สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องการจัดงบประมาณกลางปี และนโยบายการแจกเงิน ๒,๐๐๐ บาท โดยแสดงความไม่เห็นด้วย เนื่องจากเห็นว่านโยบายนี้ไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นนโยบายหาเสียง และอาจทำให้คนแตกแยก นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเกี่ยวกับการจัดซื้อเสื้อผ้าและหนังสือเรียน โดยมีรายละเอียดว่ากระทรวงศึกษาธิการมีงบประมาณ 18,257 ล้านบาท แต่ไม่มีการจัดซื้อเสื้อผ้าและหนังสือเรียนที่ชัดเจน และมีการซื้อเสื้อผ้าและหนังสือเรียนที่มีราคาแพง โดยมีการสืบสวนเกี่ยวกับการทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ของ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเมื่อวานนี้สถานการณ์เรื่องมันค่อนข้างจะ ซับซ้อนนะครับ ก็อาจจะทําให้หลายคนเห็นเหตุการณ์แล้วก็ไม่สบายใจ แต่ผมคิดว่าเราทํา หน้าที่ได้เต็มที่ แล้วก็วันนี้เราจะคุยกันเรื่องง่าย ๆ คือเรื่องกลิ่นเหม็นของปลากระปิองที่ ลามไปถึงตําราเรียนและชุดเสื้อผ้านักเรียนครับ ท่านประธานครับ ผมเองต้องกราบเรียน อย่างนี้ เสียดายจริง ๆ ท่านประธานครับ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ แต่ผมก็ได้ กราบเรียนท่านแล้วว่า ขอให้ท่านได้เป่ดฟังสักนิดหนึ่ง เพราะว่าสิ่งที่กระผมจะกราบเรียน นี้ ท่านนายกรัฐมนตรีจะได้ดูแล แล้วก็จะได้ระมัดระวังไม่ให้เกิดกรณีเปึนเรื่อง ปลากระปิองเน่า ผมเองในเบื้องต้นผมดูจากเหตุการณ์จากเอกสารที่ท่านแจกเรื่อง งบประมาณกลางป้นี้ ต้องกราบเรียนว่าไม่เห็นด้วย แต่ถ้าท่านได้ชี้แจงเสีย หลังจากนั้น ค่อยว่าอีกทีหนึ่ง แต่ในเบื้องต้นนี่ไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างไรครับท่านประธานครับ เรื่องแรกเลยผมได้ทราบข่าวว่ากฤษฎีกาเขาตีความว่าการจัดงบประมาณอันนี้เปึนเรื่องที่ ผิดกฎหมาย เพราะว่าเงินไม่มีและต้องไปกู้เงินมา การกู้เงินนั้นไม่ใช่รายได้ อันนี้เดี๋ยว ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเขาชี้แจงนะครับ เพราะผมไม่ทราบจริง ๆ ก็ข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างนั้น อันที่ ๒ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดคําหนึ่งว่าการจัด งบประมาณตัวนี้เปึนการเอาน้ําไปดับไฟ ดังนั้นไฟกําลังไหม้บ้าน ต้องเอาน้ํารีบสาด แต่ท่านประธานครับ แม้ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ อยู่ กระผมก็ขออนุญาตเรียนกับรัฐมนตรีกระทรวงการคลังก็แล้วกันว่า ไฟที่เปึนอยู่นี้ไม่ใช่ ไฟปกติ มันเปึนไฟไหม้จากสารเคมี นั่นคือเปึนไฟไหม้ในโครงสร้างของระบบทุนโลกที่ กระทบมาจากอเมริกา แล้วก็กระทบเข้ามาในประเทศไทยเจอสองเด้ง นั่นคือในประเทศ ไทยเจอหนักกว่าประเทศอื่น คือเรามีวิกฤติการเมืองในประเทศคือ การกระทําที่ผิด กฎหมาย แล้วก็ยังอุกอาจ การยึดสนามบินเปึนจลาจล และรัฐบาลนี้เปึนผลพวงจากสิ่ง นั้นที่เดินมา ดังนั้นอันนี้ไม่ใช่ไฟปกตินะครับ คนไม่กล้าเดินทางมาประเทศไทย ความ หวาดกลัวหลายสิ่งหลายอย่าง ดังนั้นท่านทักษิณบอกว่า ถ้าเอาน้ําดับไฟสาดกันจนหมด เดี๋ยวจะไม่มีน้ําหุงข้าว มันก็น่าคิดเหมือนกันท่านครับ
ประเด็นที่ ๓ ที่ไม่เห็นด้วย ก็คือว่า กรณีนี้มันไม่ใช่ประชานิยมธรรมดา คือ ถ้าประชานิยมนี่ก็อย่างหนึ่งนะครับ นโยบายที่ผมจะพูดถึงนี้เจาะลงไปในเรื่องโดยเฉพาะ ในเรื่องการเรียนฟรี เรื่องของสนับสนุนการเรียน ๑๕ ป้ รวมตลอดถึงเรื่องการแจกเงิน ท่านครับ นี่เปึนนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์แท้ ๆ นะครับ พรรคร่วมคงไม่เกี่ยวนะครับ นี่เขาหาเสียงกันอย่างนี้เลย ดังนั้นผมดูแล้วว่า ลักษณะอันนี้ไม่ใช่ประชานิยม เพราะ ประชานิยมของทักษิณนั้นเขาไม่ได้โปรยเงินอย่างนี้นะครับ เขาส่งเงินไปตามหมู่บ้าน หมู่ละล้านบาท เอสเอ็มแอล ให้กลุ่มองค์กรต่าง ๆ นําเงินนั้นไปผลิต อันนี้โปรยให้ใช้เฉย ๆ เลยครับ อันนี้ผู้สื่อข่าวเขาเรียกเฮลิคอปเตอร์ มันนี่ (Helicopter money) ครับ หมายความว่า นั่งเฮลิคอปเตอร์แล้วก็โปรยเงิน ผมยังเข้าใจว่า มันไม่น่าจะเปึนประชานิยมที่ทักษิณ เขาทํา อันนั้นเขาทําให้เกิดผลผลิต อันนี้ไม่ใช่เลยครับ ผมยังเข้าใจ เดี๋ยวท่านฟังผม เถอะครับ ผมยังเข้าใจว่าจะเปึนประชาธิปัตย์นิยมมากกว่า เปึนการหาเสียง โดยเฉพาะ กรณี ๒,๐๐๐ บาทนี่ครับ เรียนผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ท่านครับ ท่านบอกว่าจะจ่ายเงิน ๒,๐๐๐ บาทให้แก่คนงานที่อยู่ในระบบประกันสังคมที่มีเงินรายได้ ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ถามเถอะครับ คนพวกนี้อยู่ที่ไหนครับ ส่วนใหญ่อยู่ในเมือง คนในชนบท ถ้ามีรายได้ ๑๕,๐๐๐ บาทนี่รวยนะครับ อยู่ในฐานะดีนะครับ เกณฑ์รายได้ ของคนในชนบทนั้นต่ํากว่าแสนบาทนะครับ นี่มันแสนกว่าบาท คนในชนบทเขาถามว่า แล้วทําไมไม่แจกให้เขาล่ะ เขาจนกว่าครับ ถ้าท่านจะบอกว่า เปึนเพราะว่าไม่มีระบบก็คง ไม่ได้ ใช้ระบบหลังคาสิครับ จ่ายไปเลยครับ หลังคาละ ๒,๐๐๐ บาท ถามว่าเขาจะใช้เงิน ไหมครับ ใช้ทันทีครับ เพราะความยากจน ท่านต้องการจะให้เงินมันหมุนเร็ว ผมเข้าใจ แต่ถ้าท่านทําอย่างนี้ มันเกิดการแตกแยกกันครับ คนส่วนหนึ่งได้ คนส่วนใหญ่ในเมืองได้ ผมยังมองว่า ถ้าท่านใส่อย่างนี้ลงไปนี่ ก็แน่นอนละครับ ใครได้สตางค์ก็ชอบทั้งนั้นแหละ ครับ เขาก็เลือกท่าน เลือกพรรคท่าน แต่ว่าคนมันจะแตกแยกกัน ถ้าท่านไม่ลงชนบทนี่ คนชนบทเขาก็จะไม่เลือกท่านนะ อันนี้เรื่องใหญ่นะท่านครับ ผมยังคิดว่าท่านพยายาม ที่จะตีในเมือง ในเรื่องของการเมืองและก็มีแนวโน้มว่า ผมเห็นหลายจังหวัดครับ เร่งหา เสียงกันใหญ่เลย ดูเสมือนว่าจะมีการยุบสภาไว ๆ แล้วเงินตัวนี้จะทําหน้าที่เบิกนําหน้าไป ก่อน ท่านอาจจะบุกสู้ ในชนบทนั้นสู้ไทยรักไทยไม่ได้ สู้พลังประชาชนเก่าเขาไม่ได้ แต่ท่านได้แน่นอนในเมือง แต่ว่าไม่ว่ากันครับท่านครับ เรื่องการแจกเงินนี่มันเปึน ผลประโยชน์ ผมไม่ได้ขวางหรอกครับ ชาวบ้านได้ก็เอาเถอะ แต่ลักษณะนี้ไม่รู้ว่าท่านเอา ทฤษฎีอะไร เมื่อกี้นี้ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า สิ่งที่ท่านทักษิณเคยทํานั้น ตอนนั้นนี่ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค มันไม่พร้อม ตอนนั้นไม่มีเงิน แล้วตอนนี้มีหรือครับเงิน ก็ไม่มี ผมได้ ทราบข่าวว่า เงินแสนกว่าล้านบาทนี่ต้องไปกู้ใช่ไหมครับ ต้องไปกู้มา กฤษฎีกาถึงได้ ตีความเรื่องนี้ กรณีนี้ก็ไม่ ผมได้ข่าวว่าเงินแสนกว่าล้านบาทนี้ต้องไปกู้ใช่ไหมครับ ต้องไปกู้มา กฤษฎีกาถึงได้ ตีความเรื่องนี้ กรณีนี้ก็ไม่รู้ว่าท่านจะเอาเรื่องอะไรเหมือนกัน มีคนบอกว่าเปึนลักษณะ แบบเคน เศรษฐกิจแบบเคนก็น่าจะไม่ใช่ครับ เพราะเคนนั้นเปึนลักษณะที่เบี่ยงจาก อาดัม สมิธ (Adam Smith) มาหน่อย อาดัม สมิธ เสรีเลย ว่าด้วยกลไกตลาด รัฐห้ามยุ่ง ราคานั้นเกิดขึ้นจาก ดีมานด์ (Demand) ซัพพลาย (Supply) แล้วจะมีมือที่มองไม่เห็นที่ เรียกว่า อินวิสซิเบิล แฮนด์ (Invisible hand) มากําหนดราคา มือที่มองไม่เห็นมาจาก ตรงนี้แหละครับ แต่บ้านเมืองเราก็เอามาใช้เปึนว่ามือที่มองไม่เห็นทางการเมืองไป แต่เคนนี้อาจจะแตกต่างจากอาดัม สมิธ ถ้าในกรณีที่เอกชนไม่ลงทุนแล้วเกิดภาวะวิกฤติ รัฐก็จะเข้าไปดําเนินการเอง เอาเม็ดเงินของภาษีอากรหรือเม็ดเงินที่รัฐจะเข้าไปจัดการนั้น กระตุ้นการผลิต แต่แจกเงิน ๒,๐๐๐ มันไม่ใช่ เคนก็ไม่แรงไปถึงมาร์กเท่าไร ก็อยู่ระหว่าง กลาง แต่ว่าก็ถือว่าเปึนนักคิดอีกคนหนึ่งที่โด่งดัง ที่ได้แก้ปัญหาในช่วงเวลาหนึ่งของยุโรป ที่เศรษฐกิจตกต่ํา แต่อันนี้มันไม่ใช่ ก็ไม่รู้จะเปึนอะไรเหมือนกัน ผมก็ว่าจะเปึนเคนก็ไม่ใช่ อาดัม สมิธ ก็ไม่ใช่ ก็เปึน อภิกรณ์ สมิธ ดีไหมท่านครับ ตั้งชื่อเสียชื่อหนึ่งให้ชัดเจนว่าจะ ทําอย่างไร ที่ผมไม่เห็นด้วย
ประการที่ ๔ เม็ดเงินที่เอามาใช้ มันเปึนเงินภาษีที่จะต้องรับภาระต่อไป แล้วท่านต้องไปกู้เงินมา และเมื่อท่านเอาเงินอันนี้ไปใช้จ่าย มันต้องมีกระบวนการ ที่มองเห็นว่าท่านจะปกปัองเงินตัวนี้ให้ได้ดี แต่ขณะนี้ผมเรียนตรง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นผมเห็น ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วผมไม่เชื่อมั่น เพราะอะไรครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ผมจะพูด เล่นว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเก็บบัตรเอทีเอ็มยังไม่อยู่เลย บัตรเอทีเอ็มท่านยังหายเลย มีคน ลักไป เก็บยังไม่อยู่ คนใช้ขโมยไปหรืออย่างไรไม่ทราบ เอาไปเบิกเงินที่เปึนข่าว แต่วันนี้ มันชี้ให้เห็นว่าในทางการเมืองท่านก็เริ่มไม่อินังขังขอบกับสิ่งเหล่านี้เหมือนกัน นั่นคืออะไร ครับ กรณีปลากระปิองเน่า กรณีของคุณวิฑูรย์ ชัดเจนเลย ปลากระปิองเน่า ข้าวเหม็นอับ แจกกันลึ่ม ปรากฏว่าแทนที่ว่าอันนี้เปึนเม็ดเงินของราชการ เปึนเม็ดเงินภาษี เปึนเรื่อง พูดถึงเรื่องคุณธรรม เปึนพูดถึงเรื่อง กู๊ด กอฟเวิร์นแนนซ์ (Good governance) แต่ทําไม ท่านนายกรัฐมนตรีไม่แสดงบทบาทตรงนี้เลย เมื่อเปึนอย่างนี้เองผมก็เลยไปเจาะลงไปอีก ท่านครับ ในงบประมาณตามเอกสารที่ท่านให้มานี้ ปรากฏว่ารายละเอียดมันไม่มาก มันก็มีแต่ตัวเลข ผมเอาสักกระทรวงเดียว ผมจะเอาเรื่องกระทรวงศึกษาธิการ ปรากฏว่า ในมาตรา ๑๕ กระทรวงศึกษาธิการก็บอกว่าเปึนเงิน ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ๑๘,๒๕๗ ล้านบาท เอาเลขกลม ๆ ดูในเล่มใหญ่ก็ไม่มีรายละเอียดอะไรครับ แต่ผมไปได้ รายละเอียดจากเอกสารครับ ตรงนี้ความจริงถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อยู่น่าจะขึ้นมาสักนิดเถอะครับ ผมก็ยังรู้จักแต่รัฐมนตรีว่าการ แต่รัฐมนตรีช่วยยังไม่รู้เลย ปรากฏว่าไปดูรายละเอียดนี้ได้เอกสารการประชุมเรื่องการจัดซื้อเสื้อผ้าครับ วันนี้ผมก็เลย ไปซื้อเสื้อผ้ามาให้ท่านดูตัวอย่างเลยครับ ว่าราคามันเท่าไรแล้วมันจะเปึนอย่างไร นี่ครับ ท่านประธานครับ เสื้อ กางเกงเด็ก เสื้อเด็ก กางเกงเด็กนักเรียน โอ้โฮ มันมีหลายราคา มากครับ หนังสือเรียนเหมือนกัน เจาะตามผมมาเลยนะครับ ท่านครับ ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องกระทรวงศึกษาธิการ ผมเรียนท่านนิดนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังนั้นท่านก็มีหน้าที่ต้องหาสตางค์มาให้เขาใช้ แต่ท่านต้องเข้าใจนะครับว่า โครงสร้างในกระทรวงศึกษาธิการ บางสิ่งบางอย่างมันมีอะไรที่มันพิสดารพันลึกจริง ๆ ครับท่านครับ ผมเองจริง ๆ อยากจะคุยเรื่องท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอนที่ ท่านแถลงนโยบายผมก็ไม่ได้มีโอกาส ผมขออนุญาตนิดหนึ่ง พูดถึงเรื่องส่วนตัวท่านนิด หนึ่ง แต่ไม่ใช่พูดถึงเรื่องส่วนตัวเหมือนที่ท่านชอบพูดถึงเรื่องทักษิณเรื่อย ๆ นะ แต่ผมจะ พูดถึงเรื่องส่วนตัวของท่านในส่วนที่เกี่ยวกับงาน เอกสารที่มีอยู่ในมือผมนี้มันก็ชัดเจนก็คง ไม่ได้อะไรครับ ท่านก็เปึนบุตร บิดาของท่าน ปรากฏว่าท่าน กับท่านคุณหญิงกษมา นี่ก็เปึนญาติกัน คุณหญิงกษมา วรวรรณ ก็เปึนเลขา สพฐ. (สํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน) ที่ต้องดูแลเรื่องนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านไปทุจริตนะครับ คุณหญิงกษมาเปึนคนน่ารัก เปึนคนดีครับ แต่ผมกําลังจะบอกว่าท่านกับคุณหญิงกษมา ก็เปึนญาติกัน ท่านภรรยาของท่านไม่เอ่ยชื่อละครับ ก็เปึนนามสกุลสูตะบุตรครึ่งหนึ่ง เปึนวรวรรณครึ่งหนึ่ง แล้วก็มาเปึนญาติกับคุณมาร์คอีก เปึนญาติกัน ดังนั้น นายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และก็กระทรวงศึกษาธิการก็คงจะ ราบรื่น ที่ท่านก็มีความผูกพันกันนี่นะครับ ผมไปได้เอกสารมาครับท่านครับ ผมเรียนท่าน ก่อนนะครับ ผมไม่ได้กล่าวหาว่าเปึนการทุจริตทันที แต่ท่านในฐานะนักบริหารท่าน ประธานครับ ผมเองเมื่อก่อนก็เปึนนักการเมือง เห็นอะไรทุจริตก็จะจับ ๆ ไปนั่งอยู่ใน กระทรวงก็จะจับเขา ปัองกันไม่ให้มีทุจริต ปรากฏว่าคนที่บริหารเขาเปึนนักบริหารอย่าง ท่านนี่ เขาบอก สุนัย ถ้าเปึนไปได้ อย่าไปจับทุจริต แต่จงเตรียมการอย่าให้เกิดการทุจริต จะดีกว่า เพราะถ้าเกิดการทุจริตแล้วเราไปจับนี่ โอ้โฮ มองหน้ากันไม่ติดครับ อย่างวันนี้ กรณีของท่านวิฑูรย์ ไปแล้วครับ เน่าไปแล้ว ผมกับคุณวิฑูรย์รักกันดี เปึนฝ์ายค้าน ไม่อภิปรายก็ไม่ได้ ฉันใดก็ฉันนั้นครับ วันนี้ผมจะมาทําหน้าที่ตรงนี้ แต่คนไทยนี่แปลก อย่างนะครับ ผมเปึนทนายความ ปรากฏว่าทนายฝรั่งนี่ถ้าจะว่าความเก็บค่าว่าความได้ แพงนี่ ปรึกษาแล้วไม่ต้องขึ้นศาล ดี แต่ถ้าคนไทยไม่ชอบครับ คนไทยบอก เอ๊ะ ไม่เห็น ขึ้นศาล ไม่เห็นทํางานเลย เขาบอกว่าคนไทยต้องให้มีคดีก่อนครับถึงจะจ่ายสตางค์ ความจริงมีคดีแล้วยุ่งไปหมดครับ วันนี้ผมจะมาทําหน้าที่ก่อนว่า ตรงนี้ท่านรัฐมนตรี อยู่ไหม ถ้าไม่อยู่ท่านก็รับไปก็แล้วกันว่า มันมีอะไรที่ไม่ค่อยชอบมาพากล มีการประชุมกัน ครับ ทําไมรู้ไหมครับท่านครับ กําหนดเรื่องราคาหนังสือ ตรงนี้ละครับท่านก็บอกว่า เปึนนโยบายของท่าน ซื้อหนังสือเรียนแจกฟรี ซื้อเสื้อผ้าแจกฟรีทําให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน ถ้าสักแต่ซื้อแจกนี่ได้แน่ครับ แต่ว่าท่านอย่าลืมนะครับโครงสร้างของระบบราชการไทย และพ่อค้ามันมีการทุจริตขึ้นได้ตลอดเวลา ถ้าท่านไม่รัดกุม ท่านไม่ใช้ความระมัดระวัง แล้วก็เงินตัวนี้หมดครับ เงินกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อกี้นี้บอกไปแล้วว่าเปึนเงินประมาณ หมื่นกว่าล้านนี่นะครับ แต่เฉพาะผมจะจับเรื่องนี้อย่างเดียวว่าเฉพาะค่าหนังสือเรียน ที่จัดให้ฟรีนี่นะครับ ๖,๔๐๐ กว่าล้านบาท เฉพาะเครื่องแบบนักเรียน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท กิจกรรมพัฒนาคุณภาพการเรียน อุปกรณ์การเรียนเฉพาะที่เพิ่มมาเฉพาะงบกลางป้ที่ท่าน ขอไปใช้เปึน เน็ต (Nett) ตัวนี้ก็ประมาณ ๑๘,๐๖๐ ล้านบาท ความแปลกมันอยู่ตรงไหน ครับท่านครับ ในหนังสือรายงานการประชุมเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๒ ระหว่างเวลา บ่ายโมงครึ่ง ถึง หกโมงสิบห้านาที อยู่ในข้อ ๒ ไปกําหนดบอกว่าหนังสือที่จะซื้อนี่ กําหนด ราคากลางครับ ราคากลางมาจากไหนครับ เอาราคากลางมาจากองค์การค้าของ สกสค. ครับ แต่ท่านรู้หรือเปล่าครับ ท่านรัฐมนตรีว่า หนังสือที่อยู่ในตลาดนี่นะครับ หนังสือ สกสค. นี่แพงกว่าหนังสือเอกชน เท่าหนึ่งครับ ที่ผมต้องเปรียบเทียบหนังสือเอกชนกับหนังสือราชการเพราะอะไรครับ เพราะเดี๋ยวนี้โรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา สามารถจะซื้อหนังสือ เอกชนเรียนได้ครับ ซื้อเรียนได้เลยครับ เพียงแต่ขอให้ผ่านกระบวนการของกระทรวงเขา ผ่านกรมวิชาการเขา ผ่านกระบวนการของเขา แล้วถ้าเขารับรองก็ไปพิมพ์ขายได้ หนังสือ ที่อยู่ในมือผมนี่เกือบทุกฉบับครับ ราคาขององค์การค้าแพงกว่าราคาของเอกชนเท่าหนึ่ง เกือบหมดเลยครับ ยกตัวอย่าง หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช่วงชั้นที่ ๑ ประถมศึกษาป้ที่ ๑ ถึงประถมศึกษาป้ที่ ๓ นี่ ๘๙ บาท ขององค์การค้านะครับ อันเดียวกันของ อจท. ๔๐ บาทครับ อันนี้ ๘๙ บาท นี่ ๔๐ บาทนะครับ ส่วนของ ทวพ. วิชาเดียวกันครับ ๔๕ บาทครับ เห็นไหมครับ มา ป. ๒ ครับ หนังสือประวัติศาสตร์ ป. ๒ องค์การค้า ๖๒ บาท อันนี้ ๓๔ บาทครับ เอาหนังสือ พุทธศาสนาสักหน่อยไหมครับ หนังสือพุทธศาสนาขององค์การค้า ๑๐๔ บาทครับ ของเอกชน ๕๐ บาทครับ ทั้งหมดที่อยู่ในมือผมนี่ราคาขององค์การค้าแพงกว่าเท่าตัวหมด ครับ ของเอกชนถูกกว่าครึ่งหนึ่ง อาชีวศึกษาก็เหมือนกันครับ วิถีธรรม วิถีไทย อาชีวศึกษา ขององค์การค้า ๑๒๐ บาท ของวิถีธรรม วิถีไทย สสอ. ของเอกชน ๕๐ บาท แถมซีดี อีกแผ่นครับ อันนี้ไม่มีด้วยนะครับ ตรงนี้เองที่ราคาแตกต่างกันนั้น มันจะเกิดอะไรขึ้นครับ ท่านครับ ปกติวันนี้เขาก็ต่างคนต่างซื้อ ต่างคนต่างขายตามกลไกราคาตลาดของอดัม สมิธ (Adam Smith) นี่แหละครับ ดีมานด์ (Demand) ซัพพลาย (Supply) ใครชอบ อันไหนว่ากัน เขากระจายกันซื้อกัน พอท่านไปตั้งเงิน โอ้ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการมาแล้ว ท่านครับ ผมไม่ได้ว่าท่านทุจริต แต่บางทีท่านอาจจะเพิ่งไป จับแล้วท่านไม่รู้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ทําให้ผมไม่เชื่อมั่น เพราะว่ามีกลิ่นทุจริตมาแล้วกรณี ของคุณวิฑูรย์ กรณีของคุณบุญจง ท่านก็ไม่ว่ากระไร ดังนั้นตรงนี้เองผมถึงบอกว่าผมต้อง มาพูด ปรากฏว่าค่าหนังสือเรียนที่ท่านตั้งไว้นี่ครับ ๖,๔๒๙,๙๘๗,๗๙๒ บาท ราคาจริง ๆ เหลือครึ่งเดียวเท่านั้นเองครับ ไม่ถึง ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทหรอกครับ แต่เมื่อท่านตั้งแล้ว และก็ท่านเขียนไว้ในข้อ ๒ เองว่า ให้กําหนดราคากลางโดยเอาขององค์การค้าของ สกสค. เปึนตัวตั้ง แล้วลดอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็ยังแพงกว่าเขาครับ ปัญหาจะ เกิดขึ้นอะไรครับท่านประธาน ปัญหาก็จะเกิดขึ้นเวลาซื้อแจก ใครจะซื้ออันไหนก็ได้ครับ จะซื้อขององค์การค้าก็ได้ ของเอกชนก็ได้ เอกชนเมื่อก่อนอยู่ ๕๐บาทดี ๆ วิถีธรรม วิถีไทย ขององค์การค้า ๑๒๐ บาท อันนี้ ๕๐ บาท แจกซีดีด้วย ปรากฏว่ามันก็ฉีกปกสิครับ ไปพิมพ์ใหม่ให้เท่ากับราคาขององค์การค้าสิครับ จาก ๕๐ บาท เปึน ๑๒๐ บาท ดังนั้น ราคาตําราทั้งหมดต่อไปนี้มันจะเขยิบหมดเลยครับ ไม่เกิดการแข่งขันแล้วครับ นั่นก็คือ ต่อไปนี้จะซื้อหนังสือโดยใช้สแตนดาร์ด (Standard) โดยใช้มาตรฐานราคาขององค์การค้า ท่านลองคิดดูสิครับ องค์การค้าเฉพาะหนังสือเรียนนะครับ ก็อย่างที่ผมเรียนไปแล้วว่า ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่อาชีวศึกษาก็แจกนะครับ แล้วการแจกของท่านก็แปลกมากครับ ท่านแจกแม้กระทั่ง กศน. ครับ การศึกษานอกโรงเรียนนี่เด็กโตเลยนะครับ คนทํางานมาเรียนนะครับก็แจกหนังสืออีก กศน. ก็มีตัวเลขอยู่อีก ๒๓๘,๒๒๖,๓๐๐ บาท ครับ นี่ก็เปึนเอกสารภายในของกระทรวง ปัญหาอยู่ตรงไหนครับ ท่านรู้หรือเปล่าครับว่า ทําไมองค์การค้าของเรานี่ตั้งราคาสูงกว่าเขาเลยครับ ๕๐ ป้ที่แล้ว ตั้งแต่ท่านรัฐมนตรี เรียนประถม ๑ เหมือนผมนี่เราก็เห็นคุรุสภาพิมพ์หนังสือขายถูกไหมครับ ผูกขาดอยู่คน เดียวนะครับเมื่อก่อนนี้ห้ามคนอื่นพิมพ์ขาย พิมพ์มา ๕๐–๖๐ ป้ผูกขาดคนเดียว แต่วันนี้ ท่านรู้ไหมครับเกิดอะไรขึ้น ขาดทุน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เขาว่าคนเข้าเล่มก็ ๓๐,๐๐๐ กว่าบาทเงินเดือน คนทากาว ต้นทุนก็สูงลิ่ว ในขณะที่เอกชนวันนี้เขาก้าวหน้าแล้วครับ เขาทําการผลิตด้วยระบบทุน เขาควบคุมค่าใช้จ่าย ดังนั้นต้นทุนการผลิตมันจึงต่ํากว่า แล้วนี้คือรากฐานการทุจริต กระบวนการพิมพ์เอกสารทั้งหมดที่เกิดขึ้นชัดเจนที่สุดก็คราว ที่พิมพ์รัฐธรรมนูญจําได้ไหมครับ ให้หน่วยงานพิมพ์ ราชการบอกต้องหน่วยงานพิมพ์ ๆ แต่จริง ๆ เปล่าหรอกครับไปจ้างเอกชนพิมพ์แล้วมาใส่ชื่อราชการทั้งนั้น ผมอยู่ก็รู้ปัญหาก็ ต้องค่อย ๆ จัดแต่ต้องระวัง ไม่ไปปล่อยปละละเลย แต่นี่นโยบายท่านมาแล้วนี่ท่าน จ่ายเงินเลย ซื้อไปเลยครับ ท่านลองนึกดูก็แล้วกัน แล้วท่านรู้ไหมครับ คดีที่องค์การค้าเกิด อะไรรู้ไหมครับ องค์การค้าขายขาดทุน ๆ ปรากฏว่าอย่างไรรู้ไหมครับ หนังสือขาย ไม่ออกครับ มันมีคนภายในนั้นไปตั้งอีกบริษัทหนึ่งก๊อปปุ้ (Copy) ขององค์การค้าเลยครับ แล้วขายต่างหากราคาเดียวกันเปึนคดีอยู่ที่ถูกจับถามคุณหญิงกษมา ก็ได้ อย่างนี้ก็มี นะครับและมีอีกทีหนึ่งอันนั้นไม่ได้พิมพ์ละเมิดลิขสิทธิ์ ขโมยไปขายเฉย ๆ เลยก็มีครับ ตรงนั้นต้องระวังเลยครับท่าน ผมเปึนห่วงเม็ดเงินของประชาชนที่จะต้องไปกู้มาด้วย เฉพาะหนังสืออย่างเดียวนี่ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่ ท่านครับ ถ้าท่านจะใช้วิธีตั้งอย่างนี้ขึ้น มานะครับ หนังสือเอกชนทั้งหมดเขาจะฉีกหน้าปกใบแรก แล้วหลังจากนั้นก็พิมพ์ใหม่ ใส่ตัวเลขเปึนเงินแล้วก็ขายกันตามร้านค้าตามโรงเรียนต่าง ๆ เรียบร้อย เพราะอยู่ในข้อ ประชุมของท่านรัฐมนตรีว่าการนั่งเปึนประธาน อย่างนี้เสียสตางค์นะครับ แต่ท่านยังไม่ได้ ทุจริตนะ แต่ท่านอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือเปล่าผมไม่รู้ พอมาถึงอีกรายการหนึ่งอันนี้ น่าสนใจมากครับ เครื่องแบบนักเรียน ที่ว่าแจก ๆ เขาแจกดีครับ ท่านตามไปแจก ท่านตามไปดูได้ไหมครับว่ากางเกงที่เด็กจะได้นี่ เนื้อกางเกงมันคุณภาพไหนครับ และวันนี้ ข้อสรุปของท่านใครชงให้ท่านไม่ทราบครับ ตั้งเงื่อนไขไว้เลยครับเอาให้แพงไว้ก่อนครับ ดูข้อ ๔ ครับ เครื่องแบบนักเรียนคนละ ๒ ชุดต่อป้ ตามเกณฑ์คุณภาพ มอก. ครับ ท่านครับผมไปซื้อมานี่นะครับ นี่ซื้อมาจากร้านค้าแถวบางลําพู เมื่อวานมีวุ่นวายกันรู้สึก วุ่นวายนะเราไปทําหน้าที่ฝ์ายค้านดีกว่า วิ่งไปหาซื้อสินค้าเดี๋ยวจะมาอภิปรายให้ท่านมา ชี้แจงให้ท่านดูท่านจะได้ระมัดระวังปัองกันเม็ดเงินถ้าท่านทําตัวนี้ได้ ผมเปึน ส.ส. สมัยนี้ ก็คุ้มนะครับประหยัดไปได้อีก ๓,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๖,๔๐๐ ล้านบาท ท่านนี่หาร ๒ ได้ เลยครับ เดี๋ยวผมจะบอกวิธีว่าทําอย่างไร กางเกงนักเรียนนี่นะครับ ซื้อทั้งทีก็ไม่รู้จะทํา อย่างไรเอาเอวขนาดลูกชายผมเลย เผื่อไม่ได้ใช้ก็ให้ลูกชายใส่ ตัวละ ๒๐๐ กว่าบาทครับ เนื้อค่อนข้างดี อีกตัวหนึ่ง ๑๐๐ กว่าบาท ตราสมอ ที่มี มอก. ๓๗๕ บาทเกือบ ๔๐๐ บาท ครับ ท่านตามได้ไหมครับว่า มอก.ที่ท่านว่านี้มันแพงกว่าแน่นอนครับ แต่ขณะนี้ถามว่าโอ.เค. ดีไหม ไปดูเถอะครับ ร้านบางลําพูทุกร้านครับ คุณภาพใช้ได้ แต่พอท่านไปใส่ มอก. ปัูบ ราคาต้องสูงทันที แล้วท่านตามไปดูได้ไหมครับว่าบ้านนอก นั่นน่ะตกลงที่เขาซื้อให้กันน่ะที่กระบวนการจัดการของท่านน่ะ มันไม่ได้ซื้อนิดหน่อยนะ ซื้อตั้ง ๕,๐๐๐ – ๖,๐๐๐ ล้านบาทนะ ท่านตามไหวหรือครับ กระบวนการทุจริตที่ติดตาม ยากที่สุด ก็คือของแจกประชาชนนี่แหละครับ แจกปุิย แจกข้าว แจก ตามยากมากครับ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่พอท่านเปึนรัฐมนตรี เดี๋ยวเขาพาท่านไปดูแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ พอไปเยี่ยมโรงเรียนปรากฏว่าเด็กนี่เนื้อผ้านี่มันแทบจะขาดเลยครับ เนื้อผ้าแทบจะขาดเลย มอก. ตัวหนึ่งนี่ตกประมาณเกือบ ๔๐๐ บาทนะครับ แล้วท่านไป ใช้ได้อย่างไรท่าน ท่านไปประชุมเอากับเขาได้อย่างไร ท่านไม่รู้รายละเอียดเสียบ้าง ถาม กทม. ดูสิครับ พวกท่านอยู่ กทม. กทม. นี่ราคาเครื่องแบบนักเรียนที่ผมเอามาเปึน ตัวอย่าง คุณภาพต่ําลงไปหน่อย แต่เขาซื้อแจกชั้นประถม ชุดหนึ่งนะครับ ทั้งเสื้อและ กางเกงนี่มันจะตกประมาณ ๔๐๐ กว่าบาท ของดีหน่อยนะครับ แต่ถ้าสูงกว่านั้นนี่จะตก ประมาณถึง ๖๐๐ กว่าบาท แต่ของ กทม. นี่ชั้นประถมศึกษา ชุดหนึ่งนะครับ ๑๘๐ บาท ครับ เห็นไหมครับ อนุบาล ๑๒๕ บาท ต่อหนึ่งชุด ของเด็กอนุบาล เขาตั้งไว้นะครับ กทม. นี่ก็ยังพอเหลือใช้จ่ายแล้วนะครับ ไม่ใช่ว่าต่ําทีเดียวนะครับ เขายังตั้งต่ํากว่าท่านอีกครับ กทม. ตั้งไว้อนุบาล ๑๒๕ บาท ประถมศึกษา ๑๘๐ บาท มัธยมศึกษา ๒๒๕ บาท ต่อชุด นะครับ ท่านให้สองชุดนะครับ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า เอาแค่ กทม. นี่ก็พอใช้จ่ายได้แล้ว แต่ตัว เลขที่ใช้ มอก. ที่ท่านใส่ มอก. ก็มีมาตรฐานดีนะ นี่ละครับ คือการไม่ใช่ประชานิยม เปึน ประชาธิปัตย์นิยมครับ และถ้าท่านตามเรื่องนี้ ถ้าผมไม่มาบอกท่านก่อนนะ ปลากระปิอง เน่ามันจะตามมาถึงกางเกงเน่า เสื้อเน่า แล้วก็ตําราเรียนเน่าครับ ถึงเวลานั้น ท่านต้องมา บอกผม ขอบคุณผม ว่าเออสุนัยรู้ก่อนมาบอกก่อน ผมไม่ได้คิดว่าท่านจะไปทุจริต แต่ผม ว่าท่านไม่ทัน แต่จะบอกว่าไม่เชื่อการทุจริตเลยก็ไม่ได้ครับ เพราะว่าองค์ประกอบ คณะรัฐมนตรี ท่านนี่มันมาจากกลิ่นแปลก ๆ ทั้งนั้นครับ ในนโยบายของท่านนี่เขียนเสีย เพราะเชียว จะเน้นการใช้คุณธรรมนําความรู้ ท่านรัฐมนตรี คุณธรรมนําความรู้ หรือว่า คุณธรรมอําความรู้ ไปอํามันน่ะ คือไม่สนใจแล้ว พูดไปก็ไม่ดีท่านเอ๋ย แต่มีคนบอกว่าคนที่ ทําผิดศีลธรรมบางเรื่องนั้น จะให้บริหารราชการแผ่นดินด้วยความสุจริตนั้น น่าเปึนห่วง ครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทราบไหมครับ รัฐมนตรีของท่านหลายคนนี่ น่ากลัวมากนะครับ ที่อยู่ใน ครม. ท่านนี่ ท่านคงรู้นะครับ เอาเข้ามาได้อย่างไรครับ คนบางคน ประวัติไม่ดีเลยครับ โดยเฉพาะประวัติเรื่องศีลธรรมไม่ดีครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรู้ไหมใคร รู้ไหม