดือนเราก็ยอม ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญคุณทศพล เพ็งส้ม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ นะครับ
ประเด็นแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่ากฎหมายฉบับนี้ เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าออกตามมาตรา ๑๓๕ ของรัฐธรรมนูญที่ให้มีคําสั่งเรียกได้ ท่านประธานครับ คําสั่ง อย่าลืมว่ากฎหมายฉบับนี้ท่านกรรมาธิการหลายท่านก็ได้ กําหนดตัวเองในมาตรา ๑๔ ว่าเปึนเจ้าพนักงาน ท่านประธานครับ เจ้าพนักงาน ตามกฎหมายในประมวลกฎหมายอาญา ในทางตรงกันข้ามนั้นเขาได้บอกอยู่แล้ว ในมาตรา ๓๖๘ ผู้ใดทราบคําสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอํานาจที่มีกฎหมาย ให้ไว้ ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งนั้นโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควรต้องระวางโทษ ไม่เกินสิบวัน หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ แต่ท่านประธานครับ ในส่วนนี้ท่านกรรมาธิการหลายท่านอาจจะบอกว่าแก้ไขได้ จริงอยู่ผมไม่เถียงครับ แต่ในเมื่อกฎหมายอาญาได้บัญญัติไว้ชัดเจนแล้วก็ควรจะใช้ในกฎหมายอาญา ในเมื่อท่านใช้ในมาตรา ๑๔
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๓ ก็ดี และมาตรา ๑๓/๑ ที่แก้ไขก็ดี ในกรณีที่พนักงานอัยการมีคําสั่งไม่ฟัองคดี คณะกรรมาธิการนั้นฟัองคดีเองได้ ผมพูด ตรง ๆ นะครับที่ผ่านมานั้น
ผมว่าอภิปรายสนับสนุน ผู้ที่ให้ถอนกับผู้ค้านไม่ให้ถอน
ได้ครับ ท่านประธานครับ เหตุผลที่ให้ถอน ก็คือว่าควรจะไปปรับทั้งหมดเพราะเนื่องจากท่านไม่ได้บอกว่าระเบียบในการฟัองคดีเอง ก็ตามหรือตั้งทนาย ท่านประธานรัฐสภาจะต้องไปออกระเบียบ ในนี้ท่านไม่ได้เขียนไว้ และโดยเฉพาะในขณะนี้ท่านเขียนชัดเจนอยู่แล้วว่าคณะกรรมาธิการทั้งคณะเปึนผู้เสียหาย ท่านต้องไปดูประมวลกฎหมายอาญาครับ ประมวลกฎหมายอาญาเขียนไว้ชัดเจนนะครับ ความเปึนผู้เสียหายนั้นในนี้ไม่ละเอียดครับ เมื่อไม่ละเอียดจะมีปัญหาในการปฏิบัติทันที ฉะนั้นผมถึงบอกว่าเมื่อมันมีปัญหาในทางปฏิบัติถอนเถอะครับ ถอนไปแก้ไขใหม่ ให้นิยามใหม่ คําว่า ผู้เสียหาย ในมาตรา ๑๒ นั้นหมายถึงใคร เพราะทั้งคณะบางคน เขาไม่เห็นด้วยกับการที่ ท่านออกคําสั่งเรียก แล้วจะบอกว่าตัวเขาเปึนผู้เสียหายด้วยก็ไม่ถูก เพราะอย่าลืมนะครับ เวลาเราแจ้งความดําเนินคดีได้ เราก็ถูกฟัองเช่นเดียวกัน ฉะนั้นท่านไปทบทวนนะครับ ความเปึนผู้เสียหายก็ดี ที่จะไปตั้งทนายก็ดี ตรงนี้ท่านไม่มีรายละเอียด ท่านไม่สามารถ ปฏิบัติได้เลยว่าการออกกฎหมายฉบับนี้จะดําเนินการเปึนไปตามพระราชบัญญัตินี้ได้ อย่างไร ขอบคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับผู้สูงอายุจากจังหวัดสมุทรสงครามด้วยความยินดีนะครับ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎร กําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... ต่อไปเชิญท่านประธาน ท่านรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ท่านวิทยา บุรณศิริ เชิญครับ
ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้เกียรติตัวกระผมถึงขนาดนั้นนะครับ ผมขอเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในนามของพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตแสดงความคิดเห็น สนับสนุนท่านสมาชิกคือท่านสถาพร มณีรัตน์ ต่อกรณีของร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียก ของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... ผมต้องขออนุญาต เห็นตรงกันข้ามกับท่านสมาชิกคือท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ซึ่งจริง ๆ แล้วท่านน่าจะมีเหตุผล ให้กับสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้รับทราบเหตุผลในการที่จะขอถอน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปดําเนินการแก้ไข ต้องยอมรับว่าสิ่งสําคัญที่สุด ผมชักสงสัย สมาชิกในซีกของรัฐบาลขึ้นมาทันที ว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการผ่านท่านประธานว่า มีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือเปล่า นี่คือสิ่งสําคัญที่สุด ซึ่งผมในฐานะที่เปึนประธานวิปฝ์ายค้าน ก็ได้เชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้วก็กรรมาธิการมาชี้แจงในพรรคเพื่อไทยความเห็น จริง ๆ แล้วเราต้องเรียนตามตรงว่าน่าจะมีเหตุผล เพราะฉะนั้นหลักการพิจารณาว่า สิ่งสําคัญที่สุดที่ผมรับทราบมาเบื้องต้นก็คือจํานวนกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเมื่อสมาชิกในฐานะที่เปึนฝ์ายนิติบัญญัติ กระทําหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรต่อเรื่องใด ๆ ก็แล้วแต่ ที่จํานวนกรรมาธิการมี ๓๕ คณะของสภาผู้แทนราษฎรได้เรียกหรือเรียนเชิญผู้มาชี้แจง โดยเฉพาะหัวหน้าส่วนราชการระดับสูงหรือรัฐมนตรีต่อเรื่องราวสําคัญ ๆ ในสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ที่ได้รับทราบ โดยเฉพาะเรื่องร้องเรียนที่เปึนประเด็นสําคัญของบ้านเมือง แล้วก็บ่อยครั้งที่กรรมาธิการในแต่ละคณะไม่ได้รับเกียรติจากผู้ชี้แจง ต้องใช้คําพูดนี้ เพราะฉะนั้นเมื่ออํานาจของฝ์ายนิติบัญญัติจะตราพระราชบัญญัติของตัวเองขึ้นมา เพื่อที่จะให้กระบวนการดําเนินการในการต้องการข้อมูลข้อเท็จจริงในสิ่งที่ได้รับเรื่องราว จากพี่น้องประชาชนหรือได้รับเรื่องจากผู้ร้องเรียนก็ดี ซึ่งเปึนอํานาจหน้าที่ของฝ์ายนิติบัญญัติ โดยตรงที่รัฐธรรมนูญก็ได้บัญญัติไว้ แต่ผมไม่ทราบว่าการที่สมาชิกขออนุญาตเอ่ยนาม อีกครั้ง ท่านวิรัตน์ซึ่งก็เปึนนักกฎหมายสําคัญจะขอถอนออกเพื่อไปปรับปรุงใหม่ท่านต้อง มีเหตุผลให้ชัดครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านสถาพรได้เอ่ยขึ้นกับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมในฐานะที่เปึนสมาชิกในซีกของพรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ์ายค้าน ขอสนับสนุน คุณสถาพรว่าเห็นสมควรที่จะต้องพิจารณากันต่อ เพราะว่าจําเปึนและมีเรื่องสําคัญ ๆ หลายเรื่องที่กรรมาธิการได้เรียนเชิญให้ผู้มาชี้แจง ผมคิดว่านั่งอยู่ที่บนบัลลังก์ ท่านวิรัช ประธานคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่นก็หลายครั้งครับ ท่านเชิญมากี่ครั้ง ท่านมาพูดในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมไม่ได้รับเกียรติมาชี้แจง โดยเฉพาะเรื่องของ กระทรวงมหาดไทย ถูกไหมครับ ผมจําได้เพราะว่าเสียงของท่านยังก้องอยู่ในหู ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และท่านเปึนฝ์ายรัฐบาลที่ท่านกล้าออกมาพูดว่าผมเอง ยืนยันว่าเรียกมากี่ครั้งก็ไม่เคยมาชี้แจง เพราะฉะนั้นวันนี้จะเอาเรื่องนี้ออกไป อย่างไรกันแน่ครับ หรือว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่รออยู่ มีเอกสาร มีซีดี (CD) ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการการทหารก็กําลังเปึนที่สนใจอยู่ สิ่งนี้ต้องฟังให้ชัดครับ ท่านประธาน ผมขอสนับสนุนท่านสถาพรครับ ขอให้พิจารณาต่อครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
เชิญท่านพิเชษฐครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ผมกราบเรียนเบื้องต้นว่าผมไม่ได้เปึน ฝ์ายไหนและผมก็ไม่มีเจตนาซ่อนเร้นแฝงเร้นอะไรทั้งสิ้น แต่ขออนุญาตพูดในสิ่งที่เปึนหลักการ ซึ่งเปึนหลักสําคัญในการทํางานของสภาผู้แทนราษฎรเรา ผมเรียนว่าผมไม่เห็นด้วยกับ การที่จะให้ถอนญัตติอันนี้ออกไป ด้วยเหตุผลก็คือผมกราบเรียนสมาชิกและท่านประธาน เห็นว่าร่างหลักการเหตุผลทั้งหมดนี้สภานี้เคยอนุมัติไปแล้วใช่ไหมครับทุกตัวอักษร เคยผ่านสายตาพวกเราและเราเคยอนุมัติไปแล้วในวาระแรก หลังจากที่คณะกรรมาธิการ ไปแปรญัตติกลับเข้ามา เราก็เห็นว่ามีข้อขัดข้องบางประการก็ให้ถอนออกไปและก็ได้ มีการแก้ไขเปึนร่างใหม่อันนี้เข้ามา สําหรับที่แก้ไขเข้ามาขณะนี้เราพิจารณาเห็นด้วย ในมาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข ใด ๆ ทั้งสิ้น เรากําลังจะมาถึง มาตรา ๕ ในมาตรา ๕ ก็มีผู้สงวนคําแปรญัตติกับมีผู้ที่เพิ่มในมาตรา ๕/๑ เรากําลัง พิจารณาเรื่องนี้ แต่เราไปพูดมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ อะไรซึ่งอยู่ข้างหน้า เราพิจารณามาจนถึงมาตรา ๕ ขณะนี้ยังไม่มีปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น ในมาตรา ๕ กรรมาธิการ ก็อาจจะเห็นด้วยตามที่ผู้สงวนคําแปรญัตติก็ยุติผ่านไปได้ หรือผู้สงวนคําแปรญัตติ อาจจะฟังเหตุผลของกรรมาธิการยอมรับก็ผ่านไปได้ ถ้าจะให้ถอนไปถึงมาตราที่ตกลงกันไม่ได้ เสียก่อนเถอะครับ ไปถึงมาตราที่มันมีปัญหา ที่มันคลี่คลายกันไม่ได้จริง ๆ ค่อยว่ากัน แต่ขณะนี้เรากําลังจะให้ถอนร่างไปขณะที่เรากําลังพิจารณาดูมาตรา ๕ ที่ยังไม่มีปัญหา อะไรเลย มันไม่มีเหตุผลที่จะตอบอะไรได้หรอกครับว่าทําไมมันสะดุดด้วยอะไรถึงจะต้อง ถอนมาขณะนี้ ท่านประธานด้วยความเคารพ ผมไม่เห็นด้วยกับการถอนทั้งที่ขณะนี้ ยังไม่เจอปัญหาอะไรเกิดขึ้นครับ
ท่านไม่เห็นด้วย เชิญเพราะเมื่อสักครู่ผมบอกแล้วฝ์ายละ ๒ ท่านแล้วนะครับ เมื่อสักครู่ ๒ ท่าน แต่กลายเปึน ๓ ท่าน เพราะว่าผู้ค้านไม่ให้ถอน มี ๓ ท่านแล้วก็ยังขาดทางนี้อีก ๑ ท่าน แต่ว่าให้กรรมาธิการ พิจารณาก่อน ๑ ท่านครับ ให้ท่านประธานก่อนกระมังครับ ผมให้ ๑ ท่านเท่านั้นเพราะว่า มันเปึนญัตติไปแล้วทั้ง ๒ ฝ์าย ท่านประธานจะพูดไหมครับ ถ้าไม่พูดผมจะได้โยนไปทางโน้นครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ คือประเด็นปัญหาที่มีญัตติเสนอให้ถอนร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อไปปรับปรุงแก้ไขนั้น โดยในฐานะกรรมาธิการผมต้องเรียนว่า คือเราได้มีการถอนไปครั้งหนึ่งนะครับ แล้วก็ได้พูดกันอย่างตรงไปตรงมาเลยนะครับว่า ก็ไม่มีท่านใดมาชี้แจงอะไรเพิ่มเติมในช่วงนั้นกรรมาธิการได้พิจารณาทบทวนแล้ว ได้ยืนตามร่างเดิมที่กรรมาธิการได้พิจารณาไปทุกประการ เพราะฉะนั้นการที่จะมีการเสนอถอน ผมคิดว่ามันทําได้โดยที่ประชุมใหญ่เท่านั้น แต่ว่าคงต้องมีเหตุผลประกอบให้ชัดเจนว่า การที่จะถอนไปนั้นด้วยเหตุผลอะไร ซึ่งผมได้เคยเรียนแต่ต้นแล้วว่ากฎหมายฉบับนี้ เปึนกฎหมายของพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านและสมาชิกวุฒิสภาที่จะใช้ เปึนเครื่องมือในการทํางาน ผมก็อยากให้การวิพากษ์วิจารณ์นั้นเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ออกมา สมบูรณ์และดีที่สุด ผมคิดว่าการที่เสนอกฎหมายฉบับนี้มานั้นเปึนการเสนอมาเพื่อแก้ไข ปัญหาและอุปสรรคในการทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งมีปัญหา และอุปสรรคมาเปึนเวลายาวนานในเรื่องการเชิญบุคคลมาชี้แจง แต่ผมต้องยอมรับว่า กฎหมายฉบับนี้ที่เราได้มีการปรับปรุงนั้นอาจจะยังไม่สมบูรณ์พร้อมนะครับ แต่ผมก็ไม่อยากเห็น ที่จะมาพิจารณากันที่มีความขัดแย้งในที่ประชุมนี้มากนัก แต่ถ้ามีเหตุผลดีที่จะเลื่อนหรือให้ถอนไปโดยส่วนกรรมาธิการไม่ถอนนะครับ แต่ว่า ถ้าที่ประชุมใหญ่จะถอนนั้นก็คงได้มีเหตุผลที่เราจะรับฟังได้ว่าจะถอนไปเพื่อทําอะไร และมีกําหนดเวลาอย่างไรบ้างในการที่จะถอนไป และผมก็อยากจะฝากว่ากฎหมายฉบับนี้ ควรจะต้องเสร็จสมบูรณ์ให้เรียบร้อยผ่านสภาทั้งวุฒิสภาในสมัยประชุมนี้ แล้วก็มีมาตรการ อย่างไรที่จะไปเสนอกรรมาธิการที่จะให้มีการพิจารณาทบทวนปรับปรุงในความเห็น อันนี้ ผมคิดว่าน่าจะชัดเจนพอสมควรนะครับ เพราะว่ากรรมาธิการนั้นต้องเรียนว่าได้พิจารณา มาอย่างดี แต่เราก็ต้องยอมรับว่าอาจจะมีอุปสรรคมีปัญหาข้อขัดข้องในข้อกฎหมาย ทั้งข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่อย่างที่สมาชิกได้อภิปรายในมาตรา ๕ นั้น กรรมาธิการ สามารถชี้แจงได้ทุกประเด็นสําหรับมาตรา ๕ นะครับ แต่มาตราอื่นนั้นก็ยังไม่ได้ มีการพิจารณาซึ่งเราก็ยังไม่รู้ว่าข้างหน้านั้นจะมีอุปสรรคปัญหาและข้อคิดเห็นที่แตกต่าง ไปอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าต้องมีเหตุผลที่ให้ที่ประชุมนี้ได้รับทราบพอสมควร อย่างที่ท่านวิทยาได้บอกไว้ว่าถ้ารับฟังกันได้แล้วเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้สมบูรณ์และพวกเรา มีส่วนร่วมในการพิจารณากันอย่างละเอียดรอบครอบขึ้นอีกก็แล้วแต่ที่ประชุม ขอบคุณครับ
เชิญผู้ถูกพาดพิงครับ คุณวิรัตน์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ท่านประธานใช้เวลาไม่มากนะครับแต่ว่าเพื่อกราบเรียนต่อท่านประธานในกรณี ที่ถูกพาดพิงและขอชี้แจงเหตุผลความจําเปึนที่กระผมได้ยืนขึ้นเสนอญัตติเรื่องนี้นะครับ
ประการแรก ผมเองและวิปรัฐบาลหรือทุกคนไม่มีวาระซ่อนเร้นใด ๆ ทั้งสิ้น โดยรวมผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านรวมทั้งตัวผมเห็นด้วยในหลักการ แต่ว่ามีรายละเอียดที่เรามีความกังวล ไม่มีพรรคหนึ่งพรรคใดเปึนรัฐบาลตลอดชีวิต แล้วก็ไม่มีพรรคหนึ่งพรรคใดที่จะเปึนฝ์ายค้านตลอดชีวิต กฎหมายนี้ออกมาเพื่อบังคับใช้ ตลอดไป ผมขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวว่ากรณีที่กรรมาธิการยังไม่ได้พูดถึง อย่างน้อยหลายประเด็นเช่นประธานคณะกรรมาธิการร่วมกัน มีอํานาจใช้กฎหมายนี้หรือไม่ ในนี้ก็ไม่มี ผมดูในมาตรา ๓ ก็ไม่ได้พูดถึงคณะกรรมาธิการร่วมกัน ซึ่งถือว่าเปึนคณะกรรมาธิการ ที่สําคัญเพราะว่าจากวุฒิสภาครึ่งหนึ่ง จาก ส.ส. ครึ่งหนึ่งในนี้ก็ไม่ปรากฏ
ประการที่สอง กรณีที่เรามีทั้งหมด ๓๕ คณะท่านประธานครับ แล้วไม่มีกฎ ไม่มีระเบียบ ไม่มีข้อบังคับใด ไม่มีมาตราใดบอกว่าเรียกได้กี่คณะ สมมุติว่าเกิดขึ้นเรื่องหนึ่ง คณะกรรมาธิการการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนเรียก คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐเรียก หลาย ๆ คณะเรียก ปัญหาเหล่านี้จะแก้อย่างไร อาจจะให้ท่านประธานเปึนคนแจกลูก หรือว่าให้มีคณะกรรมการขึ้นมาดูแลปัญหาที่ ๒
ประการที่สาม กรณีกรรมาธิการชุดเดียวเรียกหลายครั้งในเรื่องเดียว บางทีเรียก ๑ เดือนยังเรียก ๒ เดือนก็ยังเรียก ผมขออนุญาตไม่ลงลึกในรายละเอียดของกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นกรณี ๒-๓ กรณีอย่างที่กราบเรียนนี่นะครับเปึนเรื่องที่น่าจะต้องมีการพูดคุยกัน
กรณีต่อไป กรณีซึ่งในระเบียบปฏิบัติแล้วในระเบียบบริหารราชการ นายกรัฐมนตรีสามารถมอบหมายรองนายกรัฐมนตรี สามารถมอบหมายรัฐมนตรีได้ แต่ในกฎหมายนี้ถ้าประธานคณะกรรมาธิการยืนยันว่า นาย ก ต้องมา นายกรัฐมนตรีต้องมา รองนายกรัฐมนตรีต้องมา ไม่มาโดนเลยครับ ซึ่งมันจะไปขัดกับกฎหมายหลัก กฎหมาย ที่ว่าสามารถมอบอํานาจได้ เพราะว่าในร่างนี้เขียนไว้ชัด ถ้าส่งใครมาให้ถือว่าคนที่ได้รับ หมายเรียกต้องรับผิดชอบตามเนื้อความนั้นแต่มันมีอยู่ ๑ วรรคสําคัญว่าถ้ากรรมาธิการ จะเรียกใครคนนั้นต้องมา ผมสมมุติว่ากรรมาธิการมีประชุมวันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ ๕ วัน คณะกรรมาธิการที่ ๑ บอกว่านายกรัฐมนตรีต้องมาวันจันทร์ โดยมติ คณะกรรมาธิการที่ ๒ บอกนายกรัฐมนตรีต้องมาวันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ ครบวัน ไม่ต้องบริหารราชการเลยครับ
ข้อต่อไป กรณีที่ร่างเดิม มติในการจะเรียกใครต้องใช้มติครึ่งหนึ่งของกรรมาธิการ ก็คือ ๘ แต่กรรมาธิการแก้เปึนว่าครึ่งหนึ่งของกรรมาธิการที่อยู่ในห้องประชุม ซึ่งปัญหา อยู่ตรงนี้ครับ เราต้องยอมรับความจริงว่า ส.ส. พวกเรามีหลายภารกิจ เปึนวิป (Whip) บ้าง เปึนกรรมาธิการหลายคณะบ้าง แล้วก็มีภาระในห้องประชุมใหญ่ เพราะฉะนั้นถ้าเกิด ผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการ ผมต้องการจะเรียกนาย ก นาย ข ผมก็ดูจังหวะที่พวกผมอยู่ แล้วฝ์ายหนึ่งฝ์ายใดไม่อยู่ปัญหานี้จะเกิดขึ้นทันที หรือกรณีที่ร่างเดิมของท่านอาจารย์ทิวา ซึ่งร่างไว้ดีก็ใช้คําว่า เหตุจําเปึน เหตุจําเปึน ป์วย เจ็บ ลูกไม่สบาย ไปโรงเรียนว่าไป คณะกรรมาธิการแก้เปึน เหตุสุดวิสัย ท่านประธานคงทราบนะครับ เหตุสุดวิสัย แผ่นดินไหว สึนามิ ภูเขาไฟระเบิด สงครามโลก ซึ่งมันเกิดยากครับ ตรงนั้นถ้านายกรัฐมนตรี โดนหมายเรียกอันนี้แล้วไม่มา อ้างว่าติดรับเสด็จ อ้างว่ามีแขกจากต่างประเทศ ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยนะครับ ถ้าประธานคณะกรรมาธิการเห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรี ขัดหมายเรียกนายกรัฐมนตรีติดคุกได้ เพราะฉะนั้นรวมไปถึงอํานาจที่คณะกรรมาธิการ ฟัองเอง ถ้าตามร่างเดิมของท่านอาจารย์ทิวา เงินยวง ซึ่งผมก็ถือว่าดี ก็คืออํานาจไม่ได้ เบ็ดเสร็จอยู่ที่ประธานคณะกรรมาธิการ แต่อํานาจหลังจากคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ เห็นอย่างไร ก็จะส่งเรื่องมาที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรกลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง คณะกรรมาธิการก็ไปแก้ให้เปึนอํานาจของแต่ละประธาน ซึ่งต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าผมเชื่อว่าถ้าทุกคนกล้าพูดความจริง คือประธานคณะกรรมาธิการ แต่ละคนมาตรฐานไม่เท่ากัน บางคนก็ดีเลิศ บางคนก็ดีน้อย บางคนก็ดีกลาง ๆ ถ้าเผอิญว่า มีการใช้อํานาจที่ว่านี้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ผลประโยชน์แอบแฝง หรืออะไรก็แล้วแต่ หรือผลประโยชน์ทางการเมือง คนที่ถูกหมายเรียกนั้นก็ได้รับผลกระทบ แน่ ๆ ครับรัํูธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ ให้อํานาจซึ่งผมเห็นด้วย แต่ว่าเนื่องจากมีรายละเอียดที่จะต้องปรับแก้อีก เปึนจํานวนมาก ผมคิดว่าถ้าเราใช้เวลาในสภานี้ก็อีกหลายพุธ ตรงนั้นถ้าตั้งท่านประธาน หรือขอมติที่ประชุมถอนออกไป แล้วให้ตัวแทนแต่ละพรรค ตัวแทนของท่านประธานสภา ตัวแทนฝ์ายรัฐบาล ซึ่งไม่มีวาระซ่อนเร้นครับท่านวิทยา ทุกท่านที่เกี่ยวข้องครับ ด้วยใจจริง อยากให้กฎหมายนี้มันเดินได้ด้วยความเคารพ ผมเห็นด้วยในหลักการ แต่ขอให้มีปรับแก้ ในรายละเอียดเท่านั้น ด้วยความเคารพครับ
คือผมได้พูดกับที่ประชุม แล้วว่าฝ์ายละ ๒ แล้วก็ประธาน ๑ เปึน ๕ ผมจะขอมติแล้วล่ะครับ คือถอนหรือไม่ให้ถอน ๒ ญัตติ ขอท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมด้วยครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ โปรดเข้าห้องประชุมเพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุมว่าจะครบองค์ประชุมหรือไม่ครับ สภายินดีต้อนรับอาจารย์และนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงป้ที่ ๒ สถาบันสันติราษฎร์บริหารธุรกิจในพระบรมราชูปถัมภ์ ด้วยความยินดีนะครับ เชิญท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ เนื่องจากพระราชบัญญัตินี้เปึนพระราชบัญญัติของ เพื่อนสมาชิกทุกท่านที่มีความประสงค์จะประกาศใช้ แต่ว่าเมื่อทุกฝ์าย หลายฝ์าย แต่ละฝ์าย ไม่เห็นสอดคล้องต้องกัน มีการอภิปรายมากพอสมควร เฉพาะมาตรา ๕ มาตราเดียวตั้ง ๓๐ กว่าท่าน ก็มีผู้เสนอ ให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณาว่าให้ถอนร่างพระราชบัญญัตินี้ให้ทางคณะกรรมาธิการ ไปพิจารณาใหม่ กับอีกฝ์ายหนึ่งไม่ให้ถอน ให้พิจารณาตามลําดับมาตราต่อไป ก็มี ๒ ญัตตินี้ คือหมายความว่า ๑. ให้ถอนให้คณะกรรมาธิการดําเนินการต่อไป ๒. ไม่ให้ถอนให้พิจารณา ตามรายมาตราต่อไป เพราะทั้งหมดมี ๑๖ มาตราด้วยกัน ท่านสมาชิกครับ เมื่อท่าน เข้าห้องประชุมเรียบร้อยแล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ห้องประชุม คณะกรรมาธิการ โปรดหยุดประชุมชั่วคราว แล้วเข้ามาที่ห้องประชุมเพื่อตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนเพื่อจะลงมติกันนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ มีอะไรครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จังหวัดจันทบุรี เหนื่อยนะครับท่านประธาน เดี๋ยวมีเพื่อน หลายท่านอยากจะให้ท่านประธานบอกว่ารอสักนิดหนึ่งนะครับ กดอีกครั้งหนึ่ง
ผมรอแล้วครับ ไม่ต้องบอก รอแล้วครับ ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมครับ เชิญเข้ามาในห้องประชุมนะครับ ท่านที่อยู่ ในห้องประชุมกรรมาธิการก็หยุดก่อน เชิญเข้ามาที่ห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนนะครับ ขณะนี้ก็อุ่นหนาฝาคั่งพอสมควรท่านสมาชิกช่วยกรุณาเสียบบัตรแสดงตน
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตร แสดงตนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ คุณชาดาเชิญครับ
ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนาของจังหวัดอุทัยธานี เรื่องถอนร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกของ คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... เมื่ออาทิตย์ที่แล้วทางวิปก็บอกว่า ให้เลื่อนมาอาทิตย์นี้ มาวันนี้ก็จะให้ถอน ผมก็ยังงง ๆ อยู่เหมือนกันครับว่าตกลงจะอย่างไรกันแน่ ผมกราบเรียนขออนุญาตท่านประธานว่าผมเองมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก แล้วก็มีโอกาสส้มหล่นนะครับ
คืออย่างนี้ครับผมจะเรียน ให้ทราบ มีทางฝ์ายคุณวิรัตน์ท่านเสนอว่าให้ถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปปรับปรุง โดยให้คณะกรรมาธิการชุดนี้เอาไปปรับปรุงใหม่ให้เรียบร้อย เพราะคราวที่แล้วถอนไปปรับปรุง ไม่มีการปรับปรุงเข้ามาทุ่นเหมือนเดิม ก็อยากจะให้ไปปรับปรุงใหม่ให้เรียบร้อย เพราะว่ามาตรา ๕ มาตราเดียวนี่อภิปราย ๓๔ คน แล้ว ๑๖ มาตราเท่านั้นจะอภิปราย ทั้งหมดประมาณราว ๘ มาตรา ผมว่าอีก ๘ วันก็ยังไม่จบ การประชุมสมัยนี้ก็เฉพาะ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ฉบับเดียวก็ป่ดสมัยประชุมพอดีครับ ถ้าที่ประชุมใหญ่ให้ถอน ไปพิจารณาแล้วก็กําหนดว่าจะเอาระยะเวลากี่วัน ๆ นําเข้ามา เราจะถามอีกครั้งหนึ่งครับ แล้วก็อีกฝ์ายหนึ่งเสนอว่าอย่าถอน ไม่ให้ถอน ให้พิจารณาเปึนรายมาตราไปจนจบทั้ง ๑๖ มาตรา ก็มีอย่างนี้ ฉะนั้นก็ขอให้ท่านวินิจฉัยตอนที่จะลงมติว่าจะให้ถอนหรือไม่ให้ถอน ก็มีแค่นี้เองครับ
ขออนุญาตท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ คือผมก็เห็นกฎหมายหลายฉบับไม่เห็นมีปัญหาอย่างนี้นะครับ จะพูดกันกี่คนหรือว่าอะไรก็ตาม ผมว่ามันเหมือนมีอะไรนัย ๆ สักอย่างหนึ่งในความเข้าใจผม คือวันนี้ผ่านกฎหมายนี้ไปผมก็ยังไม่รู้ว่าจะจบในสมัยนี้หรือเปล่าเลย
อันนั้นเอาไว้ทีหลังนะครับ นั่งลงก่อนเถอะผมชี้แจงแล้ว
ท่านประธานครับ ผมก็ขออนุญาต งดออกเสียงเลยครับ ท่านประธานครับ
ครับ ขณะนี้ทุกท่าน เสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วส่งผลมา ครบองค์ประชุมหรือไม่ มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๔๐ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปผมจะถามมติ ท่านผู้ใดเห็นควรให้ถอนร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียก ของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... ให้คณะกรรมาธิการ ชุดเดิมนี้ไปพิจารณาใหม่โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรจะพิจารณาต่อไป เรียงตามลําดับมาตราจนจบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อย แล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มีนะครับ เมื่อไม่มีแล้วก็งดใช้สิทธินะครับ โปรดส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๓๐ ท่าน เห็นด้วยให้ถอน ๒๐๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน ถือว่าให้ถอนนะครับ
ต่อไปผมจะถามที่ประชุมว่าจะให้ถอนไปสักกี่วัน กี่เดือน กี่ป้ เชิญเสนอครับ เชิญกรรมาธิการ ผมถามเลยนะครับให้ประธานบอกว่าให้ถอนไปพิจารณากี่วัน อะไรกี่วัน ไม่ต้องอภิปรายอย่างอื่นนะครับ เอาจํานวนวัน
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ คือกฎหมายฉบับนี้เรารับหลักแล้วผมคิดว่าเปึนกฎหมายที่ดี แล้วก็อีกประการหนึ่ง อยากให้เสร็จทันสมัยนี้ แต่พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นและข้อติติงเพื่อปรับปรุง ให้สมบูรณ์และดีที่สุดนะครับ ภายใน ๒๐ วันเข้าสู่ที่ประชุมแห่งนี้ ผมขออย่างนั้น แล้วก็ เมื่อเสร็จให้ประธานบรรจุเลยครับ
ทราบแล้ว เชิญเจ้าของ ญัตติที่ขอถอนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลานะครับ เห็นพ้องกับ ท่านประธาน ๒๐ วัน ขอให้พิจารณาให้เสร็จภายใน ๒๐ วัน โดยมีรายละเอียดครับ ขอให้ คณะกรรมาธิการร่วมกับตัวแทนพรรคการเมืองทุกพรรค พรรคละ ๑ คน ตัวแทน สภาผู้แทนราษฎร ตัวแทนของท่านประธานและตัวแทนฝ์ายรัฐบาล เพื่อร่วมกันพิจารณา ปรับปรุงแล้วก็นํากลับมาที่สภานี้
อันนั้นเปึนอํานาจของ ประธานคณะกรรมาธิการนะครับคณะนี้เขาจะไปพิจารณา เขาจะต้องทําหนังสือเวียน ทําอย่างไรมันอยู่ในกระบวนการของคณะกรรมาธิการ
แต่ด้วยความเคารพท่านประธาน
ถ้าท่านจะเสนอเปึน เรื่องราวใหม่ก็เปึนญัตติว่าจะต้องทําอย่างไรครับ
อย่างนั้นผมขออนุญาตนะครับ ผมขอให้ ในการพิจารณาภายใน ๒๐ วันที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการเสนอมาขอให้ได้พิจารณา ร่วมกับตัวแทนของพรรคการเมืองทุกพรรคในสภาผู้แทนราษฎรพรรคละ ๑ คน ตัวแทน ของท่านประธานสภา ๑ คน ตัวแทนของรัฐบาล ๑ คน ร่วมกันพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน ๒๐ วัน แล้วก็กลับมาที่สภา ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เดี๋ยวคุณวิลาศ ข้างล่างเขาเสนอก่อน อย่าเพิ่งออกความเห็น เชิญคุณชลน่านหรือท่านวิทยา ๒ ท่านนี้ท่านใดท่านหนึ่ง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต่อกรณีญัตติของเพื่อนสมาชิกที่เสนอเปึนญัตติสภาแห่งนี้ แล้วก็เสนอเสมือนเปึนบุคคลไปทํางานกับคณะกรรมาธิการในการพิจารณาที่เสนอรายชื่อ บุคคลไปหรือประเภทบุคคลไป กระผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเปึนญัตติรับญัตติแล้ว กระผมขออนุญาตผมไม่เห็นด้วยกับญัตติ แต่ผมจะเสนอท่านประธานว่าขอเสนอเปึนญัตติ ให้กรรมาธิการชุดเดิมเปึนผู้พิจารณา ขอผู้รับรองด้วยครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ก็ไม่มีใครเขาขัดข้องครับ ก็ให้คณะกรรมาธิการชุดนี้เปึนผู้พิจารณา
ท่านประธานครับ ท่านประธานฟังเหตุผล ผมนิดนะครับ ผมอภิปรายสนับสนุนได้
ไม่จําเปึนหรอกครับ เพราะว่าที่ประชุมเขามีมติอยู่แล้วเมื่อสักครู่ให้คณะกรรมาธิการ
ท่านประธานครับ ผมขออีกนิดเดียวด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ผม ชลน่าน ประเด็นข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกผมเกรงว่าถ้าสภาแห่งนี้ รับญัตตินี้แล้วก็ส่งคนเข้าไปพิจารณาอย่างนั้น กระผมคิดว่าไม่ชอบด้วยกระบวนการ ทางนิติวิธีหรือการตรากฎหมายของรัฐสภาไทย เพราะว่าบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับ กําหนดให้การพิจารณาในวาระที่สองเปึนเรื่องของกรรมาธิการครับ
ผมก็มีความเห็นอย่างท่าน คือหมายความว่ามันขัด ก็อยากจะให้ถอนเสียครับ
เพราะฉะนั้น ด้วยความเคารพครับท่านประธาน เห็นกับผมใช่ไหมให้เพื่อนสมาชิกถอนญัตติ แล้วก็สิ่งที่จะไปปรับปรุงเพิ่มเติมเปึนสิทธิ ของสมาชิกหรือทุกฝ์ายที่เสนอข้อมูลข้อคิดเห็นเข้าไปในประเด็นที่ท่านต้องการกราบขอบคุณ ท่านประธานครับ
ถูกต้องครับ เชิญถอนครับ
ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เพื่อให้ทุกฝ์ายราบรื่นนะครับ ผมขอให้ได้มีผู้เข้าร่วมชี้แจง แต่ว่าการตัดสินใจ อยู่ที่กรรมาธิการ เพียงแต่ว่าขอเชิญทุกฝ์ายที่กระผมอ้างถึง ตัวแทนทุกพรรคการเมือง ตัวแทนของท่านประธานสภา ตัวแทนฝ์ายรัฐบาล
คืออย่างนี้ครับ อันนั้นสมาชิก มีสิทธิที่จะไปเสนอคณะกรรมาธิการได้ครับ ไม่มีปัญหา จึงขอให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ชี้แจง
ถ้าท่านประธานคณะกรรมาธิการรับรอง ในข้อนี้ ผมไม่ติดใจ
ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ทางคณะกรรมาธิการจะเรียนเชิญ ทุกฝ์ายเลยครับ ทั้งฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้านทั้งหมดมาชี้แจงให้ข้อมูลในการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการก็แล้วกันนะครับ ไม่ต้องมีญัตติหรอกครับ มีประเด็นอะไรให้ทํา ประเด็นมาให้เลยที่จะปรับปรุงแก้ไข แล้วให้เสร็จภายในกําหนดครับ
ถอนแล้วใช่ไหมครับ
ถ้าท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ท่านผู้อาวุโสไม่ขัดข้อง ผมก็ถอนครับ
ก็ถือว่าถอนแล้วดําเนินการ เรื่องของคณะกรรมาธิการ ท่านวิทยา บุรณศิริ มีอะไรครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ผมมีประเด็นข้อสังเกตนิดเดียวครับ ท่านอนุญาตไหมครับ ผมคิดว่าด้วยความเคารพในตัวท่านประธานคณะกรรมาธิการ และท่านกรรมาธิการทั้งคณะ ซึ่งเปึนเรื่องที่สําคัญที่สุดที่สภาแห่งนี้ โดยเฉพาะ คณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะฝากความหวังไว้กับท่าน เรื่องที่ท่านได้ฟังการอภิปราย ไม่ว่าจะเปึนสมาชิกในซีกของรัฐบาลและฝ์ายค้าน หลังจากที่ท่านยืนยันว่ามีการถอนร่าง ไปแล้ว แล้วท่านยืนยันว่าไม่มีการปรับปรุงแก้ไขถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าเมื่อสภาแห่งนี้ผมเคารพเสียงข้างมาก เมื่อเสียงข้างมากให้ถอนออกไป เพื่อดําเนินการ ก็กราบเรียนท่านประธานไปฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับว่า เรื่องนี้ผมคิดว่าท่านรับฟังมาพอสมควร แล้วผมคิดว่าถ้าพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้ตราบังคับใช้แล้วในอนาคต ท่านประธานเองก็ต้องจัดสัมมนาเพื่อให้ความเปึนไปได้ ของการดําเนินการตามกฎหมายหรือตามพระราชบัญญัติฉบับนี้มันได้เกิดรูปธรรม มิฉะนั้นแล้วผมคิดว่าเรื่องนี้ก็เปึนเรื่องที่อันตรายอยู่หลังจากฟังหลายท่านได้อภิปราย จึงขอให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการผ่านท่านประธานสภา ได้แจ้งในกรณีที่ท่าน มีความห่วงใยในมาตรานั้น ๆ หรือทางปฏิบัติ ให้สมาชิกได้โปรดให้ความคิดเห็นท่าน ในระยะเวลาที่ท่านขอจากสภาแห่งนี้ไว้และดําเนินการให้แล้วเสร็จ ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานนะครับ ช่วยกราบเรียนไปสู่ท่านประธานคณะกรรมาธิการด้วยครับ ขอบคุณครับ
ประธานรับทราบแล้ว ขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการครับ จบแล้วครับ ลงไปได้ครับ เมื่อวาระที่สี่ผ่านไปแล้ว เชิญคุณอรรถวิชช์มีอะไร ดูเหมือนจะมีท่านรัฐมนตรีก่อนกระมังครับ ท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ มีอะไรเห็นทําหนังสือมา เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอเลื่อนระเบียบวาระการประชุมในเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบ ให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนในเรื่องที่ ๑๑ ก็คือเรื่องการพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ขึ้นมาต่อท้ายเรื่องที่คณะกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว ในเรื่องที่ ๔.๓ คือต่อท้ายจากร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย ชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ แล้วส่วน ปปง. มีใครเสนอ คุณผ่องศรี หรือคุณวรงค์ เห็นเขียนหนังสือมาให้ผม เสร็จแล้ว ก็ไม่อยู่ในที่ประชุม
กราบเรียนท่าประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก คือผมทราบดีว่า วาระที่จะพิจารณาต่อไปนี้จะเปึนวาระในการพิจารณาคุณสมบัติขอ ปปง. แต่เท่าที่ทราบ คณะกรรมาธิการที่พิจารณาหลายท่านติดภารกิจ ผมก็เลยคิดว่าถ้าเราจะมาพิจารณา ตอนนี้มันก็คงจะเปึนปัญหาจะขอเลื่อน
ไม่ใช่ท่านจะเลื่อนใช่ไหม
ครับ
เลื่อน ปปง. ออกไป
จะขอเลื่อนออกไปครับ
ก็ขอมติที่ประชุม
ผมขอมติที่ประชุมในการขอเลื่อน พิจารณา ปปง. ออกไปในสัปดาห์หน้าครับ
มีผู้รับรองถูกต้องให้เลื่อน ปปง. ออก ท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นมีไหมครับ เชิญท่านวิทยาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายวิทยา บุรณศิริ ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพท่านประธานครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระ ไว้เรียบร้อยแล้วในเรื่องรายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบ คุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อเปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งสภาแห่งนี้ก็เรียนตามตรงว่าได้รับฟังรายละเอียดไว้ พอสมควร และคิดว่าในหลักการของการพิจารณานั้นก็ไม่ได้มีสาระอะไรที่เปึนที่น่าเปึนห่วง เหลือขั้นตอนในการดําเนินการเพื่อให้เปึนไปตามระเบียบวาระที่ท่านประธานเอง ก็บรรจุไว้ชอบแล้ว มีการทักท้วงจากสมาชิกไป และท่านประธานเองก็ได้บรรจุระเบียบวาระไว้ ซึ่งต่อจากการพิจารณา ซึ่งสามารถดําเนินการได้ ผมขอทราบเหตุผลว่ารัฐบาลโดยเฉพาะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผู้ที่จะต้องให้ความเห็นต่อสภาแห่งนี้หลังจากที่กรรมาธิการ ได้นําเสนอต่อสภาเพื่อทราบในเรื่องที่พิจารณาแล้วเสร็จ สิ่งนี้น่าจะเปึนประเด็นสําคัญนะครับ ท่านครับ ผมคิดว่าการที่สมาชิกในสภาแห่งนี้ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน คุณหมอวรงค์ เปึนผู้ขอให้เลื่อนวาระในการพิจารณาคงไม่ชอบครับ น่าจะเปึนเรื่องที่รัฐมนตรีขอถอน หรือขอเลื่อนในการพิจารณา โดยให้เหตุผลในเรื่องของรายละเอียด การที่สมาชิก มาขอเลื่อนระเบียบวาระในสิ่งที่รัฐบาลเสนอให้สภาตามรายละเอียดของข้อบังคับ คงจะไม่ชอบครับท่านประธาน ขออนุญาตให้ท่านประธานได้โปรดดําเนินการทบทวน หรือแจ้งสมาชิกผู้เลื่อนเมื่อสักครู่นี้นะครับท่านประธาน
ผมได้รับแจ้งจาก ฯพณฯ รัฐมนตรีพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ท่านมีภารกิจด่วนและภารกิจสําคัญที่ไม่สามารถ อยู่ในที่ประชุมได้ ได้ทําหนังสือขอเลื่อนการพิจารณาเรื่องนี้ไปก่อน ไม่มีกําหนดครับ เชิญครับ
ท่านประธานอนุญาตให้ผม ได้แสดงความคิดเห็นต่อใช่ไหมครับ
เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานสภา กระผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย ต้องขอแสดงความคิดเห็นต่อสิ่งที่ ท่านประธานได้แจ้งต่อที่ประชุมและตัวกระผมได้ทราบถึงความจําเปึนของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ข้อเท็จจริงแล้วผมคิดว่ารัฐมนตรีสามารถมอบหมายให้รัฐมนตรีใน ครม. ท่านใดก็ได้ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เปึนสิ่งที่ท่านประธานแจ้งต่อที่ประชุม แล้วผมคิดว่า เปึนสิ่งที่ไม่ชอบครับท่านประธาน หากรัฐมนตรีท่านติดภารกิจจริง ๆ ท่านก็มอบรัฐมนตรี ท่านใดก็ได้ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีให้แถลงต่อสภาแห่งนี้ว่าขอเลื่อน ยิ่งเลื่อนไม่มีกําหนดนั้นต้องมีเหตุผลครับท่านประธาน
ก็เมื่อท่านไม่มีความต้องการ ที่จะเอาคนไปใช้ท่านก็เลื่อนไป เราก็มาพิจารณาเรื่องของเราค้างอยู่เยอะแยะครับ มาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อไปดีกว่าครับ เมื่อสักครู่นี้ก็มีผู้เสนอญัตติ มีผู้รับรอง ถูกต้องแล้ว นอกจากว่ามีผู้เสนอว่าไม่ให้เลื่อน เราจะได้ถามมติที่ประชุมว่าไม่ให้เลื่อน มีแค่นั้นเองครับ
ขออนุญาตครับท่านประธานครับ อีกนิดเดียวครับ อันนี้เปึนสิ่งสําคัญที่สุดที่ท่านผู้เปึนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติคือ ท่านประธาน จะต้องให้เขาดําเนินการตามระเบียบของสภา เมื่อรัฐมนตรีติดก็ต้องมอบหมาย ให้รัฐมนตรีท่านอื่นมาแถลง และขออนุมัติต่อสภาแห่งนี้ เพื่อถอนเรื่องของตัวเองที่นําเสนอ ต่อสภาแห่งนี้ และท่านประธานเองก็นํามาขอมติที่ประชุม โดยต้องมีรัฐมนตรีตัวแทนเปึนผู้แถลง เรื่องแห่งความจําเปึนที่ขอถอนนะครับ เรื่องที่กระทรวงยุติธรรมเสนอมาให้สภาพิจารณา โดยเฉพาะคณะกรรมการ ปปง. ท่านประธานได้โปรดปฏิบัติตามระเบียบ ไม่ใช่ให้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรมาขอเลื่อนระเบียบวาระแล้วท่านก็อ้างเหตุผลของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมต่อที่ประชุมแห่งนี้คงจะไม่ชอบครับ ขอบคุณครับท่านประธาน ขออนุญาตให้ทําตามระเบียบ ข้อบังคับหน่อยครับ
ผมก็ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ มีอะไรก็แจ้งให้ที่ประชุม มันเรื่องมติที่ประชุมครับ ที่ประชุมเอาอะไรก็เอาอย่างนั้น ผมไม่สามารถที่จะดื้อรั้นตามข้อบังคับได้ ผมไม่ให้มีอีกแล้ว พอแล้วครับเพราะว่า เมื่อสักครู่มีผู้เสนอขอเลื่อนระเบียบวาระที่ ๑๑ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ที่ประชุมมีความเห็นอย่างไรครับ ผมจะถามเรื่องแรกก่อนเพราะว่าเรามาเอาเรื่อง ปปง. ตามมา ผมยังไม่ได้ถามเรื่องแรก เลยครับเรื่องที่เขาขอเลื่อนที่คุณอรรถวิชช์ขอเลื่อนและมีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านผู้ใด มีความเห็นเปึนอย่างอื่นมีไหมครับ เชิญคุณไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมขอให้ที่ประชุมได้พิจารณาตามระเบียบ วาระครับ เพราะได้มีการเตรียมการได้ออกล่วงหน้าและเปึนเรื่องที่เปึนประโยชน์ทั้งหมด ที่ได้พิจารณามาแล้วและเปึนเหตุเปึนผลที่ควรที่จะต้องพิจารณา ผมจะขออนุญาตอภิปราย ผมเสนอญัตติว่าให้พิจารณาตามระเบียบวาระแล้วผมจะให้เหตุผล
คือเราก็พิจารณาตาม ระเบียบวาระ แต่ว่าที่เขาขอเลื่อนมามันเปึนเลื่อนวันนี้มาพิจารณาไม่ได้ มันต้องเปึน สัปดาห์หน้าครับ ก็เรียนให้ท่านไพจิตได้ทราบว่าเราจะขัดข้องหรือไม่ขัดข้อง เพราะว่า เดี๋ยวเราก็ต้องตามระเบียบวาระที่เรามีอยู่แล้วดําเนินการไป ส่วนที่เลื่อนระเบียบวาระ วันนี้ต้องไปพิจารณาในสัปดาห์หน้าครับ
ผมขออนุญาตต่อนะครับท่านประธาน ผม ไพจิต ศรีวรขาน ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าความจริง ต้องเสนออีกวันนี้เพื่อเลื่อนในการพิจารณาสัปดาห์หน้า รัฐบาลได้เสนอไว้เปึนร่างกฎหมาย ที่อยู่ในวาระการประชุมแล้ว แล้วจะต้องพิจารณาในครั้งต่อไป ๑๖ เรื่องครับท่านประธาน แปลว่าจะไปต่อเรื่องที่ ๑๗ ใช่ไหม ด้วยเหตุผลอย่างไรไม่ทราบ เพราะว่าที่เสนอมา ผมได้ทักท้วงตั้งแต่ครั้งก่อนแล้วว่าทําไมเสนอมาเปึนชุด ๆ มากมายขนาดนี้ยาวเฟุ๋อยไปหมด มาถึงวันนี้ก็จะเสนอชุดที่ ๑๘ ชุดที่ ๑๙ ต่อไปอีก ผมอยากให้ที่ประชุมได้พิจารณา ในเรื่องที่เปึนปัจจุบัน หากจําเปึนจริง ๆ ก็เสนอมาแล้วก็พิจารณาทีละฉบับ ๆ ไปครั้งก่อน ก็เสนอมาแล้วนะครับ เสนอมาแล้ว ๑๖ ฉบับก็จะไปต่ออีกฉบับที่ ๑๗ ฉบับที่ ๑๘ ใช่ไหม ก็มันพิจารณาไม่ได้ถ้าเปึนแบบนั้นไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นจะเอาอย่างไรกันแน่ ขณะที่กฎหมายที่มีพอถึงวันประชุมยังต้องเอาออก ผมว่าถ้าเสถียรภาพมันมีปัญหา ก็ควรที่จะทบทวนกันเสียเรื่องของเสียงของรัฐบาล ขอบพระคุณครับ
ก็ไม่มีความเห็น เปึนอย่างอื่นนะครับที่เขาเลื่อน ท่านเสนอว่าไม่ให้เลื่อนอย่างนั้นใช่ไหมครับ
เสนอว่าไม่ให้เลื่อนนะครับ ถ้าเปึน แบบนี้ไม่ควรจะเลื่อน
เสนอไม่เลื่อน มีผู้รับรอง
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมใครจะให้เลื่อนในระเบียบวาระที่ ๑๑ พิจารณากรณีวุฒิสภา แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ผมจะต้องขอมติ ที่ประชุม เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ เชิญเข้าห้องประชุมครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ งดการประชุมคณะกรรมาธิการทุกคณะก่อนนะครับ เจ้าหน้าที่ช่วยเรียนแจ้งให้ประธาน คณะกรรมาธิการทราบด้วย เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุม เพื่อนับองค์ประชุมนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ขวามือผมอย่าลุกไปไหนเด็ดขาดนะครับ เพราะต่อไปจะมีการนับองค์ประชุมตลอดวันนี้นะครับ ท่านสมาชิกครับ โปรดเข้ามา ห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ นะครับ
ไม่ใช่ คุณเสียบบัตรหรือยัง ก่อนพูดเสียบบัตรแสดงตนหรือยัง
ยังครับท่านประธาน
ยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตน นั่งลงก่อน
ผมอยากจะเสนออย่างนี้ครับ ท่านประธาน
ไม่ใช่ คุณเสียบบัตรแสดงตนหรือยัง
ท่านไม่ต้องกดออดยาวครับ ท่านประธาน
ถ้ายังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตน ก็ห้ามพูด คุณไม่มีสิทธิที่จะพูดเพราะคุณไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนว่าอยู่ในห้องประชุม ก็ได้เหมือนกันไม่ยากหรอกเดี๋ยวจะนับดูก่อน ถ้ามันไม่ครบท่านเสนอได้ ขณะนี้ท่านสมาชิก เข้ามาในห้องประชุมแล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เสียบกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านที่เดินอยู่ข้างหลังเอื่อย ๆ นั่นน่ะเสียบหรือยัง ไม่เสียบบัตรแสดงตนใช่ไหม ก็ไม่ต้องเสียบ อีกแล้วครับ เสียบแค่นี้พอ ส่งผลมา มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๔๐ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
เมื่อครบองค์ประชุมแล้วผมจะถามมติที่ประชุม ท่านผู้ใดเห็นควรให้เลื่อน การพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ถ้าเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดไม่เห็นชอบว่าไม่ให้เลื่อนก็โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิของท่านครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว เมื่อใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๒๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๒๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙๐ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้อนุมัติ ให้เลื่อนระเบียบวาระที่ ๑๑
ต่อไป ๔.๒ รายงานการพิจารณาของคณะกรรมการวิสามัญตรวจสอบ คุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อเปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการฟอกเงิน รัฐมนตรีขอเลื่อน ที่ประชุมจะอนุมัติให้เลื่อนหรือไม่เลื่อน ผมก็จะถามมติที่ประชุมเลยครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนลงมติ)
ท่านกรุณานั่งลงก่อนครับ ให้มันเสร็จเปึนขั้นเปึนตอนไม่รู้จะไปไหนกัน มาประชุมทั้งทีก็ไม่อยากอยู่ในห้อง แปลกจริง ๆ ท่านสมาชิกครับ โปรดแสดงตนอีกครั้งนะครับก่อนที่จะถามมติ เพราะท่าน มีผู้เสนอให้เอาตามระเบียบวาระผมก็จะถามนะครับ คุณไพจิตมีอะไรอีกครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย ผมมีเหตุผลที่จะกราบเรียนท่านประธานว่า ทําไมผมถึงต้องให้ประชุมตามระเบียบวาระ ท่านประธานครับ ขอความกรุณาให้เวลา ได้แสดงเหตุผลบ้างครับก่อนที่จะโหวตเปึนอย่างอื่น ท่านประธานครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ คณะรัฐมนตรีเสนอ เปึนเรื่องรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบคุณสมบัติ แล้วก็จะได้พิจารณาให้ความเห็นชอบเปึนรายคน เปึนเรื่องของสภา เปึนเรื่องของ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลเสนอกฎหมาย แล้วรัฐบาลก็จะขอ เอากฎหมายคืน ไม่ใช่ครับท่านประธาน ประธานคณะกรรมาธิการเพียงแต่เปึน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แต่ว่ามีรองประธาน อีก ๓-๔ คนครับท่านประธานสามารถที่จะทําได้รัฐสภาก็ได้พิจารณารับทราบแล้วก็ จะพิจารณาให้ความเห็นชอบเลือกคนสามารถดําเนินการโดยกระบวนนิติบัญญัติ ถ้าลําพังแบบนี้แปลว่างานบริหารมันก้าวล่วงเข้ามาสู่งานนิติบัญญัติผิดธรรมเนียม ในการปฏิบัติ ไม่เคยมีครับท่านประธาน ผมเลยเห็นว่าระเบียบแบบนี้มันไปได้แล้ว ท่านประธาน กรุณาเถอะครับทําตามระเบียบวิถีทางนิติบัญญัติตรงไปตรงมาก็เห็นชอบ รับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ จากนั้นจะพิจารณาเห็นชอบตามข้อบังคับ ก็จะมีการเลือกคณะบุคคลที่จะไปตรวจคุณสมบัติแล้ว เพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ก็จะสามารถเสร็จภารกิจที่เราต้องทํา แล้วหลายครั้งที่สภาได้พิจารณาบอกว่าเลือกกันมา ๒ รัฐบาลแล้วไม่เสร็จ แล้วก็โหวตแล้วก็กลับไป วันนี้บอกจําเปึนที่ต้องมีคณะนี้ พอจําเปึน ก็ควรจะต้องทําแล้วครับ สมประโยชน์ ขอบคุณครับท่านประธาน
คุณผ่องศรี เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ ดิฉัน ก็เห็นด้วยว่าเรื่องที่อยู่ในวาระมีความสําคัญและต้องพิจารณา แต่เนื่องจากมีเหตุจําเปึน จริง ๆ นะคะตามที่ได้รับทราบก็คือตามที่ท่านประธานได้ชี้แจงว่าท่านรัฐมนตรีได้ติดภารกิจ นอกจากนั้นแล้วก็ได้รับการประสานงานก็คือท่าน พันตํารวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ ซึ่งรักษาราชการเลขาธิการสํานักงานปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งท่านจะต้อง เปึนผู้ชี้แจงหลักในเรื่องนี้ คนหลักเลย ท่านติดราชการเดินทางไปประเทศออสเตรเลีย ก็มีความจําเปึนจะต้องเลื่อนระเบียบวาระนี้จริง ๆ นะคะ ด้วยความเคารพก็ขอความกรุณา ด้วยนะคะ
คุณชลน่านมีอะไรอีกล่ะ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ เรื่องที่ท่านไพจิตครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ได้กราบเรียนต่อท่านประธานต่อกรณี การพิจารณาเรื่องในระเบียบวาระที่ ๔ หัวข้อที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ท่านประธานครับ โดยวิธีการของสภาผู้แทนราษฎรเราผมเห็นคล้อยกับท่านไพจิตครับว่า การที่คณะกรรมาธิการจะมารายงานต่อเรา ซึ่งค้างอยู่นะครับ ค้างอยู่ รายงานแล้ว ผลการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อความเห็นของกรรมาธิการหรือรายงานของกรรมาธิการ ท่านประธานเองก็ต้องดําเนินการต่อในเรื่องนั้น เมื่อรายงานเสร็จแล้วการที่จะให้ ความเห็นชอบบุคคล โดยข้อเท็จจริง ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ท่านประธานก็สามารถที่จะบรรจุใหม่เข้ามาได้ ไม่เกี่ยวกับรัฐมนตรีทําหนังสือมาขอเลื่อน เพราะไม่ใช่เรื่องที่รัฐมนตรีเสนอ เปึนเรื่องที่กรรมาธิการเสนอเข้ามาโดยกระบวนการที่ถูกต้อง ท่านประธานที่เคารพครับ กรรมาธิการจะต้องขึ้นมานั่งตรงนั้น ถ้าไม่พร้อมจะให้พิจารณา ก็ขอถอนออกไปเหมือนกับญัตติที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ นั่นคือวิธีการครับ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลเลย ในวาระนี้ ถึงแม้ว่าทางท่านประธานเองหลังจากฟังข้อทักท้วงของสมาชิกแล้วจะผนวกวาระ ในการให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าไป โดยการเพิ่มเติมวงเล็บบอกว่าเพื่อพิจารณา ให้ความเห็นชอบบุคคลที่ดํารงตําแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิในกรรมการของ ปปง. ก็ตาม ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าถ้าท่านประธาน ประสงค์อย่างนั้นก็ทําตามกระบวนการตามข้อบังคับของเราก็คือให้กรรมาธิการขึ้นไป แล้วประกาศต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ขอถอนเรื่องออกไปครับ สภาผู้แทนราษฎร จะให้ความเห็นชอบหรือไม่ก็แล้วแต่สภาผู้แทนราษฎร ถ้าสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบ กับกรรมาธิการ ขอถอนออกไปก็จบแค่นั้นครับ ก็จบไป ถามว่าแล้วเรื่องที่จะให้ความเห็นชอบ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ ปปง. จะเข้ามาเมื่อไร หลังจากถอนออกไปแล้วทาง ครม. ก็ไปพิจารณาสิครับ ถ้ายืนยันจะส่งคนเดิมเข้ามาก็เอามาบรรจุในระเบียบวาระพิจารณา ให้ความเห็นชอบบุคคล เปึนเรื่องเสนอใหม่เข้ามาครับ มันเปึนประเด็นอย่างนั้น ท่านประธาน อย่าได้ไปเผลอในการที่จะไม่ทําตามข้อบังคับหรือตามระเบียบวาระ เรื่องนี้มันเปึนเรื่อง ที่บรรจุในระเบียบวาระเรียบร้อยครับ คนที่จะถอนก็คือคนเสนอคือกรรมาธิการครับ เสนอถอนเข้ามา เปึนมติสภาผู้แทนราษฎรจะอนุญาตหรือไม่อนุญาต ถ้าสภาผู้แทนราษฎร อนุญาตก็จบแค่นั้นล่ะครับ ท่านประธานครับ ขอความกรุณาท่านประธานได้ทําตาม ข้อบังคับครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณอรรถวิชช์หรือคุณวรงค์ ๒ คนแย่งกัน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าคนที่เสนอญัตติคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือท่านวรงค์ เดชกิจวิกรม ที่จะขอเลื่อนระเบียบวาระเรื่อง ปปง. ออกไปด้วยเหตุผล ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ รัฐมนตรีติดภารกิจ เรื่องที่ ๒ รักษาการเลขาธิการ ปปง. ติดภารกิจในต่างประเทศ ผมก็ย้ําอีกทีว่าผู้เสนอญัตติเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็มีสิทธิเสนอญัตติในการขอเลื่อนได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานดําเนินตามขั้นตอนต่อไปเลยครับว่า เมื่อมีผู้เสนอแล้ว ก็ต้องมีการโหวตถ้ามีคนไม่เห็นด้วย ผมคิดว่าท่านประธานเดินมาถูกต้องแล้วนะครับ
ผมว่าพอแล้วครับ เราเอามติ ที่ประชุมใหญ่ของที่ประชุมดีกว่าว่าจะให้เลื่อนหรือไม่ให้เลื่อน มีแค่นั้นเองครับ ถ้าไม่ให้เลื่อน เราก็พิจารณาเชิญกรรมาธิการมา คือผมพออ่านรู้นิด ๆ หน่อย ๆ ครับไม่ค่อยรู้เท่าไรหรอกครับ แต่พอจะรู้นิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นว่าเมื่อมีผู้เสนอญัตติขอถอน เขาก็เปึนสมาชิกอยู่ขอถอน แล้วมีผู้รับรองถูกต้อง แล้วท่านวิทยา บุรณศิริ ท่านบอกว่าให้ดําเนินการตามระเบียบ ผมก็มีหน้าที่ที่จะถามมติ เท่านั้นเองว่าจะให้เลื่อนไปหรือว่าจะดําเนินการตามระเบียบวาระก็มีแค่นั้นเองครับ เพราะว่าต้องถามมติที่ประชุมเพราะว่าเสียงข้างมากที่ประชุมเปึนที่ชี้ขาดครับ เข้าใจครับ ท่านชี้แจงมากแล้ว อย่าหาเรื่องอีกเลยคุณชลน่าน ผมไม่อยากให้มีปัญหา พอแล้วครับ
(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณประท้วงเรื่องอะไร ไม่ใช่คุณประท้วงผมเรื่องอะไร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว อาศัยข้อบังคับประท้วงสมาชิกที่ทําผิดข้อบังคับครับ ท่านฟังผมชี้แจงท่านถึงจะทํา หน้าที่เปึนประธานได้ถูกต้อง สมาชิกเสนอเลื่อนญัตติ ซึ่งเปึนญัตติที่บรรจุในระเบียบวาระ ท่านประธานที่เคารพ ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๕๓ ครับ ท่านประธานกรุณาอ่านข้อบังคับท่าน ประธานที่เคารพ ญัตติที่บรรจุในระเบียบวาระซึ่งเปึนญัตติที่ผู้เสนอเข้ามาเปึนหน้าที่ของ ผู้เสนอญัตติตามข้อ ๕๓ ที่จะถอนญัตติหรือไม่พิจารณาญัตตินั้นโดยความเห็นชอบ ของที่ประชุม ถ้าท่านประธานไปทึกทักปล่อยให้สมาชิกเสนอญัตติเลื่อนระเบียบวาระ ถ้าผมไม่ชอบระเบียบวาระข้อกฎหมายผมให้เสียงข้างมากไม่พิจารณา ท่านยอมหรือครับ แล้วระเบียบวาระนี้เปึนระเบียบวาระที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว มันไม่ใช่ว่าระเบียบ วาระตามปกติทั่วไป เปึนเรื่องของกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เปึนเรื่องกรรมาธิการกับ สมาชิก เพราะฉะนั้นคนที่จะเสนอถอนหรือเสนอเลื่อนคือกรรมาธิการไม่ใช่สมาชิก ผมไม่ได้ปฏิเสธท่านประธานเลยนะครับว่าคนที่จะออกความเห็นคือสภา เปึนมติสภา แต่เจ้าของญัตติคือกรรมาธิการครับท่านประธานครับ สมาชิกมีสิทธิเลื่อนญัตติโดยทั่วไปได้ ผมไม่ติดใจเลย แต่นี่เปึนเรื่องของกรรมาธิการเขา คุณหมอวรงค์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเปึนกรรมาธิการหรือเปล่า ไม่ได้เปึนครับท่านประธาน ถ้ากรรมาธิการขึ้นไปบอก ตรงนี้ผมไม่ได้ติดใจเลยในระเบียบข้อบังคับ ท่านประธานกรุณาฟังผมแล้วก็ทําตามข้อบังคับ อย่ามั่วครับท่านประธาน
มันน้อยไปไหมครับ มากกว่านั้นหน่อยก็ดีครับ คือผมก็ฟังคุณตลอดเวลาคุณอภิปราย ผมฟังแล้วผมไม่เคย ว่าจะถือสาหาความนะครับ ท่านอย่าใช้อารมณ์มาก การพิจารณาในสภานี้ด้วยเหตุ ด้วยผลครับ เหตุผลมีอย่างไรเรามาพิจารณากัน ไม่ใช่ว่าผมจะชี้ขาดเอาอย่างนี้อย่างนั้น เลยทีเดียว
(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ไม่ประท้วงอะไรกันแล้ว พอแล้วครับ เดี๋ยวเราจะได้ดําเนินการต่อไป คือคุณชลน่านเขาพูดถูกไม่ผิดหรอกนะครับ ไม่ใช่ผมไม่ฟัง แต่ผมเห็นว่าผู้ชี้แจงไม่มีใครอยู่สักคน ประท้วงอะไรตั้ง ๓-๔-๕ คน ไม่ใช่ มีแต่นักกฎหมายทั้งนั้น แล้วก็งงหมด
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก พอดีผมจะขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงที่เพื่อนสมาชิกพาดพิงถึงผม
ถูกพาดพิง อนุญาต คุณสนองนั่งลงก่อน เขาพาดพิง ผมในฐานะสมาชิกที่นี่จึงมีสิทธิจะขอให้ที่ประชุมลงมติเปึนอย่างอื่นได้ครับ ดังนั้นสิ่งที่ผมทํา ผมเชื่อว่าท่านประธานรับฟังผมและท่านประธานไม่ได้มั่ว ขอบคุณครับ
ผมรับฟังทุกฝ์ายครับ ข้อ ๑๓ ก็มีอย่างนั้น ข้อ ๔๑ ก็มีอย่างนั้น เราก็พออ่านออกเขียนได้นิดหน่อย ผมจบ ประถมศึกษาป้ที่ ๔ แค่นั้นก็พยายามที่จะศึกษาทุก ๆ อย่าง ทีนี้เราอยากจะหาทาง ให้มันเปึนไปได้จะทําอย่างไร เพราะว่าผู้ชี้แจงของ ปปง. ไม่อยู่สักคน และกรรมาธิการ ผมเชิญมาบนนี้ผมก็เข้าใจว่าไม่ครบ ถ้ามีการทักท้วง สมมุติว่ากรรมาธิการ ๓๕ คน ท่านมาเพียง ๑๐ คนมันก็ไม่ครบองค์อีก ไม่เกินกึ่งหนึ่ง มีอะไรคุณสนอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผมทราบดีว่าท่านประธานได้ให้ความเมตตา กรุณาต่อสมาชิกได้แสดงความคิดความเห็น ด้วยเหตุด้วยผล แต่เมื่อสักครู่นี้ ต้องกราบขอประทานอภัยเปึนอย่างสูงครับ ท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ที่ใช้คําพูดว่า ท่านประธานอย่ามั่ว ผมต้องขอความกรุณา
ไม่ถือสา พอแล้วครับ
ท่านไม่ถือไม่ได้แล้วครับจะเปึน บรรทัดฐานต่อสมาชิก ถือว่าเปึนการล่วงละเมิดต่อประธานครับ ถ้าจะกรุณาถอนคําพูด
ไม่ต้องถอน
ก็จะเปึนพระคุณยิ่งครับ
ผมไม่ให้ถอน เขามีบันทึก ไว้ในรายงานการประชุมอยู่แล้ว ไม่ต้องถอน นั่งลง เรามาปรึกษาหารือกันเรื่องนี้ว่า เราจะทําอย่างไรต่อ ท่านดอกเตอร์อังดูร์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ รายงานนี้ตามระเบียบวาระก็บอกว่าเปึนรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบ คุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ปปง. เมื่อสัปดาห์ก่อนนั้น พวกเราก็ได้เริ่มพิจารณาไปจํานวนหนึ่งแล้ว ผมคิดว่าที่บรรจุในวันนี้ ถ้าจะมีการพูด คุณสมบัติต่อก็คงลงท้ายด้วยการเลือกกรรมการ ปปง. นะครับ ผมได้รับการติดต่อและ ได้รับการประสานงานจากท่านรักษาการเลขาธิการ ปปง. อยู่หลายครั้งบอกว่า กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒินี่มีความจําเปึนอย่างยิ่งถ้าสมาชิกไปอ่านกฎหมาย ปปง. ก็จะเข้าใจว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิโดยตําแหน่งจํานวนหนึ่งและผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๙ ท่าน ถ้า ๙ ท่าน ไม่เสร็จก็จะทําให้ ปปง. ทํางานไม่ได้ กรรมการธุรกรรมก็ทํางานไม่ได้ ผมก็ไม่เข้าใจว่าวันนี้ เมื่อรู้อยู่แล้วทําไมจึงไม่พิจารณา ถึงแม้รักษาการเลขาธิการ ปปง. ไม่อยู่ แต่กรรมาธิการ ที่ไปตรวจสอบคุณสมบัติ ๑๒ ท่าน ท่านอาคม เอ่งฉ้วน อยู่ไหมครับ พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน อยู่ไหม คุณปัญญา ศรีปัญญา อยู่ไหมครับ คุณชุมพล กาญจนะ อยู่ไหมครับ คุณพัชรี โพธสุธน อยู่ไหมครับ คุณธนา ชีรวินิจ ก็พูดอยู่นี่ครับ เมื่อสักครู่ยังเห็นอยู่เลย ท่านเรวัต สิรินุกุล คุณยรรยง ร่วมพัฒนา พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ อยู่ไหมครับ แล้วจะ เลื่อนไปทําไม
เดี๋ยวท่านพีรพันธุ์ มีผู้ประท้วงครับ ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานครับ เพราะว่าขอให้ท่านประธานดําเนินตามขั้นตอนที่ท่านประธาน ได้ทําการวินิจฉัยไว้ ข้อ ๕๓ ก็ยืนยันชัดเจนแล้วว่าถ้าเกิดตัวผู้เสนอญัตติเขาอยากจะถอน ต้องขอ ไม่ใช่ว่าเดินมาจะถอนก็ถอนได้ ต้องขอความยินยอมจากที่ประชุม อันนั้นเปึน คนละเรื่องกัน เรื่องนี้ก็ต้องใช้มาตรา ๒๑ ซึ่งคนเสนอญัตติเข้ามาก็คือคุณหมอวรงค์ เพราะฉะนั้นท่านประธานก็ควรที่จะดําเนินตามขั้นตอนให้มีการโหวตตามญัตติที่คุณหมอ วรงค์เสนอ ผมประท้วงว่าขอให้ท่านประธานควบคุมการประชุม ไม่อย่างนั้นก็จะยืดเยื้อ เวลาออกไปอีกนะครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ ผมยังไม่จบครับ เมื่อสักครู่นี้ผมเรียนกับท่านประธานว่าทาง ปปง. บอกผมหลายครั้งว่าจําเปึนต้องมี ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง ๙ ท่าน สมมุติว่าวันนี้มีการเลือกไม่ครบ ๙ ท่าน ได้ไม่ถึง ๙ ท่าน เริ่มต้นได้ไหม ไม่ได้อีก เพราะกรรมการพวกนั้นมันไม่ครบ จะเริ่มทํางานได้ก็ต่อเมื่อ มีผู้ทรงคุณวุฒิครบทั้ง ๙ ท่าน นี่คือปัญหาของ ปปง. นี่มันค้างมาเปึนป้แล้ว ไม่มีเหตุผล ที่จะไม่พิจารณาในวันนี้เลย
ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน เมื่อสักครู่คุณหมอชลน่านได้บอกว่า การขอถอนญัตติจะต้องใช้ข้อ ๕๓ อีกท่านหนึ่งก็บอกว่าใช้ข้อ ๒๑ ตกลงเปึนคนละข้อ ถึงแม้จะเปึนคนละข้อนะครับ ท่านประธานครับ เวลาอ่านข้อบังคับมันต้องอ่านรวมกัน ไม่ใช่อ้างข้อหนึ่งข้อใด ข้อ ๒๑ ก็ยังหนีไม่พ้นข้อ ๕๓ อยู่ดี คือคนที่จะขอถอนญัตติได้ ก็ต้องใช้ข้อ ๕๓ แต่มีมติตามระเบียบวาระของการประชุม เว้นแต่ที่ประชุมจะเปึนอย่างอื่น แต่ไม่ใช่ว่าข้อ ๒๑ ใหญ่กว่าข้อ ๕๓ มันใช้ไปด้วยกันครับ ฉะนั้นผมคิดว่าการขอ ถอนญัตติที่ท่านชลน่านพูดถูกต้องแล้วครับ ไม่ใช่ข้อ ๒๑ ครับ
คุณธนาว่ามา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขออนุญาตที่จะขอให้ท่านประธานได้ดําเนินการตามระเบียบ วาระการประชุม แล้วก็ข้อบังคับ คือสิ่งที่คุณหมอชลน่านได้อภิปราย ขออนุญาตที่จะพูดถึง ก็คือว่าแน่นอนครับคนที่จะถอนญัตติ หรือแก้ไขเพิ่มเติม หรือถอนการเปึนผู้ร่วมเสนอญัตติ หรือรับรองการถอนญัตติ จะต้องเปึนกรรมาธิการเท่านั้น แต่ว่าสิ่งที่เพื่อนสมาชิกเสนอ ไม่ได้เสนอตามข้อ ๕๓ เขาเสนอในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าเมื่อกําลังประชุม ปรึกษาหารือเรื่องใดเขาเสนอให้เลื่อนระเบียบวาระการประชุม ซึ่งเปึนไปตาม (๕) ผมไม่เห็นตรงไหนมันจะสับสนเลยครับท่านประธาน สมมุติว่าสิ่งที่ท่านไม่เห็นด้วย ท่านก็ โหวตไม่เห็นด้วยให้คณะกรรมาธิการมารายงาน ถ้าเสียงของท่านในสภาท่านชนะ คณะกรรมาธิการก็ต้องลุกขึ้นมารายงานครับ ประธานไม่อยู่ไม่เปึนไร รองประธานทําหน้าที่ แทนได้ แต่วันนี้เพื่อนสมาชิกเสนอโดยอาศัยอํานาจตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ขอให้เลื่อน เนื่องจากเขาเห็นว่ารักษาการเลขาธิการ ปปง. ไม่อยู่ จะทําให้การชี้แจงมันไม่ครบถ้วน กระบวนความ จึงขอเลื่อนระเบียบวาระการประชุมออกไปก่อน ซึ่งเปึนสิทธิของเพื่อน สมาชิกครับ ท่านประธานไม่ต้องสงสัยเลยครับ ดําเนินการตามระเบียบวาระว่าจะให้เลื่อน ตามที่เขาร้องขอหรือไม่เท่านั้นเองครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เราจะอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๗ เปึนหลักใช่ไหมครับ ที่ท่านเสนอใน (๕) ถ้าอย่างนั้นผมจะถามมติที่ประชุมเลย เอาให้เสร็จเสียที ถ้าอย่างนั้นก็เสียเวลา ขอโหวต
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้าห้องด่วนครับ ผมได้เรียนต่อที่ประชุมแล้วอย่าลุกไปไหน เพราะวันนี้ จะต้องนับองค์ประชุมตลอดวันท่านก็ไม่เชื่อผม ท่านสมาชิกครับ เมื่อท่านเข้านั่งประจําที่แล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตน เรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อเรียบร้อยแล้วส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๔๕ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ผมจะถามมตินะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับการให้ถอนร่าง ปปง. เลื่อนนะครับ ขอให้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับ ถ้าใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๒๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๒๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗๔ ท่าน งดออกเสียง ๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๖ ท่าน ถือว่าที่ประชุม ให้เลื่อนนะครับ
ต่อไประเบียบวาระที่ ๔.๓ ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ
ท่านชลน่าน มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ก่อนที่ท่านประธานจะเข้าระเบียบวาระต่อไป ผมขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ เปึนข้อหารือก่อนที่จะเข้าระเบียบวาระนะครับ
ตอนนี้ ถือว่าเข้าระเบียบวาระแล้วนะครับ
ท่านเข้าแล้วหรือครับ
ครับ เข้าแล้วครับ
ขอบคุณมากครับท่านครับ
ท่านสมาชิกครับ การพิจารณาในวาระที่สองจะได้พิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ และเรียงตามลําดับมาตรา และให้สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มีการแก้ไข เพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติที่มีการสงวนคําแปรญัตติ หรือกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น ขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ได้แจกเอกสารตารางเปรียบเทียบ ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... เพื่อให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาต่อไป และกระผมขออนุญาตให้ นางสาวสุนทรี สุภาสงวน ซึ่งเปึนผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบราชการ จากสํานักงาน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๙๖ วรรคสองด้วยครับ
ประธานอนุญาตตามที่ขอครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒ ครั้งที่ ๒๕ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... (นายสุชาติ ลายน้ําเงิน กับคณะ เปึนผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... (นายเจริญ จรรย์โกมล กับคณะ เปึนผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... (นายสถาพร มณีรัตน์ กับคณะ เปึนผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน พ.ศ. .... (นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท กับคณะ เปึนผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... (นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง กับคณะ เปึนผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... (นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ กับคณะ เปึนผู้เสนอ)
ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพุธที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๓ ได้มี การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน พ.ศ. .... โดยการพิจารณาเรียงตามลําดับมาตราจนจบร่าง แต่เนื่องจากว่า ข้อทักท้วงของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านมีเหตุผล สภาได้มีมติให้คณะกรรมาธิการ วิสามัญถอนร่างพระราชบัญญัติเพื่อนํามาพิจารณาทบทวนใหม่ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๓ ทางคณะกรรมาธิการได้รับไปพิจารณาทบทวน โดยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและทุกองค์กรรวมไป ถึงผู้เชี่ยวชาญในทุกสถาบันได้เสนอร่าง คณะกรรมาธิการได้พิจารณาโดยเสียงส่วนใหญ่ เปึนข้อยุติ ปรากฏตามรายงานที่นําเสนอต่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว และได้เสนอรายงาน การพิจารณาและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญมาเพื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
ขอเชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดําเนินการครับ
ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ และมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ท่านผู้สงวนติดใจไหมครับ เชิญท่านเจริญครับ
ท่านประธานที่เคารพ เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๓ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้พิจารณาแล้วก็เพิ่มเติมขึ้นมา มีอยู่ ๒-๓ ประเด็น แต่ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ ผ่านท่านประธาน ไปที่ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าที่ท่านไปเพิ่มเติม และกิจการอื่นตามที่กําหนด ในกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง นั้น ท่านได้สอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องส่วนราชการที่พิจารณา กํากับดูแลหรือปฏิบัติในเรื่องนี้หรือไม่ว่ากิจการอื่นนั้นมีอะไรบ้าง ๑. ได้ถามก่อนหรือเปล่าว่า มีอะไรบ้าง ๒. ถ้าท่านได้ถาม เขาก็ต้องตอบ ท่านมีรายละเอียดรายการเรื่องกิจการอื่น หรือไม่ หรือ ๓. เพียงแต่เขียนกฎหมายบัญญัติไว้เพื่อต้องการให้ส่วนราชการไปกําหนด พิเคราะห์เองว่า หลังจากที่กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้แล้ว ท่านก็ไปคิดของท่านเอง เหตุผล ที่ผมถาม ๓ คําถามนี้ผ่านท่านประธานไปที่ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญก็คือว่า ผมเองเปึนคนหนึ่งซึ่งได้เสนอร่างฉบับนี้เข้าไปแล้วก็ที่ประชุมสภาแห่งนี้รับหลักการ ในวาระที่หนึ่ง ผมก็มีเหตุผลที่ไม่ได้ใส่ตัวนี้เข้าไปและท่านก็มาใส่เติมเข้ามา ความวิตกกังวล ก็คือว่าเวลากฎหมายของสภาแห่งนี้รับหลักการในวาระที่หนึ่งเข้าไป ส่วนมากจะเปึนด้วยวัฒนธรรมของส่วนราชการหรือความรอบคอบรัดกุมของกรรมาธิการ ซึ่งมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการที่จะต้องตรวจสอบสอบถามให้ชัดเจนว่า การออกกฎกระทรวงต่าง ๆ นั้น ส่วนมากท่านประธานครับจะไม่ได้สอบถามด้วยความ เกรงอกเกรงใจ ส่วนมากจะไปพูดว่ารายละเอียดถ้าเปึนหน่วยงานราชการท่านต้องไปออก ของท่านเอง เหตุผลที่ผมหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา เพราะว่าก็สภาแห่งนี้เหมือนกันชอบออก กฎหมายแล้วก็บัญญัติกฎหมายเพื่อให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการกํากับดูแล ก็ไปทํา อย่างนี้ละครับ เสร็จแล้วทางสภาเองก็ขอให้ทางประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญช่วยยืนยัน หน่อยว่าการออกกฎระเบียบอะไรต่าง ๆ เมื่อออกเสร็จแล้วท่านส่งต่อสภาเพื่อจะได้ พิจารณาและติดตามได้ถูกต้องตามมติของท่านในที่ประชุม ท่านประธานเชื่อไหมครับ ผมอยู่คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร เคยติดตาม เคยดูมติของที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญต่าง ๆ นับแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ผมเปึน กรรมาธิการวิสามัญอยู่หลายคณะ ไม่เคยส่งเลยครับ เราตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษขึ้นมา ด้วยความมั่นอกมั่นใจว่าจะต้องให้ความเปึนธรรมยุติธรรมกับประชาชนผู้ที่เดือดร้อน ท่านก็ไปออกกฎระเบียบอะไรต่าง ๆ เยอะแยะอย่างนี้ แล้วให้ส่งมาก็ไม่ส่ง และอีกหลาย สิบฉบับเกือบยี่สิบฉบับไม่เคยส่งครับ อันนี้อาจจะเปึนวัฒนธรรมของสภาเราที่เราขาด ความเอาใจใส่ในเรื่องนี้ หรือเปึนเพราะเวลาเราจะร่างกฎหมายเพื่อให้สภาเรามีศักยภาพ มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบกํากับดูแลได้เช่นคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภานี่ถูกครอบงําโดยฝ์ายบริหาร เห็นไหมเมื่อเช้ามีหนังสือพิมพ์ ออกมาบอกนายกรัฐมนตรีเรียกกลับคืนบอกว่าให้เรียกถอยกลับคืน ถูกครอบงําไหมอย่างนี้ ฉะนั้นเพื่อเวลาเราออกกฎหมายให้กับส่วนราชการอื่นรู้สึกเกรงอกเกรงใจเขาเหลือเกิน อย่างนี้จะถามให้เห็นว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญได้สอบถามไหม มีรายละเอียดไหม เอามาแจกในห้องประชุมนี้หน่อยได้ไหมนะครับ ขอเลย เพื่อจะเปึนบทเรียนว่าต่อไป ส่วนราชการที่คุณเข้ามาขอให้สภาแห่งนี้ออกกฎหมายต่อสภาผู้แทนราษฎรคุณต้อง เตรียมพร้อมเตรียมการให้ละเอียดรอบคอบ ไม่ใช่ว่าขอเสนอกฎหมายมาแล้ว หลังจาก กฎหมายนี้มีผลบังคับแล้วจะไปออก ท่านประธาน เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างให้เห็นอีก ๒ ฉบับ
ฉบับแรกคือ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง บอกว่าวิธีการบังคับคดี สภาแห่งนี้ออกกฎหมายไปบอกว่าให้บุคคลภายนอก เปึนเจ้าพนักงานในการบังคับคดี ท่านประธานเชื่อไหมครับ ตั้งแต่สภาแห่งนี้ออกกฎหมาย แล้วผ่านวุฒิสภาตราใช้เปึนกฎหมาย จนถึงวันนี้ ๓ ป้แล้วยังไม่เคยใช้บังคับเลย เห็นไหมครับ เวลามาขอต่อสภายืนยันอย่างแน่นอน ก็มีการถามในสภาแห่งนี้ทําได้ไหม ท่านก็บอกยืนยัน ทําได้ เสร็จแล้วไม่ทํา ๓ ป้ เหตุผลที่ผมรู้ก็เพราะว่าผมอยู่คณะกรรมาธิการติดตามการบริหาร งบประมาณ ผมก็สงสัยว่าได้ตั้งงบประมาณในเรื่องเหล่านี้หรือไม่ นี่คือสิ่งซึ่งเราเปึนห่วง เปึนใยว่าเวลาเราให้ไปดําเนินการทําไมไม่ทํา
เรื่องที่ ๑ ที่มีผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศหรือการตกลงระหว่าง ประเทศ ท่านประธานเห็นไหมในมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้รัฐสภาให้ความ ยินยอมในการไปเจรจา เราก็ออกกฎหมายเรื่องมาตรฐานสินค้าของเราขึ้นมาว่าเวลาคุณ เอาสินค้าของคุณเข้ามาต้องได้มาตรฐานเราจึงมีการซื้อ ก็ไปออกกฎระเบียบมาอย่างนี้ว่า มีอะไรบ้าง จนถึงวันนี้ยังไม่เคยรายงานสภา ๓ ป้ ๔ ป้แล้ว ปรากฏว่าเราก็เสียดุลการค้า เวลาเอาสินค้าเข้าไปเขากําหนดมาตรฐานของเขา แต่เวลามาประเทศไทยบอกเมื่อไร จะทํา เราบอกว่าคุณทํามาดูสิ ภายใน ๖ เดือนคุณส่งต่อสภาผู้แทนราษฎร ไม่เคย
อันนี้ก็จะเหมือนกันผมเห็นท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญท่านเปึน นักกฎหมายมีความมุ่งมั่นแน่วแน่ในการที่จะดําเนินการ แต่ความมุ่งมั่นแน่วแน่ของท่าน มันจะไม่มีประโยชน์ ถ้าหากว่าสิ่งซึ่งเรามองเห็นว่ากฎ ระเบียบนี้ ท่านเขียนสั้น ๆ นะครับ กิจการอื่น อันนี้มันเปึน การให้อํานาจของส่วนราชการเขาไปกําหนด แต่ผมไม่ระบุลงไปว่ากําหนดแล้วมีผลประโยชน์ ตอบแทน มีผลประโยชน์ได้เสียอะไร อันนี้ยังไม่พูดกัน เอาเฉพาะท่านถามหรือเปล่าว่า ในเรื่องอย่างนี้ แล้วผมจะชี้ให้เห็นว่ามันมีประโยชน์ คุณประโยชน์ มีผลได้เสียมากมาย อะไร เกี่ยวข้องอะไรกัน เอาเฉพาะประเด็นที่ ๑ ก่อนครับท่านประธาน
มีท่านสมาชิกอื่นอีกไหมครับที่จะอภิปราย เชิญคุณหมอสุกิจครับ แต่ก่อนคุณหมอสุกิจ เดี๋ยวผมขอต้อนรับผู้มาเยี่ยมสภาหน่อยนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับผู้เข้าร่วม โครงการพัฒนาผู้นําชุมชนเครือข่ายการเรียนรู้ในพื้นที่ ๑๐ อําเภอจากจังหวัดราชบุรี ๑๕๐ คนมาเยี่ยมสภาในวันนี้ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... ในวาระที่สอง เชิญคุณหมอสุกิจครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้อภิปรายอะไรหรอกครับ เพียงแต่อยากจะขอแสดงความคิดเห็นว่ากฎหมาย ฉบับนี้วันก่อนเราก็พูดคุยกันไปเยอะแล้วนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่าง เช่น มาตรา ๓ ก็มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง แล้วก็มีการลงมติไปแล้วด้วยในบางเรื่อง เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าเราน่าจะประหยัดเวลาของสภานะครับ คือบางมาตราที่ท่านประธานเห็นว่า เราตกผลึกกันแล้ว เราลงมติเรียบร้อยแล้วก็ไม่ควรที่จะเอามาพูดกันใหม่ ผมว่าท่านประธาน ดูแล้วท่านข้าม ๆ ไปก็น่าจะดี เพราะเข้าใจว่าเราจะพูดถึงหมวด ๖ กันแล้วนะครับ แล้วถ้า คณะกรรมาธิการเห็นว่าส่วนไหนที่ไม่มีการแก้ไขท่านก็น่าจะบอกกับที่ประชุมว่ามันผ่านมาแล้ว เรียบร้อยกันไปแล้วอะไรอย่างนี้ ผมว่าถ้าทําอย่างนี้แล้วมันจะประหยัดเวลา กฎหมายก็จะ ได้ออกเร็วขึ้น ขอบคุณครับ
ก็ทําความเข้าใจครับ เนื่องจากคณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไขจากร่างเดิม ท่านสมาชิก ท่านก็เพียงแต่ซักถามตามสิทธิของสมาชิก ท่านสถาพรในฐานะผู้สงวนความเห็น เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ ในนามกรรมาธิการ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ เหตุผลที่ถอนออกไปเมื่อ ๒-๓ อาทิตย์ที่แล้วเปึนเพียงบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องของสถาบัน แต่หมวดอื่น วรรคอื่น ความเข้าใจของกระผมก็คือมีการดําเนินการในสภาแห่งนี้เรียบร้อย แล้ว เพราะฉะนั้นผมก็อยากนําเรียนท่านประธานว่าเพื่อที่จะให้เวลาของสภาแห่งนี้มีเวลา ในการพิจารณาส่วนอื่น ก็อยากจะนําเรียนหารือท่านประธานว่าเราควรจะพิจารณาในส่วน เฉพาะเรื่องของสถาบันที่ทางคณะกรรมาธิการได้ถอนออกไปหมวดเดียว ส่วนวรรคอื่น หมวดอื่นนั้น ถ้าความเข้าใจของกระผมไม่ผิดพลาดมากนัก สภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบ ไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นนําเรียนหารือท่านประธานว่าเรามีการนําเสนอเฉพาะหมวดว่า ด้วยสถาบันความปลอดภัย หมวด ๖/๑ มาตรา ๕๑/๒ มาตรา ๕๑/๒ อะไรพวกนี้ ก็นําเรียน หารือท่านประธานว่าถ้าดําเนินการอย่างนี้มันก็จะทําให้กฎหมายฉบับนี้กระชับขึ้น แล้วก็ เปึนเหตุผลในการถอนไปครับ กราบขอบคุณครับ
ถ้าเปึนไปได้อย่างที่ท่านสถาพรได้อภิปรายก็จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง ทีนี้มีบางประเด็น ที่ท่านสมาชิกยังติดใจก็จะให้กรรมาธิการชี้แจง ซึ่งตรงนี้มีอยู่ท่านเดียว ท่านกรรมาธิการ ก็ชี้แจงนะครับ เราจะได้เดินหน้าต่อไปอย่างที่ท่านสถาพรได้พูดไว้นะครับ ท่านบุญยอด มีอะไรครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ครับ ต้องเรียนท่านประธานว่าพอเริ่มต้นการพิจารณาในวันนี้ ผมก็งงเหมือนกันนะครับท่านประธาน คือการพิจารณานั้นเรียงมาตรานะครับ แล้วมันเลย ไปแล้ว มันมาถึงคําว่า องค์กรมหาชน คือหมวด ๖ ไปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะกลับ ไปอีก ผมคิดว่าไม่ถูกต้องนะครับ มันเปึนการอภิปราย เปึนการพิจารณากันแบบเรียง มาตรามาแล้ว เพราะฉะนั้นต้องเดินหน้าต่อไปครับท่านประธาน ช่วยพิจารณาด้วยครับ
เมื่อสักครู่ท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านก็แถลงนะครับ ฉะนั้นผมคิดว่าตรงไหน ที่เราไม่ได้ติดใจเราก็ผ่านไป เพียงแต่ว่าท่านสมาชิกท่านติดใจซักถามประเด็นนิดเดียว เดี๋ยวก็ให้กรรมาธิการชี้แจงก็คงไม่มีใครที่จะติดใจอะไร เดี๋ยวเราก็เข้าหมวดที่ยังค้างอยู่ ที่เปึนปัญหาอยู่ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการชี้แจงท่านเจริญหน่อยครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ด้วยความเคารพต่อความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ก็คือเรื่องนี้ได้มีการพิจารณาเมื่อวันที่ ๑ กันยายน อย่างถี่ถ้วนแล้วก็ ครบทุกประเด็น ทีนี้ต่อประเด็นข้อสงสัยข้อซักถามของท่านเจริญ จรรย์โกมล ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ที่ได้สอบถามว่าคณะกรรมาธิการได้พิจารณาอย่างรอบด้านแล้วหรือไม่ ในการที่จะให้อํานาจไปให้กับส่วนราชการ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค แล้วก็ส่วนท้องถิ่น รวมไปถึงกิจการอื่น ๆ นะครับ คณะกรรมาธิการได้เชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและองค์กร ที่เกี่ยวข้องหลายองค์กรมาชี้แจง แล้วก็มาให้ข้อมูล เห็นว่าทุกองค์กรไม่ควรที่จะมี มาตรฐานต่ํากว่ากฎหมายฉบับนี้ ซึ่งคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกัน เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพในความคิดเห็น แล้วก็ข้อเสนอข้อซักถามของท่านกรรมาธิการ ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนครบถ้วนทุกประเด็นแล้ว ขออนุญาตยืนตามร่างที่กรรมาธิการ เสนอมา กราบขอบพระคุณครับ
ท่านเจริญไม่ติดใจแล้ว เดินหน้าต่อเลยครับ ท่านเลขาธิการก็เพียงแต่อ่าน ให้มันครบกระบวนการพิจารณา มาตราที่เราพิจารณาผ่านไปแล้วก็ไปเร็ว ๆ เลยนะครับ เดี๋ยวก็ไปถึงประเด็นที่ได้ถอนกลับไปทบทวนใหม่ เชิญครับ
มาตรา ๔ มีการแก้ไข มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑ บททั่วไป ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ มาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๒ การบริหาร การจัดการ และการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙ มีการแก้ไข
ผ่านเลยครับ
มาตรา ๑๐ มีการแก้ไข มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๖ มีการแก้ไข มาตรา ๑๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๙ มีการแก้ไข มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๓ มีการแก้ไข หมวด ๓ คณะกรรมการ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๔ มีการแก้ไข มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๔ การควบคุม กํากับ ดูแล ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๔ มีการแก้ไข หมวด ๕ พนักงานตรวจ ความปลอดภัย ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๖ มีการแก้ไข มาตรา ๓๗ มีการแก้ไข มาตรา ๓๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๙ มีการแก้ไข มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๖ กองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๖ มีการแก้ไข มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๖/๑ สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
ผ่าน
มาตรา ๕๑/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมขออนุญาต ท่านประธานเมื่อกี้ผมยกมือในขณะที่กําลังอ่านถึงมาตรา ๕๑/๑ ท่านประธานครับ ตกลง เรื่องของคําว่า องค์การมหาชน ทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณาอีกรอบหนึ่งหรือไม่ และมีการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ หรือไม่ ผมขอคําอธิบายเพิ่มเติมก่อนครับท่านประธาน
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นคร มาฉิม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญ คณะกรรมาธิการหลังจากที่ได้รับการถอนจากทางสภาไปพิจารณาทบทวน ตามความเห็นของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้พิจารณากันอย่างรอบด้าน ได้พิจารณากัน อย่างรอบคอบ แล้วก็ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเปึนผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย อย่างเช่น กฤษฎีกาหรือว่าทางผู้แทนของกระทรวงแรงงานได้เสนอรูปแบบว่าทําอย่างไร ที่จะไม่ต้องให้มีคําว่า องค์การมหาชน อยู่ แต่ปรากฏว่าพอพิจารณากันที่ทางหน่วยงาน เสนอมาแล้วนะครับ ปรากฏว่าต่อให้ไม่มีคําว่า องค์การมหาชน อยู่ ก็ไม่พ้นรูปแบบของ ความเปึนองค์การมหาชนอยู่ดี เพราะฉะนั้นทางคณะกรรมาธิการจึงเห็นว่าเพื่อที่จะให้เกิด ความคล่องตัว แล้วก็มีการยืดหยุ่นในการที่ฝ์ายบริหารจะนํากฎหมายฉบับนี้ไปปรับ แล้วก็เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศนะครับ จึงให้คงความเปึน องค์การมหาชนอยู่ แต่ว่าคณะกรรมาธิการก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงที่ผ่านมาประมาณ ๒๙ องค์การมหาชน มีผู้อํานวยการที่มีอัตราค่าตอบแทน เงินเดือนในแต่ละเดือนค่อนข้างสูง ทางคณะกรรมาธิการจึงได้ซักถามในเรื่องนี้อย่างมากว่าทําอย่างไรที่จะไม่ให้ผู้อํานวยการ มีเงินเดือนที่สูงเกินไป เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการก็เห็นว่าจะพยายามที่จะหาข้อจํากัด ต่าง ๆ แล้วก็คณะกรรมาธิการได้ยืนยันตามร่างมาตรา ๕๑/๑ ที่เสนอต่อสภา แล้วก็ตัดมาตรา ๕๑/๒ ออกไปทั้งหมดเพื่อให้เกิดความคล่องตัวและการยืดหยุ่นนะครับ อันนี้ก็กราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในหมวด ๖/๑ มาตรา ๕๑/๑ ท่านประธานครับ ว่าด้วยสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน กระผมได้กราบเรียนท่านประธานไปเบื้องต้นในคราวพิจารณาในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในครั้งก่อนครับว่าผมได้แปรญัตติเอาไว้ เพิ่มหมวด ๖/๑ ขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของสถาบัน แต่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานโดยหลักการ ความเห็นของผมกับ กรรมาธิการจึงมีความเห็นต่างกันในเรื่องของกระบวนการและวิธีการที่จะได้มาซึ่งสถาบัน ก็ขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายเพื่อเน้นย้ําและเห็นความสําคัญในเรื่องนี้นะครับ ถึงแม้ว่าสภาแห่งนี้จะไม่ได้เห็นความสําคัญที่ผมได้นําเสนอนั้นเปึนการนําเสนอร่าง แล้วก็ แปรญัตติเอาไว้ในร่างนะครับ แต่ว่าถ้อยคําการอภิปรายของผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ ในโอกาสต่อไปในการที่จะพัฒนาเรื่องสถาบัน ท่านประธานที่เคารพครับ เจตนารมณ์ของ กรรมาธิการอยากให้มีสถาบันเกิดขึ้นในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเปึน ร่างพระราชบัญญัติที่ว่าด้วยความปลอดภัย เรื่องที่ ๑ คือความปลอดภัย เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องด้านสุขภาพ เปึนเรื่องสุขภาพเกี่ยวกับอาชีวอนามัยคือเกี่ยวกับด้านการประกอบ อาชีพ สุขภาพกับการประกอบอาชีพ แล้วเรื่องของสภาพแวดล้อมในการทํางาน ๓ เรื่องนี่ เปึนเรื่องสําคัญ แล้วก็มีความซับซ้อนของกระบวนการการทํางาน มีความซับซ้อนของผู้ที่ มีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเปึนภาคแรงงาน ภาคนายจ้าง แล้วก็ภาคของผู้ที่จะเข้าไปดูแลควบคุม กํากับ ทั้ง ๓ ส่วนนี้จะต้องมีความเห็น จะต้องมีมิติในการทํางานที่เปึนประโยชน์ ต่อทุกฝ์าย เจตนารมณ์การมีสถาบันของคณะกรรมาธิการ ผมได้กราบเรียนด้วยความเคารพว่า ถ้าไม่ได้เปึนไปตามร่างที่ผมเสนอผมก็เห็นด้วยกับที่คณะกรรมาธิการเสนอเข้ามา เพราะอย่างน้อยมีสถาบันเกิดขึ้นในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งร่างเดิมไม่มี ร่างเดิมที่ คณะรัฐมนตรีเสนอมาไม่มี มีคําว่า สถาบัน แต่ว่าเปึนสถาบันความปลอดภัยในการทํางาน ใช้ชื่อว่า สถาบันความปลอดภัยในการทํางาน ซึ่งคณะกรรมาธิการเองก็เปลี่ยนแปลงจาก ตรงนั้นให้มาเปึนสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน ซึ่งจะมีความหมาย มีวัตถุประสงค์ที่ครอบคลุมกว่าทั้ง ๓ มิติ อันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ ประเด็นที่กราบเรียนท่านประธานก็คือว่าในคราวการพิจารณาในช่วงที่ผ่านมาสมาชิก ติดใจว่าความเปึนสถาบัน ถ้าจัดตั้งตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชนโดยฝ์ายบริหาร ออกเปึนพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้นมา เพื่อนสมาชิกมีความเปึนห่วงอยู่หลายเรื่องนะครับ เช่น เรื่องวัตถุประสงค์การดําเนินงาน อํานาจหน้าที่ ตัวองค์กรคณะกรรมการ แม้กระทั่ง เรื่องของผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนผลประโยชน์โดยรวมหรือผลประโยชน์ส่วนตัว เช่น อัตราเงินเดือน ค่าจ้างก็เปึนเหตุให้สภาแห่งนี้ได้ร้องขอให้คณะกรรมาธิการได้ถอน ร่างนี้ออกไป เพื่อไปพัฒนา ไปปรับปรุงใหม่และนําเสนอเข้ามาใหม่ ซึ่งตอนนั้นเราเอง ก็ถือว่าวิธีการแบบนี้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาของสภา ทําได้ ท่านประธานครับ นี่คือ ตัวอย่างการพิจารณาในสภา ทําไมร่างกฎหมายฉบับนี้ถึงถอนออกไปครับ ทําไมใช้คําว่า ถอน เพราะว่ามันอยู่ในกระบวนการของการพิจารณา ทําไมไม่ใช้คําอื่นครับ ทําไมไม่เลื่อน พิจารณาเราถกเถียงกันเยอะมากในวันนั้นนะครับท่านประธาน ผมเท้าความนิดเดียวครับ ถ้าเลื่อนพิจารณาเอาเรื่องอื่นมาแทรกกฎหมายฉบับนี้ตกทันทีเลย เพราะกฎหมายฉบับนี้ ค้างอยู่ในสภา เลื่อนไปค้างอยู่นะครับ เอาเรื่องอื่นเข้ามาใส่ ๆ เข้าไป กฎหมายฉบับนี้ ตกด้วยข้อบังคับ และนี่ก็เปึนเหตุให้ผมพยายามที่จะต่อสู้กับท่านประธานตลอดว่าอะไร ที่มันอยู่ในข้อบังคับพยายามทําให้ถูกต้อง เรื่องที่พิจารณาค้างไว้ถ้าไม่พร้อมจะพิจารณา ก็ถอนออกไปก่อน โดยกระบวนการก็แค่นั้นโดยอาศัยมติของสภา เปลี่ยนชื่อคําว่า ถอน กับ เลื่อน ความหมายต่างกันลิบลับเลย อย่างเรื่องเมื่อสักครู่นะครับ ผมยกตัวอย่างนะครับ ถึงไม่เกี่ยวกับประเด็นนี้ แต่ผมเท้าความให้เห็นว่าเรื่องเมื่อสักครู่พิจารณายังไม่แล้วเสร็จ คณะกรรมาธิการรายงานจะต้องมาฟังในวันนี้ต่อ แต่อยู่ ๆ สมาชิกก็บอกว่าขอให้เลื่อนไปก่อน ทั้ง ๆ ที่ญัตตินั้นพิจารณาค้างอยู่ในสภา ผมไม่แน่ใจว่าตกไปหรือไม่นะครับ แต่ว่าผมยังต้อง ต่อสู้ เพราะว่าสมาชิกหลายท่านบอกว่าผมนําเสนอไปแล้วความเห็นผมอาจจะเปึน ความเห็นที่ไม่ถูกต้อง สิ่งสําคัญที่สุดศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยครับ กระบวนการอย่างนี้ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ เพราะว่าวิธีการที่จะได้มาซึ่งสถาบัน ถ้าจะเขียนในกฎหมายฉบับนี้ความเปึนไปได้มีวิธีการเดียว ที่ดีที่สุดก็คือไปเปึนองค์การมหาชนตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามกฎหมายองค์การ มหาชนที่เปึนกฎหมายแม่ วิธีการอื่นทําได้ไหมที่จะจัดตั้งองค์กรลักษณะพิเศษแบบนี้ ขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ องค์กรที่จัดตั้งขึ้นมาตรงนี้ต้องยอมรับว่ามันเปึนองค์กร ภายใต้การกํากับของรัฐ มันเปึนหน่วยงานของรัฐครับ เปึนองค์กรภายใต้การกํากับของรัฐ คณะกรรมาธิการเรา ผมเองในฐานะเปึนกรรมาธิการด้วยนะครับ เราพิจารณา รอบด้านครับว่าจะเปึนส่วนราชการได้หรือไม่ จะเปึนรัฐวิสาหกิจได้ไหม เปึนองค์การ มหาชนได้หรือไม่ หรือเปึนองค์กรชนิดพิเศษที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย องค์กรภายใต้ การกํากับของรัฐมี ๔ ประเภทท่านประธานครับ เลือกแล้วเปึนส่วนราชการก็ไม่ได้ เปึนรัฐวิสาหกิจก็ไม่ได้เพราะแสวงหากําไร เปึนองค์กรพิเศษรูปแบบอื่นได้ไหม ถ้าเปึนได้ ต้องเขียนไว้ในกฎหมายต้องบัญญัติใหม่ เขียนใหม่ เปึนกฎหมายว่าด้วยสถาบันส่งเสริม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมการทํางาน เหมือนร่างของเพื่อนสมาชิก เช่นท่านสถาพร ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เขียนขอบเขตอํานาจหน้าที่ วัตถุประสงค์ ใส่เข้าไป ทั้งหมดเลย ต้องเขียนไว้ในกฎหมายเปึนลักษณะที่เปึนองค์กรพิเศษมีลักษณะพิเศษไป แต่ว่าร่างเดิมที่เขียนมาไม่ได้เขียนมาอย่างนั้น แล้วที่สําคัญคือภารกิจอํานาจหน้าที่ ถ้าจะทําอย่างนั้นต้องแยกให้ออกเลยว่าไม่ซ้ําซ้อนกับหน่วยงานเดิมที่เปึนส่วนราชการ ท่านประธานที่เคารพครับ หน่วยงานเดิมกระทรวงแรงงานกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปึนผู้ดูแลอยู่ ในร่างเดิมมีสถาบันว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานไว้ในกรมนี้ เพื่อมาดูแล แต่ว่ากรรมาธิการเปลี่ยนไปเปึน สํานัก เรียบร้อยนะครับ ให้อยู่สํานักเดิมไป ในการขึ้นทะเบียนอะไรต่าง ๆ แล้วจัดตั้งสถาบันนี้ขึ้นมาเปึนสถาบันเรื่องวิชาการครับ เพราะต้องการแยกวัตถุประสงค์ เปึนเรื่องวิชาการ มีหน้าที่สนับสนุนส่งเสริม มันเลย สามารถทําเปึนองค์การมหาชนได้ องค์การมหาชนมีเพื่อนสมาชิกติดใจว่าจะเปึน การแสวงหากําไร ทําเงินเดือน ทําอะไรได้ตามอําเภอใจได้หรือไม่ ท่านประธานครับ มีกฎหมายแม่อยู่ และสิ่งที่สําคัญที่สุดคือองค์การมหาชนเปึนหน่วยงานของรัฐภายใต้ กํากับของรัฐมนตรีที่จัดตั้งขึ้นเพื่อไม่แสวงหากําไร อันนี้สําคัญที่สุดเลยครับไม่แสวงหากําไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่เพื่อนสมาชิกคลางแคลงว่าจะต้องใช้งบประมาณในการดําเนินการ ค่อนข้างมากหรือใช้งบประมาณในการทํากิจกรรมค่อนข้างมาก ข้อนั้นไม่ต้องห่วงครับ เพราะเขียนไว้ในวัตถุประสงค์ เขียนไว้ในกรอบอํานาจหน้าที่อยู่แล้ว เงินก็มาจากกองทุน ส่วนหนึ่งที่เราตั้งไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมคาดหวัง เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชนขึ้นตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชนแล้ว ที่เราเขียนในบทเฉพาะกาลไว้หรือข้อสังเกตไว้ สิ่งที่คาดหวังว่าเมื่อใช้กฎหมายฉบับนี้ไป ถ้าสถาบันนี้สามารถสนับสนุนส่งเสริม และเปึนองค์กรที่สามารถช่วยเหลือพี่น้องที่เปึน แรงงาน พี่น้องที่เปึนนายจ้าง ผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐในการกํากับดูแล ให้องค์กรเหล่านี้มีประสิทธิภาพ ผมฝากความหวังสภาแห่งนี้จะได้ช่วยพิจารณาต่อไปว่า ควรจะไปแก้กฎหมายเขียนเรื่องสถาบันแยกไว้ต่างหากเลย แบ่งงานออกไปจาก กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานออกไปเลยครับ ให้สถาบันเขาไปดูแลทั้งหมด ก็เปึนหน่วยงานรัฐขึ้นมาหน่วยงานหนึ่งที่จะมีความคล่องตัวในการบริหาร วัตถุประสงค์ การตั้งองค์กรหรือเปึนองค์การมหาชนสิ่งที่สําคัญที่สุดคือความคล่องตัวครับ ความคล่องตัว ความเปึนอิสระในการบริหาร ถ้าไปยึดติดกับภาคราชการกว่าขั้นตอนต่าง ๆ จะดําเนินการ นักวิชาการเขาพูดว่ามันเชื่องช้า ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษครับท่านประธาน เขาบอกว่า เรด เทป (Red tape) เทปมันยืด เขาเลยมีองค์กรเหล่านี้มาตอบสนอง เพราะฉะนั้นกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าสมมุติมีโอกาสต่อไปควรจะแก้แยกให้มีสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเขียนออกมาในโอกาสต่อไปและให้พี่น้อง เขามีโอกาสมามีส่วนร่วมลักษณะไตรภาคีและให้ประโยชน์ทุกฝ์ายนะครับ ทั้งฝ์ายรัฐ ในฐานะผู้กํากับดูแล ฝ์ายนายจ้าง ผู้ประกอบการที่จะต้องรับผิดชอบ ฝ์ายลูกจ้างที่ต้องมี ภาระหน้าที่ตามกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างของผมคงไม่ได้รับ การพิจารณาแน่นอนผมรู้ แต่สิ่งที่ฝากหวังไว้ในอนาคตต่อไปก็จะพยายามผลักดัน เพื่อเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันเห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ แต่ดิฉันยังติดใจมาตรา ๕๑/๑ เรื่องเกี่ยวกับองค์การมหาชน ป้นี้ดิฉันได้เปึนประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณา งบประมาณเกี่ยวกับองค์การมหาชน แล้วก็อบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ ดิฉันพูดอยู่ ตลอดเวลาว่าองค์การมหาชน เงินเดือนท่านลองดูเมื่อเช้านี้ดิฉันได้รับแจกเอกสาร องค์การมหาชนปัจจุบันมี ๒๕ แห่ง แล้วก็มีเพิ่มมาอีก ๔ แห่ง ทีนี้องค์การมหาชน จะแบ่งเปึน ๓ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ คือพัฒนาและดําเนินการตามนโยบายสําคัญของรัฐ เฉพาะด้าน กลุ่มที่ ๒ บริการที่ใช้เทคนิควิชาการเฉพาะด้านหรือสหวิทยาการ กลุ่มที่ ๓ บริการสาธารณะทั่วไป เงินเดือน ๓ กลุ่ม ขั้นต่ํา ๑๐๐,๐๐๐ บาท สูงสุด ๓๐๐,๐๐๐ บาท นี่กลุ่มที่ ๑ นะคะ กลุ่มที่ ๒ ต่ําสุด ๑๐๐,๐๐๐ บาท สูงสุด ๒๕๐,๐๐๐ บาท กลุ่มที่ ๓ ๑๐๐,๐๐๐ บาท สูงสุด ๒๐๐,๐๐๐ บาท แล้วเบี้ยประชุมก็เช่นกัน ต่ําสุด ๖,๐๐๐ บาท สูงสุด ๒๐,๐๐๐ บาท ดิฉันมองว่าเงินเดือนขององค์การมหาชนมันเปึนภาระ กับรัฐบาลมาก เพราะเงินเดือนบอกว่าสูงสุด ๓๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนใหญ่ก็จะตั้ง ๓๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็สูงสุดไม่เกิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท ก็ตั้ง ๒๕๐,๐๐๐ บาท ดิฉันเห็นว่า องค์การมหาชนดิฉันเสนอยุบให้หมดเลย เว้นไว้ ๒ หน่วยงานคือโรงพยาบาลบ้านแพ้วกับ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร โรงพยาบาลบ้านแพ้วนั่นสมุทรสาครค่ะ ไม่ใช่สมุทรสงคราม แต่เขาไม่ขาดทุนอย่างไรคะ แต่องค์การมหาชนอื่นงบลงทุนไม่มีเลย เปึนเบี้ยประชุม กับเงินเดือนหมดเลย บอกว่าสูงสุดไม่เกินเท่านี้ก็ตั้งสูงสุดเต็มเพดานเลย เพราะฉะนั้น เมื่อถ้าเกิดกฎหมายฉบับนี้ออกไป เปึนองค์การมหาชนอีก ดิฉันว่ามันก็เปึนภาระอีกนะคะ ตอนนี้ดิฉันก็มองว่าทางกรรมาธิการก็ยังต้องการให้เปึนองค์การมหาชน ดิฉันจึงอยากจะ เสนอไว้อย่างไรว่าถ้าเปึนองค์การมหาชนให้ขมวดท้ายไว้เปึนข้อสังเกต เพราะว่าถ้าเรา เปรียบเทียบเงินเดือน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ถัวเฉลี่ยวันละ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่แรงงานวันหนึ่ง ได้เท่าไร ๑๐๐ กว่าบาท ท่านลองคิดดูสิคะว่ามันแตกต่างกันขนาดไหน เพราะฉะนั้น ข้อสังเกตตรงนี้ดิฉันอยากจะให้ขมวดได้ไหมว่าองค์การมหาชนเงินเดือนจะต้องไม่เกิน ดิฉันคิดว่าไม่น่าจะเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทด้วยซ้ําไป แล้วอยากจะทราบว่าท่านจะให้อยู่ กลุ่มไหน กลุ่มสูงสุดเท่าไร กลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มที่ ๓ ไม่ทราบว่าท่านประธาน คณะกรรมาธิการได้รับตรงนี้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้รับเดี๋ยวดิฉันจะเอาให้ดู ท่านจะได้ ตอบถูกว่ามันอยู่กลุ่มไหน ดิฉันอยากจะทราบตรงนี้ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วถ้าท่าน ออกไปแล้วดิฉันกลัวว่าเงินเดือนก็จะ ๓๐๐,๐๐๐ บาทอีกเหมือนเดิม หลาย ๆ หน่วยงาน มันก็จะเอาสูงสุด ๆ เลย เพราะฉะนั้นอยากจะทราบว่าท่านจะตั้งเงินเดือนไม่เกินเท่าไร ขอบคุณค่ะ
ท่านสถาพร แล้วเดี๋ยวท่านบุญยอดครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทยจังหวัดลําพูน ต่อข้อห่วงใยในนามกรรมาธิการ ต่อข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิกเกี่ยวกับการจัดตั้งสถาบันความปลอดภัย ซึ่งถือว่า เปึนมิติใหม่ที่ผู้ใช้แรงงานนั้นมีความต้องการและปรารถนาที่จะมีสถาบันในการที่เข้าไป ดูแลเรื่องของความปลอดภัย ผมนําเรียนว่าข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิกนั้นในกรรมาธิการ ได้มีการถกเถียงกัน และเอาข้อสังเกตค่าตอบแทนต่าง ๆ ขององค์การมหาชนแต่ละส่วน ประเด็นสิ่งที่เปึนพิเศษกว่านั้นก็คือว่าวันนี้เราต้องยอมรับว่าความไม่ปลอดภัย ในสถานประกอบการต่าง ๆ นั้นได้สร้างความเสียหายให้กับผู้ประกอบการ สร้างความเสียหาย ให้กับนายจ้าง ลูกจ้าง ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งภาครัฐด้วยนั้นป้หนึ่งไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งประเด็นตรงนี้ถ้าองค์การมหาชนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตถ้ากฎหมาย ฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร การวัดผลประเมินผลเปึนสาระสําคัญในการจะวัดผลเชิงประจักษ์ ต่อผู้บริหารองค์การมหาชนนั้น ๆ ส่วนค่าตอบแทนนั้นเชื่อเหลือเกินว่า ถ้าผู้บริหารเหล่านั้น สามารถลดอุบัติเหตุ ทําให้สถานประกอบการและภาพรวมทั่วประเทศ ไม่ให้ผู้ใช้แรงงาน บาดเจ็บล้มตาย ไม่ให้เกิดความเสียหายจากเครื่องจักร อย่างเช่น ยกตัวอย่าง เช่น กรณี ซานติก้า ผับ ซึ่งไฟไหม้ทําให้เราต้องสูญเสียบุคลากรของประเทศไปหลายสิบคน รวมทั้ง อุบัติเหตุของรถแก๊สอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าองค์การมหาชนนี้เกิดขึ้นและมีการปัองปราม ให้การศึกษาและทําให้ภาพรวมของอุบัติเหตุในแต่ละป้ลดลงก็จะทําให้ผลของเศรษฐกิจ และตัววัดผลขององค์การมหาชน องค์กรนี้ล่ะครับมีตัววัดผลที่เปึนรูปธรรม ส่วนองค์การมหาชนอื่น ๆ ที่ไม่แสวงหากําไรและที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายในเรื่องของค่าตอบแทนนั้น ผมเองก็คงจะต้อง ดูรายละเอียดเปึนองค์กร ๆ ไป แต่เห็นด้วยที่เพื่อนสมาชิกเห็นว่าควรมีการวัดผล ประเมินผล และผมขอให้ทางกรรมาธิการหลังจากให้ข้อสังเกตกับกฎหมายฉบับนี้ว่า ควรจะนําเอาระบบประเมินผล ๓๖๐ องศา เกี่ยวกับการวัดผลประเมินผลในเรื่องของการ ประสบอุบัติเหตุและความสูญเสียที่เกิดขึ้นนั้นมาเปึนตัวชี้วัดกับผู้บริหารที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตครับ กราบขอบคุณครับ
คือท่านบุญยอดเสร็จแล้ว เชิญท่านบรรพตในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนและให้กรรมาธิการ ได้ตอบชี้แจง เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ เนื่องจากว่าหมวด ๖/๑ แล้วก็รวมทั้งมาตรา ๕๑/๑ เรื่องสถาบัน ส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน เปึนสิ่งที่ร่าง ขึ้นมาใหม่นะครับ ผมต้องขออนุญาตที่จะได้อภิปรายต่อด้วยว่า ผมขออนุญาตไม่เห็นด้วย จริง ๆ ที่สถาบันแห่งนี้จะจัดตั้งขึ้นมา เพราะว่าก่อนหน้านี้ถ้าท่านประธานจะดูนะครับ มีคณะกรรมการอยู่แล้วก็คือ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางาน คณะกรรมการชุดนี้ซึ่งท่านจัดตั้งขึ้นอยู่ในมาตราก่อนหน้านี้ มีทุกส่วนนะครับ ทุกส่วนก็คือปลัดกระทรวงแรงงานเปึนประธาน มีอธิบดีกรมต่าง ๆ กรมควบคุมมลพิษ กรมควบคุมโรค กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเข้ามาเปึนกรรมการด้วย นอกจากนั้นยังมีผู้แทน ของทางนายจ้างอีก ๗ คน ผู้แทนลูกจ้างอีก ๗ คน มีผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๕ คนมาเปึน คณะกรรมการชุดใหญ่ คณะกรรมการชุดใหญ่ชุดนี้ยังให้กรมสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงานของกระทรวงแรงงานรับผิดชอบงานด้านธุรการของคณะกรรมการ แล้วก็มีอํานาจ หน้าที่ ซึ่งผมคิดว่าซ้ําซ้อนกับสิ่งที่ท่านจะตั้งในสถาบันแห่งใหม่แห่งนี้ มาตรา ๓๑ ก็เขียน ไว้ชัดเจนซึ่งผ่านไปแล้วครับท่านประธาน ผมขออนุญาตที่จะต้องมาเท้ากับมาตรานี้ มาตรา ๓๑ บอกว่ากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานต้องทําอะไรบ้าง
(๑) สรรหา รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน เพื่อการจัดทํานโยบาย ทําแผนงาน โครงการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
(๒) บอกว่าจัดทําแนวทางการกําหนดมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน เสนอต่อคณะกรรมการ
(๓) ประสานแผนและดําเนินการของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแน่นอนนะครับ ผมเชื่อว่าทั้งส่วนที่ เปึนราชการและส่วนที่เปึนเอกชน ก็เปึนหน้าที่ของตัวของกรมสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงานชุดนี้
(๔) ติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานตามมติของคณะกรรมการ
(๕) รับผิดชอบงานด้านธุรการของคณะอนุกรรมการ
(๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กรรมการหรืออนุกรรมการมอบหมาย
แล้วเมื่อกลับมาดูสิว่าสถาบันแห่งนี้ที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ทําอะไรบ้าง ขึ้นอยู่กับ
๑. ส่งเสริมแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางาน ผมเชื่อว่าซ้ําครับ
๒. พัฒนาและสนับสนุนการจัดทํามาตรฐาน ซ้ําไหมครับ เหมือนกับ เมื่อสักครู่ที่อ่านไปว่ากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเขาทําอยู่แล้วนะครับ
๓. ดําเนินงานส่งเสริมสนับสนุนและร่วมดําเนินงานกับหน่วยงาน ด้านความปลอดภัยที่เปึนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ก็ซ้ําอีกนะครับ
๔. จัดให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานทั้งในด้านพัฒนาบุคลากรและด้านวิชาการ แล้วก็
๕. อํานาจหน้าที่อื่นที่กฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน
นี่คือการลงทุนครับท่านประธาน สถาบันแห่งนี้จะเปึนองค์การมหาชน หรือไม่อย่างที่ท่านว่า จะเขียนอย่างไรต่าง ๆ อย่างที่ท่านว่า แต่ผมเชื่อว่าองค์การมหาชน แห่งนี้ต้องใช้งบประมาณแต่ละป้เปึนหลัก ๑๐๐ ล้านบาทครับ แล้วทํางานทําหน้าที่ อย่างที่ท่านเขียนมาซ้ําซ้อนกับคณะกรรมการซึ่งตั้งขึ้นมาแล้ว โดยมีลูกจ้าง มีนายจ้าง มีผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาเกี่ยวข้องเปึนองค์กรที่ใหญ่กว่า เปึนคณะกรรมการที่ใหญ่กว่า เพราะ สถาบันแห่งนี้ตั้งโดยกฤษฎีกา ซึ่งแน่นอนจะต้องตั้งโดยส่วนของราชการนั่นเอง ส่วนของ รัฐมนตรีที่กํากับดูแลนั่นเอง ดังนั้นสิ่งที่ต้องถามต่อท่านประธานคณะกรรมาธิการและ กรรมาธิการก็คือว่าความคุ้มค่าคืออะไรครับ ท่านจะใช้งบประมาณป้ละเท่าไรที่จะต้องมา จัดทําในสิ่ง ต่าง ๆ ที่ท่านบอกว่าเปึนอํานาจหน้าที่ที่กําหนดขึ้นโดยสถาบันแห่งนี้นะครับ ซึ่งผมขอตั้งสมมุติฐานก่อนว่าผมเชื่อว่าไม่คุ้มค่าต่อการทํางานที่ซ้ําซ้อนกันครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านบรรพตครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ กรรมาธิการวิสามัญผู้ขอสงวนคําแปรญัตติ ในมาตรานี้นะครับ ก่อนอื่นผมอยากจะขอเท้าความในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในครั้งสุดท้ายเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้สักเล็กน้อยว่าสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้ กรรมาธิการกลับไปพิจารณาในหมวด ๖/๑ เสียใหม่ ซึ่งเสนอเข้ามาว่า ว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน เปึนองค์การ มหาชน ซึ่งก็มีสมาชิกหลายท่านได้ท้วงติงท่านก็เห็นถึงความไม่เหมาะสมและจะก่อให้เกิด ค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจําเปึน อีกทั้งไม่เหมาะกับเนื้องานของสถาบันนี้หากจะมีขึ้นมา ผมเอง ก็เข้าใจว่าคล้าย ๆ กับสภาจะให้ความเห็นเปึนมติว่าให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ไปพิจารณา ให้สถานภาพของสถาบันนี้เปึนสถานภาพอย่างอื่นไม่ใช่องค์การมหาชน ความเข้าใจของ ผมเปึนอย่างนั้นนะครับ และจากการที่เข้าประชุมผมก็เห็นแนวโน้มว่ากรรมาธิการก็จะ พิจารณาในลักษณะเช่นนั้น แต่วันนี้ก็รู้สึกแปลกใจที่ร่างแก้ไขสุดท้ายของคณะกรรมาธิการ ที่นํามาเสนอต่อสภาในวันนี้ก็ยังเปึนองค์การมหาชนอยู่ ซึ่งก็ต้องตั้งคําถามละครับ ท่านมีตัวแทนของผู้เชี่ยวชาญทางด้าน ก.พ.ร. มานั่งอยู่ด้วย ผมก็ต้องขอคําอธิบายละครับ แล้วก่อนจะถึงคําอธิบายในเชิงวิชาการของหลักการหรือปรัชญาของการจัดตั้งองค์การมหาชน ก็ต้องถามท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เห็นด้วยว่า ยังให้เปึนองค์การมหาชนอยู่ว่าท่านมีปรัชญาแนวคิดหรือเหตุผลอย่างไรที่จะให้เปึน องค์การมหาชน ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเวลาประชุมแล้วผมก็ถามเสมอว่าถ้าจะเปึน องค์การมหาชนนี่มันเปึนเรื่องใหญ่ อยากทราบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้มีการศึกษา วิเคราะห์ถึงข้อดีข้อเสียความถูกต้องเหมาะสมมากน้อยเพียงไร มีผลการศึกษามาให้ดูไหม ผมก็เรียกร้องหลายครั้งแต่ก็ไม่มีครับ มันก็เลยกลายเปึนว่าผมไม่สามารถจะเข้าใจ เปึนอย่างอื่นได้ว่าอันนี้เปึนความรู้สึกของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเท่านั้น ที่อยากจะให้สถาบันนี้เปึนองค์การมหาชน เปึนแค่ความรู้สึกแต่ว่าไม่มีเหตุผลการศึกษา ความเปึนไปได้หรือความเหมาะสมมารองรับเลยแต่ประการใด สิ่งอย่างนี้ผมคิดว่า มันเปึนอันตรายนะครับว่ามันเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน หรือเปล่า ผมรับฟังครับ คือรับฟังท่านประธานครับ รับฟังว่าถ้ามีเหตุมีผลความเหมาะสม ความเปึนไปได้ความคุ้มค่าและเปึนประโยชน์แก่สังคมประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้ แรงงาน ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยอมรับได้ครับ แต่ก็ปรากฏว่า หาผลการศึกษานั้นไม่เจอเลย อันนี้คือความรู้สึกแรกนะครับที่ผมเปึนห่วง ถึงแม้จะรู้ว่า คําอภิปรายของผมและเพื่อนสมาชิกที่ไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งองค์การมหาชนจะไม่ค่อยมีน้ําหนัก ณ เวลานี้แล้วก็ตาม แต่อยากจะเปึนข้อท้วงติงให้เผื่อว่าคณะกรรมาธิการจะได้ตระหนัก แล้วก็ขออภัยอาจจะต้องใช้ถ้อยคําแรงหน่อยนะครับ มีจิตสํานึกว่าการที่เราจะทําอะไร สักอย่างให้เปึนเรื่องที่ก้าวกระโดดออกไปมันจําเปึนครับที่จะต้องมีการศึกษามาล่วงหน้าก่อน ไม่ใช่ใช้แค่ความรู้สึกครับ
เหตุผลอีกประการหนึ่งครับ ถ้าท่านไปอ่านมติ ครม. ที่ว่าด้วยการจัดตั้ง หน่วยงานต่าง ๆ ว่าตั้งแต่เปึนส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือว่าหน่วยงาน พิเศษนั้น ถ้าจะเปึนองค์การมหาชนขอให้ท่านนึกถึงประวัติความเปึนมาของกฎหมาย ฉบับนี้สักหน่อยนะครับ ร่างของรัฐบาลที่เสนอมานอกจากไม่มีตัวสถาบันนี้แล้วนะครับ ยังไม่ได้กล่าวถึงเลยว่าอยากจะให้มีองค์การมหาชนอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ แม้แต่จะไปออกพระราชกฤษฎีกาขึ้นมารองรับก็ตาม และในเกณฑ์จัดตั้งองค์การมหาชน ในมติ ครม. ฉบับนั้นบอกว่ากระทรวงที่จะจัดตั้งองค์การมหาชนนั้นจะต้องเสนอเรื่องให้ ก.พ.ร. พิจารณาเสียก่อน เพื่อ ก.พ.ร. จะได้ไปให้ความเห็นต่อรัฐบาลในการที่จะเห็นว่า ควรจะจัดตั้งเปึนองค์การมหาชนหรือไม่ อันนี้ไม่มีครับ อยู่ ๆ ก็พรวดพราดเข้ามาอยู่ใน กฎหมายฉบับนี้เลย ผมถามว่ารัฐบาลเห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้แล้วหรือยัง เพราะว่า ถ้าเปึนองค์การมหาชน จริงอยู่ครับอาจจะไม่ได้แสวงหากําไร แต่รัฐบาลต้องลงทุนให้ครับ แล้วกิจการที่จะเปึนองค์การมหาชนมันเหมาะสมกับเนื้องานของสถาบันความปลอดภัยนี้ หรือไม่ อันนี้ยังไม่มีใครให้คําตอบเลยครับ ผลการศึกษามีไหม ก็ไม่มีครับ ผมไม่ได้ค้าน แต่ขอด้วยเหตุด้วยผลให้เกิดความรอบคอบถี่ถ้วน อย่างนั้นผมคิดว่าน่าจะถูกต้องมากกว่า เพราะมิฉะนั้นแล้วถ้าออกไปเปึนกฎหมายผมคิดว่าจริงอยู่ครับองค์การมหาชน มีหลักเกณฑ์อยู่ในมติ ครม. แล้วก็ทางด้านวิชาการเกี่ยวกับเรื่องของการจัดตั้ง องค์การมหาชนว่าจะไม่มีการแสวงหากําไร อาจจะเปึนงานบริการหรืองานวิชาการ อะไรก็แล้วแต่ จัดตั้งเปึนองค์การมหาชนได้นะครับ แต่ในประวัติความเปึนมานี่ครับ ท่านแน่ใจหรือครับว่าตั้งเปึนองค์การมหาชนแล้วผู้บริหารขององค์การมหาชนจะไม่ไป แสวงหากําไร มีอะไรบังคับไว้ไหมครับ มีใครตรวจสอบไหมครับ ผู้บริหารชุดแรกอาจจะ เปึนอย่างนั้น ชุดต่อ ๆ ไปจะมั่นใจได้อย่างไรครับว่าเขาไม่ต้องการผลตอบแทนจาก การทํางานนี้มากกว่า เพราะฉะนั้นเขาก็จําเปึนต้องไปหากิจการของสถาบันนี้เพื่อที่จะ แสวงหากําไร อันนี้คงเปึนไปตามธรรมชาติ ผมคิดว่ามันต้องรอบคอบครับ ไม่ใช่แค่ ความรู้สึก อยากให้มีผลการศึกษาเสียก่อนแล้วค่อยมาตัดสินว่าควรจะเปึนอะไร เพราะฉะนั้นในจุดนี้ผมคิดว่าอย่างนี้นะครับ ถ้าเราไม่แน่ใจว่าจะเปึนองค์การมหาชน แล้วจะเปึนอะไรที่จะทําให้สถาบันนี้ทํางานได้อย่างเปึนกลาง อิสระ เสริมงานวิชาการ และงานบริการแก่คณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัย ซึ่งมีกองทุนมารองรับอยู่แล้ว ผมอยากจะให้แนวคิดว่า ๒ องค์กรนี้ควรจะทํางานเสริมกันร่วมมือกัน เพื่อความปลอดภัย ผู้ใช้แรงงานและอํานวยความสะดวกที่ถูกต้องเหมาะสมให้แก่ผู้ประกอบการ นายจ้าง รวมทั้งใช้วิชาการที่เหมาะสมด้วย แล้วผมก็ยังได้เสนออีกว่าควรจะเน้นงานการให้บริการด้วย เพราะว่าโรคที่เกิดจากการทํางานมีมากมาย และยังไม่มีสถาบันใดหรือหน่วยงานใด ที่จะออกมาชี้ขาดว่าผู้ใช้แรงงานนั้นเปึนโรคแล้วเกิดจากการทํางานหรือไม่ ไม่มีครับ เพียงแต่เปึนเหตุผลของผู้ทรงคุณวุฒิ ของนักวิชาการเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นอันนี้ ก็เปึนปัญหาที่ว่าเวลาขึ้นศาลแล้ว ก็แล้วแต่ศาลจะพิจารณาว่าจะฟังเหตุผลของ ผู้ทรงคุณวุฒิมากน้อยแค่ไหน ผมอยากเห็นสถาบันว่าด้วยความปลอดภัยเปึนสถาบัน ที่มีผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงในวิชาการทุก ๆ ด้าน รวมทั้งเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจาก การทํางานด้วย มิฉะนั้นเราก็จะเกิดปัญหามาตลอดนะครับ การประท้วง ความอึดอัด ของผู้ประกอบการ การเสียประโยชน์ ข้อมูลที่ไม่ชัดเจนของผู้ที่รับผลกระทบคือ ผู้ใช้แรงงาน มันจะมีปัญหาอย่างนี้ตลอด เมื่อจะออกกฎหมายทั้งทีเราจะต้องช่วยกัน ปัองกันแล้วแก้ไขปัญหานี้ด้วย จึงคุ้มค่าแก่การที่จะออกกฎหมาย กฎหมายไม่ใช่เข้าสภาง่าย ๆ นะครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าถ้ายังไม่แน่ใจและมีเหตุผลทางด้านวิชาการ และความเปึนไปได้ ความเหมาะสม รองรับที่จะให้สถาบันนี้เปึนองค์การมหาชน อยากจะขออนุญาตเสนอแนะท่านกรรมาธิการ เสียงข้างมากลองคิดพิจารณาสักนิดหนึ่ง ถึงแม้ว่าผมคิดว่าความหวังอาจจะริบหรี่ก็ตาม เพราะว่าเร่งเหลือเกินที่จะทําให้กฎหมายฉบับนี้ออกมา ทุกคนมีความหวังดีต่อการที่จะ ให้มีกฎหมายฉบับนี้ว่าด้วยความปลอดภัย สําคัญ ไม่มีใครที่จะมาเตะถ่วงคัดค้าน แต่ขอให้มีความรอบคอบ ไม่ใช่ทําขึ้นมาแล้ว แล้วก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งนั้นได้ผลประโยชน์ โดยที่คนกลุ่มใหญ่นั้นก็ไม่ทันจะรู้ตัว แล้วรู้ตัวมันก็สายไปเสียแล้ว ดังนั้นผมไม่ใช่ว่า จะท้วงติงว่ามันยังไม่มีเหตุผล การศึกษาวิจัยที่จะให้เปึนองค์การมหาชนมารองรับ ถ้ามีเหตุผลผมรับได้ แต่ตอนนี้ต้องบอกว่าไม่มีครับ ไม่ได้คัดค้าน เมื่อเปึนเช่นนี้ละครับ กฎหมายเข้ามาถึง ณ วันนี้แล้วผมคิดว่าอย่างนี้ว่ารูปแบบของหน่วยงานที่น่าจะเปึน อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่จําเปึนต้องเปึนองค์การมหาชน เขาเรียกว่า หน่วยธุรการขององค์กร ของรัฐที่ทําหน้าที่ให้บริการ ผมถือว่านี่คือการให้บริการวิชาการ ให้บริการทางด้าน การวินิจฉัยตรวจรักษาอะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ ซึ่งจะต้องไปทํางานวิจัยต่ออีกนะครับ ผมคิดว่าน่าจะเข้ากับตรงนี้ได้ แล้วมันไม่เสี่ยงนะครับ แล้วก็ไม่ข้ามฝ์ายบริหาร เขาไป ก.พ.ร. ก็ยังไม่ได้ผ่านเลยนะครับ ครม. ก็ยังไม่รู้เรื่องเลยจะให้เปึนองค์การมหาชน มีมติ ครม. หรือยังที่จะให้หน่วยงานนี้เปึนองค์การมหาชน ออกกฎหมายทันทีเลย แบบนี้ ผมคิดว่ามันอาจจะทําให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นทางออกอยากจะ เสนอให้พิจารณานะครับ ถึงแม้ว่าผมจะเปึนเสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วยในขณะนี้ เท่านั้นนะครับ เพราะข้อมูลยังไม่เพียงพอที่จะให้เปึนองค์การมหาชน หน่วยธุรการ ถ้าเปึนหน่วยธุรการขององค์การของรัฐที่ทําหน้าที่ให้บริการน่าจะเหมาะสม เพราะว่า เขามีอิสระเปึนกลางได้ อิสระได้ ฝ์ายบริหารก็ดีหรือว่าฝ์ายการเมืองก็ดี ไม่สามารถ ที่จะมาก้าวล่วงการทําหน้าที่ของเขาได้ ซึ่งก็เหมาะสําหรับสถาบันเพราะเปึนงานวิชาการ และเปึนงานบริการ ซึ่งอาจจะต้องไปกระทบกับเรื่องของการวินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับโรคภัย ไข้เจ็บ หรือมาตรฐานที่จะให้การรับรองต่าง ๆ มีอยู่ยุคสมัยหนึ่งครับ ผมเคยทํางาน ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีความคิดเหมือนกันว่ามัน เรด เทป มันไม่คล่องตัว ในการออกใบอนุญาตอะไรต่าง ๆ ให้กับผู้ที่มายื่นขอใบอนุญาตหรืออะไรต่าง ๆ ก็ตาม แล้วอยากจะให้เปึนหน่วยงานอิสระทํานององค์การมหาชนนี่ละครับ ปรากฏว่ามันขัดกฎหมาย เพราะว่าคนที่จะมีหน้าที่ในการที่จะอนุญาตอนุมัติอะไรต่าง ๆ นั้นให้เปึนเอกสารที่ถูกต้อง ตามราชการและตามกฎหมายนั้นจะต้องเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้น เจ้าหน้าที่ของ องค์การอิสระไม่สามารถทําหน้าที่ตรงนี้ได้ มันขัดตรงนี้ครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอันนี้ จะนําไปสู่เรื่องของการกําหนดอํานาจหน้าที่ขององค์การมหาชนที่ท่านอยากจะให้เปึน ตรงนี้ ถ้าต่อไปจะมีอย่างนี้มันจะขัดกับกฎหมายหรือไม่ ย้อนกลับมาอีกทีว่าทําไม ผมอยากจะให้เปึนยังไม่ต้องเปึนองค์การมหาชน แต่เปึนหน่วยธุรการในองค์การของรัฐ ที่ทําหน้าที่ให้บริการ เพราะว่าเขาสามารถที่จะเปึนอิสระจากฝ์ายบริหารฝ์ายการเมืองได้ ในการทําหน้าที่วิชาการ หรือบริการที่จําเปึนต้องใช้วิชาการในระดับสูง มันเหมาะสําหรับ การเริ่มต้นกําหนดสถานภาพของสถาบันนี้เปึนเบื้องต้นก่อน แล้วถ้าเกิดว่าท่านอยากให้ เปึนองค์การมหาชน กฎหมายมันแก้ได้ครับอย่าพรวดพราดเลยครับ อีกทั้งว่าถ้าเปึน หน่วยงานอิสระภายใต้กํากับของรัฐมนตรีนี่นะครับซึ่งก็มีหน้าที่แค่กํากับการ ไม่ได้มีหน้าที่ มาเกี่ยวกับเรื่องของการเปึนผู้บังคับบัญชาหรือทําหน้าที่บริหารนะครับ กองทุนก็ไม่จําเปึนต้องไปตั้งครับ ไม่ต้องไปขอจากรัฐบาลตั้งเปึนกองทุนในองค์การมหาชน เพื่อที่จะมาบริหาร ท่านอาจจะเรียกว่ากองทุนหรือไม่ใช่กองทุนก็แล้วแต่ แต่ก็ต้องมีเงินทุน ตรงนี้ที่จะมาทํางาน เพราะมีกองทุนของคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยอยู่แล้ว แล้วถ้าจําไม่ผิดกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ได้แก้ให้หน้าที่หนึ่งของคณะกรรมการว่าด้วย ความปลอดภัยอันนี้ว่ามีหน้าที่จะต้องสนับสนุนงบประมาณในการดําเนินการของสถาบัน ว่าด้วยความปลอดภัยด้วย เปึนความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างมากเอง แล้วก็ผ่าน การพิจารณาของสภาไปแล้ว ตรงนี้เปึนจุดเชื่อมว่ามันไม่จําเปึนที่จะต้องออกไปเปึน องค์การมหาชนทันที เปึนหน่วยงานอิสระภายใต้กํากับของรัฐมนตรี งบประมาณก็มี เพราะว่าคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยซึ่งมีกองทุนนี้จะต้องมีหน้าที่พิจารณา ให้เงินงบประมาณสนับสนุนในการทํางานของหน่วยงานอิสระนี้ หลักการผมมีอย่างนี้ครับ ผมไม่อยากจะไปคิดในลักษณะที่ว่าในแง่ของข้อกฎหมายว่ามันเปึนไปได้ เพราะฉะนั้น ทําได้เลย ผมอยากจะให้ตระหนักและมีจิตสํานึกถึงเรื่องของว่ามันถูกต้องเหมาะสม ต่อกาลเวลาแล้วหรือยังเปึนห่วงในจุดนี้ครับ แต่ก็รู้ว่าคงจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลง อะไรได้ ขออนุญาตให้ข้อเสนอแนะว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากที่พิจารณาในขณะนี้ ท่านใช้ความรู้สึกหรือว่าใช้เหตุผลทางวิชาการที่มีการศึกษาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าสถาบันนี้ ควรจะเปึนองค์การมหาชน ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ผมขอตอบเรียงตามประเด็นอย่างนี้ว่า
เรื่องแรกก่อนตอบคุณบุญยอด ที่ท่านบุญยอดเปึนห่วงว่ามันไปซ้ําซ้อน เจ้าบอร์ด (Board) ของสถาบันหรือคณะกรรมการของสถาบันนี้ไปซ้ําซ้อนกับ คณะกรรมการความปลอดภัยหรือไม่ ก็ต้องเรียนว่าทางกรรมาธิการได้รับข้อสังเกตของ คุณบุญยอดไปแล้ว แล้วก็ไปปรับอย่างนี้ครับ ของเดิมจะเห็นได้ว่าตัวคณะกรรมการที่อยู่ ในความปลอดภัย กับตัวคณะกรรมการในสถาบันมีความใกล้เคียงกันโดยตําแหน่ง แล้วก็ล็อกตําแหน่งหมดเลยครับ ตําแหน่งไหน ซึ่งใกล้เคียงกันมาก แต่ว่าคราวนี้เรา ปรับว่าโยนให้ไปเปึนเรื่องของ พ.ร.บ. องค์การมหาชนเลย ซึ่งเมื่อโยนไปก็จะแปลว่า บอร์ดนั้นจะมีได้ในสถาบันนี้มี ๑๑ คน แล้วก็ไม่เกินกึ่งหนึ่งนั้นเปึนผู้แทนจากระบบ ราชการ เพราะฉะนั้นความเปึนห่วงเปึนใยของท่านบุญยอดในคราวที่แล้วเราก็ได้มี การปรับแล้ว คราวนี้ท่านก็มีความเปึนห่วงเพิ่มเติมว่าหน้าที่มันก็ยังซ้ําอยู่ดีละ ผมก็ต้อง เรียนท่านอย่างนี้ว่าเจ้าสถาบันนี้ที่จะตั้งขึ้นมามีหน้าที่เปึนเหมือนน้ํามันหล่อลื่น ถ้าใครคุ้นเคย กับองค์กรอย่าง สสส. ท่านก็จะเข้าใจว่าหลายต่อหลายเรื่องที่กระทรวงสาธารณสุขทํา ก็ซ้ําซ้อนกับ สสส. แต่ สสส. นั้นเขามีวิธีการกันเงินระบบต่าง ๆ ของเขาเองทําให้ การขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ นั้นมันง่ายมากขึ้น ผมเปรียบเทียบอย่างนี้ว่าเปึนเครื่องจักรหลัก กับน้ํามันหล่อลื่น เครื่องจักรหลักก็คือคณะกรรมการความปลอดภัย น้ํามันหล่อลื่น ที่จะมีระเบียบในการบริหารการเงินเปึนของตัวเองก็คือสถาบันนี้ละครับที่เราพูดถึง เพราะฉะนั้นก็ตอบโจทย์ท่านบุญยอดเรื่องของการซ้ําซ้อนกันระหว่างตัวบุคคลนั้นไม่มี เพราะว่าเราโยนกลับไปแล้วโดยรับข้อสังเกตของท่านไปเรียบร้อยเปึนในเรื่องของ เปึนไปตาม พ.ร.บ. องค์กรมหาชนนะครับ
ต่อมาท่านรังสิมา ท่านรังสิมามาอีกแนวหนึ่งเลยนะครับ ท่านบอกว่า เงินเดือนแพง ไม่อยากให้เปึนองค์การมหาชนเพราะเงินเดือนแพง ผมก็ขอตอบแบบนี้ว่า ต่อให้ไม่เปึนองค์การมหาชนเงินเดือนก็ใช้อยู่ในผังชาร์ท (Chart) ฐานเงินเดือนเดียวกัน องค์การมหาชนเขาจะแบ่งอยู่เปึน ๓ ประเภทที่ ก.พ.ร. แบ่ง กลุ่มที่ ๑ ก็คือการพัฒนา และดําเนินการตามนโยบายสําคัญของรัฐเฉพาะด้าน พวกนี้เก่งหน่อยเงินเดือนแพง รองลงมาก็คือกลุ่มที่ ๒ บริการที่ใช้เทคนิควิชาการเฉพาะหรือสหวิทยาการ อันนี้ก็อาจจะหาง่ายหน่อยหนึ่ง เงินเดือนก็จะน้อยลงมานิดหนึ่ง กลุ่มสุดท้ายครับ กลุ่มที่ ๓ ที่เรียกว่าบริการสาธารณะทั่วไป อัตราเงินเดือนก็จะอยู่ที่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท จนถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท สถาบันที่เรากําลังจะคุยกันนี้ก็อยู่ในกลุ่มที่ ๓ ที่มีเงินเดือน น้อยที่สุดก็คือ ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท ต้องเรียนอย่างนี้ว่าถึงแม้วันนี้เราจะเขียน กฎหมายให้เปึนองค์กรที่ไม่ใช่องค์กรมหาชน อาจจะเปึนองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ ก็แล้วแต่ ก็ยังคงใช้ผังชาร์ทขององค์การมหาชนในฐานเงินเดือนอยู่ดีครับ ทําไมผมพูด อย่างนี้ เราได้เรียก ก.พ.ร. เข้ามาชี้แจง ก็ได้ข้อสรุปว่าองค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้น ตาม พ.ร.บ. องค์การมหาชน แล้วก็ออกพระราชกฤษฎีกา ผมขอเรียกต่อไปนี้ว่า องค์การมหาชนที่จัดตั้งตาม พ.ร.ฎ. หรือพระราชกฤษฎีกานะครับ ก็จะถูกแบ่งเปึน ๓ กลุ่ม เงินเดือนแบบนี้ แต่ทีนี้ถามว่าแล้วองค์กรอื่น ๆ ละที่ไม่ได้จัดตั้งขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติ องค์การมหาชนหรือออกเปึนพระราชกฤษฎีกาใช้ฐานเงินเดือนไหน ก็ต้องตอบว่า มติ ครม. ตั้งแต่อดีตจนมาถึงปัจจุบันในขณะนี้องค์กรที่เกิดขึ้นใหม่ก็ใช้ผังเงินเดือน ขององค์การมหาชนนี้ทั้งสิ้นครับ อย่างไรก็ดีข้อกังวลใจของท่าน ส.ส. รังสิมานั้นก็ได้ ถูกหยิบยกขึ้นมาในกรรมาธิการว่าถ้าอย่างนี้แล้วทําอย่างไร ถ้ายังไม่พอใจว่า ฐานเงินเดือนขั้นต่ําคือ ๑๐๐,๐๐๐ บาทแล้วจะทําอย่างไร ตอบโจทย์ท่านรังสิมาให้ได้ เราก็ได้ข้อสรุปแบบนี้ว่าทาง ก.พ.ร. นั้นเขาก็รับไปที่จะปรับ เสนอนะครับอย่าพูดว่าปรับ เพราะ ก.พ.ร. ไม่มีอํานาจ อํานาจอยู่ที่ ครม. ก.พ.ร. เขาก็รับไปที่จะนําเสนอ ครม. ให้แบ่งชั้นมากขึ้นกว่า ๓ ชั้นที่เปึนอยู่ ก็อาจจะต้องมีชั้นที่ ๔ ชั้นที่ ๕ เกิดขึ้น ทําให้รายได้ ขั้นต่ําของตัว ผอ. ก็ดี บอร์ดก็ดีลดลง ซึ่งอันนี้ก็จะเปึนผลดีจากที่ท่านรังสิมาได้ให้ข้อสังเกต เอาไว้ โดย ก.พ.ร. เขาก็จะรับเพื่อจะไปเสนอต่อใน ครม. ซึ่งไม่ได้ปรับเฉพาะแค่องค์กรนี้ องค์กรเดียว แต่จะปรับทั้งองค์การมหาชนทุกองค์กรให้เปึนบรรทัดฐานเดียวกัน วันนี้ สิ่งที่เรากังวลใจก็คือว่าถ้าเรากําหนดบทเฉพาะให้เรื่องนี้มีเงินเดือนแบบหนึ่ง แล้วองค์กรอื่น มีเงินเดือนอีกแบบหนึ่ง คําตอบก็คือบรรทัดฐานนั้นมันจะไม่ไปในทิศทางเดียวกันครับ ซึ่ง ก.พ.ร. เขารับแล้วว่าเขาเตรียมพร้อมที่จะเสนอ ครม. ให้เพื่อปรับให้เปึนฐานเดียวกัน ทั้งหมด ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านรังสิมาที่ท่านมีความเปึนห่วงใยในเรื่องนี้ครับ
เรื่องที่ ๓ ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องสําคัญ คุณหมอบรรพต ต้นธีรวงศ์ ท่านก็ถามว่าทําไมต้องเปึนองค์การมหาชน เคยมีบทวิจัยไหม ศึกษามาอย่างไร ผมตอบท่านอย่างนี้ครับ องค์กรที่จะต้องจัดขึ้นโดยใช้พระราชบัญญัติโดยผ่านสภาแห่งนี้ โดยมากมักจะเปึนองค์กรที่มีอาวุธพิเศษ เช่นท่านเคยได้ยิน พ.ร.บ. บรรษัทบริหาร สินทรัพย์ไทย บสท. ไหมครับ เปึนองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติผ่านสภาแห่งนี้ เขามีอาวุธพิเศษในการที่เข้าไปยึด อายัดทรัพย์ ขายหลักประกัน ขายทอดตลาดได้ นี่คืออาวุธพิเศษที่เขามี เขาต้องขอมติจากท่าน พ.ร.บ. อย่าง สสส. เขามีอาวุธพิเศษ เพราะเขาสามารถที่จะหักเงินภาษีบาปเข้ามาเปึนเงินกองทุนของเขาได้ เขามีอาวุธพิเศษ ในการหักภาษีครับนี่ก็คือความจําเปึนที่เขาต้องมีการจัดตั้งเปึน พ.ร.บ. แต่สถาบันนี้ หลัก ๆ ก็คือในเรื่องวิชาการ ช่วยเหลือภาคแรงงาน ไม่ได้มีอาวุธพิเศษอย่างที่ผมได้ กล่าวมาใน ๒ องค์กรข้างต้น เพราะฉะนั้นการจัดตั้งของเขาก็เลยต้องอาศัยอํานาจ พ.ร.บ. องค์การมหาชน แล้วออกเปึนพระราชกฤษฎีกาตามมา พระราชกฤษฎีกานั้นเปึนกฎหมาย ในระดับของฝ์ายบริหาร ซึ่งท่านในที่นี้ทุกคนก็ทราบดีว่าพระราชกฤษฎีกานั้นต้องออกโดย อาศัยอํานาจ ครม. ใช่ไหมครับ ก็แปลว่าระหว่างที่องค์กรที่มันเดินไปแล้วเกิดติดขัด ประการใดสามารถที่จะมีการแก้ไขกฎหมายได้ในระดับ ครม. แล้วง่ายกว่า องค์กรนี้ไม่มี อาวุธพิเศษครับ เปึนเพียงน้ํามันหล่อลื่นในทางวิชาการเท่านั้น เพราะฉะนั้นในการแก้ไข ปัญหาขององค์กรในอนาคตมันอาจมี เพราะฉะนั้นการแก้ให้เขาเปึนพระราชกฤษฎีกา โดยอาศัยอํานาจ พ.ร.บ. องค์การมหาชน การดําเนินไปขององค์กรนี้จะทําได้เรียบง่าย มากกว่า ท่านจําได้ไหมเราเคยมีสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ คุณหมออําพล ท่านมาชี้แจงกฎหมายที่นี่ เสียเวลา ๒ ป้ ๓ ป้ แก้เรื่องเดียวครับ เรื่องที่จะบอกว่า เปึนหน่วยงานของรัฐภายใต้ พ.ร.บ. งบประมาณหรือเปล่า เปึนส่วนราชการ ตามกฎหมายไหนหรือเปล่า เพราะเขามีปัญหาว่าเวลาเขาเดินไปเขามีปัญหาเรื่อง เล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ แต่อย่างไรครับ เขาต้องกลับเข้ามารอวาระของสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ ๒ ป้ นี่คือความไม่คล่องตัวขององค์กรที่มีการจัดตั้งขึ้นโดยไม่มีอาวุธพิเศษ แล้วต้องผ่านสภา แห่งนี้ สภาแห่งนี้เราก็เลยคุยกันตกผลึกกันเยอะมากในชั้นของกรรมาธิการว่าอย่างนั้น ถ้าเราอยากจะเห็นองค์กรนี้ที่ภาคประชาชนเขาร้องขึ้นมาว่าอยากจะมีสถาบันนี้ ก็อยากจะเห็นออกในชั้นระดับพระราชกฤษฎีกา คําถามว่าเมื่อไรออก เราก็ได้ใส่ ในข้อสังเกตให้กับภาคประชาชนโดยเฉพาะภาคแรงงานว่าภายใน ๑ ป้นับแต่วันที่ พระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลใช้บังคับต้องออกเปึนพระราชกฤษฎีกาให้แล้วเสร็จ เขามี ความสุขไหมครับที่เขามา กรรมาธิการเราในนี้ส่วนหนึ่งมาจากภาคแรงงานที่เปึน คนต้นฉบับเรื่องนี้ เขาบอกว่ายินดีครับ เพราะว่าแนวความคิดของเขาเบื้องต้นก็เปึน องค์การมหาชน แล้วเขาก็ยินดีว่าถ้าในอนาคตต้องมีเรื่องติดขัด ถ้ามีการแก้ไขในชั้น ครม. มันง่ายกว่าที่เขาจะต้องมาชี้แจงในสภาแห่งนี้ระดับ พ.ร.บ. ซึ่งองค์กรนี้ไม่ได้มีอาวุธพิเศษ อะไรทั้งสิ้น ผมตอบนะครับส่วนเพิ่มเติมของคุณหมอบรรพต ท่านก็ยกตัวอย่างองค์กร ลักษณะเปึนหน่วยธุรการหรือที่เรียกว่าเอสดียู (SDU) ต้องเรียนท่านอย่างนี้ว่าเอสดียู หรือเซอร์วิส ดีลิเวอรี่ ยูนิต (Service Delivery Unit) มันมีปัญหาว่ามันไม่อาจที่จะใช้กับ เรื่องนี้ได้เสียทีเดียว เพราะว่าหน่วยธุรการเวลาเขาจะไปวิจัยศึกษาแต่ละเรื่องยังคงจะต้อง ศึกษาวิจัยภายใต้กรอบของราชการที่ต้องให้เขาครับ โจทย์ยังคงเปึนท่านอธิบดีอยู่ครับ โจทย์ยังคงเปึนท่านปลัดกระทรวงอยู่ครับ เขาศึกษานอกกรอบอย่างที่หน่วยราชการ ครอบเขาไม่ได้ครับ อันนี้ก็คือเรื่องสําคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเข้าใจว่าสถาบันเรื่องนี้ ที่เกิดเกิดขึ้นโดยภาคแรงงาน ท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ท่านสถาพร มณีรัตน์ ท่านรับเรื่องนี้ มาจากภาคแรงงาน นี่พูดกันอย่างตรงไปตรงมา คณะกรรมาธิการก็รับลูกต่อมาครับ ก็อยากจะเห็นความประสงค์ของภาคแรงงานที่จะมีการถัวกันระหว่างภาครัฐกับ ภาคแรงงานให้ทํางานด้วยกันได้ แต่เกรงว่าถ้าเกิดเปึนหน่วยธุรการก็มีความกังวลใจว่า ถ้าจะต้องไปศึกษาวิจัยในเรื่องต่าง ๆ ก็จะมีความเขาเรียกว่าต้องทําตามเบื้องบนบอกมา หรือหน่วยงานราชการ ก็อาจจะติดกรอบตรงนั้น ความไม่พอใจของเขามันก็เกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นก็เรียนตอบท่านสมาชิกด้วยเหตุและผลแบบนี้ ในชั้นนี้ก็ขอเท่านี้ครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญคุณหมอวรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมอาจจะมี มุมมองที่เห็นแตกต่างจากท่านคณะกรรมาธิการครับ แต่ผมถือว่าเราเปึนการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น แล้วผมก็เชื่อว่าสุดท้ายบทสรุปของเรื่องนี้คงมีข้อสรุปที่ชัดเจนออกมา ในมุมของผมหลังจากผมอ่านตามมาตรา ๕๑/๑ แล้ว ซึ่งเข้าใจดีว่าท่านคณะกรรมาธิการ ได้ชี้แจงว่าต้องการให้องค์กรนี้มีหน้าที่ในการทําหน้าที่เหมือนกับน้ํามันหล่อลื่น แล้วท่าน ก็มีการเปรียบเทียบกับ สสส. หรือว่าหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข ผมเรียนทุกท่านเลยว่า กระทรวงสาธารณสุขเปึนเจ้าพ่อเลยครับในเรื่องการตั้งหน่วยงานที่เปึนหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับองค์การมหาชน แล้ววันนี้กระทรวงสาธารณสุขก็ยังเปึนปัญหาอยู่ครับ เพราะว่าหน่วยงานมันเยอะมากเกินไป แล้วตรงนี้ถ้าโยงไปแล้วยิ่งถ้ามีผู้แทน ก.พ.ร. ฝากโจทย์กลับไปบอกเลยว่าเปึนความล้มเหลวในการปฏิรูประบบราชการ แทนที่ โครงสร้างของรัฐจะเล็กลง แล้วส่วนภาคประชาชนหรือเอกชนใหญ่ขึ้น กลับกลายเปึนว่า รูปแบบที่เปึนราชการมันไม่ได้ใหญ่ขึ้นก็จริงอยู่ แต่มีรูปแบบของรัฐในรูปแบบอื่นใหญ่โต ขึ้นมาเยอะแยะไปหมดเลยครับ ถ้าดูในเนื้อหาของสาระของกฎหมายโดยเฉพาะ การจัดตั้งองค์การมหาชนที่ว่าด้วยสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน หน้าที่โดยอํานาจที่ท่านได้กําหนดไว้เปึนอํานาจ ทําหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุน ผมย้ําในภาพกว้าง ๆ ทําหน้าที่ในการส่งเสริม และสนับสนุนการจัดทําหรือให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางาน ซึ่งหลัก ๆ ก็จะมีอยู่แค่นี้ ผมก็โยงไปถึง สสส. เหมือนกับ ที่ท่านคณะกรรมาธิการได้เปรียบเทียบ สสส. ก็เปึนสํานักงานในการสร้างเสริมสุขภาพ แล้วก็มีกองทุนเหมือนกัน แล้วเราก็ต้องยอมรับว่าขณะนี้ท่านกําลังจะเลียนแบบสํานักงาน ตรงนี้ทําหน้าที่เปึนองค์การมหาชน มีหน้าที่ในการส่งเสริม ปัองกัน ถ้าภาษาแพทย์ใช้ ในการสนับสนุนให้มีการส่งเสริม ปัองกันความปลอดภัยในการทํางานเหมือนกับ สสส. ทุกอย่าง วันนี้ท่านเชื่อไหมครับว่าสุดท้าย สสส. ก็คือโบรกเกอร์ (Broker) ธรรมดา ผมขออนุญาตพาดพิงนิดหนึ่งเพราะจะได้เห็นภาพในการเชื่อมโยง ก็ได้รับเงินมาจาก เงินภาษีบาป แล้วสุดท้ายคนที่ทํางานในพื้นที่จริง ๆ คือหน่วยราชการทั้งสิ้นและส่วนหนึ่ง ก็เปึนภาคประชาชน ไม่ว่าจะเปึนโรงพยาบาลที่ขอเงินจาก สสส. หรือสถานีอนามัย ที่ขอเงินจาก สสส. และองค์กรภาคประชาชนขอเงินจาก สสส. เวลาผมมาเห็นภาพนี้แล้ว เอาเข้าจริง ๆ แล้วถ้าพูดแบบภาษานักเลงเลยไม่ต้องมี สสส. ก็ได้ เพราะว่าส่วนใหญ่ ระบบราชการทํางานหมด ดังนั้นมาถึงตรงนี้แล้วยิ่งผมดูในมาตราอื่น ๆ มีคณะกรรมการ เยอะแยะเลย เช่น คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน จะคล้าย ๆ กันครับ ในหมวด ๓ มาตรา ๒๔ ไล่ลงมา ขณะเดียวกันอันนี้ เปึนสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน มันก็จะคล้าย ๆ กัน เพียงแต่ว่าทางคณะกรรมาธิการได้ให้หน้าที่ของคณะกรรมการนั้น เปึนการเสนอความเห็นมากกว่า แต่เวลาจัดตั้งเปึนสถาบันปุ็บท่านได้ให้หน้าที่ ของสถาบันตรงนี้มีหน้าที่ในการส่งเสริมและปัองกันในเรื่องของความปลอดภัย และอาชีวอนามัย คือเหมือนกับว่าท่านกําลังจะสร้างจิ๊กซอว์ (Jigsaw) แยกออกไปเยอะ ๆ จนโครงสร้างของงานที่เกี่ยวข้องมันเยอะมากเกินไป เมื่อประมาณ ๑๐ ป้ที่แล้วผมเคยเชื่อ ศักยภาพเรื่ององค์การมหาชนของรัฐ แต่ถึงวันนี้แล้วผมเริ่มไม่เชื่อว่าการจัดตั้งองค์การ มหาชนของรัฐนั้นจะมีประสิทธิภาพ มันก็เปึนระบบราชการในรูปแบบใหม่ที่หากินกับ งบประมาณของประเทศหรือภาษีของพี่น้องประชาชนในอัตราเงินเดือนสูง ๆ คือ ๑๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท ไม่รวมกับองค์ประกอบอื่น เช่น ค่าเบี้ยประชุม หรืออะไร ต่าง ๆ นานา ผมมีความกังวลจริง ๆ ว่าองค์กรพวกนี้ตั้งขึ้นมาแล้ว ตั้งมันตั้งได้ แต่ถามว่าประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นมันจะคุ้มค่ากับภาษีของพี่น้องประชาชนขนาดไหน แล้วยิ่งถ้าดูองค์ประกอบของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ทั้งหมด คณะกรรมการอื่นเยอะแยะครับ ที่สามารถทํางานส่งเสริมและปัองกันเรื่องของความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนได้ ขอให้มีเงินครับ เงินอยู่ตรงไหนอํานาจอยู่ที่นั่นครับ แต่วันนี้ท่านมีเงินขึ้นมาแทนที่เงินนี้จะ ผ่านหน่วยงานอื่น แล้วก็ลงมาสู่ประชาชนลงไปอะไรก็แล้วแต่ ตามระเบียบที่กําหนดไว้ แต่ก็สร้างกลุ่มขึ้นมาอีกกลุ่มหนึ่งก็คือสถาบันตามที่ท่านว่าทําหน้าที่มีฐานะเปึนองค์การ มหาชน และทําหน้าที่ในการส่งเสริมปัองกัน และสุดท้ายเงินตรงนี้ไหลผ่านองค์การนี้ปุ็บ มันก็จะกลับไปสู่ระบบราชการก็คือข้าราชการทําโครงการขอมา และส่วนหนึ่งก็กลับสู่ ระบบภาคประชาชนที่ภาคประชาชนขอมา ก็ในเมื่อเรามีคณะกรรมการเยอะแยะไปหมด แทนที่เขียนเพิ่มอีก ๑ ข้อว่า ให้คณะกรรมการตรงนี้มีหน้าที่ในการส่งเสริมและปัองกัน เกี่ยวกับปัญหาความปลอดภัย อาชีวอนามัย ถ้าเพิ่มอีก ๑ ข้อเท่ากับครอบคลุม หมดเลยครับ ผมเข้าใจความรู้สึกของท่านคณะกรรมาธิการที่ไม่แน่ใจว่าในการจัดตั้ง สถาบันนี้ขึ้นมามีวิธีคิดเปึนฐานของตัวเอง หรือมีภาคประชาชนขอมา หรือใครขอมา แต่ถ้าดูตามสาระ ผมกังวลจริง ๆ โครงสร้างราชการ ท่านประธานครับ มันใหญ่โตเกินไป มันถึงเวลาที่จะต้องปฏิรูปปฏิวัติประเทศไทยอีกครั้งหนึ่งเกี่ยวกับระบบราชการ คือผมขอแถมอีกนิดหนึ่งครับ เพราะว่าเปึนอนุกรรมาธิการ เราจะเห็นเลยว่าอัตราเงินเดือน ของข้าราชการในบัญชีงบประมาณของประเทศ ถ้าดูในหมวดเดิมมันจะไม่ค่อยเพิ่มขึ้น เท่าไร แต่ปรากฏมันจะอยู่อีกหมวดหนึ่งครับ เปึนหมวดเกี่ยวข้องกับพนักงานของรัฐ หรือบุคลากรของรัฐที่ตั้งขึ้นมาพิเศษ มันจะบานปลายมหาศาลมาก ดังนั้นรูปแบบ ที่ท่านทํามาแล้ว เห็นใจว่าประเทศเรามันจะเทอะทะ เพียงแต่ว่าไม่ใช่เรียกว่าข้าราชการ เท่านั้นเอง แต่จะเรียกว่าองค์การมหาชนครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านบรรพตครับ เดี๋ยวท่านกรรมาธิการค่อยชี้แจงทีเดียวนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ท่านประธานครับ ต่อข้อชี้แจงของกรรมาธิการ ขออภัยที่เอ่ยชื่อ ท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดีนะครับ เกี่ยวกับประเด็นที่ผมตั้งข้อสังเกตเอาไว้ ไม่ใช่คัดค้าน หรืออะไรหรอก คืออยากจะให้ความคิดเห็นเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับที่ท่านได้ตอบนะครับ
ประการที่ ๑ ที่บอกว่าผมเสนอว่าให้เปึนเอสดียู หรือว่าเอสพีวี (SPV) อะไรนี่นะครับ ไม่ใช่ครับ ผมไม่ได้เสนออย่างนั้น ผมก็ดูตามร่าง ดูตามเอกสารหนังสือ ที่ ก.พ.ร. เอามาแจกในกรรมาธิการ แล้วผมก็มองเห็นว่าประเภทหน่วยงานที่อยู่ในกํากับ ของรัฐมันจะมีได้กี่ประเภท ผมก็เข้าใจได้ว่ามันมีหลายประเภทอยู่ ตั้งแต่รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานพิเศษอื่น ๆ ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่าหน่วยงานพิเศษอื่น ๆ ไม่ใช่เฉพาะ ผมไม่ได้เสนอว่าเปึน เอสดียู หรือว่า เอสพีวีแต่ประการใด ผมดูตามเอกสาร ที่ ก.พ.ร. เอามาแจก ขออภัยอาจจะต้องอ้างเอกสารที่มันอาจจะเปึนข้อมูลทุติยภูมิ อะไรก็แล้วแต่นะครับ คือหน่วยงานของรัฐรูปแบบใหม่ ซึ่งจําแนกออกเปึน ๑. หน่วยธุรการ ขององค์การของรัฐที่เปึนอิสระ ซึ่งก็จะแยกออกเปึน ๒ ประเภทย่อย คือ ๑. หน่วยธุรการขององค์การของรัฐที่ทําหน้าที่กํากับดูแล ๒. หน่วยธุรการขององค์การ ของรัฐที่ทําหน้าที่ให้บริการ ผมชี้ไปที่จุดนี้ครับ ซึ่งหน่วยธุรการขององค์การของรัฐ ที่ทําหน้าที่ให้บริการ หนังสือ ก.พ.ร. เขียนเอาไว้อย่างนี้เปึนหน่วยธุรการขององค์การ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการสาธารณะของรัฐในกิจการใดกิจการหนึ่ง เริ่มจะเข้าใช่ไหมครับ บทบาทหน้าที่ของสถาบัน ที่ต้องการมีความอิสระจากฝ์ายบริหารและปราศจาก การแทรกแซงทางการเมืองโดยเฉพาะสื่อมวลชน แล้วในประเทศไทยก็มีการจัดตั้งแล้ว ซึ่งก็อาจจะเปึนเรื่องที่ต้องมาถกเถียงว่าแล้วสถาบันนี้มันเปึนอย่างนั้นหรือเปล่า ก็คือ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย เพราะฉะนั้นมันไม่ได้เปึน อย่างที่ท่านว่า ถ้าจะวิจัยก็ต้องเปึนหัวข้อวิจัยที่ถูกกําหนดมาโดยหัวหน้าส่วนราชการ หรือแม้แต่รัฐมนตรีหรือรัฐบาลก็ตาม เพราะว่าเขามีความอิสระจากฝ์ายบริหาร และปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง ผมอยากให้เปึนอย่างนี้ครับ เปึนอย่างนี้ไปก่อน และจะก้าวหน้าอย่างไรต่อไปแล้วค่อยว่ากัน
ประการที่ ๒ ผมยังไม่เห็นท่านบอกเลยนะครับว่ามีผลการศึกษา ความเหมาะสม ความเปึนไปได้เกี่ยวกับสถาบันความปลอดภัยว่าจริงแท้แน่นอนเลยครับ ผลการศึกษาว่าควรจะเปึนองค์การมหาชน ผมถึงได้ย้ําอย่างไรครับว่าอันนี้เปึนเพียง ความรู้สึกของคณะกรรมาธิการและที่ปรึกษาใช่หรือไม่ มีผลการศึกษาความเปึนไปได้ ด้านความเหมาะสมแล้วหรือยัง ทําไมอยู่ ๆ ถึงเสนอขึ้นมาเปึนองค์การมหาชน เสนอขึ้นมาเปึนสถาบันว่าด้วยความปลอดภัยยังรับได้ครับ ถึงแม้ว่าในร่างของรัฐบาล ที่เสนอขึ้นมาไม่มีสถาบันว่าด้วยความปลอดภัย ผมรับได้ เพราะผมเห็นว่ามันเปึน หน่วยงานวิชาการที่ต้องมาทํางานร่วมกับฝ์ายบริหารซึ่งก็คือคณะกรรมการว่าด้วย ความปลอดภัยซึ่งมีกองทุนอยู่นะครับ รับได้ แต่ว่าเวลาจะกําหนดว่าสถานภาพ ของสถาบันนี้คืออย่างไร ผมคิดว่ามันต้องมีความละเอียดรอบคอบพอสมควรครับ เพราะมิฉะนั้นแล้วท่านดูสิครับในหนังสือชุดเดียวกันที่ ก.พ.ร. เอามาให้นี่นะครับ รัฐวิสาหกิจ ๑๐ แห่งขอเปลี่ยนสถานภาพตัวเองเปึนองค์การมหาชน ปรากฏว่า ครม. ไม่ให้ครับ อันนี้ท่านอาจจะอธิบายว่ามันคนละประเด็นกัน ก็โอเคแล้วแต่เหตุผล ของท่านนะครับ แต่อย่างไรก็ตามชัดเจนเลยนะครับว่าถ้าจะเปึนองค์การมหาชนต้องทํา ความเห็นผ่าน ก.พ.ร. ก่อน เพราะว่ามันต้องใช้เงิน มันเปึน พ.ร.บ. ที่เกี่ยวกับการเงิน และเกี่ยวกับเรื่องของกําลังคนด้วย การกําหนดอัตราตําแหน่งเงินเดือนด้วยนะครับ ผมถามว่าผ่านแล้วหรือยัง ก.พ.ร. จะมีนักวิชาการระดับสูง ก.พ.ร. มานั่งอยู่ แต่มันไม่ใช่ การผ่าน ก.พ.ร. ผ่านหรือยัง ก.พ.ร. เขาเห็นดีเห็นงามด้วยหรือยังว่าสถาบันนี้เปึนองค์การมหาชนได้ เมื่อผ่านแล้วไม่ใช่ผ่านอย่างเดียว ต้องเสนอ ครม. ด้วย ครม. ก็เห็นด้วยเสร็จแล้วถึงมาสู่ คณะกรรมาธิการ อันนี้มั่นใจได้ว่าเอาละองค์การมหาชน ถ้าเปึนอย่างนี้ผมรับได้เลยครับ ไม่ใช่ผมจะเอาอํานาจของฝ์ายนิติบัญญัติไปอยู่ภายใต้อํานาจของฝ์ายบริหารนะครับ แต่ทุกอย่างมันต้องมีความรอบคอบ มีความถูกต้องเหมาะสมครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ คืออยากจะให้พิจารณาโดยรอบคอบ ถึงแม้ว่าอย่างที่ผมพูดไว้แล้วในช่วงแรกครับว่า คงเปึนความหวังริบหรี่ก็ตาม แต่ขอให้มีสํานึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ ขอบคุณครับ
มีท่านสมาชิกยังติดใจจะอภิปรายอีก ๓ ท่านนะครับ เดี๋ยวกรรมาธิการรอเก็บประเด็น แล้วก็จะได้ชี้แจงทีเดียว เชิญท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ต่อด้วยท่านวัชระและท่านบุญยอดครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กระผมพยายามที่จะไม่รบกวนเวลา โดยฟังความเห็นของท่านสมาชิกที่อภิปราย ผมก็เห็นพ้องไปด้วยกับทุกท่านที่เปึนสมาชิก อภิปราย ความจริงประเด็นในเรื่ององค์การมหาชนผมหยิบขึ้นมาพูดในการประชุม คราวก่อนโน้น เพราะผมไม่เห็นด้วยในการที่จะให้สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานนี้มีสถานะเปึนองค์การมหาชน ความจริงกฎหมายฉบับนี้ไม่น่าจะล่าช้าแบบนี้ ถ้าไม่เปึนความพยายามของคณะกรรมาธิการ ที่จะให้มีองค์การมหาชนเกิดขึ้น เพราะความพยายามดังกล่าวนั้นจึงทําให้มีข้อข้องใจ ของสมาชิกเกือบทุกฟากครับ ทั้งฟากฝ์ายค้าน ฟากฝ์ายรัฐบาล ตรงนี้เองครับเปึนประเด็น ที่น่าศึกษาเปึนอย่างยิ่ง ผมจะไม่ลงไปลึกว่าองค์การมหาชนดีหรือไม่ดีอย่างไร แต่ยังไม่มี คําตอบจากคณะกรรมาธิการว่าถ้าไม่ใช่เปึนองค์การมหาชนแล้วท่านขัดข้องอะไร ความจริงผมได้คุยเรื่องนี้กับท่านประธานคณะกรรมาธิการ ผมบอกว่าสมาชิกขัดข้อง และข้องใจในเรื่ององค์การมหาชนเท่านั้นเอง ถ้าตัดคํานี้ออกแล้วจะไม่มีใครข้องใจเลย เพราะเราเห็นบทเรียนครับท่านประธาน บทเรียนที่กระทรวงหลายกระทรวงจะตั้งองค์กร พิเศษขึ้นมาเพื่ออ้างว่าบริการประชาชนบ้าง เพื่อความคล่องตัวในการทํางานบ้าง แต่ขณะเดียวกันก็เปึนที่รองรับของข้าราชการกระทรวงนั้น ๆ เมื่อเกษียณอายุราชการ ถ้าไม่เชื่อคําพูดประโยคนี้ของผมดูได้ที่กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็เปึนปัญหาอยู่ทุกวันนี้ ในความไม่ลงรอยกันในความเห็นขัดแย้งกัน กระทรวงนี้ก็เช่นเดียวกันครับท่านประธาน เดิมทีเดียวระบุไว้ด้วยซ้ํานะครับว่าใครเปึนกรรมการบ้าง บอกตําแหน่งหน้าที่ของบุคคล ที่มีตําแหน่งในกระทรวง เมื่อถูกท้วงติงก็ตัดออกไป แต่ก็ยังไม่ละเว้นในการที่จะอยากเปึน องค์การมหาชน ท่านประธานครับต้องมีคําตอบกับสมาชิกว่าถ้าไม่เปึนองค์การมหาชนแล้ว ท่านขัดข้องอะไรในการปฏิบัติงาน ในเรื่องจะให้เปึนองค์การมหาชนั้นน่าจะเปึนนโยบาย ของรัฐบาล กฎหมายฉบับนี้รัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะให้เปึนองค์การมหาชน แล้วใน คณะกรรมาธิการชุดนี้นั้นไม่มีตัวแทนของรัฐบาลที่จะมาพูดถึงในเรื่องการเพิ่มบุคลากร การเพิ่มงบประมาณ ตัวแทนของสํานักงบประมาณก็เปึนระดับล่างซึ่งไม่ใช่ระดับนโยบาย ตัวแทนของฝ์ายราชการก็ไม่มี ปกติครับท่านประธานกฎหมายสําคัญ ๆ แบบนี้นั้น มักจะให้รัฐมนตรีมาเปึนกรรมาธิการ มาเปึนประธานบ้าง มาเปึนรองประธานบ้าง เพื่อที่จะดูเรื่องนโยบาย แต่อยู่ ๆ คณะกรรมาธิการก็ใส่เข้ามา ผมจึงไม่มั่นใจว่ารัฐบาล จะเอาด้วยหรือไม่ เปึนเรื่องแล้วออกกฎหมายไปบีบให้ ครม. อนุมัติให้หน่วยงานนี้ เปึนองค์การมหาชน กระผมจึงค่อนข้างที่จะไม่เห็นด้วยแล้วน่าจะต้องขอต่อรองกับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ถ้าท่านตัดเรื่ององค์การมหาชนออกไปสบายครับ ผ่านตลอด ผมไม่แน่ใจว่าท่านประชุมกันอย่างไร ทั้ง ๆ ที่ในการประชุมคราวก่อนนั้น ก็รับไปกับทางสภาเหมือนกันว่าเราจะพยายามปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับ ความต้องการของสมาชิก บัดนี้สมาชิกทุกฟากครับไม่เห็นชอบด้วยในการให้เปึน องค์การมหาชน ต้องขอต่อรองท่านประธานคณะกรรมาธิการในเรื่องนี้ครับ เพื่อความเรียบร้อยของกฎหมายฉบับนี้และกฎหมายฉบับนี้ก็จะจบและเสร็จภายใน วันนี้ละครับ
เดี๋ยวครับท่านประธานคณะกรรมาธิการ ขออีก ๒ ท่านได้ไหมครับ จะได้ตอบทีเดียว ท่านจะชี้แจงประเด็นนี้ก่อนนะครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ด้วยความเคารพในข้อเสนอต่อคําอภิปราย ของท่านสมาชิกผู้อาวุโส ท่านเปึนอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน คณะกรรมาธิการทราบถึงเจตนารมณ์อันดีของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอยู่ตลอดว่าการประชุมก่อนหน้านี้หลายท่านแล้วก็ส่วนใหญ่เลย เห็นพ้องว่าควรที่จะมีสถาบันอยู่ แล้วก็สถาบันเปึนที่พึ่งหวังของผู้ใช้แรงงานหลายล้านคน ทั่วประเทศ แล้วก็ผู้ใช้แรงงานได้ต่อสู้ในเรื่องต้องการให้มีสถาบันอยู่เกือบ ๒๐ ป้เต็ม ก็มีความหวังมากขึ้นในสภาชุดนี้แล้วก็ในรัฐบาลชุดนี้จึงได้ดําเนินการผลักดันเรื่องนี้ มาอย่างต่อเนื่องแล้วสภาก็รับหลักการไปแล้ว อันที่จริงแล้วสภาได้รับหลักการไว้ทั้งหมด ๗ ร่าง จะมีอยู่ ๕ ร่างที่ไม่มีคําว่า สถาบัน อยู่ แล้วก็จะมีอยู่ ๒ ร่างที่เสนอมาแล้วมีคําว่า สถาบัน อยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ในเมื่อได้ฟังข้อท้วงติงจากคําอภิปรายของท่านผู้ทรงเกียรติ ทุกท่าน กรรมาธิการได้เอาไปถกกันอย่างเข้มข้น เชิญ ก.พ. เชิญ ก.พ.ร. เชิญสํานักงบประมาณ เชิญผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เข้ามาชี้แจง สรุปสุดท้ายแม้ว่าจะไม่ใช้ชื่อคําว่า องค์การมหาชน อยู่ในร่างพระราชบัญญัตินี้จะไปใช้รูปแบบการบริหารจัดการใด ๆ ก็แล้วแต่ก็ไม่พ้นกรอบ ถ้าเกิดว่าต้องการที่จะให้เจตนารมณ์ของผู้ใช้แรงงานอยู่ ก็ไม่พ้นกรอบของความเปึนองค์การมหาชนอยู่ดี ผมเลยกราบเรียนในที่ประชุม ของคณะกรรมาธิการว่าคณะกรรมาธิการจะต้องเป่ดเผยอย่างตรงไปตรงมาจะต้องไม่มี วาระซ่อนเร้นใด ๆ จะต้องพูดความจริงกับสมาชิกและเป่ดเผยต่อสาธารณะว่าแม้ว่า จะไม่มีคําว่า องค์การมหาชน อยู่รูปแบบมันก็เปึนองค์การมหาชน เพราะฉะนั้นจะต้อง เอาความจริงเท่านั้นกราบเรียนกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ส่วนท่านจะมีดุลยพินิจ ในการพิจารณาแล้วก็ตัดสินใจอย่างไรบนผลประโยชน์ บนความต้องการของผู้ใช้แรงงาน ทั่วประเทศ อันนั้นอยู่ในอํานาจของท่าน เพราะฉะนั้นจึงขออนุญาตที่จะกราบเรียน กับท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก เนื่องจากว่าเปึนประเด็นที่สําคัญ ก่อนที่ท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านอื่นจะอภิปราย ผมอยากจะขอความกรุณาท่านประธานสภา ที่เคารพได้ให้ทางผู้แทนของกฤษฎีกา ผู้แทนของ ก.พ.ร. ในนามของคณะกรรมาธิการ ได้ชี้แจงเพิ่มเติมต่อประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้อาวุโส ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ก่อนที่ทางตัวแทนกรรมาธิการจะชี้แจงเพิ่มเติมอีก ผมขอต้อนรับนักศึกษา คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม จังหวัดนครปฐม ที่ได้มาเยี่ยมชมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ขณะนี้สภากําลังพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... ในวาระที่สองนะครับ เชิญตัวแทนกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิมุข สุขประสิทธิ์ กรรมาธิการ ต่อประเด็นที่ทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติได้กรุณามีข้อสังเกตนะครับ กระผมขออนุญาตกราบเรียนเปึนประเด็นดังนี้
ประเด็นแรก ในเรื่องที่มาของการจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ถ้าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานจะกรุณาดูร่างที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่หนึ่ง จะเห็นได้ว่าในขณะนั้นมีร่างทั้งหมด ๗ ร่าง และ ๒ ร่างเปึนร่างเกี่ยวกับการจัดตั้ง สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ซึ่งเสนอโดยท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในเรื่องดังกล่าวนี้ที่ประชุมได้พิจารณาในเบื้องต้นว่าในการที่จะพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน จําเปึนจะต้องมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานด้วยหรือไม่ เพราะว่าที่ประชุมได้ให้ ความเห็นชอบทั้ง ๗ ร่างแล้วก็ใช้ร่างรัฐบาลเปึนหลัก ในที่สุดที่ประชุมเห็นว่า เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบในวาระที่หนึ่งในร่างทั้ง ๒ ฉบับเกี่ยวกับ การจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน เพราะฉะนั้นที่ประชุมก็เลยมีความเห็นในเบื้องต้นว่าควรจะต้องพิจารณา ที่ประชุมได้มี หนังสือสอบถามไปยังสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วก็เชิญผู้แทน ก.พ.ร. กับผู้แทนสํานักงบประมาณมาร่วมชี้แจงด้วย ในชั้นนั้นสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ตอบเปึนความเห็นต่อท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าในเรื่องของการจัดตั้ง สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน อาจไม่เหมาะสมเนื่องจากขัดกับมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ แต่อย่างไรก็ตามแม้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้ความเห็นชอบแล้วไม่จําเปึนต้องถือปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี แต่การที่จะ กําหนดให้มีการจัดตั้งสถาบันดังกล่าวไว้ในร่างจําเปึนที่จะต้องมีความเห็นของสํานักงาน ก.พ.ร. กับสํานักงบประมาณประกอบการพิจารณาด้วย เพราะฉะนั้นในประเด็นแรก กระผมขออนุญาตกราบเรียนถึงที่มาที่ไปว่าทําไมจึงจะต้องมีสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานไว้ในร่างนี้ ในการให้ความเห็นของ สํานักงบประมาณแล้วสํานักงาน ก.พ.ร. ต่อคณะกรรมาธิการ ทั้ง ๒ หน่วยงาน ก็แสดงความเห็นที่ไม่เห็นด้วยเพราะเกรงจะเปึนภาระต่องบประมาณ แต่ทางกรรมาธิการ เสียงข้างมากมองว่าเมื่อร่างพระราชบัญญัติสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่หนึ่งแล้ว จึงจําเปึนจะต้องพิจารณารายละเอียดให้ด้วย
สําหรับประเด็นที่ ๓ สําหรับในรูปแบบของการจัดตั้งนี่นะครับ เมื่อมีการใช้ งบประมาณของรัฐคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงได้ พิจารณาว่ารูปแบบที่เหมาะสมและรูปแบบที่สอดคล้องกับการบริหารงบประมาณ ในภาครัฐควรจะเปึนเช่นใด ก็มีการพิจารณาว่าควรจะมีการตราเปึนพระราชบัญญัติ มีรายละเอียดกําหนดการจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน ไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ หรือควรจัดทําเปึนพระราชกฤษฎีกา ตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน ซึ่งกรรมาธิการส่วนใหญ่มองว่าในเรื่องของการจัดตั้ง สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน เปึนภารกิจ บางส่วนซึ่งซ้ําซ้อนกับภารกิจของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จากการพิจารณา รายละเอียดของสถาบันการทํางานของสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน กรรมาธิการเห็นว่าในภารกิจบางอย่างที่ได้ปรากฏ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวมีการซ้ําซ้อนกับอํานาจหน้าที่ของสถาบันความปลอดภัย ในสังกัดของกระทรวงแรงงานอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจึงเห็นพ้องต้องกันควรจะเปึนเรื่องของ การส่งเสริมวิจัยตามที่ได้ปรากฏตามร่าง มาตรา ๕๑/๑ จะเห็นได้ว่าเปึนการเสริม ในภารกิจในส่วนที่รัฐจะต้องปฏิบัติ
ในประเด็นถัดไป เมื่อต้องมีการจัดตั้งทางคณะกรรมาธิการวิสามัญมองว่า ในเรื่องของการเปึนองค์การมหาชนอย่างที่ท่านได้กรุณาตั้งข้อสังเกตตามมาตรา ๕๑/๑ เราจึงได้กําหนดเรื่องของวัตถุประสงค์ อํานาจหน้าที่ไว้ แล้วในร่างมาตรา ๕๑/๒ ซึ่งมีการอภิปรายในการประชุมครั้งที่ผ่านมาเรื่องของการกําหนดองค์ประกอบ กรรมาธิการวิสามัญเสียงข้างมากในขณะนั้นมองว่าเนื่องจากองค์ประกอบ เปึนองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหาร ซึ่งผู้ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานในครั้งนั้นได้เสนอไว้ กรรมาธิการเสียงข้างมากจึงได้ดําเนินการเจรจาประนีประนอมกันว่าคณะกรรมการ บริหารควรจะเปึนใคร เพราะฉะนั้นอย่างที่ปรากฏกับท่านว่าในร่างมาตรา ๕๑/๒ ซึ่งมีข้อสังเกต ซึ่งในการพิจารณาวันนี้กรรมาธิการเสียงข้างมากขออนุญาตกราบเรียนว่า ในเรื่องขององค์ประกอบเห็นว่าน่าจะไปใช้องค์ประกอบของคณะกรรมการ ตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชนได้ ซึ่งอย่างที่ได้กราบเรียนไปแล้วว่าจะมีทั้งหมด ๑๑ ท่าน แล้วมีประธานกรรมการมาจากการพิจารณาให้ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ซึ่งจากการที่เราได้ตรวจสอบกับ ก.พ.ร. องค์การมหาชนที่มีการจัดตั้งในลักษณะเปึน พระราชกฤษฎีกาใน ๒๒ หน่วยงาน ๒๐ หน่วยงานจะเปึนผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก มาเปึนประธานกรรมการ
สําหรับประเด็นถัดไปในเรื่องของภารกิจ ขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมว่า ในรูปแบบของภารกิจที่จะให้องค์การมหาชนไปปฏิบัติ กรรมาธิการได้พิจารณา ตามหลักเกณฑ์ของ ก.พ.ร. ว่าในรูปแบบของการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ไม่ว่าจะเปึน ในลักษณะใดก็ตาม ไม่ว่าจะเปึนเอสดียูก็ตามหรือองค์การมหาชนก็ตาม กรอบการดําเนินงาน ควรจะเปึนกรอบการดําเนินงานที่สอดคล้อบกับการจัดระบบบริหารราชการปัจจุบัน เพราะฉะนั้นการใดที่เปึนภารกิจของรัฐในปัจจุบันแล้วเปึนการใช้อํานาจรัฐ องค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้นจะกําหนดอํานาจหน้าที่เช่นว่านั้นไม่ได้ เพราะฉะนั้น สําหรับในส่วนของการให้บริการตลอดจนในเรื่องของการอนุมัติอนุญาตในทางปฏิบัติ จึงไม่สามารถจะทําได้
สําหรับในส่วนของคณะกรรมการ ทางท่านกรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้กรุณาอภิปรายเรื่องของการกําหนดค่าตอบแทนไปแล้ว ซึ่งกระผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ในเรื่องของการกําหนดค่าตอบแทนก็จะสอดคล้องกับมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติ องค์การมหาชน ซึ่งคณะรัฐมนตรีจะเปึนผู้กําหนดในรายละเอียดต่อไป ขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านวัชระครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การอภิปรายในเรื่องร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้เคยท้วงติงคณะกรรมาธิการในเรื่อง ของการจัดตั้งเปึนองค์การมหาชนไปเมื่อการพิจารณาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ปรากฏว่า กรรมาธิการก็ยังยืนยันว่าให้เปึนองค์การมหาชน แม้ว่าผมจะเปึนผู้หนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญ ชุดนี้ผมก็ไม่เห็นด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาของประเทศ ปัญหาภาระการเงิน การคลัง ปัญหาเงินงบประมาณในการที่จะมาใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดินนั้น เปึนปัญหาของประเทศชาติ และองค์การมหาชนนั้นก็อย่างที่ท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ ก็ได้รับทราบอยู่เต็มหัวอกอยู่แล้วว่าองค์การมหาชนในปัจจุบันมีสภาพที่ไม่แตกต่างอะไร กับองค์การที่สูบเลือดสูบเนื้อพ่อแม่พี่น้องประชาชน และหลายองค์การที่ได้จัดตั้งขึ้น ก็ประสบความล้มเหลว ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาขององค์การมหาชนนั้นผมคิดว่า ทั้งรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรก็ควรที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เท่าที่มีองค์การ มหาชนทั้งหมด ๒๙ องค์การก็ต้องมาพินิจพิจารณากันใหม่ ของเก่าที่ตั้งไว้ก็ยังไม่ดี และหลายองค์กรได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติจํานวนนับพันล้านบาท ท่านประธานครับ การที่พี่น้องผู้ใช้แรงงานมีความประสงค์ที่จะให้มีสถาบันนั้นเปึนเรื่อง ที่ถูกที่ควร แต่การที่ให้เปึนองค์การมหาชนแล้วมีการอ้างว่าถึงไม่ใช้คําว่าองค์การมหาชน ก็มีสภาพเปึนองค์การมหาชน ถ้าท่านอ้างอย่างนั้นทําไมท่านไม่ตัดทิ้งละครับ ตัดทิ้ง ไปเลยครับ อย่าใส่มาในร่างกฎหมายว่าจะให้เปึนองค์การมหาชน แล้วผมก็อยากจะดู เหมือนกันว่ามันจะเปึนองค์การมหาชนได้อย่างไรเมื่อสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้บัญญัติลงไป ท่านประธานครับ โดยสภาพความเปึนจริงของพี่น้องผู้ใช้แรงงานหรือพี่น้องชนชั้นกรรมาชีพ ซึ่งผมในฐานะที่เปึนอดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคําแหงได้ร่วมเคลื่อนไหวกับพี่น้อง ผู้ใช้แรงงานตั้งแต่สมัยเปึนนักศึกษา ผมยืนยันว่าพี่น้องผู้ใช้แรงงานนั้นต้องการ ความเปึนธรรมครับ ต้องการให้ท้องอิ่ม นอนหลับ แล้วตื่นขึ้นมามีกําลังในการทํางาน ต้องการได้ค่าจ้างแรงงานที่ยุติธรรม แต่ท่านประธานลองดูนะครับปัจจุบันค่าจ้างแรงงานขั้นต่ําวันละ ๒๐๖ บาท พี่น้อง กรรมกรได้เงินวันละ ๒๐๖ บาท ถ้าองค์กรนี้เปึนองค์การมหาชน ท่านประธานครับ อย่างที่ สมาชิกหลายท่านได้กล่าวไปแล้วเงินเดือนเดือนละตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท ไม่นับค่าเบี้ยประชุมอีกอย่างน้อย ๕๐,๐๐๐ บาท รวมแล้ว ๓๕๐,๐๐๐ บาท เฉลี่ยแล้ว ทํางานได้ค่าจ้างแรงงานของผู้บริหารองค์การมหาชนที่ท่านบอกอย่างนี้วันละ ๑๐,๐๐๐ บาท เปึนอย่างน้อย ผู้บริหารได้วันละ ๑๐,๐๐๐ บาท พี่น้องผู้ใช้แรงงานได้วันละ ๒๐๖ บาท เข้าไปตรากตรําขอความปลอดภัยในการทํางานกับผู้บริหารองค์การมหาชนอย่างที่ ท่านว่า รายได้มันแตกต่างกันอย่างริบรับพี่น้องผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศเขาไม่รู้หรอกครับ คําว่า องค์การมหาชน นั้นจะทําให้ผู้บริหารองค์กรนี้มีเงินเดือนถึงเดือนละไม่ต่ํากว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาทถึง ๓๕๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ เงินเดือน ขนาดนี้ผมถามว่าในการบริหารองค์กรในลักษณะอย่างนี้นั้นมีความคุ้มค่า มีความจําเปึน มีความเพียงพอแล้วหรือ ท่านประธานครับ เงินเดือนนี้มากกว่าท่านประธานศาลฎีกา มากกว่าท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร มากกว่าท่านนายกรัฐมนตรี แล้วขอบเขต ภาระหน้าที่ในการทํางานสําคัญยิ่งกว่าตําแหน่งเหล่านี้หรือ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นการที่ให้จัดตั้งเปึนองค์การมหาชน ผมมองว่าในอนาคตก็จะกลายเปึนภาระ การเงินการคลังของรัฐบาลอีก ๑ องค์กรอย่างแน่นอนเหมือนกับองค์การมหาชน หลาย ๆ แห่งที่ได้จัดตั้งขึ้นมาแล้ว แล้วเมื่อถึงวันนั้นใครรับผิดชอบครับ กรรมาธิการที่นั่ง อยู่ตรงนี้เปึนผู้จ่ายเงินเดือนให้กับผู้บริหารองค์การมหาชนหรือครับ ไม่มีครับ และร่างเดิม ของคณะรัฐมนตรีที่เสนอเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ก็ไม่ปรากฏว่าให้เปึนองค์การ มหาชน กรรมาธิการวิสามัญบางคนกําลังจะลักไก่ตั้งให้เปึนองค์การมหาชนอย่างนั้นหรือ ถ้าร่างเดิมมาจากท่านนายกรัฐมนตรีผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เราในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จะพิจารณาไปตามนั้น แต่นี่อยู่ ๆ ไม่ได้เปึนองค์การมหาชน แล้วมาให้เปึนองค์การมหาชน ท่านประธานลองไตร่ตรองดูนะครับว่ามันเปึนธรรมกับ พี่น้องประชาชนแล้วหรือ เพราะอะไรครับ เพราะไม่ใช่สักแต่ว่าจะดันทุรังเอาแต่ความเห็น ของตนเปึนใหญ่ โดยไม่คํานึงถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะถ้าเปึนองค์การ มหาชนอย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วจะทําให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ต้องเสียเงินในการที่ต้องเสียภาษีให้กับองค์กรแห่งนี้ป้ละไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ล้านบาท หรืออาจจะหลายร้อยล้านบาท ท่านประธานครับ ท่านไปเป่ดดูงบประมาณรายจ่าย ประจําป้ ๒๕๕๔ แต่ว่าองค์การมหาชนนั้นกี่ร้อยล้านบาท บางองค์กรเปึนพันล้านบาท เพราะฉะนั้นในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้งของพี่น้อง ประชาชนย่อมต้องหาทางในการที่จะปัองกันไม่ให้สภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติ สิ่งใดก็ตามที่เปึนภาระต่อการเสียภาษีของพี่น้องประชาชนไปมากกว่าเท่าที่เปึนอยู่ ในปัจจุบัน ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่กรรมาธิการวิสามัญจะลักไก่ ในชั้นกรรมาธิการตั้งเปึนองค์การมหาชนขึ้นมา แต่ผมเห็นด้วยกับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ซึ่งท่านควรจะมีสถาบันที่จะดูแล ควรจะมีองค์กรที่จะดูแลในความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พี่น้องผู้ใช้แรงงานทั้งประเทศอย่าได้หลงประเด็นครับ เพราะในขณะนี้ถ้าตั้งเปึนองค์การมหาชนคนที่บริหาร คณะที่มาบริหารนั้นเงินเดือน ได้มากกว่าข้าราชการ ได้มากกว่าท่านปลัดกระทรวงแรงงาน ได้มากกว่าสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ผมไม่ได้อิจฉาครับท่านประธาน แต่ขอว่าถ้าจะเปึนองค์การมหาชน อย่างที่ท่านว่าเดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาทเอาไหม เบี้ยประชุมครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท แบบ ส.ส. ที่ได้รับอยู่ในขณะนี้เบี้ยประชุมครั้งละ ๑,๐๐๐ บาทท่านเอาไหม ไม่ใช่เบี้ยประชุมครั้งละ ๒๐,๐๐๐ บาท ครั้งละ ๓๐,๐๐๐ บาทอย่างนี้ใช้ไม่ได้ครับ แล้วผมเห็นว่าการจะจัดตั้ง องค์การมหาชนใด ๆ ในอนาคตของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ควรจะได้มีการพินิจพิจารณา อย่างถ้วนถี่ ขอขอบคุณ
ท่านบุญยอดแล้วเดี๋ยวท่านวรงค์แล้วต่อด้วยท่านประกอบนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หลังจากฟังคําอธิบายจากคณะกรรมาธิการวิสามัญแล้วผมคิดว่า พิจารณาได้ง่ายมากครับท่านประธาน เพราะกรรมาธิการเองก็บอกกับเราอย่าง ตรงไปตรงมาว่ามีหน่วยงานที่ไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งเปึนองค์การมหาชน ทั้งสํานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้ง ก.พ.ร. ทั้งสํานักงบประมาณ ผมฟังไม่ผิดนะครับ ๓ หน่วยงานบอกไม่เห็นด้วย และเห็นว่าน่าจะมีความกังวลในเรื่องของการใช้งบประมาณ แล้วทําไมล่ะครับ ทําไมท่านถึงต้องตัดสินใจที่จะผลักดันเรื่องนี้ แม้ท่านจะเขียนเปึน องค์การมหาชนหรือไม่ ก็ยังมีสภาพเปึนองค์การมหาชนอยู่ดี คําเดียวกับท่านวัชระเลยครับ ผมใช้คําเดียวกันเลยครับ ก็ไม่ต้องใช้ว่าองค์การมหาชนสิครับก็ในเมื่อเหมือนกัน ก็ใช้ อีกคําหนึ่งไปสิครับเท่าที่ท่านจะนึกออก หรือว่าจะทําให้หน่วยงานนี้เปึนอย่างไรอย่างที่ ท่านว่า ก็เท่ากัน ก็ตัดออกไปสิครับ ก็เขียนใหม่สิครับ จะอยู่ภายใต้สํานักปลัดกระทรวง หรือจะอยู่ในอะไรต่าง ๆ ซึ่งท่านบอกว่ามันเหมือนกันก็เขียนออกมาให้เปึนแบบนั้นสิครับ อย่าใช้คําว่า องค์การมหาชน สิครับ ท่านยังอธิบายกับเราต่อว่าคณะรัฐมนตรีจะไปดูแล เรื่องของเงินเดือน เรื่องของค่าตอบแทน เรื่องของเงินเบี้ยเลี้ยงของการประชุม อย่างนี้เปึนต้น ก็แสดงว่าที่ผ่านมาองค์การมหาชนมีปัญหาใช่ไหมครับจึงต้องไปทําการแก้ไขสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ถ้าอย่างนั้นก็ไปแก้ปัญหาก่อนสิครับ ก็บอกคณะรัฐมนตรีสิครับ ไปแก้ปัญหา มาก่อนแล้วจึงมาจัดตั้งองค์กรต่อ ๆ ไปหรือสถาบันต่อ ๆ ไปให้เปึนองค์การมหาชน อย่างที่ว่า เราจะทําในขณะที่เรารู้อยู่แล้วว่าเปึนปัญหา แล้วท่านจะไปเสนอทําการแก้ไขได้ อย่างไร สิ่งที่กรรมาธิการอธิบายต่อเห็นชัดเจน ผมคิดว่าผมแปลความไม่ผิดนะครับ กฎหมายนี้ตั้งขึ้นมาโดย คําว่า สถาบัน อยู่ในตัวร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดย ส.ส. อีก ๒ ฉบับ ไม่ได้มาจากร่างพระราชบัญญัติของ ครม. นะครับ นั่นแสดงว่าคณะรัฐมนตรี ยังไม่ได้รับทราบถึงเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย ก็เท่ากับท่านก็สารภาพเองว่า ครม. ไม่ได้มี ความเห็นด้วยกับเรื่องนี้ แสดงว่ากฎหมายซึ่งเกี่ยวด้วยการเงินนั้นในส่วนรายละเอียดเรื่องนี้ คณะรัฐมนตรียังไม่รับทราบ ต่อที่คุณหมดบรรพตได้ตั้งคําถามไปนะครับ ก็แสดงว่ามติ ครม. ไม่มีอย่างชัดเจน แล้วก็ไม่ได้ตอบคําถามของผมอีกคําถามหนึ่งว่างบประมาณที่ สถาบันแห่งนี้จะใช้ตกลงเท่าไรครับ ท่านมีคําตอบในใจแล้วหรือยังครับ ๑๐๐ ล้านบาท ๓๐๐ ล้านบาท ๕๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๒,๐๐๐ ล้านบาท จะไป เปรียบเทียบกับ สสส. นั้นผมคิดว่าไม่ถูกต้อง ไม่ได้เลยครับ เพราะว่าหลักการตั้ง สสส. นั้นมาจากภาษีบาป คนไทยเราทุกคนรู้ว่าภาษีบาปคือภาษีที่มาจากบุหรี่ มาจากสุรา จะเอาเงินจํานวนนั้นมาใช้เพื่อที่จะทําการเสริมสร้างสุขภาพ ผมคิดว่าคนคงจะสนับสนุนด้วย เพราะว่าเอาเงินมาจากคนที่ดื่มเหล้า คนที่สูบบุหรี่ ซึ่งก็เปึนเรื่องที่ไม่ดีเท่าไรนัก เราเลย เรียกว่าภาษีบาป แต่ท่านก็บอกว่าไม่มีแต้มต่ออีก ผมฟังแล้วก็ไม่ง่าย องค์กรนี้ไม่มีอาวุธ พิเศษก็แสดงว่าใช้อาวุธธรรมดา ใช้เงินงบประมาณธรรมดาซึ่งมีอยู่แล้วในกระทรวง แรงงาน ซึ่งมีอยู่แล้วในคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีอยู่แล้วในสํานักงบประมาณใช่ไหมครับ ไม่ได้มาจากกรณีพิเศษใด ๆ เลย ซึ่งจะเปึนข้อยกเว้น ยิ่งทําให้พิจารณาง่ายยิ่งขึ้นครับ จากสิ่งที่ท่านอธิบายมาผมไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งสถาบันแห่งนี้และเรื่องนี้ซึ่งเปึนเรื่อง เสนอขึ้นใหม่กรุณาตัดออกเถอะครับ
เชิญคุณหมอวรงค์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมจําเปึนที่จะต้องลุกขึ้นที่จะต้องพูดคุยอภิปรายกับคณะกรรมาธิการ อีกรอบหนึ่งด้วยความเห็นใจ เพราะผมเชื่อว่าขณะนี้เรากําลังร่างกฎหมายขึ้นมา ๑ ฉบับ เพื่อประโยชน์กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน แต่ขณะเดียวกันเราก็หวังว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นนั้น เปึนประโยชน์อย่างจริงจังโดยที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากกฎหมายฉบับนี้ ผมพยายามให้ ความเปึนธรรมกับคณะกรรมาธิการในการที่จะตั้งสถาบันขึ้นมาแต่เท่าที่ทราบนอกรอบว่า การเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คณะรัฐมนตรีไม่มีการจัดตั้งสถาบันขึ้นมา แต่มี เพื่อนสมาชิกเสนอให้มีการจัดตั้งสถาบันขึ้นมาในร่างพระราชบัญญัติของเพื่อนสมาชิก ซึ่งไม่เปึนไรครับตรงนั้นเปึนข้อกฎหมายที่ผมไม่ถกเถียง แต่เราลองมาดูภารกิจของการจัดตั้ง อยากให้คณะกรรมาธิการลองตั้งสติดี ๆ ว่าเราจะตั้งองค์การมหาชนขึ้นมา ๑ องค์กร ในการรับภาระงานแค่ส่งเสริมและสนับสนุนแค่นั้นเชียวหรือ คือหน่วยงานอื่นเขาตั้งขึ้นมา เปึนองค์การมหาชน อย่างเช่นโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) รักษาคนไข้ป้หนึ่ง เปึนแสน ๆ คน หน่วยงานต่าง ๆ จะมีภารกิจจริง ๆ ของตัวเองที่จะเปึนองค์การมหาชน ซึ่งจากประสบการณ์ของผมซึ่งเคยเปึนข้าราชการมารู้ครับ เพราะผมพูดแล้วพูดอีกว่า ตอนเปึนองค์การมหาชนใหม่ ๆ เท่ห์มาก เราจะบริหารงานเหมือนเอกชน การตัดสินใจ ของผู้อํานวยการจะเหมือนกับผู้จัดการบริษัทใหญ่ แล้วก็เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แต่ ๑๐ ป้ผ่านไปพิสูจน์ว่าล้มเหลวครับ แต่กลับกลายเปึนว่าเปึนกาฝากที่เกาะในระบบรัฐ แล้วก็สูบเลือดระบบรัฐ และผมอยากจะย้ําว่าขอให้ท่านวิเคราะห์ภารกิจของงานว่าภารกิจ คุ้มค่ากับการจัดตั้งองค์การมหาชนขึ้นมาใหม่หรือไม่ ถ้าเราดูตามเนื้องาน ถ้าผมอ่าน เนื้องานแล้วมันคุ้มค่าก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้ามาดูเนื้องานทั้งหมด ๕ ข้อ ข้อ ๕ ตัดไปเลยครับ เพราะ ข้อ ๕ เปึนของแถมเฉย ๆ ก็คืออํานาจหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกําหนดว่าด้วย องค์การมหาชนซึ่งเขียนไปลอย ๆ ไม่มีความหมายอะไร เรามาดู ๔ ข้อ ใน ๔ ข้อก็คือ งานส่งเสริมและสนับสนุนทั้งสิ้น ยกเว้นข้อที่ ๔ ที่บอกว่าให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ เรื่องของการส่งเสริมความปลอดภัย ซึ่งตรงนี้ผมว่าจ้างนักวิชาการ ใคร ๆ ก็จ้าง นักวิชาการได้ให้ทํางานวิจัยในเรื่องการส่งเสริมความปลอดภัย ดังนั้นภารกิจงานที่ท่าน คิดขึ้นมาก็คือแค่ส่งเสริม สนับสนุน ผมอยากจะย้ําว่าคุ้มไหมกับการที่จะตั้งองค์การมหาชน ขึ้นมา ๑ องค์กร แล้วก็ภารกิจในการจ่ายเงินเดือนจ่ายผลตอบแทนให้กับคนเหล่านี้ เยอะมาก ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้ย้ํากันเยอะ เงินเดือน ๑๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท เบี้ยประชุม ๖,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท และยังมีสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ตามมาอีกซึ่งถือว่า ป้หนึ่งโดยเฉลี่ยประมาณ ๑๐๐ ล้านบาทต่อองค์การ ผมก็เลยกังวลว่าการจัดตั้ง พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมามีเจตนาที่เขียนไว้ ขออนุญาตอ่านนะครับ เพื่อประโยชน์ในการวางมาตรการ ควบคุม กํากับ ดูแล และบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางานอย่างเหมาะสม สําหรับปัองกัน สงวนรักษาทรัพยากรบุคคลอันเปึนกําลัง สําคัญของชาติ สมควรที่จะต้องมีกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางานเปึนการเฉพาะ จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ดังนั้นถ้าเพื่อประโยชน์ ในเชิงหลักการและเหตุผลของกฎหมายเนื้อหาโดยรวมคุ้มครองหมดแล้ว เพียงแต่ว่า คณะกรรมาธิการได้เพิ่มขึ้นมาในหมวด ๖/๑ ซึ่งตามที่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้ใส่เข้ามา ในการจัดตั้งสถาบันแห่งนี้ ดังนั้นก็เลยอยากจะย้ําว่าอุตส่าห์คิดตั้งเนื้องานขึ้นมา อุตส่าห์ พยายามคิดที่จะตั้งสถาบันขึ้นมาให้เปึนองค์การมหาชน ซึ่งดูเหมือนกับจะสมาร์ทและเท่ห์ แต่ภารกิจที่ให้ทํามีแค่นี้เองหรือ แค่ส่งเสริม สนับสนุน ผมอยากจะบอกว่าถ้าผมไปเปรียบเทียบ ในทางการแพทย์ในการรักษาพยาบาล การส่งเสริม สนับสนุน เปึนภารกิจของประชาชนทุกคน ต้องช่วยกันในการส่งเสริมปัองกันโรค ทุกคนต้องช่วยกันหมด ทุกองค์กรในประเทศไทย ต้องช่วยกันในการส่งเสริม สนับสนุน เพื่อให้มีการปัองกันโรค เหมือนกัน การจะส่งเสริม สนับสนุน เพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัย ทุกหน่วยงานทั้งประเทศต้องช่วยกันอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเฉพาะองค์กรนี้องค์กรเดียวเท่านั้นจะต้องทําหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน ดังนั้นผมก็เลยกังวลว่าการจัดตั้งองค์การนี้เหมือนกับมีนัยอะไรแฝงเร้นหรือไม่ ผมไม่อยากจะเห็นภาพผู้ใช้แรงงานที่เข้ามาอ้างว่าเปึนตัวแทนผู้ใช้แรงงานและมาสูบเลือด ผู้ใช้แรงงานด้วยกันโดยการเข้ามาเปึนผู้บริหารหรือคณะกรรมการในองค์การมหาชนนี้ ซึ่งผลตอบแทนค่อนข้างจะสูงมาก ผมสรุปในเชิงหลักการก็คือว่าในเมื่อสาระหลัก ไปได้แล้วและร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาลก็คือมีมติคณะรัฐมนตรีออกมาก็ไม่มีการจัดตั้ง สถาบันที่เปึนองค์การมหาชนขึ้นมา แต่มีเพื่อนสมาชิกเอาเข้ามาใส่ ผมก็เลยอยากจะให้ ทบทวนว่าจําเปึนขนาดนั้นเชียวหรือที่จะต้องจัดตั้งเพื่อรองรับงานแค่ส่งเสริม สนับสนุน เฉย ๆ บนรายจ่ายที่ป้หนึ่งอาจจะเปึน ๑๐๐ ล้านบาท จึงเสนอทางออก ๒ ทาง ๑. ในเมื่อ รัฐบาลไม่มี ท่านตัดออกไปเลยดีกว่าครับ ผมเชื่อว่างานเดินครับ หรือ ๒. ถ้าจําเปึนจริง ๆ ผมไม่แน่ใจว่าคณะกรรมาธิการได้รับสัญญาณมาจากกลุ่มไหน จากใครหรือไม่ หรือจะมี ม็อบอะไรหรือเปล่าผมไม่มั่นใจ ถ้าจําเปึนจริง ๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ต้องตั้งบัญชี เงินเดือนแนบท้าย พิสูจน์ใจเลยว่าคนที่เข้ามาทํางานในองค์การมหาชนเพียงเพื่อส่งเสริม และสนับสนุนแค่นั้นไม่ควรจะมีเงินเดือน ๑๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท อาจจะตั้งไว้สัก ๕๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ บาท แล้ววัดใจกันเลยว่าคนที่เข้ามาทํางานในองค์การมหาชนรูปแบบใหม่ เงินเดือนต้องใกล้ ๆ ข้าราชการ คุณต้องมีจิตใจที่จะทํางานเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ใช่หวัง ผลตอบแทนจากภาษีของพี่น้องประชาชนเท่านั้น ขอบคุณครับ
เชิญท่านประกอบ แล้วเดี๋ยวท่านสถาพร มณีรัตน์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... ผมกราบเรียนท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วผมไม่อยากจะลุกขึ้นอภิปราย เพราะว่า เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ได้อภิปรายเกือบ ๑๐๐ คน แต่สิ่งที่ ผมจะให้ข้อสังเกตท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เกือบ ๑๐๐ คน บางคนอภิปราย ๒-๓ รอบ ไม่เห็นด้วยกับการที่ท่านเพิ่มในหมวด ๖/๑ มาตรา ๕๑ ขึ้นมาด้วยเหตุผล ๒-๓ ประการครับ
ประการที่ ๑ คณะกรรมาธิการวิสามัญไม่ได้ตอบถึงความจําเปึนในการเพิ่มขึ้นมา เพียงแต่ท่านมาตอบถึงความถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้นเอง แต่ท่านไม่ได้ตอบว่าการเพิ่มขึ้นมานั้น มีความจําเปึน มีความเหมาะสมอย่างไร หรือไม่ เพื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่าน ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนามเพราะถ้าเอ่ยก็เอ่ยไม่หมดอภิปรายในทิศทางที่ไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับการตั้งเปึนองค์การมหาชน
อีกประการหนึ่งไม่เห็นด้วยที่จะนําเอามาตรา ๕๑ หมวด ๖/๑ เข้ามา ในร่างพระราชบัญญัติของคณะกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการ ได้กรุณาชี้แจงให้ทราบว่าร่างพระราชบัญญัตินี้ มีทั้งหมด ๗ ฉบับ รวมทั้งของ ครม. ๕ ฉบับ ไม่มีสาระในเรื่องของสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน มีเพียง ๒ ฉบับเท่านั้นเอง ถามว่าเมื่อมี ๒ ฉบับของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้บรรจุเข้ามานั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญมีความชอบธรรมที่นํามาพิจารณาหรือไม่ ชอบธรรมครับ ชอบธรรมครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเขาบรรจุมาท่านจะต้องรับหลักการทั้งหมด ต้องเอาใส่ทั้งหมด ไม่ใช่ เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติของ ครม. เปึนหลักท่านต้องดูของ ครม. เปึนหลัก และท่านเพิ่มงบประมาณนั้นเปึนภาระของรัฐบาลเพิ่มงบประมาณอย่างมหาศาล ท่านประธานครับ ผู้แทนของรัฐบาลทั้ง ก.พ.ร. ทั้งสํานักงบประมาณเขาติงติงว่าไม่ควร ที่จะเพิ่มเข้ามาในหมวด ๖/๑ เพราะไม่มีความจําเปึน และสิ่งที่สําคัญที่สุดเปึนภาระ งบประมาณของแผ่นดิน ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเกิดมีความจําเปึนจริง ๆ ถึงแม้ว่าจะใช้จ่ายงบประมาณเท่าไร ถ้าพี่น้องประชาชนมีประโยชน์จริง ๆ เราไม่ว่า แต่นี่ไม่ใช่ครับ ในเรื่องขององค์กรที่ตั้งขึ้นมาใหม่นั้นปรากฏว่าในมาตรา ๓๑ ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็มีภารกิจที่ทํางานคล้ายคลึงกันอยู่แล้วครับ ก็ไม่จําเปึนที่จะตั้งขึ้นมา ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานซึ่งเปึนน้องที่ผมให้ความเคารพรักมาก ถ้าเห็นว่า มันไม่จําเปึนแล้วก็บัญญัติขึ้นมาแล้วไม่มีใครเห็นด้วย สภาทั้งสภาไม่เห็นด้วย ถามว่า กรรมาธิการดื้อรั้นทําไม ผมอยากเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการด้วยความเคารพ นะครับว่าท่านถอนออกเสียเถอะครับ กลับไปสู่ร่างพระราชบัญญัติของ ครม. เพราะว่า สิ่งที่ท่านยืนยันวันที่ ๑ ท่านจําได้ไหมครับ สภาแห่งนี้อภิปรายไม่เห็นด้วยทั้งหมดให้ท่าน ถอนไปพิจารณา ท่านยังยืนยันว่ามันไม่มีทางออกต้องเปึนองค์การมหาชนเพราะว่า ท่านพิจารณาเพียงทิศทางเดียว มิติเดียวว่าให้เปึนองค์การมหาชนหรือไม่ แต่ท่านไม่ได้ ทบทวนในสิ่งที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบอกว่าไม่มีความเหมาะสมที่จะนํากลับ เข้ามา ผมกราบเรียนว่าถ้าท่านนําไปทบทวนประเด็นว่าจะนํามาใส่ในกฎหมายหรือไม่ ในหมวด ๖/๑ ในเรื่องสถาบันความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานนั้น สถาบันแห่งนี้ผมเข้าใจว่าเพื่อนกรรมาธิการหลายท่านคงจะมีความเห็นที่ไม่สอดคล้องกัน คือไม่เอาด้วย เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ อยากให้ คณะกรรมาธิการถอนเรื่องนี้ออกให้กลับสู่ร่างพระราชบัญญัติเดิมครับ แล้วดีที่สุดเหลือ หมวด ๗ เดี๋ยวก็จะจบแล้วครับ ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่านสถาพรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในนามกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ต่อคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในการที่ไม่เห็นด้วยกับการเปึนองค์การรมหาชน ของสถาบันความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ซึ่งคณะกรรมาธิการ ได้เพิ่มเข้ามา แล้วบางท่านก็พยายามที่จะอภิปรายถึงแนวคิดในองค์การมหาชนที่ค่อนข้างจะ มองว่าเปึนความล้มเหลวในเรื่องของค่าตอบแทน เปึนการเบียดบังงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งตรงนี้ถือว่าเปึนเรื่องที่เปึนประโยชน์สําหรับกรรมาธิการที่รับฟังความคิดเห็นของ เพื่อนสมาชิก แต่ข้อเท็จจริงในการที่จะตั้งองค์การนี้ขึ้นมา เพิ่มเติมเข้ามานั้น ผมนําเรียน ประธานคณะกรรมาธิการผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าร่างพระราชบัญญัติหลักของรัฐบาล ๕ ฉบับนั้นไม่มีสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ถูกต้องครับ แต่สิ่งที่ผมกับเพื่อนสมาชิกคืออาจารย์รัชฎาภรณ์นั้นได้เสนอมา ๒ ฉบับ มีเรื่องของสถาบัน ซึ่งวาระแรกของสภาแห่งนี้ได้รับหลักการทั้งหมด ๗ ฉบับ แล้วเรายืนยันว่า การจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยที่แก้ไขเพิ่มเติมเข้ามานั้นมีประโยชน์กับ เพื่อนพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ไม่ได้ปรารถนาที่จะเห็นว่าองค์กรนี้จะทําให้สถาบันนี้เสียหาย หรือไปเบียดบังงบประมาณ ผมเชื่อมั่นว่าโดยกระบวนหลักคิดของสถาบันส่งเสริม ความปลอดภัยนั้น ในระบบของการทํางาน ในระบบโรงงานอุตสาหกรรมและในระบบ ของผู้ประกอบการนั้น ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้แรงงานทั้งหน้างาน และโรคอันเกิดจากการทํางานนั้น ป้หนึ่ง ๆ มีมูลค่ามหาศาล ซึ่งผมยืนยันว่าเสียหายไม่ต่ํากว่า ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท และขณะเดียวกันนั้นโรคอันเกิดจาก การทํางานที่จะต้องวินิจฉัยที่ต้องมีองค์กรและสถาบันที่รับผิดชอบหลัก ซึ่งผมเชื่อว่า สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยแห่งนี้จะเปึนเจ้าภาพหลักในการที่รับผิดชอบในการวินิจฉัย และการศึกษาวิจัยโรคอันเกิดจากการทํางาน ซึ่งในปัจจุบันนี้โรคอันเกิดจากการทํางานนั้น มีความสลับซับซ้อนและไม่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ไม่มีหน่วยงานใดเฉพาะในการรับผิดชอบ โรคอันเกิดจากการทํางาน โดยแนวคิดนี้ถ้าจัดตั้งสถาบันเปึนองค์การมหาชนหรือองค์กร ที่อยู่ในกํากับของกระทรวงแรงงานแล้ว สถาบันแห่งนี้จะเปึนประโยชน์ แน่นอนที่สุดครับ ค่าตอบแทน ค่าเบี้ยประชุม ค่าดําเนินการ มันต้องมี แต่การจะดําเนินการเหมือนกับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายท้วงติงนั้นผมเชื่อมั่นว่าผู้ใช้แรงงานซึ่งถือว่าเปึนผู้ที่ เข้ามาสัมผัสกับองค์กรนี้และเปึนผู้มีส่วนได้เสียกับองค์กรนี้นั้นคงจะเปึนผู้ตรวจสอบและ ถ่วงดุลในการจัดทําค่าตอบแทนของผู้บริหารองค์กรนั้น ๆ และผมเชื่อมั่นว่าการมีสถาบัน ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ซึ่งเปึนองค์กรที่ยืดหยุ่น ได้และเปึนองค์กรที่กึ่งอิสระสามารถเปึนประโยชน์กับผู้ใช้แรงงานและลดความสูญเสีย ในระบบความไม่ปลอดภัยได้ครับ ขอขอบคุณครับ
เชิญคุณหมอประสิทธิ์ และเดี๋ยวคุณหมอชลน่าน และจะได้ให้กรรมาธิการตอบนะครับ เชิญคุณหมอประสิทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ ผมอยากแสดงความเห็นผ่านท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงประธานคณะกรรมาธิการ ผมอยากเรียนว่าเรื่องมีสถาบันนี่ผมไม่ติดใจ แต่สถาบันที่ท่านตั้งเปึนองค์การมหาชน ผมติดใจ มันมีประวัติครับ ไม่ว่า สปสช. ไม่ว่าจะ สช. ไม่ว่าจะหน่วยงาน เราให้ความเปึนอิสระเขา แล้วพบว่ามันเปึนอย่างไร ท่านประธานทราบไหมการควบคุมดูแลอาจจะยากขึ้น บอกว่า อยู่ภายใต้กํากับของรัฐมนตรี แต่จริง ๆ ท่านประธานไปดูครับ สปสช. รัฐมนตรีเปึนเพียง กรรมการท่านหนึ่ง ที่สําคัญครับ ท่านไปตั้งขึ้นมาแล้วจะมีกองทุนตรงนี้สําคัญครับ องค์กรนี้จะสามารถใช้เงินกองทุนได้ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบที่เราเก็บมาได้ เช่นถ้ามีกองทุน ๑,๐๐๐ ล้านบาทก็ใช้ได้ถึง ๑๐๐ ล้านบาท ในการดําเนินงานท่านประธานเหมือน สปสช. เหมือนกับที่กําลังจะมีกฎหมายคุ้มครองผู้เสียหายจากการบริการสาธารณสุข จะมีกองทุน ขึ้นมาอีก คณะกรรมการชุดนี้จะไปอยู่ในกองทุน อย่างที่เพื่อนสมาชิกบอกครับ เงินเดือนก็ ๑๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท เลขาธิการ สปสช. ๓๐๐,๐๐๐ บาทครับ และองค์กรนี้ ประชุมแต่ละครั้ง มีอดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่งบอกว่าท่านไปประชุมก็ ๑๖,๐๐๐ บาท สภาผู้แทนราษฎรประชุมครั้งละ ๑,๐๐๐ บาทเองครับ ผมมีความกังวลใจเพราะท่านไม่ได้ กําหนดรายละเอียดเลยว่าเงินเดือนมันจะเปึนอย่างไร ผมเสียดายเม็ดเงินครับ ความจริง เอาไปช่วยเหลือแรงงาน เอาไปช่วยเหลือผู้ประกอบการถ้าเกิดมันมีปัญหา เรื่องนี้ผมว่า ผมจะไม่ติดใจ แต่ผมติดใจจริง ๆ เราใช้ส่วนของราชการก็ได้ แต่ว่าเราไปออกระเบียบ ให้มีความเร็วเร่งรัดขึ้นก็เหมือนกฎหมายคุ้มครองผู้เสียหายท่านประธานทราบไหมครับ ๗ ป้ที่ สปสช. ดูแลมาตรา ๔๑ ใช้เงินไปแค่ ๒๙๖ ล้านบาท ๗ ป้ครับชดเชยเบื้องต้น แต่ท่านประธานครับ ถ้าตั้งกองทุนขึ้นมา ถ้ามีคณะกรรมการขึ้นมา ป้หนึ่งต้องมีค่าใช้จ่าย ไม่ต่ํากว่า ๕๐๐-๑,๐๐๐ ล้านบาท เหมือนที่เรามีกองทุน สปสช. ตอนนี้กระทรวง สาธารณสุขอยากเรียนว่าเขามีความเห็นจะยุบ สปสช. เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้หมอหลายส่วน โดยเฉพาะโรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลชุมชนเขาอยากให้ยุบ สปสช. อันนี้เราจะไปตั้งให้มันเกิดขึ้นมาอีก ผมมีความกังวลใจ ผมอยากฝากท่านประธานผ่านไป ถึงประธานคณะกรรมาธิการ ผมว่ากลับร่างเดิมเถอะครับ แต่ผมไม่ได้คัดค้านให้มีสถาบันนี้ ผมไม่ได้คัดค้าน แต่ผมกังวลใจว่าถ้าเราตั้งให้เปึนองค์การมหาชนมันจะต้องเอาเงินลงไป บริหารองค์การป้หนึ่ง ๑๐๐ ล้านบาท ๒๐๐ ล้านบาท แทนที่จะเอาเงินนี้ไปช่วยเหลือ แรงงานทั้งหลายกลับต้องเอาเงินนี้ไปใช้จ่ายแบบนี้ ผมดูแล้วผมไม่สบายใจ ผมอยากฝาก ให้ท่านประธานผ่านไปถึงประธานคณะกรรมาธิการตัดออกไปเถอะครับ องค์การมหาชนนี้ ขอบคุณครับ
ก่อนถึงคุณหมอชลน่านนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับผู้เข้ารับการฝ๊กอบรม โครงการพัฒนาผู้นําชุมชนเครือข่ายการเรียนรู้ในพื้นที่ ๑๐ อําเภอจากจังหวัดราชบุรี ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... ในวาระที่สองนะครับ เชิญท่านชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานลุกขึ้นมาอีกรอบ ในเรื่องมาตรา ๕๑/๑ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้ให้ความเห็นมา ผ่านท่านประธานไปยังกรรมาธิการ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ตัวผมเองในฐานะ ที่เปึนกรรมาธิการอยู่ในคณะนี้ได้ทําการยกร่างในชั้นของกรรมาธิการ ต้องขออนุญาต ใช้สิทธิกรรมาธิการที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับ เรื่องของ การจัดตั้งสถาบันเกิดขึ้นในร่างกฎหมายฉบับนี้เพิ่มเติม ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อห่วงใยเพื่อนสมาชิกผมเองเข้าใจว่ามันเปึนความปรารถนาดีต่อบ้านต่อเมือง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินที่จะเข้าไปดูแลภารกิจตรงนี้ โดยการผ่านสถาบัน ความห่วงใยเรื่องของกรอบอํานาจหน้าที่ที่ดูเหมือนจะไม่โดดเด่น หรือไม่สลักสําคัญหรืออาจจะเปึนส่วนเสริม ประกอบกับความห่วงใยเรื่องของชั้นการรับ ร่างพระราชบัญญัติ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพอย่างนี้ครับว่า สมาชิกได้อภิปรายผ่านท่านประธานไปยังกรรมาธิการในครั้งที่ผ่านมาก่อนที่เราจะถอน ร่างพระราชบัญญัตินี้ไปปรับปรุงนั้น เสียงส่วนใหญ่ในสภาแห่งนี้ไม่ได้ปฏิเสธการที่จะมี สถาบันอยู่ในร่างกฎหมายฉบับนี้ นั่นคือเสียงส่วนใหญ่ แต่ฟังวันนี้แนวโน้มกลับเปลี่ยนไป สักนิดหนึ่งว่า เสียงส่วนใหญ่ดูเหมือนจะไม่เห็นด้วย เดิมสมาชิกบอกว่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีสถาบัน แต่ติดใจตรงที่ว่าสถาบันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทําไมต้องเปึนองค์การมหาชน ก็เปึนเหตุผลให้ท่านประธานเองต้องขออนุญาตนําร่างพระราชบัญญัติกลับไปพิจารณา โดยอาศัยกรรมาธิการที่สภามอบหมายให้ไปดําเนินการ ด้วยความรอบคอบ ด้วยความขยันขันแข็ง ของท่านประธานคณะกรรมาธิการกับคณะกรรมาธิการหลายท่านนะครับ ถึงแม้บางท่าน อาจจะติดภารกิจอยู่ก็ถือว่าเปึนส่วนหนึ่งของคณะกรรมาธิการที่จะแสดงความคิดเห็นกับ กรรมาธิการ เราพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดโดยรับเงื่อนไขจากสภาไป ประเด็นสําคัญที่สุด ก็คือมติส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าควรมีสถาบัน อันนั้นเราไม่ทิ้งนะครับ จริงอยู่อาจจะมีสมาชิก บางท่านที่มีความเห็นที่แตกต่างไปก็ต้องถือเปึนเรื่องธรรมดาครับ ในระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภาของเราอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุข นี่ความสวยงามของระบอบ ประชาธิปไตย เราเคารพเสียงข้างน้อยในการที่จะฟังเพื่อนําสู่การปรับปรุง ท่านประธาน ที่เคารพครับ ประเด็นว่าจะมีหรือไม่มีมันก็เลยมีข้อยุติไป คําตอบเสียงส่วนใหญ่ว่ามี มีได้อย่างไร คณะกรรมาธิการหลังจากพิจารณาโดยรอบคอบแล้วถ้าจะมีสถาบัน อยู่ในกฎหมายฉบับนี้พยายามหาทุกวิถีทางว่าจะทําอย่างไรให้ดูสอดคล้องและเหมาะสม ที่สุด เสียงส่วนใหญ่ประกอบกับข้อมูลพิจารณาสุดท้ายก็ลงกลับมาที่องค์การมหาชน ถึงแม้จะมีตัวเลือกให้ ๔ แบบอย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้วสุดท้ายอยู่ที่องค์การมหาชน เพราะไปอย่างอื่นไม่ได้ จะไปเปึนรัฐวิสาหกิจก็ไม่ได้ จะไปเปึนองค์กรพิเศษก็ไม่ได้ จะไปเปึนส่วนราชการภายใต้การกํากับก็ยังไม่ได้ เพราะว่าอํานาจหน้าที่ยังอยู่ใน กระทรวงแรงงาน อยู่ในกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สังเกตว่ากองทุนเองก็อยู่ในกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จัดตั้งขึ้นในกรมนะครับ กองทุนนี้อยู่ที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สํานักงานที่เปึนเลขานุการของ คณะกรรมการที่เราเรียกว่า คณะกรรมการส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน นั้น ซึ่งมีส่วนประกอบที่มาจากส่วนราชการ จากภาค ผู้ประกอบการ ภาคนายจ้าง ภาคแรงงาน แล้วก็ผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามา กรรมการชุดนั้น ก็มีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเปึนสํานักงานทําหน้าที่เปึนเลขานุการของ คณะกรรมการชุดนี้อยู่ อันนี้คือโครงสร้างกฎหมายเดิม เพราะฉะนั้นการที่จะทําให้มี สถาบันเกิดขึ้นมาก็ต้องสอดรับโครงสร้างเดิม ร่างกฎหมายเดิม แล้วรับสิ่งใหม่ได้ด้วย นั่นก็คือว่าสถาบันเองต้องมีกรอบภารกิจที่แยกออกไปจากภาระหน้าที่เดิมที่กรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงานเขาดูแลอยู่ ซึ่งเราปรับมาจากกฎหมาย ๒ ฉบับ กฎหมายที่เราไป ยกเลิกคือกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ในส่วนของหมวด ๘ ทั้งหมดถ้าผมจําไม่ผิด เรายกเลิกตรงนั้นทิ้งแล้วก็มาเขียนใหม่เพื่อให้ครอบคลุมเรื่องของการคุ้มครองความปลอดภัย เรื่องของอาชีวอนามัย และเรื่องสภาพแวดล้อมที่เปึนมิตรกับการทํางาน ส่งเสริมสุขภาพ อนามัยของผู้ประกอบการหรือผู้ใช้แรงงานทั้งหมด ตรงนี้เรามีข้อยุติอยู่ตรงที่ถ้าจะให้มี สถาบันต้องเปึนองค์การมหาชน ไม่มีทางเลือกครับ ถึงแม้ผมเองอยากจะได้สวยมากกว่านี้ คือเขียนสถาบันไว้ในนี้เลย เปึนองค์การแบบพิเศษไปเลยในกฎหมาย อยากได้มากครับ หมายเลข ๑ อยากได้ สวย เปึนความฝันเลย แต่ภารกิจนั้นต้องแยกมาจากกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงานครับ ภารกิจนั้นต้องแยกออกมาเลย ถ้าทําอย่างนั้นเสมือนว่าจะรับไม่ได้ เพราะว่าทาง ครม. ไม่ได้เสนอมาอย่างนั้น ส่วนหนึ่งก็เลยติดกับภาคราชการอยู่ คณะกรรมาธิการหาทางออกก็ตอบคําถามว่าให้ผู้ใช้แรงงาน ผู้ประกอบการเข้ามา มีส่วนร่วมกับการดูแลเรื่องความปลอดภัย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน เรื่องอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานได้อย่างไร เราหวังว่าสถาบันจะเปึนสถานที่หรือเปึน องค์กรที่ทําให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ถึงแม้อํานาจหน้าที่ที่เราเขียนไว้หลายข้อจะเปึน การส่งเสริมเรื่องการทํางานร่วมกับองค์กรที่มีอยู่ จําเปึนต้องเขียนอย่างนั้นครับ เขียนอย่างอื่นไม่ได้เพราะถ้าไม่เขียนอย่างนี้ก็ไปทับซ้อนกับภารกิจหน้าที่ขององค์กรอื่น ซึ่งทําไม่ได้ มันก็เลยมีแค่ตัวใหม่เข้ามา นั่นก็คือเรื่องการศึกษาวิจัยที่เขียนไว้ในกรอบ อํานาจหน้าที่นะครับอันนี้คือที่มาที่ไป ท่านประธานครับ ผมอยากฝากท่านประธานไปยัง เพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพครับ จริงอยู่ท่านอาจจะเปึนห่วงเรื่องของการใช้เม็ดเงิน งบประมาณในการบริหารสถาบัน ซึ่งเราเขียนรองรับไว้ในมาตรา ๔๖ เรื่องของกองทุน ให้จัดให้สถาบันด้วยความเหมาะสมตามกรอบภารกิจรวมทั้งการบริหารด้วย ซึ่งผมก็เชื่อว่า ภารกิจที่ตั้งขึ้นมาตอนนี้เปึนการส่งเสริมสนับสนุนการวิจัย มีหมวดค่าจ้าง เงินเดือน ซึ่งอาจจะไม่มากนัก ไม่จําเปึนต้องไปตั้งสํานักงานใหม่นะครับ สิ่งเหล่านี้เองมันเปึน การเริ่มต้นผู้ใช้แรงงานเอง ผมกราบเรียนท่านประธานครับ รวมทั้งนายจ้างเองเขาอยากได้ มากกว่านี้แต่เขาบอกว่าเมื่อมันไม่ได้มากกว่านี้ ขอแค่นี้ก่อนก็ยังดีกว่าไม่ได้ ถ้าพูดไปแล้ว ท่านประธานครับ เขาตอบด้วยความน้อยเนื้อต่ําใจนะครับ ดีกว่าไม่ได้ เอาก่อน รับไปก่อน แล้วจะไปพิสูจน์ฝ้มือและผลงานในการทํางาน ทําให้ทุกภาคส่วนได้เห็นว่ามีสถาบัน แล้วมันดีกับภาคแรงงาน ผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้ควบคุมคือฝ์ายรัฐอย่างไร ถึงตอนนั้น เขาก็จะบอกว่านี่อย่างไรจะขอกฎหมายเปึนสถาบันให้ดู แยกออกมาเลยครับ กรอบภารกิจงาน อยู่ภายใต้การกํากับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไป เขาฝันถึงขนาดนั้นท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นในชั้นนี้ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเราฟังความเห็นทุกฝ์าย ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลประโยชน์หรือผลกระทบโดยตรงจากภาคแรงงาน ผมเชื่อว่าเขาเองมีความเชื่อมั่นและต้องการอย่างยิ่งที่อยากให้สถาบันนี้มันเกิดขึ้น ในกฎหมายฉบับนี้ ถ้าไม่มี ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่มีประโยชน์ใด ๆ กับเขาเลยในการที่จะ เข้ามามีส่วนร่วม ด้วยความเคารพท่านประธานผมอยากไปยังท่านสมาชิกครับ ถ้าสมมุติ กรรมาธิการเสียงข้างมากนําเสนอต่อสภาแห่งนี้ ซึ่งโดยปกติแล้วกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็เสมือนเปึนตัวแทนของฝ์ายที่มีเสียงข้างมากในสภาแห่งนี้ เท่าที่ผ่านมามักจะได้รับ ความเห็นชอบตามกรรมาธิการเสียงข้างมากอยู่ตลอดเวลา เว้นแต่มีเหตุจําเปึน หรือเหตุขัดข้อง ผมก็ไม่อยากจะเห็นว่าเหตุจําเปึน เหตุขัดข้องนั้นจะมีผลต่อกฎหมายฉบับนี้ ที่จะปฏิเสธเสียงข้างมากของกรรมาธิการ ถึงแม้ผมจะเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่แปรญัตติไว้อยากให้ได้ร่างพระราชบัญญัติผม แต่มาถึงตอนนี้ผมขออนุญาตกลายเปึนกรรมาธิการเสียงข้างมากเลยเพื่อผลักดัน ให้โอกาสกับผู้ใช้แรงงาน ผู้ประกอบการ ให้เขามีโอกาสได้พัฒนา ส่งเสริมกระบวนการ ในการที่จะจัดการเรื่องแรงงาน การดูแลความปลอดภัย สภาพแวดล้อมในการทํางาน แล้วก็สุขภาพอนามัยของเขา ด้วยความขอบคุณท่านประธานครับ ฝากเพื่อนสมาชิก ช่วยกันเถอะครับ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้ครับ
ฟังคณะกรรมาธิการบ้าง เชิญครับ ท่านใดตกลงกันครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม มนัส โกศล ในฐานะ กรรมาธิการ และในฐานะประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย เปึนตัวจริงครับไม่ใช่ตัวปลอมอย่างที่หลายท่านพูดว่าแฝงมา ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณ สภาแห่งนี้ที่มีการแต่งตั้งกรรมาธิการค่อนข้างที่จะครอบคลุมไปทุกภาคส่วน ส่วนแรกก็คือ ในฐานะเปึนผู้นําแรงงานเข้ามา ส่วนที่สอง มีทั้งสภาองค์การนายจ้างเข้ามาอยู่ด้วย ส่วนที่สาม มีทั้งสภาเครือข่ายของผู้ป์วย เมื่อเช้าท่านก็เห็น ผมบอกได้เลยครับว่างานนี้ ตามที่ทางกรรมาธิการจะเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อยได้มีการหารือหลายรอบ ตั้งแต่ได้มีการถอนร่างพระราชบัญญัติไปปรับปรุงในหมวด ๖ ในเรื่ององค์การมหาชน ผมขอพูดต่อท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกแบบตรงไปตรงมา ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ ด้วยกัน
ประเด็นแรก ถ้าดูประเทศที่พัฒนาแล้วเขาไม่ใช้คําว่า สถาบัน หรอกครับ เขาใช้ว่า กรมความปลอดภัย อาชีวอนามัย ประเทศที่พัฒนาทางอุตสาหกรรมนะครับ ท่านประธาน แต่บ้านเรารากหญ้ามาจากแรงงาน ส่วนมากก็เสียภาษีให้กับรัฐบาล ความต้องการของเราที่เราหวังมาเกือบ ๒๐ ป้ก็คือกฎหมายฉบับนี้ ถามว่าผู้ใช้แรงงาน จบ ป. ๔ อย่างผมนี่ครับเข้าใจมากน้อยแค่ไหนองค์การมหาชน เปึนเครื่องมือของใคร มาบ้าง ผมบอกได้เลยไม่ใช่ครับ เราไม่มีความรู้การศึกษาด้านกฎหมายเท่าไร แต่เรา ศึกษาครับ ศึกษาว่าองค์การมหาชนไปแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น ท่านไปดูในกระทรวงสาธารณสุข ท่านเปรียบเทียบหลายองค์กรที่เกิดขึ้นองค์การมหาชน ผมบอกได้เลยครับว่า สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ที่จะเกิดขึ้นตามองค์การมหาชน กระทรวงแรงงานผมผลักดันมาครับเมื่อ ๒๐ ป้ที่แล้ว กับกลุ่มเครือข่าย กลุ่มพี่น้องผู้ใช้แรงงานให้เกิดกระทรวงขึ้นมา กระทรวงแรงงาน จะครบรอบสถาปนากระทรวงในวันพรุ่งนี้ ครบรอบ ๑๘ ป้ที่เราจะสถาปนากันในวันพรุ่งนี้ เราก็หวังว่าวันนี้จะเปึนของขวัญให้กับผู้ใช้แรงงานกับกระทรวงแรงงานบ้าง ผมไม่ใช่ ข้าราชการครับ ผมเปึนแรงงานรากหญ้า อย่าลืมว่ากระทรวงแรงงานไม่เคยมีองค์การมหาชน เกิดขึ้นในกระทรวงแรงงานเลยครับ เราอย่าไปเปรียบเทียบกับกระทรวงอื่น เราต้องมอง กระทรวงแรงงานเปึนหลักก่อน
ดังนั้นประเด็นที่สอง ผมอยากจะพาดพิงท่านอรรถวิชช์ที่ท่านเปึน ส.ส. กรุงเทพมหานคร ท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นี่นะครับ ท่านพูดตรงใจกับผู้ใช้แรงงาน ตรงใจมาก การที่หลายท่านอย่างท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ผมขอเอ่ยนามท่าน ท่านบอกว่า ในมาตรา ๒๔ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มีกรรมการซ้ําซ้อนอยู่แล้ว ผมบอกได้เลยว่าตาม พ.ร.บ. องค์การมหาชน โดยเฉพาะมาตรา ๑๙ องค์ประกอบก็คือในเรื่องของกรรมการที่มาจาก ภาครัฐไม่เกินกึ่งหนึ่ง แต่ต้องไม่เกิน ๑๑ คน นอกนั้นก็จะมาจากฝ์ายภาคต่าง ๆ ที่จะถูก กลั่นกรองมา นี่คือองค์การมหาชนครับ ผมคิดว่าในมาตรา ๕๑/๑ ในฐานะที่ผมเปึน กรรมาธิการด้านแรงงาน ผมเห็นสอดคล้องด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก น่าจะมีเกิดขึ้น ท่านไม่ต้องห่วงหรอกครับว่าเงินเดือนมาก ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท ติดด้วยงบประมาณ ของรัฐบาล ถ้าผมจําไม่ผิด องค์การมหาชนเกิดขึ้นเมื่อป้ ๒๕๔๒ ตามมติ ครม. ครับ เรท (Rate) เงินเดือนต่าง ๆ มี ๓ ระดับ ท่านผู้รู้ได้พูดไปแล้ว ถ้าสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ เห็นว่ากระทรวงแรงงานหรือผู้ใช้แรงงานต้องการออกในลักษณะองค์การมหาชนอย่างนี้ เรื่องเงินเดือนผมคิดว่ามันไปปรับได้นี่ครับ เพราะเราไม่ได้สนใจเรื่องเงินเดือนเท่าไร ไปปรับในองค์การมหาชนที่จะขึ้นระดับ ๑ ๒ ๓ นะครับ ผมก็เลยคิดว่าน่าจะกระทําได้ ในส่วนนั้น ตอนนี้มีพี่น้องผู้ใช้แรงงานรออยู่หลายหมื่นหลายล้านคนนะครับ เพราะว่า ฉบับนี้มีการถ่ายทอดออกไปในช่วงที่ถอนร่างพระราชบัญญัติออกไปก็ติดตามกันอยู่ครับ ฝากความหวังท่านประธานผ่านไปยัง ส.ส. ว่าสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ก็คงอาจจะผ่าน ร่างกฎหมายฉบับนี้ตามที่กรรมาธิการได้ขอความอนุเคราะห์ที่กระผมได้พูดเมื่อสักครู่ จะเปึนพระคุณอย่างสูงกับผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศครับ ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่านวรศุลีก่อนนะครับ ยกมือนานแล้ว เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมชาติ พัฒนา ท่านประธานคะ ร่างกฎหมายฉบับนี้ซึ่งตัวดิฉันเองก็ได้ร่วมร่างนะคะ ครั้งแรก ที่ดิฉันได้ร่วมร่างนี้ดิฉันคิดว่าร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานนี้จะช่วยเหลือเกื้อกูลให้กับผู้ใช้แรงงานเปึนอย่างมาก แต่เมื่อสักครู่ก็ได้ยินท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่านแสดงความคิดเห็น ดิฉันก็คิดว่าในการที่ท่านแสดงความคิดเห็นอย่างนี้ก็เปึนสิ่งที่ดีในกฎหมายนะคะ แต่เมื่อสักครู่ ท่านกรรมาธิการได้ยืนขึ้นพูด ท่านเปึนรากหญ้า ท่านน่าจะคิดถึงว่ารากหญ้านั้น ต้องการอะไร ท่านบอกว่าไม่ต้องสนใจเรื่องเงินเดือน ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท ต้องสนใจสิคะ ในกรณีใน ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาทนั้นสามารถช่วยเหลือประชาชน ผู้ใช้แรงงานนี้ได้กี่คน ไม่เข้าใจนะคะ ดิฉันทีแรกยกมือก็คิดว่าไม่อยากจะพูดแล้วค่ะ แต่พอดีเห็นท่านกรรมาธิการลุกขึ้นมาพูดเมื่อสักครู่นี้บอกว่า ท่านมาจากสภาองค์การ ลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย ให้กระทรวงแรงงานนี้ให้เกิดเถิด เกิดกรมก็ดี กรมแรงงาน แต่อันนี้มันเปึนสถาบันส่งเสริมถึงแม้ว่าข้อความที่จะเขียนออกมานี้ดิฉัน ไม่เห็นด้วยนะคะ ดิฉันอยากจะให้เปึนสถาบันช่วยเหลือไปเลย ไม่ต้องเปึนสถาบันส่งเสริม และพัฒนาอะไรต่าง ๆ ซึ่งมันจะมีองค์การมหาชนเกิดขึ้นมาอีก ยิ่งถ้ามีเงินเดือนอะไรอีก ก่อนที่จะพิจารณา ยิ่งใน ๖/๒ เขียนว่ารายได้นี้ไม่อยู่ในส่วนของภาครัฐที่จะต้องดูแล อันนี้ยิ่งหนักเข้าไปอีก ดิฉันจึงเห็นว่า ส.ส. ทั้งหลายที่ได้พูดไว้เมื่อสักครู่นี้ว่าให้มีสถาบันก็ได้ แต่อย่าไปเกี่ยวพันกับเรื่ององค์การมหาชนเลย ทีนี้ท่านอรรถวิชช์ท่านได้เดินลงมา เมื่อสักครู่นี้ ท่านก็บอกว่าท่านเห็นชอบด้วย ดิฉันก็บอกว่าถ้าเห็นชอบด้วยถ้าอย่างนั้น ดิฉันก็คงจะไม่ยกมือพูดแล้ว แต่พอท่านกรรมาธิการที่นั่งอยู่บนแท่นบอกว่าควรจะต้องให้ แล้วก็เห็นใจด้วยกระทรวงแรงงานนี้จะครบรอบ ๑๘ ป้พรุ่งนี้ขอให้เปึนรางวัล รางวัลอะไรคะ เมื่อสักครู่นี้พูดกันว่าจะไม่ให้มีแล้ว แล้วก็ในกรณีที่ดิฉันเขียนร่างพระราชบัญญัตินี้ ไม่มีข้อความนี้ ไม่มีหมวดนี้เกิดขึ้นมา แต่พอมีหมวดนี้เกิดขึ้นมาแล้วน่าจะให้ประโยชน์ แก่ประชาชนผู้ใช้แรงงานได้มากเท่าที่ควร เพราะตอนนี้เห็นอยู่แล้ว แรงงานที่ใช้อยู่เดี๋ยวนี้ ถูกละเลย ถูกละทิ้งไป ไม่ต้องพูดหรอกค่ะท่าน ทุก ๆ องค์การมหาชน ดูแรงงานนั้นดู อย่างไรได้แค่ดู ได้แค่แล แต่ไม่มีเลยในการช่วยเหลือ สถาบันส่งเสริมและพัฒนา สปสช. สสส. อะไรต่าง ๆ นี้มีเยอะ ถ้าจะทําถ้าจะแก้จริง ๆ ท่านเขียนเปึนสถาบันช่วยเหลือไปเลย สถาบันช่วยเหลือสงเคราะห์ ท่านประธานคะดิฉันก็คงขออภิปรายแค่นี้ค่ะ และขอฝาก ด้วยนะคะ ฝากท่านประธานค่ะ ถ้าไม่ตัดออกในข้อความนี้ก็ควรจะตัดคําว่า องค์การมหาชน ออกไปเสีย ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านสุทัศน์ก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ท่านประธานครับ กระผมได้เรียนท่านประธาน ก่อนหน้านี้แล้วว่าสมาชิกเกือบทั้งสภาเห็นชอบด้วยที่จะให้มีสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน แต่ก็มีข้อข้องใจในเรื่องสถานะของสถาบันนี้ เปึนองค์การมหาชน และกระผมก็ได้ต่อรองกับท่านประธานว่า ท่านประธานได้กรุณาตัด คําว่า องค์การมหาชน ออก แล้วคงข้อความอย่างอื่นไว้น่าจะผ่านไปได้ ถ้าไม่ทําเช่นนั้น เวลาลงคะแนน ท่านประธานจะต้องถามก่อนว่าแก้หรือไม่แก้ ถ้าท่านประธานถามอย่างนั้นเสียงในสภา ก็จะไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้นี้จะตกไปครับ ตกทั้งคําว่า สถาบัน ก็ตกไปทั้งหมด แต่ถ้าหาก ไปแก้ตัดคําว่า องค์การ แล้วผมเชื่อว่าสมาชิกอาจจะเห็นชอบด้วย ในการที่จะให้มี คําว่า สถาบัน เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเปึนข้อต่อรองอีกครั้งที่ ๒ และกระผมก็ดีใจครับ ที่ผู้ใช้แรงงานซึ่งตัวแทนของผู้ใช้แรงงานทั้งประเทศมานั่งอยู่ที่นี่ ก็ถือโอกาสนี้กราบเรียนว่า กระทรวงแรงงานนั้นตั้งขึ้นในสมัยที่ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี กระผมเปึน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายให้เสนอจัดตั้งกระทรวงแรงงาน ในขณะนั้น ก็ยินดีที่ครบรอบ ๑๘ ป้ รัฐบาลทุกรัฐบาลให้ความสนใจในเรื่องผู้ใช้แรงงาน อย่างที่สุด ท่านประธานนคร มาฉิม ตัดออกครับคําว่า องค์การมหาชน และมาตรานี้ ก็จะผ่านและกฎหมายฉบับนี้ก็จะผ่านวันนี้ละครับ
ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ที่จริงไม่มีอะไรเกี่ยวกับกฎหมายนี้ ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยัง กรรมาธิการที่มาชี้แจงให้แต่งตัวให้เรียบร้อยครับ ท่านเข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้พวกเรา ใส่สูทผูกเนกไท (Necktie) ท่านใส่เสื้อแจ๊กเก็ต (Jacket) แล้วไม่ผูกเนกไทไม่ได้ว่ากันนะครับ สภาแห่งนี้เปึนสถานที่มีเกียรติ เปึนศักดิ์ศรี เพราะฉะนั้นในการเชิญใครก็ตามที่จะมาชี้แจง อยากจะฝากท่านประธานว่าให้กํากับในหนังสือว่าแต่งตัวสุภาพบุรุษใส่สูทผูกเนกไท หรือใส่ชุดพระราชทาน สุภาพสตรีแต่งตัวอย่างไรให้สมเกียรติศักดิ์ศรีของสภาผู้แทนราษฎร ฝากไว้แค่นี้ครับ ไม่อย่างนั้นสภาจะหมดความศักดิ์สิทธิ์ ขอบคุณครับ
ท่านชัยวัฒน์แล้วเดี๋ยวให้กรรมาธิการตอบนะครับ ก็คิดว่าคงจะจบได้นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานครับ จริง ๆ ก็ว่าจะไม่พูดแล้ว เพราะว่าเพื่อนสมาชิกได้พูดไปใน ๒ แนวทาง ๒ ทัศนะ ก็คือ มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยแล้วก็ไม่เห็นด้วย ผู้ที่ไม่เห็นด้วยและติติงก็โดยเฉพาะในเรื่องของ ค่าใช้จ่ายมันจะเยอะ เราตั้งสถาบันแล้ว เงินมันจะต้องใช้จ่ายมาก คือต้องพูดบอกว่า ประเทศเราเงินไม่มาก ประเทศเราเปึนประเทศเล็ก การค้าการลงทุนบางคนเขาก็บอกว่า ประเทศเราเล็กก็จริงแต่ประเทศอื่นเขาเล็กกว่าเราแต่เขามีเงินมากกว่าเรา ก็เพราะว่า เขามีการค้าการขายหรือรายได้มากเราก็คงต้องมานั่งคิดว่าอะไรที่มันดีที่สุดในภาวะที่ ประหยัดที่สุดแล้วก็สามารถบริหารกิจการบ้านเมืองไปได้ในแนวทางที่ดี การตั้งองค์กร หรือหน่วยงานที่ใหญ่โตมโหฬารใช้เงินมากมายมหาศาลก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิด ความสําเร็จหรือสัมฤทธิผลได้ เพราะความสําเร็จหรือสัมฤทธิผลได้นั้นมันต้องขึ้นอยู่กับ การบริหารงานคนในองค์กรด้วย เพราะฉะนั้นในสิ่งเหล่านี้ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า แนวทางที่ได้ฟังได้ยินก็คือมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยแล้วก็ไม่เห็นด้วย ส่วนผู้ที่เห็นด้วยก็คือ หมายความว่าจะทําให้องค์กรเหล่านี้เปึนที่พึ่งพิงพึ่งหวัง เปึนความสําเร็จของผู้ใช้แรงงาน เปึนส่วนหนึ่งที่จะทําให้ผู้ใช้แรงงานเกิดการพัฒนาหรือเกิดมีความเปึนอยู่ที่ดียิ่งขึ้น ได้รับ ความพึ่งพิงจากหน่วยงานนี้ นี่คือสิ่งที่เพื่อนสมาชิกทั้งหลายได้เรียน แต่ก็เช่นเดียวกัน ในองค์กรนี้ที่เราตั้งขึ้นมานี้หลายคนก็บอกว่าเราอยากเห็นเปึนคําว่า สถาบัน ความเปึน สถาบันนี้ก็คือเปึนเสมือนหนึ่งมีอํานาจเปึนองค์กรองค์กรหนึ่งในการที่จะทํางานด้วยตนเอง คือพูดง่าย ๆ ถ้าเราพูดกันก็คือความเปึนเด็กกับเปึนผู้ใหญ่นั่นเอง สถาบันก็เหมือนกับเปึน องค์กรอิสระแต่ท้ายที่สุดมันก็ต้องมีบอร์ด มีคณะในการที่จะควบคุมการทํางาน มีองค์กรในลักษณะของการที่จะมากํากับนโยบาย อย่างไรก็ตามแต่ แต่ว่าสิ่งทั้งหลายต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมเอง ได้อ่านร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ก็คงต้องขออนุญาตกราบเรียนฝากไปหรือว่า ขออนุญาตในการที่จะให้ความเห็นก็คือว่าองค์กรหลาย ๆ องค์กรหรือเราเรียกว่าสถาบันนั้น ประเทศไทยของเราต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าเรายังใช้คําว่าสถาบัน ไม่สัมฤทธิผลหรือยังไม่ไปตามทิศทางที่คนอื่นเขาตั้งกันมากนัก ในชาติอื่นเขาตั้งกันมากนัก ความเปึนสถาบันจะต้องเปึนองค์กรแห่งความรู้และเก็บรวบรวมองค์กรแห่งความรู้ สิ่งที่แน่นอนที่สุดของคําว่าองค์กรก็คือประวัติศาสตร์ขององค์กร ความรู้ขององค์กร ทัศนะความเห็นขององค์กร ปัญหาอุปสรรคขององค์กร ในการที่จะขับเคลื่อนเปึนพลัง หรือเปึนความรู้ข้อมูลที่จะให้ผู้ที่อยู่ในองค์กรหรือผู้ที่อยู่ในเครือข่ายองค์กรนั้น สามารถที่จะศึกษาเพื่อพัฒนาการทั้งส่วนที่เห็นว่าดีและไม่ดีในการที่จะนําไปเปึนข้อมูล ในการศึกษาและพัฒนา องค์กรสําคัญอย่างหนึ่งก็คือ สถาบันอย่างหนึ่งก็คือ ในเรื่องของ การที่จะต้องเปึนเรื่องของแหล่งความรู้ ก็คือพูดง่าย ๆ ว่าถ้าเราจะสร้างสถาบันตรงนี้ เปึนผู้ใช้แรงงาน ผมอยากจะฝากไปเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของการที่จะพัฒนาการ ในเรื่องของสถาบันก็คือเปึนที่อบรม มีที่ให้ความรู้ ให้การศึกษาเพิ่มเติมยิ่งขึ้น ไม่ใช่ว่า วันหนึ่งเรามีงบประมาณ มีเงินเยอะ ก็ไปจ้างองค์กรอื่นหรือมหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานอื่น ไปทําเรื่องงานวิจัยหรืองานศึกษาค้นคว้าอย่างนี้ อย่างนี้ความเปึนสถาบันของเรายังไม่ถือว่า เปึนสถาบันโดยแท้ ยังไม่เปึนองค์กรที่มีพื้นฐานแห่งความรู้ของเราโดยแท้ ความรู้อย่างนั้น ก็ยังเปึนเรื่องของหน่วยงานอื่น เปึนเรื่องของมหาวิทยาลัย เปึนภาคการศึกษาไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากจะเห็นว่าหน่วยงานนี้เมื่อเปึนสถาบันแล้วก็ควรจะมีหน่วยงาน รองรับในเรื่องของการศึกษา ให้ความรู้เพิ่มเติมในการพัฒนาองค์กรของตัวเอง ในการพัฒนา บุคลากรของตัวเอง พัฒนาสมาชิกของตัวเองก็คือให้ความรู้กับผู้ใช้แรงงานโดยแท้ ไม่ใช่เปึนอยู่ในลักษณะของการเข้าไปอบรมเปึนลักษณะของหน่วยงาน แต่ว่าการให้ การศึกษานั้นก็คงต้องไปดูว่าควรจะให้เปึนลักษณะอย่างไรให้มันถูกต้อง เพราะว่า ท่านทั้งหลายนั้นอยู่ในองค์กรของภาคท่าน แล้วท่านก็อยู่ในหน่วยงานที่เรียกว่ามาจาก พื้นฐานของการเลือกตั้งหรือการแต่งตั้งซึ่งเปึนผู้ที่อยู่ในแวดวงอยู่แล้วย่อมมีข้อมูลที่มาก ส่วนเหล่านี้ก็จะทําให้เกิดการใช้ในเรื่องของภาควิชาการได้ทั่วถึงและได้ดียิ่งขึ้น ฉะนั้น เรียนว่าผมเองก็ยังอยากจะเห็นว่าหน่วยงานนี้ องค์กรของท่านคือสถาบันที่ท่านจะตั้ง ให้มีภาคทางการศึกษาในการอบรมเสริมความรู้ในบุคลากรของหน่วยงาน โดยเฉพาะ ผู้ใช้แรงงานทั้งหลายในประเทศให้เกิดการพัฒนา ให้เกิดศักยภาพยิ่งขึ้นโดยเฉพาะ ศักยภาพของการใช้ผู้ใช้แรงงาน ผมอยากจะกราบเรียนครับ เราไม่ได้สร้างผู้ใช้แรงงาน แบบที่ต่างชาติหรือว่าประเทศหรือผู้ทําธุรกิจเขาต้องการ แล้วเราก็มีสมาชิกของเรามา มีคนประเทศเรามาและเปึนผู้ใช้แรงงาน แล้วเราก็ถือว่าคนเหล่านี้คือผู้ใช้แรงงาน แต่ท้ายที่สุดมันไม่ได้อะไร ผู้ใช้แรงงานพวกนั้นก็จะเปึนผู้ใช้แรงงาน พอถึงเวลาอายุมากไป ปลดเกษียณไปหรือเลิกจ้างไปก็ไม่มีเหลืออะไรเลย ไม่ได้อะไรเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ถือว่า เราใช้บุคลากรที่ผิดพลาดไม่สมคุณค่าของความเปึนบุคลากร เราต้องเสริมความรู้ หรือว่าองค์กรของความรู้ของการที่เขาได้ทํางานในภาค
ท่านชัยวัฒน์ครับ
อีกเล็กน้อยครับท่านประธาน
ประเด็นว่าจะเอาสถาบันไหม อยากให้สถาบันเปึนองค์การมหาชนหรือเปล่านะครับ
คือตรงนี้เราก็ต้องมาคุยกัน ผมให้ข้อมูลท่านประธานว่าเราควรจะเอาหรือไม่เอา ถ้าเราเอาเราเอาเพราะอะไร เราต้องอธิบายได้ แล้วถ้าทําต้องทําให้มันสมน้ําสมเนื้อเมื่อจะเปึนสถาบันแล้ว ผมถึง ขออนุญาตกราบเรียนว่าอยากให้เปึนสถาบันที่สมน้ําสมเนื้อ ก็คือทําให้ผู้ใช้แรงงานได้ ต่อไปที่ผมจะพูดอย่างนี้ครับท่านประธาน คือผู้ใช้แรงงานหลังจากเขาใช้แรงงานเสร็จแล้ว คําว่า เสร็จ ในที่นี้คือเหมือนอายุสักอายุหนึ่ง ท่านประธานครับ อายุสัก ๓๐ ป้ ๓๕ ป้ ๔๐ ป้ เขาก็ปลดเกษียณแล้วเพราะว่าบางอาชีพต้องใช้สายตา สายตาทําไม่ได้แล้วเขาก็ ต้องปลดเกษียณตัวเอง หรือว่าอาชีพบางอาชีพต้องใช้พลังงานเยอะ ใช้แรงงานเยอะ ปรากฏว่าตัวเองก็แก่แล้วก็ไม่สามารถที่จะใช้พลังงานหรือการแบกหาม ตรงนั้นได้ก็ต้องปลดเกษียณตัวเองในการที่จะออกจากการใช้แรงงาน ตรงนั้นท่านก็ต้องดู บุคลากรของท่าน ดูสมาชิกของท่านว่าเขามีความรู้ด้านนี้อย่างนี้ ๆ แล้วประเทศเรา หรือองค์กรท่านต้องเสริมความรู้อะไรเข้าไปให้คนเหล่านั้นเขามีความรู้ในการที่จะขับเคลื่อน หลังจากเขาออกไปใช้ชีวิตหรือว่าไปทํางานอิสระของเขาเอง ตรงนั้นต่างหากมันจะทําให้ เกิดทั้งประสบการณ์ทั้งความรู้ในการที่จะดําเนินชีวิต แต่ในขณะนี้เราไม่ได้ทําครับ ท่านประธาน เราทิ้ง เราปล่อย ท้ายที่สุดก็คือผู้ใช้แรงงานก็จะเปึนอย่างที่เราเห็นนี่ละครับ ท้ายที่สุดพอหลังจากเกษียณตัวเองหมดอายุขัยในการทําอาชีพเปึนผู้ใช้แรงงานท้ายที่สุด ก็คือไม่มีรายได้ สิ่งเหล่านี้ก็เปึนภาระ เปึนปัญหา เปึนอุปสรรคต่อตัวการใช้ชีวิตในสังคม ในตนเอง เพราะฉะนั้นอยากกราบเรียนท่านประธานครับว่าสิ่งเหล่านี้ที่กราบเรียนทั้งหมด ก็ถ้าเปึนไปได้ถ้าจะทํากันอย่างโดยแท้ก็ขอให้เสริมสิ่งเหล่านี้เข้าไป แล้วก็จะทําให้สถาบัน ตรงนี้เปึนที่พึ่งพิงพึ่งหวังกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานโดยแท้ แล้วก็จะทําให้ผู้ใช้แรงงานได้สมประโยชน์ ตามเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการ ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล ตามเจตนารมณ์ของ ผู้แทนราษฎรของพวกเรา ก็ขอฝากไว้ครับ กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญกรรมาธิการ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ในฐานะกรรมาธิการ วิสามัญเสียงข้างมาก ต่อคําอธิบายของเพื่อนสมาชิกเกี่ยวกับเรื่องของความจําเปึน ในเรื่องของการที่จะต้องมีสถาบันหรือไม่มีสถาบัน ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้พิจารณาอย่างรอบคอบในเรื่องหมวดสถาบันนี้นะครับ ก็มีความเห็นตรงกันอย่างไม่มี ข้อสงสัยว่าสถาบันมีประโยชน์ เนื่องจากว่าผู้ใช้แรงงานเปึนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจต่าง ๆ ของประเทศเปึนอันมาก แล้วก็มีความหลากหลาย ของเทคโนโลยีในหลายสาขาวิชาชีพ ในหลายอุตสาหกรรม แล้วก็แตกต่างกันอย่างมาก ทีนี้องค์กรสถาบันที่จะจัดตั้งขึ้นก็เปึนองค์กรที่เปึนพี่เลี้ยงคอยที่จะดูแลสถานประกอบการ ต่าง ๆ เหล่านั้นเพื่อให้ผู้ใช้แรงงานมีความปลอดภัยในการประกอบอาชีพซึ่งเราเรียกว่า อาชีวอนามัย และความปลอดภัยในการทํางาน หากไม่มีสถาบันมาช่วยเปึนองค์กรที่เปึน พี่เลี้ยงคอยดูแล ลําพังแต่เฉพาะกรมข้าราชการก็มีความก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ ก็จะโยกย้าย ไปเรื่อย ๆ องค์ความรู้ก็จะไม่นิ่ง ก็จะไม่มีองค์กรที่จะคอยดูแลบ่มเพาะเรื่องของวิชาการ เรื่องของความรู้ เรื่องของประสบการณ์ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นในเรื่องของสถาบันใน คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาแล้วมีความจําเปึนเปึนอย่างยิ่ง แล้วก็ขอวิงวอน เพื่อนสมาชิกทั้งสภาได้ให้ความเห็นชอบอย่าได้ตัดสถาบันออกไปจากร่าง พ.ร.บ. นี้เลย เพื่อเห็นแก่ผู้ใช้แรงงานซึ่งมีเปึนจํานวนมาก และในประเทศไทยก็ยังด้อยในเรื่องของ องค์ความรู้ทางด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน เพราะฉะนั้นเรื่องของสถาบันอันนี้
ท่านพูดในนามกรรมาธิการ เสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อยครับ
เสียงข้างมากให้คงไว้ครับ ก็อย่าได้ตัดออกเลย ส่วนเรื่องของการที่จะให้สถาบันนี้ไปอยู่ในรูปแบบใดก็ฝาก แต่ที่ประชุมกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่กังวลในเรื่องของความคล่องตัวในการที่องค์กร สถาบันนี้จะปรับเปลี่ยนไปตามลักษณะเทคโนโลยีแล้วก็วิวัฒนาการของงานในภาค อุตสาหกรรม ถ้าหากว่าบัญญัติทุก ๆ ข้อให้อยู่ใน พ.ร.บ. และการที่จะแก้ พ.ร.บ. แต่ละครั้งใช้เวลานานมาก แต่ว่าถ้าอยู่ในกฤษฎีกาสามารถที่จะใช้อํานาจของฝ์ายบริหาร ในการที่จะปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับผลสัมฤทธิ์ของสถาบันนี้ในโอกาสข้างหน้า เนื่องจากว่าเรื่องของอุตสาหกรรมนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นในเรื่องของการที่จะตั้งให้เปึนองค์การมหาชนก็เปึนวิธีการหนึ่งเพื่อแก้ปัญหา ความไม่คล่องตัวในแง่ของข้อกฎหมายที่จะมีขึ้นในอนาคต เพราะฉะนั้นในเรื่องของ สถาบันมีความจําเปึนในเรื่องการจัดตั้งเปึนรูปขององค์กรมหาชนก็มีหลักการและเหตุผล ดังที่ผมได้นําเรียนเพื่อนสมาชิกไว้ในช่วงนี้ ในกรณีที่เพื่อนสมาชิกมีความกังวลว่าถ้าหากว่า เปึนในรูปขององค์การมหาชนแล้ว เพื่อนสมาชิกจะไม่ให้ความเห็นชอบ จะทําให้ร่าง พ.ร.บ. นี้ ตกไปทั้งฉบับ ซึ่งท่านประธานก็คงจะได้หาทางออกให้เราด้วย
เชิญคุณอรรถวิชช์ แทนประธานใช่ไหม ประธานไม่ต้องพูดใช่ไหม พูดทั้ง ๒ คน พูดคนเดียวพอแล้วครับ
เดี๋ยวจะมีสรุปร่างพระราชบัญญัติ ท่านประธานครับ เพราะมีการแก้ไขครับ ท่านประธานฟังใจเย็น ๆ ครับ ด้วยความเคารพ ผู้อาวุโสครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นขอขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ให้ การสนับสนุนในการมีสถาบันความปลอดภัย เท่าที่ฟังดูแล้วไม่มีท่านไหนขัดเลย แต่ส่วนมากแล้วก็จะมีขัดในเรื่องว่าไม่อยากให้เปึนองค์การมหาชน ซึ่งผมเองนั้นก็ได้ อธิบายไปแล้วว่าเรื่องค่าใช้จ่ายท่านกังวลใจว่าจะมีค่าตอบแทนที่สูง เบี้ยประชุมที่สูง ผมก็ได้เรียนไปแล้วว่าองค์การมหาชนนั้นเขามีมติ ครม. บอกเอาไว้ ๓ ลําดับชั้น แล้ว ๓ ลําดับชั้น เงินเดือนขั้นต่ําคือ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่านก็บอกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ก็ดูเหมือนจะแพงเกินไป ผมก็ได้เรียนท่านแล้วเช่นเดียวกันว่าเราก็ได้พูดในชั้นกรรมาธิการ ก.พ.ร. รับไปเพื่อที่จะเสนอต่อ ครม. ให้แบ่งจํานวนชั้นที่มากขึ้น อาจจะไม่ใช่ ๓ ชั้นแล้ว อาจจะเปึน ๔ ชั้น ๕ ชั้น เพื่อจะได้ปรับฐานองค์การมหาชนให้มีฐานเงินเดือนที่เรียกว่า ต่ําลงได้ในแต่ละชั้น แต่ไม่เปึนไรครับ เพราะว่าพวกผมเองไม่มีใครนั่งอยู่ใน ครม. สักคนครับ และเราเปึนฝ์ายนิติบัญญัติ เราก็ไม่มั่นใจว่า ครม. นั้นจะแก้ไขตามที่เราเสนอ หรือไม่ เพราะเปึนเรื่องที่ต้องเสนอตามลําดับชั้น เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็คิดอย่างนี้ครับ ท่านประธานว่าเห็นด้วยกับทางที่สมาชิกว่าเรื่องของรูปแบบองค์การมหาชน เราก็จะตัดออก คือว่าไม่เปึนรูปแบบองค์การมหาชน แต่ว่าก็ยังคงวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเปึนสถาบันส่งเสริมเอาไว้ ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้ก็นําความพอใจมาสู่ทั้งกรรมาธิการแล้วก็ท่านสมาชิกทั้งหมด ก็เปึนการฟัง เหตุผลซึ่งกันและกัน ผมมีชี้แจงอย่างนี้ท่านประธาน
คือตัดตรงไหนให้ชัดไปเลย
เดี๋ยวท่านประธาน คณะกรรมาธิการก็จะได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติที่พวกเราได้นั่งคุยกันแล้วว่าข้อความ ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงมาตรานี้เปึนอย่างไร ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ก็จบแล้วใช่ไหมครับ
สรุปที่แก้ไขครับ
จะอ่านให้ที่ประชุมฟัง ใช่ไหม มาตรา ๕๑ คือมาตรา ๕๑/๑ ถึงอะไรต่าง ๆ นี้ไม่เอา
ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่จะสรุปร่างพระราชบัญญัติ ผมต้องขอถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้ให้ข้อสังเกตทักท้วงแล้วก็ชี้แนะเสนอแนะซึ่งนับว่า เปึนประโยชน์แต่อันที่จริงแล้วสถาบันแห่งนี้ไม่ใช่มีภารกิจหรือหน้าที่เฉพาะแต่เพียงส่งเสริม อย่างเดียวสถาบันแห่งนี้จะเปึนที่พักพิง ที่หวัง ที่สนับสนุน ที่ส่งเสริมและดําเนินงาน ช่วยเหลือแรงงานที่ขาดโอกาสแล้วก็ที่ด้อยโอกาส รวมไปถึงแรงงานที่ประสบปัญหา ไม่ได้รับความเปึนธรรมจากการตรวจพิสูจน์ ยกตัวอย่าง เช่น ผู้ป์วยจากฝุ์นฝัาย ผู้ป์วย จากเคมีและผู้ป์วยจากภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้เพื่อนสมาชิก หลายท่านสนับสนุนให้มีสถาบัน ซึ่งก็สอดคล้องกับเสียงส่วนใหญ่ของคณะกรรมาธิการ แต่ในเมื่อที่ประชุมใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎร โดยสมาชิกเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าการเปึน องค์การมหาชนนั้นมันมีปัญหามีอุปสรรคและอาจจะเกี่ยวโยงไปถึงการใช้งบประมาณ กรรมาธิการโดยเสียงส่วนใหญ่ได้ปรึกษาหารือกันแล้วว่าถ้าอย่างนั้นก็ผลักให้เรื่องนี้ไปอยู่ ในความรับผิดชอบของกระทรวงแรงงานโดยตรง ฉะนั้นคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ได้ปรึกษาหารือกันแล้วจึงได้สรุปเปึนข้อยุติในการแก้ไขปรับปรุง โดยการตัดคําว่า องค์การมหาชน ออก โดยจะมีการปรับปรุงแก้ไขร่างใหม่ดังนี้ท่านประธานครับ
มาตรา ๕๑/๑ ให้มีสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) ส่งเสริมและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
(๒) พัฒนาและสนับสนุนการจัดทํามาตรฐานเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
(๓) ดําเนินงาน ส่งเสริม สนับสนุน และร่วมดําเนินงานกับหน่วยงาน ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานของภาครัฐ และเอกชน
(๔) จัดให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ทั้งในด้านการพัฒนาบุคลากรและด้านวิชาการ
(๕) อํานาจหน้าที่อื่นตามที่กําหนดในกฎหมาย
ตัดคําว่า ว่าด้วยองค์การมหาชน ออก แล้วก็จะมีเพิ่มเติมวรรคท้าย
ให้กระทรวงแรงงานจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน โดยอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของรัฐมนตรี ทั้งนี้ ภายใน หนึ่งป้นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ก็ชัดแล้วครับ ที่ประชุม ไม่ขัดข้องนะครับ เพราะได้แก้ให้หมดแล้วตามที่เสียงส่วนใหญ่ได้พูดมาตั้งแต่เช้า แล้วก็ ท่านรัฐมนตรีสุทัศน์ เงินหมื่น ท่านก็ยืนยันตรงนี้ในฐานะที่เปึนอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยเก่าและท่านเปึนคนจัดตั้งพระราชบัญญัติกระทรวงแรงงานนี้ ฉะนั้น ก็ผ่านมาตรา ๕๑/๑ ไม่มีใครติดใจ ต่อไปเลยเลขาธิการ
ต่อไปเปึนหมวด ๗ บทกําหนดโทษ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ มาตรา ๕๖
ผ่าน
มาตรา ๕๗ และมาตรา ๕๘ ไม่มีการแก้ไข
ผ่านครับ
มาตรา ๕๙ มีการแก้ไข
ไม่มีใครติดใจผ่านครับ
มาตรา ๖๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๑ มีการแก้ไข
ไม่มีท่านผู้ใดติดใจ ผ่านครับ
มาตรา ๖๒ และมาตรา ๖๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๔ มีการแก้ไข
ไม่มีท่านผู้ใดติดใจ ผ่านครับ
มาตรา ๖๔/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
ไม่มีท่านผู้ใดติดใจ ผ่านครับ
มาตรา ๖๕ มาตรา ๖๖ มาตรา ๖๗ มาตรา ๖๘ และมาตรา ๖๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗๐ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็น
มีท่านกรรมาธิการ คงไม่ติดใจนะครับกรรมาธิการ ผ่านนะครับ
บทเฉพาะกาล ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗๑ และมาตรา ๗๒ ไม่มีการแก้ไข แต่มีกรรมาธิการสงวนความเห็น
ผ่านครับ
สุดท้ายอัตราค่าธรรมเนียม ไม่มีการแก้ไข
ไม่มีการแก้ไข ขณะนี้ จบวาระที่สองนะครับ มีการแก้ไขถ้อยคําตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๐ ไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าไม่มีนะครับ ผมจะผ่าน แล้วจะถามมติที่ประชุมว่าจะรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะลงมติ เชิญครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ เชิญเข้าห้องประชุมด่วนครับ เชิญท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติของสภากรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ พระราชบัญญัติฉบับนี้ทุกท่านนะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ของสภาเข้าห้องประชุมครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ โปรดกรุณาเข้าห้องประชุมด่วนด้วยนะครับ เมื่อท่านเข้าห้องประชุมเรียบร้อยแล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเชิญด่วนครับ ท่านประธานวิปฝ์ายค้านช่วยเสียบบัตรแสดงตนให้สัก ๕-๖ คนด้วยครับ ประธานขอร้อง เชิญครับท่านประธานวิป
ผมว่าท่านสนั่น ขจรประศาสน์ เปึนพยานได้ครับ ท่านถามท่านสนั่นดูได้ครับ
ขอบพระคุณครับ นี่คือ การปรองดองสมานฉันท์ครับ ขอบคุณครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เสียบบัตรแสดงตนกัน เรียบร้อยแล้ว ส่งผล มีทางฝ์ายค้านท่านให้ปรองดองมาเพิ่มขึ้นอีกนะครับ นี่คือความสมานฉันท์ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๕๔ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมว่าท่านผู้ใดเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... สภาผู้แทนราษฎร ฉบับปรับปรุงนี้โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิทุกท่านครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านใช้สิทธิแล้วนะครับ ทุกท่านใช้สิทธิแล้ว ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ ไม่มีนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ใช้สิทธิ ถูกต้องแล้ว ครบถ้วนแล้ว เชิญส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๐๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๙ ท่าน ไม่เห็นชอบ ๑๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน พ.ศ. ....
ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการครับ มีข้อสังเกตด้วยครับ เดี๋ยวอย่าเพิ่งลุก มีข้อสังเกตด้วยครับ ผมเร็วเหลือเกิน อย่างนั้นผมจะถามต่อไปเลยนะครับ ข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการ ท่านผู้ใดเห็นชอบตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ เชิญใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อย แล้วนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ หมอมีอะไร ใช้สิทธิหรือยังครับ ขัดข้อง หรือเปล่า พูดอะไรไม่ได้แล้ว เขากําลังลงคะแนน
คือตั้งข้อสังเกตนิดเดียวครับว่า ในข้อ ๓
พูดไม่ได้แล้วครับ ข้อสังเกตมันอภิปรายไม่ได้ ดูข้อบังคับ คุณหมอต้องไปเรียนใหม่แล้วครับ โปรดส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๙๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๒ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบตามข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการ
เชิญลงบัลลังก์ได้ครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านเรียบร้อยแล้ว
ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมา พิจารณาก่อน อย่าเพิ่งไปไหนครับ เดี๋ยวก็ลงมติเลยครับ
๑. พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติการรับเด็ก เปึนบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ที่ประชุมได้ลงมติแก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติการรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงขอส่ง เดี๋ยวครับ ให้จบก่อน เดี๋ยวให้จบก่อนครับ จึงขอส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อ ดําเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๔๗ (๓) ถ้าเห็นชอบ ด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบ จากรัฐสภาแล้ว แต่ถ้าไม่เห็นชอบกับการแก้ไขก็ให้แต่ละสภาตั้งบุคคลซึ่งเปึนหรือมิได้เปึนสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจํานวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกําหนดประกอบเปึนคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณา มีคณะรัฐมนตรีชี้แจงเรื่องนี้ไหมครับ เชิญครับ เดี๋ยวให้เขาชี้แจงแล้วก็ ท่านมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน จริง ๆ ผมพยายามยกมือก่อนที่ท่านประธาน จะอ่านระเบียบวาระแล้วก็ให้ท่านได้ชี้แจง ผมต้องขออนุญาตเรียนถามท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ครับ ผมเกรงว่าเราจะพิจารณาระเบียบวาระที่เลื่อน ขึ้นมาในข้อ ๑ ยังไม่ได้ เนื่องจากว่าสภาได้มีมติเลื่อนระเบียบวาระที่ ๑๑ พิจารณากรณี วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ขึ้นมาหลังจากเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว นั่นหมายความว่าขณะนี้สภา ได้จัดลําดับการประชุมเปึนเรื่องที่ ๑ คือ กทช. เรื่องที่ ๒ จะต้องเปึนเรื่องของข้อ ๑ เดิม เพราะเรามีมติไปเมื่อเช้านี้เองท่านประธานครับ มตินั้นก็ยังคงอยู่สภา ผมก็เลยกราบเรียน ถามท่านประธานว่า อย่างนี้ท่านไม่ได้ปฏิบัติตามมติสภาหรือครับ
ผมว่าผมเข้าใจที่คุณชลน่าน ได้เรียนตักเตือนผมโดยชอบแล้วครับ เชิญคุณอรรถวิชช์มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ คราวนี้คุณหมอชลน่านถูกนะครับ เพราะว่าเราได้มีการเลื่อนระเบียบวาระการประชุม เรื่อง พ.ร.บ. กสทช. ขึ้นมาแล้ว แต่วันนี้มันจะพิจารณาไม่ได้ มันต้องมีผลในคราวต่อไปครับ
ผมเข้าใจแล้ว ผมเอาตาม คุณชลน่านนะครับ ผมเห็นว่าวันนี้พอสมควรแก่เวลาแล้ว ขอป่ดประชุมครับ