รอยตํารวจเอก เฉลิม อยูบํารุง แสดงความไม่เห็นด้วยกับนโยบายงบประมาณ 16 โครงการ โดยเฉพาะการใช้งบประมาณสำรองฉุกเฉินและเงินกู้คืนคลังซึ่งขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจริง แต่เป็นการสร้างงานให้กลุ่มเฉพาะ เช่น สถานีอนามัย ถนน และแฟลตตำรวจชั้นประทวน พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่เผชิญปัญหาเศรษฐกิจโลกอย่างหนักแต่ยังใช้งบประมาณไม่เหมาะสม
ต่อมาก็โครงการฟุ๋นฟู ความเชื่อมั่นและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ เอาอีกแล้วให้กระทรวงการ ต่างประเทศ ผมไม่ให้ครับ ท่านประธานทราบไหมครับ ระหว่างป่ดสนามบินสุวรรณภูมิ เขาประเมินเปึนไพลอต โปรเจกต์ (Pilot project) ทันทีที่ป่ด ๗ วัน เขาบอกว่าประเทศ เสียหาย ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ไม่รวมผลข้างเคียง ไม่รวมผลกระทบ ไม่รวมทุกข์ยาก วันนี้โรงแรมว่าง เครื่องบินไม่ค่อยมีคนนั่ง เพราะอะไรครับ เพราะนักท่องเที่ยวลด ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วท่านก็ใช้ ๓๒๕ ล้านบาท แล้วใช้ใครไป ใช้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่รู้จริง ๆ หรือว่าท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปไหนก็ลําบาก ผมอ่านข่าวว่าท่านจะไปขึ้นสป้ช (Speech) ที่กรุงดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ท่านรู้ไหม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังสหรัฐเขาไม่มาร่วมประชุมคราวนี้เพราะเขาอายชาวโลก เพราะเขาอายชาวโลกว่าสหรัฐอเมริกาเปึนต้นวิกฤติทางเศรษฐกิจ เขากลัวสมาชิกดาวอสถาม ท่านไปไม่เปึนไรครับ ท่านเตรียมไปตอบเถอะ เจอแน่ เจอแน่ว่านายกรัฐมนตรีกล้าหาญ ชาญชัยอย่างไร ไปกินดีหมีมาจากไหนถึงจะเอารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถูกกล่าวหาเปึนผู้ก่อการร้ายสากล มาทําหน้าที่ พีอาร์ (PR) ประชาสัมพันธ์ให้คนมา ท่องเที่ยว ท่านเตรียมไว้เถอะ เขาถามท่านแน่ โอ้โฮ ท่านอาจจะไม่ได้ดู สมัยท่านขึ้น พันธมิตร มาดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของท่านมันเด็ดเดี่ยว เผ็ดมัน ไม่คาดคิด คนละคนจริง ๆ นะกับวันนี้ ส่วนตัวผมไม่รู้จัก ผมยังนึกเลยว่า เอ๊ะ ผมนี่มันก็ คนห้าว โอ้โฮ พอเจอท่านกษิต อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจํากรุงวอชิงตันขึ้นเวที ปัง ปัง ปัง ก็ต้องรับผลกรรมอันนี้ไป ท่านทําไปเถอะ แต่ตรงนี้ผมไม่เห็นด้วย แล้วไปสวิตเซอร์แลนด์ ท่านระวังเถอะ เขาถามท่านแน่ ต้นเหตุเศรษฐกิจล้มในสหรัฐอเมริกา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเขาไม่ไป เขากลัวสมาชิกถามเขา
ต่อมาก็โครงการสนับสนุนจัดการศึกษาเพื่อลดค่าใช้จ่าย ๑๕ ป้ ผมพูด ไปแล้ว หลักการผมเห็นด้วย แต่ไม่ใช่จัดงบคราวนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านกรุณาอธิบาย หน่อยเถอะว่า ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท มันกระตุ้นเศรษฐกิจตรงไหน ไปดูสิครับ นโยบาย ๙๙ วัน เร่งด่วน เฟ่ร์สท์ ไพรออริตี้ (First Priority) พรรคประชาธิปัตย์ ติด ๙๙ วัน พวกผม พลิกตัวไม่ทัน คนกรุงเทพฯ เชื่อท่าน เลือกไป ๒๘ ท่าน ๒๙ ท่าน เราก็ไม่ทัน ผมก็มัวไป เดินสายต่างจังหวัด กลับมาอีกทีท่านอภิสิทธิ์เอาเลย นโยบายเร่งด่วน ๙๙ วัน คืออันนี้ หรือครับ นโยบายพรรคประชาธิปัตย์ เดโมแครท โพลิซี (Democrat Policy) มันไม่ใช่ กระตุ้นเศรษฐกิจ เห็นด้วย แต่ไม่ใช่เวลานี้
ต่อมาก็โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน หลักการเห็นด้วย แต่อะไรไปดลใจท่าน เมื่อก่อนท่านไม่เอาด้วยแล้วนะ ท่านทักษิณมีกองทุนหมู่บ้าน โดยประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ให้เงินเสร็จบอกสร้างงาน ทําอะไร โอทอป (OTOP) ฝ์ายค้านนี่แหละ ผมไม่อยากเอ่ยชื่อ บอกเลย โอทอป โอ (O ) คือวัน (One) ที (T) คือ ทักษิณ โอ (O) คือวัน (One) พี (P ) คือคุณหญิงพจมาน ดูสิครับ โอ๊ย พอมาเปึนรัฐบาล เอี้ยมเพี้ยมมา พอตอนท่านทักษิณทํา ๗๓,๐๐๐ ล้านบาท เอาเงินไป เอางานไป โอทอป (One Tambon One Product) หนึ่งตําบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ผลิตมาขายได้ มีผู้ว่าราชการ จังหวัด ซีอีโอ (CEO : Chief Executive Officer) เปึนคนติดต่อประสานงานจัดการขายให้ ทําเปึน กรุ๊ปปุ่ง (Grouping) ผู้ว่าราชการจังหวัด ๕ จังหวัด มีหัวหน้า ๑ คน ๗๓,๐๐๐ ล้านบาท โอ้โฮ พวกท่านค้านกันน้ําบานเลย โอ้โฮ เหมือนเรือหางยาวในคลอง บางกอกน้อยเลย แต๊ด แต๊ด แต๊ด แต๊ด โอท็อป วัน (One) คือหนึ่ง ที (T) คือทักษิณ โอ (O) คือวัน (One) คือหนึ่ง พี (P) คือคุณหญิงพจมาน วันนี้เปึนอย่างไร ใส่ครบ มากกว่า เดิม ผมไม่ว่า เพราะประชาชนได้ประโยชน์ แก้ปัญหาเศรษฐกิจมันมี ๔ อัน ๑. สร้างความ เชื่อมั่นสถาบันการเงิน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส คนเรียนกฎหมายเขาเข้าใจ ท่านประธานครับ ไม่ได้มีอะไรครับ เท่านี้ละครับ
ต่อไปก็โครงการที่ ๑๒ โครงการสร้างหลักประกันด้านรายได้ผู้สูงอายุ ท่านใช้งบประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ขัดข้อง ดี แต่ไม่ใช่คราวนี้ งบนี้ไม่ได้เปึนงบ กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่จะเก็บเงินออมเอาไว้แล้วไม่ใช้ ที่ท่านคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะโต หลังจากงบประมาณผ่านไปแล้ว จะโต ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ ผมภาวนา ผมอิจฉาทําไม ก็ประเทศไทยของผมเหมือนกัน วันนี้ท่านมีหน้าที่รับใช้พวกผม ท่านต้องทํางานให้ พี่น้องประชาชน คน ๖๓ ล้านคน เห็นด้วยไหม ต้องให้ แต่คราวนี้ท่านผิดคิว ท่านผิดคิว เอางบไปซื้อเสียงล่วงหน้า แล้วผมอยากจะกราบเรียนว่ามันไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ต่อมาก็ ๖,๙๐๐ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีอ่านครับ ผมนั่งอยู่ข้างบน นั่งอยู่ห้องใกล้ ๆ ที่ท่านเคยนั่ง ฝ์ายค้านนะ เขามีเล็ก ๆ ไว้ ผมบอกผมนั่งไม่ได้ ยังไม่เปึนผู้นํา เขาบอกเอาเถอะ ผมไปนั่งตรงนั้นผมเปึนคอนเซนเทรต (Concentrate) ก็จบ ท่านบอก ๖,๙๐๐ ล้านบาท ท่านจะฝ๊กงาน สร้างงาน ให้กับคนตกงาน ท่านนายกรัฐมนตรี ใครเปึน เจ้าของทฤษฎีความนี้ ท่านไปฝ๊กงานเขา ฝ๊กงานเขาเพื่อไปเปึนผู้ประกอบการใหม่ มันไม่มี วันนี้เศรษฐกิจมันแย่ เศรษฐกิจซบเซา เศรษฐกิจขาลง ท่านไปฝ๊กเขา ๖,๙๐๐ ล้านบาท ท่านไปฝ๊กเขา เสร็จแล้วเปึนอย่างไร พอเขาเปึนงานเขาไปประกอบการใหม่ได้ไหม ไม่ได้ เพราะไม่มีเงินทุน นอกจากไม่มีเงินทุนท่านบอก เอาละ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กําลังจะพิคอัพ (Pick Up) เอาเงินออกมาเฮดฟันด์ (Hedge Fund) หาเงินมาให้คนกู้เพื่อ ไปอินเวสเมนท์ (Investment) ใช่ไหมครับ ท่านให้สัมภาษณ์ ผมติดตาม หน่วยก้านใช้ได้ แต่ ๖,๙๐๐ ล้านบาท เสียของ เพราะพอฝ๊กงานเสร็จ ไม่มีงานทํา ผมจะบอกท่านให้ ๖,๙๐๐ ล้านบาท เอาไปสร้างงานจ้างงานให้มีงานทํา มีเงินจับจ่ายใช้สอยโดยบุคคล เหล่านี้ ถึงแม้เขาจะตกงาน แต่เขามีความสามารถ เขามีทักษะ เขามีความรู้ เขามีความ ชํานาญที่จะทํางานได้อยู่แล้ว ๖,๙๐๐ ล้านบาท ทหารเอาไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท สร้างแฟลต ให้ทหารผู้น้อย มีการก่อสร้าง อิฐ หิน ดิน ทราย ขายได้ คนใช้แรงงาน ก็คนเหล่านี้ครับ ทําได้ สถานที่ ข้าราชการชั้นผู้น้อยมีที่พัก คนที่ตกงานมีงานทํา นี่ท่านไปใช้ ๖,๙๐๐ ล้านบาท พอฝ๊กเสร็จหมดเงินเรียบร้อย ไม่มีงานทําต่อ ผมไม่เห็นด้วยนะครับ
ต่อไปผมจะบอกท่านประธานสักนิดหนึ่งรัฐบาลเอสติเมท (Estimate) ว่าคนว่างงาน ๕ แสนคน ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง วิเคราะห์จากการวอช (Watch) จากการดู จากการสังเกต จากการออบเซิร์ฟ (Observe) ผมคาดว่าคนว่างงาน ประมาณ ๑ ล้าน ๕ แสนคน และยังไม่รวมบัณฑิตใหม่อีก ๗ แสนคน รัฐบาลคิดไหมครับ มีมาสเตอร์ แพลน (Master Plan) ไหม อ่านดูไม่มี แอคชันแพลน (Action Plan) ไม่มี แล้วจะทําอย่างไรถ้าคนว่างงาน เสียเปล่า ๆ ๖,๙๐๐ ล้านบาท
ต่อมาก็ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน) ผมเห็นด้วย แต่ไม่ใช่ให้คราวนี้ และที่สําคัญที่สุดต้องกําหนดสเปกว่า อสม. นั้นมีคุณสมบัติอย่างไร
ต่อมาก็โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการตํารวจชั้นประทวน ผมเห็นด้วยครับ
๑. เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ เปึนการสร้างงาน ทําให้คนมีงานทําและเปึน สวัสดิการ ท่านนายกรัฐมนตรีจะใช้นโยบายประชานิยม ผมไม่ขัดข้อง แต่ท่านอย่าไป ถึงกับรัฐสวัสดิการหรือแวลแฟร์ (Welfare) นี่มันมากไป เดี๋ยววันหน้าวันหลังเกิดผมขึ้นมา เปึนนายกรัฐมนตรีต่อจากท่าน มันแก้ไม่ได้ แก้ไม่ได้ เพราะท่านทําไว้เยอะ พวกท่านชอบ พูด นี่อนาคตเอาเงินลูกหลานมาใช้ โอ้ย แย่แล้ว ทักษิณทําอย่างนี้ตายแล้ว แย่แล้ว ผลาญ เงินอะไรต่อมิอะไรมากมายก่ายกอง ตรงนี้ผมเห็นด้วย
ต่อไปนโยบาย ๑๖ ข้อ ๑๖ โครงการปรับปรุงสถานีอนามัย เห็นด้วย ควรเพิ่ม ท่านนายกรัฐมนตรีใช้เงินไม่เปึน ๔,๐๙๐ ล้านบาท เอามาเก็บไว้ทําไม เยอะไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท ทีแรกพอแล้ว เอาออกมาให้พวกนี้อีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท ต่อมาก็เงิน สํารองฉุกเฉินและจําเปึน ท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยความเคารพ งบประมาณตรงนี้ ถ้าใคร ได้ใช้ ใกล้คุกทุกวัน ใกล้คุก เดี๋ยวมันมาแล้ว ไอ้คนใกล้ชิดท่านจะบอก ท่านครับ เสื้อแดง จังหวัดนี้ จังหวัดนั้น เหนือ ใต้ ออก ตก สตูล ปัตตานี ยะลา มันมีเสื้อแดงแทรกแซงมันจะ เข้ามา ท่านนายกรัฐมนตรีเอามาหน่อย เอามาหน่อย เอามาหน่อย ท่านจะบอกมันฉุกเฉิน ไม่ฉุกเฉินอย่างไร รัฐบาลเราจะอยู่หรือไปพวกนี้มันจะมาล้ม ๓๑ มกราคม แต่นี่ท่านยังไม่ได้ใช้เพราะเงินยังไม่มี ๓๑ มกราคมมันจะมาแล้ว นี่ก็มาแล้ว เหนือก็มา อีสานมันทะเลาะกันเทียมมันไม่ทะเลาะกันจริงเอามาหน่อย เขาเรียกงบใกล้คุก เอาไปไว้ทําไมตั้ง ๔,๐๐๐ กว่าเอาให้คนอื่นเขาไปเถอะ ต่อไป ๑๘ ท่านประธานครับ ตรงนี้ ถ้าผมไม่พูดมันก็เสียชื่อหลานชายประธานสภาผู้แทนราษฎร เสียชื่อผมครับ ผมไม่เสีย เสียชื่อท่านประธาน ท่านประธานเปึน เอ็กซเพิร์ท (Expert) ในการเปึนคณะกรรมาธิการ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้และเพิ่มเติม ท่านนายกรัฐมนตรีครับ นี่เวอรี่ อินโวแตนท์ นะครับ เงินทั้งหมด ๑๙,๑๓๙,๔๗๐,๓๐๐ บาท ที่ตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญจะต้องคืนคลัง กฎหมายเขียนชัด ต้องเปึนรายได้ถึงเอาไปคืนคลังได้ รายได้ คือการเก็บภาษีอากร แต่ที่คนของท่านให้สัมภาษณ์จะไปกู้เงินมาคืนคลัง เงินกู้เขาเรียก รายรับ ท่านเอาไปคืนคลังไม่ได้ ต้องเปึนรายได้ รายได้คือเก็บจากภาษีอากรของพี่น้อง ประชาชนท่านเอาไปจ่ายคืนคลังได้ แต่ถ้ากู้แล้วเอาไปจ่ายเงินกู้มันเปึนรายรับที่จะต้องใช้ หนี้มันจะผิดกฎหมาย บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ และพระราชบัญญัติบริหาร หนี้ มาตรา ๒๑ (๒) ผมไม่ได้จ้องจับผิดรัฐบาล ท่านประธานครับ นี่เตือนให้สัมภาษณ์ กันต๊อย ๆ รู้สลึงพูดบาท ไม่รู้ไปอ่านตํารับตํารา นาน ๆ เจอไมค์จ่อปากเอาแล้วเงินคืนคลัง เดี๋ยวจะไปกู้มา เงินกู้เปึนรายรับไม่ใช่รายได้ ถ้านายกรัฐมนตรีเอาเงินกู้ไปจ่ายเงินคงคลัง พังทันที ผมกราบเรียนท่านประธานต่อนะครับ ๑๘ ข้อผมมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่างบประมาณที่เอาไปทั้งหมดพูดถึงการสร้าง งานแล้วมี ๕ อย่าง ๑. สร้างแหล่งน้ําขนาดเล็ก ๒. ปรับปรุงแหล่งน้ํา ๓. สร้างสถานี อนามัย ๔. สร้างถนน หมู่บ้าน ๕. สร้างแฟลตให้ตํารวจชั้นประทวน ท่านประธานครับ ผมใช้ตัวเลขใช้เครื่องคิดเลขนับจึก ๆ โอ้โฮ งบเกือบแสนล้านท่านนายกรัฐมนตรีให้เปึนงบ สร้างงาน ๗,๐๐๐ ล้านบาท ไหนล่ะ ท่านซาร์ทางเศรษฐกิจ แล้วที่เหลือมันไม่ได้กระตุ้น เศรษฐกิจ ท่านจ่าย ๕ งานทั้งหมด ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท เสียของ ด้วยความห่วงใยจริง ๆ นะครับ ในกรรมาธิการท่านจะทําอะไรบ้างก็ว่ากันไปนะครับ งบประมาณเรียนฟรีย้ํา อีกครั้งหนึ่งไม่ใช่งบกระตุ้นเศรษฐกิจ ทีนี้แนวโน้มเศรษฐกิจท่านมาร์คซีโนมิคที่ผมบอกว่า ท่านขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรีเร็วไปคนหนึ่ง ท่านก็เลยประสบปัญหา ๑. ท่านมีปัญหา เศรษฐกิจของโลกที่กระทบ ท่านประธานที่เคารพ ป้ ๒๕๔๐ เมืองไทยมีวิกฤติที่เรียกกันว่า ต้มยํากุ้ง พลเอก ชวลิต ลาออก พี่ชวนมาเปึนนายกรัฐมนตรี นั่นสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ไม่เสียหาย เราพึ่งการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา เราพึ่งงบการท่องเที่ยวที่เขามาเที่ยวบ้าน เรา ๒ งบนี้ ๒ อย่างนี้เรามีรายได้ร้อยละ ๖๘ - ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของอินคัม (Income) เข้า ประเทศ วันนี้รัฐบาลจะพึ่งอเมริกา โอบามาเอาเงินออกมาใช้ ๘๐๖,๐๐๐ ล้านล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจให้บริษัท ๓ ยักษ์ใหญ่ให้ ฟอร์ด ไครสเลอร์ จีเอ็ม เอาไปลงทุนภาคการ ผลิตรถยนต์ให้มีการสร้างงาน จ้างงาน คนมีงานทํา แล้วส่งออกนอกประเทศเงินเข้า ประเทศเขา แต่กระตุ้นเศรษฐกิจของท่านมันไม่ใช่ มันไม่ใช่ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีสมัย ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเขาเอาเงินใส่คนนี่เขาเปึน กระตุ้นเศรษฐกิจของชาติมันไม่ใช่ มันไม่ใช่ แล้วท่านนายกรัฐมนตรี สมัยท่าน นายกรัฐมนตรีทักษิณ เขาเอาเงินใส่คน เขาเปึน สเพนนิ่ง ไดเร็ค (Spanning Direct) เขา ไม่ได้ยัดใส่กระเปิาแบบท่านอภิสิทธิ์ครับ เอาเงินไป เอางานไป ของท่าน ได้เงิน ไม่รู้เอาไป ทําอะไร แต่ท่านประมาณการว่า เขาจะเอาไปทําตามทฤษฎีท่านที่คิด ถ้าเขาไม่ทําสูญ เปล่า เสียเปล่า ผมถึงไม่เห็นด้วยในหลายเรื่อง ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่กระทบ รัฐบาลทํา อย่างไร วันนี้ท่านทราบ เรียล เซคเตอร์ (Rail sector) ภาคการผลิต ตลาดไม่มี อเมริกา ลําบาก ยุโรปโต ๑ เปอร์เซ็นต์ จีนเขาทบทวนตัวเอง สิงคโปร์ติดลบ ๒ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี (GDP) ท่านนายกรัฐมนตรีรู้นี่ เขานี่ โฟล (Flow) กว่าเราเท่าไร เขาติดลบ ๒ เปอร์เซ็นต์ โอ้โห นี่รัฐบาลชุดนี้คุยโมโอ้อวดจะสร้าง GDP ๓-๔ ยาก ไม่ใช่ ไอ้ทฤษฎีที่ผมเคยบอกว่า ถ้าท่านเปึนนายกรัฐมนตรีรอบนี้ เหมือนหิมะตกเมืองไทย มันไม่ฟลุค (Fluke) ง่าย ๆ นะ ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีมีตัวช่วย แต่การบริหารบ้านเมืองต้องเบรน (Brind) นะท่าน ท่านต้องเปึนผู้นํานะ และผมอยากเห็นอย่างนั้นจริง ๆ ท่านไปฟังพวกท่านนะ พวกคนที่ ใกล้ชิดมาบอกปัญหาเศรษฐกิจไม่มีปัญหา ส่งออกจะดีขึ้นไตรมาสหน้า ไม่ใช่นะครับ เพราะอเมริกามีปัญหา จีนมีปัญหา
เรื่องที่ ๒.ปัญหารัฐบาลหลายพรรค ที่นายกรัฐมนตรีต้องฟันผ่าอุปสรรค สมัยพันตํารวจโททักษิณพรรคเดียว วัน พาทิ แอบโซลูบ เพาเวอร์ (One party absolute power) มีศักยภาพ นี่ท่านหลายพรรค นี่เอาอย่างไร อ้ายนั่นเอาอย่างไร อ้ายนี่มันงอน อ้ายนี่มันอาย อ้ายนี่มันผิดตัว ท่านต้องตรวจสอบ
เรื่องที่ ๓ ปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการบริหาร พัวะปลากระปิองแล้ว พัวะจะฮั้วกัน ล็อก สเปค (Lock spec) ซื้อข้าวสาร
เรื่องที่ ๔ ปัญหาความเชื่อมั่นของต่างประเทศ ๑. ระบบการเข้าสู่ตําแหน่ง ของท่านไม่สง่างาม ๒. นายกรัฐมนตรีต้องพูดฟันธง ท่านต้อง มีททิ่ง ดิซีชั่น ( Meeting decision) ว่าพันธมิตรไม่ผิด ถ้าพันธมิตรผิดจะเอาท่านกษิตมาเปึนรัฐมนตรีผมไม่ว่า แต่เปึนไม่สาปส่ง ผมไม่ว่า ตรงนี้มันจะช่วยท่านได้ ผมเรียนว่า การอัดฉีดเพื่อเพิ่มสภาพ คล่องของรัฐบาล ถ้าเปึนการแจกฟรีไม่มีผลนะครับ ไม่มีผลจริง ๆ ผมอยากจะเรียน ท่านประธานต่อไปนะครับว่า นอกจากผมวิเคราะห์พระราชบัญญัติทั้งหมดที่รัฐบาลเสนอ ผมวิเคราะห์มาตรการ ๑๖ มาตรา ผมมีสิทธิจะวิเคราะห์ต่อว่า ผมตั้งใจชําแหละงบ แสนล้านบาท ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ผมอภิปรายชําแหละ ท่าน นายกรัฐมนตรีนําเสนอ ไม่มีใครผิดและไม่มีใครถูก แต่มันจะมีคนอาย ถ้าผมวิเคราะห์แล้ว โหลยโท่ย ไร้สาระ เศรษฐกิจออกมาตรงข้ามว่า ที่รัฐบาลทํามาถูกแล้ว ผมเสียชื่อ ผมเสีย รังวัด ถ้ารัฐบาลทําอย่างนี้ งบประมาณอย่างนี้ มีแนวทาง ๑๘ แนวทาง ๒๒ ๒๓ ๒๔ มาตรา ขออนุมัติ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ใช้หนี้คงคลังตรงนี้ เอาไปใช้ตรงนี้แล้วดี เศรษฐกิจ โต รัฐบาลได้เครดิต ท่านก็เลือกทางฝ์ายเขาชนะมาเปึนนายกรัฐมนตรีใหม่ ท่านประธาน ครับ ผมชําแหละว่า งบรายจ่ายเพิ่มเติม ๑. เปึนการจัดทํางบประมาณผิดหลักการ ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในทางทฤษฎีและในทางปฏิบัติ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ วันที่ ๑๓ มกราคมว่า รัฐบาลใช้งบแสนล้านบาท ในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน และยังอ้างอีกว่า ในการจัดงบครั้งนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีใช้หลักใส่เม็ดเงินในกระเปิา ประชาชนโดยตรง อย่างเร่งด่วน และยังอ้างอีกว่า ในการจัดงบครั้งนี้ท่านนายกรัฐมนตรีใช้หลักใส่เม็ดเงิน ในกระเปิาประชาชนโดยตรง บารัค (Barack) เขาไม่ได้ทําอย่างนี้ ท่านอภิสิทธิ์อย่าไปอ้าง คอมแพร์ (Compare) กับบารัค โอบามา (Barack Obama) บารัคเขาทําอย่างไรครับ บารัคเขาบอกว่า เขาจะกระตุ้นเศรษฐกิจ เขานําเงินจํานวนมาก ย้ําหลักการกระตุ้น เศรษฐกิจ บารัคบอกว่าได้ผลที่สุด มากที่สุด และเร็วที่สุดก็คือ ไดเร็กท์ สเปึนดิง (Direct spending) การใช้จ่ายโดยตรง ท่านนายกรัฐมตรีอภิสิทธิ์ใช้แบบยัดเงินใส่กระเปิา แล้วไป อ้างผู้นําคนอื่น โอบามาเขาใช้วิธีการ ไดเร็กท์ สเปึนดิง ของรัฐบาลยัดเงินใส่กระเปิาไม่ว่า จะลดภาษี เขาเรียกว่า แท็กซ์ รีเบท (Tax rebate) ลดภาษีที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังคิดไม่ก่อให้เกิด เปึนแต่เพียงเปึนการเพิ่มรายได้ในรูปแบบค่าครองชีพ พิเศษเท่านั้น ของท่านไม่ใช่ ต่อมาบารัคบอกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจต้องสอดคล้องกับ หลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน ว่าด้วยการกระตุ้น ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ เขาเรียก อีโคโนมิก ไทม์ ไพรมิง (Economic time priming) กระตุ้น ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ นั่นบารัคเขาบอก ของท่านเอา เงินใส่กระเปิา บามาร์คบอกว่า อีโคโนมิก ไทม์ ไพรมิง เปึนทฤษฎีของ จอห์น เลนนาร์ด เคน ที่เปึนเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษเมื่อ ๗๐ – ๘๐ ป้ที่แล้ว ผมถึงบอกว่าผิดหลักการ กระตุ้นเศรษฐกิจ มีลักษณะให้มีรายได้ชั่วคราว มันไม่มีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่เรียกว่า มัลติไพลเออร์ เอฟเฟึกท์ (Multiplier effect) คือมันไม่มีผลสนองเปึนทวีคูณ ท่านน่ะมันแม่นเรื่องพวกนี้มากกว่าผม ไปเผลออีท่าไหน ไปให้สัมภาษณ์ แล้วผมอยากจะ บอกว่า ณ วันนี้คนที่มีรายได้จากรัฐบาลยัดใส่กระเปิา จากแจกฟรีโดยไม่มีการสร้างงาน ไม่มีการจ้างงาน มันจะเกิดผลลัพธ์ช้า ในทางเศรษฐศาสตร์เขาเรียกว่า Time-lapse (ไทม์-แล็พซ์) มันจะเปึนสถานการณ์ ๒ อย่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านทําไปไม่มีประโยชน์ที่ จะมีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือที่เรียกว่าเกิดผลทวีคูณ มัลติไพลเออร์ เอฟเฟึกท์ ต่อไปผมเรียนท่านประธานว่า เงินที่ได้เปึนเงินชั่วคราว ประชาชนเขารู้ วัน ออฟ ไทม์ (One of time) ชั่วคราวครับ เพราะฉะนั้นงบแสนล้านที่ตั้งจัดเปึนงบประมาณ ท่านใส่เงิน ในกระเปิาประชาชนโดยประมาณ ๔๙,๒๗๙ ล้านบาท คิดเปึนเปอร์เซ็นต์ ๔๙.๒ เปอร์เซ็นต์ ท่านไม่ใช้จ่ายตรง ไดเร็กท์ กอฟเวิร์นเมนท์ สเปึนดิง (Direct government spending) ไม่ครับ ท่านให้เหมือนกัน ๗,๑๖๓ ล้านบาท คิดเปึนร้อยละ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ นี่ผมจึงไม่เห็นด้วยกับท่าน ท่านใช้งบทางนี้ งบหาเสียง ซื้อเสียงล่วงหน้า ไม่ได้กระตุ้น เศรษฐกิจ นั่นข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ผมกําลังจะบอกท่านประธานว่า งบที่รัฐบาลจัดลักษณะนี้ เขาเรียกเบี้ยหัวแตก ไปทางโน้นไปทางนี้ นี่ก็ไม่ใช่กระตุ้น นี่เปึนเบี้ยหัวแตก ยังยืนยันเปึน งบเอาเงินไปใส่ในกระเปิาประชาชน ข้อที่ ๓ รัฐบาลจัดงบครั้งนี้เพื่อหนทางการเมือง โดยเฉพาะ ฝรั่งเรียก โพลิติคอลลี โมติเวท (Politically motivate) สูงมากเลย ท่านหวังผล การเมืองสูงมาก ไม่ได้มีประโยชน์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการ ๑๖ โครงการ ท่านนายกรัฐมนตรี ๑. ประชานิยมยัดเงินใส่กระเปิาจํานวน ๕ โครงการ หมายเลข ๑.๑ ๑.๒ ๒.๓ ๒.๔ ๒.๕ เปึนเงิน ๔๙,๒๗๙ ล้านบาท จํานวน ๕ โครงการ หมายเลข ๑.๑, ๑.๒, ๒.๓, ๒.๔, ๒.๕ เปึนเงิน ๔๙,๒๗๙ ล้านบาท ๑.๑.๒ ผมเอาจากไหนล่ะ ก็ที่ท่านนายกรัฐมนตรีประชุม ครม. มันออกไปในหน้า หนังสือพิมพ์ ต่อมาก็ประชานิยมนะครับ จํานวน ๕ โครงการ เงินผัน ๒ โครงการ นโยบาย ข้อ ๒.๑, ๒.๒ โครงการจ่ายตรงเพื่อสมนาคุณ จํานวน ๕ โครงการ โครงการ พี อาร์ (PR) ประชาสัมพันธ์ แบ่งกัน ๒,๘๒๕ ล้านบาท ข้อที่ ๔ ประเมินผลยาก รั่วไหลง่าย ท่าน นายกรัฐมนตรีครับ ผมไม่มีวาสนาไม่เปึนไร ถ้าผมมีวาสนาได้เปึนนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๘ ผมจะไม่ทําแบบที่ท่านกําลังทํา ผมจะทําอย่างไรครับ ๑. ผมจะจัดโครงการบัณฑิตอาสา เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพัฒนาชนบท ๑. สร้างงาน จ้างงาน คนมีงานทํา ลงพื้นที่ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทําให้มูลค่าเพิ่มและมีการจับจ่ายใช้สอยในชนบท ถ้าผมมี วาสนา ลักษณะโครงการ จัดทําโครงการอนุรักษ์พัฒนาที่สามารถนําเม็ดเงินลงสู่ชนบทได้ ง่ายรวดเร็วและเกิดการใช้จ่ายและการจ้างงาน เช่น โครงการปลูกป์าอาจจะแอสโซซิเอท (Associate) กับภาคเอกชนอีกต่างหาก ถ้าผมได้เปึนนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๘ ไม่ได้เปึน แล้วไป
เรื่องที่ ๒ ผมจะทําอย่างไรครับท่านนายกรัฐมนตรี ผมจะดําเนินการ จัดตั้งศูนย์โลจิสติก (Logistic) ทุนด้านการขนส่งเพื่อการส่งออกอย่างครบวงจร ผมจะใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง หาดใหญ่ มาบตาพุด งบประมาณแต่ละแห่ง ๕,๐๐๐ - ๘,๐๐๐ ล้านบาท นั่นถ้าผมเปึนผมจะทํา
เรื่องที่ ๓ โครงการจัดตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอย่างครบวงจร มีทั้ง บริการข้อมูลท่องเที่ยววนอุทยาน บัตรผ่าน สถานที่พัก จัดหาจองห้องพัก รีสอร์ท โรงแรม ตั๋วรถไฟ รถเช่า รวมไปถึงบริการที่พักฉุกเฉิน
๔. ผมจะจัดตั้งศูนย์ฝ๊กอบรมและพัฒนาวิชาชีพ สําหรับคนมีความรู้เรื่อง การใช้แรงงาน แล้วผมจะหาตลาดแรงงานทั่วโลก กระทรวงแรงงาน คุณไปไฟด์ เอาท์ (Find out) คุณไปหามาสิ ประเทศไหน ที่เขาต้องการใช้แรงงานนั่นผมจะทํา
๕. ท่านประธานครับ ในบ้านเราแม้กระทั่งกรุงเทพฯ ยังไม่มีไฟฟัาถึงทุก ภูมิภาค ยังไม่ถึงทุกพื้นที่ ถ้าผมเปึนนายกรัฐมนตรี ผมจะบอกว่าจะมีโครงการติดตั้งเสา ไฟส่องสว่างใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ไม่มีไฟฟัา และหรือในภูมิภาค ที่ไฟฟัาไปไม่ถึง จะมีตั้งเสาประมาณ ๖ เมตร ก็จะมีโรงงานผลิตเสา จะมีการขุดดิน ก็ต้อง มีการจ้างงานคนขุดดิน การติดตั้งเสาต้องมี ป.ป.ช. (สํานักงานคณะกรรมการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ป.ป.ส. (คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามยาเสพติด) การสร้างแผงพลังงานแสงอาทิตย์ก็ต้องมีโรงงานผลิตพลังงานแสงอาทิตย์เอามาประกอบ แล้วใช้พลังงานแสงอาทิตย์ จะใช้ ๑ แสนคนต่อ ๑ โครงการ และที่สําคัญที่สุดงบประมาณ อันหนึ่งก็ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท มันจะเกิดผลทวีคูณ มัลลิไพลเออร์ เอฟเฟคท์ ๔ – ๕ เท่า ไม่เปึนไร พูดกันไว้แล้วก็บันทึกกันไว้ในสภาว่าแนวคิดของท่านจากคําวิจารณ์ ของผม แล้วแนวคิดของผมใครจะสู่เปัาหมายมากกว่ากัน
ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานอีกสักนิดเถอะครับว่า การจัดทํา งบประมาณรายจ่ายครั้งนี้เปึนการจัดทํางบประมาณรายจ่าย จะตั้งใจ ไม่ตั้งใจผมไม่ ทราบได้ แต่ในงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่บันทึกวิเคราะห์ ไม่ตั้งใจ ผมไม่ทราบได้ แต่ในงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่บันทึกวิเคราะห์ สรุป สาระสําคัญในหน้าที่ ๓ ท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านกรุณาอ่านนะครับ ผมนี่ชอบอ่าน หนังสือ แล้วก็เคยอยู่กับสํานักงบประมาณ ๓ ป้ ก็คุ้นเคยกับเอกสารสํานักงบประมาณ ข้อที่ ๒ ภาระหนี้กับกรอบความยั่งยืนทางการคลัง ไม่ใช่ร่างพระราชบัญญัตินะครับ เปึน บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญ ข้อ ๒ จัดทํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ งบประมาณ ๒๕๕๒ โดยดําเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล ๙๗,๕๖๐,๕๐๐,๐๐๐บาท งบนี้ที่ต้องคืนนี่ ขาดดุลนี่ เปึนงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่กฎหมายกําลังพิจารณา แต่งบประมาณรายจ่ายประจํา งบประมาณป้ ๒๕๕๒ เริ่มใช้วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ ท่านประธานเรียนผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี ป้ ๒๕๕๒ งบขาดดุล ๒๔๙,๐๐๐ ล้านบาท ในงบรวม ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านล้านบาท นั่นคาดว่าจะเก็บภาษีอากรได้ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าตัวเลขชุดสุดท้ายที่กระทรวงการคลังเขาจัดทําตัวเลข ปรากฏว่างบที่จะเรียกเก็บ ได้ในป้ ๒๕๕๒ให้ยอดลัมพ์ซัมอยู่ที่ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านล้านบาท งบประมาณจะไม่ สามารถเก็บได้ถึง ๑๓๒,๐๕๐ ล้านบาท รัฐบาลต้องเก็บงบตัวนี้เปึนงบขาดดุลด้วย เมื่อรวมขาดดุลป้ ๒๕๕๒ ๒๔๙,๐๐๐ ล้านบาท เก็บภาษีไม่ได้ตามเปัาอีก ๑๓๒,๐๕๐ ล้านบาท และต้องใช้หนี้งบประมาณรายจ่าย ถือว่าขาดดุลอีก ๙๗,๕๖๐,๕๐๐,๐๐๐ บาท จะทําให้มีงบขาดดุล ๔๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วเขียนมาได้อย่างไรว่าขาดดุล ๓๔๗,๐๐๕ ล้านบาท ท่านเอาตัว เลขที่ไหน ท่านจงใจ ตั้งใจเอาตัวเลขเท็จมาบอกสภา เสียหาย กลับไปคุยกับงบประมาณ กลับไปบอกกับเจ้าหน้าที่ผู้จัดเก็บ ใครปัอนตัวเลขอย่างนี้ มันเสียชื่อรัฐบาล เสียชื่อนายกรัฐมนตรี กู๊ด กัฟเวิร์นแนนซ์ (Good Governance) คลังต้องธรรมาภิบาล คลังต้องโปร่งใส คลังต้องซื่อสัตย์ คลังต้องทุจริต ไม่ได้ ต้องสุจริต มันขาดดุล ๔๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ใส่ในเอกสารงบประมาณ ๓๔๗,๐๐๐ ล้านบาท เสียหาย เสียชื่อ ถ้าฝ์ายค้านไม่ตําหนิติติง โอ๊ย พ่ออภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรี โซฟาร์ โซกู๊ด (So Far So good) อะไรก็ดีหมด ก้มตัวก็เท่ เอียงซ้ายก็หล่อ ก้มหน้าก็สมาร์ท ไม่ใช่ครับ พวกผม เปึนนักการเมืองที่อยู่กับชีวิตความเปึนจริง ผมไม่ดราม่า (Drama) ทองแท้ไม่แพ้ไฟ เห็น ประกายแวววับ ไม่ใช่ทองเสมอไป ท่านประธานรู้ ท่านนายกรัฐมนตรีอาจไม่ทราบ สมัยก่อนมันมีสนามหลวง เวลาเอาทองเก๊ไปชุบมันลอกง่ายแต่พอตอนหลังต้องไปชุบ พาหุรัด พอชุบพาหุรัดมันลอกยาก เพราะฉะนั้นพวกผมเปึนดาวฤกษ์ที่มีแสงในตัวเอง วิพากษ์วิจารณ์ตรงไปตรงมา รัฐบาลเขียนตัวเลขขาดดุลไม่ตรงต่อความเปึนจริง เพราะฉะนั้นพวกผมเปึนดาวฤกษ์ที่มีแสงในตัวเองวิพากษ์วิจารณ์ตรงไปตรงมา รัฐบาล เขียนตัวเลขขาดดุล ไม่ตรงต่อความเปึนจริง ท่านประธานที่เคารพ ผมรู้ไหมล่ะครับว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกมาให้สัมภาษณ์ เช้า สาย บ่าย เย็น หน้าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอะไรครับ ตลาดเงิน แบงก์ชาติดู ตลาดทุน ตลาด หลักทรัพย์ กลต. ดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีหน้าที่เก็บภาษี หุ้นเก็บเขาไปหมด บริษัทไหนมี ๓๕ เปอร์เซ็นต์ นิติบุคคล บุคคลธรรมดา ๒๐ หรืออาจจะมากกว่า ๒๐ ท่าน ไม่มีหน้าที่อะไร อย่าไปอวดดีถือเด่น ท่านมีหน้าที่ดูสรรพากรเก็บภาษีว่าอย่างไร สรรพสามิตว่าอย่างไร ศุลกากรว่าอย่างไร ก็มีเท่านี้ หน้าที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังมีเท่านี้ครับ โฮ้โฮ ออกมาให้สัมภาษณ์ทุกวี่ทุกวัน ผมเรียนนะครับ ด้วยความเคารพ ถามว่า รัฐบาลชุดนี้น่าเชื่อถือไหม ผมเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ ผมไม่เชื่อถือ ไม่เชื่อถือตรงไหนท่านประธาน คุยโขมงโฉงเฉง บอกว่า วันที่ ๑ เมษายน ชาวบ้านได้สตางค์ ไม่ต้องดูตําราก็ได้ เดี๋ยวเสียชื่อหลานกํานันหมด ผมเรียน ท่านประธาน งบประมาณนี่วาระ ๑ ใช่ไหมครับ ใช่ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญใช่ไหมครับ ใช่ กี่วันแล้วแต่ ตั้งคณะกรรมาธิการใช่ไหมครับ ใช่ มีผู้สงวนไหม มี มาวาระ ๒ ใช่ไหมครับ ใช่ ผ่านวาระ ๒ วาระ ๓ ไปวุฒิสมาชิก พอเสร็จเรียบร้อยไปวุฒิสมาชิกอนุมัติ นําความ กราบบังคมทูลล้นเกล้าล้นกระหม่อมมีพระบรมราชานุญาตลงพระปรมาภิไธยต้อง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฝ์ายรัฐบาลออกมาพูด ขอแสดงความยินดีชื่นชมพี่น้อง ประชาชนงบประมาณทั้งหมด ทั้งหมดแสนกว่าล้านบาทจะถึงมือประชาชนวันที่ ๑ เมษายน ท่านพูดเท็จ ถึงหรือยังล่ะ ท่านประธานครับ ป้นี้ส่อแสดงให้เห็นชัด เก็บภาษีไม่ เข้าเปัา ๑๓๒,๐๐๐ ล้านบาท และ หรือ อาจจะมากกว่านี้ ไตรมาสแรกตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม เชนแนล (Channel) กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน คาดว่ามีนาคมกับเมษายนไม่เข้าเปัาอีก ผมไม่ได้อิจฉา ไม่ได้สาปแช่ง แต่ประเมินการทุก ส่วนเขายืนยันอย่างนี้ ท่านประธานครับ จะล้างท่อ อปท. อปท. ไม่มีสตางค์ ก็ขอเบิกมาไม่มี นี่นายกรัฐมนตรีแกล้งไม่รู้หรือไม่รู้จริง ๆ ว่าวันนี้เงินคงคลังมีอยู่แสนกว่าล้านบาท แต่เรา ต้องจ่ายเงินทั้งหมดเปึนพันธกิจภารกิจของประเทศ ต้องจ่ายประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อเดือน ชักหน้าไม่ถึงหลัง แล้วเอาที่ไหนมาทีเดียว ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมบอกท่านประธานด้วยความเคารพ รัฐบาลนี่จะลืมตาอ้าปากได้นิดหนึ่ง ต้องไป พฤษภาคม ทําไมผมพูดอย่างนี้ เพราะเดือนพฤษภาคมเปึนเดือนเสียภาษีรายได้นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ท่านถึงจะมีสตางค์ตอนนั้น โอย โอ้อวด วันที่ ๑ เมษายน เงินถึง เอาที่ไหนล่ะ อปท. ก็ไม่มี เงินคงคลังเหลือแสนล้านบาท ใช้แสนล้านกว่าบาทต่อเดือน มันไม่มีเงิน มันเก็บไม่เข้าเปัา มันเก็บไม่ได้ เศรษฐกิจมีแต่ทรุด ๆ ทรุด พอไปอ่านตํารา สภาพัฒน์ เพราะพวกนั่งเทียนประเมินออกมายิ้มแย้ม ผมยืนดูแล้วผมบอกว่า เอ๊ะ ถ้าคุณ อภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรีได้ ผมบอกกับพรรคพวก เฉลิมก็เปึนได้สิวะอย่างนี้ พอวิเคราะห์ออกไปมันชัดเจน นี่คือความไม่น่าเชื่อถือ รัฐบาลเคยพูดไหมจะหาเงินเข้า ประเทศอย่างไร ไม่เคย ก็จะเก็บภาษีที่ดินอะไรต่ออะไรก็ไม่เปึนไรครับ ก็ดุลยพินิจท่านคิดได้ ทําเถอะอะไรดีผมเห็นด้วย เคยบอกไหมว่าจะหาตลาดขายข้าว เคยบอกไหมอเมริกามัน แย่ จีนก็ไม่ดี จะไปอาฟริกา ก็ไม่เปึนไรครับ ดุลยพินิจท่านคิดได้ ทําไปเถอะอะไรดีผมเห็นด้วย เคยบอกไหมว่าจะหา ตลาดขายข้าว เคยบอกไหมอเมริกามันแย่ จีนก็ไม่ดี จะไปแอฟริกา เคยบอกไหมอาเซียน มาจับมือกันเถอะ เคยคุยลาว เขมร เวียดนามไหมว่าเรานี่ซื้อน้ํามันเขา โอเปก กําหนด ราคาเรานี่จะทําอย่างไร ไม่เคยพูด กู้ ๆ แต่ไม่ได้บอกว่าจะไปกู้ที่ไหน ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านจริง ๆ ครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพูดออกมานี่ ผมไปดู ประวัติการเรียน อ๋อ เศรษฐศาสตร์ออกซฟอร์ด เฮ้ย พูดได้อย่างไร ผมนึกในใจ บอกจะกู้ เงินภายในประเทศ โดยเปึนตราสารพันธบัตร ท่านประธานครับ ดอกเบี้ยมันต่ํามันไม่มี โมทีฟ (Motive) ไม่มีแรงจูงใจ ใครเขาจะไปซื้อพันธบัตร ตอนต่างชาติเศรษฐกิจมันดี เราขายของได้ คนเขามองเห็นอนาคตนี่เขาบอกแล้วถังแตก ไม่มีสตางค์ซื้อพันธบัตร เขาไม่ซื้อ อ้าวจะไป โรดโชว์ญี่ปุ์น ญี่ปุ์นมีปัญหา จะไปอเมริกา โอบามา ก็ แคนนอน (Cannot) โน (No) ไม่มี และสําคัญที่สุดจะไปขายพันธบัตรที่ต่างประเทศ ท่านอย่า นําประเทศของผมไปสู่ความหายนะ เพราะแลกเปลี่ยนมันมีเรท เอกซเชนจ์ (Rate exchange) ถ้าเกิดไปแลกมาคิดเปึนเงินไทย วันหนึ่งพันธบัตรเปึนเงินไทยเท่านี้ เงินสกุล ต่างประเทศเขาราคาแพง ผมเรียกได้ว่าท่านทําร้ายประเทศชาติ ท่านทําให้บ้านเมือง ล่มจม ผมคิดว่าท่านไม่อยากทํา แต่ท่านรู้แล้วก็ไม่เปึนไร ถ้าไม่รู้ฟังจากผม ขายพันธบัตร ยาก ในประเทศตีบตัน ต่างประเทศลําบาก ด้วยความเคารพจริง ๆ ตราบใดยังมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปึนผู้ต้องหานี่ความสมาร์ท (Smart) มันยาก มันไม่มี เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมไม่ได้มาคอมเพลน (Complain) รัฐบาล ความคิดของผม แนวคิดของผม ผมศึกษา ผมอ่านจากของท่านทั้งนั้นที่ผมเอามาวิจารณ์
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องพูดและไม่หวังว่าใครจะประท้วง หนังสือพิมพ์มติชน เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ป้ ๒๕๕๒ ฉบับที่ ๓๒ ขอประทานโทษ ป้ที่ ๓๒ ฉบับที่ ๑๑๒๗๗ ราคา ๑๐ บาท ต้องขออนุญาตครับ เขาบอกว่าย้อนรอยพรรค ประชาธิปัตย์ แล้วบอกต่อ วิพากษ์ประชานิยม ทุนนิยมสามานย์ ผมไม่ระบุชื่อสมาชิก คนสําคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยพูดไว้ที่เคยวิจารณ์ไว้ที่เคยด่าว่า พันตํารวจโท ทักษิณ ไว้ เพราะสมาชิกท่านนั้นบางท่านไม่ได้เข้ามามีตําแหน่ง แต่ผมจะอ่านให้ฟัง ไม่ระบุชื่อ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านต้องเปึนแขกรับเชิญ คุณกอร์ปศักดิ์ ก็ต้องเปึนแขก รับเชิญ เพราะท่านได้แสดงความคิดเห็น แล้วหนังสือพิมพ์เขาลงมาว่า ย้อนรอย ปชป. เมื่อวันที่มีการสัมมนาพรรค ๑๓ สิงหาคม ๒๕๔๗ คนสําคัญพรรคประชาธิปัตย์ได้วิจารณ์ พันตํารวจโท ทักษิณ แล้วคําปรามาสในนโยบายประชานิยมบอกว่านโยบาย พันตํารวจโท ทักษิณ เปึนทุนนิยมสามานย์ และในวันเดียวกันนั้นแกนนําพรรค ประชาธิปัตย์ยังบอกว่ากองทุนหมู่บ้านในภาคอีสานกลายเปึนกองทุกข์กองหนี้ เปึนพันธนาการ เปึนนโยบายพักชําระหนี้ ๓ ป้ที่ผ่านมาไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาชําระ สุดท้ายไม่พ้นกู้ยืมเงินนอกระบบ เช่นเดียวกับหนี้กองทุนหมู่บ้านเท่ากับเปึนการซ้ําเติมหนี้ ให้สาหัสสากรรจ์มากขึ้น กองทุนนี้นับวันใหญ่โตน่ากังวล แกนนําพรรคประชาธิปัตย์ว่า อย่างนั้น เมื่อวันที่ ป้ ๒๕๔๔ พรรคประชาธิปัตย์ โดยท่านนายกรัฐมนตรี วันที่ท่านทักษิณ แถลงนโยบาย ป้ ๒๕๔๔ พรรคประชาธิปัตย์ โดยท่านนายกรัฐมนตรีวันที่ท่านทักษิณแถลงนโยบาย ท่านนายกรัฐมนตรีวันนั้นเขาบอกนะครับ มีนักการเมืองหนุ่มวัย ๓๗ ป้ ชื่ออภิสิทธิ์ลุกขึ้น อภิปรายนโยบายประชานิยมของรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณอย่างเผ็ดร้อน ทั้งนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน โดยเฉพาะ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ท่านอภิสิทธิ์ตั้ง คําถามกับนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขขณะนั้น