วิรัตน์ กัลยาศิริ หารือเรื่องการออกกฎหมายนี้ ซึ่งเป็นกฎที่สำคัญ และมีหลายประเด็นที่ต้องมีการพูดคุยกัน วิรัตน์ กัลยาศิริ เสนอแนะการแก้ไขมาตรา 135 รัฐธรรมนูญ เพื่อให้กฎหมายเดินไปได้ด้วยความเคารพและความจริง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับแก้รายละเอียดเพื่อให้ไม่ทำให้กฎหมายเก่าขัดแย้งกับกฎหมายนี้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ท่านประธานใช้เวลาไม่มากนะครับแต่ว่าเพื่อกราบเรียนต่อท่านประธานในกรณี ที่ถูกพาดพิงและขอชี้แจงเหตุผลความจําเปึนที่กระผมได้ยืนขึ้นเสนอญัตติเรื่องนี้นะครับ
ประการแรก ผมเองและวิปรัฐบาลหรือทุกคนไม่มีวาระซ่อนเร้นใด ๆ ทั้งสิ้น โดยรวมผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านรวมทั้งตัวผมเห็นด้วยในหลักการ แต่ว่ามีรายละเอียดที่เรามีความกังวล ไม่มีพรรคหนึ่งพรรคใดเปึนรัฐบาลตลอดชีวิต แล้วก็ไม่มีพรรคหนึ่งพรรคใดที่จะเปึนฝ์ายค้านตลอดชีวิต กฎหมายนี้ออกมาเพื่อบังคับใช้ ตลอดไป ผมขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวว่ากรณีที่กรรมาธิการยังไม่ได้พูดถึง อย่างน้อยหลายประเด็นเช่นประธานคณะกรรมาธิการร่วมกัน มีอํานาจใช้กฎหมายนี้หรือไม่ ในนี้ก็ไม่มี ผมดูในมาตรา ๓ ก็ไม่ได้พูดถึงคณะกรรมาธิการร่วมกัน ซึ่งถือว่าเปึนคณะกรรมาธิการ ที่สําคัญเพราะว่าจากวุฒิสภาครึ่งหนึ่ง จาก ส.ส. ครึ่งหนึ่งในนี้ก็ไม่ปรากฏ
ประการที่สอง กรณีที่เรามีทั้งหมด ๓๕ คณะท่านประธานครับ แล้วไม่มีกฎ ไม่มีระเบียบ ไม่มีข้อบังคับใด ไม่มีมาตราใดบอกว่าเรียกได้กี่คณะ สมมุติว่าเกิดขึ้นเรื่องหนึ่ง คณะกรรมาธิการการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนเรียก คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐเรียก หลาย ๆ คณะเรียก ปัญหาเหล่านี้จะแก้อย่างไร อาจจะให้ท่านประธานเปึนคนแจกลูก หรือว่าให้มีคณะกรรมการขึ้นมาดูแลปัญหาที่ ๒
ประการที่สาม กรณีกรรมาธิการชุดเดียวเรียกหลายครั้งในเรื่องเดียว บางทีเรียก ๑ เดือนยังเรียก ๒ เดือนก็ยังเรียก ผมขออนุญาตไม่ลงลึกในรายละเอียดของกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นกรณี ๒-๓ กรณีอย่างที่กราบเรียนนี่นะครับเปึนเรื่องที่น่าจะต้องมีการพูดคุยกัน
กรณีต่อไป กรณีซึ่งในระเบียบปฏิบัติแล้วในระเบียบบริหารราชการ นายกรัฐมนตรีสามารถมอบหมายรองนายกรัฐมนตรี สามารถมอบหมายรัฐมนตรีได้ แต่ในกฎหมายนี้ถ้าประธานคณะกรรมาธิการยืนยันว่า นาย ก ต้องมา นายกรัฐมนตรีต้องมา รองนายกรัฐมนตรีต้องมา ไม่มาโดนเลยครับ ซึ่งมันจะไปขัดกับกฎหมายหลัก กฎหมาย ที่ว่าสามารถมอบอํานาจได้ เพราะว่าในร่างนี้เขียนไว้ชัด ถ้าส่งใครมาให้ถือว่าคนที่ได้รับ หมายเรียกต้องรับผิดชอบตามเนื้อความนั้นแต่มันมีอยู่ ๑ วรรคสําคัญว่าถ้ากรรมาธิการ จะเรียกใครคนนั้นต้องมา ผมสมมุติว่ากรรมาธิการมีประชุมวันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ ๕ วัน คณะกรรมาธิการที่ ๑ บอกว่านายกรัฐมนตรีต้องมาวันจันทร์ โดยมติ คณะกรรมาธิการที่ ๒ บอกนายกรัฐมนตรีต้องมาวันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ ครบวัน ไม่ต้องบริหารราชการเลยครับ
ข้อต่อไป กรณีที่ร่างเดิม มติในการจะเรียกใครต้องใช้มติครึ่งหนึ่งของกรรมาธิการ ก็คือ ๘ แต่กรรมาธิการแก้เปึนว่าครึ่งหนึ่งของกรรมาธิการที่อยู่ในห้องประชุม ซึ่งปัญหา อยู่ตรงนี้ครับ เราต้องยอมรับความจริงว่า ส.ส. พวกเรามีหลายภารกิจ เปึนวิป (Whip) บ้าง เปึนกรรมาธิการหลายคณะบ้าง แล้วก็มีภาระในห้องประชุมใหญ่ เพราะฉะนั้นถ้าเกิด ผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการ ผมต้องการจะเรียกนาย ก นาย ข ผมก็ดูจังหวะที่พวกผมอยู่ แล้วฝ์ายหนึ่งฝ์ายใดไม่อยู่ปัญหานี้จะเกิดขึ้นทันที หรือกรณีที่ร่างเดิมของท่านอาจารย์ทิวา ซึ่งร่างไว้ดีก็ใช้คําว่า เหตุจําเปึน เหตุจําเปึน ป์วย เจ็บ ลูกไม่สบาย ไปโรงเรียนว่าไป คณะกรรมาธิการแก้เปึน เหตุสุดวิสัย ท่านประธานคงทราบนะครับ เหตุสุดวิสัย แผ่นดินไหว สึนามิ ภูเขาไฟระเบิด สงครามโลก ซึ่งมันเกิดยากครับ ตรงนั้นถ้านายกรัฐมนตรี โดนหมายเรียกอันนี้แล้วไม่มา อ้างว่าติดรับเสด็จ อ้างว่ามีแขกจากต่างประเทศ ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยนะครับ ถ้าประธานคณะกรรมาธิการเห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรี ขัดหมายเรียกนายกรัฐมนตรีติดคุกได้ เพราะฉะนั้นรวมไปถึงอํานาจที่คณะกรรมาธิการ ฟัองเอง ถ้าตามร่างเดิมของท่านอาจารย์ทิวา เงินยวง ซึ่งผมก็ถือว่าดี ก็คืออํานาจไม่ได้ เบ็ดเสร็จอยู่ที่ประธานคณะกรรมาธิการ แต่อํานาจหลังจากคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ เห็นอย่างไร ก็จะส่งเรื่องมาที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรกลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง คณะกรรมาธิการก็ไปแก้ให้เปึนอํานาจของแต่ละประธาน ซึ่งต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าผมเชื่อว่าถ้าทุกคนกล้าพูดความจริง คือประธานคณะกรรมาธิการ แต่ละคนมาตรฐานไม่เท่ากัน บางคนก็ดีเลิศ บางคนก็ดีน้อย บางคนก็ดีกลาง ๆ ถ้าเผอิญว่า มีการใช้อํานาจที่ว่านี้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ผลประโยชน์แอบแฝง หรืออะไรก็แล้วแต่ หรือผลประโยชน์ทางการเมือง คนที่ถูกหมายเรียกนั้นก็ได้รับผลกระทบ แน่ ๆ ครับรัํูธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ ให้อํานาจซึ่งผมเห็นด้วย แต่ว่าเนื่องจากมีรายละเอียดที่จะต้องปรับแก้อีก เปึนจํานวนมาก ผมคิดว่าถ้าเราใช้เวลาในสภานี้ก็อีกหลายพุธ ตรงนั้นถ้าตั้งท่านประธาน หรือขอมติที่ประชุมถอนออกไป แล้วให้ตัวแทนแต่ละพรรค ตัวแทนของท่านประธานสภา ตัวแทนฝ์ายรัฐบาล ซึ่งไม่มีวาระซ่อนเร้นครับท่านวิทยา ทุกท่านที่เกี่ยวข้องครับ ด้วยใจจริง อยากให้กฎหมายนี้มันเดินได้ด้วยความเคารพ ผมเห็นด้วยในหลักการ แต่ขอให้มีปรับแก้ ในรายละเอียดเท่านั้น ด้วยความเคารพครับ