สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๒ กันยายน ๒๕๕๓

วัชระ เพชรทอง หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน พ.ศ. ระบุว่าการจัดตั้งเปึนองค์การมหาชนนั้นไม่เหมาะสม เนื่องจากมีภาระการเงินและภาระหน้าที่ที่ไม่เพียงพอ และอาจกลายเปึนภาระการเงินของรัฐบาลในอนาคต

นายวัชระ เพชรทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การอภิปรายในเรื่องร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้เคยท้วงติงคณะกรรมาธิการในเรื่อง ของการจัดตั้งเปึนองค์การมหาชนไปเมื่อการพิจารณาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ปรากฏว่า กรรมาธิการก็ยังยืนยันว่าให้เปึนองค์การมหาชน แม้ว่าผมจะเปึนผู้หนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญ ชุดนี้ผมก็ไม่เห็นด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาของประเทศ ปัญหาภาระการเงิน การคลัง ปัญหาเงินงบประมาณในการที่จะมาใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดินนั้น เปึนปัญหาของประเทศชาติ และองค์การมหาชนนั้นก็อย่างที่ท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ ก็ได้รับทราบอยู่เต็มหัวอกอยู่แล้วว่าองค์การมหาชนในปัจจุบันมีสภาพที่ไม่แตกต่างอะไร กับองค์การที่สูบเลือดสูบเนื้อพ่อแม่พี่น้องประชาชน และหลายองค์การที่ได้จัดตั้งขึ้น ก็ประสบความล้มเหลว ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาขององค์การมหาชนนั้นผมคิดว่า ทั้งรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรก็ควรที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เท่าที่มีองค์การ มหาชนทั้งหมด ๒๙ องค์การก็ต้องมาพินิจพิจารณากันใหม่ ของเก่าที่ตั้งไว้ก็ยังไม่ดี และหลายองค์กรได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติจํานวนนับพันล้านบาท ท่านประธานครับ การที่พี่น้องผู้ใช้แรงงานมีความประสงค์ที่จะให้มีสถาบันนั้นเปึนเรื่อง ที่ถูกที่ควร แต่การที่ให้เปึนองค์การมหาชนแล้วมีการอ้างว่าถึงไม่ใช้คําว่าองค์การมหาชน ก็มีสภาพเปึนองค์การมหาชน ถ้าท่านอ้างอย่างนั้นทําไมท่านไม่ตัดทิ้งละครับ ตัดทิ้ง ไปเลยครับ อย่าใส่มาในร่างกฎหมายว่าจะให้เปึนองค์การมหาชน แล้วผมก็อยากจะดู เหมือนกันว่ามันจะเปึนองค์การมหาชนได้อย่างไรเมื่อสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้บัญญัติลงไป ท่านประธานครับ โดยสภาพความเปึนจริงของพี่น้องผู้ใช้แรงงานหรือพี่น้องชนชั้นกรรมาชีพ ซึ่งผมในฐานะที่เปึนอดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคําแหงได้ร่วมเคลื่อนไหวกับพี่น้อง ผู้ใช้แรงงานตั้งแต่สมัยเปึนนักศึกษา ผมยืนยันว่าพี่น้องผู้ใช้แรงงานนั้นต้องการ ความเปึนธรรมครับ ต้องการให้ท้องอิ่ม นอนหลับ แล้วตื่นขึ้นมามีกําลังในการทํางาน ต้องการได้ค่าจ้างแรงงานที่ยุติธรรม แต่ท่านประธานลองดูนะครับปัจจุบันค่าจ้างแรงงานขั้นต่ําวันละ ๒๐๖ บาท พี่น้อง กรรมกรได้เงินวันละ ๒๐๖ บาท ถ้าองค์กรนี้เปึนองค์การมหาชน ท่านประธานครับ อย่างที่ สมาชิกหลายท่านได้กล่าวไปแล้วเงินเดือนเดือนละตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท ไม่นับค่าเบี้ยประชุมอีกอย่างน้อย ๕๐,๐๐๐ บาท รวมแล้ว ๓๕๐,๐๐๐ บาท เฉลี่ยแล้ว ทํางานได้ค่าจ้างแรงงานของผู้บริหารองค์การมหาชนที่ท่านบอกอย่างนี้วันละ ๑๐,๐๐๐ บาท เปึนอย่างน้อย ผู้บริหารได้วันละ ๑๐,๐๐๐ บาท พี่น้องผู้ใช้แรงงานได้วันละ ๒๐๖ บาท เข้าไปตรากตรําขอความปลอดภัยในการทํางานกับผู้บริหารองค์การมหาชนอย่างที่ ท่านว่า รายได้มันแตกต่างกันอย่างริบรับพี่น้องผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศเขาไม่รู้หรอกครับ คําว่า องค์การมหาชน นั้นจะทําให้ผู้บริหารองค์กรนี้มีเงินเดือนถึงเดือนละไม่ต่ํากว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาทถึง ๓๕๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ เงินเดือน ขนาดนี้ผมถามว่าในการบริหารองค์กรในลักษณะอย่างนี้นั้นมีความคุ้มค่า มีความจําเปึน มีความเพียงพอแล้วหรือ ท่านประธานครับ เงินเดือนนี้มากกว่าท่านประธานศาลฎีกา มากกว่าท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร มากกว่าท่านนายกรัฐมนตรี แล้วขอบเขต ภาระหน้าที่ในการทํางานสําคัญยิ่งกว่าตําแหน่งเหล่านี้หรือ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นการที่ให้จัดตั้งเปึนองค์การมหาชน ผมมองว่าในอนาคตก็จะกลายเปึนภาระ การเงินการคลังของรัฐบาลอีก ๑ องค์กรอย่างแน่นอนเหมือนกับองค์การมหาชน หลาย ๆ แห่งที่ได้จัดตั้งขึ้นมาแล้ว แล้วเมื่อถึงวันนั้นใครรับผิดชอบครับ กรรมาธิการที่นั่ง อยู่ตรงนี้เปึนผู้จ่ายเงินเดือนให้กับผู้บริหารองค์การมหาชนหรือครับ ไม่มีครับ และร่างเดิม ของคณะรัฐมนตรีที่เสนอเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ก็ไม่ปรากฏว่าให้เปึนองค์การ มหาชน กรรมาธิการวิสามัญบางคนกําลังจะลักไก่ตั้งให้เปึนองค์การมหาชนอย่างนั้นหรือ ถ้าร่างเดิมมาจากท่านนายกรัฐมนตรีผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เราในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จะพิจารณาไปตามนั้น แต่นี่อยู่ ๆ ไม่ได้เปึนองค์การมหาชน แล้วมาให้เปึนองค์การมหาชน ท่านประธานลองไตร่ตรองดูนะครับว่ามันเปึนธรรมกับ พี่น้องประชาชนแล้วหรือ เพราะอะไรครับ เพราะไม่ใช่สักแต่ว่าจะดันทุรังเอาแต่ความเห็น ของตนเปึนใหญ่ โดยไม่คํานึงถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะถ้าเปึนองค์การ มหาชนอย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วจะทําให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ต้องเสียเงินในการที่ต้องเสียภาษีให้กับองค์กรแห่งนี้ป้ละไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ล้านบาท หรืออาจจะหลายร้อยล้านบาท ท่านประธานครับ ท่านไปเป่ดดูงบประมาณรายจ่าย ประจําป้ ๒๕๕๔ แต่ว่าองค์การมหาชนนั้นกี่ร้อยล้านบาท บางองค์กรเปึนพันล้านบาท เพราะฉะนั้นในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้งของพี่น้อง ประชาชนย่อมต้องหาทางในการที่จะปัองกันไม่ให้สภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติ สิ่งใดก็ตามที่เปึนภาระต่อการเสียภาษีของพี่น้องประชาชนไปมากกว่าเท่าที่เปึนอยู่ ในปัจจุบัน ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่กรรมาธิการวิสามัญจะลักไก่ ในชั้นกรรมาธิการตั้งเปึนองค์การมหาชนขึ้นมา แต่ผมเห็นด้วยกับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ซึ่งท่านควรจะมีสถาบันที่จะดูแล ควรจะมีองค์กรที่จะดูแลในความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พี่น้องผู้ใช้แรงงานทั้งประเทศอย่าได้หลงประเด็นครับ เพราะในขณะนี้ถ้าตั้งเปึนองค์การมหาชนคนที่บริหาร คณะที่มาบริหารนั้นเงินเดือน ได้มากกว่าข้าราชการ ได้มากกว่าท่านปลัดกระทรวงแรงงาน ได้มากกว่าสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ผมไม่ได้อิจฉาครับท่านประธาน แต่ขอว่าถ้าจะเปึนองค์การมหาชน อย่างที่ท่านว่าเดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาทเอาไหม เบี้ยประชุมครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท แบบ ส.ส. ที่ได้รับอยู่ในขณะนี้เบี้ยประชุมครั้งละ ๑,๐๐๐ บาทท่านเอาไหม ไม่ใช่เบี้ยประชุมครั้งละ ๒๐,๐๐๐ บาท ครั้งละ ๓๐,๐๐๐ บาทอย่างนี้ใช้ไม่ได้ครับ แล้วผมเห็นว่าการจะจัดตั้ง องค์การมหาชนใด ๆ ในอนาคตของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ควรจะได้มีการพินิจพิจารณา อย่างถ้วนถี่ ขอขอบคุณ