สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๒ กันยายน ๒๕๕๓

ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องการสร้างสถาบันและขออนุญาตท่านประธานในการให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ และเรียกร้องให้หน่วยงานนี้มีภาคทางการศึกษาในการอบรมเสริมความรู้ในบุคลากรของหน่วยงาน

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานครับ จริง ๆ ก็ว่าจะไม่พูดแล้ว เพราะว่าเพื่อนสมาชิกได้พูดไปใน ๒ แนวทาง ๒ ทัศนะ ก็คือ มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยแล้วก็ไม่เห็นด้วย ผู้ที่ไม่เห็นด้วยและติติงก็โดยเฉพาะในเรื่องของ ค่าใช้จ่ายมันจะเยอะ เราตั้งสถาบันแล้ว เงินมันจะต้องใช้จ่ายมาก คือต้องพูดบอกว่า ประเทศเราเงินไม่มาก ประเทศเราเปึนประเทศเล็ก การค้าการลงทุนบางคนเขาก็บอกว่า ประเทศเราเล็กก็จริงแต่ประเทศอื่นเขาเล็กกว่าเราแต่เขามีเงินมากกว่าเรา ก็เพราะว่า เขามีการค้าการขายหรือรายได้มากเราก็คงต้องมานั่งคิดว่าอะไรที่มันดีที่สุดในภาวะที่ ประหยัดที่สุดแล้วก็สามารถบริหารกิจการบ้านเมืองไปได้ในแนวทางที่ดี การตั้งองค์กร หรือหน่วยงานที่ใหญ่โตมโหฬารใช้เงินมากมายมหาศาลก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิด ความสําเร็จหรือสัมฤทธิผลได้ เพราะความสําเร็จหรือสัมฤทธิผลได้นั้นมันต้องขึ้นอยู่กับ การบริหารงานคนในองค์กรด้วย เพราะฉะนั้นในสิ่งเหล่านี้ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า แนวทางที่ได้ฟังได้ยินก็คือมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยแล้วก็ไม่เห็นด้วย ส่วนผู้ที่เห็นด้วยก็คือ หมายความว่าจะทําให้องค์กรเหล่านี้เปึนที่พึ่งพิงพึ่งหวัง เปึนความสําเร็จของผู้ใช้แรงงาน เปึนส่วนหนึ่งที่จะทําให้ผู้ใช้แรงงานเกิดการพัฒนาหรือเกิดมีความเปึนอยู่ที่ดียิ่งขึ้น ได้รับ ความพึ่งพิงจากหน่วยงานนี้ นี่คือสิ่งที่เพื่อนสมาชิกทั้งหลายได้เรียน แต่ก็เช่นเดียวกัน ในองค์กรนี้ที่เราตั้งขึ้นมานี้หลายคนก็บอกว่าเราอยากเห็นเปึนคําว่า สถาบัน ความเปึน สถาบันนี้ก็คือเปึนเสมือนหนึ่งมีอํานาจเปึนองค์กรองค์กรหนึ่งในการที่จะทํางานด้วยตนเอง คือพูดง่าย ๆ ถ้าเราพูดกันก็คือความเปึนเด็กกับเปึนผู้ใหญ่นั่นเอง สถาบันก็เหมือนกับเปึน องค์กรอิสระแต่ท้ายที่สุดมันก็ต้องมีบอร์ด มีคณะในการที่จะควบคุมการทํางาน มีองค์กรในลักษณะของการที่จะมากํากับนโยบาย อย่างไรก็ตามแต่ แต่ว่าสิ่งทั้งหลายต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมเอง ได้อ่านร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ก็คงต้องขออนุญาตกราบเรียนฝากไปหรือว่า ขออนุญาตในการที่จะให้ความเห็นก็คือว่าองค์กรหลาย ๆ องค์กรหรือเราเรียกว่าสถาบันนั้น ประเทศไทยของเราต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าเรายังใช้คําว่าสถาบัน ไม่สัมฤทธิผลหรือยังไม่ไปตามทิศทางที่คนอื่นเขาตั้งกันมากนัก ในชาติอื่นเขาตั้งกันมากนัก ความเปึนสถาบันจะต้องเปึนองค์กรแห่งความรู้และเก็บรวบรวมองค์กรแห่งความรู้ สิ่งที่แน่นอนที่สุดของคําว่าองค์กรก็คือประวัติศาสตร์ขององค์กร ความรู้ขององค์กร ทัศนะความเห็นขององค์กร ปัญหาอุปสรรคขององค์กร ในการที่จะขับเคลื่อนเปึนพลัง หรือเปึนความรู้ข้อมูลที่จะให้ผู้ที่อยู่ในองค์กรหรือผู้ที่อยู่ในเครือข่ายองค์กรนั้น สามารถที่จะศึกษาเพื่อพัฒนาการทั้งส่วนที่เห็นว่าดีและไม่ดีในการที่จะนําไปเปึนข้อมูล ในการศึกษาและพัฒนา องค์กรสําคัญอย่างหนึ่งก็คือ สถาบันอย่างหนึ่งก็คือ ในเรื่องของ การที่จะต้องเปึนเรื่องของแหล่งความรู้ ก็คือพูดง่าย ๆ ว่าถ้าเราจะสร้างสถาบันตรงนี้ เปึนผู้ใช้แรงงาน ผมอยากจะฝากไปเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของการที่จะพัฒนาการ ในเรื่องของสถาบันก็คือเปึนที่อบรม มีที่ให้ความรู้ ให้การศึกษาเพิ่มเติมยิ่งขึ้น ไม่ใช่ว่า วันหนึ่งเรามีงบประมาณ มีเงินเยอะ ก็ไปจ้างองค์กรอื่นหรือมหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานอื่น ไปทําเรื่องงานวิจัยหรืองานศึกษาค้นคว้าอย่างนี้ อย่างนี้ความเปึนสถาบันของเรายังไม่ถือว่า เปึนสถาบันโดยแท้ ยังไม่เปึนองค์กรที่มีพื้นฐานแห่งความรู้ของเราโดยแท้ ความรู้อย่างนั้น ก็ยังเปึนเรื่องของหน่วยงานอื่น เปึนเรื่องของมหาวิทยาลัย เปึนภาคการศึกษาไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากจะเห็นว่าหน่วยงานนี้เมื่อเปึนสถาบันแล้วก็ควรจะมีหน่วยงาน รองรับในเรื่องของการศึกษา ให้ความรู้เพิ่มเติมในการพัฒนาองค์กรของตัวเอง ในการพัฒนา บุคลากรของตัวเอง พัฒนาสมาชิกของตัวเองก็คือให้ความรู้กับผู้ใช้แรงงานโดยแท้ ไม่ใช่เปึนอยู่ในลักษณะของการเข้าไปอบรมเปึนลักษณะของหน่วยงาน แต่ว่าการให้ การศึกษานั้นก็คงต้องไปดูว่าควรจะให้เปึนลักษณะอย่างไรให้มันถูกต้อง เพราะว่า ท่านทั้งหลายนั้นอยู่ในองค์กรของภาคท่าน แล้วท่านก็อยู่ในหน่วยงานที่เรียกว่ามาจาก พื้นฐานของการเลือกตั้งหรือการแต่งตั้งซึ่งเปึนผู้ที่อยู่ในแวดวงอยู่แล้วย่อมมีข้อมูลที่มาก ส่วนเหล่านี้ก็จะทําให้เกิดการใช้ในเรื่องของภาควิชาการได้ทั่วถึงและได้ดียิ่งขึ้น ฉะนั้น เรียนว่าผมเองก็ยังอยากจะเห็นว่าหน่วยงานนี้ องค์กรของท่านคือสถาบันที่ท่านจะตั้ง ให้มีภาคทางการศึกษาในการอบรมเสริมความรู้ในบุคลากรของหน่วยงาน โดยเฉพาะ ผู้ใช้แรงงานทั้งหลายในประเทศให้เกิดการพัฒนา ให้เกิดศักยภาพยิ่งขึ้นโดยเฉพาะ ศักยภาพของการใช้ผู้ใช้แรงงาน ผมอยากจะกราบเรียนครับ เราไม่ได้สร้างผู้ใช้แรงงาน แบบที่ต่างชาติหรือว่าประเทศหรือผู้ทําธุรกิจเขาต้องการ แล้วเราก็มีสมาชิกของเรามา มีคนประเทศเรามาและเปึนผู้ใช้แรงงาน แล้วเราก็ถือว่าคนเหล่านี้คือผู้ใช้แรงงาน แต่ท้ายที่สุดมันไม่ได้อะไร ผู้ใช้แรงงานพวกนั้นก็จะเปึนผู้ใช้แรงงาน พอถึงเวลาอายุมากไป ปลดเกษียณไปหรือเลิกจ้างไปก็ไม่มีเหลืออะไรเลย ไม่ได้อะไรเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ถือว่า เราใช้บุคลากรที่ผิดพลาดไม่สมคุณค่าของความเปึนบุคลากร เราต้องเสริมความรู้ หรือว่าองค์กรของความรู้ของการที่เขาได้ทํางานในภาค