ธนา ชีรวินิจ อภิปรายหลักการ พ.ร.บ. ที่เพิ่มอำนาจสมาชิกสภาฯ โดยชี้ว่าหากบังคับใช้จริงอาจกระทบสิทธิประชาชน จึงเสนอให้พิจารณาอย่างรอบคอบ และหารือเรื่องอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร โดยชี้แจงกระบวนการยุติธรรมและข้อกังวลว่าบุคคลภายนอกที่เข้าร่วมในคณะกรรมาธิการอาจทำให้การตรวจสอบขาดความเป็นกลาง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงผมได้ยกมือขออภิปรายตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เปึนคนสุดท้าย แล้วท่านรองประธานสภาก็ได้เลื่อนมาเปึนวันนี้ ถ้าการอภิปรายผมจะใช้ เวลาเกินเลยสักนิดหนึ่งก็ขออนุญาตท่านประธานด้วยก็แล้วกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอยืนยันเหมือนกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้อภิปรายในที่ประชุม สภาแห่งนี้ไปแล้วก็คือ หลักการในการทํา พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้นผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนเห็นด้วย ถึงการที่จะทําให้ศักยภาพในการทํางานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือแม้กระทั่ง สมาชิกวุฒิสภานั้นสามารถทําให้เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองได้อย่างเต็มที่สมกับที่ ประชาชนได้มอบความไว้วางใจกันมา เพราะฉะนั้นจึงได้มีการดําเนินการยกร่าง พ.ร.บ. คําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการและวันนี้ก็เข้าสู่สภา แล้วก็เปึนอีกไม่กี่ครั้ง ในสภาผู้แทนราษฎรที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาลุกขึ้น อภิปรายหลายคนทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการที่จะเพิ่มอํานาจของตัวเองที่จะมีขึ้น โดยเฉพาะหลักการทั่วไปนะครับท่านประธาน ถ้าเปึนหน่วยงานอื่น ๆ นั้นถ้ามีการเพิ่มอํานาจ ของหน่วยงานของตัวเองผมเชื่อว่าไม่มีใครปฏิเสธ แต่ท่านประธานจะได้เห็นว่า ในบรรยากาศการประชุมสภาวันนี้คนที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนนั้นมีจิตสํานึก มากกว่าที่จะต้องพิจารณาว่าตัวเองสมควรจะได้รับอํานาจอย่างล้นเหลือหรือไม่ หลายคน ได้อภิปรายชัดเจนว่าการเพิ่มเติมอํานาจตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้อาจจะทําให้การทําหน้าที่ ไม่ได้เปึนไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ การทําหน้าที่อาจจะสร้างความเสียหายให้กับ ประชาชนหรือบุคคลภายนอก เพราะฉะนั้นที่ประชุมแห่งนี้จึงได้พิจารณากันอย่างรอบคอบ หลายประเด็นด้วยกัน ซึ่งประเด็นที่พวกเราได้อภิปรายนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า เปึนประเด็นทางวิชาการทั้งสิ้น เรากําลังพยายามมองภาพในอนาคตที่เกิดขึ้นหลังจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ซึ่งผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมจะอภิปรายนั้น อาจจะกระทบกับสิ่งที่กรรมาธิการมีความเห็นก็ดี หรือสิ่งที่หลายคนอาจจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยก็ดี แต่อยากกราบเรียนว่าการทําหน้าที่นี้เพื่อที่จะสะท้อนภาพให้เห็นว่า ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้มีผลใช้บังคับจริง ๆ แล้วเราพร้อมที่จะรับเหตุการณ์อย่างนั้นหรือไม่
ประเด็นแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าเราต้องยอมรับก่อนว่า การบริหารประเทศของประเทศไทยนั้นได้มีการแบ่งอํานาจชัดเจน อํานาจฝ์ายบริหาร ผ่านทางท่านนายกรัฐมนตรี อํานาจนิติบัญญัติผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร อํานาจตุลาการผ่านประธานศาลฎีกา เรามีการแบ่งอํานาจชัดเจนครับ ฝ์ายบริหารบริหาร ราชการแผ่นดิน ควบคุม กํากับ ดูแลการทํางานของข้าราชการประจํา ข้าราชการทั้งหมด เพื่อให้การบริหารราชการเดินหน้าได้ ฝ์ายตุลาการควบคุมกระบวนการยุติธรรม ให้เปึนที่ยอมรับ ในขณะที่ฝ์ายนิติบัญญัติก็มีอํานาจหน้าที่ในการกํากับ ตรวจสอบ ฝ์ายบริหาร แต่วันนี้ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า กระบวนการในการเรียกเอกสารหรือบุคคลมาชี้แจงในคณะกรรมาธิการ มีหลายส่วน เหลือเกินครับท่านประธานที่ผมมีความรู้สึกไม่สบายใจว่าเรากําลังทําหน้าที่เปึน ฝ์ายยุติธรรมหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ อย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นมากระบวนการยุติธรรม ในประเทศไทยนั้นเปึนระบบกล่าวหา มีกล่าวหากันว่ามีการดําเนินการกระทําความผิด มีพนักงานสอบสวนทําการสอบสวน ถ้าเห็นว่าจําเปึนจะต้องมีการเรียกเอกสาร เรียกบุคคลมาให้ข้อมูลชี้แจงเพิ่มเติมก็ดําเนินการไป เมื่อเห็นว่ามีมูลหรือไม่มีมูลก็จะมี กระบวนการของกฎหมายที่จะต้องบัญญัติให้ชัดเจนว่าจะต้องเดินหน้าต่อไปอย่างไร ความเห็นของพนักงานสอบสวนก็ไม่เปึนที่สิ้นสุดต้องผ่านกระบวนการของอัยการ อัยการ มีความเห็นแล้ว ถ้ามีความเห็นที่ไม่ตรงกับพนักงานสอบสวนก็จะต้องมีกระบวนการ ดําเนินการที่จะต้องให้ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติทําความเห็นแย้ง และท้ายที่สุด ต้องมีความเห็นที่สิ้นสุดในการดําเนินคดีกับผู้กระทําความผิดโดยอัยการสูงสุด ท่านประธานเห็นไหมว่ากระบวนการยุติธรรมที่ดําเนินการอยู่ในประเทศไทยปัจจุบันนั้น เขากลัวอย่างหนึ่งครับ กลัวว่าคนที่มีอํานาจแล้วใช้อํานาจโดยไม่นึกถึงความถูกต้อง ชอบธรรม ใช้อํานาจนั้นอาจจะสร้างผลประโยชน์ สร้างความเสียหายให้กับ บุคคลภายนอกได้จึงจะต้องมีกระบวนการตรวจสอบเปึนลําดับชั้นซึ่งกันและกัน แต่ว่า กระบวนการดําเนินการทั้งหมดที่ผมกราบเรียนมา สิ่งหนึ่งที่เจตนารมณ์ของกฎหมาย ยืนยันตรงกันก็คือว่าผู้ถูกกล่าวหาเปึนผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคําพิพากษาถึงที่สุด นั่นหมายถึงอะไรครับ หมายถึงว่าแม้อัยการจะดําเนินการสั่งฟัอง ผู้ถูกกล่าวหาได้รับ การรับรองโดยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญว่าเขายังเปึนผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่ได้ มีคําพิพากษาถึงที่สุดว่าเขามีความผิดตามกฎหมาย สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ก็คือผมเข้าใจว่ากรรมาธิการทุกคนมีความอึดอัดใจในการทําหน้าที่ที่จะให้ได้ข้อมูล ข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่าการทําหน้าที่ของกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรนั้น เราต้องไม่ลืมว่าเราทําหน้าที่ทางการเมือง อํานาจหน้าที่ของเราที่มีอยู่นั้นก็คือการตรวจสอบ กํากับการบริหารราชการแผ่นดินที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีทั้งหมด ที่จะต้องบริหารผ่านกระทรวง ทบวง กรม ทั้งสิ้น สิ่งที่สภาแห่งนี้จะมีมาตรการที่จะ ดําเนินการกับฝ์ายบริหารหรือทางการเมืองได้สูงสุดที่สุดก็คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการคว่ํา พ.ร.บ. งบประมาณ หรือการคว่ํากฎหมายสําคัญ ๆ ของรัฐบาลเพื่อที่จะให้ ฝ์ายบริหารไม่สามารถที่จะมีอํานาจในการบริหารคงมีอยู่ต่อไป ความจริงสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ไม่มีหน้าที่ที่จะไปชี้ผิดชี้ถูกใครทั้งสิ้น เพราะอํานาจหน้าที่นั้นเปึนอํานาจ ในกระบวนการยุติธรรม วันนี้แม้การกล่าวหารัฐมนตรีนั้นว่าดําเนินการถูกต้องชอบธรรม หรือไม่อย่างไร ท้ายที่สุดอํานาจก็คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนความผิดของรัฐมนตรี ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเปึนอย่างที่สภาลงมติหรือไม่เปึนคนละเรื่องกัน ผมถึงกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าวันนี้เราอยากที่จะทํางานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับบ้านเมือง แต่เราต้องแยกหน้าที่ให้ออกว่าเรากําลังทําหน้าที่ที่เกินเลยไปกับ อํานาจนิติบัญญัติหรือไม่อย่างไร ซึ่งผมจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานในอันดับต่อไป ผมกราบเรียนท่านประธานว่าคณะกรรมาธิการที่สภาผู้แทนราษฎรตั้งขึ้นมาทั้งหมด ไม่ได้มีเฉพาะ ส.ส. วันนี้เมื่อมีการตั้งกรรมาธิการแล้ว ได้มีการตั้งที่ปรึกษาก็ดี เลขานุการ คณะกรรมาธิการก็ดี ซึ่งบุคคลเหล่านี้ถือว่าเปึนส่วนหนึ่งในคณะกรรมาธิการ สิ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานด้วยความเปึนห่วงก็คือว่าวันนี้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ได้ให้อํานาจกรรมาธิการไว้ซึ่งอาจจะมองถึงหรือมองไม่ถึงก็แล้วแต่ ผมอยากกราบเรียนว่า การทําหน้าที่ในคณะกรรมาธิการทั้งหมดไม่ได้ทําหน้าที่ผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเปึนตัวแทนของปวงชนชาวไทยอย่างเดียว แต่ได้มีการคัดเลือกบุคคลภายนอกที่เข้ามาร่วม เปึนหนึ่งในคณะกรรมาธิการด้วย ซึ่งบุคคลเหล่านี้สามารถที่จะแสดงความคิดเห็น สามารถที่จะขอให้คณะกรรมาธิการมีมาตรการหรือดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ร่วมกับคณะกรรมาธิการได้ ที่ผมเปึนห่วงท่านประธานที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่า การให้ความคุ้มครองตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้คุ้มครองรวมไปถึงคณะกรรมาธิการ นั่นหมายถึงท่านคุ้มครองรวมไปถึงบุคคลทุกคนที่คณะกรรมาธิการแต่งตั้งให้เปึนส่วนหนึ่ง ของคณะกรรมาธิการ ผมกราบเรียนแล้วก็ได้ฟังท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงหลายครั้ง ยอมรับว่ามีคณะกรรมาธิการบางคณะที่ได้ทําหน้าที่ก้าวล่วงไป ได้ทําหน้าที่อาจจะเปึน การดําเนินการสร้างความเสียหาย บางเรื่องหยิบยกมาเปึนประเด็นทางการเมือง สร้างความเสียหายให้กับบุคคลภายนอก ซึ่งท่านกรรมาธิการก็ยอมรับว่ามีอยู่จริง ในการทําหน้าที่ของกรรมาธิการ ในเมื่อกรรมาธิการยอมรับว่าอยู่จริง เราจะปล่อยให้ เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้หรือครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่จริงแม้จะเกิดขึ้นเพียงน้อยนิด แต่ถ้ากระบวนการการทําหน้าที่ ของสภาผู้แทนราษฎรจะมีส่วนในการสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน ให้กับองค์กรอื่น ๆ เราต้องทบทวนตัวเองว่าเราจะปล่อยให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น แล้วก็สร้างความเสียหายให้กับสภาผู้แทนราษฎรต่อไปอย่างที่ท่านมีความวิตกกังวล ใช่หรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า