บรรพต ตันธีรวงศ์ หารือความเหมาะสมในการจัดตั้งหน่วยงานเป็นองค์กรมหาชน โดยชี้ว่ายังขาดผลการศึกษาและเหตุผลรองรับที่ชัดเจน รวมถึงกังวลเรื่องความเป็นกลางและการแสวงหากำไร จึงเสนอให้พิจารณาเปลี่ยนรูปแบบเป็นหน่วยงานธุรการของรัฐแทน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้แรงงานและผู้ประกอบการอย่างรอบคอบ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ กรรมาธิการวิสามัญผู้ขอสงวนคําแปรญัตติ ในมาตรานี้นะครับ ก่อนอื่นผมอยากจะขอเท้าความในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในครั้งสุดท้ายเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้สักเล็กน้อยว่าสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้ กรรมาธิการกลับไปพิจารณาในหมวด ๖/๑ เสียใหม่ ซึ่งเสนอเข้ามาว่า ว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน เปึนองค์การ มหาชน ซึ่งก็มีสมาชิกหลายท่านได้ท้วงติงท่านก็เห็นถึงความไม่เหมาะสมและจะก่อให้เกิด ค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจําเปึน อีกทั้งไม่เหมาะกับเนื้องานของสถาบันนี้หากจะมีขึ้นมา ผมเอง ก็เข้าใจว่าคล้าย ๆ กับสภาจะให้ความเห็นเปึนมติว่าให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ไปพิจารณา ให้สถานภาพของสถาบันนี้เปึนสถานภาพอย่างอื่นไม่ใช่องค์การมหาชน ความเข้าใจของ ผมเปึนอย่างนั้นนะครับ และจากการที่เข้าประชุมผมก็เห็นแนวโน้มว่ากรรมาธิการก็จะ พิจารณาในลักษณะเช่นนั้น แต่วันนี้ก็รู้สึกแปลกใจที่ร่างแก้ไขสุดท้ายของคณะกรรมาธิการ ที่นํามาเสนอต่อสภาในวันนี้ก็ยังเปึนองค์การมหาชนอยู่ ซึ่งก็ต้องตั้งคําถามละครับ ท่านมีตัวแทนของผู้เชี่ยวชาญทางด้าน ก.พ.ร. มานั่งอยู่ด้วย ผมก็ต้องขอคําอธิบายละครับ แล้วก่อนจะถึงคําอธิบายในเชิงวิชาการของหลักการหรือปรัชญาของการจัดตั้งองค์การมหาชน ก็ต้องถามท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เห็นด้วยว่า ยังให้เปึนองค์การมหาชนอยู่ว่าท่านมีปรัชญาแนวคิดหรือเหตุผลอย่างไรที่จะให้เปึน องค์การมหาชน ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเวลาประชุมแล้วผมก็ถามเสมอว่าถ้าจะเปึน องค์การมหาชนนี่มันเปึนเรื่องใหญ่ อยากทราบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้มีการศึกษา วิเคราะห์ถึงข้อดีข้อเสียความถูกต้องเหมาะสมมากน้อยเพียงไร มีผลการศึกษามาให้ดูไหม ผมก็เรียกร้องหลายครั้งแต่ก็ไม่มีครับ มันก็เลยกลายเปึนว่าผมไม่สามารถจะเข้าใจ เปึนอย่างอื่นได้ว่าอันนี้เปึนความรู้สึกของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเท่านั้น ที่อยากจะให้สถาบันนี้เปึนองค์การมหาชน เปึนแค่ความรู้สึกแต่ว่าไม่มีเหตุผลการศึกษา ความเปึนไปได้หรือความเหมาะสมมารองรับเลยแต่ประการใด สิ่งอย่างนี้ผมคิดว่า มันเปึนอันตรายนะครับว่ามันเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน หรือเปล่า ผมรับฟังครับ คือรับฟังท่านประธานครับ รับฟังว่าถ้ามีเหตุมีผลความเหมาะสม ความเปึนไปได้ความคุ้มค่าและเปึนประโยชน์แก่สังคมประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้ แรงงาน ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยอมรับได้ครับ แต่ก็ปรากฏว่า หาผลการศึกษานั้นไม่เจอเลย อันนี้คือความรู้สึกแรกนะครับที่ผมเปึนห่วง ถึงแม้จะรู้ว่า คําอภิปรายของผมและเพื่อนสมาชิกที่ไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งองค์การมหาชนจะไม่ค่อยมีน้ําหนัก ณ เวลานี้แล้วก็ตาม แต่อยากจะเปึนข้อท้วงติงให้เผื่อว่าคณะกรรมาธิการจะได้ตระหนัก แล้วก็ขออภัยอาจจะต้องใช้ถ้อยคําแรงหน่อยนะครับ มีจิตสํานึกว่าการที่เราจะทําอะไร สักอย่างให้เปึนเรื่องที่ก้าวกระโดดออกไปมันจําเปึนครับที่จะต้องมีการศึกษามาล่วงหน้าก่อน ไม่ใช่ใช้แค่ความรู้สึกครับ
เหตุผลอีกประการหนึ่งครับ ถ้าท่านไปอ่านมติ ครม. ที่ว่าด้วยการจัดตั้ง หน่วยงานต่าง ๆ ว่าตั้งแต่เปึนส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือว่าหน่วยงาน พิเศษนั้น ถ้าจะเปึนองค์การมหาชนขอให้ท่านนึกถึงประวัติความเปึนมาของกฎหมาย ฉบับนี้สักหน่อยนะครับ ร่างของรัฐบาลที่เสนอมานอกจากไม่มีตัวสถาบันนี้แล้วนะครับ ยังไม่ได้กล่าวถึงเลยว่าอยากจะให้มีองค์การมหาชนอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ แม้แต่จะไปออกพระราชกฤษฎีกาขึ้นมารองรับก็ตาม และในเกณฑ์จัดตั้งองค์การมหาชน ในมติ ครม. ฉบับนั้นบอกว่ากระทรวงที่จะจัดตั้งองค์การมหาชนนั้นจะต้องเสนอเรื่องให้ ก.พ.ร. พิจารณาเสียก่อน เพื่อ ก.พ.ร. จะได้ไปให้ความเห็นต่อรัฐบาลในการที่จะเห็นว่า ควรจะจัดตั้งเปึนองค์การมหาชนหรือไม่ อันนี้ไม่มีครับ อยู่ ๆ ก็พรวดพราดเข้ามาอยู่ใน กฎหมายฉบับนี้เลย ผมถามว่ารัฐบาลเห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้แล้วหรือยัง เพราะว่า ถ้าเปึนองค์การมหาชน จริงอยู่ครับอาจจะไม่ได้แสวงหากําไร แต่รัฐบาลต้องลงทุนให้ครับ แล้วกิจการที่จะเปึนองค์การมหาชนมันเหมาะสมกับเนื้องานของสถาบันความปลอดภัยนี้ หรือไม่ อันนี้ยังไม่มีใครให้คําตอบเลยครับ ผลการศึกษามีไหม ก็ไม่มีครับ ผมไม่ได้ค้าน แต่ขอด้วยเหตุด้วยผลให้เกิดความรอบคอบถี่ถ้วน อย่างนั้นผมคิดว่าน่าจะถูกต้องมากกว่า เพราะมิฉะนั้นแล้วถ้าออกไปเปึนกฎหมายผมคิดว่าจริงอยู่ครับองค์การมหาชน มีหลักเกณฑ์อยู่ในมติ ครม. แล้วก็ทางด้านวิชาการเกี่ยวกับเรื่องของการจัดตั้ง องค์การมหาชนว่าจะไม่มีการแสวงหากําไร อาจจะเปึนงานบริการหรืองานวิชาการ อะไรก็แล้วแต่ จัดตั้งเปึนองค์การมหาชนได้นะครับ แต่ในประวัติความเปึนมานี่ครับ ท่านแน่ใจหรือครับว่าตั้งเปึนองค์การมหาชนแล้วผู้บริหารขององค์การมหาชนจะไม่ไป แสวงหากําไร มีอะไรบังคับไว้ไหมครับ มีใครตรวจสอบไหมครับ ผู้บริหารชุดแรกอาจจะ เปึนอย่างนั้น ชุดต่อ ๆ ไปจะมั่นใจได้อย่างไรครับว่าเขาไม่ต้องการผลตอบแทนจาก การทํางานนี้มากกว่า เพราะฉะนั้นเขาก็จําเปึนต้องไปหากิจการของสถาบันนี้เพื่อที่จะ แสวงหากําไร อันนี้คงเปึนไปตามธรรมชาติ ผมคิดว่ามันต้องรอบคอบครับ ไม่ใช่แค่ ความรู้สึก อยากให้มีผลการศึกษาเสียก่อนแล้วค่อยมาตัดสินว่าควรจะเปึนอะไร เพราะฉะนั้นในจุดนี้ผมคิดว่าอย่างนี้นะครับ ถ้าเราไม่แน่ใจว่าจะเปึนองค์การมหาชน แล้วจะเปึนอะไรที่จะทําให้สถาบันนี้ทํางานได้อย่างเปึนกลาง อิสระ เสริมงานวิชาการ และงานบริการแก่คณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัย ซึ่งมีกองทุนมารองรับอยู่แล้ว ผมอยากจะให้แนวคิดว่า ๒ องค์กรนี้ควรจะทํางานเสริมกันร่วมมือกัน เพื่อความปลอดภัย ผู้ใช้แรงงานและอํานวยความสะดวกที่ถูกต้องเหมาะสมให้แก่ผู้ประกอบการ นายจ้าง รวมทั้งใช้วิชาการที่เหมาะสมด้วย แล้วผมก็ยังได้เสนออีกว่าควรจะเน้นงานการให้บริการด้วย เพราะว่าโรคที่เกิดจากการทํางานมีมากมาย และยังไม่มีสถาบันใดหรือหน่วยงานใด ที่จะออกมาชี้ขาดว่าผู้ใช้แรงงานนั้นเปึนโรคแล้วเกิดจากการทํางานหรือไม่ ไม่มีครับ เพียงแต่เปึนเหตุผลของผู้ทรงคุณวุฒิ ของนักวิชาการเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นอันนี้ ก็เปึนปัญหาที่ว่าเวลาขึ้นศาลแล้ว ก็แล้วแต่ศาลจะพิจารณาว่าจะฟังเหตุผลของ ผู้ทรงคุณวุฒิมากน้อยแค่ไหน ผมอยากเห็นสถาบันว่าด้วยความปลอดภัยเปึนสถาบัน ที่มีผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงในวิชาการทุก ๆ ด้าน รวมทั้งเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจาก การทํางานด้วย มิฉะนั้นเราก็จะเกิดปัญหามาตลอดนะครับ การประท้วง ความอึดอัด ของผู้ประกอบการ การเสียประโยชน์ ข้อมูลที่ไม่ชัดเจนของผู้ที่รับผลกระทบคือ ผู้ใช้แรงงาน มันจะมีปัญหาอย่างนี้ตลอด เมื่อจะออกกฎหมายทั้งทีเราจะต้องช่วยกัน ปัองกันแล้วแก้ไขปัญหานี้ด้วย จึงคุ้มค่าแก่การที่จะออกกฎหมาย กฎหมายไม่ใช่เข้าสภาง่าย ๆ นะครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าถ้ายังไม่แน่ใจและมีเหตุผลทางด้านวิชาการ และความเปึนไปได้ ความเหมาะสม รองรับที่จะให้สถาบันนี้เปึนองค์การมหาชน อยากจะขออนุญาตเสนอแนะท่านกรรมาธิการ เสียงข้างมากลองคิดพิจารณาสักนิดหนึ่ง ถึงแม้ว่าผมคิดว่าความหวังอาจจะริบหรี่ก็ตาม เพราะว่าเร่งเหลือเกินที่จะทําให้กฎหมายฉบับนี้ออกมา ทุกคนมีความหวังดีต่อการที่จะ ให้มีกฎหมายฉบับนี้ว่าด้วยความปลอดภัย สําคัญ ไม่มีใครที่จะมาเตะถ่วงคัดค้าน แต่ขอให้มีความรอบคอบ ไม่ใช่ทําขึ้นมาแล้ว แล้วก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งนั้นได้ผลประโยชน์ โดยที่คนกลุ่มใหญ่นั้นก็ไม่ทันจะรู้ตัว แล้วรู้ตัวมันก็สายไปเสียแล้ว ดังนั้นผมไม่ใช่ว่า จะท้วงติงว่ามันยังไม่มีเหตุผล การศึกษาวิจัยที่จะให้เปึนองค์การมหาชนมารองรับ ถ้ามีเหตุผลผมรับได้ แต่ตอนนี้ต้องบอกว่าไม่มีครับ ไม่ได้คัดค้าน เมื่อเปึนเช่นนี้ละครับ กฎหมายเข้ามาถึง ณ วันนี้แล้วผมคิดว่าอย่างนี้ว่ารูปแบบของหน่วยงานที่น่าจะเปึน อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่จําเปึนต้องเปึนองค์การมหาชน เขาเรียกว่า หน่วยธุรการขององค์กร ของรัฐที่ทําหน้าที่ให้บริการ ผมถือว่านี่คือการให้บริการวิชาการ ให้บริการทางด้าน การวินิจฉัยตรวจรักษาอะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ ซึ่งจะต้องไปทํางานวิจัยต่ออีกนะครับ ผมคิดว่าน่าจะเข้ากับตรงนี้ได้ แล้วมันไม่เสี่ยงนะครับ แล้วก็ไม่ข้ามฝ์ายบริหาร เขาไป ก.พ.ร. ก็ยังไม่ได้ผ่านเลยนะครับ ครม. ก็ยังไม่รู้เรื่องเลยจะให้เปึนองค์การมหาชน มีมติ ครม. หรือยังที่จะให้หน่วยงานนี้เปึนองค์การมหาชน ออกกฎหมายทันทีเลย แบบนี้ ผมคิดว่ามันอาจจะทําให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นทางออกอยากจะ เสนอให้พิจารณานะครับ ถึงแม้ว่าผมจะเปึนเสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วยในขณะนี้ เท่านั้นนะครับ เพราะข้อมูลยังไม่เพียงพอที่จะให้เปึนองค์การมหาชน หน่วยธุรการ ถ้าเปึนหน่วยธุรการขององค์การของรัฐที่ทําหน้าที่ให้บริการน่าจะเหมาะสม เพราะว่า เขามีอิสระเปึนกลางได้ อิสระได้ ฝ์ายบริหารก็ดีหรือว่าฝ์ายการเมืองก็ดี ไม่สามารถ ที่จะมาก้าวล่วงการทําหน้าที่ของเขาได้ ซึ่งก็เหมาะสําหรับสถาบันเพราะเปึนงานวิชาการ และเปึนงานบริการ ซึ่งอาจจะต้องไปกระทบกับเรื่องของการวินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับโรคภัย ไข้เจ็บ หรือมาตรฐานที่จะให้การรับรองต่าง ๆ มีอยู่ยุคสมัยหนึ่งครับ ผมเคยทํางาน ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีความคิดเหมือนกันว่ามัน เรด เทป มันไม่คล่องตัว ในการออกใบอนุญาตอะไรต่าง ๆ ให้กับผู้ที่มายื่นขอใบอนุญาตหรืออะไรต่าง ๆ ก็ตาม แล้วอยากจะให้เปึนหน่วยงานอิสระทํานององค์การมหาชนนี่ละครับ ปรากฏว่ามันขัดกฎหมาย เพราะว่าคนที่จะมีหน้าที่ในการที่จะอนุญาตอนุมัติอะไรต่าง ๆ นั้นให้เปึนเอกสารที่ถูกต้อง ตามราชการและตามกฎหมายนั้นจะต้องเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้น เจ้าหน้าที่ของ องค์การอิสระไม่สามารถทําหน้าที่ตรงนี้ได้ มันขัดตรงนี้ครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอันนี้ จะนําไปสู่เรื่องของการกําหนดอํานาจหน้าที่ขององค์การมหาชนที่ท่านอยากจะให้เปึน ตรงนี้ ถ้าต่อไปจะมีอย่างนี้มันจะขัดกับกฎหมายหรือไม่ ย้อนกลับมาอีกทีว่าทําไม ผมอยากจะให้เปึนยังไม่ต้องเปึนองค์การมหาชน แต่เปึนหน่วยธุรการในองค์การของรัฐ ที่ทําหน้าที่ให้บริการ เพราะว่าเขาสามารถที่จะเปึนอิสระจากฝ์ายบริหารฝ์ายการเมืองได้ ในการทําหน้าที่วิชาการ หรือบริการที่จําเปึนต้องใช้วิชาการในระดับสูง มันเหมาะสําหรับ การเริ่มต้นกําหนดสถานภาพของสถาบันนี้เปึนเบื้องต้นก่อน แล้วถ้าเกิดว่าท่านอยากให้ เปึนองค์การมหาชน กฎหมายมันแก้ได้ครับอย่าพรวดพราดเลยครับ อีกทั้งว่าถ้าเปึน หน่วยงานอิสระภายใต้กํากับของรัฐมนตรีนี่นะครับซึ่งก็มีหน้าที่แค่กํากับการ ไม่ได้มีหน้าที่ มาเกี่ยวกับเรื่องของการเปึนผู้บังคับบัญชาหรือทําหน้าที่บริหารนะครับ กองทุนก็ไม่จําเปึนต้องไปตั้งครับ ไม่ต้องไปขอจากรัฐบาลตั้งเปึนกองทุนในองค์การมหาชน เพื่อที่จะมาบริหาร ท่านอาจจะเรียกว่ากองทุนหรือไม่ใช่กองทุนก็แล้วแต่ แต่ก็ต้องมีเงินทุน ตรงนี้ที่จะมาทํางาน เพราะมีกองทุนของคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยอยู่แล้ว แล้วถ้าจําไม่ผิดกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ได้แก้ให้หน้าที่หนึ่งของคณะกรรมการว่าด้วย ความปลอดภัยอันนี้ว่ามีหน้าที่จะต้องสนับสนุนงบประมาณในการดําเนินการของสถาบัน ว่าด้วยความปลอดภัยด้วย เปึนความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างมากเอง แล้วก็ผ่าน การพิจารณาของสภาไปแล้ว ตรงนี้เปึนจุดเชื่อมว่ามันไม่จําเปึนที่จะต้องออกไปเปึน องค์การมหาชนทันที เปึนหน่วยงานอิสระภายใต้กํากับของรัฐมนตรี งบประมาณก็มี เพราะว่าคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยซึ่งมีกองทุนนี้จะต้องมีหน้าที่พิจารณา ให้เงินงบประมาณสนับสนุนในการทํางานของหน่วยงานอิสระนี้ หลักการผมมีอย่างนี้ครับ ผมไม่อยากจะไปคิดในลักษณะที่ว่าในแง่ของข้อกฎหมายว่ามันเปึนไปได้ เพราะฉะนั้น ทําได้เลย ผมอยากจะให้ตระหนักและมีจิตสํานึกถึงเรื่องของว่ามันถูกต้องเหมาะสม ต่อกาลเวลาแล้วหรือยังเปึนห่วงในจุดนี้ครับ แต่ก็รู้ว่าคงจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลง อะไรได้ ขออนุญาตให้ข้อเสนอแนะว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากที่พิจารณาในขณะนี้ ท่านใช้ความรู้สึกหรือว่าใช้เหตุผลทางวิชาการที่มีการศึกษาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าสถาบันนี้ ควรจะเปึนองค์การมหาชน ขอบพระคุณมากครับ