สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒๘ มกราคม ๒๕๕๒

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง อภิปรายเกี่ยวกับนโยบายไทยรักไทยและรัฐบาลทักษิณ โดยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลที่ไม่เหมาะสมและไม่สมเหตุสมผล

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านนี้ถามหมอสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข นโยบายนี้พรรคไทยรักไทยโดนใจประชาชน เพราะเปึนการสร้างความหวังว่า ประชาชนทุกคนจะอยู่ได้ใต้ระบบการรักษาพยาบาลระบบเดียวกันไม่มีใครมีสิทธิเหนือ ใครทุกคนใช้บัตรประชาชน เดินเข้าโรงพยาบาลก็สามารถรับการรักษาพยาบาลได้ มาตรฐานเดียวกัน แต่นโยบายนี้รัฐบาลพันตํารวจโท ทักษิณต้องใช้งบเพิ่มแน่นอน ไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ ซึ่งตอนที่นายแพทย์สุรพงษ์ คิดมีหลักฐานว่าทุกคน ต้องจ่ายเงินสมทบเดือนละ ๑๐๐ บาท แต่วันนี้ไม่มีแล้วเงิน ท่านอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่าเงินจะ ลอยมาได้เอง เปึนไปไม่ได้ ซึ่งจากการที่ท่านอภิสิทธิ์ศึกษาทางเลือก คือ ต้องเก็บภาษี ท้องถิ่นมากขึ้น ยังต้องเอาเงินจากรัฐบาลกลางอีกประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือทํา เปึนรัฐสวัสดิการ ซึ่งต้องขึ้นภาษีเปึน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้องถาม นักธุรกิจว่าพร้อมจ่ายหรือไม่ หรือมิเช่นนั้นก็ต้องให้โรงพยาบาลบริการไปเอง ตามงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบนี้ในประเทศอังกฤษคือ การรักษาบางโรค เช่นผ่าตัดต้องรอคิวกันเปึนป้ ท่านอภิสิทธิ์อภิปรายไว้ ที่ผมเอามา อ่านซ้ําย้ําเตือน ผมเพียงแต่บอกให้สังคมรู้ ผมเพียงต้องการให้สภารู้ ผมไม่ได้อภิปราย นอกลู่นอกรอยอย่างที่สมาชิกตั้งข้อสังเกต ผมอยู่ในกรอบ ก่อนอภิปราย ผมจะอ่านผมได้ ขออนุญาตท่านประธานสภาแล้ว และขออนุญาตกราบเรียนนะครับว่า พร้อมตอกหน้า พันตํารวจโท ทักษิณ โดยบอกว่า พันตํารวจโททักษิณเปึนประชานิยมตัวพ่อ ที่นั่งอยู่ ในห้องประชุมด้วยว่า นโยบายไทยรักไทยเปึนนโยบายตลาดนําการเมืองที่รัฐบาลควร หยุดทําได้ เพราะไม่จําเปึนต้องหาเสียงอีกแล้ว วันนั้นถ้าผมจําไม่ผิด ท่านทําหน้าที่ ฝ์ายค้าน ท่านเห็นด้วยนโยบายประชานิยม ท่านไม่ชื่อเรื่อง ๓๐ บาท รักษาทุกโรค แล้วท่านแนะนํารัฐบาล ถ้าจะทําอย่างนั้น ต้องขออนุญาตนักธุรกิจก่อน ท่านแนะนําเสร็จ ท่านเปึน โปรเฟสชั่นนอล (Professional) วันนั้น สังคมชอบว่าผู้นําฝ์ายค้านหรือคนจะเปึนนายกรัฐมนตรีแล้วท่านได้เปึนจริง ๆ ตอนท่านพูดอายุ ๓๗ ป้ เวลาผ่านไป ๗ ป้ สิ่งที่ท่านบอกไม่ดีท่านทําทุกอย่างครบถ้วน ท่านประธานครับ ท่านปรามาสและบอกว่ารัฐบาลหยุดแล้ว นโยบายประชานิยม เพราะ เลือกตั้งชนะแล้ว ไม่ควรเอามาเปึนนโยบายบริหารราชการบ้านเมือง ท่านอภิสิทธิ์พูดไว้ นะครับ ต่อมาคําปรามาสในนโยบายประชานิยม แกนนําพรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่เอ่ยชื่อ เพราะไม่ได้มาดํารงตําแหน่งเรียกนโยบายประชานิยมว่า เปึนนโยบายทุนนิยมสามาน ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรู้ พวกบิ๊ก (Big) บิ๊กในพรรคท่านเรียก นโยบายทักษิณทุนนิยม สามานประชานิยม แต่ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง จะเรียกนโยบายและ งบประมาณของท่านอภิสิทธิ์ โคตรอภิมหาประชานิยม ผมเรียก ต่อมาคนสําคัญอีกคน หนึ่ง ผมต้องเอ่ยถึง เปึนเจ้าของเว็บไซต์ (Web site) พูดเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ป้ ๒๕๔๙ บอกว่า สําหรับนโยบายการใช้จ่ายเงินรัฐบาลคุณทักษิณ ที่ทีมเศรษฐกิจของไทยรัฐ เรียกว่าของแท้ ไม่ว่าจะเปึนโครงการเอสเอ็มแอล (SMLs) ในอดีต หรือโครงการอําเภอละ ๒๕๐ ล้านบาท โครงการใหญ่เพื่อแก้ไขความยากจน ผมขอโต้แย้งว่าเปึนการใช้จ่ายเงิน ภาษีของประชาชนอย่างขาดหลักการ ไม่เหมาะสมเปึนอย่างยิ่ง เปึนเพียงเครื่องมือที่ใช้ใน การหาเสียงเท่านั้น ครั้งแรกที่พรรคไทยรักไทยลงเลือกตั้ง ใช้นโยบายมอบเงินกองทุนให้ หมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๑ ล้านบาท ครั้งที่ ๒ รัฐบาลพรรคไทยรักไทยเสนอนโยบายแจกเงิน แบบให้เปล่าหมู่บ้านละ ๒ – ๓ แสนบาท หมู่บ้านจะนําไปทําอะไรก็ได้ มาวันนี้มาแนวใหม่ พรรคไทยรักไทยมีนโยบายแจกเงินอําเภอละ ๒๕๐ ล้านบาท เพื่อแก้ความยากจน ถ้าจะ เรียกนโยบายอย่างนี้ว่าเปึนของแท้และสงวนสิทธิ์ เชิญเลยครับ ไปจดลิขสิทธิ์ได้เลย เชื่อว่าคนที่รู้จริงย่อมเข้าใจดีว่า นโยบายอย่างนี้ไม่มีใครอยากที่จะเลียนแบบอย่างแน่นอน ขอป่ดเปึนความลับ เอ่ยชื่อเสียมารยาท ชื่อ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ของรัฐบาลมาร์คซิโนมิคส์ อ่านได้ทางเว็บไซต์ เวิล์ด ไวด์ เว็บ กอร์ปศักดิ์ ด็อท คอม (www.korbsak.com) เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๙ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ต้องลงโทษครับ ลงโทษรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายเศรษฐกิจ ท่านประธานก็รู้ ผมกับ รองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจชอบกัน โดยเฉพาะคุณพ่อเขากับผมนี่สนิทมาก แต่ว่าที่ผม ต้องพูดนี่ก็ท่านพูดไว้ เท่านั้นยังไม่พอ ท่านนายกรัฐมนตรียังมีติ่งอีกนิดหนึ่ง เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ท่านขึ้นเปึนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ ๔ เดือน ท่านนายกรัฐมนตรี ว่าอย่างไรครับ สิ่งที่รัฐบาลทําหลายมาตรการคงจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของ ประชาชนได้บ้าง แต่สิ่งที่ยังเปึนปัญหา คืออยู่ที่หลักคิดของผู้นํา ที่มองว่าการบริหาร เศรษฐกิจในวันนี้ ยังเปึนเพียงเรื่องของการที่จะให้มีเงินหมุนเวียนมาก ๆ โดยการเอาเงิน ไปให้ประชาชนใช้จ่าย สิ่งที่ทําไป ถ้ารัฐบาลไม่ดูให้ครบวงจร ปัญหาจะตามมา ลงชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน นี่ครับท่านประธาน ผมถึงบอกว่าที่เอา มาอ่านนี่ไม่ได้มากระแทกกระทั้น ท่านจะฟังก็ได้ไม่ฟังก็ได้ ผมวิเคราะห์มาเกือบ ๒ ชั่วโมง ผมมั่นใจว่าผมได้ทําการบ้าน ผมไม่ได้มานั่งเทียน ไม่ได้มาด่าว่าท่านตามใจชอบ ไม่มีที่ไหนห้ามครับว่าถ้าไม่จบ เศรษฐศาสตร์แล้วเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ไม่ได้ ไม่มีหรอกครับ ผมก็ประเภทครูพักลักจํา ทําการบ้านนานนับสัปดาห์กว่าจะทําความเข้าใจได้ แต่การมีนโยบายเปึนเรื่องที่ดี นโยบายมันจะประสบผลสําเร็จได้เพราะต้องมีงบประมาณคือ บัดเจท (Budget) เอาไป ขับเคลื่อนนโยบาย เอาเงินไปผมไม่ว่า แต่บุคลากรที่เอาเงินไปใช้ต้องเปึนที่น่าเชื่อถือ เปึนที่น่าไว้วางใจ โดยเฉพาะรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงนั้น ๆ และที่สําคัญที่สุดทีมเศรษฐกิจ คุณกรณ์ก็รอดตัวไปเพราะไม่ได้แสดงความเห็นเรื่องนี้ คุณกอร์ปศักดิ์แสดงความเห็นแบบ ตรงข้าม ท่านก็ต้องไปคิด ท่านบอกได้โอ๊ย คุณเฉลิม อ้ายช่วงนั้นผมคิด วันนี้ โซเชียล เชนจ (Social change) สังคมเปลี่ยน กฎหมายเปลี่ยน ผมคงเปลี่ยน ความคิดเปลี่ยนผม ไม่ว่า ไม่ว่า โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีท่านเปึนเบอร์หนึ่งของรัฐบาล ตอนพูดพอพูด ปัูบคําพูดเปึนนายเรา แต่ก่อนพูดนายกรัฐมนตรีเปึนนายคําพูด แล้วที่ผมเอามาอ่าน ทั้งหมดนี่ ถ้าผมอ่านเต็มนะ โอ้โห ตอร์ป่โดโผล่หมดแต่ว่าใครไม่ได้มาเปึนรัฐมนตรี ไม่มี ตําแหน่ง ผมไม่เกี่ยวข้องด้วย ผมรู้ว่าผมอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะโกรธผมแต่ก็ เรื่องของท่าน ผมไม่ได้ใส่ร้ายและทั้งหมดที่ผมวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะยอด ขาดดุลในงบประมาณวิเคราะห์รายจ่าย ท่านไปดูให้ดี โดยเฉพาะเงินไปใช้เงินใช้หนี้เงินคง คลัง อย่าไปเอาเงินที่กู้ เงินกู้มันเปึนรายรับไม่ใช่รายได้ งานนี้ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะ โกรธก็ต้องไปโกรธหนังสือพิมพ์มติชนเพราะเขาลงมาแล้วผมอ่านเจอ เพราะผมอ่าน หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ อ่านทุกฉบับจริง ๆ ครับ อ่านฉบับภาษาต่างประเทศก็มีดิคชันนารี (Dictionary) คอยเป่ด ท่านประธานไม่เคยไปเมืองนอกก็แอบดูก็อะไร ขออนุญาต ขอบพระคุณท่านประธานครับที่ได้กรุณาอนุญาตผม เพราะท่านประธานอยู่สภามานาน ท่านประธานแลเห็นตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมอภิปราย ผมไม่เคยล่วงล้ําก้ําเกิน ผมไม่เคยใส่ ร้าย ผมไม่เคยยกเมฆ ผมไม่เคยคิดทฤษฎีด้วยตัวผมเอง ผมเอาเหตุเอาผลมาจากที่ รัฐบาลแถลง แล้วผมก็เอาสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีกับคณะที่ได้พูดไว้ ผมอภิปรายเสร็จ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบก็เรื่องของท่าน ไม่ตอบก็ไม่ผิดเพราะทฤษฎีอย่างนี้มันไม่มีใครผิด มันไม่มีใครถูกในวันนี้ แต่วันข้างหน้ามันจะมีคอนคลูสชัน (Conclusion) คือบทสรุปว่า ท่านนายกรัฐมนตรีทํามานี่ ถูก ผมวิจารณ์นี่ ผิด ท่านนายกรัฐมนตรีทํามาผิด ผมวิจารณ์ ถูก แต่มันต้องใช้ระยะเวลาและย้ําอีกครั้งหนึ่ง ไม่ได้พกความแค้น พกความคิดและความ ปรารถนาดีมาสู่ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทํามานี่ผมได้ โอกาสอภิปรายนานก็ขอบคุณเพื่อนสมาชิก และต้องขอโทษให้เวลาของท่านทั้งหลาย เหลือน้อยลง ขอบพระคุณท่านประธานครับ และขอบคุณเพื่อนสมาชิก ขอบพระคุณ เพื่อนสมาชิกที่ประท้วงนะครับ ไม่เปึนไรนะครับ ก็ประท้วงไป แต่ผมยืนยันครับ ผมไม่ได้ นอกลู่นอกรอย อย่างที่ท่านกล่าวอ้าง ขอขอบพระคุณครับท่านประธานครับ