จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการเรียนฟรี 15 ปีของรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ของโครงการในการกระตุ้นเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กยากจนและเด็กด้อยโอกาส นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดงบประมาณเพื่อโครงการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ 15 ปี โดยมี 5 หมวดที่รัฐจะจัดสรรให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และเรียกร้องให้ชี้แจงรายละเอียดในโอกาสต่อไป
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบ สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กระผมขออนุญาตชี้แจง ทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกในกรณีประเด็นที่มีข้อซักถามและกรณีของการอภิปราย ในประเด็นของโครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพของรัฐบาล ซึ่งได้ตั้งงบประมาณไว้ ประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายฉบับนี้ ขออนุญาตชี้แจงทําความเข้าใจในบางประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไว้ในช่วงบ่าย แล้วก็ช่วงเย็นเฉพาะบางประเด็นที่จําเปึน และจะไม่ใช้เวลานานจนเกินไปครับ ท่านประธาน
ประเด็นแรก เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งได้อภิปรายสอบถามว่า โครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพนั้น ทําไมไม่ไปใช้งบประมาณปกติ หรือตั้งไว้ในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ คืองบประมาณในป้หน้า เพราะว่าการที่จะมาตั้งไว้ในงบกลางป้นั้นไม่มีประโยชน์ ในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ความจริงโครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพนั้น กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่าก็มีผลสําคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน แต่ขออนุญาตที่จะไม่ชี้แจงทําความเข้าใจในประเด็นนี้ แล้วกระผมเข้าใจว่าจะมีรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีจะได้ชี้แจงทําความเข้าใจต่อไป แต่ว่าอย่างไรก็ตามประเด็นหนึ่งที่ ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่า ความจริงถ้าสมมุติว่าโครงการนี้ไปตั้ง ในงบประมาณปกติ เปึนงบประมาณป้ ๒๕๕๓ นั้น แน่นอนว่า งบประมาณจะเริ่มใช้ได้ ก็เดือนตุลาคม ป้ ๒๕๕๒ ซึ่งนั่นหมายความว่าป้การศึกษาในป้หน้าก็จะเริ่มไปแล้ว อย่างน้อยก็หนึ่งภาคการศึกษา เพราะฉะนั้นโอกาสที่รัฐบาลจะปฏิบัติตามคํามั่นสัญญาที่ แถลงไว้ต่อรัฐสภาที่จะจัดให้มีโครงการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ ตั้งแต่ป้การศึกษาหน้าที่ จะมาถึงในเดือนพฤษภาคมป้นี้ ก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ เพราะจะไม่มีเงิน งบประมาณแผ่นดินมาใช้ในการดําเนินการ ตรงนี้จึงเปึนที่มาที่ทําไมจะต้องมาบรรจุไว้ใน งบประมาณกลางป้ที่จะขออนุมัติต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ขออนุญาตกราบเรียนว่า เปึนโครงการที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่ง อย่างน้อยที่สุด ก็เปึนเรื่องของการขยายโอกาสทางด้านการศึกษา เปึนการเป่ดโอกาสให้เด็กยากจน เด็กด้อยโอกาส เด็กชายขอบ และเด็กไทยทั่วทั้งประเทศได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา อย่างน้อยที่สุดรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็ได้กําหนดไว้ว่า รัฐจะต้องจัดการศึกษาให้กับ ประชาชน คนไทยทั่วทั้งประเทศได้มีโอกาสเรียนอย่างทั่วถึงเท่าเทียม เปึนระยะเวลา ๑๒ ป้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ว่ารัฐบาลนี้ทําเกินรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐบาลชุดนี้ มีวัตถุประสงค์ เห็นความสําคัญของการศึกษาที่ต้องการสร้างคน สร้างอนาคตให้กับ ประเทศ เพราะฉะนั้นโครงการนี้จึงเกิดขึ้นแทนที่จะเรียนฟรี ๑๒ ป้ ตามรัฐธรรมนูญ กําหนด ก็ขยายเวลาเปึน ๑๕ ป้ โดยจัดให้มีการเรียนฟรีตั้งแต่ชั้นอนุบาล ๑ เปึนต้นไป จนกระทั่งถึงชั้นประถมศึกษา ชั้นมัธยมศึกษา แล้วก็ไปถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมอนุบาล ๓ ป้ ประถมศึกษาตอนต้น จนถึงประถมศึกษาตอนปลาย ๖ ป้ มัธยมศึกษา ตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ๖ ป้ รวมแล้วก็เปึน ๑๕ ป้ นี่ก็คือเปัาหมายนโยบายของ รัฐบาลที่ของบประมาณต่อที่ประชุมแห่งนี้นะครับ อย่างน้อยที่สุดก็ขออนุญาตใช้เวลา ตรงนี้ชี้แจงทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกว่า คําว่า เรียนฟรี นั้นหมายความว่าอย่างไร คําว่า เรียนฟรี นั้น รัฐบาลนี้จะของบประมาณไปดําเนินการจัดการศึกษาฟรีให้ใน ๕ หมวดสําคัญ หมวดที่ ๑ ก็คือ จะฟรีในเรื่องของค่าเล่าเรียน หมวดที่ ๒ ก็คือ จะฟรี ในเรื่องของตําราเรียน ซึ่งวิชาหลักหมวดความรู้ทั้งหมด ๘ สาระความรู้ก็จะจัดตําราเรียน ให้ฟรีกับนักศึกษาทุกคนที่อยู่ในข่าย และประการถัดมาก็คือ จะฟรีในเรื่องของอุปกรณ์ การเรียน
ประการที่ ๔ ก็คือ จะฟรีในเรื่องของชุดนักเรียน
และสุดท้ายที่สําคัญยิ่งอีกประการหนึ่งก็คือ จะฟรีในเรื่องของกิจกรรม พัฒนาคุณภาพ ที่เปึนเช่นนั้นต้องจัดงบประมาณส่วนสุดท้ายไว้ด้วย ก็เพราะว่ารัฐบาลนี้ ไม่มีความประสงค์แต่เพียงที่จะต้องจัดให้มีการเรียนฟรีเฉพาะในเรื่องของการแจกตํารา หรือว่าชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และค่าเล่าเรียนแต่เพียงเท่านั้น แต่รัฐบาลนี้ ยังมีความประสงค์ที่ต้องการมุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพของการศึกษา ซึ่งเปึน ปัญหาสําคัญของการปฏิรูปการศึกษาในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาให้มีคุณภาพเพิ่มเติมขึ้น โครงการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ ๑๕ ป้ จึงเกิดขึ้น และเปึนที่มาที่ต้องมาของบประมาณ ต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ และนี่คือ ๕ หมวดที่รัฐจะจัดสรรให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และถือว่า เปึนมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการที่จะได้กําหนดไว้ แล้วก็จะชี้แจงในรายละเอียด ต่อไปเมื่อถึงเวลาอันควร เพราะไม่ต้องการจะใช้เวลามากเกินไปว่า คําว่า อุปกรณ์ การเรียนที่ฟรีประกอบด้วยรายการอะไรบ้าง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ กิจกรรมพัฒนาคุณภาพ จะประกอบด้วยกิจกรรมอะไรบ้าง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ซึ่งกระผมจะขออนุญาตชี้แจงในโอกาส ต่อไปเมื่อมีโอกาสอันควร แต่วันนี้ก็ขอกราบเรียนเฉพาะตรงนี้เพื่อให้ทราบโดยสังเขป
อย่างไรก็ตามมีประเด็นที่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้อภิปรายในสภาเมื่อตอน ช่วงเย็นที่กระผมจําเปึนจะต้องชี้แจง เพราะว่าไม่เช่นนั้นอาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด โดยเฉพาะสมาชิกท่านหนึ่งคือคุณสุนัย จุลพงศธร ได้อภิปรายในประเด็นของหนังสือเรียน กับประเด็นของชุดนักเรียน และกระผมเกรงว่าถ้าไม่ชี้แจงทําความเข้าใจก็จะเกิดความ เข้าใจผิดเกิดขึ้นได้ กรณีหนังสือเรียนนั้น คุณสุนัยได้อภิปรายไว้ว่ากระทรวงศึกษาธิการ ได้กําหนดราคากลางไว้ ซึ่งใช้ราคาขององค์การค้า สกสค. ซึ่งความจริงในอดีตคือองค์การ ค้าคุรุสภา กระผมขอใช้คําว่า องค์การค้าคุรุสภา ก็แล้วกัน เพื่อเกิดความเข้าใจร่วมกัน แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนชื่อแล้ว คุณสุนัยบอกว่ากระทรวงศึกษาธิการตั้งราคาหนังสือเรียน กําหนดเปึนราคากลางไว้ โดยใช้ราคาองค์การค้าคุรุสภา ซึ่งแพงกว่าราคาหนังสือเรียน ของเอกชนเปึนเท่าตัว แล้วคุณสุนัยก็นําตําราเรียนขึ้นมายกเปึนตัวอย่าง ๒ เล่ม ๓ เล่ม ๔ เล่ม แล้วก็เอาเล่มที่ ๑ เปรียบเทียบกับราคาเล่มที่ ๒ เอาเล่มที่ ๒ เปรียบเทียบ ราคาเล่มที่ ๓ เหล่านี้เปึนต้น แล้วบอกว่าเห็นไหมของเอกชนราคาถูกกว่าราคาองค์การค้า คุรุสภา แต่รัฐบาลกลับไปตั้งราคากลางเปึนราคาองค์การค้าคุรุสภา แต่สิ่งที่ท่านประธาน และเปึนนโยบายที่กระผมประกาศไปชัดเจน กระผมไม่มีนโยบายต้องให้กระทรวง เปึนผู้จัดซื้อ เพราะไม่ต้องการให้เกิดข้อครหานินทาแต่อย่างใดทั้งสิ้น แล้วไม่มี ความประสงค์จะไปหาประโยชน์ใด ๆ จากตําราเรียนของเด็ก สิ่งเหล่านี้เปึนนโยบาย ชัดเจนที่กระผมประกาศตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปที่กระทรวงศึกษาธิการ และทุกคนรับทราบ ว่าไม่มีนโยบายให้กระทรวงจัดซื้อ แต่จะให้เปึนหน้าที่ของโรงเรียนที่จะเปึนผู้ดําเนินการ และที่จําเปึนจะต้องให้โรงเรียนเปึนผู้ดําเนินการเพราะโรงเรียนจะเปึนเจ้าของตําราเรียนที่ จัดซื้อ เพื่อให้นักเรียนนําไปยืมเรียน ตําราเรียน ๑ ชุดจะใช้ให้มีการยืมเรียน ๓ ป้ เท่าที่ ตั้งใจไว้ และถ้าป้ไหน หนังสือเรียนส่วนไหนเสียก็อาจจะค่อยดําเนินการซ่อมแซม ตามป้งบประมาณไป แต่ความประสงค์ก็คือว่าจะต้องใช้หมุนเวียนเรียนกันประมาณ ๓ ป้ นี่เปึนนโยบายเบื้องต้น เพราะฉะนั้นโรงเรียนก็จะเปึนเจ้าของตําราเรียน และจะให้นักเรียน ได้ยืมเรียนเปึนรุ่น ๆ ไป และขณะเดียวกันโรงเรียนสามารถที่จะมีทางเลือกในการที่จะ จัดซื้อจากไหนก็ได้ จะซื้อจากองค์การค้าคุรุสภาก็ได้ จะซื้อจากสํานักพิมพ์เอกชนก็ได้ เพียงแต่กระทรวงศึกษาธิการจะตั้งงบประมาณให้กับโรงเรียนในการจัดซื้อต่อ ๑ ชุดตําราเรียน ต่อนักเรียน ๑ คน ในราคาที่ตั้งไว้ตามมาตรฐานขององค์การค้าคุรุสภา ซึ่งเมื่อไปดูเกณฑ์ โดยเฉลี่ยทั่วไปแล้วต่ํากว่าราคาหนังสือของเอกชนในคุณภาพมาตรฐานที่ใกล้เคียงกัน และกระผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานให้ได้รับความสบายใจประการหนึ่งว่า ราคาขององค์การค้าคุรุสภานั้น ไม่ใช่ราคาที่รัฐบาลชุดนี้หรือกระผมและรัฐมนตรีช่วย ทั้ง ๒ ท่านมากําหนดเอาตอนที่เข้ากระทรวงไม่กี่วันมานี้ แต่เปึนราคาที่กําหนดมาแล้ว ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ ตั้งแต่คุณสุนัยเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วรัฐบาลของคุณสุนัย เปึนรัฐบาล เปึนราคาที่กําหนดมาตั้งแต่นั่น จนปัจจุบัน ๖ ป้ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ยังเปึนราคาเดิมที่ใช้มาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน ๆ แล้วขณะเดียวกันงบประมาณ ที่กระทรวงศึกษาธิการตั้งให้ก็ใช่ว่าจะตั้งให้ตามราคาขององค์การค้าเท่านั้นที่ท่านบอกว่า แพง จะต้องตั้งในราคาลบอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ด้วย เพราะฉะนั้นราคาที่จัดงบประมาณ ให้ซื้อตําราเรียนเปึนราคาที่ต่ํากว่าราคาที่องค์การค้าคุรุสภาได้ประกาศขายไว้ที่หน้าปก อีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และเปึนราคาที่กําหนดมาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วในราคาเต็ม แต่รัฐบาลชุดนี้ยังลบอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ นี่คือสิ่งที่อยากขออนุญาตที่จะกราบเรียน ทําความเข้าใจเปึนประเด็นเบื้องต้น
ประเด็นที่ ๒ กรณีที่คุณสุนัยได้วิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของ องค์การค้าคุรุสภาว่ามีปัญหามาก มีการจ้างเอกชนพิมพ์ แทนที่จะไปพิมพ์เอง มีการขโมย ลิขสิทธิ์มีปัญหา จนกระทั่งปัจจุบันองค์การค้าคุรุสภาขาดทุนกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท พูดคล้าย ๆ กับทําความเข้าใจคล้าย ๆ กับว่ากระผมและรัฐบาลชุดนี้จะต้องเปึน ผู้รับผิดชอบต่อภาระขาดทุนที่องค์การค้าคุรุสภาดําเนินการมา ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานครับว่า ความจริง ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ขาดทุนนั้นขาดทุนมานานแล้วครับ ขาดทุนตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วแล้วก็รัฐบาลชุดก่อน รัฐบาลชุดที่แล้ว แล้วก็ขาดทุนมาโดยลําดับตลอด ตั้งแต่คุณสุนัยเปึนผู้แทนราษฎร แล้วตั้งแต่คุณสุนัยไปเปึนที่ปรึกษารัฐมนตรีศึกษาธิการ ยุคนั้นองค์การค้าคุรุสภา ก็ขาดทุน กระผมเพิ่งเข้ามาอยู่กระทรวงได้ ๑ เดือนครับ โดยประมาณ แต่อย่างไรก็ตาม ตรงนี้คือมรดกบาปที่รัฐบาลชุดนี้ต้องรับมาแน่นอน และกระผมกราบเรียนกับ ท่านประธานว่ากระผมก็เปึนผู้หนึ่งที่จะต้องเข้าไปรับผิดชอบต่อการแก้ปัญหาองค์การค้า คุรุสภาที่ขาดทุน ๓,๐๐๐ ล้านบาท หรือว่าจะกี่พันล้านบาทก็สุดแล้วแต่ในโอกาสต่อไป อันนี้ก็คืออีกประเด็นหนึ่งที่ขออนุญาตทําความเข้าใจ
ประเด็นที่ ๓ ในเรื่องของเครื่องแบบนักเรียน คุณสุนัยอภิปรายว่า กระทรวงศึกษาธิการตั้งราคาชุดนักเรียนให้แพงไว้ก่อน คล้าย ๆ กับทําให้คนเกิดความ เข้าใจว่าจะมีการหาผลประโยชน์ โดยตั้งชุดนักเรียนให้แพงเกินกว่าความเปึนจริง เวลาจัดซื้อจะได้มีเปอร์เซ็นต์เหลือ คุณสุนัยไม่ได้พูดคําว่าจะมีเปอร์เซ็นต์เหลือหรอกครับ แต่ผมอธิบายคําที่ท่านบอกตั้งราคาให้แพงไว้ก่อน ทําให้ประชาชนทั่วทั้งประเทศอาจจะ ตีความไปในลักษณะนั้นได้ และทําให้เกิดความเข้าใจผิดต่อตัวกระผมและ กระทรวงศึกษาธิการ แต่สิ่งหนึ่งที่กระผมขออนุญาตทําความเข้าใจก็คือว่า คุณสุนัยได้นํา กางเกงตัวหนึ่งมาแสดงกับท่านประธาน แล้วก็บอกว่ากางเกงตัวนี้ท่านไปซื้อมาราคา ๒๐๐ กว่าบาท เปึนกางเกงนักเรียน ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด จะสีกากีหรืออย่างไรนี่ครับ และท่านบอกว่านี่ตัวละ ๒๐๐ กว่าบาท แต่กระผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธาน ว่า นั่นกางเกง ๑ ตัวนะครับ แต่งบประมาณที่กระทรวงศึกษาธิการตั้งไว้สําหรับ ชุดนักเรียนนั้นไม่ได้ตั้งแพงไปกว่าความเปึนจริง และไม่ได้ตั้งแพงไว้ก่อนครับ ในทาง ตรงกันข้ามกลับ ตั้งไว้ถูกกว่าราคากางเกง ๑ ตัวที่คุณสุนัยเอามาแสดง ๒๐๐ กว่าบาทด้วยซ้ําครับ เพราะยกตัวอย่างชุดนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษา ไปจนกระทั่งถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย กระทรวงศึกษาธิการตั้งไว้ชุดละ ๑๕๐ บาท ถึง ๒๕๐ บาท นั่นแปลว่ามีทั้งเสื้อ ทั้งกางเกงนะครับ ๑๕๐ บาท ถึง ๒๕๐ บาท ถ้าเปึน เด็กโตก็ ๒๕๐ บาท ถ้าเปึนเด็กเล็กก็ ๑๕๐ บาท แล้วราคาก็ลดหลั่นกันลงไป แต่คุณสุนัย เอากางเกง ๑ ตัวมาโชว์ก็ ๒๐๐ กว่าบาทแล้วครับ เพราะฉะนั้นราคามันไม่ได้แพงเกินกว่า สิ่งที่มันควรจะเปึน และไม่ได้ตั้งราคาแพงไว้ก่อน และราคาชุดนักเรียนที่กระทรวงตั้ง ไม่ใช่นายจุรินทร์ตั้งนะครับ ข้าราชการประจําเปึนคนตั้งแล้วเสนอขึ้นมาว่า ราคานี้ เปึนราคาที่เขาไปสํารวจมาแล้วโดยใช้ราคาของบริษัทที่ได้ มอก. (มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) ๓๖ ราย แล้วเอามาดูกันว่าราคากลางมันอยู่ตรงไหน แล้วก็ เปึนราคาที่เปึนไปตามที่สํานักงบประมาณได้ระบุไว้ด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเปึนสิ่งที่ ต้องขออนุญาตชี้แจงทําความเข้าใจเลยครับว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้มีความประสงค์ หรือจุดความตั้งใจ หรือว่าได้ไปตั้งราคาให้แพงไว้ก่อนในเรื่องชุดนักเรียนแต่อย่างใด และ ขอกราบเรียนเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาลชุดนี้ยังไม่ได้จัดซื้อ ชุดนักเรียนแต่อย่างใดครับ แล้วกระผมกราบเรียนกับท่านประธานตรงนี้เลยว่า ผมไม่มี นโยบายให้กระทรวงศึกษาธิการจัดซื้อชุดนักเรียน แล้วก็แจกลงไปตามที่ต่างๆ กระผม จะไม่ทําอย่างนั้นครับ และประกาศต่อสภาตรงนี้เลยครับ แต่จะทําอย่างไรจะให้ แม่บ้านเย็บไหม กลุ่มแม่บ้านในหมู่บ้านเย็บ หรือว่าจะแจกเปึนเงินสดเหมือนคุณสุนัย แนะนํา หรือจะแจกเปึนคูปองแล้วระบุไว้เลยว่าต้องเอาไปซื้อชุดนักเรียนเท่านั้น หรือจะใช้ วิธีไหน กระผมไม่ตัดสินด้วยตัวเองครับ แล้วจะไม่ให้ข้าราชการตัดสินด้วยตัวเอง แต่ผม จะเริ่มต้นด้วยการรับฟังความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยจะฟังความเห็นจากผู้ปกครอง นักวิชาการที่อยู่ในวงการการศึกษา นักเรียน เขตพื้นที่การศึกษา ผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวง ทั้งหมด โดยกระผมระบุสั่งการไปแล้วครับ วันที่ ๓๐ ที่จะถึงนี้ วันศุกร์นี้ครับเราจะรับฟัง ความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ถ้าจะเรียกว่าทําประชาพิจารณ์ย่อย ๆ ก็น่าจะเรียกได้ ครับ โดยจะทําที่โรงเรียนสตรีวิทยา แล้วกระผมขออนุญาตให้เชิญจากต่างจังหวัดมาด้วย เพื่อมาร่วมให้ความเห็น โดยให้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเปึนเจ้าภาพ เวลา ๑๑ นาฬิกา จนกระทั่งถึงเย็น กระผมเรียนเชิญเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ และผู้สนใจ ทุกท่านโปรดช่วยให้ความเห็นว่าการจัดซื้อชุดนักเรียนและเรื่องอื่น ๆ นั้นควรจะดําเนินการ ด้วยวิธีใด โดยมีนโยบายประกาศชัดเจนว่า ขอให้ช่วยคิดวิธีที่ ๑. ประหยัดเงิน งบประมาณแผ่นดินให้ได้มากที่สุด ๒. โปร่งใสที่สุด และ ๓.ให้มีปัญหาในทางปฏิบัติ ตามมาน้อยที่สุด ที่กระผมต้องมีข้อ ๓ เพราะกระผมเข้าใจครับ การทํางานใหญ่แล้วก็ เกี่ยวพันกับคน ๑๐ กว่าล้านคน ปัญหาตามมาแน่นอนครับ ชุดนักเรียนเปึนอย่างไร อุปกรณ์การเรียนเปึนอย่างไร ตําราเรียนเปึนอย่างไร จุกจิกมากครับท่านประธานครับ แต่สิ่งหนึ่งที่กระผมตั้งเปัาไว้ก็คือ ให้ปัญหาในทางปฏิบัติตามมาน้อยที่สุด ถ้าเปึนเช่นนั้น ได้กระผมคิดว่ากระผมพอใจ กระทรวงพอใจ และกระผมก็มั่นใจว่าเพื่อนสมาชิกผู้มีจิตใจ เปึนธรรมก็ย่อมจะพอใจ นี่คือสิ่งที่อยากชี้แจงทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิก
-๙๕/๑ คุณสุนัยบอกว่าขณะนี้ท่านก็ไม่ได้ตําหนิกระผมหรอกครับ ท่านบอกว่ายังไม่มีการทุจริต กระผมก็ขออนุญาตขอบคุณคุณสุนัยที่ไม่ได้กล่าวหาว่ากระผมทุจริต แต่อย่างน้อยที่สุด ก็ขอบอกเพิ่มเติมครับว่าไม่ใช่แค่ปัจจุบันไม่มีทุจริต อนาคตก็จะไม่มีทุจริตครับ สําหรับตัว ของกระผม กระผมต้องการเห็นโครงการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพโปร่งใส ตรวจสอบได้ แล้วก็มีปัญหาในทางปฏิบัติตามมาน้อยที่สุดเหมือนกับที่กระผมกราบเรียน และถ้าใคร ทุจริตกระผมกราบเรียนกับท่านประธานครับ กระผมจะจัดการตามอํานาจหน้าที่ นี่คือ สิ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนทําความเข้าใจกับท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ขอบคุณครับ