ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย หารือเรื่องสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดตั้งสถาบันนี้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในหมวด ๖/๑ มาตรา ๕๑/๑ ท่านประธานครับ ว่าด้วยสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน กระผมได้กราบเรียนท่านประธานไปเบื้องต้นในคราวพิจารณาในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในครั้งก่อนครับว่าผมได้แปรญัตติเอาไว้ เพิ่มหมวด ๖/๑ ขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของสถาบัน แต่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานโดยหลักการ ความเห็นของผมกับ กรรมาธิการจึงมีความเห็นต่างกันในเรื่องของกระบวนการและวิธีการที่จะได้มาซึ่งสถาบัน ก็ขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายเพื่อเน้นย้ําและเห็นความสําคัญในเรื่องนี้นะครับ ถึงแม้ว่าสภาแห่งนี้จะไม่ได้เห็นความสําคัญที่ผมได้นําเสนอนั้นเปึนการนําเสนอร่าง แล้วก็ แปรญัตติเอาไว้ในร่างนะครับ แต่ว่าถ้อยคําการอภิปรายของผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ ในโอกาสต่อไปในการที่จะพัฒนาเรื่องสถาบัน ท่านประธานที่เคารพครับ เจตนารมณ์ของ กรรมาธิการอยากให้มีสถาบันเกิดขึ้นในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเปึน ร่างพระราชบัญญัติที่ว่าด้วยความปลอดภัย เรื่องที่ ๑ คือความปลอดภัย เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องด้านสุขภาพ เปึนเรื่องสุขภาพเกี่ยวกับอาชีวอนามัยคือเกี่ยวกับด้านการประกอบ อาชีพ สุขภาพกับการประกอบอาชีพ แล้วเรื่องของสภาพแวดล้อมในการทํางาน ๓ เรื่องนี่ เปึนเรื่องสําคัญ แล้วก็มีความซับซ้อนของกระบวนการการทํางาน มีความซับซ้อนของผู้ที่ มีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเปึนภาคแรงงาน ภาคนายจ้าง แล้วก็ภาคของผู้ที่จะเข้าไปดูแลควบคุม กํากับ ทั้ง ๓ ส่วนนี้จะต้องมีความเห็น จะต้องมีมิติในการทํางานที่เปึนประโยชน์ ต่อทุกฝ์าย เจตนารมณ์การมีสถาบันของคณะกรรมาธิการ ผมได้กราบเรียนด้วยความเคารพว่า ถ้าไม่ได้เปึนไปตามร่างที่ผมเสนอผมก็เห็นด้วยกับที่คณะกรรมาธิการเสนอเข้ามา เพราะอย่างน้อยมีสถาบันเกิดขึ้นในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งร่างเดิมไม่มี ร่างเดิมที่ คณะรัฐมนตรีเสนอมาไม่มี มีคําว่า สถาบัน แต่ว่าเปึนสถาบันความปลอดภัยในการทํางาน ใช้ชื่อว่า สถาบันความปลอดภัยในการทํางาน ซึ่งคณะกรรมาธิการเองก็เปลี่ยนแปลงจาก ตรงนั้นให้มาเปึนสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน ซึ่งจะมีความหมาย มีวัตถุประสงค์ที่ครอบคลุมกว่าทั้ง ๓ มิติ อันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ ประเด็นที่กราบเรียนท่านประธานก็คือว่าในคราวการพิจารณาในช่วงที่ผ่านมาสมาชิก ติดใจว่าความเปึนสถาบัน ถ้าจัดตั้งตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชนโดยฝ์ายบริหาร ออกเปึนพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้นมา เพื่อนสมาชิกมีความเปึนห่วงอยู่หลายเรื่องนะครับ เช่น เรื่องวัตถุประสงค์การดําเนินงาน อํานาจหน้าที่ ตัวองค์กรคณะกรรมการ แม้กระทั่ง เรื่องของผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนผลประโยชน์โดยรวมหรือผลประโยชน์ส่วนตัว เช่น อัตราเงินเดือน ค่าจ้างก็เปึนเหตุให้สภาแห่งนี้ได้ร้องขอให้คณะกรรมาธิการได้ถอน ร่างนี้ออกไป เพื่อไปพัฒนา ไปปรับปรุงใหม่และนําเสนอเข้ามาใหม่ ซึ่งตอนนั้นเราเอง ก็ถือว่าวิธีการแบบนี้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาของสภา ทําได้ ท่านประธานครับ นี่คือ ตัวอย่างการพิจารณาในสภา ทําไมร่างกฎหมายฉบับนี้ถึงถอนออกไปครับ ทําไมใช้คําว่า ถอน เพราะว่ามันอยู่ในกระบวนการของการพิจารณา ทําไมไม่ใช้คําอื่นครับ ทําไมไม่เลื่อน พิจารณาเราถกเถียงกันเยอะมากในวันนั้นนะครับท่านประธาน ผมเท้าความนิดเดียวครับ ถ้าเลื่อนพิจารณาเอาเรื่องอื่นมาแทรกกฎหมายฉบับนี้ตกทันทีเลย เพราะกฎหมายฉบับนี้ ค้างอยู่ในสภา เลื่อนไปค้างอยู่นะครับ เอาเรื่องอื่นเข้ามาใส่ ๆ เข้าไป กฎหมายฉบับนี้ ตกด้วยข้อบังคับ และนี่ก็เปึนเหตุให้ผมพยายามที่จะต่อสู้กับท่านประธานตลอดว่าอะไร ที่มันอยู่ในข้อบังคับพยายามทําให้ถูกต้อง เรื่องที่พิจารณาค้างไว้ถ้าไม่พร้อมจะพิจารณา ก็ถอนออกไปก่อน โดยกระบวนการก็แค่นั้นโดยอาศัยมติของสภา เปลี่ยนชื่อคําว่า ถอน กับ เลื่อน ความหมายต่างกันลิบลับเลย อย่างเรื่องเมื่อสักครู่นะครับ ผมยกตัวอย่างนะครับ ถึงไม่เกี่ยวกับประเด็นนี้ แต่ผมเท้าความให้เห็นว่าเรื่องเมื่อสักครู่พิจารณายังไม่แล้วเสร็จ คณะกรรมาธิการรายงานจะต้องมาฟังในวันนี้ต่อ แต่อยู่ ๆ สมาชิกก็บอกว่าขอให้เลื่อนไปก่อน ทั้ง ๆ ที่ญัตตินั้นพิจารณาค้างอยู่ในสภา ผมไม่แน่ใจว่าตกไปหรือไม่นะครับ แต่ว่าผมยังต้อง ต่อสู้ เพราะว่าสมาชิกหลายท่านบอกว่าผมนําเสนอไปแล้วความเห็นผมอาจจะเปึน ความเห็นที่ไม่ถูกต้อง สิ่งสําคัญที่สุดศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยครับ กระบวนการอย่างนี้ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ เพราะว่าวิธีการที่จะได้มาซึ่งสถาบัน ถ้าจะเขียนในกฎหมายฉบับนี้ความเปึนไปได้มีวิธีการเดียว ที่ดีที่สุดก็คือไปเปึนองค์การมหาชนตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามกฎหมายองค์การ มหาชนที่เปึนกฎหมายแม่ วิธีการอื่นทําได้ไหมที่จะจัดตั้งองค์กรลักษณะพิเศษแบบนี้ ขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ องค์กรที่จัดตั้งขึ้นมาตรงนี้ต้องยอมรับว่ามันเปึนองค์กร ภายใต้การกํากับของรัฐ มันเปึนหน่วยงานของรัฐครับ เปึนองค์กรภายใต้การกํากับของรัฐ คณะกรรมาธิการเรา ผมเองในฐานะเปึนกรรมาธิการด้วยนะครับ เราพิจารณา รอบด้านครับว่าจะเปึนส่วนราชการได้หรือไม่ จะเปึนรัฐวิสาหกิจได้ไหม เปึนองค์การ มหาชนได้หรือไม่ หรือเปึนองค์กรชนิดพิเศษที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย องค์กรภายใต้ การกํากับของรัฐมี ๔ ประเภทท่านประธานครับ เลือกแล้วเปึนส่วนราชการก็ไม่ได้ เปึนรัฐวิสาหกิจก็ไม่ได้เพราะแสวงหากําไร เปึนองค์กรพิเศษรูปแบบอื่นได้ไหม ถ้าเปึนได้ ต้องเขียนไว้ในกฎหมายต้องบัญญัติใหม่ เขียนใหม่ เปึนกฎหมายว่าด้วยสถาบันส่งเสริม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมการทํางาน เหมือนร่างของเพื่อนสมาชิก เช่นท่านสถาพร ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เขียนขอบเขตอํานาจหน้าที่ วัตถุประสงค์ ใส่เข้าไป ทั้งหมดเลย ต้องเขียนไว้ในกฎหมายเปึนลักษณะที่เปึนองค์กรพิเศษมีลักษณะพิเศษไป แต่ว่าร่างเดิมที่เขียนมาไม่ได้เขียนมาอย่างนั้น แล้วที่สําคัญคือภารกิจอํานาจหน้าที่ ถ้าจะทําอย่างนั้นต้องแยกให้ออกเลยว่าไม่ซ้ําซ้อนกับหน่วยงานเดิมที่เปึนส่วนราชการ ท่านประธานที่เคารพครับ หน่วยงานเดิมกระทรวงแรงงานกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปึนผู้ดูแลอยู่ ในร่างเดิมมีสถาบันว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานไว้ในกรมนี้ เพื่อมาดูแล แต่ว่ากรรมาธิการเปลี่ยนไปเปึน สํานัก เรียบร้อยนะครับ ให้อยู่สํานักเดิมไป ในการขึ้นทะเบียนอะไรต่าง ๆ แล้วจัดตั้งสถาบันนี้ขึ้นมาเปึนสถาบันเรื่องวิชาการครับ เพราะต้องการแยกวัตถุประสงค์ เปึนเรื่องวิชาการ มีหน้าที่สนับสนุนส่งเสริม มันเลย สามารถทําเปึนองค์การมหาชนได้ องค์การมหาชนมีเพื่อนสมาชิกติดใจว่าจะเปึน การแสวงหากําไร ทําเงินเดือน ทําอะไรได้ตามอําเภอใจได้หรือไม่ ท่านประธานครับ มีกฎหมายแม่อยู่ และสิ่งที่สําคัญที่สุดคือองค์การมหาชนเปึนหน่วยงานของรัฐภายใต้ กํากับของรัฐมนตรีที่จัดตั้งขึ้นเพื่อไม่แสวงหากําไร อันนี้สําคัญที่สุดเลยครับไม่แสวงหากําไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่เพื่อนสมาชิกคลางแคลงว่าจะต้องใช้งบประมาณในการดําเนินการ ค่อนข้างมากหรือใช้งบประมาณในการทํากิจกรรมค่อนข้างมาก ข้อนั้นไม่ต้องห่วงครับ เพราะเขียนไว้ในวัตถุประสงค์ เขียนไว้ในกรอบอํานาจหน้าที่อยู่แล้ว เงินก็มาจากกองทุน ส่วนหนึ่งที่เราตั้งไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมคาดหวัง เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชนขึ้นตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชนแล้ว ที่เราเขียนในบทเฉพาะกาลไว้หรือข้อสังเกตไว้ สิ่งที่คาดหวังว่าเมื่อใช้กฎหมายฉบับนี้ไป ถ้าสถาบันนี้สามารถสนับสนุนส่งเสริม และเปึนองค์กรที่สามารถช่วยเหลือพี่น้องที่เปึน แรงงาน พี่น้องที่เปึนนายจ้าง ผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐในการกํากับดูแล ให้องค์กรเหล่านี้มีประสิทธิภาพ ผมฝากความหวังสภาแห่งนี้จะได้ช่วยพิจารณาต่อไปว่า ควรจะไปแก้กฎหมายเขียนเรื่องสถาบันแยกไว้ต่างหากเลย แบ่งงานออกไปจาก กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานออกไปเลยครับ ให้สถาบันเขาไปดูแลทั้งหมด ก็เปึนหน่วยงานรัฐขึ้นมาหน่วยงานหนึ่งที่จะมีความคล่องตัวในการบริหาร วัตถุประสงค์ การตั้งองค์กรหรือเปึนองค์การมหาชนสิ่งที่สําคัญที่สุดคือความคล่องตัวครับ ความคล่องตัว ความเปึนอิสระในการบริหาร ถ้าไปยึดติดกับภาคราชการกว่าขั้นตอนต่าง ๆ จะดําเนินการ นักวิชาการเขาพูดว่ามันเชื่องช้า ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษครับท่านประธาน เขาบอกว่า เรด เทป (Red tape) เทปมันยืด เขาเลยมีองค์กรเหล่านี้มาตอบสนอง เพราะฉะนั้นกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าสมมุติมีโอกาสต่อไปควรจะแก้แยกให้มีสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเขียนออกมาในโอกาสต่อไปและให้พี่น้อง เขามีโอกาสมามีส่วนร่วมลักษณะไตรภาคีและให้ประโยชน์ทุกฝ์ายนะครับ ทั้งฝ์ายรัฐ ในฐานะผู้กํากับดูแล ฝ์ายนายจ้าง ผู้ประกอบการที่จะต้องรับผิดชอบ ฝ์ายลูกจ้างที่ต้องมี ภาระหน้าที่ตามกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างของผมคงไม่ได้รับ การพิจารณาแน่นอนผมรู้ แต่สิ่งที่ฝากหวังไว้ในอนาคตต่อไปก็จะพยายามผลักดัน เพื่อเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ