สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒๘ มกราคม ๒๕๕๒

กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ หารือเรื่องปัญหาคนว่างงานและเศรษฐกิจที่ล่มสลาย และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี พยายามที่จะนั่งฟังแล้วก็รวบรวม คําถามนะครับของท่านสมาชิกทั้งซีกฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้าน ขณะเดียวกันก็พยายาม เดาใจด้วยนะครับพี่น้องประชาชนที่อาจจะนั่งดูโทรทัศน์อยู่หรือว่าฟังวิทยุอยู่ว่าจะใช้เวลา ในช่วง ๒๐ นาทีให้ได้ประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร มันมีคําถามซึ่งอยู่ในใจหลาย ๆ คน นะครับว่า ปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้สิ่งที่รัฐบาลกําลังทํานี่มันจะได้ผลจริงหรือเปล่า เพราะ บางคนก็พูดเลยว่า ไม่เชื่อและเห็นว่าเปึนการใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย แต่บางท่านเท่าที่ผม ไปตระเวนพบปะมาก็เชื่อว่าตรงนี้น่าจะช่วยได้บ้าง ผมว่าถ้าเราเข้าใจในปัญหานี้เราก็ อาจจะเดาได้พอสมควรว่าสิ่งที่ทําอยู่นี่มันมีเหตุผลดีหรือเปล่า ปัญหาเศรษฐกิจที่ล่มสลาย โดยเฉพาะในเรื่องของสถาบันการเงินในต่างประเทศนี่ครับ มันมีผลกระทบกับประเทศไทย ค่อนข้างจะน้อยนะครับ แต่พอดีสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขานี่ทําให้เขาจนลงไปเยอะครับ กําลังซื้อ ของคนทางซีกตะวันตกนี่มันหายไปหมด หายไปหมดก็เพราะว่าผลประกอบการของ บริษัททั้งหลายเขาขาดทุนครับ เจ๊งครับ หุ้นก็ลงครับ ความมั่งคั่งของคนที่อยู่ในซีก ตะวันตกนี่หมดเลยครับ พอดีคนพวกนี้ก็เปึนลูกค้าของเราเสียด้วย ถ้าอยากจะ เปรียบเทียบประเทศไทยเปึนบริษัทนี่ครับ เวลานี้อยากจะขายของให้ใครเขาก็อยากจะซื้อ แต่เขาไม่มีเงินเขาจนลงไป ประเทศเราสวยงาม คนของเราน่ารักเราอยากให้เขามาเที่ยว จะได้เอาเงินมาใช้ เขาก็จนลงไป เที่ยวน้อยลงไปอีก ประเทศไทยที่เปึนบริษัท ประเทศไทย นี่ก็เดือดร้อนเพราะไม่มีรายได้ เวลาเราไม่มีรายได้ ก็หมายความว่าใครที่ผลิตสินค้าขายก็ไม่มีคนซื้อ พอไม่มีคนซื้อ เคยผลิตมีโอที ก็ไม่มีโอที เคยจ้างคนงานให้ทํางาน ๕ วัน ๗ วัน ก็ลดเหลือ ๓ วัน เพราะฉะนั้นดูดี ๆ แล้วก็เห็นชัดเจนว่ามันเปึนปัญหาของเรื่องของคนว่างงาน ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ว่าเศรษฐกิจตรงนี้มีปัญหาอะไร เปึนปัญหาของคนว่างงาน ที่ซ้ําร้ายก็คือเปึนปัญหาของคนที่มีงานอยู่แล้วกําลังวิตกกังวลมากว่าตัวเองจะว่างงานใน อนาคตอีก เมื่อรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ พิจารณาตรงนี้แล้วและเข้าใจว่า ความมั่นใจของคนในประเทศมันไม่มีเหลืออยู่อีกเลย ทําอย่างไรครับ มันก็มีได้หลายทฤษฎี นะครับ เราได้ยินได้ฟังธนาคารแห่งประเทศไทยเขาวิเคราะห์ แล้วเขาก็บอกว่าสภาพคล่อง แห่งการเงินของประเทศไทยไม่มีปัญหา พูดกันจริง ๆ ก็คือเขาบอกว่าสภาพคล่อง ของสถาบันการเงินระหว่างกันไม่มีปัญหา คือธนาคารที่เราเห็นนี่เขากู้กันตลอดเวลา นะครับ เขาไม่มีปัญหา เขากู้กันได้ แต่พอบอกว่ามาให้พวกเรากู้ เขาบอกไม่มีทาง ความหมายคือสภาพคล่องระหว่างธนาคารนี่มันไม่มีปัญหา แต่สภาพคล่องระหว่าง ธนาคารกับลูกค้ามีปัญหามากครับ มีปัญหามาก เพราะโรงงานก็ขายของไม่ได้ ธนาคาร มองเห็นโรงงานว่าเจ๊งแน่ ใครเขาจะให้กู้ครับ มีวงเงินอยู่ ๑๐ ล้านบาท เขาก็ลดเหลือเพียง ๕ ล้านบาท ใครคิดอยากจะสร้างอะไรใหม่ เขาก็บอกอย่าไปทําเลยไม่มีทาง เขาเข็ดครับ ป้ ๒๕๔๐ ตอนต้มยํากุ้งนี่ สถาบันการเงินของเราล่มสลายหมด แต่วันนี้แข็งแกร่ง แข็งแกร่งแต่ว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อน แต่เขาแข็งแกร่งไปได้ไม่นานหรอกครับ ถ้าหาก เราปล่อยให้เศรษฐกิจมันไปในสภาพอย่างนี้ คําว่า เศรษฐกิจไปในสภาพอย่างนี้ เปึน อย่างไรครับ เดือนธันวาคม คนว่างงานเพิ่มขึ้นกว่าปกติประมาณ ๑๐,๐๐๐ ราย มกราคม ๒๐,๐๐๐ ราย กุมภาพันธ์ จะถึงนี่น่าจะอีก ๓๐,๐๐๐ ราย ทุกเดือนเพิ่มขึ้นอย่างนี้ แล้วเรา จะทําอย่างไรกันครับ สิ่งที่เรากําลังมองอยู่ในขณะนี้ ก็คือวิธีดีที่สุดต้องเร็วครับ ต้องเร็ว ในที่นี้หมายความว่าต้องสร้างกําลังซื้อ คนที่จะไปกู้เงินจากธนาคารได้มีอยู่คนเดียวครับ ขณะนี้คือรัฐบาล พูดง่าย ๆ ว่าประชาชนกู้ไม่ได้ รัฐบาลกู้มาแล้วเอามาให้ประชาชนครับ ตรงนี้ครับ มันเปึนการสร้างกําลังซื้อให้กับประชาชน คําถามก็มีว่าการสร้างงาน สร้างกําลังซื้อให้กับประชาชนเขาทํากันวิธีไหน มันก็มีอีกหลายวิธีเหมือนกัน หลายคนบอกว่า เอาเงินไปทําโครงสร้างพื้นฐาน เราจะได้แข็งแกร่ง หลายคนบอกว่าเอาไปทําถนนไร้ฝุ์นเถอะ พี่น้องประชาชนจะได้มีเส้นทางคมนาคมที่ดี หลายคนบอกว่าไปทําท่าเรือ หลายคน บอกว่าไปทําอุโมงค์รถไฟฟัาใต้ดิน ดีหมดครับ แต่ถามว่าทําอย่างนั้นแล้วเมื่อไรเม็ดเงินมัน จะถึงมือประชาชน หมายความว่าถ้าเราลงทุนอย่างนั้นในวันนี้ โดยเราไม่มีมาตรการ พิเศษที่จะต้องกระตุ้นกําลังซื้อโดยเร็วนี่จะเกิดอะไรขึ้น กุมภาพันธ์ก็ว่างงานอีก ๓๐,๐๐๐ ราย มีนาคมก็ว่างงานอีก ๔๐,๐๐๐ ราย รวมเบ็ดเสร็จแล้วเดี๋ยวเดียวก็ถึง ล้านรายครับ พอถึงเวลานั้นเราเดือดร้อนกันหมดครับ สิ่งที่รัฐบาลทํา รัฐบาลจึงตัดสินใจ ซึ่งจริง ๆ ก็เปึนการตัดสินใจที่วางอยู่ในพื้นฐานที่ไม่ได้แตกต่างจากประเทศอื่นเลยนะครับ เราบอกว่าถึงเวลาแล้วในอดีตที่ผ่านมาทุกป้ ๆ เราเก็บเงินภาษีจากพี่น้องประชาชน วันนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะคืนเงินภาษีให้กับประชาชน แต่ระบบของเรามีปัญหา ระบบของเรามีปัญหา เพราะว่าพี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อายุ ๑๘ ป้ ขึ้นไปมีอยู่ ๔๐ กว่าล้านคน แต่ถ้าหากไปเป่ดดูตัวเลขของกรมสรรพากรว่า ใครบ้างเสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดา มีอยู่ ๘ ล้านกว่าคน น้อยมาก แล้วในจํานวน ๘ ล้านกว่าคน กลายเปึนคนที่มีรายได้ค่อนข้าง จะดีด้วยซ้ํา เพราะเรามี ซีลิ่ง (Ceiling : เพดาน) เรามีเพดานไว้เลยครับ ว่าใครมีรายได้เท่านี้ ต่ําลงมาไม่ต้องเสียภาษี คือ ประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท เราตั้งคําถามกับตัวเราเองครับ ถ้าเรา จะส่งเงินไปใส่ในมือพี่น้องประชาชน น่าจะเปึนสิ่งที่ดีที่สุด แต่มีคําถามว่า ใส่มือเขาแล้ว เขาเอาเก็บกลับไปฝากที่แบงก์อีกหรือเปล่า ที่สถาบันการเงินอีกหรือเปล่า ตรงนั้นก็น่า กังวล แต่พอไปดูตัวเลขของกรมสรรพากรแล้วเราบอกใช้ไม่ได้ เพราะตัวเลขที่ กรมสรรพากรมีสําหรับคนที่มีรายได้ ๓๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ขืนเอาเงินไปให้อีกเขาก็เก็บไป เปึนเงินฝากอีกละครับ พูดง่าย ๆ ว่าเราอุตส่าห์ไปกู้มาให้เขา เขาก็กลับไปเก็บอีก เราจึง หมุนครับ หมุนกลับไปดูที่สํานักงานประกันสังคม ตรงนี้เปึนประเด็นที่ผมอยากจะ กราบเรียนนิดหนึ่ง เราไม่ได้สนใจว่า มันอยู่ที่หน่วยงานที่ไหนครับ มันไม่ใช่ประเด็นนั้น พอดีในระบบการจัดระบบงบประมาณมันจะต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ มันถึงไปลงที่ กระทรวงแรงงาน สํานักงานประกันสังคมมันไม่ได้เกี่ยวหรอกครับ มันเปึนแต่เพียงฐาน ตัวเลขที่เราอยากจะรู้ว่า ถ้าเราจะเอาเงินภาษีไปให้พี่น้องประชาชนนั้นต้องมีตัวตนครับ และต้องเปึนคนที่มีรายได้น้อย เราเข้าไปดูในฐานภาษีทั้งหมดครับ โทษครับ ในเรื่องของ ประกันสังคม ปรากฏว่ามีคนที่เราเรียกว่ามนุษย์เงินเดือน จ่ายเงิน ๕ เปอร์เซ็นต์ ส่งประกันสังคมทุกเดือน ๆ ถูกหักจากเงินเดือนนี่ครับ มีอยู่ ๙ ล้านกว่าคนในจํานวน ๙ ล้านกว่าคน ปรากฏว่ามีอยู่ยอดหนึ่งที่จ่ายเหมือนกันหมดไม่ว่าเงินเดือนเท่าไร คือ ยอด ๗๕๐ บาท นั่นก็คือ ๕ เปอร์เซ็นต์ ของ ๑๕,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นเวลาเราไปดูว่ามีกี่คนที่ จ่าย ๗๕๐ บาท ตัวเลข ๑ ล้านกว่าคน รวมถึงคนที่อาจจะมีเงินเดือนถึงเปึนแสนบาท ด้วยซ้ํา ตรงนั้นคือที่มาครับ เราถึงตั้งว่าเอาเปึนว่า ๑๔,๙๙๙ ก็แล้วกันเราถึงได้ตัวเลขมา ชัดเจนว่า ๘.๑๓ ล้านคน ได้แล้วครับ เราจับตัวได้แล้ว คนเหล่านี้เราถือว่า ถ้าเราให้เงิน เขา เขาจะไปซื้อของที่จําเปึน คําถามก็มีอยู่ว่าหลายคนบอกว่าคนเงินเดือน ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท เขาไม่ซื้อของหรอก เข้าใจผิดแล้วครับ ในจํานวน ๘ ล้านกว่าคนมีถึง ๗ ล้านกว่าคนครับ เงินเดือน ต่ํา ๑๐,๐๐๐ บาทครับ ผมถามวันนี้พวกเราที่เปึนผู้แทนราษฎร แล้วก็ออกไปพบชาวบ้าน เงินเดือน ๑๐,๐๐๐ บาทสมัยนี้ ไม่ใช่มีสตางค์นะครับ เหนื่อยนะครับ เพราะฉะนั้นเราจึงมี ความมั่นใจครับ เพราะเราดูสถิติอย่างที่สหรัฐอเมริกาเขาทํา เขาแจกคนชั้นกลางด้วย และมีคนไปสํารวจแล้ว ปรากฏว่าที่ไหนที่ไปคนชั้นกลางไปเขาไม่ใช้สตางค์ เพราะไม่มี ความมั่นใจเก็บไว้ก่อนดีกว่า เพราะยังเก็บได้อยู่มันก็ไม่เกิดผลในเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ เท่ากับในจุดที่เขาไปใช้กับคนที่ค่อนข้างจะยากจน ในระบบเราหาตัวเจอ ๘ ล้านกว่าคน เรากลับไปดูว่ามีในระบบอีกส่วนหนึ่งที่เรียกว่าเปึนมนุษย์เงินเดือนเหมือนกัน คือ บุคลากร ภาครัฐ ตรงนี้เรามีตัวเลขชัดเจนเลย เราไปได้มาอีกครับ ได้มาอีกจํานวนทั้งสิ้นนะครับ ๑,๓๒๖,๐๐๐ คน ในส่วนนี้คือมีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ถามว่ามีใครบ้าง เพราะตรงนี้ เปึนคําถามตลอด ข้าราชการพลเรือน ครู ตํารวจ ลูกจ้างประจํา ลูกจ้างชั่วคราว ข้าราชการ ทหาร ข้าราชการบํานาญ เจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล สารวัตรกํานัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ์ายปกครอง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ์ายรักษาความสงบ อาสาสมัครทหารพราน อาสารักษาดินแดน รวมทั้งหมด ๑,๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน เจอตัว ครับ คือเวลาเราจะเอาเงินคืนเขาอยู่ดี ๆ เอาไปคืนไม่ได้ครับ เราต้องเจอตัวครับ มีอีก นะครับ ยังมีในส่วนที่เปึนในส่วนบุคลากรภาครัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ครูโรงเรียนเอกชน ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งหมดก็อีกส่วนหนึ่งประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน เราเจอตัวหมดครับ คนเหล่านี้คือคนที่เสียภาษีมาตลอดเวลา ไม่ว่าทางหนึ่งก็ทางใด ความจริงเราอยากจะให้ ทั้ง ๔๐ กว่าล้านคนด้วยซ้ํา แต่มันไม่ได้อยู่ในระบบครับ เราจึงต้องหาวิธีช่วยอย่างอื่น สรุป ก็หมายความว่า คนที่เราเจอตัวขณะนี้ ที่เจอตัวขณะนี้เกือบ ๑๐ ล้านคน แล้วอีก ๓๐ ล้าน คนละครับเราช่วยเขาอย่างไร อีก ๓๐ ล้านคนแน่นอนครับมีส่วนหนึ่งที่ไม่ต้องการความช่วยเหลือ เพราะท่านพออยู่ได้ กําลังซื้อท่านมี เพียงแต่ท่านยังไม่ค่อยมั่นใจเท่านั้น เราเข้าไปดูครับ พอดีพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคก็มีนโยบายที่ค่อนข้างจะสอดคล้องกัน เราบอก ถึงเวลา แล้วเราช่วยผู้สูงอายุของเราดีกว่า เพราะมีหลายล้านครับ ตัวเลขในวันนี้บอกว่าประมาณ ๗ – ๘ ล้านคน แต่ถ้าหากคนที่อยู่ในระบบนี่ก็จะหักออกไปส่วนหนึ่ง คําถามก็คือว่าแล้วมี เท่าไร นี่คือสิ่งที่ไม่เปึนระบบของประเทศเรา คือว่าคนของเราไม่ได้อยู่ในระบบครับ ก็โดย สรุปหมายความว่าในส่วนของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเราก็จัดให้ประมาณ ๕ ล้านคน จัดอยู่ แล้วโดยท้องถิ่นล้านกว่า ๑ ล้าน ๘ แล้วก็มีอีก ๕ แสนที่ท้องถิ่นเขาจัด เราจะเพิ่มให้อีก ๓ ล้าน ตัวเลขยังไม่นิ่งจนกว่าจะมีการลงทะเบียนครับ คําถามก็มีอยู่ว่าถ้าฉันอยู่นอก ระบบแต่ฉันเปึนมหาเศรษฐี ฉันไปลงทะเบียนแล้วจะได้เดือนละ ๕๐๐ ไหม ได้ครับ แต่ผม กําลังจะบอกท่าน ส.ส. ว่าไปช่วยบอกท่านเหล่านั้นว่าช่วยรัฐหน่อยเถอะครับ อย่าไป ลงทะเบียนเลยครับ เพราะท่านช่วยเหลือตัวของท่านเองได้ จะเปึนการช่วยประหยัด งบประมาณ แต่ถ้าท่านคิดว่าท่านจําเปึนท่านไปลงทะเบียนแล้วก็มีการตรวจสอบท่านก็ได้ ครับ ในส่วนนี้เราหาได้อีก ๕ ล้านแล้วนะครับ เมื่อกี้เรามีอยู่ ๙ นี่บวกอีก ๕ เปึน ๑๔ ล้าน แล้วครับ มีอีกครับ นโยบายในเรื่องการรักษาสุขภาพเชิงรุกที่เรามีอยู่ขณะนี้เห็นชัดเจนว่า เราต้องเพิ่มงานอย่างหนักให้กับ อสม. และพอดีเปึนนโยบายของพรรคอยู่แล้วได้อีก ๘ แสนกว่าครับ ตรงนี้คือการสร้างกําลังซื้อ บางส่วนเปึนนโยบายของพรรค บางส่วนเปึน ครั้งเดียว ๒,๐๐๐ บาทครั้งเดียว อสม. ตลอดไปเลยครับ ตอนนี้เปึนงบกลางป้ก็จัดแค่ ๖ เดือน ป้หน้าก็จัดต่อ ผู้สูงอายุตอนนี้จัด ๖ เดือน ป้หน้าก็ต้องจัดต่อ เพราะฉะนั้นในส่วน นี้ครับก็จะเห็นภาพชัดว่าเปึนบุคคลที่เปึนคนไทยและมีสิทธิ แต่พอดีไม่ได้ทั้งหมดด้วย เหตุผลว่าไม่ได้อยู่ในระบบ จึงมีคําถามว่าพี่น้องเกษตรกรที่ยากจนของเราส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ อยู่ในระบบ เราช่วยอะไรเขา ช่วยครับ เราช่วยเพราะว่าจริง ๆ แล้วก็เปึนสิ่งที่รัฐบาลที่แล้ว ทํามาก่อน คือเรื่องการแทรกแซงผลผลิตทางการเกษตรเพื่อให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากนั้นนะครับ มันก็จะมีในส่วนที่เรียกว่าถ้าไม่เอาเงินไปใส่ในมือเราก็ช่วยลด ค่าครองชีพเขา อย่างที่ท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ได้พูดเมื่อสักครู่ ก็คือเรื่องเรียนฟรีจริง ตรงนี้มี เด็ก ๑๒ ล้านคน มีอีกประมาณ ๑๐ ล้านครอบครัวที่ว่าวันที่ ๑๗ พฤษภาคมนี้ไม่ต้องไป เดินไปยืมเงินใครแล้ว ปกติต้องไปยืมเพราะโรงเรียนลูกเป่ดแล้วครับ ค่าเครื่องแบบ ค่าสมุด ดินสอ ค่าตําราเรียน เหล่านี้เปึนภาระทั้งสิ้น ถ้าเราช่วยภาระตรงนี้ได้เท่ากับเพิ่มรายได้ให้ เขา เท่ากับเพิ่มกําลังซื้อครับ เท่านั้นไม่พอครับ มันก็ยังมีส่วนที่ผมคิดว่ามีความสําคัญ มากอีกส่วนหนึ่งก็คือคนที่ตกงานที่ผมเล่าให้ฟังเมื่อสักครู่ครับ ธันวาคม ๑๐,๐๐๐ คน มกราคมเพิ่มเปึน ๒๐,๐๐๐ คน กุมภาพันธ์จะเปึน ๓๐,๐๐๐ คน จะเปึน ๔๐,๐๐๐ คน ทําอย่างไร เราจัดงบประมาณให้ ๖,๙๐๐ ล้านบาทครับ ตรงนี้มารองรับผู้ตกงาน แล้วก็มี หลายประเภทครับ ประเภทแรกที่เราให้ความสนใจมากที่สุดก็คือผู้ที่ตกงานแล้วพร้อมจะ กลับภูมิลําเนาของท่าน เราจะฝ๊กงานท่าน เพิ่มทักษะให้กับท่าน แล้วท่านกลับไปที่บ้าน ของท่าน เราไม่ได้ให้ท่านเปึนเถ้าแก่นะครับ เศรษฐกิจอย่างนี้อย่างที่ท่าน ส.ส. ได้อภิปราย ไว้บอกว่าเศรษฐกิจอย่างนี้ขืนสนับสนุนให้เปึนเถ้าแก่หมดก็เจ๊งหมด ถูกต้องที่สุดเลยครับ แต่ธุรกิจต้องเดินครับ หลายคนก็คงจะเก่งมีฝ้มือ เขาอาจจะเปึนช่างไฟฟัาซ่อมเครื่อง ไฟฟัา ซ่อมจักรยาน มอเตอร์ไซค์ ก็แล้วแต่ครับ เดินไปได้เลยที่ธนาคารออมสิน เดินไปได้ เลยที่ ธ.ก.ส. ครับเวลากลับไปที่บ้าน ขณะที่เดินไปยังตั้งกิจการไม่ได้เรายังจะช่วยเขาต่อ อีก ๓ เดือนครับ หลังจากเราฝ๊กเขามาแล้ว ๑ เดือน ไม่ใช่ฝ๊กแล้วก็ปล่อยทิ้งไป ไม่ใช่ครับ ถ้าท่านอยากจะทํางานให้กับหมู่บ้านของท่านในวิสาหกิจชุมชนเรามีงบประมาณชุมชน พอเพียงที่ตัดให้ทุกหมู่บ้าน ๗๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ใครเคยได้มา ๒ แสนบาท ได้อีก ๒ แสนบาท ใครไม่เคยได้เลยได้อีก ๔ แสนบาท อย่างนี้ เปึนต้น ตรงนั้นนี่ครับจะเปึนเชื้อเตรียมไว้ให้ท่าน แล้วโครงการที่เราต้องการจะทําคือ โครงการในเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สําหรับธุรกิจที่มีคนงานอยู่ประมาณ ๒๐ คน ๒๐๐ คน ต้องการจะปลดคนงานแต่ไม่อยากจะปลดเพราะฝ๊กมานานแล้ว เข้า โครงการเราได้ครับ เราช่วยเพิ่มทักษะฝ๊กต่อ แต่ต้องมีข้อตกลงนะครับ ต้องมีข้อตกลงว่า ท่านห้ามปลดคนงาน ตรงนี้ก็ทําได้ น้อง ๆ นักศึกษาเรียนจบไม่มีงานทํา ต้องการเข้า โครงการนี้ก็ทําได้เช่นกัน โดยเฉพาะถ้าอยากจะกลับภูมิลําเนาของตัวเอง อยากจะทํา ธุรกรรม เข้าสู่โครงการคืนคุณครูให้นักเรียน เราก็จะไปอ้อมครับ ไปที่โรงเรียน ไปที่ กระทรวงศึกษาธิการ เตรียมจัดงบประมาณเพื่อว่าจ้างคนเหล่านั้น แล้วเราจะให้พิเศษ สําหรับคนที่ไปกู้เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา เพราะเราอยากจะได้เงินคืนอย่างไรครับ เราให้เขากู้แล้วถ้าเรามีงานให้เขาทําด้วย เราก็จะได้เงินของเราคืน ที่ผมกราบเรียนมา ทั้งหมดนี่นะครับ ความจริงมีอีกหลายประเด็น แต่ผมพูดถึงประเด็นสําคัญ ๆ จริง ๆ ซึ่งอยู่ในคําถามแล้วก็อยากจะกราบเรียนว่า มันจะได้ผลไหม ผมมีความเชื่อมั่นนะครับ ผมมีความเชื่อมั่นว่า ถ้าเศรษฐกิจนอกประเทศ ผมย้ํานะครับผมย้ําว่าถ้าเศรษฐกิจ นอกประเทศไม่ดิ่งเหวลงไปกว่านี้อีก น่าจะเอาอยู่ครับ เพราะการที่เราทําตรงนี้ครับ มันช่วยระยะสั้นครับ ช่วยระยะสั้นได้ประมาณ ๕-๖ เดือน ในช่วง ๒ เดือนแรกนี่นะครับ ท่านทั้งหลายทุกอย่างอยู่ในมือท่านแล้วครับ วันนี้ถ้าหากท่านอนุมัติท่านต้องไป ดูรายละเอียดกันอีก ถ้ามีการตั้งกรรมาธิการกัน ท่านจะใช้เวลาเท่าไรล่ะครับท่าน ส.ส. ครับ ถ้าท่านใช้เวลา ๓ วัน ๕ วัน ๗ วัน กลับมาสภานี้อีก อนุมัติอีก เดี๋ยวก็ได้ครับ ช่วยได้ เยอะเลย แต่ถ้าท่านใช้เวลานานก็เสี่ยงพอสมควร เราเองคิดว่าอันนั้นเปึนความรับผิดชอบ ของพวกท่านฝ์ายนิติบัญญัติครับต้องช่วยกัน แต่ประเด็นที่สําคัญที่สุดว่าขณะนี้ถึงแม้ว่า ท่านกําลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่นะครับ เงินท้องถิ่นซึ่งผู้แทนบางท่านได้อภิปรายว่าไม่มีเงิน ไม่จริงนะครับ มีอยู่ในธนาคารเรียบร้อยครับ ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่เปึนเงินสะสมของเขา เราไม่ไปแตะครับ เขามีนโยบายทางการคลังที่ดีเยี่ยมท้องถิ่น เขารักษาวินัยเขา เขามีรีเสิร์ฟ (Reserve : สํารอง) เก็บไว้ครับ มีสํารองเก็บไว้ มีอยู่ แสนกว่าล้านบาทที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปประชุมแล้ว แล้วงวดแรกออกไปแล้ว ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท งวดที่ ๒ กําลังจะตามออกมา คําว่า ออกไปแล้ว หมายความว่า ขณะนี้เงินกําลังหมุนเวียนอยู่ในระบบ ก็อยู่ไปได้อีกเดือนสองเดือน ทั้งหมดนี่ครับ ทั้งหมด นี่ก็หมายความว่าเปึนช่วงที่เรากําลังเตรียมการลงทุนในลักษณะที่พวกเราอยากจะให้ เกิดขึ้น คือลงทุนโครงการใหญ่ ๆ ที่เปึนการสร้างงานอย่างแท้จริง ซึ่งท่านรัฐมนตรีกรณ์ ท่านได้พูดให้เราฟังแล้ว เราก็มีเวลาประมาณ ๒ เดือน ๒ เดือนนี่เราทําให้เสร็จ เราทําให้ เสร็จแล้วเราก็พยายามผลักดันให้เกิดขึ้นเร็ว ๆ ประมาณเดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม ซึ่งในช่วงก่อนตุลาคมนี้ก็จะมีงบประมาณป้นี้ครับที่ยังค้างท่ออยู่ ค้างท่ออยู่เยอะนะครับ ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ก็แล้วกัน ผมเกินเวลาไปนิดหนึ่งนะครับ ขออภัย อย่างกรมทางหลวงนี่ครับ รายจ่ายงบลงทุน ๓๗,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ใช้ไป ๓,๖๐๐ ล้านบาทครับ เห็นไหมครับ ไม่ใช่ไม่มีเงิน ตั้งงบประมาณไว้เรียบร้อย ๓๗,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เพิ่งใช้ไป ๓,๖๐๐ ล้านบาท มีอีกหลายรายการครับ ไม่ต้องเสียเวลาคุยครับ เพียงแต่อยากจะบอกว่า เงินมันอยู่ต้องเร่งรัดให้ออกมา ทั้งหมดนี่นะครับก็คงจะตอบ คําถามได้บางส่วนแต่ไม่ได้ครบบริบูรณ์ทั้งสิ้นนะครับ ถ้ามีโอกาสก็คงจะใช้เวลาอื่นต่อไป ครับ ผมขอขอบพระคุณท่านประธานนะครับ