รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒
ครั้งที่ ๓/๒๕๕๒ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๒๘ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๒
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงครับ
คุณประท้วงอะไรหมอ
ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ เมื่อวานท่านประธาน อ่านชื่อผู้ตกค้าง ผมเปึนคนแรกนะครับ
เห็นเขาส่งมาให้ผมอย่างนี้ ผมก็อ่านอย่างนี้ครับ
แต่เมื่อวานนี้ท่านประธานอ่านชื่อผมเปึน คนแรกจริง ๆ ครับ
ก็เมื่อวาน
ถ้าท่านประธานยอมรับว่ารายชื่อมันผิด ผมก็ยินดีครับ ยินดีจะเข้าคิวไว้
ผมจะหาว่าผิดไม่ได้ครับ เพราะว่าเอกสารทางเจ้าหน้าที่เขาส่งผมมาอย่างนี้ครับ ตั้งแต่เมื่อวาน
ไม่ครับ เมื่อวานท่านประธานอ่านชื่อผม เปึนคนอันดับ ๑ จริง ๆ ครับ ผมฟังอยู่ครับท่านประธานครับ
ถ้าอย่างนั้นก็เอาไว้พรุ่งนี้ ก็แล้วกัน อันดับ ๑ นะหมอนะ
ให้ผมพรุ่งนี้หรือจะให้พูดก่อนครับ
พรุ่งนี้ครับ เพราะเรา ฝ์ายรัฐบาล เราใจเย็นครับ
ได้ครับท่านประธานครับ ผมยินดีครับ ขอบคุณครับ
เชิญนั่งลงครับ คุณเกียรติกร อยู่ไหมครับ คุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม เกียรติกร พากเพียรศิลปี พรรค ประชาธิปัตย์ จังหวัดปราจีนบุรี สิ่งที่ผมหารือนะครับ ในวันนี้ก็ขอบคุณท่านประธาน อย่างมากนะครับ ที่ผมจะหารือวันนี้เกี่ยวกับกระทรวงคมนาคมนะครับ ฝากท่านประธาน ด้วยครับถึงกระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ นะครับ เรื่องคือว่าถนนที่บ้าน ผมนะครับ ส่วนมากจะเปึน ๒ เลน ๔ เลนไม่ค่อยมีนะครับ จะบอกเปึนสายให้ฟังเลย นะครับ สาย ๓๐๖๙ จากโรงพยาบาลเจ้าพระยา ไปอําเภอศรีมหาโพธิก็ ๒ เลนนะครับ ซึ่งคนเจ็บไข้ได้ป์วยก็มาลําบากนะครับ เส้น ๓๐๗๙ เปึนเส้นเขตอุตสาหกรรมนะครับ ซึ่งยาว ๑๒ กิโลเมตร โรงงานมีเปึน ๑,๐๐๐ โรงนะครับ จัดสร้างแค่ ๕ กิโลเมตรนะครับ เหลืออีก ๗ กิโลเมตร เส้น ๓๑๙ จากหนองชะอมไปพนมสารคามนะครับ เส้นนี้เปึนเรื่อง แปลกนะครับ เปึนเส้นเดียวกับเขตของพนมสารคาม เปึนถนนสายเส้นเดียวกันนะครับ ติดต่อกันด้วยนะครับ แต่ของพนมสารคามเขามา ๔ เลนแล้ว พอมาเข้าบ้านผมก็เหลือ ๒ เลนอีก ผมไม่เข้าใจว่าเขาทํากันอย่างไรครับ เส้นตรง ๆ เส้นเดียวกันเลยนะครับ แต่มัน ไม่ถึงบ้านผมสักที ๔ เลนนะครับ แล้วก็เส้น ๓๒๐๓ จากอําเภอเมืองนะครับ ไปบางคล้า ออกมีนบุรี ก็ยัง ๒ เลนอีกครับ เส้น ๓๐๗๘ จากเส้นอําเภอประจันตคาม ไปอําเภอศรีมหาโพธิ ยาว ๑๑ กิโลเมตร ก็ ๒ เลนอีกนะครับ ก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ไปสํารวจออกแบบ นะครับ เพราะงบประมาณยังไม่มีแน่นอนครับ แค่ของบประมาณไปสํารวจออกแบบว่า ๑ เส้นใช้งบประมาณเท่าไร ผมก็ดีใจแล้วครับ เพราะผมไปถามที่กรมทางหลวงบอกว่า ยังไม่เคยมีการสํารวจออกแบบเลย จะของบประมาณได้อย่างไร ก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีชุดนี้ ฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ช่วยกรุณาไปสอดส่องจังหวัดผมด้วย ขอบคุณมากครับ
หมดเวลาแล้ว รับทราบ แล้วครับ ถ้ามีรายละเอียดอะไรก็ส่งเปึนเอกสารมาครับ ต่อไปคุณจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ เชิญครับ อยู่ไหมครับ เจ้าตัว ไม่อยู่ก็ผ่านไปนะครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ต่อไปคุณวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรค ประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งผมมีความสงสัยที่อยากจะกราบเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีในประเด็นดังต่อไปนี้ครับ
ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ดี ได้ยืนยันว่า จะมีการแจกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ ๕๐๐ บาท ตั้งแต่เดือนเมษายนนี้เปึนต้นไปนั้น ผมอยากทราบแนวปฏิบัติว่าจะเปึนไปได้ทุกคนหรือไม่ มากน้อยเพียงใดนะครับ และอยากจะถามถึงการแจกเงินช่วยคนจนผู้ด้อยโอกาส เด็ก และผู้ประสบปัญหา เศรษฐกิจ ตั้งแต่งบประมาณป้ ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๕๒ ว่าจ่ายให้ใคร ที่ไหน เท่าไร โดยเฉพาะ ในจังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดอุบลราชธานีและ กรุงเทพมหานคร
๒. การจัดอบรมของกระทรวงดังกล่าวนั้นมีการใช้งบประมาณรุ่นละ ล้านกว่าบาทในการพาคนไปเที่ยว โดยอ้างว่าเปึนงบสัมมนาอีเอ็ม (EM) ๔๐๐ คน ต่อรุ่น ต่อเที่ยว ถามว่าทําไมใช้เงินมากมายขนาดนั้นในงบประมาณป้ ๒๕๕๑ จ่ายไปที่ไหน เมื่อไร อย่างไร และขอให้ตรวจสอบการเคหะแห่งชาติในงบโครงการบ้านเอื้ออาทร ๖ ป้ ที่ผ่านมาว่าขาดทุนถึง ๘.๘ หมื่นล้านบาท ว่าเปึนฝ้มือของใคร
สุดท้ายครับท่านประธานครับ เนื่องจากว่ามีการแจกถุงยังชีพที่จังหวัด พัทลุง ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่า ปลากระปิองยี่ห้อชาวดอยอันนี้นะครับ ที่มีการ แจกที่จังหวัดพัทลุงนั้น ใช้งบประมาณของกระทรวงจัดซื้อ หรือใช้งบอะไร รวมทั้ง มีหลักฐานการบริจาคหรือไม่ และที่มีข่าวว่ามีถุงยังชีพอีก ๒๐,๐๐๐ ชุดที่บ้านราชวิถีนั้น มีจริงหรือไม่ ขอบคุณครับ
หมดเวลาแล้วครับ ให้ท่านส่งเปึนเอกสารมาครับ ต่อไปคุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้หารือในวันนี้นะครับ ผมคิดว่าผมอยากหารือเรื่อง ภายในของสภาของเรานะครับ ว่าด้วยเรื่องของการรักษาพยาบาล คงจะต้องขอเรียนถาม ไปจนถึงท่านเลขาธิการรัฐสภานะครับว่า เราได้รับจดหมายจากท่านว่า การจัดการเรื่อง การพยาบาลยังไม่มีบริษัทประกันภัยมารับถูกไหมครับ ผมไม่ทราบว่าจนถึงขณะนี้มี บริษัทประกันภัยแล้วหรือยังนะครับ สิ่งที่น่าเปึนห่วงก็คือว่า สมาชิกสภาประชุมกันหลาย วันนะครับ ผมเองก็ยังไม่สบายนะครับ แต่ว่าพวกเราก็คิดว่าเราคงจะต้องได้รับการดูแล รักษาอย่างเท่าเทียมกับข้าราชการทั้งหลายนะครับ แต่ว่าถ้าหากว่าหน่วยงานของสภาเอง ยังไม่ได้มีการดูแลรักษาพยาบาล ซึ่งเปึนเรื่องเบื้องต้นมาก ๆ มันก็น่าจะต้องมีการทบทวน กันกระมังครับว่า ที่ผ่านมา ๑ ป้นั้นเปึนอย่างไร แล้วต่อไปนั้นท่านจะทําอย่างไรต่อไป ก็กราบเรียนถามไปที่ท่านเลขาธิการรัฐสภาด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ผมขอไป ๔ ท่านนะครับ เพราะว่าเวลามันจํากัด วันนี้ต้องใช้เวลาถึง ๑๐ ชั่วโมง
ท่านประธานครับ ผมเมื่อวานนี้ก็ไม่ได้
ผมกําลังจะบอกอยู่นี่นะครับ
หารือท่านประธาน
คุณนิยมครับ
วันนี้ผมมาเปึนอันดับ ๑ ครับ ผม นิยม วรปัญญา ครับ
ผมขอความกรุณาสักนิด นะครับ ช่วยนั่งลง คุณลุกขึ้นพูดเลย แล้วเปึนผู้แทนตั้ง ๑๐ กว่าสมัย ต้องรักษาข้อบังคับ ด้วยครับ เนื่องจากวันนี้เราจะต้องใช้เวลาตามกําหนดของวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ์ายนะครับ ๑๐ ชั่วโมง ๓๐ นาที ในการที่จะอภิปรายในเรื่องพระราชบัญญัติงบประมาณนะครับ แล้วก็ขณะนี้ก็บ่ายโมงสี่สิบแล้วนะครับ ก็อยากจะรักษาเวลานะครับ เพื่อจะได้ดําเนินการ เรื่องหลักใหญ่ ๆ ของแผ่นดินของเราก่อนครับ ก็อยากจะขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกที่เคารพรักทุกท่านนะครับ ได้โปรดกรุณาด้วย นะครับ ซึ่งกระผมขอค้างในการที่จะต้องดําเนินการในวันพรุ่งนี้ให้ปรึกษาหารือให้แล้ว เสร็จในวันพรุ่งนี้นะครับ คือมีคุณประกอบ รัตนพันธ์ คุณอันวาร์ สาและ คุณประชา ประสพดี คุณบัญญัติ เจตนจันทร์ คุณสุกิจ อัถโถปกรณ์ คุณสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นะครับ ที่ค้างตั้งแต่วันที่ ๒๗ ที่แล้วนะครับ มีรายชื่อดังที่กระผมได้อ่านนี่นะครับ และวันนี้นะครับวันนี้ที่เสนอก็มีท่านแรกคือ ท่านนิยม วรปัญญา ท่านอิสสระ สมชัย ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย คุณบรรพต ต้นธีรวงศ์ คุณประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ คุณวัชระ เพชรทอง อีกนะครับ เมื่อสักครู่พูดไปแล้ว คุณพจนารถ แก้วผลึก คุณเชน เทือกสุบรรณ คุณบัญญัติ เจตนจันทร์ คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นะครับที่ค้าง พรุ่งนี้จะต้องเอาให้เสร็จ ในการปรึกษาหารือนะครับ ก็ขอความกรุณาดังที่เรียนนี้นะครับ มีอะไรหมอครับ มีชื่ออยู่ นี่แล้วครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ผมอยากปรึกษาหารือท่าน ท่านสลับได้ไหมครับ ไม่ใช่ ฝ์ายรัฐบาล
ครับ ผมจะสลับพรุ่งนี้ เดี๋ยวจะให้เจ้าหน้าที่สลับเลยครับ
อยากให้ท่านช่วยสลับ เพราะว่าวันนี้ มีแต่รัฐบาลหมดเลย
ทางฝ์ายประชาธิปัตย์ อะไรต่าง ๆ จะสลับหรือครับ
ถึงแม้จะมีคิวอยากให้ท่านประธาน กรุณาหน่อย ไม่ใช่วันนี้ฝ์ายรัฐบาลก็พูด ๔ คนหมด ฝ์ายค้านไม่ได้พูดเลย ถึงแม้จะมีคิว อยากให้ท่านสลับครับ ท่านสลับหน่อย
คืออย่างนี้ครับ
มันจะเกิดความเปึนธรรมนะครับ
ท่านหมอครับ หมอที่เคารพครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ เนื่องจากท่านส่งเอกสารตามระเบียบของสภา ส่งมาเขาก็ต้องเอาตามเวลาที่ส่งนะครับ เขาก็เอาอย่างนั้น
ท่านประธานครับ ผมเข้าใจครับ ผมถึงมาปรึกษากับท่านอย่างไรครับ ผมปรึกษาว่าท่านจะทําได้ไหม
ผมจะจัดทําอย่าง คุณหมอบอกนะครับ
เพราะจริง ๆ เมื่อก่อนระเบียบ ท่านปรึกษาหารือมันจะสลับไปสลับมานะครับ เขาทําเปึนประเพณีเลยนะครับ แต่ท่านทํา อย่างนี้กลายเปึนถ้าเกิดใครส่งก่อนก็รัฐบาลไปหมดเลย ฝ์ายค้านไม่ต้องพูด ผมถึงบอกว่า มันไม่เปึนธรรมนะครับ ถ้าเกิดฝ์ายค้านพูดหมดก็ไม่เปึนธรรมครับ
ผมเข้าใจแล้วครับ
อยากให้ท่านวินิจฉัยตรงนี้นิดหนึ่ง ครับ
ไม่ต้องวินิจฉัยครับ ก็จะ ปฏิบัติตามท่านนะครับ ผมจะปฏิบัติตามท่านแล้ว
ท่านประธานที่เคารพครับ
คุณสุรพงษ์มีอะไรครับ ยกมือนานแล้วครับ เดี๋ยวร้อยเอ็ดนั่งก่อนครับ ให้ท่านสุรพงษ์ก่อนครับ เดี๋ยวสักแผล็บ เดียวครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมอยากจะหารือกับท่านประธานในการอภิปรายงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมนี่นะครับ คืออย่างนี้ครับผมได้รับทราบจากวิปมาว่า รัฐบาลพยายามที่จะให้ การอภิปรายจบสิ้นภายในวันนี้ เพราะวันพรุ่งนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไป ต่างประเทศ ผมว่างบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมในครั้งนี้ มีความสําคัญต่อพี่น้อง ประชาชนเปึนอย่างมาก สิ่งที่พรรคฝ์ายค้านของเราพยายามที่จะนําเสนอแนวคิดต่าง ๆ ที่จะเปึนประโยชน์ต่อการบริหารงบประมาณแผ่นดินของรัฐบาล น่าจะเปึนประโยชน์ ประชาชนพี่น้องต้องการฟังครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะหารือท่านประธานว่า ขอร้อง ฝ์ายรัฐบาลอย่าได้จํากัดเวลาว่าต้องอภิปรายคืนนี้ให้เสร็จ เพราะถ้าอภิปรายถึงตีสอง ตีสาม มันไม่มีผีที่ไหนมาเฝัาฟังเราละครับ แล้วตอนที่ท่านเปึนฝ์ายค้านท่านขออภิปรายที ๒ วัน ๓ วัน พวกผมไม่เคยว่านะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะขอท่านประธานไปยังท่าน นายกรัฐมนตรีว่า ให้โอกาสพวกผมครับจะได้นําเสนอข้อเท็จจริงต่าง ๆ ข้อห่วงใยต่าง ๆ ในการที่รัฐบาลจะต้องหารายได้เพื่อมาใช้ในงบประมาณแผ่นดินที่ขาดดุลที่รัฐบาล พยายามที่จะตั้งไว้ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนะครับ ฝากหารือครับว่าขอให้ได้ พรุ่งนี้อีกสักวันหนึ่งเปึน ๒ วันก็ยังดี ขอบคุณครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ผมได้ส่งรายชื่อเพื่อที่จะหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน เมื่อสักครู่นี้ผมฟังดูท่านประธานไม่มีรายชื่อผมเลยครับ
ไม่มีครับ
ผมยื่นไปแล้วครับ
ภายหลังเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา แล้วเขายังไม่ได้เอามากรอกครับ
ท่านประธานครับ ผมมีความจํานงที่ อยากจะเรียนท่านประธาน
ผมทราบแล้วครับ เดี๋ยวจะ เอาลงให้ครับ เชิญครับหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน หารือในประเด็นที่ท่าน ส.ส. จากเชียงใหม่ ท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ได้นําเรียนปรึกษาท่าน ประธาน กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เรื่องของการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอ เข้ามา ซึ่งจะเข้าสู่วาระต่อไปนี่ กระผมมีความเห็นด้วยกับทางท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ เปึนอย่างยิ่ง ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ในเรื่องของการกําหนดระยะเวลาในการพิจารณา กระผมทราบมาว่าท่านประธานจะให้ใช้เวลาประมาณ ๑๐ ชั่วโมงครึ่ง ในการพิจารณา ถ้าเทียบเคียงก็จะเสร็จประมาณตีสามในคืนนี้ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีขอว่า วันนี้เราพิจารณาให้ได้มากที่สุด เช่น ประมาณเที่ยงคืน พรุ่งนี้ถ้ามีส่วนที่จําเปึนต้องเพิ่มเติม กระผมขออนุญาตพรุ่งนี้อีกวันหนึ่งซึ่งเราก็กําหนด ระเบียบวาระแล้วมีการนัดหมายประชุมล่วงหน้าไปแล้ว น่าจะเปึนสิ่งที่จะมีประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน และสําคัญที่สุดกระผมคิดว่าเปึนประโยชน์กับรัฐบาลครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเองเปึนนักประชาธิปไตยเกิดจากระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา กระผมคิดว่าสิ่งที่ท่านจะได้รับฟังจากเพื่อนสมาชิกในการที่จะชี้ประเด็นต่าง ๆ เรื่องขอ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมตรงนี้ โดยเฉพาะเปึนงบเพิ่มเติมที่จะไปแก้วิกฤติเศรษฐกิจ ข้อมูลเหล่านั้นน่าจะเปึนประโยชน์กับรัฐบาล เพราะมีหลายเรื่องครับที่เราเห็นด้วย มีหลายเรื่องครับที่เรามีข้อทักท้วง มีหลายเรื่องครับเปึนสิ่งที่เราจะบอกกับรัฐบาลว่าต้อง ระมัดระวัง เพราะฉะนั้นกระผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า อยากจะให้ทางท่านนายกรัฐมนตรี ทางวิปรัฐบาลได้กรุณาพิจารณาประเด็นนี้ขยายไป พรุ่งนี้อีกสักวันหนึ่งครับ กระผมคิดว่าไม่สายเกินไป ท่านประธานครับ ถึงแม้ว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจะไม่อยู่ในที่ประชุมพรุ่งนี้เนื่องจากมีราชการสําคัญก็ไม่เปึนไรครับ ทาง ท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ยังอยู่ เราคิดว่าการพิจารณาตรงนี้น่าจะคํานึงถึง ประโยชน์สุดของพี่น้องประชาชน ฝากท่านประธานช่วยพิจารณาครับ
เชิญคุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานยังไม่ได้ เป่ดประชุม แต่ว่าเพื่อที่จะให้ทําภารกิจที่ท่านสมาชิก ๒ ท่านนะครับ
นี่มันต่อเนื่องครับ แล้วก็ เห็นคุณยกมือ ถ้าผมไม่บอกแล้วไม่ชี้เดี๋ยวจะหาว่าผมลําเอียง ผมก็เปึนคนกลาง
ก็จะขออนุญาตเลยนะครับ ผมอยาก ขอความกรุณาท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ในการพิจารณางบประมาณ วันนี้เปึนอีกครั้งหนึ่งที่มีความสําคัญ เพราะจะต้องอนุมัติเงินที่เปึนที่ประจักษ์กันชัดว่า รัฐบาลจะนําไปแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจเพื่อจะฟุ๋นเศรษฐกิจตามภาวะที่เกิดขึ้น แต่ว่า จะให้เวลาในการอภิปรายกันเพียง ๑ วันนะครับ แล้ววันนี้ก็ได้เริ่มกันบ่าย ความจริงน่าจะ เริ่มเช้า ท่านก็ติดประชุมคณะรัฐมนตรี ก็จํากัดกันอีก แม้นว่าจะอภิปรายกันจนสว่าง จน ท่านนายกรัฐมนตรีจะไปขึ้นเครื่อง มันก็ขัดประโยชน์นะครับท่านประธาน ต้องใช้ สติปัญญาพร้อมกับพี่น้องประชาชนก็ฟังด้วย ผมอยากจะกราบเรียนแบบนี้นะครับ เรา เคยอภิปรายงบประมาณกลางป้เมื่อป้ ๒๕๔๘ ตอนช่วงที่ ฯพณฯ ทักษิณเปึน นายกรัฐมนตรี เราใช้เวลา ๑ วัน บรรทัดฐานตรงนั้นต้องกราบเรียนว่าเราใช้เวลาในช่วง ๑ วัน เงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เปึนช่วงที่เศรษฐกิจดี เปึนช่วงรัฐบาลสามารถหาเงิน มาเพียงพอต่อการจับจ่ายใช้สอยและมีเงินเพิ่มเกินกว่ายอดงบประมาณ ก็ขอตั้งเพิ่มเติม เพื่อนําไปพัฒนา แต่คราวนี้นะครับ เรา ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท เราเปึนหนี้นะครับ กู้เขามา และจะต้องกู้อีก มันจะต้องใช้ความรอบคอบ ทุกเม็ดเงินคือภาษีอากรของประชาชน ผมเลยต้องขอให้ท่านประธานได้พิจารณาขอความเห็นใจจากท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ
เรื่องเม็ดเงินนะครับ เอาไว้อภิปรายในเรื่องงบประมาณก็แล้วกันนะครับ เนื่องจากวิป ไม่ใช่ประธานเปึนคน ชี้ขาดนะครับ เรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพได้ทราบด้วย เปึนเรื่องของวิป ตกลงกัน ระหว่างฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาล แล้วก็เสนอมายังผม ทั้งท่านวิทยา ทั้ง ท่านชินวรณ์ มีเอกสารหลักฐานอยู่ในมือผมนี่นะครับ ผมก็จึงกล้าเรียนกับที่ประชุม เพราะ ทุกท่านก็ต้องไว้วางใจทั้ง ๒ ท่านอยู่แล้วนะครับ เชิญคุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามที่ ท่านประธานได้เรียนต่อที่ประชุมนั้น ก็เปึนเอกสารที่วิปทั้ง ๒ ฝ์าย ได้ยืนยันกับท่าน ประธานนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า จริง ๆ แล้ว ในช่วงที่ทางรัฐบาลที่แล้วได้เสนองบประมาณเพิ่มเติมมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ ท่านก็ให้เวลา สําหรับฝ์ายค้านได้อภิปรายเพียง ๔ ชั่วโมงนะครับ และในป้งบประมาณเพิ่มเติม ป้ ๒๕๔๘ ท่านก็ได้ให้เวลาสําหรับฝ์ายค้านในการอภิปราย ๖ ชั่วโมง เมื่อวานนี้พวกผมได้ หารือกันว่า ถึงแม้เราจะเริ่มในช่วงบ่ายในวันพุธก็ตามนะครับ แต่ว่ามีเวลาที่จะให้เพื่อน สมาชิกได้อภิปรายทั้งหมด ๑๐ ชั่วโมง ๓๐ นาที สําหรับฝ์ายค้าน รวมทั้งหัวหน้าพรรค ฝ์ายค้าน ให้เวลาทั้งหมด ๖ ชั่วโมงนะครับ และเมื่อวานนี้
หัวหน้าพรรคฝ์ายค้าน ยังไม่มีครับ เพราะผมต้องเปึนคนเซ็นรับสนองพระบรมราชโองการ ยังไม่มีครับ
ใช่ครับ ยังไม่มีครับ แต่ว่าก็ให้เวลาที่เปึนสัดส่วนของฝ์ายค้าน เพื่อให้ฝ์ายค้านได้อภิปรายอย่างเต็มที่ครับ ท่านประธานครับ
เพื่อไม่ให้เสียเวลา นะครับ จะได้ดําเนินการต่อไป ขณะนี้มีผู้เซ็นชื่อ ๒๙๗ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว กระผม ขอเป่ดประชุม ตามระเบียบวาระนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถามไม่มี นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
ก็ขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า วันนี้มีการถ่ายทอดทางสถานี วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จนถึงเวลา ๑๗.๑๐ นาฬิกา แล้วก็ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ก็จะโอนไปในเรื่องเสด็จพระราชดําเนินพระราชทานรางวัลสมเด็จ พระเจ้าฟัามหิดล ประจําป้ ๒๕๕๒ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พอเสร็จพิธีแล้วก็จะโอน กลับมาถ่ายทอดต่อ จนกว่าจะเสร็จการพิจารณาเรื่องงบประมาณ ก็แจ้งให้ทราบครับ มีอะไรครับ คุณจันทรรวงทอง (นายประเสริฐ จันทรรวงทอง) เชิญครับ
ประเสริฐ จันทรรวงทอง ครับ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระในเรื่องงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ ๒๕๕๒ นั้น เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกได้หารือกับท่านประธานในเรื่องของการอภิปราย ในเรื่องของ กรอบเวลาว่าควรจะเปึน ๑ วัน หรือ ๒ วัน ท่านประธานยังไม่ทันที่จะสรุปเลย ท่านประธานก็รีบที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระนะครับ
คือเราเข้าแล้วนะครับ คือว่าถ้ามันไม่จบงบประมาณนี้ อภิปรายไม่จบมันก็ต้องเลื่อนไปจนจบครับ ไม่ต้องห่วง อันนั้นอยู่ในการใช้ดุลยพินิจของประธานครับ เพราะประธานมีหน้าที่ควบคุมครับ
ผมทราบดี ท่านประธาน ครับ ว่าต้องพิจารณาจนจบ แต่ถ้าเราพิจารณาแบบตีสอง ตีสาม ตีสี่ ผมคิดว่าไม่เปึน ประโยชน์เท่าไรครับ อยากจะให้ทบทวนโดยวิปทั้ง ๒ ฝ์ายนะครับ ทบทวนอีกสักครั้ง เถอะครับ เงิน ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปึนประโยชน์สําหรับพี่น้อง ประชาชนนะครับ
ขอให้ท่านไปตกลง กันเองครับ วิปของท่านนะครับ ตกลงกันเองครับ
ตกลงสรุปว่าอย่างไร ท่านประธานครับ
ก็ให้ทางวิปของท่าน ทั้ง ๒ ฝ์ายไปตกลงกันนะครับ แล้วก็แจ้งให้ท่านสมาชิกแต่ละฝ์ายได้ทราบไป ผมปฏิบัติตามครับ ผมมีหน้าที่ปฏิบัติตาม ก็เรียนให้ทราบนะครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลา นะครับ ปรึกษากันไป ปรึกษากันมาเวลาก็เปลืองไปโดยเปล่าประโยชน์นะครับ กระผมขอ เรียนต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม วันนี้ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ในวันนี้ไม่มี นะครับ
ต่อไปเปึนเรื่องด่วนนะครับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีแถลงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๒ พ.ศ. .... โดยมี หลักการและเหตุผลดังนี้
หลักการ ตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๒
ท่านประธานครับ วันนี้พวกผมไม่ฟัง หรอกครับ ไม่อยู่ฟังครับ
เปึนจํานวนไม่เกิน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท สําหรับเปึนค่าใช้จ่ายของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น เปึนจํานวน ๙๗,๕๖๐,๕๒๓,๗๐๐ บาท และเปึนรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จํานวน ๑๙,๑๓๙,๔๗๖,๓๐๐ บาท
เหตุผล
๑. โดยที่รัฐบาลมีความจําเปึนต้องใช้จ่ายเงินในการดําเนินการตาม นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เพื่อเร่งรัดฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและกระจายไปสู่ระบบเศรษฐกิจ ทุกภาคส่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและภาคธุรกิจ โดยลดค่าครองชีพ และเพิ่มรายได้ และดําเนินโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จําเปึนในชนบท จึงต้องตั้ง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมเปึนจํานวนไม่เกิน ๙๗,๕๖๐,๕๒๓,๗๐๐ บาท โดยมี วัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
๑. ค่าใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือการครองชีพของบุคลากรภาครัฐ เปึนจํานวนเงิน ๒,๖๕๒ ล้านบาท
๒. ค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและ สังคมในชุมชนเปึนจํานวน ๖,๙๐๐ ล้านบาท
๓. เงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึนเปึนจํานวน ๔,๐๙๐,๔๔๘,๐๐๐ บาท
๔. เพื่อจัดสรรตามแผนงานฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ และแผนงานเสริมสร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงด้านสังคมของ หน่วยงานต่าง ๆ เปึนจํานวน ๘๓,๙๑๘,๐๗๕,๗๐๐ บาท
๒. โดยที่มาตรา ๑๖๙ วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้ต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังในพระราชบัญญัติโอนเงิน งบประมาณรายจ่าย พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หรือพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณถัดไป ทั้งนี้ ให้กําหนดแหล่งที่มาของรายได้ เพื่อชดใช้รายจ่ายที่ได้ใช้เงินคงคลังจ่ายไปก่อนแล้วด้วย ดังนั้นจึงต้องตั้งงบประมาณ รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังเปึนจํานวน ๑๙,๑๓๙,๔๗๖,๓๐๐ บาทในพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานที่เคารพ เปึนที่รับทราบโดยทั่วไปถึงวิกฤติเศรษฐกิจทางการ เงินในประเทศสหรัฐอเมริกา และผลกระทบต่อเนื่องที่นําไปสู่ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลก ที่คาดว่าจะมีความรุนแรงส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ทั้งด้านการส่งออกสินค้าและด้าน การท่องเที่ยว ในขณะที่เศรษฐกิจในประเทศทั้งการใช้จ่ายและการลงทุนยังอยู่ในภาวะ ชะลอตัว ดังนั้นภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศจึงชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก อย่างรวดเร็ว ดังจะเห็นว่าในไตรมาสที่ ๓ ของ ป้ ๒๕๕๑ นั้น เศรษฐกิจมีการขยายตัว เพียงร้อยละ ๔.๐ ชะลอตัวลงจากที่มีการขยายตัวร้อยละ ๖.๐ และ ๕.๓ ใน ๒ ไตรมาส แรกของป้ แล้วในไตรมาสสุดท้ายของป้ ๒๕๕๑ ที่ผ่านมานั้น ผลกระทบต่อการส่งออกมี ความรุนแรงขึ้น ดังจะเห็นได้จากมูลค่าและปริมาณการส่งออกที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดย ในเดือนพฤศจิกายนมูลค่าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐและปริมาณการส่งออกลดลง ร้อยละ ๑๗.๗ และ ร้อยละ ๒๐.๘ ตามลําดับ และในเดือนธันวาคมมูลค่าและปริมาณการ ส่งออกลดลงอีก ร้อยละ ๑๔.๖ และ ๑๖.๓ ตามลําดับ ซึ่งเปึนผลจากเศรษฐกิจของ ประเทศคู่ค้าที่สําคัญของไทย ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางการเงินในสหรัฐอเมริกาและการชะลอตัวของ เศรษฐกิจโลกในภาพรวม ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งป้แรกของป้ ๒๕๕๒ นี้ภาวะเศรษฐกิจโลกจะ ถดถอยและส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย การชะลอตัวของกําลังซื้อ ทั้งในและนอกประเทศจะส่งผลให้การใช้กําลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมลดลง ส่งผล ให้มีการเลิกจ้างงาน ดังนั้นการว่างงานจะรุนแรงขึ้นในไตรมาสที่ ๒ และไตรมาสที่ ๓ ซึ่ง จะส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อกําลังซื้อและความเชื่อมั่นรวมทั้งบรรยากาศการผลิตและ การลงทุน และอาจเปึนอุปสรรคสําคัญต่อการผลักดันขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะ ปานกลางได้
จากสภาพปัญหาดังกล่าวรัฐบาลตระหนักดีว่าปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลต้อง เร่งรัดแก้ไข คือปัญหาเศรษฐกิจที่กําลังกระทบต่อความเปึนอยู่ของประชาชน ดังนั้น รัฐบาลจึงได้กําหนดแผนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของประเทศเพื่อดําเนินการในระยะเร่งด่วน โดยสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้ประชาชนสามารถใช้จ่ายเพื่อสิ่งจําเปึนในชีวิตได้ อย่างต่อเนื่องก่อนในระยะแรก และให้มีการลงทุนของภาคเอกชนเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องที่ทําให้ระบบการผลิตของประเทศยังสามารถดําเนินกิจกรรมการผลิต ต่อไปได้ และสนับสนุนให้สามารถรักษาระดับการจ้างงานไว้ได้ในระดับที่จะไม่กลายเปึน ปัญหาทางสังคม และเปึนอุปสรรคในการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะต่อไป ดังนั้นการดําเนิน มาตรการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล จึงให้ความสําคัญกับการดําเนินการเรื่องเร่งด่วน ควบคู่ไปกับการดําเนินนโยบายการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การสร้างเสถียรภาพทาง เศรษฐกิจและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในด้านต่าง ๆ พร้อม ๆ กันอย่างเปึน บูรณาการ กระผมและคณะรัฐมนตรีได้รับฟังข้อเสนอแนะและข้อสังเกตในการแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งจากสมาคมวิชาชีพ นักวิชาการ และตัวแทนของภาคส่วน ต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้พิจารณาทบทวนสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ ทางเลือก ที่มีความเหมาะสมและความสอดคล้องกับความจําเปึนในการดําเนินนโยบายและ มาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลแล้ว เห็นว่ารัฐบาลมีความจําเปึนที่จะต้องจัดทํางบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๒ พ.ศ. .... เพื่อให้เม็ดเงินของรัฐ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว แต่การดําเนินการดังกล่าวรัฐบาลยังคงยึดมั่นและให้ ความสําคัญกับกรอบความยั่งยืนทางการคลังของประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อ เสถียรภาพทางการคลังและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
ท่านประธานที่เคารพ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... จํานวน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ที่กระผม นําเสนอต่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติให้พิจารณาในวันนี้ มุ่งเน้นการ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยมีเงินที่พึงได้มาสําหรับจ่ายตาม งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม คือเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จํานวน ๙๗,๕๖๐,๕๒๓,๗๐๐ บาท และภาษีและรายได้อื่น จํานวน ๑๙,๑๓๙,๔๗๖,๓๐๐ บาท โดยมีวัตถุประสงค์และโครงการสําคัญในการใช้งบประมาณ ดังต่อไปนี้
๑. การฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ จํานวน ๓๗,๔๖๔,๔๔๙,๗๐๐ บาท เพื่อเปึนการกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือน ลดภาระ ค่าครองชีพ รักษาและเพิ่มรายได้ของประชาชนและฟุ๋นฟูความเชื่อมั่นในการลงทุนของ ประเทศ ประกอบด้วยโครงการที่สําคัญคือโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและ บุคลากรภาครัฐ โครงการ ๕ มาตรการ ๖ เดือน เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน โครงการจัดทําและพัฒนาแหล่งน้ําเพื่อเกษตรกร โครงการแหล่งน้ําขนาดเล็กเพื่อการ จัดการน้ํา โครงการก่อสร้างทางภายในหมู่บ้านเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ ประชาชน โครงการด้านพาณิชย์เพื่อช่วยเหลือประชาชน โครงการสนับสนุนด้านการ ท่องเที่ยว โครงการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมขนาดกลาง และขนาดย่อม และโครงการฟุ๋นฟูความเชื่อมั่นและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ
๒. การเสริมสร้างรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงด้านสังคม จํานวน ๕๖,๐๐๕,๖๒๖,๐๐๐ บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ยกระดับ และพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนเสริมสร้างรายได้และโอกาสในสังคมให้มีความมั่นคง ยิ่งขึ้น ประกอบด้วยโครงการที่สําคัญคือ โครงการสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยไม่เสีย ค่าใช้จ่าย ๑๕ ป้ โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน รายการค่าใช้จ่ายเพิ่ม ศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน โครงการสร้างหลักประกันรายได้ด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุ โครงการส่งเสริมอาสาสมัคร สาธารณสุขประจําหมู่บ้าน อสม. เชิงรุก โครงการปรับปรุงสถานีอนามัย และโครงการ ก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยให้ข้าราชการตํารวจชั้นประทวน
๓. การบริหารเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน จํานวน ๔,๐๙๐,๔๔๘,๐๐๐ บาท เพื่อเปึนเงินสํารองไว้สําหรับกรณีค่าใช้จ่ายในงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่จัดเตรียมไว้ไม่เพียงพอจากการเพิ่ม เปัาหมาย ค่าใช้จ่ายที่จําเปึนเร่งด่วนตามแผนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจที่อาจต้องใช้งบประมาณ เพิ่มเติมและการใช้จ่ายตามเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมาย
๔. รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จํานวน ๑๙,๑๓๙,๔๗๖,๓๐๐ บาท เปึน การตั้งงบประมาณรายจ่ายชดเชยเงินคงคลังที่ได้จ่ายไปแล้วตามที่กฎหมายกําหนด สําหรับสาระสําคัญโดยละเอียดของโครงการและรายการต่าง ๆ ตามที่ได้แถลงให้ทราบ นั้น รัฐบาลได้นําเสนอต่อสภาแห่งนี้แล้ว นอกจากนั้นกระผมใคร่ขอเรียนว่า มาตรการตาม ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ฉบับนี้ เปึนมาตรการระยะเร่งด่วน และเปึนเพียงส่วนหนึ่งของแผนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของ รัฐบาล ซึ่งจะประกอบไปด้วยมาตรการระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว ทั้งที่ใช้เงิน งบประมาณเปึนตัวขับเคลื่อนและมาตรการอื่น ๆ ที่ไม่ได้ใช้เงินงบประมาณ ซึ่งครอบคลุม การช่วยเหลือทุกกลุ่มเปัาหมาย รวมทั้งเพื่อเปึนการวางรากฐานที่สําคัญในการ สร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ และการสร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจและ สังคมอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ท่านประธานที่เคารพ กระผมทราบดีว่า เงื่อนไข ในด้านเวลามีความสําคัญ เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ดังกล่าวมีผลบังคับใช้โดยเร็ว แต่ด้วยข้อจํากัดของระยะเวลาที่จะใช้จ่ายในช่วง ๖ เดือน และขนาดของวงเงินที่มีอยู่จํากัด ทําให้รัฐบาลไม่สามารถดําเนินการเรื่องสําคัญอื่น ๆ ได้ เพียงพอกับข้อเสนอของทุกฝ์าย มาตรการในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นที่จะเพิ่มอํานาจการซื้อให้เกิด การใช้จ่ายต่อเนื่องในระบบเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นอุปสงค์รวมภายในประเทศ ซึ่งรัฐบาล เชื่อมั่นว่า ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ์าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือของฝ์าย บริหารและฝ์ายนิติบัญญัติ จะเปึนปัจจัยสําคัญในการให้การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทาง เศรษฐกิจที่ประเทศชาติและประชาชนกําลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี รัฐบาล หวังเปึนอย่างยิ่งว่า ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะได้ให้การสนับสนุนและ พิจารณารับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อรัฐบาลจะได้ยึดถือเปึนหลักใน การจ่ายเงินแผ่นดินตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายให้เปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ซื่อสัตย์ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป
ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้มีการหารือใน เบื้องต้น อยากจะกราบเรียนข้อเท็จจริงนะครับว่า เดิมทีกระผมก็เห็นว่าท่านประธานได้นัด การประชุมสภาในช่วงของวันพุธและวันพฤหัสบดี ตั้งใจว่าในช่วงของการนัดหมายนั้น ก็จะดําเนินการในส่วนของงบประมาณแล้วก็ดูตามความจําเปึน ซึ่งต่อมาก็ได้รับทราบ จากทางกรรมการประสานงานว่า ได้มีการพูดกันเรื่องนี้ แล้วก็ตกลงกันอย่างที่ท่าน ประธานได้รับทราบ แล้วก็ขอยืนยันครับว่า เวลาที่รัฐบาลให้ สําหรับเพื่อนสมาชิกในการ อภิปรายครั้งนี้ก็คงจะยาวกว่าทุกครั้งที่ได้มีการพิจารณางบประมาณกลางป้ หรือ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ขอเรียนครับว่า จริง ๆ แล้ว วันนี้ที่มีการนัดหมายในช่วงบ่าย นั้น เปึนดําริของทางฝ์ายนิติบัญญัติครับ เดิมทีก็ไม่ได้คิดจะประชุมคณะรัฐมนตรีเช้าวันนี้ แต่เมื่อทางหนังสือนัดหมายของสภาออกมา ผมจึงได้นัดประชุมคณะรัฐมนตรีทีหลัง นะครับ ในวันพุธเช้า เพราะไม่ต้องการปล่อยให้เวลาเสียไป และก็กราบเรียนว่า ในการ ทํางานของผมนี้ได้กําชับ แม้กระทั่งการเดินทางไปต่างประเทศว่า ผมควรจะได้อยู่ในการ ประชุมสภาโดยเฉพาะในวาระที่เพื่อนสมาชิกอยากจะสอบถามหรือตั้งกระทู้ถาม ก็ได้ยึด แนวทางนี้มาโดยตลอด แล้วก็ถ้าไม่มีภารกิจที่มีความจําเปึนจริง ๆ ก็พร้อมที่จะรับฟัง ความคิดเห็น แล้วก็ตอบข้อซักถามครับ ขอขอบพระคุณครับ
ต่อไปนะครับ
ท่านประธานครับ
มีอะไรท่านวิทยา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่ เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะประธานผู้ประสานงาน พรรคร่วมฝ์ายค้าน ขออนุญาตนําเรียนข้อหารือกรณีของเวลาในการประชุมกรอบได้เคย เอามาให้ดูเฉย ๆ ต้องเรียนด้วยข้อเท็จจริงครับท่านประธาน ผมอาจจะเปึนคนง่ายไป หรือเปล่านะครับ แต่บางครั้งถ้าการเจรจาหรือบอกในข้อตกลงแล้วนะครับว่า สามารถ ที่จะพูดคุยปรับกันได้ นั่นคือสิ่งที่ผมยอมรับ หากมีความจําเปึนจะต้องให้สมาชิกอภิปราย ผมได้รับการประสาน ว่าก็สามารถที่จะปรับกันได้ เมื่อวานผมขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง และกระผมก็ได้มีการพูดคุยกับตัวท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาล แต่ดูเสมือนว่า คําพูดคําว่าง่ายมันจะยากขึ้น ต้องตอบให้ชัดครับท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานบอก ว่าอนุญาตให้ผม ๒ ฝ์ายคุยกันแล้วบอกท่านประธาน ผมจะได้ขอให้ท่านคุยกับผมว่าจะ เอาอย่างไรเรื่องกรอบ เพราะฉะนั้นผมบริหารจัดการเวลาไม่ได้ครับ
ก็เห็นท่านเซ็นชื่อส่งมาให้ ผมทั้ง ๒ ท่านที่ข้อตกลง ถ้าตกลงทั้ง ๒ ฝ์ายและก็เซ็นชื่อร่วมกัน แล้วมาถึงผม ผมก็ได้ รับทราบตามหนังสือนั้นก็ได้แจ้งที่ประชุม
นั่นคือวันเมื่อวานครับ ท่านประธานครับ เมื่อวานคือการทําหน้าที่ของการประชุม
ถ้าอย่างนั้นจะ เปลี่ยนแปลงทุกเวลาหรืออย่างไรครับ
มันไม่ใช่ครับ วันนี้เปึนการ ประชุมเรื่องพิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมครับท่านประธาน เมื่อวานนี้เปึนเรื่อง ของการประชุมรัฐสภา เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ต้องทําความตกลงกัน ผมก็บอกแล้วนะครับว่า กรอบเวลาที่ให้มานั้นดูคร่าว ๆ ดูเสมือนว่าจํานวนชั่วโมงที่ได้นั้นคือ ๖ ชั่วโมง กระผมก็ได้ นําเรียนว่าในฐานะที่ท่านเฉลิม อยู่บํารุง เปึนประธาน ส.ส. ในซีกของฝ์ายค้าน ขอใช้เวลา ประมาณ ๑ ชั่วโมงกว่าเข้าไปแล้ว ส่วนที่เหลือจะดําเนินการจัดการอย่างไรครับ มันเหลืออยู่ประมาณ ๔ ชั่วโมงเศษ ท่านประธานต้องเห็นแก่ความสําคัญในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติเพิ่มเติมในส่วนนี้ ผมคิดว่าตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ไม่ขัดข้อง แล้ว ผมก็ไม่ขัดข้องว่าถ้าพรุ่งนี้นายกรัฐมนตรีจะติดภารกิจที่ต่างประเทศ ผมก็ไม่ขัดข้อง ก็ ขอให้มอบหมายให้ใครเปึนผู้ที่รับฟังนี่ครับ สิ่งนี้น่าจะเปึนประโยชน์กับพี่น้องในประเทศ ไทยนะครับ ขอประธานได้โปรดนะครับว่าถ้าประธานวิปฝ์ายรัฐบาลจะพูดคุย ผมยังได้รับ เสียงสะท้อนจากบางพรรคนี่ครับให้เขา ๒๐ นาทีแล้วจะพูดอะไร จําเปึนครับท่านประธาน ขออนุญาตให้มีการตกลงกันนะครับ หลังจากท่านเฉลิม อยู่บํารุง ได้มีการอภิปรายไปแล้ว จะมีการพูดคุยกันผมก็ยินดีครับท่าน ขอบพระคุณครับ
ตอนนี้ผมถือตามข้อตกลง ที่ท่านบันทึกทั้ง ๒ ท่านมาดําเนินการไปก่อนนะครับ ส่วนท่านจะตกลงกันอย่างไรนั้น อีกเรื่องหนึ่ง ที่ท่านจะตกลงแล้วก็ทําบันทึกมาถึงผมนะครับ ต่อไปนะครับเพื่อไม่ให้ เสียเวลาเชิญท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ก่อนที่ท่านจะอภิปรายในเรื่อง งบประมาณ ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบนะครับ ผมได้รับหนังสือจากพรรคเพื่อไทย ที่ พท. ๐๐๓๑/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๒ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่แทนผู้นําฝ์าย ค้านในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเรื่องหนังสือที่ทํามานั้นผมได้ทําหนังสือตอบมานี้แล้วครับ ไม่สามารถที่จะยกท่านเฉลิมเปึนผู้นําฝ์ายค้านในวันนี้ได้ จนกว่าหลังจากที่ผ่านพ้นวันที่ ๓๐ มกราคมไปแล้ว ครบ ๖๐ วันที่ยุบพรรค แล้วเราดําเนินการตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ แล้วก็เสนอโปรดเกล้าฯ จึงถือว่าเปึนผู้นําฝ์ายค้านได้ ฉะนั้นตอนนี้ผมถือว่าท่านคือผู้แทนเปึนตัวแทนของพรรคเพื่อไทยนะครับ ตามหนังสือ ดังกล่าว ได้ทําหนังสือโดยให้ท่านเลขาธิการลงนามส่งไปยังพรรคเพื่อไทยอย่างรีบด่วน ทันทีครับ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ปฏิบัตินะครับ จึงเรียนให้ทราบ ส่วนท่านจะใช้สิทธิของท่าน ท่านก็ใช้สิทธิในนามของผู้นําฝ์ายค้านที่ในนามของตัวแทนของพรรคเพื่อไทยนะครับ ซึ่งที่ ผมได้รับหนังสือจากวิปทั้ง ๒ ฝ์ายนั้น คือหมายความว่าฝ์ายค้านใช้เวลาทั้งหมด ๕ ชั่วโมง ท่านจะพูด ๕ ชั่วโมงเลยก็ได้ครับ ไม่ขัดข้องครับ เรียนเชิญเลยครับ มีอะไรครับ ท่านจะ อภิปรายหรือจะไม่ให้
ไม่อภิปราย ประเด็นท่านครับ ประเด็นที่ท่าน ชี้แจงต่อสภาครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตท่านประธานในประเด็นที่ท่านได้กรุณาชี้แจงต่อสภาแห่งนี้เกี่ยวกับเรื่อง การทําหน้าที่แทนผู้นําฝ์ายค้านตามหนังสือของพรรคเพื่อไทยที่เรียนแจ้งต่อท่าน ผมฟัง ท่านชี้แจงต่อสภาแห่งนี้เสมือนว่า ท่านบอกว่าเลย ๖๐ วันให้เข้าสู่กระบวนการและ เงื่อนไขก็จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้นําฝ์ายค้าน ถ้าผมฟังไม่ผิดนะครับ ท่านชี้แจงต่อสภาอย่างนั้น และให้ท่านเฉลิม ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ทําหน้าที่เปึน ผู้นําฝ์ายค้านในสภาได้
มิใช่ครับ
ท่านแจ้งอย่างนี้นี่ครับ
ผมว่าหลังจาก ๖๐ วัน นะครับ แล้วเราจะพิจารณาโดยทางสภาจะพิจารณาว่าผู้นําฝ์ายค้านต้องมีเสียง ๑ ใน ๕ ของจํานวนสมาชิกของสภาตามกฎหมายครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านฟังผม สักนิดครับ
คือมันยังไม่จบที่ผมพูด เร็วเกินไป ต้องประทานอภัยท่านคุณหมอที่เคารพด้วยครับ ผมพูดเร็วเกินไป
ด้วยความเคารพท่านประธานครับ
เอกสารมี ผมเตรียมไว้ หมดแล้วครับ มีทั้งหมดครับ
คือด้วยความเคารพท่านประธาน ท่านต้อง ชี้แจงให้ตรงไปตรงมาและเปึนประเด็นที่ชัดเจน เพราะมันเปึนข้อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ด้วย ผมเกรงว่าสภาแห่งนี้หรือว่าพี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่เข้าใจผิด ท่านพูดเสมือนว่า จะต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งท่านเฉลิมเปึนผู้นําฝ์ายค้านหลังจากครบ ๖๐ วันและกระบวนการ
ไม่ใช่ครับ เมื่อพรรค เพื่อไทยให้ท่านเฉลิมเปึนหัวหน้าพรรค ผมก็ต้องเสนอ เพราะท่านมีตั้ง ๑๘๐ กว่า ทางสภา ก็ต้องเสนอโปรดเกล้าฯ แล้วผมก็ต้องเอาหนังสือโปรดเกล้าฯ ไปมอบให้ท่านผู้นําฝ์ายค้าน
ท่านประธานครับ ท่านฟังผมสักนิดครับ เพื่อที่จะได้ทําความเข้าใจตรงกัน แล้วสิ่งที่ท่านชี้แจงต่อสาธารณะแห่งนี้ ต่อสภาแห่งนี้จะ ได้ไม่เปึนประเด็นครับ ผมขอความกรุณาท่านชี้แจงใหม่ แล้วประเด็นที่ท่านบอกว่าหัวหน้า พรรค อันนั้นเปึนเรื่องถูกต้องครับ แต่ท่านไม่ได้บอกว่าประเด็นหัวหน้าพรรค นั่นเปึน เงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญครับ ผมเองอยากจะให้ท่านประธานได้พูดให้ชัดเจน ท่านเฉลิม เพียงแต่ได้รับมอบหมายให้ทําหน้าที่แทนเท่านั้น ส่วนการจะได้รับการโปรดเกล้าฯ หรือไม่ ต้องเปึนไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๐ ครับท่านประธานครับ นั่นเปึนไปตาม รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว
ถูกต้องครับ ขอบคุณครับ เชิญครับ ท่านเฉลิมครับ ไม่ให้เสียเวลาครับ เชิญครับ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ทางสมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้มอบหมายให้กระผมมาทําหน้าที่ชั่วคราวในขณะที่ทางพรรคยังไม่ได้แต่งตั้ง หัวหน้าพรรค เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๑๐ ผู้จะทํา หน้าที่ฝ์ายค้านได้นั้นมีคุณสมบัติพิเศษกว่าการเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี เปึนผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้งเปึนนายกรัฐมนตรีได้ แต่ผู้นําฝ์ายค้านต้องมีเสียง ๑ ใน ๕ สมาชิกไม่ได้ร่วมรัฐบาล และเปึนหัวหน้าพรรคการเมืองพร้อมสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร กระผมไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขนั้น ก่อนอื่นต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกของพรรคซึ่งมี ๑๘๗ ที่นั่ง ๑๘๓ มีอยู่ อีก ๔ รอ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) รับรอง ที่ได้อนุญาต อนุมัติภารกิจอันสําคัญให้ผมทําหน้าที่อภิปรายนําในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่าน นายกรัฐมนตรีท่านแถลงนโยบายของงบประมาณเมื่อสักครู่ ก็ท่านได้พูดชัด แล้วกระชับ แต่ตอนท้ายนี่ท่านพูดหนังครึ่งม้วน ท่านบอกว่าเมื่อสมัยอื่น ๆ มีการของบประมาณ รายจ่ายประจําป้ รายจ่ายครึ่งป้ รายจ่ายเพิ่มเติม แล้วก็ให้พูดไม่มากนัก ตอนนั้นมันไม่ได้ เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ สภาพเศรษฐกิจของประเทศรัฐบาลเขามีกําไร เขาเก็บภาษีเราบอก ยอดมันเกินกว่า เอสติเมท (Estimate) ในรอบป้มีกําไร เขาก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นเอามาใช้ จ่ายเสียเถอะ มันคนละประเด็น การออกพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ในขณะที่ขาดดุลงบประมาณมีครั้งนี้เปึนสมัยแรกในประเทศไทย จะออกได้ต่อเมื่อ ๑. กําไร เขาออก หรือ ๒. เกิดวิกฤติของชาติบ้านเมือง เกิดศึกสงคราม วันนี้เกิดวิกฤติ เศรษฐกิจ ท่านนายกรัฐมนตรีออกพระราชกําหนดเพิ่มเติมผิดไหม ไม่ผิดละครับ ถูก แต่ท่านต้องพูดให้ครบสิ ที่ท่านบอกสมัยก่อนได้เวลาน้อย ก็นั่นมันกําไร ผู้คนไม่คอนเซิร์น (Concern) แต่นี่มันขาดทุนเขาอยากแสดงความคิดความอ่าน แล้วผมเรียนท่านประธาน เบื้องต้น ขออนุญาตท่านประธานบางครั้งอาจต้องหยิบเอกสารมาอ่าน บางครั้งอาจจะ พาดพิงบุคคลภายนอก แต่ผมรับผิดชอบเพราะพาดพิงบุคคลภายนอก
อนุญาตครับ
ครับ ไม่ได้รับเอกสิทธิ์ คุ้มครอง และผมบอกให้ท่านนายกรัฐมนตรีสบายใจ สมัยท่านเปึนฝ์ายค้านท่านนั่ง ตรงโน้นละครับ ผมจําได้ แล้วเวลาท่านอภิปรายนโยบายงบประมาณ ท่านเอาตํารับตํารา เมืองนอกเมืองนามาเยอะ ผมไม่ครับ ผมจะวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่รัฐบาลนําแจก สิ่งที่รัฐบาลนําเสนอ บังเอิญผมอาจจะโชคดีกว่านักการเมืองหลายท่าน เพราะเมื่อเปึน รัฐมนตรีสํานักนายกรัฐมนตรี พุทธศักราช ๒๕๓๑ ผมได้รับความไว้วางใจจาก พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ว่าให้ดูงานกับสํานักงบประมาณ แล้วป้นั้นประมาณสักป้ ๒๕๓๒ หรือป้ ๒๕๓๓ ผมจําไม่ได้แน่ว่าตรงไหม รัฐบาลชุดนั้นมีกําไรครับ ก็เลยจึงออก งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม อาชาติบอกว่า เหลิมขออนุญาตพูดภาษาอังกฤษ เมค มันนี มัสท์ สเพนด์ ด็อน สเพนด์ แคน นอท ทูเมค (Make money must spend don’t spend can not to make) หาเงินต้องใช้เงิน ถ้าไม่ใช้เงินหาเงินไม่ได้ ผมเข้าใจครับ แต่ผมจะ วิเคราะห์นโยบายแบบฝ์ายค้าน พรรคเพื่อไทยเปึนฝ์ายค้านลุคใหม่หรือ นิวลุค (New Look) ผมจะเอาเหตุที่รัฐบาลนําเสนอ จริง ๆ พระราชบัญญัติงบประมาณมันเปึนกฎหมาย ๓ ศาสตร์ ๑. เปึนเศรษฐศาสตร์ เพราะเปึนกฎหมายการเงิน ๒. เปึนรัฐศาสตร์ เพราะ ต้องผ่านรัฐสภา ๓. เปึนนิติศาสตร์ เพราะต้องออกเปึนพระราชบัญญัติ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... แจกให้พวกผมมา มีทั้งหมด ๒๒ มาตรา มีเท่านี้ละครับ ๒๒ มาตรา มาตรา ๒๒ ก็นายกรัฐมนตรีต้องมีเงินจ่ายเงินแผ่นดินตามรายการจํานวนกําหนด พระราชบัญญัติ มาตรา ๒๓ ก็ไม่มีสาระละครับ ก็คือนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์รักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ มีเท่านั้นครับ กฎหมายก็มี ๒ ส่วน ๑. หลักการว่าอย่างไร ๒. เหตุผล
รัฐบาลชุดนี้ตั้งงบประมาณรายจ่ายเปึนจํานวนเงินทั้งหมด ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท แรก ๆ โผล่มานี่นะครับไม่มาก แต่ท่านเติมอีกนิดหนึ่งก็เปึนสิทธิครับ ในเมื่อรัฐบาลมั่นใจ จะจัดเก็บภาษีอากรได้ จะขาดดุลได้โดยไม่เกินพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะที่กําหนด เอาไว้ รัฐบาลมีอํานาจโดยชอบธรรมที่จะเสนองบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ งบประมาณ ๒๕๕๒ รัฐบาลบอกว่าหลักการก็จะขอเงินจากสภา ๑๑๖,๗๐๐ล้านบาท เหตุผล รัฐบาลมีความจําเปึนต้องใช้จ่ายเงินในการดําเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของ รัฐบาล เพื่อเร่งฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและกระจายไปสู่ระบบเศรษฐกิจทุกภาคส่วน เพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนของประชาชนและภาคธุรกิจ เบื้องต้นผมฟันธงยกองค์ปรับปัญหาบอก ท่านประธานเลย งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมฉบับนี้ไม่ใช่เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่ หลักของนักเศรษฐศาสตร์อังกฤษเมื่อ ๗๐–๘๐ ป้ เขาก็แปลเปึนภาษาไทยผมก็อ่านเปึน ไม่ได้เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ๒. ที่บอกว่ากระจายรายได้ลงไป ไม่ละครับ ไม่ทุกภาค ส่วน แต่เปึนการกระจุกจํานวนเงินอยู่ที่พรรคแกนนําจัดตั้งรัฐบาล ผมไม่อยากพูด ว่าสมัย ที่ท่านเปึนฝ์ายค้าน ท่านจะตําหนิรัฐบาลเสมอเอางบไปในเขตพื้นที่เลือกตั้ง ตรงนี้ สื่อมวลชนจะวิพากษ์วิจารณ์แล้วเขาค้นหาได้ด้วยพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร เอาไป ไหนก็ได้ครับใน ๗๔ จังหวัด แต่สมัยท่านนายกรัฐมนตรีเปึนฝ์ายค้าน ท่านกระแนะกระแหน ท่านบอกตลอดเวลานโยบายพรรคไทยรักไทยเอาเงินไปลงในพื้นที่ที่เปึนฐานเสียง กลับไป อ่านเถอะครับท่านนายกรัฐมนตรี ว่างบจํานวนนี้ผมไม่อยากพูดตัวเลขบ่อย ย้ําอีกครั้งหนึ่ง ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท เปึนงบพัฒนาสร้างงานเพียง ๗,๐๐๐ ล้านบาท คิดเปึน ๗ เปอร์เซ็นต์ ของท่าน ท่านเขียนมาอย่างนี้ ผมไม่ได้วิจารณ์หรือ อิมเมจิน(Imagine) ไม่ใช่ เอาของท่านแหละ ท่านบอกจ่ายเงินนะครับ ซึ่งลักษณะการจัดทํางบ ไม่ใช่
ผมจะเริ่มวิเคราะห์เบื้องต้นในหน้าที่ ๒ ข้อ ๓ เงินสํารองเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจําเปึน จํานวน ๔,๐๙๐,๔๔๘,๐๐๐ บาท เงินจํานวนนี้อยู่ในดุลยพินิจของ นายกรัฐมนตรี เริ่มต้นเป่ดศักราชท่านปลิ้นมาแค่ ๒,๐๐๐ ล้านบาท พอเสนอจริง ตั้งงบจริง ท่านเพิ่มงบมาอีก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านบอกเลยของท่านต้องเอาไปใกล้ตัว ถือไว้ทั้งหมด ๔,๐๙๐,๔๔๘,๐๐๐ บาท ผมบอก ได้เลยว่าในภาวะเศรษฐกิจมีปัญหา เศรษฐกิจวิกฤติ ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ อยากเรียน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกป้กซ้าย ป้กขวา ฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้าน เอาเงินไปเก็บไว้ใน มือนายกรัฐมนตรี ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถามว่ากระตุ้นเศรษฐกิจทฤษฎีนักเศรษฐศาสตร์ คนไหนในโลก ไม่มีครับ ต่อมาผมจะนําท่านประธานมาสู่ร่างพระราชบัญญัติ มาตรา ๑ มาตรา ๒ ผมไม่พูดถึง มาตรา ๓ ไม่เปึนไรครับ ก็งบตัวเลขกลม ๆ
พอมามาตรา ๔ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมงบกลางในความควบคุมของ กระทรวงการคลังและสํานักงบประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท เศษผมไม่พูดถึง การกําหนด ภารกิจ พันธกิจที่จะแอบโซลูท ทาร์เก็ท (Absolute target) กระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการใช้ จ่ายเงินให้มีภาคเรียว เซคเตอร์ (Real Sector) สร้างงาน จ้างงาน คนมีงานทํา จับจ่ายใช้ สอย ของขายได้ เก็บภาษีได้ รัฐมีรายได้ เขาไม่ไปเก็บไว้ที่งบกลาง ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ ถึงแม้ท่านจะปลีกย่อยลงไป แต่ไม่แอบสแทรค (Abstract) ไม่อิมแพค (Impact) ผมเรียนท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผ่านท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีคลังคนนี้ผมไม่เคย รู้จักเปึนการส่วนตัว ไม่มีความแค้น มีแต่ความคิดสร้างสรรค์ ที่มาบอกกับท่านว่าที่ท่าน จัดทําอย่างนี้ อะไรผมเห็นด้วย อะไรผมไม่เห็นด้วย ผมต้องบอกท่านประธาน เพราะพี่น้อง ประชาชนคนทางบ้านดูโทรทัศน์ก็จะได้รู้ว่าฝ์ายค้านใหม่มันทึ่มทึ มันไม่รู้เรื่อง มันเฟอะฟะ หรือเปล่า เดี๋ยวเถอะครับ เดี๋ยวรู้ ท่านประธานครับ รัฐมนตรีคลังคนนี้ขยัน ผมดูตัววิ่ง กรณ์ทําอย่างนี้ กรณ์ทําอย่างนั้น ดีนะครับว่ามาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ ประเทศไทย ถ้าเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ฮ่องกง เขาปลดทิ้งแล้วครับ มิสเตอร์จอนซัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ฮ่องกงเขาบอกกับสื่อมวลชนว่า หน้าที่ ภารกิจ พันธกิจที่สําคัญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่เขามีอยู่ กํากับบริการนักธุรกิจ เสาะแสวงหาหนทางที่ดีสู่นักธุรกิจให้ทํามาหากิน เขากล่าวบนเวทีแห่งหนึ่งที่ฮ่องกง วันที่ ประเทศของเขาได้เปึนประเทศเศรษฐกิจเสรีครบป้ที่ ๑๕ สิงคโปร์ได้ลําดับ ๒ ไอ้กันไป ลําดับ ๖ มิสเตอร์จอนซังเขาบอกภารกิจของเขากํากับบริการ ไม่ใช่ดูแล เซอร์วิส (Service) ให้นักธุรกิจเข้ามาทํามาหากินจนเปึนประเทศที่มีเศรษฐกิจเสรีควบคู่กันมา ๑๕ ป้ของโลก แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านนี้ขยัน พูดเรื่อย จะเก็บภาษีที่ดิน จะเก็บภาษีมรดก กราบขอบพระคุณพ่อคุณทูนหัว ทําเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ อะไรดีผม สนับสนุนเพื่อให้มันมีส่วนแบ่งที่เปึนธรรม ส่วนแบ่งที่ไม่เปึนธรรมนั่นเพลงของดาวใจเขา แต่ว่าส่วนแบ่งที่เปึนธรรมมันต้องแบ่งเนชั่นแนล แอสเซท (National Asset) สมบัติของ ชาติมาแบ่งกัน ถูกไหมครับท่านประธานครับ ทีนี้มาถึงงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม สํานักนายกรัฐมนตรีให้ตั้งเปึนจํานวน ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท ผมไม่ลงรายละเอียดนะครับ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม เพราะท่านไปแปลงเปึนงบย่อยไปตรงโน้นตรงนี้ ผมจะไปพูด ใน ๑๘ มาตรการของรัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่ในฐานะคนเคยคุมงบประมาณ คนเรียนกฎหมาย การวิเคราะห์งบประมาณเขาต้องวิเคราะห์จากแต่ละมาตรา มาตรานี้ท่านตั้งไว้เท่านี้
พอมาถึงงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของกระทรวงการต่างประเทศ ให้ตั้ง เปึนจํานวน ๓๒๕ ล้านบาท แล้วเปึนอย่างไรครับ เอาไปสร้างความเชื่อมั่นให้คนมาเที่ยว ผมไม่อยากจะพูดกระทบกระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมากนัก งบประมาณ ๓๒๕ ล้านบาทไม่พอละครับในสิ่งที่ท่านสร้างวีรกรรมไว้ ท่านจะไปจับมือ ฮุน เซน จูบซ้ายจูบขวา กอดหน้ากอดหลัง ไม่ใช่เรื่องของพวกผม แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศท่านนี้ เปึนผลิตผลของพันธมิตร วันนั้นผมถามกระทู้สด ท่านนายกรัฐมนตรี บอกไม่ได้จดทะเบียนนี่ว่าใครเปึนพันธมิตรบ้าง ถูกต้อง ผมไม่ปฏิเสธ แต่ว่าพฤติกรรม กรรม คือการกระทํา กรรมเปึนเครื่องชี้เจตนา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศขึ้นเวทีหลายครั้งหลายหน ซ้ําซ้อน เปึนแผนประทุษกรรม เพราะถือว่าท่าน เปึนหนึ่งในจํานวนของพันธมิตร ก็เปึนสิทธิของท่าน แต่ปัญหามันเกิดที่ท่านจะเอา ๓๒๕ ล้านบาท ไปให้กระทรวงการต่างประเทศ ผมไม่เห็นด้วย เหตุผลเพราะว่า เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ ที่สถานีตํารวจภูธร ตําบลราชาเทวะ มีบุคคลคนหนึ่งไปร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดําเนินคดีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ในข้อหากระทําความผิดเปึนผู้ก่อการร้ายสากลตามบทบัญญัติ ของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๑ ท่านประธานครับ ท่านประธานอยู่สภา มาก่อนผม ทํางานร่วมกันมา ทุกคําที่ผมเรียกท่านประธานก็เรียกอาชัย ท่านประธาน ก็เมตตาผม อ้ายหลานชาย ผมกําลังจะบอกว่า ๓๒๕ ล้านบาทเอาไปให้ผู้ต้องหาในคดี ก่อการร้ายสากล ผมไม่เห็นด้วย ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีกับพรรคร่วมจะเห็นด้วยเปึนสิทธิ ที่ทําได้ ท่านนายกรัฐมนตรีย้อนผม เขาไปแจ้งบุกรุกผมไม่อยากสอนกฎหมาย ท่านนายกรัฐมนตรี เขาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดําเนินคดี ป. อาญา (ประมวลกฎหมาย อาญา) มาตรา ๑๑๕ วรรคหนึ่ง กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่คณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติเขากําหนดให้เมมเบอร์ (Member : สมาชิก) ของยูเอ็น (UN : United Nation สหประชาชาติ) ทั่วประเทศไปออกและเมืองไทยได้ประกาศใช้วันที่ ๑๒ สิงหาคม ป้ ๒๕๔๖ เปึนการออกกฎหมายโดยตราเปึนพระราชกําหนด เขาอนุญาตให้ ประเทศต่าง ๆ ที่เปึนสมาชิกของสหประชาชาติเข้ามาปฏิบัติการกับบุคคลที่เปึน ผู้ก่อการร้ายสากล เช่น กรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ยึดสนามบิน สุวรรณภูมิ (ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ) ให้สัมภาษณ์ มีความสุข นวัตกรรมใหม่ อาหารดี ดนตรีไพเราะ ที่ผมพูดอย่างนี้นายกรัฐมนตรีแน่จริงต้องเอาท่านกษิตไว้ต่อ มันจะเปึนไมล์สะสม เวลาจะดําเนินการกับท่าน ผมไม่ได้บังคับนะ แต่ผมในฐานะ เปึนเจ้าของเงิน ผมในฐานะเปึนสมาชิกมาจากการเลือกตั้งเหมือนท่าน เขตเดียวกันด้วย กลุ่ม ๖ ผมบอกว่า ๓๒๕ ล้านบาทนี่เสียของ เสียของจริง ๆ เอาไปให้ผู้ต้องหา แล้วผมยังคิด เวลาเดินทางไปต่างประเทศไปสนามบิน ถ้าตํารวจเขามาเจอผู้ต้องหา ปรากฏต่อหน้าพนักงานสอบสวน ตาม ป. วิ. อาญา มาตรา ๑๓๔ เขาจับกุมดําเนินคดี รัฐบาลทําอย่างไร
ต่อมาก็มาตรา ๗ งบประมาณการเพิ่มเติมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งไว้ ๕๕๐ ล้านบาท แล้วเปึนงบลัมพ์ซัม (Lump sum : เงินก้อน) นี่นะครับของการ ท่องเที่ยวทั้งหมดมากกว่านี้ เดี๋ยวผมจะไปพบจะชําแหละนโยบายอภิสิทธิ์ ๑๖ มาตรการ ๑๗. ก็คืองบฉุกเฉิน ๑๘. เอาเงินคงคลัง เงินที่จ่ายการท่องเที่ยวไปนี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมอ่านคําอธิบายนี่หรือรัฐบาลที่รอมา ๘ ป้ทําได้เท่านี้ ไปปรับปรุงที่ท่องเที่ยว ปัญหาการ ท่องเที่ยวลดไป ๔๗.๒ มันไม่ได้ลดเพราะที่ท่องเที่ยวไม่สวย มันลดเพราะคนไม่มั่นใจ เขาไม่ คอนฟ่เดนซ์ (Confidence : มั่นใจ) มาเมืองไทย เดี๋ยวป่ดหาดใหญ่ เดี๋ยวป่ดสุราษฎร์ธานี เดี๋ยวป่ดภูเก็ต เดี๋ยวป่ดสุวรรณภูมิ เดี๋ยวป่ดดอนเมือง เขากลัวตรงนี้ เรียนผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี งบประมาณเอาไปตบแต่งที่ท่องเที่ยว คิดได้อย่างไรนี่ ที่เขามา เที่ยวน้อยไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวไม่สวย ที่ท่องเที่ยวดีอยู่แล้ว คนต่างชาติมาเมืองไทย คนหนึ่ง นะครับท่านประธาน คนไทยมีงานทํา ๕ คน ครบเปึนวงจร นี่เอา ๑,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ ๕๕๐ ล้านบาท แล้วก็มีตรงอื่นรวมตรงรายละเอียดเดี๋ยวผมไปว่า ผมไม่เห็นด้วย สร้างความเชื่อมั่น มันต้องยึดหลักนิติรัฐ ลีเกิล สเตท (Legal State) รูล ออฟ ลอร์ (Rule of law) รูล บาย ลอว์ (Rule by law) รูล บาย เมน (Rule by men) หลักกฎหมาย ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกจะยึดหลักนิติธรรม นิติธรรมประเทศไหน เอาผู้ต้องหามานั่ง ข้างตัว จะไปประชุมเมืองนอกไปด้วยกันอีก ถ้าไม่เชื่อยกหูไปถามผู้บัญชาการตํารวจ แห่งชาติ ถามผู้กํากับราชาเทวะ ว่ามีคนมาร้องทุกข์กล่าวโทษ นายกษิต ภิรมย์ ไหม ถ้านายกรัฐมนตรีบอกไม่ผิด ได้ครับ ก็สั่งให้ไม่ฟัองไปสิ ก็เปึนไมล์สะสม ผมก็จะเก็บไว้ ดําเนินการกับท่าน ท่านเห็นไหมครับ เราไม่ได้ค้านสุ่มสี่สุ่มหก อะไรดี ดี อะไรไม่ดี เอ๊ะ อันนี้ไม่ได้ เอ๊ะ นี่มัน กระจุกนี่ อ้ายนี่พรรคนี้เอาหมดนี่ อ้ายนี่มันไม่ใช่งบกระตุ้นเศรษฐกิจ มันเปึนงบหาเสียง อ้ายนี่งบซื้อคะแนนล่วงหน้า ผมมีหน้าที่ต้องพูด ผมมีหน้าที่ต้องบอกต่อ
ต่อมาก็มาตรา ๙ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกระทรวงคมนาคม ตั้งไว้ ๑,๕๐๐ ล้านบาท น้อยไปครับ งบนี่มันจะสร้างงาน จ้างงานมีงานทํา คนมีงานทําคนมี รายได้ไปจับจ่ายใช้สอยเข้าตลาด ของขายได้ เก็บภาษีได้ ตรงนี้น้อยไป เดี๋ยวผมจะมีของ แถมว่าผมเห็นว่าควรได้มาก แต่ผมมีข้อสังเกต
ต่อมามาตรา ๑๐ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๗๖๐ ล้านบาท ให้น้อยไป แต่ถามว่าฝายแม้ว ฝายน้ําราคาถูกราคาแพงจะตรวจสอบไหม อันนี้บอกท่านนายกรัฐมนตรีจดไว้ ถ้าไม่ทํา แต้มสะสม
ต่อมาตรา ๑๑ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกระทรวงพาณิชย์ ให้ตั้งเปึน จํานวน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ธงฟัาราคาถูก น้อยไป ถามไปดูกระทรวงพาณิชย์ใคร เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อ๋อ คุณพรทิวา ถามใครรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีอลงกรณ์ คู่นี้เก่งครับ เก่งจริง ๆ แต่ว่าเรื่องร้องเพลงร้องเพลง เก่งแน่ คนละ ๓ เพลง ๕ เพลง บึ้มบั้ม ๆ เต้นกันไปเต้นกันมาเก่งแน่ แต่งานจะเก่งหรือไม่ เดี๋ยวผมมีของแถม
ต่อมาก็งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานใน กํากับเปึนจํานวน ๑๒,๕๕๗ ล้านบาท มีเศษนิดหน่อยครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ตรงนี้ก็ ให้ไปเถอะ เพราะกระทรวงมหาดไทยเปึนกระทรวงใหญ่ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมบอกท่านประธาน ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเปึนนักเศรษฐศาสตร์ การที่ท่านบอกว่าจะเอางบ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอามาใช้ เพื่อให้เกิด แคช โฟล์ (Cash Flow) เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านคิดก็ผิดแล้ว เงินมันไม่มี ท่านไม่รู้หรือ มันเก็บภาษีไม่เข้าเปัา จากไตรมาสแรกผ่านไปแล้ว เอสติเมท ในรอบ ๑ ป้ ภาษีจะไม่เข้า เปัา จากตัวเลขที่ตั้งงบประมาณป้ที่แล้ว ๑,๘๓๐,๐๐๕,๐๐๐ ล้านล้านบาท วันนี้ไม่ เข้าเปัา ท่านประธานครับ ท่านประธานเปึนกรรมาธิการงบประมาณหลายสิบครั้ง พูดไปไม่ได้เอาใจละครับ และไม่ได้ขอเวลามาก เพราะท่านให้ผมอยู่แล้ว นายกรัฐมนตรี ไปเข้าใจว่า ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นเก็บไว้ในกําปัืน มันไม่ใช่ มันเปึนตัวเลขที่ใช้ได้ แต่เงินมันไม่มีค่างวด เป่ดประมูลเป่ดซอง ทําทีโออาร์ (TOR : Terms of Reference : เอกสารที่กําหนดขอบเขตและรายละเอียดของภารกิจที่ต้องการให้ผู้รับจ้างดําเนินการ) จัดซื้อจัดจ้าง ไปเร่งก็ไม่ได้ เพราะมันมีระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านก็ออกมาตาย ๆ ตายต้องการเอาเงินมา มันไม่มีเงิน มันยังเก็บไม่ได้ ตรงนี้ก็ต้องบอกนายกรัฐมนตรีไว้ ระมัดระวังคําพูดบ้าง ผมว่าท่านเองนี่เปึนนายกรัฐมนตรี เปึนฝ์ายค้านไม่ค่อยมีสารัตถะ ครับ ผมก็ไม่ได้ตาม ท่านอภิสิทธิ์สมัยเปึนฝ์ายค้านพูดเช้าสายบ่ายเย็น ท่านได้เปรียบ ในด้านบุคลิกลักษณะ คาเรคเตอร์ (Character) หล่อเล็ก หล่อใหญ่ พวกหล่อถาวร เลยชิดซ้ายหมด เพราะหล่อเล็ก หล่อใหญ่ ตอนนี้เปึนนายกรัฐมนตรีไม่ได้ครับ พอเปึน นายกรัฐมนตรี ผมก็โฟกัส (Focus) ผมก็ดูเอ๊ะ ท่านอภิสิทธิ์นี่ท่านนึกอย่างไร เอ๊ะ ท่านอย่างนี้ ท่านพูดอย่างนี้ มันเอาอะไรมา ท่านอย่าไปสนุกกับคําว่า มาร์ค สิโนมิกส์ ครับ ไม่ใช่ เพราะท่านนี่สื่อตั้ง ถ้า พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร กลอเรีย อาร์โรโย เขาตั้งครับ ประธานาธิบดีฟ่ลิปป่นส์ตั้งว่า ทักษิโนมิกส์ แล้วเวลาผมพูดถึงท่านทักษิณ ฝากท่านประธานไปยังพรรครัฐบาลทั้งหมด ท่านจะมาบอกว่าเปึนนอมินี (Nominee) ท่านจะบอกเปึนสมุนอะไร เรื่องจริงอย่าสงสัย อ้าว ก็เปึนคนตั้งพรรคไทยรักไทยมา พรรคพลังประชาชน มาพรรคเพื่อไทย ก็ถือว่าเปึนบุคคลทรัพยากร บุคคลที่พวกผมเคารพ ถามกลับทําไมท่านเคารพท่านควงล่ะ ทําไมท่านเคารพอาจารย์เสนีย์ ทําไมเคารพพี่ชวน ทําไมเคารพพี่บัญญัติ ก็เปึนสิทธิ เพราะเปึนบุคลากรที่ควรเคารพและควรเอาเปึน เยี่ยงอย่าง เพราะผมเคารพท่านทักษิณ เอาน่าสมุนรับใช้ นอมินี เลิกเสียทีเถอะครับ ก็ด่ามาก็ด่าไปไม่มีประโยชน์ ผมไปมาตราต่อไปนะครับ
ท่านประธานครับ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของกระทรวงแรงงาน ตรงนี้นี่นะครับ ได้งบไปก็ผู้ใช้แรงงาน เลเบอร์ มีประโยชน์ ผมไม่ขัดข้อง แต่กรุณา ตั้งข้อสังเกตว่าอยู่ ๆ จะไปคิดซื้อข้าวสารแจก (Spec : Specfication) เดียวกันกับที่กระทรวงแรงงาน จะดําเนินการออกสเปก ถ้าไม่มีใครขัดข้อง ถ้าไม่มีใครขัดขวาง เตรียมแล้วครับ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เขาบอกจะได้ ๒๕๐ ล้านบาท ผมก็นั่งภาวนานะ บอกน้อง ๆ น้องเชื่อพี่เถอะ งานนี้งานเข้า ไม่มา ไม่มาแต่ไม่ทํากันเรียบร้อยหมด เงินไม่มา ต้องไปดูท่านนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีไม่ดูก็ไม่เปึนไรบอกเรื่องยังไม่เกิด ก็แต้มสะสม เพราะท่านเปึนนายกรัฐมนตรีท่านต้อง ชิฟ ออฟ คอมมานด์ สแตนด์ ออฟ คอนโทรล (Chief of Command Stand of Control) ท่านจะมางุบงิบหงุมหงิมไม่ได้ ไม่ได้ครับ ท่านต้องยืนตรงแบบไปตรวจสวนสนามตอนเดินไปลาว ถูกต้อง ผมหายใจไม่ทั่วท้อง กลัวท่านเลยพรมแดง พอสุดพรมแดงท่านกลับหลังหัน ผมก็บอกนายกรัฐมนตรีผมใช้ได้ ใช้ได้จริง ๆ
ต่อมาก็งบประมาณรายจ่ายกระทรวงวัฒนธรรมให้นิดเดียวครับให้ ๒๒ ล้านบาท ตรงนี้ผมไม่ขัดข้อง แต่ผมดูไม่ออกว่ากระทรวงวัฒนธรรมจะไปกระตุ้น เศรษฐกิจตรงไหน ถ้าเปึนงบประจําผมไม่ขัดข้องเลย เปึนงบรายจ่ายประจําป้ เอาเงิน พัฒนาองคาพยพ พุทธ คริสต์ พราหมณ์ อิสลาม ฮินดู ไปทําให้ศาสนา ทุกอย่างดี ทุกคน มีสิทธิเท่าเทียมกัน ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนับถือศาสนาใดก็ได้ แต่ตอนกระตุ้น เศรษฐกิจไม่เข้าท่า เอาไปจับทําไม ไปจับทําไม ๒๒ ล้านบาท เสียของจัดก็ไม่พอ แล้วมัน ก็ไม่เข้าสโคป (Scope) ของการกระตุ้นเศรษฐกิจ
มาตรา ๑๕ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานใครกํากับ ให้ตั้งเปึนจํานวน ๑๘ ล้านบาทค่อน ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์ครับ แต่คนที่รู้เศรษฐศาสตร์ ผมถาม ๑๐๐ คน มันตอบ ๑๑๕ เพราะบางคนตอบซ้ําสองไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องเลย กับการกระตุ้นเศรษฐกิจของ กระทรวงศึกษาธิการ เรียนฟรี ๑๕ ป้ ถามต้องจัดไว้ให้ ต้องจัดนั่นเปึนงบประจํา แล้ว ๑๕ ป้ ไปกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อไร หรือผลจะออกตอนท่านไปแล้ว คิดอย่างนั้นหรือ มันไม่ใช่ นี่เปึนการจัดทํางบประมาณตามนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าบอกอย่างนี้ผมไม่วิจารณ์ ถามว่าเห็นด้วยไหม เห็นด้วย แต่ต้องจัดเปึนงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ไม่ใช่เปึน งบกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ผมพูดนายกรัฐมนตรีตอบสิ เวลาโอกาสท่านตอบจะได้ประเทือง ผมอาจจะโง่ก็ได้ ถึงไม่เข้าใจว่า ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท มันกระตุ้นเศรษฐกิจตรงไหน เลอะเทอะ ไม่ใช่ เห็นด้วย แต่ไม่ใช่งบกระตุ้นเศรษฐกิจ
ต่อมาก็เปึนมาตรา ๑๖ บางอันผมผ่านไปนะ มาตรา ๑๖ เพิ่มเติมกระทรวง สาธารณสุข เงินชดเชยเงินช่วยเหลือ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน) อาสาสมัครหมู่บ้าน ผมเห็นด้วย แต่ไม่ใช่จัดตอนนี้ ตอนนี้ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่ เขาได้ไปเขาอาจไม่ใช้ก็ได้ แล้ว ๓๐๐ บาทน้อยไปด้วยซ้ํา รัฐมนตรีต้องจัดให้มากกว่านี้ แต่ไม่ใช่คราวนี้ และรัฐมนตรีต้องกําหนดสเปก อสม. เท่ากับ อสม. อาสาสมัคร สาธารณสุขหมู่บ้านเท่ากับคํานิยาม มีคุณลักษณะ คุณสมบัติอย่างไร ผมเห็นด้วย แต่ไม่ใช่เอางบกระตุ้นเศรษฐกิจไปให้เขา และ ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ๖๐๐ บาท อะไรก็แล้วแต่ไม่พอละครับ เขามี สป่ริต (Spirit) มากกว่าเขาถึงมาทํางานให้ท่าน
ต่อมาก็งบรายจ่ายเพิ่มเติมกระทรวงอุตสาหกรรมนี่ให้แบบไม่ไว้หน้า ต้องสนับสนุนเรียว เซคเตอร์ ภาคการผลิตต้องส่งออกไปตลาดอเมริกา ไปจีน ดูตลาด ยุโรป อาเซียนรวมกัน ๕๐๐ กว่าล้านคนจะทําอย่างไร เอาภาคผลิตส่งไป ให้เท่าไรครับ ปัทโธ่ ถังเอ๊ย นี่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กินน้ําใบบัวบกบ้างหรือเปล่า ๓๑๒,๔๗๐,๐๐๐ บาท อันนี้ให้น้อยไป
ต่อมามาตรา ๑๘ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของส่วนราชการไม่สังกัด สํานักนายกรัฐมนตรี สํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ ๑,๘๕๕ ล้านบาท ตรงนี้ดีครับ เพราะไปสร้างแฟลต คนมีงานทํา อิฐ หิน ดิน ทราย ขายได้ เงินมันโฟล (Flow : ไหลเวียน) เงินก็มีการ พวกกรรมกรที่จะมาทํางานก็มีการใช้แรงงาน ได้สตางค์ แต่นายกรัฐมนตรีให้เขาน้อยไป ๔,๐๙๐ ล้านบาทที่อยู่ที่นั่นน่ะเอามาแบ่งให้เขา อีกสัก ๑,๐๐๐ล้านบาท ตรงนี้ผมเห็นด้วย ให้นายกรัฐมนตรีทํา แต่สิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยคือ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัยเปึนฝ์ายค้านชอบพูด ฆ่าตัดตอน ๑,๕๐๐ คน ละเมิดสิทธิ มนุษยชนยูเอ็นกําลังตรวจสอบ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเปึนนายกรัฐมนตรีท่าน ฟูลสเกล (Full scale) ท่านมีโพเทนเชียล (Potential : อํานาจ) ท่านต้องจับคนที่มันสั่งฆ่า ตัดตอน แล้วตอนท่านเปึนฝ์ายค้านท่านใจร้อน พอมีการสลายม็อบ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ตกวันที่ ๙ (วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑) ทําหนังสือแจ้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ดําเนินคดีกับผู้สลายม็อบ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่นี่เขาดูเฉพาะสิทธิ ของเขา สิทธิคนอื่นเขาไม่รู้หรอก และดูสิทธิพวกเขา พอนายกรัฐมนตรีไปเขี่ยลูกเขาเล่น งานตํารวจ ไม่มีละครับตํารวจที่ไหนคิดฆ่าประชาชน ถ้าตํารวจคิดฆ่าประชาชน เรียนท่าน ประธานไปถึงนายกรัฐมนตรี ประชาชนเหลือไม่ถึง ๖๓ ล้านคน ตายหมด ตายหมดครับ ถ้าตํารวจมันคิดฆ่า ก็ออกจากไหนวิทยุ ว. ๒๑ ที่หมาย ว. ๒๓ ผ่านตรงนี้ ว. ๒๔ ถึงที่หมาย ก็ยิงตูม ๆ แล้วไม่ต้องอยู่ที่ไหนในรถท่านน่ะ รถผู้แทนตํารวจทั้งนั้น ร้อยละ ๙๐ ต้องบอกใหม่ ตํารวจเปึนคนดี คบได้ ซื่อสัตย์ ส่วนนายกรัฐมนตรีจะเอาใครมา รปภ. เรื่องของท่านผมไม่ว่า แต่ท่านไปเรียกลูกน้องเขามา ไปซุบซิบ ๆ บนตึกแล้วออกข่าว สั่งรื้อฟุ๋น ๕ คดี คดีไม่ต้องรื้อเพราะอายุความไม่จบ เขาทําเขาอยู่แล้ว ท่านต้องเรียก ผู้บังคับหน่วย ต้องเรียก ผบ.ตร. มาสั่ง ผบ.ตร. ผมติดใจเรื่องนี้นะ ฆ่าทนายสมชายนะ ฆ่าสามีรองอธิการบดีสแตมฟอร์ด ฆ่าชิปปุ่งหมูนะ ผู้แทนราษฎรฝ์ายผมเปึนคนนําเสนอ ชิปปุ่งหมูเอาข้อมูลเป่ดอภิปราย ชิปปุ่งหมูถูกฆ่าตาย สโคปแคบ ๆ ท่านต้องเรียก ผู้บังคับหน่วย ไม่ใช่ไปเรียกลูกน้องเขามา แล้วลูกน้องเขามากลับไป เขารายงานนาย มันสร้างความแตกแยก ถ้าท่านเจตนาก็ทําต่อ ถ้าไม่เจตนาก็ โอ.เค. ทีหลังอย่าไปทํา ไม่เหมาะสม ท่านเปึนนายกรัฐมนตรี แล้วจริง ๆ ท่านไม่ควรเรียก เพราะท่านมอบตํารวจ ให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพคุม ก็บอกสุเทพไปจัดการหน่อย ขานั้นเขาถนัดอยู่แล้ว ท่านไม่ค่อยเข้าใจหรอกเรื่องพวกนี้ สุเทพเขาเก่งอยู่แล้ว ดูสิมีแก้วงามอยู่ในมือไม่ใช้ แล้วไปเรียก เอ็งไปเรียกมา เขาด่าท่านทั้งกรมตํารวจ วันนี้ตํารวจมาคิดจะสโลว์ ดาวน์ (Slow down) เพราะกรณีที่นายกรัฐมนตรีเมื่อครั้งเปึนผู้นําฝ์ายค้านเข้าใจตํารวจผิด ผม ยืนยันกับท่านประธาน นายกรัฐมนตรีต้องทบทวนเรื่องนี้ เพราะวันนั้นผมนั่งประชุม คณะรัฐมนตรีไม่มีมติให้ไปสลายม็อบ มีแต่เพียงว่าให้คนรับผิดชอบสถานการณ์ สุดท้าย มอบ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ตกดึก พลเอก ชวลิต ไปทําเนียบ ผมไม่ได้ไป รุ่งเช้า ๗ โมง กว่าสถานการณ์มันพาไป ตํารวจก็ไม่ใช่พระอิฐ พระปูน ประชาชนเขาเรียก แม็บ โพลิติค (Map politic) ชุมนุมสงบ อหิงสา ปราศจากอาวุธ แล้วมันจริงไหม พวกพันธมิตรสงบ อหิงสา ปราศจากอาวุธ แล้วมันจริงไหม ถามท่าน ประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีสิ ผมบอกนายกรัฐมนตรีไปถ่ายรูปกับเขา แหมมาเถียง ฉอด ๆ วันที่ ๗ ไม่ใช่ ผมพูดคลุม ๆ ว่าวันเขามาหน้าสภา ท่านนายกรัฐมนตรีลงไปจ่าย ลายเซ็นแล้วก็ถ่ายรูป แหมออกมาเอามุมเล็ก ๆ น้อย ๆ นายกรัฐมนตรีต้องเปลี่ยนนิสัย ใหม่ด้วยความเคารพ อย่าทําตัวเปึนภรรยาจอมพล ป. ท่านจะทําตัวเปึนคุณหญิงละเอียด ไม่ได้ ไม่ได้จริง ๆ ครับ แล้วผมไม่ได้ว่าอะไร ก็บอกพันธมิตรเขาชื่นชมนายกรัฐมนตรี พอนายกรัฐมนตรีออกไปปุ็บ ผมนี่ต้องเผ่นไป ผมไปก่อนท่านประธาน เขาถามเฉลิมไป ทางไหน ผมบอกบอกไม่ได้เดี๋ยวรอบหน้าไม่มีเส้นทางไป ท่านนายกรัฐมนตรีต้องทบทวน เรื่องนี้ ต้องสร้างความเข้าใจกับตํารวจว่าที่ทําตอนนั้นเพราะจังหวะช่วงนั้นมันโน เชนจ โน ชอยส์ (No change no choice) แต่วันนี้ท่านเข้าใจแล้วว่าตํารวจไม่ได้ฆ่าประชาชน แล้วความเปึนจริงไม่มี นี่ครับท่านจัดงบให้เขา ๑,๘๕๕ ล้านบาท
พอมามาตรา ๑๙ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยครือกัน ให้ไปตกแต่ง ที่ท่องเที่ยว ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเรียกเลขาสภาพัฒน์แล้วเอาหนังสติ๊กยิงปากมันสักที ยิงปากเลย คุณพูดได้อย่างไร ให้ไปตกแต่งที่ท่องเที่ยว มันไม่ใช่ ที่เขาไม่มา ๑. เขากลัว ไม่ปลอดภัย เขาไม่มาเขาบอกรัฐบาลไทยชุดนี้ไม่มีนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติด เมื่อไม่นานมานี้ เขาสํารวจตรวจสอบในกรุงเทพมหานคร ยาเสพติดพุ่งพรวดเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ สมัยพันตํารวจโท ทักษิณ ปราบ จนเปึนที่มาของถูกกล่าวหาว่า ฆ่าตัดตอน ๑,๕๐๐ ศพ ๒,๕๐๐-๒,๖๐๐ ศพ แล้วแต่ตัวเลข ท่านไปเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ เขากลัวตรงนี้เขา กลัวว่ามาแล้วต้องติดค้าง ๗ วัน ๑๕ วันไหม เขากลัวมาโรงแรมปลอดภัยไหม เขากลัว ตรงนี้ ไม่ใช่แหมไปตกแต่งท่องเที่ยวให้น่าเที่ยว ไม่เข้าท่า
ต่อไปก็เปึนมาตรา ๒๐ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของกองทุนและ เงินทุนหมุนเวียน มาตรา ๒๑ งบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง เดี๋ยวจะพูด ในรายละเอียด มาตรา ๒๒ กระทรวงการคลังมีอํานาจสั่งจ่ายเงินแผ่นดิน มาตรา ๒๓ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ นี่ครับ นายกรัฐมนตรีทํามาขอเท่านี้ ถ้านายกรัฐมนตรีไม่มีเอกสารอื่นออกมา ผมพูดอะไรไม่ได้ แล้ว มีเท่านี้ครับ แต่แปลกใจว่านายกรัฐมนตรีคิดอย่างไรหรือใครยุท่าน ๑. งบกระทรวง ยุติธรรม ไม่ให้เขาเลยแม้แต่บาทเดียว ไม่ให้ งบกระทรวงกลาโหมบาทหนึ่งก็ไม่ให้เขา เพราะอะไร ท่านจะแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อีก ๑ อําเภอสงขลา ท่านจะแค่ หามี ครม. พิเศษ ผมไม่อยากพูด เอาไว้เจรจากันตอนญัตติสําคัญ ๆ ว่า ครม. พิเศษ คืออะไร ทําไมทหารเขาดูแลสถิติลดดีอยู่แล้วถึงจะเปลี่ยน ทําไมต้องออกกฎหมายใหม่ ศูนย์อํานวยการบริหารชายแดนปักษ์ใต้เขามีคนดูแลอยู่แล้ว คุณพระนายเขาหลับตาเห็น หมด เอาก้อนหินไปทิ้งตรงไหนเขารู้หมด ท่าน พลตํารวจโท อดุลย์ แสงสิงแก้ว แผนที่ ตรงไหนกระต๊อบเล็ก ๆ อธิบายความได้หมด ผู้การยะลา นราธิวาส ปัตตานี เขารู้หมด ท่านผู้บัญชาการทหารบกท่านลงไปเรื่อย เพราะท่านเปึนรอง ผอ. ตม. ใครยุท่าน ยุแล้ว ท่านบ้ายุไม่จริง ถ้าบ้ายุจริงนายกรัฐมนตรีต้องเอางบให้กระทรวงกลาโหม ไม่มีครับ ไม่มีเลย กระทรวงยุติธรรมก็ไม่ให้ หรือท่านมองว่ารัฐมนตรีของท่านไม่มีความยุติธรรมท่านเลย ไม่ให้งบกระทรวงยุติธรรม นี่แหละครับผมวิเคราะห์ไว้ทั้งหมดนะครับ
ต่อมาก็มาถึงนโยบายท่านอภิสิทธิ์ ๑๖ นโยบาย ท่านแยกย่อยให้ดีนะ ผมทําการบ้าน ยืนยันกับท่านนายกรัฐมนตรี พกความรู้สึกที่ดีมาบอก และที่ผมพูดท่านไม่ จําเปึนต้องทําตามแล้วก็ไม่ต้องเชื่อ แต่ผลลัพธ์ที่มันจะเกิดขึ้นมันจะพิสูจน์ได้ว่า สิ่งที่ สผ ๓/๒๕๕๒ (ส. ทั่วไป) สุรีย์รัตน์ ๑๗/๒ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ซึ่งเขาให้ทําหน้าที่ชั่วคราวตรงนี้ได้อภิปรายชําแหละ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีใกล้เคียงใกล้ชิด สมเหตุสมผลหรือไม่ ๑. ท่านบอกว่าโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและบุคลากร ภาครัฐ ท่านให้ ๒,๐๐๐ บาท จะครอบคลุมบุคคล ๙,๒๐๐,๐๐๐ คน นี่ล่ะ เขาบอก โอบามาร์ค มาร์คสิโนมิกส์ซื้อเสียงล่วงหน้า เพราะนโยบาย ๒,๐๐๐ บาท ครอบคลุม ๙,๒๐๐,๐๐๐ คน สื่อวิจารณ์ผมก็ว่าซื้อเสียงล่วงหน้าแล้วถูกต้องตามกฎหมาย นายกรัฐมนตรีจ่ายเงินตรงนี้ออกไปให้พี่น้องประชาชนทั้งหมด คนละ ๒,๐๐๐ บาท โดยประมาณ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ขาดเกินไม่มาก แล้วท่านต้องห้ามทีมเศรษฐกิจของ ท่าน เห็นผมเปึนนักเรียนเมืองไทย ขู่เลย บอกต่างชาติก็ใช้อย่างนี้ โอ้ย ประเทศนั้น ประเทศนี้ ไม่จริงครับ เมษายน พฤษภาคม ป้ ๒๕๕๑ ประธานาธิบดีจอร์จ บุช ใช้วิธีการ คืนภาษีเปึนเงินสดให้คนอเมริกัน เฟล (Fail) ไหม เฟล คนเอาเงินเหล่านั้นเขาประเมิน หลังจากคืนเงินแล้ว เอาออกมาใช้เพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะคนอาจจะเอาไปออม ฝรั่งเรียกว่า จ่ายครั้งเดียว วัน ออฟ ไทม (One of time) จ่ายครั้งเดียวใช่ไหม ท่านนายกรัฐมนตรี ไต้หวันเขาจ่ายไหมครับ จ่าย เขาจ่ายอย่างไร เขาจ่ายเปึนคูปอง นโยบายนี้ไม่ถือว่าเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เปึนการซื้อเสียงล่วงหน้า นี่คือการแจกเงิน คนละ ๒,๐๐๐ บาท
ต่อไปข้อ ๒ โครงการ ๕ มาตรการ ๖ เดือน เพื่อลดค่าครองชีพ ท่านนายกรัฐมนตรีทราบไหมครับ โครงการ ๕ มาตรการ ๖ เดือนนี่มันจะครอบคลุมพี่น้อง ประชาชนมากจริง ๆ เริ่มต้นใช้น้ําประปาภูมิภาค นครหลวง และ อปท. (องค์การปกครอง ส่วนท้องถิ่น) ครอบคลุมประชาชน ๘๒๐,๐๐๐ ราย ต่อมาก็ลดค่าใช้จ่ายไฟฟัา ๙๐ หน่วย ต่อเดือน แล้วก็ทั้งหมด ๘ แสน ๑ ล้านราย รถเมล์ ขสมก. (องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ) ครอบคลุมผู้ใช้รถ ๔๑๐,๐๐๐ คน ต่อวัน รถไฟ ๔ ล้านเที่ยวต่อเดือน เอสเอ็มอี (SME : วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม) การลดวงเงินเก็บภาษี ท่านนายกรัฐมนตรี ครอบคลุม เอสเอ็มอี ๗ แสนราย เห็นไหมครับ ทีนี้ที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานก็คือว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะรู้หรือไม่ผมไม่ทราบ ๕ มาตรการ ๖ เดือน คนคิดไม่ใช่ท่านสมัคร คนคิดไม่ใช่ท่านสมชาย คนคิดชื่อ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ผมตรวจงานขอนแก่น ตรวจงานอุดรธานีท่านโทรหาผม บอก เหลิม คุณมีข้อมูลประปา ไฟฟัาไหม ของกระทรวงมหาดไทย บอก มีครับ ขสมก. มีไหม บอก ไม่มีครับ รถไฟมีไหม ไม่มีครับ เอาจากกระทรวงคมนาคม ท่านทักษิณเปึนคนคิดเรื่องนี้ อายไหมน่ะ ท่านเคย วิพากษ์วิจารณ์ โอย ทักษิโณมิกค์ประชานิยม ทุนนิยมสามานย์ ท่านรู้แล้วเลิกก็ได้นะครับ เอาไปให้ทางอื่น หรือคิดด้วยตัวเองบ้าง มาตรการ ๖ เดือนเพื่อลดค่าครองชีพพี่น้อง ประชาชน ผมเห็นด้วยไหม เห็นด้วย ถามว่าใครคิด พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนคน คิด ใครที่เคยวิพากษ์วิจารณ์ ท่านนายกรัฐมนตรีไปกรอเทป ไปกรอหนังกลับ แล้วท่าน ต้องสั่งสอนให้ตบปากตัวเอง บอกชอบพูดนัก ตบ ตบ ตบ แต่พอมาถึงคิวท่าน อย่าเผลอ ตบนะครับ ท่านก็บอกกับตัวเอง รอบหน้าไม่พูดแล้ว เพราะคําพูดก่อนเราพูดเราเปึนนาย มัน พอพูดเสร็จเขาเปึนนายเรา เพราะฉะนั้นโครงการมาตรการ ๖ เดือน ๕ มาตรการท่าน นายกรัฐมนตรี ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีรู้อย่างนี้ยังใช้ ก็ไม่เปึนไรละครับ เขาไม่ได้จดลิขสิทธิ์ แต่ยืนยันไม่ใช่ท่านสมัคร ไม่ใช่ท่านสมชาย
ข้อ ๓ โครงการจัดทําและพัฒนาแหล่งน้ําเพื่อการเกษตร ตรงนี้ครับให้น้อย ให้น้อยจริง ๆ แล้วรัฐบาลของท่านใครก็คาดหวัง ลึก ๆ นะ ผมยังชอบนะที่ท่านมาเปึน นายกรัฐมนตรี แต่มันควรเปึนคนที่ ๒๘ ไม่ใช่รอบนี้ ไม่ใช่จริง ๆ ดูองคาพยพ เอาละ เมื่อ เปึนแล้ว ก็ว่าแล้วก็แล้วกัน ท่านไม่คิดใหม่ ๆ บ้างหรือ คิดแต่เรื่องจ่ายสตางค์อย่างเดียว การเกษตรนี่เมื่อภาคอุตสาหกรรมเขาว่าง เขา แบค ทู เบสิค (Back to basic) เขากลับ บ้านเขา ทั้งภาคกลาง ภาคอีสานเนื้อที่ ๑๐๕ ล้านไร่เศษ ๓๓๕,๐๐๐ สามารถทํา การเกษตรได้ ท่านไม่ได้คิดเลย ท่านให้ ๒,๐๐๐ ล้านบทน้อยไป และเมืองไทยส่วนใหญ่ นักการเมืองฝ์ายค้านตกใจง่าย ท่านประธานครับ แต่หลานท่านประธานคือผมนี่ ไม่ตกใจ ง่าย ผมเปึนคนมั่นคง ผม อินดิเพนเดนท์ (Independent) ผมไม่ตกใจง่าย พันตํารวจโท ทักษิณ พานักธุรกิจชาวคูเวตไปดูการทํานาที่สุพรรณบุรี โอ๊ย ให้ข่าวกันตั้งแต่โน่นแน่ะ รัฐกลันตันยันแม่ฮ่องสอน ขายชาติ ขายชาติ ขายชาติ ขายชาติ ขายชาติ ขายชาติ ทักษิณ ขายชาติ ไอ้พันธมิตรก็เอากับเขาด้วย ไอ้ชุดนั้น ชุดไปสุพรรณบุรีท่านประธานครับ วันนี้ไป เช่าที่ประเทศลาว เช่าทําไมครับ ๒๖,๐๐๐ ไร่ ตรงข้ามหนองคายผลิตข้าว เขามีไซโล (Silo) เขามีพันธุ์ข้าว เขามีการจัดเก็บ เขามีการดูแลและเขาจะนําข้าวเหล่านั้นไปขายใน มิดเดิล อีสท์ (Middle East) ตะวันออกกลางและคูเวต นี่เมืองไทยปลายกระบอกป๋นจ่อ คอหอย รัฐบาลรู้ไหม ไม่รู้ รู้ต้องคิดสิครับ วันนี้รัฐบาลลาวเซ็น เอ็มโอยู (MOU : บันทึก ข้อตกลง) กับนักธุรกิจชาวคูเวต แล้วลาวตบหน้าไทยหรือเปล่า ผมไม่ทราบ ลาวอนุญาต ให้เช่าโดยไม่มีกําหนดเวลา
ต่อมาก็โครงการก่อสร้างทางหมู่บ้าน ๑,๕๐๐ ล้านบาท น้อยไปครับ เขาตั้ง ไว้ ๗,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ปรากฏที่ให้ไปนี่ ๔๙๐ กิโลเมตร ตรงนี้เปึนนโยบาย ยกคุณภาพได้ ทําคุณภาพดี มีการสร้างงาน มีการถมดิน มีการขายหิน มีการขายทราย มีการลาดยาง มะตอย คนขับแทรกเตอร์ คนบอกตรงนี้ดี ผมเห็นด้วย แต่ให้น้อยไป แต่มาถึงกระทรวงนี้ผมมีข้อสังเกต เพราะขณะนี้มีคนบอกว่างบสร้างถนนมีคนตั้งท่าจะ เรียกหัวคิว ๕ เปอร์เซ็นต์ งบสร้างสะพาน เรียก ๖ เปอร์เซ็นต์ รีไซเคิล (Recycle) ปะ ผุ ดูแล เขาเรียก ๗ เปอร์เซ็นต์ ข้อเท็จจริงมีอย่างนี้ ยังไม่ได้มีการทุจริต แต่เริ่มต้น ใครทําผม ไม่ทราบ ฝากนายกรัฐมนตรีหัวหน้ารัฐบาล ไม่ทําไม่เปึนไร เปึนไมล์สะสมเอาไว้ก่อน
ต่อมาโครงการด้านพาณิชย์เพื่อช่วยเหลือประชาชน ๑,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปทําอะไรครับท่านประธาน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ธงฟัา ขายสินค้าราคาถูก โอ๊ย ท่านรัฐมนตรี ๒ คน ขยันขอแรงหน่วยนั้นหน่วยนี้ ข้าวโพดก็สวมรอย ข้าวสารก็สวมรอย ท่านไปรอยตะเข็บชายแดน หน้าที่ตรงนั้นตํารวจ ทหารก็ทําได้ รัฐมนตรีไม่ต้องไปครับ แล้วร้องเพลงให้น้อยหน่อย ท่านรัฐมนตรีว่าการไปแอฟริกา ไปอียู (EU) ไปอเมริกา ไปดู ตลาดอเมริกาที่เศรษฐกิจตกต่ําจริงไหมในรอบ ๒๗ ป้ เศรษฐกิจมีปัญหาจริงไหม หลัง อาฟเตอร์ เวิลด์ วอร์ ทู (After world war ๒) หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ นายกรัฐมนตรีต้อง ให้เขาไป ให้พาณิชย์ไปโรดโชว์ (Road show) ให้พาณิชย์ไปขายสินค้า รัฐมนตรีช่วยว่าการ ดูอาเซียน ไปจีนก็ได้ อย่ามายุ่ง อย่ามาพะวง ถ้าข้าราชการประจําไม่ทุจริตใครก็สวมสิทธิ จํานําไม่ได้ รอยตะเข็บ ตํารวจเปึนบ้าน ทหารเปึนรั้ว ศุลกากร ผู้ว่า ปลัดอําเภอ นายอําเภอ เขาทําหน้าที่ดีอยู่แล้ว นายกรัฐมนตรีให้เขา ๑,๐๐๐ ล้านบาท โครงการธงฟัา ลดค่าครองชีพ ผมกล่าวหาได้เลยท่านให้แบบเสียไม่ได้ ให้เพราะไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ เปึนรัฐมนตรีว่าการใช่หรือไม่ ตรงนี้ของดีไม่ให้ ประหลาด ของไม่เข้าท่าไปกระจุก ไม่กระจาย
ต่อมาก็โครงการสนับสนุนการท่องเที่ยว ท่านประธานครับ ยืนยันกับ ท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง งบประมาณที่จัดไว้ทั้งหมดประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ไป ตกแต่งสถานที่ท่องเที่ยวให้สวยงามเพื่อให้คนมาเที่ยว เสียของ ไม่มีประโยชน์ มีโอกาส ปรับเปลี่ยนได้เอาไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจเถอะครับ
ต่อมาก็โครงการแหล่งน้ําขนาดเล็กเพื่อจัดการน้ํา ให้เท่าไรครับ ๗๖๐ ล้านบาท ผมเห็นด้วย แต่ว่าน้อยไป เปึนการแบ่งงบประมาณให้พรรคร่วมรัฐบาลให้ แลดูดีว่ารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คงไม่เหงามีงบไว้นิดหน่อย โน่น ๓๐๐ กว่าล้านบาท นี่ก็ ๒๐๐ กว่าล้านบาท โครงการส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรม เอสเอ็มอี ๕๐๐ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเคยวิจารณ์ใช่ไหม กองทุน หมู่บ้าน พักหนี้เกษตรกร ๓๐ บาทรักษาทุกโรค พีเพิล แบงก์ (People Bank) เอสเอ็มอี เอสเอ็มแอล ท่านเคย แต่ว่านโยบายท่านก็ใส่ ถึงผมไม่ได้ฟังที่กระทรวงการต่างประเทศ ท่านก็สนับสนุนเอสเอ็มอี เอสเอ็มแอล พักหนี้เกษตรกร รักษาพยาบาลไม่ใช่ฟรีธรรมดา ฟรีตลอด ไม่ต้อง ๓๐ บาท ท่านรู้ไหมที่ท่านเขียนไป คนเขียนบอกท่านหรือเปล่าว่านี่ท่าน ทักษิโณมิกส์ ที่กลอเรีย (กลอเรีย มาคาปากัล อาริโรโย ประธานาธิบดีฟ่ลิปป่นส์) เขาว่าไว้ ไม่ใช่มาร์คสิโณมิกส์ที่นักข่าวเรียกท่าน ตรงนี้น้อยไปที่ท่านให้
ต่อมาก็โครงการที่ ๙ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตจิบน้ําสักนิดได้ไหม ครับ
ตามอัธยาศัยครับ พัก สักหน่อยก็ดี เดี๋ยวจะเปึนลมเปึนแร้งครับ
ต่อมาก็โครงการฟุ๋นฟู ความเชื่อมั่นและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ เอาอีกแล้วให้กระทรวงการ ต่างประเทศ ผมไม่ให้ครับ ท่านประธานทราบไหมครับ ระหว่างป่ดสนามบินสุวรรณภูมิ เขาประเมินเปึนไพลอต โปรเจกต์ (Pilot project) ทันทีที่ป่ด ๗ วัน เขาบอกว่าประเทศ เสียหาย ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ไม่รวมผลข้างเคียง ไม่รวมผลกระทบ ไม่รวมทุกข์ยาก วันนี้โรงแรมว่าง เครื่องบินไม่ค่อยมีคนนั่ง เพราะอะไรครับ เพราะนักท่องเที่ยวลด ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วท่านก็ใช้ ๓๒๕ ล้านบาท แล้วใช้ใครไป ใช้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่รู้จริง ๆ หรือว่าท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปไหนก็ลําบาก ผมอ่านข่าวว่าท่านจะไปขึ้นสป้ช (Speech) ที่กรุงดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ท่านรู้ไหม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังสหรัฐเขาไม่มาร่วมประชุมคราวนี้เพราะเขาอายชาวโลก เพราะเขาอายชาวโลกว่าสหรัฐอเมริกาเปึนต้นวิกฤติทางเศรษฐกิจ เขากลัวสมาชิกดาวอสถาม ท่านไปไม่เปึนไรครับ ท่านเตรียมไปตอบเถอะ เจอแน่ เจอแน่ว่านายกรัฐมนตรีกล้าหาญ ชาญชัยอย่างไร ไปกินดีหมีมาจากไหนถึงจะเอารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถูกกล่าวหาเปึนผู้ก่อการร้ายสากล มาทําหน้าที่ พีอาร์ (PR) ประชาสัมพันธ์ให้คนมา ท่องเที่ยว ท่านเตรียมไว้เถอะ เขาถามท่านแน่ โอ้โฮ ท่านอาจจะไม่ได้ดู สมัยท่านขึ้น พันธมิตร มาดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของท่านมันเด็ดเดี่ยว เผ็ดมัน ไม่คาดคิด คนละคนจริง ๆ นะกับวันนี้ ส่วนตัวผมไม่รู้จัก ผมยังนึกเลยว่า เอ๊ะ ผมนี่มันก็ คนห้าว โอ้โฮ พอเจอท่านกษิต อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจํากรุงวอชิงตันขึ้นเวที ปัง ปัง ปัง ก็ต้องรับผลกรรมอันนี้ไป ท่านทําไปเถอะ แต่ตรงนี้ผมไม่เห็นด้วย แล้วไปสวิตเซอร์แลนด์ ท่านระวังเถอะ เขาถามท่านแน่ ต้นเหตุเศรษฐกิจล้มในสหรัฐอเมริกา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเขาไม่ไป เขากลัวสมาชิกถามเขา
ต่อมาก็โครงการสนับสนุนจัดการศึกษาเพื่อลดค่าใช้จ่าย ๑๕ ป้ ผมพูด ไปแล้ว หลักการผมเห็นด้วย แต่ไม่ใช่จัดงบคราวนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านกรุณาอธิบาย หน่อยเถอะว่า ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท มันกระตุ้นเศรษฐกิจตรงไหน ไปดูสิครับ นโยบาย ๙๙ วัน เร่งด่วน เฟ่ร์สท์ ไพรออริตี้ (First Priority) พรรคประชาธิปัตย์ ติด ๙๙ วัน พวกผม พลิกตัวไม่ทัน คนกรุงเทพฯ เชื่อท่าน เลือกไป ๒๘ ท่าน ๒๙ ท่าน เราก็ไม่ทัน ผมก็มัวไป เดินสายต่างจังหวัด กลับมาอีกทีท่านอภิสิทธิ์เอาเลย นโยบายเร่งด่วน ๙๙ วัน คืออันนี้ หรือครับ นโยบายพรรคประชาธิปัตย์ เดโมแครท โพลิซี (Democrat Policy) มันไม่ใช่ กระตุ้นเศรษฐกิจ เห็นด้วย แต่ไม่ใช่เวลานี้
ต่อมาก็โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน หลักการเห็นด้วย แต่อะไรไปดลใจท่าน เมื่อก่อนท่านไม่เอาด้วยแล้วนะ ท่านทักษิณมีกองทุนหมู่บ้าน โดยประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ให้เงินเสร็จบอกสร้างงาน ทําอะไร โอทอป (OTOP) ฝ์ายค้านนี่แหละ ผมไม่อยากเอ่ยชื่อ บอกเลย โอทอป โอ (O ) คือวัน (One) ที (T) คือ ทักษิณ โอ (O) คือวัน (One) พี (P ) คือคุณหญิงพจมาน ดูสิครับ โอ๊ย พอมาเปึนรัฐบาล เอี้ยมเพี้ยมมา พอตอนท่านทักษิณทํา ๗๓,๐๐๐ ล้านบาท เอาเงินไป เอางานไป โอทอป (One Tambon One Product) หนึ่งตําบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ผลิตมาขายได้ มีผู้ว่าราชการ จังหวัด ซีอีโอ (CEO : Chief Executive Officer) เปึนคนติดต่อประสานงานจัดการขายให้ ทําเปึน กรุ๊ปปุ่ง (Grouping) ผู้ว่าราชการจังหวัด ๕ จังหวัด มีหัวหน้า ๑ คน ๗๓,๐๐๐ ล้านบาท โอ้โฮ พวกท่านค้านกันน้ําบานเลย โอ้โฮ เหมือนเรือหางยาวในคลอง บางกอกน้อยเลย แต๊ด แต๊ด แต๊ด แต๊ด โอท็อป วัน (One) คือหนึ่ง ที (T) คือทักษิณ โอ (O) คือวัน (One) คือหนึ่ง พี (P) คือคุณหญิงพจมาน วันนี้เปึนอย่างไร ใส่ครบ มากกว่า เดิม ผมไม่ว่า เพราะประชาชนได้ประโยชน์ แก้ปัญหาเศรษฐกิจมันมี ๔ อัน ๑. สร้างความ เชื่อมั่นสถาบันการเงิน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส คนเรียนกฎหมายเขาเข้าใจ ท่านประธานครับ ไม่ได้มีอะไรครับ เท่านี้ละครับ
ต่อไปก็โครงการที่ ๑๒ โครงการสร้างหลักประกันด้านรายได้ผู้สูงอายุ ท่านใช้งบประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ขัดข้อง ดี แต่ไม่ใช่คราวนี้ งบนี้ไม่ได้เปึนงบ กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่จะเก็บเงินออมเอาไว้แล้วไม่ใช้ ที่ท่านคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะโต หลังจากงบประมาณผ่านไปแล้ว จะโต ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ ผมภาวนา ผมอิจฉาทําไม ก็ประเทศไทยของผมเหมือนกัน วันนี้ท่านมีหน้าที่รับใช้พวกผม ท่านต้องทํางานให้ พี่น้องประชาชน คน ๖๓ ล้านคน เห็นด้วยไหม ต้องให้ แต่คราวนี้ท่านผิดคิว ท่านผิดคิว เอางบไปซื้อเสียงล่วงหน้า แล้วผมอยากจะกราบเรียนว่ามันไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ต่อมาก็ ๖,๙๐๐ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีอ่านครับ ผมนั่งอยู่ข้างบน นั่งอยู่ห้องใกล้ ๆ ที่ท่านเคยนั่ง ฝ์ายค้านนะ เขามีเล็ก ๆ ไว้ ผมบอกผมนั่งไม่ได้ ยังไม่เปึนผู้นํา เขาบอกเอาเถอะ ผมไปนั่งตรงนั้นผมเปึนคอนเซนเทรต (Concentrate) ก็จบ ท่านบอก ๖,๙๐๐ ล้านบาท ท่านจะฝ๊กงาน สร้างงาน ให้กับคนตกงาน ท่านนายกรัฐมนตรี ใครเปึน เจ้าของทฤษฎีความนี้ ท่านไปฝ๊กงานเขา ฝ๊กงานเขาเพื่อไปเปึนผู้ประกอบการใหม่ มันไม่มี วันนี้เศรษฐกิจมันแย่ เศรษฐกิจซบเซา เศรษฐกิจขาลง ท่านไปฝ๊กเขา ๖,๙๐๐ ล้านบาท ท่านไปฝ๊กเขา เสร็จแล้วเปึนอย่างไร พอเขาเปึนงานเขาไปประกอบการใหม่ได้ไหม ไม่ได้ เพราะไม่มีเงินทุน นอกจากไม่มีเงินทุนท่านบอก เอาละ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กําลังจะพิคอัพ (Pick Up) เอาเงินออกมาเฮดฟันด์ (Hedge Fund) หาเงินมาให้คนกู้เพื่อ ไปอินเวสเมนท์ (Investment) ใช่ไหมครับ ท่านให้สัมภาษณ์ ผมติดตาม หน่วยก้านใช้ได้ แต่ ๖,๙๐๐ ล้านบาท เสียของ เพราะพอฝ๊กงานเสร็จ ไม่มีงานทํา ผมจะบอกท่านให้ ๖,๙๐๐ ล้านบาท เอาไปสร้างงานจ้างงานให้มีงานทํา มีเงินจับจ่ายใช้สอยโดยบุคคล เหล่านี้ ถึงแม้เขาจะตกงาน แต่เขามีความสามารถ เขามีทักษะ เขามีความรู้ เขามีความ ชํานาญที่จะทํางานได้อยู่แล้ว ๖,๙๐๐ ล้านบาท ทหารเอาไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท สร้างแฟลต ให้ทหารผู้น้อย มีการก่อสร้าง อิฐ หิน ดิน ทราย ขายได้ คนใช้แรงงาน ก็คนเหล่านี้ครับ ทําได้ สถานที่ ข้าราชการชั้นผู้น้อยมีที่พัก คนที่ตกงานมีงานทํา นี่ท่านไปใช้ ๖,๙๐๐ ล้านบาท พอฝ๊กเสร็จหมดเงินเรียบร้อย ไม่มีงานทําต่อ ผมไม่เห็นด้วยนะครับ
ต่อไปผมจะบอกท่านประธานสักนิดหนึ่งรัฐบาลเอสติเมท (Estimate) ว่าคนว่างงาน ๕ แสนคน ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง วิเคราะห์จากการวอช (Watch) จากการดู จากการสังเกต จากการออบเซิร์ฟ (Observe) ผมคาดว่าคนว่างงาน ประมาณ ๑ ล้าน ๕ แสนคน และยังไม่รวมบัณฑิตใหม่อีก ๗ แสนคน รัฐบาลคิดไหมครับ มีมาสเตอร์ แพลน (Master Plan) ไหม อ่านดูไม่มี แอคชันแพลน (Action Plan) ไม่มี แล้วจะทําอย่างไรถ้าคนว่างงาน เสียเปล่า ๆ ๖,๙๐๐ ล้านบาท
ต่อมาก็ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน) ผมเห็นด้วย แต่ไม่ใช่ให้คราวนี้ และที่สําคัญที่สุดต้องกําหนดสเปกว่า อสม. นั้นมีคุณสมบัติอย่างไร
ต่อมาก็โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการตํารวจชั้นประทวน ผมเห็นด้วยครับ
๑. เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ เปึนการสร้างงาน ทําให้คนมีงานทําและเปึน สวัสดิการ ท่านนายกรัฐมนตรีจะใช้นโยบายประชานิยม ผมไม่ขัดข้อง แต่ท่านอย่าไป ถึงกับรัฐสวัสดิการหรือแวลแฟร์ (Welfare) นี่มันมากไป เดี๋ยววันหน้าวันหลังเกิดผมขึ้นมา เปึนนายกรัฐมนตรีต่อจากท่าน มันแก้ไม่ได้ แก้ไม่ได้ เพราะท่านทําไว้เยอะ พวกท่านชอบ พูด นี่อนาคตเอาเงินลูกหลานมาใช้ โอ้ย แย่แล้ว ทักษิณทําอย่างนี้ตายแล้ว แย่แล้ว ผลาญ เงินอะไรต่อมิอะไรมากมายก่ายกอง ตรงนี้ผมเห็นด้วย
ต่อไปนโยบาย ๑๖ ข้อ ๑๖ โครงการปรับปรุงสถานีอนามัย เห็นด้วย ควรเพิ่ม ท่านนายกรัฐมนตรีใช้เงินไม่เปึน ๔,๐๙๐ ล้านบาท เอามาเก็บไว้ทําไม เยอะไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท ทีแรกพอแล้ว เอาออกมาให้พวกนี้อีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท ต่อมาก็เงิน สํารองฉุกเฉินและจําเปึน ท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยความเคารพ งบประมาณตรงนี้ ถ้าใคร ได้ใช้ ใกล้คุกทุกวัน ใกล้คุก เดี๋ยวมันมาแล้ว ไอ้คนใกล้ชิดท่านจะบอก ท่านครับ เสื้อแดง จังหวัดนี้ จังหวัดนั้น เหนือ ใต้ ออก ตก สตูล ปัตตานี ยะลา มันมีเสื้อแดงแทรกแซงมันจะ เข้ามา ท่านนายกรัฐมนตรีเอามาหน่อย เอามาหน่อย เอามาหน่อย ท่านจะบอกมันฉุกเฉิน ไม่ฉุกเฉินอย่างไร รัฐบาลเราจะอยู่หรือไปพวกนี้มันจะมาล้ม ๓๑ มกราคม แต่นี่ท่านยังไม่ได้ใช้เพราะเงินยังไม่มี ๓๑ มกราคมมันจะมาแล้ว นี่ก็มาแล้ว เหนือก็มา อีสานมันทะเลาะกันเทียมมันไม่ทะเลาะกันจริงเอามาหน่อย เขาเรียกงบใกล้คุก เอาไปไว้ทําไมตั้ง ๔,๐๐๐ กว่าเอาให้คนอื่นเขาไปเถอะ ต่อไป ๑๘ ท่านประธานครับ ตรงนี้ ถ้าผมไม่พูดมันก็เสียชื่อหลานชายประธานสภาผู้แทนราษฎร เสียชื่อผมครับ ผมไม่เสีย เสียชื่อท่านประธาน ท่านประธานเปึน เอ็กซเพิร์ท (Expert) ในการเปึนคณะกรรมาธิการ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้และเพิ่มเติม ท่านนายกรัฐมนตรีครับ นี่เวอรี่ อินโวแตนท์ นะครับ เงินทั้งหมด ๑๙,๑๓๙,๔๗๐,๓๐๐ บาท ที่ตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญจะต้องคืนคลัง กฎหมายเขียนชัด ต้องเปึนรายได้ถึงเอาไปคืนคลังได้ รายได้ คือการเก็บภาษีอากร แต่ที่คนของท่านให้สัมภาษณ์จะไปกู้เงินมาคืนคลัง เงินกู้เขาเรียก รายรับ ท่านเอาไปคืนคลังไม่ได้ ต้องเปึนรายได้ รายได้คือเก็บจากภาษีอากรของพี่น้อง ประชาชนท่านเอาไปจ่ายคืนคลังได้ แต่ถ้ากู้แล้วเอาไปจ่ายเงินกู้มันเปึนรายรับที่จะต้องใช้ หนี้มันจะผิดกฎหมาย บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ และพระราชบัญญัติบริหาร หนี้ มาตรา ๒๑ (๒) ผมไม่ได้จ้องจับผิดรัฐบาล ท่านประธานครับ นี่เตือนให้สัมภาษณ์ กันต๊อย ๆ รู้สลึงพูดบาท ไม่รู้ไปอ่านตํารับตํารา นาน ๆ เจอไมค์จ่อปากเอาแล้วเงินคืนคลัง เดี๋ยวจะไปกู้มา เงินกู้เปึนรายรับไม่ใช่รายได้ ถ้านายกรัฐมนตรีเอาเงินกู้ไปจ่ายเงินคงคลัง พังทันที ผมกราบเรียนท่านประธานต่อนะครับ ๑๘ ข้อผมมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่างบประมาณที่เอาไปทั้งหมดพูดถึงการสร้าง งานแล้วมี ๕ อย่าง ๑. สร้างแหล่งน้ําขนาดเล็ก ๒. ปรับปรุงแหล่งน้ํา ๓. สร้างสถานี อนามัย ๔. สร้างถนน หมู่บ้าน ๕. สร้างแฟลตให้ตํารวจชั้นประทวน ท่านประธานครับ ผมใช้ตัวเลขใช้เครื่องคิดเลขนับจึก ๆ โอ้โฮ งบเกือบแสนล้านท่านนายกรัฐมนตรีให้เปึนงบ สร้างงาน ๗,๐๐๐ ล้านบาท ไหนล่ะ ท่านซาร์ทางเศรษฐกิจ แล้วที่เหลือมันไม่ได้กระตุ้น เศรษฐกิจ ท่านจ่าย ๕ งานทั้งหมด ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท เสียของ ด้วยความห่วงใยจริง ๆ นะครับ ในกรรมาธิการท่านจะทําอะไรบ้างก็ว่ากันไปนะครับ งบประมาณเรียนฟรีย้ํา อีกครั้งหนึ่งไม่ใช่งบกระตุ้นเศรษฐกิจ ทีนี้แนวโน้มเศรษฐกิจท่านมาร์คซีโนมิคที่ผมบอกว่า ท่านขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรีเร็วไปคนหนึ่ง ท่านก็เลยประสบปัญหา ๑. ท่านมีปัญหา เศรษฐกิจของโลกที่กระทบ ท่านประธานที่เคารพ ป้ ๒๕๔๐ เมืองไทยมีวิกฤติที่เรียกกันว่า ต้มยํากุ้ง พลเอก ชวลิต ลาออก พี่ชวนมาเปึนนายกรัฐมนตรี นั่นสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ไม่เสียหาย เราพึ่งการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา เราพึ่งงบการท่องเที่ยวที่เขามาเที่ยวบ้าน เรา ๒ งบนี้ ๒ อย่างนี้เรามีรายได้ร้อยละ ๖๘ - ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของอินคัม (Income) เข้า ประเทศ วันนี้รัฐบาลจะพึ่งอเมริกา โอบามาเอาเงินออกมาใช้ ๘๐๖,๐๐๐ ล้านล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจให้บริษัท ๓ ยักษ์ใหญ่ให้ ฟอร์ด ไครสเลอร์ จีเอ็ม เอาไปลงทุนภาคการ ผลิตรถยนต์ให้มีการสร้างงาน จ้างงาน คนมีงานทํา แล้วส่งออกนอกประเทศเงินเข้า ประเทศเขา แต่กระตุ้นเศรษฐกิจของท่านมันไม่ใช่ มันไม่ใช่ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีสมัย ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเขาเอาเงินใส่คนนี่เขาเปึน กระตุ้นเศรษฐกิจของชาติมันไม่ใช่ มันไม่ใช่ แล้วท่านนายกรัฐมนตรี สมัยท่าน นายกรัฐมนตรีทักษิณ เขาเอาเงินใส่คน เขาเปึน สเพนนิ่ง ไดเร็ค (Spanning Direct) เขา ไม่ได้ยัดใส่กระเปิาแบบท่านอภิสิทธิ์ครับ เอาเงินไป เอางานไป ของท่าน ได้เงิน ไม่รู้เอาไป ทําอะไร แต่ท่านประมาณการว่า เขาจะเอาไปทําตามทฤษฎีท่านที่คิด ถ้าเขาไม่ทําสูญ เปล่า เสียเปล่า ผมถึงไม่เห็นด้วยในหลายเรื่อง ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่กระทบ รัฐบาลทํา อย่างไร วันนี้ท่านทราบ เรียล เซคเตอร์ (Rail sector) ภาคการผลิต ตลาดไม่มี อเมริกา ลําบาก ยุโรปโต ๑ เปอร์เซ็นต์ จีนเขาทบทวนตัวเอง สิงคโปร์ติดลบ ๒ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี (GDP) ท่านนายกรัฐมนตรีรู้นี่ เขานี่ โฟล (Flow) กว่าเราเท่าไร เขาติดลบ ๒ เปอร์เซ็นต์ โอ้โห นี่รัฐบาลชุดนี้คุยโมโอ้อวดจะสร้าง GDP ๓-๔ ยาก ไม่ใช่ ไอ้ทฤษฎีที่ผมเคยบอกว่า ถ้าท่านเปึนนายกรัฐมนตรีรอบนี้ เหมือนหิมะตกเมืองไทย มันไม่ฟลุค (Fluke) ง่าย ๆ นะ ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีมีตัวช่วย แต่การบริหารบ้านเมืองต้องเบรน (Brind) นะท่าน ท่านต้องเปึนผู้นํานะ และผมอยากเห็นอย่างนั้นจริง ๆ ท่านไปฟังพวกท่านนะ พวกคนที่ ใกล้ชิดมาบอกปัญหาเศรษฐกิจไม่มีปัญหา ส่งออกจะดีขึ้นไตรมาสหน้า ไม่ใช่นะครับ เพราะอเมริกามีปัญหา จีนมีปัญหา
เรื่องที่ ๒.ปัญหารัฐบาลหลายพรรค ที่นายกรัฐมนตรีต้องฟันผ่าอุปสรรค สมัยพันตํารวจโททักษิณพรรคเดียว วัน พาทิ แอบโซลูบ เพาเวอร์ (One party absolute power) มีศักยภาพ นี่ท่านหลายพรรค นี่เอาอย่างไร อ้ายนั่นเอาอย่างไร อ้ายนี่มันงอน อ้ายนี่มันอาย อ้ายนี่มันผิดตัว ท่านต้องตรวจสอบ
เรื่องที่ ๓ ปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการบริหาร พัวะปลากระปิองแล้ว พัวะจะฮั้วกัน ล็อก สเปค (Lock spec) ซื้อข้าวสาร
เรื่องที่ ๔ ปัญหาความเชื่อมั่นของต่างประเทศ ๑. ระบบการเข้าสู่ตําแหน่ง ของท่านไม่สง่างาม ๒. นายกรัฐมนตรีต้องพูดฟันธง ท่านต้อง มีททิ่ง ดิซีชั่น ( Meeting decision) ว่าพันธมิตรไม่ผิด ถ้าพันธมิตรผิดจะเอาท่านกษิตมาเปึนรัฐมนตรีผมไม่ว่า แต่เปึนไม่สาปส่ง ผมไม่ว่า ตรงนี้มันจะช่วยท่านได้ ผมเรียนว่า การอัดฉีดเพื่อเพิ่มสภาพ คล่องของรัฐบาล ถ้าเปึนการแจกฟรีไม่มีผลนะครับ ไม่มีผลจริง ๆ ผมอยากจะเรียน ท่านประธานต่อไปนะครับว่า นอกจากผมวิเคราะห์พระราชบัญญัติทั้งหมดที่รัฐบาลเสนอ ผมวิเคราะห์มาตรการ ๑๖ มาตรา ผมมีสิทธิจะวิเคราะห์ต่อว่า ผมตั้งใจชําแหละงบ แสนล้านบาท ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ผมอภิปรายชําแหละ ท่าน นายกรัฐมนตรีนําเสนอ ไม่มีใครผิดและไม่มีใครถูก แต่มันจะมีคนอาย ถ้าผมวิเคราะห์แล้ว โหลยโท่ย ไร้สาระ เศรษฐกิจออกมาตรงข้ามว่า ที่รัฐบาลทํามาถูกแล้ว ผมเสียชื่อ ผมเสีย รังวัด ถ้ารัฐบาลทําอย่างนี้ งบประมาณอย่างนี้ มีแนวทาง ๑๘ แนวทาง ๒๒ ๒๓ ๒๔ มาตรา ขออนุมัติ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ใช้หนี้คงคลังตรงนี้ เอาไปใช้ตรงนี้แล้วดี เศรษฐกิจ โต รัฐบาลได้เครดิต ท่านก็เลือกทางฝ์ายเขาชนะมาเปึนนายกรัฐมนตรีใหม่ ท่านประธาน ครับ ผมชําแหละว่า งบรายจ่ายเพิ่มเติม ๑. เปึนการจัดทํางบประมาณผิดหลักการ ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในทางทฤษฎีและในทางปฏิบัติ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ วันที่ ๑๓ มกราคมว่า รัฐบาลใช้งบแสนล้านบาท ในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน และยังอ้างอีกว่า ในการจัดงบครั้งนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีใช้หลักใส่เม็ดเงินในกระเปิา ประชาชนโดยตรง อย่างเร่งด่วน และยังอ้างอีกว่า ในการจัดงบครั้งนี้ท่านนายกรัฐมนตรีใช้หลักใส่เม็ดเงิน ในกระเปิาประชาชนโดยตรง บารัค (Barack) เขาไม่ได้ทําอย่างนี้ ท่านอภิสิทธิ์อย่าไปอ้าง คอมแพร์ (Compare) กับบารัค โอบามา (Barack Obama) บารัคเขาทําอย่างไรครับ บารัคเขาบอกว่า เขาจะกระตุ้นเศรษฐกิจ เขานําเงินจํานวนมาก ย้ําหลักการกระตุ้น เศรษฐกิจ บารัคบอกว่าได้ผลที่สุด มากที่สุด และเร็วที่สุดก็คือ ไดเร็กท์ สเปึนดิง (Direct spending) การใช้จ่ายโดยตรง ท่านนายกรัฐมตรีอภิสิทธิ์ใช้แบบยัดเงินใส่กระเปิา แล้วไป อ้างผู้นําคนอื่น โอบามาเขาใช้วิธีการ ไดเร็กท์ สเปึนดิง ของรัฐบาลยัดเงินใส่กระเปิาไม่ว่า จะลดภาษี เขาเรียกว่า แท็กซ์ รีเบท (Tax rebate) ลดภาษีที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังคิดไม่ก่อให้เกิด เปึนแต่เพียงเปึนการเพิ่มรายได้ในรูปแบบค่าครองชีพ พิเศษเท่านั้น ของท่านไม่ใช่ ต่อมาบารัคบอกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจต้องสอดคล้องกับ หลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน ว่าด้วยการกระตุ้น ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ เขาเรียก อีโคโนมิก ไทม์ ไพรมิง (Economic time priming) กระตุ้น ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ นั่นบารัคเขาบอก ของท่านเอา เงินใส่กระเปิา บามาร์คบอกว่า อีโคโนมิก ไทม์ ไพรมิง เปึนทฤษฎีของ จอห์น เลนนาร์ด เคน ที่เปึนเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษเมื่อ ๗๐ – ๘๐ ป้ที่แล้ว ผมถึงบอกว่าผิดหลักการ กระตุ้นเศรษฐกิจ มีลักษณะให้มีรายได้ชั่วคราว มันไม่มีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่เรียกว่า มัลติไพลเออร์ เอฟเฟึกท์ (Multiplier effect) คือมันไม่มีผลสนองเปึนทวีคูณ ท่านน่ะมันแม่นเรื่องพวกนี้มากกว่าผม ไปเผลออีท่าไหน ไปให้สัมภาษณ์ แล้วผมอยากจะ บอกว่า ณ วันนี้คนที่มีรายได้จากรัฐบาลยัดใส่กระเปิา จากแจกฟรีโดยไม่มีการสร้างงาน ไม่มีการจ้างงาน มันจะเกิดผลลัพธ์ช้า ในทางเศรษฐศาสตร์เขาเรียกว่า Time-lapse (ไทม์-แล็พซ์) มันจะเปึนสถานการณ์ ๒ อย่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านทําไปไม่มีประโยชน์ที่ จะมีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือที่เรียกว่าเกิดผลทวีคูณ มัลติไพลเออร์ เอฟเฟึกท์ ต่อไปผมเรียนท่านประธานว่า เงินที่ได้เปึนเงินชั่วคราว ประชาชนเขารู้ วัน ออฟ ไทม์ (One of time) ชั่วคราวครับ เพราะฉะนั้นงบแสนล้านที่ตั้งจัดเปึนงบประมาณ ท่านใส่เงิน ในกระเปิาประชาชนโดยประมาณ ๔๙,๒๗๙ ล้านบาท คิดเปึนเปอร์เซ็นต์ ๔๙.๒ เปอร์เซ็นต์ ท่านไม่ใช้จ่ายตรง ไดเร็กท์ กอฟเวิร์นเมนท์ สเปึนดิง (Direct government spending) ไม่ครับ ท่านให้เหมือนกัน ๗,๑๖๓ ล้านบาท คิดเปึนร้อยละ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ นี่ผมจึงไม่เห็นด้วยกับท่าน ท่านใช้งบทางนี้ งบหาเสียง ซื้อเสียงล่วงหน้า ไม่ได้กระตุ้น เศรษฐกิจ นั่นข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ผมกําลังจะบอกท่านประธานว่า งบที่รัฐบาลจัดลักษณะนี้ เขาเรียกเบี้ยหัวแตก ไปทางโน้นไปทางนี้ นี่ก็ไม่ใช่กระตุ้น นี่เปึนเบี้ยหัวแตก ยังยืนยันเปึน งบเอาเงินไปใส่ในกระเปิาประชาชน ข้อที่ ๓ รัฐบาลจัดงบครั้งนี้เพื่อหนทางการเมือง โดยเฉพาะ ฝรั่งเรียก โพลิติคอลลี โมติเวท (Politically motivate) สูงมากเลย ท่านหวังผล การเมืองสูงมาก ไม่ได้มีประโยชน์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการ ๑๖ โครงการ ท่านนายกรัฐมนตรี ๑. ประชานิยมยัดเงินใส่กระเปิาจํานวน ๕ โครงการ หมายเลข ๑.๑ ๑.๒ ๒.๓ ๒.๔ ๒.๕ เปึนเงิน ๔๙,๒๗๙ ล้านบาท จํานวน ๕ โครงการ หมายเลข ๑.๑, ๑.๒, ๒.๓, ๒.๔, ๒.๕ เปึนเงิน ๔๙,๒๗๙ ล้านบาท ๑.๑.๒ ผมเอาจากไหนล่ะ ก็ที่ท่านนายกรัฐมนตรีประชุม ครม. มันออกไปในหน้า หนังสือพิมพ์ ต่อมาก็ประชานิยมนะครับ จํานวน ๕ โครงการ เงินผัน ๒ โครงการ นโยบาย ข้อ ๒.๑, ๒.๒ โครงการจ่ายตรงเพื่อสมนาคุณ จํานวน ๕ โครงการ โครงการ พี อาร์ (PR) ประชาสัมพันธ์ แบ่งกัน ๒,๘๒๕ ล้านบาท ข้อที่ ๔ ประเมินผลยาก รั่วไหลง่าย ท่าน นายกรัฐมนตรีครับ ผมไม่มีวาสนาไม่เปึนไร ถ้าผมมีวาสนาได้เปึนนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๘ ผมจะไม่ทําแบบที่ท่านกําลังทํา ผมจะทําอย่างไรครับ ๑. ผมจะจัดโครงการบัณฑิตอาสา เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพัฒนาชนบท ๑. สร้างงาน จ้างงาน คนมีงานทํา ลงพื้นที่ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทําให้มูลค่าเพิ่มและมีการจับจ่ายใช้สอยในชนบท ถ้าผมมี วาสนา ลักษณะโครงการ จัดทําโครงการอนุรักษ์พัฒนาที่สามารถนําเม็ดเงินลงสู่ชนบทได้ ง่ายรวดเร็วและเกิดการใช้จ่ายและการจ้างงาน เช่น โครงการปลูกป์าอาจจะแอสโซซิเอท (Associate) กับภาคเอกชนอีกต่างหาก ถ้าผมได้เปึนนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๘ ไม่ได้เปึน แล้วไป
เรื่องที่ ๒ ผมจะทําอย่างไรครับท่านนายกรัฐมนตรี ผมจะดําเนินการ จัดตั้งศูนย์โลจิสติก (Logistic) ทุนด้านการขนส่งเพื่อการส่งออกอย่างครบวงจร ผมจะใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง หาดใหญ่ มาบตาพุด งบประมาณแต่ละแห่ง ๕,๐๐๐ - ๘,๐๐๐ ล้านบาท นั่นถ้าผมเปึนผมจะทํา
เรื่องที่ ๓ โครงการจัดตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอย่างครบวงจร มีทั้ง บริการข้อมูลท่องเที่ยววนอุทยาน บัตรผ่าน สถานที่พัก จัดหาจองห้องพัก รีสอร์ท โรงแรม ตั๋วรถไฟ รถเช่า รวมไปถึงบริการที่พักฉุกเฉิน
๔. ผมจะจัดตั้งศูนย์ฝ๊กอบรมและพัฒนาวิชาชีพ สําหรับคนมีความรู้เรื่อง การใช้แรงงาน แล้วผมจะหาตลาดแรงงานทั่วโลก กระทรวงแรงงาน คุณไปไฟด์ เอาท์ (Find out) คุณไปหามาสิ ประเทศไหน ที่เขาต้องการใช้แรงงานนั่นผมจะทํา
๕. ท่านประธานครับ ในบ้านเราแม้กระทั่งกรุงเทพฯ ยังไม่มีไฟฟัาถึงทุก ภูมิภาค ยังไม่ถึงทุกพื้นที่ ถ้าผมเปึนนายกรัฐมนตรี ผมจะบอกว่าจะมีโครงการติดตั้งเสา ไฟส่องสว่างใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ไม่มีไฟฟัา และหรือในภูมิภาค ที่ไฟฟัาไปไม่ถึง จะมีตั้งเสาประมาณ ๖ เมตร ก็จะมีโรงงานผลิตเสา จะมีการขุดดิน ก็ต้อง มีการจ้างงานคนขุดดิน การติดตั้งเสาต้องมี ป.ป.ช. (สํานักงานคณะกรรมการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ป.ป.ส. (คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามยาเสพติด) การสร้างแผงพลังงานแสงอาทิตย์ก็ต้องมีโรงงานผลิตพลังงานแสงอาทิตย์เอามาประกอบ แล้วใช้พลังงานแสงอาทิตย์ จะใช้ ๑ แสนคนต่อ ๑ โครงการ และที่สําคัญที่สุดงบประมาณ อันหนึ่งก็ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท มันจะเกิดผลทวีคูณ มัลลิไพลเออร์ เอฟเฟคท์ ๔ – ๕ เท่า ไม่เปึนไร พูดกันไว้แล้วก็บันทึกกันไว้ในสภาว่าแนวคิดของท่านจากคําวิจารณ์ ของผม แล้วแนวคิดของผมใครจะสู่เปัาหมายมากกว่ากัน
ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานอีกสักนิดเถอะครับว่า การจัดทํา งบประมาณรายจ่ายครั้งนี้เปึนการจัดทํางบประมาณรายจ่าย จะตั้งใจ ไม่ตั้งใจผมไม่ ทราบได้ แต่ในงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่บันทึกวิเคราะห์ ไม่ตั้งใจ ผมไม่ทราบได้ แต่ในงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่บันทึกวิเคราะห์ สรุป สาระสําคัญในหน้าที่ ๓ ท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านกรุณาอ่านนะครับ ผมนี่ชอบอ่าน หนังสือ แล้วก็เคยอยู่กับสํานักงบประมาณ ๓ ป้ ก็คุ้นเคยกับเอกสารสํานักงบประมาณ ข้อที่ ๒ ภาระหนี้กับกรอบความยั่งยืนทางการคลัง ไม่ใช่ร่างพระราชบัญญัตินะครับ เปึน บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญ ข้อ ๒ จัดทํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ งบประมาณ ๒๕๕๒ โดยดําเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล ๙๗,๕๖๐,๕๐๐,๐๐๐บาท งบนี้ที่ต้องคืนนี่ ขาดดุลนี่ เปึนงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่กฎหมายกําลังพิจารณา แต่งบประมาณรายจ่ายประจํา งบประมาณป้ ๒๕๕๒ เริ่มใช้วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ ท่านประธานเรียนผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี ป้ ๒๕๕๒ งบขาดดุล ๒๔๙,๐๐๐ ล้านบาท ในงบรวม ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านล้านบาท นั่นคาดว่าจะเก็บภาษีอากรได้ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าตัวเลขชุดสุดท้ายที่กระทรวงการคลังเขาจัดทําตัวเลข ปรากฏว่างบที่จะเรียกเก็บ ได้ในป้ ๒๕๕๒ให้ยอดลัมพ์ซัมอยู่ที่ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านล้านบาท งบประมาณจะไม่ สามารถเก็บได้ถึง ๑๓๒,๐๕๐ ล้านบาท รัฐบาลต้องเก็บงบตัวนี้เปึนงบขาดดุลด้วย เมื่อรวมขาดดุลป้ ๒๕๕๒ ๒๔๙,๐๐๐ ล้านบาท เก็บภาษีไม่ได้ตามเปัาอีก ๑๓๒,๐๕๐ ล้านบาท และต้องใช้หนี้งบประมาณรายจ่าย ถือว่าขาดดุลอีก ๙๗,๕๖๐,๕๐๐,๐๐๐ บาท จะทําให้มีงบขาดดุล ๔๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วเขียนมาได้อย่างไรว่าขาดดุล ๓๔๗,๐๐๕ ล้านบาท ท่านเอาตัว เลขที่ไหน ท่านจงใจ ตั้งใจเอาตัวเลขเท็จมาบอกสภา เสียหาย กลับไปคุยกับงบประมาณ กลับไปบอกกับเจ้าหน้าที่ผู้จัดเก็บ ใครปัอนตัวเลขอย่างนี้ มันเสียชื่อรัฐบาล เสียชื่อนายกรัฐมนตรี กู๊ด กัฟเวิร์นแนนซ์ (Good Governance) คลังต้องธรรมาภิบาล คลังต้องโปร่งใส คลังต้องซื่อสัตย์ คลังต้องทุจริต ไม่ได้ ต้องสุจริต มันขาดดุล ๔๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ใส่ในเอกสารงบประมาณ ๓๔๗,๐๐๐ ล้านบาท เสียหาย เสียชื่อ ถ้าฝ์ายค้านไม่ตําหนิติติง โอ๊ย พ่ออภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรี โซฟาร์ โซกู๊ด (So Far So good) อะไรก็ดีหมด ก้มตัวก็เท่ เอียงซ้ายก็หล่อ ก้มหน้าก็สมาร์ท ไม่ใช่ครับ พวกผม เปึนนักการเมืองที่อยู่กับชีวิตความเปึนจริง ผมไม่ดราม่า (Drama) ทองแท้ไม่แพ้ไฟ เห็น ประกายแวววับ ไม่ใช่ทองเสมอไป ท่านประธานรู้ ท่านนายกรัฐมนตรีอาจไม่ทราบ สมัยก่อนมันมีสนามหลวง เวลาเอาทองเก๊ไปชุบมันลอกง่ายแต่พอตอนหลังต้องไปชุบ พาหุรัด พอชุบพาหุรัดมันลอกยาก เพราะฉะนั้นพวกผมเปึนดาวฤกษ์ที่มีแสงในตัวเอง วิพากษ์วิจารณ์ตรงไปตรงมา รัฐบาลเขียนตัวเลขขาดดุลไม่ตรงต่อความเปึนจริง เพราะฉะนั้นพวกผมเปึนดาวฤกษ์ที่มีแสงในตัวเองวิพากษ์วิจารณ์ตรงไปตรงมา รัฐบาล เขียนตัวเลขขาดดุล ไม่ตรงต่อความเปึนจริง ท่านประธานที่เคารพ ผมรู้ไหมล่ะครับว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกมาให้สัมภาษณ์ เช้า สาย บ่าย เย็น หน้าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอะไรครับ ตลาดเงิน แบงก์ชาติดู ตลาดทุน ตลาด หลักทรัพย์ กลต. ดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีหน้าที่เก็บภาษี หุ้นเก็บเขาไปหมด บริษัทไหนมี ๓๕ เปอร์เซ็นต์ นิติบุคคล บุคคลธรรมดา ๒๐ หรืออาจจะมากกว่า ๒๐ ท่าน ไม่มีหน้าที่อะไร อย่าไปอวดดีถือเด่น ท่านมีหน้าที่ดูสรรพากรเก็บภาษีว่าอย่างไร สรรพสามิตว่าอย่างไร ศุลกากรว่าอย่างไร ก็มีเท่านี้ หน้าที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังมีเท่านี้ครับ โฮ้โฮ ออกมาให้สัมภาษณ์ทุกวี่ทุกวัน ผมเรียนนะครับ ด้วยความเคารพ ถามว่า รัฐบาลชุดนี้น่าเชื่อถือไหม ผมเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ ผมไม่เชื่อถือ ไม่เชื่อถือตรงไหนท่านประธาน คุยโขมงโฉงเฉง บอกว่า วันที่ ๑ เมษายน ชาวบ้านได้สตางค์ ไม่ต้องดูตําราก็ได้ เดี๋ยวเสียชื่อหลานกํานันหมด ผมเรียน ท่านประธาน งบประมาณนี่วาระ ๑ ใช่ไหมครับ ใช่ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญใช่ไหมครับ ใช่ กี่วันแล้วแต่ ตั้งคณะกรรมาธิการใช่ไหมครับ ใช่ มีผู้สงวนไหม มี มาวาระ ๒ ใช่ไหมครับ ใช่ ผ่านวาระ ๒ วาระ ๓ ไปวุฒิสมาชิก พอเสร็จเรียบร้อยไปวุฒิสมาชิกอนุมัติ นําความ กราบบังคมทูลล้นเกล้าล้นกระหม่อมมีพระบรมราชานุญาตลงพระปรมาภิไธยต้อง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฝ์ายรัฐบาลออกมาพูด ขอแสดงความยินดีชื่นชมพี่น้อง ประชาชนงบประมาณทั้งหมด ทั้งหมดแสนกว่าล้านบาทจะถึงมือประชาชนวันที่ ๑ เมษายน ท่านพูดเท็จ ถึงหรือยังล่ะ ท่านประธานครับ ป้นี้ส่อแสดงให้เห็นชัด เก็บภาษีไม่ เข้าเปัา ๑๓๒,๐๐๐ ล้านบาท และ หรือ อาจจะมากกว่านี้ ไตรมาสแรกตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม เชนแนล (Channel) กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน คาดว่ามีนาคมกับเมษายนไม่เข้าเปัาอีก ผมไม่ได้อิจฉา ไม่ได้สาปแช่ง แต่ประเมินการทุก ส่วนเขายืนยันอย่างนี้ ท่านประธานครับ จะล้างท่อ อปท. อปท. ไม่มีสตางค์ ก็ขอเบิกมาไม่มี นี่นายกรัฐมนตรีแกล้งไม่รู้หรือไม่รู้จริง ๆ ว่าวันนี้เงินคงคลังมีอยู่แสนกว่าล้านบาท แต่เรา ต้องจ่ายเงินทั้งหมดเปึนพันธกิจภารกิจของประเทศ ต้องจ่ายประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อเดือน ชักหน้าไม่ถึงหลัง แล้วเอาที่ไหนมาทีเดียว ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมบอกท่านประธานด้วยความเคารพ รัฐบาลนี่จะลืมตาอ้าปากได้นิดหนึ่ง ต้องไป พฤษภาคม ทําไมผมพูดอย่างนี้ เพราะเดือนพฤษภาคมเปึนเดือนเสียภาษีรายได้นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ท่านถึงจะมีสตางค์ตอนนั้น โอย โอ้อวด วันที่ ๑ เมษายน เงินถึง เอาที่ไหนล่ะ อปท. ก็ไม่มี เงินคงคลังเหลือแสนล้านบาท ใช้แสนล้านกว่าบาทต่อเดือน มันไม่มีเงิน มันเก็บไม่เข้าเปัา มันเก็บไม่ได้ เศรษฐกิจมีแต่ทรุด ๆ ทรุด พอไปอ่านตํารา สภาพัฒน์ เพราะพวกนั่งเทียนประเมินออกมายิ้มแย้ม ผมยืนดูแล้วผมบอกว่า เอ๊ะ ถ้าคุณ อภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรีได้ ผมบอกกับพรรคพวก เฉลิมก็เปึนได้สิวะอย่างนี้ พอวิเคราะห์ออกไปมันชัดเจน นี่คือความไม่น่าเชื่อถือ รัฐบาลเคยพูดไหมจะหาเงินเข้า ประเทศอย่างไร ไม่เคย ก็จะเก็บภาษีที่ดินอะไรต่ออะไรก็ไม่เปึนไรครับ ก็ดุลยพินิจท่านคิดได้ ทําเถอะอะไรดีผมเห็นด้วย เคยบอกไหมว่าจะหาตลาดขายข้าว เคยบอกไหมอเมริกามัน แย่ จีนก็ไม่ดี จะไปอาฟริกา ก็ไม่เปึนไรครับ ดุลยพินิจท่านคิดได้ ทําไปเถอะอะไรดีผมเห็นด้วย เคยบอกไหมว่าจะหา ตลาดขายข้าว เคยบอกไหมอเมริกามันแย่ จีนก็ไม่ดี จะไปแอฟริกา เคยบอกไหมอาเซียน มาจับมือกันเถอะ เคยคุยลาว เขมร เวียดนามไหมว่าเรานี่ซื้อน้ํามันเขา โอเปก กําหนด ราคาเรานี่จะทําอย่างไร ไม่เคยพูด กู้ ๆ แต่ไม่ได้บอกว่าจะไปกู้ที่ไหน ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านจริง ๆ ครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพูดออกมานี่ ผมไปดู ประวัติการเรียน อ๋อ เศรษฐศาสตร์ออกซฟอร์ด เฮ้ย พูดได้อย่างไร ผมนึกในใจ บอกจะกู้ เงินภายในประเทศ โดยเปึนตราสารพันธบัตร ท่านประธานครับ ดอกเบี้ยมันต่ํามันไม่มี โมทีฟ (Motive) ไม่มีแรงจูงใจ ใครเขาจะไปซื้อพันธบัตร ตอนต่างชาติเศรษฐกิจมันดี เราขายของได้ คนเขามองเห็นอนาคตนี่เขาบอกแล้วถังแตก ไม่มีสตางค์ซื้อพันธบัตร เขาไม่ซื้อ อ้าวจะไป โรดโชว์ญี่ปุ์น ญี่ปุ์นมีปัญหา จะไปอเมริกา โอบามา ก็ แคนนอน (Cannot) โน (No) ไม่มี และสําคัญที่สุดจะไปขายพันธบัตรที่ต่างประเทศ ท่านอย่า นําประเทศของผมไปสู่ความหายนะ เพราะแลกเปลี่ยนมันมีเรท เอกซเชนจ์ (Rate exchange) ถ้าเกิดไปแลกมาคิดเปึนเงินไทย วันหนึ่งพันธบัตรเปึนเงินไทยเท่านี้ เงินสกุล ต่างประเทศเขาราคาแพง ผมเรียกได้ว่าท่านทําร้ายประเทศชาติ ท่านทําให้บ้านเมือง ล่มจม ผมคิดว่าท่านไม่อยากทํา แต่ท่านรู้แล้วก็ไม่เปึนไร ถ้าไม่รู้ฟังจากผม ขายพันธบัตร ยาก ในประเทศตีบตัน ต่างประเทศลําบาก ด้วยความเคารพจริง ๆ ตราบใดยังมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปึนผู้ต้องหานี่ความสมาร์ท (Smart) มันยาก มันไม่มี เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมไม่ได้มาคอมเพลน (Complain) รัฐบาล ความคิดของผม แนวคิดของผม ผมศึกษา ผมอ่านจากของท่านทั้งนั้นที่ผมเอามาวิจารณ์
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องพูดและไม่หวังว่าใครจะประท้วง หนังสือพิมพ์มติชน เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ป้ ๒๕๕๒ ฉบับที่ ๓๒ ขอประทานโทษ ป้ที่ ๓๒ ฉบับที่ ๑๑๒๗๗ ราคา ๑๐ บาท ต้องขออนุญาตครับ เขาบอกว่าย้อนรอยพรรค ประชาธิปัตย์ แล้วบอกต่อ วิพากษ์ประชานิยม ทุนนิยมสามานย์ ผมไม่ระบุชื่อสมาชิก คนสําคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยพูดไว้ที่เคยวิจารณ์ไว้ที่เคยด่าว่า พันตํารวจโท ทักษิณ ไว้ เพราะสมาชิกท่านนั้นบางท่านไม่ได้เข้ามามีตําแหน่ง แต่ผมจะอ่านให้ฟัง ไม่ระบุชื่อ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านต้องเปึนแขกรับเชิญ คุณกอร์ปศักดิ์ ก็ต้องเปึนแขก รับเชิญ เพราะท่านได้แสดงความคิดเห็น แล้วหนังสือพิมพ์เขาลงมาว่า ย้อนรอย ปชป. เมื่อวันที่มีการสัมมนาพรรค ๑๓ สิงหาคม ๒๕๔๗ คนสําคัญพรรคประชาธิปัตย์ได้วิจารณ์ พันตํารวจโท ทักษิณ แล้วคําปรามาสในนโยบายประชานิยมบอกว่านโยบาย พันตํารวจโท ทักษิณ เปึนทุนนิยมสามานย์ และในวันเดียวกันนั้นแกนนําพรรค ประชาธิปัตย์ยังบอกว่ากองทุนหมู่บ้านในภาคอีสานกลายเปึนกองทุกข์กองหนี้ เปึนพันธนาการ เปึนนโยบายพักชําระหนี้ ๓ ป้ที่ผ่านมาไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาชําระ สุดท้ายไม่พ้นกู้ยืมเงินนอกระบบ เช่นเดียวกับหนี้กองทุนหมู่บ้านเท่ากับเปึนการซ้ําเติมหนี้ ให้สาหัสสากรรจ์มากขึ้น กองทุนนี้นับวันใหญ่โตน่ากังวล แกนนําพรรคประชาธิปัตย์ว่า อย่างนั้น เมื่อวันที่ ป้ ๒๕๔๔ พรรคประชาธิปัตย์ โดยท่านนายกรัฐมนตรี วันที่ท่านทักษิณ แถลงนโยบาย ป้ ๒๕๔๔ พรรคประชาธิปัตย์ โดยท่านนายกรัฐมนตรีวันที่ท่านทักษิณแถลงนโยบาย ท่านนายกรัฐมนตรีวันนั้นเขาบอกนะครับ มีนักการเมืองหนุ่มวัย ๓๗ ป้ ชื่ออภิสิทธิ์ลุกขึ้น อภิปรายนโยบายประชานิยมของรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณอย่างเผ็ดร้อน ทั้งนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน โดยเฉพาะ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ท่านอภิสิทธิ์ตั้ง คําถามกับนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขขณะนั้น
ท่านเฉลิมครับ มีผู้ประท้วงให้เขาประท้วงสักหน่อยครับ จะได้พัก
ได้ครับ ท่านครับ จะได้ ขออนุญาตดื่มน้ําไปด้วยครับ
เชิญครับ ประท้วงอะไร ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จาก จังหวัดพิษณุโลกครับ ผมต้องขออภัยท่านตัวแทนผู้นําฝ์ายค้านในสภานะครับ ด้วยความ เคารพจริง ๆ ครับ เราก็นั่งฟังท่านอภิปรายมาประมาณชั่วโมงครึ่งเศษ ๆ ก็พยายามตั้งใจ ฟังมาเรื่อย ๆ แต่ปรากฏว่าช่วงหลังผมดูแล้วจะออกนอกลู่นอกทางนิดหน่อย จึงอยากให้ ประธานช่วยควบคุมให้อยู่ในกรอบของการอภิปรายงบประมาณ และขณะเดียวกัน ท่านประธานครับ ขณะนี้เวลา ๑ ชั่วโมง ๓๓ นาที
สิทธิครับ สิทธิของ ฝ์ายค้าน
ผมเรียนนิดเดียวท่านประธานครับ ตามข้อตกลงที่ท่านจะต้องรับผิดชอบเวลา ๑ ชั่วโมง ดังนั้นกรอบระยะเวลาที่เลยมา ๓๐ กว่านาทีถึง ๔๐ นาที ขอให้อยู่ในกรอบของทางฝ์ายค้านด้วยครับ ขอบคุณครับ
ผมวินิจฉัยว่าเปึนเรื่อง ของฝ์ายค้านเขาตกลงกันเองครับ เชิญต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านนี้ถามหมอสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข นโยบายนี้พรรคไทยรักไทยโดนใจประชาชน เพราะเปึนการสร้างความหวังว่า ประชาชนทุกคนจะอยู่ได้ใต้ระบบการรักษาพยาบาลระบบเดียวกันไม่มีใครมีสิทธิเหนือ ใครทุกคนใช้บัตรประชาชน เดินเข้าโรงพยาบาลก็สามารถรับการรักษาพยาบาลได้ มาตรฐานเดียวกัน แต่นโยบายนี้รัฐบาลพันตํารวจโท ทักษิณต้องใช้งบเพิ่มแน่นอน ไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ ซึ่งตอนที่นายแพทย์สุรพงษ์ คิดมีหลักฐานว่าทุกคน ต้องจ่ายเงินสมทบเดือนละ ๑๐๐ บาท แต่วันนี้ไม่มีแล้วเงิน ท่านอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่าเงินจะ ลอยมาได้เอง เปึนไปไม่ได้ ซึ่งจากการที่ท่านอภิสิทธิ์ศึกษาทางเลือก คือ ต้องเก็บภาษี ท้องถิ่นมากขึ้น ยังต้องเอาเงินจากรัฐบาลกลางอีกประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือทํา เปึนรัฐสวัสดิการ ซึ่งต้องขึ้นภาษีเปึน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้องถาม นักธุรกิจว่าพร้อมจ่ายหรือไม่ หรือมิเช่นนั้นก็ต้องให้โรงพยาบาลบริการไปเอง ตามงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบนี้ในประเทศอังกฤษคือ การรักษาบางโรค เช่นผ่าตัดต้องรอคิวกันเปึนป้ ท่านอภิสิทธิ์อภิปรายไว้ ที่ผมเอามา อ่านซ้ําย้ําเตือน ผมเพียงแต่บอกให้สังคมรู้ ผมเพียงต้องการให้สภารู้ ผมไม่ได้อภิปราย นอกลู่นอกรอยอย่างที่สมาชิกตั้งข้อสังเกต ผมอยู่ในกรอบ ก่อนอภิปราย ผมจะอ่านผมได้ ขออนุญาตท่านประธานสภาแล้ว และขออนุญาตกราบเรียนนะครับว่า พร้อมตอกหน้า พันตํารวจโท ทักษิณ โดยบอกว่า พันตํารวจโททักษิณเปึนประชานิยมตัวพ่อ ที่นั่งอยู่ ในห้องประชุมด้วยว่า นโยบายไทยรักไทยเปึนนโยบายตลาดนําการเมืองที่รัฐบาลควร หยุดทําได้ เพราะไม่จําเปึนต้องหาเสียงอีกแล้ว วันนั้นถ้าผมจําไม่ผิด ท่านทําหน้าที่ ฝ์ายค้าน ท่านเห็นด้วยนโยบายประชานิยม ท่านไม่ชื่อเรื่อง ๓๐ บาท รักษาทุกโรค แล้วท่านแนะนํารัฐบาล ถ้าจะทําอย่างนั้น ต้องขออนุญาตนักธุรกิจก่อน ท่านแนะนําเสร็จ ท่านเปึน โปรเฟสชั่นนอล (Professional) วันนั้น สังคมชอบว่าผู้นําฝ์ายค้านหรือคนจะเปึนนายกรัฐมนตรีแล้วท่านได้เปึนจริง ๆ ตอนท่านพูดอายุ ๓๗ ป้ เวลาผ่านไป ๗ ป้ สิ่งที่ท่านบอกไม่ดีท่านทําทุกอย่างครบถ้วน ท่านประธานครับ ท่านปรามาสและบอกว่ารัฐบาลหยุดแล้ว นโยบายประชานิยม เพราะ เลือกตั้งชนะแล้ว ไม่ควรเอามาเปึนนโยบายบริหารราชการบ้านเมือง ท่านอภิสิทธิ์พูดไว้ นะครับ ต่อมาคําปรามาสในนโยบายประชานิยม แกนนําพรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่เอ่ยชื่อ เพราะไม่ได้มาดํารงตําแหน่งเรียกนโยบายประชานิยมว่า เปึนนโยบายทุนนิยมสามาน ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรู้ พวกบิ๊ก (Big) บิ๊กในพรรคท่านเรียก นโยบายทักษิณทุนนิยม สามานประชานิยม แต่ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง จะเรียกนโยบายและ งบประมาณของท่านอภิสิทธิ์ โคตรอภิมหาประชานิยม ผมเรียก ต่อมาคนสําคัญอีกคน หนึ่ง ผมต้องเอ่ยถึง เปึนเจ้าของเว็บไซต์ (Web site) พูดเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ป้ ๒๕๔๙ บอกว่า สําหรับนโยบายการใช้จ่ายเงินรัฐบาลคุณทักษิณ ที่ทีมเศรษฐกิจของไทยรัฐ เรียกว่าของแท้ ไม่ว่าจะเปึนโครงการเอสเอ็มแอล (SMLs) ในอดีต หรือโครงการอําเภอละ ๒๕๐ ล้านบาท โครงการใหญ่เพื่อแก้ไขความยากจน ผมขอโต้แย้งว่าเปึนการใช้จ่ายเงิน ภาษีของประชาชนอย่างขาดหลักการ ไม่เหมาะสมเปึนอย่างยิ่ง เปึนเพียงเครื่องมือที่ใช้ใน การหาเสียงเท่านั้น ครั้งแรกที่พรรคไทยรักไทยลงเลือกตั้ง ใช้นโยบายมอบเงินกองทุนให้ หมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๑ ล้านบาท ครั้งที่ ๒ รัฐบาลพรรคไทยรักไทยเสนอนโยบายแจกเงิน แบบให้เปล่าหมู่บ้านละ ๒ – ๓ แสนบาท หมู่บ้านจะนําไปทําอะไรก็ได้ มาวันนี้มาแนวใหม่ พรรคไทยรักไทยมีนโยบายแจกเงินอําเภอละ ๒๕๐ ล้านบาท เพื่อแก้ความยากจน ถ้าจะ เรียกนโยบายอย่างนี้ว่าเปึนของแท้และสงวนสิทธิ์ เชิญเลยครับ ไปจดลิขสิทธิ์ได้เลย เชื่อว่าคนที่รู้จริงย่อมเข้าใจดีว่า นโยบายอย่างนี้ไม่มีใครอยากที่จะเลียนแบบอย่างแน่นอน ขอป่ดเปึนความลับ เอ่ยชื่อเสียมารยาท ชื่อ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ของรัฐบาลมาร์คซิโนมิคส์ อ่านได้ทางเว็บไซต์ เวิล์ด ไวด์ เว็บ กอร์ปศักดิ์ ด็อท คอม (www.korbsak.com) เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๙ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ต้องลงโทษครับ ลงโทษรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายเศรษฐกิจ ท่านประธานก็รู้ ผมกับ รองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจชอบกัน โดยเฉพาะคุณพ่อเขากับผมนี่สนิทมาก แต่ว่าที่ผม ต้องพูดนี่ก็ท่านพูดไว้ เท่านั้นยังไม่พอ ท่านนายกรัฐมนตรียังมีติ่งอีกนิดหนึ่ง เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ท่านขึ้นเปึนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ ๔ เดือน ท่านนายกรัฐมนตรี ว่าอย่างไรครับ สิ่งที่รัฐบาลทําหลายมาตรการคงจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของ ประชาชนได้บ้าง แต่สิ่งที่ยังเปึนปัญหา คืออยู่ที่หลักคิดของผู้นํา ที่มองว่าการบริหาร เศรษฐกิจในวันนี้ ยังเปึนเพียงเรื่องของการที่จะให้มีเงินหมุนเวียนมาก ๆ โดยการเอาเงิน ไปให้ประชาชนใช้จ่าย สิ่งที่ทําไป ถ้ารัฐบาลไม่ดูให้ครบวงจร ปัญหาจะตามมา ลงชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน นี่ครับท่านประธาน ผมถึงบอกว่าที่เอา มาอ่านนี่ไม่ได้มากระแทกกระทั้น ท่านจะฟังก็ได้ไม่ฟังก็ได้ ผมวิเคราะห์มาเกือบ ๒ ชั่วโมง ผมมั่นใจว่าผมได้ทําการบ้าน ผมไม่ได้มานั่งเทียน ไม่ได้มาด่าว่าท่านตามใจชอบ ไม่มีที่ไหนห้ามครับว่าถ้าไม่จบ เศรษฐศาสตร์แล้วเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ไม่ได้ ไม่มีหรอกครับ ผมก็ประเภทครูพักลักจํา ทําการบ้านนานนับสัปดาห์กว่าจะทําความเข้าใจได้ แต่การมีนโยบายเปึนเรื่องที่ดี นโยบายมันจะประสบผลสําเร็จได้เพราะต้องมีงบประมาณคือ บัดเจท (Budget) เอาไป ขับเคลื่อนนโยบาย เอาเงินไปผมไม่ว่า แต่บุคลากรที่เอาเงินไปใช้ต้องเปึนที่น่าเชื่อถือ เปึนที่น่าไว้วางใจ โดยเฉพาะรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงนั้น ๆ และที่สําคัญที่สุดทีมเศรษฐกิจ คุณกรณ์ก็รอดตัวไปเพราะไม่ได้แสดงความเห็นเรื่องนี้ คุณกอร์ปศักดิ์แสดงความเห็นแบบ ตรงข้าม ท่านก็ต้องไปคิด ท่านบอกได้โอ๊ย คุณเฉลิม อ้ายช่วงนั้นผมคิด วันนี้ โซเชียล เชนจ (Social change) สังคมเปลี่ยน กฎหมายเปลี่ยน ผมคงเปลี่ยน ความคิดเปลี่ยนผม ไม่ว่า ไม่ว่า โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีท่านเปึนเบอร์หนึ่งของรัฐบาล ตอนพูดพอพูด ปัูบคําพูดเปึนนายเรา แต่ก่อนพูดนายกรัฐมนตรีเปึนนายคําพูด แล้วที่ผมเอามาอ่าน ทั้งหมดนี่ ถ้าผมอ่านเต็มนะ โอ้โห ตอร์ป่โดโผล่หมดแต่ว่าใครไม่ได้มาเปึนรัฐมนตรี ไม่มี ตําแหน่ง ผมไม่เกี่ยวข้องด้วย ผมรู้ว่าผมอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะโกรธผมแต่ก็ เรื่องของท่าน ผมไม่ได้ใส่ร้ายและทั้งหมดที่ผมวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะยอด ขาดดุลในงบประมาณวิเคราะห์รายจ่าย ท่านไปดูให้ดี โดยเฉพาะเงินไปใช้เงินใช้หนี้เงินคง คลัง อย่าไปเอาเงินที่กู้ เงินกู้มันเปึนรายรับไม่ใช่รายได้ งานนี้ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะ โกรธก็ต้องไปโกรธหนังสือพิมพ์มติชนเพราะเขาลงมาแล้วผมอ่านเจอ เพราะผมอ่าน หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ อ่านทุกฉบับจริง ๆ ครับ อ่านฉบับภาษาต่างประเทศก็มีดิคชันนารี (Dictionary) คอยเป่ด ท่านประธานไม่เคยไปเมืองนอกก็แอบดูก็อะไร ขออนุญาต ขอบพระคุณท่านประธานครับที่ได้กรุณาอนุญาตผม เพราะท่านประธานอยู่สภามานาน ท่านประธานแลเห็นตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมอภิปราย ผมไม่เคยล่วงล้ําก้ําเกิน ผมไม่เคยใส่ ร้าย ผมไม่เคยยกเมฆ ผมไม่เคยคิดทฤษฎีด้วยตัวผมเอง ผมเอาเหตุเอาผลมาจากที่ รัฐบาลแถลง แล้วผมก็เอาสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีกับคณะที่ได้พูดไว้ ผมอภิปรายเสร็จ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบก็เรื่องของท่าน ไม่ตอบก็ไม่ผิดเพราะทฤษฎีอย่างนี้มันไม่มีใครผิด มันไม่มีใครถูกในวันนี้ แต่วันข้างหน้ามันจะมีคอนคลูสชัน (Conclusion) คือบทสรุปว่า ท่านนายกรัฐมนตรีทํามานี่ ถูก ผมวิจารณ์นี่ ผิด ท่านนายกรัฐมนตรีทํามาผิด ผมวิจารณ์ ถูก แต่มันต้องใช้ระยะเวลาและย้ําอีกครั้งหนึ่ง ไม่ได้พกความแค้น พกความคิดและความ ปรารถนาดีมาสู่ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทํามานี่ผมได้ โอกาสอภิปรายนานก็ขอบคุณเพื่อนสมาชิก และต้องขอโทษให้เวลาของท่านทั้งหลาย เหลือน้อยลง ขอบพระคุณท่านประธานครับ และขอบคุณเพื่อนสมาชิก ขอบพระคุณ เพื่อนสมาชิกที่ประท้วงนะครับ ไม่เปึนไรนะครับ ก็ประท้วงไป แต่ผมยืนยันครับ ผมไม่ได้ นอกลู่นอกรอย อย่างที่ท่านกล่าวอ้าง ขอขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ พักผ่อน เสียหน่อยเถอะครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานครับ เดี๋ยวขอเสนอ นิดหนึ่งได้ไหมครับท่านประธานครับ
เดี๋ยวสักครู่จะถึงคิวท่าน แล้วครับ
คืออย่างนี้ครับท่านประธานครับ คือวันนี้เวลามันน้อยเหลือเกิน ทางรัฐบาลเขาจะให้เวลาเราแค่วันเดียว ถ้าท่าน นายกรัฐมนตรีจะตอบ
ท่านไม่ต้องห่วงหรอกครับ ท่านได้อภิปรายเต็มที่
ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีตอบ ทุกครั้ง ๆ ผมคิดว่าเวลามันจะเหลือน้อยลงครับท่านครับ ก็เลยเรียนเสนอให้ท่าน
คืออย่างนี้ครับ ท่านจะต้องตอบก่อนเพราะท่านจะไปรับเสด็จครับ
อ๋อครับ เปล่าบังเอิญผมมีหลักฐาน ชัดเจนเรื่องทุจริตอยากจะให้ท่านได้ทราบก่อน
ครับ เดี๋ยวท่านก็คงฟัง แล้วก็มีรายงานนะครับ ไม่ต้องห่วงครับ
ถ้าท่านเดินทางท่านฟังผมนิดหนึ่ง ครับ ขอบพระคุณ
ครับ เชิญครับท่าน นายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตกราบเรียน
ครับ เชิญครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตกราบเรียนว่า อย่างที่ท่านประธานได้ กล่าวนะครับ ผมมีภารกิจเข้าเฝัาในงานพระราชทานรางวัลและงานเลี้ยงเจ้าฟัามหิดลนะครับ เพราะฉะนั้นจะขอกราบเรียนท่านประธานว่า บังเอิญท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ประทานโทษเอ่ยนามท่าน ใช้เวลาอภิปรายค่อนข้างนาน ก็เกรงว่าเดี๋ยวจะคิดว่าผมจะไม่ ตอบท่านหรือไม่ได้ฟังท่าน ได้จดประเด็นไว้หมดแล้วนะครับ แต่ขอยกยอดไปหลังจากที่ ผมเสร็จภารกิจนะครับ อยากให้ท่านกลับมาฟัง เพราะว่า
ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบไม่ตอบ ผมบอกแล้วผมไม่ติดใจ เพราะว่าสิ่งที่ผมพูดกับท่าน พูดมานี่ไม่มีใครผิด ใครถูก แต่อนาคตจะเปึนตัวตัดสินถูกไหมครับ แล้วก็เวลามันน้อย ถ้าท่านนากรัฐมนตรีรอมาสรุปสุดท้าย
เอาอย่างนี้ดีกว่าครับ ท่านเฉลิมครับ
ถึงผมไม่นั่งในห้องก็ฟัง ข้างบน อยู่ไหนก็ต้องตามฟังว่าท่านอภิสิทธิ์จะพูดอย่างไร ตามที่มติชนเขาลง ต้องฟัง ผมฟังท่านอย่าห่วง
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
อยากให้ฟังครับ เพราะว่า ท่านบอกว่า เดี๋ยวนี้ท่าน โฟกัส แต่ว่าหลายเรื่องที่ท่านบอกผมว่าไม่ได้พูดนี่ ผมพูด เช่นเรื่องหา ตลาดใหม่ เช่นเรื่องการหารายได้เข้าประเทศ ผมพูด แต่หลายเรื่องที่ท่านบอกผมพูดนี่ ผม ไม่ได้พูด หรือท่านฟังผิดหรือเข้าใจผิด ก็เลยอยากจะบอกว่า ในเรื่องของรายละเอียด งบประมาณทั้งหมดนะครับ ผมจะกลับมาชี้แจงเพราะว่าจําเปึนต้องใช้เวลา เพียงแต่เรื่อง ที่อาจจะไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับงบประมาณนัก อยากจะขอทําความเข้าใจบางเรื่อง
เรื่องแรกก็คือ ท่านก็ยังอภิปรายซ้ํานะครับจากที่เคยถามกระทู้ผม กรณี ของปัญหาของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแล้วก็วันนี้พูดขึ้นมาว่า มีการ ไปแจ้งความเรื่องของการก่อการร้ายสากลหรืออะไร เดี๋ยวจะนึกว่าผมไม่ได้ให้ข้อเท็จจริง กับสภา คือวันนั้นผมก็ได้ตอบว่า เหตุการณ์สืบเนื่องจากการป่ดสนามบิน มีการไปแจ้ง ความข้อหาบุกรุก แล้วก็ไม่ได้เจาะจงไปที่คุณกษิต เพราะว่าคุณกษิตไม่ได้เปึนแกนนํา พันธมิตร แต่ว่าวันนี้ท่านบอกว่ามีการไปดําเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ เข้าใจว่าที่ สมุทรปราการ อันนี้เกิดขึ้นวันที่ ๒๓ ธันวาคม แต่ว่าที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษไม่ได้เปึนเหตุ สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่สนามบินครับ แต่จากการไปอภิปรายของท่านรัฐมนตรี ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพียงแต่ว่าเปึนการที่ท่านอภิปรายย้อนกลับไปถึงในส่วนของ เหตุการณ์ที่สนามบิน ก็อยากจะกราบเรียนนะครับ ส่วนที่จะไปแจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษท่านรัฐมนตรีกษิต เกี่ยวกับเหตุการณ์โดยตรงเพิ่งมามีเมื่อวันสองวันนี้เองครับ วันที่ ๒๖ มกราคม เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนเพื่อจะได้ให้ความมั่นใจว่า ที่ผมพูดที่ ผมชี้แจงทุกครั้งเปึนความจริง แล้วก็จะไม่มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ประเด็นที่ ๒ ท่านก็ยังติดใจ เรื่องที่นายตํารวจที่ทําคดีสําคัญ ๆ แล้วก็ได้มาพบกับผม เพื่อที่จะรายงานปัญหาอุปสรรค และผมก็ขอให้เขาเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมา แก้ไข ปัญหาอุปสรรคให้เขา กราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมก็คิดว่าถ้าเปึนอย่างที่ท่านพูด วันนี้ก็คงไม่คลี่คลายไปแล้ว ๑ คดีนะครับ แล้วก็กําลังเดินหน้าและมีการให้สัมภาษณ์จาก ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงว่า ขณะนี้ฟัาเป่ดแล้วที่จะทําให้คดีมันเดินหน้าได้ แล้วผมก็ไม่ใช่คน แรกหรอกครับที่คนเหล่านี้ต้องมาพบนะครับ สมัยท่านทั้งท่านนายกรัฐมนตรีขณะนั้นและ ท่านพบกับเขา คนละห้องเท่านั้นล่ะครับ แล้วสาระก็ต่างกันก็คือ วันนั้นท่านพยายามที่จะ ชี้นําว่า เขาอย่าทําเลยคดีพวกนี้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ผมก็ทําหน้าที่ ตรงไปตรงมา รักษากฎหมายเพื่อให้คดีเดินหน้าได้ โดยให้ความมั่นใจกับคนที่ทํางานครับ ว่า จะไม่มีการเข้าไปแทรกแซง ก็อยากจะกราบเรียนเพื่อให้เกิดความชัดเจน นะครับ และผมก็ไม่เคยใช้คําว่า รื้อฟุ๋นคดีครับ ผมใช้คําว่า เร่งรัดเพื่อให้คดีสามารถที่จะมี ความคืบหน้าความก้าวหน้าได้ครับ
ส่วนประเด็นสุดท้ายที่ท่านพยายามจะสร้างความเข้าใจว่า หลายเรื่องที่เรา ดําเนินการอยู่ หรือผมทํา เปึนสิ่งที่ผมเคยพูดต่อต้านอะไรต่าง ๆ นานา อยากจะ กราบเรียนอย่างนี้ครับ เอาเฉพาะนโยบาย ๓๐ บาท ท่านไปอ่านคําอภิปรายทั้งหมดได้ ครับ ผมก็ยืนยันความเห็นเดิม เพราะวันที่ทําเปึนวันที่งบประมาณมันไม่พร้อม แล้วผม ก็บอกว่า หลักประกันสุขภาพดี ควรทํา แต่ถ้าทํา เงินต้องพร้อม ถามว่าโครงการนี้ได้เงิน ตามที่คนที่เขาทํางานต้องการจริง ๆ คือเขาขอไปรายจ่ายต่อหัวและได้ตามนั้นจริงเมื่อไร ท่านทราบไหมครับ สมัยรัฐบาลของ พลเอก สุรยุทธ์ ครับ ก่อนหน้านั้นก็คือเขาขอไปเท่าไร ไม่เคยได้ แล้วถามว่าเกิดปัญหาอย่างที่ผมอภิปรายไหม เกิดครับ คิวยาว คุณภาพ มาตรฐานการรักษาพยาบาลได้รับผลกระทบ บุคลากรลาออก เพราะฉะนั้นที่ผมพูดไว้ทุก อย่างก็เปึนจริง พูดอีกก็จริงอีกเพียงแต่วันนี้หลังจากรัฐบาลนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ ได้ปรับ เพิ่มงบประมาณค่าใช้จ่ายต่อหัว โครงการนี้ก็เดินต่อได้ ถึงขั้นที่ยกเลิกการเก็บ ๓๐ บาท ด้วยซ้ํา ก็ตรงตามที่ผมได้วิเคราะห์ไว้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๔ ทุกประการ แน่นอนครับบาง โครงการถ้าอะไรเปึนประโยชน์ ผมไม่ใช่นายละเอียดนี่ครับ ผมไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยว่าใคร เริ่มต้นไว้ ผมไม่ทราบ ๖ เดือน ๖ มาตรการก็เพิ่งทราบเดี๋ยวนี้ครับว่า ท่านบอกว่าเปึน ความคิดของ พันตํารวจโท ทักษิณ ผมก็นึกว่าเปึนความคิดของท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร หรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น แต่ประเด็นของผมก็คือว่า อะไรที่ เปึนประโยชน์ผมก็ทํา อะไรที่จําเปึนต้องแก้ไขผมก็ปรับปรุง แต่อะไรซึ่งไม่ถูกไม่ต้องผมก็ ยกเลิก แล้วการเปรียบเทียบคําพูดนโยบายเศรษฐกิจโดยเอาต่างเวลามานี่ครับ มันเปึน เรื่องซึ่งไม่ค่อยมีความหมายนะครับ ป้ที่แล้วผมเชื่อว่าก็มีหลายคนครับพูดในเชิงนโยบาย ว่า ตอนนี้เกิดปัญหาราคาน้ํามันสูง เงินเฟัอ รัฐบาลต้องทําอย่างนั้น อย่างนี้ แต่พอวันนี้ สถานการณ์เปลี่ยน จะไปยึดคําพูดวันนั้นแล้วบอกว่า อ้าว พอมาบริหารวันนี้ไม่ทําอย่าง ป้ที่แล้ว มันไม่ได้มีความหมาย ไม่ได้มีตรรกะ ไม่ได้มีเหตุผลอะไรเลยครับ ประเด็นของผม วันนี้ท่านจะเรียกประชานิยมหรือไม่สุดแล้วแต่ หรือจะตั้งชื่อใหม่ก็แล้วแต่ ผมไม่คิดเลย ครับที่จะเปึนเจ้าตํารับในเรื่องของเศรษฐศาสตร์หรือเศรษฐกิจ ผมเปึนคนรู้จักประมาณตน แต่ผมอยากจะบอกว่า มาตรการทั้งหลายที่ทํา ดูตามความจําเปึนของสถานการณ์และ เนื้องาน จึงได้ทําออกมาอย่างนี้ และผมก็จะไม่มีทางทํานโยบายแบบนี้ในป้ ๒๕๔๔ หรือ ป้ ๒๕๔๘ ที่ท่านพูดถึง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมได้พูดไว้ในแต่ละช่วง แต่ละสมัยนั้นผมยืนยัน ครับ และวันนี้ผมก็มีเหตุผลที่จะได้อธิบายในช่วงค่ําต่อไปที่ท่านจะกลับมาฟังหรือไม่ก็สุด แล้วแต่ เพื่อจะตอบคําถามและทุกข้อสังเกตที่ท่านตั้งไว้ ทั้งในมาตรา ทั้งในนโยบายทุกข้อ
ประเด็นสุดท้ายก็คือว่า ถามว่าวันนี้กําลังจะไปพูดประชานิยมแล้วไปถึงทุน สามานย์ไหม ผมบอก ไม่ครับ วันนี้คนคิด คนออกนโยบายไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน นั่นคือหัวใจของทุนสามานย์
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมประท้วง ท่านประธานครับ
ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านผู้อภิปรายใช้เวลามาเกือบ ๒ ชั่วโมง ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีผมใช้เวลายังไม่ถึง ๗ นาทีครับ ท่านทนฟังหน่อยไม่ได้หรือ
พาดพิงครับ
ท่านมีสิทธิ แต่ท่านทนฟังหน่อยสิครับ ท่านมีภารกิจที่ต้องไปเข้าเฝัา และท่านก็มาฟังทีหลังได้นี่ครับ ทําไมทนฟังไม่ได้ล่ะครับ เปึนฝ์ายค้านน่ะ แล้วใช้ภาษาอังกฤษน่ะใช้พร่ําเพรื่อท่านประธานครับ ชาวบ้านเขาโทรมา หาผมไทยคํา อังกฤษคํา เขาฟังไม่รู้เรื่องครับสภาไทย
สภาเดี๋ยวนี้เขาต้องรู้ ภาษาอังกฤษด้วย
รู้ภาษาอังกฤษท่านรู้ไหมล่ะครับ ท่านประธาน นั่งดูเห็นท่านผงกหัวผงก ๆ ท่านรู้บ้างไหมครับ
ผมก็รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง เหมือนกับท่าน
ชาวบ้านเขานั่งฟังอยู่นะครับ ท่านประธาน อย่าเอาปมด้อยมาพูดสิครับ คิดว่าเอาภาษาอังกฤษมาพูดคํา ภาษาไทยคํา คนอื่นเขาก็รู้ครับ เขาฟังรู้ แต่ชาวบ้านเขาฟังไม่รู้ครับ
พอแล้วครับ เชิญนั่งลง เถอะครับ ไม่ได้ประท้วงอะไรเลยครับ เพียงแต่ว่าแนะนํา
ท่านประธานครับ สั้น ๆ ครับ
ท่านรอให้ท่านกลับมา ได้นะครับ
ท่านประธานไม่ได้ครับ เดี๋ยวประชาชนไม่ต่อเนื่องครับ ท่านประธานที่เคารพ
เอาสัก ๑ นาที ก็พอ นะครับ
สั้นนิดเดียวครับ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมไม่คาดคิดว่า คนอย่างนายกรัฐมนตรีจะลุกขึ้นมายืนและโกหกสภา และโกหกประชาชนทั่วประเทศ ท่านบอกว่าไม่มีคนร้องทุกข์กล่าวโทษ คุณกษิตในฐานะเปึนผู้ก่อการร้าย สากล ท่านนายกรัฐมนตรีท่านกล่าวเท็จ เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม มีคนไปร้องทุกข์ กล่าวโทษ กับนายกษิต ภิรมย์ พนักงานสอบสวนตํารวจภูธรราชาเทวะ มีประจําวัน เรียบร้อย ข้อความหนึ่งเขาบอกว่า เมื่อกลุ่มพันธมิตรได้ทําการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ถึงวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ นายกษิต ภิรมย์ ก็ได้ร่วมกับกลุ่มพันธมิตรในการเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิได้ ซึ่งผล จากการยึดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรนั้นเปึนการให้มีการป่ดสนามบิน การกระทําของ นายกษิต เปึนการกระทําผิด
ท่านครับ
เดี๋ยวสิครับ เปึนประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๑ ไหนล่ะ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์บอกเขาไม่มีร้องทุกข์ กล่าวโทษ ใครเอาข้อมูลต้มท่าน นี่ครับ สะเปะสะปะ
ท่านนายกรัฐมนตรี ก็รับทราบแล้วนะครับ
เรื่องที่ ๒ ที่พูดคลุมเครือว่า สมัยท่านมีการเรียกนายตํารวจมาให้งดเว้นการดําเนินคดีนั้นคดีนี้ ท่านหมายถึง ผมหรือ เปล่า ถ้าหมายถึงผม ไม่มี เพราะผมไม่เคยคุมสํานักงานตํารวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทยคุมสํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่ได้
ผมว่าทราบแล้วครับ
ท่านประธาน ก็นายกรัฐมนตรีโกหก พาดพิง เดี๋ยวคนเขาจะหาว่าผมนี่
ไมมีใครเขาว่าหรอกครับ เพราะว่าท่านไม่ได้คุมตํารวจจริง ๆ มหาดไทย
ใช่ครับ แล้วนายกรัฐมนตรีเอาอะไรมาพูด
เพราะฉะนั้นผมว่า อย่ากินปูนร้อนท้องครับ
ไม่ใช่ ไม่ใช่กินปูน ร้อนท้องครับ ไม่ใช่ครับ ไม่มีครับ ผมไม่มี และผมไม่เคยมีตํารวจมาพบผมเรื่องแก้ปัญหา ยาเสพติด เพราะผมเปึนผู้อํานวยการปราบปรามยาเสพติด คดีทนายสมชาย ชิปปุ่งหมู ผมไม่รู้ และผมไม่เคยเรียกตํารวจ แต่ตํารวจเหล่านี้กับผมรู้จักกัน ผู้อํานวยการนครบาล ขณะนั้นคุณอัศวินเคยมาพบผม ผมเคยไปเยี่ยมท่าน นั่นร่วมมือแก้ปัญหายาเสพติด ไม่ใช่ เรื่องอื่น แล้วโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเรื่องประชานิยม ท่านจะเปลี่ยนแปลง ไปเปลี่ยนแปลงมาก็เรื่องของท่าน แต่ผมบอกว่าท่านเคยพูดก็เท่านั้น แล้วเลอะเทอะมาก ใครเอาข้อมูลมาให้ท่าน กษิตถูกแจ้งจับเปึนผู้ก่อการร้ายสากลแล้ว เดี๋ยวช่วยเอาเอกสาร ไปให้นายกรัฐมนตรีหน่อย
ต้องส่งประธานครับ
เดี๋ยวผมให้เด็ก ส่งประธานครับ
ส่งประธานครับ เดี๋ยว ประธานจะมอบต่อ
เพราะ ท่านนายกรัฐมนตรีใครบอกมาว่าเขาไม่แจ้ง น้องครับ เอาไปให้ท่านประธานนิดหนึ่งเถอะ ครับ ผมไม่มีหลุด ท่านนายกรัฐมนตรี ผมไม่จําเปึนต้องแกล้งท่าน ผมได้อันนี้มา
ไม่มีอะไรหรอกครับ ขอบคุณครับ
และที่ท่านประธาน บอกว่ากินปูนร้อนท้องนั้นไม่ใช่ผมครับ แถวข้างบนนั่นแหละ ไม่ใช่ผม หรอก ขอบพระคุณครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีครับ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนะครับ ท่านเฉลิม โฟกัส หน่อยนะครับ ผมไม่ได้บอกท่านคุมตํารวจนะครับ แต่ผมยืนยันสิ่งที่ผมพูด ซึ่งเปึนการบ่งบอกหนักขึ้นไปอีกนะครับ เพราะว่าท่านก็ไม่ได้คุมหน่วยงานนั้น มีความ พยายามชี้นําว่าคดีไม่ต้องทํา เพราะว่า ป.ป.ช. กําลังดําเนินการอย่างนั้นอย่างนี้ ส่วนประเด็นในเรื่องของการร้องทุกข์กล่าวโทษ คุณกษิตนี่ ผมชี้แจงว่าสัปดาห์ที่แล้วท่าน ถามกระทู้ผม ท่านบอกว่ามีการไปแจ้งในข้อหาการก่อการร้ายสากล ผมก็บอกว่า ผู้เสียหายในขณะนั้นนี่ ก็คือ ทางการท่า เขาไปแจ้งความข้อหาบุกรุก ไม่ได้ปรากฏมีชื่อคุณกษิต วันนี้ท่านบอกมัน มีที่ราชาเทวะมีชื่อคุณกษิต ผมก็บอกว่า เขาไปแจ้งความเมื่อวันที่ ๒๓ โดยเน้นในเรื่องของ การที่คุณกษิตไปพูดวันที่ ๒๑ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วก็พ่วงต่อไปว่า แล้วคุณ กษิตนี่ก็ถูกบรรยายว่า เปึนคนที่อยู่ในเหตุการณ์ของสนามบิน ผมก็พูดข้อเท็จจริงทุกอย่าง ครับ ไม่มีการพูดเท็จแน่นอน อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า
อีกประเด็นหนึ่ง เนื่องจากว่า มีการพูดถึงว่ารัฐบาลกล่าวเท็จในเอกสาร วิเคราะห์ กราบเรียนว่า จริง ๆ แล้วเอกสารนี้ที่ใช้ตัวเลขการขาดดุล ก็คือการขาดดุล งบประมาณตามงบประมาณที่ตั้งไว้เดิมบวกกับครั้งนี้ แต่รัฐบาลนี้ไม่มีนโยบายในการพูด เท็จหรอกครับ เพราะตัวเลขการจัดเก็บรายได้ที่ไม่เปึนไปตามเปัานี่ ผมให้สัมภาษณ์ หลายครั้ง ว่าเปึนอย่างที่ท่านพูด แล้วจึงเปึนเหตุผลว่าทําไมเราจึงตั้งงบกลางป้เพียงเท่านี้ เพราะถ้าเราตั้งมากกว่านี้ แล้วการขาดรายได้มันเปึนอย่างที่ท่านพูด แล้วผมก็เชื่อตาม ตัวเลขนั้นนี่ เราก็จะเกินเพดานในเรื่องของการกู้เงินในกรอบวงเงินงบประมาณ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านสบายใจครับว่า ไม่มีการกล่าวเท็จแน่นอนครับ
ก็คงจะพอนะครับ ก็อยากจะ ท่านสุนัยครับ ขอขัดสักคนหนึ่งได้ไหมครับ สัก ๕ นาที คือให้ตามที่เขาเขียนมา นี่นะครับ ผมขอทําตามระบบของฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลนะครับ ท่านสุนัยครับ เชิญ ท่านอิสสระ สมชัย ๕ นาทีครับ จับเวลาด้วย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้รับมอบหมายให้เปึนผู้อภิปรายงบประมาณกลางป้ด้วยเวลาอันจํากัดเพียง ๕ นาที ผมคงจะไม่ใช้เวลารบกวนมากไปกว่านี้ อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานสภา เปึนเบื้องต้นว่า ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งที่ทางรัฐบาลได้จัดเงินงบประมาณ ๑๑๕,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เพื่อนํามาแก้ไขวิกฤติ ซึ่งกําลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ถ้ามอง ในสายตาของผมอยากจะกราบเรียนว่าเงินจํานวนเพียง ๑๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมว่า ออกจะน้อยไปด้วยซ้ํา ถ้าเปรียบเทียบกับวิกฤติของบ้านเมืองที่กําลังเกิดอยู่เวลานี้ ท่านประธานครับ สิ่งซึ่งผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าเงินงบประมาณส่วนนี้ทางรัฐบาล ได้เขียนไว้ในคําแถลงชัดเจนว่าเปึนการเร่งรัดฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและกระจายไปสู่ระบบ เศรษฐกิจทุกภาคส่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและภาคธุรกิจ โดยลด ค่าครองชีพและเพิ่มรายได้ และดําเนินโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จําเปึนในชนบท ก็เท่ากับว่ารัฐบาลต้องการอยากจะให้เงินจํานวนนี้ลงมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศไทยเรากําลังเผชิญอยู่เวลานี้ และเปึนที่น่ายินดีเปึนอย่างยิ่งที่เงินงบประมาณ ส่วนนี้ได้จัดลงไป ต้องใช้จ่ายให้เสร็จภายในป้งบประมาณเดียวกันไม่มีงบผูกพันเหลื่อมป้ แต่ประการใด ด้วยระยะเวลาอันจํากัดที่กําหนดให้ใช้จ่ายเพียง ๖ เดือน ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้เงินงบประมาณส่วนนี้พระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ได้ผ่านสภาไป โดยเร็ว เพราะเหตุว่าประชาชนกําลังรอการใช้จ่ายเงินงบประมาณส่วนนี้ มีประชาชนนับ หลายสิบล้านคน ซึ่งกําลังรออานิสงส์จากเงินงบประมาณส่วนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าน ประธานครับ เงินโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและบุคลากรภาครัฐ เงินจํานวนนี้ไม่ว่าจะเปึนประชาชน ซึ่งเปึนเอกชนและแม้กระทั่งบุคลากรทางภาครัฐ จะได้รับเงินงบประมาณจากรัฐบาล เพื่อไปแก้ไขค่าครองชีพในครอบครัวตนเอง ครอบครัวละ ๒,๐๐๐ บาท ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ซึ่งเคยถามมาโดยตลอดว่า จะได้รับเงินส่วนนี้หรือไม่นะครับ ก็ถือว่าเงินส่วนนี้ประชาชนประมาณ ๘-๙ ล้านคน จะได้รับอานิสงส์จากเงินส่วนนี้ ท่านประธานครับ โครงการอันต่อมาคือโครงการเศรษฐกิจ พอเพียง เพื่อยกระดับชุมชน ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้บอกไว้แล้วว่าโครงการใดที่เปึน ประโยชน์รัฐบาลจะดําเนินการต่อ โดยเรียกว่าเปึนโครงการกองทุนเศรษฐกิจพอเพียงได้ ตั้งจ่ายไว้ทั้งหมดจํานวน ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท แต่สิ่งซึ่งผมอยากจะฝากไว้เปึนข้อสังเกตว่าเงินจํานวนนี้เปึนเงินซึ่งจะลงไปดําเนินการใช้ จ่ายโดยคณะกรรมการหมู่บ้านโดยตรง ไม่ได้ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ผมอยาก ให้ข้อสังเกตก็คือว่า การใช้จ่ายเงินส่วนนี้แม้จะไม่ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ เท่าที่ผ่านมา ผมในฐานะเปึนประธานกรรมาธิการติดตามการบริหาร งบประมาณ ได้มีการร้องเรียนกับผมมาโดยตลอดว่า การใช้จ่ายเงินส่วนนี้ ฝ์ายอําเภอก็ดี ฝ์ายจังหวัดก็ดี มักจะลงไปล้วงลูกในการใช้จ่ายเงิน บางหมู่บ้านบางอําเภอ ผู้ปกครอง อําเภอจะไปบังคับเลยว่า จะต้องทําโครงการลักษณะเช่นนี้เท่านั้น จึงจะอนุมัติโครงการให้ นะครับ มีบางอําเภอแถวภาคกลางนี้บังคับว่าจะต้องซื้อเครื่องกรองน้ําอย่างเดียว ถ้าไม่ซื้อเครื่องกรองน้ํา นายอําเภอจะไม่เซ็นรับรองโครงการ บางอําเภอบอกว่าจะต้องทํา การขุดลอกอย่างเดียว ถ้าไม่ขุดลอกนายอําเภอจะไม่เซ็นรับรองโครงการ ท่านประธานครับ และนอกจากนั้นแล้ว ความไม่ซื่อตรงของกรรมการนั้นเปึนเรื่องที่น่า วิตกเปึนอย่างยิ่ง ผมจึงอยากให้ผู้มีส่วนรับผิดชอบในการใช้จ่ายเงินงบประมาณส่วนนี้ได้ ลงไปดูแลไม่ให้ตกอยู่ภายใต้อํานาจครอบงําของฝ์ายอําเภอนะครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าในบรรดากรรมการเองก็มีการทุจริตเงินจํานวนนี้เปึนส่วนมากนะครับ เช่น ไปใช้ จ่ายเงินไม่ตรงตามที่ได้ทําการประชาพิจารณ์ไว้ในหมู่บ้านและชุมชนของตัวเอง
อีกอันหนึ่งครับท่านประธานครับ เงินโครงการสร้างหลักประกันรายได้แก่ ผู้สูงอายุ ท่านประธานที่เคารพครับ เงินจํานวนนี้รัฐบาลตั้งไว้เพื่อจะให้คนสูงอายุที่มีอายุ ตั้งแต่ ๖๐ ป้ขึ้นไป จะได้รับเงินเบี้ยยังชีพเดือนละ ๕๐๐ บาท ป้หนึ่งเท่ากับ ๖,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ คน ท่านประธานครับ ขณะนี้ทางรัฐบาลประกาศว่าจะดําเนินการใช้เริ่มตั้งแต่ เดือนเมษายนเปึนต้นไป ขณะนี้ระเบียบต่าง ๆ ยังไม่ได้ออกมาเลย ผมมีความเปึนห่วงว่า จะใช้จ่ายเงินไม่ทัน จึงอยากจะให้ทางกระทรวงมหาดไทยซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบได้รีบออก ระเบียบว่า ๖๐ ป้นั้นจะนับตอนไหน จะนับป้ชนป้ วันชนวัน หรือว่าจะนับตัดตามป้ปฏิทิน ขณะนี้มีความสับสนในการดําเนินการ ผมจึงอยากจะให้เร่งดําเนินการในกรณีอย่างนี้ ยังมีอีกหลายโครงการนะครับ เช่น อสม. ผมคงไม่มีเวลาเพียงพอ ก็ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายในที่ประชุมแห่งนี้ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ รักษาเวลา หน่อยครับ เชิญท่านสุนัย จุลพงศธร ครับ นี่ก็ไม่จํากัดเวลาเหมือนกันใน ๕ ชั่วโมง
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ของ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเมื่อวานนี้สถานการณ์เรื่องมันค่อนข้างจะ ซับซ้อนนะครับ ก็อาจจะทําให้หลายคนเห็นเหตุการณ์แล้วก็ไม่สบายใจ แต่ผมคิดว่าเราทํา หน้าที่ได้เต็มที่ แล้วก็วันนี้เราจะคุยกันเรื่องง่าย ๆ คือเรื่องกลิ่นเหม็นของปลากระปิองที่ ลามไปถึงตําราเรียนและชุดเสื้อผ้านักเรียนครับ ท่านประธานครับ ผมเองต้องกราบเรียน อย่างนี้ เสียดายจริง ๆ ท่านประธานครับ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ แต่ผมก็ได้ กราบเรียนท่านแล้วว่า ขอให้ท่านได้เป่ดฟังสักนิดหนึ่ง เพราะว่าสิ่งที่กระผมจะกราบเรียน นี้ ท่านนายกรัฐมนตรีจะได้ดูแล แล้วก็จะได้ระมัดระวังไม่ให้เกิดกรณีเปึนเรื่อง ปลากระปิองเน่า ผมเองในเบื้องต้นผมดูจากเหตุการณ์จากเอกสารที่ท่านแจกเรื่อง งบประมาณกลางป้นี้ ต้องกราบเรียนว่าไม่เห็นด้วย แต่ถ้าท่านได้ชี้แจงเสีย หลังจากนั้น ค่อยว่าอีกทีหนึ่ง แต่ในเบื้องต้นนี่ไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างไรครับท่านประธานครับ เรื่องแรกเลยผมได้ทราบข่าวว่ากฤษฎีกาเขาตีความว่าการจัดงบประมาณอันนี้เปึนเรื่องที่ ผิดกฎหมาย เพราะว่าเงินไม่มีและต้องไปกู้เงินมา การกู้เงินนั้นไม่ใช่รายได้ อันนี้เดี๋ยว ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเขาชี้แจงนะครับ เพราะผมไม่ทราบจริง ๆ ก็ข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างนั้น อันที่ ๒ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดคําหนึ่งว่าการจัด งบประมาณตัวนี้เปึนการเอาน้ําไปดับไฟ ดังนั้นไฟกําลังไหม้บ้าน ต้องเอาน้ํารีบสาด แต่ท่านประธานครับ แม้ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ อยู่ กระผมก็ขออนุญาตเรียนกับรัฐมนตรีกระทรวงการคลังก็แล้วกันว่า ไฟที่เปึนอยู่นี้ไม่ใช่ ไฟปกติ มันเปึนไฟไหม้จากสารเคมี นั่นคือเปึนไฟไหม้ในโครงสร้างของระบบทุนโลกที่ กระทบมาจากอเมริกา แล้วก็กระทบเข้ามาในประเทศไทยเจอสองเด้ง นั่นคือในประเทศ ไทยเจอหนักกว่าประเทศอื่น คือเรามีวิกฤติการเมืองในประเทศคือ การกระทําที่ผิด กฎหมาย แล้วก็ยังอุกอาจ การยึดสนามบินเปึนจลาจล และรัฐบาลนี้เปึนผลพวงจากสิ่ง นั้นที่เดินมา ดังนั้นอันนี้ไม่ใช่ไฟปกตินะครับ คนไม่กล้าเดินทางมาประเทศไทย ความ หวาดกลัวหลายสิ่งหลายอย่าง ดังนั้นท่านทักษิณบอกว่า ถ้าเอาน้ําดับไฟสาดกันจนหมด เดี๋ยวจะไม่มีน้ําหุงข้าว มันก็น่าคิดเหมือนกันท่านครับ
ประเด็นที่ ๓ ที่ไม่เห็นด้วย ก็คือว่า กรณีนี้มันไม่ใช่ประชานิยมธรรมดา คือ ถ้าประชานิยมนี่ก็อย่างหนึ่งนะครับ นโยบายที่ผมจะพูดถึงนี้เจาะลงไปในเรื่องโดยเฉพาะ ในเรื่องการเรียนฟรี เรื่องของสนับสนุนการเรียน ๑๕ ป้ รวมตลอดถึงเรื่องการแจกเงิน ท่านครับ นี่เปึนนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์แท้ ๆ นะครับ พรรคร่วมคงไม่เกี่ยวนะครับ นี่เขาหาเสียงกันอย่างนี้เลย ดังนั้นผมดูแล้วว่า ลักษณะอันนี้ไม่ใช่ประชานิยม เพราะ ประชานิยมของทักษิณนั้นเขาไม่ได้โปรยเงินอย่างนี้นะครับ เขาส่งเงินไปตามหมู่บ้าน หมู่ละล้านบาท เอสเอ็มแอล ให้กลุ่มองค์กรต่าง ๆ นําเงินนั้นไปผลิต อันนี้โปรยให้ใช้เฉย ๆ เลยครับ อันนี้ผู้สื่อข่าวเขาเรียกเฮลิคอปเตอร์ มันนี่ (Helicopter money) ครับ หมายความว่า นั่งเฮลิคอปเตอร์แล้วก็โปรยเงิน ผมยังเข้าใจว่า มันไม่น่าจะเปึนประชานิยมที่ทักษิณ เขาทํา อันนั้นเขาทําให้เกิดผลผลิต อันนี้ไม่ใช่เลยครับ ผมยังเข้าใจ เดี๋ยวท่านฟังผม เถอะครับ ผมยังเข้าใจว่าจะเปึนประชาธิปัตย์นิยมมากกว่า เปึนการหาเสียง โดยเฉพาะ กรณี ๒,๐๐๐ บาทนี่ครับ เรียนผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ท่านครับ ท่านบอกว่าจะจ่ายเงิน ๒,๐๐๐ บาทให้แก่คนงานที่อยู่ในระบบประกันสังคมที่มีเงินรายได้ ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ถามเถอะครับ คนพวกนี้อยู่ที่ไหนครับ ส่วนใหญ่อยู่ในเมือง คนในชนบท ถ้ามีรายได้ ๑๕,๐๐๐ บาทนี่รวยนะครับ อยู่ในฐานะดีนะครับ เกณฑ์รายได้ ของคนในชนบทนั้นต่ํากว่าแสนบาทนะครับ นี่มันแสนกว่าบาท คนในชนบทเขาถามว่า แล้วทําไมไม่แจกให้เขาล่ะ เขาจนกว่าครับ ถ้าท่านจะบอกว่า เปึนเพราะว่าไม่มีระบบก็คง ไม่ได้ ใช้ระบบหลังคาสิครับ จ่ายไปเลยครับ หลังคาละ ๒,๐๐๐ บาท ถามว่าเขาจะใช้เงิน ไหมครับ ใช้ทันทีครับ เพราะความยากจน ท่านต้องการจะให้เงินมันหมุนเร็ว ผมเข้าใจ แต่ถ้าท่านทําอย่างนี้ มันเกิดการแตกแยกกันครับ คนส่วนหนึ่งได้ คนส่วนใหญ่ในเมืองได้ ผมยังมองว่า ถ้าท่านใส่อย่างนี้ลงไปนี่ ก็แน่นอนละครับ ใครได้สตางค์ก็ชอบทั้งนั้นแหละ ครับ เขาก็เลือกท่าน เลือกพรรคท่าน แต่ว่าคนมันจะแตกแยกกัน ถ้าท่านไม่ลงชนบทนี่ คนชนบทเขาก็จะไม่เลือกท่านนะ อันนี้เรื่องใหญ่นะท่านครับ ผมยังคิดว่าท่านพยายาม ที่จะตีในเมือง ในเรื่องของการเมืองและก็มีแนวโน้มว่า ผมเห็นหลายจังหวัดครับ เร่งหา เสียงกันใหญ่เลย ดูเสมือนว่าจะมีการยุบสภาไว ๆ แล้วเงินตัวนี้จะทําหน้าที่เบิกนําหน้าไป ก่อน ท่านอาจจะบุกสู้ ในชนบทนั้นสู้ไทยรักไทยไม่ได้ สู้พลังประชาชนเก่าเขาไม่ได้ แต่ท่านได้แน่นอนในเมือง แต่ว่าไม่ว่ากันครับท่านครับ เรื่องการแจกเงินนี่มันเปึน ผลประโยชน์ ผมไม่ได้ขวางหรอกครับ ชาวบ้านได้ก็เอาเถอะ แต่ลักษณะนี้ไม่รู้ว่าท่านเอา ทฤษฎีอะไร เมื่อกี้นี้ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า สิ่งที่ท่านทักษิณเคยทํานั้น ตอนนั้นนี่ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค มันไม่พร้อม ตอนนั้นไม่มีเงิน แล้วตอนนี้มีหรือครับเงิน ก็ไม่มี ผมได้ ทราบข่าวว่า เงินแสนกว่าล้านบาทนี่ต้องไปกู้ใช่ไหมครับ ต้องไปกู้มา กฤษฎีกาถึงได้ ตีความเรื่องนี้ กรณีนี้ก็ไม่ ผมได้ข่าวว่าเงินแสนกว่าล้านบาทนี้ต้องไปกู้ใช่ไหมครับ ต้องไปกู้มา กฤษฎีกาถึงได้ ตีความเรื่องนี้ กรณีนี้ก็ไม่รู้ว่าท่านจะเอาเรื่องอะไรเหมือนกัน มีคนบอกว่าเปึนลักษณะ แบบเคน เศรษฐกิจแบบเคนก็น่าจะไม่ใช่ครับ เพราะเคนนั้นเปึนลักษณะที่เบี่ยงจาก อาดัม สมิธ (Adam Smith) มาหน่อย อาดัม สมิธ เสรีเลย ว่าด้วยกลไกตลาด รัฐห้ามยุ่ง ราคานั้นเกิดขึ้นจาก ดีมานด์ (Demand) ซัพพลาย (Supply) แล้วจะมีมือที่มองไม่เห็นที่ เรียกว่า อินวิสซิเบิล แฮนด์ (Invisible hand) มากําหนดราคา มือที่มองไม่เห็นมาจาก ตรงนี้แหละครับ แต่บ้านเมืองเราก็เอามาใช้เปึนว่ามือที่มองไม่เห็นทางการเมืองไป แต่เคนนี้อาจจะแตกต่างจากอาดัม สมิธ ถ้าในกรณีที่เอกชนไม่ลงทุนแล้วเกิดภาวะวิกฤติ รัฐก็จะเข้าไปดําเนินการเอง เอาเม็ดเงินของภาษีอากรหรือเม็ดเงินที่รัฐจะเข้าไปจัดการนั้น กระตุ้นการผลิต แต่แจกเงิน ๒,๐๐๐ มันไม่ใช่ เคนก็ไม่แรงไปถึงมาร์กเท่าไร ก็อยู่ระหว่าง กลาง แต่ว่าก็ถือว่าเปึนนักคิดอีกคนหนึ่งที่โด่งดัง ที่ได้แก้ปัญหาในช่วงเวลาหนึ่งของยุโรป ที่เศรษฐกิจตกต่ํา แต่อันนี้มันไม่ใช่ ก็ไม่รู้จะเปึนอะไรเหมือนกัน ผมก็ว่าจะเปึนเคนก็ไม่ใช่ อาดัม สมิธ ก็ไม่ใช่ ก็เปึน อภิกรณ์ สมิธ ดีไหมท่านครับ ตั้งชื่อเสียชื่อหนึ่งให้ชัดเจนว่าจะ ทําอย่างไร ที่ผมไม่เห็นด้วย
ประการที่ ๔ เม็ดเงินที่เอามาใช้ มันเปึนเงินภาษีที่จะต้องรับภาระต่อไป แล้วท่านต้องไปกู้เงินมา และเมื่อท่านเอาเงินอันนี้ไปใช้จ่าย มันต้องมีกระบวนการ ที่มองเห็นว่าท่านจะปกปัองเงินตัวนี้ให้ได้ดี แต่ขณะนี้ผมเรียนตรง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นผมเห็น ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วผมไม่เชื่อมั่น เพราะอะไรครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ผมจะพูด เล่นว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเก็บบัตรเอทีเอ็มยังไม่อยู่เลย บัตรเอทีเอ็มท่านยังหายเลย มีคน ลักไป เก็บยังไม่อยู่ คนใช้ขโมยไปหรืออย่างไรไม่ทราบ เอาไปเบิกเงินที่เปึนข่าว แต่วันนี้ มันชี้ให้เห็นว่าในทางการเมืองท่านก็เริ่มไม่อินังขังขอบกับสิ่งเหล่านี้เหมือนกัน นั่นคืออะไร ครับ กรณีปลากระปิองเน่า กรณีของคุณวิฑูรย์ ชัดเจนเลย ปลากระปิองเน่า ข้าวเหม็นอับ แจกกันลึ่ม ปรากฏว่าแทนที่ว่าอันนี้เปึนเม็ดเงินของราชการ เปึนเม็ดเงินภาษี เปึนเรื่อง พูดถึงเรื่องคุณธรรม เปึนพูดถึงเรื่อง กู๊ด กอฟเวิร์นแนนซ์ (Good governance) แต่ทําไม ท่านนายกรัฐมนตรีไม่แสดงบทบาทตรงนี้เลย เมื่อเปึนอย่างนี้เองผมก็เลยไปเจาะลงไปอีก ท่านครับ ในงบประมาณตามเอกสารที่ท่านให้มานี้ ปรากฏว่ารายละเอียดมันไม่มาก มันก็มีแต่ตัวเลข ผมเอาสักกระทรวงเดียว ผมจะเอาเรื่องกระทรวงศึกษาธิการ ปรากฏว่า ในมาตรา ๑๕ กระทรวงศึกษาธิการก็บอกว่าเปึนเงิน ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ๑๘,๒๕๗ ล้านบาท เอาเลขกลม ๆ ดูในเล่มใหญ่ก็ไม่มีรายละเอียดอะไรครับ แต่ผมไปได้ รายละเอียดจากเอกสารครับ ตรงนี้ความจริงถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อยู่น่าจะขึ้นมาสักนิดเถอะครับ ผมก็ยังรู้จักแต่รัฐมนตรีว่าการ แต่รัฐมนตรีช่วยยังไม่รู้เลย ปรากฏว่าไปดูรายละเอียดนี้ได้เอกสารการประชุมเรื่องการจัดซื้อเสื้อผ้าครับ วันนี้ผมก็เลย ไปซื้อเสื้อผ้ามาให้ท่านดูตัวอย่างเลยครับ ว่าราคามันเท่าไรแล้วมันจะเปึนอย่างไร นี่ครับ ท่านประธานครับ เสื้อ กางเกงเด็ก เสื้อเด็ก กางเกงเด็กนักเรียน โอ้โฮ มันมีหลายราคา มากครับ หนังสือเรียนเหมือนกัน เจาะตามผมมาเลยนะครับ ท่านครับ ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องกระทรวงศึกษาธิการ ผมเรียนท่านนิดนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังนั้นท่านก็มีหน้าที่ต้องหาสตางค์มาให้เขาใช้ แต่ท่านต้องเข้าใจนะครับว่า โครงสร้างในกระทรวงศึกษาธิการ บางสิ่งบางอย่างมันมีอะไรที่มันพิสดารพันลึกจริง ๆ ครับท่านครับ ผมเองจริง ๆ อยากจะคุยเรื่องท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอนที่ ท่านแถลงนโยบายผมก็ไม่ได้มีโอกาส ผมขออนุญาตนิดหนึ่ง พูดถึงเรื่องส่วนตัวท่านนิด หนึ่ง แต่ไม่ใช่พูดถึงเรื่องส่วนตัวเหมือนที่ท่านชอบพูดถึงเรื่องทักษิณเรื่อย ๆ นะ แต่ผมจะ พูดถึงเรื่องส่วนตัวของท่านในส่วนที่เกี่ยวกับงาน เอกสารที่มีอยู่ในมือผมนี้มันก็ชัดเจนก็คง ไม่ได้อะไรครับ ท่านก็เปึนบุตร บิดาของท่าน ปรากฏว่าท่าน กับท่านคุณหญิงกษมา นี่ก็เปึนญาติกัน คุณหญิงกษมา วรวรรณ ก็เปึนเลขา สพฐ. (สํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน) ที่ต้องดูแลเรื่องนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านไปทุจริตนะครับ คุณหญิงกษมาเปึนคนน่ารัก เปึนคนดีครับ แต่ผมกําลังจะบอกว่าท่านกับคุณหญิงกษมา ก็เปึนญาติกัน ท่านภรรยาของท่านไม่เอ่ยชื่อละครับ ก็เปึนนามสกุลสูตะบุตรครึ่งหนึ่ง เปึนวรวรรณครึ่งหนึ่ง แล้วก็มาเปึนญาติกับคุณมาร์คอีก เปึนญาติกัน ดังนั้น นายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และก็กระทรวงศึกษาธิการก็คงจะ ราบรื่น ที่ท่านก็มีความผูกพันกันนี่นะครับ ผมไปได้เอกสารมาครับท่านครับ ผมเรียนท่าน ก่อนนะครับ ผมไม่ได้กล่าวหาว่าเปึนการทุจริตทันที แต่ท่านในฐานะนักบริหารท่าน ประธานครับ ผมเองเมื่อก่อนก็เปึนนักการเมือง เห็นอะไรทุจริตก็จะจับ ๆ ไปนั่งอยู่ใน กระทรวงก็จะจับเขา ปัองกันไม่ให้มีทุจริต ปรากฏว่าคนที่บริหารเขาเปึนนักบริหารอย่าง ท่านนี่ เขาบอก สุนัย ถ้าเปึนไปได้ อย่าไปจับทุจริต แต่จงเตรียมการอย่าให้เกิดการทุจริต จะดีกว่า เพราะถ้าเกิดการทุจริตแล้วเราไปจับนี่ โอ้โฮ มองหน้ากันไม่ติดครับ อย่างวันนี้ กรณีของท่านวิฑูรย์ ไปแล้วครับ เน่าไปแล้ว ผมกับคุณวิฑูรย์รักกันดี เปึนฝ์ายค้าน ไม่อภิปรายก็ไม่ได้ ฉันใดก็ฉันนั้นครับ วันนี้ผมจะมาทําหน้าที่ตรงนี้ แต่คนไทยนี่แปลก อย่างนะครับ ผมเปึนทนายความ ปรากฏว่าทนายฝรั่งนี่ถ้าจะว่าความเก็บค่าว่าความได้ แพงนี่ ปรึกษาแล้วไม่ต้องขึ้นศาล ดี แต่ถ้าคนไทยไม่ชอบครับ คนไทยบอก เอ๊ะ ไม่เห็น ขึ้นศาล ไม่เห็นทํางานเลย เขาบอกว่าคนไทยต้องให้มีคดีก่อนครับถึงจะจ่ายสตางค์ ความจริงมีคดีแล้วยุ่งไปหมดครับ วันนี้ผมจะมาทําหน้าที่ก่อนว่า ตรงนี้ท่านรัฐมนตรี อยู่ไหม ถ้าไม่อยู่ท่านก็รับไปก็แล้วกันว่า มันมีอะไรที่ไม่ค่อยชอบมาพากล มีการประชุมกัน ครับ ทําไมรู้ไหมครับท่านครับ กําหนดเรื่องราคาหนังสือ ตรงนี้ละครับท่านก็บอกว่า เปึนนโยบายของท่าน ซื้อหนังสือเรียนแจกฟรี ซื้อเสื้อผ้าแจกฟรีทําให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน ถ้าสักแต่ซื้อแจกนี่ได้แน่ครับ แต่ว่าท่านอย่าลืมนะครับโครงสร้างของระบบราชการไทย และพ่อค้ามันมีการทุจริตขึ้นได้ตลอดเวลา ถ้าท่านไม่รัดกุม ท่านไม่ใช้ความระมัดระวัง แล้วก็เงินตัวนี้หมดครับ เงินกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อกี้นี้บอกไปแล้วว่าเปึนเงินประมาณ หมื่นกว่าล้านนี่นะครับ แต่เฉพาะผมจะจับเรื่องนี้อย่างเดียวว่าเฉพาะค่าหนังสือเรียน ที่จัดให้ฟรีนี่นะครับ ๖,๔๐๐ กว่าล้านบาท เฉพาะเครื่องแบบนักเรียน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท กิจกรรมพัฒนาคุณภาพการเรียน อุปกรณ์การเรียนเฉพาะที่เพิ่มมาเฉพาะงบกลางป้ที่ท่าน ขอไปใช้เปึน เน็ต (Nett) ตัวนี้ก็ประมาณ ๑๘,๐๖๐ ล้านบาท ความแปลกมันอยู่ตรงไหน ครับท่านครับ ในหนังสือรายงานการประชุมเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๒ ระหว่างเวลา บ่ายโมงครึ่ง ถึง หกโมงสิบห้านาที อยู่ในข้อ ๒ ไปกําหนดบอกว่าหนังสือที่จะซื้อนี่ กําหนด ราคากลางครับ ราคากลางมาจากไหนครับ เอาราคากลางมาจากองค์การค้าของ สกสค. ครับ แต่ท่านรู้หรือเปล่าครับ ท่านรัฐมนตรีว่า หนังสือที่อยู่ในตลาดนี่นะครับ หนังสือ สกสค. นี่แพงกว่าหนังสือเอกชน เท่าหนึ่งครับ ที่ผมต้องเปรียบเทียบหนังสือเอกชนกับหนังสือราชการเพราะอะไรครับ เพราะเดี๋ยวนี้โรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา สามารถจะซื้อหนังสือ เอกชนเรียนได้ครับ ซื้อเรียนได้เลยครับ เพียงแต่ขอให้ผ่านกระบวนการของกระทรวงเขา ผ่านกรมวิชาการเขา ผ่านกระบวนการของเขา แล้วถ้าเขารับรองก็ไปพิมพ์ขายได้ หนังสือ ที่อยู่ในมือผมนี่เกือบทุกฉบับครับ ราคาขององค์การค้าแพงกว่าราคาของเอกชนเท่าหนึ่ง เกือบหมดเลยครับ ยกตัวอย่าง หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช่วงชั้นที่ ๑ ประถมศึกษาป้ที่ ๑ ถึงประถมศึกษาป้ที่ ๓ นี่ ๘๙ บาท ขององค์การค้านะครับ อันเดียวกันของ อจท. ๔๐ บาทครับ อันนี้ ๘๙ บาท นี่ ๔๐ บาทนะครับ ส่วนของ ทวพ. วิชาเดียวกันครับ ๔๕ บาทครับ เห็นไหมครับ มา ป. ๒ ครับ หนังสือประวัติศาสตร์ ป. ๒ องค์การค้า ๖๒ บาท อันนี้ ๓๔ บาทครับ เอาหนังสือ พุทธศาสนาสักหน่อยไหมครับ หนังสือพุทธศาสนาขององค์การค้า ๑๐๔ บาทครับ ของเอกชน ๕๐ บาทครับ ทั้งหมดที่อยู่ในมือผมนี่ราคาขององค์การค้าแพงกว่าเท่าตัวหมด ครับ ของเอกชนถูกกว่าครึ่งหนึ่ง อาชีวศึกษาก็เหมือนกันครับ วิถีธรรม วิถีไทย อาชีวศึกษา ขององค์การค้า ๑๒๐ บาท ของวิถีธรรม วิถีไทย สสอ. ของเอกชน ๕๐ บาท แถมซีดี อีกแผ่นครับ อันนี้ไม่มีด้วยนะครับ ตรงนี้เองที่ราคาแตกต่างกันนั้น มันจะเกิดอะไรขึ้นครับ ท่านครับ ปกติวันนี้เขาก็ต่างคนต่างซื้อ ต่างคนต่างขายตามกลไกราคาตลาดของอดัม สมิธ (Adam Smith) นี่แหละครับ ดีมานด์ (Demand) ซัพพลาย (Supply) ใครชอบ อันไหนว่ากัน เขากระจายกันซื้อกัน พอท่านไปตั้งเงิน โอ้ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการมาแล้ว ท่านครับ ผมไม่ได้ว่าท่านทุจริต แต่บางทีท่านอาจจะเพิ่งไป จับแล้วท่านไม่รู้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ทําให้ผมไม่เชื่อมั่น เพราะว่ามีกลิ่นทุจริตมาแล้วกรณี ของคุณวิฑูรย์ กรณีของคุณบุญจง ท่านก็ไม่ว่ากระไร ดังนั้นตรงนี้เองผมถึงบอกว่าผมต้อง มาพูด ปรากฏว่าค่าหนังสือเรียนที่ท่านตั้งไว้นี่ครับ ๖,๔๒๙,๙๘๗,๗๙๒ บาท ราคาจริง ๆ เหลือครึ่งเดียวเท่านั้นเองครับ ไม่ถึง ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทหรอกครับ แต่เมื่อท่านตั้งแล้ว และก็ท่านเขียนไว้ในข้อ ๒ เองว่า ให้กําหนดราคากลางโดยเอาขององค์การค้าของ สกสค. เปึนตัวตั้ง แล้วลดอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็ยังแพงกว่าเขาครับ ปัญหาจะ เกิดขึ้นอะไรครับท่านประธาน ปัญหาก็จะเกิดขึ้นเวลาซื้อแจก ใครจะซื้ออันไหนก็ได้ครับ จะซื้อขององค์การค้าก็ได้ ของเอกชนก็ได้ เอกชนเมื่อก่อนอยู่ ๕๐บาทดี ๆ วิถีธรรม วิถีไทย ขององค์การค้า ๑๒๐ บาท อันนี้ ๕๐ บาท แจกซีดีด้วย ปรากฏว่ามันก็ฉีกปกสิครับ ไปพิมพ์ใหม่ให้เท่ากับราคาขององค์การค้าสิครับ จาก ๕๐ บาท เปึน ๑๒๐ บาท ดังนั้น ราคาตําราทั้งหมดต่อไปนี้มันจะเขยิบหมดเลยครับ ไม่เกิดการแข่งขันแล้วครับ นั่นก็คือ ต่อไปนี้จะซื้อหนังสือโดยใช้สแตนดาร์ด (Standard) โดยใช้มาตรฐานราคาขององค์การค้า ท่านลองคิดดูสิครับ องค์การค้าเฉพาะหนังสือเรียนนะครับ ก็อย่างที่ผมเรียนไปแล้วว่า ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่อาชีวศึกษาก็แจกนะครับ แล้วการแจกของท่านก็แปลกมากครับ ท่านแจกแม้กระทั่ง กศน. ครับ การศึกษานอกโรงเรียนนี่เด็กโตเลยนะครับ คนทํางานมาเรียนนะครับก็แจกหนังสืออีก กศน. ก็มีตัวเลขอยู่อีก ๒๓๘,๒๒๖,๓๐๐ บาท ครับ นี่ก็เปึนเอกสารภายในของกระทรวง ปัญหาอยู่ตรงไหนครับ ท่านรู้หรือเปล่าครับว่า ทําไมองค์การค้าของเรานี่ตั้งราคาสูงกว่าเขาเลยครับ ๕๐ ป้ที่แล้ว ตั้งแต่ท่านรัฐมนตรี เรียนประถม ๑ เหมือนผมนี่เราก็เห็นคุรุสภาพิมพ์หนังสือขายถูกไหมครับ ผูกขาดอยู่คน เดียวนะครับเมื่อก่อนนี้ห้ามคนอื่นพิมพ์ขาย พิมพ์มา ๕๐–๖๐ ป้ผูกขาดคนเดียว แต่วันนี้ ท่านรู้ไหมครับเกิดอะไรขึ้น ขาดทุน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เขาว่าคนเข้าเล่มก็ ๓๐,๐๐๐ กว่าบาทเงินเดือน คนทากาว ต้นทุนก็สูงลิ่ว ในขณะที่เอกชนวันนี้เขาก้าวหน้าแล้วครับ เขาทําการผลิตด้วยระบบทุน เขาควบคุมค่าใช้จ่าย ดังนั้นต้นทุนการผลิตมันจึงต่ํากว่า แล้วนี้คือรากฐานการทุจริต กระบวนการพิมพ์เอกสารทั้งหมดที่เกิดขึ้นชัดเจนที่สุดก็คราว ที่พิมพ์รัฐธรรมนูญจําได้ไหมครับ ให้หน่วยงานพิมพ์ ราชการบอกต้องหน่วยงานพิมพ์ ๆ แต่จริง ๆ เปล่าหรอกครับไปจ้างเอกชนพิมพ์แล้วมาใส่ชื่อราชการทั้งนั้น ผมอยู่ก็รู้ปัญหาก็ ต้องค่อย ๆ จัดแต่ต้องระวัง ไม่ไปปล่อยปละละเลย แต่นี่นโยบายท่านมาแล้วนี่ท่าน จ่ายเงินเลย ซื้อไปเลยครับ ท่านลองนึกดูก็แล้วกัน แล้วท่านรู้ไหมครับ คดีที่องค์การค้าเกิด อะไรรู้ไหมครับ องค์การค้าขายขาดทุน ๆ ปรากฏว่าอย่างไรรู้ไหมครับ หนังสือขาย ไม่ออกครับ มันมีคนภายในนั้นไปตั้งอีกบริษัทหนึ่งก๊อปปุ้ (Copy) ขององค์การค้าเลยครับ แล้วขายต่างหากราคาเดียวกันเปึนคดีอยู่ที่ถูกจับถามคุณหญิงกษมา ก็ได้ อย่างนี้ก็มี นะครับและมีอีกทีหนึ่งอันนั้นไม่ได้พิมพ์ละเมิดลิขสิทธิ์ ขโมยไปขายเฉย ๆ เลยก็มีครับ ตรงนั้นต้องระวังเลยครับท่าน ผมเปึนห่วงเม็ดเงินของประชาชนที่จะต้องไปกู้มาด้วย เฉพาะหนังสืออย่างเดียวนี่ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่ ท่านครับ ถ้าท่านจะใช้วิธีตั้งอย่างนี้ขึ้น มานะครับ หนังสือเอกชนทั้งหมดเขาจะฉีกหน้าปกใบแรก แล้วหลังจากนั้นก็พิมพ์ใหม่ ใส่ตัวเลขเปึนเงินแล้วก็ขายกันตามร้านค้าตามโรงเรียนต่าง ๆ เรียบร้อย เพราะอยู่ในข้อ ประชุมของท่านรัฐมนตรีว่าการนั่งเปึนประธาน อย่างนี้เสียสตางค์นะครับ แต่ท่านยังไม่ได้ ทุจริตนะ แต่ท่านอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือเปล่าผมไม่รู้ พอมาถึงอีกรายการหนึ่งอันนี้ น่าสนใจมากครับ เครื่องแบบนักเรียน ที่ว่าแจก ๆ เขาแจกดีครับ ท่านตามไปแจก ท่านตามไปดูได้ไหมครับว่ากางเกงที่เด็กจะได้นี่ เนื้อกางเกงมันคุณภาพไหนครับ และวันนี้ ข้อสรุปของท่านใครชงให้ท่านไม่ทราบครับ ตั้งเงื่อนไขไว้เลยครับเอาให้แพงไว้ก่อนครับ ดูข้อ ๔ ครับ เครื่องแบบนักเรียนคนละ ๒ ชุดต่อป้ ตามเกณฑ์คุณภาพ มอก. ครับ ท่านครับผมไปซื้อมานี่นะครับ นี่ซื้อมาจากร้านค้าแถวบางลําพู เมื่อวานมีวุ่นวายกันรู้สึก วุ่นวายนะเราไปทําหน้าที่ฝ์ายค้านดีกว่า วิ่งไปหาซื้อสินค้าเดี๋ยวจะมาอภิปรายให้ท่านมา ชี้แจงให้ท่านดูท่านจะได้ระมัดระวังปัองกันเม็ดเงินถ้าท่านทําตัวนี้ได้ ผมเปึน ส.ส. สมัยนี้ ก็คุ้มนะครับประหยัดไปได้อีก ๓,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๖,๔๐๐ ล้านบาท ท่านนี่หาร ๒ ได้ เลยครับ เดี๋ยวผมจะบอกวิธีว่าทําอย่างไร กางเกงนักเรียนนี่นะครับ ซื้อทั้งทีก็ไม่รู้จะทํา อย่างไรเอาเอวขนาดลูกชายผมเลย เผื่อไม่ได้ใช้ก็ให้ลูกชายใส่ ตัวละ ๒๐๐ กว่าบาทครับ เนื้อค่อนข้างดี อีกตัวหนึ่ง ๑๐๐ กว่าบาท ตราสมอ ที่มี มอก. ๓๗๕ บาทเกือบ ๔๐๐ บาท ครับ ท่านตามได้ไหมครับว่า มอก.ที่ท่านว่านี้มันแพงกว่าแน่นอนครับ แต่ขณะนี้ถามว่าโอ.เค. ดีไหม ไปดูเถอะครับ ร้านบางลําพูทุกร้านครับ คุณภาพใช้ได้ แต่พอท่านไปใส่ มอก. ปัูบ ราคาต้องสูงทันที แล้วท่านตามไปดูได้ไหมครับว่าบ้านนอก นั่นน่ะตกลงที่เขาซื้อให้กันน่ะที่กระบวนการจัดการของท่านน่ะ มันไม่ได้ซื้อนิดหน่อยนะ ซื้อตั้ง ๕,๐๐๐ – ๖,๐๐๐ ล้านบาทนะ ท่านตามไหวหรือครับ กระบวนการทุจริตที่ติดตาม ยากที่สุด ก็คือของแจกประชาชนนี่แหละครับ แจกปุิย แจกข้าว แจก ตามยากมากครับ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่พอท่านเปึนรัฐมนตรี เดี๋ยวเขาพาท่านไปดูแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ พอไปเยี่ยมโรงเรียนปรากฏว่าเด็กนี่เนื้อผ้านี่มันแทบจะขาดเลยครับ เนื้อผ้าแทบจะขาดเลย มอก. ตัวหนึ่งนี่ตกประมาณเกือบ ๔๐๐ บาทนะครับ แล้วท่านไป ใช้ได้อย่างไรท่าน ท่านไปประชุมเอากับเขาได้อย่างไร ท่านไม่รู้รายละเอียดเสียบ้าง ถาม กทม. ดูสิครับ พวกท่านอยู่ กทม. กทม. นี่ราคาเครื่องแบบนักเรียนที่ผมเอามาเปึน ตัวอย่าง คุณภาพต่ําลงไปหน่อย แต่เขาซื้อแจกชั้นประถม ชุดหนึ่งนะครับ ทั้งเสื้อและ กางเกงนี่มันจะตกประมาณ ๔๐๐ กว่าบาท ของดีหน่อยนะครับ แต่ถ้าสูงกว่านั้นนี่จะตก ประมาณถึง ๖๐๐ กว่าบาท แต่ของ กทม. นี่ชั้นประถมศึกษา ชุดหนึ่งนะครับ ๑๘๐ บาท ครับ เห็นไหมครับ อนุบาล ๑๒๕ บาท ต่อหนึ่งชุด ของเด็กอนุบาล เขาตั้งไว้นะครับ กทม. นี่ก็ยังพอเหลือใช้จ่ายแล้วนะครับ ไม่ใช่ว่าต่ําทีเดียวนะครับ เขายังตั้งต่ํากว่าท่านอีกครับ กทม. ตั้งไว้อนุบาล ๑๒๕ บาท ประถมศึกษา ๑๘๐ บาท มัธยมศึกษา ๒๒๕ บาท ต่อชุด นะครับ ท่านให้สองชุดนะครับ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า เอาแค่ กทม. นี่ก็พอใช้จ่ายได้แล้ว แต่ตัว เลขที่ใช้ มอก. ที่ท่านใส่ มอก. ก็มีมาตรฐานดีนะ นี่ละครับ คือการไม่ใช่ประชานิยม เปึน ประชาธิปัตย์นิยมครับ และถ้าท่านตามเรื่องนี้ ถ้าผมไม่มาบอกท่านก่อนนะ ปลากระปิอง เน่ามันจะตามมาถึงกางเกงเน่า เสื้อเน่า แล้วก็ตําราเรียนเน่าครับ ถึงเวลานั้น ท่านต้องมา บอกผม ขอบคุณผม ว่าเออสุนัยรู้ก่อนมาบอกก่อน ผมไม่ได้คิดว่าท่านจะไปทุจริต แต่ผม ว่าท่านไม่ทัน แต่จะบอกว่าไม่เชื่อการทุจริตเลยก็ไม่ได้ครับ เพราะว่าองค์ประกอบ คณะรัฐมนตรี ท่านนี่มันมาจากกลิ่นแปลก ๆ ทั้งนั้นครับ ในนโยบายของท่านนี่เขียนเสีย เพราะเชียว จะเน้นการใช้คุณธรรมนําความรู้ ท่านรัฐมนตรี คุณธรรมนําความรู้ หรือว่า คุณธรรมอําความรู้ ไปอํามันน่ะ คือไม่สนใจแล้ว พูดไปก็ไม่ดีท่านเอ๋ย แต่มีคนบอกว่าคนที่ ทําผิดศีลธรรมบางเรื่องนั้น จะให้บริหารราชการแผ่นดินด้วยความสุจริตนั้น น่าเปึนห่วง ครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทราบไหมครับ รัฐมนตรีของท่านหลายคนนี่ น่ากลัวมากนะครับ ที่อยู่ใน ครม. ท่านนี่ ท่านคงรู้นะครับ เอาเข้ามาได้อย่างไรครับ คนบางคน ประวัติไม่ดีเลยครับ โดยเฉพาะประวัติเรื่องศีลธรรมไม่ดีครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรู้ไหมใคร รู้ไหม
ท่านผู้อภิปรายกรุณาพูดกับประธานครับ
ผ่านท่านประธาน ยังพูดไม่จบครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรู้ไหม ผ่านท่านประธาน ผมยังพูดไม่จบกับท่าน ดังนั้นในกรณีนี้เองครับ ผมมาชี้ทางเสียก่อนท่านครับ กระบวนการพูดแจกนี่มันง่ายครับ แจกไปหาเสียงไปนี่ง่าย แต่ว่าที่กินระหว่างแจกนี่ครับ ท่านต้องทําดูแลให้เรียบร้อยนะครับ เพราะเงินตรงนี้เปึนเงินกู้นะครับ แล้วถ้าจะพูดกันจริง ๆ แล้วนี่ เรื่องการศึกษา ๑๕ ป้ เรียนฟรีที่ท่านว่านี้ ท่านครับผมบอกท่านนิดเถอะครับ มันจะเกิดการทุจริต ท่านครับ ผมบอกท่านนิดเถอะครับ มันจะเกิดการทุจริตตามน้ํากันอย่างนี้ อันนี้ผมคิดว่า ทุจริตเชิงนโยบายของแท้นะ อ้ายนี่แหละคือทุจริตเชิงนโยบายละ ของแท้เลย ผมมาเตือน ท่านก่อน ท่านดูเสีย ขอให้ท่านมั่นใจว่า ผมเปึนฝ์ายค้านนั้นไม่ได้มาโจมตีท่านหรือ กล่าวหาท่านทันที แต่มันมีช่องเห็นแล้ว ท่านต้องขอบคุณผม และผมคิดว่าท่านก็เปึน คนหนุ่ม ผมก็คนหนุ่มครับ แต่วันนี้ที่หัวขาวนี่ฉีดสารเร่งสี คืออยากจะเปึนราษฎรอาวุโส เหมือนกัน ความเปึนคนหนุ่มด้วยกัน ด้วยจิตใจเช่นนี้เราให้กําลังใจกันครับ ไม่เปึนไรครับ ท่านอย่าไปคิดว่า นายสุนัยผิดหวังมาเปึนฝ์ายค้าน ปัดโธ่ ชอบที่สุดครับเปึนฝ์ายค้าน เพราะทํางานได้เต็มที่ เพราะผมเกิดมาเปึนผู้แทนราษฎร ไม่ได้เกิดมาเพื่อเปึนรัฐมนตรี ครับ และที่ผมต้องกราบเรียนท่านว่า ผมจะให้กําลังใจท่าน และให้กําลังใจท่านด้วยความ จริงใจเลย ผมชื่นชมท่านนะ เรื่องเก่าไม่ว่ากันนะ ท่านก็ชอบฉะคนโน้นเรื่อยคนนี้เรื่อยเอา เถอะไม่เปึนไร แต่ที่สําคัญคือ ท่านได้เสนอเรื่องจะออกกฎหมายเก็บภาษีมรดก และภาษี ที่ดินนี่ดีครับ ผมสนับสนุนท่าน วันไหนท่านเอากฎหมายนี้เข้ามา นายสุนัยจะสนับสนุน ท่านและถ้าท่านทําสําเร็จผมจะชื่นชมท่านตลอดชีวิตของผม เพราะอะไรครับ เพราะ กฎหมาย ๒ ฉบับนี้เปึนปมเงื่อนของการพัฒนาการของสังคมไทยเลยครับ ถ้าเราผ่าน กระบวนการนี้ได้เมื่อไรคนยากคนจนจะลืมตาอ้าปากได้ทันทีครับ คือเฉลี่ยสุขจากคนรวย ไปสู่คนจนบ้างอย่างเปึนจริง ไม่ใช่รอทําบุญครับ เจ้าของโรงงานบางคนลงทุนทําบุญ ๑๐ ล้านบาท สร้างโบสถ์ได้ครับ แต่คนงานขอ ๖ สลึงเพิ่ม ไม่ให้ครับ ดังนั้นกระบวนการ ทําบุญกับกระบวนการเก็บภาษีมรดกมันจึงเปึนกระบวนการเดียวกัน กระบวนการทําบุญ ก็คือ การสร้างรัฐสวัสดิการในอดีตเมื่อ ๒๕๐๐ ป้ ก็คือการเก็บภาษีนั่นแหละ แต่มันไม่มี ระบบกฎหมาย ณ เวลานั้น ศาสดาทั้งหลายท่านจึงเปึนผู้นําเสนอที่จะสร้างให้ระบบรัฐ เข้มแข็งขึ้น แต่คิดได้เท่านั้น ณ เวลานั้น แต่วันนี้ท่านจะเปึนคนสําคัญ ถ้าท่านทําได้จริง แต่ขอร้องนะครับ ผมก็เป่ดช่องใจไว้ก็ผิดหวังเหมือนกัน เพราะพรรคท่านชอบหาเสียงเปึน หลัก พูด ๆ หาเสียงพอถึงเวลาไม่ทํา อดีตก็เคยมีแล้วครับ ผมเปึนรุ่นพี่ท่านอยู่ในพรรคนี้ ก่อนนะ จะเลือกตั้งผู้ว่าโดยตรงอย่างนั้น ๆ พอได้เสียงเต็มที่เปึนรัฐบาล เปล่าไม่ได้พูด เปึนความเห็นส่วนตัวของอีกคนหนึ่ง ระวังเขาจะบอกเปึนความเห็นส่วนตัวของท่านนะ ถ้าเปึนอย่างนั้นละก็คุณกรณ์อยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้นผมไม่ไปพบท่านนะก็ถือว่า เปึนนักการเมืองเท่ากันก็แล้วกัน แต่ถ้าท่านออกกฎหมายสําเร็จ ผมจะชื่นชมท่านและ ท่านอภิสิทธิ์พร้อมกันครับ ดังนั้นในวันนี้ผมได้ทําหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว ในเบื้องต้นของ การดูแลผลประโยชน์ของรัฐ โดยเฉพาะเงินงบประมาณกลางป้ ซึ่งเปึนเงินกู้แล้วมาแจก แล้วแจกก็มือห่างตีนห่างไปหมดเลยครับ เดี๋ยวผมจะไปแถลงให้เขาดูข้างล่าง เพื่อให้เขาดู ทุกอย่างว่าเปึนจริงอย่างที่ผมว่า เอกสารมีหมดและท่านไปหาทางแก้ไข ท่านยังไม่เสียชื่อ นะครับ ท่านรัฐมนตรียังไม่เสียชื่อ เพียงแต่ว่าอาจจะไขสือทําเปึนไม่รู้ตามน้ําหรือเปล่า อันนี้ไม่รู้นะ อันนี้ไม่รู้ เวลากินเงียบ ๆ ก็ได้เหมือนกัน ก็ไปเรื่อย ๆ ทําเปึนเซื่องไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยจาได้มาก็มาแบ่งกัน อย่างนั้นไม่รู้ แต่นี่ผมบอกก่อนแล้ว และขอให้สื่อมวลชน ขอให้ประชาชนดูเลยนะครับ ว่าเสื้อผ้าที่จะแจก หนังสือที่จะแจกเปึนอย่างไร ท่านครับ ผมว่าถ้าให้ดีนะครับ คิดราคากลางเลยครับ จะเปึนหนังสือขององค์การค้าแพงกว่า ก็ไม่เปึนไรครับ แต่ว่าตัดเปึนเม็ดเงินให้ผู้ปกครองเขาไปเลยครับ ตัดเปึนเม็ดเงินเลย ให้ผู้ปกครองเขาไป ตัดเปึนเม็ดเงินเลยให้ผู้ปกครองเขาไปซื้อเสื้อ ซื้อผ้า แล้วเขาไป ตัดสินเองว่าเขาจะซื้ออย่างไร ตามกลไกตลาดอย่างนี้ละครับ หากินไม่ได้ละครับ ถ้าจะ เกิดขาดบ้าง เกินบ้างก็ให้ชาวบ้านเขาได้ไป ดีกว่า
-๔๔/๑ ถ้าท่านเริ่มต้นซื้อเองอย่างนี้เมื่อไร เจ๊งครับ แล้วผมกราบเรียนเลยครับว่าโครงการเรียน ๑๕ ป้ของท่านจะยากมากครับ เพราะโครงสร้างจริง ๆ วันนี้เราต้องรู้ความเปึนจริงก่อนว่า โรงเรียนทั้งหลายนั้นมันมีคนจนกับคนรวยครับ ท่านเปึนคนรวยนี่ครับ ตอนเข้าสาธิตเสีย สตางค์เท่าไรครับ วันนี้เปึนที่รู้กันหมดครับ โรงเรียนสาธิตทั้งหมดจ่ายไม่น้อยกว่า ๓๐๐,๐๐๐ – ๕๐๐,๐๐๐ บาท อย่างต่ําครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าไปว่าเขา แต่ต้องยอมรับความจริงว่าหลายโรงเรียนงบประมาณไม่พอ ถ้าท่านไปตัดเขาทันทีนี่ นะครับมันไปขัดขวางกระบวนการพัฒนาของเขาครับ คนมีสตางค์พร้อมจะช่วยก็ให้เขา ทํากัน แต่เอาเถอะโดยหลักการมันดี หลักการมันเพราะ ผมถึงบอกว่าบางทีการเมือง นักการเมืองก็พูดเท่ ๆ ไป จะทําให้เสร็จภายใน๙๐ วัน แจกหนังสือฟรี ชุดนักเรียนฟรี ให้ป้ละ ๒ ชุด ท่านครับ อย่างที่ผมว่านะครับถ้าให้ดีจัดเปึนเงินไปเลยครับหมดปัญหา ช่วยเขาไปเลย ตัดไปเลย แล้วก็อย่าผ่านโรงเรียนนะครับ ขอเลขบัญชีให้ชัดเจนเลยครับ เป่ดแล้วไปเลย แล้วไปซื้อกันเอง มันก็เกิดกลไกการตลาด หนังสือที่ถูกก็ยังจะถูกต่อไป ครับ มันก็เกิดกลไกครับ ท่านจุติยังเห็นด้วยกับผมใช่ไหม โอ.เค. นะครับ กราบขอบพระคุณครับท่านครับ
ท่านสุนัยใช้เวลาไป ๓๙ นาทีนะครับ ต่อไปครับ เชิญท่านศุภชัย โพธิ์สุ ของท่านมี ๑๐ นาทีนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคภูมิใจไทย ต้องขอกราบเรียน ท่านประธานว่าในการที่รัฐบาลได้
ท่านศุภชัยครับ ขอประทานโทษครับ ท่านรัฐมนตรีจะขอชี้แจงหน่อยครับ
ได้ครับท่านครับ
เรียนเชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมคงไม่รบกวนเวลาท่านประธานตอนนี้ครับ เพียงแต่ว่าขอรบกวนเอกสารหนังสือที่ท่าน สมาชิกสุนัยได้นํามาชี้แจงเมื่อสักครู่ เพื่อที่จะให้ส่งมอบท่านประธานเพื่อผมจะได้ ตรวจสอบครับว่าจริง ๆ แล้วเปึนอย่างไรในเรื่องของราคาหนังสือองค์การค้ากับเอกชน แล้วก็ถัดจากนี้ไปเมื่อถึงเวลาอันสมควร ผมขออนุญาตชี้แจงครับ
ท่านสุนัยครับ ท่านรัฐมนตรีขอเอกสารที่ท่านประกอบการอภิปราย
ท่านครับ
ถ้าท่านจะให้ก็ฝากไว้
คืออย่างนี้ครับท่านรัฐมนตรี ท่านต้องเข้าใจนิดหนึ่งนะครับ ข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการที่ดี ๆ นี่ยังเยอะครับ เอกสารจะทํารหัสไว้หรือเปล่าผมไม่รู้นะ เดี๋ยวท่านรับไปรู้เลยว่ามาจากสายไหน เดี๋ยวท่าน ไปไล่คนที่สนิทกับผมออกหมดตายเลยนะ ไม่ได้หรอกครับอันนี้ ผมบอกวันเวลาและท่าน ต้องรู้เอง ก็ท่านเข้าไปปัูบวันแรก ๆ เอาเลยครับ เขาชงให้ท่านเรียบร้อย เพราะท่านเขาเห็น มาแล้วนี่ หมูมาแล้วนี่ ไม่รู้เรื่อง เห็นไหมครับ แล้วที่สําคัญหนังสือหนังหานี่ยังให้ไม่ได้ครับ ซื้อด้วยเงินส่วนตัวผมครับ ส่วนเสื้อนี่จะไปให้ลูกใส่ครับ ลูกเล็กครับ ท่านไปหาเอาเอง เถอะ เดี๋ยวผมจะไปแถลงข้างล่าง รับรองได้ว่าทุกอย่างเปึนเรื่องตรงไปตรงมาที่สุด กราบขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คําว่า หนังสือ ไม่ใช่ หนังสือราชการ ครับ หมายถึงหนังสือที่ท่านเอามาแสดงเมื่อสักครู่ว่า องค์การค้า แบบเรียนน่ะครับ เอกสารตําราเรียนครับที่ท่านบอกว่าองค์การค้าถูกกว่า แพงกว่า เล่มไหนเปรียบเทียบกับเล่มไหนอย่างไร ผมจะได้ตรวจสอบและจะได้ดูแลให้มัน ถูกต้องชัดเจนโปร่งใสในอนาคตครับ
เชิญท่านสุนัย
ผมให้ความร่วมมือครับ ขอความ กรุณาท่านให้เจ้าหน้าที่ของท่านเดินตามไปที่ห้องแถลงข่าว แล้วไปจดเลยครับ ไปจดเลย ท่านเปึนรัฐมนตรีท่านหาได้มากกว่าผม ท่านไม่หาอย่างไรเล่า หาง่าย ๆ จริงง่าย ๆ อย่างนี้ ไปหาข้างล่างครับ เดี๋ยวผมไปแถลงข่าวนะท่านนะ นี่มันสตางค์ส่วนตัวผม
ก็เดี๋ยวถ้าท่านสุนัยแถลงข่าวแล้ว เดี๋ยวให้เจ้าหน้าที่ทางฝ์ายเลขาของสภาตามลงไป เพื่อจะนํามาประกอบการพิจารณาของท่านรัฐมนตรีนะครับ เสร็จแล้วอาจจะส่งมองคืนให้ ท่านสุนัย ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีวิฑูรย์จะขอถือโอกาสชี้แจงนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นะครับ ผมขออนุญาตเรียนนะครับ ว่า ผมจะชี้แจงเรื่องที่สมาชิกได้สอบถามตั้งแต่ช่วงต้นหารือ แล้วก็ช่วงที่ท่านสุนัยได้พูด เรื่องถุงยังชีพ เรื่องปลากระปิอง แต่ผมทราบว่าจะมีสมาชิกอยู่หลายท่านพูดเกี่ยวกับ กระทรวงที่ผมดูแลอยู่ เพราะฉะนั้นผมจะมาเรียนเพื่อจะบอกกับท่านประธานว่า ผมไม่หนี ไปไหนครับ ผมจะชี้แจงทุกอย่างที่ท่านสอบถามมาหลังจากครบแล้ว เพื่อไม่ให้เปึนการ เสียเวลาของสภาครับ
ผมขออนุญาตดําเนินการประชุมตามรายชื่อ ท่านมีอะไรครับ เชิญครับ สั้น ๆ นะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ ในฐานะวิปนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ขอให้ ท่านประธานได้โปรดกรุณาใช้อํานาจขอเอกสารจากท่านสุนัยครับ เพราะว่ากล่าวหา รัฐบาลฉอด ๆ ๆ ครั้นจะขอเอกสารขอดูก็ไม่ให้ดูนะครับ เพราะฉะนั้นแถลงข่าวเสร็จ ท่านสุนัยต้องกรุณาให้นะครับ มิเช่นนั้นแล้วผมตั้งข้อสงสัยว่าท่านสุนัยอภิปรายเท็จใน สภาผู้แทนราษฎร
ท่านสุนัยนะครับ เดี๋ยวอย่าเพิ่งนะครับ ท่านวิรัตน์ครับ
ท่านต้องเข้าใจนะครับ
ท่านรัฐมนตรีได้ทําความเข้าใจแล้วนะครับว่า ท่านรัฐมนตรีจะขอดูตําราเรียนซึ่งมีราคา แตกต่างกันที่ท่านสุนัยนํามาประกอบการอภิปรายนะครับ ก็พูดกันทราบกันดีแล้ว เดี๋ยวท่านสุนัยไปแถลงข่าวเสร็จท่านก็จะให้ดูนะครับ
ท่านวิรัตน์ครับ ขอประทานโทษ ท่านประธานครับ ไม่ต้องตกใจ ไม่มีเอกสารเท็จใบเดียวไปไล่นายกรัฐมนตรีก็แล้วกัน เชื่อเถอะ ไปดูข้างล่าง
ครับ เชิญท่านศุภชัยครับ เชิญเลยครับ ๑๐ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคภูมิใจไทยครับ เนื่องจากเวลา จํากัดครับท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเข้าสู่เนื้อหาสาระ ผมในฐานะที่เปึนสมาชิก พรรคภูมิใจไทย ต้องขอกราบขอบพระคุณทางรัฐบาล ที่ได้กรุณาบรรจุนโยบายซึ่งเปึน นโยบายที่เรียกว่า ประชานิยม เข้าเปึนนโยบายของรัฐบาลในชุดปัจจุบัน และนอกจากนั้น ในขณะนี้นะครับ การจัดงบประมาณกลางป้หรือว่างบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้ ๒๕๕๒ นี้ ทางรัฐบาลก็ได้มีมาตรการหลาย ๆ มาตรการ ที่ตรงกับนโยบายของ พรรคภูมิใจไทยของพวกเรา ท่านประธานคงจําได้ว่า ในวันที่พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเปึน พรรคแกนนําในการจัดตั้งรัฐบาล ได้เชิญกลุ่มเพื่อนเนวิน พรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาล นั้น กลุ่มเพื่อนเนวิน พรรคภูมิใจไทย ได้ยื่นกรอบนโยบายหลาย ๆ มาตรการให้กับพรรค แกนนํา ก็พรรคแกนนําประชาธิปัตย์ได้รับไป แล้วก็ได้บรรจุลงในนโยบายด้วย ฉะนั้น ต้องขอกราบขอบพระคุณนะครับ แต่ว่าในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ กระผมอยากจะขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณที่ได้ตั้งเปึนงบกลางป้หรือ งบเพิ่มเติมในครั้งนี้ ผมเห็นว่างบแผนงานฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะแล้วโครงการก่อสร้างทางภายในหมู่บ้าน เพื่อแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้น ผมเรียนว่า ทางกรมทางหลวงชนบท กระทรวง คมนาคมนั้นได้รับงบประมาณมาค่อนข้างน้อยความจริงได้มาประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาลครับ แต่พูดถึงความจําเปึน ความเดือดร้อน ปัญหาที่พี่น้อง ประชาชนได้รับอยู่นั้น มันยังเปึนงบประมาณที่จัดให้ค่อนข้างน้อยมากนะครับ เพราะว่า ผมอยากจะเรียนข้อมูลให้กับท่านประธานได้ทราบว่า กรมทางหลวงชนบทนี่นะครับ มีถนนที่ต้องรับผิดชอบอยู่ทั้งหมด ๔๘,๐๐๐ กิโลเมตร ซึ่งลาดยาง ไปแล้ว ๓๓,๖๐๐ กว่ากิโลเมตร แต่ขณะนี้ทางหลวงชนบทยังเปึนลูกรังอยู่ ท่านประธานครับ ประมาณ ๗,๒๐๐ กิโลเมตรนะครับ ถ้าหากว่าเราคิดประมาณลาดยาง ต่อ ๑ กิโลเมตรนั้น ใช้งบประมาณประมาณ ๔ ล้านบาท ถึง ๔.๕ ล้านบาท ก็จะใช้งบประมาณประมาณ ๓๒,๔๐๐ ล้านบาท นี่ก็ได้รับการจัดสรรมาแค่ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ถือว่าน้อยมากนะครับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในชนบทเดือดร้อนมาก ครับ นอกจากนั้นยังมีถนนที่เปึนถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังไม่ได้ราดยางอีก เยอะแยะเลยครับท่านประธานครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งประเทศนี่นะครับ มีถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบถึง ๓๕๒,๔๖๕ กิโลเมตร ราดยางไปแล้ว ๒ แสนกิโลเมตร เศษครับ เดี๋ยวนี้ถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังเปึนถนนลูกรังอยู่ในขณะนี้ ประมาณ ๑๕๑,๖๘๗ กิโลเมตร ถ้าจะคิดงบประมาณที่จะใช้ในการทําให้ปลอดฝุ์นหรือว่า ทําราดยางทั้งหมดหรือคอนกรีตทั้งหมดนี่นะครับ ต้องใช้งบประมาณถึง ๖๘๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งเปรียบเทียบกับงบประมาณที่รัฐบาลได้จัดให้ตรงนี้ ค่อนข้างจะน้อย ฉะนั้นผมจึงขอเรียนท่านประธานว่า ปัญหาความเดือนร้อนของพี่น้อง ประชาชนในชนบทนั้น จากการใช้ถนนทางหลวงชนบทก็ตาม จากการใช้ถนนขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นก็ตาม พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมากครับ ฤดูฝนเปึนหลุมเปึนบ่อเปึน โคลนเปึนตม แต่ฤดูแล้งฝุ์นตลบอบอวล พี่น้องประชาชนที่มีหมู่บ้านอาศัยอยู่ริมถนนที่เปึน ทางลูกรังอยู่นั้น ประสบกับภาวะที่เปึนโรคเรื้อรัง เปึนโรคติดต่อ เปึนโรคระบบหลอดลม อักเสบ แล้วก็เปึนโรคภูมิแพ้ ก็ฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่า ในโอกาสต่อไปนั้น อยากจะให้รัฐบาลให้ความสําคัญเกี่ยวกับเรื่องถนนปลอดฝุ์นให้มากกว่านี้นะครับ
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ ผมขอเรียนว่ามาตรการที่รัฐบาลได้ ดําเนินการ โครงการ ๕ มาตรการ ๖ เดือนนี่นะครับ เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชนนั้น ผมขอแสดงความชื่นชมครับ ทุกมาตรการพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์มาก ไม่ว่าจะเปึน รถไฟฟรี รถเมล์ฟรี ไม่ว่าจะเปึนอีกหลาย ๆ มาตรการนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝาก รัฐบาล เพราะผมลงพื้นที่ พี่น้องจังหวัดนครพนมของผมบอกว่า อสม. ได้เงินเดือนนะครับ ผู้สูงอายุได้เบี้ยยังชีพ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านจะมีโอกาสเพิ่มค่าตอบแทน แต่พี่น้องประชาชน โดยทั่วไปได้อะไรบ้าง ท่านครับ ขณะนี้ประปาที่อยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งเปึนอยู่ในความดูแลของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่ได้รับการดูแลจากมาตรการของรัฐบาล พี่น้องประชาชน ที่ใช้ประปาในหมู่บ้านที่เปึนประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลอยู่ เปึนคนจํานวนมากนะครับที่ใช้บริการอยู่ แต่ขณะนี้รัฐไม่ได้ดําเนินการเลย ฉะนั้นผมขอ เรียนฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังว่า อยากจะขอให้เร่งรัดในการดูแลพี่น้องประชาชนที่ใช้น้ําประปา ในหมู่บ้านด้วยครับ เพราะเขาก็เปึนคนไทยเหมือนกัน เสียภาษีเหมือนกัน แต่เราดูแลแค่ พี่น้องประชาชนที่ใช้ประปานครหลวง ประปาส่วนภูมิภาค แต่ประปาที่เปึนของท้องถิ่น ไม่ได้รับการดูแลเลย นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งในห้วงเวลาที่เหลือท่านประธานครับ ผมไม่ทราบว่าเรื่องนี้มัน เกี่ยวข้องกับกระทรวงไหน หรือรัฐบาลจะรับดูแลอย่างไร เมื่อวานนี้นะครับตอนเช้าผมได้ หารือท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเงินชดเชยอุทกภัยน้ําท่วมในป้ ๒๕๕๑ ครับท่านครับ จังหวัดนครพนมของกระผมนั้นถูกน้ําท่วม ๒ ระลอกครับ ระลอกแรกคือ เดือนกรกฎาคม สิงหาคม พี่น้องประชาชนที่ถูกน้ําท่วมระลอกแรกนี่เปึนจํานวนถึง ๒๓,๙๖๔ ราย เงินชดเชยต้องดูแลเกี่ยวกับข้าวนาป้เปึนจํานวนเงินถึง ๑๐๑,๖๗๙,๘๒๐ กว่าบาท และนอกจากนั้นระลอกที่ ๒ ก็ถูกน้ําท่วมอีกในช่วงเดือน กันยายน พี่น้องประชาชนจํานวน ๑,๙๐๕ รายก็ได้รับอุทกภัยเสียหายอย่างหนัก รวมการ เกิดอุทกภัยในภาคอีสานของจังหวัดนครพนมทั้ง ๒ ระลอกนั้นมีพี่น้องประชาชนได้รับ ความเสียหายได้รับผลกระทบกระเทือนนะครับ ข้าวกล้าในนาตายเรียบนั้นเปึนจํานวน พี่น้องเกษตรกรถึง ๒๕,๙๗๖ รายครับท่านประธานครับ ขณะนี้ทางเกษตรจังหวัด ทางจังหวัดนครพนมได้เสนอข้อมูลทั้งหมดมาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งแต่เดือน กันยายน เดือนตุลาคมแล้ว ซึ่งขณะนี้พี่น้องประชาชนคนบ้านผมนี่นะครับ ทั้ง ๑๒ อําเภอ ได้ไปเป่ดบัญชีเอาไว้รอรับการช่วยเหลือเงินชดเชยจากรัฐบาล แต่จนกระทั่งเดือน กรกฎาคม สิงหาคมจนกระทั่งถึงขณะนี้หลายเดือนแล้วนะครับท่านครับ พี่น้องประชาชนยังไม่ได้รับการชดเชยเลย ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลมีมาตรการในการที่จะ ช่วยเหลือพี่น้องของพวกเราในหลาย ๆ เรื่อง ในหลาย ๆ ประเด็น แต่ทําไมรัฐบาลจึงไม่ ดูแลพี่น้องที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับอุทกภัยครั้งที่ผ่านมา ขณะนี้พี่น้องประชาชนแถวบ้าน ผมใกล้จะตกกล้าดํานาอีกรอบแล้วนะครับ แต่เงินช่วยเหลือชดเชยน้ําท่วมเมื่อป้ ๒๕๕๑ นั้นยังไม่ได้รับครับ ท่านประธานรู้ไหมครับว่าพอถูกน้ําท่วมข้าวกล้าในนาเสียหายหมด พี่น้องประชาชนเปึนหนี้เปึนสินท่วมหัวนะครับ ไม่ว่าจะเปึนค่าอุปกรณ์ ค่าคราด ค่าไถ ค่าแรงงานต่าง ๆ ค่าพันธุ์ข้าว และที่หนักที่สุดคือค่าปุิยครับท่านประธาน ไปเปึนหนี้ร้าน เจ๊กเขาที่ตลาดเอาปุิยมาทํานา ขณะนี้นะครับนาถูกน้ําท่วมหมดนะครับ ต้องขออภัย เพื่อน ๆ เขาแซวข้างหลังนะครับ นาถูกน้ําท่วมหมดครับท่านประธานครับ หนี้สินที่เปึนหนี้ อยู่ หนี้ ธ.ก.ส.หนี้สหกรณ์ก็ไม่ได้ชดใช้ หนี้ตามตลาดก็ไม่ได้ชดใช้ ผมจึงฝากท่านรัฐบาล ครับว่า ขณะนี้พี่น้องประชาชนของผมเดือดร้อนมาก พี่น้องไม่เฉพาะจังหวัดนครพนม เท่านั้นนะครับ จังหวัดนครพนม จังหวัดสกลนคร จังหวัดหนองคาย จังหวัดมุกดาหาร ที่อยู่ที่ราบลุ่มน้ําโขงได้รับผลกระทบทั้งหมดครับท่านประธาน ฉะนั้นผมจึงอยากฝากท่าน ประธานไปถึงรัฐบาลครับ ขอให้ท่านได้พิจารณา และผมขอฟังคําตอบด้วยนะครับ เมื่อวานนี้ผมได้เสนอเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยความเคารพ แล้ว แต่ว่ายังไม่มีคําตอบจากท่านนายกรัฐมนตรี ฉะนั้นผมอยากจะได้รับคําตอบ เพราะ พี่น้องประชาชนของผมที่อยู่จังหวัดนครพนมรอฟังคําตอบเรื่องนี้ครับ ถ้าไม่ได้เงินชดเชย น้ําท่วมไปแก้ปัญหาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน ผมเรียนท่านประธานครับว่า ผมก็ กลับพื้นที่ลําบากในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพี่น้องชาวจังหวัดนครพนม และอานิสงส์นี้ไม่เฉพาะคนจังหวัดนครพนมเท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์ พี่น้องจังหวัด หนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดสกลนคร จังหวัดมุกดาหารที่ถูกอุทกภัยรอบเดียวกัน นั้นจะได้รับประโยชน์ทุก ๆ คน ทุก ๆ ท่านนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ และประเด็น สุดท้ายนี้ผมขอคําตอบจากทางท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ เพราะผมจะได้กลับไป บอกพี่น้องชาวนครพนมของผมว่า รัฐบาลให้อะไรกับเขาบ้าง รัฐบาลแก้ไขปัญหาอะไรกับ เขาบ้างนะครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับท่านประธาน
ท่านสุวโรชมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานครับ เพื่อที่จะให้การประชุมเปึนไปด้วยความ เรียบร้อย แล้วก็ตรงไปตรงมากันจริง ๆ แล้วก็เปึนตามธรรมเนียมที่เราเคยปฏิบัติกันมา ตามข้อบังคับของการประชุมนะครับ ซึ่งถ้าท่านประธานดูนะครับ ในข้อบังคับ ข้อ ๘ ซึ่งท่านประธานเองมีอํานาจและมีหน้าที่อย่างไรบ้างในการที่จะกํากับการประชุมให้ เปึนไปด้วยความเรียบร้อย ประกอบกับใน ข้อ ๖๑ ครับ เรื่องเกี่ยวกับการที่สมาชิกจะนํา วัตถุหรือเอกสารอันใดมาใช้ประกอบการอภิปรายในสภานะครับ กระผมค่อนข้างจะไม่ สบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้นะครับว่า เมื่อทําแบบตรงไปตรงมากระผมก็เข้าใจว่าก็ ส่งเอกสาร ส่งวัตถุนั้นให้กับท่านประธานสิครับ เพื่อที่จะให้พวกเราได้ช่วยกันในการที่จะ ดูแลในเรื่องดังกล่าวด้วย เพราะฉะนั้นกราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อหารือตรงนี้ครับว่า ขอเอกสารทั้งหมดที่สมาชิกหรือวัตถุใด ๆ ที่สมาชิกจะใช้ประกอบในการอภิปรายให้กับ ท่านประธานสภา ซึ่งเราเคยดําเนินการในสิ่งเหล่านี้ตลอดมาในทุกครั้งที่มีการประชุมอยู่ แล้ว ขอท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยด้วยครับ
ขอบคุณท่านสุวโรชครับ โดยปกติการจะนําวัตถุหรือสิ่งของใด ๆ มาแสดงก็ต้อง ขออนุญาตท่านประธาน ทีนี้ผู้อภิปรายที่อภิปรายไปแล้วนะครับ ท่านก็นําวัสดุซึ่งเกี่ยวข้อง กับการอภิปรายขึ้นมาแสดงประกอบ ผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่เปึนข้อมูลประกอบซึ่งท่าน รัฐมนตรีก็ได้ประสานขอรายละเอียดไปแล้วก็คงไม่มีปัญหานะครับ เดี๋ยวคงได้ประสานขอ ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านั้นมาให้ท่านรัฐมนตรีต่อไป ต่อไปนะครับ เชิญท่านวิทยา บุรณศิริ ไม่จํากัดเวลานะครับ ก็บริหารเวลาภายในพรรคท่าน เชิญครับ
ของผมคงพยายามจํากัดด้วย ตัวเองนะครับ เพราะว่าก็เรียนด้วยความเคารพนะครับท่านประธาน เกรงใจน้อง ๆ กราบสวัสดีครับท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกจากพรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวานผมเป่ดประเด็นไว้ เปึน ประเด็นที่ผมเป่ดไว้ผิดต่อน้อง ๆ ที่เปึนสื่อ เมื่อวานผมเป่ดประเด็นไว้ เปึนประเด็นที่ผมเป่ดไว้ผิด ต่อน้อง ๆ ที่เปึนสื่อ ผมเป่ดประเด็น ไว้ว่าเหมา เจ๋อตุง บอกไว้ว่า แมวสีไหนก็จับหนูได้ ท่านสื่อมวลชนฟังดูก็ไม่ได้ค้านอะไร แต่ข้อเท็จจริงแล้ว เติ้ง เสี่ยวผิง เปึนคนพูดว่า แมวสีไหนก็จับหนูได้ สิ่งที่ผมต้องเรียน ท่านประธาน ก่อนที่จะอภิปรายในนโยบายที่นําเสนอในเรื่องของงบประมาณเพิ่มเติม ในป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ สิ่งที่ผมพูดนะครับ แม้จะเปึนสิ่งที่ผิด แต่ก็ดูมันจะเคลิ้ม ไปเหมือนกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ที่หลายคนฟังแล้วเคลิบเคลิ้มไปด้วย แนวทาง ในการที่จัดทํางบประมาณ ผมเรียนตามตรง แมวสีไหนจับหนูก็ได้ นั่นเปึนสิ่งสําคัญ มันคง จะใช้ต่อไม่ได้อีกแล้ว เพราะเจ้าของนโยบาย หรือเจ้าของสิ่งที่ทําเปึนประชานิยม เขาคนนั้นก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ที่นํามาใช้กับประเทศไทย ก็คืออดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ชื่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร แม้แต่เรื่องบางเรื่องที่เปึนรายละเอียดอยู่ ในคําแถลงเรื่องบประมาณเพิ่มเติม ป้ ๒๕๕๒ ผมจะอภิปรายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ มาตรา ๑๙ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๒๑ สิ่งที่เรามองดูว่ารัฐบาลนํามาจ่าย มาเปึน ประมาณการรายจ่ายในป้ ๒๕๕๒ ในงบประมาณเพิ่มเติมในเรื่องของแผนการฟุ๋นฟู ที่ ต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับรัฐวิสาหกิจเปึนใน ๖ มาตรการ ที่รัฐบาลต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ได้นํามาใช้ แต่สิ่งที่ผมได้กล่าวนะครับ มันต่างกันอย่างสิ้นเชิง ประเด็นที่ไปเกี่ยวข้องว่าแมวสีไหนจับหนูก็ได้ มันคงจะใช้ไม่ได้ สําหรับประเทศไทย เพราะเดี๋ยวนี้มันมีอาหารแมว มีอาหารกระปิอง จนแมวมันขี้เกียจ จับหนู นั่นเปรียบเสมือนว่าไม่ต้องคิดอะไรก็ได้ อยู่ ๆ ก็มีอาหารให้กินคงจะไม่ใช่ ต้องขอ อนุญาตตําหนิในส่วนที่ว่า นํานโยบายหรือนํามาตรการที่ไปใช้นั้นมาเพิ่มเติมขยายผล ตรงนั้นออกไปอีก ๖ เดือน ถามว่าข้อเท็จจริงนั้นมันเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เราทราบ แต่พาราดาม (Paradigms) มันเปลี่ยนครับ มันเปลี่ยนไปตรงไหน ผมต้องเรียน ท่านประธาน ตอนคนที่ชื่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร กลับมาประเทศไทย ตอนนั้นท่านเชื่อหรือไม่ว่าพี่น้องประชาชนทั่วประเทศเกิดผลกระทบอะไร ราคาน้ํามัน ขึ้นสูงสุด ตัวเลขที่ผมเอามาเปรียบเทียบ ต้องขออนุญาตท่านประธาน ๑๔๗.๒๗ ดอลลาร์ ต่อบาเรลล์ ราคาน้ํามันที่พี่น้องประชาชนใช้ตอนนั้นมีตั้งแต่ราคา ๔๓ บาท ๔๒ บาท ๓๘ บาท ดีเซลที่เปึนน้ํามันเพื่อเกษตรกรขึ้นมาอยู่ที่ ๔๔ บาท สิ่งนี้ท่านประธานครับ ต้องคิดตามให้ได้ เพราะฉะนั้นมาตรการในการลดรายจ่าย นั่นคือสิ่งที่คนที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร คิดไว้ให้ ฝากเปึนการบ้านให้นายกรัฐมนตรี คนที่ชื่อ สมัคร สุนทรเวช ได้นําไป เสนอกับพี่น้องประชาชน จนกระทั่งเปึน ๖ มาตรการ ในการเอาไปแก้ปัญหา น้ํามันอยู่ ที่ราคา ๑๔๗.๒๗ ดอลลาร์ต่อบาเรลล์ ปัจจุบันนี้น้ํามันราคาเท่าไร ราคาอยู่ที่ประมาณ ๔๑.๕๘ ดอลลาร์ต่อบาเรลล์ วันนี้นะครับ น้ํามันที่เราใช้นะครับ มันอยู่ที่ ๒๓ บาท ๓๒ บาท ๑๘ บาท ผมไม่ต้องบอกยี่ห้อนะครับ ดีเซลซึ่งเปึนปัจจัยสําคัญสําหรับ ภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรม ๑๘.๓๕ บาท มันบ่งบอกอะไรครับ ที่ผมต้องนําเรียน ต่อท่านประธาน ต่อสภาแห่งนี้ เปึนปัจจัยสําคัญสําหรับภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ๑๘.๓๕ มันบ่งบอกอะไรครับ ที่ผมต้องนําเรียนต่อท่านประธานต่อสภาแห่งนี้ น่าจะบอกท่านรัฐมนตรีพาณิชย์เอาอะไร ไปติดไว้ที่วงกลม เพราะฉะนั้นการลอกเลียนหรือเอามาใช้ หรือนํามาใช้ ผมไม่ได้ปฏิเสธ นะครับว่าเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ท่านต้องคํานึงถึงผู้ที่เขาเสียภาษีที่เปึน รายได้ให้กับพี่น้องในประเทศนี้ที่ต้องเสียภาษีให้กับสรรพากรหรือสรรพสามิตที่เปึนรายได้ มาสู่รัฐบาล ท่านไม่ได้คิดถึงตัวนี้เลย ผลสุดท้ายท่านก็มาตั้งงบประมาณไว้ชดเชยให้ รัฐวิสาหกิจ เมื่อสักครู่ผมได้รับแมสเซจ (Message) นะครับ น้ํามัน ขึ้นภาษีน้ํามัน ๒ บาทเศษ เงินงบประมาณที่ทํามาครั้งนี้ งบประมาณรายจ่ายต้องจ่ายชดเชยให้กับรัฐวิสาหกิจ แน่นอนครับ การประปา การไฟฟัา ขสมก. รถไฟ การรถไฟ ตั้งไว้เห็นได้ชัดเลยครับ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ จ่ายให้กับรัฐวิสาหกิจ มันมองให้เห็นว่าแค่เราคิดผิดไปนิดเดียว บริบทเปลี่ยนไป โจทย์ที่มาของคนที่คิดไว้ต่างกันโดยสิ้นเชิงกับรัฐบาล โดยเฉพาะท่าน นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ ได้คิดตอนนี้ เพราะผมยืนยันนะครับคนที่คิด คือ คุณทักษิณ ชินวัตร ตอนที่กลับมาประเทศไทย ๖ มาตรการถึงได้มีใช้ ฝากไปเปึนการบ้านกับน้อง ๆ ในฐานะเตือนเหมือนกับว่าต้องลดรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในภาวะน้ํามันแพง แต่รัฐบาลไม่สนใส่เข้าไปเองนึกว่าเปึนประชานิยมถูกต้องใส่เข้าไป ๖ เดือน ผลกระทบ มันก็เกิดขึ้น ผมไม่ทราบว่าตัวนี้คิดสูตรนี้จัดให้ทําต่อเพราะอะไร ต้องให้นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ มาตอบด้วย
ประเด็นต่อไปนะครับ ผมเรียนตามตรงนะครับว่าเพื่อรักษาเวลา สิ่งที่คิด ง่าย ๆ จากเงินในมาตรา ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ มาตรา ๑๓ ให้กับประกันสังคม กระทรวง แรงงาน หน่วยงานประกันสังคม ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เอาไปชดเชยที่ว่าเมื่อสักครู่ ท่านสมาชิก โดยเฉพาะท่านเฉลิม อยู่บํารุง ก็ดีนะครับ ท่านสุนัย ก็ดี ได้พูดไปแล้วเรื่องเงิน ๒,๐๐๐ บาท ประเด็นนี้ผมคิดตามตรงคิดได้อย่างไร ทําไมต้องกู้เงินมาจ่าย ก็ทําไมไม่จัด มาตรการเสียเลยว่าให้ผู้ประกันตนนั้น ผู้ใช้แรงงาน ๘ ล้านคน ไม่ต้องส่งเบี้ยประกัน งดไป เสียเลยสิครับ กําหนดไปเลยว่าเพดานกี่เดือนที่รัฐบาลมีมาตรการผู้ประกัน คือ ประกันสังคม ผู้ประกันสังคมไม่ต้องส่งเบี้ยประกันตน เพราะกรอบเขามีอยู่แล้วว่า เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท จ่ายเท่าไร ๗๕๐ บาท คือ ๕ เปอร์เซ็นต์ ต่ําสุดเท่าไร ก็ ๕ เปอร์เซ็นต์ คูณเข้าไปก็จะได้ประโยชน์ นี่ผมยังไม่พูดนะครับ พี่น้องเกษตรกรตาสี ตาสาของผมไม่ได้รับประโยชน์ในส่วนนี้เลย นี่ก็ไม่ต้องมากู้เงิน คิดได้อย่างไร ผมยังงงอยู่ เหมือนกัน สิ่งนี้เปึนสิ่งสําคัญนะครับที่ต้องบอกกันว่าไปกู้เงินมาเสร็จแล้วไปทํามาตรการตัวนี้ และกลับมาเอาเงินนั้นไปชดเชยให้กับกระทรวงแรงงานเปึนเงินถึง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ก็ทํานโยบายว่าพี่น้องประชาชนที่ใช้แรงงาน ๘ ล้านคนเศษ ไม่ต้องส่งเสีย มันก็ไม่ต้องกู้ ก็เว้นไว้ตรงนั้นแค่นั้นเอง นี่คือสิ่งที่ผมต้องบอกต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่างบประมาณเพิ่มเติม ที่ทําเข้ามานั้นมันเหมือนกับว่าพวกผมในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นแกคง ไม่รู้เรื่องอะไร วกกลับมาที่ผมบอกว่าแมวสีไหนจับหนูก็ได้ คงใช้ต่อไม่ได้ ผมอยากให้ ท่านเปึนแมวสีไหนก็ได้จับหนูได้ นั่นต้องรู้จักคิด รู้จักทําให้มันเกิดโอกาสในเชิงที่จะมีรายรับ กับเข้ามา และสุดท้ายเรียนตามตรงว่าการตั้งงบประมาณครั้งนี้ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ท่านเอา ท่านเอาเงินไปชดเชยเงินคงคลัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท เหลือเงินลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งทุกคนตามนโยบายรัฐบาลบอกกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ท่านเฉลิมก็ดีท่านสุนัยก็ดีได้กล่าวมาแล้ว มันไม่ได้กระตุ้นจริง ๆ นะครับ แล้วผม ก็นําเรียนแล้วผมไม่ถือเปึนงบกระตุ้นปกติ แต่เปึนงบปกติที่ทําเพิ่มเข้ามา แต่ว่าใช้เทคนิค ในการทํา งบประมาณ ส่วนนี้ท่านต้องเอากลับไปใช้หนี้เงินคงคลัง คืนเงินคงคลัง ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท เหลือเงินไปกระตุ้นจริง ๆ กระตุ้นตามคําพูดของท่านนะครับ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าเมื่อสักครู่ ผมนําเรียนท่านว่าถ้าท่านมีมาตรการ ๒ มาตรการ ลงไป ท่านก็จะประหยัดเงินไปอีกนะครับ ๒๗,๘๐๐ กว่าล้านบาทเศษ นั่นหมายถึงว่า ไม่ต้องตั้งงบประมาณให้กับกระทรวงแรงงาน แล้วก็วิเคราะห์สักนิดหนึ่งเรื่องมาตรการ ๖ มาตรการที่จะทําเพิ่ม เพราะว่าพาราดามมันเปลี่ยน เวลานี้เขาพอรับได้นะครับเรื่อง ราคาค่าน้ํามัน ราคาเชื้อเพลิง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมต้องนําเรียนต่อท่านประธานนะครับ เพราะว่าในส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้น ผมคิดว่าเวลานี้ท่านสมาชิกคงรอที่จะอภิปรายท่าน แต่ผมชี้ให้เห็นว่าการเสนองบประมาณเพื่อให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณา ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษนั้น ข้อเท็จจริงแล้วมันใช้ไม่ถึงด้วยในการที่ท่านกล่าวอ้างว่าเปึนงบกระตุ้นเศรษฐกิจ และถ้า ล้วงให้ลึกจริง ๆ ไม่ว่าจะเปึนงบของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านจะเห็นเลยว่าส่วนนั้นไม่ได้ กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเวลาอันสั้น และท่านใช้คําพูดว่ามาตรการเหล่านี้จะเกิดขึ้น ๖ เดือนยิ่งไม่ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจใหญ่เลยนะครับ ต้องขอนําเรียนกับท่านประธานสภา ด้วยความเคารพว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวนั้นเปึนบางสิ่งบางส่วนที่สะท้อนให้เห็นถึงว่า แนวคิด เปึนแนวคิดที่ท่านลอกมา แต่ท่านไม่ได้อ่านให้หมดว่าสิ่งที่ท่านจะทําต่อไปนั้นมัน จะมีผลสัมฤทธิ์ต่อประเทศชาติอย่างไร และวันนี้บางส่วนในงบหลายท่านที่นั่งอยู่ข้างบน นั้นคืองบกลาง งบกลางนั้นผมเรียนตามตรงเลยถ้าเรามองดูแล้วหลายฝ์ายในซีกของ รัฐบาลกําลังมองดูว่าเหมือนจะได้รับคําตอบว่านํางบกลางไปใช้กับกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ได้ นํางบกลางไปใช้กับพี่น้องในส่วนอื่นได้ แต่ผมเรียนด้วยความเคารพว่า ที่ผ่านมานั้นมองดูแล้วกระทรวงการท่องเที่ยว เปึนของพรรคใดที่รับผิดชอบเปึนรัฐมนตรี ไม่ทราบว่าวันที่เข้า ครม. ท่านประชุมท่านหลับไปหรือเปล่า จ่ายเงินชดเชย ๖ วัน วันที่ มีการป่ดสนามบินนั้นใช้เงินไป ๑,๙๐๐ กว่าล้านบาทในงบกลาง แต่งบกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่อัดเข้ามาประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีครับ ตื่นเถอะครับ มันน่าจะเปึนเรื่อง การกระตุ้นนะครับ เพราะว่าการท่องเที่ยวนั้นเราถือว่าเปึนรายได้ลําดับหนึ่งของประเทศ ท่านเฉลิมกล่าวไปแล้วในรายละเอียด ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครับ ท่านได้เงินประมาณพันกว่าล้านบาท จะทําอะไรให้พี่น้องเกษตรกรครับ ประกันราคา พืชผลก็ไม่มี หรือว่าท่านเปึนรัฐมนตรีวันนั้นไม่ได้เข้าร่วมประชุม สิ่งเหล่านี้ผมถึงนําเรียน ว่าเห็นด้วยในบางเรื่อง อย่างงบเรื่องเสื้อผ้านักเรียนงบหนังสือนั้นน่าจะเปึนงบปกติครับ ไปตั้งในงบประมาณปกติ นักเรียนเรียนวันเดียวไม่จบหรอกครับ หรือ ๖ เดือนเรียนไม่จบ หรอกครับ ถ้าจบเขาเรียกกระตุ้น แต่นี่เรียนฟรี ๑๕ ป้ มันไม่ใช่ครับ เรื่องเหล่านี้ต้องพูดกัน ในสภานะครับ ขอเถอะครับ ผมให้โอกาสรัฐบาลเสมอนะครับ แต่ถ้าท่านบริหารไม่ได้ ท่านเลือก ก๊อบปุ้ นโยบายโดยที่ท่านไม่รู้เลยว่าที่มาของ ๖ มาตรการในการลดภาระของ พี่น้องประชาชนมาอย่างไร ผมอ่านตัวเลขเรื่องราคาน้ํามันให้ท่าน ท่านคงเข้าใจนะครับ ปัจจุบันราคาเท่าไร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ ฝากท่านประธานผมคง มีประเด็นฝากไว้เพียงเท่านี้นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เปึนประเด็นสําคัญนั้นกรุณานะครับ ว่าถ้าจะลดรายจ่ายก็ต้องสร้างโอกาสด้วย ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
เชิญท่านพิกิฏ ศรีชนะ ครับ ท่านมีเวลา ๔ นาที นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม พิกิฏ ศรีชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดินครับ ท่านประธานครับก่อนที่จะเข้าสู่การอภิปรายเรื่องงบประมาณเพิ่มเติมของรัฐบาล ผมอยากจะฝากเรื่องเร่งด่วนมากกว่าเรื่องงบประมาณ กราบเรียนท่านประธานถึง ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องเงินชดเชย ภัยแล้ง ซึ่งพี่น้องชาวอีสานหลายจังหวัดที่รอความหวังจากภาวะฝนทิ้งช่วง ป้ ๒๕๕๑ ที่ผ่านมาไม่ได้ทํานาครับ จังหวัดยโสธรของผมมีพี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบเสียหาย ๖๒,๑๐๐ รายครับ มีพื้นที่เสียหาย ๔๔๐,๐๐๐ ไร่ ถ้ารัฐบาลจัดสรรให้ไร่ละ ๖๑๔ บาท จะเปึนเงิน ๒๖๗ บาทครับ ขณะนี้พี่น้องประชาชนในจังหวัดยโสธรของผมรอความหวัง ๓ เดือนแล้วครับ รัฐบาลที่แล้วว่าจะให้เดือนธันวาคม รัฐบาลนี้เข้ามาก็คิดว่าเดือน มกราคมน่าจะได้ แต่ผมคิดว่าน่าจะเปึนเดือนกุมภาพันธ์นะครับ ผมก็คงจะฝากความหวัง ไว้กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรนะครับ ท่านธีระ วงศ์สมุทร และฝาก ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ผมได้ทําหนังสือถึงท่าน แล้วก็ได้คุยกับท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยตัวเองนะครับ ก็อยากให้ท่านนายกได้ตอบประเด็นนี้ด้วย เพื่อให้เกิดความชัดเจนกับ พี่น้องชาวภาคอีสานและจังหวัดยโสธรครับ
ส่วนในเรื่องของงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ นี้ครับ ผมดูรายละเอียดในหลักการ เหตุผล ตลอดทั้งโครงการต่าง ๆ ผมเห็นด้วย เปึนอย่างยิ่งสําหรับโครงการนี้ เพราะถือว่าเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะโครงการ หลายโครงการที่เปึนประโยชน์สําหรับพี่น้องเกษตรกร ตลอดทั้งพี่น้องที่อยู่ร่วมในโครงการ ที่ได้รับเงินจัดสรร โดยเฉพาะผู้สูงอายุนะครับ หลายท่านโทรมาถามผมว่า ส.ส. พิกิฏ เมื่อไรจะได้เงิน เกษตรกรพี่น้องชาวรากหญ้า จริง ๆ เขาต้องการเงินในส่วนนี้ อย่างน้อย ๆ ก็ได้เปึนค่ายานะครับ ค่าขนมให้ลูกให้หลาน และอีกอย่างหนึ่งทาง อสม. ก็โทรมาถามผม ตลอดว่า เมื่อไรเงินนี้จะออกนะครับ ผมก็เชื่อว่าถ้าเราผ่านงบประมาณในส่วนนี้ได้ก็จะ สามารถกระจายเงินกระตุ้นในส่วนนี้ได้ และอีกโครงการหนึ่งที่ผมเห็นด้วยนะครับ เรื่องโครงการสนับสนุนการศึกษา ๑๕ ป้ ต้องยอมรับนะครับ ในชีวิตผมที่เกิดมา ผมเรียน จบปริญญาโท ผมไม่ได้รับเงินสนับสนุนในส่วนนี้มาก่อน ผมก็อยากให้ลูกหลานพี่น้อง คนยากคนจน ได้มีโอกาสได้รับอานิสงส์ในส่วนนี้ ก็ขอให้ท่านได้ทําจริง อย่าให้เกิดปัญหา คอร์รัปชัน (Corruption) เหมือนหลายท่านที่จะกล่าวมา ก็จะเปึนประโยชน์สําหรับพี่น้อง ของประเทศไทยทุกคนด้วยนะครับ
ในส่วนอื่น ๆ ผมคิดว่าก็อยากฝากท่านนายกรัฐมนตรีในประเด็นสุดท้าย เลยนะครับว่า ถ้าท่านจะซื้อใจคนอีสานจริง ๆ นี่ ท่านต้องดําเนินการแก้ไขปัญหาให้คน อีสานอีก ๓ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ คือปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ์ในที่ทํากิน ท่านทําเลยครับ ท่านอยากออก ส.ป.ก. ท่านอยากออกโฉนด นส.๓ ท่านทําไปเลย ขอให้คนยากจนจริง ๆ ได้รับเอกสารสิทธิ์ในส่วนนี้ ผมสนับสนุนท่านเต็มที่
ประเด็นที่ ๒ ก็อยากฝากท่าน ปัญหาเรื่องของผลิตผลทางการเกษตรที่ ได้ผลผลิตน้อยนะครับ ก็อยากให้ท่านผลักดันให้เต็มที่ให้สร้างผลผลิตให้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอให้ท่านวางระบบการบริหารจัดการเรื่องน้ําให้มีประสิทธิภาพ คนอีสานต้องการน้ํานะครับ ขอให้มีน้ํา ผมเชื่อว่าคนอีสานแก้ไขปัญหาเรื่องความยากจน ได้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าถ้าที่ใดมีน้ํา ที่นั่นจะไม่มีหนี้ แต่ถ้าที่ใดจะ แก้ปัญหาเรื่องหนี้ ต้องแก้ที่น้ําครับ ขอกราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไปครับ เชิญดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ ไม่มีจํากัด เวลาเช่นกันนะครับ ก็บริหารเวลาในพรรคเอง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางป้นี้ ที่จริง แล้วผมรับไม่ได้นะครับ เหตุผลที่ผมรับไม่ได้ก็เพราะว่าการจัดงบประมาณในครั้งนี้ ผมเกรงว่าจะสร้างความแตกแยกในสังคม เพราะการจัดงบประมาณในครั้งนี้เปึนการจัด โดยรัฐบาลที่ไม่มีประสบการณ์ทางด้านประชานิยม ไม่เหมือนสมัย พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ท่านลงสัมผัสกับพี่น้องประชาชน ท่านเข้าใจถึงความต้องการของประชาชน แต่รัฐบาลชุดนี้จัดทํานโยบายแบบเกทับ บัฟ (Buff) แหลกแบบนี้ไปไม่ได้ นอกจากจะสร้าง ความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคมแล้ว ท่านประธานครับ ในพรรคร่วมรัฐบาลก็จะเกิด ความแตกแยก ท่านลองดูสิครับ ผมมานั่งในห้องประชุมนี้ไม่เห็นมีพรรคร่วมที่มาจาก พรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรีขึ้นมานั่งเลยครับ อาจจะไม่พอใจก็ได้ เพราะงบประมาณที่ได้รับ ไปไม่ว่าจะเปึนถนนไร้ฝุ์นมันน้อยนิดครับ มันไม่พอที่จะไปดูแลพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ที่ผมเปึนห่วงที่สุดคือตัวท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้เราต้องยอมรับว่า ท่านนั้นจบการศึกษามา ท่านรับราชการเปึนครูอยู่แปึบหนึ่ง ทํางานไม่เต็มที่ เสร็จแล้วก็มา เปึนนักการเมือง ตลอดชีวิตไม่เคยทํามาค้าขาย ไม่เคยประกอบธุรกิจหาเงินเลี้ยงลูกน้อง สิ่งที่เกิดขึ้นครับ ด้วยความด้อยประสบการณ์ในชีวิตท่าน ผมเกรงครับว่าท่านจะตกเปึน เหยื่อของนักธุรกิจเขี้ยวลากดิน โดยเฉพาะบางคนที่เวลาพูดกับท่านนายกรัฐมนตรีมอง แทบจะไม่เห็นลูกตาสีดํา ๆ แบบนี้คนจีนเขาบอกว่าโหงวเฮ้งคบไม่ได้ มันจะพา ประเทศชาติล่มจมครับท่านประธาน สิ่งที่สําคัญที่สุด งบประมาณวันนี้เปึนงบประมาณ รายจ่าย ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าต้องจ่าย จ่ายอย่างเดียว แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้พูดถึงการหา รายได้ เพราะหาไม่เปึน ท่านประธาน จากเอกสารฉบับนี้ที่แจกให้พวกผมนะครับ โดยเฉพาะประมาณการเงินที่พึงได้มาสําหรับจ่ายตามงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม พูดถึง การจัดเก็บภาษีเพื่อไปชดใช้ ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ต้องไปใช้เงินคงคลัง แต่สําหรับ งบประมาณที่ขาดดุลเพิ่มขึ้นเพื่อไปใช้จ่ายในประชานิยมต่าง ๆ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้ บอกเลยว่าจะหาเงินมาเข้ารัฐโดยวิธีไหน ที่สําคัญที่สุดท่านประธาน รัฐบาลชุดนี้เริ่มต้น ก็บอกว่าโอบามาร์คคิดจะกู้เงิน กู้เงินเปึนอย่างเดียว ให้สัมภาษณ์ไม่ทันไรบอกว่าจะกู้เงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้นครับท่านประธาน มีแนวคิดอย่างนี้ครับ จะพิมพ์พันธบัตร หรือแบงก์เพิ่มเหมือนอเมริกา ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้เลยครับว่า เงินดอลลาร์ของ อเมริกามันใช้กันทั่วโลกเปึนที่ยอมรับ สําคัญที่สุดประเทศเขาร่ํารวย เขามี ทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เขาจะพิมพ์เงินดอลลาร์เท่าไรก็ได้ แต่ของไทยเราแบงก์พัน ยังปลอมเลยครับท่านประธาน พิมพ์ออกมาแล้วใครจะไปรองรับ ใครจะไปรับเชื่อถือ เห็นช้างขี้ก็จะขี้ตามช้าง ท่านประธาน แบบนี้ผมว่าใช้ไม่ได้ โดยเฉพาะการที่จะเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาทไปคืนให้ผู้เอาประกันสังคม เปึนการแจกเงินให้ประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรี พูดอ้างเสมอว่าสหรัฐอเมริกาก็ยังทํา แต่วันนี้โอบามามันต่างจากโอบามาร์ค โอบามาร์ค เทียบไม่ได้หรอกครับ เพราะอะไร เพราะโอบามาเขาใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ คิดเปึนเงิน ไทย ๒๘๐ แสนล้านบาท พูดง่าย ๆ คือ ๒๘ ล้านล้านบาท แต่ประเทศไทยเราใช้งบเพียง ๐.๙๗ แสนล้านบาท หรือ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท เทียบแล้วเพียงแค่ ๑ ใน ๒๘๐ เขากระตุ้น ๒๘๐ เท่าของเรา แต่นายโอบามาร์คจะใช้วิธีการเช่นเดียวกับอเมริกา ผมคิดว่า นายกรัฐมนตรีของเราไปทําหุ่นขี้ผึ้ง ท่านประธานเคยเห็นไหมครับหุ้นขี้ผึ้ง ที่โอบามาร์คยืนยิ้มแยกเขี้ยว เอาไปตั้งไว้ที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่นครปฐม หารายได้ เข้าประเทศน่าจะดีกว่า อย่างน้อยคนไทยก็ไปดูกัน เปึนการกระตุ้นเก็บเงินมาใช้จ่าย ในโครงการประชานิยมได้ ท่านประธานครับ ยิ่งไปกว่านั้น คิดอย่างเดียว คิดจะเก็บภาษี มรดก ภาษีที่ดิน จริง ๆ แล้วภาษีมรดก ภาษีที่ดินเคยคิดเก็บในประเทศไทยมาแล้ว ทํามาแล้วครับเมื่อป้ พ.ศ. ๒๔๗๖ สิ่งที่เกิดขึ้นมันได้ทําลายระบบการออมของ พี่น้องประชาชนในอดีต คนมีสตางค์เขาเคยคิดที่จะเก็บออมซื้อที่ดินให้ลูกหลาน เขาก็ ไม่อยากที่จะทําต่อไป เพราะว่าต้องมาเสียภาษี ในที่สุดก็ต้องยกเลิกไป และวันนี้รัฐบาล ชุดนี้คิดจะเก็บภาษีที่ดิน ผมได้เสนอแนะแล้วครับว่า ให้เก็บแถวถนนสีลม ถนนวิทยุ แถวสุขุมวิท แถวที่คนรวยอยู่ แม้กระทั่งแถวเยาวราชที่มีร้านค้าทองคํามากมาย เพราะคน รวยอยู่แถวนั้น ที่ดินราคาแพง อันนั้นน่าจะเริ่มเก็บก่อน ถ้ารัฐบาลนี้มีความกล้าหาญและ มีความจริงใจ ท่านประธานครับ ผมคงจะไม่พูดเรื่องรายจ่ายมาก เพราะรายจ่ายนั้นไม่ว่า จะเปึนเงินสนับสนุนผู้สูงอายุ อายุ ๖๐ ป้ เงิน อสม. แม้กระทั่งเงิน ๒,๐๐๐ บาท เดี๋ยว เพื่อนสมาชิกจะมาพูดในรายละเอียด เพื่อชี้ให้รัฐบาลชุดนี้ได้เห็นว่า เงินเหล่านี้พอส่งลงไป แล้วมันจะจุกตัว มันไม่กระจาย มันสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติเพิ่มเติมหนัก เข้าไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธาน เงินสนับสนุน เงินตอบแทนกํานันผู้ใหญ่บ้าน ทําไมละครับ รัฐบาลชุดนี้ไม่ทําให้กํานันผู้ใหญ่บ้าน กํานันผู้ใหญ่บ้านทําหน้าที่มากมาย ทําเปึนเหมือนเจ้าพนักงาน เหมือนเจ้าหน้าที่ของแต่ละกระทรวง เวลาลูกเด็กเล็กแดงเกิด กํานันผู้ใหญ่บ้านก็ต้องไปดูแล คนตาย กํานันผู้ใหญ่บ้านก็ต้องไปดูแล โจรผู้ร้าย การค้า ยาเสพติดในหมู่บ้าน กํานันผู้ใหญ่บ้านก็ไปดูแล ถามครับว่ารัฐบาลชุดนี้ทําไมไม่เอาใจใส่ ให้เงินค่าตอบแทนกับกํานันผู้ใหญ่บ้าน และสิ่งที่ผมเปึนห่วงครับท่านประธานสั้น ๆ เลย ครับ อย่างงบพัฒนาสังคม การแจกผ้าห่ม การเอาเงินไปให้อย่างที่เกิดขึ้นที่จังหวัดของ ท่านรัฐมนตรีช่วยนะครับ ที่เอาเงิน ๕๐๐ บาท ไปยืนแจกพร้อมภรรยาท่านที่เปึนข่าวตาม ทีวีนะครับ จังหวัดนครราชสีมา ผมอยากจะถามว่า ท่านมีการเอาเงินหลวงลักษณะนี้ ไปแจกให้ อสม. ที่เปึนพรรคพวก ไปแจกให้คนสูงอายุหรือไปแจกให้กับผู้เอาประกันสังคม ที่เปึนหัวคะแนน สิ่งเหล่านี้มันจะเปึนธรรมหรือไม่ อยากจะฝากไว้นะครับท่านประธาน และที่สําคัญที่สุด สิ่งที่ผมจะพูดต่อไป คือการจัดทํางบประมาณประจําป้ ผมได้ย้อนหลัง ไปดูในอดีตครับท่าน รัฐบาลสมัยท่านนายกรัฐมนตรีชวน จัดทํางบประมาณประจําป้มา ขาดดุลโดยตลอด มีรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณบริหาร ๖ ป้ ขาดดุลในช่วงต้น ที่ประเทศชาติต้องไปกู้หนี้ ไอเอ็มเอฟ (IMF) เนื่องจากการบริหารผิดพลาด โดยนโยบาย ที่รัฐบาลสมัยนั้นได้จัดทําขึ้นมาแต่หารายได้ไม่ได้ หารายได้ไม่เปึนพูดง่าย ๆ หาเงินไม่เปึน ละครับ มันก็เลยเปึนหนี้สะสม ในที่สุดนายกรัฐมนตรีทักษิณด้วยความมีประสบการณ์ ในเชิงธุรกิจ รู้ว่าจะต้องทําอย่างไรให้ประเทศชาติฟุ๋นได้ ท่านก็สามารถที่จะชดใช้เงินคืน เงินกู้เหล่านั้น ทําให้รัฐบาลทักษิณเปึนรัฐบาลแรกที่สามารถจัดทํางบประมาณเกินดุล แต่ในที่สุดเหตุการณ์ไม่คาดฝันมันก็เกิดขึ้นท่านประธาน รัฐบาลต่อไปคือรัฐบาลสุรยุทธ์ หลังจากที่มายึดอํานาจทํารัฐประหาร สิ่งที่เกิดขึ้นครับ หาเงินไม่เปึนอีก เพราะเปึนรัฐบาล ที่มาจากทหาร รู้แต่วิธีใช้งบประมาณแต่ไม่รู้จักวิธีหาเงิน หารายได้เข้าประเทศไม่เปึนมันก็ เปึนอย่างไร ก็ต้องทํางบประมาณขาดดุล และที่สําคัญที่สุดพอมาถึงรัฐบาลท่านสมัคร ไม่มีโอกาสได้ทํางาน รัฐบาลท่านสมชาย ก็ไม่มีโอกาสได้ทํางาน จัดทํางบประมาณมาก็เจอเหตุการณ์ประท้วง ยึดทําเนียบ ป่ด สนามบิน ทําให้งบประมาณแผ่นดินต้องขาดดุล แล้วพอมาถึงรัฐบาลชุดนี้ เวรกรรมครับ มันก็ต้องทํางบประมาณกลางป้ขาดดุลอีก เพราะว่าเศรษฐกิจมันไม่ดี ที่จริงแล้วจะมาอ้าง ว่าเศรษฐกิจโลกไม่ดี เลยเกิดเหตุการณ์เหล่านั้น มันไม่ใช่ครับ วันนี้วิกฤติเกิดจากอเมริกา มันอยู่ฝัืงตรงกันข้ามของโลกกับเรา มันน่าจะมาถึงเราช้าที่สุด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับ กลายเปึนว่า เพราะพันธมิตรแหละครับมายึดสนามบิน มาทําลายธุรกิจต่าง ๆ ทําให้ บ้านเมืองเราเสียหาย สิ่งเหล่านี้รัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร ผมอยากจะฝากท่าน ประธานไว้ว่า ผมเสนอแนะเลยครับ วิธีหารายได้เข้าประเทศ เผื่อรัฐบาลนี้จะได้คิดบ้าง ไม่ใช่เอาแต่กู้
ประการแรกครับ การจัดเก็บหารายได้ วิธีที่ง่ายที่สุด หวยบนดิน ทําไม ไม่รีบทําล่ะครับ ทุกวันนี้หวยบนดินมันไปอยู่ใต้ดิน เจ้ามือหวยใต้ดินได้กําไรงวดละเท่าไร ท่านประธาน ผมเคยคิดคร่าว ๆ ประมาณงวดละ ๕๐๐ ล้านบาท อันนี้ยังไม่รวมที่ ลูกหลานคนยากคนจนมีโอกาสไปได้เรียนต่อเมืองนอก เพราะลูกหลานคนยากคนจน ไม่ได้ร่ํารวยเหมือนท่านอภิสิทธิ์ ไม่ได้ร่ํารวยเหมือนท่านกรณ์ จาติกวณิช ไปเรียนอังกฤษ ตั้งแต่เด็ก พูดฝรั่งปร๋อ เพราะพ่อแม่ร่ํารวย แต่คนจนล่ะครับ ในชนบท เขาจะได้มีโอกาสได้ ไปเรียนรู้ ไปเห็นตาฝรั่งดํา ๆ ไปเห็นการพัฒนาของต่างประเทศแล้วจะได้กลับมาพัฒนา บ้านเรา ผมอยากจะฝากไว้ครับว่า ขอร้องครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รีบเถอะครับ หวยบนดินจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง คนเดินโพยเขาก็พร้อม นักธุรกิจที่เขาซื้อ เครื่องไปรอที่จะพิมพ์หวย ๒ ตัว ๓ ตัวก็พร้อมแล้ว กฎหมายก็เป่ดช่องให้ท่านทําได้ ท่านรีบทําเถอะครับ ขอร้องครับ อย่าไปเห็นแก่เสื้อเหลืองที่เปึนเจ้ามือหวยใต้ดิน ที่คอยจะ ทักท้วงท่าน วันนี้ท่านต้องจริงใจต่อพี่น้องประชาชน
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ คือกรณีการชักจูงต่างชาติมาทํา การเกษตรเหมือนสมัยนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ท่านได้เชิญชาวดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้ามาดูการปลูกข้าว แต่สิ่งที่ประชาชนไม่เข้าใจก็คือ มีพวกประท้วง พวกอวดดี หาเงินไม่ เปึน อวดเก่ง ไปกล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณจะพาคนมาซื้อผืนแผ่นดินเกษตร เอามาปลูกข้าวเพื่อแย่งเกษตรกรทํา มันเปึนการเข้าใจผิดและใส่ร้ายท่าน อย่างที่ท่าน นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ไม่สามารถแก้ตัวได้ ท่านกลับมาประเทศไทย สิ่งที่ท่านรีบทําก็คือ เพื่อที่จะพานักลงทุนมาหารายได้เข้าประเทศครับ สิ่งเหล่านี้ท่านโดนทําลาย แล้ววันนี้สิ่งที่ เกิดขึ้น ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปลงนามร่วมกับลาว กับเขมร เพื่อปลูกข้าว ปลูก สินค้าเกษตรขายให้เขาโดยตรง แล้วเราจะเอาอะไรไปแข่งกับเขา สิ่งที่นายกรัฐมนตรี ทักษิณพยายามที่จะทําให้กับประเทศชาติเจริญด้วยความรู้ความสามารถของท่าน แต่ กลับถูกทําลายด้วยบุคคลที่ขี้อิจฉา เราต้องยอมรับครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ เปึนเศรษฐี ท่านพูดอะไรไปในสังคมไทย ในสังคมต่างชาติเขาเชื่อถือครับ คนมีสตางค์พูด อะไรมันเปึนที่น่าเชื่อถือไปหมด แต่สิ่งเหล่านี้กลับเปึนหอกมาทําร้ายตัวท่านเอง เพราะคน มันขี้อิจฉาครับ ท่านลองนึกดูสิครับ ถ้าหากท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ หาเงินไม่เปึน หารายได้เข้าประเทศไม่ได้ วันนี้ประเทศชาติไทยจะเปึนหนี้ล้นพ้นตัวหรือไม่ จากการกู้ ไอเอ็มเอฟที่ทําผิดพลาดในอดีต ท่านรู้ไหมครับว่ารัฐบาลในอดีตนั้นทําผิดพลาดอย่างไร ถึงไม่มีเงินมาชดใช้ไอเอ็มเอฟ ท่านจําภาษีแวต (VAT) ได้ไหมครับ สมัยท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ตอนนั้นท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านได้ขึ้นภาษีแวต จาก ๗ เปอร์เซ็นต์เปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่พอรัฐบาลชวลิตถูกงูเห่าภาค ๑ พรรค ประชาธิปัตย์ขึ้นมาบริหารท่านธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ด้วยความที่ท่านจบทางด้านเศรษฐศาสตร์ทางด้าน การเงิน ท่านก็คิดว่าจะช่วยเหลือประชาชนลดแวตครับ ลดแวตจาก ๑๐ เปอร์เซ็นต์เปึน ๗ เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นบังเอิญผมเปึนที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังก็เลย เข้าใจก็คิดว่าน่าจะช่วยพี่น้องคนไทยได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พอลดรายได้ของชาติลงไปจาก การเรียกเก็บแวต ๑๐ เปอร์เซ็นต์เปึน ๗ เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่เกิดขึ้นท่านประธานมันเพิ่มขึ้น ไม่ได้ ตอนแรกกะว่าจะลดแค่ ๑ ป้ แต่พอจะมาเพิ่มขึ้นก็กลัวว่าประชาชนจะเดือดร้อน เขาจะไม่เลือกเข้ามาเปึนรัฐบาลก็จํายอมครับใช้ ๗ เปอร์เซ็นต์มาตลอด วันนี้ผมอยากจะ ฝากรัฐบาลว่าท่านกล้าไหมครับ เก็บแวตเพิ่มสิครับรายได้ประเทศจะได้เพิ่ม เอาไม่ต้อง ๗ เปอร์เซ็นต์หรอก ไม่ต้องถึง ๑๐ ก็ได้ เอา ๘ เปอร์เซ็นต์ครึ่งดีไหมครับ จะได้หารายได้มา ชดใช้หนี้สินที่ท่านกําลังจะก่อไว้ เพราะผมเปึนห่วงครับว่าท่านประธานกําลังจะพา ประเทศชาติไปกู้หนี้ยืมสินเปึนหนี้ล้นพ้นตัวเหมือนที่เกิดขึ้นในอดีตเมื่อสมัยที่ผมเปึน ส.ส. อยู่นะครับ ป้ ๒๕๓๙ ถึงป้ ๒๕๔๓ เจ๊งระเนระนาดครับท่านประธาน มีประเด็นอีกครับว่า สมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ พอท่านเปึนพ่อค้ามาก่อน ท่านเปึนนักธุรกิจใหญ่สร้าง ความร่ํารวยขึ้นมาด้วยลําแข้งของตัวท่านเอง ท่านมีความรู้ด้านการค้าการขาย แต่รัฐบาล ชุดนี้ไม่มีประสบการณ์ในด้านการค้าการขาย อย่างรัฐมนตรีที่ขึ้นมานั่งนะครับเปึนอาชีพ นักการเมืองมาโดยตลอด เปึนลูกจ้างมาไม่เคยเปึนเถ้าแก่ ไม่รู้หรอกครับ พ่อค้าใหญ่ ๆ เขาก็บอกว่า หมู ท่านดูสิครับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านจับไม้กวาดกวาดทําเนียบ ยังไม่เปึนเลยครับ สมัยก่อนผมเด็ก ๆ นี่ ก๋งผมตีผมเลย เขาด่าผมเลยครับ เขาบอกว่าลือนี่ จับไม้กวาดไม่เปึน เจี่ยปาบ่สื่อ มันเจ็บนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นคนเข้ามาเห็น ท่านนายกรัฐมนตรีจับไม้กวาดไม่เปึนนี่ผมว่าแย่แล้วครับ เขาถือว่าเปึนหมู เพราะฉะนั้น ต้องเตรียมใจครับรัฐบาล ท่านตกเปึนเหยื่อพ่อค้านักธุรกิจที่ชอบเอาเปรียบคนจน ชอบเอาเปรียบเกษตรกร โดยเฉพาะพ่อค้าเกษตรรายใหญ่มักจะเอาเปรียบเหล่านี้แหละครับ ฝากไว้ด้วย บังเอิญมันก็มีอีกครับว่า ท่านประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปรับ แก้ไขปัญหาเกษตรกรที่มาล้อมทําเนียบรัฐบาล ไม่ทันไรก็รับปากแล้วจะเอาเงิน ๖๐๐ ล้านบาทไปซื้อหนี้เสียของเกษตรกรที่กําลังจะถูกฟัองร้อง และยังไปตกลงกับเขาอีก นะครับ ๑๗,๕๐๐ ล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยอีก ๔ ภาคว่าจะเอาเข้า ครม. ท่านประธานยังไม่ทันไรนะครับนอกจาก ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ผมบวกคร่าว ๆ อีก ๑๘,๑๐๐ ล้านบาท เปึนเท่าไรแล้วครับ ๑๐๖,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ อันนี้เปึนตัวเลข ที่ให้เห็นว่าทํางานยังไม่เท่าไร มัวแต่คิดจะเอาใจคนเพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง ท่านประธาน ผมขออนุญาต ท่านประธานเห็นสมุดบัญชีครัวเรือนไหมครับที่ ธ.ก.ส. แจกจ่ายให้พี่น้อง เกษตรกรเพื่อให้ดําเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ในนี้นะครับเห็นไหมครับมีรายรับ รายจ่าย ชัดเจน เวลาเราไปสอนเขา เราบอกว่าจะใช้เงินอะไรต้องรู้จักประหยัดแล้ว ลงบัญชีให้ถูกต้อง รายรับมีไหม วันนี้รายรับไม่มี คิดเปึนอย่างเดียว กู้แล้วจะให้ พี่น้องประชาชนตาดํา ๆ ต้องมาแบกรับภาระหนี้ที่รัฐบาล กู้แล้วจะให้พี่น้องประชาชนตัวดํา ๆ มาแบกรับภาระหนี้ที่รัฐบาลที่หาเงินไม่เปึนมาบริหาร บ้านเมืองหรืออย่างไรครับ นอกจากไปจากนั้นท่านประธาน ผมอยากจะเสนอแนะอย่างนี้ นะครับว่า การหารายได้เข้าประเทศนั้น มีวิธีครับ วิธีหารายได้เข้ารัฐ บังเอิญผมไปเห็นมา ครับ บังเอิญผมไปเห็นมาครับ อย่างโครงการศูนย์ราชการที่แจ้งวัฒนะ ๑,๘๐๐ ล้านบาท กําหนดแล้วเสร็จ ป้ ๒๕๕๑ เดือนกรกฎาคม ต่ออายุสัญญาใหม่อีกครั้งหนึ่งแล้ว ต้องแล้ว เสร็จประมาณเดือนกันยายน วันนี้เดือนมกราคม จะเข้าเดือนกุมภาพันธ์ ยังไม่แล้วเสร็จ รัฐบาลหาเงินรายได้เข้ารัฐได้นี่ครับ ปรับสิครับ ปรับบริษัทผู้รับเหมา อย่างนี้ทําได้เลย ไม่ต้องเกรงใจนะครับ บริษัทผู้รับเหมานั้นนะชิโนไทย เอ็นจิเนียริ่ง ผมไปจดมาแล้ว ท่าน ต้องกล้าปรับ ถึงแม้จะเปึนรัฐมนตรีในรัฐบาลของท่านนะครับ
ข้อที่ ๒ โครงการบ่อบําบัดน้ําเสียคลองด่าน สร้างไปแล้ว ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รีบดําเนินการสิครับ เอาคนผิดมาลงโทษ อย่างน้อยยึดทรัพย์สินมัน บ้านเมืองจะได้มีรายได้เข้า โครงการรถเรือดับเพลิง จ่ายไปแล้ว ๖,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ ท่านเอาคนผิดมาครับ จะได้ยึดทรัพย์มา มาใช้หนี้ใช้สินแทนพี่น้องประชาชน
โครงการโฮปเวลล์ ที่ยกเลิก โดยรัฐมนตรีจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็สุดแล้วแต่ แต่การที่รัฐมนตรีเหล่านั้นยกเลิกโดยไม่ศึกษาให้ดีสร้างความเสียหายให้บ้านเมือง อันนี้ ต้องรีบดําเนินการครับ จะได้เอาเงินเหล่านั้นมาคืนเงินภาษีประชาชน
สุดท้ายแล้วครับท่านประธาน วันนี้เตรียมหลักฐานไว้ค่อนข้างจะเยอะ ขออนุญาตท่านประธาน ความเสียหายที่เกิดขึ้นที่สนามบิน โดยบุคคลคนนี้ล่ะครับ วันนั้น ป่ดสนามบินไปเสียหายไป ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะถามว่ารัฐบาลจะเรียกร้อง ความเสียหายนั้นคืออย่างไร เพราะบริษัทที่ได้รับความเสียหายเขากําลังจะฟัองร้อง รัฐบาลเรียกค่าเสียหายเหล่านี้ เราจะเอาความเสียหายเหล่านี้จากบุคคลเหล่านี้ได้อย่างไร โดยเฉพาะการบินไทยครับ ให้สัมภาษณ์มาเมื่อวานนี้เอง บอกว่าการบินไทยเจ๊งไป ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยคร่าว ๆ ก็มาจากการชุมนุมของพันธมิตรนั่น แหละครับ ที่ป่ดสนามบิน ไม่ใช่การบริหารงานของผู้บริหารที่ล้มเหลวหรอกครับ ผมเชื่อว่า เปึนการป่ดสนามบิน จึงทําให้การบินไทยเสียโอกาสในการแข่งขัน เสียลูกค้าไปเสียหาย ครับ แล้วสิ่งที่กําลังจะตามมาคือต่างชาติครับ เขากําลังจะฟัองร้องเรียกค่าเสียหาย ในกรณีการป่ดสนามบินร่วม ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมถามว่ารัฐบาลได้เตรียมเงินก้อนนี้ ไว้แล้วหรือยัง จะเอาเงินกู้ก้อนไหนมาจ่ายหนี้เขา จะมาใช้คืนเขา จะเอาเงินภาษีจากใคร มา ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลควรจะดูแล เรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่คิดว่า แต่จะแจกเงิน ท่านประธานเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังตรุษจีน ๒ วันไหมครับ ร้านค้าทอง แถวเยาวราชไม่ยอมขายทองคํา ท่านประธานรู้ไหมครับว่า ทองคําคนไทยมีใส่กัน ซื้อกัน เพื่อจะใช้เปึนการออม และเมื่อมีกําไรก็จะขาย รัฐบาลน่าจะไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เพราะอย่างน้อยคนจนเวลาเขาขายทองคําเขามีกําไร เขาก็เอากําไรไปใช้แน่นอน และเมื่อไรราคามันตกลงมาเขาก็จะไปซื้ออีก มันก็เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยที่ไม่ต้อง ไปแจกจ่ายเงินอย่างไม่ทั่วถึงอย่างกระจุก จนสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม ท่านประธานครับ ผมขอขอบพระคุณท่านประธานและขอบพระคุณรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ขึ้นมานั่งฟัง สําหรับรัฐมนตรีที่มาจากพรรคอื่น ท่านอาจจะไม่พอใจงบประมาณที่ได้ในกระทรวง ท่านน้อยไป ท่านก็เลยไม่ขึ้นมาฟังการอภิปรายของผม ผมเชื่อว่าการอภิปรายของผมเปึน ประโยชน์ ผมสอนวิธีหาเงินให้กับรัฐบาล เพราะท่านไม่เคยมีธุรกิจ ท่านเปึนลูกจ้างมือ อาชีพ เปึนนักการเมืองมืออาชีพ ไม่เคยเปึนเถ้าแก่ ไม่รู้หรอกครับว่าความเดือดร้อนเปึน อย่างไร และอยากฝากไว้ว่าอย่าไปหลงเชื่อคนที่เวลาที่ท่านพูดแล้ว มองลูกกะตาดํา ไม่เห็น เพราะคนจีนเขาถือว่าคนเหล่านั้นเชื่อไม่ได้ คบไม่ได้ ฝากไว้ครับ ขอบคุณครับ
ครับ ท่านสุรพงษ์ใช้เวลาไป ๒๖ นาทีนะครับ
ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ
เชิญ ท่านพิเชษฐครับ มีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผมขอเวลา ๑ นาที เพื่อสิ่งได้พาดพิงจากผู้อภิปรายเมื่อตะกี้นะครับ ขอเพียง ๑ นาทีสั้น ๆ ครับท่านประธาน ครับ ที่อภิปรายว่ารัฐบาลชวน หลีกภัย ตั้งงบประมาณขาดดุลมาตลอด เพิ่งจะมาเกินดุล และไม่ขาดดุลสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมเรียนว่าผมเปึนรัฐมนตรีตั้งแต่ ในรัฐบาลชวน ๒ ชวน หลีกภัย ตั้งแต่๑๔พฤศจิกายน ๒๕๔๐ ถึง ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ ผมเปึนคนทํางบประมาณป้ ๒๕๔๑ ป้ ๒๕๔๒ ป้ ๒๕๔๓ ป้ ๒๕๔๔ ครับ ในป้ ๒๕๔๑ ขนาดวิกฤติบ้านเมืองสุดขีด รัฐบาลขณะนั้นตั้งงบประมาณสมดุลครับ ไม่ขาดดุลแม้แต่ บาทเดียว เพิ่งจะมาขาดดุลป้ ๒๕๔๒ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ขาดดุลป้ ๒๕๔๓ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และขาดดุลป้ ๒๕๔๔ อีก ๑๐๕,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้ว ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๓ ป้ รัฐบาล ชวน การขาดดุลมาเริ่มน่ากลัวในป้ ๒๕๔๕ เมื่อรัฐบาลชวนพ้นไปแล้ว ป้ ๒๕๔๕ รัฐบาลที่บอกว่า ตั้งงบเกินดุลครับ ตั้งงบขาดดุล ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ครับ ป้ ๒๕๔๖ ขาดดุลอีก ๑๗๔,๙๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๗ ตั้งงบขาดทุน ๙๙,๙๐๐ ล้านบาท รวม ๓ ป้ ของรัฐบาลชวนขาดดุล ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แต่ ๓ ป้ ของรัฐบาลต่อมา ขาดดุลเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ก็อภิปรายที่ผิดพลาดครับ ผมขออนุญาตชี้แจงในฐานะที่ เกี่ยวข้อง
อีกประการหนึ่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สมัยรัฐบาลชวน ไม่เคยมีที่ปรึกษาชื่อ สุรพงษ์ ครับ ไม่เคยมีครับ เพียงแต่ผมรับหน้าที่งบประมาณแล้ว ในบางป้พิจารณางบประมาณเกี่ยวกับงบคอมพิวเตอร์อะไร เนื่องจากว่า ส.ส. บางคน ในพรรคเราสอบตกไม่มีงานทํา เราก็เลยขอตั้งไปเปึนอนุ ดูเรื่องงบคอมพิวเตอร์ในบางป้ แต่ไม่ใช่ที่ปรึกษารัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่าน สุรพงษ์ครับ เดี๋ยวนะครับ เอาทีละท่าน ท่านประท้วงหรือ ท่านใช้สิทธิพาดพิง เดี๋ยวนะครับ ให้ใช้สิทธิพาดพิงให้ครบก่อน เดี๋ยวจะให้โอกาสท่านนะ นั่งลงก่อนครับ
ท่านประธาน ผมขออนุญาต ก่อน เพราะว่าพาดพิงทําให้ผมเสียหาย
เดี๋ยว สักครู่ได้ไหม พอดีเมื่อกี้ท่านอภิปรายแล้วพาดพิงไป ๒ ท่าน ให้ทั้ง ๒ ท่านได้พูดก่อน แล้วเดี๋ยวท่านจะได้แก้ทีเดียว หรือจะตอบโต้อย่างไร เชิญครับท่าน
ท่านประธานที่เคารพ ผม สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แกนนําพันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปัตย์ ผมต้องขอขอบคุณสมาชิกที่กรุณาพาดพิงผมหลายครั้ง นะครับ ผมก็พยายามเฝัาอดทน ครั้งแรก ผมเอ่ยนามนิดหนึ่ง ท่านสุนัย จุลพงศธร ที่เอ่ย ชื่อผม ผมก็อดทน ครั้งที่ ๒ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน พาดพิงผม ผมก็อดทน มาในวันนี้ผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานได้ชี้แจงถึง เรื่องข้อกล่าวหา ผมยืนยันว่า ผมได้ไปชุมนุมที่หน้าสนามบินจริงและได้รับมอบหมาย จากแกนนํา ไม่เคยปฏิเสธเรื่องแบบนี้ แต่ไม่ใช่เปึนผู้ป่ดสนามบินนะครับ คนที่ป่ดสนามบิน และออกคําสั่งเปึนลายลักษณ์อักษรคือ ผู้ว่า ทอท. ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จํากัด แล้วก็บอร์ดได้ประชุมแล้วตําหนิผู้ว่า ว่าป่ดได้อย่างไร เพราะว่ามีการชุมนุมโดยไม่ยึด หอการบิน เครื่องบินและรันเวย์ (Runway) ของสนามบิน ไม่เข้ากฎหมายผู้ก่อการร้ายสากล แต่ก็พยายามมาอ้างว่าเข้ากฎหมาย ขณะที่หน่วยราชการไม่เคยไปแจ้งความเลย หน่วยราชการท่าอากาศยานก็ไม่แจ้งความเรื่องก่อการร้ายสากล มีแต่บุคคลอื่นที่ไปแจ้ง เราก็ฟัองกลับไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นการกระทําแบบนี้ผมเชื่อว่าการต่อสู้ความ ถูกต้องของผมนี่คนที่จะชี้ถูกชี้ผิดคือศาล แล้วผมไม่เคยหนีศาลเลยครับ แล้วไม่ใช้สิทธิ เอกสิทธิ์ของสภาด้วย ไปมอบตัวเข้าตามกระบวนการทุกอย่าง ไม่มีทางที่จะตาขลาด ขี้ขลาดหนีไปต่างประเทศ ไม่มี สู้ เชื่อมั่นในอุดมการณ์ สู้ในสิ่งที่ถูกต้อง แล้วไม่หนีไปไหน แล้วอดทนต่อคําวิพากษ์วิจารณ์น้อมรับทุกอย่าง แต่ว่าการผิดหรือไม่ผิดนี่เปึนเรื่องของ กระบวนการยุติธรรม ท่านประธานครับนิดเดียวครับ ผมจะไม่โกรธผู้อภิปรายพาดพิงผม นะครับ แต่ว่าผมอยากจะชี้แจงว่าพวกผมสู้นี่ยืนหยัด การต่อสู้ของเรา ข้อเรียกร้องที่เขา แจ้งความข้อกล่าวหาผมกบฏในราชอาณาจักร ผมก็ต่อสู้ แล้วผมถูกแผ่นปลิว ถูกอะไร ทําลาย แม้แต่ในสภาก็บอกกบฏ ในที่สุดศาลสั่งเพิกถอนข้อหากบฏภายในราชอาณาจักร ตุลาการเปึนผู้สั่ง เราเคารพตุลาการทั้งหมดเลย แต่มีความพยายามที่จะเอาข้อหานี้มาใน สภาโดยตลอด ผมจึงขอความกรุณาได้เข้าใจ แล้วผมไม่หวั่นไหวครับ สิ่งเหล่านี้ที่จะมา กล่าวถึง ผมยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกอย่าง และจะไม่ยอมที่จะหนีคดีประเทศ ไทยแล้วหนีกลายเปึนอาชญากรของสังคมไป แล้วผมจะไม่มีทางที่จะสยบยอมอํานาจของ ระบอบชั่วร้ายทั้งหลาย ยังยืนหยัดต่อไป ขอความกรุณาด้วยนะครับ การพาดพิงก็พาดพิง พอสมควรก็เพียงพอ แต่เปึนการย้ํานี่ผมก็ขอโอกาสที่ชี้แจงให้ท่านเข้าใจนะครับ ขอบพระคุณมากครับ
๒ ท่านซึ่งถูกพาดพิงก็ชี้แจงแล้วนะครับ ท่านสุรพงษ์มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กรณีที่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ท่านบอกว่าผมไม่ได้ เปึนที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ผมขอให้ท่านกลับไปพลิกดูครับ เพราะว่าผมได้รับการแต่งตั้งให้เปึนที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยพิสิษฐ์ ลี้อาธรรม แล้วผม ลาออกในป้แรก เพราะผมเห็นว่าวิธีการแก้ไขปัญหานั้นแก้ไม่สําเร็จแน่นอน ได้สร้าง ปัญหาให้กับประเทศชาติ และกรณีที่ท่านบอกว่ารัฐบาลชวนขาดดุล สมดุลก่อนแล้วก็มา ขาดดุล ก็ถูกครับ ก็ท่านขาดดุลมา ๓ ป้เต็ม จากนั้นพอถึงรัฐบาลทักษิณท่านเป่ดการ อภิปรายของผม ผมบอกว่าท่านรัฐบาลทักษิณขาดดุลก่อน แล้วถึงมาเกินดุล เพราะท่าน อยู่ ๖ ป้ เพราะฉะนั้นการที่ท่านขาดดุลมากในรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณ ในตอนต้น ของรัฐบาลทักษิณก็เพราะว่ารัฐบาลชวน หลีกภัย ทําประเทศชาติเสียหายไว้เยอะครับ ก็เลยต้องตั้งขาดดุลให้เยอะนะครับ แล้วก็ค่าเงินมันก็เปลี่ยนไปด้วย ตอนนั้นเงินบาท มันเพิ่มขึ้นจาก ๒๕ บาท เปึน ๔๐ บาท เพราะฉะนั้นจะให้อัตราค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มันเท่าเดิมไม่ได้ ท่านต้องใช้สมองคิดครับท่าน แล้วก็วันนี้ผมก็ยอมรับท่านแสนกว่าล้านนี่ เพราะว่าวันนี้บังเอิญโชคดีอีกน้ํามันมันขึ้นไปแล้วมันลดลงมา มันก็เลยช่วยได้เยอะ เลยไม่ใช้เงินจนเกินไปนะครับ ผมอยากจะฝากไว้แค่นี้ แล้วสิ่งที่ท่านสมเกียรติ ขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านพูดถึงเรื่องการป่ดสนามบิน อันนั้นก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรมความ เสียหายที่เกิดขึ้นผมก็ฝากรัฐบาลแค่นั้นเองว่ารีบจัดงบประมาณกันเหนียวไว้เผื่อเขามา ฟัองร้องเรียกค่าเสียหายรัฐบาลมันต้องรับผิดชอบครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวนะครับ
นิดเดียวครับท่านประธาน
ท่านพิเชษฐครับ
ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ เพื่อความชัดเจนอีกครั้งหนึ่งนะครับ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ขอประทานอภัยที่ผมเอ่ยนามท่าน ไม่เคยตั้งงบเกินดุล นะครับ ป้ ๒๕๔๒ ที่พวกผมมาอยู่ ที่ผมมาทํางบประมาณ ขาดดุล ๒๕,๐๐๐ ป้ ๒๕๔๓ ป้ ๒๕๔๔ ขาดดุล หนึ่งแสนหนึ่งและหนึ่งแสนห้าพัน นั่นคือ ๓ ป้ที่ผมอยู่จนผมพ้นมา ขอประทานโทษ ท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ มาในป้ ๒๕๔๔ มาต่อจากงบประมาณที่เรา ทําไป ท่านขาดดุลป้ ๒๕๔๕ ถึง ๒ แสนล้าน ป้ ๒๕๔๖ ๑๗๔,๙๐๐ ป้ ๒๕๔๗ ๙๙,๙๐๐ รวม ๓ ป้ ๓๗๔,๘๐๐ ป้ ๒๕๔๘ จะมีการเลือกตั้งใหม่เปึนป้เดียวที่งบสมดุลไม่ใช่เกินดุล นะครับ ป้ ๒๕๕๐ ก็งบสมดุลอยู่ป้หนึ่งแล้วก็มาขาดดุลป้ ๒๕๕๐ ในรัฐบาลที่เปลี่ยนมา เพื่อความ ชัดเจน เพราะในสภานี้จะถูกบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ไว้ สําหรับท่านผู้อภิปรายก็โดยส่วนตัว ผมก็รักเมตตาเขามาตลอดนะครับ ตอนที่อยู่ด้วยกันท่านธารินทร์ก็เมตตาเปึนพิเศษ เพราะขณะนั้นท่านมีเรื่องกับ พันตํารวจโท ทักษิณ ถูกฟัองกันค่อนข้างจะรุนแรง เราก็ดูแล เขามาตลอด ไม่มีอะไรมากกว่านี้ ขออภัยด้วยนะครับ ผมจําเปึนต้องชี้แจงเพื่อข้อมูล ที่ถูกต้องนั่นเอง ขอบพระคุณครับ
เดี๋ยว ท่านรัฐมนตรีครับ ผมจะให้ท่านสุนัยซึ่งเมื่อกี้ถูกพาดพิงอีกท่านหนึ่งนะครับ เขาขอใช้สิทธิ นะ เชิญครับ เดี๋ยวจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชี้แจง เชิญครับ
เดี๋ยวขอประทานโทษครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ยังไม่ออกทีวีเดี๋ยวก็ให้ท่านชี้แจงต่อทีวี ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สัดส่วนของจังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทย เมื่อสักครู่ท่านสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ได้กล่าวชื่อถึงชื่อผม ในเบื้องต้นต้องกราบเรียนว่า ผมไม่แน่ใจว่าวันนี้ผมไม่ได้พูดถึงท่านนะครับ ผมไม่ได้พูดถึงท่าน วันนี้ผมกําลังชี้ขุมทรัพย์ ให้แก่ประชาชนว่า เงินที่กระทรวงศึกษาธิการออกดําเนินการไปเกี่ยวกับเรื่องเรียนฟรี ซื้อเสื้อชุดฟรี ตําราฟรี ผมมาชี้ขุมทรัพย์ว่ามันมีช่องโหว่ ดังนั้นวันนี้ผมอาจจะไม่ได้พูดถึง นะครับ แต่ว่าถ้าพูดถึงก็ต้องขอกราบเรียนว่า ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาของสังคมไทย เรามีความสัมพันธ์กัน ผมกับท่านสมเกียรตินี่เปึนเพื่อนรักกันมานาน และแกนนําพันธมิตร หลายคนเปึนเพื่อนสนิทกันครับ เคยต่อสู้ทางการเมืองในอดีตร่วมกัน เข้าใจการเมือง แต่วันนี้ผมกราบเรียนท่านนะครับว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวนั้นยังเหนียวแน่นครับ ไม่เคย โกรธเกลียดอะไรกัน ส่วนท่านว่าทางความคิดท่านก็ว่าไป ทางกฎหมายก็ว่าไป แต่ผมเอง หลายครั้ง ต้องขออภัยท่านประธานนะครับ ผมนี่ไม่ชอบเผด็จการจริง ๆ ครับ โดยเฉพาะ เผด็จการทหารนะครับ ต่อสู้มาตั้งแต่หัวเท่ากําปัุนครับ ตั้งแต่เปึนนักศึกษา และวันนี้ก็ยัง อยู่อย่างนั้น ไม่เบี่ยงเบน ดังนั้นบางสิ่งบางอย่างเราอาจจะเห็นต่างกัน แต่ว่าเรามีจุดยืน ด้วยกันคือเรามีความมุ่งมั่นต่อผลประโยชน์ของประชาชน แต่ว่าคําว่า ประชาชน มันก็ กว้างเหมือนทะเลครับ มันอาจจะยังหาจุดตรงกันไม่ได้ก็ไม่เปึนไร แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเองวันนี้ ท่านสนธิผมก็เรียก พี่สนธิ ไม่เคยไปเรียก ไอ้ เพราะผมถือว่านี่คือความสัมพันธ์ ที่ผมมี แต่ในทางการเมืองเราก็ไม่เห็นตรงกัน แต่ถ้าเปึนเรื่องของประชาธิปไตยของ ประชาชนผมยังยืนตรงนี้และผมพร้อมที่จะรับฟัง แต่ว่าที่สําคัญที่สุดคือผมยังเดินตาม กรอบกฎหมาย หลังจากเราได้ต่อสู้กันกับอํานาจเผด็จการอย่างรุนแรง โอ้ย เมื่อก่อน รุนแรงกว่านี้ครับ แต่วันนี้มันเปึนอีกกระบวนการหนึ่ง แต่ว่าเราได้เข้าใจแล้วว่า สังคม อุดมคติ กับความเปึนจริงนั้นมันซ้อนกันอยู่ และเราจะจัดความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันนั้น อย่างไร เพื่อเราจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมได้ โดยถือเอาความเห็นที่แตกต่างกัน เปึนความงดงามที่จะอยู่ร่วมกันไม่ทําลายกันครับ โดยใช้กลไกของระบบรัฐสภาเลือกตั้ง ไม่กล่าวหากันแบบที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ใส่ไคล้กัน ดังนั้นผมจึงเดินอยู่บนหนทางนี้ ต้องขออภัยหลายท่านนะครับที่ผมต้องประณาม ผมไม่ได้เกลียดโดยส่วนตัวนะครับ แต่ผมเกลียดพฤติกรรมบางคนเท่านั้นเองที่ไปกระทําการไปร่วมมือกับทหารนี่ผมไม่ชอบ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนิพิฏฐ์มีอะไรครับท่านครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ประท้วงครับ ใช้สิทธิประท้วงท่าน
ท่านประท้วงประเด็นไหนครับ เชิญครับ
เมื่อสักครู่ท่านสุรพงษ์ ขออภัยเอ่ย นามนะครับ ท่านได้กล่าวมาประโยคหนึ่งซึ่งผมคิดว่า ถ้าไม่ชี้แจงให้ชัด รัฐบาล ฯพณฯ ชวนจะเสียหาย ท่านพูดอย่างนี้ครับท่านครับเมื่อสักครู่นะครับ ดอกเตอร์สุรพงษ์ได้พูดว่า รัฐบาลชวนทําประเทศชาติเสียหายไว้เยอะ รัฐบาลทักษิณจึงต้องตั้งงบประมาณขาดดุล เยอะ ผมคิดว่าตรงนี้ทําให้รัฐบาลในสมัยนั้นได้รับความเสียหาย แต่ผมจะไม่ใช้เวลาตรงนี้ ชี้แจงเยอะหรอกครับ เพียงแต่ผมขออนุญาตใช้เหตุผลสักนิดหนึ่งเพื่อขอให้ท่านได้กรุณา ถอนคําพูดออกไป ผมขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ต้องเท้าความหลัง สักนิดหนึ่งครับว่า รัฐบาลชวน หลีกภัย ๑ รัฐบาลท่านชวน หลีกภัยนั้นได้เข้ามาได้เข้ามา ในช่วงที่ประเทศวิกฤติแล้ว อันนี้คือความจริงที่ต้องยอมรับกันไว้ก่อน รัฐบาล พลเอก ชวลิต เปึนผู้นําประเทศไทย เข้าสู่โครงการ ไอเอ็มเอฟ มิใช่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ชวน อันนี้ต้องเข้าใจตรงนี้ก่อน ครับ ผมคิดว่าถ้าเราไม่เริ่มรับความจริงตรงนี้ครับ เราจะชี้แจงสิ่งทั้งหลายผิดพลาดไป เยอะ รัฐบาล พลเอก ชวลิต นะครับ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ชวน นั้นมาแก้ปัญหา ที่รัฐบาล พลเอก ชวลิต ทําไว้ครับ และเราแก้ปัญหาประเทศชาติสําเร็จครับ เพราะฉะนั้น ที่ท่านบอกว่ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ชวน ทําประเทศชาติเสียหายไว้เยอะ รัฐบาล ทักษิณจึงต้องตั้งงบประมาณขาดดุลเยอะ ตรงนี้ผมคิดว่ารัฐบาลสมัยนั้นได้รับ ความเสียหาย ผมขอให้ท่านถอนคําพูดออกไปครับ
เชิญ ท่านนั่งลงก่อนครับ ท่านสุรพงษ์ครับ ที่มีผู้ประท้วงว่าท่านใช้ถ้อยคําซึ่งอาจจะทําให้ผู้ฟัง ฟังแล้วเหมือนไปกล่าวหาว่า รัฐบาลประชาธิปัตย์บริหารประเทศ ทําให้ประเทศเสียหาย นะครับ ท่านพอจะถอนตรงนี้ออกได้ไหมครับ จริง ๆ แล้วมันอย่างท่านพิเชษฐ์ท่านชี้แจง ก็เปึนข้อมูลข้อเท็จจริงซึ่งก็บันทึกไว้อยู่แล้วนะครับ ท่านถอนคําพูดตรงนี้ได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ ที่จริง ผมเอาสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้นมาพูด หลังจากที่มีการป่ด ๕๖ ไฟแนนซ์ (Finance) มันทํา ให้เกิดความเสียหายครับ เกิด ปรส. (องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน) ขึ้นมา ทรัพย์สินแทบไม่มีราคา ฝรั่งมากดขี่ข่มเหงคนไทย สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นจริง ๆ แล้วที่สําคัญ ที่สุด จะให้นายกรัฐมนตรีทักษิณมาตั้งงบประมาณแผ่นดินขาดดุลเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้อย่างไรครับ ในเมื่อความเสียหายมันมาต่อเนื่อง มันเสียหายมากต้องเยียวยา สิ่งเหล่านี้มันเปึนความจริงที่เกิดขึ้นไม่เชื่อต้องไปเป่ดประวัติศาสตร์ดูสิครับมันเปึนอย่างนี้ จริง ๆ เราต้องยอมรับความจริง ผมไม่ถอนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านนิพิฏฐ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานแล้วนะครับว่า รัฐบาล ฯพณฯ ชวน ในสมัยนั้นนะครับ เข้ามาแก้ปัญหาวิกฤติของประเทศ และต้องยอมรับว่า ในขณะนั้นถ้าผมจําไม่ผิด พันตํารวจโท ทักษิณ ก็เปึนรองนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วยในขณะนั้น แล้วเราแก้ปัญหาวิกฤติ สําเร็จนะครับ เพราะถ้าท่านพูดว่า รัฐบาล ชวน ทําประเทศชาติเสียหายไว้เยอะ ผมเข้าใจ ว่าเปึนความเห็นของท่าน แต่ว่าความเห็นของท่านนั้นนะครับ ท่านจะคิดว่าเปึนความเห็น แล้วพูดแล้วทําให้คนอื่นเสียหายย่อมไม่ได้เด็ดขาด ผมไม่อยากจะขัดเวลาการประชุมของ สภาแห่งนี้ครับ แต่ว่าความเห็นของท่านที่ท่านพูดนั้นนะครับ ทําให้ผู้อื่นเสียหาย ท่านต้อง ถอนครับ มิฉะนั้นเราจะเสียเวลาเรื่องนี้ไปเยอะครับ
อย่างนั้นครับ ท่านนิพิฏฐ์ครับ ท่านสุรพงษ์ครับ เท่าที่ฟังอย่างที่ท่านนิพิฏฐ์ท่านพูดคือ มันก็เปึนความคิดเห็นของท่านสุรพงษ์นะครับ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าท่านอื่นฟังแล้วจะเห็น ตามนั้นไหม จริง ๆ แล้วบ้านเมืองมันก็สะสมปัญหามาตลอดนะครับ เพียงแต่ว่าเราจะไป หยิบยกจุดไหน อย่างไร ตรงไหน เมื่อไร มาพูดนะครับ ฉะนั้นในช่วงนั้นมันอาจจะมีปัญหา วิกฤติทางเศรษฐกิจอยู่จริง ซึ่งก็อาจจะไม่ได้เกิดตอนท่านบริหาร อาจจะสะสมมานานแล้ว ท่านสุรพงษ์ก็แสดงความคิดเห็นของท่าน ท่านก็มองว่ามันเสียหาย แล้วท่านก็หยิบจุดนั้น ขึ้นมา ผมว่าให้ผู้ฟังท่านวินิจฉัยเองดีไหมครับ เพราะว่าเปึนความคิดเห็นแต่ละบุคคลเรา จะไปให้เหมือนกันหมดก็คงลําบากนะครับ
ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพแล้วเมื่อสักครู่ครับว่า ผมยอมรับความคิดเห็นครับ แต่ว่า ความคิดเห็นนั้นนะครับจะทําให้ผู้อื่นเสียหายไม่ได้ครับ ผมไม่กล่าวพาดพิงถึงรัฐบาล ทักษิณเลยครับว่าทําอะไร ผมไม่พูดถึงเลยครับ เพราะผมคิดว่าถ้าผมคิดอย่างนั้น ผมพูด อย่างนั้น มันจะทําให้เขาได้รับความเสียหาย เช่นกันครับท่านก็มีสิทธิคิดได้ แต่ท่านจะพูด ให้คนอื่นเสียหายไม่ได้ ผมคิดว่าทุกคนก็มีเกียรติภูมิ มีศักดิ์ศรีทั้งสิ้นครับ เราเหน็ดเหนื่อย ในการฝ์าฟันวิกฤติของประเทศมาครับ แต่ว่าวันนี้ท่านจะมาบอกว่า ประเทศชาติเสียหาย เพราะรัฐบาลท่านชวนนั้นไม่ได้ครับ
เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วงข้างหลังอีกท่านหนึ่ง เชิญครับ เชิญผู้ประท้วงอีกท่านหนึ่ง เดี๋ยวนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขอประท้วงท่านประธานครับที่ได้วินิจฉัยเมื่อสักครู่นี้ เพราะถ้า ท่านประธานวินิจฉัยอย่างนี้นี่นะครับ ผมว่าสภาเดินหน้าไม่ได้แน่นอน ก็จะมีคนอภิปราย แล้วก็พูดจาลักษณะอย่างนี้ให้ร้าย ปัายสี แล้วท่านประธานก็ยังอนุญาตให้พูดได้ โดยให้ ประชาชนที่ฟังวินิจฉัยเอง ผมเกรงว่าข้อบังคับการประชุมจะไม่สามารถเดินหน้าได้ แล้วท้ายที่สุดท่านประธาน ก็ไม่สามารถบังคับให้องค์ประชุมนี้ทําหน้าที่ของการทําหน้าที่ประชุมสภาได้ต่อไป ผมต้อง กราบเรียนท่านประธานครับว่า ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ พูดไว้ชัดเจนครับว่า ห้ามผู้อภิปราย แสดงกริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพใส่ร้ายหรือเสียดสีบุคคลใด อันนี้ชัดเจนครับ สิ่งที่ท่าน ดอกเตอร์สุรพงษ์ได้พูดเปึนการใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์อย่างชัดเจน ซึ่งขัดต่อข้อบังคับ การประชุมสภา ท่านประธานต้องวินิจฉัยว่าเมื่อผิดข้อบังคับจะต้องให้ถอนครับ เพราะไม่อย่างนั้นจะเกิดความเสียหายเกิดขึ้น เมื่อสักครู่นี้ผมยังดีใจครับที่ท่านสุนัย จุลพงศธร ได้ลุกขึ้นมายืนและก็พูดความรู้สึก ซึ่งผมกลับมองว่านี่คือความจริงของสภาว่า แม้จะมีความรุนแรงบ้างแต่ก็รุนแรงอยู่ในความรู้สึกและเมื่อสักครู่นี้ท่านสุนัยพูดและผม ก็ประทับใจท่านว่า ทุกคนมีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน แต่ก็มีวิถีการต่อสู้ ที่จะต้องเคารพสิทธิของบุคคลอื่นเหมือนกัน อันนี้ผมยังชื่นชม แต่ว่าสิ่งที่ท่านสุรพงษ์พูด ไม่สร้างสรรค์และก็ขัดต่อข้อบังคับการประชุม ท่านประธานต้องวินิจฉัยครับ ขอบคุณครับ
คือผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า การอภิปรายบางทีเปึนเรื่องของการใส่ร้าย ซึ่งนั่นเราก็เห็น เจตนาชัดเจน แต่บางทีพอพูดไปมันเปึนเหมือนการแสดงความคิดเห็นของผู้อภิปราย แต่ตรงนี้เมื่อมีผู้ตั้งข้อสังเกต มีผู้ประท้วงขึ้นมา ก็อยากจะให้ท่านสุรพงษ์ครับเพื่อความ เรียบร้อยในการประชุม ขอความกรุณาได้ไหมครับ แต่อาจจะเปึนความคิดเห็นของท่าน แต่เมื่อผู้ฟังหรือฝ์ายท่านฟังมันมีปัญหา อยากจะขอความกรุณาท่านหน่อยนะครับ คุณหมออย่าเพิ่งครับ ให้ผมกับท่านสุรพงษ์พูดกันก่อน
ขอประท้วงประธานครับ
ท่านจะประท้วงเรื่องอะไร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงประธาน เพราะประธาน วินิจฉัยแล้วนะครับว่าเรื่องนี้ไม่ผิด ท่านต้องยืนยันคําวินิจฉัยของท่านนะครับเปึนเรื่องการ แสดงความคิดเห็น เขาจะมาวินิจฉัยแทนท่านประธานไม่ได้นะ ท่านประธานวินิจฉัยไป แล้วนะครับเมื่อสักครู่
คืออย่างนี้ครับคุณหมอประสิทธิ์ ผมควบคุมการประชุม ผมก็ปรารถนาจะให้การประชุม ราบรื่น ไม่อยากจะให้มีอะไรติดอยู่ในใจทั้ง ๒ ฝ์าย ถ้าหากพอยอมกันได้เพื่อความราบรื่น ในการประชุมก็อยากขอความกรุณานะครับ จะได้สบายใจ เอาอย่างที่ท่านสุนัยพูด เมื่อสักครู่เปึนบรรยากาศที่ดีมาก ผมก็นึกว่าจะได้ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงแล้วนะครับ พอดีท่านนิพิฏฐ์ท่านติดใจประเด็นดอกเตอร์สุรพงษ์ ดอกเตอร์สุรพงษ์ พอจะกรุณาอะไรได้บ้างไหมครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่เคย ใส่ร้าย ถ้าผมจะด่าผมด่าตรง ๆ แต่สิ่งที่ซีกโน้นใส่ร้ายท่าน พลเอก ชวลิต
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิประท้วง ผู้ประท้วง คือคุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่ใช้ถ้อยคําว่า พลเอก ชวลิต ทําเศรษฐกิจเสียหาย ผมถือว่าเปึนการใส่ร้ายนะครับ แล้วก็พูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นเปึนนิสัยประจําที่ผม ไม่อยากให้ใช้ในสภานี้ ขอให้ถอนนะครับ พลเอก ชวลิต ทําให้เศรษฐกิจเสียหาย ส่วนจะ ไปบอกว่าใครจะมาแก้ใครจะอะไร ประชาชนเขาวินิจฉัยได้ครับท่านประธาน แต่ว่า อย่าใส่ร้ายกัน ขอให้ถอนนะครับ
เดี๋ยวนะครับ
ผมขอประท้วงท่านที่ประท้วงท่านนิพิฏฐ์ อีกต่อหนึ่งนะครับท่านประธาน คือผมก็ฟังมาตลอดท่านนิพิฏฐ์บอกว่า พลเอก ชวลิต นําเข้าสู่ไอเอ็มเอฟเท่านั้นเองครับ ผมคิดว่าเราก็อายุมาก ๆ กันแล้วอย่าแก่เพราะกินข้าว เฒ่าก็อยู่นานเลยครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ผมพิเชษฐครับ ผมขออนุญาตเผื่อคลี่คลายเหตุการณ์ได้ครับ
เชิญครับท่าน
ผมจะไม่กระทบใครครับ เพื่อความ ชัดเจนนะครับ รัฐบาลชวน หลีกภัย สมัยที่ ๒ โปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรีเมื่อ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นคือมีการป่ด ๑๖ สถาบันการเงินเมื่อเดือน มีนาคม ๒๕๔๐ ก่อนรัฐบาลชวน ๘ เดือน ต่อมาป่ดอีก ๑๒ สถาบันการเงิน เมื่อเดือน มิถุนายน ๒๕๔๐ ก่อนรัฐบาลชวน ๕ เดือน มีการลดค่าเงินบาทเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๔๐ และมีการเข้า ไอเอ็มเอฟ เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๐ ตั้ง ปรส. เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๔๐ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๐ ทั้งหมดนี้เปึนเรื่อง ก่อนรัฐบาลชวนมาทั้งสิ้นนะครับ จะไม่พูดว่ารัฐบาลไหนนะครับ ทบทวนอีกทีครับ ๑๔-๑๒ สถาบันการเงิน
ท่านพิเชษฐ์ครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม ผมเปึนผู้แทนราษฎรมาในช่วงเวลาที่เปึนเหตุการณ์ แบบนี้ ผมทราบดีนะครับ ไม่ต้องให้ท่านผู้มีเกียรติ ผู้อาวุโสมาลําดับความ แต่ว่าเมื่อเปึน การใส่ร้าย ท่านประธานต้องวินิจฉัยว่ามันถูกไหม ที่คุณนิพิฏฐ์ไปใส่ร้าย พลเอก ชวลิต ผมอยู่พรรคความหวังใหม่ ผมศรัทธา พี่น้องประชาชนเลือกพรรคความหวังใหม่มาให้เปึน ผู้แทนราษฎร ชนะพรรคประชาธิปัตย์ ๒ เสียงครับ ท่านประธาน ก็ต้องได้เปึนรัฐบาล เสร็จแล้วจะไปบอกว่า พลเอก ชวลิต ทําเศรษฐกิจเสียหาย โดยใช้คําพูดอย่างอื่น ผมถือว่า พูดใส่ร้ายคนอื่น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ข้อบังคับห้ามอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้ปล่อยเหตุการณ์แบบนี้ไป แล้วก็ไม่ดําเนินการตามกรอบ ที่ควรจะทํา เมื่อทําผิดก็ขอความกรุณาได้ถอนคําพูดเสียนะครับ
ท่านไพจิตครับ เอาอย่างนี้นะครับ มีอยู่ ๒ ประเด็น ที่กําลังเปึนปัญหาอยู่
ประเด็นแรก ท่านนิพิฏฐ์ ขอให้ท่านสุรพงษ์ ถอนคําพูดประเด็นที่บอกว่า พรรคประชาธิปัตย์ทําให้บ้านเมืองเสียหาย
ประเด็นที่ ๒ ท่านไพจิต ขอให้ท่านนิพิฏฐ์ ถอนคําพูดในประเด็นที่ ท่านไพจิตฟังเปึนว่า ท่าน พลเอก ชวลิต ทําให้บ้านเมืองเสียหาย ซึ่งเมื่อสักครู่ถ้าฟังนี่ ผมก็นั่งฟังอยู่ ท่านนิพิฏฐ์พูดว่าได้มีการนําเอาประเทศที่เข้าโครงการ ไอเอ็มเอฟ สมัย พลเอก ชวลิต ทีนี้ท่านไพจิต ก็ไปตีความว่า มันเหมือนหนึ่งว่าไปทําให้เสียหาย เพราะฉะนั้นเอาเรื่องแรกก่อน ท่านสุรพงษ์ครับ ที่ท่านได้แสดงความคิดเห็นไป ซึ่งผมเอง ผมมองเปึนการแสดงความคิดเห็น ซึ่งอาจจะใช้คําพูดที่ฟังดูแล้วมันเหมือนว่าไปทําให้ เขาเสียหาย จะขอความกรุณาท่านเปลี่ยนถ้อยคํา หรือถอนคําพูดหน่อยได้ไหมครับ
ท่านประธาน สิ่งที่ท่านประธานเข้าใจนั้นถูกแล้ว ผมแสดงความคิดเห็น ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ แก้ไข ปัญหาบ้านเมืองได้จริง เลือกตั้งเมื่อป้ ๒๕๔๓ พรรคไทยรักไทยจะชนะได้อย่างไรครับ พรรคไทยรักไทยกลับมา แสดงว่าประชาชนเห็นว่าการบริหารงานล้มเหลว
เอาประเด็นนี้ดีกว่า เดี๋ยวมันจะยาวนะครับ
ท่านประธาน ท่านต้องฟังผม ก่อนสิครับ เพราะว่ามันเปึนตัวชี้วัด อย่างที่ท่านเข้าใจในตอนแรกประชาชนเขาตัดสินใจ เอง ตอนนั้นถ้าพรรคประชาธิปัตย์บริหารบ้านเมืองสําเร็จสมดังตั้งใจหมาย เขาก็ต้องได้รับ เลือกตั้งกลับมาเปึนรัฐบาลสิครับ ทําไมเปลี่ยนเปึนพรรคไทยรักไทย ผมอยากจะถาม ท่านประธาน และที่กล่าวหาระบอบทักษิณอย่างโน้นอย่างนี้ ด่าหาว่าท่านตลอดเวลา ผมทนฟังอยู่ ท่านสร้างความเสียหายให้คนอื่น แต่ทําไมไม่
เอาเฉพาะปัญหาวันนี้นะครับ ท่านช่วยขอความกรุณาหน่อยครับ
ผมไม่ถอนครับ ท่านประธาน ผมยืนยันอย่างนี้ ขอบคุณครับ
ท่านยืนยันไม่ถอนนะครับ ท่านนิพิฏฐ์ครับ กรณีของท่านที่ท่านยังยืนยันให้ท่านสุรพงษ์ ถอนนะครับ
ผมยืนยันให้ถอนครับ ท่านครับ
ท่านนิพิฏฐ์ยืนยันให้ท่านสุรพงษ์ถอนคําพูด ท่านนิพิฏฐ์ครับ ผมขอวินิจฉัยในฐานะ ประธาน ผมได้ฟังอยู่ตลอดเหมือนกันนะครับ ผมว่าท่านสุรพงษ์ ท่านแสดงความคิดเห็น นะครับ มันอาจจะเปึนการใช้ถ้อยคําที่หมิ่นเหม่ทําให้คนฟังเสียหายได้นะครับ แต่ก็ไม่ได้เจตนาที่จะไปใส่ร้ายเสียดสีชัดเจน ท่านพอจะ
คือถ้าท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัย ว่า คําพูดนั้นเมื่อฟังแล้วได้รับความเสียหายได้ ก็เสียหายนะครับ จะเจตนาหรือไม่เจตนา ก็แล้วแต่นะครับ แต่ว่าความเห็นที่ท่านพูดไปนั้นบุคคลอื่นเขาเสียหายแล้ว ก็ต้องถอน นะครับ อันนี้หลักตรงไปตรงมาครับท่านครับ
เดี๋ยวนะครับ เอาคู่กรณีก่อน ท่านสุรพงษ์ครับ
ผมขออนุญาตท่านประธาน อย่างนี้ครับ สุรพงษ์ โตวิจักษ์ณ์ชัยกุล วันนี้ผมเอาความจริงมาพูดในสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่มีนิสัยที่จะไปกล่าวหาใส่ร้ายใคร ท่านประธานรู้จักผมดี เพื่อความสบายใจนะครับ ท่านประธาน ผมจะเดินออกนอกห้องประชุมและผมไม่ถอนครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านนิพิฏฐ์ครับ ท่านสุรพงษ์เลือกที่จะไม่ถอนและจะปฏิบัติตามข้อบังคับ ก็คือออกจากห้องประชุมนะครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ท่านประธานต้องกรุณาพูดต่อนะครับ เพื่อบันทึกไว้ว่าท่านประธานสั่งแล้ว และผู้อภิปราย ไม่ยอมถอน ต้องบันทึกไว้ในรายงานการประชุมด้วยครับ อันนี้เปึนข้อบังคับครับ
ท่านจตุพรประท้วงอะไรครับ เชิญครับ
ผมประท้วงท่านประธานนะครับ เนื่องจากว่าท่านเองก็ไม่ได้วินิจฉัย คือท่านได้วินิจฉัยไปก่อนแล้ว แล้วก็เมื่อผู้กล่าวหานั้น คือคุณนิพิฏฐ์ ไม่ยินยอม ซึ่งความจริงเมื่อท่านประธานได้วินิจฉัยก็น่าจะจบแล้ว เพราะว่า คดีมันค้างคาอยู่ใน ป.ป.ช. นะครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นใน ปรส. ๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จะบอกว่าไม่เสียหายไม่ได้ แล้วก็เปึนข้อเท็จจริง ลองบอกว่าไม่จริงสิ ขอบพระคุณ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นที่ดอกเตอร์สุรพงษ์พูดนั้นถูกแล้วนะครับ
ท่านนิพิฏฐ์ครับ ตอนนี้ท่านผู้พูดท่านก็เห็นแก่ความราบรื่นในการประชุม ท่านบอก ท่านไม่ถอน ท่านคิดว่าท่านพูดไม่ได้เสียหายอะไร แล้วท่านอาจจะไม่เจตนา แต่ผู้ฟังฟังว่า เหมือนเสียหาย ท่านก็ได้ขอเดินออกจากที่ประชุมไปแล้ว
แล้วแต่ดุลยพินิจท่านประธานครับ
ถ้าอย่างนั้นผมขอความกรุณาท่านจบนะครับ นั่งลงนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังครับ เชิญครับ พอแล้วครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง เดิมที่ความตั้งใจของผม คืออยากที่จะรอรับฟังคําอภิปราย ข้อสังเกต และการวิพากษ์วิจารณ์ของเพื่อน ๆ สมาชิก ในส่วนของงบประมาณตามพระราชบัญญัติ ที่นําเสนอในวันนี้อีกสักพักหนึ่ง แต่สืบเนื่องจากการอภิปรายเมื่อสักครู่ของท่านสมาชิก ที่ได้ออกจากห้องประชุมนี้ไปแล้ว ได้พูดถึงประเด็นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพิจารณา พระราชบัญญัติเสียทีเดียว ผมจึงจะขออนุญาตใช้สิทธิในการที่จะชี้แจงเพิ่มเติม เมื่อสักครู่ ท่านสมาชิกเองได้นิยามการกระทําของท่านว่าเปึนการแสดงความคิดเห็น ซึ่งผมเองก็คิด ว่าการแสดงความคิดเห็นนั้นอย่างน้อยที่สุดมันต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลข้อเท็จจริง ดังนั้นไม่ได้เปึนการกล่าวหาฝ์ายใดทั้งสิ้นนะครับ ก็อยากที่จะเรียงลําดับข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้น วันนี้จริง ๆ แล้วเรามาเพื่อการมองไปสู่อนาคตร่วมกันนะครับว่า เราจะร่วมกันใน ฐานะผู้แทนของประชาชนในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของพี่น้อง ประชาชนอย่างไร แต่ข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตก็มีความสําคัญต่อการเข้าใจที่มา ของปัญหาและแนววิธีการแก้ปัญหาเช่นเดียวกัน ผมก็เพียงแต่อยากที่จะใช้เวลาเพียง เล็กน้อยนะครับในการที่ลําดับข้อเท็จจริง เพราะเมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้เอ่ยถึง นอกจากเรื่องของการเข้าไปกู้ยืมเงินของไอเอ็มเอฟ โดยประเทศไทยแล้ว ได้พูดถึงเรื่อง ของการป่ดไฟแนนช์ (Finance) อีกต่างหากนะครับ ซึ่งข้อเท็จจริงก็คือการป่ดไฟแนนช์นั้น เกิดขึ้นใน ๒ ขยัก ขยักแรก คือ ๑๖ บริษัท วันที่ ๑๐ มีนาคม ป้ ๒๕๔๐ ขยักที่ ๒ ๔๒ บริษัท วันที่ ๒๗ มิถุนายน นะครับ ๒๕๔๐ ตามไปด้วยการลดค่าเงินบาท ในวันที่ ๒ กรกฎาคม ป้เดียวกัน ตามไปด้วยการเข้าไปกู้ยืมเงินจากไอเอ็มเอฟ ในวันที่ ๑๔ สิงหาคม ตามที่ท่าน ส.ส. พิเชษฐ์ ได้เรียนไปเมื่อสักครู่ใน ป้ ๒๕๔๐ การตั้ง ปรส. นะครับ เกิดขึ้นในวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๔๐ การเข้ามารับภาระหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ของรัฐบาลประชาธิปัตย์ เกิดขึ้นในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ เปึนข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ
อีกประเด็นหนึ่งที่อยากที่จะกล่าวถึง เพราะด้วยความที่ก็ต้องยอมรับว่า ผิดหวังต่อความคิดเห็นของท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ ต่อความพยายามของทางรัฐบาล ชุดปัจจุบันที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาหนี้สินของพี่น้องเกษตรกร วันนี้เองทางคณะรัฐมนตรี โดยท่านธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ได้นําเสนอต่อ ครม. และ ครม. ก็ได้ พิจารณาอนุมัติวงเงินงบประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนของพี่น้อง เกษตรกรที่กําลังเดือดร้อนจากการถูกยึดที่ดินทํามาหากิน ซึ่งเรามองว่าเปึนปัญหาระดับ ของประเทศนะครับ แล้วก็ถูกต้องครับ เรายังมีโครงการที่จะต้องพิจารณาแก้ไข ความเดือดร้อนเพิ่มเติมนะครับ จากที่ทางกลุ่มเกษตรกรได้ยื่นเสนอให้กับเราอีก ๑๗,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะนําเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นะครับ ก็เปึนที่น่าเปึนห่วงที่ท่านสมาชิกในนามของสมาชิกพรรคเพื่อไทยแสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยต่อความพยายามของทางรัฐบาลที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหานี้สินเกษตรกร แต่ผม ก็อยากจะเรียนตามข้อเท็จจริงว่ามีความจําเปึนจริง ๆ พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนจากภาระ หนี้สิน และโดยเฉพาะในส่วนที่กําลังจะถูกยึดที่ดินทํากินนั้น ผมคิดว่าทางรัฐบาลต้อง ดําเนินการโดยเร่งด่วน และถ้ามีความสามารถในส่วนของผมที่เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังในการที่จะจัดหาเงินอีก ๑,๗๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อมาช่วยลดภาระ หนี้สินของพี่น้องเกษตรกรผมก็จะพยายามสุดความสามารถครับ ส่วนเรื่องของการชี้แจง ตอบคําถามอื่น ๆ ที่เพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะมี ผมขอรวบรวมและจะชี้แจง ในภายหลังครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ
ท่านสมคิดครับ ท่านมีอะไรครับ
ท่านประธานครับ การประชุมวันนี้ เปึนการประชุมนัดสําคัญมาก เปึนเรื่องการพิจารณางบประมาณเพิ่มเติม ผมเห็นว่า ผู้แทนราษฎรของเราไม่รับผิดชอบต่อสภา ผมเห็นว่าควรจะนับองค์ประชุมก่อนครับ
อย่าเพิ่งเลยครับ ท่านสมคิดครับ ขณะนี้เพื่อน ๆ ก็อยู่รอบ ๆ นี่นะครับ
ผมไม่ทราบหรอกครับ เพราะตอนนี้ ไม่มีคนมากครับ ผมยืนยันไม่ถอนครับ
ท่านเสนอเปึนญัตติหรือเปล่าครับ
เสนอครับ
ท่านต้องหาผู้รับรองด้วย
ขอผู้รับรองครับ
ท่านสมาชิกครับ มีสมาชิกเสนอให้ตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ อย่างนั้นผมขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง) มีสัญญาณให้สมาชิกทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ เชิญครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมจะได้มีการ ตรวจสอบองค์ประชุม ท่านอยู่ในห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรเพื่อแสดงตนนะครับ ท่านนริศมีอะไร เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เท่าที่กระผมรับทราบมาการตรวจสอบองค์ประชุมในขณะที่มีการพิจารณางบประมาณ รายจ่ายไม่ว่าจะเปึนกลางป้หรือประจําป้นี่ไม่เกิดขึ้นเลยครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่า การตรวจสอบองค์ประชุมในวันนี้เหมือนกับการพยายามขัดขวางการนํางบประมาณ ไปพัฒนาแก้ปัญหาของบ้านเมืองนะครับ ผมคิดว่าแม้ว่าจะเปึนเอกสิทธิ์ก็ตาม แต่ว่าผม คิดว่าดูไม่เหมาะครับ ท่านประธานครับ ผมจึงขออนุญาตได้แสดงความเห็นไว้เปึน หลักฐานครับ
คือแม้เราไม่ตรวจตอนนี้ ถ้าไม่มีสมาชิกเสนอ ก่อนเราจะโหวตเราก็ต้องตรวจอยู่ดีนะครับ คุณหมอประสิทธิ์มีอะไร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย นะครับ อยากกราบเรียนว่าตามที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวหา หาว่าพวกผมขัดขวาง งบประมาณ มันไม่จริงครับ สาเหตุที่เพื่อนสมาชิกได้นับองค์ประชุมก็อย่างที่ท่านประธาน ควบคุมการประชุมนะครับ มีการหยิบเหมือนคุณนายละเอียดอย่างที่ท่านเฉลิมพูดนะครับ ของพวกท่านนิดหนึ่งก็ไม่ได้หน่อยหนึ่งก็ไม่ได้ ทีกล่าวหาคนอื่นกล่าวหาได้กล่าวหาดี
เอาละครับ เข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวมันจะบานปลาย ไม่เอาคุณหมอ เราจะตรวจสอบ องค์ประชุมแล้วครับ พร้อมแล้วนะครับ
ผมว่าท่านประธาน
ให้นิดเดียวนะครับ
ที่เขาบอกว่าขัดขวางการพิจารณา งบประมาณขอให้ท่านถอนออกไปเถอะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวมันจะมีปัญหามาก งบประมาณอาจจะไม่ผ่านก็ได้ครับ
ท่านนริศครับ ก็การนับตรวจสอบองค์ประชุมก็เปึนสิทธิของสมาชิกนะครับ ก็ขอความ กรุณานะครับ
ผมก็บอกว่าเปึนเอกสิทธิ์ของสมาชิกนะครับ
แต่ว่าผมขออนุญาตพูดไว้เปึนหลักฐานนะครับ
ในความเห็นส่วนตัวผมเหมือนกับดูเปึนการ ขัดขวางการไม่ให้งบประมาณออกไปนะครับ เปึนความเห็นส่วนตัวครับ
ขอความกรุณาท่านถอนความเห็นส่วนตัว เพราะว่าเวลาท่านเห็นส่วนตัว ท่านพูดออกมา ดัง ๆ มันบันทึกไว้อยู่ในบันทึกรายงานการประชุม แล้วคนฟังก็ฟังไปด้วย
ความเห็นส่วนตัวเมื่อสักครู่ ท่านดอกเตอร์ สุรพงษ์ เขาไม่ถอนครับ
ขอความกรุณานะครับ
แต่ว่าเอาแล้วกัน ผมถอนครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ
แต่ว่ามาตรฐานผมเปึนแบบนี้ครับ
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อพร้อมแล้ว
ท่านประธาน ขออนุญาตครับ
คุณหมอวรงค์มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งท่านประธานคงจะทราบดีนะครับว่า บรรยากาศการประชุมใน ขณะนี้ ที่ผ่านมาเราดําเนินไปด้วยดีครับ แล้วผมเชื่อว่าในส่วนของรัฐบาลเองทุกพรรคล้วน ให้ความร่วมมือกับฝ์ายค้านมาตลอด และอยู่ ๆ ทางฝ์ายค้านเองก็จะอยู่ไม่รู้จะทําอะไร ก็ให้มีการนับองค์ประชุมอย่างเดียว ซึ่งผมอยากจะเรียนว่าในช่วงระยะเวลาอย่างนี้ ท่านประธานดูครับ พวกเราส่วนใหญ่ก็ไปทานอาหารตามที่สภาจัดให้ แล้วหลายคนก็มี ปัญหาในการทานอาหาร ดังนั้นพวกเราเลยคิดว่าเราคงไม่สามารถประนีประนอมนะครับ ขอให้ท่านประธานใช้นับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อนะครับ ท่านประธานครับ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ
ท่านจะให้นับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อมีผู้รับรองพร้อมนะครับ ท่านประเสริฐครับ ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมดําเนินการนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ
ท่านประธานครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ขอเวลาครึ่งนาทีท่านประธานครับ
เชิญสั้น ๆ
ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เมื่อกี้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจากพรรคประชาธิปัตย์ว่ากล่าวใส่ร้ายพรรคฝ์ายค้านนะครับว่า ประท้วงโดยที่ ไม่รู้จะทําอะไร คําพูดนี้ทําให้กลุ่มฝ์ายค้าน พวกผมได้รับความเสียหาย ท่านประธานต้อง วินิจฉัยและสั่งให้ถอนคําพูดเดี๋ยวนี้นะครับ ท่านประธานครับ
ท่านคุณหมอวรงค์อ้ายที่บอกว่า ไม่รู้จะทําอะไรนี่เลยให้นับองค์ประชุม ถอนหน่อย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประชาธิปัตย์ พิษณุโลก เมื่อสักครู่ผมเรียนกับท่าน ประธานว่า วันนี้ฝ์ายค้านเราดําเนินการมาด้วยดีและอยู่ ๆ ก็ให้มีการนับองค์ประชุม เหมือนกับไม่รู้จะทําอะไรจริง ๆ ครับ แล้วผมก็รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ว่า อยู่ ๆ มาให้นับองค์ ประชุมแบบนี้ก็เหมือนกับไม่รู้จะทําอะไร แล้วผมเชื่อว่ามันเสียหายจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ผมขอยืนยันว่าสิ่งที่ฝ์ายค้านทําอย่างนี้เปึนการทําให้บรรยากาศของ สภาเสียหายครับ และทําให้ภาพลักษณ์ของสภาเสียหายจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ
คืออย่างนี้นะครับ ท่านคุณหมอวรงค์ครับ การกระทําใด ๆ ก็ตามที่ทําลงไปซึ่งอยู่ในกรอบ ที่ข้อบังคับให้อํานาจเขาไว้เขาก็ทําได้ ส่วนทําไปแล้วนี่ภาพที่ออกไปจะเสียหายอย่างไร ผู้ที่เขาดูอยู่เขาตัดสินใจเอง เพราะฉะนั้นอยากขอความกรุณาท่านคุณหมอวรงค์นะครับ ท่านถอนคําพูด
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ประชาธิปัตย์ พิษณุโลก ก่อนที่ผมจะเรียนกับท่านประธาน ผมย้ํานิดนะครับว่า ส่วนใหญ่แล้วพรรคฝ์ายค้านมักจะบอกว่า ส.ส. รัฐบาลเปึนคนรับผิดชอบองค์ประชุมสภา พวกเราสมาชิกของรัฐบาล เราล้วนรับผิดชอบองค์ประชุมของสภา แต่อยากจะย้ําว่า ส.ส. ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบต่อสภาครับ ท่านประธานเห็นไหมว่า ซีกทางฝ์ายค้านครับ มีสมาชิกนั่งอยู่กี่คน แล้วอยู่ ๆ ให้มีการนับองค์ประชุม
ท่านประธานครับ อย่างนี้มันเท่าไร ครับ
ไม่ถูกครับ ท่านประธานครับ ขอย้ํา นะครับ
เดี๋ยวนะครับ ขอความกรุณาครับ ผมเข้าใจแล้ว คุณหมอประสิทธิ์ครับ เข้าใจครับ คุณหมอวรงค์ครับ ผมขอความกรุณา ผมวินิจฉัยว่าถ้อยคําคุณหมอวรงค์ที่บอกว่า ทางฝ์ายค้านไม่มีอะไรจะทําให้นับองค์ ขอถอนเลยครับ ช่วยถอนหน่อย เดี๋ยวผมจะได้นับ องค์ประชุมโดยการขานชื่อตามที่ท่านเสนอมา ขอถอนครับ
-๖๖/๑
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ พรรคประชาธิปัตย์ พิษณุโลก ผม หมอวรงค์ คําพูดที่ผมบอกว่าฝ์ายค้านไม่มี อะไรทําวัน ๆ เอาแต่นับองค์ประชุมครับ ผมยินดีที่จะถอนประโยคที่ว่า ฝ์ายค้านไม่มีอะไร ทํา วัน ๆ เอาแต่นับองค์ประชุม ครับ ขอให้ท่านประธานนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ ครับ ขอผู้รับรองครับ
ท่านทําผิดระเบียบข้อบังคับ ผิดตลอดเลยนะครับ ผิดข้อบังคับอีก
เอาอย่างนี้นะครับ คือผมว่าพอแล้ว จะนับองค์ประชุมโดยการขานชื่อแล้วนะครับ
(มีสมาชิกได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประเสริฐนั่งลงเถอะครับ ท่านมีอะไรครับ ท่านประเสริฐ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตประท้วงครับ ใส่ร้ายเสียดสีมากเลย ท่านประธานครับ ขออนุญาตผม สักครึ่งนาที
คุณหมอวรงค์เขาถอนคําพูดนั้นไปแล้ว
ประโยคนั้น ถอนไปแล้วครับ แต่ว่าหลังจากนั้นมีประโยคที่ว่าต่อมาเหมือนกับฝ์ายค้านไม่ดี เดี๋ยวผม ขออนุญาตชี้แจงท่านประธานว่าเสียดสีอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ผมขอกราบเรียนว่าต่อไปเราพรรคฝ์ายค้านเรานี่กําลังปรับตัว ปรับบทบาท ของเราจากการเปึนฝ์ายรัฐบาลมาเปึนฝ์ายค้าน แล้วก็จะทําหน้าที่ของฝ์ายค้านให้ดีที่สุด เครื่องไม้เครื่องมือที่เรามีในการที่จะใช้ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน เราพยายาม ทําตามที่พรรคประชาธิปัตย์เคยได้ทํา แต่เราบอกเลยว่าเราฝ์ายค้านเราจะค้านอย่างมี หลักการ มีเหตุ มีผลมากกว่า แล้ววันนี้เราก็ได้ทํา แต่ผมก็ได้พูดเมื่อต้นอาทิตย์ ที่ผ่านมาแล้วบอกว่า ขอให้ฝ์ายค้านซึ่งไปเปึนฝ์ายรัฐบาลได้ช่วยปรับตัวปรับใจไปเปึน ฝ์ายรัฐบาลหน่อย
มีผู้ประท้วงแล้วครับ ท่านประเสริฐนั่งก่อน
(มีสมาชิกได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญคุณหมอวรงค์ครับ
ยังไม่จบครับ
คืออย่างนี้ ท่านประเสริฐ ท่านพูดมาตรง ๆ ว่าท่านประท้วงถ้อยคําไหนดีกว่า ถ้าท่านไป อารัมภบทยาว เดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่ เอาเลยครับ เดี๋ยวนะครับคุณหมอวรงค์ ผมจะฟังว่า ท่านประเสริฐท่านประท้วงประเด็นไหน แล้วเดี๋ยวผมจะเชิญท่านพูด เดี๋ยวนะครับ
ผมกําลังบอกว่า ฝ์ายรัฐบาลใช้ลีลาของฝ์ายค้าน พูดแล้วก็ใส่ร้ายปัายสีฝ์ายค้าน ทั้งหมดเลยครับ ที่พูดมา ทั้งหมดนี่ ที่หมอวรงค์พูดต้องถอนทั้งหมดเลยครับ เพราะมันไม่ใช่ประโยคแค่ว่า
ท่านประเสริฐครับ คุณหมอวรงค์ท่านก็ยอมถอนที่ท่านพูดแล้ว ฉะนั้นท่านก็ยุติได้แล้ว เมื่อกี้ท่านถอนคําพูดท่านไปแล้ว ก็ลบออกจากรายงานการประชุมไปแล้วนะครับ
ไม่ได้เลยครับ ไม่ได้เด็ดขาดเลยครับ ผมบอกว่าต้องถอนทั้งหมดที่พูดมาทั้งหมดเลยครับ แล้วเราจะเปึน ฝ์ายค้านที่ดี เราบอกแล้วว่าเดี๋ยวเราตรวจสอบกันนี่ เราใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่เราพอจะมี ตรวจสอบ ท่านอย่ามาทําหน้าที่เปึนฝ์ายค้านเหมือนกับเรา ท่านต้องใจกว้างพอที่จะเปึน ฝ์ายรัฐบาลที่ดี
มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณเกียรติกร เชิญครับ ท่านประเสริฐนั่งลงเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เกียรติกร พากเพียรศิลปี พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดปราจีนบุรีครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงก่อนครับ ยังติดพันอยู่ครับ
เดี๋ยวให้ท่านเกียรติกร และเดี๋ยวผมให้ท่าน
ผมขอประท้วงท่านประธาน ขอให้ท่านประธานทําหน้าที่ในการประชุมด้วยเหตุและผล ด้วยความเปึนกลาง บ้านเมือง ของเรา ความขัดแย้งภายนอกก็มากพอแล้ว อย่าทําความขัดแย้งภายในให้ประชาชน ได้เห็นอีกเลยครับ ขอให้ท่านประธานควบคุมการประชุม เพราะคนทางบ้านทั่วประเทศ ได้มอง ส.ส. เราอยู่ว่าทํางานเพื่อใคร ทําเพื่ออะไร เพราะฉะนั้นให้ทุกคนช่วยกันเถอะครับ บ้านเมืองกําลังเดินต่อไปได้ ขอให้อย่ารื้อฟุ๋นเรื่องอดีตต่าง ๆ นานา ทําเพื่ออนาคต เถอะครับ คนไทยทั่วประเทศรอพวกเราอยู่นะครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ท่านพิษณุประท้วงอะไรอีกแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ประท้วงครับ เพียงแต่ผมขออนุญาตหารือท่านประธานและ หารือที่ประชุมแห่งนี้นิดหนึ่งว่า ขณะนี้เราก็ได้ดําเนินการในเรื่องของกรอบงบประมาณ กลางป้มาระดับหนึ่งแล้ว ผมนั่งฟังอยู่ทั้ง ๒ ฝัืง ต่างคนก็ต่างมีเหตุผลซึ่งกันและกัน แต่วันนี้อยากจะให้ใจเย็น ๆ อยากจะให้ท่านประธานขอพักสัก ๕ นาทีได้ไหมครับ เพื่อเจรจา
- -๖ ๗ / ๑
ท่านประธานครับ ผมยังติดพันอยู่ นะครับท่านประธานครับ
คุณหมอวรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก เมื่อสักครู่มีท่านสมาชิกที่ได้กล่าวพาดพิงถึงพวกเราประชาธิปัตย์ ที่สมาชิกซีกฝ์ายค้านบอกว่า ในอดีตที่ผ่านมาพวกประชาธิปัตย์ก็เปึนฝ์ายค้านก็เคยทํา แบบนี้ ผมอยากจะย้ํานะครับว่า พรรคประชาธิปัตย์เคยมีการเช็กองค์ประชุมเหมือนกัน ครับ แต่ไม่เคยเช็กพร่ําเพรื่อขนาดนี้ครับ ต้องย้ําว่าประชาธิปัตย์ไม่เคยเช็กองค์ประชุมพร่ํา เพรื่อนะครับ ขอให้ท่านประธานดําเนินการนับองค์ประชุมได้เลยนะครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมคิดว่าขณะนี้ทางวิปฝ์ายรัฐบาลเองและวิปฝ์ายค้านก็กําลังติดต่อ ประสานงานกันเพื่อให้การประชุมราบรื่นนะครับ ผมขออนุญาตพักการประชุม ๑๐ นาที นะครับ
พักการประชุมเวลา ๑๙.๐๗ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๙.๑๐ นาฬิกา
ก็มีผู้เสนอขอให้ตรวจสอบองค์ประชุมโดยการขานชื่อ ผมได้พักการประชุมเพื่อให้วิปทั้ง ๒ ฝ์ายได้ไปพูดกันนะครับ อยากทราบว่าทางวิปฝ์ายค้านเปึนอย่างไรครับ ท่านวิทยาครับ ตกลงได้พูดคุยกันแล้วได้ข้อสรุปอะไรไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิทยา บุรณศิริ ขออนุญาตนําเรียนนะครับว่า เมื่อสักครู่นี้ก่อนที่ท่านประธาน จะป่ด หมอวรงค์ก็ยืนยันตามนั้นนะครับ ท่านสมาชิกในซีกของพรรคฝ์ายค้านก็เห็นด้วยว่า ถ้าคุณหมอวรงค์ยืนยันตามนั้นก็ขอให้ดําเนินการต่อไปครับท่านครับ
คุณหมอวรงค์ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมเรียนกับ ท่านประธานสั้น ๆ ๒ ประเด็นครับ คือประเด็นที่ ๑ ในเรื่องขององค์ประชุมพวกเราไม่เกรง กลัวอยู่แล้วครับท่านประธาน อย่างนั้นถ้าจะเกิดความคล่องตัวนะครับ แล้วก็ให้การ ดําเนินการทุกอย่างไปด้วยความรวดเร็ว และพวกเราเองประชาธิปัตย์และพรรคร่วม ทั้งหมด ๕–๖ พรรคนี้ต้องการให้เม็ดเงินงบประมาณทั้งผู้สูงอายุ ทั้ง อสม. เด็กเรียนฟรี ไปสู่ประชาชนเร็วขึ้น ผมยินดีที่จะถอนญัตติเดิมครับ แล้วก็เปึนการนับองค์ประชุมตามที่ ท่านประธานต้องการได้ครับ
ก็เปึนอันว่าท่านนายแพทย์วรงค์ขอถอนเรื่องการนับองค์ประชุมโดยการขานชื่อนะครับ ฉะนั้นผมก็จะขอตรวจสอบองค์ประชุมโดยการเสียบบัตรแสดงตน ดังนั้นขอให้ท่านสมาชิก ทั้งหลายได้เสียบบัตรและกดแสดงตนครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง) มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญท่านสมาชิกเสียบบัตรแล้วกดแสดงตนครับ
ท่านประธานครับ รอสักนิดครับที่ยัง อยู่ด้านนอกอยู่ครับท่านประธาน
เชิญครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมครับ แสดงตน ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุม แล้วนะครับกรุณาเสียบบัตรกดแสดงตนครับ ครบแล้วนะครับ ทุกท่านได้กดแสดงตนแล้ว นะครับ ใครบัตรขัดข้องกรุณายกมือให้เจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจสอบ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ครบแล้วนะครับ ทุกท่านได้กดแสดงตนแล้วนะครับ ใครบัตรขัดข้องกรุณายกมือ ให้เจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจสอบ ขอทราบผลนะครับ มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมทั้งหมด ๒๕๑ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมขอดําเนินการประชุมต่อ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตเมื่อสักครู่ผมกดแล้วมันไม่ขึ้นครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ๒๓๐ ครับ
ท่านพีระพันธุ์ ก็เปึน ๒๕๒ ท่านวัชระครับ
ผม วัชระ เพชรทอง ครับ อยู่ ครับผม
๒๕๓
อภิชาต การิกาญจน์ ครับ
๒๕๔
ผม สมเกียรติ ฉันทวณิช ครับ ๓๔๔ อยู่ครับ
๒๕๕
ผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ ครับ
ครับ ๒๕๖ ก็ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ ๓๑๔ ครับ
ครับ ๒๕๗
ต่อไปผมขออนุญาตดําเนินการประชุมต่อครับ เชิญท่านผู้อภิปรายท่าน ต่อไปนะครับ จากพรรคชาติไทยพัฒนา ท่านภราดร ปริศนานันทกุล นะครับ ไม่จํากัด เวลา เชิญครับ เอา ๑๕ นาทีนะครับ
ท่านประธานครับ ของผม ๑๕ นาทีนะครับ
๑๕ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทย พัฒนาครับ ต้องบอกกับท่านประธานในเบื้องแรกว่าเมื่อเช้านี้ได้มีโอกาสได้ดูข่าว ทางหน้าจอโทรทัศน์ รวมถึงได้มีโอกาสนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ก่อนที่จะมาเข้าร่วมประชุม เมื่อเช้าครับ ได้เห็นข่าวแล้วตกใจครับ เรื่องของคนตกงานทั้งในประเทศและคนตกงาน ต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ประเทศอเมริกา มีคนตกงานถึง ๘๐,๐๐๐ คนหรือ ๙๐,๐๐๐ คน เปึนตัวเลขที่น่าตกใจเหลือเกินครับ ตัวเลขตรงนี้ตอกย้ํา ให้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่าวิกฤติไม่เฉพาะเพียงแต่ในประเทศไทย แต่เปึนวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลก กําลังประสบอยู่ในขณะนี้ ผมเชื่อเหลือเกินว่ารัฐบาลของประเทศไทยจําเปึนที่จะต้อง ดําเนินนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่กําลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ นโยบายหนึ่งที่จะทํา ให้วิกฤติคลี่คลายไปได้ ผมต้องขอแสดงความชื่นชมกับรัฐบาล กับท่านนายกรัฐมนตรี รวมถึงคณะรัฐมนตรีที่ได้ดําเนินนโยบายด้วยการจัดสรรเงินงบประมาณเพิ่มเติมกลางป้ เปึนจํานวนเงิน ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเชื่อว่าเม็ดเงินในส่วนนี้สามารถที่จะนําไปกระตุ้น เศรษฐกิจ สามารถที่จะนําพาเศรษฐกิจของประเทศไทยให้สามารถยืนหยัดต่อสู้กับสภาวะ เศรษฐกิจโลกที่กําลังประสบกับวิกฤติอย่างรุนแรงในขณะนี้ได้ ผมติดใจในนโยบายอยู่ หนึ่งนโยบายครับ เปึนนโยบายในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ติดใจเพราะอย่างนี้ ครับท่านประธาน เนื่องจากว่าภาวะเศรษฐกิจอย่างที่ผมได้กราบเรียนเมื่อสักครู่ เราจําเปึน ครับ ที่จะต้องนําเงินงบประมาณเพื่อที่จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจให้ภาวะเศรษฐกิจนั้น กลับฟุ๋นตัวขึ้นมาในประเทศของเรา ในประเทศไทย การท่องเที่ยวน่าจะเปึนวิถีทางหนึ่งที่ จะกระตุ้นสภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ให้เกิดขึ้นและให้สมบูรณ์แบบได้ แต่ท่านประธานครับ เมื่อผมลองดูตัวเลขในเอกสารที่ได้รับแจกมาในขณะนี้ ผมเห็นตัวเลขของกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา เงินงบประมาณอยู่ที่ ๕๕๐ ล้านบาทครับ มากไปกว่านั้นเมื่อมอง ลงไปในรายละเอียด แต่ละรายละเอียดของโครงการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผมค่อนข้างผิดหวังครับ เพราะโครงการแต่ละโครงการนั้น ผมจะลองอ่านให้ท่านประธาน ฟังครับ โครงการค่ายกีฬานันทนาการ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการฟุตบอล โครงการส่งเสริมกีฬา โครงการเหล่านี้ไม่ใช่ผมไม่ให้ความสําคัญกับโครงการเหล่านี้ แต่ท่านประธานครับ งบ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนงบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เราต้องการ ที่จะนําเม็ดเงินงบประมาณนี้ไปกระตุ้นเศรษฐกิจครับ ส่วนนโยบายที่ผมได้กราบเรียนไป เมื่อสักครู่ ผมคิดว่าถ้าหากว่าเอาไปบรรจุไว้ในงบประมาณประจําป้น่าจะให้ประสิทธิผล ได้มากกว่า ส่วนเม็ดเงินงบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาน่าจะมีมากกว่านี้ เพื่อที่จะให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬ่าได้มีโอกาสนําเม็ดเงินงบประมาณนี้ไปกระตุ้น เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวในด้านอื่น น่าจะมีนโยบายด้านอื่นครับ ผมได้มีโอกาสคุยกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ฯพณฯ ชุมพล ศิลปอาชา ท่านเห็นด้วยกับผม แต่ท่านก็บอกกับผมว่าทําอย่างไรได้ในเมื่อเม็ดเงิน งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีเพียง ๕๕๐ ล้านบาท เชื่อว่าก็ต้องดําเนินการไปอย่างนี้ ผมบอกกับท่านประธานครับ ถ้าเราสามารถที่จะนํา เม็ดเงินงบประมาณลงสู่กระทรวงท่องเที่ยวแล้วนําไปให้ในกลยุทธ์อื่น ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่น ไปรณรงค์เรื่องการชักจูงนักท่องเที่ยวจากต่างชาติให้มาท่องเที่ยวในประเทศไทย การรณรงค์หลากหลายครับ ยกตัวอย่างเช่นการไปทําข้อตกลงกับทางโรงแรม ไปทํา ข้อตกลงกับสายการบินต่าง ๆ เพื่อลดค่าโรงแรมลง ลดค่าเครื่องบินลง สําหรับผู้โดยสารที่ จะเดินทางจากต่างประเทศแล้วมาท่องเที่ยวในเมืองไทย ผมว่านโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ จําเปึนแล้วก็น่าจะสําคัญในการที่จะนําพาไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ผมจึงฝากท่าน ประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬานะ ครับ เรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ เรื่องของนโยบายที่ผมได้กราบเรียนเรื่องรณรงค์ให้ นักท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่สําคัญมากไปกว่านั้นครับท่าน ประธาน การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว นอกจากมีการลดราคาค่าโรงแรม นอกจากมีการลดราคาค่าเครื่องบินเปึนกระตุ้น เปึนการดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้ว ผมคิดว่า การสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว เปึนภารกิจ เปึนพันธกิจที่สําคัญอย่างยิ่ง ของรัฐบาลเช่นกันช่วงขวบป้ที่ผ่านมา ตัวเลขนักท่องเที่ยวลดลงเปึนจํานวนมากครับ ๔๗.๒ เปอร์เซ็นต์ นักท่องเที่ยวหายไป เงินที่เข้าสู่ประเทศหายไปไม่รู้เท่าไรครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นเรื่องการท่องเที่ยวจําเปึนต้องกระตุ้นให้มากกว่านี้ ด้านต่อไป ครับ เปึนเรื่องที่ผมไม่หยิบยกขึ้นมาพูดคงจะไม่ได้ นั่นก็คือเรื่องของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผมต้องบอกครับ นี่เปึนนโยบายของพรรคชาติไทยเดิม เปึนนโยบายของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ยืนยันอยู่โดยตลอดว่าผู้สูงอายุจําเปึนที่จะต้องได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผมสนับสนุน นโยบายในส่วนนี้ แต่ต้องบอกกับท่านประธานครับว่าผู้สูงอายุในขณะนี้มีทั้งสิ้น ๗ ล้านคน แต่เงินงบประมาณที่ลงมาในส่วนนี้เพียง ๙,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๙,๐๐๐ ล้านบาท จะสนับสนุนผู้สูงอายุ ผู้ได้เบี้ยยังชีพ ๓ ล้านคน ในขณะที่ในงบปกติประจําป้ ๒๕๕๒ เราได้งบเอาไว้ ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน เท่ากับมีจํานวนผู้สูงอายุทั้งสิ้น ๔,๘๐๐,๐๐๐ คน ที่กําลังจะได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ส่วนอีกส่วนที่เหลือผมไม่แน่ใจนะครับว่า ผู้สูงอายุ เหล่านี้จําเปึนจะต้องรองบประมาณจากส่วนไหน เหลือประมาณอีก ๒ ล้านกว่าคน ถ้าจะ ทําน่าจะเท่าเทียมกันทั้งหมด ๗ ล้านคน หรือท่านมีเหตุผลในการที่จะจัดงบประมาณ เหลือเพียงแค่ ๔,๘๐๐,๐๐๐ คน ช่วยกรุณาอธิบายด้วยว่าส่วนที่เหลือผู้สูงอายุจะรับเงิน จากช่องทางไหน เรื่องต่อไปเปึนเรื่องของ อสม. เรื่องนี้ผมก็ต้องขอยกมือสนับสนุน ด้วยเหมือนกัน แต่การยกมือสนับสนุนของผมนั้นมีข้อสังเกตให้กับท่านประธาน ๒-๓ ข้อ เดียวกันครับ เรื่องของเงิน อสม. ที่นําเงิน ๖๐๐ บาท ให้กับ อสม. แต่ละคนนั้นเปึนเรื่อง ชอบครับ เปึนการนําเงินงบประมาณลงสู่กระเปิาประชาชนอย่างแท้จริง ให้ประชาชนได้ จับจ่ายใช้สอยอย่างแท้จริง ผมรับได้ครับ แต่ต้องลองดูในเนื้อหาสาระครับท่านประธาน ผมเป่ดดูเนื้อหาสาระหน่วยงานที่รับผิดชอบกลับกลายเปึนของกรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่น อสม. ขึ้นอยู่กับกระทรวงสาธารณสุขครับ ขึ้นอยู่กับสาธารณสุข บัญชีของ อสม. ที่ขึ้นบัญชีเอาไว้จํานวนกี่แสนคน ๘๐๐,๐๐๐-๙๐๐,๐๐๐ คน อยู่ในบัญชีของ กระทรวงสาธารณสุขครับ กระทรวงสาธารณสุขเปึนคนดูแลเรื่องนี้อยู่ ขอบเขตงานก็อยู่ใน กระทรวงสาธารณสุข ผมต้องบอกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถที่จะไปดูแล ในเรื่องของสาธารณสุขได้ ด้วยติดเงื่อนไขของความชํานาญในหน้าที่ของตัวเอง ผมจึงเห็นว่าในส่วนนี้ ถ้าหากว่าเปึนไปได้น่าจะโอนเงินงบประมาณส่วนนี้ไปอยู่ในกํากับ ดูแลของกระทรวงสาธารณสุข แต่อย่างไรก็ดีครับเมื่อเปึนอย่างนี้แล้ว เมื่อให้กรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลแล้ว ผมคิดว่าน่าจะมีการประสานงานกัน ๓ ภาคส่วนครับ ๑. ท้องถิ่น ๒. อสม. คือชุมชน และ ๓. กระทรวงสาธารณสุข ถ้าท่านต้องการที่จะนําเงิน ผ่านช่องทางนี้ ท่านต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๑ ชุด เพื่อดูแลเงินก้อนนี้ร่วมกัน ระหว่างท้องถิ่น สาธารณสุข และ อสม. เพื่อให้งานในหน้าที่ของ อสม. นั้นเดินก้าวต่อไป ได้ ผมเสนออย่างนี้ครับ มากไปกว่านั้น เมื่อก่อนนี้บัญชีรายชื่อของ อสม. นี่ไม่มีปัญหา หรอกครับ แต่วันนี้เมื่อมีการนําเงินไปให้เปึนค่าตอบแทนของ อสม. แต่ละคนขึ้นมานี่ ผมคิดว่าเราอาจจะเริ่มมีปัญหาเกิดขึ้นได้ ท่านต้องเตรียมตัวรองรับปัญหาต่าง ๆ ที่กําลัง จะเกิดขึ้น อย่างเช่น อสม. หลายท่านมีอายุสูงเกินกว่า ๖๐ ป้ขึ้นไป หมายความว่าอะไร ครับ หมายความว่า อสม. ที่มีอายุสูงเกินกว่า ๖๐ ป้ขึ้นไป รับเงินจากรัฐบาล ๒ ช่องทาง จากช่องทางผู้สูงอายุหนึ่ง จากช่องทาง อสม. หนึ่ง เพราะฉะนั้นต้องหามาตรการครับ หามาตรการที่จะปัองกันไม่ให้ผู้สูงอายุและ อสม. รับเงินทั้ง ๒ ช่องทางแบบนี้ เพื่อเปึนการ ประหยัดเงินงบประมาณเอาไปทําอย่างอื่น ผมคิดว่าเราจําเปึนที่จะต้องมีการประเมิน ประเมินผลการรับเข้าและการคัดออกของ อสม. อสม. น่าจะมีหน้าที่ที่ชัดเจนครับ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ว่าจะทําอะไรบ้าง มีหน้าที่ในชุมชนทําอะไรบ้าง และใช้คณะกรรมการชุดที่ผมได้ กราบเรียนนั่นแหละครับเปึนคนประเมินผลว่า อสม. แต่ละท่าน ๆ ได้ดําเนินการตาม แผนงานที่ได้กําหนดวางเอาไว้หรือเปล่า ถ้าทําไม่ตามเปัาหมายที่ได้กําหนดเอาไว้ ต้องคัด ออกครับ เพื่อที่จะเอาคนใหม่เข้ามารับเงินในส่วนนี้ ๒ – ๓ เรื่อง
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธานที่ผมอยากจะกราบเรียนเปึนข้อสังเกต เปึนมาตรการที่เรียกว่า ๕ มาตรการ ๖ เดือน ผมเห็นด้วย แต่ติดใจนิดเดียว ติดใจในเรื่อง ของค่าน้ําประปาที่ใช้ฟรี ที่กําหนดว่าให้ผู้ใช้บริการผู้ใช้น้ําไม่เกิน ๓๐ ลูกบาศก์เมตรต่อ เดือนไม่ต้องจ่ายค่าใช้ ผมเห็นด้วยนะครับ แต่ว่าเมื่อดูถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ หน่วยงาน ที่รับผิดชอบกลับกายเปึนการประปานครหลวง กลับกลายเปึนการประปาส่วนภูมิภาค ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องในต่างจังหวัด พี่น้องหลายท่านที่ใช้น้ําประปา ซึ่งดูแล และบริหารจัดการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้คือปัญหาที่สืบเนื่องสืบโยงมาจาก รัฐบาลที่แล้ว นี่คือปัญหาที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายที่ได้นําเสนอเรื่องนี้ไปสู่ ครม. เรื่องนี้ยังติดอยู่ที่ ครม. แหละครับ ท่านน่าจะพิจารณาอีกส่วนหนึ่งว่าส่วนนี้พี่น้อง ประชาชนที่ใช้น้ําประปาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี้ก็ควรที่จะได้รับการช่วยเหลือ ส่วนนี้ด้วยเช่นกัน ส่วนนี้ผมเชื่อว่าไม่ได้น้อยไปกว่าผู้ที่ใช้ประปานครหลวง หรือผู้ที่อยู่ ในการควบคุมของประปาส่วนภูมิภาค เพราะฉะนั้นจึงฝากประเด็นกับท่านประธานไว้ ๒ – ๓ ประเด็น ขอใช้เวลาของสภาเท่านี้ ส่วนเวลาที่เหลือผมขอโอนถ่ายให้กับเพื่อน สมาชิกจากพรรคชาติไทยพัฒนาต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ
คุณภราดรใช้เวลาไป ๑ นาทีกว่า ๆ นะครับ ต่อไปเชิญท่านร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบ สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จะมีทางใดบ้างที่จะส่งสัญญาณให้ คณะรัฐมนตรีได้กรุณามานั่งในห้องประชุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เท่าที่เห็นในขณะนี้มีรัฐมนตรีเพียง ๕ ท่านที่นั่งอยู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านวีระ ท่านรัฐมนตรีชาญชัย กระทรวง อุตสาหกรรม ท่านรัฐมนตรีกรณ์จากกระทรวงการคลัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ อลงกรณ์ ๓๕ ท่าน รวมท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งรู้กันว่าไปงานพระราชทานรางวัลมหิดล แต่คณะรัฐมนตรีตามที่มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อวันที่ ๒๐ มีจํานวน ๓๕ ท่าน อยู่ในห้องประชุมเพียง ๕ ก็เท่ากับ ๑ ใน ๗ ก็ขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่ยังอยู่ในบริเวณสภา หากไม่ติด อะไรที่จําเปึนเกินไปนักก็ขอเชื้อเชิญ ขอจูงมืออันสูงเกียรติของท่านเข้ามานั่งอยู่ในที่ที่จัด ไว้ ย้ําอีกครั้งว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประธานครับ ผมได้พิจารณาพระราชญัตติงบประมาณแผ่นดินที่รัฐบาลได้เสนอเข้ามาเปึนการเสนอ เพิ่มเติมเปึนงบประมาณกลางป้ ซึ่งมีจํานวนทั้งสิ้น ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ก็เปึนที่รู้กันว่า รัฐบาลนี้เปึนรัฐบาลผสม เกิดขึ้นจากพรรคการเมืองหลายพรรคที่ร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อที่จะพาชาติบ้านเมืองก้าวเดินต่อไป นอกเหนือจากพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเปึนแกนนํา ในการจัดตั้งรัฐบาล แล้วก็มีพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม เปึนเรื่องประหลาดตรงที่ว่าเงินจํานวน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลกําลังขออนุมัติจากสภาเพื่อไปใช้จ่ายนั้นถูกจัดสรรอย่างที่ หลาย ๆ คนบ่นกับผมด้วยความน้อยเนื้อต่ําใจ อย่างสมาชิกที่เพิ่งอภิปรายจบไปเมื่อสักครู่ เองก็บอกเขามีความรู้สึกว่าค่อนข้างจะผิดหวัง ท่านประธานครับ ตอนจัดตั้งรัฐบาล ประกาศ ครม. ออกมา พรรคภูมิใจไทยได้ดูแลกระทรวงที่ถือกันว่าเปึนเกรดเอ ไม่ว่าจะ เปึนกระทรวงคมนาคม ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ยังมีกระทรวงอื่นอีก ซึ่งสังคมเขาชื่นชมว่าพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเปึนแกนนํานั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าน รองนายกรัฐมนตรีสุเทพ สุภาพบุรุษและคําไหนคํานั้นเลย ไม่มีเปลี่ยนแปลง เมื่อสักครู่นี้ ผมกราบเรียนท่านประธานไปว่า มีกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม ๔ กระทรวงหลัก สังคมจับตามองว่าพรรคประชาธิปัตย์นี่ ใจกว้าง และจับตามองพรรคภูมิใจไทยว่าจะต้องเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่พองบประมาณออกมาแล้ว หลายคนเขาร้องบอก โอ้โธ่ พ่อเจ้าพระคุณเอ้ย ทีนี้ก็ไปนั่ง แทะกระดูกกันอีกท่านประธาน งบประมาณของพรรคภูมิใจไทย ๔ กระทรวงรวมกันแล้ว เปึนเงิน ๑๕,๓๖๙,๔๙๑,๔๐๐ บาท คิดเปึนร้อยละ ๑๓.๑๘ ของงบประมาณทั้งหมด ขณะเดียวกันพรรคชาติไทยพัฒนาซึ่งดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูแลกระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับการจัดสรรงบประมาณรวมกัน ๒,๕๕๐ ล้านบาท คิดเปึนร้อยละ ๓ สําหรับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาผมถือว่าสําคัญสุดยอดอย่างที่สมาชิกที่อภิปราย ก่อนหน้าผม ท่านประธานคงจําได้ว่าเหตุการณ์กลุ่มพันธมิตรที่ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมืองนั้น นักท่องเที่ยวต่างชาติตกค้างอยู่ในบ้านเรา ๓๕๐,๐๐๐ คน นี่ ผมไม่ได้ปัุนตัวเลขออกมา ท่านประธานครับ มันมาจากสื่อต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งอังกฤษ เทเลกราฟ (Telegraph) เมื่อวานซืนนี้ผมก็เคยเอาออกมาให้ที่ประชุมนี้ดู ครั้งหนึ่งในที่ประชุมรัฐสภานี่ครับ ไม่อ่านแล้วภาษาอังกฤษ เล่นแปลไปเลยดีกว่าท่าน ประธาน ทั้งนี้เทเลกราฟระบุว่า เหตุการณ์ยึดสนามบินสุวรรณภูมิได้ส่งผลให้นักท่องเที่ยว ต่างชาติกว่า ๓๕๐,๐๐๐ คน ต้องติดอยู่ในเมืองไทย ทําลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน อย่างรุนแรง และประเมินว่าธุรกิจท่องเที่ยวจะทําให้คนตกงานกว่า ๑ ล้านคน ข่าวยัง รายงานต่อไปว่าอย่างไรก็ตามการที่นายกษิตเปึนผู้สนับสนุนคนสําคัญของพันธมิตร ไม่ได้ ส่งผลดีต่อการฟุ๋นฟูภาพลักษณ์ของเมืองไทยต่อนานาชาติ ซึ่งเปึนหน้าที่ของนายกษิตในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธาน ครับ เมื่อวานนี้ผมบังเอิญมีประชุมที่ห้องงบประมาณ ก็เลยไม่มีโอกาสฟังคําชี้แจงของคุณ กษิต ซึ่งเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่สมาชิกทุกคนที่ขึ้นอภิปรายจะมี ความรู้สึกข้องใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ท่านประธานครับ ผมชื่นชมการทํางานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ๓๕๐,๐๐๐ กว่าคน ที่เปึนนักท่องเที่ยวแล้วก็มาติดค้างอยู่ในบ้านเรานั้น บางคนเขาเตรียมเงินมาเพียง เพื่อจะเที่ยว ๑ สัปดาห์ หรือ ๑๐ วันที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาเงินหมดการท่องเที่ยวก็ไปเจรจา สมาคมโรงแรมนี่ต้องระบุไว้อีก เช่นกันเปึนองค์กรภาคเอกชนคือสมาคมโรงแรม ผู้ประกอบการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมตัวกันหยิบยื่นความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่นักท่องเที่ยวอย่าง น่าสรรเสริญ ค่าห้องปกติคืนละ๓,๐๐๐ บาท ก็ลดเหลือ ๑,๕๐๐ บาท บางแห่งลดเหลือ ๑,๐๐๐ บาท โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้าไปเจรจา แล้วก็เอานักท่องเที่ยวที่ ตกค้างเหล่านี้อยู่ตามสนามบินไม่ว่าจะเปึนสุวรรณภูมิ หรือดอนเมืองไปพัก อย่างน้อย ที่สุดก็เปึนการเยียวยาให้เขาคลายความอึดอัดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และย้อนหลังไป ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่มีเหตุการณ์วิกฤติทางการเมือง หรือเหตุการณ์วุ่นวายในบ้านเรา การท่องเที่ยวเปึนอุตสาหกรรมที่ทําเงินเข้าประเทศมากที่สุด สมัยก่อนพวกเราเรียน หนังสือวิชาประวัติศาสตร์นั้นบอกว่า รายได้เข้าประเทศเกิดจากการส่งออกไม้สัก ยางพารา ข้าว เดี๋ยวนี้สินค้าส่งออกของเราจะทําเงินไม่มากนัก แต่ธุรกิจท่องเที่ยวนี่กลับ ทํารายได้เข้าประเทศจํานวนมหาศาล นอกเหนือจากเงินตราต่างประเทศที่เข้ามาจํานวน มหาศาล แล้วยังเปึนการสร้างงานให้แก่พี่น้องคนไทยของเรา ในต่างจังหวัดเกือบทุก ภูมิภาคของประเทศ โรงแรมต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยว รัฐบาลชุดแล้วชุดเล่า ไม่ว่าจะเปึนประชาธิปัตย์หรือความหวังใหม่ หรือไทยรักไทย ต่างประชาสัมพันธ์เชิญชวนคนต่างชาติให้เข้ามาเที่ยวบ้านเรา ทุกคนที่เข้ามาเที่ยวบ้าน เราเขาก็เอาเงินมาใช้จ่ายในบ้านเรา นั่นหมายความว่ารายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่มันมาสะดุด สะดุดเหตุการณ์ยึดสนามบิน แล้วก็ได้รับการเยียวยาจากการบริหาร ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผมคาดนะครับว่า งบกลางป้ครั้งนี้การท่องเที่ยวจะต้อง ได้รับการสนับสนุน กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาจะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มกําลัง อนิจจาได้เพียงแค่ ๕๐๐ กว่าล้านบาท แล้วจะไปทํารายได้ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้าน บาทได้อย่างไร ท่านประธานครับ หันไปดูเพื่อนร่วมรัฐบาลอีกพรรคหนึ่งก็คือพรรคกิจ สังคม ได้เขามากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เข้ามา ๗๖๐ ล้านบาท คิดเปึนร้อยละ ๐.๖๕ ของงบประมาณที่กําลังขออนุมัติจากสภา ส่วนพี่ใหญ่แกนกลางของ รัฐบาลคือพรรคประชาธิปัตย์ฟาดเข้าไปท่านประธานครับ ๗๘,๕๕๖,๐๓๒,๓๐๐ บาท คิดเปึนสัดส่วนร้อยละ ๖๗.๕๙ ฉะนั้นถ้าจะไปรวมเงินคงคลังที่จะไปเงินคงคลังใช้คืนเงิน คงคลังอีก ๑๙,๑๓๙,๔๗๐,๓๐๐ บาท หรือคิดเปึนร้อยละ ๑๖.๔๐ รวมเบ็ดเสร็จพี่ใหญ่ ซึ่งเปึนแกนกลางดูแลทั้งหมด๙๗,๖๙๕,๕๐๘,๖๐๐ บาท คิดเปึนสัดส่วนร้อยละ ๘๓.๙๙ ส.ส.ที่เปึนพรรคร่วมรัฐบาลหลาย ๆ คนไปนั่งปรารภกับผม บอกพี่เชาวรินเขาเล่นอะไรกัน ผมก็บอกมันก็เปึนเช่นนั้นแหละ บางคนก็บ่นน้อยเนื้อต่ําใจนะครับเข้ามาร่วมรัฐบาลแล้ว จัดสรรให้แค่นี้ เท่านั้นยังไม่เจ็บใจเท่ากับเวลาอภิปรายได้คนละ ๔ นาที ๕ นาที ผมก็เลย บอก มึงเคยดูโปงลางสะออนไหม เขาถามบอก โปงลางสะออนเปึนอย่างไร ผมบอก โสน้าน่า โสน้าน่า อยากเปึนรัฐบาลนัก ท่านประธานครับ ผมว่าบรรยากาศอย่างนี้ เอาละตอนนี้มันเปึนงบประมาณกลางป้แล้ว เข้ามาในระยะเวลาฉุกละหุก ก็ผ่าน ๆ กันไปเถอะ พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลายต้องทําใจ แต่งบประมาณป้ ๒๕๕๓ ที่จะจัดในลําดับต่อไปนั้นก็ฝากไว้ ฝากท่านประธานผ่านไปทาง สายลม แสงแดด ให้ดู ๆ กันหน่อยอย่าให้เพื่อนน้อยใจ อย่าให้เพื่อนแคะกระดูก เดี๋ยวมัน จะพังเอา ผมยืนยันอีกครั้งว่าไม่อยากให้มันพัง อยากจะให้ประคองกันไปอยู่ตลอดรอดฝัืง อยู่กันจากนี้เลือกตั้ง ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ ถ้าอยู่กันเต็มสตีมก็อยู่ได้ถึงธันวาคม ๒๕๕๔ อย่างน้อยเราก็จะได้เฉลิมฉลองวโรกาสสําคัญคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญ พระชนมายุ ๘๔ พรรษา หรือ ๗ รอบ พวกเราจะได้เข้าเฝัาฯ ถวายความจงรักภักดีอย่าง ใกล้ชิด ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสมาชิกรัฐสภาแล้วแต่จะเรียก แต่ที่ แน่ ๆ คือพวกเราเปึนผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งจะได้มีโอกาสอยู่ในงานสําคัญ อย่างนั้นก็จะเปึนสิริมงคลแก่ชีวิต นี่เปึนเรื่องที่ ๑ ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไว้
ท่านประธานครับ เมื่อดูรายละเอียดงบประมาณแล้ว ที่จําแนกไป ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธาน กราบเรียนถึงคําแถลงในข้อที่ ๔ นโยบาย งบประมาณในการจัดทํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ รัฐบาลได้กําหนดนโยบายเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจที่กําลังประสบปัญหาเปึนการเร่งด่วน โดยจัดทําแผนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ โดยมีนโยบายที่จะดําเนินโครงการสําคัญดังนี้
(๑) โครงการการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและบุคลากรภาครัฐ ความละเอียดบอกว่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤติเศรษฐกิจที่มีต่อประชาชน ที่อยู่ในระบบประกันสังคมและบุคลากรภาครัฐที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน ประกอบด้วยผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ข้าราชการ ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่อื่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล ผมขอถามไว้ตรงนี้เลย ถามท่าน ประธานฝากไปยังฝ์ายรัฐบาล ซึ่งอาจจะเปึนท่านนายกรัฐมนตรี หรือจะเปึน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะตอบชี้แจงก็ได้ สารวัตรกํานันผมหายไปไหนครับ สารวัตรกํานันก็เปึน ๑ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลักษณะปกครองท้องที่ ตําบลหนึ่ง ก็มีสารวัตรกํานัน ๒ คน ประเทศไทยเรา ๗๕ จังหวัด รวมกรุงเทพด้วยก็เปึน ๗๖ จังหวัด ใน ๗๕ จังหวัดนี่สําหรับต่างจังหวัดมี ๘๖๗ อําเภอ ถ้าบวกกรุงเทพอีก ๕๐ เขต ก็เปึน ๙๒๖ อําเภอหรือเขต ในจํานวนนี้จําแนกเปึนตําบลต่าง ๆ ก็ประมาณนะครับ ๗,๒๕๐ ตําบล ๗,๒๕๐ ตําบล สารวัตรกํานันของผมตําบลละ ๒ คน ก็ ๑๔,๕๐๐ คน ให้ หมดกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล แต่ไม่ให้สารวัตรกํานัน ถ้าไม่แก้ตรงนี้ ผมจะทําหนังสือเวียนถึงสารวัตรกํานันทั่วประเทศ ฟัองรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเปึนจําเลยต่อศาลอาญาหรือศาลจังหวัดทั่วประเทศ ปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ ให้กํานัน ให้ผู้ใหญ่บ้าน ให้แพทย์ประจําตําบล ให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แต่สารวัตร กํานันไม่ให้ ต้องฟัอง แล้วท่านไม่มีเวลาทํางาน ขึ้นศาล ๗๕ จังหวัด ท่านก็เจ๊งแล้ว ไปแก้เสีย
นอกจากนั้นยังมีอาสาสมัครทหารพราน อ้าว แล้ว อปพร. อาสาสมัคร ปัองกันภัยฝ์ายพลเรือนล่ะ ทําไมไม่มองหาเขาบ้างล่ะ ที่เครื่องหมายเหลือง ๆ เปึนนิ้ว ๓ นิ้วนี่ มีอยู่ทุกอําเภอ มีหมด อปพร. นี่เวลาราชการมีงานการอะไรก็อาศัย อปพร. ไปช่วย ดูแลอํานวยความสะดวก ไปช่วยรักษาความปลอดภัย มีภัยพิบัติมา อปพร. ก็ออกช่วย เจ้าหน้าที่เหล่านี้ อาสาสมัครเหล่านี้ ก็ควรที่จะได้รับการเยียวยาด้วย ได้รับการเอาใจใส่ ด้วย ถัดไปก็บอกมีข้าราชการบํานาญ อันนี้ถูกใจผม เพราะผมเปึนข้าราชการบํานาญ ดูให้มัน สมน้ําสมเนื้อหน่อย ผมบํานาญเดือนละ ๕,๓๐๐ บาท เวลายุบสภาที ปฏิวัติที เจ็บปวด ท่านประธาน เพราะฉะนั้นดูด้วย ชายชราอายุ ๖๐ กว่าป้ เปึนข้าราชการบํานาญเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท คิดดูสิ นี่ดีนะ นายกรัฐมนตรีทักษิณขึ้นเงินเดือน ๒ ครั้ง ก่อนนายกรัฐมนตรี ทักษิณผมได้แค่ ๒,๐๐๐ บาท ท่านประธาน ไม่อยากจะพูด พูดทีไรช้ําใจทุกที พอยุบสภา ที ปฏิวัติที ผมต้องย้ายจากชาวบ้านไปเปึนชาวเกาะ คือเกาะเมียกิน เพราะตั้งแต่เปึน ส.ส. มาไม่เคยทําธุรกิจ ไม่เคยทําการค้า พอได้รับเลือกตั้งเปึน ส.ส. ส.ว. ก็ยังมีเงินเดือน ก็คือ มนุษย์เงินเดือน ท่านประธานครับ ยังมีอีก ครูโรงเรียนเอกชนเยอะแยะไปที่เงินเดือนไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท ทั่วทั้งประเทศโรงเรียนเอกชน ซึ่งเขามาช่วยเหลือจัดการศึกษา แบ่งเบา ภาระของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเปึนหน่วยงานของรัฐ ครูเอกชนก็ควรที่จะได้รับการ เหลียวแล และครูสอนศาสนาในโรงเรียนปอเนาะ ในโรงเรียนต่าง ๆ ตาดีกา ที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลก็ต้องหยิบยื่นความช่วยเหลือไปให้เขา บ้าง ที่ไปประชาสัมพันธ์ว่า ๒,๐๐๐ บาท ให้เฉพาะผู้ประกันตน กับพวกข้าราชการที่ เงินเดือนไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท และพวกครูปอเนาะ ครูโรงเรียนเอกชน ครูโรงเรียนตาดีกา อย่าลืมเขาครับ
อีกส่วนหนึ่ง ในสังคมที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง คือพระสังฆาธิการ ไม่ใช่พระสันติอโศกนะ พระสันติอโศกคือพวกนอกรีตไม่ต้องไปให้ พวกนั้นไม่ได้อยู่ภายใต้ การปกครองของมหาเถระสมาคม ไม่ได้อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของมหาเถระสมาคม และไม่ยอมรับการปกครองของคณะสงฆ์ คือไม่ยอมรับนับถือพระราชบัญญัติสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ สันติอโศก นักบวชพวกนั้นนอกรีต ไม่เคยปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัย พวกนั้นไม่ต้องไปให้มัน นอกเหนือจากไม่ให้แล้ว ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเข้ามาพอดี ใช่หรือเปล่า ใช่ท่านถาวรไหม ใช่ ท่านไปดูที พวกสันติอโศกจดทะเบียนมูลนิธิกองทัพธรรม ปกติมูลนิธิ กระทรวงมหาดไทย กําหนดไว้เปึนระเบียบเลยว่า มูลนิธิห้ามเกี่ยวข้องกับการเมือง ที่ผ่านมามูลนิธิ กองทัพธรรมเปึนอย่างไร ถ้าไม่มีสันติอโศก ไม่มีมูลนิธิกองทัพธรรม พวกพันธมิตรที่ว่าแน่ ๆ อยู่ได้สักกี่วัน แต่ถ้ามันอยู่ตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ยึดถนนราชดําเนินโดยตั้งเวที ประชาสัมพันธ์ที่สะพานมัฆวาน แล้วต่อมาวันที่ ๒๙ สิงหาคม ยึดทําเนียบรัฐบาล ต่อมาไปยึดสุวรรณภูมิ วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน กําลังหลักที่ตรึงอยู่ก็คือส่วนหนึ่งของสันติ อโศก พวกนี้คือสมาชิกของมูลนิธิกองทัพธรรม ผิดกฎหมายครับ เพราะมูลนิธิทุกแห่ง ต้องระบุว่ามูลนิธินี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ที่ผมรู้เพราะผมจบนิติศาสตร์ แล้วก็เปึน ประธานมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ ได้มีโอกาสรู้ว่าระเบียบของกระทรวงมหาดไทยที่วาง ไว้สําหรับมูลนิธินั้นกําหนดกฎเกณฑ์ไว้อย่างไร ตรงนี้เปึนปัญหาคาใจเหลือเกิน รถที่มา กีดขวางการจราจรบนถนนราชดําเนินก็ดี เคลื่อนขบวนแบบดาวกระจายไปยึดตรงโน้น ตรงนี้ ไม่ว่าจะเปึนกรมประชาสัมพันธ์ สถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที (NBT) หรือแม้แต่สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ ก็จะปรากฏว่ามีรถของกองทัพธรรมมูลนิธินี่นําหน้าไปเรียกว่ามีเอี่ยว ทุกที่ที่สร้างความเดือดร้อน สร้างความฉิบหายให้แก่บ้านเมือง กองทัพธรรมมูลนิธินี่แหละ เข้าไปเอี่ยวหมดทุกที่เลย ตรงนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านถาวร เสนเนียม ต้องไปดูหน่อย ถ้ามันผิดกฎหมายก็ต้องดําเนินการกันตามนโยบายของรัฐบาล ว่าต้องการปกครองแบบนิติรัฐ ใช้กฎหมายเปึนหลักในการปกครองบ้านเมือง ฝากท่านไว้ ท่านประธานครับ สิ่งใดดีก็ต้องชื่นชม สิ่งใดที่ไม่ถูกต้องก็ต้องทักท้วงกัน ในหน้า ๙ ท่านประธานครับ เล่มนี้นะครับ เล่มที่หน้าปกเปึนตัวหนังสือสีน้ําเงิน หน้า ๙ ข้อ ๔.๕ (๑) บอกว่า คือแบ่งเปึน ๑ ยุทธศาสตร์ กับ ๑ รายการ ท่านประธานครับ ยุทธศาสตร์การฟุ๋นฟูและสร้างความเชื่อมั่น เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติด้าน เศรษฐกิจและสังคมในระยะเร่งด่วน จํานวนนะครับท่านประธานฟังให้ดีนะครับ ๙๔,๓๗๐.๑ ล้านบาท นี่เปึนยุทธศาสตร์ หน้าถัดไปเขาบอกว่ารายการค่าดําเนินการ ภาครัฐ นี่ข้อ ๒ นะครับ อยู่เกือบสุดท้ายของหน้า ๑๐ รายการค่าดําเนินการภาครัฐจํานวน ๒๓,๒๒๙.๙ ล้านบาท ท่านประธานลองเอายุทธศาสตร์กับอ้ายรายการที่ ๒ มาบวกครับ ท่านประธานลองบวกสิครับมันจะได้ตัวเลข ๑๑๗,๖๐๐ ล้านบาท แล้วรัฐบาลเสนอมา ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท นั่นบวกกัน ๒ รายการ ยุทธศาสตร์กับค่าดําเนินการเปึน ๑๑๗,๖๐๐ ล้านบาท แล้วเอา ๙๐๐ ล้านบาท โผล่มาจากไหนมันมีส่วนต่างอยู่ ๙๐๐ ล้านบาท เอามาจากไหน ท่านกรณ์รีบพลิกดูโดยพลันอย่าช้า หน้า ๙ กับ หน้า ๑๐ รวมกันแล้วตัวเลขมันกว่าที่ขออนุมัติจากสภา มีผิดพลาดตรงไหน บกพร่องตรงไหน ช่วยแก้ไขด้วย เพราะขออนุมัติสภามา ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท แต่งานที่ท่านเสนอมาใน เอกสารนี้ผมไม่ได้เขียนเองรวมกันแล้ว ๑๑๗,๖๐๐ ล้านบาท มันงอกมา ๙๐๐ ล้านบาท ไปตรวจสอบครับ ท่านประธานครับ หลาย ๆ คนพูดถึง สื่อก็รายงาน ท่านวิฑูรย์เข้ามา หรือยัง คิวท่านแล้วนะ ที่ฉบับเล็กท่านประธานจะขยายใหญ่ขนาดปัายที่ท่านวิฑูรย์ไปติด เก่งจริง ๆ ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศไทยติดปัายได้หมด เชิญชวนครอบครัวสุขสันต์พร้อมกัน ป้ใหม่ วิฑูรย์ นามบุตร สวัสดีป้ใหม่ ผมอยากรู้ว่านี่เงินส่วนตัวหรือเงินของกระทรวงพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อันนี้ สตง. ก็เคยชี้ว่าผิดนะเอาเงินหลวงไปทําปัาย โฆษณาประชาสัมพันธ์ตัวเองนี้ ถ้าติดรูปท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ สิ อันนี้ติดรูป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ไปทั่วบ้านทั่วเมือง อย่างนี้ สตง. ก็เคยทักท้วงแล้วว่ามันไม่ถูกต้อง เอาเงินหลวงไปประชาสัมพันธ์ตัวเอง ท่านประธานครับ ผมจดจําบทเพลงความฝันอันสูงสุด ท่านคงเคยได้ยิน ผมจะยกมา ประโยคเดียว จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด แล้วก็มีจะรักชาติยิ่งชีวิตเปึนผุยผง เพลงนี้มันเปึน เพลงที่สอนคน สอนคนในชาติ สมัยที่เรามีสงครามเย็นคุกคามลูกเสือชาวบ้านจะต้องร้อง เพลงความฝันอันสูงสุดเปึนทุกคน แล้วผมก็เลยติดเปึนนิสัยว่าจะแน่วแน่แก้ไข ในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเปึนผุยผง เมื่อไปเห็นปัายนี้แล้วก็เกิดความป่ติยินดีว่าท่านมี บารมีเหลือเกิน ในจังหวัดอุบลราชธานี ส.ส. มีตั้ง ๑๐ กว่าคน แม้แต่พี่สุทัศน์ เงินหมื่นของ ผมก็แปัก แม้แต่ประธานกรรมาธิการของผม คือท่านอิสสระอยู่ไหนครับ ก็แปัก แล้วท่าน วิฑูรย์ว่ากันไปแล้วก็รุ่นน้องได้ดิบได้ดีเปึนรัฐมนตรีกว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ก็ชื่นชมอยากจะไปแสดงมุทิตาจิตกับท่าน แต่ยังไม่มีโอกาส ท่านประธานครับ ด้วยจิตวิญญาณของคนเคยเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการมันก็ติดนิสัยเปึนครูนิด ๆ พอติดนิสัยเปึนครูนิด ๆ บวกกับการเคย เปึนลูกเสือชาวบ้านที่ถูกอบรมสั่งสอนมาว่า จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิต เปึนผุยผง มันก็ไม่เห็นสิ่งผิดปกติ ก็เลยอดไม่ได้ท่านประธานครับ นี่ท่านแต่งเครื่องแบบ เต็มยศติดเครื่องเหรียญตราสวยครับ สวย พอไปดูอีกที อ้าว ท่านวิฑูรย์ นามบุตร เกิดที่ ตําบลเขื่องใน อําเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๐๒ บิดาชื่อ นายรา มารดาชื่อนางพิมพา นี่ลูกตารานะ ท่านประธานครับ ท่านติดเหรียญนี่ เหรียญนี่เขาเรียกว่าเหรียญอิสริยาภรณ์ ที่พระราชทานให้เปึนเหรียญที่ระลึก ไม่ใช่เหรียญฝาเบียร์ ท่านประธาน มีกฎหมายกํากับ พระราชบัญญัติเหรียญงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ พ.ศ. ๒๔๙๙ ประกาศ ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๗๔ ตอน ๘ ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ มกราคม ๒๕๐๐ ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๐ เปึนป้ที่ ๑๒ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่พุทธศาสนาได้เจริญรุ่งเรืองมาจนถึง ๒๕ ศตวรรษ เปึนการสมควรให้มีเหรียญขึ้นไว้ เพื่อเปึนที่ระลึก เปึนกฎหมายนะครับ เหรียญทุกเหรียญมีกฎหมายกํากับ ในมาตรา ๔ ท่านประธานครับ มาตรา ๔ ของพระราชบัญญัติ บุคคลซึ่งมีชีวิตอยู่ในวันฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ ให้มีสิทธิประดับเหรียญนี้ได้ตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๐๐ เปึนต้นไป ท่านรัฐมนตรี วิทูรย์ท่านเกิดวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๐๒ นั่นหมายความว่าวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ กฎหมายฉบับนี้ เหรียญอันนี้ เหรียญ ๒๕ พุทธศตวรรษประกาศใช้นี่ ท่านยังเปึนวุ้นอยู่ ท่านติดไม่ได้ครับ ท่านติดอยู่นี่ผิดกฎหมายครับ เพราะฉะนั้นท่านรีบสั่งการไปเลย ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เก็บปัายเหล่านี้ด่วน อย่าประจานต่อไป เพราะว่ามันเปึนเรื่องความ เสียหายนของสถาบันผู้แทนราษฎร เวลาใครที่แต่งตัวไม่ถูกต้อง แต่งเครื่องแบบไม่ถูกต้อง แล้วทหาร ตํารวจ ประชาชน เขาพบเห็นเขามาบ่นกับผม ผมอายครับท่านประธาน ผมอาย ผมยืนยันว่าผมเปึนคนรักเครื่องแบบเปึนชีวิตจิตใจ แล้วก็ไม่ได้เพียงแต่ท่านรัฐมนตรีวิทูรย์ คนเดียวนะครับ อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลย ด้วยความเคารพนะครับ ยืนยันนะครับ อย่างท่านอภิสิทธิ์ผมบอกแล้วว่าอย่างไรผมก็เคารพนับถือท่านละ นี่เช่นกันครับ ท่านอภิสิทธิ์ ติด ๒๕ พุทธศตวรรษติดเสด็จนิวัติ พ.ศ. ๒๕๐๓ นี่ก็ผิดอีกครับ มันไม่มีโทษไม่มีทัณฑ์ หรอก ท่านประธาน แต่พวกเราเปึนนักการเมือง เปึนผู้นําของประชาชน เปึนตัวแทนของ ประชาชนจําเปึนเหลือเกินครับ ท่านประธานครับ ที่จะต้องเปึนแบบอย่างให้แก่คนทั้ง ประเทศ ไปแก้ไขเสีย ไม่ได้ตั้งใจที่จะมาทําให้เสียหายนะครับ แต่วิญญาณครูมันสิงสถิตย์ เห็นอะไรที่มันไม่ถูกต้องอดไม่ได้หรอกที่จะทักท้วงเพื่อนําไปสู่การแก้ไข นี่แหละครับที่อยู่ ในบทเพลงความฝันอันสูงสุดที่บอกว่า จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักษาชาติจนชีวิตเปึนผุยผง ท่านประธานครับ ผมขอใช้โอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี ทุกท่าน ขอส่งความปรารถนาดีให้แก่รัฐมนตรีทุกคน ทุกท่าน ขอให้ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ ของท่านไปให้บังเกิดความสําเร็จ ในขณะเดียวกันสิ่งใดที่ไม่ถูกต้องก็ต้องระมัดระวัง อย่างโคลงโลกนิต โคลงโลกนิตท่านประธานคงรู้จักใช่ไหมครับ ท่านประธานคงจะได้ยิน บทนี้ ปลาร้าพันห่อด้วยใบคา ใบก็เหม็นคาวปลาคละคลุ้ง คือคนหมู่ไปหาคบเพื่อน พาลนา ได้แต่ร้าย ร้ายฟุังเฟ๋ืองให้เสียพงศ์ มีครูภาษไทยเขาแต่งมาให้ผมบอก นี่เชาวริน เอาบทนี้ไปแทน ฟังดูแล้วมันก็ไพเราะ ปลาร้าบรรจุใส่ในกระปิอง ไปแจกคนแจกหมอง หมองเศร้า ชาวบ้านน้ําตานองปลาเน่าเหม็นเฮย งบประมาณถูกทึ้งดึงเข้ากระเปิาใคร ขอบคุณครับ
ท่านเชาวรินใช้เวลาไป ๓๐ นาทีกว่า ๆ นะครับ ก็ขอให้ฝ์ายค้านได้กรุณาบริหารเวลาด้วย ต่อไปคุณทัศนียา รัตนเศรษฐ ครับ
ท่านประธานครับ
คุณภราดรพาดพิงหรือครับ
ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง ท่านสมาชิกอาวุโสเมื่อสักครู่ได้พาดพิงถึงพรรคผมครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทย พัฒนา ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงที่เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกที่ผมให้ความเคารพท่าน ผมเรียกท่านว่า คุณลุงทุกคํา ท่านกรุณาพาดพิงมาถึงการอภิปรายของผมเมื่อสักครู่ ที่ผมได้อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผมได้หยิบยก การจัดสรรเงินงบประมาณให้กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ๕๕๐ ล้านบาท ท่านได้ กรุณาพูดถึงเรื่องนี้ แต่ผมต้องบอกกับท่านประธานครับว่า ที่ผมได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ใช่เพราะว่าพรรคชาติไทยพัฒนาดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงหยิบยกเรื่องนี้ ขึ้นมาพิจารณา จึงหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ไม่ใช่เพราะได้รับการแบ่งสรรผลประโยชน์ น้อยนิด จึงหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด สิ่งที่ผมหยิบยกขึ้นมาเพียงแต่จะแสดงให้เห็นเท่านั้น ครับว่า ถ้าหากว่ามีการจัดสรรลงไปในกระทรวงท่องเที่ยวในด้านการประชาสัมพันธ์ ในด้านการรณรงค์ หรือในด้านการลดราคาของธุรกิจห้างร้าน ธุรกิจโรงแรมก็จะเปึนการดี มากกว่านี้ ผมไม่ได้บอกว่าผมไม่พอใจ นโยบายที่รัฐบาลได้นําเสนอออกมาด้วยเงิน งบประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมยืนยันว่าพรรคชาติไทยพัฒนาเห็นด้วยทุกมาตรการ ผมจึงถือโอกาสตรงนี้กราบเรียนกับท่านประธานส่งผ่านไปถึงท่านสมาชิกผู้มีอาวุโสว่า พวกผมไม่ได้แทะกระดูกครับ พวกผมไม่ใช่สุนัขครับ ที่จะไปแทะกระดูกของใคร ขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน พาดพิงหรือครับ
ครับผม
ขอสั้น ๆ นะครับ
ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมเพียงแต่ว่าผมเห็นหลานเขาพูดประโยคหนึ่งบอกว่า เห็นตัวเลขที่จัดให้งบของกระทรวง ท่องเที่ยวและกีฬาแล้วรู้สึกผิดหวัง แล้วผมก็เลยเอามาผนวกรวม ๆ กันไป แต่อ้ายที่ว่า ไม่ใช่หมาแทะกระดูกอะไรนั่น อ้ายนั่นเปึนการแดกดัน แต่ไม่เปึนไรหรอกหลานภราดร เพราะเตี่ยบอกเฮียเว้งเจอที่ไหนนั่น ๆ หน่อย ก็ไม่เปึนไรหรอก อ้ายที่ตั้งใจพูดนี่ก็เพื่อเป่ด โอกาสให้หลานได้พูดต่ออย่างไรล่ะ นี่คือวิธีการทางการเมือง
คุณภราดรคงไม่มีอะไรแล้วกระมังครับ
ไม่มีครับ ผมเพียงแต่จะกราบ ขอบพระคุณ คุณลุงเชาวรินครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญคุณทัศนียา รัตนเศรษฐ ๕ นาทีนะครับ
๑๐ นาทีค่ะท่านประธาน เพราะว่าท่านสมชายให้อีก ๕ นาทีค่ะ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ทัศนียา รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ท่านประธานคะ สําหรับงบประมาณกลางป้ที่รัฐบาลจัด ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เพื่อที่จะ กระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วก็เพิ่มรายได้ แล้วก็ลดรายจ่ายสําหรับประชาชนนั้น หลาย ๆ โครงการดิฉันเห็นด้วย เพราะเห็นว่าเปึนประโยชน์กับประชาชนในยามยาก แล้วก็ เปึนประโยชน์กับเศรษฐกิจในยามที่ตกต่ํา แต่ท่านประธานคะ ในวันนี้ดิฉันจะขออนุญาต ฝากข้อสังเกตในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ในมาตรา๑๒ แล้วก็กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะที่เปึนครูเก่าในมาตรา ๑๕ สําหรับในกระทรวงมหาดไทยนั้นได้รับจัดสรร งบประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับ จัดสรรให้ผู้สูงอายุเปึนเบี้ยยังชีพ ๙,๐๐๐ ล้านบาท จํานวน ๓ ล้านคน คนละ ๕๐๐ บาท แล้วก็ให้กับพี่น้อง อสม. เปึนเงินตอบแทน หรือว่าสวัสดิการ ๓,๐๐๐ ล้านบาท จํานวน ๘๓๐,๐๐๐ คน เปึนคนละ ๖๐๐ บาท ท่านประธานคะ ในส่วนนี้นั้นดิฉันต้องขอบอก รัฐบาลว่า รัฐบาลใจถึงพึ่งได้จริง ๆ ที่กล้าให้ เพราะว่างบนี้ดิฉันได้ติดตามมาตลอด นะคะ ให้กับคนเฒ่าคนแก่ เพราะว่าท่านได้สร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติมามาก และโดยเฉพาะในส่วน อสม. นั้นก็ทําคุณประโยชน์ ช่วยงานในชุมชน แล้วก็ในอนามัย มามากมายนะคะ เพราะฉะนั้นเงิน ๖๐๐ บาทนี้ ก็อาจจะช่วยให้งานของ อสม. นั้นได้ราบรื่น แล้วก็คล่องตัว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ดิฉันก็ยังห่วง ห่วงตรงที่ว่าทางรัฐบาลอาจจะลืมไปหรือเปล่า ว่ายังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เปึนลักษณะอาสาสมัครเช่นกัน นั่นก็คือ อพปร. แล้วก็ตํารวจบ้าน ซึ่งทํางานหนักเช่น อสม. ก็ฝากทางรัฐบาลเพิ่มเติมด้วย และเฉพาะในส่วนของพี่น้อง กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ สารวัตร ผู้ช่วย ซึ่งในส่วนนี้ก็อยากจะฝากว่าเงินเดือนที่เขาได้รับ นั้นน้อยนิด ๕,๐๐๐ บาทสําหรับกํานัน ๔,๐๐๐ บาทสําหรับผู้ใหญ่บ้านนั้นมันน้อยมาก แม้ว่ารัฐบาลนั้นจะใช้งบกลางเพิ่มให้คนละ ๒,๐๐๐ บาท แต่ถ้าหากว่ามาเทียบงาน แล้วก็ ในสิ่งที่บุคคลเหล่านี้รับผิดชอบมันต่างกันลิบลับค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็ฝาก รัฐบาลอีกว่างบนี้อาจจะไม่ทัน เพราะว่าดิฉันรู้ว่ารัฐบาลมีสตางค์น้อย แต่ก็ฝากเปึน งบหน้าก็แล้วกัน
ทีนี้ก็มาดูงบประมาณในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งได้รับ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งดิฉันถือว่ามากที่สุดเปึนอันดับ ๑ ดิฉันดีใจค่ะ ดีใจแทนลูกหลาน นักเรียน ดีใจแทนพี่น้องครูและผู้ปกครอง ที่รัฐบาลนี้ให้ความสําคัญกับการศึกษา อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในโครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้ ที่ท่านบอกว่าให้ฟรีทุกอย่างตั้งแต่ค่าเทอม ค่าเล่าเรียน หรือว่าอุปกรณ์ เครื่องเขียน แบบเรียน แม้กระทั่งในส่วนของเสื้อผ้า แต่ก็ขาด สิ่งหนึ่งค่ะท่านประธาน ซึ่งผู้ที่เขียนตรงนี้อาจจะไม่ใช่เปึนคนชนบท จึงไม่ได้ใส่ไปด้วย นั่นก็คือรองเท้า ซึ่งเปึนสิ่งที่จําเปึนสําหรับนักเรียนโดยเฉพาะในชนบท ไหน ๆ ท่านจะให้ กุศลแก่ลูกหลานก็ช่วยเพิ่มตรงนี้ไปอีกก็จะเปึนพระเดชพระคุณอย่างสูงยิ่งสําหรับ ผู้ปกครอง ท่านประธานคะ ในส่วนงบประมาณที่เพิ่ม ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ดิฉันก็ยัง ไม่มั่นใจว่าเมื่อเม็ดเงินเพิ่ม คุณภาพการศึกษาจะเพิ่มด้วยหรือเปล่า เพราะจากที่ผ่านมา การศึกษาฟรี ๑๒ ป้ ก็ยังย่ําแย่ เมื่อเปึน ๑๕ ป้แล้วจะเปึนอย่างไร เพราะจากผลการ ประเมินของสภาการศึกษา ปรากฏว่าคุณภาพของการศึกษานั้นลดน้อยถอยลงทุกป้ ก็ไม่ทราบว่าเปึนเพราะอะไร ซึ่งก็คงต้องฝากให้ ฯพณฯ รัฐมนตรีนั้นท่านได้ช่วยดูแลว่า หาสาเหตุว่าเปึนเพราะอะไร มันเปึนเพราะว่ามาตรฐานการประเมินนั้นมันไม่ได้มาตรฐาน หรือเปล่าที่ต่างคนต่างทํา ต่างคนต่างประเมิน หรือว่าเปึนเพราะสถานศึกษาที่ขาดแคลน ทุกอย่าง ขาดครู ขาดเครื่องไม้เครื่องมือ แล้วก็ขาดอาคารสถานที่ที่จําเปึน จนผู้บริหาร ต้องวิ่งทอดผ้าป์ากันทุกป้ หรือว่าเปึนเพราะครูผู้สอนขาดขวัญกําลังใจในการทํางาน สิ่งที่มีมีแต่ความหวาดกลัว มีแต่หนี้สินรุงรัง แล้วก็มีแต่ความยุ่งยากในการประเมิน ประเมินแล้ว ประเมินเล่าก็ไม่ผ่าน แล้วก็ผลการประเมินก็ช้า ทรมาน ครูเร่งในส่วนนี้ หรือเปล่า หรือว่าเกิดจากเด็กนักเรียนเองที่รัฐบาลให้เงินอาหารกลางวันเพียงครึ่งเดียว ทําให้กินไม่อิ่ม นอนไม่หลับ แถมสมองฝ์อไปอีกด้วย และที่สําคัญนั้นก็เกิดจากผู้ปกครอง หรือเปล่า ที่ต้องวิ่งหาเงินเพื่อไปจ่ายค่าแป็ะเจี๊ยะให้กับทางโรงเรียน หรือว่าเกิดจาก ส่วนราชการที่กํากับดูแลสถานศึกษา ไม่สามารถสนองตอบในสิ่งที่โรงเรียนเขาต้องการ ขออย่างให้อย่าง เหมือนอย่างงบประมาณที่ผ่านมา โรงเรียนขอคอมพิวเตอร์แต่ท่าน ให้ส้วม เปึนด้วยเหตุนี้หรือเปล่า ท่านประธานคะ ปัญหาเหล่านี้ล้วนเปึนสิ่งที่หมักหมม มานาน แล้วก็รอรัฐบาลแก้ไข โดยเฉพาะรัฐบาลนี้ดิฉันเชื่อว่าเปึนรัฐบาลที่เปึนความหวัง มาก ๆ ของพี่น้องประชาชน เปึนรัฐบาลที่สื่อเขาให้ฉายาว่าเปึนรัฐบาลเทพอุ้มสม เพราะฉะนั้นก็เปึนความหวังที่ประชาชนเขาหวังว่า หวังจะได้นายกรัฐมนตรีที่เปึนคนที่ ใจซื่อมือสะอาด ปราศจากการทุจริต ซึ่งก็ได้แล้ว แถมยังได้นายกรัฐมนตรีที่รูปหล่อ พ่อรวย แล้วก็การศึกษาดีอีกต่างหาก นี่ก็เปึนคุณสมบัติส่วนตัวของท่าน และดิฉันก็หวังว่าท่านจะ ใช้คุณสมบัติส่วนตัวนี้ในการที่จะประสานความแตกแยกของคนในชาติ ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ์าย หรือแบ่งสีให้ได้ แต่ที่พี่น้องประชาชนเขาหวังมาก ๆ คือหวังที่จะได้ คณะรัฐบาลที่เปึนรัฐบาลที่มืออาชีพในการที่จะมากอบกู้วิกฤติเศรษฐกิจที่กําลังตกต่ํา มาก ๆ อยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่รัฐบาลมือสมัครเล่น หรือว่ารัฐบาลที่จัดแบบผิดฝาผิดตัว และที่สําคัญท่านประธานคะ พี่น้องประชาชนเขาหวังที่อยากจะมีรัฐมนตรีที่มีความพร้อม พร้อมในคุณธรรมและจริยธรรม และที่สําคัญคือรัฐมนตรีต้องไม่เปึนโรคด้วย นั่นก็คือ โรคพยาธิ ซึ่งคอยดูดกินเม็ดเงินงบประมาณจนทําให้ประเทศชาติต้องผอมโซ แล้วก็ ประชาชนต้องอดอยาก เพราะฉะนั้นไว้วันหลังดิฉันจะมีข้อมูล ซึ่งดิฉันมีโอกาสดิฉัน จะนํามาแจ้งให้ท่านประธานได้ทราบว่ากระทรวง ทบวง กรมใดบ้างที่กําลังเปึนโรคพยาธิ แล้วเปึนโรคพยาธิชนิดใด กินอย่างไร สําหรับวันนี้นั้นสุดท้ายดิฉันก็ต้องขอฝาก ท่านประธานถึงกระทรวงการคลังว่า จากการที่รัฐบาลหว่านเม็ดเงินงบประมาณ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโต แล้วถ้าหากว่าเศรษฐกิจนั้น ไม่เติบโตตามที่หวัง ท่านจะทําอย่างไร ท่านมีแผนงานโครงการระยะกลาง ระยะยาว ที่จะรองรับหรือไม่ แล้วจะรองรับอย่างไร นี่ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ก็คืองบประมาณในส่วนของนโยบายประชานิยม แบบสุดขั้ว แบบให้เปล่า ท่านจะเอาเงินที่ไหน ในขณะที่รัฐบาลเองก็ยอมรับบอกว่า เศรษฐกิจของ ประเทศไทยในป้นี้ไม่ว่าจะไตรมาส ๑ ไตรมาส ๒ อย่างไรเสียก็ยังไม่ดีขึ้น แถมส่งออก ก็ขายไม่ได้ การท่องเที่ยวก็ทรุด แล้วเศรษฐกิจโลกก็ยังตกต่ํา เพราะฉะนั้นก็ฝาก กระทรวงการคลังช่วยไขข้อข้องใจเพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยนั้นท่านได้หายกังวล และถ้าหากว่าท่านจะรีดภาษี ท่านจะขูดภาษี หรือท่านจะกู้มา พี่น้องประชาชนเขาจะได้ ทําใจเพื่อที่จะได้รู้ว่าจะได้เปึนหนี้อีกต่อไป ขอบคุณค่ะท่านประธาน
คุณทัศนียาใช้เวลาไป ๙ นาที ต่อไปนายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้รัฐบาลได้เสนองบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจําป้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ผมได้ดูที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงได้อ่าน เหตุผลก็คือเพื่อเร่งรัดฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและกระจายไปสู่ระบบเศรษฐกิจทุกภาคส่วน นั่นคือจะต้องกระตุ้น แต่ผมอยากกราบเรียนครับว่า ผมดูงบประมาณแล้วท่านประธาน ผมเห็นมีแต่รายจ่าย หน่วยงานที่จะสร้างรายได้ของเมืองไทยตอนนี้ต้องยอมรับว่าต้อง มีเรื่องการส่งออกและการท่องเที่ยว แต่เห็นแล้วน่าสงสารครับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ ๒ เรื่องนี้ ไม่ว่าจะกระทรวงพาณิชย์ มีเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงท่องเที่ยว ๑,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรม ๕๐๐ ล้านบาท เพราะอะไรครับถึงให้น้อยจัง หรือว่าเปึนรัฐมนตรีมือใหม่ถึงให้น้อย หรือไม่เชื่อมือกันครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่าท่านต้องหา รายได้เข้าประเทศนะครับ ไม่ใช่ท่านมีแต่รายจ่าย ท่านจะบอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ มันจะ กระตุ้นอย่างไรครับ ไม่มีรายรับเข้ามา รายได้ของประเทศหายไปหมด ความจริงที่ท่านทํา ส่วนใหญ่ก็เปึนนโยบายประชานิยมทั้งนั้นครับ ผมไม่ว่าครับ นโยบายนี้เปึนนโยบายที่ ผมเชื่อมั่นว่าเปึนนโยบายที่ดี แต่สมัยก่อนท่านโจมตีตลอดเวลาไม่ว่าเรื่องกองทุนอะไร ท่านก็ว่าไม่ดี แม้แต่ ๓๐ บาท รักษาทุกโรค ท่านก็บอก ๓๐ บาท ตายทุกโรค แต่ตอนนี้ฟรี หมด ท่านยิ่งกล่าวหาว่าพวกผมให้งบประมาณต่อหัวน้อย ไม่จริงครับ งบประมาณเขา ประเมินแล้วว่าจะต้องเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ท่านสุรยุทธ์ไม่ได้เปึนคนคิดครับ เพิ่มขึ้นมาต่อหัว ไม่ใช่ครับ แต่ท่านเปึนรัฐบาลต้องให้ตามแบบที่กระทรวงสาธารณสุขเขาพิจารณา ๒,๒๐๒ บาทนี่ ถึงวันนี้มันเปึนตารางที่กระทรวงสาธารณสุขเขาทําครับว่าขณะนี้จะพอเพียง แต่ถึงวันนี้ ก็ยังไม่พอเพียง ต้อง ๒,๕๐๐ บาทต่อคน ต่อหัวเท่านั้นครับ ที่จะทําให้ระบบสาธารณสุข เราดีขึ้น ผมถึงอยากกราบเรียนครับว่านโยบายที่ท่านพูดนี่ท่านโจมตี ท่านเอามาใช้ ผมขอบคุณครับที่ท่านเอานโยบายประชานิยมซึ่งสมัยรัฐบาลไทยรักไทย โดยเฉพาะคนคิด คือท่านทักษิณ ชินวัตร ท่านเชื่อนะครับว่าระบบเศรษฐกิจจะดี ประชาชนคนยากจนต้อง ได้รับโอกาสที่ดี ต้องได้เปรียบ ถ้าคนในชนบทไม่ได้เปรียบ มีแต่คนเศรษฐีได้เปรียบนี่ ประเทศชาติอยู่ไม่ได้ครับ นี่เปึนเศรษฐกิจที่คิดสมัยท่านรัฐบาลทักษิณ แต่ผมได้ยินท่าน นะครับ ท่านทักษิณได้โทรศัพท์เข้ามา ท่านเตือนนะครับ ท่านเตือนรัฐบาลว่าอย่า ใช้น้ําดับไฟจนน้ําหมด แล้วไม่มีน้ําจะกิน ผมก็อยากเตือนรัฐบาลชุดนี้ครับว่าต้องระวัง ไฟที่ท่านจะดับนี่ มันไม่เหมือนไฟที่ซานติก้าผับนะครับ ตายไปแค่ ๖๕ คน ซานติก้าผับนี่ ดับจนป์านนี้ยังแก้ปัญหาไม่รู้ว่าใครถูกใครผิด แค่ดับไฟที่ซานติก้าผับผิดกฎหมาย ทุกอย่าง ปรากฏว่ายังทําอะไรไม่ได้เลย แต่ไฟที่ท่านจะดับนี่เปึนไฟเศรษฐกิจนะครับ ไฟนี่ มันลุกลามทั่วโลกนะครับ ผมอยากกราบเรียนครับว่าเรื่องซานติก้าผับ แม้แต่ศาลปกครอง ผมก็ไม่ทราบว่าท่านไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องซานติก้าผับได้อย่างไร แห่งนี้ ๔ ป้เต็ม ๆ ครับ ๔ ป้ เต็ม ๆ ที่มันเกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรถูกต้องตามกฎหมายเลย แต่เขาใช้ศาลปกครอง จนป์านนี้รัฐบาลชุดนี้ก็ยังไม่แก้อะไรได้เปึนชิ้นเปึนอัน ดังนั้นไฟเศรษฐกิจนี่ผมอยากให้ รัฐบาลตั้งสติให้ดีครับ ตั้งสติให้ดี ต้องใช้มันสมอง ไม่ใช่ว่าอยากดับก็สาดโครม ๆ อันตราย ครับ เราต้องดูฐานะเศรษฐกิจการคลังของเราด้วย ท่านบอกท่านจะไปเพิ่มเก็บภาษีมรดก เอาเลยครับ ผมเห็นด้วยนะครับ แต่ท่านจะทําได้หรือเปล่า นี่อีกเรื่องหนึ่ง ใครที่ทําเรื่องนี้ มีอันเปึนไปทุกรัฐบาลครับ มีอันเปึนไปทุกรัฐบาล ท่านต้องคิดถึงบุญคุณนะครับ นายทุน ที่ท่านได้รับการช่วยเหลือมา จนเปึนรัฐบาลนี่ ท่านต้องคิดนะ อยากกราบเรียนครับว่า แม้แต่อเมริกาถึงวันนี้โอบามายังนั่งปวดหัว ใช้เงินเปึนล้าน ๆ เหรียญนี่ยังไม่รู้จะแก้ เศรษฐกิจได้หรือไม่ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านบอกว่า ท่านเอาเงินลงไป ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท จะทําให้จีดีพีของเราโตถึง ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ มันจริงหรือเปล่าครับ มันจริงหรือเปล่า ในความเห็นผม ผมว่าทําแบบนี้จีดีพีของเราดีไม่ดีลบ ๕ นะครับ อาจจะถึงลบ ๕ ก็ได้ ใช้เงินนี่ต้องระมัดระวังครับ ฐานะการเงินตอนนี้ผมอยากกราบเรียนว่า ท่านกู้เดี๋ยวนี้ นะครับ ขาดดุลไป ๓๔๗,๐๖๐.๕ ล้านบาท คิดเปึน ๓.๗๙ เปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ เหลืออีกแค่ ๑.๒๑เปอร์เซ็นต์ วงเงินกู้ แล้วการจัดเก็บภาษีผมบอกได้เลยว่ามีปัญหา แน่นอน เพราะวงการค้าเขารู้ครับ เจ๊งกันเยอะนะครับตอนนี้ เจ๊งกันเยอะมากมาย ผมอยากกราบเรียนครับว่า มีเรื่องหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกได้ฝาก งบประมาณนี่อยากกราบเรียนว่า ขอให้เกิดความเปึนธรรมได้ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ที่ผ่านไปแล้ว มีคนมากระซิบผม บอกระวังตัวนะ ถ้าพูดมากงบประมาณที่เคยจัดไว้ลงที่จังหวัดแต่ละจังหวัดนี่จะตัดงบ ผมฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีหน่อย ขอให้มีจริยธรรมหน่อยครับ จังหวัดไหนที่ได้งบแล้ว กรุณาไปตรวจสอบ อย่าไปคิดจะตัดของใครออก เพราะว่าความแค้นส่วนตัว หรือว่าพูดจา ไม่ถูกหูก็จะไปตัดงบเขา อย่าให้มีจริยธรรมที่ไม่ดีนะครับ ผมอยากกราบเรียนถึงเรื่องจริยธรรมนี่ ท่านนายกรัฐมนตรีติดคุกเพราะหาว่าไม่มี จริยธรรม มันเปึนเรื่องที่ตลกที่สุดนะครับเท่าที่ผมเคยเห็นว่า ผิดจริยธรรมบอกติดคุก ผมก็ไม่เคยเห็นนะครับ ถ้าเกิดว่าท่านรัฐบาลชุดนี้มันผิดจริยธรรมนี้จะติดคุกหรือเปล่า ถึงวันนี้ ครับ ขอความเปึนธรรมให้มีจริยธรรม แต่ผมก็วังเวงว่าวันนี้มันเปึนอย่างไรครับ สภานี่ ครับท่านไปดูสิครับ สภามันทรุดครับ เพดานทรุด มันเกิดลางอะไรขึ้นมาอีก ท่านประธาน มันเกิดเหตุอาเพศตลอด ท่านต้องระวังนะครับ จริยธรรมต้องมี ผมอยากกราบเรียน นะครับว่า งบประมาณเรื่องการศึกษานี้ผมคงไม่พูดนะครับ เพราะเวลามีจํากัด เดี๋ยวเพื่อนจะว่าเอาว่าใช้เวลาเยอะ อยากกราบเรียนว่าท่านสุนัย จุลพงศธร ท่านได้พูดไว้ ชัดเจนในเรื่องการซื้อเครื่องแบบ ในการซื้อแบบเรียนซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เคยทํามา จังหวัดอุดรธานี สตง. สั่งให้คืนเงิน ผมนะครับ เคยได้รับการติดต่อเลยนะครับ จากคนทําแบบเรียนนี่โทรมาเลย บอกว่าคุณหมอจัดงบอะไรนี่ประสานงานให้ได้ไหม ถ้า จัดซื้อแบบเรียนนี่จะให้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ผมตกใจ ผมบอกผมไม่เอา คุณอย่ามายุ่งกับผม ผมไม่ได้เกี่ยวข้อง ผมเปึน ส.ส. ไม่สามารถจัดสรรงบประมาณได้ คุณไปหาคนอื่น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ไม่ใช่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมฝากถึงรัฐบาล ความจริงการศึกษาของเรานี่ เรื่องเครื่องแบบ เรื่องหนังสือหนังหานี่ บางแห่งเขาไม่ต้องการหรอกครับ เขาต้องการสิ่งที่ อื่น ๆ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น โรงเรียนที่อยู่ในจังหวัดนี่นะครับ พ่อแม่ เขามีพอมีครับ ผมอยากให้ท่านรัฐบาลคิดดี ๆ นะครับ ไม่ใช่ซื้อเครื่องแบบ ซื้อหนังสือ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ซื้อเครื่องแบบ ๔,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นครับ การศึกษาของไทยวันนี้ มันไม่ใช่ขาดแค่นี้ครับ การศึกษามันเรื่องหลักสูตรการเรียนการสอนที่สําคัญนะครับ หนี้สินครูนี่เปึนปัญหาหลักเลยครับ ครูนี่ต้องยอมรับถ้ามีหนี้สินมากใครที่มีหนี้นี่ ท่านประธานครับ ไม่มีกระจิตกระใจจะสอนนักเรียนหรอกครับ ท่านไปผ่อนคลายตรงนี้ ท่านไปปรับปรุงหลักสูตร ผมฝากท่านประธานครับไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะ ท่านรัฐมนตรีท่านก็มีความรู้พอสมควรอยากฝากดูเรื่องระบบในการสอบเข้าด้วยนะครับ วันนี้นี่มีปัญหาค่อนข้างเยอะ เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกท่านอย่าคิดแต่ว่าเงินมันจะไปทําให้ การศึกษาดีขึ้น การเรียนการสอนเปึนส่วนที่สําคัญ
เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากฝากท่านประธานครับ เพราะว่าเวลาจํากัดมาก เพื่อนสมาชิก ๒๐ กว่าท่านที่จะต้องพูด นั่นคือเรื่องสาธารณสุขได้รับงบประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปปรับปรุงอนามัย ๒,๐๐๙ แห่ง ท่านประธานครับ ผมเปึน ประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สถานีอนามัยนะครับ ไม่เคยทําเรื่องมาว่าจะให้ กั้นห้องกั้นอะไรเลย แต่สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุข ผอ. ต่าง ๆ ทั่วประเทศร้องเรียนมามาก ที่สุดเรื่องอะไรครับ ท่านประธาน เรื่องไม่มีโรงพยาบาล ทั้งหมดมี ๔๘ อําเภอครับ ไม่มีโรงพยาบาล ตรงนี้ครับทําไมไม่แก้ไข แต่จะไปกั้นห้องให้สถานีอนามัย ผมไม่เข้าใจครับ ถามว่าดีหรือไม่ ดีครับ ผมไม่คัดค้าน แต่ว่าทําไมครับ ฟังแล้วก็น่าเศร้าใจ ท่านประธาน ประเทศไทยนะครับ มีอําเภอที่ไม่มีโรงพยาบาล อําเภอห่างไกล ไม่มีหมอ มันเปึนไปได้ อย่างไรครับ ๔๘ อําเภอครับ ฝากถึงท่านรัฐมนตรีหน่อยครับ ทําไมท่านไม่เสนอตรงนี้ ๔๘ แห่ง ผมว่าใช้เงินแห่งละไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท อย่าไปเชื่อกระทรวงสาธารณสุขครับ เขาต้องทํา ๓๐ เตียง ผมว่ามันต้องเปลี่ยนแล้วครับ หมอ ๑-๒ คนก็พอแล้ว มันไม่จําเปึน นะครับ ที่จะต้องใช้หมอ ๕-๖ คน ไม่ใช่ครับ ชาวบ้านอยากได้หมอ ๑ คน ถึง ๒ คน โรงพยาบาล ๑๐ เตียง งบประมาณแค่ ๑๐ ล้านบาท ก็เพียงพอ ถึงอยากกราบเรียนฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับ อยากฝากเรื่องนี้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงพยาบาลตามอําเภอต่าง ๆ ที่ยังไม่มีนะครับ มีอีกหลายเรื่อง แต่ผมเกรงใจครับ เพื่อนสมาชิกนะครับ หลายท่านที่จะต้องพูดก็ฝากนะครับ ผมก็หวังว่าจะได้รับความ เปึนธรรมเกิดขึ้นนะครับ โดยเฉพาะตอนนี้ฝากท่านเรื่อง อสม. ไม่ใช่ ๘๓๓,๓๓๔ คน นะครับ ตอนนี้ อสม. เพิ่มขึ้นมาแล้ว เปึน ๑,๒๐๐,๐๐๐ คนครับ ตอนนี้กระทรวง สาธารณสุขรายงานผมว่ามีถึง ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็ฝากนะครับ ประธานชุมชนในเขต เทศบาล ไม่มีอะไรเลยครับ ไม่มีเงินเดือน ฝากถึงรัฐบาลหน่อยครับ ประธานชุมชนต่าง ๆ คณะกรรมการชุมชนนี่ไม่มีเงินเดือนครับ อปพร. แม่บ้าน ประธานแม่บ้านอีกครับ ท่านให้ อสม. ท่านจะใจดําไม่ให้อาสาสมัครอื่น ๆ อีกหรือ แล้วเงินเดือนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อีกล่ะครับ ที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ทําเรื่องไว้แล้ว เงินเดือนจะเพิ่มเงินเดือนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เพิ่มให้เขาหน่อยครับ เขาถามผมตลอดเวลา ผมก็บอกว่าใจเย็น ๆ มติ ครม. ชุดที่แล้ว ผ่านแล้ว แต่ว่าทําไมยังไม่เดินทาง แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านเชาวริน ได้พูดคือเรื่องพระ เพิ่มเงินเดือนให้พระหน่อยครับ หลวงพ่อทั้งหลายเงินเดือนมาหลายสิบป้ครับ ไม่มีการขยับ แล้วฝากไปถึงรัฐบาลอีกเรื่องหนึ่งคือท่านวิฑูรย์ นามบุตร เอารูปไปติดที่ชัยภูมิ นะครับ อย่างไรก็ไปเอาลงหน่อยครับ ชาวบ้านเขาถามว่าเขาหาเสียงอะไร แล้วยิ่งติด เครื่องแบบผิดอย่างนี้นะครับ ผมไม่อยากไปแจ้งความครับ ท่านสั่งเอาลงเถอะครับ ขอบคุณครับ
คุณหมอใช้เวลาไป ๑๔ นาทีกว่า ๆ นะครับ ต่อไปคุณเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคกิจสังคมจากจังหวัดหนองคาย ต้องขออนุญาตท่านประธานกล่าวไปถึงพี่น้อง ประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้านครับว่า หลาย ๆ ท่านที่ติดตามข่าวสารก็อาจจะไม่ได้ยินว่า พรรคกิจสังคมมาจากไหน เพราะว่าหลังจากมีการยุบพรรคการเมือง ๓ พรรคที่ผ่านมา พวกผมทั้ง ๕ คน ก็ประกอบด้วยท่านชยุต ภุมมะกาญจนะ ท่านวารุจ ศิริวัฒน์ ท่านมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ และท่านสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ รวมทั้งตัวกระผมเอง ก็ได้มา ร่วมกันฟุ๋นฟูพรรคกิจสังคม แล้วก็ได้รับเกียรติจากทางพรรคร่วมรัฐบาล ให้ร่วมรัฐบาล ก็เข้าเรื่องเลยแล้วกันครับ ท่านประธาน หลังจากที่ผมได้ศึกษาดูงบประมาณรายจ่ายของ รัฐบาลกลางป้ฉบับนี้ ก็ได้จําแนก ผมก็ได้วิเคราะห์และจําแนกนโยบายงบประมาณ ประจําป้ของรัฐบาลนี้ก็เปึน ๒ แผนงาน ซึ่งแผนงานที่จะเรียกว่า เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งทําให้ผมรู้สึกดีใจ ที่ทางรัฐบาลได้ให้ความสําคัญกับพี่น้องประชาชนระดับรากหญ้า นะครับ โดยเฉพาะโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน และบุคลากรภาครัฐ ตรงนี้ก็ใช้งบประมาณไปไม่น้อยครับ ๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งถือว่าครอบคลุมผู้ที่จะ ได้รับประโยชน์ ก็คือผู้ที่มีรายได้น้อย แล้วก็คือผู้ที่มีรายได้ประจํา ที่เราเรียกว่า มนุษย์เงินเดือนนั่นเอง
โครงการที่สอง ที่ผมชื่นชมซึ่งอยู่ในงบประมาณฉบับนี้ ก็คือโครงการ ๕ มาตรการ ๖ เดือน เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน ก็ถือว่าเปึนโครงการที่ทําต่อเนื่อง จากรัฐบาลชุดที่แล้วได้กระทํามา ก็ต้องขอชื่นชมทางรัฐบาลชุดนี้ด้วยซึ่งให้ความสําคัญ ตรงนี้ แล้วก็ทําให้ผู้มีรายได้น้อยในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ซึ่งถือว่าอาจจะ ได้รับผลประโยชน์จากนโยบายตรงนี้
โครงการต่อมาก็คือโครงการจัดทําและพัฒนาแหล่งน้ําเพื่อเกษตรกร นะครับ ตรงนี้นี่ถือพี่น้องประชาชน ซึ่งเปึนเกษตรกรได้รับผลประโยชน์ไปเต็ม ๆ นี่แค่ ๓ โครงการนี้ที่ผมได้พูดขึ้นมานี้ก็เพียงพอที่จะทําให้ผม สนับสนุนงบประมาณฉบับนี้ นะครับ เพราะว่ามีนโยบายมีโครงการต่าง ๆ ซึ่งจะครอบคลุมพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน อย่างเช่น โครงการต่อไปก็คือโครงการก่อสร้างทางในหมู่บ้านก็ถือว่าเปึนถนนปลอดฝุ์น ถึงแม้ว่าจะได้งบประมาณน้อยไปหน่อย แต่คนที่ได้ประโยชน์นอกจากพี่น้องประชาชนแล้ว ก็คือในหมู่บ้านก็จะมี เรียกว่าเปึนถนนปลอดฝุ์นก็จะได้รับสุขภาพดีขึ้น ไม่มีฝุ์น ไม่มีอะไร ในหมู่บ้าน โครงการต่อมาก็คือโครงการของกระทรวงพาณิชย์ที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ก็งบประมาณกลางป้นี้ก็ได้ไป ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็แน่นอนครับ ผู้มีรายได้น้อยก็จะได้รับ ประโยชน์ไปเต็ม ๆ โครงการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวธุรกิจต่อเนื่องของการท่องเที่ยว และธุรกิจท่องเที่ยวก็จะได้รับผลประโยชน์จากงบประมาณที่อัดฉีดลงไปของรัฐบาล ในการที่จะเสนองบประมาณในครั้งนี้ โครงการส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม นี่ครับ โครงการนี้แสดงว่ารัฐบาลไม่ได้เห็น แต่พี่น้องผู้เรียกว่าเปึนพี่น้องเกษตรกร พี่น้องที่รับเงินเดือนยังสนใจทางภาคธุรกิจเอกชน และภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
โครงการต่อมาก็คือโครงการฟุ๋นฟูความเชื่อมั่น เสริมสร้างภาพลักษณ์ ของประเทศ ตรงนี้สําคัญครับ ผมว่ารัฐบาลนี้จัดงบประมาณให้น้อยไปหน่อยเพียงแค่ ๓๒๕ ล้านบาท เพราะว่า ณ ปัจจุบันนี้ความเชื่อมั่นเปึนสิ่งที่สําคัญต่อรัฐบาลชุดนี้ และต่อ ประเทศไทย ๓๒๕ ล้านบาท ผมถือว่าน้อยมาก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้นะครับ ความเชื่อมั่น ของประเทศไทยในตลอดระยะเวลา ๑ ป้ ๒ ป้ ที่ผ่านมา ซึ่งเสถียรภาพทางการเมือง นะครับ ถือว่ามีความอ่อนแอไม่มั่นคงนะครับ สร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับต่างประเทศ ไม่ว่าจะเปึนโดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว ผมก็คงไม่ไปรื้อฟุ๋นนะครับ หมดเวลาแล้วครับ ท่านประธาน พอดีผมได้รับเวลาจากฝ์ายรัฐบาลเพิ่มขึ้นก็ขอเพิ่มอีก
เชิญครับ
ครับผม โดยเฉพาะเรื่องความ เชื่อมั่นนะครับ ประเทศไทยได้สูญเสียความเชื่อมั่น โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวไปอย่าง มากมาย ก็อยากจะถือว่าถ้ารัฐบาลได้ให้ความสนับสนุนและเร่งสร้างความเชื่อมั่นของ ประเทศไทยกลับคืนมา ไม่ว่าความเชื่อมั่นทางการเมือง และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ผมมั่นใจครับว่าไม่นานประเทศไทยก็จะกลับคืนมาเปึนเหมือนเดิม นี่คือแผนงานทางด้าน ฟุ๋นฟู เสริมสร้างความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจ
แผนงานอีกด้านหนึ่งที่ผมสรุปออกมาได้ก็คือแผนงานด้านเสริมสร้าง รายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงด้านสังคมนะครับ ซึ่งแผนงานทางด้านนี้ ซึ่งผมดูแล้วก็คือว่ามีประโยชน์เปึนอย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชน ก็คือโครงการสนับสนุน การจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ๑๕ ป้ ตรงนี้ผมทราบดีท่านประธาน เพราะว่า คุณแม่ผมเปึนครูนะครับ สอนนักเรียนมาตอนนี้ก็ใกล้จะเกษียณแล้ว คุณแม่ผมพูดกับผม ตลอดครับว่า การศึกษาถ้าฟรีต้องให้ฟรีจริง ๆ นะครับ ที่ผ่านมาครับ ฟรีแต่ค่าเทอม ค่าชุดนักเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียนหนักหนาสาหัสกว่าค่าเทอมอีกมากมาย ตรงนี้ก็ต้อง ขอสนับสนุนชมเชยนะครับว่าได้จัดสรรงบประมาณถึง ๑,๙๐๐ ล้านบาท ผู้ที่ได้รับ ประโยชน์ก็คือ นักเรียนและผู้ปกครองอย่างแน่นอนครับ
แผนงานที่ ๒ ในด้านนี้ก็คือโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน รัฐบาลก็จัดสรรงบประมาณในงบประมาณฉบับนี้ไว้ ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท ก็ถือว่าเปึนการ ที่นํางบประมาณไปลงสู่ท้องถิ่นนะครับ โดยไม่ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้รับเม็ดเงินตรงนี้โดยตรงเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ระดับรากหญ้าโดยตรงนะครับ คนที่ได้รับประโยชน์ก็คือพี่น้องประชาชนนั่นเองนะครับ โครงการต่อมาก็คือโครงการสร้างหลักประกันรายได้แก่ผู้สูงอายุ ตรงนี้ผมเคยพูดครับว่า ชาวไร่ชาวนาเกษตรกรไม่ได้รับราชการมา ตรงนี้ผมเคยพูดแล้วครับว่า ชาวไร่ชาวนา เกษตรกร ไม่ได้รับราชการมา ทํางานมาทั้งชีวิต หลังขดหลังแข็งนะครับ ซึ่งไม่เหมือนกับข้าราชการทั่วไป ๖๐ป้เกษียณ มีเงินบําเหน็จ บํานาญ แต่ชาวไร่ชาวนานี่ครับหลังสู้ฟัาหน้าสู้ดิน ปลูกข้าวเลี้ยงคนทั้งประเทศ ส่งออก นํารายได้เข้ากลับประเทศไทยของเราไม่รู้เท่าไร ๆ แต่พออายุมากขึ้นถือว่าไม่มีเวลา เกษียณกับเขา ตรงนี้แหละครับผมถือว่าเปึนสิ่งที่ดี เปึนการให้กําลังใจนะครับให้กับ ผู้สูงอายุให้ครบทุก ๆ คนเลยนะครับ ถือว่าเงินจํานวน ๙,๐๐๐ ล้านบาทนี่ไม่มากเลย นะครับ โครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน นะครับ ๖,๙๐๐ ล้านบาท เกษตรกร แรงงานนอกภาคเกษตรและภาคธุรกิจเอกชน จะได้รับผลประโยชน์อันนี้ โครงการส่งเสริมอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน หรือ อสม. นี่หลายท่านก็พูดไปนะครับ ผมก็เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง แล้วก็มีโครงการก่อสร้าง อาคารที่พักอาศัยข้าราชการตํารวจระดับชั้นประทวน ก็ได้ไป ๑,๘๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้ต้องถือว่าทางรัฐบาลชุดนี้ให้ความสําคัญนะครับ เพราะว่าตํารวจชั้นผู้น้อย หรือชั้นประทวนนี่เขาทํางานหนัก ทํางานหนักก็น่าจะได้ที่พักดี ๆ นะครับ เหนื่อย ๆ มา กลับบ้านก็จะได้นอนสบาย ๆ ข้าราชการตํารวจชั้นผู้น้อยถือว่าเปึนคนสําคัญ ในกรมตํารวจเลยก็ว่าได้ที่ทํางานหนักนะครับ แล้วก็โครงการปรับปรุงสถานีอนามัย ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็คือประชาชนในชนบทก็ได้รับผลประโยชน์อย่างแน่นอน นี่ก็คือสิบกว่าแผนงานนะครับ ซึ่ง ๒ แผนงานแล้วแบ่งย่อยเปึน ๑๐ กว่ารายการ ที่ผมได้สรุปมาตรงนี้ก็เห็นว่าทุก ๆ แผนงาน ทุก ๆ โครงการได้ครอบคลุมพี่น้องประชาชน ทุกฝ์ายนะครับ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ก็ให้ความสําคัญกับพี่น้องประชาชนทุก ๆ ภาคส่วน แต่ก็ยังมีสิ่งที่ผมอยากขออนุญาตท้วงติงไปทางรัฐบาลสักเล็กน้อยนะครับว่า โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ก็ถือว่าดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากจะเน้นเปึนพิเศษก็คือนโยบาย เรื่องแหล่งน้ํา พัฒนาแหล่งน้ํา ฟุ๋นฟูแหล่งน้ํานะครับ เพราะว่า ณ ปัจจุบันนี้แหล่งน้ํา ในภาคอีสาน แหล่งน้ําทั่วประเทศไทยก็ได้มีการตื้นเขิน แม้กระทั่งฝาย แม้กระทั่งอ่างเก็บน้ํา หรือเขื่อนต่าง ๆ ก็จะมีการหมดอายุ หลาย ๆ ท่านก็อาจจะไม่เข้าใจ เอ๊ะ เขื่อน ฝาย มีหมดอายุด้วยหรือ ท่านประธานจบวิศวะมาท่านทราบดี เพราะว่าเขื่อนที่มีอายุ ๓๐-๔๐-๕๐ ป้ขึ้นไปนี่นะครับ การหมักหมมของตะกอนที่หน้าเขื่อนทําให้เกิดการตื้นเขิน เขื่อนก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้ ตรงนี้แหละครับก็ต้องมีการปรับปรุงฟุ๋นฟู แหล่งน้ําของเรา เพียงพอ ผมมั่นใจนะครับ แต่สิ่งที่สําคัญก็คือระบบส่งน้ํา ระบบส่งน้ํายังถือว่ายังขาดไป อยู่ เพราะฉะนั้นแล้วถ้าเราสามารถที่จะนํางบประมาณมาเพิ่มในส่วนของการพัฒนาฟุ๋นฟู ทรัพยากรน้ําแล้วนั้น ผมมั่นใจครับว่าโครงการใหญ่ ๆ เมกะ โปรเจคท์ (Mega project : โครงการขนาดใหญ่) ต่าง ๆ ที่จะลงมาในอนาคตก็ไม่สําคัญเท่ากับที่เราจะไปพัฒนา แหล่งน้ําขนาดเล็กเพื่อที่จะเข้าถึงพี่น้องประชาชน เพราะว่าเรือกสวนไร่นาของ พี่น้องประชาชนนั้น แต่ละแห่งแต่ละที่มักจะมีแหล่งน้ําขนาดเล็ก ๆ ซึ่งมีความตื้นเขิน ซึ่งน่าจะได้รับการปรับปรุงและฟุ๋นฟู กรมทรัพยากรน้ําก็ได้รับงบประมาณ ๗๖๐ ล้านบาท ก็คงจะใช้งบประมาณตรงนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะครับ แล้วก็ถ้าจะให้ดีนะครับฝากไป ถึงท่านกรรมาธิการที่จะมาแปรญัตติ ถ้าว่าสามารถที่จะเพิ่มให้ตรงนี้ได้ก็จะเปึนพระคุณ เปึนอย่างยิ่งนะครับ
เรื่องต่อมาที่อยากจะกราบเรียนนะครับ ก็ถือว่าเปึนเรื่องสุดท้ายแล้วกัน นะครับ ก็อยากจะวกเข้าสู่ทางจังหวัดหนองคาย ซึ่งเปึนจังหวัดที่ตัวผมได้เปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่นะครับว่านโยบายที่ผ่านมาเปึนนโยบายทางกระตุ้น เศรษฐกิจ แต่มีปัญหาด้านหนึ่งซึ่งถือว่าเปึนปัญหาทางด้านความมั่นคงในจังหวัด หนองคาย จังหวัดหนองคายหรือประเทศไทยเรานี่เสียดินแดนทุก ๆ ป้ โดยไม่มีการสู้รบ แม้แต่น้อยนะครับ จังหวัดหนองคายมีพื้นที่ติดลําแม่น้ําโขง ๓๓๐ กิโลเมตร และใน ๓๓๐ กิโลเมตรนี้ มีจํานวนถึง ๘๐ กิโลเมตร ที่มีการเซาะของแม่น้ําโขงพังทุกป้ ป้ละ ๕๐ เซ็นติเมตร ป้ละ ๑ เมตร ป้ละ ๒ เมตรบ้างแล้วแต่พื้นที่ตรงไหนน้ําเชี่ยวมากก็กัดเซาะมาก แต่จังหวัด หนองคายในขณะนี้เพิ่งสร้างเขื่อนปัองกันตลิ่งในการพังของแม่น้ําโขง เพิ่งสร้างไปได้แค่ ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ยังขาดเหลืออีกตั้ง ๖๕ กิโลเมตร ก็ไล่มาตั้งแต่อําเภอสังคม อําเภอท่าบ่อ อําเภอศรีเชียงใหม่ อําเภอเมือง อําเภอโพนพิศัย อําเภอปากคาด อําเภอบึงกาฬ อําเภอบุ่งคล้า อําเภอบึงโขงหลง ๓๓๐ กิโลเมตร ตรงนี้ก็ขอฝากไปยังรัฐบาล นะครับว่าเราเสียดินแดนโดยไม่จําเปึน โดยภัยทางธรรมชาติถ้าจะจัดสรรงบประมาณ ลงไปสู่ท้องถิ่น ลงไปสู่พื้นที่จังหวัดหนองคายเพื่อที่จะเปึนการปัองกันการพังทลาย ของตลิ่งก็จะเปึนพระคุณอย่างยิ่ง ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ ถึงเลยเวลามาแล้วก็ ยังให้เวลาเพิ่มอีกขอกราบขอบคุณครับ
คุณเทวฤทธิ์ ใช้เวลาไป ๑๓ นาที ๒๐ วินาทีนะครับ ต่อไปคุณวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทยค่ะ เรียนท่านประธานนะคะ ในเบื้องต้นสิ่งที่อยากจะพูดวันนี้อยากให้บันทึก ไว้ในการประชุมครั้งนี้ว่า การพิจารณากฎหมายพระราชบัญญัติงบประมาณเพิ่มเติม ป้พุทธศักราช ๒๕๕๒ นี้จะต้องถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเปึนการเสนอกฎหมาย ที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญค่ะ สาเหตุที่จะต้องพูดอย่างนี้เพราะว่าดิฉันเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจค่ะ ว่าความเปึนมาของรัฐบาลชุดนี้ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่มาของความเปึน คณะรัฐมนตรีได้มาด้วยความไม่โปร่งใส นายกรัฐมนตรีเปึนนายกรัฐมนตรีที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ รัฐบาลจะต้องแถลงนโยบายที่รัฐสภาแห่งนี้ค่ะ จึงจะเรียกว่าเปึนรัฐบาลโดยสมบูรณ์แบบ ไปแถลงนโยบายแบบลุกลี้ลุกลนที่กระทรวง การต่างประเทศ หมายความว่าความเปึนนายกรัฐมนตรียังไม่เกิดค่ะ มาจนถึงวันนี้รัฐบาล ก็ยังเปึนรัฐบาลที่ไม่สมบูรณ์แบบ ก็เหมือนการบวชพระนั่นละค่ะ การบวชบรรพชา เปึนพระก็ต้องบวชในโบสถ์ ในวิหาร ถ้าจะให้ไปบวชกันนอกโบสถ์หรือว่าหลังวิหาร หรือว่าในป์าช้าก็คงจะเปึนไปไม่ได้ จะให้ดิฉันกราบไหว้เหมือนดั่งพระสงฆ์องค์เจ้าก็คง จะเปึนไปไม่ได้ค่ะ หรือจะให้มาเทศนาธรรมก็คงจะยังไม่ถูกต้อง เปรียบกับท่านอภิสิทธิ์ และคณะรัฐมนตรีของท่านนั่นละค่ะที่ยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแห่งนี้โดยครบถ้วน แล้วจะมาขอให้สภาให้ผ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณกลางป้นี้ได้อย่างไรคะ พวกท่านจําคําดิฉันไว้นะคะ สภาแห่งนี้เปึนสภาอันศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์เกินกว่าที่ท่านใด ๆ ที่ได้ทําการกระทําดูถูกดูแคลนรัฐสภาแห่งนี้นี่จะคิดได้ วันนี้ถ้าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า ที่พวกท่านย้ายสถานที่แถลงนโยบายโดยพละการเปึนการกระทําอันไม่ชอบ พระราชบัญญัติงบประมาณนี้ก็จะกลายเปึนโมฆะโดยปริยาย กฎหมายงบประมาณ ก็จะเปึนหมันว่าที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และอย่างที่ได้บอกไว้ละค่ะ ดิฉันเชื่ออย่าง สนิทใจว่าท่านเปึนรัฐบาลที่ยังไม่ได้แถลงนโยบายกับรัฐสภาอย่างถูกต้อง ท่านอภิสิทธิ์ ท่านยังไม่ใช่นายกรัฐมนตรีโดยสมบูรณ์แบบ ก็คงต้องเรียนกับท่านประธานไว้ตรงนี้นะคะ ว่า ดิฉันคงจะใช้คําเรียกว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ แต่ต้องเรียกเปึน นายอภิสิทธิ์ หรือว่า ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันขออภิปรายในภาพกว้างของ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ที่ท่านอภิสิทธิ์ได้นําเสนอนะคะ เบื้องต้นต้องบอกว่าผิดหวังจริง ๆ ค่ะ แต่ก็ต้องบอกว่าผิดหวังตามที่ได้คาดหมายไว้ เพราะเปึนนโยบายที่ออกมาเพื่อเอื้อเฟุ๋อ ให้แก่รัฐบาลโดยแท้ เปึนการกระจายเงินเพื่อการหาเสียงอย่างเท่าเทียมในพวก ต่างตอบแทนทั้งหลาย
ท่านประธานครับ ผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร ขอประท้วงท่านประธานที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ท่านไม่รู้หรือครับว่าเจตนาของท่านผู้นี้พูดเพื่ออะไร เปึนความผูกพันที่มีอยู่กับ เพื่อนฝูง ไม่อยากไปพูดให้ไปกระทบกระเทือนใจว่า พรรคภูมิใจไทย ไม่อยากเอ่ยชื่อครับ จึงเอ่ยชื่อข้างนอกไป ซึ่งก็เปึนการประสานความสัมพันธ์อันดีที่เคยผูกพันกันมาอย่างดียิ่ง แล้วครับ ท่านประธานครับ ท่านไม่ควรจะได้ใช้อํานาจของท่านประธานไปป่ดกั้นเสรีภาพ ทางความคิดของเขาครับ กราบขอบพระคุณครับ
ผมได้วินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เปึนการเสียดสีหรือเปึนการทําให้เสียหาย แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความถูกต้องนะครับ เพราะว่าบรรดาสมาชิกที่อยู่ในพรรคภูมิใจไทย ก็อยากจะให้คุณวิสาระดีได้เรียกให้ถูกต้อง เพราะฉะนั้นขอความกรุณาถอนเถอะครับ แล้วก็ใช้คําว่า พรรคภูมิใจไทย นะครับ ขอเชิญคุณวิสาระดีนะครับ
ได้ค่ะท่านประธาน ต้องถอน หรือเปล่าคะ ไม่จําเปึนใช่ไหมคะ ได้ค่ะ
ก็ใช้คําว่า พรรคภูมิใจไทย ก็แล้วกันครับ
ค่ะ พรรคภูมิใจไทย ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ เพราะว่าดิฉันในฐานะ
ขอบคุณครับ ทราบอยู่ครับว่าไม่ได้เจตนาครับ
ค่ะ ในฐานะสมาชิกใหม่ค่ะ ก็ไม่ทราบ เพราะว่าเห็นอย่างไรก็ว่ากันไปตามอย่างนั้นนะคะ ท่านประธานคะ มันก็เหมือนกับการปล้นบ้านคนอื่นแล้วก็มาแบ่งทรัพย์สินกัน ปล้นอํานาจยังไม่พอ ยังเอา งบประมาณแผ่นดินมาแบ่งกันอีก ตอบแทนผู้มีพระคุณอย่างทั่วถึง งบประมาณครั้งนี้ แทนที่จะเอาไปกระตุ้นให้เกิดกําลังหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ แต่กลับเอามาสนอง ปัญหาทางการเมืองโดยหลัก แต่ท่านประธานคะ เศรษฐกิจที่รุมเร้ารัฐบาลของ ท่านอภิสิทธิ์ตอนนี้ก็เหมือนกับที่โบราณว่าไว้ กรรมใดใครก่อนั่นละค่ะ วันนี้รัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์กําลังจะต้องชดใช้ผลกรรมที่ท่านและพรรคพวกท่านได้ก่อไว้กลับคืน คือต้อง มาบริหารประเทศในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ําแย่และเปึนประวัติการณ์เช่นนี้ เกิดจากอะไรคะ ก็คนที่ทําเศรษฐกิจพังก็คือพรรคพวกของท่านนั่นแหละค่ะ อย่าไปมัวโทษเศรษฐกิจโลก อยู่เลย แน่นอนค่ะว่าภาวะทางเศรษฐกิจโลกนี่ก็มีส่วน แต่ว่าตัวเร่งสําคัญที่ทําให้ เศรษฐกิจพังอยู่ตอนนี้ก็คือใครคะ กลุ่มพันธมิตรนั่นแหละค่ะ พันธมิตรเพื่ออภิสิทธิ์ชน อย่างไรคะ ได้ไปป่ดสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ ไปยึดทําเนียบรัฐบาล เปึนผู้ก่อการร้ายระดับโลก มีผู้รู้อยู่หลายท่านค่ะบอกว่า ความเสียหายครั้งนี้เสียหายไปหลายแสนล้านบาท แต่วันนี้ ท่านก็ตั้งคนพวกนี้มาเปึนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ตั้งคนพวกนี้มาเปึนรัฐมนตรี หนึ่งในนั้นก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ นั่นแหละค่ะ ท่านอภิสิทธิ์ จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ท่านต้องรับผิดชอบค่ะ ดิฉันเองก็ได้แต่ภาวนาให้เกิดปาฏิหาริย์ที่จะนําพาประเทศไทย ของเราพ้นวิกฤติ แต่ดิฉันเองไม่มีความเชื่อมั่นค่ะว่าปาฏิหาริย์ครั้งนี้จะเกิดขึ้นจากน้ํามือ ของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เพราะสิ่งที่ท่านทําท่านทําเปึนอยู่อย่างเดียว ท่านถนัดอยู่อย่าง เดียว นั่นก็คือการกู้หนี้เพิ่มอีกแล้วค่ะ ท่านอาจจะเคยชินกับการกู้หนี้จาก ไอเอ็มเอฟ ยังจําได้ไหมคะกู้มาหลายแสนล้านบาท แล้วต้องให้ ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรี ดอกเตอร์ ทักษิณ ชินวัตร มาตามคืนหนี้ให้ ท่านประธานที่เคารพ งบประมาณแผ่นดินป้ ๒๕๕๒ ที่รัฐบาลก่อนหน้านี้ได้ตั้งไว้ ที่รัฐบาลของพรรคพลังประชาชนได้ตั้งไว้นั้นได้ตั้งงบประมาณ ขาดดุลแล้วถึง ๒๔๙,๐๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อไม่นานมานี้ทางกระทรวงการคลังได้ชี้แจง เพิ่มเติมว่า จากเศรษฐกิจที่กําลังตกต่ําอยู่นี่ไม่ว่าจะเปึนจากการป่ดสนามบิน ป่ดทําเนียบ หรือว่าการท่องเที่ยวที่ได้พังทลายอย่างยับเยินนี่ทางรัฐบาลจะเก็บรายได้พลาดเปัาหมาย ไปอีกถึง ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ตั้งงบประมาณกลางป้ในขณะที่ประเทศยังไม่มีเงิน จะ กู้เงินมาเพิ่มอีก ๑ แสนล้านบาท บวกถูกไหมคะท่านประธาน ๒๔๙,๐๐๐ ล้านบาท คืองบ ขาดดุลป้ ๒๕๕๒ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนการเก็บรายได้ที่ไม่ตรงเปัา และอีก ๑ แสนล้านบาท กู้มาทํางบกลางป้ รวม ๆ แล้ว ๕ แสนล้านบาทเลยนะคะ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนจะทําให้เกิดภาระหนี้กับประเทศ เกิดภาระให้กับเงินคงคลังของประเทศ กู้มานี่ ไม่ใช่ว่าท่านอภิสิทธิ์จะเปึนหนี้คนเดียวนะคะ ดิฉัน วิสาระดี คนนี้ก็เปึนหนี้ พี่น้องประชาชนคนไทยก็เปึนหนี้ค่ะ คนทั้งชาติต้องมาแบกภาระร่วมกันอีก ยังไม่จบค่ะ ท่านประธาน วันอาทิตย์ที่ผ่านมาดิฉันมีโอกาสได้รับฟังรายการของท่านอภิสิทธิ์ ในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ในวันที่ ๒๕ มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งฟังแล้วรู้สึกว่าทําลายความเชื่อมั่นของดิฉันต่อท่านอภิสิทธิ์อย่างสิ้นเชิงค่ะ ท่านบอกว่า หากนโยบายที่ออกมาไม่สัมฤทธิผล ซึ่งตัวดิฉันเองก็เชื่อค่ะว่านโยบายที่ท่านออกมา จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้ไม่ได้ ท่านบอกว่าถ้านโยบายไม่สัมฤทธิผลจะต้องไปดูเรื่อง การกู้เงินจากต่างประเทศมาเสริมอีก ฟังแล้วต้องกุมขมับจริง ๆ ค่ะ ที่ทําอยู่นี่ยังเปึนหนี้กัน ไม่พออีกหรือคะ หรือท่านจะต้องทําลายสถิติการกู้ ไอเอ็มเอฟ ของท่านชวน หลีกภัย คะ ถ้าไม่สงสารพี่น้องประชาชนคนไทยก็สงสารรัฐบาลที่จะเข้ามาถัด ๆ ไปด้วยเถอะค่ะ ๑๐ กว่าป้หลังให้มาพรรคท่านเลือกตั้งมา ๑๐ ครั้ง เปึนฝ์ายค้านไปแล้ว ๑๕ ครั้ง ไม่เคยชนะการเลือกตั้งเลย เกิดการเลือกตั้งครั้งหน้าท่านยังแพ้อีก แล้วพรรคเพื่อไทยของ ดิฉันได้เข้ามาเปึนรัฐบาลจะทําอย่างไรคะ ท่านจะสร้างหนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วให้รัฐบาล ต่อ ๆ ไปมาตามใช้หนี้ให้ท่านเหมือนเคยหรือคะ ถ้าเปึนอย่างนี้สงสัยหลังการเลือกตั้งครั้ง หน้า ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เปึนแกนนําจัดตั้งรัฐบาล ดิฉันคงจะต้องไปอัญเชิญแล้วก็นิมนต์ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ มาใช้หนี้ในสิ่งที่ท่านก่ออีกครั้งหนึ่งค่ะ ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน
คุณวิสาระดี ใช้เวลาไป ๑๐ นาที ๕๒ วินาทีนะครับ ต่อไปท่านถวิล ไพรสณฑ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ
ประท้วงใช่ไหมครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปราย เมื่อสักครู่นะครับ ใช้คําพูดไม่เหมาะสมว่า อัญเชิญและนิมนต์บุคคลที่กล่าวถึงไว้ ซึ่งบุคคลที่กล่าวถึงนั้นไม่สมควรที่จะใช้คําว่า อัญเชิญและนิมนต์ ปัจจุบันเปึนนักโทษ นะครับ หนีหมายศาลอยู่ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ถอนคําพูด
ผมวินิจฉัยนะครับ คุณหมอครับ คุณวิสาระดี พูดพาดพิงถึงบุคคลที่ ๓ แต่ไม่ได้ทําให้เกิด ความเสียหายนะครับ ทีนี้เพียงแต่ว่าคุณวิสาระดี อาจจะใช้คําที่อาจจะไม่ถูกกับบุคคล ท่านนั้นนะครับ แต่ก็ไม่ต้องถอนคําพูดครับ เพราะว่าไม่ได้ทําให้เกิดความเสียหาย และผม ทราบดีว่าคุณวิสาระดีไม่ได้มีเจตนาครับ ขอเชิญนั่งลงเถอะครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ ไม่ต้องประท้วงหรอกครับ เดี๋ยวมันจะยืดเยื้อครับ เชิญท่านถวิล ไพรสณฑ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ถวิล ไพรสณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมคงไม่ติดใจในหลักการของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่อยากจะขอฝากข้อสังเกต ๓ – ๔ ประการ ไปยังรัฐบาล
ในประการแรก ก็คือว่าเนื่องจากงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมครั้งนี้เปึน งบประมาณที่ต้องรีบดําเนินการอย่างเร่งด่วน ซึ่งการดําเนินการโดยเร่งด่วนนั้นอาจจะมี ข้อผิดพลาด อาจจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เปึนไปตามระเบียบ หรืออาจจะใช้วิธีพิเศษ ซึ่งก็ต้องขอฝากรัฐบาลให้กําชับกวดขันข้าราชการประจํา ซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติไปตาม ระเบียบนั้นให้กระทําโดยความรอบคอบ แล้วก็กระทําด้วยความโปร่งใส มิฉะนั้นแล้ว เม็ดเงินต่าง ๆ นั้นจะกระจายไปไม่ทั่วถึง
ในประการที่ ๒ ที่กระผมอยากจะเรียนท่านประธานไปถึงรัฐบาล ก็คือว่า ผมดูโครงการที่กรมทรัพยากรน้ําที่ได้ตั้งงบประมาณไว้ กับโครงการของกรมทางหลวง ชนบทนั้น กระผมเข้าใจว่าทั้ง ๒ โครงการนี้เปึนโครงการที่แต่ละโครงการใช้เงินไม่มากนัก เพราะว่าอย่างกรมทางหลวงชนบทนั้นได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า เปึนโครงการก่อสร้างทาง ภายในหมู่บ้าน ซึ่งโดยลักษณะงานแล้วน่าจะเปึนหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มากกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมีกระจายทั่วทั้งประเทศ ผมไม่แน่ใจว่ากรมทางหลวงชนบทนั้นจะมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบกระจายทั่วประเทศหรือไม่ การที่ต้องไปทําถนนในหมู่บ้านนั้น โดยหลักการจริง ๆ แล้วถ้าเราดูหลักการการบริหาร ราชการแผ่นดินแล้ว เรามีราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ลักษณะงาน ในหมู่บ้านนั้นน่าจะเปึนโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากกว่า แล้วองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นก็เต็มพื้นที่ในประเทศไทย อย่างในกรณีกรมทรัพยากรน้ํา ก็เช่นเดียวกัน ถ้าเปึนแหล่งน้ําเล็ก ๆ ผมไม่เชื่อว่ากรมทรัพยากรน้ํานั้นจะมีบุคลากร ทั่วทั้งประเทศ เพราะว่าเปึนกรมที่สร้างขึ้นมาใหม่ แล้วก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจํา กระจายกัน ทั่วทุกอําเภอ ทั่วทุกแห่ง ไม่เหมือนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีกระจายไปทั่ว ที่กระผมเรียนไปแล้ว
แล้วขอฝากสิ่งสําคัญที่สุดในประการสุดท้าย ก็คือว่าผมเห็นหลายโครงการ ที่ราชการส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคไปทําในท้องถิ่นนั้น พอทําเสร็จแล้วก็แล้วกันไป ไม่มีใครเปึนฝ์ายตรวจสอบดูแล ผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้าไปทําถนนในหมู่บ้านเสร็จ ไปขุด อ่างเก็บน้ําเล็ก ๆ ตามตําบลเสร็จแล้ว กรมเหล่านั้นก็จะถอนตัวกลับ แล้วก็ละทิ้งโครงการ เหล่านี้ไปหมด ไม่มีผู้ดูแล เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้ากรรมาธิการพิจารณาด้วยความ เปึนไปได้แล้วทั้ง ๒ โครงการ ซึ่งแต่ละโครงการใช้เงินไม่มากนัก น่าจะต้องให้ อบท. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นได้มีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น แล้วก็มาดูแลภายหลังที่ได้ทํา โครงการนี้เสร็จแล้วครับ ขอฝากรัฐบาลไว้ด้วย ขอบคุณครับ
ท่านถวิลใช้เวลาได้ดีมาก ต่อไปคุณประเสริฐ จันทรรวงทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณนั้นเปึนเครื่องมือที่สําคัญที่สุดในการบริหาร ประเทศของเรา แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อได้ศึกษาดูงบประมาณฉบับเพิ่มเติมฉบับนี้แล้วรู้สึก ผิดหวังครับ เพราะว่างบประมาณฉบับนี้นั้นไม่ได้แก้ไขปัญหาที่ประเทศของเรากําลัง เผชิญอยู่แต่อย่างใด ปัญหาทางเศรษฐกิจที่ประเทศของเรากําลังเผชิญอยู่นั้น ก็คือเรื่องของการส่งออก เรื่องของการว่างงาน เรื่องของการท่องเที่ยว ทั้ง ๓ เรื่องนั้น เปึนเรื่องหลักที่รัฐบาลนี้และประเทศนี้กําลังเผชิญหน้าอยู่ สิ่งที่อยากกราบเรียนก็คือว่า เมื่อได้ดูรายงานงบประมาณฉบับนี้แล้วเปึนรายงานที่ได้เขียนขึ้นเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ บอกว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นจะอยู่ที่ ๓–๔ เปอร์เซ็นต์ แต่ข้อมูลดังกล่าวนั้นเปึนข้อมูลที่เกิดขึ้นก่อนที่พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยนั้นจะได้ทําการบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และหลังจากนั้นมีนัก เศรษฐศาสตร์หลายคนได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ของประเทศนั้นไม่น่าจะเกินอยู่ที่ร้อยละ ๐ หรือไม่น่าจะเกิน ๒ เปอร์เซ็นต์ และยิ่งได้มาดู แผนงานที่รัฐบาลกําหนดไว้ในขอบเขตในงบประมาณนี้ดูแล้วยิ่งเศร้าใจ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เรียกว่าหมอนั้น ถ้าเปึนหมอนั้นรักษาไม่ตรงโรค ถ้าเปึนโรคคันนั้นก็เกา ยังไม่ถูกที่คัน ผมจะขออนุญาตท่านประธานได้เข้าสู่รายละเอียดนะครับที่ผมได้ตั้ง ข้อสังเกตไว้ ๓–๔ เรื่อง
เรื่องแรกนั้นก็คือ โครงการช่วยเหลือภาคประชาชนและบุคลากรภาครัฐ ซึ่งรัฐบาลนั้นได้ตั้งไว้ ๑๘,๙๐๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้ผมเองกราบเรียนว่าการที่ เอาเงิน ๒,๐๐๐ บาทนั้นไปช่วยบุคคลที่มีรายได้ต่อเดือนนั้นไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท นั้นเปึนเรื่องที่เปึนงบประชานิยมที่ยังมีข้อกังขาอยู่เยอะ ในอดีตที่ผ่านมานั้น มีงบประชานิยมที่เปึนที่นิยมของพี่น้องประชาชนในยุครัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร เงินกองทุนหมู่บ้านถือว่าเปึนงบประชานิยม เงินเอสเอ็มแอลถือว่าเปึน งบประชานิยม แต่งบประชานิยมในขณะนั้นเขาใส่องค์ความรู้ไปด้วย หมายถึงว่าการให้ งบประชานิยมไม่ได้ให้ใช้เงินโดยไม่ให้ประชาชนไม่ใช้ความคิดแต่อย่างใด เขาใส่ความรู้ ให้ประชาชนนั้นรู้จักคิด รู้จักกระบวนการแห่งความคิด แล้วก็เงินจํานวนนั้นที่ลงสู่หมู่บ้าน สู่ระบบเศรษฐกิจนั้น เกิดระบบมัลติไพลเออร์ (Multiplier : ตัวคูณ) หรือเงินนั้นเกิดกระบวนการ ใช้ได้หลาย ๆ ต่อ แต่เงินที่เกิดจากการที่นโยบายรัฐบาลนี้จะให้ ๒,๐๐๐ บาทนั้นเปึนเงิน ที่ให้เปล่า ผมคิดว่าวิธีการให้เงินเปล่านั้น เปึนเงินที่ไม่เกิดประโยชน์ให้กับการกระตุ้น เศรษฐกิจและน่าจะเปึนวิธีท้าย ๆ ที่ไม่สามารถเปึนวิธีอื่นที่สามารถปฏิบัติได้แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องนี้มีนักวิชาการหลายคนได้เคยท้วงติง แต่รัฐบาลไม่ได้ ฟังเลย ท้วงติงบอกว่าการเอาเงินนั้นไปให้โดยเปล่าประโยชน์ ๒,๐๐๐ บาทนั้นจะไม่ ก่อให้เกิดรายได้ในภาพรวม หรือจีดีพีแต่อย่างใด นักวิชาการหลายท่านยังได้แนะนําว่า ถ้าจะให้ดีช่วยไปลดเงินที่นําส่งค่าประกันสังคมที่ลูกจ้างจะต้องเอาเงินจํานวนนั้นส่งให้กับ ภาครัฐ น่าจะแก้ไขเงินจํานวนนั้นดีกว่า แต่รัฐบาลไม่ได้ฟังแต่อย่างใด ท่านประธานที่ เคารพครับ ผมได้ฟังท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง พูดตอนเช้านั้น รู้สึกว่ามั่นใจ นะครับว่าเงินจํานวนนี้นั้นเหมือนกับว่าเอาไปซื้อเสียงล่วงหน้าให้กับชาวบ้านในอนาคต นั่นเปึนเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ก็คือ เรื่องของโครงการฟุ๋นฟูและสร้างความเชื่อมั่นในประเทศ ตั้งงบประมาณไว้ ๓๒๕ ล้านบาท เงินจํานวนนี้ตั้งไว้ที่กระทรวงต่างประเทศ อยากจะเรียน ถามรัฐบาลว่า วันนี้ภาพลักษณ์ของประเทศเรานั้นเสียหายอย่างยิ่ง เงินจํานวนนี้ต้อง กราบเรียนว่าน้อยเกินไป แล้วก็ไม่น่าไปตั้งที่กระทรวงการต่างประเทศ น่าจะตั้งเปึน งบกลาง แล้วให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ดูแลเอง แล้วก็ตั้งในยอดวงเงินที่สูงขึ้น ที่ผมต้องกราบเรียนเช่นนี้ก็เนื่องจากว่าผมไม่ได้มีความเชื่อมั่นเลย ไม่ได้มีความเชื่อมั่น ต่อภาพลักษณ์ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแต่อย่างใดว่าจะสามารถ กู้ภาพลักษณ์ของประเทศของเราให้ปรากฏแก่ชาวโลกได้ดีขึ้น แล้วก็ดูสาระสําคัญ ในรายละเอียดแล้วก็เปึนเรื่องของการประชุมอาเซียน เรื่องของการจัดประชุมต่าง ๆ ไม่ได้ เกี่ยวกับการฟุ๋นฟูภาพลักษณ์ต่อนานาอารยประเทศแต่อย่างใด
เรื่องที่ ๓ เรื่องโครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน ท่านตั้งไว้ ๖,๙๐๐ ล้านบาท ให้สําหรับนักศึกษาและผู้ว่างงาน กลุ่มคน ๒ กลุ่มนี้เปึนกลุ่มที่ยังไม่มีงานทํา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมอยากเรียนถามว่าวันนี้มีบริษัทหลายแห่งในประเทศของเรา ที่จังหวัด นครราชสีมาเอง โรงงานซีเกทได้ปลดคนงานออกสัปดาห์ที่แล้ว ๔๐๐ คน โรงงานชินเอ ซึ่งเปึนโรงงานผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ปลดคนงานออกประมาณ ๗๐๐ คน เพื่อนผม เปึนผู้จัดการโรงงานอยู่ที่จังหวัดระยอง ชื่อโรงงานไทยคอปเปอร์มีคนงานประมาณ ๑,๐๐๐ คน วันนี้ป่ดโรงงาน อยากจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล บอกว่าคนที่ มีงานทําอยู่แล้ว และต้องมีภาระที่จะต้องรับผิดชอบครอบครัว แล้วกําลังจะกลายเปึน คนตกงาน รัฐบาลไม่มีแนวคิดเลยหรือครับ ว่าจะมาเยียวยาและมีมาตรการที่จะช่วยเหลือ คนเหล่านี้ เพราะว่าคนเหล่านี้เปึนบุคคลที่เคยมีงานทําแต่วันนี้ตกงาน แต่รัฐบาลกลับไป ให้ความสําคัญกับคนที่ยังไม่มีงานทํา แล้วก็ผู้ว่างงาน ผมยังให้เห็นถึงความสําคัญของ คนที่ตกงานและยังไม่มีงานทําที่มากกว่า
ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสังเกตข้อต่อไปก็คือเรื่องของโครงการ สนับสนุนการท่องเที่ยว รัฐบาลตั้งงบประมาณไว้ ๔๕๓ ล้านบาท จริง ๆ แล้วเมื่อเข้าไปดู ในรายละเอียดในหนังสือเล่มใหญ่แล้วก็ยิ่งแปลกใจนะครับ เพราะรายละเอียด ในงบประมาณนั้นเปึนงบประมาณที่จัดขึ้นแทบทุกโครงการนั้นปรากฏแผนงานในจังหวัด เขตจังหวัด ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้แทบทั้งสิ้น วงเงิน ๔๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ในสมัยที่รัฐบาลนี้เคยเปึนฝ์ายค้าน ได้เคยวิจารณ์บอกว่า การจัดงบประมาณที่มีลักษณะ กระจุกตัวแต่อยู่ที่เดียวนั้นไม่เปึนธรรม แล้วก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานา แต่เมื่อ มาถึงท่านเปึนรัฐบาลเองงบการท่องเที่ยว ๔๕๓ ล้านบาท ท่านจัดลงเฉพาะจังหวัดในเขต ภาคใต้แทบทุกโครงการ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลนะครับ ภาคอื่นเขาไม่มีความสําคัญหรืออย่างไร ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง แม้กระทั่งกรุงเทพมหานคร แทบไม่ได้ใบบุญจากงบประมาณที่ท่านตั้งไว้ ๔๕๓ ล้านบาท แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามข้อสังเกตข้อที่ ๔ ของผมก็คือว่าเงินประชานิยมที่ท่านช่วยเหลือ ผู้สูงอายุนั้น หรือแม้กระทั่ง อสม. ก็ตาม จริง ๆ เห็นด้วยนะครับ ๒ กลุ่มนี้เปึนบุคคล ที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ แต่น่าจะตั้งเปึนงบปกติ แล้วก็ถ้าจะให้ดีเอามันทุกป้เลย นะครับ ให้ผู้สูงอายุและ อสม. เขามีกําลังใจในการทํางาน ท่านตั้งแบบเฉพาะ ๖ เดือน แล้วก็ไม่รู้ว่าอนาคตกลุ่มคนเหล่านี้จะได้รับเงินค่าตอบแทน หรือเงินสวัสดิการอย่างไร อีกต่อไปหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วมีหลายประเด็น แต่ผมยกขึ้นมาเปึน เพียงบางประเด็น ผมอยากเห็นรัฐบาลนี้ได้ใช้เงินให้มันถูกสมกับที่พี่น้องประชาชน ได้เสียภาษี แล้วก็แก้ปัญหาให้ตรงจุดเรื่องการส่งออก เรื่องปัญหาคนว่างงาน แล้วก็เรื่อง อะไรต่าง ๆ ที่จะทําให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนมีชีวิตและความเปึนอยู่ที่ดีขึ้น อยากจะ กราบเรียนว่าไม่เชื่อว่าท่านสามารถจะหาเงินเข้ามาแก้ไขในเรื่องดังกล่าวได้ แต่อยากจะ ติงท่าน ท่านอย่าไปรีดภาษีชาวบ้านนะครับ เมื่อหาเงินไม่ได้แล้วท่านอย่าหาวิธีการเก็บ ภาษีชาวบ้านเพิ่มเติมมากขึ้น เดี๋ยวชาวบ้านเขาจะได้รับความเดือดร้อนในสถานการณ์ ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใช้เวลาพอสมควร กราบขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ข้อสังเกต ๓-๔ ข้อตั้งไว้ให้รัฐบาลไว้พิจารณาต่อไป ขอกราบขอบคุณครับ
หลังจากคุณประเสริฐแล้วเดี๋ยวฝ์ายค้าน ประธานวิปได้กําหนดเวลาท่านละ ๖ นาที นะครับ ช่วงนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะขอชี้แจง เชิญท่านรัฐมนตรี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบ สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กระผมขออนุญาตชี้แจง ทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกในกรณีประเด็นที่มีข้อซักถามและกรณีของการอภิปราย ในประเด็นของโครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพของรัฐบาล ซึ่งได้ตั้งงบประมาณไว้ ประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายฉบับนี้ ขออนุญาตชี้แจงทําความเข้าใจในบางประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไว้ในช่วงบ่าย แล้วก็ช่วงเย็นเฉพาะบางประเด็นที่จําเปึน และจะไม่ใช้เวลานานจนเกินไปครับ ท่านประธาน
ประเด็นแรก เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งได้อภิปรายสอบถามว่า โครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพนั้น ทําไมไม่ไปใช้งบประมาณปกติ หรือตั้งไว้ในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ คืองบประมาณในป้หน้า เพราะว่าการที่จะมาตั้งไว้ในงบกลางป้นั้นไม่มีประโยชน์ ในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ความจริงโครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพนั้น กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่าก็มีผลสําคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน แต่ขออนุญาตที่จะไม่ชี้แจงทําความเข้าใจในประเด็นนี้ แล้วกระผมเข้าใจว่าจะมีรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีจะได้ชี้แจงทําความเข้าใจต่อไป แต่ว่าอย่างไรก็ตามประเด็นหนึ่งที่ ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่า ความจริงถ้าสมมุติว่าโครงการนี้ไปตั้ง ในงบประมาณปกติ เปึนงบประมาณป้ ๒๕๕๓ นั้น แน่นอนว่า งบประมาณจะเริ่มใช้ได้ ก็เดือนตุลาคม ป้ ๒๕๕๒ ซึ่งนั่นหมายความว่าป้การศึกษาในป้หน้าก็จะเริ่มไปแล้ว อย่างน้อยก็หนึ่งภาคการศึกษา เพราะฉะนั้นโอกาสที่รัฐบาลจะปฏิบัติตามคํามั่นสัญญาที่ แถลงไว้ต่อรัฐสภาที่จะจัดให้มีโครงการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ ตั้งแต่ป้การศึกษาหน้าที่ จะมาถึงในเดือนพฤษภาคมป้นี้ ก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ เพราะจะไม่มีเงิน งบประมาณแผ่นดินมาใช้ในการดําเนินการ ตรงนี้จึงเปึนที่มาที่ทําไมจะต้องมาบรรจุไว้ใน งบประมาณกลางป้ที่จะขออนุมัติต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ขออนุญาตกราบเรียนว่า เปึนโครงการที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่ง อย่างน้อยที่สุด ก็เปึนเรื่องของการขยายโอกาสทางด้านการศึกษา เปึนการเป่ดโอกาสให้เด็กยากจน เด็กด้อยโอกาส เด็กชายขอบ และเด็กไทยทั่วทั้งประเทศได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา อย่างน้อยที่สุดรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็ได้กําหนดไว้ว่า รัฐจะต้องจัดการศึกษาให้กับ ประชาชน คนไทยทั่วทั้งประเทศได้มีโอกาสเรียนอย่างทั่วถึงเท่าเทียม เปึนระยะเวลา ๑๒ ป้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ว่ารัฐบาลนี้ทําเกินรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐบาลชุดนี้ มีวัตถุประสงค์ เห็นความสําคัญของการศึกษาที่ต้องการสร้างคน สร้างอนาคตให้กับ ประเทศ เพราะฉะนั้นโครงการนี้จึงเกิดขึ้นแทนที่จะเรียนฟรี ๑๒ ป้ ตามรัฐธรรมนูญ กําหนด ก็ขยายเวลาเปึน ๑๕ ป้ โดยจัดให้มีการเรียนฟรีตั้งแต่ชั้นอนุบาล ๑ เปึนต้นไป จนกระทั่งถึงชั้นประถมศึกษา ชั้นมัธยมศึกษา แล้วก็ไปถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมอนุบาล ๓ ป้ ประถมศึกษาตอนต้น จนถึงประถมศึกษาตอนปลาย ๖ ป้ มัธยมศึกษา ตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ๖ ป้ รวมแล้วก็เปึน ๑๕ ป้ นี่ก็คือเปัาหมายนโยบายของ รัฐบาลที่ของบประมาณต่อที่ประชุมแห่งนี้นะครับ อย่างน้อยที่สุดก็ขออนุญาตใช้เวลา ตรงนี้ชี้แจงทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกว่า คําว่า เรียนฟรี นั้นหมายความว่าอย่างไร คําว่า เรียนฟรี นั้น รัฐบาลนี้จะของบประมาณไปดําเนินการจัดการศึกษาฟรีให้ใน ๕ หมวดสําคัญ หมวดที่ ๑ ก็คือ จะฟรีในเรื่องของค่าเล่าเรียน หมวดที่ ๒ ก็คือ จะฟรี ในเรื่องของตําราเรียน ซึ่งวิชาหลักหมวดความรู้ทั้งหมด ๘ สาระความรู้ก็จะจัดตําราเรียน ให้ฟรีกับนักศึกษาทุกคนที่อยู่ในข่าย และประการถัดมาก็คือ จะฟรีในเรื่องของอุปกรณ์ การเรียน
ประการที่ ๔ ก็คือ จะฟรีในเรื่องของชุดนักเรียน
และสุดท้ายที่สําคัญยิ่งอีกประการหนึ่งก็คือ จะฟรีในเรื่องของกิจกรรม พัฒนาคุณภาพ ที่เปึนเช่นนั้นต้องจัดงบประมาณส่วนสุดท้ายไว้ด้วย ก็เพราะว่ารัฐบาลนี้ ไม่มีความประสงค์แต่เพียงที่จะต้องจัดให้มีการเรียนฟรีเฉพาะในเรื่องของการแจกตํารา หรือว่าชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และค่าเล่าเรียนแต่เพียงเท่านั้น แต่รัฐบาลนี้ ยังมีความประสงค์ที่ต้องการมุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพของการศึกษา ซึ่งเปึน ปัญหาสําคัญของการปฏิรูปการศึกษาในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาให้มีคุณภาพเพิ่มเติมขึ้น โครงการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ ๑๕ ป้ จึงเกิดขึ้น และเปึนที่มาที่ต้องมาของบประมาณ ต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ และนี่คือ ๕ หมวดที่รัฐจะจัดสรรให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และถือว่า เปึนมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการที่จะได้กําหนดไว้ แล้วก็จะชี้แจงในรายละเอียด ต่อไปเมื่อถึงเวลาอันควร เพราะไม่ต้องการจะใช้เวลามากเกินไปว่า คําว่า อุปกรณ์ การเรียนที่ฟรีประกอบด้วยรายการอะไรบ้าง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ กิจกรรมพัฒนาคุณภาพ จะประกอบด้วยกิจกรรมอะไรบ้าง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ซึ่งกระผมจะขออนุญาตชี้แจงในโอกาส ต่อไปเมื่อมีโอกาสอันควร แต่วันนี้ก็ขอกราบเรียนเฉพาะตรงนี้เพื่อให้ทราบโดยสังเขป
อย่างไรก็ตามมีประเด็นที่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้อภิปรายในสภาเมื่อตอน ช่วงเย็นที่กระผมจําเปึนจะต้องชี้แจง เพราะว่าไม่เช่นนั้นอาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด โดยเฉพาะสมาชิกท่านหนึ่งคือคุณสุนัย จุลพงศธร ได้อภิปรายในประเด็นของหนังสือเรียน กับประเด็นของชุดนักเรียน และกระผมเกรงว่าถ้าไม่ชี้แจงทําความเข้าใจก็จะเกิดความ เข้าใจผิดเกิดขึ้นได้ กรณีหนังสือเรียนนั้น คุณสุนัยได้อภิปรายไว้ว่ากระทรวงศึกษาธิการ ได้กําหนดราคากลางไว้ ซึ่งใช้ราคาขององค์การค้า สกสค. ซึ่งความจริงในอดีตคือองค์การ ค้าคุรุสภา กระผมขอใช้คําว่า องค์การค้าคุรุสภา ก็แล้วกัน เพื่อเกิดความเข้าใจร่วมกัน แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนชื่อแล้ว คุณสุนัยบอกว่ากระทรวงศึกษาธิการตั้งราคาหนังสือเรียน กําหนดเปึนราคากลางไว้ โดยใช้ราคาองค์การค้าคุรุสภา ซึ่งแพงกว่าราคาหนังสือเรียน ของเอกชนเปึนเท่าตัว แล้วคุณสุนัยก็นําตําราเรียนขึ้นมายกเปึนตัวอย่าง ๒ เล่ม ๓ เล่ม ๔ เล่ม แล้วก็เอาเล่มที่ ๑ เปรียบเทียบกับราคาเล่มที่ ๒ เอาเล่มที่ ๒ เปรียบเทียบ ราคาเล่มที่ ๓ เหล่านี้เปึนต้น แล้วบอกว่าเห็นไหมของเอกชนราคาถูกกว่าราคาองค์การค้า คุรุสภา แต่รัฐบาลกลับไปตั้งราคากลางเปึนราคาองค์การค้าคุรุสภา แต่สิ่งที่ท่านประธาน และเปึนนโยบายที่กระผมประกาศไปชัดเจน กระผมไม่มีนโยบายต้องให้กระทรวง เปึนผู้จัดซื้อ เพราะไม่ต้องการให้เกิดข้อครหานินทาแต่อย่างใดทั้งสิ้น แล้วไม่มี ความประสงค์จะไปหาประโยชน์ใด ๆ จากตําราเรียนของเด็ก สิ่งเหล่านี้เปึนนโยบาย ชัดเจนที่กระผมประกาศตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปที่กระทรวงศึกษาธิการ และทุกคนรับทราบ ว่าไม่มีนโยบายให้กระทรวงจัดซื้อ แต่จะให้เปึนหน้าที่ของโรงเรียนที่จะเปึนผู้ดําเนินการ และที่จําเปึนจะต้องให้โรงเรียนเปึนผู้ดําเนินการเพราะโรงเรียนจะเปึนเจ้าของตําราเรียนที่ จัดซื้อ เพื่อให้นักเรียนนําไปยืมเรียน ตําราเรียน ๑ ชุดจะใช้ให้มีการยืมเรียน ๓ ป้ เท่าที่ ตั้งใจไว้ และถ้าป้ไหน หนังสือเรียนส่วนไหนเสียก็อาจจะค่อยดําเนินการซ่อมแซม ตามป้งบประมาณไป แต่ความประสงค์ก็คือว่าจะต้องใช้หมุนเวียนเรียนกันประมาณ ๓ ป้ นี่เปึนนโยบายเบื้องต้น เพราะฉะนั้นโรงเรียนก็จะเปึนเจ้าของตําราเรียน และจะให้นักเรียน ได้ยืมเรียนเปึนรุ่น ๆ ไป และขณะเดียวกันโรงเรียนสามารถที่จะมีทางเลือกในการที่จะ จัดซื้อจากไหนก็ได้ จะซื้อจากองค์การค้าคุรุสภาก็ได้ จะซื้อจากสํานักพิมพ์เอกชนก็ได้ เพียงแต่กระทรวงศึกษาธิการจะตั้งงบประมาณให้กับโรงเรียนในการจัดซื้อต่อ ๑ ชุดตําราเรียน ต่อนักเรียน ๑ คน ในราคาที่ตั้งไว้ตามมาตรฐานขององค์การค้าคุรุสภา ซึ่งเมื่อไปดูเกณฑ์ โดยเฉลี่ยทั่วไปแล้วต่ํากว่าราคาหนังสือของเอกชนในคุณภาพมาตรฐานที่ใกล้เคียงกัน และกระผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานให้ได้รับความสบายใจประการหนึ่งว่า ราคาขององค์การค้าคุรุสภานั้น ไม่ใช่ราคาที่รัฐบาลชุดนี้หรือกระผมและรัฐมนตรีช่วย ทั้ง ๒ ท่านมากําหนดเอาตอนที่เข้ากระทรวงไม่กี่วันมานี้ แต่เปึนราคาที่กําหนดมาแล้ว ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ ตั้งแต่คุณสุนัยเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วรัฐบาลของคุณสุนัย เปึนรัฐบาล เปึนราคาที่กําหนดมาตั้งแต่นั่น จนปัจจุบัน ๖ ป้ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ยังเปึนราคาเดิมที่ใช้มาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน ๆ แล้วขณะเดียวกันงบประมาณ ที่กระทรวงศึกษาธิการตั้งให้ก็ใช่ว่าจะตั้งให้ตามราคาขององค์การค้าเท่านั้นที่ท่านบอกว่า แพง จะต้องตั้งในราคาลบอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ด้วย เพราะฉะนั้นราคาที่จัดงบประมาณ ให้ซื้อตําราเรียนเปึนราคาที่ต่ํากว่าราคาที่องค์การค้าคุรุสภาได้ประกาศขายไว้ที่หน้าปก อีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และเปึนราคาที่กําหนดมาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วในราคาเต็ม แต่รัฐบาลชุดนี้ยังลบอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ นี่คือสิ่งที่อยากขออนุญาตที่จะกราบเรียน ทําความเข้าใจเปึนประเด็นเบื้องต้น
ประเด็นที่ ๒ กรณีที่คุณสุนัยได้วิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของ องค์การค้าคุรุสภาว่ามีปัญหามาก มีการจ้างเอกชนพิมพ์ แทนที่จะไปพิมพ์เอง มีการขโมย ลิขสิทธิ์มีปัญหา จนกระทั่งปัจจุบันองค์การค้าคุรุสภาขาดทุนกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท พูดคล้าย ๆ กับทําความเข้าใจคล้าย ๆ กับว่ากระผมและรัฐบาลชุดนี้จะต้องเปึน ผู้รับผิดชอบต่อภาระขาดทุนที่องค์การค้าคุรุสภาดําเนินการมา ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานครับว่า ความจริง ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ขาดทุนนั้นขาดทุนมานานแล้วครับ ขาดทุนตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วแล้วก็รัฐบาลชุดก่อน รัฐบาลชุดที่แล้ว แล้วก็ขาดทุนมาโดยลําดับตลอด ตั้งแต่คุณสุนัยเปึนผู้แทนราษฎร แล้วตั้งแต่คุณสุนัยไปเปึนที่ปรึกษารัฐมนตรีศึกษาธิการ ยุคนั้นองค์การค้าคุรุสภา ก็ขาดทุน กระผมเพิ่งเข้ามาอยู่กระทรวงได้ ๑ เดือนครับ โดยประมาณ แต่อย่างไรก็ตาม ตรงนี้คือมรดกบาปที่รัฐบาลชุดนี้ต้องรับมาแน่นอน และกระผมกราบเรียนกับ ท่านประธานว่ากระผมก็เปึนผู้หนึ่งที่จะต้องเข้าไปรับผิดชอบต่อการแก้ปัญหาองค์การค้า คุรุสภาที่ขาดทุน ๓,๐๐๐ ล้านบาท หรือว่าจะกี่พันล้านบาทก็สุดแล้วแต่ในโอกาสต่อไป อันนี้ก็คืออีกประเด็นหนึ่งที่ขออนุญาตทําความเข้าใจ
ประเด็นที่ ๓ ในเรื่องของเครื่องแบบนักเรียน คุณสุนัยอภิปรายว่า กระทรวงศึกษาธิการตั้งราคาชุดนักเรียนให้แพงไว้ก่อน คล้าย ๆ กับทําให้คนเกิดความ เข้าใจว่าจะมีการหาผลประโยชน์ โดยตั้งชุดนักเรียนให้แพงเกินกว่าความเปึนจริง เวลาจัดซื้อจะได้มีเปอร์เซ็นต์เหลือ คุณสุนัยไม่ได้พูดคําว่าจะมีเปอร์เซ็นต์เหลือหรอกครับ แต่ผมอธิบายคําที่ท่านบอกตั้งราคาให้แพงไว้ก่อน ทําให้ประชาชนทั่วทั้งประเทศอาจจะ ตีความไปในลักษณะนั้นได้ และทําให้เกิดความเข้าใจผิดต่อตัวกระผมและ กระทรวงศึกษาธิการ แต่สิ่งหนึ่งที่กระผมขออนุญาตทําความเข้าใจก็คือว่า คุณสุนัยได้นํา กางเกงตัวหนึ่งมาแสดงกับท่านประธาน แล้วก็บอกว่ากางเกงตัวนี้ท่านไปซื้อมาราคา ๒๐๐ กว่าบาท เปึนกางเกงนักเรียน ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด จะสีกากีหรืออย่างไรนี่ครับ และท่านบอกว่านี่ตัวละ ๒๐๐ กว่าบาท แต่กระผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธาน ว่า นั่นกางเกง ๑ ตัวนะครับ แต่งบประมาณที่กระทรวงศึกษาธิการตั้งไว้สําหรับ ชุดนักเรียนนั้นไม่ได้ตั้งแพงไปกว่าความเปึนจริง และไม่ได้ตั้งแพงไว้ก่อนครับ ในทาง ตรงกันข้ามกลับ ตั้งไว้ถูกกว่าราคากางเกง ๑ ตัวที่คุณสุนัยเอามาแสดง ๒๐๐ กว่าบาทด้วยซ้ําครับ เพราะยกตัวอย่างชุดนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษา ไปจนกระทั่งถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย กระทรวงศึกษาธิการตั้งไว้ชุดละ ๑๕๐ บาท ถึง ๒๕๐ บาท นั่นแปลว่ามีทั้งเสื้อ ทั้งกางเกงนะครับ ๑๕๐ บาท ถึง ๒๕๐ บาท ถ้าเปึน เด็กโตก็ ๒๕๐ บาท ถ้าเปึนเด็กเล็กก็ ๑๕๐ บาท แล้วราคาก็ลดหลั่นกันลงไป แต่คุณสุนัย เอากางเกง ๑ ตัวมาโชว์ก็ ๒๐๐ กว่าบาทแล้วครับ เพราะฉะนั้นราคามันไม่ได้แพงเกินกว่า สิ่งที่มันควรจะเปึน และไม่ได้ตั้งราคาแพงไว้ก่อน และราคาชุดนักเรียนที่กระทรวงตั้ง ไม่ใช่นายจุรินทร์ตั้งนะครับ ข้าราชการประจําเปึนคนตั้งแล้วเสนอขึ้นมาว่า ราคานี้ เปึนราคาที่เขาไปสํารวจมาแล้วโดยใช้ราคาของบริษัทที่ได้ มอก. (มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) ๓๖ ราย แล้วเอามาดูกันว่าราคากลางมันอยู่ตรงไหน แล้วก็ เปึนราคาที่เปึนไปตามที่สํานักงบประมาณได้ระบุไว้ด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเปึนสิ่งที่ ต้องขออนุญาตชี้แจงทําความเข้าใจเลยครับว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้มีความประสงค์ หรือจุดความตั้งใจ หรือว่าได้ไปตั้งราคาให้แพงไว้ก่อนในเรื่องชุดนักเรียนแต่อย่างใด และ ขอกราบเรียนเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาลชุดนี้ยังไม่ได้จัดซื้อ ชุดนักเรียนแต่อย่างใดครับ แล้วกระผมกราบเรียนกับท่านประธานตรงนี้เลยว่า ผมไม่มี นโยบายให้กระทรวงศึกษาธิการจัดซื้อชุดนักเรียน แล้วก็แจกลงไปตามที่ต่างๆ กระผม จะไม่ทําอย่างนั้นครับ และประกาศต่อสภาตรงนี้เลยครับ แต่จะทําอย่างไรจะให้ แม่บ้านเย็บไหม กลุ่มแม่บ้านในหมู่บ้านเย็บ หรือว่าจะแจกเปึนเงินสดเหมือนคุณสุนัย แนะนํา หรือจะแจกเปึนคูปองแล้วระบุไว้เลยว่าต้องเอาไปซื้อชุดนักเรียนเท่านั้น หรือจะใช้ วิธีไหน กระผมไม่ตัดสินด้วยตัวเองครับ แล้วจะไม่ให้ข้าราชการตัดสินด้วยตัวเอง แต่ผม จะเริ่มต้นด้วยการรับฟังความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยจะฟังความเห็นจากผู้ปกครอง นักวิชาการที่อยู่ในวงการการศึกษา นักเรียน เขตพื้นที่การศึกษา ผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวง ทั้งหมด โดยกระผมระบุสั่งการไปแล้วครับ วันที่ ๓๐ ที่จะถึงนี้ วันศุกร์นี้ครับเราจะรับฟัง ความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ถ้าจะเรียกว่าทําประชาพิจารณ์ย่อย ๆ ก็น่าจะเรียกได้ ครับ โดยจะทําที่โรงเรียนสตรีวิทยา แล้วกระผมขออนุญาตให้เชิญจากต่างจังหวัดมาด้วย เพื่อมาร่วมให้ความเห็น โดยให้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเปึนเจ้าภาพ เวลา ๑๑ นาฬิกา จนกระทั่งถึงเย็น กระผมเรียนเชิญเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ และผู้สนใจ ทุกท่านโปรดช่วยให้ความเห็นว่าการจัดซื้อชุดนักเรียนและเรื่องอื่น ๆ นั้นควรจะดําเนินการ ด้วยวิธีใด โดยมีนโยบายประกาศชัดเจนว่า ขอให้ช่วยคิดวิธีที่ ๑. ประหยัดเงิน งบประมาณแผ่นดินให้ได้มากที่สุด ๒. โปร่งใสที่สุด และ ๓.ให้มีปัญหาในทางปฏิบัติ ตามมาน้อยที่สุด ที่กระผมต้องมีข้อ ๓ เพราะกระผมเข้าใจครับ การทํางานใหญ่แล้วก็ เกี่ยวพันกับคน ๑๐ กว่าล้านคน ปัญหาตามมาแน่นอนครับ ชุดนักเรียนเปึนอย่างไร อุปกรณ์การเรียนเปึนอย่างไร ตําราเรียนเปึนอย่างไร จุกจิกมากครับท่านประธานครับ แต่สิ่งหนึ่งที่กระผมตั้งเปัาไว้ก็คือ ให้ปัญหาในทางปฏิบัติตามมาน้อยที่สุด ถ้าเปึนเช่นนั้น ได้กระผมคิดว่ากระผมพอใจ กระทรวงพอใจ และกระผมก็มั่นใจว่าเพื่อนสมาชิกผู้มีจิตใจ เปึนธรรมก็ย่อมจะพอใจ นี่คือสิ่งที่อยากชี้แจงทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิก
-๙๕/๑ คุณสุนัยบอกว่าขณะนี้ท่านก็ไม่ได้ตําหนิกระผมหรอกครับ ท่านบอกว่ายังไม่มีการทุจริต กระผมก็ขออนุญาตขอบคุณคุณสุนัยที่ไม่ได้กล่าวหาว่ากระผมทุจริต แต่อย่างน้อยที่สุด ก็ขอบอกเพิ่มเติมครับว่าไม่ใช่แค่ปัจจุบันไม่มีทุจริต อนาคตก็จะไม่มีทุจริตครับ สําหรับตัว ของกระผม กระผมต้องการเห็นโครงการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพโปร่งใส ตรวจสอบได้ แล้วก็มีปัญหาในทางปฏิบัติตามมาน้อยที่สุดเหมือนกับที่กระผมกราบเรียน และถ้าใคร ทุจริตกระผมกราบเรียนกับท่านประธานครับ กระผมจะจัดการตามอํานาจหน้าที่ นี่คือ สิ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนทําความเข้าใจกับท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ขอบคุณครับ
คุณสุนัยใช้สิทธิพาดพิงหรือครับ ขอรวบรัดด้วยนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน นครสวรรค์ของพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมไม่ผิดหวังต่อสิ่งที่ท่านชี้แจงเลย คือไม่ได้มีอะไรใหม่เลยสําหรับท่าน รัฐมนตรีท่านนี้ ด้วยพฤติกรรมแบบเดียวกัน ท่านครับ คําตอบของท่านแต่ละขั้นตอนนั้น ก็ตอบแบบนักการเมืองแบบเก่า ๆ นั่นเอง คือพยายามจะทําลายผมด้วยการบอกว่า คุณสุนัยเอาหนังสือมาเล่มสองเล่ม เล่ม ๑ คู่กับเล่ม ๒ ท่านครับ คนของท่านนี่ไปนั่งดูเลย ครับเกือบ ๑๐๐ เล่มครับ แต่ละป้ครับ ประถมต่อประถม ๑ ประถม ๒ ต่อประถม ๒ นี่ของ สกสค. นี่ของคุรุสภา นี่ของเอกชน เปรียบเทียบราคาทั้ง สพฐ. และอาชีวะ ราคามันชัดเจน ที่สุดว่ามันแพงกว่าเอกชนเขากว่าครึ่ง ลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์แล้วยังแพงกว่าอีก ท่านยังมาต่อ ว่าผม ผมก็ไม่ได้ว่ากระไรหรอกครับ แต่นี่เปึนวิธีการเทคนิคของนักตรรกวิทยาที่จะทําลาย เหตุผลของคนอีกส่วนหนึ่งที่มาเป่ดข้อเท็จจริง แทนที่ต้องขอบคุณผมและไปดําเนินการ เรื่องนี้ ท่านครับ นี่คือการแสดงถึงความไม่ได้รับผิดชอบต่อสิ่งที่เปึนเลย ผมพูดตั้งแต่ต้นว่า ผมไม่อาจจะรับงบประมาณนี้ได้ เพราะรัฐบาลไม่ได้แสดงพฤติกรรมปกปัองเงินของ ราษฎรเลยครับ ตั้งแต่กรณีของคุณวิฑูรย์ นามบุตร ข่าวอื้อฉาวไปหมดท่านก็ไม่ทํา พอมาถึงเรื่องนี้ก็อีหรอบเดิมอีกครับ ท่านครับ ท่านพูดได้อย่างไรว่าทําไมคุณสุนัยไม่เอาไป ให้ผมดู ผมเปึนรัฐมนตรีหรือครับ ท่านเปึนรัฐมนตรี หน้าที่ของท่าน ท่านต้องตรวจสอบแล้ว ราคาอะไรเปึนอะไร เครือข่ายท่านมีหมด ผมเปึนฝ์ายค้าน ผมไปจัดมาหมดแล้วครับ และ ก็ไปให้นักข่าวดูหมดแล้ว คนของท่านก็ไปนั่งดู เอกสารก็มีหมด พูดอย่างนี้ผมว่าท่านไม่ รู้สึกหรือครับว่าท่านกําลังดูถูกตัวท่านเองในฐานะเปึนเสนาบดีแทนที่จะได้ไปตรวจสอบว่า มีอะไรต่าง ๆ ท่านประธานครับ ผมผิดหวังมากครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ฟังผมนิดนะครับ นโยบายของท่านนะครับ หน้า ๓ บังเอิญท่านไม่ได้แถลงในสภานี้ ผมก็ไปชี้แจงโต้แย้ง ท่านไม่ได้ หน้า ๓๓ ข้อ ๘.๒ ครับ ส่งเสริมคุณธรรมคู่ความรู้ทั้งในและนอกสถานศึกษา เพื่อปลูกฝังค่านิยม แหม เน้นเลยนะครับ “คนไทยต้องไม่โกง” ผมชี้ช่องคือที่จะมีการโกง และท่านก็ตีไปเรื่องอื่น ตีเรือรอบไปอีก ท่านบอกผมจะไม่ให้มีการจัดซื้อ กระทรวงไม่จัดซื้อ เดี๋ยวผมจะทําให้ท่านเห็นทันทีว่า จริง ๆ ก็รู้จักกันนะครับ ผมว่านี่ละครับ คือเสนาบดีที่ไม่มีฝ้มือครับ ค่าหนังสือเรียน ท่านดูสิ มีเอกสารหรือยังครับ รายงานการประชุม ครั้งที่ ๑ ที่ท่านนั่งเปึนประธาน ที่ผมไม่ให้ท่านเพราะอะไร เพราะคนดี ๆ ในกระทรวงเขาเยอะครับ เขาเอาเอกสารมา ให้ผม และผมก็รู้ อาจจะมีการทํารหัสไว้ ถ้าผมถ่ายเข้าไปปัูบท่านรู้ทันทีว่าเอกสารนี้ มาจากสายไหน
ข้อ ๒ เป่ดดูหน้า ๕ สิครับ ถ้ายังบอกว่ายังไม่มีอยู่ในมือก็แย่แล้วนะครับ ผมบอกรายละเอียดไปหมดแล้ว ครึ่งวันแล้วนะครับ ปัญหาคืออะไร ปัญหาคือการกําหนด ราคากลาง
คุณสุนัยครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณบุญยอดประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครครับ ท่านผู้อภิปรายใช้สิทธิ พาดพิงนะครับท่านประธานครับ ผมว่าท่านประธานต้องวินิจฉัยข้ออภิปรายของเขา ในขณะนี้นะครับว่าเปึนการใช้สิทธิเกินกว่าการพาดพิงหรือไม่ เพราะว่าตอนนี้เปึนการ อภิปรายซ้ําแล้วนะครับ และผมขอท้าท่านนะครับ ท่านมีหนังสือ ๒ เล่มที่ท่านบอกว่า เหมือนกันท่านต้องเอาให้สภาดูครับ ไม่อย่างนั้นท่านก็โกหกสภาครับ
ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ คุณสุนัยใช้สิทธิพาดพิงตามที่ท่านรัฐมนตรีท่านได้ชี้แจงต่อ ที่ประชุมแห่งนี้ คุณสุนัยก็มีสิทธิที่จะซักถามนะครับว่าสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบนั้น คุณสุนัยเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร ผมฟังอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นวินิจฉัยว่าคุณสุนัย ซักถามต่อได้ครับ แต่ก็ต้องขอใช้เวลารวบรัดแล้วก็อย่าซ้ําประเด็นนะครับ
ท่านครับ มันกําลังเข้าเนื้อแล้วครับ แต่ผมยังไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมได้นําหลักฐานมาชี้ช่องก่อนว่ามันเกิดเหตุอย่างนี้ แล้ว แทนที่ท่านจะได้เข้าใจท่านไม่เข้าใจในประเด็นหรือแกล้งไม่เข้าใจ ท่านบอกท่านจะ ไม่จัดซื้อ แต่การที่ท่านไปตั้งราคากลางองค์การค้าคุรุสภา ซึ่งราคามันสูงกว่าเขาผมก็เอา หลักฐานมาให้ดูเยอะแยะ ท่านบอกเปึน ๒–๓ เล่ม ไม่รู้ว่าเล่มไหนเปึนอย่างไร คือแทนที่ ท่านจะกลับไปดําเนินการตรวจสอบเสีย ขอบพระคุณฝ์ายค้านที่มาชี้แจงนะครับ เดี๋ยวผม จะจัดการดูก็ไม่เห็นเสียหายอะไร
คุณสุนัยครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ อาจารย์ประกอบ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ ผมไม่เคยประท้วงเลยนะครับ ผมเพียงแต่ว่าให้ท่านประธาน สังเกตผู้อภิปรายนะครับ จริง ๆ ท่านรัฐมนตรีจุรินทร์พูดชัดเจนนะครับว่า การกําหนด ราคาหนังสือขององค์การค้าคุรุสภา
ไม่เปึนไรครับ อาจารย์ประกอบครับ เพราะว่าเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีก็อาจจะตอบอีกครั้งหนึ่ง นะครับ แต่ถ้าคุณประกอบประท้วงได้ครับ ต้องบอกผมนะครับว่าประท้วงเรื่องอะไรครับ ขอเชิญประท้วงครับ
นายสุนัยโกหกนี่ครับ ผมกราบเรียนท่านประธานฟังผมก่อนสิครับ ท่านจุรินทร์ ท่านรัฐมนตรีพูดชัดว่าราคาของ องค์การค้าคุรุสภานี่กําหนดป้ ๒๕๔๖ ป้นั้นใครเปึนรัฐบาล ใครเปึนเลขารัฐมนตรี
อาจารย์ประกอบครับ ขอความกรุณาครับ คือถ้าประท้วงต้องบอกว่าประท้วง ผู้อภิปรายเรื่องอะไรนะครับ ส่วนเรื่องการชี้แจงเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีตอบซ้ําได้นะครับ คุณประกอบประท้วงอะไรครับ ประท้วงเรื่องอะไรนะครับ
ผมประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๖๑ ครับ ปล่อยให้ผู้ประท้วงพูดวกวนแล้วก็ไม่เปึนจริง แล้วก็ท่านรัฐมนตรีได้
เชิญคุณประกอบนั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวจะมีผู้ประท้วงอีกครับ คุณสุรเชษฐ์ประท้วงต่อเรื่อง อะไรนะครับ ขอผมวินิจฉัยที่อาจารย์ประกอบประท้วงก่อนนะครับ คุณสุรเชษฐ์นั่งลงก่อน ครับ ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่ได้วินิจฉัยไปครั้งหนึ่งแล้ว ท่านรัฐมนตรีได้ ตอบชี้แจงนะครับ ซึ่งคุณสุนัยอาจจะเห็นว่าตรงหรือไม่ตรงกับคุณสุนัย คุณสุนัยก็ขอ ใช้สิทธิพาดพิงแล้วนะครับ ซักถามต่อ ซึ่งผมก็ได้บอกว่า ขอความกรุณาอย่าซ้ําประเด็น ซึ่งผมฟังอยู่คุณสุนัยยังไม่ได้ซ้ําประเด็น นะครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ คุณประกอบเชิญนั่งลงเถอะครับ เชิญนั่งลงก่อนนะครับ และเดี๋ยวผมจะได้ให้สิทธิท่านต่อไปประท้วงครับ คือท่านโต้แย้งในคําวินิจฉัยใช่ไหมครับ เชิญครับ
ผมโต้แย้งคําวินิจฉัยของ ท่านครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ เพราะว่าท่านเปึนคนที่ โปร่งใส ยุติธรรมนะครับ แต่ผมอยากให้ท่านติดตามคําอภิปรายของท่านสุนัยชัด ๆ นะครับว่า คําอภิปรายของท่านสุนัยนี่ไม่ใช่เปึนการแก้ที่ท่านรัฐมนตรีพูด เพราะทุก ประเด็นท่านรัฐมนตรีพูดชัดเจนทุกอย่าง แต่คุณสุนัยอภิปรายใหม่
ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะประท้วงครับ ผมขอท่านที่เพิ่งจะประท้วงใหม่ฟังผมก่อนนะครับ ผมจะ วินิจฉัยท่านประกอบนั่งลงครับ ผมวินิจฉัยซ้ําอีกครั้งหนึ่งครับ ประธานฟังการอภิปราย ของคุณสุนัยอยู่นะครับ และก็เห็นว่าซักถามในเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีตอบ แล้วเดี๋ยว ท่านรัฐมนตรีก็มีสิทธิที่จะตอบอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นคุณประกอบไม่ต้อง ประท้วงแล้วครับ ขอเชิญนั่งเลยครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ ขอเชิญท่านอื่นประท้วงเรื่อง เดียวกันหรือเปล่าครับ ถ้าจะประท้วงเรื่องเดียวกันไม่ต้องประท้วงนะครับ ให้คุณสุนัย อภิปรายต่อนะครับ คุณสุรเชษฐ์ครับ อภิปรายรวบรัดด้วยนะครับ เพราะว่าข้อ ๖๑ ต้อง ไม่วกวนและซ้ําซาก ผมฟังอยู่ว่ายังไม่ซ้ําซากนะครับ เชิญคุณสุนัยอภิปรายต่อครับ
ท่านประธานครับ วันนี้นั่งสมาธิมา เรียบร้อยไม่วอกแวก ผมกําลังพูดในสิ่งที่ปกปัองผลประโยชน์ของประชาชนในเม็ดเงินที่ ท่านจะไปกู้เงินมาแจก ผมทําผิดหน้าที่อะไรของสภาผู้แทนราษฎร ผมกําลังจะชี้แจง ท่านกําลังจะเบี่ยงเบนประเด็นแล้ว หาว่า
อภิปรายต่อเลยครับ
ประทานโทษ ท่านชี้แจงบอกว่า ตั้งราคากลางไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ ท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีก็นั่งอยู่นี่คนหนึ่ง ไม่ได้ตั้งครับ เพราะว่าตอนนั้นไม่ได้ซื้อ ไม่มีโครงการซื้อหนังสือแจกครับ มีแต่เงินอุดหนุนรายหัวครับ ดังนั้นกระบวนการตั้งราคากลางสูงขึ้นอย่างนี้ แม้จะเปึนราคาที่มีอยู่แล้วก็จริง จึงเปึน กระบวนการหนึ่งในนโยบายประชาธิปัตย์นิยมที่จะแจกแล้ว จะมีกระบวนการทุจริต ตามนั้น ผมมาชี้ช่องก่อน ฟังผมสิ พอจะเข้าเนื้อทําไมต้องประท้วงเพื่อไม่ให้ผมพูด
คุณสุนัยครับ ประท้วงอีกแล้วครับ ท่านประกอบ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าท่านฟัง คนนี้นิสัยอย่างนี้พูดให้เสียหาย
อาจารย์ประกอบครับ ต้องขอความกรุณาครับ ผมป่ดไมค์แล้วนะครับ ผมขอความกรุณา อาจารย์ประกอบครับ เวลาประท้วงก็อย่าไปพาดพิงเขากลับ มันก็จะเปึนอย่างนี้มันก็จะ ทําให้บรรยากาศในที่ประชุมของเราไม่ราบรื่นนะครับ คุณสุรเชษฐ์นั่งลงเถอะครับไม่ต้อง ประท้วงแล้วครับ ขอคุณสุนัยรวบรัดด้วย คุณสุรเชษฐ์ไม่ต้องแล้วครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ เพื่อจะได้อภิปรายต่อครับ ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่ได้อภิปรายครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
คือ ท่านที่ประท้วงสักครู่ด้วยความ เคารพครับว่า ท่านยังไม่ได้เปึนรัฐมนตรีเลยไว้รอบหน้าครับ ปรับก่อนแล้วค่อยได้เปึนแล้ว ก็ท่าน
อย่างนี้ก็ไม่ใช่ประท้วง ซึ่งไม่อยากให้เกิดขึ้นในสภาทั้ง ๒ ฝ์ายนะครับ ขอเชิญคุณสุนัย อภิปรายต่อ รวบรัดด้วยครับ แต่เราไม่ได้กําหนดไปตั้งเกณฑ์เหมือนที่มติของท่านนี่ตั้งไว้เลยว่าให้เอากําหนด ราคากลางจากองค์การค้าคุรุสภาของ สกสค. อ่านหรือเปล่าครับ มันชัด ดังนั้นผมถึงบอก ว่า ยิ่งท่านบอกว่าให้ซื้อกันได้เอง โรงเรียนซื้อ ในที่สุดหนังสือขององค์การค้าคุรุสภาก็ดี ตั้งราคาไว้แล้วสมมุติว่า ๑๐๐ บาท ผมก็เอามาดูแล้ว ให้ท่านดูแล้วมันต่ํา เขาก็จะไปเอา หนังสือของเอกชนเหล่านั้นแหละครับปรับใหม่ครับ ป่ดหน้า ราคา ๑๐๐ จาก ๔๐ บาท เปึน ๑๐๐ บาท ก็มาขายอีก มันเป่ดช่องครับ มันเป่ดช่อง ท่านครับ เมื่อกี้นี้คือพูดละเอียด ไปมันก็อย่างว่านะครับ ก็ใช้เวลา แต่ผมมองดูว่าสิ่งที่ท่านกําลังนําเสนอนั้นท่านกําลังตีเรือ ออกรอบอ่าวไม่เข้าประเด็น ปัญหาคืออะไรครับ แทนที่จะมาบอกผมซื้อกางเกงมาตัวเดียว ทําไมไม่โทรศัพท์ไปถาม กทม. เขาล่ะครับ เมื่อสักครู่ที่ท่านอ้างบอกว่ากระทรวงก็ตั้งแล้ว ราคาชุดละ ๑๕๐ บาท ๒๕๐ บาท ไม่ใช่ผมไม่ได้พูด ผมเอาราคาของ กทม. ที่เขาตั้งไว้ อนุบาล ๑๒๕ บาท ประถมศึกษา ๑๘๐ บาท มัธยมศึกษา ๒๒๕ บาท ราคาที่เขาทํากันไว้ นี่ครับมันต่างจากราคาตามข้อกําหนดของท่านในข้อ ๔ หน้า ๕ ครับ เครื่องแบบนักเรียน คนละ ๒ ชุด ตามเกณฑ์คุณภาพ มอก. มอก. มันแพงกว่าทันทีครับ แพงกว่าประมาณ ๔๐๐ บาท ทีนี้ก็ซื้อกันไปสิครับ ส่งให้เด็กบ้านนอก เด็กบ้านนอกก็ต้องได้รับกางเกงเน่า ใหม่ครับ โดยเนื้อหาของกางเกงก็จะไม่สามารถติดตามได้เลยจะเปึนอยู่อย่างนี้ครับ ผมถึง บอกว่าการจะทํานโยบายอะไรสวย ๆ หรู ๆ นั้นไม่ใช่สักแต่พูด ท่านต้องติดตามด้วย ถ้าท่านบอกว่าผมจะไม่ทําการทุจริต จะไม่ทําอย่างนั้น จะไม่ให้ใครทํา อ๋อ แน่นอนครับ เรื่องโรงงานยางก็ยังพันกับท่านอยู่ไม่ใช่หรือ ท่านครับ วันนี้ผมไม่ได้มากล่าวหาท่านแต่ผม ชี้ช่องให้เห็นชัดเจนแล้ว แทนที่ท่านจะได้ฟังแล้วก็ไปดําเนินการ ท่านก็กลับมาพยายามจะ มาทําลายผู้ชี้ปัญหาว่ามันเกิด เพราะผมอยู่ที่นั่น ผมรู้ปัญหา และนี่คือการพิสูจน์ว่า ท่านเปึนรัฐมนตรีในความหวัง ก็คือสร้างภาพไป ท่านจะจัด
(นายประกอบ รัตนพันธ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณสุนัยครับ มีผู้ประท้วงอีกครั้งแล้วครับ อาจารย์ประกอบครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรค ประชาธิปัตย์ ผมด้วยความเคารพท่านประธานครับ จําเปึนต้องประท้วงท่านประธานใน ข้อบังคับ ข้อ ๘ และข้อ ๖๑ ผมขออนุญาตเผื่อท่านประธานลืมนะครับ ผมขออนุญาตอ่าน ให้ฟังนะครับ ข้อ ๖๑ การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็นหรือเกี่ยวกับประเด็นที่กําลังปรึกษา กันอยู่ ต้องไม่ฟุ์มเฟ๋อย วนเวียน ซ้ําซาก หรือซ้ํากับผู้อื่นนะครับ คือซ้ําซากนะครับ เมื่อสักครู่นี่ผู้อภิปรายอภิปราย ๑ รอบแล้วครับ ๑ รอบแล้วครับก่อนที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจง นี่ข้อ ๖๑ นะครับท่านประธานครับ ข้อ ๘ ครับ ผมตําหนิท่านประธาน ขออภัยนะครับ จริง ๆ ท่านประธานผมเคารพนะครับ แต่ขออีกนิดหนึ่ง
อย่าร้อนรนคุณประกอบ
ขอความกรุณาอย่าพูดแทรกครับ ให้ประท้วงให้จบครับ
ว่าท่านไม่วางตัวเปึนกลาง เหตุผลนะครับ ข้อ ๘ เขาบอกอย่างนี้ครับ ประธานสภามีอํานาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เปึนประธานของที่ประชุมสภา (๒) กํากับดูแลกิจการของสภา (๓) สําคัญมากครับ ควบคุมการรักษาความสงบเรียบร้อยในที่ประชุมสภา ตลอดถึงบริเวณสภานะครับ ท่านต้องควบคุมครับ ท่านปล่อยให้คุณสุนัยพูดซ้ําซาก
ผมจะวินิจฉัยนะครับ คุณประกอบเชิญนั่งลงครับ ประธานจะเปึนผู้ฟังนะครับ แล้วก็ วินิจฉัยว่าผู้อภิปรายพูดซ้ําหรือยัง เท่าที่ผมฟังนะครับคุณสุนัยยังไม่ได้พูดซ้ํา แต่เพิ่งจะเริ่ม จะมีซ้ําประเด็นอยู่ในเรื่องกางเกงนะครับ ซึ่งเมื่อสักครู่ก็เตรียมที่จะบอกคุณสุนัยว่าขอให้ รวบรัดได้ ส่วนเรื่องข้อสงสัยหรือข้อขัดแย้งในความคิดระหว่างท่านผู้อภิปรายกับท่านรัฐมนตรีนั้น ก็เปึนสิทธิที่ผู้ซักถามจะซักถามเพิ่มเติมได้ ข้อ ๘ ประธานต้องวางตัวเปึนกลาง ผมยืนยัน นะครับว่าผมเปึนกลางและเปึนธรรมแก่ทุกฝ์ายอย่างมั่นคง เดี๋ยวก็จะเป่ดโอกาสให้ ท่านรัฐมนตรีได้ตอบข้อซักถามโดยไม่จํากัดเวลานะครับ อย่างไรก็ตามคุณสุนัยก็ขอให้ รวบรัดครับ เพราะเริ่มจะซ้ําประเด็นนะครับ
ท่านครับ ผมจะชี้แจง
มีผู้ประท้วงเพิ่มแล้วนะครับ คุณธนิตพลครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตากครับ ผมถือโอกาส ประท้วงท่านประธานนะครับ ในข้อบังคับ ข้อ ๘ ผมเชื่อว่าท่านประธานเองท่านเปึนผู้แทน มาหลายสมัย
ถ้าข้อ ๘ ก็จะซ้ําการประท้วงกับที่อาจารย์ประกอบได้ประท้วงไปนะครับ ซึ่งผมก็เรียน ยืนยันว่าผมทําหน้าที่ด้วยความเปึนกลางและเปึนธรรมแก่ทุกฝ์าย ไม่ได้คิดว่าฝ์ายใดเปึน ฝ์ายค้านหรือฝ์ายใดเปึนรัฐบาลนะครับ เมื่อสักครู่ก็ได้เรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งครับว่า คุณสุนัยอภิปรายมีแตกต่างกับการอภิปรายในครั้งแรก แล้วก็จะเริ่มมีซ้ําประเด็นนะครับ ตรงที่ว่ากางเกง เรื่องราคาคุณสุนัยก็อธิบายต่อ เพราะฉะนั้นขอเชิญคุณธนิตพล นั่งลง เถอะครับ เพราะว่าประท้วงซ้ํากันกับที่อาจารย์ประกอบและผมวินิจฉัยไปแล้วครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมคนละ ประเด็นกันครับ
ถ้าประท้วงคนละประเด็นได้ครับ
คือผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า อย่างที่ผมได้กราบเรียนว่าท่านประธานเองท่านก็เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมา หลายสมัย แล้วท่านก็ทราบดีครับว่าในการประชุมญัตติในเรื่องของงบประมาณแต่ละครั้ง มันมีวาระของกรรมาธิการอยู่ แล้วผมเองก็พยายามจะฟังนะครับว่าในเรื่องที่ท่านสมาชิก ผู้ที่อภิปรายอยู่นี่ ท่านได้ลงรายละเอียดในเรื่องของเสื้อ กางเกง ในเรื่องของรายละเอียด ทั้งนั้นนะครับ แล้วก็ทําให้คนเชื่อว่าสิ่งที่
คุณธนิตพลก็เช่นเดียวกันครับ ประท้วงแล้วก็อภิปรายนะครับ ก็ต้องขอความกรุณาเชิญ นั่งลงนะครับ ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ แต่ต้องขอความกรุณาคุณสุนัยขอให้รวบรัด ด้วยครับ เชิญคุณธนิตพลนะครับ ไม่อย่างนั้นประท้วงกันอย่างนี้เสียเวลาของสภา ผู้แทนราษฎรด้วยนะครับ เชิญคุณธนิตพลนั่งครับ หมอวรงค์ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จาก จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านผู้กําลังอภิปรายนั้น ใช้สิทธิพาดพิงครับท่านประธานครับ แต่ขณะนี้ท่านผู้อภิปรายกําลังใช้สิทธิการอภิปราย อยู่ เท่ากับว่ากําลังอภิปรายในรอบที่ ๒ การขออภิปรายครั้งนี้เขาขอใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธานครับ แต่ดูระยะเวลาที่ผ่านมาประมาณเกือบ ๑๑ นาทีผมถือว่าไม่ใช่เปึนการ ใช้สิทธิพาดพิง
ผมวินิจฉัยนะครับ เปึนการพาดพิงแล้วก็อภิปรายซักถาม เมื่ออภิปรายจบผมก็จะบอกว่า ใช้เวลาไปเท่าไรนะครับ อย่างไรก็ตามคุณสุนัยก็ต้องขอรวบรัดด้วยครับ เพราะว่าจะกินเวลา ของผู้อื่นด้วยครับ คุณพิเชษฐ์ประท้วงอะไรครับ ผมว่าไม่ต้องประท้วงหรอกครับ เราจะได้อภิปรายกันต่อ ประท้วงเรื่องอะไรครับ เชิญคุณพิเชษฐ์ครับ ผมว่าจะได้อภิปราย ต่อแล้วคุณสุนัยรวบรัดด้วยนะครับ ผมฟังอยู่นะครับว่าซ้ําประเด็นหรือเปล่า ถ้าซ้ําประเด็น ผมก็จะไม่ให้อภิปรายต่อครับ
ท่านพิเชษฐ์ไม่ต้อง ขอบพระคุณ ครับท่านครับ ท่านบอกว่าผมพูดวกวนใช้เวลามาก ผมไม่ได้ใช้เลยท่านใช้เวลาประท้วง มากกว่าผม ผมบอกท่านนะอย่าประท้วงผมอีกเลย ยิ่ง
ขอให้เข้าในเนื้อหาได้แล้วครับ
ยิ่งจะเจ็บเพราะนักข่าวเขาเฝัาอยู่ แล้วเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ผมจะชี้ให้เห็นประเด็นว่าท่านรัฐมนตรีนี่ไปแบบน้ําขุ่น ๆ จากการตอบ ทําให้ผมผิดหวังและไม่สามารถจะรับรองงบประมาณนี้ได้ ท่านบอกว่า จะไม่มีการจัดการและจะให้กลุ่มแม่บ้านประมูลก็ได้ อ้าว ก็ข้อ ๔ มติมันเขียนเองครับ บอกว่าต้องเอามาตรฐาน มอก. แล้วแม่บ้านมี มอก. หรือครับ ไปน้ําขุ่น ๆ ท่านรัฐมนตรีถึงบ้าน แล้วเป่ดกรุณาดูสีข้างหน่อยสิว่าแดงไหม นี่เอาสีข้างเข้าถูแล้ว ท่านกําลังเป่ดโปงตัวเอง ท่านรับผมไปเลย
คุณสุนัยครับ นายแพทย์อสิประท้วงนะครับ เชิญนายแพทย์อสิก่อนครับ
ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสตูล ผมไม่ว่าหรอกครับที่ท่านอภิปรายมาทั้งหมดพาดพิง จะมี ราคา ทางผมอาจจะเห็นว่าไม่มีราคานะครับ แต่ทางท่านเห็นว่ามีราคามันก็เปึนความเห็น ที่แตกต่างกัน แต่ขออย่างเดียว ๑. ขอให้รวบรัด ๒. อย่าเสียดสีครับ การประชุมจะได้ไปได้ เร็วขึ้นครับ ขอบคุณครั บ
ผมวินิจฉัยนะครับ ตามที่หมออสิประท้วงมีเหตุผลนะครับ ก็ขอให้รวบรัดแล้วก็อย่าเสียดสี นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสียดสีนั้นก็ขอให้งดเว้นด้วย เชิญอภิปรายต่อครับ คุณธนิตพลไม่ต้องประท้วงแล้วครับ เพราะว่าจะได้ใช้เวลา เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีวิฑูรย์ก็จะ ขอชี้แจงด้วยครับ ขอเวลาสักนาทีเดียวนะครับจบนะครับ
ท่านประธานครับ เรียนถึง ท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพ ท่านรับเรื่องของผมไปเถอะ และไปดู ผมไม่ได้ว่าท่านทุจริต ผมกําลังบอกถึงการบริหารหน้าที่การงานของท่าน ยิ่งพรรคพวกท่านยิ่งมาประท้วง ปกปัองพยายามทําลายผมก็ยิ่งชัดเจนครับ เขารู้ว่าอะไรเปึนอะไรหมดแล้วคนเดี๋ยวนี้ เขาเข้าใจกันหมดแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ท่านมาบอก บอกว่าเดี๋ยวจะทําประชาพิจารณ์ ถ้าท่าน ยังไม่ได้มาแก้ไขเอกสารตรงนี้ ประชาพิจารณ์ไปราคาชุดมันก็ต้องสูง ท่านก็ต้องตั้งงบประมาณ เงินสูงตาม มอก. แล้วท่านก็ยังบอก บอกให้แม่บ้านไปตัดชุดก็ได้ ใครก็ได้ อ้ายนั่นจะยิ่ง สนุกกันใหญ่เลยครับ เป่ดการคอร์รัปชั่นกันทั้งประเทศเลย ของคุณภาพต่ํามาขาย คุณภาพสูง ผมเสนอท่านด้วยความหวังดีตั้งแต่ต้น ท่านจะมาทําลายผมทําไม ผมบอกว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตรงนี้เงินมันก็หายากอยู่แล้ว กู้เงินเขามาแจกเพื่อ จะให้มันสวยหรูตามนโยบายที่ท่านสอนไป จริง ๆ มันไม่ใช่เลยครับ ดังนั้นท่านครับ เรื่องนี้ หาดูราคาขนาดกลางแล้วก็แจกให้เขาไปเลย แล้วให้เขาไปว่ากันเอง ให้ผู้ปกครองเลยครับ ให้เขาไปซื้อกันเอง ไม่ใช่ให้โรงเรียนด้วยนะครับ ให้ผู้ปกครองแล้วก็ไปจัดการซื้อกันตรงนั้น
และที่ท่านก็พยายามจะอีกเรื่องหนึ่งแนะนําอีกอันหนึ่งครับท่านครับ ท่านพยายามจะบอกว่า เปึนการเรียนที่ดี ๑๕ ป้ไม่เคยมีใครทํามาเลย เอาอีกแล้วประท้วง อีกแล้ว
คุณสุนัยครับประท้วงอีกแล้วครับ อาจารย์ประกอบประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมที่ประท้วงท่านประธาน ผมคิดว่าท่านประธานต้องให้คุณสุนัยหยุด แล้วครับ
เห็นไหม
ซ้ําซากครับ วกวนแล้วก็ผม ไม่อยากจะใช้คําว่า แย่ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ
คุณสุรเชษฐ์ครับอย่าเพิ่งครับ ให้คุณประกอบประท้วงให้จบครับ
ครับผม
ท่านครับ ขอประท้วงครับ เพราะว่า
เพราะว่าถ้าประท้วงพร้อมกัน ผมวินิจฉัยไม่ได้นะครับ ต้องให้ผู้ประท้วงท่านแรกประท้วง ให้จบก่อนแล้วผมวินิจฉัยถึงจะให้ผู้ประท้วงท่านต่อไปประท้วงต่อได้นะครับ เชิญอาจารย์ ประกอบครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานที่ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นะครับ ขณะนี้ผู้อภิปรายคือ คุณสุนัย จุลพงศธร ชื่อนี้ดังครับชื่อนี้ดังมาก ผมกราบเรียนท่านว่า คุณสุนัยอภิปรายใน ฐานะไหนครับ
ท่านประธานครับ
ใช้สิทธิพาดพิงหรือว่า อภิปราย
คุณพิเชษฐ์ประท้วงนะครับ เดี๋ยวผมขอวินิจฉัยที่อาจารย์ประกอบประท้วงก่อนนะครับ เข้าใจนะครับว่าคุณประกอบประท้วงในข้อ ๖๑ และข้อ ๘ นะครับ คืออย่างนี้ครับเท่าที่ผม ฟังนะครับ คุณสุนัยก็ได้อภิปรายแล้วก็จบในเรื่องแรกกําลังจะต่อในเรื่องที่ ๒ ผมเองก็ เตือนคุณสุนัยมาโดยตลอดนะครับว่าขอให้รวบรัดและใช้เวลาภายใน ๑ นาทีนะครับ ผมว่าเมื่อผมวินิจฉัยแล้วเปึนเด็ดขาดนะครับ ขอเชิญทุกคนนั่งลงก่อนครับ เชิญนั่งนะครับ คุณธนิตพล คุณพิเชษฐ์ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ด้วยความ เคารพท่านประธานนะครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นะครับ ขออนุญาตประท้วง ท่านประธานในข้อ ๘ นิดเดียวครับ คือว่าผมนั่งฟังมาตั้งแต่ท่านรัฐมนตรีตอบนะครับ ท่านรัฐมนตรีก็ตอบแบบว่าดูถูก เหยียดหยามนะครับ แล้วก็ทําให้ผู้ที่เสนอข้อมูลที่ดีเขา เสียหายนะครับ
ผมฟังคุณพิเชษฐ์แล้วครับ ผมวินิจฉัยนะครับ เท่าที่ผมฟังท่านรัฐมนตรีตอบก็ไม่ได้มี เจตนาตรงไหนเลยที่แสดงว่าดูถูกเหยียดหยามผู้อภิปรายซักถามนะครับ ก็เปึนการตอบ ชี้แจงตามความเปึนจริง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อคุณสุนัยอาจจะเชื่อหรือไม่เชื่อตามที่ท่าน รัฐมนตรีตอบ คุณสุนัยก็มีสิทธิซักถามได้ แต่ขอให้รวบรัดนะครับ แล้วก็อย่าซ้ําประเด็น เดิมครับ ขอเวลาสั้น ๆ นะครับไม่เกิน ๑ นาที
ท่านครับ ท่านพยายามจะพูดใน ลักษณะแบบโฆษณาชวนเชื่อว่านโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป้นี้ทําให้ประชาชนคนยากจนอยู่ ห่างไกลได้เรียนหมด ผมถามท่านครับ ท่านไม่รู้หรือครับมันมีคนจนกับคนรวยเรียนอยู่ ด้วยกัน โรงเรียนสาธิตนี่รวยทั้งนั้น เศรษฐีทั้งนั้น โรงเรียนประจําจังหวัดก็รวยทั้งนั้น แล้วท่านก็ไปซื้อเสื้อซื้อผ้าให้คนรวยใช้อีก ให้คนจนนี่ผมเห็นด้วยครับ ดังนั้นสิ่งที่ท่านทํานี่ ไม่มีอะไรเลยนอกจากการหาเสียงธรรมดา และเปึนการหาเสียงแบบหยิบโหย่งสะเพร่า ไม่ดูแล ผมถึงพูดตั้งแต่ต้นอย่างไรครับว่า ผมต้องฟังคําตอบและถ้าท่านตอบได้ดี โอ.เค. แต่นี่มันชัดเจน ท่านไม่รู้หรือว่านักเรียนเปึนอย่างนี้ แล้วท่านไปตั้งนโยบายอีกเยอะแยะจะ เจอกับท่านอีกครับ แต่วันนี้จริง ๆ น่าเสียดายมากครับ ผมนําหลักฐานมาให้ท่านทั้งหมด เพื่อให้ท่านดู แต่แทนที่ท่านจะกระวีกระวาดไปดําเนินการ ท่านก็เปึนรัฐมนตรีท่านก็ ไม่ดําเนินการ แล้วบอก ไม่เอามาให้ผมดูจริง ๆ ไม่มีอะไร แล้วก็ขึ้นมาอย่างนี้พยายามจะ มาทําลายผม กล่าวหาผม นี่ผมกําลังทําหน้าที่ของผู้แทนราษฎรที่ปกปัองเม็ดเงินในฐานะ ฝ์ายค้าน จริง ๆ ผมมีรายละเอียดที่จะโต้แย้งท่านเปึนประเด็น ๆ ให้ทีวีเขาเชิญผมกับท่าน ไปโต้กันก็ได้ครับ ที่ไหนก็ได้นะครับ ดังนั้นตรงนี้ครับท่านครับ ขอให้ท่านนึกถึงเงินของราษฎร นึกถึงเงินของประชาชนและสิ่งที่ท่านพยายามเขียนนโยบายว่าเพื่อไม่ให้คนไทย ต้องไม่โกงครับ ท่านกําลังเริ่มต้นเองแล้วครับ
คุณสุนัยครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณธนิตพลครับ ผมขอร้องเถอะครับไม่ต้องประท้วง คุณสุนัยจบแล้วครับ คุณสุนัยจบเลยนะครับจะได้ไม่ต้องประท้วงครับ ขอเชิญคุณสุนัย จบเลยครับ
ท่านครับ วันนี้ได้เป่ดโปง พรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนเลยนะครับ ว่าทันทีที่
มีผู้ประท้วงนะครับ คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล กับคุณอรรถพรนะครับใช่ไหมครับ คุณสมบูรณ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดตรังครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ ท่านประธานห้ามก็ไม่ฟัง วิธีที่ท่านถูกพาดพิงนี่มีการชี้แจงถึงเรื่องของการทุจริตบ้าง วิธีที่จะทุจริตบ้าง ขอบคุณครับ พรรคผมคงทําไม่เปึนหรอกครับวิธีที่ท่านเคยทํา ผมเชื่อ อย่างนั้น แล้วก็ท่านประธานครับ ผมเชื่อท่านประธานว่าเปึนกลางนะครับ แต่ท่านประธานอย่าทําให้เหมือนที่ผมให้สัมภาษณ์ว่าประธานเอื้อด้านโน้นมากเกินไป จนกระทั่งเปึนห่วงว่าฝ์ายนี้เขาประท้วง ท่านก็นั่งเถอะครับ ผมยังเชื่อท่านประธานอยู่ครับ
ผมวินิจฉัยนะครับ คุณสมบูรณ์ครับ เชิญนั่งครับ ก็วินิจฉัยว่า คุณสุนัยพูดกําลังจะจบแล้ว นะครับ คุณหมอประสิทธิ์ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธาน ผมขอประท้วงท่านที่พูด เมื่อสักครู่ เขากล่าวหาประธานไม่เปึนกลาง หาว่าเข้าข้างฝ์ายผม
ต้องวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ไม่เปึนไรครับ เพราะว่าการประท้วงก็ตามข้อบังคับ เชิญ คุณหมอนั่งก่อนครับ ขอผมวินิจฉัยนะครับ พี่น้องประชาชนจะได้ทราบนะครับ การประท้วงในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ข้อบังคับกําหนดว่าให้ประท้วงท่านประธานได้ แต่เพียงผู้เดียวนะครับ ประท้วงกันเองไม่ได้ เพราะฉะนั้นผู้ประท้วงก็จะต้องประท้วง ท่านประธานแล้วอ้างข้อบังคับ ข้อ ๘ ประชาชนที่ฟังอยู่จะทราบนะครับว่าประธานที่ ทําหน้าที่ในขณะนั้น ๆ เปึนกลางหรือไม่เปึนกลางอย่างไร เพราะฉะนั้นไม่ต้องประท้วง นะครับคุณหมอ ขอคุณสุนัยจบได้แล้วครับ ไม่อย่างนั้นประท้วงแล้วเราก็จะไม่มีโอกาสใน เรื่องอื่น ๆ ครับ ขอจบเลยนะครับ ขอให้สรุปเลยครับ เชิญนั่งด้วยนะครับ
ท่านประธานครับแสดงว่า ท่านประธานนี่กลัวคนประท้วง ในขณะที่ผมกําลังปกปัองผลประโยชน์
ผมชี้แจงอย่างนี้นะครับ ผมไม่ได้กลัวผู้ประท้วงนะครับ ขณะนี้มีผู้ประท้วงจํานวนมาก นะครับ ทั้ง ๒ ฝ์าย ผมอยากจะให้บรรยากาศของการประชุมสภาเปึนไปด้วยดี แล้ว คุณสุนัยก็ได้อภิปรายจบครบถ้วนตามสิ่งที่คุณสุนัยได้ต้องการจะอภิปรายเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าให้คุณสุนัยสรุปนะครับ ไม่อย่างนั้นก็จะมีผู้ประท้วงไม่หยุด นะครับ ขอสรุปเลยครับ
ท่านครับ สิ่งเหล่านี้ประชาชนได้เห็น การกระทําที่เป่ดโปงตัวเองว่า เมื่อผมเอาหลักฐานชัดเจนมาชี้แจง ท่านก็ใช้เทคนิคทาง การเมืองในสภาพยายามจะป่ดปากผม ใส่ร้ายผม ท่านทําอย่างนี้มากับคนดี ๆ ไม่ใช่น้อย แล้วครับ นี่คือหลักฐานพยาน ทํามาตั้งแต่ป้ ๒๔๙๐ แล้วครับ กราบขอบพระคุณครับ
ผมขอประท้วงครับ เปึนการใส่ร้ายปัายสี ครับ
คุณหมออสิ ประท้วงนะครับว่าผู้อภิปรายใส่ร้ายปัายสีใช่ไหมครับ
เปึนการใส่ร้ายปัายสี ท่านรัฐมนตรีครับ ผมคิดว่าเปึนการไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง ไม่มีหลักฐานพูดด้วยความคิดของตัวเอง ไม่มีหลักฐานอะไรมาชี้แจงเลยว่าท่านรัฐมนตรีได้ทําความเสียหายมาตั้งแต่อดีต เมื่อนานแล้วอย่างที่พูด ผมก็ขอให้ถอนคําพูดคํานี้ครับ
คุณสุนัยครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ พูดแล้วทําให้ผู้อื่นเสียหายต้องขอให้คุณสุนัย ถอนคําพูดนะครับ ที่บอกว่าใส่ร้ายผู้อื่นมาตั้งแต่ป้ พ.ศ. อะไร ผมจําไม่ได้นะครับ ก็ขอถอนด้วยครับ
ผมไม่ได้บอกว่าท่านรัฐมนตรีคนนี้ เมื่อป้ ๒๔๙๐ ผมบอกพฤติกรรมอย่างนี้ที่ทําร้ายคนดี ๆ ทางประวัติศาสตร์ ไปอ่านหนังสือ ประวัติศาสตร์สิครับ กับพรรคประชาธิปัตย์ ทํามาตั้งแต่ป้ ๒๔๙๐ กับท่านปรีดี พนมยงค์ คนแรกครับ และคนสุดท้าย ก็คือ ทักษิณนี่ละครับ อันนี้ชัดเจนที่สุดเลยครับ
ก็ต้องขอให้คุณสุนัยถอนคําพูดด้วยครับ เพราะว่าอภิปรายทําให้ผู้อื่นเสียหายนะครับ ขอความกรุณาถอนคําพูดด้วยครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็ประท้วงกันไม่หยุดหรอกครับ ขอเชิญนั่งก่อนนะครับ ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ ขอเชิญคุณสุนัยถอนคําพูดนะครับ ที่บอกว่า ทําให้ผู้อื่นเสียหายมาตั้งแต่ป้ ๒๔๙๐ ครับ
ท่านประธานครับ ขออะไรก็ของ่าย ครับ แต่ขอให้ผมไม่พูดความจริงนี่ยาก
ท่านสาทิตย์ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง ก็ดํารงตําแหน่งอยู่ แล้วก็ต้องทําหน้าที่ข้างบน แต่เหตุผลที่จําเปึนต้องลงมาใช้สิทธิ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ก็เพราะว่าท่านผู้อภิปราย ที่ใช้สิทธิพาดพิงสักครู่ ได้พาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ในทางที่เสียหาย ผมเปึนสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ครับ วันนี้มีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ ถ้าหากไม่มีการชี้แจง ข้อพาดพิงที่ทําให้พรรคผมเสียหาย ก็จะเปึนเรื่องที่เสียหายอย่างยิ่ง ผมจึงจําเปึนต้อง ลงมาใช้สิทธิในฐานะที่ถูกพาดพิง เพราะเปึนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์
ขอใช้สิทธิชี้แจงใช่ไหมครับ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ แล้วเดี๋ยวจะให้ท่านสาทิตย์ชี้แจง หลังจากที่ผมวินิจฉัยครับ ขอคุณสุนัยได้กรุณาถอนคําพูดด้วยครับ
ท่านประธานครับ นี่เปึน ประวัติศาสตร์ คุณสาทิตย์เปึนถึงรัฐมนตรีลงทุนมาข้างล่างเลยหรือครับ
ผมได้ขอให้คุณสุนัยถอนคําพูดครับ ผมว่าไม่ต้องไปพูดพาดพิงท่านอื่นนะครับ บรรยากาศ มันจะได้เดินต่อไปได้ ไม่อย่างนั้นเราก็ไม่จบหรอกครับ ขอคุณสุนัยถอนคําพูดด้วยครับ
ท่านครับ ถ้าผมพูดไม่จริง กรณีที่ พรรคประชาธิปัตย์ กับกรณีของท่านปรีดี พนมยงค์ ท่านชี้แจงสิครับ
ผมขอให้คุณสุนัยถอนคําพูดครับ แล้วก็ไม่ต้องอภิปรายต่อ ไม่อย่างนั้นบรรยากาศ ในที่ประชุมก็จะต่อไม่ได้ครับ ขอคุณสุนัยถอนคําพูดด้วยครับ
ผมไม่ถอนครับ ขอบพระคุณครับ
ก็ต้องขอเชิญคุณสุนัยออกนอกห้องประชุมครับ แล้วจดบันทึกประชุมไว้ด้วยนะครับ
ประวัติศาสตร์
ขอเชิญคุณสุนัยออกนอกห้องประชุมครับ ไม่ได้แล้วครับ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วครับ ขอเชิญครับ ขอทุกคนรักษามารยาทด้วยนะครับ ขอทุกคนรักษามารยาทครับ ขอทุกคนรักษามารยาท รักษาข้อบังคับของการประชุมด้วยนะครับ ผมได้วินิจฉัยไปแล้ว คุณสุนัยต้องออกนอกห้องประชุมนะครับ ขอเจ้าหน้าที่ติดตามดูด้วยครับ ขอทุกท่าน ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ เราจะได้ดําเนินการต่อนะครับ ท่านรัฐมนตรีมีส่วนจะชี้แจงไหมครับ ก็ขอเชิญท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ พอดีท่านสาทิตย์จะขอชี้แจงเรื่องเดิมก่อนนะครับ ขอสั้น ๆ นะครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์
คุณประเสริฐประท้วงเรื่องอะไรครับ
ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานเพิ่งเชิญให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่งออก จากห้องประชุมไป แล้วท่านประธานก็ให้ท่านรัฐมนตรีชี้แจงต่อ หรือให้ผู้ที่ประท้วง เปึนรัฐมนตรีลงมานั่งตรงนี้ประท้วง ผมว่าถ้าแฟร์ ๆ นะครับ เรียกท่านสุนัยกลับเข้ามานั่ง ตรงนี้สิครับ
คุณประเสริฐครับ ผมได้พูดในที่ประชุมไว้ก่อนแล้วนะครับว่าจะให้สิทธิคุณสาทิตย์ได้ชี้แจง หลังจากที่ผมวินิจฉัย แต่เมื่อวินิจฉัยไปแล้ว ถ้าคุณสุนัยปฏิบัติตามก็เปึนเรื่องของข้อบังคับ แต่คุณสุนัยไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ก็ต้องเชิญออกนอกห้องประชุมนะครับ ผมได้ทําตาม ข้อบังคับทุกอย่าง เพราะฉะนั้นคุณประเสริฐไม่ต้องประท้วงข้อนี้ครับ ขอเชิญนั่งเถอะครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ขอแค่ ๑๐ วินาที ก็บอกแล้วว่าท่านประธานครับเราเองอยากจะทําให้สภาแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ มีความน่าเชื่อถือ ถ้ามีการสู้ข้อมูลกันอย่างไรก็แล้วแต่ ผมว่าวันนี้เราสู้กันแบบแฟร์ ๆ วันนี้ ถ้าเกิดท่านสุนัยออกจากห้องประชุมไป ผมคิดว่าท่านรัฐมตรีก็เดี๋ยวไว้รอให้ท่าน
ก็ต้องขอเชิญนั่งได้แล้วครับ ท่านสาทิตย์เอาสั้น ๆ นะครับ แล้วกรุณาอย่าไปพาดพิง พรรคอื่นนะครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตครับ
คุณประเสริฐประท้วงอะไรครับ
พวกกระผมฝ์ายค้าน ได้พิจารณากันแล้วนะครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีจะตอบหรือว่าท่านรัฐมนตรีสาทิตย์จะชี้แจง ถ้าท่านสุนัยกลับเข้ามาพวกผมก็จะอยู่ ถ้าไม่กลับเข้ามาผมจะเดินออกก่อนจนกว่า ๒ ท่านนี้ตอบเสร็จผมถึงจะกลับเข้ามา ขอบคุณครับ
เชิญท่านสาทิตย์ต่อครับ
ท่านประธานครับผมใช้สิทธิในฐานะที่ เปึนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ความจริงแล้วสิ่งที่ท่านพูดนั้นได้ออกอากาศไปสู่ผู้ชม ทั่วประเทศแล้ว สมาชิกพรรคกว่า ๓ ล้านกว่าคน ผู้สนับสนุนพรรคอีก ๑๐ กว่าล้านคน ก็อาจจะเกิดความเสียหายได้ ข้อประเด็นพาดพิงมี ๒ ข้อเท่านั้นนะครับ
๑. ท่านใช้คําว่า วันนี้เปึนการเป่ดโปงพรรคประชาธิปัตย์
๒. ท่านบอกว่าตั้งแต่ ป้ ๒๔๙๐ พรรคนี้ทําลายคนดีมามากแล้ว รวมถึง คําในตอนหลังท่านก็พูดว่าพรรคประชาธิปัตย์ทําลายคนดีมาหลายครั้ง มีการยกตัวอย่าง ชื่อบุคคลอื่นด้วย ซึ่งเปึนประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือนไป ผมเรียนท่านประธานสั้น ๆ นะครับว่า
ประการที่ ๑ พรรคประชาธิปัตย์ดําเนินวิถีการเมืองด้วยวิถีทางบริสุทธิ์มา นับแต่ก่อตั้งพรรค ๖๐ กว่าป้ เปึนพรรคการเมืองที่ยืนยาวนานที่สุดในประเทศนี้เคียงคู่ ประวัติศาสตร์ วิถีการเมืองที่เรายึดมาตลอดนั้นเปึนวิถีการเมืองที่เปึนที่ยอมรับกัน ไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่เข้าใจว่าทั่วทวีปเอเชียก็ยอมรับในสิ่งที่พรรคได้ ดําเนินวิถีทางการเมืองตลอดมา เรายืนยันว่าความโปร่งใสเปึนสิ่งที่พรรคยึดถือ รัฐมนตรี ของพรรคทุกคน ส.ส. ของพรรคทุกคนต้องโปร่งใสและถูกตรวจสอบได้ วันนี้ไม่ใช่การ เป่ดโปงพรรคประชาธิปัตย์ แต่สิ่งที่กําลังดําเนินอยู่ในสภา คือ การอภิปรายงบประมาณ ซึ่งเราก็พร้อมที่จะชี้แจง แม้ว่าบางทีข้อกล่าวหานั้นอาจจะเปึนข้อกล่าวหาที่เกินเลย แต่ด้วยความสํานึกในหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฐานะรัฐมนตรี เราพร้อมชี้แจง
ประการที่ ๒ ผมยืนยันครับ พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยทําลายคนดีด้วย วิถีทางที่ไม่ถูกต้อง ตรงกันข้ามครับ สิ่งที่เราทํามาตลอดคือการสร้างสรรค์คนดีให้กับ สังคมนี้และค้ําจุนแก้ไขวิกฤติของประเทศไทยครั้งแล้วครั้งเล่า ย้อนกลับไปดู ประวัติศาสตร์ครับ ยุคใกล้ที่สุดหลังพฤษภาทมิฬก็ดี ยุคใกล้ที่สุดหลังวิกฤติเศรษฐกิจ ครั้งใหญ่ที่สุดหรือแม้แต่กระทั่งการเปึนรัฐบาลในครั้งนี้ คือการกลับเข้ามาแก้ไขวิกฤติ ให้กับประเทศ ความอดทนเท่านั้นที่เปึนสิ่งที่พรรคจะต้องยึดว่าเราปวารณาตนมาเปึน สมาชิกของสังคมและเปึนผู้แทนราษฎรของปวงชนชาวไทยเราต้องทําหน้าที่ ผมยืนยัน ครับ เราไม่เคยทําลายคนดี ตรงกันข้ามเราจะส่งเสริมคนดีและนั่นเปึนสิ่งที่พรรคทํามาตลอด บุคลากรระดับโลกหลายคนครับ ที่ผมยืนยันได้ เลขาธิการอังค์ถัด ดอกเตอร์ศุภชัย พานิชภักดิ์ มาจากพรรคประชาธิปัตย์ เลขาธิการอาเซียน ดอกเตอร์สุรินทร์ พิศสุวรรณ มาจากพรรคประชาธิปัตย์ ประวัติศาสตร์ที่ท่านพูดเปึนสิ่งที่บิดเบือนและต้องปฏิเสธ ผมยืนยันในความถูกต้องของพรรคทั้ง ๒ ข้อ และขอชี้แจงกับพี่น้องทั่วทั้งประเทศได้ทราบว่า นี่คือจุดยืนประชาธิปัตย์และเราจะยึดสิ่งนี้ต่อไปครับ
ท่านรัฐมนตรีจุรินทร์จะขอชี้แจงนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กระผมคงกราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ เท่านั้นว่า กระผมเองก็เปึนผู้หนึ่งที่เปึนสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์และไม่ได้คิดทําลายใคร ที่กระผมอภิปรายไปเมื่อสักครู่ ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่า กระผมชี้แจงไปตามภารกิจและชี้แจงไปตาม หน้าที่ เพียงแต่ไม่ได้ชี้แจงสั้น ๆ แต่เพียงว่า ขอขอบพระคุณที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายแล้วก็ จะกลับไปตรวจสอบ แต่กระผมก็ได้ชี้แจงเพิ่มเติมเพราะต้องการให้เกียรติเพื่อนสมาชิกที่ จะต้องการได้รับความกระจ่าง และกระผมก็ประสงค์ที่จะชี้แจงทุกประเด็น กระผมคิดว่า สิ่งที่กระผมได้กราบเรียนไปทั้งหมดนั้นเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง และเชื่อมั่นว่าเพื่อนสมาชิก ทั้งสภาและประชาชนคนไทยทั้งประเทศเกิดความเข้าใจที่ชัดเจนแล้ว เพราะฉะนั้นไม่มี ความจําเปึนอะไรที่จะต้องชี้แจงเพิ่มเติม ขอบคุณครับ
ต่อไปขอเชิญคุณเชิดชัย วิเชียรวรรณ ขอท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ นะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอชี้แจงก่อนครับ ขอคุณเชิดชัยรอสักนิดนะครับ รัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ครับเชิญท่านรัฐมนตรีก่อนนะครับ ฉะนั้นก็กราบเรียนว่า เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็จะได้มอบให้ท้องถิ่นได้ดูแลและขีด ความสามารถของกรมทางหลวงชนบทนี้มีพร้อมอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นต้อง กราบเรียนท่านสมาชิกและผู้ฟังที่อยู่ทางบ้านว่า เรื่องถนนไร้ฝุ์นเปึนนโยบายที่รัฐบาล จะต้องดําเนินการอยู่แล้ว และรัฐบาลเองก็จะจัดงบให้ดําเนินการให้เสร็จโดยเร็ว และผม ก็ต้องกราบขอบคุณนะครับที่หลายท่านได้ห่วงใยในเรื่องที่เมื่อเช้านี้ท่านสมาชิกได้เอ่ยถึง เรื่อง ๕ เปอร์เซ็นต์ ๗ เปอร์เซ็นต์อะไรทั้งหลาย อันนี้เปึนเรื่องในอดีตผมไม่ทราบ แต่ว่า ในยุคของผมนี้ผมกราบเรียนว่า ผมได้ให้นโยบายในเรื่องความสะดวก ประหยัด โปร่งใส ตอบได้อยู่แล้วนะครับ จึงไม่ต้องกังวล ก็ต้องขอบคุณที่ท่านประธานได้กรุณาให้ผมได้ ชี้แจง
เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรี กรณ์ จาติกวณิช ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขออนุญาตชี้แจง ต่อเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันนี้เรามาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ซึ่งเปึนงบขาดดุลเพิ่มเติมอีก ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เปึนวงเงินที่ค่อนข้างมากนะครับ แล้วก็นํามาใช้ประโยชน์ด้วย วัตถุประสงค์เดียวคือ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมคิดว่ามันมีความสําคัญนะครับ ที่พวกเรา จะต้องมาทบทวนว่า ทําไมถึงจะต้องมีงบประมาณที่เรียกว่า งบประมาณกลางป้ชุดนี้ นําเสนอต่อสภา รัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามารับภาระหน้าที่ในวันสุดท้ายของป้ ๒๕๕๑ ก็คือ ได้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ ๓๐ ธันวาคม ณ วันนั้น ประเทศไทยเช่นเดียวกัน กับอีกหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกกําลังประสบวิกฤติทางเศรษฐกิจ วัดได้โดยผลที่มีต่อ ทุกภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ถ้าดูในหมวดภาคอุตสาหกรรม ดูในแง่ของการส่งออก มีอัตราขยายตัวมาเกือบทุกไตรมาส จนกระทั่งถึงไตรมาสที่ ๔ ที่อัตราขยายตัวติดลบถึง ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ดูในแง่ของตัวผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเช่นเดียวกันครับ อัตราการ ขยายตัวลดลงมาทุก ๆ ไตรมาส จนถึงไตรมาสที่ ๔ ติดลบสูงถึงเกือบ ๆ ๕ เปอร์เซ็นต์ ดูในแง่ของภาคค้าส่งค้าปลีก วัดโดยรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่มปรับลดลงเช่นเดียวกันครับ ณ ไตรมาสที่ ๔ อัตราการขยายตัวของภาษี วีเอที (VAT : ภาษีมูลค่าเพิ่ม) นั้นเพิ่มขึ้นเพียง แค่ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ภาคการเกษตรเช่นเดียวกันครับ รายได้ของพี่น้องเกษตรกรปรับลดลง อย่างรวดเร็วจากช่วงต้นป้ที่มีอัตรา ขยายตัวอยู่ประมาณ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ในท้ายป้ ไตรมาสสุดท้ายมีอัตราขยายตัวเพียงแค่ ๔ เปอร์เซ็นต์ ดูในหมวดของท่องเที่ยว ซึ่งพี่น้อง ผู้แทนนะครับได้แสดงความเปึนห่วงเปึนใยเปึนพิเศษ มีอัตราขยายตัวที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ไตรมาสที่ ๓ ติดลบ ๓ เปอร์เซ็นต์ ไตรมาสที่ ๔ ติดลบ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสาเหตุที่มานะครับ ว่าทําไมรัฐบาลชุดนี้จําเปึนที่จะต้องนําเสนอมาตรการในการกอบกู้เศรษฐกิจในรูปของ งบประมาณกลางป้ ถ้าเรามาพิจารณาความท้าทายของประเทศทางด้านเศรษฐกิจ ผมเพียงแต่สรุปให้เพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ประชาชนที่ติดตาม การอภิปรายในวันนี้ได้เข้าใจ ผลพวงจากการชะลอตัวของการขยายตัวในเศรษฐกิจโลก โดยรวม ส่งผลโดยตรงต่อทุกภาคอุตสาหกรรมตามที่ผมได้รายงานเมื่อสักครู่ แต่โดยเฉพาะกับภาคส่งออกนั้นมีผลโดยตรงที่รุนแรง ภาคส่งออกเปึนภาคอุตสาหกรรม ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเรามาโดยตลอดในช่วง ๒–๓ ป้ที่ผ่านมา มูลค่าโดยรวม ประมาณ ๗ ล้านล้านบาท เปึนอัตราสัดส่วนที่ขยายตัวมาทุก ๆ ป้ แต่การคาดการณ์ ของนักวิชาการทุก ๆ คณะ ประมาณการว่า ภาคส่งออกนั้นจะมีอัตราการขยายตัว ท่านประธานครับ อยู่ในระดับเพียงแค่ประมาณ ๐–๑ เปอร์เซ็นต์ในป้ปัจจุบัน ๐–๑ เปอร์เซ็นต์ ทั้ง ๆ ที่ในหลาย ๆ ป้ที่ผ่านมานั้น ภาคส่งออกมีอัตราขยายตัวสูงถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ อัตราขยายตัว ๑๕ เปอร์เซ็นต์ที่หายไป เปรียบเทียบเปึนมูลค่าเศรษฐกิจเท่ากับประมาณ ๑ ล้านล้านบาท นี่คือ ๑ ล้านล้านบาทในแง่ของความต้องการสินค้าที่ผู้ประกอบการ ในประเทศของเราผลิตเพื่อขายให้กับชาวโลก ๑ ล้านล้านบาทนั้นจะมีอะไรมาทดแทน ประชาชนเองก็ไม่พร้อมที่จะจับจ่าย ภาคธุรกิจ ก็ขาดความมั่นใจไม่มีการลงทุน ดังนั้นเหลือเพียงแค่ภาครัฐที่จะเข้ามาเยียวยา รักษาสภาพเศรษฐกิจของเราไว้ได้ ถามว่า ๑ ล้านล้านบาทนั้น ทรัพยากรของรัฐเพียงพอ หรือไม่ ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ขอเรียนเลยว่า เราไม่สามารถที่จะ มาทดแทนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคเอกชนได้ทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เรา เช่นเดียวกันครับ ไม่สามารถที่จะอยู่เฉย ๆ และรอให้ภาคเศรษฐกิจจะต้องประสบสภาวะ ถดถอยต่อไป ดังนั้นภาครัฐจะต้องขับเคลื่อนและขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วนตามทรัพยากร ของภาครัฐเท่าที่มี และนี่ไม่ใช่ประเด็นที่เปึนประเด็นท้าทายประเทศไทยเพียงประเทศเดียว ท่านประธานครับ ทุก ๆ ประเทศในโลก ทุก ๆ สภาในโลกที่ใช้ระบอบประชาธิปไตย กําลังจะต้องพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นเดียวกันกับเรา สหรัฐอเมริกาเปึนที่ ทราบกันดีนะครับ งบกระตุ้นเศรษฐกิจของเขา ๑.๔ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ประเทศจีนเอง ๕๘๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ญี่ปุ์น ๕๔๐,๐๐๐ ฟ่ลิปป่นส์ ๑๒,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ทุก ๆ ประเทศครับ ออสเตรเลียอีก ๗ แสนล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าเปรียบเทียบกับขนาดของ เศรษฐกิจของแต่ละประเทศก็ไม่ได้แตกต่างกับของเราครับ งบขาดดุลของเรา ณ ป้นี้ที่ได้ นําเสนอต่อการพิจารณาของสภา เทียบกับขนาดของเศรษฐกิจเราเท่ากับประมาณ ๑.๒ เปอร์เซ็นต์ ใกล้เคียงครับ กับงบกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศอื่น ๆ ในส่วนของ สหรัฐอเมริกาและหลาย ๆ ประเทศต้องใช้งบประมาณมากกว่าเราเพราะอะไร ก็เพราะเขา ต้องเจียดงบประมาณไปอุดช่องโหว่ที่เกิดขึ้นในระบบสถาบันการเงินของเขา ก็โชคดีที่ สถาบันการเงินของเรามีความเข้มแข็ง ดังนั้นเมื่อประเทศเราประสบปัญหาเศรษฐกิจ ในระดับนี้ มีความจําเปึนอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องนําเสนอมาตรการที่จะกระตุ้น และจะต้อง เปึนมาตรการเร่งด่วน ถ้าเรามีความจําเปึนต้องเสนอมาตรการเร่งด่วนเราต้องทําอย่างไร ปัจจุบันเงินไม่หมุน ดังนั้นวิธีการที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็คือการผันเงินส่วนของรัฐบาล ไปสู่มือของพี่น้องประชาชนที่กําลังประสบปัญหาเงินฝ๋ด เพื่อพี่น้องประชาชนกลุ่มนั้น จะได้นําเงินเหล่านั้นกลับคืนเข้ามาสู่ระบบเศรษฐกิจ และนี่ก็คือที่มาของหมวดต่าง ๆ ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้นําเสนอต่อสภาเพื่อพิจารณา ถามว่าผลของการกําหนด งบประมาณขาดดุลเพิ่มเติมอีกแสนกว่าล้านบาทนี้มีผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน ของประเทศอย่างไรบ้าง ผมก็ต้องขออนุญาตเรียนเพื่อนสมาชิกว่า ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภาระหน้าที่ที่สําคัญที่สุดของผมก็คือการรักษา เสถียรภาพทางการเงินของประเทศ ก็อยากจะเรียนสั้น ๆ ว่าการกู้ยืมเงินเพิ่มเติมนั้นก็อยู่ใน กรอบของกฎหมายทุกประการ เรามีความระมัดระวัง ความจริงสามารถที่จะกู้ยืมเงินเพื่อ ใช้ในงบประมาณกลางป้ได้มากกว่านี้อีกเกือบ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ด้วยความ ระมัดระวังและความเปึนห่วงเปึนใยต่อเสถียรภาพระบบการเงินการคลังของประเทศ เราจึงได้จํากัดงบขาดดุลไว้ในระดับ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่ได้มีการนําเสนอ เรายังมี วงเงินค้ําประกันที่รัฐบาลสามารถที่จะใช้ผ่านสถาบันการเงินของรัฐในการแก้ปัญหา เศรษฐกิจอีก ๓ แสนกว่าล้านบาท ที่เราได้ใช้ไปแล้วในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ แต่ก็ยังเหลือ วงเงินสํารองเผื่อกรณีฉุกเฉิน เช่นเดียวกันกับวงเงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งก็มีกรอบ กฎหมายที่กําหนดไว้ชัดเจนว่า ในกรณีที่รัฐบาลจะกู้ยืมเพิ่มเติมนั้น สามารถที่จะกู้ยืมได้ ในปริมาณเม็ดเงินอีกเท่าไร ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เพื่อนสมาชิกสบายใจว่าในส่วนของ เสถียรภาพหรือผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการคลัง สืบเนื่องจากมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจของรัฐบาลนั้นยังทําให้เรามีความสบายใจได้ ผมขอเข้าถึงประเด็นคําถามที่ เพื่อนสมาชิกได้กรุณาตั้งให้กับทางผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึง ข้อเสนอแนะและประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์มาที่ผมพอที่จะชี้แจงได้ ในประเด็นที่เกี่ยวกับ ตัวมาตรการเอง สักครู่เดี๋ยวท่านรองนายกรัฐมนตรีคงจะมีโอกาสที่จะชี้แจง แต่มีคําถามจากหลายท่านนะครับ อภิปรายต่อประเด็นเรื่องความถูกต้องทางกฎหมาย ของการเสนองบประมาณพระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ ผมเข้าใจว่าเพื่อนสมาชิก อาจจะมีความกังวลต่อมาตรา ๑๖๙ ในรัฐธรรมนูญนะครับ ที่ได้กําหนดให้ต้องตั้ง งบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้การใช้เงินคงคลังในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้ นอกจากนั้นทางรัฐธรรมนูญยังได้บัญญัติไว้ด้วยว่า จะต้องกําหนดแหล่งที่มา ของรายได้เพื่อชดใช้รายจ่ายที่ได้ใช้เงินคงคลังจ่ายไปก่อนแล้วด้วย ในส่วน ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทที่เปึนงบขาดดุลเพิ่มเติมนั้น รัฐธรรมนูญได้เป่ดช่องให้เราสามารถที่จะกู้ยืมเงินได้ ในงบประมาณกลางป้ฉบับนี้เราได้มีการตั้งงบชดเชยการใช้เงินคงคลังในช่วง ป้งบประมาณ ๒๕๕๑ อีกประมาณ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งกฤษฎีกาได้ตีความไว้ถูกต้อง ครับ ว่าจะต้องชี้แจงที่มาของรายได้ซึ่งไม่สามารถที่จะเปึนเงินกู้ได้ ในที่นี้ผมก็จะขอ อนุญาตชี้แจงเลยนะครับว่า ที่มาของรายได้ส่วน ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทที่เปึนงบชดเชยนั้น จะเปึนแหล่งรายได้ที่มาจากเงินภาษีของรัฐบาล ตัวงบประมาณกลางป้เองนั้นมีมูลค่า ทั้งหมด ๑ แสนกว่าล้านบาทนะครับ จะส่งผลต่อการขยายตัวของจีดีพี (GDP : Gross Domestic Product หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) อย่างน้อยประมาณ ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเปึนมูลค่าเปึนเม็ดเงินประมาณ ๘๒,๐๐๐ ล้านบาท การกระตุ้นให้มี การขยายตัวของเศรษฐกิจในวงเงิน ๘๒,๐๐๐ ล้านบาท แน่นอนที่สุดครับ นํามาซึ่งรายได้ ภาษีที่จะกลับมาสู่รัฐบาล ซึ่งทางกระทรวงการคลังได้คํานวณไว้อยู่ในระดับประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นครับท่านประธานครับ วันนี้คณะรัฐมนตรีเองก็ได้อนุมัติ การเก็บภาษีสรรพสามิตน้ํามันนะครับ หลังจากที่ได้มีการยกเว้นไปในช่วงของมาตรการที่ เรียกกันว่า มาตรการ ๖ มาตรการ ๖ เดือน เงินภาษีสรรพสามิตที่รัฐบาลจะเก็บได้ในช่วง ป้งบประมาณที่เหลืออยู่ ๘ เดือน มีมูลค่าโดยรวมอีกประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ สมาชิกคงจะสบายใจได้นะครับว่า รายได้ที่จะมาจาก เงินภาษีนั้นเพียงพอต่อการชดใช้งบชดเชยการใช้เงินคงคลังที่เกิดขึ้นในช่วงป้ ๒๕๕๑ นอกจากนั้นครับท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกก็ได้ถามถึงมาตรการระยะกลาง มาตรการระยะยาวด้วยความเปึนห่วงว่า หลังจากที่ได้มีการแก้ปัญหาระยะสั้นแล้ว จะมี นโยบายอื่น ๆ เช่นไรบ้างนะครับในการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป คําถามนี้เปึน คําถามที่ดีนะครับ และทางรัฐบาลก็ได้ตระเตรียมมาตรการไว้หลายรูปแบบ
ประเด็นปัญหาที่สําคัญของเศรษฐกิจของเรา ณ วันนี้คือเงินไม่หมุน การเข้าถึงแหล่งสินเชื่อเปึนไปด้วยความยากลําบาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดย่อม เพราะฉะนั้น ๑ ในภารกิจที่สําคัญที่สุดของรัฐบาล ก็คือความพยายามที่จะ ขับเคลื่อนให้การปล่อยสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินของเรากลับมาสู่สภาวะปกติ ข้อเท็จจริง ณ วันนี้คือ สภาพคล่องในระบบมีเพียงพอ ประเด็นปัญหาก็คือ การประเมิน ความเสี่ยงโดยสถาบันการเงิน ทําให้เขามีความกลัวในการที่จะปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติม ต่อผู้ประกอบการ บทบาทหน้าที่ของรัฐที่สามารถที่จะทําได้ก็คงจะต้องทําผ่านสถาบันการเงิน ของรัฐเปึนหลัก และบทบาทหน้าที่สําคัญของสถาบันการเงินของรัฐก็คือ การเข้ามา ลดความเสี่ยงให้กับสถาบันการเงินเอกชน เพื่อสถาบันการเงินเอกชนจะได้มีความพร้อม ในการที่จะกลับเข้ามาสู่กระบวนการการปล่อยสินเชื่อเหมือนเดิม เรื่องของการค้ําประกัน การส่งออก เรื่องของการค้ําประกันสินเชื่อก็เปึนบทบาทของสถาบันการเงินของรัฐนะครับ ที่มีเตรียมพร้อมอยู่แล้ว และการเพิ่มทุนในส่วนของสถาบันการเงินของรัฐเพื่อจะได้มี ประสิทธิภาพในการทํางานมากขึ้น ก็เปึน ๑ ในแผนของรัฐบาลที่จะมีการดําเนินการต่อไป การลงทุนในโครงการต่าง ๆ ร่วมกับเพื่อนรัฐมนตรีจากกระทรวงอื่น ๆ โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม ก็มีแผนกําหนดการที่ชัดเจนนะครับ โครงการทุก ๆ โครงการที่รัฐบาลได้เคยอนุมัติ มาแล้วในรัฐบาลในอดีต ก็เปึนโครงการที่ทางรัฐบาลชุดปัจจุบันยืนยันว่าจะดําเนินการ ต่อไป และผมเองในฐานะผู้ที่ต้องรับผิดชอบที่มาของเงิน ก็ได้ประสานกับแหล่งเงินทุก ๆ ประเภท เพื่อยืนยันความตั้งใจของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่จะผลักดันการขับเคลื่อนการลงทุน ในโครงการขนาดใหญ่ เพื่อส่งผลต่อการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศในระยะยาว ประเด็นที่ท้าทายประเทศไทยอีกประเด็นหนึ่ง แล้วก็เปึนประเด็น ที่ท้าทายเพื่อน ๆ ในประเทศในภูมิภาคเอเชียทุก ๆ ประเทศ ก็คือตลอดช่วง ๒๐-๓๐ ป้ ที่ผ่านมานี้ กระบวนการผลิตของทุก ๆ ประเทศในเอเชีย ได้สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับความ ต้องการสินค้าจากประเทศตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา พูดง่าย ๆ การลงทุน การเพิ่มกําลังการผลิตในภูมิภาคเอเชียในช่วง ๒๐ ป้ที่ผ่านมา ทําขึ้นมาเพื่อรองรับความ ต้องการในส่วนของสินค้าส่งออกไปสู่ประเทศตะวันตก ณ วันนี้พวกเราทราบกันดีว่า ประเทศเหล่านั้นกําลังประสบวิกฤติทางเศรษฐกิจ ความต้องการสินค้าของเราลดลง เพราะฉะนั้นประเด็นที่ท้าทายทุก ๆ ประเทศในเอเชียพร้อมกันก็คือ กําลังการผลิตที่เราได้ ลงทุนสร้างขึ้นมาในช่วง ๒๐ ป้ที่ผ่านมานั้น เมื่อผลิตออกมาแล้วเราจะนําสินค้านั้นไปขายใคร เพราะฉะนั้นความท้าทายของทุก ๆ ประเทศในเอเชียก็คือ การเสริมสร้างตลาดภายในเอเชีย เพื่อเรามีความจําเปึนจะต้องบริโภคสินค้าของกันและกัน และประเด็นนี้ก็จะเปึนประเด็นสําคัญ ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการประชุมผู้นําอาเซียน ก่อนหน้านั้นก็จะมีการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังจากทุก ๆ ประเทศในอาเซียนบวกกับอีก ๓ ประเทศสําคัญ คือ จีน ญี่ปุ์น เกาหลี เพราะฉะนั้นในทุก ๆ เวที ทุก ๆ วิธีการ รัฐบาลก็พยายามที่จะหา แนววิธีในการที่จะหาตลาดให้กับผู้ประกอบการของประเทศเรา นอกจากนั้นก็มีท่าน สมาชิกนะครับ ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่านวิทยา บุรณศิริ ได้แสดงความกังวลต่อความ เหมาะสมในการนําเสนอ ๕ มาตรการ ลดภาระของประชาชนนะครับ ท่านได้เอ่ยว่า สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป เสมือนกับว่าไม่ควรที่จะสนับสนุนโครงการลักษณะอย่างนี้ ต่อไป ผมก็จะขอเรียนนะครับว่า สภาพแวดล้อมจริง ๆ ก็เปลี่ยนไปนะครับ และนี่ก็คือ สาเหตุที่ทางรัฐบาลก็ได้เข้ามาปรับรายละเอียดของแต่ละโครงการให้มีความเหมาะสมมากขึ้น ลดการฟุ์มเฟ๋อยในการใช้สินค้าที่สามารถที่จะเข้าถึงได้ฟรีนะครับ แต่ขณะเดียวกันก็ยังตระหนัก ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และคิดว่ายังมีความเหมาะสมในการที่จะนําเสนอ โครงการที่ลดภาระของพี่น้องประชาชนต่อไป ท่านวิทยาได้เอ่ยด้วยนะครับว่า ทําไมใน งบประมาณชุดนี้ไม่มีข้อเสนอเรื่องของการประกันพืชผล แต่ท่านคงจะลืมไปนะครับว่า รัฐบาลก็ยังยืนยันโครงการรับประกันราคาพืชผล ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท สืบเนื่องมาจาก รัฐบาลที่แล้ว นอกเหนือจากนั้นก็ได้มีการเพิ่มวงเงินการประกันราคาสินค้าพืชผลเกษตร รวมทั้งเพิ่มประเภทสินค้าเกษตรภายในโครงการด้วยอีก ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเปึน โครงการนอกงบประมาณครับ เพราะทั้งหมดนั้นเปึนโครงการที่ได้รับการสนับสนุน ทางด้านเงินกู้โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ คือ ธ.ก.ส. โดยมีรัฐบาลคือ กระทรวงการคลังเปึนผู้ค้ําประกัน
ส่วนเรื่องของประเด็นคําขออื่น ๆ นะครับ หรือข้อเสนอแนะ ไม่ว่าจะเปึน งบประมาณเพื่อพี่น้องที่ทําหน้าที่เปึน อปพร. เรื่องของงบในแต่ละจังหวัด เรื่องของ โครงการต่าง ๆ นะครับ อย่างเช่น ถนนไร้ฝุ์น ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมก็ได้ชี้แจงไปแล้ว รวมถึงระบบน้ํา ทั้งหมดทั้งปวงก็เปึนโครงการที่รัฐบาลให้ ความสําคัญ แต่พวกเราต้องอย่าลืมนะครับว่า มาตรการที่นําเสนอในวันนี้เปึนมาตรการ เร่งด่วน หวังผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น เพราะฉะนั้นจะต้องเปึนโครงการที่เมื่อ รัฐบาลมีการเบิกจ่ายงบประมาณส่วนนี้ไปแล้ว จะมีการนําเงินส่วนนั้นกลับเข้ามาสู่ระบบ เศรษฐกิจโดยเร็ว และวิธีการที่มีโอกาสที่จะมีการรั่วไหลน้อยที่สุดนะครับ นั่นคือที่มาของ แนวมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้นําเสนอในวันนี้ และนอกจากนั้นนะครับ มาตรการอื่น ๆ ที่อยู่นอกงบประมาณกลางป้ ทางรัฐบาลก็ได้นําเสนอมาโดยตลอดในช่วง ๒ อาทิตย์ ที่ผ่านมา ผมขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับ มาตรการที่ทางกระทรวงการคลังได้นําเสนอ เพื่อลดภาระของผู้ประกอบการขนาดเล็ก ก็คือการตัดภาระภาษีขั้นต่ําของผู้ประกอบการ ที่มีรายได้ไม่เกิน ๑ ล้านบาท จากนี้ไปผู้ประกอบการเกือบ ๑ ล้านรายนะครับทั่วประเทศไม่จําเปึนที่จะต้องจ่ายภาษี ตราบใดที่รายได้ของผู้ประกอบการผู้นั้นไม่สูงกว่า ๑ ล้านบาท ก็เปึนการประหยัดเม็ดเงิน ภาษีให้กับผู้ประกอบการขนาดเล็กที่กําลังเดือดร้อนอยู่
สุดท้ายนะครับท่านประธาน ผมจะต้องขออนุญาตชี้แจงในประเด็นที่ ส.ส. โดยเฉพาะ ส.ส. จากส่วนของฝ์ายค้าน ได้มีการกล่าวถึงในส่วนของบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ หรือรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในอดีตนะครับ ก็น่าเสียดายนะครับ เพราะว่าประเด็นนี้จริง ๆ ก็ ไม่อยากที่จะต้องหยิบยกขึ้นมาชี้แจงอีก ถ้าเพื่อนสมาชิกอยู่ในห้องประชุมตลอดนะครับ หรือไม่ถ้าไม่อยู่ในห้องประชุมก็ติดตามการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกท่านอื่น ท่านก็ คงไม่หยิบยกข้อมูลที่ยังผิดพลาดและไม่ตรงต่อข้อเท็จจริงมานําเสนอในห้องประชุมนี้ แต่เพื่อความชัดเจนนะครับก็อยากที่จะชี้แจงในประเด็นที่มีการกล่าวอ้างถึงบทบาท ของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต ในการที่จะไปกู้ยืมเงินจากโครงการ ไอเอ็มเอฟ เสมือนว่า เราไปเปึนต้นตอการก่อปัญหาวิกฤติทางการเงินเมื่อ ๑๑ ป้ที่แล้ว ข้อเท็จจริงความจริงผม ก็ได้ชี้แจงไปแล้วเมื่อประมาณบ่าย ๓ โมง ๑ ครั้งนะครับ แต่ว่ารัฐบาลของพรรค ประชาธิปัตย์ในแต่ละครั้งที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ มักจะเข้ามาหลังจากวิกฤตการณ์ได้ เกิดขึ้นแล้วเมื่อ ๑๑ ป้ที่แล้วก็ไม่แตกต่างครับ รัฐบาลก่อนหน้านั้นได้ป่ดสถาบันการเงิน ได้ลดค่าเงินบาท และได้ไปเซ็นสัญญาเงินกู้กับ ไอเอ็มเอฟ ก่อนที่ทางรัฐบาลพรรค ประชาธิปัตย์จะเข้ามารับภาระหน้าที่ที่จะต้องแก้วิกฤติต่อไป อันนี้เปึนข้อเท็จจริงที่มี ความสําคัญ จึงขออนุญาตท่านประธานชี้แจงเพื่อความชัดเจน ส่วนข้อเสนอแนะอื่น ๆ นะครับ ผมก็ได้ถือโอกาสได้จดไว้ทุก ๆ ประเด็น แล้วก็ต้องขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิก จากทั้งฝัืงรัฐบาลและฝัืงฝ์ายค้านนะครับที่ได้ให้เวลาในการที่จะวิพากษ์วิจารณ์และให้ ข้อเสนอแนะที่เปึนประโยชน์ต่อการทํางานในระดับกรรมาธิการต่อไป ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญ ท่านรองนายกรัฐมนตรี กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี พยายามที่จะนั่งฟังแล้วก็รวบรวม คําถามนะครับของท่านสมาชิกทั้งซีกฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้าน ขณะเดียวกันก็พยายาม เดาใจด้วยนะครับพี่น้องประชาชนที่อาจจะนั่งดูโทรทัศน์อยู่หรือว่าฟังวิทยุอยู่ว่าจะใช้เวลา ในช่วง ๒๐ นาทีให้ได้ประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร มันมีคําถามซึ่งอยู่ในใจหลาย ๆ คน นะครับว่า ปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้สิ่งที่รัฐบาลกําลังทํานี่มันจะได้ผลจริงหรือเปล่า เพราะ บางคนก็พูดเลยว่า ไม่เชื่อและเห็นว่าเปึนการใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย แต่บางท่านเท่าที่ผม ไปตระเวนพบปะมาก็เชื่อว่าตรงนี้น่าจะช่วยได้บ้าง ผมว่าถ้าเราเข้าใจในปัญหานี้เราก็ อาจจะเดาได้พอสมควรว่าสิ่งที่ทําอยู่นี่มันมีเหตุผลดีหรือเปล่า ปัญหาเศรษฐกิจที่ล่มสลาย โดยเฉพาะในเรื่องของสถาบันการเงินในต่างประเทศนี่ครับ มันมีผลกระทบกับประเทศไทย ค่อนข้างจะน้อยนะครับ แต่พอดีสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขานี่ทําให้เขาจนลงไปเยอะครับ กําลังซื้อ ของคนทางซีกตะวันตกนี่มันหายไปหมด หายไปหมดก็เพราะว่าผลประกอบการของ บริษัททั้งหลายเขาขาดทุนครับ เจ๊งครับ หุ้นก็ลงครับ ความมั่งคั่งของคนที่อยู่ในซีก ตะวันตกนี่หมดเลยครับ พอดีคนพวกนี้ก็เปึนลูกค้าของเราเสียด้วย ถ้าอยากจะ เปรียบเทียบประเทศไทยเปึนบริษัทนี่ครับ เวลานี้อยากจะขายของให้ใครเขาก็อยากจะซื้อ แต่เขาไม่มีเงินเขาจนลงไป ประเทศเราสวยงาม คนของเราน่ารักเราอยากให้เขามาเที่ยว จะได้เอาเงินมาใช้ เขาก็จนลงไป เที่ยวน้อยลงไปอีก ประเทศไทยที่เปึนบริษัท ประเทศไทย นี่ก็เดือดร้อนเพราะไม่มีรายได้ เวลาเราไม่มีรายได้ ก็หมายความว่าใครที่ผลิตสินค้าขายก็ไม่มีคนซื้อ พอไม่มีคนซื้อ เคยผลิตมีโอที ก็ไม่มีโอที เคยจ้างคนงานให้ทํางาน ๕ วัน ๗ วัน ก็ลดเหลือ ๓ วัน เพราะฉะนั้นดูดี ๆ แล้วก็เห็นชัดเจนว่ามันเปึนปัญหาของเรื่องของคนว่างงาน ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ว่าเศรษฐกิจตรงนี้มีปัญหาอะไร เปึนปัญหาของคนว่างงาน ที่ซ้ําร้ายก็คือเปึนปัญหาของคนที่มีงานอยู่แล้วกําลังวิตกกังวลมากว่าตัวเองจะว่างงานใน อนาคตอีก เมื่อรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ พิจารณาตรงนี้แล้วและเข้าใจว่า ความมั่นใจของคนในประเทศมันไม่มีเหลืออยู่อีกเลย ทําอย่างไรครับ มันก็มีได้หลายทฤษฎี นะครับ เราได้ยินได้ฟังธนาคารแห่งประเทศไทยเขาวิเคราะห์ แล้วเขาก็บอกว่าสภาพคล่อง แห่งการเงินของประเทศไทยไม่มีปัญหา พูดกันจริง ๆ ก็คือเขาบอกว่าสภาพคล่อง ของสถาบันการเงินระหว่างกันไม่มีปัญหา คือธนาคารที่เราเห็นนี่เขากู้กันตลอดเวลา นะครับ เขาไม่มีปัญหา เขากู้กันได้ แต่พอบอกว่ามาให้พวกเรากู้ เขาบอกไม่มีทาง ความหมายคือสภาพคล่องระหว่างธนาคารนี่มันไม่มีปัญหา แต่สภาพคล่องระหว่าง ธนาคารกับลูกค้ามีปัญหามากครับ มีปัญหามาก เพราะโรงงานก็ขายของไม่ได้ ธนาคาร มองเห็นโรงงานว่าเจ๊งแน่ ใครเขาจะให้กู้ครับ มีวงเงินอยู่ ๑๐ ล้านบาท เขาก็ลดเหลือเพียง ๕ ล้านบาท ใครคิดอยากจะสร้างอะไรใหม่ เขาก็บอกอย่าไปทําเลยไม่มีทาง เขาเข็ดครับ ป้ ๒๕๔๐ ตอนต้มยํากุ้งนี่ สถาบันการเงินของเราล่มสลายหมด แต่วันนี้แข็งแกร่ง แข็งแกร่งแต่ว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อน แต่เขาแข็งแกร่งไปได้ไม่นานหรอกครับ ถ้าหาก เราปล่อยให้เศรษฐกิจมันไปในสภาพอย่างนี้ คําว่า เศรษฐกิจไปในสภาพอย่างนี้ เปึน อย่างไรครับ เดือนธันวาคม คนว่างงานเพิ่มขึ้นกว่าปกติประมาณ ๑๐,๐๐๐ ราย มกราคม ๒๐,๐๐๐ ราย กุมภาพันธ์ จะถึงนี่น่าจะอีก ๓๐,๐๐๐ ราย ทุกเดือนเพิ่มขึ้นอย่างนี้ แล้วเรา จะทําอย่างไรกันครับ สิ่งที่เรากําลังมองอยู่ในขณะนี้ ก็คือวิธีดีที่สุดต้องเร็วครับ ต้องเร็ว ในที่นี้หมายความว่าต้องสร้างกําลังซื้อ คนที่จะไปกู้เงินจากธนาคารได้มีอยู่คนเดียวครับ ขณะนี้คือรัฐบาล พูดง่าย ๆ ว่าประชาชนกู้ไม่ได้ รัฐบาลกู้มาแล้วเอามาให้ประชาชนครับ ตรงนี้ครับ มันเปึนการสร้างกําลังซื้อให้กับประชาชน คําถามก็มีว่าการสร้างงาน สร้างกําลังซื้อให้กับประชาชนเขาทํากันวิธีไหน มันก็มีอีกหลายวิธีเหมือนกัน หลายคนบอกว่า เอาเงินไปทําโครงสร้างพื้นฐาน เราจะได้แข็งแกร่ง หลายคนบอกว่าเอาไปทําถนนไร้ฝุ์นเถอะ พี่น้องประชาชนจะได้มีเส้นทางคมนาคมที่ดี หลายคนบอกว่าไปทําท่าเรือ หลายคน บอกว่าไปทําอุโมงค์รถไฟฟัาใต้ดิน ดีหมดครับ แต่ถามว่าทําอย่างนั้นแล้วเมื่อไรเม็ดเงินมัน จะถึงมือประชาชน หมายความว่าถ้าเราลงทุนอย่างนั้นในวันนี้ โดยเราไม่มีมาตรการ พิเศษที่จะต้องกระตุ้นกําลังซื้อโดยเร็วนี่จะเกิดอะไรขึ้น กุมภาพันธ์ก็ว่างงานอีก ๓๐,๐๐๐ ราย มีนาคมก็ว่างงานอีก ๔๐,๐๐๐ ราย รวมเบ็ดเสร็จแล้วเดี๋ยวเดียวก็ถึง ล้านรายครับ พอถึงเวลานั้นเราเดือดร้อนกันหมดครับ สิ่งที่รัฐบาลทํา รัฐบาลจึงตัดสินใจ ซึ่งจริง ๆ ก็เปึนการตัดสินใจที่วางอยู่ในพื้นฐานที่ไม่ได้แตกต่างจากประเทศอื่นเลยนะครับ เราบอกว่าถึงเวลาแล้วในอดีตที่ผ่านมาทุกป้ ๆ เราเก็บเงินภาษีจากพี่น้องประชาชน วันนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะคืนเงินภาษีให้กับประชาชน แต่ระบบของเรามีปัญหา ระบบของเรามีปัญหา เพราะว่าพี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อายุ ๑๘ ป้ ขึ้นไปมีอยู่ ๔๐ กว่าล้านคน แต่ถ้าหากไปเป่ดดูตัวเลขของกรมสรรพากรว่า ใครบ้างเสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดา มีอยู่ ๘ ล้านกว่าคน น้อยมาก แล้วในจํานวน ๘ ล้านกว่าคน กลายเปึนคนที่มีรายได้ค่อนข้าง จะดีด้วยซ้ํา เพราะเรามี ซีลิ่ง (Ceiling : เพดาน) เรามีเพดานไว้เลยครับ ว่าใครมีรายได้เท่านี้ ต่ําลงมาไม่ต้องเสียภาษี คือ ประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท เราตั้งคําถามกับตัวเราเองครับ ถ้าเรา จะส่งเงินไปใส่ในมือพี่น้องประชาชน น่าจะเปึนสิ่งที่ดีที่สุด แต่มีคําถามว่า ใส่มือเขาแล้ว เขาเอาเก็บกลับไปฝากที่แบงก์อีกหรือเปล่า ที่สถาบันการเงินอีกหรือเปล่า ตรงนั้นก็น่า กังวล แต่พอไปดูตัวเลขของกรมสรรพากรแล้วเราบอกใช้ไม่ได้ เพราะตัวเลขที่ กรมสรรพากรมีสําหรับคนที่มีรายได้ ๓๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ขืนเอาเงินไปให้อีกเขาก็เก็บไป เปึนเงินฝากอีกละครับ พูดง่าย ๆ ว่าเราอุตส่าห์ไปกู้มาให้เขา เขาก็กลับไปเก็บอีก เราจึง หมุนครับ หมุนกลับไปดูที่สํานักงานประกันสังคม ตรงนี้เปึนประเด็นที่ผมอยากจะ กราบเรียนนิดหนึ่ง เราไม่ได้สนใจว่า มันอยู่ที่หน่วยงานที่ไหนครับ มันไม่ใช่ประเด็นนั้น พอดีในระบบการจัดระบบงบประมาณมันจะต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ มันถึงไปลงที่ กระทรวงแรงงาน สํานักงานประกันสังคมมันไม่ได้เกี่ยวหรอกครับ มันเปึนแต่เพียงฐาน ตัวเลขที่เราอยากจะรู้ว่า ถ้าเราจะเอาเงินภาษีไปให้พี่น้องประชาชนนั้นต้องมีตัวตนครับ และต้องเปึนคนที่มีรายได้น้อย เราเข้าไปดูในฐานภาษีทั้งหมดครับ โทษครับ ในเรื่องของ ประกันสังคม ปรากฏว่ามีคนที่เราเรียกว่ามนุษย์เงินเดือน จ่ายเงิน ๕ เปอร์เซ็นต์ ส่งประกันสังคมทุกเดือน ๆ ถูกหักจากเงินเดือนนี่ครับ มีอยู่ ๙ ล้านกว่าคนในจํานวน ๙ ล้านกว่าคน ปรากฏว่ามีอยู่ยอดหนึ่งที่จ่ายเหมือนกันหมดไม่ว่าเงินเดือนเท่าไร คือ ยอด ๗๕๐ บาท นั่นก็คือ ๕ เปอร์เซ็นต์ ของ ๑๕,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นเวลาเราไปดูว่ามีกี่คนที่ จ่าย ๗๕๐ บาท ตัวเลข ๑ ล้านกว่าคน รวมถึงคนที่อาจจะมีเงินเดือนถึงเปึนแสนบาท ด้วยซ้ํา ตรงนั้นคือที่มาครับ เราถึงตั้งว่าเอาเปึนว่า ๑๔,๙๙๙ ก็แล้วกันเราถึงได้ตัวเลขมา ชัดเจนว่า ๘.๑๓ ล้านคน ได้แล้วครับ เราจับตัวได้แล้ว คนเหล่านี้เราถือว่า ถ้าเราให้เงิน เขา เขาจะไปซื้อของที่จําเปึน คําถามก็มีอยู่ว่าหลายคนบอกว่าคนเงินเดือน ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท เขาไม่ซื้อของหรอก เข้าใจผิดแล้วครับ ในจํานวน ๘ ล้านกว่าคนมีถึง ๗ ล้านกว่าคนครับ เงินเดือน ต่ํา ๑๐,๐๐๐ บาทครับ ผมถามวันนี้พวกเราที่เปึนผู้แทนราษฎร แล้วก็ออกไปพบชาวบ้าน เงินเดือน ๑๐,๐๐๐ บาทสมัยนี้ ไม่ใช่มีสตางค์นะครับ เหนื่อยนะครับ เพราะฉะนั้นเราจึงมี ความมั่นใจครับ เพราะเราดูสถิติอย่างที่สหรัฐอเมริกาเขาทํา เขาแจกคนชั้นกลางด้วย และมีคนไปสํารวจแล้ว ปรากฏว่าที่ไหนที่ไปคนชั้นกลางไปเขาไม่ใช้สตางค์ เพราะไม่มี ความมั่นใจเก็บไว้ก่อนดีกว่า เพราะยังเก็บได้อยู่มันก็ไม่เกิดผลในเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ เท่ากับในจุดที่เขาไปใช้กับคนที่ค่อนข้างจะยากจน ในระบบเราหาตัวเจอ ๘ ล้านกว่าคน เรากลับไปดูว่ามีในระบบอีกส่วนหนึ่งที่เรียกว่าเปึนมนุษย์เงินเดือนเหมือนกัน คือ บุคลากร ภาครัฐ ตรงนี้เรามีตัวเลขชัดเจนเลย เราไปได้มาอีกครับ ได้มาอีกจํานวนทั้งสิ้นนะครับ ๑,๓๒๖,๐๐๐ คน ในส่วนนี้คือมีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ถามว่ามีใครบ้าง เพราะตรงนี้ เปึนคําถามตลอด ข้าราชการพลเรือน ครู ตํารวจ ลูกจ้างประจํา ลูกจ้างชั่วคราว ข้าราชการ ทหาร ข้าราชการบํานาญ เจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล สารวัตรกํานัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ์ายปกครอง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ์ายรักษาความสงบ อาสาสมัครทหารพราน อาสารักษาดินแดน รวมทั้งหมด ๑,๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน เจอตัว ครับ คือเวลาเราจะเอาเงินคืนเขาอยู่ดี ๆ เอาไปคืนไม่ได้ครับ เราต้องเจอตัวครับ มีอีก นะครับ ยังมีในส่วนที่เปึนในส่วนบุคลากรภาครัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ครูโรงเรียนเอกชน ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งหมดก็อีกส่วนหนึ่งประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน เราเจอตัวหมดครับ คนเหล่านี้คือคนที่เสียภาษีมาตลอดเวลา ไม่ว่าทางหนึ่งก็ทางใด ความจริงเราอยากจะให้ ทั้ง ๔๐ กว่าล้านคนด้วยซ้ํา แต่มันไม่ได้อยู่ในระบบครับ เราจึงต้องหาวิธีช่วยอย่างอื่น สรุป ก็หมายความว่า คนที่เราเจอตัวขณะนี้ ที่เจอตัวขณะนี้เกือบ ๑๐ ล้านคน แล้วอีก ๓๐ ล้าน คนละครับเราช่วยเขาอย่างไร อีก ๓๐ ล้านคนแน่นอนครับมีส่วนหนึ่งที่ไม่ต้องการความช่วยเหลือ เพราะท่านพออยู่ได้ กําลังซื้อท่านมี เพียงแต่ท่านยังไม่ค่อยมั่นใจเท่านั้น เราเข้าไปดูครับ พอดีพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคก็มีนโยบายที่ค่อนข้างจะสอดคล้องกัน เราบอก ถึงเวลา แล้วเราช่วยผู้สูงอายุของเราดีกว่า เพราะมีหลายล้านครับ ตัวเลขในวันนี้บอกว่าประมาณ ๗ – ๘ ล้านคน แต่ถ้าหากคนที่อยู่ในระบบนี่ก็จะหักออกไปส่วนหนึ่ง คําถามก็คือว่าแล้วมี เท่าไร นี่คือสิ่งที่ไม่เปึนระบบของประเทศเรา คือว่าคนของเราไม่ได้อยู่ในระบบครับ ก็โดย สรุปหมายความว่าในส่วนของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเราก็จัดให้ประมาณ ๕ ล้านคน จัดอยู่ แล้วโดยท้องถิ่นล้านกว่า ๑ ล้าน ๘ แล้วก็มีอีก ๕ แสนที่ท้องถิ่นเขาจัด เราจะเพิ่มให้อีก ๓ ล้าน ตัวเลขยังไม่นิ่งจนกว่าจะมีการลงทะเบียนครับ คําถามก็มีอยู่ว่าถ้าฉันอยู่นอก ระบบแต่ฉันเปึนมหาเศรษฐี ฉันไปลงทะเบียนแล้วจะได้เดือนละ ๕๐๐ ไหม ได้ครับ แต่ผม กําลังจะบอกท่าน ส.ส. ว่าไปช่วยบอกท่านเหล่านั้นว่าช่วยรัฐหน่อยเถอะครับ อย่าไป ลงทะเบียนเลยครับ เพราะท่านช่วยเหลือตัวของท่านเองได้ จะเปึนการช่วยประหยัด งบประมาณ แต่ถ้าท่านคิดว่าท่านจําเปึนท่านไปลงทะเบียนแล้วก็มีการตรวจสอบท่านก็ได้ ครับ ในส่วนนี้เราหาได้อีก ๕ ล้านแล้วนะครับ เมื่อกี้เรามีอยู่ ๙ นี่บวกอีก ๕ เปึน ๑๔ ล้าน แล้วครับ มีอีกครับ นโยบายในเรื่องการรักษาสุขภาพเชิงรุกที่เรามีอยู่ขณะนี้เห็นชัดเจนว่า เราต้องเพิ่มงานอย่างหนักให้กับ อสม. และพอดีเปึนนโยบายของพรรคอยู่แล้วได้อีก ๘ แสนกว่าครับ ตรงนี้คือการสร้างกําลังซื้อ บางส่วนเปึนนโยบายของพรรค บางส่วนเปึน ครั้งเดียว ๒,๐๐๐ บาทครั้งเดียว อสม. ตลอดไปเลยครับ ตอนนี้เปึนงบกลางป้ก็จัดแค่ ๖ เดือน ป้หน้าก็จัดต่อ ผู้สูงอายุตอนนี้จัด ๖ เดือน ป้หน้าก็ต้องจัดต่อ เพราะฉะนั้นในส่วน นี้ครับก็จะเห็นภาพชัดว่าเปึนบุคคลที่เปึนคนไทยและมีสิทธิ แต่พอดีไม่ได้ทั้งหมดด้วย เหตุผลว่าไม่ได้อยู่ในระบบ จึงมีคําถามว่าพี่น้องเกษตรกรที่ยากจนของเราส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ อยู่ในระบบ เราช่วยอะไรเขา ช่วยครับ เราช่วยเพราะว่าจริง ๆ แล้วก็เปึนสิ่งที่รัฐบาลที่แล้ว ทํามาก่อน คือเรื่องการแทรกแซงผลผลิตทางการเกษตรเพื่อให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากนั้นนะครับ มันก็จะมีในส่วนที่เรียกว่าถ้าไม่เอาเงินไปใส่ในมือเราก็ช่วยลด ค่าครองชีพเขา อย่างที่ท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ได้พูดเมื่อสักครู่ ก็คือเรื่องเรียนฟรีจริง ตรงนี้มี เด็ก ๑๒ ล้านคน มีอีกประมาณ ๑๐ ล้านครอบครัวที่ว่าวันที่ ๑๗ พฤษภาคมนี้ไม่ต้องไป เดินไปยืมเงินใครแล้ว ปกติต้องไปยืมเพราะโรงเรียนลูกเป่ดแล้วครับ ค่าเครื่องแบบ ค่าสมุด ดินสอ ค่าตําราเรียน เหล่านี้เปึนภาระทั้งสิ้น ถ้าเราช่วยภาระตรงนี้ได้เท่ากับเพิ่มรายได้ให้ เขา เท่ากับเพิ่มกําลังซื้อครับ เท่านั้นไม่พอครับ มันก็ยังมีส่วนที่ผมคิดว่ามีความสําคัญ มากอีกส่วนหนึ่งก็คือคนที่ตกงานที่ผมเล่าให้ฟังเมื่อสักครู่ครับ ธันวาคม ๑๐,๐๐๐ คน มกราคมเพิ่มเปึน ๒๐,๐๐๐ คน กุมภาพันธ์จะเปึน ๓๐,๐๐๐ คน จะเปึน ๔๐,๐๐๐ คน ทําอย่างไร เราจัดงบประมาณให้ ๖,๙๐๐ ล้านบาทครับ ตรงนี้มารองรับผู้ตกงาน แล้วก็มี หลายประเภทครับ ประเภทแรกที่เราให้ความสนใจมากที่สุดก็คือผู้ที่ตกงานแล้วพร้อมจะ กลับภูมิลําเนาของท่าน เราจะฝ๊กงานท่าน เพิ่มทักษะให้กับท่าน แล้วท่านกลับไปที่บ้าน ของท่าน เราไม่ได้ให้ท่านเปึนเถ้าแก่นะครับ เศรษฐกิจอย่างนี้อย่างที่ท่าน ส.ส. ได้อภิปราย ไว้บอกว่าเศรษฐกิจอย่างนี้ขืนสนับสนุนให้เปึนเถ้าแก่หมดก็เจ๊งหมด ถูกต้องที่สุดเลยครับ แต่ธุรกิจต้องเดินครับ หลายคนก็คงจะเก่งมีฝ้มือ เขาอาจจะเปึนช่างไฟฟัาซ่อมเครื่อง ไฟฟัา ซ่อมจักรยาน มอเตอร์ไซค์ ก็แล้วแต่ครับ เดินไปได้เลยที่ธนาคารออมสิน เดินไปได้ เลยที่ ธ.ก.ส. ครับเวลากลับไปที่บ้าน ขณะที่เดินไปยังตั้งกิจการไม่ได้เรายังจะช่วยเขาต่อ อีก ๓ เดือนครับ หลังจากเราฝ๊กเขามาแล้ว ๑ เดือน ไม่ใช่ฝ๊กแล้วก็ปล่อยทิ้งไป ไม่ใช่ครับ ถ้าท่านอยากจะทํางานให้กับหมู่บ้านของท่านในวิสาหกิจชุมชนเรามีงบประมาณชุมชน พอเพียงที่ตัดให้ทุกหมู่บ้าน ๗๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ใครเคยได้มา ๒ แสนบาท ได้อีก ๒ แสนบาท ใครไม่เคยได้เลยได้อีก ๔ แสนบาท อย่างนี้ เปึนต้น ตรงนั้นนี่ครับจะเปึนเชื้อเตรียมไว้ให้ท่าน แล้วโครงการที่เราต้องการจะทําคือ โครงการในเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สําหรับธุรกิจที่มีคนงานอยู่ประมาณ ๒๐ คน ๒๐๐ คน ต้องการจะปลดคนงานแต่ไม่อยากจะปลดเพราะฝ๊กมานานแล้ว เข้า โครงการเราได้ครับ เราช่วยเพิ่มทักษะฝ๊กต่อ แต่ต้องมีข้อตกลงนะครับ ต้องมีข้อตกลงว่า ท่านห้ามปลดคนงาน ตรงนี้ก็ทําได้ น้อง ๆ นักศึกษาเรียนจบไม่มีงานทํา ต้องการเข้า โครงการนี้ก็ทําได้เช่นกัน โดยเฉพาะถ้าอยากจะกลับภูมิลําเนาของตัวเอง อยากจะทํา ธุรกรรม เข้าสู่โครงการคืนคุณครูให้นักเรียน เราก็จะไปอ้อมครับ ไปที่โรงเรียน ไปที่ กระทรวงศึกษาธิการ เตรียมจัดงบประมาณเพื่อว่าจ้างคนเหล่านั้น แล้วเราจะให้พิเศษ สําหรับคนที่ไปกู้เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา เพราะเราอยากจะได้เงินคืนอย่างไรครับ เราให้เขากู้แล้วถ้าเรามีงานให้เขาทําด้วย เราก็จะได้เงินของเราคืน ที่ผมกราบเรียนมา ทั้งหมดนี่นะครับ ความจริงมีอีกหลายประเด็น แต่ผมพูดถึงประเด็นสําคัญ ๆ จริง ๆ ซึ่งอยู่ในคําถามแล้วก็อยากจะกราบเรียนว่า มันจะได้ผลไหม ผมมีความเชื่อมั่นนะครับ ผมมีความเชื่อมั่นว่า ถ้าเศรษฐกิจนอกประเทศ ผมย้ํานะครับผมย้ําว่าถ้าเศรษฐกิจ นอกประเทศไม่ดิ่งเหวลงไปกว่านี้อีก น่าจะเอาอยู่ครับ เพราะการที่เราทําตรงนี้ครับ มันช่วยระยะสั้นครับ ช่วยระยะสั้นได้ประมาณ ๕-๖ เดือน ในช่วง ๒ เดือนแรกนี่นะครับ ท่านทั้งหลายทุกอย่างอยู่ในมือท่านแล้วครับ วันนี้ถ้าหากท่านอนุมัติท่านต้องไป ดูรายละเอียดกันอีก ถ้ามีการตั้งกรรมาธิการกัน ท่านจะใช้เวลาเท่าไรล่ะครับท่าน ส.ส. ครับ ถ้าท่านใช้เวลา ๓ วัน ๕ วัน ๗ วัน กลับมาสภานี้อีก อนุมัติอีก เดี๋ยวก็ได้ครับ ช่วยได้ เยอะเลย แต่ถ้าท่านใช้เวลานานก็เสี่ยงพอสมควร เราเองคิดว่าอันนั้นเปึนความรับผิดชอบ ของพวกท่านฝ์ายนิติบัญญัติครับต้องช่วยกัน แต่ประเด็นที่สําคัญที่สุดว่าขณะนี้ถึงแม้ว่า ท่านกําลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่นะครับ เงินท้องถิ่นซึ่งผู้แทนบางท่านได้อภิปรายว่าไม่มีเงิน ไม่จริงนะครับ มีอยู่ในธนาคารเรียบร้อยครับ ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่เปึนเงินสะสมของเขา เราไม่ไปแตะครับ เขามีนโยบายทางการคลังที่ดีเยี่ยมท้องถิ่น เขารักษาวินัยเขา เขามีรีเสิร์ฟ (Reserve : สํารอง) เก็บไว้ครับ มีสํารองเก็บไว้ มีอยู่ แสนกว่าล้านบาทที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปประชุมแล้ว แล้วงวดแรกออกไปแล้ว ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท งวดที่ ๒ กําลังจะตามออกมา คําว่า ออกไปแล้ว หมายความว่า ขณะนี้เงินกําลังหมุนเวียนอยู่ในระบบ ก็อยู่ไปได้อีกเดือนสองเดือน ทั้งหมดนี่ครับ ทั้งหมด นี่ก็หมายความว่าเปึนช่วงที่เรากําลังเตรียมการลงทุนในลักษณะที่พวกเราอยากจะให้ เกิดขึ้น คือลงทุนโครงการใหญ่ ๆ ที่เปึนการสร้างงานอย่างแท้จริง ซึ่งท่านรัฐมนตรีกรณ์ ท่านได้พูดให้เราฟังแล้ว เราก็มีเวลาประมาณ ๒ เดือน ๒ เดือนนี่เราทําให้เสร็จ เราทําให้ เสร็จแล้วเราก็พยายามผลักดันให้เกิดขึ้นเร็ว ๆ ประมาณเดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม ซึ่งในช่วงก่อนตุลาคมนี้ก็จะมีงบประมาณป้นี้ครับที่ยังค้างท่ออยู่ ค้างท่ออยู่เยอะนะครับ ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ก็แล้วกัน ผมเกินเวลาไปนิดหนึ่งนะครับ ขออภัย อย่างกรมทางหลวงนี่ครับ รายจ่ายงบลงทุน ๓๗,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ใช้ไป ๓,๖๐๐ ล้านบาทครับ เห็นไหมครับ ไม่ใช่ไม่มีเงิน ตั้งงบประมาณไว้เรียบร้อย ๓๗,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เพิ่งใช้ไป ๓,๖๐๐ ล้านบาท มีอีกหลายรายการครับ ไม่ต้องเสียเวลาคุยครับ เพียงแต่อยากจะบอกว่า เงินมันอยู่ต้องเร่งรัดให้ออกมา ทั้งหมดนี่นะครับก็คงจะตอบ คําถามได้บางส่วนแต่ไม่ได้ครบบริบูรณ์ทั้งสิ้นนะครับ ถ้ามีโอกาสก็คงจะใช้เวลาอื่นต่อไป ครับ ผมขอขอบพระคุณท่านประธานนะครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปสลับ นะครับ
ท่านประธานครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ สลับ ก่อนนะครับ เดี๋ยวต้องไปตามลําดับ ท่านอยู่เลขที่ ๒๑ ครับ
ผมขออนุญาตเรียน ปรึกษาครับ ผมฝ์ายค้านครับวันนี้ จะนําสาส์นมาเรียนต่อท่านประธาน
ไม่มีปรึกษาแล้ว กําลัง เดินเรื่อง
ท่านประธานครับ ขอนิดเดียว นาทีเดียว นาทีเดียวครับท่านประธานครับ
ผมไม่อนุญาตครับ ถึงท่าน ๒๑ แล้วก็ผมจะอนุญาต
ท่านประธาน ผมปรึกษานิดเดียวเท่านั้นเองแค่นาทีเดียว ขออนุญาตท่านประธานนะครับ
คือเพื่อไม่ให้เสียเวลา นะครับ กรุณานั่งลงเถอะครับ
ท่านประธาน แค่นาทีเดียวครับท่านประธานครับ
ท่านประเสริฐครับ ช่วยรักษามารยาทหน่อยครับ
วันนี้มีเหตุผลจําเปึน จริง ๆ ที่ต้องเรียนท่านประธานและเรียนต่อสภาแห่งนี้ครับ ท่านประธานครับ
ผมให้ครึ่งนาทีครับ เชิญครับ
ได้ครับ ครึ่งนาที ได้ครับท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ฝ์ายค้าน ครับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ได้เกิดกรณีครับ มีการอภิปรายของท่านสุนัยครับ แล้วก็ มีการโต้แย้งกัน จนสุดท้ายมีการเชิญท่านสุนัยออกจากห้องประชุม กระผมก็ได้ขอร้องกับ ท่านประธาน ดอกเตอร์อภิวันท์ว่า ถ้าท่านรัฐมนตรี ๒ ท่านจะชี้แจง กระผมก็ขอให้ท่านกลับ เข้ามาฟังนะครับ เพื่อที่จะให้มันจบ แต่ว่าท่านประธานก็ไม่อนุญาต จนสุดท้ายกระผม บอกถ้าไม่อนุญาตอย่างนี้ พวกกระผมก็ถือว่าท่านสุนัยได้ทําหน้าที่ของการเปึนฝ์ายค้าน ที่ดีแล้วนะครับ ก็ขอให้มีการรับฟังกัน แต่เมื่อไม่รับฟังกันแล้ว ถือว่าเปึนการขัดขวางการ ทําหน้าที่ของฝ์ายค้าน พวกกระผมจึงขอไม่ใช้สิทธิ ขอสละสิทธิ์ในการอภิปราย งบประมาณครับ มาเรียนแจ้งท่านประธานเท่านี้ครับ ถือว่าเปึนการขัดขวางการทําหน้าที่ ของฝ์ายค้านในสภาครับท่านประธานครับ และไม่มีความน่าเชื่อถือพอครับสําหรับรัฐบาล นี้ครับ ขอบคุณครับ
ครับ ขอบคุณครับ ต่อไป ไม่นะครับ คุณบุญยอดช่วยกรุณานั่งลงเถอะครับ กรุณานั่งลงครับ เดินไปดีกว่าครับ ต่อไปขอเชิญคุณเชิดชัย วิเชียรวรรณ ครับ อยู่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้เฝัาดูการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ตั้งแต่ ช่วงบ่าย เรามีการประชุมร่วมกันมา ๓ วันเต็ม ๆ แล้วครับ ผมต้องใคร่ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้าน ท่านได้ชวนผมเข้าห้องประชุม ๒ วันเต็ม ๆ คราวนี้ผมขออนุญาตเชิญชวนเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้าน
ผมว่าคุณเชิดชัยกรุณา พูดอยู่ในกรอบของงบประมาณครับ ไม่ต้องพูดถึงใครหรอกครับที่ท่านจะพูดเรื่อง งบประมาณแสนกว่าล้านบาทนี่นะครับ ให้มันเกิดประโยชน์ของประชาชนครับ เชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขออนุญาตอภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๒ พ.ศ. .... นะครับ ท่านประธาน ครับ ผมมีความจําเปึนที่อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิกเพื่อทํา ความเข้าใจกัน ไม่อยากที่จะเห็นเพื่อนสมาชิกไปตําหนิติติงพรรครัฐบาลโดยเฉพาะพรรค ประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะนโยบายที่พรรครัฐบาลได้นํามาใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน นั้น ผมต้องประทานอนุญาตกราบเรียนว่า นโยบายประชานิยมสังคมเปึนสุขนั้น เริ่มต้น จากพรรคภูมิใจไทยชัดเจนครับ อย่าไปตําหนิติติงพรรคประชาธิปัตย์เลยครับ เราจะมี ความรับผิดชอบร่วมกัน อะไรก็ตามถ้าเปึนความที่พี่น้องประชาชน ประชาชนนิยมและมี การก่อให้เกิดประโยชน์ต่อปากท้องต่อพี่น้องประชาชน เปึนการแก้ไขปัญหาของประชาชน นั่นคือประชานิยมครับ ดังนั้นชัดเจนครับวันนี้พรรคภูมิใจไทยขอมีส่วนร่วมในการที่จะ เสนอนโยบายในเชิงประชานิยมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ สาเหตุที่มาของนโยบายประชานิยมนั้น ก็เกิด จากที่พวกเราตอนนั้นศาลได้ยุบพรรคเราเมื่อวันที่ ๒ ธันวาคมที่ผ่านมา เราไม่มีพรรคครับ เรามีกลุ่ม เราไม่ปฏิเสธครับว่าพวกเรา ๒๓ คนนั้นอยู่กลุ่มเพื่อนเนวิน ได้เสนอ ๘ ประการ ๘ ประเด็นด้วยกันครับ เพื่อให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็ต้องขอกราบขอบพระคุณ ฯพณ ฯ นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีนะครับ ที่ได้กรุณาบรรจุที่เราได้เสนอ เข้าไปถึง ๘ ข้อ ๘ ประเด็นด้วยกันก็คือ ขอให้บรรจุโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและ ชุมชน คือ เอสเอ็มแอล วันนี้ได้ ๒ เท่าแล้วครับท่านประธานที่เคารพครับ
ประการที่ ๒ ขอให้บรรจุต่อยอดโครงการกองทุนหมู่บ้าน
ประการที่ ๓ ขอให้ดําเนินการสงเคราะห์ผู้สูงอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไปให้มี เบี้ยยังชีพ
ประการที่ ๔ จัดทําค่าตอบแทนสวัสดิการสาธารณสุขหรือ อสม.
ประการที่ ๕ จัดตั้งกองทุนสําหรับผู้ที่ว่างงานโดยที่จะต้องมีกําหนด ระยะเวลาอย่างน้อย ๑ ป้
ประการที่ ๖ ขอให้แก้ไขปัญหาราคาสินค้าการเกษตรหรือช่วยเหลือ เกษตรกรไทย โดยให้มีระบบประกันราคาสินค้าเกษตรล่วงหน้า
ประการต่อไปคือ กรณีที่ถ้าไม่สามารถที่จะช่วยเหลือได้ ต้องอุดหนุนปัจจัย ในการผลิตให้กับเกษตรกร
ประการที่ ๗ ครับ จัดให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมเพื่อให้เปึนประชาธิปไตยและเปึนที่ยอมรับของประชาชนทุกฝ์าย
ประการสุดท้ายครับที่พวกเราได้เสนอไป นั่นก็คือขอมีผลการบังคับใช้ กฎหมายอย่างเสมอภาคและเปึนธรรมแก่พี่น้องประชาชนทุกฝ์าย ดังนั้นสิ่งที่เราเสนอไป ๘ ข้อนั้นได้รับการยอมรับ ผมถึงได้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า สําหรับนโยบายประชานิยมนั้นก็มีส่วนร่วมกันทุกฝ์ายของพรรคร่วมรัฐบาลครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... นั้น ตัวผมเองมีความคิดเห็นว่าเราสนับสนุน รัฐบาลที่ได้หยิบยื่นในการแก้ไขปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจ เรายอมรับกันครับ ท่านประธานว่า วันนี้ทั่วโลกนั้นประสบกับปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจไม่เฉพาะประเทศไทยครับ ประเทศมหาอํานาจเองก็มีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจเช่นเดียวกับเรา แม้กระทั่ง ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นก็ยังมีปัญหา ดังนั้นวันนี้ถึงแม้ว่ารัฐบาลเสนอนโยบายที่จะ กระตุ้นเศรษฐกิจเข้ามา แล้วมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไปบ้างนั้น ผมก็อยากจะกราบเรียน ทางรัฐบาลว่าท่านต้องใช้ความอดทนในการที่ต้องชี้แจง ตัวผมเองในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในซีกฝ์ายรัฐบาลเองนั้นก็ต้องขออนุญาตใช้เวลา ณ ที่ตรงนี้ เพื่อที่จะเสนอแนะทางรัฐบาล และก็สนับสนุนทางรัฐบาลในบางประเด็น โดยเฉพาะ ในเรื่องที่จะต้องมีการสงเคราะห์หรือช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน ตามที่ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีได้กราบเรียนต่อเพื่อนสมาชิกไปเมื่อสักครู่นั้น ผมคิดว่า มันมีความจําเปึนครับท่านประธานครับ มีความจําเปึนเพราะว่าเม็ดเงินที่จะต้องไปช่วย ผู้ที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทนั้น จะก่อให้เกิดการหมุนเวียนในชุมชน ในธุรกิจภาค การค้าขาย ในแต่ละตําบล ในแต่ละอําเภอ ในกรณีที่มีเพื่อนสมาชิกให้ความเปึนห่วงว่า เงิน ๒,๐๐๐ บาทนั้นที่มอบให้ครั้งเดียวจะเปึนการสูญเปล่า ผมอยากกราบเรียนว่า น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ครับ หมดเวลาแล้วหรือครับท่านประธาน
หมดแล้วครับ รักษาเวลา ได้ดี ขอบคุณครับ
ผมเสียดายเวลาที่ประท้วงกันทั้งวัน เลยครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณเรวัต สิรินุกุล อยู่ไหมครับ ถ้าไม่อยู่ในที่ประชุม ผมผ่านนะครับ ต่อไปคุณสุชาติ ตันติวณิชชานนท์
ท่านประธานครับ ผม วิฑูรย์ นามบุตร ด้านขวาท่านประธานครับ
ผมว่าขอสักนิดหน่อยเถอะ ครับท่านวิฑูรย์ เดี๋ยวท่านจะได้พูดครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอให้ผมได้ปฏิบัติหน้าที่ ผมจะเรียนเชิญท่านเอง เพราะเปึนอํานาจที่ท่านจะต้องอภิปรายอยู่แล้วครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม สุชาติ ตันติวณิชชานนท์ ส.ส. จากจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อแผ่นดินครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งเราก็ สนับสนุนในหลักการแน่นอนอยู่แล้วครับ เพราะว่างบนี้เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากเศรษฐกิจของภาวะโลกนั้นกระทบกระเทือน และประเทศไทยก็คงหลบเลี่ยง ปัญหานี้ไม่ได้ เพราะงบประมาณนี้ก็มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่ อสม. นะครับ เดือนละ ๖๐๐ บาท ซึ่งตั้งไว้ ๖ เดือน และทราบจาก ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีว่าจะตั้งในป้ต่อไป แต่ผม กังวลอยู่นิดหนึ่งว่า ยอด ๘๓๓,๓๔๐ คนนั้น ยอดนั้นไม่ทราบว่าจะถูกต้องชัดเจนไหม เพราะว่าผมเห็น อสม. บางอําเภอ ยกตัวอย่างเช่น อําเภอนาจะหลวย มีผู้ปฏิบัติจริง ๆ อยู่ ๑,๐๓๔ คน แต่คอมพิวเตอร์ของจังหวัดมีแค่ ๒๙๕ คน ส่วนนี้จะมีข้อมูลผิดพลาด ขอให้ท่านช่วยดูแลด้วยนะครับ
เรื่องต่อไป เรื่องผู้สูงอายุที่จะมีเบี้ยยังชีพอยู่ ๕๐๐ บาท ซึ่งมีตั้งอยู่ ๖ เดือน และก็ทราบว่าป้หน้าก็จะมีการตั้งอีก นี่ก็ถือว่าขอขอบคุณทางรัฐบาลนะครับ
ส่วนในเรื่องอื่นนั้นก็เรียนให้ท่านทราบว่าในพื้นที่ที่มีปัญหาถ้าหากทาง รัฐบาลมีการแทรกแซงราคาสินค้าการเกษตรนะครับ ตอนนี้ในเขตพื้นที่นั้น ถ้าหากรัฐบาล คิดในแง่ว่าโดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก เนื่องจากอาชีพเกษตรกรนั้นมีวัวหรือโคนะครับ ปัจจุบันนี้โคหรือวัวนั้นตัวเปึน ๆ ราคาตกลงถึงเท่าหนึ่ง เนื่องจากมีพ่อค้าคนกลางไปกดราคา ในพื้นที่ เดิมทีนั้นขายตัวหนึ่งได้ประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท ปัจจุบันนี้เหลือแค่ ๕,๐๐๐ บาท หากเราช่วยเหลือเกษตรกรโดยการควบคุมของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นะครับ และก็ตัดพ่อค้าคนกลางจากตลาดนัด ตลาดนัดเดิมทีนั้นเปึนตลาดนัดเพื่อ ช่วยชาวบ้าน แต่ปัจจุบันนี้ตลาดนัดเพื่อเอาไว้ปล้นชาวบ้าน เนื่องจากว่าเปึนการกดราคา บางคนก็บอกว่าแล้วแต่กลไกตลาดนั้นใช่ แต่ปัจจุบันนี้ชาวบ้านนั้นมีภาวะที่มีหนี้สิน ต้องใช้หนี้ปุิย หนี้กองทุนหมู่บ้าน หรือหนี้โครงการเดิม วัวล้านครอบครัว จําเปึนต้องขาย โดยบังคับขาย หรืออาจจะบังคับขายโดยธนาคาร ธ.ก.ส. ซึ่งเปึนการไล่หนี้นะครับ หากเรามาช่วยกันแก้ไขระบบตลาดของสิ่งนี้
ประการที่ ๒ เรื่องวัวนั้น ปัจจุบันนี้บางคนก็บอกว่ามีวัวนําเข้าจาก ต่างประเทศบ้าง นั่นมีส่วนน้อย แต่ตอนนี้ท่านทราบไหมครับ ท่านประธานครับ มีการนํา วัว หรือกระบือ หรือควาย ออกจากภาคอีสาน โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ กรมปศุสัตว์บางท่านมีส่วนได้เสีย นํากระบือตัวเมียซึ่งปกติไม่ให้เอาออก ปัจจุบันนี้ส่งไป เวียดนามเยอะมาก สัปดาห์หนึ่งประมาณ ๕๐๐ ตัว ผ่านด่านต่าง ๆ ออกไปในภาคอีสาน ทั้งอุบลราชธานี ทั้งมุกดาหาร ทั้งหนองคาย เอาไปสู่เวียดนาม ก็คาดว่าอีก ๓ ป้ข้างหน้า กระบือคนไทยคงหมด ต้องไปซื้อจากประเทศเวียดนามกลับมานะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง ทางกรมปศุสัตว์ ที่มีติดใบหูนะครับ กรมปศุสัตว์นั้นส่งไปให้ ทางปศุสัตว์อําเภอ จังหวัดนั้นแผ่นละ ๑๕ บาท และทางเจ้าหน้าที่ก็จะไปติด ๓๐ บาท เลยเกิดการลักลั่นตรงนี้เกิดขึ้น อันนี้ก็คือสิ่งหนึ่งที่เกิดปัญหาในพื้นที่
อีกสิ่งหนึ่งที่ผมจะขอเรียนท่านประธาน คือเรื่องมันสําปะหลัง รัฐบาลได้ แทรกแซงราคามันสําปะหลังกิโลกรัม ๑ บาท ๙๐ สตางค์ ถึง ๒ บาท ซึ่งถือว่าสูง ซึ่ง ชาวบ้านพอใจมาก แต่ปัจจุบันนี้กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายในตั้ง ๓ อําเภอ ต่อ ๑ แห่ง แล้วก็รับซื้อในปริมาณที่ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ คือปลูกได้ ๕ กิโลกรัม ซื้อแค่ กิโลกรัมเดียว ชาวบ้านเลยติดขัดจํานวนมาก เพราะฉะนั้นน่าที่จะเพิ่มจาก ๓ อําเภอ ๑ แห่ง มาเปึนอําเภอละ ๓ แห่ง ทําให้ภาระในการขนย้าย ภาระในการต่าง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้น และเพิ่มปริมาณในการรับซื้อจากมันสด เพิ่มเปึนมันเส้น ซึ่งชาวบ้านสามารถจะเก็บรักษา ได้นานกว่าในการนําส่งนะครับ ก็เรียนท่านประธานให้ทราบว่า การแก้ปัญหา มันสําปะหลังนั้น หากเรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คิดเรื่องเอทานอล เอามันสําปะหลัง ๕ กิโลกรัม มาทําเอทานอลนะครับ โดยการมาช่วยเหลือทางน้ํามันนะครับ สิ่งนี้ก็ทําให้ราคาสินค้าเกษตร มันสําปะหลังได้ดียิ่งขึ้นครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนา กรอบเวลาที่ผมได้รับ คือ ๕ นาที แต่ผมสัญญาว่าจะพยายาม อภิปรายให้สั้นที่สุด ให้รวบรัดที่สุด ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธานสภาที่ได้ให้โอกาส ผมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ในส่วนที่ผมจะอภิปรายคงจะเปึนเรื่องเกี่ยวกับโครงการก่อสร้าง ถนนภายในหมู่บ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยใช้วงเงิน งบประมาณทั้งหมด ๑,๕๐๐ ล้านบาท แล้วจะดําเนินการก่อสร้างทั้งหมด ๔๙๐ กิโลเมตร โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ตามข้อมูล ที่ผมได้คุยกับท่าน ผอ. สํานักวางแผน ท่านประธานครับ ทราบว่าถนนที่กรมทางหลวง ชนบทดูแล ณ ปัจจุบันนี้มีทั้งสิ้น ๔๑,๕๐๙ กิโลเมตร ซึ่งลาดยางแล้ว ๓๔,๒๘๔ กิโลเมตร และยังเปึนถนนลูกรังอยู่อีก ๗,๒๒๕ กิโลเมตร และในส่วนของถนนกรมทางหลวงชนบท ที่เคยดูแล แต่ปัจจุบันถ่ายโอนให้ท้องถิ่นแล้วทั้งหมด ๕๒,๑๐๐ กิโลเมตร ในภาพรวมถนน ทุกประเภททั้งทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบท แล้วก็ในส่วนที่ท้องถิ่นรับผิดชอบ มีทั้งหมด ๔๔๕,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ลาดยางแล้ว๒๘๖,๔๒๒ กิโลเมตร ซึ่งยังเหลือถนน ที่เปึนลูกรังอีกทั้งหมด ๑๕๙,๐๐๐ กิโลเมตร ประเด็นก็คือว่า ผมเห็นด้วยนะครับกับการก่อสร้างถนนภายในหมู่บ้าน เพื่อแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะวัตถุประสงค์ก็เพื่ออํานวยความสะดวก ในการเดินทางและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชน แต่ปัญหาก็คือ ทราบว่า งบตัวนี้ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ก็คงจะบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้บ้าง บางส่วน เพียงแต่ว่ามันอาจจะไม่ครอบคลุมทั้งหมด แต่จากการที่ได้สอบถามกับ ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณก็ทราบว่า โครงการ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ที่จะดําเนินการ ๔๙๐ กิโลเมตร ไม่จําเปึนที่จะต้องสร้างในถนนที่เปึนเครือข่ายของกรมทางหลวงชนบท ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับประเด็นนี้
ในส่วนของถนน ๕๒,๑๐๐ กิโลเมตรที่ถ่ายโอนแล้วให้องค์การบริหารส่วน ท้องถิ่นเปึนคนรับผิดชอบนี่ ปัญหาก็คือว่าปัจจุบันประเทศไทยเรามี อบจ. ทั้งหมด ๗๕ แห่ง เทศบาลอีก ๑,๖๐๐ กว่าแห่ง องค์การบริหารส่วนตําบลอีก ๖,๐๐๐ กว่าแห่ง และทั้งหมดนี้ต้องเบิกงบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเพียง หน่วยงานเดียว ซึ่งผมคิดว่ากรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นอาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง ก็เลยต้องขออนุญาตฝากเรียนสะท้อนปัญหาให้ทางรัฐบาลได้ทราบนะครับว่าจริง ๆ แล้ว ปัญหาหลักในท้องถิ่นของผม ในท้องถิ่นของท่าน ส.ส. หลาย ๆ คน ปัญหาหลักจริง ๆ ก็คือเรื่องของการโดยสารด้วยถนนหนทางนี่นะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้ววันนี้ความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนมีอยู่เปึนจํานวนมาก ก็อยากจะฝากเรียนท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผ่านทางท่านประธานสภาโปรดอนุมัติงบประมาณนะครับ แล้วก็ทราบว่าถนนของ ทางหลวงชนบทที่จะดําเนินการ ถนนปลอดฝุ์นอีก ๗,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ก็กําลังอยู่ ในขั้นตอนหาเงินงบประมาณอยู่ ก็หวังเปึนอย่างยิ่งนะครับว่าทางรัฐบาลจะให้ ความสําคัญกับเรื่องต่าง ๆ ตรงนี้ ก็เกรงใจเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านนะครับ แล้วก็ บรรยากาศในการอภิปรายวันนี้ก็คงไม่ค่อยเหมาะที่จะอภิปรายให้ยืดยาว ผมก็คงฝากไว้ เพียงประเด็นเดียวเท่านี้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ครับ เจ้าตัวไม่อยู่นะครับ ผ่านนะครับ ต่อไป คุณไกร ดาบธรรม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายแพทย์ไกร ดาบธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ในโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับประชาชนและ บุคลากรภาครัฐ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ โดยให้ประชาชนที่ อยู่ในหลักประกันสุขภาพ ประกันสังคม และบุคลากรภาครัฐที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ได้รับการช่วยเหลือ ๒,๐๐๐ บาท โดยวงเงินงบประมาณ ๑๘,๙๐๐ กว่าล้านบาท แล้วบุคลากรที่อยู่ในระบบประกันสังคมและข้าราชการที่มีรายได้ ๑๕,๐๒๐ บาท หรือ ๑๕,๐๓๐ บาท หรือ ๑๐๐ บาท จะเปึนอย่างไรครับ โดยเฉพาะประชาชนส่วนใหญ่ที่อยู่ใน ภาคแรงงาน ซึ่งไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมและมีรายได้น้อยกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท เปึนจํานวนมากจะรู้สึกอย่างไร ผมแน่ใจครับว่าเปึนความหวังดีของรัฐบาล ซึ่งจะช่วย แบ่งเบาความเดือดร้อนให้กับราษฎรและช่วยเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะมั่นใจได้ อย่างไรครับว่าเขาจะนําเงินที่ได้เหล่านั้นมาใช้จ่าย เพราะผมได้สอบถามกับกลุ่มบุคคลที่ จะรับเงินจํานวนนี้เปึนจํานวนมากว่าเงินที่เขาได้รับจะนําไปทําอะไร คําตอบส่วนใหญ่ครับ ว่าภาวะเศรษฐกิจไม่ดี เงินที่ได้จํานวนจะเก็บออมเอาไว้ใช้ในยามที่จําเปึนและยามฉุกเฉิน นั่นแสดงให้เห็นว่าจะมีเงินนับหมื่นล้านบาท แทนที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจจะหายออกไปจาก ระบบในรูปของการเก็บออม เพราะฉะนั้นเพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่รัฐบาล หวังเอาไว้ จึงควรจะให้เปึนรูปของคูปองเงินสดแทนที่จะเปึนเงินสด แล้วกําหนดระยะเวลา การใช้อาจจะเปึน ๑ เดือน หรือ ๒ เดือน ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าจะมีร้านค้าเปึนจํานวนมาก ที่อยากจะเข้าร่วมโครงการ แล้วก็ส่งเสริมการขายโดยเพิ่มมูลค่าของคูปองอีก ๕–๑๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเขาขายคูปองได้จะนําคูปองไปแลกเปึนเงินสดกับธนาคารและธนาคารก็นําเงินไป ขึ้นกับภาครัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง และการให้เงินครั้งนี้มันไม่กระจายทุกกลุ่มครับ เพื่อให้ เกิดความเปึนธรรมและกระจายทุกกลุ่ม แน่นอนครับ เราไม่สามารถที่จะจ่ายเงินจํานวนนี้ ให้กับทุกคนในประเทศไทยได้ แต่เราสามารถนําเงินงบประมาณที่มีจํากัด ๑๘,๙๐๐ กว่าล้านบาท โดยกระจายให้ครัวเรือนทุกครัวเรือนในประเทศไทย ครัวเรือนละ ๑,๐๐๐ บาท โดยที่ไม่ต้องเพิ่มวงเงินงบประมาณเลยครับ เพราะการสํารวจครัวเรือนครั้ง สุดท้ายเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๐ เรามีจํานวนครัวเรือนทั้งสิ้น ๑๘,๑๗๘,๒๔๗ ครอบครัว ครับ ท่านให้ครอบครัวละ ๑,๐๐๐ บาท เงินจํานวนนี้ก็สามารถกระจายให้ถึงทุกครอบครัว และก่อให้เกิดความเปึนธรรม แล้วก็รับรองว่าจะได้รับเสียงชื่นชมมากกว่าเสียงติติงใน งบประมาณช่วยเหลือ โครงการช่วยเหลือภาครัฐบาลที่ให้ไปกับประชาชนครับ และสําหรับโครงการผู้สูงอายุที่รัฐบาลเพิ่มเติมรายจ่ายในรูปเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุที่มี อายุ ๖๐ ป้ขึ้นไปทุกคน แล้วให้กับ อสม. ค่าตอบแทนของ อสม. ทั้ง ๘๓๐,๐๐๐ กว่าคน ผมถือว่าเปึนการให้เงินมาถูกที่ ถูกเวลา และถูกสถานการณ์ครับ เพราะเงินจํานวนนี้ นอกจากเปึนการช่วยแบ่งเบาภาระ ลดความเดือดร้อน สร้างขวัญและกําลังใจ แล้วก็ ยังเปึนการกระจายรายได้สู่พ่อค้า แม่ค้าในชุมชนและในหมู่บ้านอย่างแท้จริงครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณคมเดช ไชยศิวามงคล ไม่อยู่นะครับ ผ่านนะครับ ต่อไปคุณมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ อยู่ไหมครับ อยู่ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกพรรคกิจสังคม จังหวัดพิษณุโลก สิ่งที่ผมเองอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. .... ซึ่งในครั้งนี้ เปึนครั้งที่รัฐบาลนําโดยพรรคประชาธิปัตย์ได้ให้พรรคกิจสังคมได้มีโอกาสเข้าร่วม รัฐบาล ซึ่งหลายท่านเองหรือพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านคงจะจํากันได้ว่าพรรคกิจสังคมนั้น เปึนพรรคหนึ่งในอดีตที่ได้ทําสิ่งที่เปึนประโยชน์ ไม่ว่าจะเปึนโครงการเงินผัน ประกันราคา พืชผล กองทุนหมู่บ้าน ชลประทานระบบท่อ ซึ่งเปึนแนวคิดที่พรรคกิจสังคมเปึนนโยบายที่ ได้พยายามที่จะผลักดัน แล้วก็เปึนสิ่งที่น่ายินดีที่ทางรัฐบาลนี้ได้พยายามที่จะกระตุ้น เศรษฐกิจของประเทศชาติไทยเราให้มีความเจริญเติบโต เพราะว่าประเทศไทยเรานั้นได้ พึ่งพาเศรษฐกิจในเรื่องของการส่งออก ซึ่งเปึนที่ทราบกันดีว่าในหลายประเทศทั่วโลก ได้รับผลกระทบในสภาวะเศรษฐกิจถดถอย ดังนั้นการพึ่งพาส่งออกจึงเปึนแรงที่จะ ไม่เพียงพอในการที่จะทําให้เศรษฐกิจของไทยสามารถที่จะขับเคลื่อนไปได้ ดังนั้นผมเอง ในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกนั้นมีแหล่ง ท่องเที่ยวเปึนจํานวนมาก ก็อยากจะบอกกับท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า เรามามอง ถึงศักยภาพในตัวเราเองในประเทศเราเองว่าเรามีศักยภาพของเรื่องการท่องเที่ยวเปึน อย่างมาก ดังนั้น จึงขอแจ้งท่านประธานไปยังรัฐบาลให้ส่งเสริมในเรื่องของการท่องเที่ยว เพื่อที่จะนํารายได้เงินตราต่างประเทศเข้ามาสู่ประเทศไทยให้มากที่สุด อีกทั้งรัฐบาลนี้ ยังมีการกระตุ้นการบริโภค ซึ่งผมเองก็มองเห็นว่าการที่ทําให้ภาคประชาชนมาใช้จ่ายให้ มากขึ้นนั้นก็ต้องอาศัยการกระตุ้นพี่น้องประชาชน โดยการหันมานิยมใช้ของไทย ใช้สินค้าไทยไม่ฟุ์มเฟ๋อยนะครับ และใช้อย่างประหยัด อีกทั้งรัฐบาลเองก็สามารถที่จะมาดูแลในการที่จะส่งเสริมการใช้สินค้าไทย ส่งเสริม กิจกรรมธงฟัาราคาประหยัด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะเปึนการที่จะทําให้พี่น้องประชาชนมาใช้จ่าย ให้มากขึ้นและรัฐบาลเองก็พยายามที่จะส่งเสริมกระตุ้นการลงทุนนะครับ อย่างเช่น ในอดีต เราเคยได้ยินคําว่า เงินผัน ตั้งแต่พรรคกิจสังคมนะครับ ได้เปึนรัฐบาล นั่นก็คือหลักการ หนึ่งที่จะมาส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้รู้ ได้มีรายได้ในการที่จะไปจับจ่ายใช้สอย ซึ่งใน ครั้งนี้นะครับ รัฐบาลเองก็พยายามมาส่งเสริมในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงนะครับ โดย เติมเงินไปให้กับทางหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้าน ก็เปรียบเสมือนเปึนการคล้าย ๆ กับนโยบาย เงินผันในอดีต และโครงการที่สําคัญอย่างยิ่งในเรื่องของการให้พี่น้องประชาชนนะครับ ได้รับสุขภาพที่ดี คือถนนปลอดฝุ์นของกรมทางหลวงชนบทนั้นก็เปึนแนวคิดที่ดี และที่จะดี ยิ่งไปกว่านั้น ผมเองนั้นอยากจะให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสร้างในการทําให้ เกิดผลได้จริง ๆ โดยการที่ให้พี่น้องประชาชนไปก่อสร้างถนนดังกล่าว ทีนี้มามองถึงเรื่อง การหารายได้นั้น ผมเองอยากจะให้รัฐบาลได้ตระหนักถึงเงินนอกงบประมาณที่เรามีอยู่ใน ระบบ นอกระบบ เราสามารถนํามาสู่ในงบประมาณนี้ได้
อีกประเด็นหนึ่งคือ การกู้ทั้งภายนอกและภายในก็เปึนสิ่งที่นโยบายของ รัฐบาลต้องหาแหล่งเงินในการที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านี้ และที่สําคัญอย่างยิ่ง นะครับ พระราชบัญญัติงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ขอให้รัฐบาลได้เร่งรัดในการเบิกจ่าย เพื่อที่จะมาช่วยในการสร้างเศรษฐกิจของประเทศชาติไทยเรา เพื่อพี่น้องประชาชนคนไทย จะได้มีความสุข แล้วก็ได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณนิยม เวชกามา อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ ผ่านนะครับ ต่อไปคุณไพจิต ศรีวรขาน อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ ต่อไปคุณไชยา พรหมา อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ ผ่านนะครับ ต่อไปคุณประเสริฐ บุญชัยสุข อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ ผ่านนะครับ ต่อไปคุณนิยม ช่างพินิจ ไม่อยู่นะครับ ผ่านนะครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
เดี๋ยวครับ อย่าเพิ่งครับ ช่วยกรุณานั่งลงสักแป็บเดียวครับ เดี๋ยวผมขานไปสักถึงเลขที่ ๔๐ แล้วผมจะให้ท่านพูด ครับ
พรรคเพื่อไทยไม่อภิปราย แล้วครับท่านประธานครับ ไม่ต้องขานครับ
เปล่า ผมต้องขาน เพราะ ผมเปึนประธาน แล้ววิปส่งมา เมื่อวิปส่งมา ผมก็ต้องทําให้ถูกต้อง
ขอถอนชื่อทั้งหมดครับ ท่านประธานครับ
เดี๋ยวจะมีการร้องศาลรัฐธรรมนูญ ผมจะได้แอบอ้างเอกสารเหล่านี้เปึนหลักครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ครับ
ไม่อนุญาตครับ นั่งลง ก่อนครับ
พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ถอนชื่อผู้อภิปรายทั้งหมดครับ ท่านประธานครับ
ท่านไม่มีสิทธิ เพราะว่า ต้องคนที่เขาเซ็น เพราะท่านไม่ได้เซ็นครับ
สิทธิโดยชอบธรรมครับ ท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมาย
ท่านถอนตัวท่านได้ครับ
พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธาน ครับ ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ
พรรคเพื่อไทย ต้องหัวหน้าพรรค เปึนคนทําหนังสือถอน
หัวหน้ายังไม่มีครับ ท่านประธาน ครับ
นายนิยม ช่างพินิจ ไม่อยู่ นะครับ
ผมขออนุญาตท่านประธาน ครับ ท่านประธานครับ
ต่อไปคุณประชา ประสพดี ไม่อยู่นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมประท้วงท่านประธานครับ
ต่อไปนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ไม่อยู่นะครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานครับ
ผมไม่เห็นครับ ต่อไป คุณวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ไม่อยู่นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
ต่อไปคุณฐิติมา ฉายแสง ไม่อยู่ครับ
ผมประท้วงท่านประธาน ครับ
ขอเชิญ คุณสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ อยู่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อแผ่นดินครับ จากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายกลางป้ที่ทางรัฐบาลได้เสนอ ก็เนื่องจากว่า หลังจากที่รัฐบาลได้จัดตั้งขึ้นมาใหม่ แล้วก็เจอกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอยู่ รอบโลกอยู่ขณะนี้ ซึ่งปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้จะแตกต่างกับภาวะเศรษฐกิจที่ เกิดขึ้นเมื่อป้ ๒๕๔๐ ก็คือว่าเมื่อป้ ๒๕๔๐ ทางประเทศอื่นก็ยังเศรษฐกิจดีก็ยังสามารถ ขายของออกได้ แต่ว่า ณ วันนี้เศรษฐกิจที่ไม่ดีอยู่ก็ทําให้ภาวะที่เราจะส่งออกไป นอกประเทศก็ยากขึ้น ดังนั้นเองหลัก ๆ นโยบายที่รัฐบาลได้นําเสนอในเรื่องพระราชบัญญัติ งบประมาณตรงนี้ก็คือว่า ต้องการที่จะกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ เพื่อให้เกิดภาวะ ทําให้ในประเทศเรานี่เศรษฐกิจสามารถเดินได้ ดังนั้นเองหลาย ๆ มาตรการที่รัฐบาลได้ ออกมานี่ก็เพื่อที่จะกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนในประเทศเอง ดังนั้นเองหลัก ๆ ก็คือ รัฐบาลพยายามที่จะนําเงินแล้วก็เงินโครงการต่าง ๆ ที่จะได้ช่วยเหลือให้กับประชาชนได้ นํามาใช้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการให้เงิน ๒,๐๐๐ บาทกับประชาชนเอง แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ผม อยากจะนําเสนอให้กับทางรัฐบาลได้พิจารณา ถ้าต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจและต้องการที่จะ นําเงินไปให้กับประชาชนได้จับจ่ายใช้สอยและซื้อ ก็เหมือนกับเปึนการที่จะผันเงินลงไป สิ่งหนึ่งที่น่าจะดีที่สุดก็คือว่าการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเปึนราคาข้าว ก็คือว่าถ้าการประกันตรงนี้แล้ว หลังจากที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวได้ผลผลิตแล้ว นําไป ขายได้แล้ว เงินส่วนนี้เองเกษตรกรในท้องถิ่น ในต่างจังหวัดก็จะนําเงินเหล่านี้ไปใช้จ่าย ใช้สอยก็จะเกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วการประกันพืชผลทาง การเกษตรไม่จําเปึนจะต้องเปึนการประกันที่ราคาสูง แต่ส่วนที่อยากให้รัฐบาลได้คํานึงถึง ก็คือส่วนต่างระหว่างต้นทุนการผลิตกับราคาขาย ตรงนี้จะเปึนส่วนที่สําคัญ เพราะว่าจะ เปึนส่วนที่ได้เหลือจ่ายจริง ๆ ให้กับเกษตรกรได้นําไปใช้ และอีกสิ่งหนึ่งที่จริง ๆ แล้วผม เปึนคนที่ไม่เห็นด้วยกับการที่จะประกันราคาพืชผลในราคาที่สูง แต่ผมจะให้น้ําหนักกับ ความสําคัญในเรื่องของการประกันความเสี่ยงของการทําเกษตรมากกว่า ก็คือว่าในการ ทําเกษตรจะมี เฟึคเตอร์ (Factor) หรือปัจจัยที่ทําให้การทําเกษตรไม่สามารถที่จะควบคุมได้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของภัยแล้ง หรือว่าเรื่องของน้ําท่วมเอง ซึ่งถ้านโยบายรัฐบาลต่อไป อยากจะให้ความสําคัญกับเรื่องการประกันความเสี่ยงกับพืชผลทางการเกษตรด้วย ดังนั้นเองการที่จะทําให้ประชาชนได้รับส่วนต่าง หรือกําไรตรงนี้มากขึ้นก็ต้องลดต้นทุน การผลิตให้ได้ ส่วนสําคัญก็คือว่าราคาปุิยที่ยังแพงอยู่ขณะนี้เองที่ยังไม่สามารถลดได้ เมื่อสภาตอนต้นป้หลังเลือกตั้งมาราคาปุิยที่มากขึ้นที่สูงขึ้นตามภาวะน้ํามันที่สูงขึ้นเอง เราก็เข้าใจว่าปุิยนี่ก็เปึน บาย โพรดักท์ (By product) จากการทําป่โตรเลียมต่าง ๆ แต่เมื่อ ขณะนี้เองราคาน้ํามันที่ลงแล้ว แต่ราคาปุิยก็ยังไม่ลง ก็อยากจะฝากรัฐบาลได้ดูแลตรงนี้ ด้วย ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากต่างจังหวัด ก็อยากจะฝากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังอย่างหนึ่งด้วยว่า ในท้องถิ่นหลังจากที่เกษตรกรจับจ่ายใช้สอยมีเงิน เหลือแล้วก็จะนําเงินไปซื้อของอยู่ตามร้านโชห่วย พอร้านโชห่วยขายของได้กําไรก็เอาไป ซื้อทอง นี่คือภาวะการหมุนของเงินอยู่ในท้องถิ่น แต่ ณ ขณะนี้เองที่ผมอยากจะแนะนํา ก็คือว่าหลังจากที่ผันเงินลงไปแล้วก็อยากจะให้เงินหรือกระแสเงินสดที่อยู่ในท้องถิ่น ยังได้หมุนได้เวียนอยู่ แต่ว่า ณ ขณะนี้เองการมีร้านค้าปลีกต่างชาติ
หมดเวลาแล้วครับ
ที่ดึงเงินจากท้องถิ่นตรงนี้ไป แล้วก็ ทําให้ภาวะเศรษฐกิจท้องถิ่นยังไม่สามารถจะเดินได้ครับ เกือบจบแล้วครับอีกนิดหนึ่งครับ
รักษาเวลาครับ หมดเวลา แล้วครับ เชิญท่านรัฐมนตรีวิฑูรย์
ท่านประธานคะ
เดี๋ยวครับ ให้ท่านรัฐมนตรี วิฑูรย์พูดสักหน่อยครับ เพราะว่าท่านยกมือนาน
ขอท่านรัฐมนตรีชี้แจงทีหลัง ได้ไหม
เดี๋ยวสักครู่
วรศุลีได้เซ็นชื่อ ตอนนี้จะ เที่ยงคืนแล้วค่ะ
ก็เวลาที่เรากําหนดไว้ตี ๑ นะครับ
ถึงเวลาตี ๑ ใช่ไหมคะ
ครับ ได้พูดแน่ ได้พูดแน่ คุณวรศุลี
แล้วคนที่ฟังเขาจะไม่หลับก่อน หรือคะ
นั่งลงก่อนครับ อย่าขัดจังหวะ รัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผมขออนุญาตท่านประธาน ให้เจ้าหน้าที่ช่วยมายกชาร์ท (Chart) ด้วยนะครับ
ผมว่าไม่ต้องใช้กระมัง ครับท่านรัฐมนตรี คือไม่มีใครดู ประชาธิปัตย์ดูแล้วครับ ดูกันหมดแล้วครับ ไม่ต้องหรอก ครับ
มีความจําเปึนครับท่านครับ ขออนุญาตท่านเถอะครับ ขออนุญาต เถอะครับท่านครับ นิดเดียวครับ
อย่างนั้นก็เวลาท่าน ก็จํากัดนะครับ
ใช่ครับผม
ไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับ ผมขอยกแทนได้ไหมครับ
กระผมขอชี้แจงประเด็น
ท่านรัฐมนตรีไปช่วยยก หน่อยสิ
มีเจ้าหน้าที่อยู่ครับท่านครับ ขอชี้แจงประเด็นที่สมาชิกอภิปราย ตั้งแต่ช่วงหารือจนถึงขณะนี้นะครับ
ช่วยยกหน่อยเถอะครับ นั่งยกตรงนั้นครับ
ไม่ว่าท่าน ส.ส. วัชระ เพชรทอง
ไหน ๆ ร่วมมือกันก็ ร่วมกันครับ
ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ท่านสุนัย ท่านร้อยตํารวจโท เชาวริน
เดี๋ยวรองเลขาออก ท่านไม่ใช่เปึนรัฐมนตรีออก นี่รองเลขา รัฐมนตรีเขาจะไปยกแล้ว
ท่านประธานครับ ผมจับประเด็นอย่างนี้ครับว่า ๑. การแจกเงิน ช่วยเหลือคนจน เด็ก ผู้ด้อยโอกาส ผู้ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ๒. การจัดงบอบรมที่ใช้ งบประมาณ รุ่นละล้านกว่าบาทต่อ ๑ รุ่นต่อคน ๔๐๐ คน และมีการพาหัวคะแนนไปเที่ยว ๓. การเคหะโครงการบ้านเอื้ออาทรขาดทุน ๘๐๐,๐๐๐ ล้าน เปึนฝ้มือใครที่หากินกับคนจน ๔. เรื่องชุดนักเรียนและการแจกอย่างอื่น ซึ่งมีทั้งของจัดซื้อและของบริจาค และเรื่องที่ ๕ ก็คือเรื่องปัายครับ ผมขอชี้แจงสั้น ๆ อย่างนี้ครับ การแจกเงินช่วยเหลือเด็ก คนจน ผู้ด้อยโอกาส และผู้ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจนั้น ก็เปึนการดําเนินการตามปกติของ กระทรวง การจัดอบรมของกระทรวงใช้งบล้านกว่าบาทต่อรุ่นต่อ ๔๐๐ คน และพา หัวคะแนนไปเที่ยว ผมมีข้อมูลเบื้องต้นครับว่า ช่วงที่ผมมารับตําแหน่ง ไม่มีการใช้ งบประมาณในส่วนนี้ การเคหะบ้านเอื้ออาทรขาดทุน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีการหากิน กับคนจน สร้างความต้องการเทียม หากินกับโครงการ ตั้งแต่ผมทําหน้าที่ยังไม่มีการทุจริต ผมจะไปการเคหะวันศุกร์นี้ครับ และจะขอให้มีการปรับแผนฟุ๋นฟูโครงการ ทําความ สะอาดของรัฐบาลก่อนที่ทําไว้ และขณะเดียวกันท่านประธานครับ ผมได้ให้กระทรวง ตรวจสอบรายละเอียดและแจ้งให้ผมทราบเปึนหนังสือว่า หน่วยงานในสังกัดของกระทรวง ๓ ป้ย้อนหลังนี่เอางบประมาณไปทําอะไรบ้าง และช่วงที่ผมมาดํารงตําแหน่งทําอะไรบ้าง จะตรวจสอบทั้งรัฐบาลที่แล้วและตรวจสอบช่วงที่ผมมาดํารงตําแหน่งด้วย เรื่องเสื้อ ชุดนักเรียนมีการแจก ผมขอขอบคุณที่มีโอกาสพูดเรื่องปัาย เรื่องเครื่องแบบไม่มีเฉพาะ ปัายครับ ไดอะรี่ (Diary) ก็มีรูปผมครับ ส.ค.ส. ก็มีครับ พอดีผมไม่ได้หยิบมาด้วยครับ ผมไม่ได้สั่งเขาทําหรอกครับ เพราะฉะนั้นข้อมูลหลักฐานโดยละเอียดผมจะชี้แจงในโอกาส ต่อไป
ท่านประธานครับ ส่วนเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ เปึนข่าวร้อนในขณะนี้ ก็คือเรื่องถุงยังชีพที่แจกที่จังหวัดพัทลุง มีปลากระปิองยี่ห้อชาวดอยไม่มีคุณภาพ และเรื่องนี้ถ้าผมผิด ผมพร้อมรับผิดชอบ จะไม่โยนความผิดให้กับข้าราชการหรือบุคคล อื่นใด ทุกอย่างจะเปึนไปตามข้อเท็จจริง เปึนไปตามเอกสาร เปึนไปตามหลักฐานที่ สามารถอธิบายได้ ท่านประธานครับ ทําไมการแถลงข่าว ๒ ครั้งของผม จึงไม่สอดคล้องกัน มีการใช้ งบประมาณแผ่นดินจัดซื้อ มีการทุจริต มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องหรือไม่ ทําไมไม่มีข้อมูล การรับบริจาคที่ศูนย์รับบริจาคส่วนกลางที่กรุงเทพฯ มีถุงยังชีพเก็บซ่อนไว้ที่บ้านราชวิถี ๒๐,๐๐๐ ชุดจริงหรือไม่ มีรัฐมนตรีเปึนเจ้าของโรงงานปลากระปิอง มีอักษรย่อทั้ง อ ทั้ง ช ทั้ง พ ทั้ง ร ทั้ง จ ทั้งอะไรอื่น ๆ อีกมากมาย ท่านประธานครับ เหตุที่ผมแถลงข่าว ๒ ครั้ง ไม่สอดคล้องกัน ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ผมได้มอบนโยบายให้กับ ข้าราชการในกระทรวงและข้าราชการต้องนํานโยบายไปปฏิบัติ ผมได้บอกกับข้าราชการ ในกระทรวงครับว่า ไม่ต้องกังวลใจเรื่องการโยกย้าย ไม่มีการล้างบางในกระทรวง ขอให้ ทุกท่านทํางานเต็มที่ นโยบายของกระทรวงที่ออกไปจะต้องกระจายให้ทั่วถึงตามสัดส่วน ของพื้นที่ อย่าไปเลือกว่าพื้นที่ฝ์ายค้าน พื้นที่ฝ์ายรัฐบาล พวกเราเคยเจ็บปวดมาแล้วครับ จากรัฐบาลที่แล้วที่มีการเลือกปฏิบัติ ท่านประธานครับ ช่วงปลายป้มีน้ําท่วมที่พัทลุง ผมเริ่มเข้ามาทํางานในกระทรวงจริง ๆ หลังจากแถลงนโยบายก็คือ วันที่ ๕ วันที่ ๖ มกราคม สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าพอมีอะไรไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนไหม ประมาณ วันที่ ๘ วันที่ ๙ มกราคม เจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่าจะจัดถุงยังชีพไปช่วยเหลือ วันที่ ๑๑ มกราคม ก็มีการมอบถุงยังชีพที่จังหวัดพัทลุงประมาณ ๑,๕๐๐ ชุด หลังจากนั้นมีรายงานข่าวว่ามี ปัญหาของแจกไปไม่มีคุณภาพ ผมทราบ ผมก็สั่งระงับการแจก ผมแถลงข่าวครั้งแรก เพราะผมเข้าใจว่ามีการจัดซื้อตามระเบียบ เพราะราชการเขามีระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ทุกอย่างต้องทําตามระบบราชการ ผมจึงได้ชี้แจงไป ซึ่งก็เปึนบทเรียนครับว่าต่อไปการที่ จะชี้แจงอะไรต้องใช้ความรอบคอบระมัดระวัง ถ้าไม่มีเอกสาร ไม่มีหลักฐาน ต่อไปผมจะ ไม่ชี้แจง ท่านประธานครับ หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น ผมได้ทําหนังสือให้กระทรวงชี้แจง อยู่ ๓ เรื่องครับ ข้อแรก ถุงยังชีพนี้ได้มาอย่างไร ข้อ ๒ มีการใช้งบประมาณหรือไม่ และ การแจกจ่าย แจกจ่ายกันอย่างไร ท่านประธานครับ กระทรวงได้รายงานการมอบถุงยังชีพ ตามหนังสือที่ พม กระทรวงได้ทําหนังสือที่ ๑๘๙๓ วันที่ ๑๙ ว่า
ท่านรัฐมนตรี ชั่วคราว ครับ ท่านวิปฝ์ายค้านขอพูดสักหน่อย เชิญครับ
ด้วยความเคารพท่านประธาน ด้วยความเคารพรัฐมนตรี ผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ผมต้องขออนุญาต เรียนท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรี วันนี้เราได้อภิปรายในส่วนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ สิ่งที่รัฐมนตรีได้ชี้แจงที่ผ่านไป ประเด็นที่พาดพิงที่ผมพอฟังก็ไม่ได้เจาะลึกไปสอบถาม นะครับ ผมคิดว่าท่านน่าจะชี้แจงให้เกี่ยวข้องกับกรณีของงบประมาณที่ได้อภิปรายไปแล้ว ในงบเพิ่มเติมป้ ๒๕๕๒ เรื่องที่ท่านกําลังจะชี้แจงนั้นผมคิดว่าพรุ่งนี้มีกระทู้อยู่แล้วครับ ท่านไปตอบกระทู้วันพรุ่งนี้ดีกว่า ขอบคุณครับท่านประธาน เพื่อรักษาเวลานะครับตอนนี้
คือทางฝ์ายค้านท่านก็ สนับสนุนเราอยู่แล้วนะครับ เพราะพรุ่งนี้กระทู้ก็ตอบกระทู้ก็ได้ท่านรัฐมนตรี เอาสักหน่อย
ท่านประธานครับ ท่านยืนยันไหมครับว่ามีกระทู้เรื่องนี้
ยืนยันครับท่านประธาน
ถ้ามีกระทู้เรื่องนี้ก็ไม่เปึนไร เปึนกระทู้สดใช่ไหมครับ
มิฉะนั้นแล้วพรุ่งนี้ท่านก็ต้อง ตอบอีกนะครับ และผมคิดว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็รอฟังในส่วนที่เกี่ยวข้องในเรื่อง ของงบประมาณเพิ่มเติมป้ ๒๕๕๒ น่าจะเปึนประโยชน์กว่าครับ ท่านรอครับ กระทู้พรุ่งนี้มี แน่นอนครับ คุณจตุพร
เพราะอย่างนี้ท่านประธานที่จริงนี่ครับ ผมชี้แจง
ถ้าอย่างนั้นก็เก็บความลับ ไว้สําหรับตอบโต้พรุ่งนี้ครับ รัฐมนตรีในฐานะเปึนทนายความต้องเก็บเอกสารลับ ๆ ไว้
แต่ผมก็ต้องเรียนท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ นะครับว่า เรื่องนี้ผมพยายามไม่พูดมาร่วม ๑๐ วัน เพราะต้องการมาชี้แจงในสภา ไม่ได้หลบลี้หนีหน้าไปที่ไหนนะครับ
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีเตรียมตอบให้ดีก็แล้วกัน มวยคู่เอกพรุ่งนี้ ก็คงจะหมดกระมังครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ ครับ กราบเรียนท่านประธานครับว่าโดยความเห็นชอบของ พรรคร่วมรัฐบาลทุก ๆ คนนะครับ ฝ์ายพรรคร่วมรัฐบาลติดใจอภิปรายอีกท่านเดียว ๕ นาที คือท่านวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ อีกท่านเดียว ๕ นาที ที่เหลือไม่ติดใจอภิปรายครับ
ถ้าอย่างนั้นก็เชิญ นางสาววรศุลี ครับ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ วันนี้ขอยอมรับค่ะว่าเปึนนางสาวได้ค่ะ ขอบคุณท่านประธานนะคะ วันนี้ ทั้งวันค่ะได้ฟังอภิปรายของทุก ๆ ท่าน ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่าน ตื่นเต้นค่ะท่าน ดีใจนะคะที่ท่านรัฐบาลดูแลประชาชนได้ทั่วถึง แต่ดิฉันได้เห็นว่างบประมาณกลางป้นี้ น่าที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากกว่านี้ ตอนนี้วิกฤติเศรษฐกิจมากเลยนะคะ ข้าว ยาง มัน อ้อย ที่ผลผลิตตกต่ําอยู่ในขณะนี้เกี่ยวพันเกี่ยวกับงบประมาณกลางป้ที่ควรที่จะต้องจัดให้ ดิฉันได้เห็นสมาชิกทุก ๆ ท่านได้เห็นใจนะคะ เห็นใจผู้สูงอายุซึ่งเปึน ๑๑ เปอร์เซ็นต์ของ ประเทศ อสม. ก็เปึนไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ แต่เกษตรกร ๔๗ ล้านคนของ ประเทศ เท่ากับ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ แต่ในนโยบายที่ตั้งงบประมาณนี้ ดิฉันได้เห็น บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญนี้เกี่ยวกับเรื่องน้ํา เกษตรกรหลีกหนีไม่ได้ค่ะ น้ํามันตอนนี้ ลงราคาเกษตรกรดีใจ แต่ถ้าขาดน้ําอยู่ไม่ได้นะคะท่าน วันนี้ไม่ได้ทานน้ําปากคอแห้ง เลยค่ะ ท่านคะ ดิฉันต้องการอยากจะขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีขอให้ ช่วยดูแลเกษตรกรทั่วประเทศ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของทั่วประเทศนั้น ๔๗ ล้านคน ที่รอคอย ท่านรัฐมนตรีทุกท่านเอื้ออํานวยความสะดวกให้กับเขาในกรณีที่ผลผลิตตกต่ํา สิ่งที่ทํา ให้ผลผลิตตกต่ํานั้นก็คือน้ํานะคะ ท่านเขียนในสาระสําคัญใน (๓) โครงการจัดทําน้ําและ พัฒนาแหล่งน้ําเพื่อเกษตรกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ําเพื่อการบริหาร ทางการเกษตร รวมทั้งการขยายระบบการกระจายน้ําในเขตพื้นที่ชลประทานให้สามารถ ใช้ประโยชน์ให้เต็มศักยภาพ มาถึงข้อ ๗ โครงการแหล่งน้ําขนาดเล็กเพื่อการจัดการน้ํา เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารการจัดการน้ํา โดยเน้นการฟุ๋นฟูและอนุรักษ์แหล่งน้ํา ในระดับชุมชน ช่วยลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตรนอกเขตชลประทาน ท่านคะ ในงบประมาณนี้ ๑,๙๓๓ ล้านบาท ท่านเขียนข้อความในนี้ว่า วัตถุประสงค์คงไม่อ่าน ให้หมดนะคะ จะอ่านข้อความสุดท้ายว่า โดยการก่อสร้างประตูระบายน้ํา คําว่า ก่อสร้าง ประตูระบายน้ํา ช่วงนี้ละค่ะถ้างบประมาณของท่านลงไปพื้นที่ เขตชายแดนนะคะ ๗๐๐ กิโลเมตร ๗๐๐ กิโลเมตรเริ่มจากจังหวัดเชียงราย จังหวัดหนองคาย จังหวัด สกลนคร จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ๗๐๐ กิโลเมตรที่ติดริม แม่น้ําโขง ถ้าท่านมีประตูน้ําให้กับที่ท่านเขียนไว้ในนี้นะคะ ก็จะเปึนอานิสงส์กับประชาชน ชาวภาคอีสาน เหนือ และภาคอีสานนะคะที่จะสามารถเก็บกักน้ําได้ ปัญหาที่ท่านตั้ง งบประมาณในป้ ๒๕๕๒ หรืองบประมาณทุก ๆ ป้ที่ดิฉันได้เห็นมา ตั้งไว้ภัยแล้ง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท อุทกภัย๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านคะ ๑,๙๓๓ ล้านบาทนี้ ดีใจนะคะ ที่ได้รับอานิสงส์ในส่วนนี้ แต่คิดว่าไม่น่าจะเพียงพอนะคะ ไม่น่าจะเพียงพอ อย่างไร ๆ ถ้าหากว่าเราจะให้สาระสําคัญในการช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งเปึนประชาชนส่วนมากของ ประเทศนะคะ ได้รับอานิสงส์ในงบประมาณ ซึ่งเกิดจากภาษีราษฎรนี้ให้ถึงที่สุด ดิฉันอยากจะขอให้ท่านพิจารณาและตรวจสอบประตูน้ําที่สามารถนําน้ําเข้าสู่พื้นที่ การเกษตรได้ และสามารถลดการอุทกภัยเกิดขึ้น จังหวัดมุกดาหารได้ยื่นก่อสร้างประตูน้ํา ไว้อยู่ที่ ๔ แห่ง มีทางเข้าน้ําของบ่อน้ําธรรมชาติ แม่น้ําโขงนะคะ เปึนแม่น้ําสากล ที่สามารถนําน้ําเข้าสู่พื้นที่ได้ทั้งภาคอีสานเลยคะ จังหวัดมุกดาหารมีจุดที่จะนําน้ําเข้า ก่อสร้างปากประตูน้ําห้วยมุก ห้วยบังทราย ห้วยแคร่ ห้วยลึคึนี่ละค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขอฝากให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้จัดทํางบประมาณในส่วนนี้ แต่ดิฉันได้ ดูแล้วค่ะ เปัาหมายโครงการและตัวชี้วัดผลสําเร็จมีเฉพาะแค่การก่อสร้างแหล่งน้ําระบบ ส่งน้ําเท่านั้นเอง แล้วก็ก่อสร้างแหล่งน้ําระบบส่งน้ําประเภทหน้างาน ก่อสร้างอาคาร ปัองกันและบรรเทาภัยจากน้ํา ท่านแค่ปัองกันนะคะ แต่ท่านไม่มีสิ่งที่จะปัองกันได้ ช่วงนี้ค่ะ น้ํากําลังลด เราสามารถจัดงบประมาณกลางป้นี้ไปทําตอม่อในส่วนพื้นดินได้ มุกดาหาร น้ําระดับน้ํา ๑๒ เมตร กว่าท่านจะทําตอม่อนั้นได้ ท่านต้องให้น้ําลดลงไปถึงที่สุดแล้ว ท่านถึงจะมาทําตอม่อนั้น เพื่อที่จะมาทําประตูน้ําได้ ถ้าท่านไม่จัดทําตอนนี้ท่านจะ ไม่สามารถทําได้นะคะ
เวลาหมดพอดี
ดิฉันขอฝากไว้นะคะ
คอยตอม่อพรุ่งนี้
ในส่วนของกรมทรัพยากรน้ําค่ะ ท่านประธานคะ เรื่องน้ําสําคัญมาก ดูสิคะ วันนี้ดิฉันไม่ได้ทานน้ําคอแห้งเลยค่ะ พูดเสียง ไม่ดังไม่ชัดเท่าไร
เดี๋ยวหยุดอภิปราย เพราะหมดเวลาแล้วก็ไปทานได้ครับ
๔,๐๐๐ กว่าบ่อในกรมพัฒนา ที่ดิน เคารพท่านประธานค่ะหยุดก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณนะคะ เชิญ ท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตใช้เวลาไม่มากนักนะครับ ในการ ที่จะชี้แจงในบางประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้มีการอภิปรายตลอดระยะเวลาการพิจารณา ที่ผ่านมา โดยจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการชี้แจงซ้ําประเด็นกับสิ่งที่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีได้ดําเนินการไปแล้ว คงจะมี ๒–๓ เรื่องหลัก ๆ เท่านั้นครับที่อยากจะชี้แจงแล้วก็จะพยายาม ถ้าไม่จําเปึนที่จะไปลงรายละเอียดในส่วน ของแต่ละมาตราหรือแต่ละโครงการ
ประเด็นแรกที่คงจะต้องชี้แจง ก็คือในเรื่องของหลักการและวิธีคิดหรือ ข้อจํากัดของการจัดทํางบประมาณครั้งนี้ ซึ่งขอยืนยัน ก็คือว่าเปึนงบประมาณกลางป้ ที่เราจัดขึ้นมาเพื่อคลี่คลายวิกฤติเศรษฐกิจเปึนการเฉพาะ หรือเปึนมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจ อยากจะกราบเรียนสักนิดหนึ่งครับ ว่าแผนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้นไม่ได้ มีเฉพาะในส่วนของงบประมาณที่เสนอต่อสภาในวันนี้ และตรงนี้ก็อาจจะเปึนคําตอบว่า สําหรับหลายกลุ่มที่เพื่อนสมาชิกยังมีความเปึนห่วงว่าจะได้รับการดูแลหรือไม่นี่ แล้วก็ อาจจะพบว่ามีการจัดงบประมาณเอาไว้น้อย ที่จริงแล้วแผนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจนี่จะไป ครอบคลุมถึงภาคเหล่านั้น เพียงแต่ว่าในบางภาคธุรกิจหรือภาคการผลิตนั้น เราได้ ประเมินว่าการช่วยเหลือนอกระบบงบประมาณหรือมาตรการนอกระบบงบประมาณ นี่น่าจะมีความสําคัญมากกว่า จุดแรกที่อยากจะกราบเรียน ก็คือพี่น้องเกษตรกรครับ ซึ่งเปึนคนส่วนใหญ่ของประเทศ หลายท่านดูงบประมาณแล้วอาจจะต่อว่าว่าทําไม งบประมาณในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูว่าจะเปึนสัดส่วนที่น้อย แต่ที่จริง ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรขณะนี้ที่รัฐบาลทุ่มทรัพยากรมากที่สุด ก็คือ เรื่องของการแทรกแซงราคาพืชผล ขอกราบเรียนว่ารัฐบาลที่แล้วได้อนุมัติกรอบในการ ช่วยเหลือพืชผลสําคัญไว้ ๓ ตัว คือข้าว ข้าวโพดและมันสําปะหลัง แล้วก็มีอนุมัติวงเงิน เอาไว้จํานวนหนึ่งครับ รัฐบาลนี้เข้ามารับช่วงต่อเห็นว่าเงินไม่พอและยังไม่ครอบคลุมพืช อีก ๒ ตัว ก็คือยางพาราและปาล์ม รวมไปถึงว่าที่อนุมัติแล้วในพืชผลบางตัว เช่น ข้าวโพด และมันสําปะหลังนั้น ยังมีปัญหาความไม่เพียงพอหรือปัญหาการบริหารจัดการอยู่ เพราะฉะนั้นที่สุดจะต้องมีการใช้วงเงิน ซึ่งเปึนวงเงินนอกงบประมาณเข้าไปช่วยเหลือ เกษตรกรในการแทรกแซงราคาพืชผลทั้งหมดในฤดูกาลนี้ ไม่ต่ํากว่า ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท พูดง่าย ๆ ก็คือว่ามากกว่าโครงการทั้งหลายที่รวมกันในงบประมาณนี้ทั้งหมดครับ นั่นคือ เงินที่รัฐบาลกําลังหมุนไปให้กับทางเกษตรกร ไม่นับในส่วนของการที่เรากําลังเร่ง แก้ปัญหาเร่งด่วน เหมือนที่วันนี้คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในเรื่องของการแก้ปัญหาหนี้สิน ของพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในกองทุนฟุ๋นฟู เฉพาะในส่วนซึ่งกําลังเดือดร้อนมากก็คือว่า กําลังจะถูกยึดที่ดินไป ก็ได้มีการอนุมัติวงเงินงบกลาง ๖๐๐ ล้านบาท เพื่อคลี่คลาย ปัญหานี้ อันนี้เพื่อท่านสมาชิกจะได้สบายใจนะครับว่า เราได้ให้ความสําคัญกับ กลุ่มเกษตรกรสูงสุด นอกเหนือจากในส่วนของงบประมาณหรือเงินนอกงบประมาณ ในส่วนนี้แล้ว โครงการเศรษฐกิจพอเพียงก็จะเปึนเงินที่ลงไปในระดับหมู่บ้าน แล้วก็ ช่วยเศรษฐกิจในภาคชนบท ถือโอกาสกราบเรียนเพื่อนสมาชิกเลยนะครับว่า โครงการนี้ ท่านอาจจะมองว่าเปึนการเปลี่ยนแปลงต่อยอดมาจาก เอสเอ็มแอล หรือกองทุนหมู่บ้าน หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ผมก็กราบเรียนนะครับว่านโยบายเกือบทุกเรื่องมันก็ต่อยอดกันมา ก่อนกองทุนหมู่บ้านก็มีโครงการ กข.คจ. ก็มีโครงการสมัยก่อนนั้นในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ที่เราเรียกว่า กองทุนซิปก็ไปทําลักษณะของเศรษฐกิจชุมชนมาก่อน ต่อมาก็มีกองทุน หมู่บ้าน ต่อมาก็มีเอสเอ็มแอล สิ่งที่ผมกราบเรียนแล้วก็คือว่า อะไรที่เราคิดว่าเปึน ประโยชน์เราก็ทําครับ แต่การปรับเปลี่ยนมาเปึนเรื่องของโครงการเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ผมเชื่อครับว่ากําลังจะมีการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จริง ๆ กรรมการที่บริหารโครงการในเรื่องนี้จะมีทั้งในส่วนของผู้ที่เปึนผู้แทนของมูลนิธิ เศรษฐกิจพอเพียง มีกรรมการผู้ทรงวุฒิ อย่างเช่น คุณมีชัย วีระไวทยะ ขอประทานโทษ เอ่ยนามท่าน ซึ่งผมเชื่อว่าบุคคลเหล่านี้จะมาช่วยทําให้เงินที่เราพูดถึงว่า ลงไปในระดับ ชุมชนนั้นได้ใช้ในลักษณะที่มีความยั่งยืนจริง ๆ ตรงนี้ก็คือประเด็นที่อยากจะกราบเรียน ในส่วนของเกษตรกร เช่นเดียวกันครับ ภาคการท่องเที่ยว ความต้องการของภาค การท่องเที่ยวขณะนี้ความเชื่อมั่นเปึนส่วนหนึ่ง ซึ่งผมจะได้กราบเรียนต่อไป งบประมาณ ที่พูดถึงว่า การปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งผมก็จะได้กราบเรียนต่อไปนั้นก็เปึนอีกส่วนหนึ่ง แต่ข้อเรียกร้องของธุรกิจท่องเที่ยวขณะนี้คือการลดภาระของเขา รัฐบาลก็ออกมาตรการ เช่น การยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าเปึนการชั่วคราวสําหรับนักท่องเที่ยว เพื่อเปึนการกระตุ้น ให้นักท่องเที่ยวมามากขึ้น มีการไปลดแลนดิ้ง ฟ้ (Landing fee) หรือค่าธรรมเนียมของ การใช้ท่าอากาศยานของเครื่องบิน ซึ่งก็จะเปึนการลดภาระ และเปึนการกระตุ้นให้เกิด การท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น มีการไปยกเว้นค่าธรรมเนียมในเรื่องของธุรกิจโรงแรมและมาตรการ ทางภาษีอื่น ๆ อีกมากพอสมควรก็เปึนแนวทางของการช่วยเหลือโดยไม่ได้ปรากฏอยู่ ในพระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ และทั้งธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจส่งออก ธุรกิจ ขนาดกลาง ขนาดย่อม ความต้องการในขณะนี้มากที่สุดก็คือ เรื่องของสินเชื่อ และเมื่อ ท่านรัฐมนตรีคลังท่านก็ได้ชี้แจงแล้วว่า เรื่องสินเชื่อวันนี้ไม่ใช่ปัญหาว่าเงินมีไม่พอใน ระบบ หรือไม่ใช่เพราะอัตราดอกเบี้ยสูง ก็ลงมาเหลืออยู่ที่จุดเดียวว่าทําอย่างไรเราจะ ให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อด้วยความมั่นใจมากขึ้น ก็จึงหมุนไปอยู่ในส่วนของการ ค้ําประกันสินเชื่อ ซึ่งทางกระทรวงการคลังก็กําลังดําเนินการอยู่ผ่านธนาคารและองค์กร ต่าง ๆ ของรัฐ อย่างนี้เปึนต้น กราบเรียนสิ่งเหล่านี้เพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบว่า แผนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจมันมีมากกว่าตัวงบประมาณกลางป้ และถ้าดูแผนในภาพรวม จะเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นว่า ทุกภาคส่วนกําลังได้รับการดูแล แต่บางภาคส่วนนั้นเราไปดูแล ในกรอบนอกงบประมาณ ตรงนี้ก็จะเปึนคําตอบเพิ่มเติมขึ้นครับว่า มีการสอบถามว่าการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลเลือกที่จะเอาเงินใส่กระเปิาคนมากกว่าการที่จะไปทําโครงการ ในลักษณะที่จ้างงานโดยรัฐทันที เรามีเหตุผลอะไร โครงการดี ๆ ทั้งนั้นครับที่เราอยากจะทําครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องแหล่งน้ํา ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง ถนนไร้ฝุ์น ไม่ว่าจะเปึนโครงการอื่น ๆ ที่เปึนลักษณะของการทําโครงสร้างพื้นฐาน แต่ว่า ที่จัดเงินงบประมาณให้ไม่มากนักเพราะอะไรครับ เพราะเราวิเคราะห์ว่าปัญหาเศรษฐกิจ ในขณะนี้เราต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้เร็วที่สุด ถ้าทําได้ควรจะเริ่มจากไตรมาสนี้ไป ไตรมาส ๒ ต่อไตรมาส ๓ ก่อนที่เราจะมีงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ใช้ในไตรมาสที่ ๔ แล้ว ไตรมาสนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ทันนะครับ ถ้าได้รับความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเปึน ฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้าน ผมก็มั่นใจว่าเราอยู่ในฐานะที่จะผลักดันให้งบประมาณฉบับนี้บังคับ ใช้มีเงินลงไปได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่โครงการที่เปึนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานนั้น นะครับ เราดูจากข้อเท็จจริงว่าส่วนราชการหลัก ๆ ที่ทํางานในเรื่องนี้ได้รับจัดสรร งบประมาณไปแล้วจากงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ แล้วพบว่า เอาตัวเลขกลม ๆ นะครับ เวลาของป้งบประมาณผ่านไปเข้าสู่เดือนที่ ๔ ที่ ๕ ยังสามารถใช้เงินได้ประมาณ ร้อยละ ๑๐ เท่านั้นเองครับ ถ้าเราไปอนุมัติเงินอีกจํานวนมาก เพิ่มโครงการเข้าไปอีก จํานวนมาก เราจะพบความเปึนจริงครับว่า กว่าจะมีการประมูลงาน กว่าจะมีการจัดซื้อ จัดจ้าง กว่าจะเกิดการจ้างงาน กว่าจะเกิดการใช้เงินจริง ผมเชื่อว่าบางทีไตรมาสที่ ๓ ก็ไม่ทัน กราบเรียนว่าหลายท่านก็พูดถึงทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ อ้างถึงนักเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียงอย่างเคนส์ว่ามองว่าวิธีนั้นเท่านั้นนะครับจะเปึนวิธีการ ที่กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่ครับ ใครเคยอ่านตําราเศรษฐศาสตร์นะครับ ตัวโครงการไม่ใช่ หัวใจสําคัญของแนวคิดของเคนส์ เขาพูดกันถึงขนาดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจนี่ครับ ทําโครงการขุดถนนแล้วก็กลบ ถนนเหมือนเดิมทุกอย่างครับ ก็เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลักสําคัญของมันก็คือว่าเอาเงินไปใส่กระเปิาคนที่มาขุดกับคนที่มากลบ สิ่งที่พวกเราทํา ขณะนี้ก็คือว่าไม่ต้องทั้งขุดทั้งกลบหรอกครับ เอาเงินใส่กระเปิาไปเลย เร็ว ชัดเจน และที่ สําคัญก็คือว่าโครงการที่เปึนลักษณะเงินใส่กระเปิานี่ครับ ไม่รั่วไหลหรอกครับ ๕๐๐ บาท ต้องถึงมือผู้สูงอายุ ๕๐๐ บาท ๖๐๐ บาทต้องถึงมือ อสม. ๖๐๐ บาท การเรียนฟรี ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคงได้ชี้แจงวิธีปฏิบัติไปแล้วก็จะใช้หลักการ ที่ทําให้ทุกฝ์ายมั่นใจว่าเงินไปถึงประชาชนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ความกลัวมีเพียง ประการเดียวเท่านั้นแหละครับ กลัวว่าประชาชนที่ได้รับเงินเหล่านี้ไปจากรัฐบาล แล้วจะไม่ใช้เงิน คือออม มีการอ้างอิงนะครับงานว่าที่สหรัฐอเมริกาเอาไป ๑๐๐ ใช้แค่ ๓๐ เก็บไว้ ๗๐ ที่จริงก็มีข้อโต้แย้งนะครับ ข้อโต้แย้งก็คือว่าธรรมชาติก็คือว่า ยิ่งจนเท่าไรยิ่งใช้ มากครับ และผมเชื่อว่าคนไทยจนกว่าคนอเมริกัน ที่สําคัญไปกว่านั้นก็คือว่าแม้แต่ ในอเมริกาเองนะครับ ที่เขาไม่ได้ไปศึกษาตัวเลขรวม แต่เขาศึกษาละเอียด โดยเปรียบเทียบอย่างนี้ครับว่าเวลาที่สหรัฐอเมริกาคืนเงินให้กับคนนี่ครับ ประเทศ เขาใหญ่เขาไม่สามารถคืนเงินพร้อมกันได้ทุกพื้นที่ คนไปทําวิจัยตามไปทําละเอียดถึงขั้น ว่าดูสิว่ามีความแตกต่างในการใช้จ่ายในพื้นที่ที่คนรับเงินเปรียบเทียบกับพื้นที่ที่คนไม่รับ เงินไหม ผลก็ออกมาชัดครับว่าพื้นที่ที่มีการจ่ายเงินไป คนใช้จ่ายเพิ่มขึ้น คงไม่ใช่ตลอดไป หรอกครับ เพราะว่ามันได้ครั้งเดียว แต่นั่นคือวิธีการรักษากําลังซื้อ นั่นคือวิธีการ ที่รักษาการใช้กําลังการผลิต นั่นคือวิธีการรักษาการจ้างงาน และอัตราการเติบโต ของเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นตรงนี้เบื้องต้นก็คืออยากจะกราบเรียนว่าแนวคิดไม่ได้ สลับซับซ้อน และผมเชื่อว่าเปึนแนวคิดที่สอดคล้องกับสภาวะวิกฤติของเศรษฐกิจ ในปัจจุบันที่ปัญหาหลักมาจากเรื่องของกําลังซื้อ กําลังซื้อต่างประเทศเราทําอะไร ได้น้อยมากครับ เพราะฉะนั้นหลายเรื่องที่เปึนเรื่องของการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ควรจะทํา ผมก็ คิดว่าควรจะทําและก็จะทําต่อไปในงบประมาณประจําป้หรือโครงการที่เราจะปรับ โครงสร้างทางเศรษฐกิจ แต่วันนี้หลายเรื่องถึงเราปรับโครงสร้างหรือเราทําอะไร แต่ลูกค้า เราไม่มีกําลังซื้อ มันก็ไม่สามารถที่จะช่วยให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศไทยได้ อย่างนี้เปึนต้น เมื่อเปึนเช่นนี้ก็อยากจะกราบเรียนต่อไปเลยครับว่า อย่าได้คิดเลยครับว่า การจัดงบประมาณครั้งนี้เปึนเรื่องของการเมือง ไม่ใช่หรอกครับ ผมก็ไม่แน่ใจว่าเราจะต้อง จัดอย่างไรนะครับถึงจะพ้นจากข้อกล่าวหาทางการเมือง ท่านบอกว่าจัดให้แต่กระทรวง ของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ท่านก็บอกเองนะครับว่า กระทรวงยุติธรรมกับ กระทรวงกลาโหมไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ก็ประชาธิปัตย์เหมือนกัน และถ้าวันนี้ผมจัดให้ กระทรวงกลาโหมท่านก็กล่าวหาอีกว่ารัฐบาลนี้เปึนรัฐบาลทหาร แต่ผมไม่ได้คิดเรื่อง เหล่านี้ครับ ผมคิดว่างานไหนจําเปึน งานไหนเร่งด่วน และแน่นอนครับถามว่าจัดตาม นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นไหม ใช่ครับ เพราะนั่นคือการรักษาสัจจะกับประชาชน ผมสิครับแปลกใจ ว่าทําไมตอน หาเสียงพูดเรียนฟรีกันทุกคน พูดเบี้ยยังชีพกันทุกคน แต่ผ่านมา ๑ ป้ไม่จัดนะครับ ทั้ง ๆ ที่ เปึนมาตรการที่กระตุ้นเศรษฐกิจได้แน่นอนเพราะเอาเงินไปใส่กระเปิา แล้วจะเถียงกับผม ไหมละครับว่า ผู้ปกครองเปึน ๑๐ ล้านคนหรือ ๑๐ ล้านครัวเรือน ไม่ได้รอคอยเงินนี้ คิดว่า จะเอาเงินนี้ไปเก็บ ผมไม่เชื่อละครับ เราก็สัมผัสอยู่นี่ครับ เป่ดเทอมทีไรเดือดร้อนกันขนาด ไหน ต้องลดค่าใช้จ่ายกันขนาดไหน แต่เราทําสิ่งนี้ให้เขา คนกลุ่มนี้ทั้งหมดนะครับ จะใช้ จ่ายเพิ่มขึ้น คิดหรือครับว่าผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่รายได้น้อย ที่รอ ๕๐๐ บาท รอว่าท่านให้ ๕๐๐ บาทแล้วจะเก็บไว้ในธนาคารเฉย ๆ ผมไม่เชื่อครับ ท่านเหล่านี้อยู่ ในภาวะที่ขัดสนแล้วถ้ามีรายได้เพิ่มขึ้นมาอีกสักนิดหนึ่งก็จะใช้เงินเปึนส่วนใหญ่ ถ้าไม่ ทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้นการที่เราดําเนินการตามนโยบาย มันไม่ใช่เรื่องการเมือง หรือไม่การเมืองครับ เปึนหน้าที่ของพวกเรา ในฐานะที่ไปขอความสนับสนุนจากพี่น้อง ประชาชน ขอฉันทานุมัติมา มีการตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณที่มาตั้งไว้เปึนงบกลาง นี่ครับ สํารองอยู่ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปึนเพราะว่าจะเปึนเรื่องที่ผมอยากจะใช้ตามใจ ชอบหรืออย่างไร และจะเก็บไว้ทําไม ถ้าอยากกระตุ้นเศรษฐกิจ ขอกราบเรียนอย่างนี้ ครับว่า ที่สํารองตรงนี้ไว้เพราะตัวเลขหลายอย่างยังไม่นิ่งครับ เช่น ขณะนี้งบประมาณ เรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งเราตั้งใจให้ทุกคนที่อายุเกิน ๖๐ ป้ แต่ไม่มีหลักประกัน ด้านรายได้ เราก็คํานวณงบประมาณตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย โดยสมมุติว่าจะมีคนมา ลงทะเบียนเพิ่ม ๓ ล้านคน แต่อาจจะมีมากกว่านั้นอย่างไรครับ ถ้ามีมากกว่า ๓ ล้านคน เราก็ต้องให้ครับ ถามว่าจะเอาเงินจากไหน ก็จากงบกลางตัวนี้ หรือกรณีที่มีการพูดถึง เรื่องของมาตรการ ๒,๐๐๐ บาท เพื่อนสมาชิกเองก็มีการพูดถึงว่ายังขาดกลุ่มนั้นยังขาด กลุ่มนี้ เราก็จะไปดูถ้ามีเหตุมีผล เราอาจจะตกหล่นไปเพราะว่าต้องทําเรื่องนี้ด้วยเวลา ที่จํากัด เราก็เพิ่มให้ได้ ถามว่าเอาเงินจากไหน ก็เอาเงินจากงบกลางตัวนี้ครับ ไม่มีไปใช้ เรื่องอื่นละครับ ความตั้งใจก็คือต้องการทําเรื่องนี้เพราะตัวเลขยังไม่นิ่งหรือในกรณีที่มี ภัยธรรมชาติเหมือนเพื่อนสมาชิกจากอีสาน อย่างน้อย ๆ ก็ ๒-๓ จังหวัดละครับที่ผมได้ยิน ในสภาบอก งบภัยแล้งป้ที่แล้วยังไม่ได้ วันนี้ผมก็กําชับไปอีกครั้งในคณะรัฐมนตรีครับ ผมก็อยากจะเร่งครับ แต่บอกข้อเท็จจริงนะครับ ผมเข้ามาป้งบประมาณผ่านไป ๓ เดือน รัฐบาลที่แล้วใช้เงินงบกลางที่ตั้งไว้ ๒ ใน ๓ แล้วนะครับ ผมเหลือแค่ ๑ ใน ๓ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเฉพาะเรื่องสํารองฉุกเฉินจริง ๆ แล้วก็เรื่องที่ตัวเลขไม่นิ่งคือเหตุผลที่เรามี งบประมาณสํารองไว้กลางป้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ มีประเด็นบางประเด็น ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าได้มีการตอบไปหรือยังนะครับ ในส่วนของกระทรวงแรงงาน มีการ วิจารณ์เรื่องมาตรการของข้าวสารนะครับ กราบเรียนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่พึ่งมาเสนอในรัฐบาลนี้ ครับ พยายามเสนอกันมาก่อนหน้านี้แล้วก็ผมก็ได้คุยกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงานและสวัสดิการแล้ว เราไม่เห็นด้วยครับ แล้วก็จะไม่ทํา
ส่วนการที่จะลดเงินประกันสังคม ก็เปึนเรื่องที่คณะกรรมการก็กําลังจะ พิจารณาและเข้าใจว่ามีมติอยู่ในการลดการสมทบอยู่ แต่จริง ๆ มาตรการ ๒,๐๐๐ บาท ที่เราคิดขึ้นมา เพราะว่าเราพยายามหามาตรการที่ช่วยคนที่มีเงินเดือนประจําทั้งที่อยู่ใน ภาครัฐและภาคเอกชนไปพร้อม ๆ กัน ที่เลือก ๑๕,๐๐๐ บาทนี่ครับ เพราะฐานข้อมูลของ ประกันสังคมนั่นเอง เนื่องจากว่าใครมีเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท หรือใครมีเงินเดือนเปึน แสนหรือเปึนล้าน ปัจจุบันตามกฎหมายสมทบเงินเข้าประกันสังคมเท่ากันครับ เพราะฉะนั้นเราดูจากเงินสมทบเข้าประกันสังคม เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าคนไหนมีรายได้ มาก คนไหนมีรายได้น้อย เราจึงต้องเลือกว่าเฉพาะที่ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทเราถือว่ามี รายได้น้อย แล้วก็มีมาตรการ ๒,๐๐๐ บาทให้ อันนี้ก็เพื่อความเข้าใจนะครับต่อแนวทางที่ เราได้ดําเนินการ กราบเรียนว่าในระยะต่อไปเราก็จะประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ อย่างต่อเนื่อง อย่างที่เปึนข่าวไป ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอง ท่านก็ พิจารณาว่าถ้าจําเปึนในป้งบประมาณนี้ต้องมีเงินอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีก เราก็ เหลือช่องทางเดียวก็คือ การกู้เงินจากต่างประเทศ แล้วก็นี่ก็เปึนการยืนยันอีกครั้งหนึ่ง นะครับว่า เราไม่พูดเท็จเกี่ยวกับสถานะทางการเงินการคลังของประเทศ ที่จัดเงิน งบประมาณกลางป้ได้เพียงเท่านี้ เพราะยอมรับความเปึนจริงว่าการจัดเก็บภาษีจนถึง ขณะนี้คงจะต่ํากว่าเปัาประมาณร้อยละ ๑๐ เพราะฉะนั้นก็ต้องเผื่อว่าการขาดดุลจริงจะ เกินกว่าการขาดดุลที่ระบุไว้ในกฎหมายงบประมาณ ๒ ฉบับบวกกัน ดังนั้นก็จึงต้องไปดู ในเรื่องของเงินกู้ต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีข้อยุติว่า จะใช้หรือไม่ใช้นะครับ ขึ้นอยู่กับ สถานการณ์แล้วก็จะดูความเหมาะสมของโครงการ ถ้าไม่จําเปึนก็เรียนตรง ๆ ว่า ไม่อยากจะใช้ แต่ถ้าจําเปึนเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจก็จะต้องทํา เพื่อประคองไป จนถึงไตรมาสที่ ๔ ซึ่งเปึนจุดที่เราสามารถเริ่มต้นใหม่กับการจัดงบประมาณประจําป้ได้ อีกครั้งหนึ่ง อันนี้ก็คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนยืนยันว่า เราก็เตรียมแผนรองรับไว้ ผมยัง เชื่อนะครับว่า ถ้าเราสามารถเดินได้ตามเปัาหมายนี้ เราจะมีส่วนสําคัญในการพยุงหรือ ประคับประคองอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งติดลบในไตรมาสสุดท้ายของป้ที่แล้ว และคาดว่าติดลบแน่เดือนนี้และอาจจะติดลบในไตรมาสนี้ พยายามที่จะสนับสนุนให้ กลับมาเปึนแดนบวกเท่าที่เราจะทําได้ แต่แน่นอนไม่มีใครทราบหรอกครับว่า พอถึง ไตรมาสที่ ๓ ไตรมาสที่ ๔ แล้ว ภาวะเศรษฐกิจโลกจะเปึนอย่างไร หรือจะมีเหตุการณ์หรือ ความผันผวนในเรื่องใด แต่อย่างไรก็ตามผมถือว่าเราได้มีแผนรองรับทุกเรื่องเอาไว้แล้ว
ส่วนนโยบายระยะกลาง ระยะยาวในเชิงการปรับโครงสร้าง ในเชิงการปรับ โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ก็กราบเรียนว่า ทุกอย่างก็กําลังเดินหน้าไปนะครับ การเจรจา เพื่อที่จะผลักดันโครงการขนาดใหญ่ ทั้งการขนส่งระบบรางจะเปึนรถไฟ จะเปึนรถไฟฟัา จะเปึนเรื่องของแหล่งน้ําก็ยังดําเนินการอยู่นะครับ เช่นเดียวกับเปัาหมายในเรื่องของถนน หรือเรื่องอื่น ๆ ก็ยังอยู่ครบถ้วนครับ เพียงแต่ว่าวันนี้อย่างที่ผมได้กราบเรียนก็คือว่า เราต้องมุ่งเน้นในการที่จะทําให้กําลังซื้อในประเทศสามารถที่จะพยุงให้อัตราการขยายตัว ทางเศรษฐกิจมันเดินต่อไปได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหมดนี้คือความ ตั้งใจของรัฐบาล และทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผมต้องมากราบเรียนท่านประธานเพื่อขอความ ร่วมมือจากเพื่อนสมาชิกสภา ขอความกรุณาว่าถ้าท่านเห็นว่างบประมาณซึ่งกําลังจะลง ไปและกําลังจะเปึนประโยชน์กับคนทุกกลุ่มนะครับ จะเปึนพ่อแม่ผู้ปกครอง คนที่ มีเงินเดือนประจํา คนที่กําลังจะว่างงาน คนที่อยู่ในหมู่บ้านชุมชนหรือกลุ่มอื่น ๆ ที่จะ ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ ต้องขอความกรุณาท่านทั้งหลายได้ช่วยผ่านงบประมาณ ฉบับนี้ให้เร็วที่สุด แล้วเงินจะลงไป
ส่วนความคิดอีกหลายความคิดที่ท่านพูดขึ้นมานี่ครับ บางทีไม่ได้เขียน ในรายละเอียดตรงนี้ไว้ เพราะมีโครงการหนึ่งซึ่งเราจะเป่ดกว้างก็คือโครงการในเรื่องของ การฝ๊กอบรมแรงงาน ที่มีการพูดถึงบัณฑิตอาสาบ้าง จะมีเรื่องของการไปทํางานเรื่อง สิ่งแวดล้อมบ้าง อยากจะเรียนให้ทราบว่า ๖,๙๐๐ ล้านบาทที่ทําในเรื่องของการเพิ่ม ศักยภาพของผู้ใช้แรงงานนี่ครับ เราไม่ได้ไปตั้งไว้ที่ใดที่หนึ่งแล้วก็ฝ๊กอบรมแบบเดียวกันหมด แล้วก็ปล่อยเขาไปแล้วไม่รู้เขาหางานทําได้หรือเปล่า เราไม่ได้ทําอย่างนั้น เราทําด้วยวิธีการที่ขณะนี้ประสานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะทําการฝ๊กอบรม แล้ว กําหนดเปัาหมายด้วยว่าฝ๊กอบรมที่นี่แล้วจะไปทําอะไรต่อ เช่น บัณฑิตจบใหม่ ฝ๊กอบรม ในเรื่องการทํางานธุรการส่งเข้าโรงเรียนของรัฐไปช่วยงานธุรการในโรงเรียนเพื่อคืนครู ให้กับนักเรียน เช่น คนที่ยังไม่ได้ตกงานแต่มีความเสี่ยง เอกชนประสานเข้ามาบอกว่า ขอรับเงินฝ๊กอบรมไปได้ไหมแล้วเขาจะสมทบอีกเท่าตัว ก็สามารถเข้ามาอยู่ในโครงการ ๖,๙๐๐ ล้านบาทนี้ได้ ถ้าเพื่อนสมาชิกมีความคิดดี ๆ นะครับว่า ตรงไหนที่จะสามารถมา ช่วยฝ๊กอบรมเพิ่มทักษะให้กับแรงงานได้ผมยินดีที่จะรับฟังและยินดีที่จะให้คณะกรรมการ บริหารโครงการนี้พิจารณา เพื่อประโยชน์สูงสุดในการช่วยเหลือคนที่จะว่างงาน ซึ่งประมาณการท่านอาจจะบอกว่ามากกว่า ๕ แสนคน ผมก็คิดว่าเปึนไปได้ครับ แต่ก็ต้อง ประเมินกําลังที่รัฐบาลมีอยู่ในการที่จะช่วยเหลือตรงนี้เช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพ ครับ ทั้งหมดนี้เปึนสิ่งที่ผมกราบเรียนเพื่อขอความสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิก แล้วก็ต้อง ขอขอบคุณสําหรับทุกความคิดเห็นนะครับซึ่งได้มีการบันทึกไว้แล้ว แล้วก็จะนําไปสู่การ พิจารณาปรับปรุงเพิ่มเติมในการปฏิบัติงานต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญคุณวิทยา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ แล้วก็ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ตอบประเด็น บางประเด็นที่ท่านสมาชิกในส่วนของพรรคเพื่อไทยได้สอบถามไว้ มีบางประเด็นที่ ผมได้อภิปรายไว้นะครับแต่ท่านไม่ได้ตอบ บางประเด็นท่านตอบแต่ดูเสมือนว่ามันจะไม่ตรง
ประเด็นของผมมีอยู่ว่า ผมได้เรียนสอบถามและได้อภิปรายไว้ใน มาตรา ๑๙ เกี่ยวข้องกับการตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อรัฐวิสาหกิจ ในประเด็นของจ่าย ให้กับการประปาก็ดี ไฟฟัาก็ดี การขนส่งมวลชนก็ดี และอีกส่วนหนึ่งก็คือรถไฟ ผมเข้าใจ ว่าเปึนส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับ ในรายละเอียดของการที่จะขยายมาตรการ ๖ มาตรการ ออกไป ๖ เดือน ผมต้องเรียนต่อท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี เพื่ออยากจะ ถามท่านนายกรัฐมนตรีว่า หลักคิดในแนวทางของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ กับหลักคิด แนวทางของ ๖ มาตรการในอดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช นั้น มันเปึนอันเดียวกัน หรือไม่ ประเด็นของผมมีอยู่ว่า หลักคิดตอนท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช คนที่เขา กลับมาเยี่ยมประเทศไทยตอนนั้นเขาคิดไว้ให้ เพราะพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบ เกี่ยวกับเรื่องวิกฤติน้ํามันตลาดโลก ตอนนั้นผมขออนุญาตนําเรียนนะครับ และ ขออนุญาตท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติสักนิดหนึ่ง อันนี้เปึนประเด็นสําคัญ ราคาน้ํามันในตลาดโลกที่ผมได้นําเรียนต่อที่ประชุมตอนที่ท่านไปทําภารกิจนะครับ ราคา น้ํามัน ๑๔๗.๒๗ ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตอนที่มีแนวคิดอันนี้นะครับสําหรับคนที่ชื่ออดีต พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร คิดเปึนการบ้านตอนมาเยี่ยมประเทศไทย ฝากคุณสมัครได้ ทําแล้วฝากสมาชิกพรรคพลังประชาชนให้ช่วยคิดเรื่องนี้ ตอนนั้นวิกฤติเกิดขึ้นพี่น้อง ในประเทศไทยนะครับ ประชาชนเดือดร้อนกันมาก ราคาน้ํามันเบนซิน ๙๑ อยู่ที่ ๔๓ บาท ราคาเบนซิน ๙๕ อยู่ที่ ๔๒ บาท ราคาแก๊สโซฮอล์อยู่ที่ ๓๘ บาท ราคาแก๊สโซฮอล์ ๙๕ และราคาน้ํามันดีเซล ๔๔ บาท ซึ่งดีเซลนั้นเปึนน้ํามันที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิต ภาคการขนส่ง สิ่งนี้เปึนแนวคิดที่เกิดขึ้นตอนนั้น จึงเกิด ๖ มาตรการเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไว้ว่า ปัจจุบันราคาน้ํามัน ที่ตลาดโลกวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ราคา ๔๑.๕๘ ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล ๒๐๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ใช่ไหมครับ ต่างกันครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าการที่ตั้ง งบประมาณโดยการกู้ เพื่อไปทําให้เกิดมาตรการ ๖ มาตรการนั้น ผมต้องเรียน ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ด้วยความเคารพ ว่าก่อนที่จะเอานโยบาย ตัวนี้กลับมาใช้ เพื่อเปึนการลดรายจ่ายกับพี่น้องประชาชน ผมกําลังมองว่าผู้ที่เขาเสีย ภาษีให้กับประเทศไทย ไม่ว่าจะเปึนภาคธุรกิจ หรือประชาชนนั้นเขาจะคิดอย่างไรหรือไม่ เพราะพาราไดม (Paradigm) มันเปลี่ยน เมื่อพาราไดมมันเปลี่ยนปุ็บ เราจะเห็นได้ชัดว่า ตอนที่คิดโครงการนี้เกิดขึ้นนั้น ราคาน้ํามันอยู่ที่ ๑๔๗.๒๗ ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ปัจจุบัน มันต่างกันเหลืออยู่ ๔๑.๕๘ ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ผมอยากจะฟังตรงนี้นิดหนึ่งนะครับ เมื่อเราเอานโยบายตรงนั้นมาขยายผลต่อ พาราไดมมันเปลี่ยนไป บริบทมันเปลี่ยนไป ท่านตอบต่อสภาแห่งนี้ได้ไหมว่าเราจะทําอย่างไร ถ้าพี่น้องประชาชนผู้ที่เสียภาษีเขาบอก เอ๊ะ สภาพแบบนี้ยังรับไม่ได้ และจะทําอย่างไร ผมเข้าใจครับ ท่านไม่อยากเบียดเบียน การขนส่งมวลชน รัฐวิสาหกิจไม่อยากเบียดเบียนประปา ไม่อยากเบียดเบียนไฟฟัา หรือ ว่ารถไฟซึ่งขาดทุนอยู่แล้ว ท่านถึงจัดงบประมาณไปชดเชย ๑๑,๘๗๔ ล้านบาท ที่ขอจาก สภาแห่งนี้ นั่นเปึนคําถามที่ ๑
คําถามที่ ๒ มีอยู่ว่า เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ ตามมาตรา ๑๓ ประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านตั้งงบประมาณเข้าไปให้กระทรวงแรงงาน ผมได้อภิปรายไว้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนถามว่าเพดานที่ท่านเอามาคิด เมื่อสักครู่นี้ ท่านกอร์ปศักดิ์อภิปราย แล้วก็ตอบต่อที่ประชุมแห่งนี้ไปว่า ท่านพบตัวเลขเรามีประชากร คือผู้ใช้แรงงานนั้นประมาณ ๘ ล้านคนเศษ ถูกต้องครับ แต่เพดานที่ท่านเอามาใช้นะครับ ท่านเอเวอเรจ (Everage) ออกมา คือประมาณการจากรายได้ ๑๕,๐๐๐ บาท แน่นอนครับ ตามระเบียบ ๕ เปอร์เซ็นต์ ผู้ใช้แรงงานต้องอุดหนุนเงิน ผู้ที่มีรายได้ต้องอุดหนุนเงิน ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนถามท่าน ทําไมเราต้องตั้งงบประมาณรายจ่าย ชดเชยในส่วนนี้ ที่ท่านว่าเฉลี่ย ๒,๐๐๐ บาท ทําไมเราไม่บอกว่าเขาให้งดเว้นไม่ต้องส่ง ละครับ เราจะได้ไม่ต้องไปกู้มาเพื่อจ่ายในส่วนนี้นะครับ เพราะฉะนั้นทราบว่ามีการศึกษา ว่านโยบายรัฐบาลจะสนับสนุนเงินให้ผู้ประกันตน ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ ผมเรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบ ประเด็นนี้น่าจะมีประโยชน์ เราไม่ต้องกู้หรอก ครับ เพียงแต่บอกเขาไม่ต้องส่ง กี่เดือนก็ว่าไปนะครับ ในกรอบที่เราต้องการ ในจํานวน เม็ดเงินที่เราต้องการว่า พอถึงจุดนี้แล้วก็เท่ากับว่าเราไม่ได้ไปเพิ่มภาระให้เขา สิ่งนี้น่าจะ เปึนประเด็นที่ดีที่สุด สําหรับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ว่า เราคิดอย่างนี้ครับ เราไม่ต้องกู้ แต่ เวสท์(Waste) ไปเลย เขาไม่ต้องส่งนะครับ ตามยอดเงินที่เราต้องการที่จะช่วยลด ภาระ มี ๒ ประเด็นครับ ท่านประธานครับ อยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้บอก ต่อที่ประชุมแห่งนี้หน่อยนะครับว่า สิ่งที่ผมได้กล่าวนั้นท่านมีคําตอบเปึนอย่างไรครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญครับ สั้นหน่อยครับ เวลามันเกินล่วงเลยวันใหม่ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คงเปึนประโยชน์นะครับ ที่จะตอบคําถาม ซึ่งถือว่า สําคัญ ถามว่าที่เปลี่ยนจาก ๖ มาตรการ ๖ เดือน มาเปึน ๕ มาตรการ ๖ เดือนนี่ เพราะอะไร คําตอบ ก็คือเพราะว่ากระบวนทัศน์เปลี่ยนครับ เดิมมาตรการนี้ทําขึ้นในช่วงที่ ราคาน้ํามันสูง เงินเฟัอสูง ต้องการลดภาระค่าครองชีพ วันนี้กระบวนทัศน์ของเรา ก็คือว่า มาตรการเหล่านี้จะถูกนํามาใช้ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อย ความแตกต่าง ของมาตรการเดิมกับมาตรการใหม่อยู่บนฐานความคิดตรงนี้ ดังจะเห็นได้จาก ข้อที่ ๑ เรายกเลิกมาตรการในส่วนของการยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ํามัน เพราะราคาน้ํามันได้ลดลงมาแล้ว แล้วก็วันนี้คณะรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติในการที่จะกลับมา เก็บภาษีสรรพสามิตน้ํามันแล้วก็เพิ่มอัตราการเก็บขึ้นเล็กน้อยด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่า มาตรการนี้ไม่ได้เหมาะกับสถานการณ์นี้แล้ว ส่วนกรณีของรถเมล์และรถไฟที่คงเดิม เพราะรถไฟชั้น ๓ กับรถร้อนเราถือแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าเปึนรถที่ผู้มีรายได้น้อยใช้เท่านั้น จึงเปึนบริการในเชิงสังคมมากกว่าบริการในเชิงพาณิชย์ เราก็คงไว้ ส่วนค่าน้ํา ค่าไฟแม้ต่อ อายุไป แล้วกรณีของน้ําแม้จะมีการขยายด้วยนะครับ เพราะว่าจะไปในระบบของประปา ในชนบท ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้ครอบคลุม ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ก็คือว่าเราไปสํารวจ ตัวเลขของการใช้ประโยชน์จากมาตรการ ๖ เดือน ๖ มาตรการ แล้วพบว่าการที่ไปตั้ง เพดานไว้ค่อนข้างสูงครับ อย่างคนที่ได้ประโยชน์จากค่าไฟใช้ถึง ๑๕๐ หน่วยนะครับ เราก็ ลดลงมาเหลือเปึน ๑๐๐ หน่วย ๙๐ หน่วย ขอโทษครับ ๙๐ หน่วย นั่นหมายความว่าเรา เลือกที่จะช่วยคนที่มีความยากจนหรือใช้ไฟ หรือใช้ไฟน้อย หรือเปึนคนที่ต้องการประหยัด มากขึ้น เช่นเดียวกับน้ําครับ ก็ลดจาก ๕๐ คิว เปึน ๓๐ คิว เพราะฉะนั้นตรงนี้กราบเรียน ได้เลยว่าที่ท่านพูดตรงครับ สถานการณ์เปลี่ยนเราจึงปรับวิธีการแล้วก็ปรับมาตรการให้ สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างแน่นอน
ในส่วนที่ ๒ ครับ ถามว่าทําไมเราใช้มาตรการ ๒,๐๐๐ บาท ไม่ใช้ มาตรการของการลดหรือยกเว้นการส่งเงินเข้าสมทบ ข้อเสนอในเรื่องของการยกเว้นการ สมทบเงินมี ๒ แบบนะครับ แบบแรก ซึ่งนักวิชาการแล้วก็สถาบันทีดีอาร์ไอ (TDRI) โดยเฉพาะมาเสนอ ก็คือว่าให้ทําอย่างที่ท่านว่า คืองดส่งเงินสมทบเข้าไป แต่เสนอให้ รัฐบาลจ่ายแทนครับ เพราะฉะนั้นการกู้เงินก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี เพราะรัฐบาลต้องตั้ง งบประมาณเพื่อจ่ายแทนลูกจ้างกับนายจ้างที่ส่งเงินสมทบเข้าประกันสังคม ส่วนถ้ามี ข้อเสนอว่าทําไมไม่ยกเว้นไปเสียเฉย ๆ คําตอบมี ๒ ประการครับ
ประการแรก ก็คือถ้าเราทําอย่างนั้นแล้วไม่ตั้งงบประมาณชดเชยให้เท่ากับ ว่ารัฐบาลกําลังไปบังคับการบริหารงานของกองทุนประกันสังคม ซึ่งจะกระทบกับฐานะของเขาครับ เพราะเงินที่เข้าสู่กองทุนประกันสังคมก็จะน้อยลง แล้วก็เงินสะสมที่มีอยู่แม้จะมีอยู่ ในระดับที่มากระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่อยู่ในฐานะที่จะมีความที่จะไปเสี่ยง เพราะต้องเข้าใจ ด้วยว่าถ้าเราทําเช่นนั้นก็จะเปึนเรื่องยากอีกที่จะตัดสินใจในการเอาเงินเข้ามาสมทบอีก นะครับ เหมือนกับวันที่เราลดภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อ ๑๐ กว่าป้ที่แล้ว เราบอกเราลดชั่วคราว จนถึงวันนี้ก็ยังลดชั่วคราวอยู่ครับ เพราะไม่มีใครกล้าขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าเราบอกว่า ยกเว้นการส่ง ผมเชื่อว่าพอหมดอายุมีแนวโน้มที่จะต้องต่อ
ประการที่ ๒ ที่เราไม่ได้เลือกใช้วิธีนั้นแล้วให้เงิน ๒,๐๐๐ บาทแทน เราคํานวณครับ คํานวณว่าคนที่เรากําลังพยายามช่วยเหลือเงินประมาณต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ส่งเงินสมทบเข้าประกันสังคมประมาณ ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาท หรือแม้แต่คนที่ไม่มีนายจ้างส่งอยู่ประมาณ ๔๓๐ กว่าบาท เราเว้นให้เขาเดือนละ ประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ บาท ๖ เดือน ประมาณ ๒,๐๐๐ บาทนั่นละครับ แต่อย่างที่ กราบเรียนก็คือว่าเราไปดูแล้วจากประสบการณ์ในต่างประเทศลดให้เขาเดือนละ ๓๐๐ บาท ๖ เดือน กับให้เงินเขา ๒,๐๐๐ บาททันที เขารับเงิน ๒,๐๐๐ บาททันทีมีโอกาสใช้จ่าย มากกว่าไปลดให้เขาเดือนละ ๓๐๐ บาท นี่คือเหตุผลครับ
เชิญคุณชินวรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุญเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอเสนอ ป่ดการอภิปราย ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นมีไหมครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ นิโรธ พรรคชาติไทยพัฒนาครับ
ท่านจะเสนอเป่ดใช่ไหม ครับ
ยังครับท่าน ผมจะขออนุญาต นิดหนึ่งครับ ขอให้ท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลนิดเดียวครับ
ไม่ได้หรอกครับ เพราะเขาป่ดแล้วครับ
ก็สักครู่ผมยกมือแล้วท่านประธาน ไม่เห็นผมนะครับ
เปล่า เห็นครับ มีรายชื่อ อยู่ครับ
ผมนั่งมาตั้งแต่เช้าแล้วนะครับ ผมจะขออนุญาตถามท่านนายกรัฐมนตรีอีกสักข้อเดียว
ขอความกรุณาแค่นั้น แหละครับ เดี๋ยวถามเปึนการส่วนตัวได้ครับ อยู่พรรครัฐบาลด้วยกันครับ
ไม่ได้ครับ ท่านประธาน พอดีมัน เกี่ยวกับเรื่องแรงงานที่ท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจง
ผมขอความกรุณาเถอะ ครับ ป่ดก็คือป่ด ถ้าเป่ดมันก็เรื่อย ๆ ครับ ขอความกรุณาเถอะครับ
ท่านประธานครับ แล้วก็พอดี ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูด ขอความกรุณาท่านประธานนะครับ
ขณะนี้ป่ดการอภิปราย แล้ว
ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดถึง เรื่องการ
ผมขอความกรุณา พรุ่งนี้ ตั้งกระทู้ถามได้ครับ ขอความกรุณาเถอะครับ เห็นใจเพื่อนสมาชิกที่เขานั่งกัน แล้วท่านก็ ไม่ได้เสนอชื่อเข้ามา แล้วก็ไม่มีรายชื่อมันก็ผิดระเบียบอยู่แล้วครับ ก็ขอความกรุณาเถอะ ไหน ๆ เราโต ๆ ด้วยกันแล้วให้เข้าใจด้วยครับ ขอความกรุณาด้วยครับ ต่อไปนะครับ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ผมเรียนแล้วนะครับ ท่านจะให้ผมไล่ออก ผมไม่มีสิทธิไล่ออกหรอกครับ เพราะท่านเปึนผู้แทนครับ ผมไล่ออกไม่ได้ครับ ก็ผมเรียน แล้วอย่างไรละครับ เพื่อประโยชน์เดี๋ยวท่านถามนายกรัฐมนตรีได้ครับ อย่าให้เสียเวลา เลยครับ ท่าน ส.ส. จังหวัดนครสวรรค์ที่เคารพครับ ช่วยกรุณานั่งลงเถอะครับ ท่านพูด ท่านวิชาญก็ยกมือเหมือนกันครับ ผมก็ยังไม่ได้ให้พูดถือว่าป่ดเขาก็รักษามารยาทนะครับ รักษามารยาทหน่อยเถอะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่นครับ ช่วยกรุณา ผมพาดพิง อีกแล้วครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ที่ผมจะ ขออนุญาตท่านประธานพูดนี่นะครับ เปึนเกี่ยวกับที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าตัวเลข กลัวว่าจะผิดครับ เพราะว่าเดี๋ยวการบันทึก
คือมันมีการแปรญัตติอีก ค่อยเสนออภิปรายตอนแปรญัตติก็ได้ครับ
ไม่ใช่หรอกครับ คือท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ท่านประธานฟังก่อนสิครับ ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ท่านเข้ามารับตําแหน่งในฐานะนายกรัฐมนตรี รัฐบาลชุดที่แล้วใช้เงินงบกลางไปเหลือ เพียง ๑ ใน ๓ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมได้รับรายละเอียดว่างบประมาณ งบฉุกเฉิน งบกลาง ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท
ท่านวิชาญครับ มันป่ด อภิปรายแล้วครับ
ผมจะให้บันทึกไว้ว่าที่ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบนี่มันไม่ตรงกับที่ผมได้รับรายละเอียดมาเท่านั้นเองครับ จะได้ บันทึกไว้ครับ จริง ๆ แล้วถึงวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๒ ใช้ไปเพียง
ขอบคุณครับ ผมว่า พอแล้วนะครับ พอสมควรแล้วครับ
ท่านประธานตาม เอกสารรายงานตรงนี้ครับ เดี๋ยวจะเข้าใจคลาดเคลื่อนครับ เพียงแต่บันทึกไว้ว่าไม่ใช่เหลือ ๑ ใน ๓ ครับ เหลือ ๒ ใน ๓ ครับ
ครับ ท่านมีความเห็น อย่างนั้นครับ
ท่านประธานครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องนับสิ่งที่ได้ผูกพันตัดสินใจไปแล้วด้วยครับ นั่นคือสิ่งที่เปึน ปัญหาครับ แต่ผมเข้าใจตัวเลขที่ท่านพูดครับ
ขออนุญาตท่านประธาน ไม่ใช่เปึนการโต้นะครับท่านประธาน แต่ท่านนายกรัฐมนตรีลุกขึ้นมาพูดผมก็ต้องตอบ เพราะว่าเอกสารนี่เปึนเพียงแต่
เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ส่งเอกสารมาให้ผม
ไม่ได้ครับ ท่านประธาน ผมจะส่งต่อเมื่อ
ผมจะได้บันทึกไว้ให้เปึน หลักฐานจริง ๆ
ก็ถูกครับ แต่ผมต้องพูดก่อน ครับ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีตอบมา ขออนุญาตสั้น ๆ ครับ ผมไม่ทราบว่ารายละเอียด จะอย่างไรแต่เอกสารที่ผมได้รับ
คือถ้าท่านพูดผมไม่ให้ คุณนิโรธพูด ผมก็เสียผู้ใหญ่อีกแหละครับ ว่าประธานไม่เปึนกลาง
ท่านประธานครับ สิ่งที่ผม พูดเปึนสิ่งที่ต้องบันทึกไว้ให้ถูกต้อง เพราะมันเกี่ยวกับการบริหารงานของรัฐบาลชุดที่แล้ว เพราะเปึนงบประมาณครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ประท้วงครับ
ผมพูดเสร็จแล้วผมจะให้ ท่านประธานส่งให้ท่านนายกรัฐมนตรีว่าเอกสารฉบับนี้มันเปึนเอกสารที่ผมได้รับมา
คือมีผู้ประท้วงครับ เชิญ ครับ ผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จาก จังหวัดพิษณุโลก ผมเรียนกับท่านประธานว่า เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานวิปได้เสนอป่ด การอภิปราย แล้วก็มีให้ท่านสมาชิกได้รับรองถูกต้องแล้วนะครับ
ผมเข้าใจครับ ผมเข้าใจ แต่ว่าท่านรู้ระเบียบดีนะครับ แต่ท่านก็
ท่านประธานครับ ยังไม่ได้รับรอง นะครับ เมื่อสักครู่นะครับ
ท่านไม่ได้รับรองใช่ไหม ครับ แต่คนอื่นเขายกมือกันพรึบ เกิน ๒๐ คนครับ
ท่านประธานครับ ผมทําหน้าที่แทน อย่างถูกต้องและตามกติการักษามารยาทตลอดนะครับ ท่านเป่ดโอกาสให้ผมพูดสักนิด เดียว ท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบแล้วจะเปึนประโยชน์กับผู้ใช้แรงงานในการ
ท่านนายกรัฐมนตรีให้เขา พูดสักหน่อย แล้วก็ไม่ต้องตอบได้ไหมครับ
ขอความกรุณาท่านนายกรัฐมนตรี นิดเดียวครับ
ผมไม่ได้ขัดข้องครับ ท่านประธานเปึนผู้ขัดข้องครับ
คือท่านพูดคนเดียวให้ ๑ นาที แล้วท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องตอบครับ
ขอบพระคุณครับ ผม นิโรธ สุนทรเลขา ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนาครับ ขออนุญาตกราบเรียน
ผมขออย่างนี้ครับ เดี๋ยวถ้า ท่านพูด ผมก็เสีย
ผมถามเลยครับ
ผมเสียควบคุมข้อบังคับไม่ได้
ไม่เสียหรอกครับ
ขอความกรุณาท่าน ชินวรณ์ถอนญัตติเมื่อสักครู่ก่อนได้ไหมครับ แล้วก็ให้เขาพูดสัก ๑ นาที แล้วก็ขอใหม่
ขอความกรุณาท่านประธานวิป ฝ์ายรัฐบาลนิดเดียวครับ
นะครับ เดี๋ยวครับให้มัน ถูกระเบียบหน่อยครับ ผมรักษาระเบียบครับ ผมทําให้มันเสียระเบียบไม่ได้ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุญยเกียรติ ขอถอนญัตติเพื่อให้เป่ดอภิปรายได้คนเดียวนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญครับ
ขอบพระคุณครับ ผมไม่เจตนาที่จะ ขัดขวางการป่ดประชุมหรือว่าอะไรนะครับ เพียงแต่เมื่อสักครู่ผมทําหนังสือถึง ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านไปทางท่านเลขาธิการ แต่ท่านไม่ได้นําเอกสารที่ผมถามไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีไปทางท่านประธานสภา ก็เลยจะขออนุญาตเรียนถาม ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านไปยังท่านประธานสภานิดเดียวครับ เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้พูดถึงเรื่องงบประมาณในการจัดสรรที่จะเอามาใช้ในการอบรมฝ้มือแรงงาน ท่านครับ ทีนี้ผมมีประเด็นปัญหาอยู่ข้อหนึ่งนะครับว่า งบตัวนี้มันจัดสรรรวมไปถึงในการพัฒนา ฝ้มือแรงงาน ในด้านบริการการท่องเที่ยว ในกรอบของอาเซียนหรือไม่ เพราะเมื่อคราวที่ มีการประชุมประเทศอาเซียนด้วยกัน กลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกันมีการเสนอให้มีการ พัฒนาฝ้มือแรงงานในด้านบริการการท่องเที่ยว แลกเปลี่ยนฝ้มือแรงงานระหว่างประเทศ อาเซียนด้วยกันนะครับ ผมก็เลยอยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรีผ่านไปยัง ท่านประธานสภานะครับว่า งบตัวนี้ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาจัดในการอบรม ฝ้มือแรงงานนั้น จะมีส่วนในการอบรมฝ้มือแรงงานพัฒนาแรงงานในด้านการท่องเที่ยว นะครับ ด้านบริการการท่องเที่ยวเกี่ยวกับในกรอบสมรรถนะของอาเซียนด้วยหรือไม่ครับ ขออนุญาตกราบเรียนเพียงแค่นี้ละครับ
ขอบคุณครับ บันทึกไว้ แล้วครับ เชิญท่านชินวรณ์ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องตอบครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีตอบหน่อย เถอะท่าน
ท่านชินวรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุญยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอเสนอ ป่ดการอภิปราย ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านผู้ใดจะขอเป่ดมีไหมครับ ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้ป่ดอภิปรายแล้วนะครับ ต่อไป นะครับ เนื่องจากว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้สําคัญนะครับ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมนี้สําคัญมาก ฉะนั้นก่อนลงมตินะครับ เพื่อให้ถูกต้องกระผม ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ขอเชิญทุกท่านเสียบบัตรแสดงตน เมื่อโปรดเสียบ บัตรแสดงตนแล้วกดปุ์มแสดงตนไปเลยครับ ท่านที่อยู่ข้างนอกห้องประชุม โปรดเข้าห้อง ประชุมนะครับเพื่อลงมติ
เสียบเสร็จแล้วนะครับ กด แล้วนะครับ แสดงผลของผู้เข้าอยู่ในห้องประชุม จํานวนผู้เข้าประชุมทั้งหมด ๒๕๖ ท่าน นะครับ เกินกึ่งหนึ่งนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ท่านประธานครับ รณฤทธิชัย คานเขต กดแล้วมันก็ไม่ติดนะครับ ของผมเสียบบัตรแล้ว
ก็ถือว่า ๒๕๗ ก็แล้วกัน ครับ ได้คะแนนยโสธรเพิ่มอีก ๑
ต่อไปนะครับ ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่ง ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ฉบับนี้หรือไม่ ถ้าท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรรับหลักการ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นควรรับหลักการ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงด ออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิของท่านครับ กดบัตรใช้สิทธิเลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
เสร็จแล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้กดลงคะแนนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าทุกท่านได้ลงคะแนนเรียบร้อย แล้วนะครับ โปรดส่งผลคะแนน จํานวนผู้เข้าประชุม ๒๕๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๘ ท่าน เกินกึ่งหนึ่งเหมือนกัน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน ถือว่ารับหลักการในวาระที่ ๑ นะครับ
ต่อไปจะตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาเลย หรือว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญครับ เชิญคุณชินวรณ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอเสนอตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... จํานวน ๓๕ ท่านครับ
ขอผู้รับรองด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
รัฐบาลไม่ขัดข้องนะครับ ขัดข้องไหมครับ
ท่านประธานครับ รัฐบาลไม่ขัดข้องครับ
ความจริงต้องถามรัฐบาล แต่ผมอยากจะให้วิปมีชื่อหน่อย มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นมีไหมครับ ท่านไพจิต มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถือว่าไม่มีนะครับ สัดส่วน ของคณะกรรมาธิการ ๓๕ ท่าน มีดังนี้นะครับ รัฐบาล ๘ ท่าน สมาชิก ๒๗ ท่าน แบ่งสัดส่วนสมาชิกตามพรรคต่าง ๆ ดังนี้นะครับ พรรคเพื่อไทย ๑๐ ท่าน คุณพิษณุ จดให้ดีนะครับ ๑๐ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๐ ท่านนะครับ พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคกิจสังคม ๑ ท่าน พรรคประชาราช ๑ ท่าน ตอนนี้มีพรรคเพิ่มขึ้นมาอีก ก็ได้ ส่งรายละเอียดมาแล้ว ต่อไปก็เปึนรายการเสนอชื่อคณะกรรมาธิการครับ เชิญทาง รัฐบาลครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช ขอนําเสนอชื่อในส่วนของคณะรัฐบาล ๘ ท่าน นายกรณ์ จาติกวณิช นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ นายพฤฒิชัย ดํารงรัตน์ นายชุมพล ศิลปอาชา นายจุติ ไกรฤกษ์ นายปัญญา ศรีปัญญา นายเทวฤทธิ์ นิกรเทพ และ นายบัณฑูร สุภัควนิช ขอบพระคุณครับ
ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑๐ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ
เดี๋ยวครับ ผมต้องขออภัย เพราะว่าพรรคเพื่อไทยเขามากกว่าครับ ผมผิดไปครับ ขอประทานอภัยครับ
ได้ค่ะ
นั่งลงก่อนครับ ขอบคุณ มากครับ เชิญพรรคเพื่อไทย ครับ ๑๐ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทยดังนี้ครับ ๑. นายวิทยา บุรณศิริ ๒. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๓. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ๔. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๕. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๖. นายอํานวย คลังผา ๗. นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๘. นายซูการ์โน มะทา ๙. นายนวัธ เตาะเจริญสุข ๑๐. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ครับ เชิญครับ • นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย (สระบุรี) : กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ๑. นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ๒. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๓. นายอาคม เอ่งฉ้วน ๔. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ๕. ดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ๖. นายพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย ๗. นายเชน เทือกสุบรรณ ๘. นายนคร มาฉิม ๙. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน และ ๑๐. นายอนุชา บูรพชัยศรี ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป ภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ
เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพและ สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางพัฒนา สังขทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... มีดังต่อไปนี้นะคะ ๑. นายภิรมย์ พลวิเศษ ๒. นายศุภชัย โพธิ์สุ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่านครับ เชิญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคเพื่อแผ่นดิน ๑. นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ๒. นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายนิอาริส เจตาภิวัฒน์ ส.ส. พรรคชาติไทยพัฒนา จังหวัดนราธิวาส ผมขอ เสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา งบประมาณรายจ่ายงบประมาณ เพิ่มเติมประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... เปึนนายอัศวิน วิภูศิริ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคกิจสังคม ๑ ท่านครับ เชิญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ไกร ดาบธรรม เชียงใหม่ รวมใจไทยชาติพัฒนา ขอเสนอกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคมจํานวน ๑ ท่าน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาราช ๑ ท่าน ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ครับ ๑ ท่าน นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ครับ
ขอผู้รับรอง
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อทบทวนอีกครั้งหนึ่งครับ
รายนาม คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ๑. นายกรณ์ จาติกวณิช ๒. นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ๓. นายพฤฒิชัย ดํารงรัตน์ ๔.นายชุมพล ศิลปอาชา ๕. นายจุติ ไกรฤกษ์ ๖. นายปัญญา ศรีปัญญา ๗. นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ๘. นายบัณฑูร สุภัควณิช ๙. นายวิทยา บุรณศิริ ๑๐. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๑๑. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ๑๒. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๑๓. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๑๔. นายอํานวย คลังผา ๑๕. นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๑๖. นายซูการ์โน มะทา ๑๗. นายนวัธ เตาะเจริญสุข ๑๘. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๑๙. นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ๒๐. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๒๑. นายอาคม เอ่งฉ้วน ๒๒. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ๒๓. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ๒๔. นายพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย ๒๕. นายเชน เทือกสุบรรณ ๒๖. นายนคร มาฉิม ๒๗. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ๒๘. นายอนุชา บูรพชัยศรี ๒๙. นายภิรมย์ พลวิเศษ ๓๐. นายศุภชัย โพธิ์สุ ๓๑. นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ๓๒. นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ ๓๓. นายอัศวิน วิภูศิริ ๓๔. นายวิรัช รัตนเศรษฐ และ ๓๕. นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์
มีท่านพรรคใดที่จะ เปลี่ยนแปลงมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ไม่มี ผมขอเชิญสมาชิกที่ได้รับการแต่งตั้งเปึน กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... เข้าร่วมประชุมในวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๒ คือพรุ่งนี้นะครับ เวลา ๑๕.๐๐ น. ณ ห้องประชุมงบประมาณ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๓ เพราะออกหนังสือไม่ทัน แล้วก็ถามต่อไปอีกนะครับว่าท่านจะแปรญัตติภายในกี่วัน เชิญครับ
ขออนุญาต ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ ขอเสนอระยะเวลาการแปรญัตติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภายใน ๕ วันครับ
ท่านผู้ใดมีความเห็นเปึน อย่างอื่นมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีถือว่าที่ประชุมนี้ แปรญัตติภายใน ๕ วันนะครับ เมื่อแปรญัตติภายใน ๕ วัน พรุ่งนี้ประชุมเลือกประธาน รองประธาน เลขานุการ โฆษกนะครับ ให้มาให้พร้อมเพรียงกันทั้ง ๓๕ ท่านนะครับ เพราะ ออกหนังสือไม่ทัน ท่านไม่มาถือว่าท่านสละสิทธิ์นะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ได้พิจารณา งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ด้วยความร่วมมือทุกฝ์าย ในวันนี้ ผมในฐานะเปึนประธานสภาผู้แทนราษฎรขอกราบขอบคุณทุกท่านที่ให้ความ ร่วมมืออย่างดีที่สุดในวันนี้ ขอให้ท่านเจริญ ๆ เถอะครับ ขอขอบคุณครับ สวัสดี ป่ดประชุมครับ
เลิกประชุมเวลา ๐๑.๐๐ นาฬิกา
ของวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๒