สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๒ กันยายน ๒๕๕๓

วินัย สมพงษ์ กล่าวว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของไทย โดยเปลี่ยนจากระบอบที่มีอำนาจมากของนายกรัฐมนตรีไปสู่สังคมแบบบ่าวกับนาย และระบบราชการจะได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง ในด้านการแต่งตั้งข้าราชการจะเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย นอกจากนี้ยังให้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติในการสั่งฝ่ายบริหาร

พันเอก วินัย สมพงษ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะแสดงความคิดความเห็น แสดงความเห็นด้วย กับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ถ้าป้นี้ทั้งป้ให้ผมเลือกพิจารณากฎหมายสัก ๓ ฉบับไม่ให้มากกว่านั้น ฉบับแรกที่ผมจะขอ มีส่วนร่วมก็คือ พ.ร.บ. งบประมาณ อีกฉบับหนึ่งก็คือร่าง พ.ร.บ. สตง. ที่เพิ่งจะตกไป และอีกฉบับหนึ่งที่ผมอยากจะแสดงความคิดเห็นด้วยก็คือฉบับที่ผมกําลังอภิปราย นี่ล่ะครับ วันนี้เราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกําลังอภิปรายพาดพิงถึงบุคคลที่สาม บุคคลที่สาม ที่เราพาดพิงถึงก็คือข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานส่วนท้องถิ่น แล้วก็รวมถึงคณะรัฐมนตรี กฎหมายฉบับนี้ภาพรวมก็คือการให้อํานาจกับฝ์ายนิติบัญญัติ ซึ่งในภาพรวมของ ฝ์ายนิติบัญญัติเท่าที่ผ่านมามันก็มีความรู้สึกว่าอํานาจของฝ์ายนิติบัญญัติไม่ค่อยจะมี เท่าที่ควร ประสิทธิภาพในการที่จะทําหน้าที่ของกรรมาธิการก็ไม่ได้ดีเท่าที่ควร ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านกระผมคิดว่าจะเปึน การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของไทย โดยเฉพาะเปึนการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมือง และทางด้านสังคมในประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครองของไทย ท่านประธานครับ การเมืองของไทยนั้นเมื่อประมาณสัก เกือบ ๕๐ ป้เห็นจะได้ ในสมัยของ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ตอนนั้นมีชาวต่างประเทศ จํานวนมากที่สนใจการเมืองไทย ก็มาศึกษาการเมืองไทย มีนักรัฐศาสตร์ท่านหนึ่งชื่อว่า ศาสตราจารย์เดวิด เอวิลสัน เปึนคนอเมริกัน เปึนนักรัฐศาสตร์การเมือง สนใจการเมือง การปกครองในรัฐบาลของท่าน จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็มาแอบศึกษาการเมืองไทย พอศึกษาเสร็จไม่กล้าเขียนตํารับตําราครับ แต่ได้ไปแอบเขียนตําราอยู่ที่ฮาวาย ตําราที่เขียน ก็คือ โปลิติกส์ อิน ไทยแลนด์ (Politics in Thailand) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษครับ เพราะชื่อตําราเขาเปึนอย่างนั้น การเมืองของประเทศไทยท่านประธานครับ ตํารา การเมืองของประเทศไทยฉบับนี้นักรัฐศาสตร์ของไทยที่เรียนรัฐศาสตร์ไม่ว่าจะเรียน ในเมืองไทย หรือไปเรียนในต่างประเทศทุกคนจะได้อ่านตําราฉบับนี้ เพราะถือว่า เปึนตําราที่คลาสสิก (Classic) ที่เปึนอมตะ ที่แสดงถึงบุคลิกลักษณะของการเมืองไทย ไว้ชัดเจน เดวิด เอวิลสัน โปรเฟสเซอร์ (Professor) คนนี้ได้มองภาพการเมืองไทยว่า การเมืองไทยนั้นเปึนการเมืองแบบอมาตยาธิปไตย คือการเมืองที่มีระบบข้าราชการเปึนใหญ่ ภาษาอังกฤษเรียกว่า บิวโรเครติก โปลิตี้ (Bureaucratic polity) ท่านประธานสภาที่เคารพครับ คําพูดคํานี้ละครับเปึนคําพูดที่อมตะยังเปึนจริงอยู่ถึงทุกวันนี้ เราจะสังเกตเห็นว่า ๔๐-๕๐ ป้ ที่ผ่านมาตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบันนี้ก็ว่าได้ ระบบข้าราชการของไทยนั้นโตวันโตคืน เอาง่าย ๆ ครับ งบประมาณแผ่นดินในแต่ละป้ งบข้าราชการประจํา งบค่าใช้จ่ายประจํา มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น ๆ โดยเฉพาะป้นี้ที่เพิ่งจะผ่านไปหมาด ๆ ค่าใช้จ่ายประจําประมาณ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งค่าใช้จ่ายประจําสูงกว่ารายรับสุทธิของราชการด้วยซ้ําไป ซึ่งเปึนข้อที่ น่าห่วงใย ท่านประธานสภาที่เคารพครับนั่นคือภาพของการเมือง คือการเมืองในระบอบ ของเรานั้นมีลักษณะเปึนอมาตยาธิปไตยคือข้าราชการเปึนใหญ่ ใหญ่กว่าพรรคการเมือง ใหญ่กว่าระบอบสภาด้วยซ้ําไป ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ในทางสังคมผมบอกว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน การเมืองเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ สังคมก็เปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ สังคมไทยภาพรวมก็คือเปึนสังคมแบบบ่าวกับนาย เปึนสังคม อุปถัมภ์ มีผลต่อข้าราชการเรื่องการแต่งตั้งถอดถอน โยกย้าย ระบบคุณธรรมในเรื่องอย่างนี้ เรายังย่อหย่อนมาก เพราะระบบสังคมเราเปึนระบบสังคมแบบอุปถัมภ์ ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ เมื่อระบบราชการมีความสําคัญอย่างยิ่งยวดอย่างนี้ รัฐบาลหลาย ๆ รัฐบาล ที่ผ่านมา ๔-๕ รัฐบาล ย้อนหลังไปตั้งแต่รัฐบาลนี้ ทุกรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะปฏิรูประบบราชการให้มีประสิทธิภาพ ให้มันดีขึ้น ให้มันเล็กลง แต่มีคุณภาพมากขึ้น ผมกราบเรียนว่าเปึนความตั้งใจดีของ หลาย ๆ รัฐบาล แต่ความพยายามที่จะปฏิรูประบบราชการของทุกรัฐบาลที่ผ่านมานั้น ประสบกับความล้มเหลวมาโดยตลอดครับ เพราะองค์กรไหนก็ไปแตะระบบราชการไม่ได้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมจึงบอกว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านออกไปได้มันจะมี ความสําคัญยิ่งกว่าการปฏิรูประบบราชการ จะมีความสําคัญยิ่งกว่า ป.ป.ช. ยิ่งกว่า สตง. อีก เพราะถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ระบบราชการ จะได้รับการตรวจสอบทุกแง่ทุกมุมในเรื่องการต่อต้านการปราบปรามการคอร์รัปชัน ในสภาของเรา การตรวจสอบการคอร์รัปชันจะมีเปึนเรื่องเปึนราวจริงจังป้หนึ่งก็หนเดียว คือตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจเปึนจริงเปึนจังมาก แต่ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน การตรวจสอบ การทุจริต โกงกิน คอร์รัปชันในระบบราชการจะมีตลอดเวลาทั้งป้

ประเด็นที่ ๒ ที่จะเปึนการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่เปึนประวัติศาสตร์ก็คือ ระบบคุณธรรมในการแต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้ายข้าราชการ ท่านประธานสภาครับ เปึนที่กล่าวขวัญ เปึนที่ครหานินทากันโดยทั่วไปว่าการแต่งตั้งในระบบราชการของเรานั้น ยังไม่เปึนระบบคุณธรรม ยังมีการวิ่งเต้นเล่นพรรคเล่นพวก แต่ถ้าเผื่อกฎหมายฉบับนี้ ผ่านกรรมาธิการและ ส.ส. จะเปึนผู้ตรวจสอบ ซึ่งจะเปึนการตรวจสอบที่ตลอดเวลา และทุกแง่ทุกมุม

ประเด็นที่ ๓ ที่บ้านเมืองเราจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นเด่นชัดเจน นอกจากการต่อต้านการคอร์รัปชัน การแต่งตั้ง การถอดถอน การโยกย้าย ได้รับการตรวจสอบ ข้อที่ ๓ ก็คือการปฏิบัติตามกฎหมายครับ สังคมไทยนี้แปลก สภาเรานี่ออกกฎหมาย ป้หนึ่งไม่รู้กี่ฉบับ แต่การปฏิบัติตามกฎหมายไม่ค่อยได้กระทํากัน ออกกฎหมายไป แต่ปฏิบัติตามกฎหมายนั้นปล่อยทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เปึนจุดอ่อน แต่ถ้าเผื่อกฎหมายฉบับนี้ผ่าน กระผมมีความมั่นใจว่าการบังคับให้เปึนไปตามกฎหมายนั้นจะได้ผลมากขึ้น เพราะ ส.ส. จะช่วยกันตรวจสอบ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เมื่อมีการให้อํานาจกับฝ์ายนิติบัญญัติ มากขึ้น ๆ อย่างนี้ กระผมก็มีความเปึนห่วงเปึนใยอยู่ประเด็นหนึ่งคณะกรรมาธิการเรา วันนี้มี ๓๕ คณะ คณะกรรมาธิการวิสามัญอีกเปึน ๑๐๐ คณะ ถ้าเผื่อมีการออกคําสั่ง เรียกข้าราชการประจํา รัฐวิสาหกิจ หรือแม้กระทั่งรัฐมนตรีมา ผู้ที่ถูกเรียก บุรุษที่ ๓ นี่จะสู้ไหวไหม ทนไหวไหม เพราะมีหลายคณะ

อันที่ ๒ ครับ กระผมอยากจะกราบเรียนให้ข้อคิดเห็นว่าเมื่อให้อํานาจกับ ฝ์ายนิติบัญญัติในการที่จะเรียกฝ์ายบริหารมาซักไซ้ไล่เลียง มีความจําเปึนอย่างยิ่งที่ ฝ์ายนิติบัญญัติจะต้องมีคุณธรรม ไม่เรียกเขามาเพื่อเฉ่ง ไม่เรียกเขามาเพื่อกลั่นแกล้ง ถ้าเรามีคุณธรรม มีการถ่วงดุลกันระหว่างฝ์ายบริหารกับฝ์ายนิติบัญญัติ ผมมีความมั่นใจว่า กฎหมายฉบับนี้เมื่อออกไปแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมไทย และจะเปึน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมืองทางสังคมไทยอย่างมากที่สุดเปึนประวัติการณ์ กระผมจึงใคร่ขอแสดงความเห็นว่าผมเห็นด้วยที่อยากจะให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน เมื่อผ่านแล้ว จะปรับปรุงตรงไหนอย่างไรเพื่อให้มันเหมาะมันสมก็ว่ากันไป กระผมก็ขอเสนอแนะ แต่เพียงเท่านี้ครับ ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ