ประเสริฐ จันทรรวงทอง หารือเรื่องงบประมาณที่ไม่ได้แก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาการส่งออก การว่างงาน และการท่องเที่ยว โดยวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลที่ให้เงิน 2,000 บาท โดยไม่เกิดประโยชน์ให้กับการกระตุ้นเศรษฐกิจ และไม่ฟังคำแนะนำของนักวิชาการหลายคน นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเยียวยาและมาตรการช่วยเหลือคนที่มีงานทําแต่ตกงาน และเรียกร้องการจัดงบประมาณที่เป็นธรรมให้กับจังหวัดทุกแห่ง รวมถึงกรุงเทพมหานคร
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณนั้นเปึนเครื่องมือที่สําคัญที่สุดในการบริหาร ประเทศของเรา แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อได้ศึกษาดูงบประมาณฉบับเพิ่มเติมฉบับนี้แล้วรู้สึก ผิดหวังครับ เพราะว่างบประมาณฉบับนี้นั้นไม่ได้แก้ไขปัญหาที่ประเทศของเรากําลัง เผชิญอยู่แต่อย่างใด ปัญหาทางเศรษฐกิจที่ประเทศของเรากําลังเผชิญอยู่นั้น ก็คือเรื่องของการส่งออก เรื่องของการว่างงาน เรื่องของการท่องเที่ยว ทั้ง ๓ เรื่องนั้น เปึนเรื่องหลักที่รัฐบาลนี้และประเทศนี้กําลังเผชิญหน้าอยู่ สิ่งที่อยากกราบเรียนก็คือว่า เมื่อได้ดูรายงานงบประมาณฉบับนี้แล้วเปึนรายงานที่ได้เขียนขึ้นเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ บอกว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นจะอยู่ที่ ๓–๔ เปอร์เซ็นต์ แต่ข้อมูลดังกล่าวนั้นเปึนข้อมูลที่เกิดขึ้นก่อนที่พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยนั้นจะได้ทําการบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และหลังจากนั้นมีนัก เศรษฐศาสตร์หลายคนได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ของประเทศนั้นไม่น่าจะเกินอยู่ที่ร้อยละ ๐ หรือไม่น่าจะเกิน ๒ เปอร์เซ็นต์ และยิ่งได้มาดู แผนงานที่รัฐบาลกําหนดไว้ในขอบเขตในงบประมาณนี้ดูแล้วยิ่งเศร้าใจ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เรียกว่าหมอนั้น ถ้าเปึนหมอนั้นรักษาไม่ตรงโรค ถ้าเปึนโรคคันนั้นก็เกา ยังไม่ถูกที่คัน ผมจะขออนุญาตท่านประธานได้เข้าสู่รายละเอียดนะครับที่ผมได้ตั้ง ข้อสังเกตไว้ ๓–๔ เรื่อง
เรื่องแรกนั้นก็คือ โครงการช่วยเหลือภาคประชาชนและบุคลากรภาครัฐ ซึ่งรัฐบาลนั้นได้ตั้งไว้ ๑๘,๙๐๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้ผมเองกราบเรียนว่าการที่ เอาเงิน ๒,๐๐๐ บาทนั้นไปช่วยบุคคลที่มีรายได้ต่อเดือนนั้นไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท นั้นเปึนเรื่องที่เปึนงบประชานิยมที่ยังมีข้อกังขาอยู่เยอะ ในอดีตที่ผ่านมานั้น มีงบประชานิยมที่เปึนที่นิยมของพี่น้องประชาชนในยุครัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร เงินกองทุนหมู่บ้านถือว่าเปึนงบประชานิยม เงินเอสเอ็มแอลถือว่าเปึน งบประชานิยม แต่งบประชานิยมในขณะนั้นเขาใส่องค์ความรู้ไปด้วย หมายถึงว่าการให้ งบประชานิยมไม่ได้ให้ใช้เงินโดยไม่ให้ประชาชนไม่ใช้ความคิดแต่อย่างใด เขาใส่ความรู้ ให้ประชาชนนั้นรู้จักคิด รู้จักกระบวนการแห่งความคิด แล้วก็เงินจํานวนนั้นที่ลงสู่หมู่บ้าน สู่ระบบเศรษฐกิจนั้น เกิดระบบมัลติไพลเออร์ (Multiplier : ตัวคูณ) หรือเงินนั้นเกิดกระบวนการ ใช้ได้หลาย ๆ ต่อ แต่เงินที่เกิดจากการที่นโยบายรัฐบาลนี้จะให้ ๒,๐๐๐ บาทนั้นเปึนเงิน ที่ให้เปล่า ผมคิดว่าวิธีการให้เงินเปล่านั้น เปึนเงินที่ไม่เกิดประโยชน์ให้กับการกระตุ้น เศรษฐกิจและน่าจะเปึนวิธีท้าย ๆ ที่ไม่สามารถเปึนวิธีอื่นที่สามารถปฏิบัติได้แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องนี้มีนักวิชาการหลายคนได้เคยท้วงติง แต่รัฐบาลไม่ได้ ฟังเลย ท้วงติงบอกว่าการเอาเงินนั้นไปให้โดยเปล่าประโยชน์ ๒,๐๐๐ บาทนั้นจะไม่ ก่อให้เกิดรายได้ในภาพรวม หรือจีดีพีแต่อย่างใด นักวิชาการหลายท่านยังได้แนะนําว่า ถ้าจะให้ดีช่วยไปลดเงินที่นําส่งค่าประกันสังคมที่ลูกจ้างจะต้องเอาเงินจํานวนนั้นส่งให้กับ ภาครัฐ น่าจะแก้ไขเงินจํานวนนั้นดีกว่า แต่รัฐบาลไม่ได้ฟังแต่อย่างใด ท่านประธานที่ เคารพครับ ผมได้ฟังท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง พูดตอนเช้านั้น รู้สึกว่ามั่นใจ นะครับว่าเงินจํานวนนี้นั้นเหมือนกับว่าเอาไปซื้อเสียงล่วงหน้าให้กับชาวบ้านในอนาคต นั่นเปึนเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ก็คือ เรื่องของโครงการฟุ๋นฟูและสร้างความเชื่อมั่นในประเทศ ตั้งงบประมาณไว้ ๓๒๕ ล้านบาท เงินจํานวนนี้ตั้งไว้ที่กระทรวงต่างประเทศ อยากจะเรียน ถามรัฐบาลว่า วันนี้ภาพลักษณ์ของประเทศเรานั้นเสียหายอย่างยิ่ง เงินจํานวนนี้ต้อง กราบเรียนว่าน้อยเกินไป แล้วก็ไม่น่าไปตั้งที่กระทรวงการต่างประเทศ น่าจะตั้งเปึน งบกลาง แล้วให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ดูแลเอง แล้วก็ตั้งในยอดวงเงินที่สูงขึ้น ที่ผมต้องกราบเรียนเช่นนี้ก็เนื่องจากว่าผมไม่ได้มีความเชื่อมั่นเลย ไม่ได้มีความเชื่อมั่น ต่อภาพลักษณ์ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแต่อย่างใดว่าจะสามารถ กู้ภาพลักษณ์ของประเทศของเราให้ปรากฏแก่ชาวโลกได้ดีขึ้น แล้วก็ดูสาระสําคัญ ในรายละเอียดแล้วก็เปึนเรื่องของการประชุมอาเซียน เรื่องของการจัดประชุมต่าง ๆ ไม่ได้ เกี่ยวกับการฟุ๋นฟูภาพลักษณ์ต่อนานาอารยประเทศแต่อย่างใด
เรื่องที่ ๓ เรื่องโครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน ท่านตั้งไว้ ๖,๙๐๐ ล้านบาท ให้สําหรับนักศึกษาและผู้ว่างงาน กลุ่มคน ๒ กลุ่มนี้เปึนกลุ่มที่ยังไม่มีงานทํา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมอยากเรียนถามว่าวันนี้มีบริษัทหลายแห่งในประเทศของเรา ที่จังหวัด นครราชสีมาเอง โรงงานซีเกทได้ปลดคนงานออกสัปดาห์ที่แล้ว ๔๐๐ คน โรงงานชินเอ ซึ่งเปึนโรงงานผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ปลดคนงานออกประมาณ ๗๐๐ คน เพื่อนผม เปึนผู้จัดการโรงงานอยู่ที่จังหวัดระยอง ชื่อโรงงานไทยคอปเปอร์มีคนงานประมาณ ๑,๐๐๐ คน วันนี้ป่ดโรงงาน อยากจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล บอกว่าคนที่ มีงานทําอยู่แล้ว และต้องมีภาระที่จะต้องรับผิดชอบครอบครัว แล้วกําลังจะกลายเปึน คนตกงาน รัฐบาลไม่มีแนวคิดเลยหรือครับ ว่าจะมาเยียวยาและมีมาตรการที่จะช่วยเหลือ คนเหล่านี้ เพราะว่าคนเหล่านี้เปึนบุคคลที่เคยมีงานทําแต่วันนี้ตกงาน แต่รัฐบาลกลับไป ให้ความสําคัญกับคนที่ยังไม่มีงานทํา แล้วก็ผู้ว่างงาน ผมยังให้เห็นถึงความสําคัญของ คนที่ตกงานและยังไม่มีงานทําที่มากกว่า
ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสังเกตข้อต่อไปก็คือเรื่องของโครงการ สนับสนุนการท่องเที่ยว รัฐบาลตั้งงบประมาณไว้ ๔๕๓ ล้านบาท จริง ๆ แล้วเมื่อเข้าไปดู ในรายละเอียดในหนังสือเล่มใหญ่แล้วก็ยิ่งแปลกใจนะครับ เพราะรายละเอียด ในงบประมาณนั้นเปึนงบประมาณที่จัดขึ้นแทบทุกโครงการนั้นปรากฏแผนงานในจังหวัด เขตจังหวัด ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้แทบทั้งสิ้น วงเงิน ๔๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ในสมัยที่รัฐบาลนี้เคยเปึนฝ์ายค้าน ได้เคยวิจารณ์บอกว่า การจัดงบประมาณที่มีลักษณะ กระจุกตัวแต่อยู่ที่เดียวนั้นไม่เปึนธรรม แล้วก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานา แต่เมื่อ มาถึงท่านเปึนรัฐบาลเองงบการท่องเที่ยว ๔๕๓ ล้านบาท ท่านจัดลงเฉพาะจังหวัดในเขต ภาคใต้แทบทุกโครงการ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลนะครับ ภาคอื่นเขาไม่มีความสําคัญหรืออย่างไร ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง แม้กระทั่งกรุงเทพมหานคร แทบไม่ได้ใบบุญจากงบประมาณที่ท่านตั้งไว้ ๔๕๓ ล้านบาท แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามข้อสังเกตข้อที่ ๔ ของผมก็คือว่าเงินประชานิยมที่ท่านช่วยเหลือ ผู้สูงอายุนั้น หรือแม้กระทั่ง อสม. ก็ตาม จริง ๆ เห็นด้วยนะครับ ๒ กลุ่มนี้เปึนบุคคล ที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ แต่น่าจะตั้งเปึนงบปกติ แล้วก็ถ้าจะให้ดีเอามันทุกป้เลย นะครับ ให้ผู้สูงอายุและ อสม. เขามีกําลังใจในการทํางาน ท่านตั้งแบบเฉพาะ ๖ เดือน แล้วก็ไม่รู้ว่าอนาคตกลุ่มคนเหล่านี้จะได้รับเงินค่าตอบแทน หรือเงินสวัสดิการอย่างไร อีกต่อไปหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วมีหลายประเด็น แต่ผมยกขึ้นมาเปึน เพียงบางประเด็น ผมอยากเห็นรัฐบาลนี้ได้ใช้เงินให้มันถูกสมกับที่พี่น้องประชาชน ได้เสียภาษี แล้วก็แก้ปัญหาให้ตรงจุดเรื่องการส่งออก เรื่องปัญหาคนว่างงาน แล้วก็เรื่อง อะไรต่าง ๆ ที่จะทําให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนมีชีวิตและความเปึนอยู่ที่ดีขึ้น อยากจะ กราบเรียนว่าไม่เชื่อว่าท่านสามารถจะหาเงินเข้ามาแก้ไขในเรื่องดังกล่าวได้ แต่อยากจะ ติงท่าน ท่านอย่าไปรีดภาษีชาวบ้านนะครับ เมื่อหาเงินไม่ได้แล้วท่านอย่าหาวิธีการเก็บ ภาษีชาวบ้านเพิ่มเติมมากขึ้น เดี๋ยวชาวบ้านเขาจะได้รับความเดือดร้อนในสถานการณ์ ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใช้เวลาพอสมควร กราบขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ข้อสังเกต ๓-๔ ข้อตั้งไว้ให้รัฐบาลไว้พิจารณาต่อไป ขอกราบขอบคุณครับ