สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒๘ มกราคม ๒๕๕๒

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการแจ้งความเรื่องการก่อการร้ายสากล การดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกษิต พวงเพ็ญชัย และการดำเนินการเร่งรัดคดี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องนโยบาย 30 บาท และความแตกต่างของทุนสามานย์ โดยเน้นย้ำว่าคนรับเงินทุนไม่ควรจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

อยากให้ฟังครับ เพราะว่า ท่านบอกว่า เดี๋ยวนี้ท่าน โฟกัส แต่ว่าหลายเรื่องที่ท่านบอกผมว่าไม่ได้พูดนี่ ผมพูด เช่นเรื่องหา ตลาดใหม่ เช่นเรื่องการหารายได้เข้าประเทศ ผมพูด แต่หลายเรื่องที่ท่านบอกผมพูดนี่ ผม ไม่ได้พูด หรือท่านฟังผิดหรือเข้าใจผิด ก็เลยอยากจะบอกว่า ในเรื่องของรายละเอียด งบประมาณทั้งหมดนะครับ ผมจะกลับมาชี้แจงเพราะว่าจําเปึนต้องใช้เวลา เพียงแต่เรื่อง ที่อาจจะไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับงบประมาณนัก อยากจะขอทําความเข้าใจบางเรื่อง

เรื่องแรกก็คือ ท่านก็ยังอภิปรายซ้ํานะครับจากที่เคยถามกระทู้ผม กรณี ของปัญหาของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแล้วก็วันนี้พูดขึ้นมาว่า มีการ ไปแจ้งความเรื่องของการก่อการร้ายสากลหรืออะไร เดี๋ยวจะนึกว่าผมไม่ได้ให้ข้อเท็จจริง กับสภา คือวันนั้นผมก็ได้ตอบว่า เหตุการณ์สืบเนื่องจากการป่ดสนามบิน มีการไปแจ้ง ความข้อหาบุกรุก แล้วก็ไม่ได้เจาะจงไปที่คุณกษิต เพราะว่าคุณกษิตไม่ได้เปึนแกนนํา พันธมิตร แต่ว่าวันนี้ท่านบอกว่ามีการไปดําเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ เข้าใจว่าที่ สมุทรปราการ อันนี้เกิดขึ้นวันที่ ๒๓ ธันวาคม แต่ว่าที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษไม่ได้เปึนเหตุ สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่สนามบินครับ แต่จากการไปอภิปรายของท่านรัฐมนตรี ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพียงแต่ว่าเปึนการที่ท่านอภิปรายย้อนกลับไปถึงในส่วนของ เหตุการณ์ที่สนามบิน ก็อยากจะกราบเรียนนะครับ ส่วนที่จะไปแจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษท่านรัฐมนตรีกษิต เกี่ยวกับเหตุการณ์โดยตรงเพิ่งมามีเมื่อวันสองวันนี้เองครับ วันที่ ๒๖ มกราคม เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนเพื่อจะได้ให้ความมั่นใจว่า ที่ผมพูดที่ ผมชี้แจงทุกครั้งเปึนความจริง แล้วก็จะไม่มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ประเด็นที่ ๒ ท่านก็ยังติดใจ เรื่องที่นายตํารวจที่ทําคดีสําคัญ ๆ แล้วก็ได้มาพบกับผม เพื่อที่จะรายงานปัญหาอุปสรรค และผมก็ขอให้เขาเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมา แก้ไข ปัญหาอุปสรรคให้เขา กราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมก็คิดว่าถ้าเปึนอย่างที่ท่านพูด วันนี้ก็คงไม่คลี่คลายไปแล้ว ๑ คดีนะครับ แล้วก็กําลังเดินหน้าและมีการให้สัมภาษณ์จาก ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงว่า ขณะนี้ฟัาเป่ดแล้วที่จะทําให้คดีมันเดินหน้าได้ แล้วผมก็ไม่ใช่คน แรกหรอกครับที่คนเหล่านี้ต้องมาพบนะครับ สมัยท่านทั้งท่านนายกรัฐมนตรีขณะนั้นและ ท่านพบกับเขา คนละห้องเท่านั้นล่ะครับ แล้วสาระก็ต่างกันก็คือ วันนั้นท่านพยายามที่จะ ชี้นําว่า เขาอย่าทําเลยคดีพวกนี้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ผมก็ทําหน้าที่ ตรงไปตรงมา รักษากฎหมายเพื่อให้คดีเดินหน้าได้ โดยให้ความมั่นใจกับคนที่ทํางานครับ ว่า จะไม่มีการเข้าไปแทรกแซง ก็อยากจะกราบเรียนเพื่อให้เกิดความชัดเจน นะครับ และผมก็ไม่เคยใช้คําว่า รื้อฟุ๋นคดีครับ ผมใช้คําว่า เร่งรัดเพื่อให้คดีสามารถที่จะมี ความคืบหน้าความก้าวหน้าได้ครับ

ส่วนประเด็นสุดท้ายที่ท่านพยายามจะสร้างความเข้าใจว่า หลายเรื่องที่เรา ดําเนินการอยู่ หรือผมทํา เปึนสิ่งที่ผมเคยพูดต่อต้านอะไรต่าง ๆ นานา อยากจะ กราบเรียนอย่างนี้ครับ เอาเฉพาะนโยบาย ๓๐ บาท ท่านไปอ่านคําอภิปรายทั้งหมดได้ ครับ ผมก็ยืนยันความเห็นเดิม เพราะวันที่ทําเปึนวันที่งบประมาณมันไม่พร้อม แล้วผม ก็บอกว่า หลักประกันสุขภาพดี ควรทํา แต่ถ้าทํา เงินต้องพร้อม ถามว่าโครงการนี้ได้เงิน ตามที่คนที่เขาทํางานต้องการจริง ๆ คือเขาขอไปรายจ่ายต่อหัวและได้ตามนั้นจริงเมื่อไร ท่านทราบไหมครับ สมัยรัฐบาลของ พลเอก สุรยุทธ์ ครับ ก่อนหน้านั้นก็คือเขาขอไปเท่าไร ไม่เคยได้ แล้วถามว่าเกิดปัญหาอย่างที่ผมอภิปรายไหม เกิดครับ คิวยาว คุณภาพ มาตรฐานการรักษาพยาบาลได้รับผลกระทบ บุคลากรลาออก เพราะฉะนั้นที่ผมพูดไว้ทุก อย่างก็เปึนจริง พูดอีกก็จริงอีกเพียงแต่วันนี้หลังจากรัฐบาลนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ ได้ปรับ เพิ่มงบประมาณค่าใช้จ่ายต่อหัว โครงการนี้ก็เดินต่อได้ ถึงขั้นที่ยกเลิกการเก็บ ๓๐ บาท ด้วยซ้ํา ก็ตรงตามที่ผมได้วิเคราะห์ไว้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๔ ทุกประการ แน่นอนครับบาง โครงการถ้าอะไรเปึนประโยชน์ ผมไม่ใช่นายละเอียดนี่ครับ ผมไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยว่าใคร เริ่มต้นไว้ ผมไม่ทราบ ๖ เดือน ๖ มาตรการก็เพิ่งทราบเดี๋ยวนี้ครับว่า ท่านบอกว่าเปึน ความคิดของ พันตํารวจโท ทักษิณ ผมก็นึกว่าเปึนความคิดของท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร หรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น แต่ประเด็นของผมก็คือว่า อะไรที่ เปึนประโยชน์ผมก็ทํา อะไรที่จําเปึนต้องแก้ไขผมก็ปรับปรุง แต่อะไรซึ่งไม่ถูกไม่ต้องผมก็ ยกเลิก แล้วการเปรียบเทียบคําพูดนโยบายเศรษฐกิจโดยเอาต่างเวลามานี่ครับ มันเปึน เรื่องซึ่งไม่ค่อยมีความหมายนะครับ ป้ที่แล้วผมเชื่อว่าก็มีหลายคนครับพูดในเชิงนโยบาย ว่า ตอนนี้เกิดปัญหาราคาน้ํามันสูง เงินเฟัอ รัฐบาลต้องทําอย่างนั้น อย่างนี้ แต่พอวันนี้ สถานการณ์เปลี่ยน จะไปยึดคําพูดวันนั้นแล้วบอกว่า อ้าว พอมาบริหารวันนี้ไม่ทําอย่าง ป้ที่แล้ว มันไม่ได้มีความหมาย ไม่ได้มีตรรกะ ไม่ได้มีเหตุผลอะไรเลยครับ ประเด็นของผม วันนี้ท่านจะเรียกประชานิยมหรือไม่สุดแล้วแต่ หรือจะตั้งชื่อใหม่ก็แล้วแต่ ผมไม่คิดเลย ครับที่จะเปึนเจ้าตํารับในเรื่องของเศรษฐศาสตร์หรือเศรษฐกิจ ผมเปึนคนรู้จักประมาณตน แต่ผมอยากจะบอกว่า มาตรการทั้งหลายที่ทํา ดูตามความจําเปึนของสถานการณ์และ เนื้องาน จึงได้ทําออกมาอย่างนี้ และผมก็จะไม่มีทางทํานโยบายแบบนี้ในป้ ๒๕๔๔ หรือ ป้ ๒๕๔๘ ที่ท่านพูดถึง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมได้พูดไว้ในแต่ละช่วง แต่ละสมัยนั้นผมยืนยัน ครับ และวันนี้ผมก็มีเหตุผลที่จะได้อธิบายในช่วงค่ําต่อไปที่ท่านจะกลับมาฟังหรือไม่ก็สุด แล้วแต่ เพื่อจะตอบคําถามและทุกข้อสังเกตที่ท่านตั้งไว้ ทั้งในมาตรา ทั้งในนโยบายทุกข้อ

ประเด็นสุดท้ายก็คือว่า ถามว่าวันนี้กําลังจะไปพูดประชานิยมแล้วไปถึงทุน สามานย์ไหม ผมบอก ไม่ครับ วันนี้คนคิด คนออกนโยบายไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน นั่นคือหัวใจของทุนสามานย์