รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒
ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๑๘ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒
ณ ตึกรัฐสภา
ก็หวังว่าผู้ที่เกี่ยวข้องคงได้ ยินที่คุณสถาพรพูดแล้วเขาคงดําเนินการนะครับ ไม่ต้องห่วงเสียงของท่านดังอยู่แล้ว ต่อไป คุณยศศักดิ์ ชีววิญ็ู ครับ คุณยศศักดิ์ไม่อยู่นะครับ คุณบรรจบ รุ่งโรจน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบรรจบ รุ่งโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรในเขตพื้นที่อําเภอพนัสนิคม จากตําบลโคกเพลาะ ตําบลท่าข้าม ตําบลวัดโบสถ์ ตําบลวัดหลวง ว่าสํานักงานก่อสร้างที่ ๘ โครงการสียัด กรมชลประทาน ได้ยกเลิกโครงการก่อสร้างคลองส่งน้ํา คลองระบายน้ําที่ จะดําเนินการในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งประชาชนและท้องถิ่นได้จัดทําการประชุมประชาคม รับฟังความคิดเห็นของพ่อแม่พี่น้องที่เกี่ยวข้องต่างยืนยันว่าขอให้ทางกรมชลประทานได้ ดําเนินการโครงการนี้ต่อไป เพราะว่าจะเปึนประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้เลี้ยงสัตว์ ซึ่งเปึน อาชีพหลักในเขตพื้นที่ของอําเภอพนัสนิคมด้วย จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กรุณาประสานกับทางกรมชลประทาน ในเรื่องนี้ด้วย
เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องการจําหน่าย การจดจําหน่ายและส่งใบแจ้งค่าไฟฟัาให้ ประชาชนไปเสียเองในที่ทําการไฟฟัาขององค์การบริหารส่วนตําบลโคกเพลาะ ซึ่งประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนจะต้องเดินทางไปส่งค่าไฟฟัายังสํานักงานทําให้ ประชาชนมีความเดือดร้อน ซึ่งเปึนปัญหากับประชาชนในพื้นที่น่าจะให้เปึนเรื่องของการ ตัดสินใจของประชาชน แต่ก็อยากให้ทางการไฟฟัาส่งเจ้าหน้าที่ไปจัดเก็บค่าไฟฟัา เหมือนเดิม จึงกราบเรียนท่านประธานแจ้งไปยังการไฟฟัาส่วนภูมิภาคได้กรุณาพิจารณา ในเรื่องนี้ด้วย ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญ คุณชมภู จันทาทอง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทยค่ะ ตามที่ทางรัฐบาลมีนโยบายในการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ เพื่อสนับสนุนการจัด การศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยจัดงบประมาณอุดหนุนให้แก่ผู้เรียนตั้งแต่ระดับก่อน ปฐมวัยจนถึงระดับมัธยมปลายค่ะ ท่านประธานคะ มีทั้งเครื่องแบบนักเรียนและอุปกรณ์ การเรียนนั้น ดิฉันได้ลงพื้นที่ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาค่ะ ดิฉันได้รับร้องเรียนจากผู้ปกครอง แล้วก็ทางครูบาอาจารย์ อาจารย์ใหญ่ ท่านได้มาปรึกษาหารือเกี่ยวกับการเรียนฟรีว่าทาง พื้นที่เขตได้รับคําสั่งจากทางกระทรวงศึกษาธิการให้มาประชุมผู้ปกครอง การทําความ เข้าใจเกี่ยวกับการเรียนฟรี ๑๕ ป้ แต่ฟังไปฟังมานั้นทางผู้ปกครองก็งงค่ะ ท่านประธาน งงว่าเอาไปเอามานั้นทางโรงเรียนได้เชิญผู้ปกครองไปประชุม ได้รับนโยบาย จากสํานักงานเขตพื้นที่ โดยให้ทางโรงเรียนนั้นได้ประชุมและรณรงค์ผู้ปกครองนักเรียนตระหนักถึงความเปึนผู้มี จิตใจสาธารณะและมีความตระหนักคํานึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ขอให้ผู้ปกครองและ นักเรียนนั้นสละสิทธิในการเรียนฟรีค่ะ ตามที่ทางรัฐบาลนั้นได้รณรงค์ว่าให้เรียนฟรีทุกคน ทั่วประเทศ แต่เวลารัฐบาลสั่งการไปก็ทําอีกอย่างหนึ่งค่ะ ก็เลยทําให้ผู้ปกครองนั้นงง แล้วก็คิดว่าทางรัฐบาลนั้นจะเอาอย่างไรดีนะคะ ถ้ารณรงค์ให้เรียนฟรีทุกคน แต่ว่าเวลา การปฏิบัติทางรัฐบาลนั้นให้ทางผู้ปกครองนั้นสละสิทธิ การสละสิทธินั้นเขาก็จะให้ ผู้ปกครองนั้นได้รับใบเกียรติคุณจากพื้นที่เขตด้วยค่ะ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปทาง หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการว่าการทํา อย่างนี้เท่ากับโกหกและหลอกลวงประชาชนค่ะท่านประธานคะ รัฐบาลจะเอาอย่างไรก็ให้ ประกาศอย่างชัดเจนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณอานิก อัมระนันทน์ เชิญ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรื่องการส่งเสริมเอทานอล (Ethanol) ซึ่งเปึนผลผลิตจากภาคเกษตรที่ใช้ในการทํา น้ํามันแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) นอกจากน้ํามันอี ๘๕ (E ๘๕) นะคะ ซึ่งรัฐบาลส่งเสริมมาก แต่ว่ามีการใช้เอทานอลเพียงวันละร้อยกว่าลิตร รัฐบาลควรจะส่งเสริมน้ํามัน อี ๒๐ (E ๒๐) และ อี ๑๐ (E ๑๐) ซึ่งจะมีการใช้สูงกว่ามากถึงวันละกว่า ๑ ล้าน ๓ แสนลิตร และสามารถจะเพิ่มได้อีก ๓ แสนลิตร ๔ แสนลิตร โดยไปเพิ่มสนับสนุนที่น้ํามันออกเทน ๙๑ เพราะว่ารถยนต์และจักรยานยนต์ที่ใช้ออกเทน ๙๑ สามารถจะเปลี่ยนไปใช้ อี ๑๐ ได้ทันทีนะคะ โดยที่ในต่างจังหวัดเนื่องจากสถานีบริการยังมีน้อย รัฐบาลก็ควรจะต้อง ส่งเสริมการจําหน่ายควบคู่กันไปด้วย การส่งเสริมดังกล่าวนี้นอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้ ให้กับเกษตรกรทั้งผู้ปลูกอ้อย ปลูกมันสําปะหลังแล้ว ก็จะช่วยลดค่าครองชีพของ ประชาชนในภูมิภาคด้วยเพราะว่าจะทําให้ประหยัดค่าน้ํามันที่ใช้ได้ถึงลิตรละประมาณ ๔ บาท หรือเทียบเท่ากับ ๑,๒๐๐ บาทต่อเดือนต่อรถ ๑ คัน ดิฉันจึงขอเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานด้วย ขอบพระคุณค่ะ
สภาผู้แทนราษฎรยินดี ต้อนรับครูและนักเรียนโรงเรียนวชิรวิทย์ จังหวัดเชียงใหม่ทั้ง ๘๐ ท่านนะครับ ต่อไป คุณป่ยะรัช หมื่นแสน
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายป่ยะรัช หมื่นแสน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๒ ผมมีเรื่องที่จะปรึกษาหารือท่านประธาน
เนื่องจากว่ามีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีความเดือดร้อน เกี่ยวกับการประเมินวิทยฐานะชํานาญการพิเศษ แล้วก็เชี่ยวชาญซึ่งมีข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษามีคนผ่านเกณฑ์น้อย เนื่องจากว่าเกณฑ์ประเมินนั้นแข็งนะครับ ก็ขอให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีการแก้ไขปรับปรุงเกณฑ์นะครับ เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้ เกณฑ์การผ่านวิทยฐานะชํานาญการแล้วก็ชํานาญการพิเศษ แล้วก็เชี่ยวชาญ ซึ่งจะต้อง ผ่านเกณฑ์คณะกรรมการทั้ง ๓ ท่านนะครับ มีคณะกรรมการทั้ง ๓ ท่าน แต่ต้องการ อยากจะให้มีการประเมินผ่านเกณฑ์ ๒ ใน ๓นะครับ แล้วก็อีกอย่างบุคลากร ทางการศึกษาที่มีอายุราชการ ๓๐ ป้ ซึ่งเปึนผู้มีความชํานาญการเปึนพิเศษนะครับ อยากจะขอให้มีการประเมินพิเศษแล้วก็ผ่านเกณฑ์ได้เลยนะครับ แล้วก็อีกอย่าง ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งได้ประเมินแล้ว แล้วก็ตก อยากจะให้มีการ เยียวยาให้เร็ว ๆ เนื่องจากว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น จึงขอให้ประธานได้ชี้แจง และก็ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้แก้ไข ปรับปรุง เพื่อที่จะให้ข้าราชการครูที่เดือดร้อนได้รับการแก้ไขปรับปรุงครับ ขอขอบคุณครับ
สภายินดีต้อนรับ คณะผู้บริหารสมาชิกสภาเทศบาลและพนักงานเทศบาล อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทั้ง ๔๕ ท่าน ด้วยความยินดีครับ ต่อไปเชิญ คุณบรรพต ต้นธีรวงศ์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์
เรื่องแรกที่ผมจะปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวข้องกับท่านประธาน โดยตรงครับ คือในระยะนี้ประเทศชาติเรากําลังประสบปัญหาวิกฤติหลายด้าน ทั้งทางด้านสังคม ด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็พยายามหาแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ในระยะยาวนะครับ ซึ่งมอบให้ สถาบันพระปกเกล้าทําหน้าที่เปึนเจ้าภาพในการที่จะรวบรวมแนวความคิดต่าง ๆ เพื่อจะ ให้เกิดแนวทางพัฒนาในสิ่งเหล่านี้นะครับ กระผมก็มองว่า ความจริงรัฐสภาของเราก็มี ข้อมูลที่มีคุณค่ามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานของคณะกรรมาธิการทุกชุดนะครับ ของสภาผู้แทนราษฎรเราก็ ๓๕ ชุด ของวุฒิสภาก็ ๒๒ ชุดนะครับ สิ่งเหล่านี้ได้มีการศึกษา มีการรวบรวมไว้เปึนอย่างดีและมีคุณค่าอย่างยิ่ง ก็อยากจะเสนอปรึกษาท่านประธานว่า เราน่าจะมีการตั้งคณะขึ้นมาเพื่อจะสังเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้นะครับให้เปึนประโยชน์ ในการที่จะนําไปสู่การพัฒนาการปฏิรูปต่าง ๆ ตามที่ทางรัฐบาลได้ตั้งใจไว้นะครับ
เรื่องที่สอง ขอกราบขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ได้กรุณายกเลิกประกาศสมุนไพร ๑๓ ชนิดนะครับ ว่าไม่ใช่เปึนวัตถุ อันตรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่ากระทรวงอุตสาหกรรมจะยกเลิกประกาศว่า สมุนไพร ๑๓ ชนิดนั้นไม่ใช่วัตถุอันตรายในระยะอันใกล้นี้ก็ตาม แต่ก็มีข้อสงสัย เกี่ยวกับเรื่องว่า จะมีเรื่องของสารเคมีชนิดหนึ่งครับ คือที่เขาเรียกว่า กํามะถัน หรือ ซัลเฟอร์ (Sulphur) นะครับ ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตยางรถยนต์ แล้วก็ในเรื่องของ การปัองกันเชื้อราใช้ในทางเกษตรนะครับ ปรากฏว่าในขณะนี้ก็เกิดความไม่ค่อยแน่ใจว่า สมควรที่จะประกาศให้กํามะถันนี้ ซึ่งเดิมอยู่ในบัญชีวัตถุอันตรายนะครับ ว่าไม่ใช่ วัตถุอันตรายหรือไม่นะครับ
เวลาหมดแล้วครับ
นิดเดียวครับท่านครับ คือมองว่า เปึนหน้าที่ของคณะกรรมการวัตถุอันตรายของกระทรวงอุตสาหกรรม แต่ว่าในระยะเวลา ที่ผ่านไป คณะกรรมการชุดนี้ได้แสดงให้เห็นว่า ไม่ค่อยมีความโปร่งใสในการทํางานด้านนี้ ก็อยากจะเสนอท่านประธานไปยังทางกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านรัฐมนตรี แล้วก็ ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ว่าน่าจะตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมา เพื่อพิจารณาในเรื่องนี้เพื่อจะให้เปึนธรรมกับทุกฝ์ายครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธาน ครับ ผมมีเรื่องหนึ่งที่อยากปรึกษาท่านประธานเพื่อผ่านไปถึง โดยเฉพาะ กทม. ผมไปดู งบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างปลูกต้นไม้ใน กทม. ท่านประธานครับ ดูตัวเลขแล้ว มันสูงขึ้นทุกป้ ป้หนึ่งเปึนร้อยล้านบาทเลยครับ ไปปลูกต้นอะไรครับ ปลูกต้นเข็ม ปลูกหญ้า ปลูกต้นเข็ม ถอนจากตรงนี้มาใส่ตรงนี้ ผมเห็นแล้วเสียดายงบประมาณ ท่านประธาน ผมเปึนประธานสาธารณสุข เปึนไปได้ไหมครับ อยากฝากท่านประธาน เพื่อผ่านไปถึง โดยเฉพาะ กทม. และผู้ที่เกี่ยวข้อง เอาเงิน ๑๐๐ กว่าล้านบาท ๒๐๐ กว่าล้านบาท ไปปลูกพืชสมุนไพรหน่อยครับ สมุนไพรไทยเปึนสิ่งที่คนไทย ภาคภูมิใจท่านประธาน เราไม่มีการปลูกสมุนไพรให้เปึนชิ้นเปึนอัน เงิน ๑๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน ถ้าเราไปปลูกสมุนไพร ผมว่ามันจะก่อให้เกิดประโยชน์ ปลูกต้นเข็มก็ได้แต่ต้นเข็มนะท่านประธาน ปลูกจากตรงนี้ ก็ย้ายไปใส่อีกตรงหนึ่ง ปรากฏว่าเงินส่วนนี้ท่านประธานครับ ผมว่ามันรั่วไหลทุกป้ เสียดายงบประมาณครับ อยากฝากท่านประธานเปึนไปได้ไหมครับ เขตหนึ่งให้มี พืชสมุนไพร ใช้เงิน ๑๐๐ ล้านบาท แต่ละเขตก็ปลูกพืชสมุนไพร เสร็จแล้วก็ให้แต่ละเขต พูดกันง่าย ๆ ให้ประชาชนตั้งกลุ่มขึ้นมาแล้วก็ปลูกพืชสมุนไพร ผมว่าจะเปึนรายได้ให้กับ กลุ่มสตรี สิ่งนี้ครับอยากฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึง กทม. และผู้ที่เกี่ยวข้อง มท. ๒ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย) ที่ดูแลเรื่อง กทม. อยากฝากเรื่องนี้ครับ เพราะจริง ๆ สมุนไพรไทยถึงวันนี้ก็น่าน้อยใจนะครับ นี่ยังดีนะครับที่ศาลปกครองเขาสั่ง ยกเลิก ทําให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ต้องยกเลิกเพราะศาลปกครองสั่งให้คําสั่งนี้เปึนสิ่งที่ มิชอบ ที่สุดรัฐมนตรีก็สั่งยกเลิกคําประกาศของคณะกรรมการ ถึงอยากเรียนท่านประธาน ว่าเรื่องนี้ฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึง กทม. ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดสกลนคร ท่านประธานครับ ผมขอหารือท่านประธานฝากไปทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเส้นทางคมนาคมโดยเฉพาะ เส้นทางคมนาคมจากจังหวัดอุดรธานีไปถึงจังหวัดสกลนครระยะทาง ๑๖๐ กิโลเมตรนั้น บางช่วงบางตอนยังไม่สามารถที่จะทําเปึนช่องจราจร ๔ เลนได้ ทําให้เกิดความเดือดร้อน กับราษฎรที่สัญจรไปมา ในขณะนี้มีทาง ๔ เลนเพียงจากจังหวัดอุดรธานีถึงอําเภอ หนองหานเท่านั้น จากอําเภอหนองหานถึงตัวจังหวัดสกลนครเลยไปจังหวัดนครพนม ผ่านไปแยกทางขวาไปทางอําเภอนาแก ไปถึงอําเภอธาตุพนม ยังไม่มีช่องทางจราจร ๔ เลน โดยเฉพาะในหน้านมัสการพระธาตุพนม เส้นทางเส้นนี้พี่น้องประชาชนทั่วสารทิศ เดินทางไปนมัสการพระธาตุพนม แต่ว่าเกิดความคับคั่งทางจราจร ทําให้เกิดอุบัติเหตุ ล้มตายเปึนจํานวนมากเปึนที่น่าอนาถอย่างยิ่งครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นขอฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปรับปรุงเส้นทางหลวงเส้นนี้เปึนเส้นทาง ๔ ช่องจราจร เพื่อความสะดวกและเปึนเส้นทางแสวงบุญครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณนิยม ช่างพินิจ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย สิ่งที่ผม จะขออนุญาตหารือท่านประธานก็สืบเนื่องมาจากเมื่อวานนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลกและเขตจังหวัดสุโขทัย เรื่องของโครงการ รับจํานําข้าวที่ว่าซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาให้โครงการรับจํานําข้าวต่อ ๑ ราย วงเงิน ๕ แสนบาท แต่ในปัจจุบันนี้ที่ผ่านไปเมื่อวันที่ ๑๖ โครงการรับจํานําข้าวเหลือแค่ ๓๕๐,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ ราย ทีนี้พี่น้องเกษตรกรที่ทํานา ๔๐-๕๐ ไร่ขึ้นไป ก็จะเสียผลประโยชน์ตรงนี้ ผลต่าง ตรงนี้ ก็จะกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยออกมาแก้ปัญหา ให้ด้วย เพราะว่าเปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด แล้วก็สิ่งหนึ่งที่ว่าราคานี้ เมื่อก่อนนี้ก็บอกว่า เห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เคยแถลงข่าวบอกว่าจะให้สูงกว่าป้ที่แล้ว ๑๒,๐๐๐ บาท ที่ข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้ก็เหลือแค่ราคา เท่าป้ที่แล้วคือ ๑๑,๘๐๐ บาท แต่ก็ไม่เปึนไร แต่ที่ทําให้พี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกร เสียความรู้สึกก็คือ ลดวงเงินโครงการรับจํานํา ก็คงฝากท่านประธานไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ
เชิญคุณผ่องศรี ธาราภูมิ ไม่อยู่ในที่ประชุมนะครับ ผ่านนะครับ ต่อไปคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันได้หารือในวันนี้ เรื่องที่จะหารือก็คือเรื่องเกี่ยวกับ ดิฉันได้รับคําร้องเรียนจากพี่น้องชาวอําเภอบ้านเขว้าว่าตอนนี้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ํา เพื่อการเกษตร ข้าวกําลังตั้งท้องอยู่ แต่ว่าไม่มีน้ําที่มาใช้ในการทํานา ตรงบริเวณนี้ ตอนข้าวนาป้เราก็ปลูกไม่ได้เนื่องจากน้ําท่วม พอมาถึงข้าวนาปรังค่ะ เริ่มปลูกข้าวตั้งท้อง แล้วไม่มีน้ําที่จะมาใช้ในการทําการเกษตร น้ําบริเวณข้าง ๆ ก็แห้งเหือดกันไปหมด อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลจัดสรรหาน้ํามา เพื่อการเกษตรให้กับพี่น้องชาวอําเภอบ้านเขว้าด้วย เนื่องจากเขาเดือดร้อนมากค่ะตอนนี้ ไม่ว่าจะน้ํากิน น้ําใช้ ก็เดือดร้อนกันไปหมด ตอนนี้น้ําในแม่น้ําชีก็ลดปริมาณลงเยอะค่ะ อยากจะรบกวนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยดูแลว่า จะจัดสรรน้ําจากตรงแม่น้ําลําคันฉูที่แถวบําเหน็จณรงค์ได้ไหมคะ ที่จะปล่อยน้ํามาสัก ประมาณไม่ต้องเยอะค่ะ สัก ๑๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งน้ําบริเวณนั้นมีปริมาณที่เหลือ เพียงพอที่จะนํามาใช้ในอําเภอบ้านเขว้าได้ ก็อยากจะฝากท่านประธานค่ะ ให้ช่วยบอก กล่าวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลในเรื่องนี้
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องเกี่ยวกับความเดือดร้อนในการเดินทางไปมาของ พี่น้องค่ะ เนื่องจากดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวตําบลส้มป์อยค่ะว่าที่บ้าน ท่าศาลาเกิดอุบัติเหตุรถชนกันบ่อยมาก เนื่องจากบ้านอยู่ในบริเวณต่ํา ถนนทางหลวงอยู่ บริเวณที่สูงกว่า ทําให้การที่จะออกจากหมู่บ้านมารถมองไม่เห็นทางที่มาจากทางหลวง สายหลักทําให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องคือกรมทางหลวงชนบทให้ช่วยดูแลจัดสรรในเรื่องงบประมาณก่อสร้างถนน ในหมู่บ้านท่าศาลาด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ก็ครบที่กระผมได้เรียน แล้วนะครับ ก็เนื่องจากว่ามีวาระเยอะ
ท่านประธานครับ
ว่าอย่างไรครับ คุณนิยม คุณส่งเอกสารแล้วเดี๋ยวผมจะส่งไปพรุ่งนี้เลย
ขอบคุณท่านมากครับ
ถือว่าคุณได้อภิปราย ไปแล้วก็แล้วกัน
ครับ ขอบคุณท่านมากครับ
สําหรับท่านประเสริฐ เดี๋ยวผมจะถามให้ เดี๋ยวเขามาผมจะถามแล้วก็ส่งเรื่องให้นะครับ เพราะเขายังไม่ได้ส่งผม
ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตปรึกษาท่านประธานนิดเดียวนะครับ คือกระผมเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ได้ตั้งกระทู้ถามสดท่านรัฐมนตรี ชวรัตน์ ชาญวีรกูล แต่ว่าท่านรัฐมนตรี บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ได้ตอบว่าทางสันนิบาตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีเอกสารเปึนทางการ ซึ่งวันนั้นกระผมก็เห็นว่าท่านประธานท่านเปึนผู้ใหญ่ดีครับ ท่านรัฐมนตรีขอท่านประธาน ว่าขอแสดงเหตุผลนี้ได้ไหม ท่านประธานก็บอกได้อย่างนี้ดีกว่าถ่ายเอกสารให้กับผมเลย เมื่อกระผมตั้งกระทู้ถามสดเสร็จแล้วผมก็ไม่ได้ทวงเดี๋ยวนั้นละครับ เพราะเข้าใจว่า ท่านประธานคงติดธุระ ก็เลยรอเว้นมาวันนี้ละครับท่านประธานครับ ก็ขอให้ท่านประธาน ได้ช่วยส่งเอกสารที่ท่านประธานได้กล่าวไว้
เดี๋ยวผมจะติดต่อ ประสานงานให้นะครับ ผมไม่ลืมครับ เพราะผมได้รับปากกับท่านแล้ว
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ
อีกหลายท่านครับ เหลืออยู่ ๑๕ ท่านนะครับ แล้วก็ผมขอยกยอดไปนะครับ ๑๕ ท่าน
ท่านประธานของผมนี่เรื่องสําคัญ มากครับท่านประธาน
ก็เห็นท่านเพิ่งเขียนมาแล้ว คนอื่นเขาคาราคาซังอยู่นะคุณเจะอามิง
ไม่เสียเวลาครับท่านประธาน นิดเดียวมันเรื่องสําคัญมากเลยครับ เกี่ยวกับการบริหารงานของรัฐบาลนิดเดียวครับ ท่านประธาน ไม่เกิน ๒ นาทีครับ
ก็กําหนดมัน ๒ นาที นะครับ อย่าเลยครับ เดี๋ยวคนอื่นเขาจะว่าผมได้นะครับ ผมขอร้องเขาแล้ว
แต่ว่าผมขอนิดเดียวครับ ท่านประธาน
เราผู้ใหญ่แล้วนั่งลงเถอะ ผู้ใหญ่แล้ว
ท่านประธานครับ
มีอะไรอีกครับ
ท่านประธานครับ ผม ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ
มีอะไรอีกครับ คุณประเสริฐ
ท่านประธานครับ ผม ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ มีเรื่องหารือท่านนิดหนึ่งครับ เปึนเรื่องสําคัญครับ
แต่ละคนก็นิดหนึ่ง ๆ แต่ว่ารายชื่อคุณประเสริฐในลิสท์ (List) อันนี้ไม่มีครับ
มีครับ ผมไปส่งครับ
เพิ่งส่งเมื่อกี้นี่ครับ
ส่งตั้งแต่ผมมาเที่ยงครึ่งแล้วครับ ท่านครับ
นี่เจ้าหน้าที่เขาเพิ่งเอามา ให้ผมเมื่อสักครู่นี้ คนอื่นเขาก็ส่งมาก่อนแล้ว
ไม่เปึนไรครับ ท่านครับ มันมีเรื่อง อย่างนี้ท่านครับ ขอครึ่งนาทีครับท่านครับ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่รถไฟไปยิงป๋นข่มขู่ที่ตลาด ยะลาครับ ท่านครับ เปึนเรื่องสําคัญครับ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ของการรถไฟไปแจก ใบปลิวและไปยิงป๋นข่มขู่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดรถไฟ ผมเลยอยากจะกราบเรียนท่านว่า ท่านช่วยแจ้งหน่วยงานหน่อยครับ พ่อค้าแม่ค้าในตลาด
เอาอย่างนี้ดีกว่า คุณประเสริฐ ส่งเอกสารมาให้ผมเลย แล้ววันนี้ผมจะทําเรื่องให้เลย
ครับ ขอบคุณครับท่านครับ
มีอะไร มากเหลือเกิน นะครับ เยอะ ทางนี้บ้าง คุณไพจิตว่าอย่างไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมไม่ได้เขียนเรื่อง เพื่อปรึกษาท่านประธาน แต่ขออนุญาตใช้สิทธิในการปรึกษาเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ท่านประธานได้กําหนดไว้
เอาไว้พรุ่งนี้เถอะครับ
ผมขอพูดวันนี้ครับท่านประธานครับ
เอาไว้พรุ่งนี้เถอะครับ
เผื่อท่านจะกรุณาได้ฟังเหตุฟังผล กันบ้างในการกําหนดงานสภา อย่าได้คิดว่าท่านทําฝ์ายเดียวนะครับ ความร่วมมือร่วมใจ ของสมาชิกเปึนเรื่องสําคัญ เนื่องจากการอภิปรายที่ท่านประธานกําหนดว่า
เอา ๆ ผมเป่ดให้ เชิญครับ
จะให้เปึนวันที่ ๑๙-๒๐ ท่านประธาน คิดได้อย่างไร ยื่นอภิปรายเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ท่านประธานก็บอกว่าจะต้องดูลายเซ็น ปรึกษากฎหมาย เสร็จแล้วพอถึงวันจันทร์ท่านประธานบอกว่า เอาวันพฤหัสบดีนะ วันนี้ ๑๙-๒๐ นี่ผมอยากกราบเรียนว่า ท่านได้ละเลยต่อธรรมเนียมการปฏิบัติของสภา ไม่เคยมี ละครับท่านประธาน การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจถือว่าเปึนมาตรการที่สําคัญที่สุด ละเอียดที่สุด และทุ่มเทในการที่จะตรวจสอบการกํากับควบคุมการทํางานของรัฐบาล พวกเรามีความจริงใจครับท่านประธาน จะทําหน้าที่ฝ์ายค้านเต็มภาคภูมิ ที่มาทําหน้าที่ ตรงนี้ก็อยากใช้สิทธิในการที่จะสื่อความตั้งใจเหล่านี้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธาน ปล่อยให้ฝ์ายบริหารแทรกแซงหรืออย่างไร ก็แน่นอนครับ พอยื่นปุ็บก็อยากอภิปรายปัูบ ในวันรุ่งขึ้นเลย แล้ววันมะรืนก็จะได้ลงมติ แล้วเสียงก็ชนะก็จบแล้ว แต่การเมืองไม่ได้เปึน แบบนั้นครับท่านประธานครับ ผมว่าขอให้รักษาธรรมเนียมที่ควรจะเปึน ใช้ความรอบคอบ เราไม่ได้ทําฝ์ายเดียวนะครับการเมือง พี่น้องประชาชนทั้งหลายที่อยู่ทั่วบ้านทั่วเมืองเขา ก็ฟังแล้วก็สนใจ แม้แต่ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็บอกว่าอาทิตย์หน้า แล้วอาทิตย์ที่จะมา ท่านก็กําหนดงานล่วงหน้า แต่ไม่รู้ท่านประธานคิดได้อย่างไร บอกว่าเอาแล้วละวันนี้ เอาวันพฤหัสบดีเลย แล้วก็วันศุกร์ วันเสาร์ก็คิดเสร็จสรรพแทนพรรคพวกทั้งหมดเลยว่า ยกมือวันเสาร์ ท่านประธานครับ ๒ วันมันไม่พออยู่แล้ว มันไม่ควรที่จะเปึนภาระแบบนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาต ประท้วงครับ
แล้วตัวรัฐบาลเองก็แสดงความจริงใจ ในการที่จะให้ทําหน้าที่ตรงนี้
ท่านไพจิตมีผู้ประท้วง ข้างหลังครับท่านไพจิต เดี๋ยวให้เขาประท้วงก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม รังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาต ผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่ครับ ยังไม่อยู่ในประเด็นปรึกษาหารือของปัญหาของพี่น้องประชาชน ครับ และเนื่องจากว่าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น ถือว่าฝ์ายค้านมี ความพร้อมอย่างสูงในการที่จะอภิปรายนะครับ ไม่จําเปึนต้องเกี่ยงว่าจะเปึนวันไหน เปึนอํานาจหน้าที่ของท่านประธาน ท่านประธานขออนุญาตวินิจฉัยด้วยครับ ให้ยุติการ อภิปรายครับ
ผมวินิจฉัยครับ เป่ด โอกาสให้คุณไพจิต อั้นมาหลายวันแล้วให้ได้ระบายครับ
ท่านประธานได้ใช้ความจริงใจตอบ หนังสือให้ประธานวิป (Whip : คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร) ฝ์ายค้านว่า ท่านใช้ข้อบังคับการประชุมกําหนด ไม่เถียงครับท่านประธานครับ ท่านจะคิดว่ายื่น อาทิตย์นี้แล้วอาทิตย์หน้าท่านกําหนดเลย แล้วก็บอกว่ามาตอบ รัฐบาลก็รับลูกกัน มาตอบตามที่ท่านประธานกําหนด ทั้ง ๆ ที่บอกว่าวันนี้ไม่ใช่ใครเก่ง ใครไม่เก่งนะครับ พร้อมไม่พร้อม ฝ์ายจะอภิปรายก็จะอภิปราย แต่ความเห็นทางภาคการเมืองที่มีส่วนร่วมกันก็บอกว่าน่าจะมีเวลา แต่ดีที่สุดรอบคอบ ละเอียดแล้วก็ใช้ความจริงใจต่อกันในการทําหน้าที่ ท่านประธานอย่าไปบอกผมว่าถ้า อยากเลื่อนก็มาเสนอญัตตินะครับ ตอบแบบนี้มามันหาเรื่อง ท่านใช้ข้อบังคับนี่ให้ท่านรอง เลขาธิการตอบมาบอกว่าให้ใช้ข้อบังคับ ก็ขอเลื่อนเอาแล้วกัน ผมสู้ท่านไม่ได้หรอกครับ การอภิปรายไม่ไว้วางใจนี่เปึนสมบัติของประชาชนที่เราจะตรวจสอบกันอย่างจริงใจ
ผมพอเข้าใจครับ
ก็ขอความกรุณาครับท่านประธานครับ
เดี๋ยวผมจะชี้แจงให้ คุณไพจิตได้เข้าใจนะครับ ด้วยความเคารพ คุณไพจิตครับ เมื่อสมัย ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ท่านเปึนนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์โดยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เปึน นายกรัฐมนตรีปัจจุบันนี่ละครับ ได้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ นะครับ วันที่ ๑๙ ก็ตรวจสอบถูกต้อง วันที่ ๒๑ สั่งบรรจุระเบียบวาระ วันที่ ๒๔ ก็อภิปราย ไม่ไว้วางใจ วันที่ ๒๔ วันที่ ๒๕ ๒ วันนะครับ วันที่ ๒๖ ก็ลงมติ นั่นคือเรื่องเดิมนะครับ ผมไม่ได้ทํา ๒ มาตรฐาน มาตรฐานเดียวกัน และผมเรียนด้วยความเคารพ คุณไพจิต ศรีวรขาน คือผมเคารพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ในฐานะที่เรียกผมว่า อา ผมก็ถือ ว่าหลานสุดที่รักของกระผม ท่านมีเจตนาอันแน่วแน่ครับที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านบอกว่าท่านมีข้อมูลเต็มที่ ถ้าเป่ดโอกาสให้นานไปก็จะลืมได้ ผมก็ด้วยความรัก ด้วยความศรัทธา ด้วยความเคารพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ในฐานะที่เปึนหลานรัก ผมก็มาพิจารณาอย่างรอบคอบ ซึ่งทุกฝ์ายครับ แม้แต่ ท่านประธานวิปฝ์ายค้านเองผมก็เคารพรักเหมือนกับลูกหลานคนหนึ่ง จะว่าอะไรผม ผมไม่ได้ว่าอะไร ผมเคารพในความคิดเห็นทุกฝ์ายครับ แต่ผมได้ทําโดยชอบ เพราะ กฎหมายและระเบียบข้อบังคับมันเขียนไว้ เมื่อตรวจสอบแล้วมันไม่มีผิดอะไร บรรจุ ระเบียบวาระได้ ต้องบรรจุด่วน เขียนไว้ชัดอย่างนั้นครับ ผมก็ได้ปฏิบัติ ผมคิดว่าผมทํา ไม่ผิด เพราะว่าการที่จะเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องพร้อมนะครับ ทุกฝ์ายต้อง พร้อมหมด คนที่เสียเปรียบคือรัฐบาลครับ ผมไม่ได้ไปยุ่งกับรัฐบาลนะครับ ผมเอาหน้าที่ ของประธานสภาผู้แทนราษฎรนี่ครับ หน้าที่ของผมนี้บรรจุระเบียบวาระและรับผิดชอบ ถ้าเมื่อบรรจุระเบียบวาระแล้ว ระเบียบข้อบังคับก็มีครับ เมื่อเข้าสู่ที่สภาเราจะเลื่อนเราจะ อะไรก็สภามีมติอย่างไรเอาเลยครับ ผมเอาตามเสียงในสภาเปึนหลัก เพราะเรามีสภา สภาที่นี่เปึนที่พูด แถลงข้อเท็จจริง ตรวจสอบรัฐบาล ถ้ารัฐบาลไม่ถูกต้องคนที่เปึน ผู้แทนราษฎรเขาก็คงโหวตเสียงไม่เอาด้วยกับรัฐบาล ผมไม่ได้คิดเปึนอย่างอื่นครับ ด้วยความจริงใจจากทัศนคติของกระผม ส่วนที่ท่านผู้อื่นท่านจะมีความเห็นอย่างอื่นนั้น ผมก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร เพราะว่ามันติดภาระอย่างนี้ด้วยจะเรียนให้ทราบนะครับ วันที่ ๒๔ เราก็ประชุมร่วม เรื่องที่เขาเสนอแล้วก็ได้บรรจุระเบียบวาระไปแล้ว วันที่ ๒๔ ไม่จบอาจจะ เปึนวันที่ ๒๕ วันที่ ๒๖ ต่อ อันนั้นการประชุมร่วม แล้วก็บังเอิญวันที่ ๒๖ วันที่ ๒๗ คณะกรรมการ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ที่ขาดไป ๑ ท่านนะครับ จะเลือก ผมก็เปึนกรรมการสรรหาคนหนึ่ง แล้วเขาก็เลือกที่ตึกวุฒิสภานี่ครับ อาจจะมีปัญหา อะไรต่าง ๆ แต่ว่าการประชุมของสภาก็ปกติ เพราะเรามีกฎหมายค้างอยู่ประมาณ ๓๐ กว่าฉบับ แล้ววันที่ ๒๙ วันที่ ๓๐ วันที่ ๓๑ ก็เลือกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พอเดือนเมษายนจากวันที่ ๑ จนถึงวันที่ ๖ ก็มีวันหยุดเยอะนะครับ นอกจากจะไปว่าง วันที่ ๘ วันที่ ๙ ผมก็ห่วง ถ้ายิ่งช้าเท่าไรมันจะจืดครับ ตอนนี้พี่น้องประชาชนคนไทย ในประเทศต้องการฟังว่าเอกสารหลักฐาน ข้อมูลต่าง ๆ ที่ฝ์ายผู้เสนอญัตติไม่ไว้วางใจและ ถอดถอนรัฐบาลชุดนี้พร้อม ผมก็ได้เรียนถาม ฯพณฯ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ในฐานะที่เปึนหลานรักว่าจะเอาไหม ท่านบอกว่าเอา เร็วเท่าไรยิ่งดี ข้อมูลมีหมดแล้ว แล้วก็ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เปึนคนเซ็นคนแรก ในการเสนอญัตติฉบับนี้ ผมก็ทํา ตามครับ แต่พอจู่ ๆ พวกเราหลายฝ์ายบอกคนนี้ไปยื่นตรงนั้น คนนั้นไปยื่นนายกรัฐมนตรี คนนั้นมายื่นตรงนี้อะไรต่าง ๆ ผมก็เลยวุ่นไปใหญ่ เมื่อผมบรรจุระเบียบวาระแล้วผมก็ขอ รับผิดชอบครับ จะเอาผมไปฆ่าไปแกงที่ไหนก็ตามอัธยาศัยครับ ผมไม่ขัดข้อง เพราะว่า ผมได้ทําหน้าที่ของผมชอบด้วยกฎหมายและระเบียบ ผมจึงยืนยันครับ มีอะไรครับ คุณหมอ จะด่าผมอีกใช่ไหมครับ เชิญครับ
ไม่ด่าครับ กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัด ชัยภูมิ ความจริงเมื่อวานผมได้ทราบข่าวว่าท่านประธานไม่สบาย
ผมเพิ่งออกจาก โรงพยาบาล
แต่ปรากฏว่าตัวท่านจะไปเตรียมตัว มากกว่ากระมังนะครับ วันนี้ท่านรู้สึกจะพูดค่อนข้างเยอะ อยากเรียนท่านประธานครับ เหตุผลที่ท่านประธานพูดมานี่ผมอยากเรียนว่าอาทิตย์นี้ท่านประธานก็นัดพวกผมประชุม ก่อนแล้ว นัดประชุมวันพุธ วันพฤหัสบดี ประชุมไอพียู (IPU) วันศุกร์ก็กําหนดแล้ว ถ้าท่านประธานบอกว่า วันที่ ๒๔ วันที่ ๒๕ วันที่ ๒๖ ท่านมีภารกิจ ผมว่ามันไม่ใช่เหตุผล ผมอยากเรียนท่านประธานครับว่า ผมไม่ใช่ว่าไม่พร้อมนะครับ ท่านเฉลิมก็พร้อมอยู่แล้ว แต่ประเพณีปฏิบัติกันนี่ ประเพณีนะครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีสมัยท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านก็บอกพร้อมวันนั้น พร้อม ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่าพร้อมวันที่ ๒๕ วันที่ ๒๖ วันที่ ๒๗ มันเปึนเรื่องที่พวกผมคิดว่าท่านต้องให้พูดวันที่ ๒๕ วันที่ ๒๖ วันที่ ๒๗ แต่ท่านประธานไปกําหนดเองนี่ ผมก็คิดว่ามันเปึนเรื่องแปลกประหลาดนะครับ ไม่ใช่ ประเพณีปฏิบัติกันเลย และผมก็ไม่ค่อยสบายใจนะครับ ท่านประธานเอะอะก็ขอโทษ ขออภัย ขอถอนคําพูด ผมดูแล้วไม่ศักดิ์สิทธิ์นะครับท่านประธาน ท่านประธานต้องอยู่ ในสิ่งที่มันเหมาะสม ผมดูแล้วผมไม่ค่อยสบายใจ ท่านอะไรก็ขอโทษ ผมรับผิดชอบ แต่ผู้เดียว มันไม่ได้ครับท่านประธานแล้วเสร็จแล้วท่านก็ทําอีก ท่านทําแบบนี้ผมว่า ผมรับไม่ค่อยไหว
ครับ ก็ไม่เปึนไรครับ อย่ารับไว้เลยครับ
ผมต้องแสดงความเห็นท่านประธาน
รับไปก็หนักเปล่า ๆ ครับ
แล้วท่านประธานบอกว่า ท่านพูด เหมือนพวกผมไม่พร้อม มันเสียหายต่อฝ์ายค้านนะครับท่านประธาน พี่เฉลิมไม่พร้อม มันเปึนไปได้หรือ วันนี้ผมถึงอยากฝากท่านประธานนะครับว่า อะไรที่มันพอสมควร ท่านประธานอย่าใช้อํานาจท่านประธานมากเกินกว่าที่ควรจะเปึน ท่านประธานต้อง ให้เกียรติแก่สภาแห่งนี้ ท่านประธานต้องให้โอกาสเพื่อนสมาชิก ต้องให้โอกาสรัฐบาล ท่านเลือกแล้ว ท่านอย่าไปเลือกแทนรัฐบาลครับ รัฐบาลเขาพร้อมตอบวันไหนเราก็ทําตาม ซึ่งเปึนประเพณีปฏิบัติกันมาแบบนี้ตลอด
กระผมได้ชี้แจงแล้ว นะครับ
เข้าใจครับ แต่ท่านประธานไม่ได้ทํา ตามประเพณีปฏิบัติกันมาตลอด
ผมเรียนนะครับ เดี๋ยว ฟังผมบ้าง ท่านพูดมามากแล้ว เมื่อสักครู่นี้ผมเรียนสมัยท่านสมัคร สุนทรเวช นะครับ แล้วสมัยนี้วันที่ ๑๑ ท่านไปยื่น ส.ว. เพื่อถอดถอน วันที่ ๑๒ ยื่นประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่ได้อยู่รับ เพราะผมป์วย ผมก็บอกตรง ๆ ผมก็ยังพบกับผู้เสนอ คือ ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผมบอกผมต้องไปโรงพยาบาลนะครับ เมื่อวันที่ ๑๒ ผมก็สั่งเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบทันทีครับ วันที่ ๑๓ เขาตรวจสอบเสร็จวันที่ ๑๓ ตรวจสอบ เสร็จนะครับ แล้วผมก็นํามาพิจารณาอีกวันที่ ๑๖ ผมก็สั่งบรรจุระเบียบวาระ ผมก็ทําตาม ขั้นตอนครับ ถ้าจะให้ผมไปฟังรัฐบาลว่า รัฐบาลเอาวันที่ ๒๖ วันที่ ๒๗ สั่งสภา สภาก็อยู่ ในอาณัติของรัฐบาลหมด
ท่านประธานครับ
ผมไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติ ใครนะครับ
เดี๋ยวให้ผมพูดให้หมดก่อนได้ไหมครับ
ผมอยู่ในอาณัติของสภานี้ เท่านั้น พอแล้วครับ
คือท่านประธานใช้อํานาจของท่าน ประธาน
นี่ให้คุณคนเดียวนะครับ
เพราะว่าข้อตกลงอยากเรียน ท่านประธาน ถ้าวิปฝ์ายค้าน วิปฝ์ายรัฐบาลตกลงกันอย่างนั้นจะชอบธรรม จะชอบธรรมนะครับ แต่นี่ท่านประธานใช้อํานาจของท่านประธานแต่ผู้เดียว ในการ กําหนดวันอภิปราย เรื่องนี้มันจะเสียหายนะท่านประธาน
ไม่เสียครับ
ในเมื่อก่อน สมัยท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านยังอ้างเหตุผลไม่ครบ สมัยท่านสมัคร สุนทรเวช นะครับที่กําหนดวันนี่
ไม่เสียครับถ้าอภิปราย ถ้าไม่อภิปรายก็เสนอไป
ท่านประธานครับ ท่านสมัคร สุนทรเวช เปึนคนบอกให้รัฐบาลเปึนคนประกาศว่าจะให้พูดวันนั้นวันนี้นะท่านประธาน ผมถึงอยากฝากท่านประธานไว้นะครับว่า
พอแล้วครับ ให้คนอื่นเขา บ้างครับ
อํานาจท่านมีครับ แต่ว่าขอให้ใช้ พอสมควรนะครับท่านประธาน อย่าใช้เกินกําหนด ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วง ผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่ครับ ท่านประธานครับ ผม รังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ถ้าปล่อยให้ผู้อภิปรายได้อภิปรายต่อไปอีก ก็จะวกวน ซ้ําซากในเรื่องเดิม ๆ นะครับ ซึ่งท่านประธานก็ได้วินิจฉัยและชี้แจงให้สภาแห่งนี้ ได้รับทราบแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตให้ท่านประธานได้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๒ คือ ให้ผู้อภิปรายได้ยุตินะครับ เพื่อสภาแห่งนี้จะได้เดินคืบหน้าต่อไปในการปรึกษาหารือ ในส่วนที่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนครับ ขอบคุณครับ
ผมกําลังจะลงอยู่แล้ว ไม่รู้ประท้วงผม เรื่องอะไร เพราะท่านประธานให้พูด ผมเปึนคนพูดยาว
พอแล้วครับ คุณหมอ
เพราะท่านประธานปรึกษาเรื่องนี้ ผมถึงได้พูด ถ้าท่านไม่พูดเรื่องนี้ผมก็ยังไม่พูด
เปล่าครับ คุณไพจิต ท่านขอให้ผมอนุญาต ผมก็อนุญาตแล้วนะครับ ผมอนุญาตเต็มที่ทุกฝ์าย ไม่ใช่ฝ์ายใด ฝ์ายหนึ่งนะครับ เอา ท่านประเสริฐ
ท่านประธานครับ ผมว่า พอแล้วนะ เพราะผมมีปัญหาที่จะหารือเปึนเรื่องของพี่น้องประชาชน ผมว่าพอกันแล้วละ เพราะที่พูดกันนี่ก็รู้เรื่องกันแล้ว
เอาละ พอแล้ว อย่างนี้ เอาเจ้าของญัตติดีกว่าเจ้าของญัตติว่าอย่างไร เชิญครับ ฯพณฯ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ครับ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเรียนถาม ท่านประธานว่าพรุ่งนี้มีการถ่ายทอดโทรทัศน์ไหมครับ
ผมเตรียมพร้อมหมดเลย ครับ
ท่านประธานจะเริ่ม ถ่ายทอดตอนกี่โมงครับ
ตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา
ถ้าอย่างนั้นผมขอโอกาสนี้ ประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนที่สนใจการเมือง ถ้าจะดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เริ่ม ตั้งแต่ ๐๙.๓๐ นาฬิกา ช่อง ๑๑ ใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ
ถามวิปฝ์ายรัฐบาลครับ คุณชินวรณ์ ช่วยยืนยันด้วยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราชนะครับ ทางรัฐบาลได้มีมติให้ถ่ายทอดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง NBT ครับ ตั้งแต่ ๐๙.๓๐ นาฬิกาเปึนต้นไป
ท่านประธานครับ กระผม ถือโอกาสนี้ฝากท่านประธานไปยังฝ์ายรัฐบาลว่า เวลาไพรม์ไทม์ (Prime Time) เขาจะมี สมาชิกขึ้นพูดเยอะ ช่อง ๑๑ ก็มักจะเอารายการอื่นมาเสนอ ถ้าเปึนข่าวในพระราชสํานัก หรือข่าวเรื่องเจ้าฟัา เจ้าแผ่นดิน พวกกระผมเห็นด้วย แต่ถ้าเปึนรายการอื่นๆ เปึนรายงาน พิเศษ เปึนรายงานในสิ่งที่ไม่สําคัญ และสมควรจะออก ท่านประธานกรุณาดูให้นิดเถอะ ครับว่าได้มีการถ่ายทอดสดตลอด ก็จะได้มีโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบการอภิปรายของฝ์ายค้านในวันพรุ่งนี้ ผมกราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ครับ คือท่านยืนยันเอา พรุ่งนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกาเลย ไม่ต้องมีอะไรอีกแล้วใช่ไหมครับท่าน
ท่านประธานครับ ผมขอ อนุญาตนิดเดียวครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ อํานาจ การบรรจุเปึนของท่านประธาน แต่บังเอิญพรรคพวกก็อยากจะเห็นว่าเมื่อข่าวมันออกมา เปึนสัปดาห์หน้า ผมว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมครับ แล้ววันนี้สถานการณ์ไปอื่นไม่ได้แล้วครับ เพราะว่าท่านประธานบรรจุแล้วอะไรแล้ว แล้วก็ทุกคนก็ทราบแล้วว่าจะมีการถ่ายทอด อะไร พวกผมเองพร้อมครับ แล้วขอบพระคุณท่านประธานครับ ถ้านานไปอย่างประธาน ว่าเดี๋ยวลืมข้อมูล
ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ มีอะไรครับ คุณประเสริฐ จบแล้วกระมังครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความห่วงใย ผมต้อง กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ระยะหลังท่านประธานมีการวินิจฉัยเรื่องต่าง ๆ คลาดเคลื่อนกับข้อเท็จจริงหลายครั้ง ตัวอย่างเช่น กรณีกฎหมายผู้สูงอายุนะครับ ก็มีการ ถกเถียงกันมากมายหลายอย่าง และเมื่อสักครู่นี้ท่านประธานได้ยกเหตุผลมาว่า สมัยท่าน สมัคร สุนทรเวช ก็มีการบรรจุวาระญัตติไม่ไว้วางใจอย่างนี้เร่งด่วน แต่กระผมต้อง ขออนุญาตได้กราบเรียนว่า ในสมัยท่านสมัครนั้น ระเบียบวาระการประชุมนั้นยังไม่ได้ มีการกําหนดขึ้นแต่อย่างใด
มีครับ ท่านไปดูให้ดีก็แล้ว กัน ยังมีการเปลี่ยนแปลงครับ ต้องไปดูให้ดีครับ
แต่การกําหนด ระเบียบวาระในการอภิปรายครั้งนี้มีการกําหนดระเบียบวาระแล้ว แล้วท่านประธานมาสั่ง เปลี่ยน ผมถามว่าเปึนอํานาจท่านประธานใช่หรือไม่ อยากจะเรียนสอบถามจาก ท่านประธาน อย่างนี้ต่อไปการประชุมถ้าท่านประธานอยากเปลี่ยน ท่านประธานก็เปลี่ยน เองได้ตลอดอย่างนั้นใช่หรือไม่ครับ
เฉพาะกรณีเรื่องสําคัญ เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจนี่เปึนเรื่องสําคัญของชาติบ้านเมืองของสภาเราครับ สําคัญ ที่สุดของเรื่องต่าง ๆ ที่จําเปึนต้องดําเนินการโดยเร่งด่วนครับ ส่วนเรื่องอื่นนั่นก็ไปตาม เนื้อผ้าครับ ผมก็เรียนอย่างนี้
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต นิดเดียวครับ เอาครึ่งนาทีก็ได้ เพราะมันเปึนเรื่องความจําเปึนเร่งด่วนและความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนเรื่องค่าชดเชยเรื่องภัยแล้ง พอดีท่านนายกรัฐมนตรีท่านมานั่งแล้ว ต้องขอขอบพระคุณ เพราะว่าผมเองกับท่านพิกิฏ ศรีชนะ ของจังหวัดยโสธร ภัยแล้ง มัน ๒๖๗ ล้านบาท
เอานะ ท่านนายกรัฐมนตรี คงจะรู้แล้วกระมังครับ
พอดีท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ถ้าหนังสือถึงท่านปุ็บ
เดี๋ยวจะมีการประท้วง อะไรกันอีกวุ่นวาย
พอดีเมื่อวานนี้ผมตามแล้ว
เอาอย่างนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านกําลังจะพูดครับ
พอดีท่านนายกรัฐมนตรีมา ผมกําลัง จะกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี ช่วยชี้แจงนิดเดียวครับ พี่น้องประชาชนฟังอยู่ ครับ
ประธานอนุญาตผมไว้แล้วลืมหรือครับ
คือผมอนุญาต แต่ว่าพอดี ท่านนายกรัฐมนตรีขอก่อนก็ให้ท่านก่อนเถอะนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้าใจว่าท่านสมาชิกสอบถามเรื่องงบภัยแล้งป้ที่แล้ว นะครับ เมื่อวานนี้ ครม. อนุมัติไป ผมเข้าใจว่าน่าจะครบหมดแล้วนะครับ มีทางท่านปลัด สํานักนายกรัฐมนตรีรายงานว่าอาจจะมีค้างอยู่ประมาณ ๖๓ ล้านบาท แต่ว่าเมื่อวานนี้ พยายามให้ครบให้หมดแล้วนะครับ ทั้งในส่วนของน้ําท่วม ทั้งภัยแล้ง แล้วก็ผมเห็นชื่อ จังหวัดยโสธรอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นถ้ายังมีปัญหาก็จะอยู่ในยอด ๖๓ ล้านบาทนะครับ ซึ่งผมก็จะเร่งจัดการต่อไปครับ
ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีครับ
คุณขจิตรเดี๋ยวผมจะติด ลบคุณ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย พูดกันสั้น ๆ ง่าย ๆ จริง ๆ ก็คือว่าข้อผิดพลาดก็อยู่ที่ท่านประธานกําหนดโดยไม่ให้วิปฝ์ายค้านกับวิป ฝ์ายรัฐบาลได้ตกลงกันมันก็มีข้อผิดพลาดทางเทคนิคเท่านี้ครับ แต่ว่าเรื่องที่ผมจะพูดกับ ท่านประธานต่อไปนี้เปึนเรื่องสําคัญเกี่ยวกับการอภิปราย ผมจะถามท่านประธานว่าจริง หรือไม่จริงเท่านั้นนะครับ มันมีข่าวออกมาครับว่าการเลื่อนการประชุมมาครั้งนี้มีสาเหตุ มาจากความเชื่อทางไสยศาสตร์ ก่อนที่จะเปลี่ยนมานี่มีคน ๒ คนเข้าไปหาท่านประธาน คนหนึ่งได้รับคําชี้แนะมาจาก
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาต ประท้วงจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ
ประท้วงอีกแล้ว เชิญ
ผมว่าเรื่องนี้มันยาวแล้วก็วกไปเวียนมา ตรงนี้นะครับ เราจะเสียเวลาสภาแห่งนี้ที่จะนําปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เข้าสู่การปรึกษาหารือ
แล้วอย่างไร พูดเรื่องใหม่ เรื่องนี้ ไม่เคยพูด
ไม่เคยจะขาดนะครับท่านประธาน ที่เคารพครับ โปรดยุติการอภิปรายเถอะครับให้ท่านประธานได้ดําเนินการต่อไปครับ ได้โปรดวินิจฉัยเถอะครับ
ขออนุญาตต่อนะครับ ไม่ใช่เรื่องเก่า ซ้ําซากเรื่องใหม่ครับ
ผมให้สัก ๑ นาทีครับ
ครับ ๑ นาทีก็จบครับ มีคนสองคน เข้าไปหาประธาน คนหนึ่งมาจากจังหวัดเชียงใหม่ครับจากสํานักของ คมช. (คณะมนตรี ความมั่นคงแห่งชาติ) ร้อนไปถึงฤาษีเกวลินอะไรโน่น เสร็จแล้วคนหนึ่งมาจากทางเขมร นะครับ มาจากหมอมนต์ดําแล้วมาบอกท่านประธานว่าให้เลื่อนเข้ามา เรื่องนี้ถ้าเปึน เรื่องจริงนี่แสดงว่าทั้งสภานี่ตกอยู่ในไสยศาสตร์ครอบงํา จริงหรือไม่จริงครับท่านประธาน ครับ
ไม่จริงครับ จบแล้วครับ พอแล้วครับ พอแล้วครับ เข้าสู่ระเบียบวาระครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน นิดเดียวท่านประธาน
มันนิด นิด นิด นิด มันก็เลยไม่ยาวสักที
กราบเรียนท่านประธานครับ พอดีผมอยู่ ต่างประเทศผมเห็นข่าวผมตกใจ
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ครับ
มีผู้ประท้วง
ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมว่า เราได้ใช้เวลากับเรื่องนี้อย่างวกวนมานานพอสมควร ผมเองรออภิปรายปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประมงพี่น้องผู้แทนหลายจังหวัดมีปัญหามากมายวิกฤติ อยู่ในขณะนี้ ก็อยากจะนําเสนอให้ใช้กระบวนการทางรัฐสภาเข้าไปแก้ไข มีสาระประโยชน์ทั้งสิ้นครับ ผมอยากให้ท่านผู้อภิปรายและฝ์ายค้านเอาเวลาไปเตรียม ข้อมูลในการอภิปรายวันพรุ่งนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับสาธารณชนดีกว่าครับ ไม่อย่างนั้นสาธารณชนก็จะมองว่าไม่มีความพร้อมจริง ๆ ในการตรวจสอบซึ่งจะเปึน ผลเสียกับฝ์ายค้านเอง เอาเวลาไปตรงนั้นดีกว่าครับ
เขาคงเตรียมแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ พาดพิงครับ ผมว่า เรื่องข้อมูลเตรียมพร้อมนี่ครับ ไม่ต้องกลัวท่านประธาน ไม่รู้ว่าใครกลัวใครชั่วโมงนี้นะครับ
พอแล้วครับ
ผมยังไม่พูดท่านประธาน ผมยกมือ ท่านประธานให้ผมพูดก่อน ผมบอกว่าผมอยู่ต่างประเทศ ผมเห็นข่าวแล้วตกใจ ทีแรก ท่านประธานบอกว่าข้อมูลยังไม่ชัดเจนอาจจะเลื่อนขึ้นไป แต่วันนี้ท่านประธานเลื่อนลง ครับมันเร็วขึ้น ผมอยู่ต่างประเทศถึงรีบกลับมากลัวไม่ได้พูดท่านประธานครับ แล้ววันนี้ ฝ์ายค้านบอกว่า ฝ์ายรัฐบาลบอกฝ์ายค้านไปเตรียมข้อมูลกลัวไม่พร้อม ไม่ต้องกลัว ท่านประธานครับ ชอท (Shot) เด็ดแน่นอน ขอบคุณมาก
ขอบคุณครับพอแล้วครับ เข้าสู่ระเบียบวาระนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๕๐ ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รายงานต่อวุฒิสภาแล้วก็ผ่านเราแล้ว นะครับ ก็แจ้งให้ทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑
ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เปึนพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๒๓ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๒๕ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๒๖ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๒๗ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๒๘ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๒๙ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๓๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ท่านผู้ใดจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมหรือไม่ เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การประชุม ครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ หน้า ๑๘๗ บรรทัดที่ ๗ พิมพ์ตกนะครับ ซึ่งเปึน คําอภิปรายของผมในรายงานการประชุมที่ผมไปตรวจรายงานการประชุมนั้น พิมพ์ว่า ซึ่งตรงกับภาอังกฤษ ตกคําว่า ษา ครับ ษ สระอา ในหน้าที่ ๑๘๗ บรรทัดที่ ๗ อยากให้ ท่านประธานบอกชวเลขครับ ช่วยแก้บันทึกการประชุมด้วยครับ เพิ่มคําว่า ษา ครับ ท่านประธานครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ช่วยแก้ให้ถูกต้องด้วยครับ ไม่มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ช่วยแก้ให้ถูกต้องด้วย ไม่มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้ รับรองรายงานการประชุม ตั้งแต่ครั้งที่ ๑๙ จนถึงครั้งที่ ๓๑ นะครับ มีอะไร คุณชลน่าน กําลังจะเข้าสู่ระเบียบวาระครับ เนื่องจากในการประชุมคราวที่แล้ว คือการประชุม ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒ ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญทั่วไป) เมื่อวันพุธที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๒ ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนําระเบียบวาระที่ ๖.๑-๖.๕ ขึ้นมา พิจารณาก่อน ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ ทั้งนี้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ วรรคสอง กําหนดว่า ถ้า เปึนการเสนอเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ เมื่อที่ประชุมเห็นชอบตามที่เสนอแล้ว ให้มี ผลบังคับในการประชุมครั้งต่อไป ดังนั้น ผมจึงขอดําเนินการตามมติที่ประชุมเลยนะครับ
ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องที่ประชุมมีมติให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน
๑. ร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญา พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) เชิญครับคุณชลน่าน
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ท่านประธานครับ เรื่องที่ท่านประธานนําเข้าสู่ระเบียบวาระ ในการประชุมครั้งนี้เปึนเรื่องที่ที่ประชุมมีมติให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน เปึนร่าง พระราชบัญญัติทั้งหมด ๕ ฉบับ ท่านประธานได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรได้ยกขึ้นปรึกษาหารือกับสมาชิกในสภาแห่งนี้ แล้วสมาชิกแห่งนี้มีมติ เห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณา ท่านประธานครับ เปึนสิ่งที่ผมเองต้องกราบเรียนถาม ท่านประธานด้วยความเคารพว่า ได้มีการกระทําเช่นนั้นจริงหรือไม่ ท่านประธานต้องเอา รายงานการประชุมมายืนยัน เอาหลักฐานมายืนยัน ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ในขณะนั้นท่านประธานเองยังไม่อยู่ในที่ประชุมครับ ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร สามารถ แก้วมีชัย ขออนุญาตเอ่ยนามท่านทําหน้าที่ประธานในที่ประชุม มีประเด็นเรื่อง ของระเบียบวาระการประชุมให้สมาชิกได้ช่วยกันพิจารณา ซึ่งสมาชิกก็ทักท้วงเรื่องการจัด ระเบียบวาระ การบรรจุระเบียบวาระของท่านประธาน ถ้าท่านประธานจําได้ ท่านประธานครับ ในการประชุมในสัปดาห์ที่ผ่านมานี่กระผมเองเปึนผู้หนึ่งที่มีการทักท้วงและมีการอภิปราย ในเรื่องของการจัดระเบียบวาระและการพิจารณาของที่ประชุม ผมกราบเรียนท่าน ประธานด้วยความเคารพนะครับว่า ผมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๖ กราบเรียนท่านประธานว่าใน การบรรจุระเบียบวาระในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ท่านประธานเองได้จัดระเบียบ วาระการประชุมชอบด้วย ข้อ ๑๖ วรรคสอง โดยเฉพาะเปึนอํานาจหน้าที่ของ ท่านประธานที่จะบรรจุเรื่องด่วนเข้ามาครับ แต่ในการประชุมวันที่ ๑๖ ที่ผ่านมา ในการ พิจารณาเราไม่ได้พิจารณาเรื่องด่วน เสมือนการบรรจุระเบียบวาระในวันที่ ๑๑ ที่ผ่านมา ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระตามข้อ ๑๖ วรรคหนึ่ง ไล่เลียงตั้งแต่กระทู้ถามเรื่อยไป จนถึงเรื่องอื่น ๆ ในเรื่องที่ ๗ นะครับ แต่ว่าที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๕ ฉบับที่บรรจุในวันนี้นะครับ ซึ่งบรรจุในเรื่องเสนอใหม่ พวกเราก็ทักท้วงว่าไม่ชอบ ด้วยข้อบังคับ เพราะวิธีการบรรจุเปึนไปตามข้อบังคับและเปึนอํานาจของท่านประธาน แต่การพิจารณาเปึนหน้าที่ของที่ประชุมที่จะเลื่อนระเบียบวาระขึ้นไปพิจารณา ก็มีข้อ ถกเถียงกัน ข้อยุตินะครับ เมื่อเราเสนอว่าให้มีการเลื่อน สมาชิกก็มีการเสนอญัตติเลื่อน แต่ว่าไม่มีการลงมติใด ๆ เพราะยังไม่มีข้อสิ้นสุด ยังไม่มีข้อตกลงว่าจะเลื่อนอย่างไร ไม่เลื่อนอย่างไรนะครับ ก็มีข้อถกเถียงกันอยู่ สุดท้ายท่านประธานขึ้นมา ท่านประธานก็ได้ ถามในที่ประชุมนะครับ ให้ที่ประชุมช่วยลงมติให้ ก่อนที่ท่านประธานจะป่ดประชุมนะครับ ผมทบทวน ถามสมาชิกในสภาแห่งนี้ว่า การบรรจุระเบียบวาระของท่านประธานถูกต้อง หรือไม่ ชอบด้วยข้อบังคับหรือไม่ ๒๐๙ เสียงครับ เห็นว่าชอบ ซึ่งกระผมก็ทักท้วง ท่านประธานว่า จริง ๆ ไม่ต้องถามท่านสมาชิก เพราะว่าท่านก็บรรจุชอบด้วยข้อบังคับ อยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะพิจารณามันไม่ชอบ มันต้องมีการเลื่อนขึ้นมา ตรงนี้ยังไม่มีข้อยุติ ท่านก็ป่ดประชุมไป แล้วก็จะมีการประชุมในวันใหม่ในสัปดาห์ต่อไป ท่านประธานครับ พอมาถึงวันนี้ วันพุธที่ ๑๘ มีนาคม ท่านบรรจุระเบียบวาระตามข้อ ๑๖ วรรคหนึ่ง ถูกต้อง ครับ แต่ผมไม่ท้วงละครับว่า กระทู้ถาม ไม่มี จริง ๆ มีครับ ระเบียบวาระจริง ๆ มี แต่เผอิญว่าเรามีข้อตกลงว่าวันพุธเราจะไม่มีพิจารณาเรื่องกระทู้ ท่านก็ใส่ว่า ไม่มีได้ ไม่เปึนไร แต่ไล่เลียงมาท่านเอาเรื่องที่ประชุมมีมติให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ผมเลย มีข้อสงสัยว่าที่ประชุมได้มีมติจริงหรือครับท่านประธาน ไม่ได้มีมติเลยครับ ผมยืนยันได้ ที่ประชุมแห่งนี้ไม่ได้มีการลงคะแนน ไม่มีมติใด ๆ ว่า
ให้ผมชี้แจงได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปราย พูดจาแสดงเหตุผลให้จบก่อนครับ ก่อนที่ท่านจะชี้แจง ไม่มีมติใด ๆ จริง ๆ ท่านไป ตรวจสอบรายงาน ผมก็ไปดูรายงาน ไม่มีครับ จริงอยู่ครับ อาจจะมีการเสนอญัตติ แต่ญัตตินั้นยังไม่สิ้นสุดยังไม่มีการลงคะแนน เพราะฉะนั้นผมถือว่าท่านประธานได้บรรจุ ระเบียบวาระการประชุมครั้งนี้ในวันพุธที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๒ ผมคิดว่าเปึนการ ไม่ใช่คิด นะครับ ผมยืนยันเลยว่าท่านประธานบรรจุระเบียบวาระไม่เปึนไปตามข้อบังคับ ไม่เปึนไป ตามข้อบังคับ จริงอยู่ครับ การจะพิจารณาอย่างไรว่าอีกทีตามข้อ ๒๑ แต่การบรรจุของ ท่านผมบอกว่าไม่เปึนไปตามข้อบังคับ ซึ่งท่านอาจจะเข้าใจผิดก็ได้ ผมไม่ว่าครับ ถ้าท่าน เข้าใจผิด แต่ท่านต้องเอารายงานการประชุม เอาบันทึกการประชุมมาแสดงให้ที่ประชุม ได้เห็น แต่ถ้ามันไม่มี ท่านประธานครับ ผมถือว่าท่านประธานได้กรุณาทําผิดอีกแล้วครับ ท่านครับ ทําผิดข้อบังคับอีกแล้วครับท่าน ท่านจะเจตนาจงใจ ผมไม่เชื่อว่าท่านจะเจตนา จงใจ ท่านอาจจะมีความคลาดเคลื่อน คณะทํางานของท่าน ที่ปรึกษาของท่านอาจจะมี ความเข้าใจผิด แล้วก็สามารถดําเนินการให้ท่านบรรจุระเบียบวาระอย่างนี้ได้ ถ้ามีมติ อย่างนี้ถูกต้องครับ ไม่ผิดเลยครับ ถ้ามีมตินะครับ แต่ถ้าไม่มีมติ ท่านประธานก็มีทางออก อีกวิธีการหนึ่งครับ ผมไม่ได้กราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมพูดตามข้อบังคับ เรื่อง พิจารณาเสร็จแล้ว ท่านก็บรรจุเรื่องนี้เปึนเรื่องด่วนเข้ามาเลย พิจารณาวันนี้ก็จบ แต่ท่านไม่ทําครับ เรื่องด่วนก็ยังเปึนเรื่องของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการปัองกันปราบปรามการทุจริต จนไปถึงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ๔ เรื่องอยู่เหมือนเดิม ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ครับ ผมไม่อยากให้สภาแห่งนี้กระทําการอะไรแบบมีข้อผิดพลาดซ้ําแล้วซ้ําอีก ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ เพราะเรารักสถาบันแห่งนี้ครับ ท่านประธาน เปึนประมุขของสถาบัน เปึนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติ ถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างนี้ บ่อย ๆ นะครับ มันก็เปึนที่ข้อครหานินทา หลายคนอาจจะตั้งข้อสังเกต อย่างเช่น เมื่อสักครู่ที่สมาชิกเขาตั้งข้อสังเกต ท่านไม่มีความเชื่ออย่างอื่นไหม ไม่ใช่ความผิดเขาครับ เพราะว่ามันมีลักษณะที่มีการผิดพลาดซ้ําแล้วซ้ําอีก ท่านได้ชี้แจงและตอบข้อซักถามผม ด้วยนะครับว่า ท่านมีมติจริงหรือไม่อย่างไร กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ผมเรียนให้คุณหมอ ชลน่านทราบนะครับ วันนั้นเราได้พูดมีคุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี ส.ส. ปราจีนบุรี ท่านเปึนคนเสนอขอเลื่อน แล้วก็มีผู้รับรองในสภานี้ถูกต้อง แล้วผมถามที่ประชุมว่ามี ท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นไหม ก็ไม่มี ก็จบไป ก็ถือว่าได้เลื่อนนะครับ แล้วก็พูดกัน เรื่องอื่น แล้วผมก็มาเอาประเด็นนี้ถามว่า การบรรจุระเบียบวาระเข้ามานี้ถูกต้องไหมตาม ข้อ ๑๖ แล้วก็มีการถามที่ประชุม ก็มีการโหวตเสียงได้ ๒๐๙ เสียง เห็นด้วยว่าบรรจุนี้ มันไม่ผิด ตอนท้ายผมก็ป่ดประชุม ข้อเท็จจริงเปึนอย่างนี้ ไม่รู้จะให้ผมทําอย่างไร ก็ถือว่า มันถูกต้องอยู่แล้วครับ เพราะว่ามีคนเสนอ แล้วก็มีผู้รับรองถูกต้อง แล้วไม่มีผู้ใด มีความเห็นเปึนอย่างอื่น ก็ไม่จําเปึนจะต้องโหวต เพราะมันมีฝ์ายเดียว คุณชลน่านมีอะไร ติดใจ ก็ไปเป่ดดูเทปได้ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน สิ่งที่ท่านประธานตอบในสภาถ้าเปึนอย่างนั้นถือว่าถูกต้อง ครับผมไม่เถียงเลยครับ วิธีปฏิบัติเราเปึนอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ท่านประธาน คลาดเคลื่อนนะครับ ผมไม่ได้กล่าวหาว่าท่านผิดนะครับ คาดเคลื่อนเพราะพวกผมอยู่ใน ที่ประชุมนี้ตลอด ท่านถามว่ามีผู้เสนอญัตติจริง ๆ มีผู้เสนอ ๒ ท่านนะครับ ผมกล่าวนาม ได้ครับ คุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน แล้วก็คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เปึนผู้เสนอญัตติพอเสนอญัตติพวกเราทักท้วงครับ ทักท้วงว่าเปึนญัตติที่เสนอไม่ถูกต้อง ทางด้านโน้นถึงแม้จะมีการรับรองพวกเราก็ทักท้วง โดยที่ท่านประธานไม่ต้องถามนะครับว่ามีผู้ใดเห็นเปึนอื่นไหม ไปเป่ดเทปบันทึก การประชุมได้ ถ้าท่านประธานถามอย่างนี้นะครับ ถามว่ามีผู้ใดเห็นเปึนอื่นไหม นั่นคือ ญัตตินั้นสมบูรณ์แล้ว แล้วจะลงมตินะครับ การลงมติทําได้ ๒ อย่างครับตามที่ ท่านประธานเห็นสมควร แล้วก็ใช้วิธีลงคะแนนท่านประธานอาจจะดูว่าบรรยากาศ อย่างนั้นไม่จําเปึนต้องไปลงคะแนนเสียงเลยก็ถามในที่ประชุมว่าไม่มีผู้ทักท้วงก็ถือเปึนมติ เอกฉันท์ที่จะให้ดําเนินการได้ แต่ผมเองอยู่ในที่ประชุมวันนั้นตลอดเวลาท่านประธานครับ ท่านประธานไม่ได้ถาม เนื่องจากมีพวกเราทักท้วงตลอดว่ามันไม่ถูกต้อง ถ้าจะเลื่อน ก็เลื่อนให้ถูกต้อง แล้วก็ขอมติไปวุ่นวายกันอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งท่านขึ้นมาแล้วตัดบท ด้วยการขอมติเรื่องของการบรรจุวาระการประชุมที่ถูกต้องหรือไม่อย่างที่ได้อธิบายไป ท่านประธานครับ ผมเองไม่อยากจะกราบเรียนท่านประธานในประเด็นนี้ซ้ําแล้วซ้ําอีกครับ เพียงแต่ว่าถ้าท่านยืนยันนะครับ ท่านเอาเทปแล้วเอารายงานการประชุมมาเป่ดที่ประชุม เพราะเราจะได้ทําให้ถูกต้องครับ ผมไม่ได้ตอแยอะไรท่านประธานเลยครับ ถ้าทํา ไม่ถูกต้องกฎหมายที่เราจะพิจารณา ท่านประธานครับ กระบวนการประชุมวิธีการประชุม ถือเปึนกระบวนการหนึ่งในนิติวิธี ซึ่งสามารถโยงใยไปถึงการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ได้ว่านิติวิธีไม่ถูกต้องกฎหมายก็ตกไป แล้วพวกเราจะเหนื่อยไปทําไมท่านประธานครับ ก็น่าจะทําให้ถูกต้อง มันเปึนเหตุเปึนผลนะท่านประธานครับ ผมไม่ได้บอกว่าท่านประธาน จะทําผิดหรือไม่ผิด แต่ว่าถ้าท่านมีหลักฐานยืนยันพวกเราทั้งหมดอยู่ตรงนี้มีพยานทั้งหมด ซีกซ้ายผมท่านก็เปึนพยานได้เพราะเราเองไม่ได้ลงมติกันจริง ท่านก็ไม่ได้ถามอย่างนั้น จริง ๆ ด้วย เพราะท่านเข้ามาทีหลังครับ ท่านเข้ามาทีหลังท่านสามารถ แก้วมีชัย ก็ไม่ได้ ถาม นี่ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ บันทึกรายงานการประชุมสําคัญที่สุดท่านประธาน ผมจะไม่อภิปรายต่อ ท่านเอาบันทึกการประชุมมาอ่านเปึนถ้อยคําเลยครับ ที่ประชุมจะได้ รับทราบกัน กราบขอบคุณครับ
คือผมเรียนอย่างที่ คุณหมอชลน่านพูดนะครับ หมายความว่าคุณหมอวรงค์เปึนคนเสนอขอเลื่อน เสร็จแล้วก็ เมื่อคุณเกียรติกรเสนอญัตติซ้อนญัตติ ญัตติแรกก็ตกไป ผมก็เปึนคนพูดเอง ผมยืนยันได้ แล้วก็ยังติดอยู่ในหูอยู่นะครับว่าผมได้พูดเรื่องนี้เปึนอย่างนี้ แล้วก็ถามว่าท่านมีผู้รับรอง แล้วก็ถามว่าท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นไหม ไม่มี เมื่อไม่มีผมก็ถือว่าจบไป อันนี้ยืนยันได้ครับ ไปเป่ดเทปที่ไหนก็ไปเป่ดครับ ยืนยันได้ มีอะไรอีกหรือคุณไพจิต มันยิ่งเสียเวลานะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานว่าผมได้ใช้สิทธิในการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อยับยั้งการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัตินี้ก่อนป่ดการประชุมครั้งที่แล้ว ผมรําลึกถึงความจําให้ท่านประธาน ได้ทราบว่าผมสํานึกว่ากฎหมายฉบับนี้จะมีปัญหาในทางการที่จะต้องสุ่มเสี่ยงแต่การขัด ต่อรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ เสร็จแล้วก็พยายามร้องขอต่อสมาชิกฝ์ายรัฐบาลว่า ขอให้ถอนเรื่องนี้ออกไปเสียเถอะมันมีปัญหา เพราะจะต้องไปทําสัญญาผูกพันก่อ ภาระหนี้สินกับต่างบ้านต่างเมืองแล้วก็มีปัญหาอยู่แล้ว ท่านประธานก็บอกว่าถ้าอย่างนั้น ก็ขอมติว่าสิ่งที่ท่านประธานบรรจุไว้ ชอบ ไม่ชอบ ๒๐๙ ท่านครับท่านประธาน ที่เห็นตาม ท่าน ผมจําตัวเลขได้เช่นเดียวกัน ผมก็ขอใช้สิทธิผมในการตรวจสอบองค์ประชุมโดยวิธี ขานชื่อก่อนที่จะนับ ท่านประธานก็บอกว่าคุณไพจิตรู้ไหมว่าผมจะทําอะไรฟังผมก่อน อย่ารุนแรงนัก ถอนออกไป ผมเคารพท่านประธานนะครับ ท่านประธานบอกไม่รุนแรงผม ก็ไม่รุนแรง ก็จะคอยฟังท่านประธานว่าท่านประธานจะทําอย่างไร ด้วยเจตจํานงอยากจะยับยั้ง ขอร้องให้ถอนร่างกฎหมายที่จะก่อภาระหนี้สินและเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ แล้วท่านประธานก็บอกว่าพอได้ ๒๐๙ ท่าน ท่านประธานก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นวันนี้ ผมขอป่ดการประชุมเท่านี้ จบอยู่เท่านี้นะครับท่านประธาน เสร็จแล้วตามวาระ ที่ท่านประธานบอกว่า ๒๐๙ ท่านชนะแล้ว ก็เปึนผลว่าจะต้องเอาญัตติที่มีสมาชิก ท่านเสนอเลื่อนไว้มาพิจารณา เพราะที่ประชุมเห็นชอบตามที่ท่านบอกว่าชอบแล้ว ๒๐๙ ท่าน ผมก็ยังคิดอยู่ว่า กฎหมายสําคัญทําไมไม่ถึงครึ่ง มันขัดรัฐธรรมนูญหรือเปล่า เพราะเปึนกฎหมายประกอบที่จะต้องทําตามข้อบัญญัติในรัฐธรรมนูญอยู่เช่นเดียวกัน แต่ว่าเมื่อ ๒๐๙ ท่าน มันเปึนเสียงข้างมาก ท่านประธานก็ยืนยันว่า เอาละ มันมีผล สมบูรณ์แล้ว เพราะที่ประชุมเห็นชอบว่าการบรรจุของท่านประธานชอบ ก็จะเอามา พิจารณาเนื่องจากเปึนกฎหมาย โดยข้อบังคับบอกจะเอามาวันนี้ ผมก็กราบเรียน ท่านประธานว่า เจตนารมณ์ที่อยากจะขอให้พิจารณาก็คือ ยังไม่ควรที่จะพิจารณา กฎหมายฉบับนี้ เพราะจะเกี่ยวข้อง แล้วจะไปเสี่ยงต่อการผิดรัฐธรรมนูญและถูกถอดถอน กันทั้งหมด ด้วยความเคารพครับท่านประธาน การหารือกันระหว่างฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ในการให้ความร่วมมือกันก็ควรที่จะฟังกันบ้าง ไม่ได้ขัดข้องอีก ๔ ฉบับนะครับ ที่จะพิจารณาเรื่องกฎหมายศาลเด็กอะไรทั้งหลายไปเลย แต่เรื่องจะไปก่อภาระหนี้สินเปึน ภาระของบ้านของเมือง ขอให้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญเสีย เราจะได้ให้เกิดความรอบคอบ ซึ่งกันและกัน ก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่าขอได้โปรดยับยั้งนะครับ รับฟังข้อคิดเห็น ซึ่งกันและกันด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ
ผมว่าเราพิจารณาและ อภิปรายแล้วก็ด้วยเหตุด้วยผล ฟังเหตุฟังผลดูว่ามันจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไรจะดี ไหมครับ เราทําไปก่อน อันนั้นผมให้ไปดูได้ครับเรื่องแฟัม เดี๋ยวผมจะเอามาให้คุณหมอ ดูนะครับ เดี๋ยวจะสั่งเจ้าหน้าที่เขานะครับ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ถ้าท่านประธานยืนยันที่จะ ดําเนินการต่อ ผมไม่ขัดครับ แต่ท่านต้องยืนยันว่าถ้ามันมีอะไรผิดจากที่ท่านเข้าใจและ เปึนสิ่งที่ผมได้กรุณาชี้แจงกับท่านไปในสภาแห่งนี้ ท่านประธานต้องรับผิดชอบครับ ถ้า หลักฐานมันออกมา ท่านต้องรับผิดชอบ ถ้าท่านยอมว่าจะรับผิดชอบนี่ผมก็ไม่ว่าอะไร ท่านจะพิจารณาไปก็ได้ผมยินดีครับ เพราะผมเตรียมอภิปรายไว้เยอะกฎหมายฉบับนี้ และผมจะชี้ให้ท่านเห็นนะครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น และจะมีอะไร และผมก็อยากดู เหมือนกันว่าท่านรัฐมนตรีจะถอนเรื่องนี้ไปหรือไม่หลังจากที่ฟังคําอภิปรายไปแล้ว อยากฟังเหมือนกันครับ อยากจะเข้าพิจารณาเหมือนกันนะครับ ท่านประธานต้องยอมว่า จะรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นนะครับ ถ้านิติวิธีมันผิดแล้ว
คือมันเรื่องของสภา นะครับ ไม่ได้เรื่องของประธาน มันเรื่องของสภา ถ้าสภาเห็นว่ามันไม่ถูกต้อง มันก็ไม่ควร พิจารณา ถ้าสภาเห็นว่าถูกต้องก็พิจารณาต่อ
ท่านประธานครับ ผมมิได้หมายถึงตัว กฎหมายนะครับ ผมหมายถึงการบรรจุระเบียบวาระ วิธีการ กฎหมายก็ไปว่ากันอีกทีครับ ในชั้นรับหลักการอภิปรายได้เต็มที่ครับ แก้ไขเมื่อไรก็ได้ แต่ว่าสิ่งที่ท่านทํามาตรงนี้เองท่าน ต้องรับผิดชอบ เพราะท่านเปึนคนบรรจุครับ ไม่ใช่สภาครับ ท่านประธานยอมรับนะครับ
เจ้าหน้าที่เขาส่งมา ถ้าถูกต้องผมก็ต้องบรรจุด้วย ผมไปบรรจุอย่างไร
ถ้าเอารายงานมาดู ถ้ามันผิดแผกแตกต่าง จากที่ผมอภิปรายไปแล้ว ท่านประธานต้องรับผิดชอบ ท่านจะยอมรับไหมครับ ผมจะได้ นั่งลง
คุณจะให้ผมรับอะไร
ถ้าท่านบรรจุระเบียบวาระโดยไม่มีมติของ สภารองรับ
จะให้ผมติดคุกคนเดียว หรืออย่างไร มันเปึนไปไม่ได้ครับ มันเรื่องของสภา ตอนนี้สภาเปึนที่ชี้ขาดในประเด็นต่าง ๆ ผมเปึนคนนั่งกลางอยู่เฉย ๆ เท่านั้นเองครับว่าอะไรมันควรจะผิด
ท่านประธานครับ ท่านประธานฟังผม สักนิดนะครับ ท่านประธานฟังผมนิดเดียวครับ ไม่ถึง ๓๐ วินาที การบรรจุระเบียบวาระ เปึนอํานาจหน้าที่ของท่านประธาน ซึ่งเปึนไปตามข้อบังคับ ท่านยืนยันตลอด โดยอาศัย ข้อ ๑๖ วรรคสอง ก็ทําได้ แต่เผอิญว่าสิ่งที่ท่านบรรจุมา ผมตั้งข้อสังเกตว่าท่านเข้าใจ คลาดเคลื่อนว่าสภามีมติ โดยแท้ที่จริงสภาไม่ได้มีมติ ความคลาดเคลื่อนมันอยู่ตรงนี้ครับ ใช้โดยความผิดพลาดมันอยู่ตรงนี้ คือการบรรจุระเบียบวาระที่ผิดไปจากมติสภา โดยอ้างว่าเปึนมติสภา ผมก็เลยขอความรับผิดชอบจากท่านครับ ถ้าท่านบรรจุระเบียบ วาระไม่เปึนไปตามมติสภาโดยท่านทึกทักเอาว่าเปึนมติสภา เมื่อสภาแห่งนี้ให้การ พิจารณาไปตามนั้นท่านต้องรับผิดชอบถูกไหมครับ ถูกไหมครับท่านประธาน ไม่ใช่ เปึนเรื่องของสภานะครับ เพราะว่าสภาทักท้วงแล้วว่าไม่ใช่มติสภา ผมเปึนส่วนหนึ่งของ สภาครับ
ก็มีท่านคนเดียวที่ทักท้วง ครับ ฝ์ายนี้ไม่เห็นเขาทักท้วงสักคนเลยครับ ผมก็ไม่รู้จะฟังใครครับ ฟังท่านคนเดียวฟังมา เกือบชั่วโมงแล้วครับ
บันทึกในที่ประชุมไว้ด้วยท่านประธานครับ ว่าผมทักท้วง และผมจะตรวจสอบรายงานการประชุมนะครับ ถ้ามันเปึนไปตามที่ผมพูด จริง ท่านประธานต้องมีการแสดงความรับผิดชอบ ขอบคุณครับ
คุณชินวรณ์เอาอย่างไรว่า เข้ามา
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อประเด็นที่ เพื่อนสมาชิกได้หยิบยกขึ้นมาหารือในกรณีที่ท่านประธานกรุณาเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมา พิจารณาก่อน ซึ่งตามจริงผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า การประชุมเมื่อวันพุธ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ปรากฏความชัดเจนนะครับ ว่าได้มีข้อถกเถียงกันพอสมควรในเรื่อง ของการจัดระเบียบวาระ แล้วก็เปึนช่วงระยะเปลี่ยนผ่านในเรื่องของข้อตกลงที่เราได้มี ร่วมกันระหว่างฝ์ายค้านกับฝ์ายรัฐบาล เรื่องจริง ๆ ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านต้อง ยอมรับนะครับ ที่ท่านประธานกรุณาที่จะดําเนินการ และผมได้กราบเรียนไปเมื่อคราว ที่แล้ว ท่านประธานไม่อยู่ว่าท่านประธานมีเจตนาที่จะให้การบริหารจัดการประชุมนั้นได้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงให้พวกเราได้พยายามที่จะได้ไปตกลงกันในการที่จะจัด ระเบียบวาระ แต่เนื่องจากว่าในช่วงระยะสัปดาห์ดังกล่าวนั้น ท่านประธานเองก็เดินทาง ไปต่างประเทศนะครับ แล้วประกอบกับมีข้อท้วงติงกับเพื่อนสมาชิกว่า ขอให้จัดระเบียบ วาระเปึนไปดังการจัดระเบียบวาระแบบเดิม ถ้าหากมีความจําเปึนต้องเลื่อนระเบียบวาระ ใดก็ให้มาเลื่อนกันในที่ประชุมสภา หลังจากนั้นในสัปดาห์นี้เราก็จะเห็นอย่างชัดเจนว่า ได้มีการจัดระเบียบวาระตามที่เพื่อนสมาชิกในห้องประชุมนี้ได้ร้องขอ แต่สําหรับในกรณี การเลื่อนระเบียบวาระ ๖.๑ ขึ้นมา ผมคิดว่าโดยข้อเท็จจริงท่านประธานก็กลับมาเปึน ประธานในที่ประชุมนะครับในขณะนั้น แล้วท่านประธานก็ได้รับฟังข้อถกเถียงดังกล่าว อย่างกว้างขวาง แน่นอนที่สุดนะครับท่านประธานครับ ในบางเรื่องถ้าเราหยิบยกเอาการ ตีความโดยข้อบังคับอย่างเคร่งครัดก็จะต้องดําเนินการตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด แต่ใน บางเรื่องเมื่อเปึนช่วงระยะที่มีการเปลี่ยนผ่าน และมติในที่ประชุมสภาแห่งนี้ ผมถือว่า เปึนมติที่มีความสําคัญที่สุดนะครับ ท่านประธานได้กรุณาด้วยความหวังดีนะครับ ถ้าหาก พวกเราจะได้เรียนเข้าใจ เพียงแต่ว่าท่านประธานได้ใช้คําพูดในการถามมติที่ประชุมว่า เห็นชอบกับการที่ท่านประธานได้จัดระเบียบวาระหรือไม่ ผมเข้าใจว่าในขณะนั้นเจตนา จริง ๆ คือมันเปึนเรื่องเกี่ยวโยงกันระหว่างมติที่ท่านประธานได้กรุณาถามว่า ที่ประชุมได้ เห็นชอบกับการจัดระเบียบวาระหรือไม่ ในขณะเดียวกันในขณะนั้นเพื่อนสมาชิกเองก็ได้ มีการขอเลื่อนระเบียบวาระดังกล่าวนี้ขึ้นมาพิจารณานะครับ ท่านประธานเห็นว่า ถ้าเลื่อน ขึ้นมามันต้องเปึนไปตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ วรรคสอง นะครับ ก็คือว่าถ้าเปึนการเลื่อน ระเบียบวาระที่เกี่ยวกับกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือพระราชบัญญัติจะต้องมีผล ในวันถัดไปครับ ในกรณีเช่นดังกล่าวนี้ถ้าหากเราไม่มีเจตนาจะตีความโดยเคร่งครัดหรือ มีเจตนาเปึนอื่น ผมคิดว่าท่านประธานมีเจตนาที่ชัดเจนที่ต้องการที่ให้ที่ประชุมดําเนินการ ไปได้ และให้ตรงกับเจตนาของเพื่อนสมาชิกที่จะได้นําระเบียบวาระที่ได้ไปบรรจุเอาไว้ ในเรื่องเสนอใหม่เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการที่ท่านประธานได้ กรุณาถามมติดังกล่าว และได้ย้ําต่อที่ประชุมนี้ว่า ดําเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ วรรคสองนะครับ วันนี้จึงชอบที่ท่านประธานจะได้ดําเนินการเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมา พิจารณาก่อนตามลําดับ และท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อท่านประธานเลื่อนขึ้นมาแล้ว ท่านประธานก็ได้ออกระเบียบวาระแจ้งให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบก่อน ๓ วัน ตามข้อบังคับแล้วครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ในขณะนี้ก็มีความชัดเจน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในขณะนี้ก็ความชัดเจน ผมจึงขอร้องเพื่อนสมาชิกเพื่อให้การ ดําเนินการในที่ประชุมเรานี้เดินไปได้นะครับ อย่างไรก็ตามต่างคนก็ต่างมีความปรารถนา ดี ผมขอให้ท่านประธานได้ดําเนินการตามระเบียบวาระต่อไปครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
มีอะไรท่านชวลิต
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย แบบสัดส่วน จากจังหวัดนครพนม ก่อนการประชุมครับท่านประธานครับ ผมเห็นว่ากรณีนี้ มีการถกเถียงกันมากในอาทิตย์ที่แล้วก็เลยไปขอคัดรายงานการประชุมมานะครับ ท่านประธานก็จะยืนยันตามสิ่งที่คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ได้อภิปรายไว้ เปึนไปตามนั้น จริง ๆ ครับท่านประธาน ท่านประธานยังไม่ได้ถามที่ประชุม ผมจะขออนุญาตที่จะอ่าน แล้วถ้าท่านประธานอยากจะดูตรงนี้ เดี๋ยวผมจะส่งขึ้นไปให้
คือรายงานการประชุมนี่ ยังไม่ได้รับรองอะไรเลยครับ
ชวเลขจดคําต่อคําเลยครับ ท่านประธานครับ ว่าคุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี ขออนุญาตเอ่ยนามได้เสนอไว้อย่างไร ท่านประธานบอกว่ามันซ้อนญัตติหรือเปล่า เสร็จแล้วท่านประธานยังไม่ทันถามอะไร ท่านประธานก็ไปอนุญาตให้คุณนิคม เชาว์กิตติโสภณ เปึนผู้อภิปราย เสร็จแล้วก็ไปให้ นอกจากคุณนิคมแล้ว คุณเกียรติกรก็เสนออีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานก็ยังไม่ถามอะไร นะครับ ก็ไปอนุญาตให้คุณนิยม เวชกามา อภิปราย ไม่ได้ถามอะไรเลยครับท่านประธาน ครับ ผมยืนยันครับเอกสารนี่จากชวเลขที่แท้จริงครับท่านประธานครับ ก็แล้วแต่ ท่านประธานจะพิจารณานะครับ ผมให้ข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างนี้ครับ
ผมก็ขอให้ที่ประชุมเปึน ผู้วินิจฉัยนะครับ เพราะผมก็คิดว่าผมได้พูดอย่างที่ผมพูดไปแล้วนะครับ ผมได้ถามว่า คุณเกียรติกรนี่เสนอครั้งที่ ๒ หรืออะไรนี่ครับ แล้วคุณหมอวรงค์ก็เปึนคนเสนอ และผม ก็บอกญัตติของหมอวรงค์นั่นตก เพราะคุณเกียรติกรนี่เปึนคนเสนอซ้อนญัตติ มีไหมครับ ในรายงาน
มีครับ ท่านประธานครับ ญัตติของ คุณหมอวรงค์ก็ตกไป แต่ท่านประธานยังไม่ทันถามอะไร ท่านประธานก็ไปอนุญาตให้ คุณนิคม เชาว์กิตติโสภณ อภิปรายนะครับว่าคุณนิคม
แสดงว่าชวเลขจดตก
ไม่น่าจะตกครับ ละเอียดทุกถ้อยคํา เลยครับ ท่านประธานครับ
ตกครับ ผมได้พูดบอกว่า มี แล้วก็คุณเกียรติกรนี่ขอผู้รับรอง เสร็จแล้วผมบอกมีผู้รับรองถูกต้อง มีไหมครับ มีไหม คําพูดนี้
ท่านประธานขอให้ที่ประชุมรับรอง มีครับ แต่ท่านประธานไม่ได้ถามความเห็นต่อว่าท่านอื่นมีความเห็นอย่างไร
ผมถามว่ามีผู้ใด มีความเห็นเปึนอย่างอื่น
ไม่มีครับ ข้อความนี้
ก็แสดงว่าตกครับ ชวเลขทําตก
อันนี้ท่านประธานคาดการณ์ไปเอง นะครับ
ไม่ใช่คาดครับ ผมพูดแน่ ครับ ไม่ใช่คาด
(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงอะไรครับ หมอชลน่านครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานทําผิดข้อบังคับหลายข้อเลยครับท่านครับ โดยเฉพาะ
เพราะฉะนั้นผมถูก กล่าวหามาตลอดตั้งแต่
ข้อบังคับ ข้อ ๘ ในการทําหน้าที่การควบคุม การประชุมสภา ผมประท้วงตามข้อ ๘ ท่านประธานเองทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ เพราะอะไร ท่านประธานครับ บันทึกการประชุมเปึนรายงานการประชุมที่บันทึกคําต่อคํา ท่านประธานเองในฐานะประธานจะสรุปว่าฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งผิดคงไม่ได้ อย่างนั้นผมบาป ครับ ผมฆ่าเด็กในสภานี้ทันทีเลย
ผมไม่ได้หาว่าใครผิด ใครถูกเลย คุณหมอครับ
ท่านประธานสรุปเองว่าชวเลขจดตกครับ
ก็ผมจําที่ผม
ชวเลขกรุณาบันทึกคําว่า จดตก ด้วยนะครับ จะได้มีเรื่องต่อไป
พอแล้วครับ พอแล้วครับ ผมฟังมาพอแล้วครับ
ท่านประธานผิดแล้วผิดอีก ยังไม่ยอมรับผิด หรือท่านประธานครับ
พอแล้วครับ พอแล้วครับ จะเอาอย่างไรต่อ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา กราบเรียนท่านประธาน กราบเรียนที่ประชุมครับว่าในวันนั้นที่เกิดเหตุสภาค่อนข้าง วุ่นวายนะครับ ก็เนื่องจากมีการขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมนะครับ แล้วก็มีการ เสนอ มีการถอน มีการเสนอญัตติซ้อนอย่างที่เพื่อนสมาชิกทราบ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ผมขออนุญาตเรียนย้ํานะครับว่า ได้มีการชี้แจง ผมเข้าใจว่าโดยประธานวิปรัฐบาล ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรตินะครับว่า ถ้ามีการเปลี่ยนระเบียบวาระเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือร่างพระราชบัญญัตินะครับ จะมีผลต่อเมื่อ การประชุมคราวถัดไปก็คือครั้งนี้ แล้วก็การประชุมเดินไปจนถึงมีการลงมติได้ ๒๐๐ กว่า โดยไม่มีการทักท้วงว่าไม่ชอบ เมื่อมีการดําเนินการจนได้มติ ก็แปลว่าการที่ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรจุญัตติร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไว้ในวันนี้ ถือว่า ชอบแล้ว กระผมขอให้ดําเนินการพิจารณาต่อไปครับ ขอบพระคุณท่านประธาน
พอแล้วครับ ก็ดําเนินการ ต่อไปครับ เชิญท่านรัฐมนตรีเสนอครับ ผมขอเรียน เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีสักครู่ครับ เนื่องจาก ขณะนี้ยุวชนที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาประชาธิปไตย สมาคม พลเมืองลพบุรี อาสาจังหวัดลพบุรี ๑๒๐ คน เข้ามาร่วมฟังการประชุมของสภา ยินดี ต้อนรับครับ ดูเหมือนจะมีนําโดย ส.ส. ผ่องศรี หาเสียงไม่หยุดไม่หย่อนนะ เชิญครับ เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติทํานองเดียวกันอีก ๑ ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัติ การจัดทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ พ.ศ. ... ซึ่งคุณรัชดา ธนาดิเรก กับคณะ เปึนผู้เสนอ รวม ๒ ฉบับครับ ขอที่ประชุมอนุมัตินะครับ เพราะเนื้อหาอันเดียวกันครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ
มีอะไรอีกหรือ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมคง ขออนุญาตที่จะให้ท่านประธานได้บันทึกไว้นะครับ ว่าการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ หากมีปัญหาขั้นตอนในกระบวนการพิจารณา
ยังไม่ได้ดําเนินการว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้สภาจะรับหรือไม่รับ
เสียงข้างมาก ผมคิดว่ามันต้องรับ อยู่แล้วนะครับจากข้างมาก แต่ถ้ามันผิดพลาดไปแล้วนี่ก็ขอให้ท่านประธานรับผิดชอบ นะครับ
ผมไม่รับหรอกครับ สภารับครับ เชิญครับ ท่านรัฐมนตรีครับ
ขอบคุณ ครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน กระผม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในนามของรัฐบาล ขอเรียนเสนอร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญา พ.ศ. ... ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จัดทําขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ซึ่งกําหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการกําหนดขั้นตอนและวิธีการ จัดทําหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศ อย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้าหรือการลงทุนอย่างมีนัยสําคัญ
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ อนุมัติในหลักการ ร่างพระราชบัญญัติที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ และส่งให้สํานักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาตรวจพิจารณา และต่อมาคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่หนึ่ง ได้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติซึ่งฝ์ายเลขานุการคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่หนึ่ง ได้ยกร่าง ขึ้นใหม่ โดยมีผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมชี้แจง เปึนต้น ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และ ให้นําเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กําหนด รายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการดําเนินการจัดทําหนังสือสัญญาที่มีการตรวจสอบ ถ่วงดุลระหว่างคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง รวมทั้งกําหนด รายละเอียดเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยที่มีความเปึนอิสระ ซึ่งต้องดําเนินการก่อนการเจรจา ทําหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่าง กว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้าหรือการลงทุนอย่างมีนัยสําคัญ และในกรณีที่มีการ ปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการ ขนาดกลางและขนาดย่อม ก็ให้ดําเนินการแก้ไขหรือเยียวยาเพื่อผู้ได้รับผลกระทบนั้นจะ ได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็ว เหมาะสม และเปึนธรรมต่อไป
ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความสําคัญและมีความเร่งด่วนเพื่อให้เกิด ความชัดเจนในกระบวนการจัดทําหนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง จึงขอ กราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ขอขอบพระคุณครับ
เชิญเจ้าของร่าง คุณรัชดา ธนาดิเรก กับคณะ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเรียนเสนอร่างพระราชบัญญัติการจัดทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ พ.ศ. .... ต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณา
ร่างพระราชบัญญัติการจัดทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ พ.ศ. .... ที่เสนอโดยดิฉันและเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์นั้น ตั้งอยู่บนหลักการและเหตุผล เดียวกับที่ทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอต่อรัฐสภาก็คือ เพื่อให้สอดคล้องตามที่รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ที่กําหนดให้รัฐบาล ดําเนินการจัดทํากฎหมายว่าด้วยการกําหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาที่มี ผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผล ผูกพันด้านการค้า หรือการลงทุน อย่างมีนัยสําคัญ รวมทั้งการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าว นอกจากนั้นรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย ฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐๓ (๓) ยังได้กําหนดว่ากฎหมายที่จะ จัดทําขึ้น ต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนหนังและวิธีการดําเนินการจัดทําหนังสือ สัญญาที่มีการตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างคณะรัฐมนตรีและรัฐสภามีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง รวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับ การศึกษาวิจัยที่มีความเปึนอิสระซึ่งดําเนินการก่อนการเจรจาทําหนังสือสัญญา โดยไม่มี การขัดกันระหว่างประโยชน์ของรัฐกับผลประโยชน์ของผู้ศึกษาวิจัยไม่ว่าในช่วงเวลาใด ของการบังคับใช้หนังสือสัญญา ซึ่งในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๓ (๓) นี้ได้กําหนดให้ คณะรัฐมนตรีที่เข้าบริหารราชการแผ่นดินภายหลังจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก รีบดําเนินการจัดทําร่างพระราชบัญญัติให้ได้ภายในหนึ่งป้ ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่เราจะ เลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่มีความสําคัญต่อการดําเนินการของรัฐบาลและ รัฐสภาที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการด้านการต่างประเทศค่ะ ที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา ๑ ป้ที่สภาของเราก็พิจารณาเอกสารนับเปึนหมื่นหน้า โดยมีเวลาที่จะใช้ในการศึกษา รายละเอียดเพียงสั้น ๆ สืบเนื่องมาจากฝ์ายราชการนั้นไม่มีความชัดเจน ไม่แน่ใจว่าเอกสารสัญญาระหว่างประเทศใดที่ต้องนําเสนอให้กับรัฐสภาพิจารณาบ้าง ด้วยความไม่แน่ใจต่าง ๆ จึงทําให้ส่วนราชการต้องนําเสนอเอกสารทุกฉบับเข้าสู่ การพิจารณาของรัฐสภานะคะ การที่รัฐสภาต้องเร่งพิจารณาเอกสารจํานวนมาก ในระยะเวลาอันสั้น ดิฉันเชื่อมั่นว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านคงตระหนักดีถึงผลกระทบ ที่เกิดขึ้นว่าการพิจารณานั้นอาจจะเปึนไปอย่างไม่รอบคอบและทุกมิติได้ หรือบางครั้ง นะคะ ที่ผ่านมา การดําเนินการด้านการต่างประเทศของรัฐบาลบนพื้นฐานของการ ไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน อาจก่อให้เกิดปัญหาในด้านความโปร่งใสของฝ์ายบริหารได้ ซึ่งหากเกิดปัญหาขึ้นจนต้องนําเข้าสู่ขั้นตอนการวินิจฉัยชี้ขาดโดยศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๑๙๐ วรรคท้ายแล้ว ก็อาจจะส่งผลกระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศกับภาคีหนังสือสัญญานั้น ๆ ตลอดจนความเชื่อมั่นของนานาประเทศที่มีต่อการดําเนินการร่วมกับประเทศไทยของเรา ดังกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดคําแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ฉบับลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ ที่ถือว่าเปึนหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ดังนั้นความไม่ชัดเจนของรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๐ จึงเปึนปัญหาของการทํางานของ ทั้งคณะรัฐบาลและส่วนราชการ การที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการ จัดทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศจึงจําเปึนอย่างยิ่งนะคะ นอกจากนั้นความไม่ชัดเจน ของรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๐ นี้ยังนําไปสู่ปัญหาในทางปฏิบัติ เช่น การศึกษาวิจัย ในรัฐธรรมนูญไม่ได้กําหนดไว้ว่าหน่วยงานใดที่จะต้องเปึนองค์กรเปึนผู้รับผิดชอบ ในการศึกษาวิจัย การให้ประชาชนรับทราบข้อมูล การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน จะมีกระบวนการและวิธีการใดในรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้กําหนดไว้ จึงทําให้เปึนประเด็น วิพากษ์วิจารณ์ของภาคประชาชนเปึนอย่างยิ่ง
ด้วยปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวที่เกิดขึ้นจากการขาดความชัดเจน ในมาตรา ๑๙๐ ดิฉันและพรรคประชาธิปัตย์จึงตระหนักถึงความจําเปึนที่จะต้องเร่ง ให้มีการพิจารณาพระราชบัญญัติการจัดทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ เพื่อให้ ข้าราชการทํางานอย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าวันหนึ่งวันใดจะต้องถูกฟัองร้องหรือว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลทางลบต่อสถานภาพการทํางานหรือไม่
๒. การที่มีร่างพระราชบัญญัตินั้นจะทําให้รัฐบาลสามารถขับเคลื่อน การดําเนินการที่เกี่ยวข้องกับการต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ
๓. จะทําให้สามารถตรวจสอบถ่วงดุลการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ อันนี้ถือเปึนหน้าที่ของสภาเราที่จะช่วยให้การขับเคลื่อนในการตรวจสอบถ่วงดุลนั้นเกิดขึ้น อย่างมีประสิทธิภาพ และเช่นเดียวกับทางคณะรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ขึ้นโดยที่มีความแตกต่างอยู่บางประการ แต่โดยเนื้อหา และสาระหลักแล้วพรรคประชาธิปัตย์เห็นสอดคล้องเช่นเดียวกับที่ทางคณะรัฐมนตรี ได้เสนอขึ้นนะคะ
ในรายละเอียดคงจะเปึนเรื่องของเพื่อนสมาชิกที่จะอภิปรายกัน อย่างกว้างขวางต่อไป แต่ข้อสังเกตที่พรรคประชาธิปัตย์เห็นในบางส่วนของ พ.ร.บ. (พระราชบัญญัติ) ที่จัดทําโดยคณะรัฐมนตรีที่ยังมีความไม่สมบูรณ์อยู่โดยรวมก็คือ
๑. ยังไม่ชัดเจนในเรื่องของการใช้ดุลยพินิจนะคะว่า หนังสือเอกสาร สัญญาใดที่จะเข้าข่ายตามมาตรา ๑๙๐ แม้ว่าจะมีการกําหนดไว้ในมาตรา ๔ การจัดทํา หนังสือสัญญาดังต่อไปนี้ ให้ดําเนินการตามขั้นตอนและวิธีการตามพระราชบัญญัตินี้ ในมาตรา ๔ ประกอบด้วย ๕ วงเล็บด้วยกัน ซึ่งสร้างความชัดเจนได้มากขึ้นกว่าที่ระบุไว้ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ อย่างไรก็ตามในมาตรา ๔ นี้นะคะได้เขียนไว้ว่า หนังสือสัญญาใดเปึนหนังสือสัญญาตาม (๓) (๔) หรือ (๕) ให้เปึนไปตามที่คณะรัฐมนตรี กําหนดตามข้อเสนอแนะของกระทรวงการต่างประเทศ เท่ากับว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ มอบภาระอันหนักหน่วงให้กับกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งหนังสือสัญญาที่เกี่ยวข้องกับ การต่างประเทศนั้นประกอบด้วยหลายมิติด้วยกัน บางเรื่องเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม บางเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เกี่ยวกับเรื่องของไบโอเจเนติค (Biogenetic) หรือว่าชีวพันธุกรรม ซึ่งการที่จะให้กระทรวงการต่างประเทศเปึนผู้รับผิดชอบตัดสินใจ แต่เพียงผู้เดียวว่าหนังสือสัญญาใดเข้าข่ายตาม (๓) (๔) (๕) ดิฉันคิดว่าจะเปึนภาระมาก เกินไป และสุดท้ายอาจจะเปึนประเด็นที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป
อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าร่าง พ.ร.บ. ของทางคณะรัฐมนตรีนั้น ยังไม่ชัดเจนก็คือในส่วนของวิธีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในมาตรา ๙ ของร่าง พ.ร.บ. รัฐบาลบอกว่าการเผยแพร่ข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามมาตรา ๗ ให้กระทําผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการนี้ รัฐมนตรีเจ้าสังกัดอาจกําหนดให้ดําเนินการโดยวิธีอื่นด้วยก็ได้ คําว่า ระบบเครือข่ายสารสนเทศของหน่วยงานที่รับผิดชอบ นั้นหมายถึงอะไรบ้างคะ เว็บไซต์ (Website) วิทยุ ปัาย บอร์ด (Board) ต่าง ๆ หรืออะไรได้อีก ในการที่จะรับฟังและ เผยแพร่ข้อมูลความคิดเห็นของประชาชน แท้จริงแล้วจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีช่องทางให้ ประชาชนได้สื่อสารความในใจสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตัวต่อตัว ดิฉันคิดว่าน่าจะระบุ ให้ชัดเจนนะคะว่า ควรจะจัดให้มีเวทีประชาพิจารณ์กี่ครั้ง ที่ใดบ้าง มากกว่าที่จะกําหนด เพียงแค่ผ่านเครือข่ายสารสนเทศค่ะ
อีกประเด็นหนึ่งในมาตรา ๑๐ เขียนไว้ว่า การศึกษาวิจัยตามวรรคหนึ่ง ให้กระทําโดยหน่วยงานหรือองค์กรที่มีความเปึนอิสระในการดําเนินงาน และผู้ซึ่ง หน่วยงานหรือองค์กรนั้นมอบหมายให้ดําเนินการศึกษาวิจัย ต้องไม่มีประโยชน์ได้เสียเปึน การส่วนตัวหรือมีอคติในเรื่องที่ดําเนินการศึกษาวิจัย ประเด็นนี้แม้ว่าจะมีความชัดเจน และตอบโจทย์ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ได้ระบุไว้ แต่ความหมายของคําว่า องค์กรที่มี ความเปึนอิสระในการดําเนินงาน องค์กรไหนคะ หน่วยงานที่รับผิดชอบเปึนหน่วยงานที่ กําหนดตัวผู้วิจัยเอง ถ้าเปึนเช่นนั้น ความอิสระจะเกิดขึ้นได้อย่างไร หน่วยงานหรือองค์กร นั้นมอบหมายให้ดําเนินการศึกษาวิจัยต้องไม่มีประโยชน์ได้เสีย คํานี้แม้ว่าจะเพิ่มความ ชัดเจนขึ้นในนิยามของคําว่าเปึนอิสระ แต่ก็ไม่ได้บ่งบอกว่าหน่วยงานไหนควรจะเปึน ผู้รับผิดชอบ และในความเปึนจริง ในการทําการศึกษาวิจัยในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ การทํา เอฟทีเอ (FTA : Free Trade Area เขตการค้าเสรี) การทําสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้องกับ ในประเด็น เช่น สิ่งแวดล้อม หรือว่าสิทธิมนุษยชนนั้นจําเปึนอย่างยิ่งค่ะ ควรที่จะให้ สถาบันที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการทําวิจัยเปึนผู้รับผิดชอบหลัก
อีกประเด็นหนึ่งนะคะ ที่ดิฉันคิดว่ายังไม่ค่อยที่จะมีความสมบูรณ์เท่าไรนัก ในร่างของคณะรัฐมนตรี ก็เปึนเรื่องของช่วงเวลาของการศึกษาผลประโยชน์และ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดําเนินการตามหนังสือสัญญา ในมาตรา ๑๗ ร่างของ คณะรัฐมนตรีได้ระบุไว้ว่า เมื่อหนังสือสัญญามีผลใช้บังคับแล้ว ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ จัดให้มีการศึกษาผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญาที่มีต่อความมั่นคงทาง เศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศ ตลอดจนผลผูกพันด้านการค้าหรือการลงทุนของประเทศ และผลกระทบต่อบุคคล และให้เสนอแนะมาตรการแก้ไขหรือเยียวยาผลกระทบดังกล่าว ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ท่านประธานคะ เมื่อหนังสือสัญญามีผลบังคับใช้แล้ว เพิ่งจะมาศึกษาว่าการทําสัญญานั้นมีผลกระทบอย่างไรกับผู้ที่เกี่ยวข้อง แล้วมันจะไป ทันกาลอะไร เหมือนกับผลกระทบที่เกิดขึ้นในอดีต เราเซ็นสัญญาระหว่างประเทศไป มากมาย แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบก็ยังคงได้รับผลกระทบอยู่นั่น การเยียวยาก็ยังไปไม่ถึง สักที และในร่างของคณะรัฐมนตรีนี้มาระบุให้ทําการศึกษาหลังที่หนังสือสัญญา มีผลบังคับใช้แล้ว แล้วมันจะเกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ได้อย่างไรนะคะ ด้วยความ ไม่สมบูรณ์ ๔ ประการที่ดิฉันได้เรียนต่อท่านประธานไปแล้ว พรรคประชาธิปัตย์จึงได้ ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการจัดทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ พ.ศ. .... ซึ่งน่าจะ เปึนอีกทางเลือกหนึ่งให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณา ในร่างของพรรคประชาธิปัตย์นั้น แบ่งออกเปึน ๕ หมวดหลัก ๆ ด้วยกันนะคะ ก็คือ
หมวด ๑ คณะกรรมการประสานการเจรจาหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ
หมวด ๒ การเจรจาหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ
หมวด ๓ การศึกษาวิจัยข้อมูลและผลกระทบในการจัดทําหนังสือสัญญา ระหว่างประเทศ
หมวด ๔ การจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และ
หมวด ๕ การติดตามและตรวจสอบการจัดทําหนังสือสัญญาระหว่าง ประเทศ
ร่างของพรรคประชาธิปัตย์ได้แบ่งออกเปึน ๕ หมวดหลักนั้น เพื่อสร้าง ความชัดเจนในการปฏิบัติของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
ในหมวด ๑ ที่ว่าด้วยคณะกรรมการประสานการเจรจาหนังสือสัญญา ระหว่างประเทศ ในหมวดนี้ให้ความสําคัญกับคณะกรรมการประสานการเจรจาหนังสือ สัญญา อย่างที่เรียนไปแล้วในตอนต้นว่า ร่างของคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายภารกิจให้กับ กระทรวงการต่างประเทศ เปึนผู้วินิจฉัยว่าเอกสารสัญญาใดจะเข้ามาตรา ๑๙๐ บ้าง ซึ่งในความเปึนจริงในเอกสารสัญญาแต่ละประเภทนั้นมีความละเอียดอ่อนยากที่จะให้ กระทรวงการต่างประเทศจะเปึนผู้ที่มีความรู้แตกฉาน และเข้าใจอย่างลึกซึ้งในทุกประเด็น การที่จะกําหนดให้มีคณะกรรมการประสานเจรจาจะช่วยให้การพิจารณาเอกสารสัญญา ระหว่างประเทศเปึนไปอย่างรอบคอบมากขึ้น ซึ่งในมาตรา ๖ ร่างของพรรคประชาธิปัตย์ นั้น เราได้เสนอให้มีคณะกรรมการประสานการเจรจาหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปึนประธานกรรมการ ผู้แทน กระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทน กระทรวงสาธารณสุข เปึนต้นท่านประธานคะ การที่ร่างฉบับนี้ได้เสนอให้มีคณะกรรมการ ที่ประกอบด้วยผู้แทนจากหลายภาคส่วน ไม่ได้หมายความว่าพรรคประชาธิปัตย์อยากให้ เกิดการแทรกแซงในการบริหารประเทศของคณะรัฐบาลนะคะ เพราะบทบาทนี้เราได้ กําหนดกรอบไว้อย่างชัดเจนในมาตรา ๑๒ ให้คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
๑. ประสานงานกับหน่วยงาน องค์กร หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และ สนับสนุนให้การเจรจาหนังสือสัญญาระหว่างประเทศเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมี ธรรมาภิบาล
๒. ให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะแก่คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาในส่วนของกระบวนการจัดทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ และมาตรการปัองกัน เยียวยา และแก้ไขผลกระทบ
๓. พิจารณากฎหมาย ระเบียบ และประกาศเพื่อการปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ของหน่วยงาน องค์กร หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และ
๔. ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติให้เปึนหน้าที่ของคณะกรรมการ
ดังนั้นบทบาทของคณะกรรมการประสานการเจรจาจะไม่ได้มีเรื่องใดที่ เกี่ยวข้องกับการแทรกแซง แต่เปึนเพียงคณะทํางานที่จะช่วยให้การทํางานของรัฐบาล และหน่วยงานราชการมีประสิทธิภาพ และพิจารณาข้อมูลในหลาย ๆ มิติได้ครบถ้วนมาก ขึ้นค่ะ
ในหมวด ๒ เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาหนังสือสัญญาระหว่าง ประเทศ ร่างของพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอ
มาตรา ๑๔ ให้คณะรัฐมนตรีจัดทําแผนการจัดทําหนังสือสัญญาระหว่าง ประเทศเสนอต่อรัฐสภาเพื่อทราบโดยจัดทําเปึนแผนสี่ป้ ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับ แผนการบริหารราชการแผ่นดินตามที่บัญญัติในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และ วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าการที่ผู้บริหารประเทศจะต้องมีการวางแผนว่า ในรอบแต่ละป้นั้นเราจะไปเซ็นสัญญาหรือว่ามีแผนการด้านการต่างประเทศอย่างไรบ้าง คงไม่ใช่เรื่องที่ลําบากเกินความสามารถ โดยเฉพาะในเรื่องที่จะไปเซ็นสัญญาการค้าเสรี กับกลุ่มประเทศภาคีใด เราควรที่จะรู้ตัวล่วงหน้า เพื่อที่จะกําหนดให้มีการศึกษาวิจัยก่อน การทํากรอบเจรจาหรือการจัดทําหนังสือสัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากการ ทํางานใด ๆ ไร้ซึ่งแผนแล้ว ดิฉันคิดว่าผลที่เกิดขึ้นคงไม่เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง อย่างแน่นอน ในหมวด ๒ นี้
มาตรา ๑๗ ได้กําหนดไว้ด้วยนะคะว่า ในการเจรจาหนังสือสัญญาระหว่าง ประเทศ คณะเจรจาจัดทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศจะต้องประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้มีประสบการณ์เฉพาะด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม กฎหมาย และ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และผู้แทนหน่วยงานราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสารัตถะ ของหนังสือสัญญานั้น ๆ
เพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและสร้างความโปร่งใส ในการเจรจา ให้ผู้มีส่วนได้เสีย นักวิชาการ ตัวแทนองค์กรประชาสังคม ผู้แทนภาคเอกชน โดยการเสนอชื่อของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และมีตัวแทน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา เข้าร่วมเปึนผู้สังเกตการณ์ และให้ข้อเสนอแนะ ในการเจรจา
ในมาตรานี้ชี้ให้เห็นถึงความเป่ดกว้างที่จะให้ภาคประชาชนและ นักวิชาการผู้มีความรู้ในด้านต่าง ๆ เข้าไปมีส่วนร่วมในคณะเจรจา เพราะอย่างที่เรียนไว้ นะคะว่ากระทรวงการต่างประเทศหรือหน่วยงานหลักในแต่ละเรื่องคง ไม่มีความรู้ความสามารถรอบด้าน เพราะว่าการเซ็นสัญญาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ ในเรื่องของการเป่ดการค้าเสรีนั้นมีมิติมากมายที่ต้องพิจารณา อย่างเช่น กรณีการเป่ด เสรีการค้าอาเซียนเกาหลีหรืออาเซียนเจแปน พบว่า
คุณรัชดาครับ ช่วยกรุณา สรุป ๆ หน่อยได้ไหมครับ ไม่ใช่อ่านเอา ๆ ครับ
ค่ะท่านประธาน ดิฉัน ก็เข้าอยู่ในสาระสําคัญนะคะว่า ในมาตราที่ดิฉันเสนอมานั้นมันเปึนสิ่งที่จําเปึน เพราะ การที่เป่ดกว้างให้นักวิชาการเข้ามามีส่วนร่วมนั้นมันเปึนสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ผ่านมาการไปเซ็นสัญญาอาเซียนเจแปนหรืออาเซียนเกาหลี มีข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นที่เรา เป่ดกว้างให้นําสินค้าบางประเภทที่นําไปสู่ปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม อย่างเช่น ยางมือสองหรือสินค้ามือสองได้นะคะ
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวคุณขจิตรเดี๋ยวจะจบ แล้ว
ไม่ใช่ครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ผมนี่นั่งอดทนนานมาก ที่จะฟังโดยไม่มีเอกสารของพรรคประชาธิปัตย์ที่เสนอ ผมพยายามหาแล้วมันไม่มีครับ แล้วมาอ่านให้ผมฟังทั้งหมด แล้วผมพยายามเป่ดตามนี่ผมหาทั้ง ๒ แฟัมแล้วมันไม่มีครับ ก่อนที่จะเสนอต่อไปท่านประธานให้เอาเอกสารเสนอโดยพรรคประชาธิปัตย์ให้ผมด้วย ครับ ผมอดทนนานมากแล้วครับ
ขอบคุณครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ช่วยเอาไปให้คุณขจิตรด้วยครับ มีอะไรอีก เดี๋ยวให้จบเปึนคน ๆ เถอะ ผู้เสนอเขาเสนอผมว่าให้สรุป ไม่พ้นคําพูดของผมครับ เดี๋ยวก็ต้องมีปัญหาก็มีจริง ๆ เชิญครับ คุณรัชดาให้จบเร็ว ๆ หน่อย
ในประเด็นสุดท้าย ในหมวด ๔ และหมวด ๕ ของที่ดิฉันได้เสนอนั้น ก็จะเน้นในเรื่องของการเป่ดรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนที่น่าจะมีความชัดเจน และในร่างนี้ก็ได้เสนอขั้นตอนที่ชัดเจน กว่าร่างของคณะรัฐมนตรี และหมวด ๕ เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการติดตามและตรวจสอบ การจัดทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ เพราะว่าเมื่อเราได้เกิดการเซ็นสัญญาระหว่าง ประเทศแล้ว การศึกษาวิจัยควรจะมีการทําอย่างต่อเนื่องไม่ใช่จบสิ้นเพียงแค่เมื่อ เซ็นสัญญาแล้ว ทั้ง ๕ หมวดนี้ก็เปึนข้อเสนอแนะที่ดิฉันคิดว่าจะเปึนอีกทางเลือกหนึ่งและ จะช่วยเติมเต็มให้ร่างพระราชบัญญัติการจัดทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ พ.ศ. .... มีความสมบูรณ์มากขึ้น ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ อันดับแรก มีดังนี้นะครับ คุณขจิตร ชัยนิคม คุณประเกียรติ นาสิมมา คุณสถาพร มณีรัตน์ คุณสงวน พงษ์มณี คุณวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คุณสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ที่มีอยู่นะครับ เอาแค่นี้ก่อน นะครับ เชิญครับ คุณขจิตร ชัยนิคม คนแรกครับ คือเอาตามลําดับที่ยกมือนะครับ เจ้าหน้าที่เขาได้ส่งชื่อมาหมดแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กฎหมายฉบับนี้ ออกตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐) ท่านประธานครับ ผมขอความกรุณาอ่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ
ในมาตรา ๑๙๐ เขียนไว้ว่า ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกําหนดขั้นตอนและ วิธีการจัดทําหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของ ประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้าหรือการลงทุน อย่างมีนัยสําคัญ เขียนไว้ชัดเจนบอกว่ากฎหมายนี้ให้กําหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญา แต่ในนี้ในรายละเอียดของกฎหมายที่เสนอมานี้ ไม่มี ไม่มีการกําหนดขั้นตอนและ รายละเอียด ไม่มีเลยครับ พอท่านเขียนถึงมาตราจะเห็นได้ชัดเจนว่า ในมาตรา ๔ ก็จะบอกว่า หนังสือสัญญาเปึน หนังสือสัญญาตาม (๓) (๔) (๕) ให้เปึนไปตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนดตามข้อเสนอแนะ ของกระทรวงการต่างประเทศ เสร็จแล้วถ้าไม่ได้อยู่ตาม (๑) ถึง (๕) ก็บอกว่า ให้เปึนไป ตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา ท่านประธานครับ อ่านเฉพาะรัฐธรรมนูญซึ่งออกให้ เปึนหลักการของกฎหมายฉบับนี้ ผมพยายามเป่ดไปดูในรายละเอียดทุกแห่ง ไม่มีครับ ไม่มีการกําหนดขั้นตอนชัดเจน แต่กําลังมาเขียนขออนุมัติสภานี้ว่า ให้อํานาจฝ์ายบริหาร คือให้อํานาจคณะรัฐมนตรี โดยข้อเสนอของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ยิ่งไม่น่าจะต้องยินยอมครับ โดยสภานี้โดยเกียรติ โดยศักดิ์ศรี โดยกฎหมายรัฐธรรมนูญ มีเจตนาว่า ขั้นตอนและวิธีการรายละเอียดที่จะทําข้อผูกพัน อันนี้สรุปง่าย ๆ ส่วนใหญ่ ก็คือ เพื่อที่จะไปกู้หนี้ไปเปึนหนี้ผูกพันต่างประเทศ ที่รัฐบาลรีบเข้ามาก็เพราะคิดว่าจะรีบ ไปกู้เงินนะ คิดเอาอย่างนั้นครับ ก็คงไม่ผิดหรอก แล้วยิ่งเสนอโดยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศคนนี้ที่กําลังเสนอสภาอยู่นี่ ซึ่งมีประวัติความเปึนมาก่อนที่จะมา รับตําแหน่งก็รู้กันดีอยู่ ผมไม่อยากจะพูดซ้ํา แต่ว่าไม่น่าเชื่อถือ แล้วมานําเสนอกฎหมาย แบบนี้ แล้วมาขออํานาจจากสภานี้บอกว่า ให้เปึนไปตามคณะรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศเสนอ ไม่ได้ละครับ หลักการของรัฐธรรมนูญตามมาตราที่อ้าง เขาบอกให้เขียนขั้นตอนและวิธีการทําหนังสือสัญญา ผมเคยออกกฎหมายเรื่อง การเลือกตั้งครับ เขาบอกให้กําหนดโทษ แต่เราคิดไปคิดมาไม่รู้จะเอาโทษอะไร เราก็ไป เขียนบอกว่า โทษนี้ให้เปึนไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ชี้ขาดหมดแล้วว่าทําไม่ได้นะครับ ต้องเขียนไปตามบทข้อความในรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ต้องกําหนดขั้นตอนและวิธีการทําสัญญา ก็ต้อง กําหนดขั้นตอนวิธีการทําสัญญาในกฎหมายให้ชัดเจนครับ ไม่ใช่มาบอกว่าให้อํานาจ คณะรัฐมนตรี โดยข้อเสนอของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เสร็จแล้วค่อย เอามารายงานสภา ไม่ใช่ละครับ มันหมดสมัยแล้วครับ รัฐธรรมนูญเขียนชัดว่าให้เปึน อํานาจของสภาตรากฎหมายนี้ แล้วยังจะมาเขียนว่า ขออํานาจที่เปึนขั้นตอนนี้ไปให้ คณะรัฐมนตรีให้ฝ์ายบริหารอีก มันไม่ได้นะครับ ต้องเขียนขั้นตอนในกฎหมายให้ละเอียด ว่าจะทําอย่างไร ๆ ก่อนนะครับ นี่คืออันที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ก็คือว่า กฎหมายฉบับนี้เสนอเข้ามาค่อนข้างจะเร่งด่วนมาก มีความจําเปึนมากนะครับ แล้วในขณะที่ประโคมข่าวว่าจะต้องไปกู้เงินมา แล้วกู้ให้ถึง เพดานด้วย กู้โดยไม่ต้องเหลืออะไรเลย แล้วรัฐบาลนี้คิดได้อย่างเดียวคือกู้เงินหรือครับ แล้วครั้งก่อนนี่เปึนประวัติศาสตร์ไว้แล้วนี่ พอกู้แล้วก็หนีไป เสร็จแล้วคนอื่นเขามา แก้ปัญหาให้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าบริหารจะเสนอกฎหมายนี้รีบเข้ามาเพื่อจะกู้ ผมเห็นว่ามันขัดกับหลักการของรัฐธรรมนูญที่ผมอ้างแล้ว
อันที่ ๒ ผมอยากจะถามไปยังพรรคประชาธิปัตย์แล้วก็รัฐบาล ในขณะเดียวกันการเสนอกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์นี่ไม่เหมือนกับของรัฐบาลเลย ทีเดียว มีรายละเอียดมาก ตามคําแถลงของผู้เสนอที่เซ็นชื่อก่อน ทํานองว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับพรรคร่วมรัฐบาลใช่ไหมครับ คือพรรคประชาธิปัตย์ ไม่สามารถที่จะเอากฎหมายของตัวเองมาออกในนามรัฐบาลเลยใช่ไหมครับ ทําไมเสนอ ซ้อนของพรรคมาแล้วมีข้อแตกต่าง แล้วมีข้อแก้ตัวให้รัฐบาล บอกว่าของรัฐบาลยังไม่มี ขั้นตอนแล้วในคําแถลงของผู้เสนอกฎหมายยังสงสัยอีกครับ สงสัยในกฎหมาย รัฐธรรมนูญว่ากําหนดอะไรไว้ไม่แน่ชัด อาจจะต้องไปตีความในศาลรัฐธรรมนูญ (GDP : Gross Domestic Product ผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศ) ถ้ากู้เต็มแล้วท่านจะไปไหนครับ ท่านจะรีบไปไหนครับ เสร็จแล้วท่านจะ เอาภาระไว้ให้ใคร ลูกหลานใช่ไหมครับ ลูกหลานผมนี่เกิดมาเปึนเจ้าของประเทศต้องมา รับผิดชอบกับหนี้เหล่านี้ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นการเสนอกฎหมายของรัฐบาล ผมว่ายิ่ง ข้อกําหนดในบทบัญญัติที่เขียนไว้ชัดเจนนี่นะครับ ในมาตรา ๔ ช่วงสุดท้ายเขียนไว้ น่าตกใจมากครับ หนังสือสัญญาตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมหนังสือสัญญากู้เงินและค้ําประกัน เงินกู้ที่รัฐบาลไทยหรือราชอาณาจักรไทยทําขึ้น ตามกฎหมายที่ให้อํานาจให้เปึน การเฉพาะหรือเปึนการทั่วไป มันอธิบายอย่างไรครับ ผมเปึนครูมา มีทั้งการเฉพาะและ การทั่วไป นี่มันแปลว่าอย่างไรครับ แปลว่าทําได้ทุกอย่างใช่ไหมครับ วรรคสุดท้ายที่เขียน ขมวดไว้ มีทั้งเฉพาะกิจแล้วก็ทั่วไปไม่ต้องเขียนก็ได้ครับ นั่นก็คือแปลว่าไปทําเฉพาะกิจ ก็ได้ ทั่วไปก็ได้ ไม่ต้องมาขออนุญาตตามกฎหมายนี้ นี่เขียนยกเว้นไว้ทําไมครับ เฉพาะที่ ผมพูดมานี่ขัดเจตนาของรัฐธรรมนูญ ขัดตามข้อความที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ผมไม่สามารถอนุมัติหลักการกฎหมายนี้ได้ละครับ เพราะหลักการก็คือให้มีกฎหมาย เหตุผลนั่นมีตามมาตราในรัฐธรรมนูญที่กล่าวไว้ทั้ง ๒ มาตรานะครับ มีรายละเอียดแล้ว แล้วเขาบอกด้วยว่าต้องมีรายละเอียดอย่างไร แต่ปรากฏว่าในกฎหมายที่รัฐบาลเสนอมา ไม่มีรายละเอียดตามที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ มาตรา รับหลักการในกฎหมายนี้ ไม่ได้ละครับ ถ้ารับไว้ก็แปลว่าท่านไปกู้เงินได้โดยไม่ต้องผ่านรัฐสภา เจตนาของ รัฐธรรมนูญคือท่านไปกู้หนี้ผูกพันอะไรที่จะเปึนภาระของชาติบ้านเมือง รัฐธรรมนูญไม่ได้ ให้อํานาจรัฐบาลไว้ แต่ให้อํานาจรัฐสภานี้ออกกฎหมาย ทีนี้ท่านมาเสนอกฎหมาย ขออํานาจสภานี้บอกว่า ขั้นตอน วิธีการเปึนไปตามคณะรัฐมนตรีตามที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศเสนอ ไม่ได้ละครับ ผมเห็นว่าอันนี้ขัดหลักการ ผมจึงไม่ยอมรับ หลักการกฎหมายฉบับนี้ แล้วไม่อยากจะร่วมพิจารณาด้วยเลยนะครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี
ท่านประธานคะ ดิฉันขอใช้ สิทธิพาดพิงค่ะ
ไม่ครับ นั่งลงก่อนเถอะ ครับ ไม่ได้พาดพิงอะไร
ขอใช้สิทธิพาดพิงค่ะ ท่านประธาน เพราะว่าทําให้ดิฉันเสียหายค่ะ
ให้คนอื่นเขาพูดบ้างเถอะ คุณพูดมากแล้ว
แต่ดิฉันเสียหายนะคะ ท่านประธาน ตามข้อบังคับการประชุม ดิฉัน
เชิญคุณอรรถวิชช์ คุณจะพูดหรือเปล่าล่ะ
ครับ
พูดเชิญเลยครับ
ท่านประธานคะ ขอดิฉันได้ ชี้แจงเพราะว่าถูกพาดพิงและทําให้ดิฉันเสียหายค่ะ
ไม่เสียอะไรเลยครับ
ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานใจดีก็ฟังสักหน่อยดีไหมครับ
เสียหายค่ะท่านประธาน เพราะว่าท่านผู้ซึ่งอภิปรายเมื่อสักครู่นี้บิดเบือนข้อเท็จจริง ดิฉันไม่ได้เห็นแย้งกับ รัฐธรรมนูญ ไม่ได้เห็นแย้งต่อร่าง (ร่างพระราชบัญญัติ) ของคณะรัฐมนตรีนะคะ
ก็โต้กันไปโต้กันมา
ท่านประธานคะ ด้วยความเคารพอย่างยิ่งนะคะ ดิฉันไม่บังอาจที่จะเถียงต่อคําวินิจฉัยของท่านแล้วก็ไม่คิด ที่จะโต้แย้งต่อเพื่อนสมาชิกแต่อย่างใดนะคะ แต่ว่าข้อเท็จจริงก็คือดิฉันเห็นด้วยกับ คณะรัฐมนตรีที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติแห่งนี้ เพราะว่ามันมีความจําเปึน แล้วตาม รัฐธรรมนูญก็ได้กําหนดให้ว่าต้องมีการจัดทําร่างพระราชบัญญัติภายในหนึ่งป้ แล้วที่มา กล่าวหาว่าดิฉันเห็นแย้งนั้นไม่ถูกต้อง ดิฉันพูดว่าที่ผ่านมาความไม่ชัดเจนของ มาตรา ๑๙๐ ทําให้หน่วยงานราชการไม่สามารถปฏิบัติการได้จนต้องเสนอให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยค่ะ ก็อยากจะขอชี้แจงด้วยนะคะ
อีกเรื่องหนึ่งนะคะท่านประธานเรื่องสุดท้ายแล้ว ที่ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ บอกว่ารัฐบาลเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะขอกู้ เพราะว่าไปกู้หนี้ยืมสิน ไว้สมัยเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้ว
อันนั้นฝ์ายค้านเขามีสิทธิ ที่จะพูดครับ
แต่เขาพูดไม่จริง แล้วทําให้ พรรคประชาธิปัตย์เสียหายนะคะท่านประธาน
พอแล้วครับ มันไม่ เสียหายอะไรละครับ สภาก็มีหน้าที่เขาพูดอย่างนี้ละครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ
พอแล้วครับ คุณขจิตรนั่งลง
นั่งลงไม่ได้ เขาพาดพิงถึงผม ต้องต่อเลยครับ ผมประท้วงครับ ผมเสียหายครับ ท่านประธานด้วยความเคารพท่านครับ
เอาอะไรอีกครับ
เมื่อสักครู่นี้บอกว่าผมบิดเบือนบ้าง แล้วกล่าวหาบ้าง ผมต้องขอสิทธินี้ครับ
เอา ๑ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม ผมไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวหาท่านผู้เสนอกฎหมาย แต่ผมพูดชัดเจนว่าทําไม พรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาลเปึนแกนนํา เมื่อรัฐบาลเสนอกฎหมายมาแล้ว ทําไม ไม่เสนอเปึนเรื่องเดียวกัน แล้วพรรคประชาธิปัตย์มาเสนอแยกอีกทําไม แสดงว่ากฎหมาย ของรัฐบาลนี้มันไม่สมบูรณ์ใช่ไหม หรือพรรคประชาธิปัตย์กําลังเตรียมอะไรอยู่ว่า ถ้ารัฐบาลเสนอผิดพลาด พรรคประชาธิปัตย์ไม่ผิดอย่างนั้นใช่ไหม อันนี้ผมพูด แล้วผมก็ พูดด้วยว่าเจตนากฎหมายที่รีบเสนอเข้ามานี่จงใจจะไปกู้เงินใช่ไหม เพราะมีข่าว อันนี้ ผมไม่ได้บิดเบือนอะไรเลยนะครับ
ครับ พอแล้วครับ
ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ แล้วเขาบอกผม บอกต่อไปว่า
พอแล้วครับ พอแล้ว
ยังไม่พอครับ นิดเดียว ผมบอก ต่อไปว่าเสนอกฎหมายนี้แล้ว จะไปกู้เงินใช่ไหม แล้วกู้มา ๆ แล้วเปึนหนี้ แล้วมันจะเต็ม เพดาน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีแล้ว ก่อนนี้ก็กู้ ๆ เสร็จแล้วท่านก็ไป อันนี้มันเรื่องจริงนี่ครับ ไม่ได้กล่าวหาอะไร ขอบคุณครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองเปึนผู้หนึ่งครับที่ลงนาม
ท่านประธานคะ ดิฉันขอ ใช้สิทธิพาดพิงค่ะ
มันพาดไปพาดมา แล้วก็พาด ๆ กันอย่างนี้นะครับ
ท่านประธานคะ การที่ดิฉัน เสนอร่างพระราชบัญญัติถือว่าเปึนเอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะเสนอได้ ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองแต่อย่างใดนะคะ
นี่คุณรัชดา ผมยังไม่ อนุญาตให้คุณพูดเลย ผมยังไม่อนุญาตให้คุณพูดเลย คุณนั่งลงก่อนครับ ถ้าคุณยืนอย่างนั้น คุณประท้วงผม เชิญครับ ให้ ๑ นาทีครับ
ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน การที่ดิฉันเสนอร่างพระราชบัญญัติการจัดทําหนังสือสัญญาระหว่าง ประเทศ พ.ศ. .... ไม่มีสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองนะคะ ดิฉันเสนอขึ้นเพื่อให้ ถือเปึนอีกทางเลือกหนึ่งของสภาแห่งนี้จะได้พิจารณา ซึ่งตั้งอยู่บนหลักการที่ถูกต้องและ เหมาะสมเช่นเดียวกับของคณะรัฐมนตรี แต่มีบางประเด็นที่ดิฉันคิดว่าร่างของดิฉันน่าจะ มีความสมบูรณ์มากกว่าก็เสนอให้ ส่วนท่านสมาชิกจะเห็นควรอย่างไรก็เปึนเอกสิทธิ์ของ ท่านที่จะตัดสินในช่วงของการลงมตินะคะ แล้วในประเด็นที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องการจะเสนอ พ.ร.บ. (พระราชบัญญัติ) ฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อจะขอกู้เงิน ขอเรียนว่าหนังสือ สัญญาเงินกู้นั้นไม่จําเปึนที่จะต้องเข้ามาเสนอในรัฐสภา เพราะว่ามี พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ (พระราชบัญญัติหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘) ที่มีความชัดเจน แล้วมีกระบวนการ ที่ถูกต้องอยู่แล้ว แล้วเมื่อครั้งที่เกิดขึ้นในอดีต สมัยที่
พอแล้วครับ
ท่านประธานคะ ขออีก นิดเดียวค่ะ เพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์ถูกกล่าวหาในเรื่องการกู้เงินนี้มาหลายครั้ง แล้วรู้สึกว่าดิฉันในฐานะที่เปึน ส.ส. ใหม่ คิดว่ามันไม่มีความเปึนธรรมเกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ การกู้เงินที่ผ่านมารัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เปึนผู้ก่อหนี้นะคะ
ท่านประธานครับ ขอหน่อยหนึ่งครับ ท่านประธาน ผมไม่เคยประท้วงเลยนะครับท่านประธานครับ คือตอนนี้ท่านประธาน ผมขอนิดหนึ่งครับ อย่างนี้ท่านประธานครับ คุณเปึนผู้เสนอกฎหมาย เขาไม่เห็นด้วยเปึน เรื่องปกติ ตอนสุดท้ายค่อยชี้แจง ตอนนี้ผมขอพวกผมได้ช่วยแสดงความคิดเห็นหน่อยได้ ไหม ท่านประธานช่วยควบคุมการประชุมด้วยครับ
ผมพยายามครับ แต่ถือว่า สุภาพสตรีผมก็เกรงใจครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ พอแล้วครับ พอ ๆ
ท่านประธานคะ ดิฉันเพียง แค่ขอใช้สิทธิพาดพิง
พอ พอ พอ เชิญ คุณอรรถวิชช์ จะพูดหรือไม่พูด
ผมจะพูดครับ ท่านประธาน แต่ท่านประธานต้องคุมให้ดีนะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวประท้วงกันอีกครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ครับ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก็วันนี้ในเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญานะครับ ต้องบอกว่าผมเองนั้น ก็ได้ลงนามครับ เห็นดีเห็นงามกับท่านดอกเตอร์รัชดานะครับ แล้วใจหนึ่งก็บอกว่า ร่างรัฐบาลก็เปึนสิ่งที่ถูกต้องครับ ผมเชื่อครับว่าเปึนสิทธิของ ส.ส. ที่จะเห็นได้ครับ ไม่ได้มี เจตนารมณ์ทางการเมืองเปึนอย่างอื่นนะครับ
ท่านประธานครับ เมื่อเท้าความสักนิดหนึ่งว่าทําไมจะต้องมีการออก พระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญานั้น ต้องเท้าความไปถึง มาตรา ๑๙๐ ว่า แรกเริ่มเดิมทีนี่นะครับ เขาก็มีมาตราอื่นที่ระบุไว้อย่างนี้นะครับ คือ มาตรา ๒๒๔ ครับ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐) หลักการเดิมนั้นก็จะจํากัดเฉพาะแต่เพียงหนังสือสัญญาที่ไม่เปึนการ กระทบกระเทือนต่อเรื่องของอธิปไตย เขตพื้นที่ ราชอาณาจักรของเรานะครับ และ อันที่ ๓ ก็คือว่า หนังสือสัญญาที่เวลาเซ็นแล้วจะต้องไปออกเปึนพระราชบัญญัติ พอในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ก็คือมีการปฏิวัติเกิดขึ้น สนช. (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ) ก็คิดครับว่ามีความเสียหายในประเทศเกิดขึ้น เพียงแต่ ๓ ตัวนั้น ไม่พอแล้วละครับเมื่อสักครู่นี้ที่ได้กล่าวไป เพราะเนื่องจากว่าในช่วงรัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร นั้น มีการเซ็น เอฟทีเอ (AFT : Free Trade Area : เขตการค้าเสรี) เกิดนะครับ ความตกลง ๒ ประเทศนี้ละครับ เช่น ความตกลงที่เซ็นกับจีน ผลพวงต้องบอกว่าเริ่มจั่วหัวเปึนเรื่องที่ดีครับ เพราะเปึนเรื่องจับมือกันระหว่าง ๒ ประเทศ แต่ว่าปลายอุโมงค์หรือทางเดินระหว่างทางนั้นมีปัญหาและอุปสรรค นั่นก็คือการเตรียม ความพร้อมของภาคเอกชนและภาครัฐบาลที่จะรองรับเวลาที่รัฐบาลเซ็นไปแล้ว นี่ละครับ เปึนปัญหาที่ทําให้มีสินค้าจากจีนทะลักเข้ามาในประเทศไทยจํานวนมาก พี่น้องเกษตรกร ส่วนหนึ่งเดือดร้อนเพราะเตรียมการไม่ทัน นักวิชาการในขณะนั้นก็เลยตัดสินใจว่า จะต้อง ผลักอํานาจของฝ์ายบริหารในการไปทําข้อตกลงที่จะกระทบกระเทือนนี้นะครับมาเปึน อํานาจของฝ์ายนิติบัญญัติ ก็คือในสภาแห่งนี้ ก็เลยมีการเติมข้อความในมาตรา ๑๙๐ เพิ่มขึ้นมาอีก ๒ เรื่องครับ ก็คือหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง
อีกอันหนึ่งก็คือว่ามีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของ ประเทศอย่างมีนัยสําคัญ เพราะมีความเปึนห่วงเรื่องของ เอฟทีเอ ก็เลยใส่เรื่องนี้เข้ามา ครับ นี่คือต้นสายปลายเหตุของมัน แต่เมื่อมาดูครับว่า หลายคนบอกว่ามาตรา ๑๙๐ นั้น เปึนอุปสรรคสําคัญในการบริหารประเทศ ผมเปึนคนหนึ่งที่ยืนแล้วบอกว่าไม่จริงครับ นี่ เปึนการให้อํานาจนิติบัญญัติ ให้อํานาจข้าราชการประจําที่ต่อจากพวกเราไป ให้รู้ถึงสิ่งที่ รัฐบาลจะทํากับต่างประเทศได้ดีกว่าเดิม ท่านประธานครับ บางคนอ่านร่างฉบับนี้แล้วมี ความรู้สึกว่า ทําไมไปเอาหนังสือสัญญากู้ยืมเงินกันออกไปต่างหาก นั่นหมายความว่า ร่างของรัฐบาลนั้นมีประสงค์ที่จะกันในเรื่องของสัญญากู้ยืมเงินไม่ให้อยู่ภายใต้นิยามของ คําว่า หนังสือสัญญา ตามมาตรา ๑๙๐ หลายต่อหลายคนที่นี่คลางแคลงใจว่าเขียน กฎหมายที่เปึนวิธีที่ปฏิบัติแบบนี้ ไปขัดกับกฎหมายแม่ที่เปึนรัฐธรรมนูญหรือไม่ คําตอบ ชัดเจนครับ ไม่ครับ แหล่งเกิดของกฎหมายนั้นเกิดได้อยู่ ๒ อย่างครับ เกิดขึ้นโดยวิธีการ ในนิติบัญญัติแบบนี้ละครับ ก็ร่างเปึนกฎหมายสารบัญญัติที่ใช้บังคับกัน
อีกวิธีหนึ่งเกิดขึ้นโดยระบบจารีตประเพณี นั่นก็คือตามแนววินิจฉัยของ ศาลครับ ในคราวนี้ละครับก็มีข้อวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีการตีความคําว่า หนังสือสัญญา ตามมาตรา ๑๙๐ ตรงนี้ละครับว่าหมายถึงอะไร ศาลรัฐธรรมนูญนั้นมี ที่ชัด ๆ ที่ผมอยู่ในมือแล้วอ่านแล้วนะครับ มีอยู่ ๒ อันครับ อันแรก คือ ฉบับที่ ๑๑/๒๕๔๒ อีกอันหนึ่งก็คือว่า ๖–๗/๒๕๕๑ ก็เรื่องเขาพระวิหารนั่นละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ๒ ตัวนี้ในร่างคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ได้วินิจฉัยตีความคําว่า หนังสือสัญญา เอาไว้ครับ โดยเทียบเคียงอนุสัญญากรุงเวียนนา อนุสัญญากรุงเวียนนามาเกี่ยวข้องอะไรกับการตีความกฎหมายระหว่างประเทศในครั้งนี้ ต้องบอกว่าแม้ประเทศไทยจะไม่เปึนภาคีอนุสัญญาฉบับนี้ก็ตามที แต่วิถีทางในการ ปฏิบัติของโลก วิถีทางในการปฏิบัติของโลกนั้นเขาจะมีจารีตประเพณีที่ถือปฏิบัติกัน นั่นก็คืออนุสัญญากรุงเวียนนาครับ ศาลรัฐธรรมนูญในคราวนั้นในป้ ๒๕๔๒ ซึ่งใช้ ข้อความแบบนี้ครับ และป้ ๒๕๕๑ ก็ใช้ข้อความเดียวกันครับ เขาให้เอาหนังสือสัญญานั้น มาดูว่าตรงกับนิยามคําว่า สนธิสัญญาของอนุสัญญากรุงเวียนนา อย่างไรครับ ก็ได้ความว่า สนธิสัญญาหมายถึง ความตกลงระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นทําเปึนหนังสือระหว่างรัฐต่าง ๆ หรือระหว่างรัฐกับองค์กรระหว่างประเทศ หรือระหว่างองค์กรระหว่างประเทศด้วยกัน และ อยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะทําขึ้นฉบับเดียว ๒ ฉบับ หลายฉบับผนวก เข้ากัน และไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าอย่างไรก็ตามท่านประธานจะเห็นนะครับว่าสาระสําคัญคือ เปึนข้อตกลงระหว่างรัฐกับรัฐ รัฐกับองค์กรระหว่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศกับ องค์กรระหว่างประเทศ และอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ เขาตีความกันอย่างนี้ ครับ เพราะฉะนั้นชัดเจนครับว่าหนังสือสัญญากู้ยืมเงินนั้นอาจจะมองได้ว่าไม่อยู่ภายใต้ หนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ นี่คือจุดยืนของแนวคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครับ ตรงนี้ละครับ ผู้ร่างก็เลยเห็นว่าถ้านํามาใส่ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็น่าจะทําให้ การบริหารงานของบ้านเมืองเราเปึนระเบียบเรียบร้อย แต่ท่านประธานครับ ผมเองก็อ่าน ต่อครับ เพราะว่าผมอยากให้ตั้งคณะกรรมาธิการในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมก็ไป อ่านต่อในเรื่องของกฎหมายระหว่างประเทศครับว่าแล้วสัญญากู้ยืมเงิน ทุกสัญญากู้ยืมเงิน มันไม่ได้ใช้กฎหมายระหว่างประเทศ มันใช้กฎหมายในรัฐนั้น ๆ อย่างเดียวจริงหรือไม่ ท่านประธานต้องเรียนอย่างนี้ครับ รัฐบาลไทยเวลาทําข้อตกลงทุกครั้งครับ เขาจะบอกว่า ใช้ที่ศาลไหน ถ้ามีประเด็นขึ้นศาลไหน ถ้ามีประเด็นเกิดขึ้นใช้กฎหมายประเทศไหน นี่เขา เลือกทั้งศาลไว้แล้ว เลือกทั้งกฎหมายไว้แล้ว ไม่เปึนไรครับ แต่ในกรณีบางอย่างซึ่งรัฐบาลไทย ไม่ทําแบบนั้นนะครับ
ในกรณีที่เซ็นสัญญากู้ยืมเงินแล้วไม่เลือกศาลและไม่เลือกกฎหมาย มันจะ ไปเข้าที่เขาเรียกว่า กฎหมายขัดกัน หรือ คอนฟลิคท์ ออฟ ลอว์ (Conflict of law) ก็จะเปึน ส่วนหนึ่งของกฎหมายระหว่างประเทศ แต่แน่นอนครับ รัฐบาลไทยโดยปกติธรรมเนียม เลยครับ ก็จะระบุว่าขึ้นศาลไหนแล้วก็ใช้กฎหมายประเทศไหน คราวนี้ละครับ ผมเองก็ ยืนยันว่า มาตรา ๑๙๐ ถ้าใช้ให้ดี มีกฎหมายลูกไว้ชัดเจนไม่เหนื่อยหรอกครับ แล้วทําได้ ผมยังอยากจะให้ลึกไปถึงขนาดที่เรียกว่าเวลากําหนดนิยามของคําว่า หนังสือสัญญา นั้น ให้กําหนดให้ชัดเลยครับว่าเปึนการกระทําระหว่างรัฐไทยกับรัฐต่างประเทศหรือองค์กร ระหว่างประเทศ และอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ จากนั้นท่านไประบุให้ชัดเจน เลยครับว่า สัญญาประเภทใดที่จะเปึนสัญญาที่ไม่เข้าข่ายสัญญาที่เปึนกฎหมายระหว่าง ประเทศ ไม่ได้จํากัดเฉพาะแต่เพียงกฎหมายในเรื่องของสัญญากู้ยืมเงินเท่านั้น แต่ให้ใส่ เลยครับว่าสัญญาแบบไหนบ้างลงมาให้หมดเลย ผมเห็นควรว่าน้อยไปนะครับที่อยู่ในนี้ น่าจะใส่ให้ชัดกว่านี้นะครับ อันนี้ก็เปึนสิ่งที่ผมศึกษามาแล้วก็เปึนห่วงครับว่า ถ้าเราอาศัย โอกาสนี้ในการทําร่างกฎหมายฉบับนี้อยากให้พูดให้ชัด เพื่อที่จะทําให้การไปเจรจา ระหว่างประเทศนั้นทําได้ง่ายมากขึ้นนะครับ
ประการสุดท้ายครับ ก็จะใช้เวลาสภานี้ไม่มากครับ มาตรา ๑๙๐ มีวรรคแรกครับท่านประธาน เปึนเรื่องของพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ในการทํา หนังสือสัญญา สิ่งที่สักครู่นี้พวกผมพูดไปก็คือในเรื่องของวรรคสองลงมา นั่นก็คือ แอคชั่น (Action : การกระทํา) ของรัฐบาล แต่ส่วนที่เปึนการกระทําของ เฮด ออฟ สเตท (Head of State : ประมุขของรัฐ) นะครับ ของบ้านเราก็คือพระเจ้าแผ่นดินนี่นะครับ จะอยู่ใน มาตรา ๑๙๐ บอกไว้ว่าพระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจในการทําหนังสือสัญญา สันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่น กับนานาประเทศหรือกับองค์การระหว่าง ประเทศ มันจะมีคําว่า สัญญาอื่น ๆ ท่านประธานเห็นไหมครับ ในมาตรา ๑๙๐ นี้ ผมเอง ไม่อยากให้พระราชบัญญัติฉบับนี้ไปกระทบกระเทือนต่อพระราชอํานาจของ พระเจ้าอยู่หัวในมาตรา ๑๙๐ วรรคหนึ่งครับ เพราะฉะนั้นในกฎหมายฉบับนี้ก็ควรจะจํากัดเฉพาะแต่เพียงหนังสือสัญญาที่อยู่ภายใต้ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ลงมา ซึ่งเปึนการทํานิติกรรม การทําสัญญาของรัฐบาลหรือของ ประเทศ ท่านประธานครับ ผมเองก็มีความเปึนห่วงเปึนใยนะครับ หวังเปึนอย่างยิ่งว่า กฎหมายฉบับนี้นั้นจะผ่านในขั้นตอนการรับหลักการและเหตุผลในขั้นนี้ในวาระนี้ครับ เพราะไม่ว่าจะเปึนร่างของพรรคประชาธิปัตย์นําเสนอโดยดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก หรือ ร่างของรัฐบาลเอง หลักการและเหตุผลคล้ายคลึงครับ แต่อยากให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาในรายละเอียดที่ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่แล้ว เพื่อทําให้ประเทศนี้ เดินทางที่จะไปลงทุนกับต่างประเทศเขานะครับ รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ไม่ต้องมาระแวง ว่าจะทําผิดกฎหมาย ทําผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ แล้วไม่ว่าใครจะมาเปึนรัฐบาลก็แล้วแต่ ท่านจะได้รับอานิสงส์แล้วก็อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านประเกียรติ นาสิมมา ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขณะนี้เรากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการ ทําหนังสือสัญญา พ.ศ. .... เมื่ออาทิตย์ที่แล้วคงจะจํากันได้นะครับว่ามีข่าวเกรียวกราว ครึกโครมอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนร่างพระราชบัญญัติ หมกเม็ด ตอนแรก ๆ ผมก็ไม่ได้มีอะไรที่กังขาเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะ ในรัฐธรรมนูญก็บัญญัติไว้ชัดเจนว่า มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ว่าจะต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับ วิธีการและขั้นตอนในการจัดทําหนังสือสัญญา การเสนอพระราชบัญญัติเข้ามาก็ชอบที่จะ กระทําได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แต่เมื่อมีข่าวครึกโครมอย่างนั้นเกิดขึ้น กระผม ก็ได้ไปตรวจสอบดูหลักการและเหตุผลละเอียดอีกครั้งหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ แล้วก็ไป เป่ดดูในรายละเอียดของหนังสือสัญญาบ้างพอสมควร จึงไปเห็นสิ่งที่มันหมกเม็ดยิ่งกว่า หมกเม็ด นั่นก็คือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า นั้นบัญญัติไว้ชัดเจนครับว่าให้ทํา พระราชบัญญัติเกี่ยวกับแนวทางและวิธีการดําเนินการจัดทําหนังสือสัญญา แนวทาง ก็คือแนวทางนะครับ ใคร ๆ ก็คงจะแปลออกว่าแนวทางหมายความว่าอย่างไร วิธีการ จัดทําซึ่งก็มีความสลับซับซ้อนอยู่ในนี้ ทั้งจะต้องให้ฟังเสียงของประชาชน ทั้งจะต้องให้ มีการประชามติ ถ้าใครได้รับผลกระทบเสียหายต่อการไปทําสัญญากับต่างประเทศ ก็จะต้องเยียวยาเปึนขั้นตอน สาระสําคัญในรัฐธรรมนูญมาตรานี้จึงจําเปึนที่จะต้องออก กฎหมายเกี่ยวกับขั้นตอน แต่สิ่งที่ได้เสนอเข้ามาเปึนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เมื่ออ่าน แล้วนี่ครับ ได้มีการกําหนดประเภทของสัญญาไว้ด้วย ซึ่งประเภทของสัญญาที่ผม กราบเรียนนี้มีอยู่ในมาตรา ๔ วรรคสอง บอกว่าหนังสือสัญญากู้เงินหรือค้ําประกันเงินกู้ ที่ทํากับต่างประเทศนั้น ให้ได้รับการยกเว้นในทํานองนั้น ซึ่งลักษณะนี้ก็เท่ากับ การยกเว้นรัฐธรรมนูญไปด้วย ให้ไปอ่านรายละเอียดให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นประกอบกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๓ (๓) ก็ยิ่งจะต้องเข้าใจชัดว่ารัฐธรรมนูญให้กําหนดแนวทางและ วิธีการ ไม่ใช่ให้กําหนดประเภทของสัญญา เมื่อสักครู่นี้ผมฟังการอภิปรายสนับสนุนใน เรื่องการขอออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมก็ยิ่งเห็นค้านใหญ่ว่ามันเปึนไปไม่ได้ แล้วท่านเองท่านที่อภิปรายจบลงไปเมื่อสักครู่นี้ก็เห็นด้วยว่าสัญญาฉบับที่ส่งเข้ามานี่ มาให้สภารับหลักการและเหตุผลนี้ เปึนเรื่องการกําหนดประเภทของสัญญา เพราะฉะนั้น สัญญาฉบับนี้ ในตัวของกระผมเห็นว่าเปึนสัญญาที่ขัดรัฐธรรมนูญ เห็นว่าเปึน ร่างพระราชบัญญัติที่ต้องด้วยมาตรา ๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่บัญญัติว่า ขออนุญาตอ่านนะครับ
มาตรา ๖ รัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของ กฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเปึนอันใช้บังคับ มิได้
เพราะฉะนั้นถ้าขืนให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับที่ส่งมานี้ผ่านไปได้ ผมคิดว่า จะต้องขัดรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยในหลักการและเหตุผล ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบคุณมากครับ
เชิญนายแพทย์วรงค์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมเห็นด้วยกับท่านคณะรัฐมนตรีที่เสนอ พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้ามา เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดเจนขึ้นในการทําสัญญาระหว่างประเทศ ระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลต่างประเทศ แต่ขณะเดียวกันฟังเพื่อนสมาชิกพาดพิงมาถึงพรรคประชาธิปัตย์ แล้วไม่สบายใจ แต่ผมคิดว่าเราคงจะคุยกันในเชิงหลักวิชาการดีกว่า เพราะว่าคุยในเชิง การเมืองคุยกี่วัน ๆ ก็ไม่จบ ผมถือว่าเปึนเอกสิทธิ์อันชอบธรรมที่ ส.ส. ของ พรรคประชาธิปัตย์จะรวบรวมรายชื่อให้ได้ ๒๐ คน ในการเสนอ พ.ร.บ. ขึ้นมาสักฉบับหนึ่ง ที่โดยหลักการไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนั้นไม่แปลกครับ เพราะว่าพวกเราทําหน้าที่ ในฐานะตัวแทนประชาชน อะไรที่เราคิดว่าเราคิดได้ดีกว่ารัฐบาลเราก็มีสิทธิที่จะคิด อะไรที่เราคิดว่าเราคิดไม่ดีกว่ารัฐบาลเราก็สามารถทําตามรัฐบาลได้ ดังนั้นผมสนับสนุน หลักคิดของ ท่าน ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนในการลงชื่ออย่างน้อย ๒๐ คนขึ้นไป ที่เสนอร่างอันนี้ขึ้นมา
ผมเรียนกับทางท่านประธานสภาผ่านไปยัง ครม. ว่า ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นั้นเปึนเรื่องที่ยากครับ ประชาชนทั่ว ๆ ไปที่ฟังตามวิทยุอาจจะไม่เข้าใจว่า กระบวนการที่ ส.ส. คุยกันอยู่ ณ วันนี้รายละเอียดฟังดูแล้วบางครั้งมันสับสน ผมขออนุญาตพูดสั้น ๆ เพื่อให้ประชาชนทางบ้านเข้าใจว่า ในขั้นตอนการจัดทําหนังสือ สัญญา ถ้าพูดเปึนภาษาชาวบ้านผมสรุปได้เปึน ๑๑ ขั้นตอน ที่จะสรุปสั้น ๆ ตรงนี้ว่า
ในขั้นตอนที่ ๑ ในการทําหนังสือสัญญานั้น ครม. ต้องเสนอกรอบให้กับ รัฐสภาพิจารณา ในขั้นตอนนี้จะต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน นี่คือขั้นตอนที่ ๑ หลังจากขั้นตอนที่ ครม. เสนอกรอบให้กับรัฐสภาแล้ว
เข้าสู่ขั้นตอนที่ ๒ ก็คือรัฐสภาต้องให้ความเห็นชอบ ก็คือพิจารณาว่า จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ จากนั้นแล้วจึงเข้าสู่
ขั้นตอนที่ ๓ คือขั้นตอนที่นําไปสู่การเจรจา ในขั้นตอนที่มีการเจรจานั้น จะต้องรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนด้วย นําไปสู่
ขั้นตอนที่ ๔ เพื่อสรุปผลการเจรจา ซึ่งในขั้นตอนที่ ๔ นั้นเปึนขั้นตอน สําคัญ จะเปึนขั้นตอนที่จะได้ร่างสัญญาขึ้นมา จึงนําไปสู่
ขั้นตอนที่ ๕ เพื่อเสนอร่างต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อความเห็นชอบ ในขั้นตอนที่ เสนอร่างให้ ครม. ให้ความเห็นชอบลงนามนั้น ซึ่งขั้นตอนนี้ถึง ครม. มีมติเห็นชอบก็ยัง ไม่มีผลบังคับใช้ และนําไปสู่
ขั้นตอนที่ ๖ ก็คือขั้นตอนการลงนาม ในขั้นตอนการลงนามนั้น การลงนาม ซึ่งลงนามไปแล้วก็ยังไม่มีผลบังคับจนกว่าจะมีการให้การรับรองด้านสัตยาบัน และนําไปสู่
ขั้นตอนที่ ๗ ก็คือ ครม. จะเสนอหนังสือสัญญาขอความเห็นชอบต่อ รัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ ครม. เสนอต่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วจึงนําไปสู่
ขั้นตอนที่ ๘ ซึ่งรัฐสภาจะต้องให้ความเห็นชอบภายใน ๖๐ วัน และนําไปสู่
ขั้นตอนที่ ๙ คือรัฐสภาให้ความเห็นชอบ และ
ขั้นตอนที่ ๑๐ ก็คือก่อนที่จะให้สัตยาบันนั้น ครม. จะต้องรับฟังความ คิดเห็น
ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่า ถ้าตีความในกรอบหนังสือสัญญาภาษากฎหมาย เปึนภาษาชาวบ้านแล้ว ทุกขั้นตอนตั้งแต่เสนอพิจารณาจนกระทั่งลงนามในเชิง สัตยาบันที่มีผลบังคับใช้นั้น ครม. จะต้องรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน ทุกขั้นตอน ถึงแม้ผมจะเห็นด้วยกับร่างฉบับนี้ทั้งที่รัฐบาลเสนอ แล้วก็มี ส.ส. ประชาธิปัตย์ ๒๐ กว่าท่านเสนอเข้ามา ----------------------------------------------------------------------------- โดยหลักการกรอบเราเห็นด้วยครับ เราเห็นด้วยในเชิงหลักการ แต่ขณะเดียวกันก็มี รายละเอียดปลีกย่อยที่มีรายละเอียดที่ทุกคนมีสิทธิที่จะเห็นต่างกันได้ ผมอยากจะฝาก ข้อคิดเห็นไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องใน ๓-๔ ประเด็นในร่างที่ท่านเสนอมา คือร่างที่ ท่านเสนอมาตามมาตรา ๔ ในมาตรา ๔ นะครับ ถ้าเพื่อน ๆ สมาชิกมีเอกสารลองดู ในมาตรา ๔ ได้กําหนดถึง การจัดทําหนังสือสัญญาดังต่อไปนี้ ให้ดําเนินการตามขั้นตอน และวิธีการตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งกําหนดไว้ ๕ หัวข้อ ผมพิจารณาดูแล้ว ๕ หัวข้อที่ทาง ครม. เสนอมานั้นยังไม่ครอบคลุมอย่างกว้างขวาง ผมเห็นสอดคล้องกับเพื่อน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ที่เสนอว่า การทําเอกสารสัญญา ๕ ข้อที่รัฐบาลเสนอมานั้นมันยัง ไม่กว้างพอ ซึ่งอยากจะให้รัฐบาลได้พิจารณาครอบคลุมทางด้านสิ่งแวดล้อม ด้านแรงงาน ตลอดจนผูกพันด้านเรื่องสิทธิมนุษยชน เพราะว่าวันนี้เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องแรงงาน แล้วก็ เรื่องสิทธิมนุษยชนนั้นเปึนปัญหาสําคัญระดับโลก จึงอยากจะให้ร่างของรัฐบาล ครอบคลุมใน ๓ หัวข้อนี้เพิ่มเติมครับ
ในประเด็นที่ ๒ ก็คือมาตรา ๗ ซึ่งมาตรา ๗ ได้มีการพูดถึงในการจัดทํา หนังสือตามมาตรา ๔ ซึ่งกําหนดไว้ว่า ถ้ามีกรณีที่จะต้องดําเนินการเจรจา ให้หน่วยงานที่ รับผิดชอบและกระทรวงการต่างประเทศร่วมกันจัดทํากรอบการเจรจา ผมอยากเรียน ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีนะครับว่า ในการจัดทํากรอบการเจรจามันเปึน คอนเซอร์เวทีฟ (Conservative : นักอนุรักษ์นิยม) ครับ ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องครับ ค่อนข้างจะ คอนเซอร์เวทีฟ คือค่อนข้างจะอนุรักษ์ให้อํานาจตกไว้กับหน่วยงานรัฐบาล ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการต่างประเทศ ผมสนับสนุนแนวคิดของท่านดอกเตอร์รัชดา ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติว่า เปึนไปได้ไหมว่าวันนี้ปัญหาผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน สัญญาระหว่างประเทศไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ เกิดขึ้นเฉพาะหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพราะวันนี้ว่ามีประชาชนทุกภาคส่วน รับผลกระทบ ทุกภาคส่วนมีสิทธิที่จะได้รับผลกระทบในการเจรจาของรัฐบาล ดังนั้นการ จํากัดสิทธิในการจัดทํากรอบในการเจรจาที่กําหนดไว้แค่กระทรวงการต่างประเทศกับ หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องนั้นมันจึงแคบเกินไป ผมจึงอยากจะเสนอที่จะสนับสนุนท่าน ดอกเตอร์รัชดาว่า ท่านน่าจะต้องมีคณะกรรมการประสานการเจรจาหนังสือสัญญา ระหว่างประเทศขึ้นมา โดยที่คณะกรรมการประสานงานการเจรจาหนังสือสัญญาระหว่าง ประเทศนั้นจะทํากรอบการเจรจาที่กว้างขึ้น และคณะกรรมการชุดนี้ผมคิดว่าจะต้อง ประกอบทุกภาคส่วนครับ มีตัวแทนทุกกระทรวง ทบวง กรมเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมทั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ในทุก ๆ ด้าน เพราะว่าวันนี้หนังสือสัญญาระหว่างประเทศไม่ได้มี ผลเฉพาะแค่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่มันเกี่ยวข้องและครอบคลุมประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบอย่างกว้างขว้างจึงเปึนข้อเสนอผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีครับ
ประเด็นที่ ๓ ในมาตรา ๑๐ บอกไว้ว่า ต้องจัดให้มีการศึกษาวิจัยโดยให้ หน่วยงานหรือองค์กรที่มีความเปึนอิสระ โดยเฉพาะประเด็นนี้ถ้าฟังดูผิวเผินนี้มันดู น่าเชื่อถือครับ ว่าหน่วยงานที่จะทําการเจรจาจะต้องจัดให้มีการศึกษาวิจัยโดยหน่วยงาน ที่มีความอิสระ แต่ผมอยากจะเรียนนะครับว่าวันนี้การทําการศึกษาวิจัยบางครั้งมันเปึน ความละเอียดอ่อนครับ ท่านประธานลองนึกภาพนะครับว่า สมมุติกระทรวงใด กระทรวงหนึ่งจะทําการเจรจา กระทรวงพาณิชย์แล้วกันครับ จะเจรจาเรื่องหอม กะเทียม ผมสมมุตินะครับ จ้างอาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง งบประมาณสัก ๑ ล้านบาท ๒ ล้านบาท ๓ ล้านบาท ก็แล้วแต่ หรือคณะนี้ไปศึกษาวิจัยถึงผลกระทบต่าง ๆ ที่จะ เกิดขึ้น ความรู้สึกผมที่ได้สัมผัสกับอาจารย์ที่ทํางานวิจัย บางครั้งคนทํางานวิจัย จริงอยู่ เขาก็มีเอธธิคซ์ (Ethics : จริยธรรม) มีคุณธรรม จริยธรรม ของคนทําการวิจัยว่าทุกอย่าง ต้องตรงไปตรงมา แต่ขณะเดียวกันการรับเงินเข้ามาทีหลาย ๆ ล้านบาท แล้วผลการวิจัย ออกมาแล้วขัดแย้งกับคนให้ทุนวิจัยมันก็ทําให้เกิดข้อกังขาได้เหมือนกัน ผมเกรงว่า มันจะมีลักษณะจิตใจที่เอนเอียงที่ทําให้ผลการวิจัยสอดคล้องกับคนที่ให้ทุนวิจัย ดังนั้น อยากจะเสนอผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในฐานะเจ้าของร่าง วันนี้เรามีหน่วยงานที่เรียกว่า สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ซึ่งเปึนหน่วยงานกลาง ของรัฐบาล ผมย้ํานะครับ คือสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย เปึนไปได้ไหมครับว่า การทําการวิจัยที่จะดูผลกระทบกับพี่น้องประชาชนทุกระดับตั้งแต่ก่อนระหว่างเจรจา หรือ หลังการเจรจา ไม่อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปึนคนดําเนินการเอง เพราะหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดําเนินการเองเมื่อไร จ่ายเงินเองเมื่อไร บางครั้งสามารถที่จะกระซิบบอกว่า อยากจะให้ผลเปึนอย่างโน้นเปึนอย่างนี้ได้ ให้งบประมาณนี้สนับสนุนมาที่สํานักงาน กองทุนสนับสนุนการวิจัย และให้สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยเปึนคนบริหาร งบประมาณก้อนนี้เอง ในการที่จะไปทําการวิจัยตามหัวข้อที่หน่วยงานที่ทําการเจรจา ต้องการ และผมเชื่อว่าสํานักงานนี้เวลาทําการวิจัยแล้ว ผลจะออกมาอย่างไร ก็แล้วแต่ มันน่าจะได้รับผลการวิจัยที่น่าเชื่อถือ น่าเชื่อถือกว่าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไป จ้างอาจารย์หรือจ้างหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งทําการวิจัย เพราะว่าเราเกรงว่าจะมี ผลการวิจัยที่เอนเอียง
ข้อสังเกตสุดท้ายที่อยากจะฝากไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๒ กําหนดไว้ว่า กรณีที่ไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรใดศึกษาวิจัย ให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบทําการศึกษาวิจัยเอง ตรงนี้น่ากลัวเปึนอย่างยิ่งครับท่านประธานครับ คําถาม ถามว่า ปัญหาหนึ่งประเด็นที่ไม่มีหน่วยงานใดที่จะรับวิจัยมันไม่ปกติครับ ผมเชื่อว่ามัน จะเปึนจุดที่จะทําให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ที่กฎหมายข้อนี้ตามมาตรา ๑๒ กําหนดไว้ว่า ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบศึกษาวิจัยเอง ดังนั้นอยากจะฝากเปึนข้อสังเกตว่า ตรงนี้เปึน ข้อที่ละเอียดอ่อนเปึนอย่างยิ่ง ไม่ควรที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทําการศึกษาวิจัยเอง เพราะการที่กําหนดออกมาในรูปแบบนี้เท่ากับว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตั้งโจทย์ ตอบโจทย์ แล้วก็เสนอโจทย์ของตัวเองได้ครับ ดังนั้นฝากเปึนข้อสังเกตครับ อยากจะฝาก ให้ท่านรัฐมนตรีแก้ตรงประเด็นพวกนี้ไปให้หน่วยงานสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และโดยเฉพาะมาตรา ๑๒ ต้องแปรญัตตินะครับ อย่าเป่ดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คิดเอง ทําเอง ชงเอง เสนอเอง แล้วก็สรุปเอง จะมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนมาก เราต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมา การเจรจาสนธิสัญญาระหว่างประเทศหรือข้อกําหนด ในการเจรจาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องทางการค้า วันนี้สร้างผลกระทบข้างเคียง ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างมหาศาล รัฐบาลอดีตที่ผ่านมามีการเจรจาเรื่อง เอฟทีเอ หรือการเจรจาเรื่องทางการค้า สามารถสร้างความแตกแยกให้กับพี่น้องประชาชนใน ภาคเหนืออย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของกระเทียม ท่านประธานคงจะทราบนะครับว่า พี่น้องในภาคเหนือปลูกหอม ปลูกกระเทียมเยอะ แต่เพราะ เอฟทีเอ กับจีนที่จะทําให้ พี่น้องประชาชนในภาคเหนือนั้นมีปัญหาเรื่องหอมกระเทียมที่วันนี้ราคาตกต่ําทุกป้ รัฐบาลจะต้องเข้ามาดูแลทุกป้ ดังนั้นข้อสังเกต ๔ ข้อนี้อยากจะฝากไปยังท่านรัฐมนตรีที่ เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงแล้วก็ปัองกันปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผมเชื่อท่านรัฐมนตรีครับ ผม เชื่อว่าท่านตั้งใจครับ และเชื่อว่าท่านจะสามารถดูแลปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ แต่ขณะเดียวกันข้อเท็จจริงว่าท่านตลอดจนรัฐบาลประชาธิปัตย์คงไม่สามารถจะเปึน รัฐบาลได้ตลอดไป แล้วเกรงว่ารัฐบาลบางรัฐบาลที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือ หวังผลประโยชน์ต่าง ๆ จากการเจรจาระหว่างประเทศจะเอาจุดพวกนี้มาทําผลประโยชน์ ให้กับพวกพ้องหรือพวกตนเอง ดังนั้นเราเจ็บนิดหนึ่งดีกว่าครับท่าน วันนี้เราเจ็บตัว อะไรก็แล้วแต่ที่ไม่เปึนสิ่งที่เอื้อประโยชน์ให้ท่านทํางาน ท่านเจ็บนิดหนึ่งไม่เปึนไร แต่ท่าน จะปัองกันเหลือบทางการเมืองอนาคตได้ดีครับ อยากจะฝากเปึนข้อคิดเห็นให้ท่านครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ มีผู้ประสงค์อภิปรายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เท่าที่มีชื่ออยู่ ข้างบน ๑๔ ท่านนะครับ ก็จะสลับกัน ฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลนะครับ ขอให้ท่านได้กระชับ แล้วก็พยายามหลีกเลี่ยงประเด็นที่อาจจะอภิปรายซ้ําซ้อนกับเพื่อนที่ได้อภิปรายไปแล้ว นะครับ จะได้อภิปรายกันอย่างทั่วถึง ต่อไปครับ เชิญท่านสงวน พงษ์มณี ครับ
ท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ท่านชัย ได้เรียงลําดับนี่ผมก่อนท่านสงวนนะครับ
เดี๋ยวค่อยสลับครับ ให้ท่านสงวนก่อนครับ
ผมก่อนท่านสงวนนะครับ เรียงลําดับ เมื่อสักครู่นี้
ให้ท่านสถาพรแล้วกันครับ เชิญครับ
ต้องความเปึนธรรมด้วยนะครับ เรียงลําดับนี่สําคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย หมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษี ๐๓๔ จังหวัดลําพูน ท่านประธานที่เคารพ เปึนความอึดอัดในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนอย่างยิ่ง ที่ขึ้นมาแล้วไม่เห็นชอบในหลักการกฎหมายตั้งแต่ต้น เพราะว่าประวัติศาสตร์การเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น เมื่อมีการเสนอกฎหมายโดยขั้นรับหลักการนั้นเราไม่เคย มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างนี้มาก่อน ท่านประธานที่เคารพ ผมจําเปึนต้องใช้เวลา อธิบายความในเหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยในหลักการมาตั้งแต่แรก ๒ ประการครับ
ประการแรก ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการเสนอกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้นเปึนที่โจษจันในหน้าสื่อมวลชน ซึ่งประวัติศาสตร์ของท่านที่ไปที่มาวันพรุ่งนี้พี่น้องประชาชนก็จะได้รับรู้รับทราบ ท่านเปึน เจ้าภาพใหญ่ในการเสนอกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งโดยประวัติโดยเกียรติประวัติของท่านกับ สนามบินสุวรรณภูมิที่ผ่านมานั้นมันขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ในการที่จะไปเจรจา อธิบายความ ความผูกพันข้อสนธิสัญญาใด ๆ ระหว่างประเทศ นี่คือวิธีการที่ผม ไม่เห็นด้วย
ประการที่ ๒ ท่านประธานสภาที่เคารพ กฎหมายฉบับนี้เสนอเข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎร มีปัญหามาตั้งแต่เริ่มแรกครับ อาทิตย์ที่แล้วนี่มีการถกเถียงในเรื่องของ ระเบียบวาระ เรื่องระเบียบ เรื่องกฎเกณฑ์ ว่าจะขัดหรือแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ว่าจะขัดหรือแย้งกับข้อบังคับในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีความคิดหลากหลาย เพื่อนสมาชิกก็สุ่มเสี่ยงนะครับ พยายามยกเหตุผลในการอภิปราย แสดงเหตุผล ความเปึนมา ว่าการนําเสนออย่างนั้นไม่ถูกหลักเกณฑ์ ท่านประธานทําไม่ถูก ท่านประธานท่านก็ดีเหลือเกินครับ รับฟังเหตุผล สุดท้ายก็มีการป่ดประชุมสภา การป่ดประชุมสภาในวันนั้นป่ดไวกว่าปกติครับ พี่น้องที่รับฟังอยู่ทางบ้านโทรศัพท์มาถาม ว่าทําไมป่ดสภาไว ๕ โมงกว่า ๆ เองครับ ซึ่งปกตินั้นจะต้องถึงเที่ยงคืน ๕ ทุ่ม เราก็งงครับ แล้วก็เข้าสู่วาระในวันนี้ ว่าด้วยพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ยังถกเถียงกัน แม้แต่ ท่านประธานสภายังไม่ยอมรับครับ ว่าถ้าเกิดมีปัญหาในการตีความรัฐธรรมนูญแล้วนี่ ท่านประธานสภาจะรับผิดชอบไหม บอกเปึนหน้าที่สภา ไม่ใช่เปึนหน้าที่ของประธานสภา ผมเห็นว่ามันเปึนวิธีการที่มีปัญหา นําไปสู่ความขัดแย้งในการตีความและสุ่มเสี่ยงในการ ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าสภาแห่งนี้จะต้องรับผิดชอบ หรือท่านประธานสภา จะต้องรับผิดชอบ ซึ่งผมเองนั้นผมถือว่าผมไม่เห็นด้วย ผมไม่รับผิดชอบ ท่านประธาน ที่เคารพ นี่คือเหตุผลประการที่ ๑ที่ผมไม่เห็นด้วยในหลักการและวิธีการของกฎหมายฉบับนี้ กฎหมายฉบับนี้มีสาระสําคัญ ซึ่งเขาเรียกว่าพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทํา หนังสือสัญญา ซึ่งสาระสําคัญของกฎหมายฉบับนี้ก็หมายความว่า หนังสือสัญญาที่มีบท เปลี่ยนแปลงอาณาเขตประเทศหรือพื้นที่ จะต้องทําเปึนขั้นตอนเข้ากับกฎหมายฉบับนี้ หนังสือสัญญาที่จะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเปึนไปตามหนังสือสัญญาฉบับนี้ หนังสือสัญญาที่มีผลผูกพันงบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ หนังสือสัญญาที่มี ผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หนังสือ สัญญาที่มีผลผูกพันด้านการค้าหรือการลงทุนของประเทศ นี่คือจะต้องเข้ามาผูกพันใน กฎหมายฉบับนี้ แต่แปลกครับท่านประธาน แปลกเหลือเกินว่ากฎหมายฉบับนี้ซึ่งมี ข่าวครึกโครมในสื่อมวลชนหลายฉบับ มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการหมกเม็ดให้อํานาจ รัฐบาลกู้เงินค้ําประกันไม่ต้องผ่านรัฐสภา ผมตั้งข้อกล่าวหาที่ไม่เห็นด้วยในหลักการ ฉบับนี้ ก็หมายความว่าในอนาคตข้างหน้าถ้ากฎหมายฉบับนี้ได้เปึนผลทางกฎหมาย รัฐบาลจะกู้เงินไม่ต้องให้สภารับทราบใช่หรือไม่ โดยอ้างข้าง ๆ คู ๆ ว่ามีกฎหมายฉบับโน้น ฉบับนี้ มีกฎหมายหนี้สาธารณะบังคับอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ถ้าเราความจําไม่สั้น สมาธิไม่สั้น ย้อนหลังไปเมื่อป้ ๒๕๔๐ เรายังไม่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เข้มแข็งเกี่ยวกับ หนี้สาธารณะ เรายังไม่มีพระราชบัญญัติฉบับใดที่จะถ่วงดุลอํานาจบริหาร มีการปล่อยให้ ผู้บริหารในยุคนั้นสมัยนั้นไปกู้เงินจนเข้าโหมด (Mode : วิธีการ) ของ ไอเอ็มเอฟ (International Monetary Fund กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) พี่น้องของผม ตกงาน พี่น้องประชาชนเปึนหนี้เปึนสิน เราเพิ่งหมดพันธะในการกู้หนี้ยืมสินมาเมื่อไม่กี่ป้ วันนี้ท่านได้เสนอหลักการในการกู้เงินโดยไม่มีผลบัญญัติของกฎหมาย ท่านพยายามที่จะ อ้างกฎหมายฉบับอื่นเข้ามาผูกโยง กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ วรรคสุดท้าย วรรคห้า ได้บัญญัติชัดเจนในเรื่องของการกู้เงินจะต้องเข้าไปตามกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ปรากฏว่าวรรคท้ายของมาตรา ๔ ของกฎหมายฉบับนี้ ท่านได้ระบุว่า หนังสือสัญญา ตามวรรคหนึ่งไม่รวมถึงหนังสือสัญญากู้เงินหรือค้ําประกันเงินกู้ที่รัฐบาลไทย หรือราชอาณาจักรไทยทําขึ้นตามกฎหมายที่ให้อํานาจไว้เปึนการเฉพาะหรือเปึนการทั่วไป นั่นก็หมายความว่ากฎหมายฉบับนี้ยกเว้นแม้กระทั่งกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างนั้น หรือครับ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ เราในฐานะผู้แทนราษฎรขีดเส้นใต้ ๑๓,๐๐๐ ครั้ง ผู้แทนราษฎร ท่านจะปล่อยให้กฎหมายซึ่งเปึนความหวาดระแวงสงสัยของพี่น้อง ประชาชนผ่านสภาอันทรงเกียรติอย่างนี้กระนั้นหรือ โดยไม่มีการท้วงติง โดยรับหลักการ ไปอย่างข้าง ๆ คู ๆ อย่างนั้นหรือครับ มาตรฐานสถาบันนิติบัญญัติของเราต้องมี เพราะว่า เราได้รับบทเรียนอันเจ็บปวดที่ลูกหลานเราเปึนหนี้ พี่น้องครับ ผมเองได้รับเสียงสะท้อน จากพี่น้องประชาชนภาคชนบท ภาครากหญ้า ผมไปลงพื้นที่ครับท่านครับ ผมตกใจ การกลัวการเปึนหนี้ของพี่น้องประชาชน กลัวจนกระทั่งมีมายากลเอาไปเล่นครับ เขาเรียกว่า รักยม ที่งานวัด ภาษาเหนือเรียก ปอยหลวง ภาษากลางเรียก งานเฉลิมฉลอง จะมีดนตรี ลิเก จะมีมหรสพ สารพัดครับ แล้วจะมีการแสดงกุมารทองครับ เสร็จจากการ แสดงกุมารทองจะมีการขายเครื่องรางของขลัง ปรากฏว่ามีวิทยากรท่านหนึ่งได้ให้ กุมารทองนอนลงครับ แล้วเอาผ้าคลุมหน้า ถามหมายเลขธนบัตรในกระเปิาสตางค์ ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคงไม่เคยเห็นครับ ผมต้องอธิบายความ เพราะท่านเปึนผู้ดี ท่านอยู่กรุงเทพฯ แต่ภาคชนบทมีครับ พอเอาผ้าคลุมหน้ามีการ ทายตัวเลขในธนบัตรในกระเปิาถูกต้อง พี่น้องประชาชนที่มุงดูชอบอกชอบใจก็ขาย เครื่องรางของขลังครับ พอมาถึงชอทหนึ่งผมตกใจ วิทยากรเรียกว่า อับดุล กุมารทอง ๒ ตัวนั้นก็บอกว่า เอ้ย กรณ์กู้ไม่กู้ กุมารทองตอบว่า กู้ พี่น้องประชาชนปรบมือ กันใหญ่ว่าทายถูก พอวิทยากรบอกว่า มาร์คกู้ไม่กู้ กุมารทองอีกคนหนึ่งบอกว่า กู้ พี่น้อง ประชาชนปรบมือกันใหญ่ เสร็จแล้วมีการขายลูกประคํารุ่นไม่เปึนหนี้ครับ จากราคา ๙๙ บาท ลดเหลือ ๑๙ บาท พี่น้องรากหญ้าของผมซื้อกันจนอุตลุดไปหมด กลัวเปึนหนี้ ครับ กรณ์กู้ไม่กู้ กู้ มาร์คกู้ไม่กู้ กู้ อับดุลกู้ไม่กู้ กู้ นั่นเปึนการแสดง นั่นก็แสดงว่าการกลัว การเปึนหนี้ได้ลงถึงรากหญ้า ผมถึงตกใจว่ามีการเสนอกฎหมายขอกู้เงินนี่ ซึ่งเปึน สนธิสัญญากําหนดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ชัดเจน แต่ท่านพยายามจะ หลีกเลี่ยง เพราะฉะนั้นการตั้งข้อสังเกตของกระผมนั้นเปึนการสังเกตที่มีหลักเกณฑ์ มีเหตุ มีผล ที่สภาแห่งนี้ต้องรับฟัง ผมต้องยืนยันว่าถ้ามีการฟัองศาลรัฐธรรมนูญ มีการตีความ ถ้าแม้นว่ามาตรานี้หรือกฎหมายฉบับนี้มีวิธีการที่ไม่ถูกต้อง มีหลักการเหตุผลที่ผิด กฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมต้องถามสมาชิกทั้ง ๒ ฟากว่า ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร ฝ์ายรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร ฝ์ายค้านจะรับผิดชอบอย่างไร ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรในฐานะเปึนประมุขฝ์ายนิติบัญญัติจะรับผิดชอบอย่างไร ผมเองยืนยันใน ฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีเอกสิทธิ์ชัดเจนว่า ผมไม่เห็นด้วยในหลักการและเหตุผล กับกฎหมายฉบับนี้ ถ้าจะให้เห็นด้วย ท่านประธานที่เคารพ ผมนําเสนอต่อกรรมาธิการ ก็แล้วกันว่า ท่านจะต้องบัญญัติว่าสัญญากู้เงินของประเทศทุกบาททุกสตางค์จะต้องเปึน ผลผูกพันแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบในรัฐสภาแห่งนี้ อย่าหลบเลี่ยง ไม่มีเหตุผลใดว่า มีกฎหมายหนี้สาธารณะเปึนองค์ประกอบ ไม่มีเหตุผลใดว่ามีศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้ว ว่าไม่เข้ามาตรานี้ นี่คือเหตุผล ถ้ากรรมาธิการเอาใส่เข้าไปวาระสอง วาระสาม ผมพร้อมที่จะรับหลักการและเหตุผล พร้อมที่จะสนับสนุน แต่ถ้าท่านยังไม่เอาใส่ ท่านยัง ดื้อดึงเข้าข้อยกเว้นว่ากู้เงินแล้วไม่ต้องผ่านสภา อันนี้หัวชนฝา ผมยอมรับไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ ผมว่าสํานึกในอดีตนั้นเราต้องจดจําเอามาเปึนบทเรียน เข้าใจ ปัจจุบัน วันนี้ปัจจุบันนั้นประเทศมีปัญหาเก็บภาษีไม่ได้ ตกงาน เฮลิคอปเตอร์ มันนี (Helicopter money : นโยบายทางการเงินในการแจกจ่ายเงินให้กับประชาชนโดยตรง) ได้เพียงบางคนบางจําพวกที่เอาเงินมาโปรย ๒,๐๐๐ บาท การจ่ายเช็ค (Cheque : ใบสั่ง จ่ายเงิน) ก็มีปัญหา พี่น้องเรามีปัญหา การกระตุ้นมาตรการของรัฐบาลส่อเค้าว่ามีปัญหา เพราะฉะนั้นการที่จะเพิ่มปัญหาโดยการกู้เงินซึ่งรัฐบาลมีแผนกู้เงินถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณ หนี้สาธารณะกู้ไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดิน นั่นก็ หมายความว่างบประมาณแผ่นดินป้หน้าประมาณ ๑.๙ ล้านล้านบาท ท่านจะกู้อย่างน้อย ๑.๙ แสนล้านบาท เราจะต้องเปึนหนี้เขาอีก อุแว้มาก็ ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท แล้วลูกหลานเราในอนาคตข้างหน้าต้องเปึนหนี้ การเปึนหนี้นั้นถือว่าเปึนความเจ็บปวด ของลูกหลานเรา เราผ่านเหตุการณ์วันนั้น ผมหวังไว้ว่าท่านประธานที่เคารพ ข้อความ อภิปรายของผมสั้น ๆ เนื้อ ๆ คงโน้มน้าวสมาชิกสภาแห่งนี้ให้เห็นคล้อยตามผมบ้าง เพื่อที่จะให้เหตุผลเปึนองค์ประกอบด้วยความสํานึกในอดีตครับท่านประธาน เข้าใจ ปัจจุบัน มุ่งมั่นใจอนาคต ผมไม่เห็นด้วยทั้งหลักการ วิธีการของกฎหมายฉบับนี้ครับ กราบขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญท่านผ่องศรี ธาราภูมิ ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน เปึนผู้หนึ่งที่ได้ร่วมลงนามเสนอร่างพระราชบัญญัติการจัดทําหนังสือสัญญาระหว่าง ประเทศร่วมกับ ส.ส. ดอกเตอร์รัชดาและคณะ ก่อนอื่นดิฉันขออนุญาตกราบเรียนว่า ดิฉันเห็นด้วยในหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับคือ ร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญา พ.ศ. .... ที่เสนอโดยรัฐบาล และร่างที่สมาชิกร่วมกันเสนอนะคะ แต่เนื่องจากว่าโดยเนื้อหาสาระนั้นมีความแตกต่าง ดิฉันก็ขออนุญาตได้แสดงความคิดเห็นนะคะว่าตลอด ๑ ป้ที่ผ่านมา ที่ดิฉันได้มีโอกาส ได้ร่วมรับฟังข้อมูลในเรื่องของปัญหาอุปสรรคในการเจรจาข้อตกลงการค้า หรือกรอบ การเจรจาต่าง ๆ นั้น ดิฉันได้รับฟังข้อมูลจากการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากสภาแห่งนี้ รวมทั้งได้รับความคิดเห็นจากส่วนราชการต่าง ๆ ที่เปึนผู้ปฏิบัติว่ามีปัญหา อุปสรรคอย่างไรในสิ่งที่ต้องดําเนินการที่จะทําให้ทันต่อสถานการณ์แล้วก็เปึนประโยชน์ ของประเทศชาตินะคะ เนื่องจากในมาตรา ๑๙๐ แห่งรัฐธรรมนูญได้มีข้อบัญญัติดังกล่าว ก็ทําให้หลาย ๆ เรื่องที่ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงพาณิชย์ที่จะได้ติดต่อเจรจาการค้าขายสินค้า ต่าง ๆ หรือว่าแม้แต่ในด้านการทหารที่จะได้ตัดสินใจดําเนินการทางยุทธวิธีก็จะต้องติดขัด อยู่ในเรื่องของกรอบการเจรจาว่าจะขัดต่อข้อกําหนดในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้น การมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อรองรับการกระทําให้คล่องตัวก็จะเปึนเรื่องที่ดีทําให้ การทํางานนั้นคลี่คลายต่อสิ่งที่เปึนอุปสรรคได้นะคะ อย่างไรก็ดี เมื่อได้ศึกษาร่างของ รัฐบาลนะคะ แล้วก็ในส่วนคณะทํางานที่ได้ยกร่างร่วมกับท่านดอกเตอร์รัชดาก็เห็นว่า จริง ๆ แล้วหลักการสาระสําคัญไม่ได้ต่างกัน เพียงแต่ในเนื้อหาสาระของคณะสมาชิก ที่ได้เสนออีกร่างหนึ่งได้บ่งชี้ลงไปในรายละเอียด ยกตัวอย่างเช่น ในร่างของรัฐบาล ที่ได้กําหนดว่าหนังสือสัญญาประเภทใดบ้างที่ควรจะนําเข้าสู่สภาก็ได้กําหนดไว้ตาม รัฐธรรมนูญว่า เช่น หนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคม หรือว่าหนังสือสัญญาที่มีผลผูกพันทางด้านการค้าหรือการลงทุนของประเทศอย่างมี นัยสําคัญ ที่จริงก็ไม่ได้แตกต่างกันนะคะ แต่ว่าในร่างของสมาชิกก็ให้ระบุลงไปเลยนะคะว่า อย่างเช่น ที่มีผลผูกพันทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน จะได้ระบุถึงเรื่องปัญหาเรื่อง ของทรัพย์สินทางปัญญาลงไปด้วย สัญญาที่เกี่ยวข้อง อันนี้สืบเนื่องมาจากที่เราได้รับฟัง ปัญหานะคะว่าตอนที่เครือข่ายผู้ป์วยโรคเอดส์ (AIDS : Aquired Immuno Deficiency Syndrome หรือ โรครภูมิคุ้มกันบกพร่อง) ที่มีปัญหาเรื่องของสิทธิบัตรยา อันนี้ปกติในกรอบการเจรจาการค้าก็จะไม่หยิบสินค้าที่เปึนปัจจัย ๔ นะคะ ที่เปึนปัจจัย จําเปึนในการดํารงชีวิต ซึ่งยาเปึนปัจจัย ๔ ในการดํารงชีวิต ปกติแล้วก็จะไม่เอาขึ้นมาอยู่ ในเรื่องของการเจรจาการค้า เพราะว่าเปึนความมั่นคงของประเทศ ความมั่นคงของชีวิต มนุษย์นะคะ แต่ว่าเนื่องจากที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการเจรจาที่ผ่านมามีการนําเอาเรื่องของ สิทธิบัตรยามาอยู่ในการเจรจาด้วย ดังนั้นด้วยข้อห่วงใยดังกล่าว ก็เห็นว่าในเรื่องเหล่านี้ ก็ควรจะได้ระบุรายละเอียดลงไปนะคะ หรือแม้แต่เรื่องของสิ่งแวดล้อมที่มีปัญหาเรื่องของ ขยะพิษต่าง ๆ อันนี้ในร่างของสมาชิกก็เลยได้ใส่รายละเอียดลงไป แต่จริง ๆ แล้วก็จะอยู่ กรอบเดียวกับของรัฐบาลในเรื่องของความมั่นคงทางด้านสังคมแล้วก็เศรษฐกิจ นอกจากนั้นแล้วดิฉันก็มีข้อสังเกตในเรื่องของร่างของรัฐบาลนะคะ ซึ่งในมาตรา ๗ ที่ระบุว่า ในการจัดทําหนังสือสัญญาตามมาตรา ๔ ถ้ามีกรณีที่จะต้องดําเนินการเจรจา ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบและกระทรวงการต่างประเทศร่วมกันจัดทํากรอบการเจรจาเสนอ ต่อคณะรัฐมนตรี อันนี้ก็เปึนข้อสังเกตนะคะว่า ปกติการจะทําสัญญากับใครจริง ๆ ก็ต้อง มีการเจรจาอยู่แล้วถึงจะทําสัญญาได้ ทําไมจึงต้องระบุไว้ด้วยว่า ถ้ามีกรณีที่จะต้อง ดําเนินการเจรจา เพราะจริง ๆ ถ้าจะทําสัญญาอะไรมันก็ต้องมีการเจรจากันอยู่แล้วนะคะ นอกจากนั้นแล้วในมาตรานี้ยังระบุด้วยว่า ให้คณะรัฐมนตรีได้จัดทําเผยแพร่กรอบการ เจรจาให้ประชาชนทราบโดยทั่วไป และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับกรอบ การเจรจาเพื่อประกอบการดําเนินการต่อไป อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ดีนะคะที่จะให้ประชาชนได้ มีส่วนร่วมแล้วก็รับฟังความคิดเห็น แต่ความตรงนี้เหมือนกับว่าถ้าประชาชนมีความ คิดเห็นอย่างไรแล้ว รัฐบาลก็ต้องนําไปประกอบเพื่อดําเนินการต่อไป ตรงนี้อาจจะเปึนข้อ ผูกมัดมากเกินไปหรือไม่ หากว่าข้อคิดเห็นของภาคประชาชนอาจจะเปึนข้อที่รัฐบาลไม่ สามารถดําเนินการได้หรืออย่างไรนะคะ
นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของการศึกษาวิจัยในมาตรา ๑๐ ที่กําหนดว่า ต้องจัดให้มีการศึกษาวิจัยนั้น ก็จะมีปัญหา ปกติงานวิจัยที่มีคุณภาพก็จะต้องใช้ ระยะเวลาพอสมควรนะคะ ดังนั้น ถ้าหากว่าก่อนที่จะไปเจรจาเราก็กําหนดว่าจะต้องมี การวิจัยซึ่งเปึนสิ่งจําเปึน แต่ว่าตรงนี้กรอบการเจรจาบางครั้ง ถ้าการวิจัยใช้เวลานาน ก็อาจจะทําให้การเจรจานั้นต้องรอเวลาอย่างล่าช้า ในส่วนตรงนี้อาจจะมีการกําหนดได้ หรือไม่ว่า ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัยในแต่ละเรื่องนั้นควรจะมีระยะเวลามากน้อยเพียงใด นะคะ นอกจากนั้นแล้วการนําเสนอข้อมูลความคิดเห็นหรือว่าผลการวิจัยที่ปรากฏอยู่ใน หลายมาตรานะคะ ในร่างของรัฐบาลนั้นก็กําหนดให้เสนอผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งตรงนี้ประชาชนอาจจะเข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ถึงแม้ว่าจะมีข้อกําหนดต่อมาว่า ในการนี้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดอาจกําหนดให้ดําเนินการโดย วิธีอื่นก็ได้ แต่ดิฉันก็เห็นว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน โดยเฉพาะการเจรจาการค้า เสรีที่ผลกระทบต่อเกษตรกรนั้น โอกาสที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทางเครือข่ายเทคโนโลยี สารสนเทศก็จะยากนะคะ ดังนั้น น่าจะไม่ต้องให้เปึนทางเลือก ระบุไปเลยว่าควรจะมีการ เผยแพร่โดยวิธีการอื่น ๆ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้นนะคะ
นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของงานวิจัยมีอยู่ ๒-๓ มาตราที่ระบุไว้ว่า ในกรณี ที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปึนผู้จัดให้มีการวิจัย แต่จะมอบหมายให้ใครเปึนผู้วิจัยนั้นก็ ขอให้ผู้ที่เปึนอิสระไม่มีส่วนได้ส่วนเสียนะคะ แล้วก็ยังมีการระบุว่า ในกรณีที่ไม่มี หน่วยงานใดศึกษาวิจัยหรือว่าไม่มีใครดําเนินการต่อ ก็ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ดําเนินการเอง อันนี้ก็จะทําให้มีผลต่อผลการวิจัยที่ปรากฏออกมานะคะ เพราะว่าดูจาก รายงานที่ผ่านมาหลาย ๆ ฉบับ ตอนที่เราศึกษาเรื่องกรอบอาเซียน ดิฉันเห็นว่าตอนที่ อาเซียนเกาหลีก็เคยเห็นรายงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บอกว่า ผลการวิจัยนะคะ บอกว่าไม่มีผลกระทบต่อเกษตรกร เมื่ออ่านแล้วก็ยังติดใจตั้งแต่ตอนนั้นว่า แท้จริงแล้ว ไม่ว่าจะเปึนการเจรจากับประเทศญี่ปุ์นนะคะ เราก็มีผลกระทบเรื่องการผลิตโคเนื้อ กับประเทศออสเตรเลียก็เรื่องโคนม แต่เวลาผลงานวิจัยของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ก็ไม่ปรากฏ เขียนว่า ผลกระทบที่มีต่อเกษตรกร ดังนั้นจึงอยากจะขอว่ามาตรฐานการวิจัยแล้วก็หน่วยงานที่ทําการวิจัยจะต้องเปึนอิสระ จริง ๆ นะคะ แล้วในกรณีที่มีผลการวิจัยจากหลายหน่วยงานแล้วผลการวิจัยมีความ แตกต่างกัน อันนี้รัฐบาลจะใช้วิจารณญาณอย่างไรว่าจะเชื่อผลการวิจัยของหน่วยงานใด ที่เปึนมาตรฐาน
ส่วนนี้ดิฉันก็ขออนุญาตให้ข้อสังเกตนะคะ แล้วก็ขอยืนยันว่าในหลักการ และเหตุผลนั้นเห็นความจําเปึนของการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้นะคะ แล้วก็เห็นด้วยกับ หลักการของรัฐบาลส่วนรายละเอียดนั้นเพื่อความรอบคอบในการผ่านร่างกฎหมาย ก็เห็นสมควรให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ นะคะ ก็ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านสงวน พงษ์มณี นะครับ ต่อจากท่านสงวนก็เปึนท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ครับ เชิญท่านสงวนครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมคงใช้เวลาไม่มากท่านประธานครับ แต่ว่า อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่นั่งฟังอยู่ตรงนี้ว่า ข้อมูลที่ผมจะ ให้ไปเปึนข้อมูลทางกฎหมายซึ่งผมจะตั้งคําถาม แล้วก็ผมจะเปึนหมอดูว่าถ้ากฎหมาย ฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรผู้ที่รับหลักการจะมีคนยื่นถอดถอนท่านครับ ไม่ใช่ตาม มาตรา ๑๙๐ เหมือนที่ท่านคิด ผมจะพูดถึงเรื่องรัฐบาลนิดหนึ่ง แล้วก็จะพูดถึง ข้อกฎหมายซึ่งขัดกัน หลักการและกฎหมายขัดกันเอง แล้วก็จะพูดถึงการขัดรัฐธรรมนูญ แล้วจะทายว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับท่านไม่ได้ใช้มาตรา ๑๙๐ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญนะครับ จะใช้มาตรา ๒๗๐ ถ้าไปเปึนจริงแล้วศาลรัฐธรรมนูญเห็นด้วยกับผู้ยื่น ทุกคนที่รับหลักการ จะติดกับ ๕ ป้ ทําไมผมพูดประเด็นนี้ท่านประธานครับ ผมไม่สบายใจแทนรัฐบาลเพราะ กฤษฎีกา (คณะกรรมการกฤษฎีกา) ๒ ครั้งติดต่อกันนะครับท่านครับ นักกฎหมายในสภานี้ ท่านฟังนิดหนึ่ง ๒ ครั้งติดต่อกันนะครับที่กฤษฎีกาดูกฎหมายแล้วทํากฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญ ท่านไม่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญแล้วท่านจะเขียนกฎหมายอย่างนี้ได้อย่างไร ผมขออนุญาตเทียบเคียงกับกฎหมายฉบับก่อน ทําไมผมไม่ท้วงติงตอนนั้น เพราะผมเห็น ว่ามีผู้เสนอร่าง ๓ ร่าง มีอยู่ร่างหนึ่งไม่ขัดรัฐธรรมนูญ กฎหมายนั้นคือกฎหมายว่าด้วย องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่รัฐธรรมนูญเขียนว่า ให้เปึนองค์กร อิสระมาจัดการคลื่นความถี่ คําว่า อิสระ หมายความว่า อิสระจากฝ์ายบริหาร มันขัด รัฐธรรมนูญตรงไหนท่านครับ ขัดตรงที่ว่าไปเขียนกฎหมายเหมือนกับการเขียน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เหมือนตรงไหนครับ กลัวเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก็เขียนว่า ถ้าเปึนอย่างนี้ ต้องไม่ทําอย่างนี้ ตอนนั้นคณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ เกิดไม่ได้ เพราะไปติดค้างที่วุฒิสภานาน กฎหมายฉบับนี้เขียนว่าอย่างไรครับ เขียนว่า ถ้า หกสิบวันเลือกไม่ครบ เลือกไม่เสร็จ ให้เอากลับไป ฉบับหนึ่งบอกว่า เอากลับไปที่. คณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีฝ์ายบริหารนะ ขัดรัฐธรรมนูญชัด ๆ เลย อีกฉบับหนึ่งเขียนว่า อย่างไรครับ เขียนว่า เอาไปที่ข้าราชการประจํากลุ่มหนึ่ง เห็นไหมครับ กฤษฎีกาถ้าฟังผม แล้วนะครับ คุณพิจารณาตัวเองหน่อยหนึ่ง วันนี้ท่านรัฐมนตรีพูดชัดเจน เมื่อสักครู่ผมดีใจ ท่านบอกว่า กฤษฎีกาคณะไหนพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ท่านครับ ยิ่งหลายท่านบอกว่า มีคําพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๒ พูดอย่างนี้ ๆ จึงเขียนอย่างนี้ได้ นั่นมัน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่ได้มีวรรคสองเหมือนอย่างนี้นะครับ นี่มันชัดเจนตรงวรรคสองว่า เขาไม่ไว้ใจรัฐบาล ไม่ว่าคุณจะเปึนพรรคไหนคนร่างรัฐธรรมนูญไม่ไว้ใจรัฐบาล แล้วคิดว่า การนําประเทศเข้าสู่สากลแบบทักษิณน่ะเปึนการขายชาติ เพราะฉะนั้นเขียนอย่างนี้ขึ้นมา พันธมิตรและท่านรัฐมนตรีก็พูดอย่างนี้อยู่ ก็หมายความว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันดึงแข้ง ดึงขาฝ์ายบริหาร ท่านครับท่านดูนะครับ หลักการขัดกันอย่างไรท่าน กฎหมายฉบับนี้ เรียกว่า กฎหมายขั้นตอน นะครับการทําสัญญาให้มีเสีย แล้วจะมีอย่างไร มาตรา ๓๐๓ (๓) เขียนให้เสร็จ เขียนว่าให้มีขั้นตอนเหล่านั้นจะต้องมีสาระสําคัญอย่างไรบ้าง ในนั้นเขียนชัดเจนว่า ให้มี การถ่วงดุลระหว่างรัฐสภากับฝ์ายบริหาร ท่านเห็นไหมครับ นี่คือมาตรา ๓๐๓ (๓) เนื้อหาสาระต่าง ๆ อยู่ตรงนี้ แล้วท่านกลับไปดูมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง เขียน หรือ หรือ ทั้งนั้นนะครับ แล้วหรือสุดท้ายคือ หรือผูกพันงบประมาณอย่างมีนัยสําคัญ แต่พอวรรคห้าไม่ได้พูดถึงงบประมาณ แล้วผมดูตรงไหนครับ ในร่างของรัฐบาลนะครับ วรรคท้ายเขียนว่าอย่างไรครับ การกู้เงินไม่อยู่ในเงื่อนไขของกฎหมายฉบับนี้ นี่ท่านแก้ รัฐธรรมนูญเลยนะครับ ท่านทําเหมือนศาลรัฐธรรมนูญเป็ะเลยที่บอกว่า อาจจะก็ผิดแล้ว แล้วถ้าส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญนะครับ แล้วบอกว่าไม่ผิดก็ยิ่งดี จะได้รู้ว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ใช้เฉพาะใคร ท่านครับ ผมพูดเรื่องประเด็นนี้เพื่อชี้ให้เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้มันต้อง ร้องเพลงเหมือนที่เพลงกําลัง ฮิต (Hit : เปึนที่นิยม) ที่สุดในขณะนี้เลยว่าอย่างนี้มันต้อง ถอน อย่าเอาไว้เลย ถอนออกไปก่อนครับท่าน ผมได้คุยกับหลายท่านนะ ทุกคนเห็นด้วย กับผมว่านี่มันขัดรัฐธรรมนูญชัด ๆ เลย ส่อว่าขัดกฎหมายเลยนะครับ ส่อว่าขัดรัฐธรรมนูญ เลย ต้องด้วยมาตรา ๒๗๐ ชัดเจน ท่านครับ ผมจะอ่านกฎหมายที่ท่านสมาชิกเปึนผู้เสนอ กฎหมายให้ท่านฟังนะครับ และหลายท่านที่สนับสนุนท่านก็ฟังผมหน่อย ท่านดูนะครับ ท่านแก้รัฐธรรมนูญเรียบร้อยเลย ท่านเขียนว่าอย่างไรครับ มีผลผูกพันด้านการค้าและ การบริการมากไปกว่าที่ประเทศไทยมีพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงกับองค์กรการค้าโลก นี่หมายความว่ารัฐบาลที่ไปเซ็นข้อตกลงไว้แล้วนี่ ถ้าการจะทําสัญญาใหม่นี่ไม่มากกว่านั้น ทําได้เลยใช่ไหม เขียนอย่างนี้ได้อย่างไร ผมเข้าใจผู้ร่าง เพราะท่านก็พูดออกมาชัดเจนว่า มาตรา ๑๙๐ ดึงแข้งดึงขาฝ์ายบริหาร ทําไมไม่กล้าหาญบอกว่า แก้รัฐธรรมนูญ เสียล่ะครับ ถ้าเราไม่แก้เราเขียนอย่างนี้ไม่ได้ ท่านต้องเข้าใจว่าการต่อสู้ ๒ แนวคิด วันนี้มันถึงจุดสุดท้ายแล้วท่าน ทั้งฝ์ายสภาผู้แทนราษฎรและฝ์ายบริหารมันถึงจุดสุดท้าย แล้ว ตรงไหนท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้ท่านยุบสภา ไม่ใช่ว่าอยากให้ผมอยู่นาน ๆ ไม่ใช่ ผมอยากให้ท่านอยู่นาน ๆ ผมไม่อยากให้ท่านเอาใครออกเลย เพราะท่านพูดเห็น แย้งกับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลก่อนอย่างหน้ามือเปึนหลังมือ วันนี้ท่านได้อํานาจแล้ว ทหารก็ฟังท่าน ตํารวจก็ชื่นชอบท่าน ข้าราชการประจําก็เอา ตามท่านหมด ท่านอยู่ไปเถอะครับ แล้วบริหารแบบท่าน ถ้าบ้านเมืองนี้มันดีขึ้นชาวบ้าน เลือกท่าน แต่ถ้าบ้านเมืองนี้มันเลวลงอย่าไปอ้างเรื่องอื่นนะครับ วันนี้หลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ อะไรเกิดขึ้นในเมืองไทย ผมพูดสั้น ๆ ท่านครับ ป้ ๒๕๐๒ นี่นะครับ ธนาคารโลก มาเลยครับ เขียนกฎหมายเกี่ยวกับการใช้เงินของไทยให้เลย เรียกว่า พระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ หลังจากนั้นมาก็มีการต่อสู้กัน ยึกยัก ๆ มาจนกระทั่งถึง สมัยท่านอานันท์ ปันยารชุน ก็เป่ดประตูอ้าซ่าเลย หลังจากนั้นนะครับ พันธสัญญาแบบ อเมริกาซึ่งเปึนผู้ชนะสงครามเข้ามาเต็ม ๆ เลยครับ เข้ามาเต็ม ๆ แล้วทุกคนเชื่อว่าทําแบบ นั้นนะครับ ทําแบบอเมริกาน่ะประเทศชาติจะดี ประเทศชาติจะไปได้ แล้วพูดว่า ธรรมาภิบาลแบบอเมริกานี่ถูกต้องที่สุด วันนี้ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี นะครับ ผู้บริหารสูงสุดของอเมริกาเขาบอกว่า บริษัทนี้นะจ่ายโบนัส (Bonus : เงินปันผล กําไร) ไม่ได้ ขนาดนี้นะ เพราะว่าคุณบริหารผิดพลาดแล้วคุณยังจ่ายโบนัสอยู่ นั่นแสดงว่า ธรรมาภิบาลแบบนั้นมันใช้ไม่ได้ แล้วกฎหมายฉบับนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนเพื่อไม่ไว้ใจ ตัวแทนของประชาชนซึ่งเปึนฝ์ายบริหาร ไม่ไว้ใจตัวแทนของประชาชนซึ่งเปึนพรรคการเมือง ให้สิทธิ ส.ส. มากมายเพื่อป์วน พรรคการเมืองให้อ่อนแอ แล้วก็ไปป์วนรัฐบาลให้อ่อนแอด้วย วันนี้หลายคนบอกว่าเปึน พรรครัฐบาลมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่รับรองรัฐมนตรีของตัวเอง รัฐธรรมนูญรองรับไหมครับ แต่การบริหารจัดการท่านรัฐมนตรีครับ บ้านเมืองเปึนอย่างนี้ได้อย่างไร การบริหารจัดการ แบบนี้ พวกเดียวกันต้องดูแลกัน บริหารภายใต้นโยบายของรัฐบาลต้องทําอย่างนี้ แต่นี่วันนี้เพราะอะไร เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้สิทธิมากเกินเพื่อทําลายกระบวนการของ ประชาชนทั้งรัฐบาลและพรรคการเมือง อนาธิปไตยในสภาจึงเกิดขึ้น มันรองรับ ในรัฐธรรมนูญแล้วท่านครับ ผมนี่ละครับ ท่านครับ เจ็บปวดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญนี้มาก แล้วรู้สึกหดหู่มากที่ผู้บริหารประเทศบอกว่าไม่ต้องแก้ ท่านอ่อนแอมากเกินไป ท่านประธาน ฝากไปยังผู้บริหารประเทศ อ่อนแอมากเกินไป แค่จะคิดแก้รัฐธรรมนูญก็ยัง กลัวเปลี่ยนว่าเปึนอะไรครับ เปึนกรรมการปฏิรูปบ้าง คณะกรรมการอะไรบ้าง พอออกมา ทีเดียวคนโต้ทั้งประเทศเลย ผมพูดเรื่องนี้ทําไมมันเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ไหม มันเกี่ยว ตรงที่ว่าเมื่อไม่แก้ ต้องปฏิบัติตาม ถ้าท่านเขียนอย่างนี้นะครับมันขัดรัฐธรรมนูญชัดเจน ใครที่รับหลักการต้องถือว่าท่านมีฉันทานุมัติร่วมกันที่จะจงใจขัดรัฐธรรมนูญ ส่อว่า ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญท่านประธาน ท่านถอนไปเถอะครับ แล้วท่านเขียนมาใหม่นะครับ เพราะอะไรครับ ท่านต้องรีบเขียน ต้องรีบให้เกิด เพราะกฎหมายฉบับนี้มันจะทําให้ท่าน บริหารได้ มีปัญหามากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นี่ แต่ว่าเมื่อท่านเขียนมาอย่างนี้ แล้วก็ เอาคําพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญมาบอกว่า เขาบอกว่าทําได้ นั่นมันป้ ๒๕๔๒ ครับท่าน และท่านหวังว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะพิพากษาเหมือนพิพากษารัฐมนตรี ต่างประเทศคนก่อน ถ้าท่านหวังอย่างนั้นแล้วทําได้อย่างนั้น ผมก็เชิญเลย เพราะอะไรครับ ผมจะได้รู้เสียทีว่าศาลรัฐธรรมนูญนี้วินิจฉัยอย่างไร เพราะท่านเขียนคําวินิจฉัยนี่ต้องเขียน ไว้ในราชกิจจานุเบกษา มันจะถึงลูกถึงหลานครับ วันนี้คนในสภาแห่งนี้ต้องกล้าที่จะ ขึ้นมาแสดงความคิดเห็น ผมบอกว่าผมไม่เห็นด้วย ผมบอกท่านว่าท่านต้องถอน ผมบอก ท่านว่าถ้ามีใครเสนอรับหลักการนี้ มีหลักฐานบันทึก มีคนตั้งต้นว่าจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ผมจะเซ็นให้ แล้วผมคิดว่าหลายคนเซ็น เพื่ออยากรู้ว่าบ้านนี้เมืองนี้จะปกครองโดย กฎหมายฉบับนี้หรือไม่ หรือว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้บังคับเฉพาะกลุ่มของทักษิณ เท่านั้น กลุ่มประชาธิปัตย์ไม่ต้อง ใครหนีไปอยู่ด้วย คนดีหมดอย่างนั้นหรือเปล่า ท่านครับ ท่านอ่านของท่านเองนะครับ กฎหมายหน้า ๒ อ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ท่านดูสิ ท่านเขียน ว่าอย่างไรครับ มีผลผูกพันด้านการลงทุนมากไปกว่าที่ประเทศไทยผูกพันไว้ แสดงว่า ที่ผูกพันไว้เปึนข้อตกลงทําได้เลยหรือ เขียนอย่างนี้ทําได้เลยหรือท่าน ถ้าท่านแก้ รัฐธรรมนูญนี่นะครับ แล้ววรรคหนึ่งของมาตรา ๑๙๐ เขียนเพื่อประกอบกับมาตรา ๓ ครับ ท่าน ไม่ได้เขียนขึ้นมาลอย ๆ อ่านมาตรา ๓ ชัดเจนอย่างไร แล้วมาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญ เราในขณะนี้มันมีติ่งห้อยท้ายอีก มันเปึนเรื่องที่ไม่ตลกเลย แล้วผมบอกท่านว่าถ้าเราแก้ รัฐธรรมนูญ ตัดส่วนท้ายออกหมด กฎหมายฉบับนี้เขียนได้ แต่ถ้ายังไม่แก้รัฐธรรมนูญ ไม่กล้าแม้แต่จะคิดแก้ เสนอแก้ต่อสาธารณะนี่ ท่านก็ต้องกล้าให้สภานี่แก้ ท่านสมาชิก รัฐสภาทั้งหลายครับ ผมฝากท่านผ่านท่านประธานไปยังทุกท่าน ถึงเวลาหรือยังครับ ท่านครับ ที่สมาชิกรัฐสภาของเราจะกล้าหาญเข้ามาเปึนเจ้าภาพแก้รัฐธรรมนูญเสีย เพื่อให้เราต่อสู้ในสังคมโลกในขณะนี้ได้ น้ํากําลังเชี่ยวกรากอย่างนี้ ปล่อยรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้อยู่ดึงแข้งดึงขาฝ์ายบริหาร ชาวบ้านจะทําอย่างไร ท่านครับ ไม่กี่วันนี้ท่านไปกู้เงิน ท่านก็ต้องมาขอสภา ท่านครับ กฎหมายมาตรา ๑๙๐ นี้นะครับ มติ ครม. ออกมาแถลงได้ อย่างเดียว ถ้าเปึนเรื่องการกู้เงินนะครับ วันนี้ ครม. มีมติว่าให้คณะรัฐมนตรีทําเรื่อง ขออนุมัติรัฐสภาเพื่อกู้เงิน พูดได้อย่างนี้อย่างเดียว ไม่ใช่มีมติให้กู้วงเงิน ไม่ใช่ พูดก็ผิดแล้ว เพราะเขาไม่ให้เรา เขาไม่ให้โอกาสเรา คนเขียน ไม่ใช่เรา ท่านฟังหลายคนที่สถาบันพระปกเกล้าพูดสิครับ เขียนเหมือนกับพูด เหมือนกับ ว่าคนอยู่ในนี้ไม่ใช่คน คนอยู่ในนี้ไม่รู้ พูดได้อย่างไร เขียนออกมาอย่างนี้เขาก็รู้ทัน นี่การเขียนของพรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เขียนนี่ผมถือว่าเขียนแบบ รู้ทันเขียนแบบเข้าใจ แต่มันขัดรัฐธรรมนูญครับท่าน ผมจบลงถ้าท่านไม่ถอนนะครับ ผมคิดว่าท่านถูกถอดถอน ขอบคุณครับท่านครับ
เชิญท่านวิรัตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเปึน ผู้หนึ่งที่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัตินี้นะครับ ถามว่าในฐานะที่มีส่วนสนับสนุน ต้องตอบคําถามครับว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่รัฐบาลเสนอเข้ามานี่นะครับ ผ่านรัฐบาลในสมัยใด ต้องตอบว่า ในสมัย ฯพณฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เปึนนายกรัฐมนตรี ครับ ถามต่อไปครับว่า ทําไมคณะรัฐบาลชุดนี้จําเปึนต้องเสนอ เราไปดูมาตรา ๑๙๐ วรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ วรรคห้าครับ บังคับเลยครับ ให้มีกฎหมายว่าด้วย การกําหนดขั้นตอนและวิธีการ เพราะฉะนั้นการที่เรารีบดําเนินการเรื่องนี้ก็เพื่อให้เปึนไป ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายเขียนเพียงอย่างนี้ครับท่านประธานครับว่า ให้มีกฎหมาย คําว่า กฎหมาย เปึนพระราชบัญญัติซึ่งผ่านสภาได้ หรือรัฐบาลอาจจะตัดสินใจออกเปึน พระราชกําหนดมีผลบังคับใช้ทันที แล้วก็นํามาขออนุมัติสภา สภาเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบเปึนอํานาจของสภา หากสุดท้ายสภาไม่เห็นชอบ สิ่งที่รัฐบาลดําเนินการ ไปภายใต้กฎระเบียบของกฤษฎีกานั้นย่อมชอบนะครับ อันนี้เพื่อยืนยันอะไรครับ เพื่อ ยืนยันกับพี่น้องทั้งทุกฝ์าย ท่านบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับว่า เราเคารพในระบบรัฐสภา จึงนําเรื่องนี้เข้ามาสู่สภานะครับ ผมความรู้ไม่มากครับ แต่ว่าก็ พยายามอ่าน ได้ร่วมประชุมวิปครั้งแรก ท่านประธานครับ กระผมก็ท้วงติงประเด็นนี้ กระผมบอกมีการกู้เงินเข้ามามีการยกเว้นไว้ ทําไมต้องเขียนอย่างนี้ ก็มีการชี้แจงครับ ชี้แจงโดยอ้างคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ชี้แจงเรื่องการกู้เงินว่ามีกฎหมายโน่นนี่ นั่นนะครับ เราก็ไม่เชื่อ ก็บอกว่าเจ้าหน้าที่ขอให้เอาคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาให้ดู หน่อยสิที่คุณว่า มี ๒-๓ ฉบับ เขาก็เอามาให้ กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า มาตรา ๑๙๐ ซึ่งเขียนไว้ทั้งหมดมีเยอะแยะเลยครับ แต่ว่าหลักในการอ่านกฎหมายนี้ ชัดเจนก็คือต้องเริ่มตั้งแต่วรรคแรกไปวรรคสอง วรรคสามวรรคถัด ๆ กันไป วรรคแรก ถ้าท่านประธานได้กรุณาอ่านอย่างตั้งใจนะครับว่า พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจ ในการทําหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึกและสัญญาอื่น กับนานาประเทศหรือ องค์การระหว่างประเทศ ถ้าแปลโดยรวมนะครับ ก็คือสนธิสัญญานั่นเอง สนธิสัญญาคือ อะไร ก็คือสัญญาที่มีผลตามกฎหมายระหว่างประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นในวรรคสอง คําว่า สัญญา หนังสือสัญญาใด เพราะฉะนั้นหนังสือสัญญาใดก็คือ หนังสือสัญญา สันติภาพ หนังสือสัญญาสงบศึก หนังสือสัญญาอื่นที่ทํากับนานาประเทศหรือกับองค์การ ระหว่างประเทศ มันตีความอย่างอื่นไปไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นจากที่มาดูตัวบทใน มาตรา ๑๙๐ นะครับ เพราะฉะนั้นคําว่า หนังสือสัญญาใด ๆ ที่เขียนไว้ในมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ก็คือสนธิสัญญา หรือหนังสือสัญญาที่มีผลตามกฎหมายระหว่างประเทศนั่นเอง นี่คือคําชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ผมบอกว่าคําชี้แจงเท่านี้ไม่พอนะครับ เจ้าหน้าที่ก็ได้เอา คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือว่าผูกพันรัฐสภา ผูกพันรัฐบาล ผูกพันศาล ผูกพัน ทุกองค์กรนะครับ ในหน้าที่ ๑๐ คําวินิจฉัยที่ ๑๑/๒๕๔๒ กราบเรียนแล้วว่าแม้ว่าใช้ กฎหมายเดิมแต่ก็ยังมีผลผูกพันนะครับ คําว่า สนธิสัญญา ที่ว่านี้มีกี่ลักษณะ เผอิญ ศาลรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดในหน้าที่ ๑๐
๑. ทําขึ้นระหว่างรัฐ คือรัฐกับรัฐ หรือระหว่างรัฐกับองค์การระหว่าง ประเทศ หรือระหว่างองค์การระหว่างประเทศด้วยกัน
๒. ต้องทําเปึนหนังสือ
๓. ความตกลงทั้ง ๒ ฝ์ายหรือหลายฝ์ายมีเจตนาก่อให้เกิดพันธะผูกพัน ทางกฎหมาย และ
๔. สําคัญนะครับ ความตกลงนั้นต้องอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมาย ระหว่างประเทศนะครับ
อันนี้คําวินิจฉัย ป้ ๒๕๔๒ จึงเปึนที่มาแล้วก็เปึนหลักคิดในการวินิจฉัย ในการเขียนรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เพราะฉะนั้นถ้าท่านทั้งหลายยอมรับว่า มาตรา ๑๙๐ วรรคหนึ่งเปึนเรื่องสนธิสัญญา เปึนเรื่องที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่าง ประเทศ ก็แปลว่าวรรคสองและวรรคตาม ๆ มาก็ต้องเปึนเรื่องของสนธิสัญญาหรือต้องอยู่ ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งในวรรคสองเขียนถึงการที่มีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุนหรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญนะครับ ซึ่งก็กราบเรียนครับว่า ในส่วนนี้ถ้าดูร่างรัฐบาลแล้วหลายท่านอาจจะอึดอัด หลายท่านอาจจะไม่สบายใจนะครับ เหมือนกับกระผมตอนแรกที่ได้มีการซักถามในวิปรัฐบาล อย่างไรก็ตามในวรรคสุดท้าย ท่านประธานครับ กรณีที่มีข้อสงสัยตามวรรคสอง รัฐธรรมนูญเขียนชัดครับ ให้เปึนอํานาจ ของศาลรัฐธรรมนูญที่จะชี้ขาด แน่ ๆ นะครับรัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้วซึ่งก็ใช้เสียง ๑ ใน ๑๐ ของ ส.ส. หรือ ส.ส. ส.ว. ร่วมกัน เพราะฉะนั้นกระผมจึงกราบเรียนท่านที่เคารพ ว่าเปึนเรื่องที่รัฐบาลจําเปึนจะต้องผลักดันกฎหมายนี้ขึ้น แทนที่เราจะออก พระราชกฤษฎีกา เขาก็เสนอมาเปึนพระราชบัญญัติเพื่อให้สภาได้ติได้ติง ได้เห็นชอบ ได้โต้ได้แย้ง เพื่อที่จะได้มีข้อยุติที่ดีที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนใดถ้าท่านทั้งหลาย เห็นว่ามีข้อติงข้อแย้งหรือข้อควรตัดออกก็เปึนเรื่องในชั้นกรรมาธิการที่จะต้องว่ากัน หากมีเหตุมีผลแน่นอนรัฐบาลก็ต้องฟังนะครับ จึงขอประทานกราบเรียนท่านประธานว่า ขอได้โปรดรับหลักการแล้วก็ไปแก้กันในวาระที่สอง ขอบพระคุณครับ
ต่อไปท่านวรวัจน์นะครับ ต่อจากท่านวรวัจน์ ท่านทิวา เงินยวง เชิญท่านวรวัจน์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานสภาครับ วันนี้ถือว่าเปึนวันหนึ่งที่เรากําลังพิจารณากฎหมายที่มีลักษณะ ที่แตกต่างจากกฎหมายที่เราเคยพิจารณามา วันนี้เรากําลังพิจารณากฎหมายที่ผมเข้าใจว่า ตั้งแต่มีการพิจารณากฎหมายมาเพิ่งจะเห็นกฎหมายลูกที่มีลักษณะการแก้ไขกฎหมายแม่ ก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ หลายท่านอภิปรายบอกว่ากฎหมายนี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญหรอก อ้างคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อ้างอะไรมาเยอะแยะ แต่ผมต้องเรียนให้ท่านฟังตรงนี้ นะครับว่าท่านต้องอ่านให้ดี ๆ มาตรา ๑๙๐ เขาให้เราทําหนังสือสัญญาที่มีลักษณะ เปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย หรือเขตอํานาจตามหนังสือสัญญา หรือตามกฎหมายระหว่างประเทศนะครับ หรือต้องออกพระราชบัญญัติให้เปึนไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือทางสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพัน ทางด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ ผมไม่เอา ข้อความอื่นหรอกครับ ผมเอาตรงที่ว่า มีผลผูกพันงบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ ในกฎหมาย มาตรา ๑๙๐ มิได้เขียนนะครับ ว่าให้มีการยกเว้นในเรื่องของการกู้เงินหรือในการ ค้ําประกันเงินกู้ แต่ในร่างกฎหมายของรัฐบาล ในมาตรา ๔ วรรคท้ายไปเขียนนะครับ หนังสือสัญญาตามวรรคหนึ่งไม่รวมถึงสัญญากู้เงินหรือค้ําประกันเงินกู้ที่รัฐบาลไทยหรือ ราชอาณาจักรไทยทําขึ้นตามกฎหมายที่ให้อํานาจไว้เปึนการเฉพาะหรือเปึนการทั่วไป นั่นแปลว่าไม่ว่ากฎหมายอะไรที่เขียนไว้นี่นะครับ มันจะยกเว้นหมดเลย ซึ่งผมถามว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเขาให้ยกเว้นไหมครับ รัฐธรรมนูญมิได้ให้มีการยกเว้นไว้ แต่มาตรา ๖ เขาบอกว่า รัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติของ กฎหมายใดที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้เปึนอันบังคับใช้มิได้ ก็เขียนไว้ชัดเจน จริง ๆ นี่ครับ ผมไปดูร่างกฎหมายของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตอนแรกก็นึก ไม่มีข้อความนี้ ดูเหมือนไม่มีข้อความนี้ แต่พอไปดูในบทวิเคราะห์ลอกกันมาเลยครับ บันทึกวิเคราะห์สรุป สาระสําคัญนี่ลอกกันมาเลยครับ เขียนเหมือนกันเลยครับ ทั้งนี้ไม่รวมถึงหนังสือสัญญา กู้เงินหรือค้ําประกันเงินกู้ที่รัฐบาลไทยหรือราชอาณาจักรไทยทําขึ้น เหมือนกันเลย ลอกกันมาเลยทุกตัวอักษร เพราะฉะนั้นเจตนารมณ์ตรงนี้ชัดเจน แล้วนอกจากนั้นในร่าง ของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เขียนหนักเข้าไปอีก ไม่ว่าอะไรที่เคยทํามาก่อนนั้นนะครับ ซึ่งไม่เคยผ่านสภาเช่นกันนะครับ และหลายท่านก็ตีความว่ามันอาจจะมีปัญหา ทาง พรรคประชาธิปัตย์บอกทําได้หมด อย่างนั้นมาตรา ๑๙๐ มีความหมายอะไร ไม่มีความหมายครับ เมื่อสักครู่นี้มีท่านสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ เอ่ยถึงว่า ร่างกฎหมายนี้ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีในท่านนายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผมต้องเรียนว่าผมเปึนคณะรัฐมนตรีในคณะของท่านนายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในข้อความที่เกี่ยวกันกับการยกเว้นการกู้เงินนี่ไม่มี วันนี้เราต้องยอมรับ นะครับว่า วันนี้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศหวาดกลัวมากกับการกู้เงิน รัฐบาลเคยคิดไหม ครับว่า วันนี้ประชาชนไม่ไว้ใจท่านเรื่องการกู้เงิน ประชาชนได้ยินเลยครับ วันนี้เรากู้เงิน จนถึงเต็มเพดานเงินกู้แล้ว ประชาชนได้ยินนะครับว่าท่านกําลังจะแก้ไขเพดานเงินกู้อีก ท่านกําลังจะไม่รักษาวินัยทางการเงินการคลัง ท่านเคยได้ยินสิ่งเหล่านี้ไหมครับ ท่านเปึน รัฐบาลอย่านั่งบนหอคอยงาช้างสิครับ รับฟังพี่น้องประชาชนบ้าง และกฎหมายฉบับนี้ ชัดเจน ขัดแย้งกันเอง ในรัฐธรรมนูญเขียนไว้นะครับ แม้แต่ในนี้ใน (๓) ของท่านตาม มาตรา ๔ หนังสือสัญญาที่มีผลผูกพันงบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ แต่ท่าน กําลังยกเว้นบอกว่า สัญญาตามวรรคหนึ่งไม่รวมถึงสัญญากู้เงินหรือค้ําประกันเงินกู้ ไม่แย้งกันได้อย่างไรครับ ท่านกู้เงินทีหมื่นล้านบาท แสนล้านบาท นี่ไปอีกกู้อีกไม่รู้กี่แสน ล้านบาทกระทบกระเทือนต่องบประมาณแผ่นดินไหมครับ กระทบกระเทือนต่อ งบประมาณแผ่นดินอย่างมีนัยสําคัญไหมครับ แค่นี้ท่านอ่านไม่ออกหรือครับ ท่านมาเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างไร กฤษฎีกา ท่านทําลายความน่าเชื่อถือของกฤษฎีกา ทั้งสิ้น ผ่านร่างกฎหมายนี้ออกมาได้อย่างไร วันนี้ผมในฐานะของสมาชิกของ สภานิติบัญญัติ ผมบอกว่าผมไม่เห็นด้วย แล้วผมเรียนนะครับ วันนี้ผมทักท้วงไว้ กลางสภาแห่งนี้ว่า กฎหมายฉบับนี้ส่อว่าจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ไม่เปึนไรท่านเอาเข้ามา ท่านไม่รู้ท่านอ่านกฎหมายไม่ออก ผมไม่ว่า แต่วันนี้ในฐานะของสมาชิกสภาแห่งนี้ผมทักท้วงท่านไว้ แล้วผมเรียนด้วยนะครับ จริง ๆ ในมาตรา ๓๐๓ (๓) บอกว่าให้ทําเรื่องของขั้นตอนและวิธีการการจัดทําหนังสือ สัญญานะครับ ในนี้ไม่ใช่ ในนี้สาระสําคัญคือ การยกเว้นการกู้เงินเท่านั้นเอง แล้วผมเรียนท่านด้วยนะครับ วันนี้ผมในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน นอกจาก ผมไม่เห็นด้วยแล้วนี่นะครับ ผมจะเรียนว่าถ้าท่านยังจงใจฝ์าฝ๋น ส่อว่าจงใจใช้อํานาจที่ขัด ต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ผมจะเปึนผู้ดําเนินการถอดถอนท่านเอง แล้ววันนี้ในฐานะ ของสมาชิกพรรคฝ์ายค้านไม่เห็นด้วยแน่นอนครับ ท่านอย่าป่ดหูป่ดตาประชาชน ท่านอย่าป่ดหูป่ดตาสภาผู้แทนราษฎร ท่านทําไม่ได้ ยิ่งท่านเปึนเสียงข้างมาก ท่านเอา เข้ามานี่นะครับ อย่างไรท่านยกมือมันผ่านอยู่แล้ว ทําไมท่านต้องลุกลี้ลุกลน ทําไมต้องป่ดหู ป่ดตา ท่านรู้ไหมครับ สัญญากู้เงินมันเปึนสัญญาทาส ท่านจําได้ไหมครับ ตอนที่เรากู้เงิน แล้วเปึนทาสของ ไอเอ็มเอฟ เอาประเทศไทยไปจํานําไว้กับ ไอเอ็มเอฟ มีสัญญาทาสมา ๑๑ ฉบับ เขากําหนดใช่ไหมครับ ประเทศไทยต้องทําอะไรบ้าง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ คนไทยทั้งประเทศ น้ําตาตก เคลื่อนไหวต่อต้านกัน สัญญาทาส สัญญาทาส ท่านจําได้ไหมครับ เราบอกว่านี่ อย่างไรครับ เรามาอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เราต้องยกเลิกสัญญาทาสเหล่านั้น วันนี้ เราเพิ่งจะปลดแอก ไอเอ็มเอฟ ไปได้ ต้องขอบคุณ ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ที่ปลดแอกของแผ่นดินไทย ของประเทศไทยออกไปจาก ไอเอ็มเอฟ วันนี้ท่าน กําลังจะเอาอีกแล้วหรือครับ ทําไมท่านเปึนรัฐบาล ทําไมท่านไม่กล้าให้สภาดูล่ะครับ ทําไมท่านต้องป่ดหูป่ดตาประชาชน ทําทําไม มีเหตุผลอะไร เอาเข้ามาสิครับ แล้วเอาเสียง ข้างมากลากไปเลย แต่พี่น้องประชาชนต้องรับรู้ ท่านกล้าไหมครับ กฎหมายที่มีผลต่อการ เอาประเทศไปจํานํา กฎหมายที่เอาประเทศไปขายอย่างนี้ ลักษณะอย่างนี้ท่านกล้าทํา ประชาพิจารณ์ไหมครับ ให้แน่จริงรัฐบาลทําประชาพิจารณ์สิครับ ดูว่าพี่น้องประชาชน จะเห็นด้วยกับการที่ให้อํานาจท่านไปกู้เงินโดยป่ดหูป่ดตาประชาชนไหม ท่านลองไหม ครับ ถ้าท่านทําประชาพิจารณ์นะครับ แล้วพี่น้องประชาชนทั้งประเทศยินยอมให้ท่านทํา หนังสือสัญญาโดยป่ดหูป่ดตาประชาชน กู้เงินโดยที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ท่านกล้าทํา ประชาพิจารณ์ ผมจะยอมท่าน แต่วันนี้ถ้าท่านไม่ทํา ถ้าท่านยังอาศัยเสียงข้างมากลากไป ถ้าท่านยังจงใจ ส่อว่าจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ผมจะ ดําเนินการตามมาตรา ๒๗๐ มาตรา ๒๗๐ เขียนว่าอย่างไรครับ มาตรา ๒๗๐ เขียนว่า ผู้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออัยการสูงสุด ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติ ส่อไปทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทําผิดต่อตําแหน่ง หน้าที่ราชการ ส่อว่ากระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ส่อว่าจงใจใช้อํานาจ หน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ชัดเจนนะครับ ในมาตรา ๒๗๑ เขียนว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้วุฒิสภามี มติตามมาตรา ๒๗๔ ให้ถอดถอนบุคคลตามมาตรา ๒๗๐ ออกจากตําแหน่งได้ แน่นอน ผมทําแน่นอน วันนี้ผมจะเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั้งหมด ผมจะลองดูเหมือนกัน ว่าพี่น้องประชาชนจะเห็นด้วยกับท่านไหม แล้วท่านอย่าลืมนะครับ ท่านใช้อํานาจลากไป ก็ตาม ผมว่าพี่น้องประชาชนลุกฮือทั้งประเทศ ไม่มีใครยอมหรอกครับ ให้รัฐบาล โดยเฉพาะ ตัวแทนรัฐบาลที่มาเสนอกฎหมายวันนี้ ทําการป่ดสนามบิน ทําความเสียหายให้กับ ประเทศนับเปึนแสน ๆ ล้านบาท ท่านทําได้เพื่อการเข้าสู่อํานาจ ผมถามว่าผมจะไว้วางใจ ท่านได้อย่างไร ไม่มีทาง แล้วผมเชื่อว่าวันนี้พี่น้องประชาชนไม่ไว้วางใจท่าน พี่น้อง ประชาชนวันนี้ท่านเปึนรัฐบาลบนคราบน้ําตาของประชาชน ท่านรู้ไหมครับ คนตกงาน จํานวนมหาศาลเกิดจากอะไร จีดีพี ของประเทศติดลบเพราะอะไร คนไม่มีงานทํา เพราะอะไร คนกําลังจะตายทุกวันนี้เพราะอะไร สินค้าส่งออกไม่ได้เพราะอะไร ต่างชาติ ไม่เข้ามาประเทศไทย ไม่เข้ามาท่องเที่ยวเพราะอะไร ต่างชาติไม่ไว้วางใจประเทศเรา เพราะอะไร ไม่ใช่เพราะป่ดสนามบินหรือครับ ไม่ใช่เพราะคนที่มาเสนอกฎหมาย นี่หรือครับที่กระทําการเช่นนั้น ไม่ใช่เพราะพวกท่านร่วมมือกันหรือครับ วันนี้ประชาชน ทั้งประเทศไม่ไว้วางใจท่านแน่ แล้วผมจะทําหน้าที่ในฐานะของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งนี้ ทําหน้าที่ถอดถอนท่าน แล้วผมเรียนนะครับ มาตรา ๒๗๒ เมื่อรับคําร้องขอตามมาตรา ๒๗๑ แล้ว ประธานวุฒิสภาต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดําเนินการไต่สวนให้แล้วเสร็จโดยไวนะครับ ถ้าคณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ ว่าข้อกล่าวหาใดมีมูล นับตั้งแต่วันดังกล่าวผู้ดํารงตําแหน่งที่ถูกกล่าวหา จะทําหน้าที่ต่อไปมิได้จนถึงวันที่วุฒิสภามีมติ ผมจะดูเหมือนกันครับ ผมจะดูเหมือนกันว่า ป.ป.ช. (คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) จะลงมติอย่างไร ท่านคิดใช่ไหมครับ ป.ป.ช. ชุดนี้แต่งตั้งมาจาก คมช. ไม่ได้มาโดยกระบวนการโดยปกติ ท่านคิดใช่ไหมครับว่าเขาอาจจะต้องลงมติปกปัองพวกท่าน แต่ผมว่าไม่ใช่ พี่น้องประชาชนคงไม่ยอมแน่ ท่านอย่าคิดว่าท่านเข้าสู่อํานาจโดยกระบวนการที่ผิดปกติ อย่างนี้ ท่านข่มเหงน้ําใจของพี่น้องประชาชนแล้ว พี่น้องประชาชนจะยอมท่านตลอดไปนะ แต่วันนี้ท่านกําลังจะเสนอกฎหมายขายชาติ กฎหมายขายประเทศ กฎหมายที่เอา ประเทศไปจํานําไว้ ใครจะยอม แล้วผมจะต่อต้านท่านทุกวิถีทางไม่ว่าในกระบวนการของ รัฐสภา หรือแม้แต่การเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนในการต่อต้านในเรื่องดังกล่าว ผมไม่เห็นด้วยแน่นอน ท่านเอาเสียงข้างมากท่านกลัวอะไร อย่าปกป่ด อย่าป่ดหูป่ดตา ประชาชน และผมประณามด้วยนะครับ ที่ท่านเอากฎหมายอย่างนี้เข้ามาสู่ใน สภาผู้แทนราษฎร วันนี้ท่านกําลังจะทําให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้กระทําผิดส่อว่า จงใจใช้อํานาจหน้าที่ของสมาชิกขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ท่านอ่านกฎหมาย ไม่ออกหรือครับ พี่น้องประชาชนลองอ่านดูสิครับ หนังสือสัญญาที่มีผลผูกพันงบประมาณ ของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ แต่ท่านกําลังยกเว้นบอก หนังสือสัญญาตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงสัญญากู้เงินหรือค้ําประกันเงินกู้ มันเรื่องเดียวกันหรือเปล่า ท่านเขียน ๒ อย่าง ขัดแย้งกันในตัว มันขัดแย้งชัด ๆ เลยไม่ต้องตีความเลย ท่านทําอย่างนี้ได้อย่างไร ท่านกําลังทําให้สภาแห่งนี้มัวหมอง ท่านกําลังทําให้เปึนตราบาปของสภา และท่านจําไว้ ด้วยนะครับ ท่านทํากฎหมายอย่างนี้ ท่านตรากฎหมายอย่างนี้ ท่านใช้อํานาจหน้าที่แบบนี้ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศจะพิพากษาท่านแน่ ไม่เปึนไรวันนี้ท่านอยู่ในอํานาจท่านกล้า ลากไป แต่ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนจะจดจําไว้ อีกไม่นานหรอกครับ ไม่กี่วันหรอกครับ ท่านอยากให้มีการลุกฮือใช่ไหมครับ ท่านอยากให้มีการต่อต้านมากกว่านี้ใช่ไหมครับ ท่านอยากให้มีการไม่ยอมรับมากกว่านี้ใช่ไหมครับ หยุดเถอะครับรัฐบาล หยุดเถอะครับ พี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หยุดการกระทําที่ทําร้ายจิตใจพี่น้องประชาชนเถอะครับ วันนี้เราเจ็บปวดเพียงพอแล้ว ผมเรียนว่าผมไม่เคยประท้วง ผมไม่เคยออกมาต่อต้าน อย่างนี้ แต่วันนี้สิ่งที่ท่านทําผมรับไม่ได้ และผมเรียนไว้ตรงนี้นะครับ ในฐานะของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มิใช่รัฐบาลฝ์ายค้าน เราจะไม่ยอมรับท่านแน่ และผมจะ ไม่ยอมร่วมลงมติกับท่านแน่นอน และถ้าสมาชิกท่านใดไปลงมติรับหลักการหรือจงใจ ใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ผมเรียนว่าผมจะดําเนินการถอดถอนท่าน ขอฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาล ฝากท่านประธานไปถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝากไปถึงท่านผู้ที่คิดว่าท่านเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนไว้ในที่นี้ด้วย หยุดการกระทํา เหล่านั้นนะครับ แล้วสภาจะดําเนินการได้ มิฉะนั้นต่อไปท่านอาจจะพ้นสภาพจากการเปึน ตัวแทนของพี่น้องประชาชนด้วย ป.ป.ช. ชี้มูลก็ได้ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านทิวา เงินยวง ครับ อยู่ไหมครับ ท่านประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ก่อนอื่นผมต้องขอกราบเรียน ท่านประธานว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมมีความเห็นด้วยนะครับที่จะรับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะเหตุผลและความจําเปึนในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ หลายท่านก็ได้กล่าวไปแล้วก็ออกตามภาคบังคับของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นะครับ แต่ข้อดีก็มีเยอะนะครับ เพราะว่าอย่างน้อย ๆ ก็ทําให้เรารู้ว่าต่อไปนี้รัฐบาลจะไปทําอะไรก็ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ฉบับที่เรากําลังจะออกต่อไปนี้นะครับ มาตรา ๑๙๐ เขาเขียนเอาไว้ว่า ถ้ากฎหมายใด สนธิสัญญาใดที่จะไปทําที่มีผลกระทบ มีอยู่ ๕-๖ อย่างครับ อย่างที่ ๑ ก็คือเรื่อง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ อย่างที่ ๒ ทางสังคม อย่างที่ ๓ ด้านการค้า การลงทุน แล้วหลังจากนั้นถ้ามีผลกระทบต่อประชาชนก็จะให้มีการแก้ไขแล้วก็มีการเยียวยา ต่อไปนี้ ถ้ารัฐบาลจะไปตกลงหรือจะไปลงนามในหนังสือสัญญาใด ๆ ซึ่งก่อให้เกิดพันธกรณี ภายใต้กฎหมายที่มีผลต่อประเทศ ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ ผมจะอภิปราย เพียงด้านเดียวครับ คือด้านของเศรษฐกิจ เพราะด้านนี้จะไปพูดด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ท่านประธานต้องยอมรับครับว่า ปัจจุบัน ไม่มีอาณาเขตครับ อาณาเขตของการค้า การลงทุนเปึนโลกไร้พรหมแดน คนไทยเดินทาง ไปค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ไปค้าขายไปลงทุนได้แทบทุกประเทศในโลก เช่นกันครับ คนต่างประเทศแทบทุกประเทศก็สามารถมาทําการค้า มาลงทุนในประเทศไทยภายใต้ กฎหมายประเทศไทยได้ครับ ที่ทําไปได้อย่างนั้นก็เพราะรัฐบาลไทยไปทําสัญญา ทําข้อตกลงต่าง ๆ ไม่ว่าด้านเศรษฐกิจ ด้านการค้า การลงทุนไว้กับประเทศเพื่อนบ้านกับ มิตรประเทศทั่วโลก เช่น ไปทําข้อตกลงการค้า เอฟทีเอ มันเปึนเรื่องระหว่าง ๒ ประเทศ ถ้าใหญ่กว่านั้นขึ้นมาหน่อยก็จะเปึนเรื่อง แอคแมกส์ (ACMECS : กรอบความร่วมมือ ๔ ประเทศ ไทย กัมพูชา ลาว พม่า) ใหญ่ขึ้นไปอีกก็จะเปึนเรื่องของอาฟต้า (AFTA : ASEAN Free Trade Area เขตการค้าเสรีอาเซียน) ระดับโลกก็เปึนเรื่องของ ดับเบิ้ลยูทีโอ (WTO : World Trade Organization องค์การการค้าโลก) ถ้าไม่ทําข้อตกลงแล้วจะเปึนอย่างไร เปึนไปไม่ได้ เพราะประเทศไทยเปึนประเทศเสรีเปึน ประเทศเป่ด ก็ย่อมจะต้องมีการทําสนธิสัญญาทางการค้า การลงทุนไปกับมิตรประเทศ ทั้งโลกนะครับ แต่เมื่อไปทําสัญญาตามที่กล่าวถึงแล้ว ย่อมจะมีทั้งผลดีและผลกระทบครับ ผลดีก็เยอะ ผลกระทบก็มาก ต่อจากนี้ไปถ้าจะไปทําสนธิสัญญาใด ๆ ก็ต้องปฏิบัติ ให้เปึนไปตามขั้นตอนของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ อย่างน้อยรัฐบาลก็จะอยู่ในร่องในรอย รัฐบาลในอดีตก็มีหลายรัฐบาลที่ทําไปแล้วก็มีผลกระทบกับพ่อแม่พี่น้องเกษตรกร มีผลกระทบกับพ่อค้านักลงทุน ปัจจุบันถ้ามีกฎหมายฉบับนี้อย่างน้อยก็เปึนที่รับรู้กัน นะครับว่า การจะไปทําสนธิสัญญาใด ๆ ก็ต้องปฏิบัติอย่างนี้ทําให้ฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายรัฐบาลหรือประชาชนทั่วไปรับทราบและรับรู้ได้เปึนระยะ ๆ และกฎหมายฉบับนี้มีข้อดี อีกอันหนึ่งก็คือ เมื่อไปทําสัญญาใดแล้วเกิดผลกระทบกับคนในแผ่นดิน ก็จะมีการเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมฝากประเด็นสั้น ๆ นิดเดียวครับว่า ผมมีความเปึนห่วงอยู่ ๒ เรื่องเท่านั้นเองครับ ๒ เรื่องและเปึนเรื่องที่ยากทั้ง ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือกฎหมายฉบับนี้จะต้องเขียนในลําดับถัดไปอย่างไร เปึนเรื่อง ของกรรมาธิการที่จะต้องไปเขียนต้องไปกําหนดครับว่าให้รัฐบาลทํางานได้คล่องตัวได้ อย่างไร ในขณะที่รัฐบาลทํางานได้คล่องตัวตามกฎหมายฉบับนี้นะครับ และจะต้อง ไม่ส่งผลกระทบของประเทศชาติของคนในชาติให้เกิดความเสียหายได้อย่างไร
เรื่องที่ ๒ ครับ กฎหมายฉบับนี้จะเขียนไว้อย่างไรครับต่อจากนี้ไป ให้ข้อตกลงกับมิตรประเทศเดินหน้าไปได้ด้วยความราบรื่น ไม่เปึนอุปสรรคกับ มิตรประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็จะให้ไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้า การลงทุนของ คนไทย สั้น ๆ เท่านี้แหละครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมได้ศึกษาร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาฉบับนี้ ได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปหลายท่าน กระผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีปัญหาแน่นอน ถ้าเผื่อว่ามีการรับหลักการและดําเนินการต่อไป เพราะว่ารัฐบาลดําเนินการโดยอ้าง มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ที่กําหนดให้จัดทําเปึนขั้นตอนการดําเนินการต่าง ๆ เพื่อให้สามารถ ดําเนินการในเรื่องของการทําหนังสือสัญญา ชัดเจนครับ กระผมขออนุญาตอีกครั้งหนึ่ง ที่จะอ่านเพื่อให้ชัดเจนว่า วรรคห้า ไม่มีสิ่งที่รัฐบาลดําเนินการในบางส่วนที่ขัดกันนะครับ ในวรรคห้าของมาตรา ๑๙๐ กําหนดว่า ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกําหนดขั้นตอนและ วิธีการจัดทําหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของ ประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า หรือการลงทุน อย่างมีนัยสําคัญ ครับประเด็นอยู่ตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญกําหนดไว้ชัดเจนว่า ให้เพียงแต่จัดทําขั้นตอนการดําเนินการต่าง ๆ ใน ๒ เรื่องใหญ่ ๆ คือ ๑. สัญญาที่มี ผลกระทบต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง อันที่ ๒ สัญญา ที่จะต้องดําเนินการในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะต้องมีความเปึนสัญญาที่มีผลผูกพัน ด้านการค้าหรือการลงทุนอย่างมีนัยสําคัญ จะเห็นได้ว่าในมาตรา ๔ ที่ทางรัฐบาลได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กําหนดว่า หนังสือสัญญาตามวรรคหนึ่งไม่รวมถึงหนังสือ สัญญากู้เงินหรือค้ําประกันเงินกู้ที่รัฐบาลไทยหรือราชอาณาจักรไทยทําขึ้นตามกฎหมาย ที่ให้อํานาจไว้เปึนการเฉพาะหรือเปึนการทั่วไป ท่านประธานที่เคารพครับ ในเมื่อ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กําหนดเพิ่มเติมมาเช่นนี้ก็เท่ากับว่า การไปกู้เงินต่างประเทศ การไปค้ําประกันเงินกู้ต่างประเทศนั้นไม่อยู่ในเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในมาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ก็หมายความว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนการเรียกว่า ขัดหรือแย้งกับตัวรัฐธรรมนูญ ชัดเจน จะไปอ้างคําพิพากษา อ้างอะไรต่าง ๆ อ้างไม่ได้หรอกครับ เพราะมาตรา ๖ ของ รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเปึนกฎหมายสูงสุด ของประเทศ ข้อบัญญัติใดตามกฎหมาย หรือข้อบังคับ หรือกฎต่าง ๆ ที่ขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญใช้บังคับไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะไปอ้างคําพิพากษาของศาลหรืออ้างอย่างอื่น อ้างไม่ได้ครับในเมื่อที่กําหนดมานี้เจตนารมณ์ที่แท้จริงเราก็ทราบกันดีว่า รัฐบาลต้องการ ที่จะกู้เงินโดยไม่ต้องนําเข้ามาสู่การพิจารณาของสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ในปัจจุบันปัญหาใหญ่ของรัฐบาลก็คือ รัฐบาลไม่สามารถหาเงินมาใช้ตามที่รัฐบาล มีโครงการที่จะใช้เงินต่างๆ รัฐบาลใช้เงินมือเติบแต่หาเงินไม่เปึน ตรงนี้ประชาชนทราบดี เพียง ๓ เดือนมีแผนกู้เงินถึง ๓ แสนล้านบาท ป้หน้าอีกครับ อีก ๒-๓ ป้ข้างหน้ามีแผนที่ ๒ ที่จะต้องใช้เงิน ๑.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งก็ต้องกู้เงินอีก การกู้เงินต่าง ๆ ของรัฐบาลนั้นเดี๋ยวนี้ ก็ทราบกันดีครับว่ากําลังจะเต็มเพดานเงินกู้ที่กฎหมายกําหนด การกู้เงินแต่ละครั้งที่มีข่าว ออกไป รัฐบาลอาจจะไม่ทราบหรอกครับ มันบีบคั้นหัวใจของพี่น้องประชาชนอย่างมาก เพราะพี่น้องประชาชนของเราทราบดีครับว่า เข้ามาแล้วมีแต่กู้เงินอย่างเดียว การกู้เงิน ของรัฐบาลย่อมผูกพันถึงพี่น้องประชาชน เพราะรัฐบาลนี้คงอยู่ไม่นาน เมื่อรัฐบาลนี้อยู่ไม่ได้ใครจะมาใช้หนี้ให้ นี่คือสิ่งที่ พี่น้องประชาชนกําลังกังวลกันทั้งประเทศ ยิ่งครั้งนี้จะมาออกกฎหมายเพื่อที่จะรัฐบาล สามารถกู้เงินต่างประเทศได้ หรือค้ําประกันเงินกู้ต่างประเทศได้โดยไม่ต้องผ่าน สภาผู้แทนราษฎร ไม่ผ่านวุฒิสภาหรือไม่ผ่านรัฐสภา ยิ่งจะเป่ดโอกาสให้รัฐบาลไปกู้เงิน โดยที่ประชาชนไม่รับทราบจะเปึนปัญหาใหญ่หลวงตามมา ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องนี้กระผมก็ยืนยันอีกคนหนึ่งครับว่า กระผมมั่นใจว่ากฎหมายฉบับนี้เมื่อขึ้น สมมุติว่าผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป ไปถึงวุฒิสภา กระผมก็เชื่อว่าวุฒิสภาจะไม่ผ่าน กฎหมายฉบับนี้ หรือถ้าวุฒิสภาผ่านกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ มีมาตรา ๒๗๐ ที่เราจะสามารถดําเนินการในเรื่องของการมีมาตรการที่จะยับยั้งหรือว่า ดําเนินการเพื่อที่จะถอดถอนตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่กําหนดไว้อย่างชัดเจน ท่านประธาน ที่เคารพครับ จึงเห็นได้ว่าในวันนี้กระผมเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนที่รับฟังก็คงจะเข้าใจ และเห็นใจฝ์ายค้านว่าเราสามารถที่จะใช้เหตุผลต่าง ๆ มายืนยัน แต่ว่าเสียงของ ฝ์ายรัฐบาลที่มีมากกว่าอาจจะทําให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านวาระที่หนึ่งไป ซึ่งก็คงต้อง ติดตามต่อไป และกระผมก็เช่นเดียวกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคือท่านวรวัจน์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม กระผมเปึนคนหนึ่งที่จะติดตามเรื่องนี้แล้วก็ยืนยันจะเปึนคนหนึ่ง ที่จะทําเรื่องถอดถอน ถ้าเผื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ผ่านออกมา ซึ่งกระผมถือว่ากฎหมายฉบับ นี้จะเปึนกฎหมายที่ทําให้ประเทศชาติตกอยู่ในภาวะที่หนี้สินล้นพ้นตัวในอนาคตครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จึงไม่สามารถที่จะให้การรับรองหรือรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ ได้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านทศพล เพ็งส้ม ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ทศพล เพ็งส้ม ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าวหาในส่วนที่มีความจําเปึน ไปสร้างหนี้สร้างสินแล้วก็บอกว่าอ่านกฎหมายไม่ละเอียดบ้าง อ่านกฎหมายไม่ทั่วบ้าง ท่านประธานครับ บางท่านอาจจะคิดว่าการทําสัญญากู้ก็ดี การทําสัญญาค้ําประกัน ที่ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายนั้น จะเห็นได้ว่าในร่างของรัฐบาลในมาตรา ๔ การทําหนังสือ สัญญากู้ก็ดี หรือหนังสือสัญญาค้ําประกันที่รัฐบาลไทยหรือราชอาณาจักรไทยทําขึ้น ไม่ใช่ออกกฎหมายฉบับนี้แล้วจะทําได้เลย ไม่ใช่วันนี้สภาผ่านมติหรือแม้กระทั่งตราเปึน กฎหมายใช้บังคับแล้วจะไปทําสัญญาได้เลย ท่านประธานครับ ถ้าเพื่อนสมาชิก อ่านกฎหมายให้ละเอียด อ่านอย่างเข้าใจ อ่านด้วยการไม่มีอคติกับพรรคการเมือง หรือแนวนโยบายของพรรคการเมือง เปึนไปได้ครับ เพราะว่าการทําสัญญากู้ยืมหรือ การทําสัญญาค้ําประกันนั้นจะต้องทําขึ้นตามกฎหมายที่ให้อํานาจไว้เท่านั้น ไม่ใช่ทําตาม อํานาจพร่ําเพรื่อ นึกจะกู้ก็กู้ นึกจะทําสัญญาค้ําประกันก็ทํา ไม่ใช่ท่านประธานครับ การทําสัญญาค้ําประกันหรือการทําหนังสือสัญญากู้นั้นต้องทําตามกฎหมายที่ให้อํานาจ ไว้เปึนการเฉพาะหรือเปึนการทั่วไป ฉะนั้นก็ต้องไปดูกฎหมายที่ให้อํานาจรัฐบาล ในการทําสัญญากู้หรือทําสัญญาค้ําประกันไว้อีกส่วนหนึ่ง ท่านประธานครับ รัฐบาลชุดนี้ ได้เล็งเห็นความจําเปึน ขั้นตอนวิธีการที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรา ๑๙๐ แห่งรัฐธรรมนูญ อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเปึนการที่จะให้ประชาชนนั้นเข้าชี้แจง หรือให้ประชาชนเสนอความเห็น ในมาตรา ๗ ก็คือมีการรับฟังความเห็นของประชาชนเกี่ยวกับกรอบเจรจา ท่านประธาน ครับ เพื่อนสมาชิกที่กล่าวว่าความจําเปึนในการกู้หรือขายชาติ ขายแผ่นดินนั้น ผมเชื่อเหลือเกินครับ ถ้าคนไม่เคยทําคงพูดไม่ได้ ท่านประธานครับ ฉะนั้นเปึนการยืนยัน ได้อย่างหนึ่งว่าถ้าเมื่อรัฐบาลเล็งเห็นความสําคัญอย่างนี้ มีกฎหมายอื่น มีอํานาจในการ ที่จะออกก็ดี หรือในการทําสัญญากู้หรือสัญญาค้ําประกันนั้น ถ้ามีกฎหมายอื่นแล้วจําเปึน ครับ ที่กฎหมายมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญที่ให้อํานาจในมาตรา ๔ ของ พระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมจึงเห็นด้วยที่มีความจําเปึนนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ นะครับ แล้วต่อด้วยท่านนิพิฏฐ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ผมได้ดูร่างพระราชบัญญัติที่ทั้งฝ์ายส่วนของรัฐบาล และก็มีร่างของ สมาชิกอีกส่วนหนึ่งที่นําเสนอเข้ามา รวมถึงมีหลักการและมีเหตุผลที่นําเสนอร่างดังกล่าว แต่ผมคิดว่าได้มีการอภิปรายไปนะครับ ถึงที่มาที่ไปและความจําเปึนของการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามา แต่เราก็ทราบดีอยู่แล้วครับว่า สิ่งที่กําลังพูดอยู่ กําลังนําเสนออยู่นั้น มันเปึนความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน โดยเฉพาะในเรื่องของกฎหมาย ซึ่งเปึนกฎหมายสูงสุดก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๑๙๐ นะครับ ทั้ง (๒) (๕) ที่อ้างถึงในส่วนของ (๕) นั้น ที่จะเอามาแก้ไขในการจัดทําร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ในเรื่องดังกล่าวนั้นเมื่อสักครู่นี้มีเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่ง นะครับ คือ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน ส.ส. วิรัตน์ กัลยาศิริ ก็ได้กล่าวว่า ได้มีความ พยายามในการยกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในรัฐบาลชุดที่ผ่านมาคือสมัยท่านสมชาย นะครับ ผมเองบังเอิญก็อยู่ในรัฐบาลชุดดังกล่าว ขออนุญาตเรียนว่า ไม่มีครับ และก็ ยืนยันเมื่อสักครู่นี้ผมได้โทรศัพท์ไปถามท่านอาจารย์ชูศักดิ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านก็บอกไม่มี แล้วก็เรียนต่อไปครับว่า ในขณะที่พวกเราเองได้ดําเนินการในเรื่องของ การบริหารประเทศ เราก็ระแวงครับ สิ่งต่าง ๆ ที่จะขัดต่อรัฐธรรมนูญ และบางเรื่อง บางอย่างเองแม้กระทั่งเกี่ยวกับเรื่องการทําข้อตกลง เช่น เรื่องของเขาพระวิหารที่เกิด เปึนเรื่องเปึนราวใหญ่โตจนเปึนประเด็นการเมือง ก่อนที่เราจะไปทําส่วนของข้อตกลง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องสาระสําคัญนะครับในขณะนั้น แล้วก็ไม่ได้เสียดินแดนอย่างที่บอกกล่าวกัน แล้วปัจจุบันพื้นที่หรือสถานที่ตามกฎหมายหรือตามข้อตกลงเดิมก็ยังคงอยู่ ท่านประธาน ครับ ผมขออนุญาตกล่าวว่า ในเรื่องดังกล่าว ในส่วนของรัฐบาลเองในขณะนั้นได้ ปรึกษาหารือครับ ผมย้อนไปนิดหนึ่งเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องที่เรากําลัง พิจารณา ข้าราชการเองด้วยซ้ําครับ ทางกระทรวงการต่างประเทศ กรมแผนที่ทหาร ของกระทรวงกลาโหม ได้นําสิ่งต่าง ๆ ที่เปึนข้ออ้างอิงถึงคํากล่าวต่าง ๆ ในข้อตกลง และก็สรุปตามข้อกฎหมายชี้ชัดว่าไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่เข้ามาตรา ๑๙๐ (๒) ดังกล่าว และท้ายที่สุดก็มีการนําเรื่องต่าง ๆ ไปตีความแล้วก็เปึนประเด็น ทีนี้ผม กลับมาพูดเรื่องดังกล่าว ท่านประธานครับ เร็ว ๆ นี้การประชุมอาเซียน ซัมมิท (ASEAN SUMMIT) ที่เกิดขึ้นก่อนหน้ารัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาดํารงตําแหน่ง ทั้งรัฐบาลชุดท่านสมัคร สุนทรเวช กับท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เอง ก็ได้มีความพยายาม ที่จะตีความในเรื่องข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ตีแล้วก็ดูกันแล้วหลายครั้งก็ไม่พ้น ในเรื่องข้อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แล้วก็เปึนประเด็นปัญหาว่าถ้าทําผิด รัฐธรรมนูญ สิ่งที่ตามมาก็คงจะมีการวินิจฉัยตามศาลรัฐธรรมนูญและมีบทบัญญัติในการ ที่จะดําเนินการถอดถอน ท่านประธานครับ กฎหมายดังกล่าวในส่วนของรัฐบาลชุดที่ กําลังบริหารประเทศอยู่ กฎหมายประมาณ ๒๐ กว่าฉบับที่สภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบไป จํานวน ๒๓-๒๔ ฉบับที่ผ่านมา ก็เปึนกฎหมายซึ่งคล้ายคลึงกัน แต่ผิดแผกแตกต่างกัน ในฉบับนี้นั้นได้มีการแก้ไขเกี่ยวกับเรื่องการให้อํานาจในการที่จะไปทําข้อตกลงในการกู้ หรือการทําค้ําประกันสิ่งต่าง ๆ ที่เรียกว่า เปึนเงินตราต่าง ๆ ในข้อตกลง ซึ่งถ้าบอกไปแล้ว นะครับว่า ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น มาตรา ๑๙๐ ที่เขากลัวแล้วก็กังวลว่า รัฐบาลเองจะไปทําอะไรที่มันเกินขอบข่ายอํานาจในประเด็นต่าง ๆ แล้วก็นํามาซึ่ง ความเดือดร้อน ทุกรัฐบาลนะครับที่ใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้น ก็คงต้อง ถือปฏิบัติเหมือนกัน ผมเองมองไม่ออกครับว่า รัฐบาลชุดนี้นั้นจะเร่งรีบทําไม ในเมื่อ สิ่งต่าง ๆ ที่ท่านเองบางครั้งไปติดต่อ ไปตกลง หรือไปพูดคุยในลักษณะต่าง ๆ ซึ่งออกมา ในหน้าหนังสือพิมพ์ และบ่งบอกเลยครับว่าเปึนการทําข้อตกลงไปแล้วหรือยัง เช่น ไปที่ประเทศญี่ปุ์นมีการพูดคุยกันว่า จะมีการกู้ยืมเงินกันเพื่อเอามาลงทุนในการทํา รถขนส่งมวลชน อันนี้ก็มีการพูดออกเปึนสาระสําคัญตามข่าวหนังสือพิมพ์แล้วก็โด่งดังไป จนกระทั่งผมคิดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของประเทศญี่ปุ์นในขณะนั้นที่ไป พูดคุยกับท่านนายกรัฐมนตรี คงเผลอไผลไปจนกระทั่งถึงเปึนสาระหรือเปล่าไม่ทราบครับ ได้พิจารณาตัวเองลาออกจากตําแหน่ง อย่างไรก็ตามถ้าสภาแห่งนี้มีการพิจารณาในส่วน วาระดังกล่าวของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานเองครับต้องรับผิดชอบด้วย แต่เมื่อเช้านี้ก่อนที่ท่านประธานจะมาทําหน้าที่ ท่านประธานชัย ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านชวลิต ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้สอบถามว่า แล้วถ้าทําผิดข้อกฎหมายนี่ ท่านประธานจะรับผิดชอบไหม ท่านประธานชัยบอกว่า ไม่รับผิดชอบ ผมถามว่าสภาแห่งนี้ สมาชิกรวมถึงท่านประธานเองกําลังพิจารณาในเรื่องซึ่งบรรจุเข้ามาแล้วไม่มีการ รับผิดชอบเรื่องกฎหมาย เรื่องความถูกต้อง แล้วเราจะมานั่งเสียเวลากันพิจารณา กฎหมายอย่างนี้ทําไมครับ ในเมื่อท่านประธานเองที่ทําหน้าที่บอกว่า ไม่รับผิดชอบ ถ้าเกิดมีความผิดเรื่องกฎหมายให้สภารับผิดชอบ การทําหน้าที่ประธานในการพิจารณานั้น ต้องมีคนที่ทําหน้าที่ประธานในการชี้หรือวินิจฉัยสิ่งที่เปึนข้อกฎหมาย รวมถึงสมาชิกที่มี ความจําเปึนในเรื่องของข้อขัดแย้งข้อกฎหมายนั้น ประธานเองก็ต้องหาข้อสรุป แต่เรากําลังพิจารณาในเนื้อหาสําคัญในวาระที่หนึ่งผมไม่ทราบว่า อันแรกก็ผิดแล้วครับ ประธานตอบในที่ประชุม บันทึกไว้ด้วย ท่านชวลิตให้บันทึกไว้ ท่านประธานครับ ผมเอง มองว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่มีความจําเปึนและไม่มีความสําคัญ เพราะวันนี้ ทุกท่านเองก็ทราบดีอยู่แล้วว่าการกู้เงินของรัฐบาล ณ วันนี้มันกู้จนกระทั่งมันเต็มเพดาน แล้ว แล้วจะไปขยายเพดานหรือจะไปเพิ่มเติมอะไรมันก็ไม่ชอบด้วยข้อกฎหมาย มันก็ต้อง มาผ่านสภาแห่งนี้ ถ้าจะให้สภาแห่งนี้ สมาชิกทุกท่าน ผมคิดว่าทั้งฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้าน ก็ต้องมีดุลยพินิจ มีการวิเคราะห์พิจารณาว่าสิ่งที่นําเสนอนั้นมันขัดต่อบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญหรือเปล่า ถ้ามันขัดมันเปึนความผิดของสภานะครับ แล้วผมเชื่อว่าถ้านําเรื่องนี้ส่งต่อวุฒิสภา วุฒิสภาคงไม่เห็นด้วย หรือมีการนํากฎหมายฉบับนี้ส่งให้กับศาลรัฐธรรมนูญตีความ ประการสําคัญคือ ในกฎหมายฉบับดังกล่าวเขาเขียนไว้ชัดครับว่า ถ้ามีการยื่นเสนอ เข้ามาสู่รัฐสภา แล้วมีการพิจารณาภายใน ๖๐ วัน แล้วท่านจะไปรีบร้อนทําไมครับ เรื่อง การวางแผน เรื่องการเงิน เรื่องนโยบายต่าง ๆ ที่รัฐบาลเองแถลงไว้ที่กระทรวง การต่างประเทศนะครับ ที่แถลงไว้จะเปึนนโยบายของรัฐบาลจะชัดหรือไม่ชัดผมไม่ทราบ แต่แถลงไปแล้ว ท่านดําเนินการตามแผนนโยบายหรือเปล่า หรือนึกจะกู้ก็กู้ นึกจะกระตุ้น เศรษฐกิจก็กระตุ้นโดยจะต้องมาขอการแก้ไขกฎหมายเพื่อจะได้ดําเนินการในเรื่องต่าง ๆ ที่คิดว่าจําเปึนอีกแล้วที่จะต้องกู้จะต้องยืม ผมไม่เห็นด้วยครับกับกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ที่นําเข้ามาสู่สภาแห่งนี้และไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งครับที่ท่านประธานชัย ชิดชอบ ขออนุญาต เอ่ยนามครับ ท่านเองบอกไม่รับผิดชอบอยู่แล้ว แล้วสมาชิกทั้งสภามาพิจารณากฎหมาย ที่ประธานเองพูดบอกไม่รับผิดชอบนี่ แล้วผมสงสัยว่าเสียเวลาทําไมตั้งแต่เช้ามาหรือเปึน วิธีการ พอลงมติแล้วก็ค่อยมาตีความกันอีกครั้งหนึ่ง ทําไมไม่เอาเรื่องข้อยุติว่ากฎหมายนี้ เสนอเข้ามามันชอบหรือเปล่า เอาไปยื่นให้กับศาลรัฐธรรมนูญหรือวินิจฉัยให้ชัดเจนก่อน ไม่ได้หรือครับ หรือต้องเกิดเหตุก่อนแล้วศาลรัฐธรรมนูญถึงจะเอาข้อนี้มาตีความ มันก็แปลก ผมกลัวว่าวันนี้สภาแห่งนี้จะเสียเวลา จริง ๆ แล้วเราเสียเวลาวันนี้วันหนึ่ง น่าจะบวกให้กับฝ์ายค้านในสภาเพื่อที่จะนําเวลาดังกล่าวไปอภิปรายรัฐบาลเสียดีกว่า เพราะเวลายิ่งจํากัดอยู่ ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งครับกับการที่จะนําพระราชบัญญัติ ทั้ง ๒ ฉบับนี้เข้ามาพิจารณาในสภาแล้วก็เกรงว่าพวกเราเองอาจจะเสียเวลาแล้วก็ทําผิด ในเรื่องของข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ครับ ผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุงครับ ความจริงผมไม่ได้ ตั้งใจที่จะอภิปรายกฎหมายฉบับนี้ครับ แล้วผมนั่งฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายตั้งแต่ ช่วงบ่ายและผมคิดว่าถ้าผมไม่แสดงความคิดเห็นบ้างพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งที่รับฟัง การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกจากฝ์ายค้านอาจจะสับสนได้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าผมสนับสนุนการทํางานของฝ์ายค้านอย่างเต็มที่และ ผมเชื่อครับว่าฝ์ายค้านต้องทําหน้าที่ที่เข้มแข็งกว่าฝ์ายรัฐบาล มิฉะนั้นแล้วฝ์ายค้าน ไม่มีโอกาสที่จะเปึนรัฐบาลหรอกครับ ฝ์ายค้านต้องทํางานหนักกว่ารัฐบาลแน่ครับ ผมประสบมาแล้วครับใน ๘ ป้ที่ผ่านมาที่ผมเปึนฝ์ายค้าน แต่ว่าการทําหน้าที่ ที่เพื่อนสมาชิก ขออภัยผมพูดถึงฝ์ายค้านได้พูดมาในหลาย ๆ ท่านที่ผมจําเปึนต้องยืนขึ้น พูดกับท่านประธานและเพื่อนสมาชิกวันนี้ก็คือ การอภิปรายของหลายท่านนั้นมีลักษณะ ที่ผมคิดว่ามีลักษณะเปึนการข่มขู่กัน ซึ่งผมคิดว่าโดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าน่าจะ ไม่ถูกต้องมากนัก ท่านบอกว่ารัฐบาลนี้และเพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะฝ์ายรัฐบาลกําลัง ทําผิดกฎหมาย กําลังเสนอกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๐ และท่านบอกว่า ท่านจะถอดถอน และท่านได้พูดเลยไปถึงพี่น้องประชาชนว่าพี่น้องประชาชนไม่สนับสนุน ผมสนับสนุนท่านนะครับ ถ้าท่านคิดว่าฝ์ายรัฐบาลทําสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ท่านถอดถอนเถอะครับ แต่ว่าการอภิปรายลักษณะเปึนการข่มขู่ว่าจะถอดถอนนั้น ผมคิดว่าเราไม่ยอมครับ ผมคนหนึ่งก็ไม่ยอม ที่ว่าไม่ยอมคือเราไม่ยอมให้รัฐบาล ทําผิดกฎหมายแน่นอนครับ ท่านทําหน้าที่ได้ครับ แต่ว่าจะมาข่มขู่ว่าถ้าเราลงมติวันนี้ ท่านจะถอดถอนและพูดต่อไปว่า ท่านจะคอยดูสิว่าจะมีสมาชิกฝ์ายรัฐบาลท่านไหนบ้างต้องหลุดพ้นจากตําแหน่ง อย่างนี้ ผมคิดว่ารับกันไม่ได้หรอกครับ เรื่องที่ ๑ ครับ
เรื่องที่ ๒ ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศท่านมาอย่างถูกต้องครับ และท่านมีเกียรติในสภาแห่งนี้ครับ ผมอาจจะพูดลักษณะอย่างนี้เพราะว่าผมรู้จักท่านมาก่อน แต่ผมไม่เอาความรู้สึก นับตั้งแต่ท่านเปึนรัฐมนตรีจนถึงวันนี้มาพูดในสภาแห่งนี้ครับ ที่ผมพูดทั้งหมดนี่ผมรู้จัก ท่านมาก่อนที่ท่านเปึนรัฐมนตรี วันที่ท่านเปึนรัฐมนตรีแล้วสักคําหนึ่งท่านไม่เคยทักผม และสักคําหนึ่งผมไม่เคยพูดกับท่านเลยครับตั้งแต่ท่านเปึนรัฐมนตรี แต่ผมรู้จักท่าน ก่อนท่านเปึนรัฐมนตรี ที่ผมต้องพูดอย่างนี้เพราะผมคิดว่าท่านเปึนคนที่มีความปรารถนาดี ต่อบ้านเมืองคนหนึ่งครับ ท่านก็มีเกียรติครับ มีเกียรติเหมือนกับรัฐมนตรี มีเกียรติ เหมือนกับเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ทุกคนละครับ และท่านมาตามรัฐธรรมนูญแน่นอน ครับ ท่านประธานครับ สองคนยลตามช่องนะครับ คนหนึ่งมองเห็นโคลนตมครับ อีกคนหนึ่งมองเห็นแสงดาวอยู่แพรวพราว ผมไม่ว่าหรอกครับ มันมีทั้งด้านมืด ด้านสว่าง ครับ แต่ว่าในใจผมขณะนี้ครับที่ผมรู้จักรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมา ท่านเปึนคนที่รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติคนหนึ่งครับ บังเอิญครับในช่วงชีวิตหนึ่ง ของท่าน ในช่วงที่ประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติ ท่านอาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ บางเรื่องซึ่งบางท่านอาจจะไม่เห็นด้วย แต่ผมเชื่อว่าในยามที่สังคมวิกฤติ บ้านเมือง ต้องการคนกล้าหาญครับ บ้านเมืองวิกฤติต้องการคนกล้าหาญครับ อาจจะไม่ใช่คนดีก็ได้ แต่ต้องเปึนคนกล้าหาญ ไม่ว่ากล้าหาญในด้านไหนนะครับ ต้องสามารถนําประเทศ ฝ์าวิกฤติไปได้ ผมเชื่อว่าท่านมาอย่างถูกต้องครับ แล้วก็มีเกียรติครับ เราอาจจะมี ความเห็นในลักษณะอย่างนี้ต่างกันได้ครับ ผมเรียนท่านประธานแล้วว่า สองคนยลตาม ช่องครับ ผมสนับสนุนท่านแน่ครับ ไม่ว่าวันนี้หรือวันหน้าครับ แต่ผมจะไม่ยอมให้ท่านทํา ผิดกฎหมายครับ วันนี้ท่านไม่ได้ทําสิ่งที่ผิดต่อกฎหมายเลยผมยินดีสนับสนุนท่านครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย บังเอิญข้อมูลผมอยู่ตรงโน้น ครับไม่ได้ติดมาครับ ท่านประธานเรียกผมเสียก่อน เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายถึงมาตรา ๔ วรรคสอง ผมอ่านตอนแรกผมก็ไม่สบายใจครับว่า ในมาตรา ๔ วรรคสอง ที่ปล่อยให้ รัฐบาลไปกู้เงินที่มีกฎหมายบัญญัติไว้เปึนการเฉพาะหรือทั่วไปได้ โดยไม่ต้องขอ ความยินยอมจากรัฐสภานั้นมันสุ่มเสี่ยงต่อการผิดรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ตอนแรกผมก็ไม่แน่ใจครับ แต่ว่าเมื่อผมอ่านโดยละเอียดแล้วครับ ผมคิดว่าในมาตรา ๔ วรรคสอง ที่บัญญัติไว้นะครับ เขาบอกว่าต้องมีกฎหมายบัญญัติไว้ครับ ซึ่งหมายความว่า ไม่ใช่อยู่ ๆ รัฐบาลจะไปขอกู้เงินจากต่างประเทศหรือในประเทศได้โดยลําพัง มิใช่ครับ มันต้องมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ วันนี้เรากําลังออกกฎหมายเพื่ออนุวัตให้เปึนไป ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๓ นั้นบอกว่า ต้องออก กฎหมายนี้ให้เสร็จภายในหนึ่งป้นับแต่วันที่รัฐบาลแถลงนโยบาย รัฐบาลไม่ได้เร่งรีบครับ แต่ท่านประธานอย่าลืมนะครับว่าเมื่อเราไม่มีพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ยอมรับกันไหม ครับว่า ในอดีตนั้นรัฐบาลบางชุดเคยทําความเสียหายและผิดพลาด โดยไปมีข้อตกลงกับ ต่างประเทศ รัฐต่างประเทศโดยไม่ผ่านความยินยอมของรัฐสภามาแล้วครับ ผมไม่เอ่ยถึง นะครับรัฐบาลไหน แต่ว่าศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคําวินิจฉัยไว้แล้วว่ามีรัฐบาลบางชุด นะครับไปทําความตกลงกับรัฐต่างประเทศซึ่งผิดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยอย่างนั้นไว้แล้วครับ ผมคิดว่าที่รัฐบาลออกกฎหมายฉบับนี้ ครับ ไม่ได้เร่งรีบ และมิได้เปึนไปเพื่อการกู้หนี้ยืมสินให้ประเทศชาติเปึนหนี้แต่ประการใด ครับ ไม่ใช่ครับ ถ้ารัฐบาลนี้ทําสิ่งซึ่งเปึนภาระกับประเทศชาติ มันเปึนหน้าที่ของเรา ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลครับต้องไม่ยินยอมแน่ละครับ เพราะฉะนั้นจะหาว่ารัฐบาลเร่งรีบ ออกกฎหมายเพื่อไปกู้เงินนั้น ผมคิดว่าเปึนการกล่าวหาที่รุนแรงแล้วก็มักง่ายเกินไปครับ ไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้สอบถามท่านผู้รู้ครับ ขออภัยเอ่ยนาม ท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ครับ เพื่อนสมาชิกบอกว่ารัฐบาลนี้กู้เงิน เต็มเพดานแล้ว ผมอยากให้รัฐมนตรีที่อยู่สักท่านหนึ่งครับ บังเอิญครับรัฐมนตรีก็ไม่ขยัน เสียด้วย ปล่อยให้สมาชิกพูดว่ารัฐบาลกู้เงินมาเต็มเพดานแล้ว ผมอยากให้เอาความจริงมาพูด ในสภาแห่งนี้สิครับว่า ก่อนที่รัฐบาลนี้จะบริหารประเทศชาตินั้น รัฐบาลในชุดที่แล้ว หรือ ชุดที่ผ่าน ๆ มานั้นได้กู้เงินไปแล้วเท่าไร เอาตัวเลขมาดูสิครับ ผมจําได้ว่าในระยะ ๓–๔ ป้ที่ผ่านมา ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ รัฐบาลจัดงบประมาณขาดดุลทั้งสิ้นนะครับ เมื่อรัฐบาลจัดงบประมาณขาดดุลก็หมายความว่ารัฐบาลต้องกู้เงินครับ กู้ภายในประเทศ การกู้เงินภายในประเทศก็มีกฎหมายเขียนไว้ครับ ว่ารัฐบาลจะกู้ได้เพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณรายจ่ายประจําป้เท่านั้นนะครับ สูงกว่านั้นทําไม่ได้ นี่คือกฎหมายที่เขียนไว้ โดยเฉพาะครับ นอกจากนั้นในการกู้เงินซึ่งเปึนเงินต่างประเทศ มิใช่กู้เปึนเงินไทยนะครับ รัฐบาลก็กู้ได้เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายประจําป้เท่านั้นเองครับ ทํานอกเหนือจากนี้ไม่ได้ ถามว่าแล้วในการกู้เงินที่รัฐบาลกู้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็ดี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็ดี ทําตามกฎหมายทั้งสิ้นนะครับ แล้วก็ทําตามกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภา แห่งนี้ครับ เพราะฉะนั้นจะมากล่าวหารัฐบาลไปกู้เงินโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ โดยไม่ดู ขอบเขต ผมคิดว่าเปึนการพูดที่ง่ายเกินไปในการกล่าวหากับรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมเรียนท่านประธานครับว่า ผมสนับสนุนการทํางานของฝ์ายค้าน หลักในระบอบ ประชาธิปไตยไม่มีการเก็บภาษีจากประชาชนโดยไม่ผ่านความยินยอมของตัวแทน ประชาชน นี่คือหลัก คือหัวใจของประชาธิปไตยครับ ในขณะเดียวกันครับ รัฐจะไม่มีการ จ่ายภาษีของประชาชน รัฐจะไม่มีการใช้จ่ายงบประมาณโดยไม่ผ่านความเห็นชอบของ ตัวแทนปวงชน นี่เปึนหลักเหมือนกันครับ หลักนี้เรายึดถือครับ ในระบอบประชาธิปไตย ยึดถือหลักนี้ทั้งสิ้นนะครับ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ๒๕๕๐ ที่เขามี บทบัญญัติในมาตรา ๑๙๐ นั้น เขาไม่ได้คุ้มครองรัฐบาลนะครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ คุ้มครองรัฐนะครับ คุ้มครองรัฐไม่ได้คุ้มครองรัฐบาล คุ้มครองรัฐคือคุ้มครอง ประเทศนี้ครับ คือคุ้มครองประชาชนว่ารัฐบาลไหนก็ตามในอนาคตข้างหน้านี่ครับ จะไป ทําสัญญา หรือทําสนธิสัญญาโดยทําให้ประชาชนหรือรัฐเสียประโยชน์ไม่ได้ครับ รัฐบาล อาจจะได้ประโยชน์ รัฐบาลมาแล้วไปครับ แต่ว่ารัฐคือประเทศนี้จะเสียประโยชน์ไม่ได้ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ คุ้มครองรัฐคือประเทศนี้ครับ ถามว่าถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ได้ดีขึ้นไหม ง่ายขึ้นไหม ง่ายขึ้นครับ มาตรา ๑๙๐ ทําให้ รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ยากขึ้นครับ แต่มันเปึนการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศชาติ มากยิ่งขึ้น ผมไม่ติดใจหรอกครับว่าหลังจากนี้เพื่อนสมาชิกจะนับองค์ประชุมหรือเปล่า ผมไม่ติดใจหรอกครับว่าหลังจากนี้ท่านสมาชิกจะลงมติในวาระที่หนึ่งหรือเปล่า ผมไม่ติดใจ หรอกครับว่าหลังจากนี้สมาชิกจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ถอดถอนพวกเราหรือเปล่า ผมไม่ติดใจครับ แต่ผมยืนยันกับท่านประธานว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายที่เร่งรีบในการ ออกกฎหมาย รัฐบาลไม่มีเจตนาที่จะออกกฎหมายนี้เพื่อไปกู้เงิน รัฐบาลนี้มาโดย ชอบด้วยกฎหมาย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็มาโดยชอบด้วย กฎหมาย ผมจะรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ตามที่คณะรัฐมนตรี โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เสนอร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและ วิธีการจัดทําหนังสือสัญญา พ.ศ. .... เข้าสู่สภา ท่านประธานครับ ผมขอย้ํา ร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญา พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณา ของสภาแห่งนี้ในนามของคณะรัฐมนตรี แล้วก็เพื่อนสมาชิกได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ อีกฉบับหนึ่งเข้ามา ผมขออนุญาตท่านประธานครับ บันทึกหลักการและเหตุผลของ เพื่อนสมาชิกเสนอนี่เขียนว่า ประกอบร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญา พ.ศ. .... เช่นกัน แต่สิ่งที่ผมจะต้องขออนุญาตให้ท่านประธานได้โปรดพิจารณารับฟังคําอภิปรายของผม และเพื่อนสมาชิกที่ทรงเกียรติแห่งสภาแห่งนี้ได้ฟังเหตุฟังผลของผมที่จะนําเสนอเกี่ยวกับ การทําร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในมุมมองของผมในฐานะเปึนสมาชิกคนหนึ่งเปึน ตัวแทนของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ เบื้องต้นผมต้องบอกกับท่านประธานและ สมาชิกแห่งนี้ว่าผมเห็นด้วยกับการที่ประเทศนี้ บ้านเมืองนี้จะต้องมีกฎหมายขึ้นมารองรับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ซึ่งเขียนเอาไว้ประกอบกับบทเฉพาะกาล มาตรา ๓๐๓ (๓) ที่เขียนและบอกไว้ชัดเจนครับว่าต้องทําให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ป้หลังจากแถลง นโยบายนับตั้งแต่มีการเลือกตั้งครั้งแรก ระบุวิธีการเนื้อหาสาระลงไป โดยเฉพาะขั้นตอน และวิธีการ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานว่าในความเห็นด้วย ตรงนั้นก็มีความคิดคล้ายกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนที่ได้พยายามอภิปรายให้เห็นเหตุผล และความจําเปึน ผมเองไม่ได้ขัดและแย้งในเรื่องนั้นเลย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าโดยภาพรวมผมเห็นด้วย แต่สิ่งที่ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่าผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมไม่สามารถที่จะรับหลักการ กฎหมายฉบับนี้ได้ ถึงแม้มีเหตุผลความจําเปึนที่ต้องเสนอ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเอง ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่สามารถรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทั้งของคณะรัฐมนตรีและก็ของเพื่อนสมาชิกได้ ผมมีเหตุผลอย่างนี้ท่านประธานครับ และก่อนที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานว่าทําไมผมไม่รับ ผมขออนุญาตท่านประธาน นิดเดียวครับ เผอิญมีข้ออภิปรายของเพื่อนสมาชิกเพื่อความเข้าใจอันดีของ พี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ กฎหมายฉบับนี้เสนอโดยคณะรัฐมนตรีนะครับ มีหนังสือส่ง สภาเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ จากสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติ ขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญา พ.ศ. .... กราบเรียน ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร สิ่งที่ส่งมาด้วยนะครับก็เปึนร่างพระราชบัญญัติ ผมขออนุญาตท่านประธาน อ่านนะครับ เพราะมีความสําคัญที่จะต้องชี้แจงและกราบเรียนท่านประธาน
ด้วยคณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาหารือลงมติให้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญา พ.ศ. .... ต่อ สภาผู้แทนราษฎร จึงขอเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวพร้อมบันทึกหลักการ และเหตุผล และบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญมาเพื่อขอให้โปรดนําเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยต่อไป ขอแสดง ความนับถืออย่างยิ่ง ลงชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หนังสือฉบับนี้ส่งสภาเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ ไม่เปึนประเด็นถกเถียงกันหรอกครับว่ากฎหมาย ฉบับนี้จะยกร่างสมัยไหน แต่สิ่งที่จะเปึนคําตอบชัดเจน ก็คือเสนอโดยคณะรัฐมนตรีชุดนี้ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่เสนอในวันนี้ด้วย เราไม่ต้องเถียงกัน ประเด็นนั้นหรอกครับ มันเปึนประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งอาจจะเกี่ยวพันเกี่ยวเนื่องกัน ที่มุมมองเปึนมุมมองของประเด็นการเมือง ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าผมไม่สามารถที่จะรับหลักการของร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับได้ ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายพร้อมกันทั้งของคณะรัฐมนตรีและของเพื่อนสมาชิก นะครับ ท่านประธานครับ เหตุผลที่สําคัญที่สุดคือไม่เปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ส่อว่าจะขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมย้ํานะครับ ส่อว่าจะขัดหรือแย้ง เพราะผมเองไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ สมาชิกทุกท่านมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นในมุมมอง ของตัวเองในการที่จะวิเคราะห์ ในการที่จะแปลความ ในการที่จะตีความ แน่นอนครับ ความเห็นต่างเปึนสีสันของประชาธิปไตย แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดหนีไม่พ้นหลักของเหตุผล และความเปึนจริง ท่านประธานครับ ทําไมผมได้กราบเรียนท่านประธานว่าไม่เปึนไปตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ผมเอาร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนะครับ ถ้าท่านประธาน มีอยู่ในมือนะครับ โดยเนื้อหาสาระใกล้เคียงกัน หลักการนี้เขียนเหมือนกันเลยครับ ให้มีกฎหมายว่าด้วยขั้นตอน ของรัฐบาลนะครับ ให้มีกฎหมายว่าด้วยขั้นตอนและวิธีการ จัดทําหนังสือสัญญา อันนี้เขียนตามรัฐธรรมนูญกําหนดนะครับ อ้างเหตุผลไป ของเพื่อน สมาชิกนะครับ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการจัดทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ ท่านประธานเห็นความต่างไหมครับ ของเพื่อนสมาชิก มีกฎหมายว่าด้วยการจัดทํา หนังสือสัญญาระหว่างประเทศ ของคณะรัฐมนตรี ให้มีกฎหมายว่าด้วยขั้นตอนและ วิธีการจัดทําหนังสือสัญญา ท่านประธานครับ ทําไมผมต้องเน้นครับ เหตุที่ผมต้องเน้น เพราะว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า เขาเขียนไว้อย่างนั้น เขาเขียนว่า ขออนุญาต ท่านประธานครับ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกําหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือ สัญญา อันนี้ชัดเจนครับ ของเพื่อนสมาชิก ผมอาจจะดูละเอียดลงไป เพราะว่าตัวหลักการ นี่เปึนตัวสําคัญครับ หลักการที่มีลักษณะต่างกันถึงแม้จะมีลักษณะทํานองเดียวกัน แต่มีบทมาตราที่รองรับแตกต่างกันไป สภาแห่งนี้เคยมีมติครับ เคยมีข้อวินิจฉัยและ มีปัญหามากในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ถ้าสมมุติว่าสภาแห่งนี้รับหลักการทั้ง ๒ ฉบับนะครับ โดยใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเปึนหลัก ผมถามว่ารับหลักการ ให้มีกฎหมาย ว่าด้วยการจัดทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ ของเพื่อนสมาชิกไปด้วยหรือไม่ ท่านประธานครับ ในประเด็นนี้ผมต้องขออนุญาตท่านประธานชี้ประเด็นนิดเดียว เพราะ มีปัญหาในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ถ้าสภาแห่งนี้ถือว่าหลักการทํานองเดียวกัน แต่แตกต่างกัน แตกต่างกันแน่นอนครับ ฉบับนี้ไม่มีการกําหนดขั้นตอนและวิธีการ เปึน การจัดทําหนังสือสัญญาเลย แต่อันนี้กําหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญา คล้ายแต่ไม่เหมือน ถ้ารับไว้ ๒ ร่างและใช้ร่างรัฐบาลเปึนหลัก ตัวบทมาตราที่เขียนรองรับ ของเพื่อนสมาชิกอาจจะมีปัญหาถ้ามีคนแปลความ เพราะฉะนั้นผมฝากฝ์ายเสียงข้างมาก นะครับ ถ้าจะรับ รับไปทั้ง ๒ ฉบับและแยกรับด้วย ท่านประธานครับ สิ่งที่รัฐธรรมนูญ กําหนดให้มีกฎหมายขั้นตอนและวิธีการตามวรรคห้าของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ สาเหตุที่ผมถือ ๒ ฉบับนี้ผมพยายามจะชี้ให้ประธานเห็นว่า ความแตกต่างอยู่ตรงไหนครับ ท่านประธานครับ ที่ผมไม่สามารถรับหลักการได้ ผมตรวจสอบรายละเอียดของหลักการ เหตุผล แล้วก็มาตราที่กําหนดไว้ของคณะรัฐมนตรี ๒๐ มาตราครับ กับของเพื่อนสมาชิก หลักการ เหตุผล ๓๖ มาตรา มีความต่างกันอย่างชัดเจนครับ โดยเฉพาะประเด็นที่กําหนด ประเภทของหนังสือสัญญา ผมเน้นนะครับ ประเภทของหนังสือสัญญาของคณะรัฐมนตรี ได้เขียนประเภทของหนังสือสัญญาไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถามว่าจําเปึนต้อง เขียนไหม เขียนตั้งแต่ประเภทหนังสือสัญญาที่ลอกเลียนเอามาจากมาตรา ๑๙๐ ทั้ง ๕ ประเภทครับ ประเภทที่ ๑ ที่มีผลต่อเรื่องของการเปลี่ยนแปลงอาณาเขต หรือ อํานาจนอกอาณาเขต หรือสิทธินอกอาณาเขต รัฐธรรมนูญเขียนไว้ครับ ประเภทที่ ๑ ประเภทที่ ๒ หนังสือสัญญาที่มีผลจะต้องไปออกกฎหมายมารองรับในประเทศเรา เขียนไว้เปึนข้อที่ ๒ ข้อที่ ๓ ของรัฐบาลเขียนไว้ว่า เปึนหนังสือสัญญาที่มีผลต่อการผูกพัน งบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ เขียนไว้ในข้อที่ ๓ ข้อที่ ๔ หนังสือสัญญา ที่มีผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม อย่างกว้างขวางและมีนัยสําคัญ และก็ข้อที่ ๕ ครับ มีผลต่อเรื่องการค้า การลงทุน ของเพื่อนสมาชิกมีข้อสังเกตครับท่านประธาน ที่แตกต่าง จากร่างของรัฐบาล รัฐบาลเหมาความรวมเอาว่า ๑ ใน ๕ ของสัญญานั้นตาม มาตรา ๑๙๐ ต้องมาทําหนังสือสัญญารองรับ มากําหนดแผนและขั้นตอนรองรับ วิธีการ แต่เพื่อนสมาชิกครับ ยึดเอาวรรคห้าเปึนหลักเลย ยึดเอาวรรคห้าเปึนหลัก โดยมาเขียนใน มาตรา ๓ กําหนดเปึนคํานิยามออกมา เพราะวรรคห้า ท่านประธานครับ ถ้าผมจะ กราบเรียนท่านประธานลงรายละเอียดอีกนิดหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกไม่ได้พูดถึง อะไร ที่เพื่อนสมาชิกพูดผมพยายามจะหลีกเลี่ยง วรรคห้า ถ้าดูเน้นลงไปท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญเขาเน้นเฉพาะ ถ้าเปึนร่างรัฐบาลนะครับ คือข้อ ๔ และข้อ ๕ หนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง คือข้อที่ ๔ ของรัฐบาลนะครับ มาตรา ๔ หรือมีผลผูกพันด้านการค้าหรือการลงทุนอย่างมีนัยสําคัญ ในข้อ ๕ ของ ร่างรัฐบาล ของเพื่อนสมาชิกเราหยิบเอา ๒ ประเด็นนี้ขึ้นมาเปึนตัวกําหนดใน ร่างกฎหมาย โดยไม่พูดถึงเรื่องภาระงบประมาณผูกพัน สัญญาที่มีภาระผูกพัน งบประมาณไม่ได้พูดถึง หนังสือสัญญาที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไม่ได้พูดถึง ครับ หนังสือสัญญาที่มีผลต่อการทํากฎหมายรองรับไม่ต้องพูดถึงครับ อันนี้คือสิ่งที่ เพื่อนสมาชิกเห็นต่างจากร่างรัฐบาลชัดเจน และผมก็ว่าเปึนความชาญฉลาดเขาด้วย ที่เขาพยายามทํากฎหมายขึ้นมารองรับตามรัฐธรรมนูญกําหนดไม่ได้นอกเหนือ ไม่ได้ นอกเหนือ ของเพื่อนสมาชิกนะครับ แต่สิ่งที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ร่างของ คณะรัฐมนตรีกับร่างของเพื่อนสมาชิกที่ผมพยายามกราบเรียนท่านประธานว่า มันจะส่อ ไปในทางที่จะขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ เพราะว่าทั้ง ๒ ฉบับนี้มีเจตนาคล้ายกัน คือ ไปกําหนดประเภทของหนังสือสัญญาไว้ในร่างกฎหมาย ซึ่งรัฐธรรมนูญไม่ได้บอกให้ทํา รัฐธรรมนูญบอกให้ทํากฎหมายขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาครับ ก็ว่าไป ของเพื่อนสมาชิกอาจจะทําองค์กรขึ้นมารองรับ ของ ครม. อาจจะว่าเปึนอํานาจหน้าที่ของ ครม. ไปนะครับ ทํากระบวนการของการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน รับฟัง ความคิดเห็นทําประชามติ ทําอะไรไป อันนี้เปึนเรื่องของวิธีการและรายละเอียดคล้าย ๆ กัน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมพยายามชี้ให้ท่านประธานดูนะครับว่า ร่างของ ครม. และร่างของ เพื่อนสมาชิกนี่ไปกําหนดประเภทหนังสือสัญญาไว้ในกฎหมาย ผมถามท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ตั้งแต่วรรคหนึ่งไล่ลงไปถึงวรรคห้านี่ครับ วรรคหนึ่งนี่สําคัญ มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายแล้ว ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ วรรคสอง กําหนดประเภท หนังสือสัญญาไว้ในรัฐธรรมนูญในวรรคสองของมาตรา ๑๙๐ หนีจากนั้นไม่ได้ครับ ก็ ๕ ประเภท วรรคสามว่าไปด้วยวิธีการและขั้นตอนต่าง ๆ ที่ ครม. จะต้องมาบอกกับสภา เสนอกรอบให้สภาให้ความเห็นชอบ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญไม่มีวรรคใดเลยครับ ไล่เลียงมาวรรคห้า วรรคหก ไม่มีวรรคใดเลยครับที่เขียนไว้ว่า การกําหนดประเภท หนังสือสัญญาให้เปึนไปตามตัวบทกฎหมายไม่มีครับ ถ้ารัฐธรรมนูญอยากจะให้ทํา อย่างนั้น เขาต้องเขียนอย่างนั้นครับ ผมไม่โทษรัฐบาล ไม่โทษเพื่อนสมาชิก แต่ผมโทษ รัฐธรรมนูญ แล้วถ้ารัฐธรรมนูญอยากจะให้สภาแห่งนี้ไปออกกฎหมายมารองรับว่า คุณสามารถที่ไปออกกฎหมายรองรับมากําหนดประเภทหนังสือสัญญาได้ใน แต่ละเรื่องนี่ รัฐธรรมนูญต้องให้อํานาจมาครับ แต่เขาไม่ได้ให้ คุณจะไปแปลความอย่างไร ก็เปึนสิทธิของคุณ แต่เขาบอกว่าเมื่อมีข้อสงสัย ในวรรคหกเขียนชัดเจนครับ เปึนอํานาจ ของศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้นที่จะชี้ขาด เพราะฉะนั้นการที่จะกําหนดประเภทหนังสือ สัญญาในร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี่ ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามีการส่อเจตนาที่จะ ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และอาจจะขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญได้ด้วย
ประการที่ ๒ ครับท่านประธานครับ มาตรา ๔ วรรคสอง ผมไม่พูดถึงแล้ว ครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกพูดมาเยอะ แต่ถ้าแปลความวรรคสี่ มาตรา ๔ วรรคสองของ ร่างรัฐบาล ของ ครม. นี่ถ้าตีว่าเปึนสัญญาที่มีผลการผูกพันตามของบประมาณของ ประเทศอย่างมีนัยสําคัญ ถ้าทุกท่านในที่นี้ตอบว่าใช่ มันก็คือมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง จริงอยู่ครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่า ก็มันมีกฎหมายเฉพาะรองรับอยู่แล้ว ผมไป ศึกษากฎหมายเฉพาะท่านประธานครับ ที่ท่านอ้างถึงพระราชบัญญัติบริหาร หนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ แก้ไขเพิ่มเติมป้ ๒๕๕๑ กําหนดไว้ครับว่า การที่รัฐบาลจะกู้หนี้ จะต้องทําอย่างไร กู้หนี้ต่างประเทศทําอย่างไร กู้หนี้ภายในทําอย่างไร เขียนไว้นะครับ มาตรา ๒๑ กู้ภายในไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของงบรายจ่ายประจําป้นะครับ งบประมาณนั้น บวกกับงบเพิ่มเติมร้อยละ ๘๐ ของเงินส่งใช้เงินกู้ ป้นี้คํานวณชัด ๆ ผมบอกให้เลยครับ ๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ กู้ได้แค่ ๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท สูงสุดบวกงบกลางป้ที่เราจัดสรร ไปให้อีก ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนะครับ ต้นป้ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท บวกกลางป้เข้าไปกู้ภายในได้สูงสุด ๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท คํานวณเรียบร้อยครับ ผมไม่ได้คํานวณเองนะครับ สํานักเศรษฐกิจการคลังที่มาชี้แจง งบประมาณกลางป้เขาทําตัวเลขให้ผมดูเลย ๒๒ ครับ กู้หนี้นอกประเทศ หนี้ต่างประเทศ ร้อยละ ๑๐ ของงบประมาณรายจ่ายประจําป้หรือเงินรายจ่ายเพิ่มเติม ผมตีว่า ๒ ล้านล้านบาท ก็แค่ ๒ แสนล้านบาท นี่คือสิ่งที่รัฐบาลจะกู้ได้ ชัดเจนครับ ตรงนี้ผม ไม่เถียง เพราะมีกฎหมายเฉพาะรองรับ แต่ท่านประธานครับ ถ้ารัฐบาลจะกู้ โดยใช้กฎหมายเฉพาะไปกู้นี่ ถามว่าทําไมไม่ทําเลยล่ะครับ กู้ไปแล้ว ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท กลางป้ ต้นป้ ๒,๔๙๕,๐๐๐ ล้านบาท ตีว่า ๒ ล้าน ๕ แสนล้านบาท งบขาดดุลต้นป้ นะครับกู้ไปแล้วครับ ผมเห็นรายงานหนี้สาธารณะ เห็นกู้ไปแล้ว ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท จะกู้เพิ่ม แต่กู้หนี้ต่างประเทศท่านประธานครับ สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ผมจะ พยายามชี้ให้เห็นจังหวะและขั้นตอน ท่านประธานครับ การกู้หนี้ต่างประเทศถ้ารัฐบาลคิดว่า มีกฎหมายเฉพาะรองรับทําไมไม่ไปกู้ล่ะครับ แต่รัฐบาลไม่ทําหรอกครับ เพราะรัฐบาล ไปกู้ต่างประเทศถือว่าเปึนหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ สัญญาค้ําเงินกู้ ระหว่างประเทศด้วย รัฐบาลก็เลยบอกว่าถึงแม้มติ ครม. ออกเมื่อวันอังคารนี่ครับ ๒ ล้านเหรียญ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท จะกู้หนี้ต่างประเทศจาก เอดีบี (ADB : Asian Development Bank หรือ ธนาคารเพื่อพัฒนาเอเชีย ) จากเวิลด์ แบงก์ (World Bank : ธนาคารโลก) จากไจก้า (JICA : Japan International Cooperation Agency องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของประเทศญี่ปุ์น) รัฐบาลบอกว่าจะต้องให้รัฐสภา ให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๙๐ เห็นไหมครับรัฐบาลก็รู้ รัฐบาลมีแนวทางอยู่ ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลพยายามที่จะทํานี่นะครับ มันไม่ใช่เพราะการกู้หนี้ครั้งนี้หรอกครับ แต่มัน จะเปึนความสะดวกของการบริหาร ท่านก็เลยเอามาแปะไว้ในร่างกฎหมายฉบับนี้โดยที่ รัฐธรรมนูญไม่ได้บอกให้ทําเลย มาเขียนวรรคสองรองรับไว้ ถ้าสภาแห่งนี้ รัฐสภาแห่งนี้ให้ ความเห็นชอบ ท่านก็บอกว่านี่อย่างไรมีกฎหมายรองรับ แต่ผมถามท่านประธานครับว่า การออกกฎหมายลูกแบบนี้ถึงแม้ไม่ใช่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แต่เปึนกฎหมายที่ รัฐธรรมนูญบอกให้ทํา ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญไหมครับ เพราะรัฐธรรมนูญกําหนด ประเภทไว้แล้วว่าจะต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐ ไม่เห็นยากเลยครับ ก็ให้สภาให้ความเห็นชอบก็ไปกู้ได้ จะกู้กี่แสนล้านบาท กี่หมื่นล้านบาทก็ไม่ว่า นี่ครับ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะกู้มาลงทุนในระยะ ๓ ป้ สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง สนธิสัญญาระหว่างประเทศมาชี้แจงบอกว่าชัดเจนครับ เข้ามาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเองต้องกราบเรียนและชี้ให้ท่านประธานเห็นภาพเปึนเรื่อง ๆ ไปนี่มันมีความจําเปึนที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน เพราะว่าสิ่งที่ผมบอกว่าผมจะ ไม่รับกฎหมายฉบับนี้ถ้าไม่มีเหตุไม่มีผลนี่ก็คือไปขัดขวางการพัฒนาประเทศ ผมเอง เปึนนักประชาธิปไตยครับ ผมไม่โทษรัฐบาล ผมกราบเรียนแล้ว ไม่โทษเพื่อนสมาชิกครับ แต่โทษรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่ร่างโดยผู้ร่างที่มีจิตอคติด้านใดด้านหนึ่ง ผมต้องขออนุญาตใช้คําแรงสักนิดนะครับ ถ้ามองเปึนภาพรวมเราปฏิบัติกันมาจนถึง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นะครับ อํานาจเปึนขององค์พระมหากษัตริย์ตามวรรคหนึ่งชัดเจน และการที่จะไปทําสัญญาต่างประเทศเฉพาะเรื่องที่มาออกกฎหมายมาเปลี่ยนแปลง กฎหมายและมีผลต่ออํานาจอธิปไตย มีการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตกันที่ต้องมาผ่านสภา ตาม ป้ ๒๕๔๐ แต่ ป้ ๒๕๕๐ เติมเรื่องของการค้า การลงทุน ผลกระทบเศรษฐกิจ และสังคมลงไป ท่านประธานครับ ผมชี้อย่างนี้แล้วนี่ผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีผู้เสนอ กฎหมายคงเห็นว่ารอยด่างที่จะเกิดขึ้นในการพิจารณามันคืออะไร จริงอยู่ครับสภาแห่งนี้ อาจจะพิจารณา แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่รองรับ มาตรา ๒๗๐ แล้วก็กริ่งเกรงว่าเราจะกระทําตามอํานาจหน้าที่ของเราเปึนตรากฎหมายนี่ กระทําขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เราไม่รู้หรอกครับ เกิดมีการตีความขึ้นมาแล้วขัดพวกเรา ก็ผิดกันทั้งหมด อันนี้ไม่ใช่คําขู่ เปึนการคาดสถานการณ์ว่า ท่านประธานสังเกตนะครับ ผมจะไม่บอกว่าผิดหรือไม่ผิด เพราะผมไม่มีอํานาจชี้ ผมเปึนสมาชิกคนหนึ่ง แต่ตั้งข้อสังเกตเข้าไป มาตรา ๒๗๐ อาจจะไม่ผิดก็ได้ครับ แต่ถ้าเกิด มีการยื่นตีความบอกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเขาบัญญัติไว้ว่าสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร ส่อเจตนาทําผิดรัฐธรรมนูญและบทบัญญัติของกฎหมาย ก็เข้า มาตรา ๒๗๐ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เองมันก็เปึนข้อกริ่งเกรง เพราะฉะนั้นสิ่งที่สําคัญ ที่สุด สิ่งที่สําคัญที่สุดนะครับ ถ้าสภาเราผ่านไปถึง ๓ วาระนะครับ ส่งให้วุฒิสภา ผมเชื่อว่า วุฒิสภาในฐานะฝ์ายกลั่นกรองกฎหมายเขาจะรับร่างสภาผู้แทนราษฎรไป ไม่ใช่ ร่างรัฐบาลนะครับ ไม่ใช่ร่างสมาชิก เปึนร่างสภาผู้แทนราษฎรเขาไปพิจารณา สิ่งที่วุฒิสภาจะทํามี ๒ เรื่องครับ ๑. เขาพิจารณา ๒. เขาจะส่งตีความว่ากระบวนการ การพิจารณากฎหมายฉบับนี้ถูกหรือไม่ เพราะมีเพื่อนสมาชิกตั้งข้อสังเกตไว้ตั้งแต่แรก ที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปว่า การบรรจุระเบียบวาระไม่เปึนไปตามมติของสภา ไม่เปึนไปตามข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อบังคับออกด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๔ ท่านประธาน ถ้าเขาตีความตามนั้น ถ้าเกิดวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วย กระบวนการการพิจารณาแล้ว นั่นเหตุผลอันที่ ๑ ครับที่กฎหมายฉบับนี้จะถูกส่งคืน อันที่ ๒ ครับ เขาจะส่งเรื่องของสาระ สาระของกฎหมายที่ถูกบทบัญญัติ จริงอยู่ครับ วุฒิสภามีอํานาจแก้ไขนะครับ เขาอาจจะไปตัดออกก็ได้ ร่างรัฐบาล วรรคสองนะครับ ผมพูดเผื่อวรรคสามไว้ด้วยที่ให้อํานาจ ครม. ไปกําหนดเรื่องประเภทหนังสือสัญญา อยู่อันเดียวกันเลยครับ ให้อํานาจฝ์ายบริหาร ถึงแม้จะเขียนแก้เกี้ยวในวรรคสี่บอกว่า มาให้สภาทักท้วงภายในสิบห้าวัน ท่านประธานครับ ทักท้วงอย่างไรครับ ใช้มติอะไร หรือครับ เปึนการเขียนที่ผมคิดว่าการนําสู่การปฏิบัติค่อนข้างยุ่งยากมาก เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า ทางออกที่ดีที่สุดนะครับ อยากให้เพื่อนสมาชิกและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ด้วยความเคารพ ท่านนะครับ ถอนร่างของท่านออกไปเพื่อให้ ครม. ไปพิจารณาก่อนที่สภาแห่งนี้จะ รับหลักการก็ได้ และส่งเข้ามาใหม่ครับ ไปปรับแก้เสีย ไม่มีผลเลยครับที่ท่านจะกริ่งเกรงว่า จะกู้ไม่ได้ ไม่จําเปึนเลยครับ ท่านจะกู้ท่านก็มาผ่านสภาตามมาตรา ๑๙๐ เท่านั้นเองครับ ไม่ได้ยากอะไร พวกเราก็อนุมัติให้อยู่แล้ว ถ้าท่านมีเหตุมีผล ถอนไปเถอะครับ ก่อนที่จะมี การลงมติว่ารับหลักการหรือไม่รับหลักการ แต่ถ้าท่านไม่ถอนนี่ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ผมเองเปึนหนึ่งในสมาชิกสภาแห่งนี้ที่จะไม่รับหลักการ และผมคิดว่า กระบวนการการพิจารณาในขั้นต่อไป ถ้าสภาแห่งนี้ตั้งกรรมาธิการขึ้นไปพิจารณา ถึงแม้ ใจผมเองอยากจะเข้าไปร่วมพิจารณาในชั้นของกรรมาธิการเพื่อจะไปปรับแก้อะไรต่าง ๆ แต่ผมกริ่งเกรงเรื่องของรัฐธรรมนูญมาตราหลัง ๆ ที่รองรับมา มันเปึนเหตุครับที่เราอาจจะ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าไม่สามารถจะตั้งกรรมาธิการไปพิจารณาร่วมได้ ผมคิดว่า มันจะเปึนข้อยุ่งยากครับ เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้มันเดินไปได้ ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ ผ่านไปท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถอนเถอะครับ เอาออกไปและก็ไปใช้เวลาในการพิจารณาและส่งกลับมาใหม่ภายใน ๖๐ วันได้ไหมครับ ตามข้อบังคับ ตามรัฐธรรมนูญ ผมว่ากฎหมายฉบับนี้อย่างไรมันก็เปึนประโยชน์ โดยเฉพาะวิธีการและขั้นตอนที่จะให้ประชาชนมามีส่วนร่วม และท่านก็ไปดูด้วยนะครับ วรรคห้า เขาเน้นเฉพาะที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจและสังคม อย่างกว้างขวาง มีผลกระทบต่อการค้าและการลงทุน ทําไมเขาเน้น ๒ เรื่องนี้ครับ เพราะ เขาไปเอาตัวอย่างหรือข้อสังเกตที่เขาบอกว่ารัฐบาลชุดก่อนไปทําไว้ก็เลยต้องไปเขียนล็อก ไว้อีก ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมจะจบการอภิปรายของผม ข้อเสนอผมนะครับ อยากให้ท่านรัฐมนตรีถอนเรื่องนี้ออกไป
อันที่ ๒ ครับ ถ้าจะให้ดีเรามาร่วมกัน เหมือนเพื่อนสมาชิกท่าน ส.ส. ลําพูน สงวน พงษ์มณี ได้นําเสนอในสภาแห่งนี้ มาช่วยกันปรับแก้มาตรา ๑๙๐ ถ้าจะคงไว้ทั้ง ๕ เรื่อง ที่เปึนหนังสือสัญญา ๕ เรื่องก็ได้ครับ แต่ไปเขียนบทบัญญัติรองรับไว้สักนิดว่า ให้ตรากฎหมายมารองรับในการจําแนกประเภทหนังสือสัญญาได้ ก็จะเปึนประโยชน์ ท่านประธานครับ เราทํางานเพื่อพี่น้องประชาชนครับ บ้านเมืองเปึนของทุกคน ผมได้รับ โอกาสจากพี่น้องประชาชนให้มาเปึนผู้แทน ผมก็พยายามทําหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด เท่าที่จะทําได้ แต่ต้องกราบเรียนนะครับท่านประธานครับ หลักประชาธิปไตยนี่ฝากท่านประธานไปยังเสียงข้างมาก ถึงแม้ท่านจะปกครองด้วย ระบอบ ด้วยกฎของเสียงข้างมาก แต่ท่านต้องเคารพสิทธิของเสียงข้างน้อยในการที่ พวกเราทักท้วงด้วย ถ้ามันเปึนประโยชน์ ข้อทักท้วงเหล่านั้นถ้าเปึนประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชน เปึนประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง สังคมบ้านเราก็เดินไปด้วยกันได้ ฝ์ายนิติบัญญัติของเรา สถาบันของเราก็ไปด้วยกันได้ มันก็เปึนประโยชน์กับประเทศชาติ บ้านเมือง กราบขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านทิวา เงินยวง แล้วต่อด้วยท่านฐิติมา เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ทิวา เงินยวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ สิ่งที่ผมจะ นําเสนอกราบเรียนท่านประธานต่อไปนี้ครับ อยากจะตั้งเปึนข้อสังเกตหลายประการ ด้วยกันสําหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งมีความสําคัญและอยู่ในความสนใจของ พี่น้องประชาชนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงรัฐบาลที่แล้วที่มีกรณีศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยกรณีเขาพระวิหาร อยากจะทําความเข้าใจนิดหนึ่งครับท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานครับว่า หนังสือสัญญาฉบับนี้ที่มีรากฐานมาจาก หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เสนอโดยรัฐบาลและเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง ๒ ฉบับนั้นมีความจําเปึนที่ต้องอนุวัตให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ มีความจําเปึนจริง ๆ ครับ และประสบการณ์ที่ผ่านมาในช่วง ๑ ป้ ๔ เดือน นะครับ ผมจําได้ว่าท่านรัฐมนตรี ต้องขอเอ่ยชื่อท่าน ท่านรัฐมนตรี กษิต รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ท่านกล่าวเมื่อสักครู่ว่าร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ ผ่าน มติคณะรัฐมนตรีเมื่อ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ นะครับ ๑ ป้ ๔ เดือน เกือบ ๔ เดือนเต็ม แล้วนะครับ ถ้าร่างนี้ได้นําเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ก็ดี หรือของรัฐบาลตั้งแต่ต้นก็ดี ไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลใดก็ตามนะครับ มันก็จะทําให้ปัญหาที่ผ่านมาในช่วงไม่กี่เดือน ที่ผ่านมานี่นะครับ ยกตัวอย่างปัญหาเขาพระวิหารก็จะไม่เปึนอย่างนี้ ยกตัวอย่างเช่น หนังสือสัญญาจํานวน ๔๐ กว่าฉบับ ที่เราต้องเป่ดประชุมรัฐสภาแบบเร่งด่วนขึ้นมา ๔๐ กว่าฉบับครับ แล้วเราก็วิพากษ์วิจารณ์กันว่าเราอ่านกันไม่ไหวครับ ผมเห็นเพื่อนสมาชิก ยกขึ้นมาท่วมหัวนะครับ เบื้องต้นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในการทําหนังสือสัญญา นี่ถ้าพูดถึงหลักจริง ๆ มันมีอยู่ ๒ หลักเกณฑ์ครับ หลักเกณฑ์แรกนี่เปึนหลักเกณฑ์ที่บอกว่า รัฐ หรือผู้นําของรัฐ หรือประมุขของรัฐ เมื่อไปทําหนังสือสัญญาแล้วนี่นะครับ จะผูกพัน มีสถานภาพเปึนกฎหมายภายในด้วย ยกตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกาครับ ประธานาธิบดี จะไปลงนามทําหนังสือสัญญากับต่างชาติ ท่านประธานครับ กราบเรียนว่าหนังสือสัญญา นั้นกลายเปึนกฎหมายภายในแล้วครับ ใช้บังคับได้เลยนะครับ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ อเมริกาถึงบอกว่าต้องทําไมครับ ถ้าประธานาธิบดีจะไปลงนามในหนังสือสัญญาขอความ เห็นชอบจากสภาซีเนท (Senate) หรือสภาสูงก่อน เพื่อให้ตัวแทนของประชาชนให้ความ เห็นชอบนะครับ นั่นเปึนกฎหมายภายในเลย แต่สําหรับประเทศไทยเราครับ ท่านประธาน ครับ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ครั้งแรกป้ ๒๔๘๙ ครับ ในมาตรา ๗๖ แล้วก็ใช้มาจนถึง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานเพื่อมันจะได้นําไปสู่ กระบวนการที่เราถกเถียงกันว่าทําไมต้องเร่งด่วน ทําไมต้องขัดรัฐธรรมนูญ ทําไมขัด หรือไม่ จะส่อหรือไม่นะครับท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๔๘๙ มาตรา ๗๖ บอกว่า พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจในการทําหนังสือสัญญาสันติภาพ สงบศึก และ ทําหนังสือสัญญาอื่นกับนานาประเทศ ที่จริงเราลืมไปเยอะครับ หนังสือสัญญาอื่นซึ่ง เขียนไว้ทุกฉบับนะครับ วรรคสองเขาบอกว่า หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขต ไทยหรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเปึนไปตามสัญญาต้องได้รับความเห็นชอบ ของรัฐสภา เพราะฉะนั้นในการทําหนังสือสัญญาของไทยเราที่ผ่านมาทั้งหมดนี่เหมือนกับ อังกฤษหรือออสเตรเลียครับ การทําหนังสือสัญญานั้นเขาถือว่าเปึนอํานาจของฝ์ายบริหาร ครับ ท่านประธานครับ เปึนอํานาจของฝ์ายบริหารนะครับ เราใช้หลักนี้ มาตลอด เพราะฉะนั้นเมื่อเปึนอํานาจของฝ์ายบริหาร หลักการต่อไปเปึนอย่างไรครับ ถ้าหนังสือสัญญานั้นมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายภายใน หนังสือ สัญญานั้นยังมาใช้บังคับไม่ได้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ หนังสือสนธิสัญญา เกี่ยวกับด้านแรงงาน ไอแอลโอ. (ILO : International Labour Organization องค์การ แรงงานระหว่างประเทศ) ผมจําได้ว่าเราเซ็นคงสัก ๖๐-๗๐ ป้ที่แล้ว แต่เราต้องมาออกเปึน ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๑๕ เพื่อคุ้มครองแรงงานเด็ก และหญิง ถ้าเราไม่ออกกฎหมายภายในก็ไม่มีผล เพราะฉะนั้นเราใช้หลักนี้ มาตลอดครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นหนังสือสัญญาใดที่มีผลเปลี่ยนแปลง กฎหมายภายในนะครับ ปรับปรุงแก้ไข ยกเลิกกฎหมายภายในต้องได้รับความเห็นชอบ จากรัฐสภาก่อน ท่านประธานคงเคยทราบนะครับว่าเราไปลงนามในสนธิสัญญา หลายฉบับครับ ถ้ารัฐบาลไม่เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงปรับปรุง หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะที่มีระบบรัฐสภาอยู่มีความเปึนประชาธิปไตยอยู่ ถ้าไม่มีการเสนอครับ หนังสือสัญญานั้นก็ไม่ได้มีผลอะไรเลยครับ เปึนเพียงกรอบในการ บอกว่ารัฐบาลควรจะทําเท่านั้นแต่ไม่ผูกพันภายในนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราใช้ แนวความคิดที่ ๒ นี้นะครับท่านประธานครับ เราจะเห็นได้ว่าหนังสือสัญญาที่รัฐบาลไป ทําความตกลงกับรัฐต่างประเทศไว้นี่นะครับ ผมเล่าให้ท่านประธานฟังครับ เจอมาด้วย ตัวเอง เมื่อป้ ๒๕๒๗ ครับท่านประธาน มีศาสตราจารย์ท่านหนึ่งชื่อว่า ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์กรันต์ ธนูเทพ เปึนหัวหน้าภาควิชากฎหมายระหว่างประเทศ ขณะนั้นไทยเราถูก กดดันเรื่องลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้าและการแข่งขันที่เปึนธรรม ท่านทราบไหมครับ ท่านอาจารย์ท่านนี้ท่านทําวิจัย ท่านก็ไปที่กระทรวงการต่างประเทศ ครับ ทําหนังสือถึงรัฐมนตรีเลยนะครับ ขอข้อมูลหนังสือสัญญาไมตรีทางการค้า ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา ป้ ๒๕๐๘ คําตอบของกระทรวงการต่างประเทศ คืออะไรครับท่านประธาน เปึนความลับครับ เราต้องทําอย่างไรครับในการค้นคว้าหนังสือ สัญญาฉบับนี้ ท่านประธานครับ ท่านอาจจะไม่เชื่อครับแต่เปึนข้อเท็จจริง ๒๐ กว่าป้ แล้วครับ เราไปเจอที่ไหนครับ ห้องสมุดในมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงในอเมริกา มีเกือบ ทุกห้องสมุดครับ ท่านเห็นไหมครับ การเป่ดเผยข้อมูลให้กับประชาชน ป้ ๒๕๐๘ เราลงนาม เรียนชื่อผู้ลงนามก็ได้ครับ จอมพล ถนอม กิตติขจร ครับ ป้ ๒๕๐๘ เราไปพบได้ ในห้องสมุดสหรัฐอเมริกาครับ แต่ในประเทศไทยเราจะมาทําการค้นคว้าวิจัยนี่บอกว่า เปึนความลับครับ ท่านคงทราบดีว่าเรื่องลิขสิทธิ์นั้นมีผลต่อประเทศจี ๗ ทั้งหลายอย่างไร มีผลต่อประเทศที่ลงทุนในการค้นคว้าและวิจัย คือ รีเสิร์ช แอนด์ ดีวีลอปเมนท์ (Research and development) อย่างไรบ้างนะครับ ที่ผมต้องพูดตรงนี้เพราะอะไรครับ เพราะเดี๋ยวจะชี้ให้เห็นถึงว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความโปร่งใส มีส่วนที่เรียกว่า ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างไร มีส่วนที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของภาครัฐ อย่างไร ไม่ใช่ฝ์ายบริหารจะยึดหลักเดิมนะครับ ที่จะไปทําหนังสือสัญญาใดก็ได้ เพราะเดี๋ยวนี้การทําหนังสือสัญญาบางฉบับนั้นมันมีผลผูกพันและมีผลกระทบต่อแบบ วิถีชีวิตทางด้านเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมของคนไทยโดยตรงแล้วครับ มันไม่ใช่ต้อง มาออกกฎหมายใหม่แล้วครับ มันมีผลหลายด้าน โดยเฉพาะทางด้านการค้าและ การลงทุนครับท่านประธานครับ สําหรับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ เปึนต้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่ ๒๔ สิงหาคม (วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐) ที่ประกาศใช้นี่นะครับ ต้องยอมรับครับว่า บทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับที่เราทราบ กันอยู่นี่นะครับ มาตรา ๑๙๐ นี่ก่อให้เกิดประเด็นข้อถกเถียง ผมใช้ข้อถกเถียง หลายด้าน ครับ ด้านแรกต้องยอมรับว่าวรรคแรกนี่นะครับเปึนเรื่องเดิม ส่วนที่ ๒ ที่เกี่ยวกับอํานาจ อธิปไตยเรื่องดินแดน เรื่องที่จะต้องมีกฎหมายภายในต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงปรับปรุงให้ เปึนไปตามความตกลงหรือทําหนังสือสัญญานั่นเปึนแบบเดิม แต่มาเพิ่มเติม อีกหลายประการนะครับ ผมก็ตามไปดูครับท่านประธานครับ ตามไปดูว่าเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขาบอกว่าอย่างไร ทําไมเขาร่างมาอย่างนี้ ผมตามไปดูเขาก็บอกว่า เจตนารมณ์ของเขานี่นะครับ ทําโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ เอาประเด็นแรกก่อน เขาบอกว่าเจตนารมณ์ของมาตรา ๑๙๐ ขออนุญาตอ่านสักนิดนะครับท่านประธานครับ จะได้บันทึกไว้ได้ตรงตามเอกสารครับ เพื่อกําหนดหลักเกณฑ์การทําหนังสือสัญญา ระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศ มีหลักเกณฑ์ดังนี้นะครับ
ประการที่ ๑ การทําสนธิสัญญาหรือสัญญาอื่นระหว่างประเทศไทยกับ นานาประเทศหรือกับองค์กรระหว่างประเทศ เปึนพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ ในฐานะทรงเปึนประมุขแห่งรัฐ อันนี้คงเดิมนะครับ มีท่านสมาชิกได้กล่าวไปแล้วนะครับ
ประการที่ ๒ สนธิสัญญาหรือหนังสือสัญญาที่คณะรัฐมนตรีต้องขอรับ ความเห็นชอบจากรัฐสภาในกรอบการเจรจา ดูนะครับ กรอบการเจรจา และต้องได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนและภายหลังการเจรจา หรือก่อนลงนามในหนังสือสัญญา มีทั้งสิ้น ๕ ประเภทครับ ในเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญนั้นเขาใช้คําว่า ๕ ประเภทครับ ท่านประธานครับ ซึ่งเดี๋ยวจะได้ตามไปดูว่าทําไมถึงร่างของรัฐบาลร่างไว้เช่นนั้นนะครับ
ประเภทแรก ก็คือประเภทที่มีบทเปลี่ยนแปลงอํานาจอธิปไตยของรัฐ
ประเภทที่สอง ก็คือประเภทที่มีบทเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่อาณาเขต ซึ่ง ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอํานาจตามหนังสือสัญญา หรือตามกฎหมาย ระหว่างประเทศ
ประเภทที่สาม สี่ ห้า นี่นะครับที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ
ประเภทที่สาม ประเภทที่มีผลกระทบด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือ สังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง
ประเภทที่สี่ ประเภทที่มีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณ ของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ ผมตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ ประเภทที่สี่นี้มีคําว่า งบประมาณ ของประเทศ ครับท่านประธานครับ
ประเภทที่ห้า ประเภทที่ต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเปึนไปตาม สัญญา อันนี้เปึนแบบเดิมครับ
ทีนี้มาดูเจตนารมณ์ข้อที่สามครับ มีกฎหมายกําหนดขั้นตอนและวิธีการ จัดทําหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศ อย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันทางด้านการค้าหรือการลงทุนอย่างมีนัยสําคัญ ท่านเห็น ไหมครับ มีกฎหมายกําหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า หรือการลงทุนอย่างมีนัยสําคัญ ถ้าตามไปดูในรัฐธรรมนูญจะเห็นครับ วรรคสองกับ วรรคห้าต่างกันนะครับ คําว่า งบประมาณของประเทศ ไม่มีนะครับ ตรงกันครับ ในรัฐธรรมนูญกับในเจตนารมณ์ ผมไม่แน่ใจว่าจะตกหรือเปล่า เพราะเราเคยถกเถียงกัน มาว่าลืมเขียนไปหรือเปล่าในวรรคห้านะครับ
ประการที่สี่ครับ ผมถือว่าเปึนสาระที่เปึนประโยชน์กับประชาชน โดยเฉพาะในระบอบประชาธิปไตย กําหนดให้มีการเยียวยาประชาชนหรือผู้ประกอบการ ขนาดกลางหรือขนาดย่อม ผู้ได้รับผลกระทบจากหนังสือสัญญา ผมคิดว่าตรงนี้คือ หัวใจครับ เปึนหัวใจสําคัญของกฎหมายรัฐธรรมนูญและเปึนหัวใจสําคัญของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ที่จะทําให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลที่เคยเปึนความลับ อันดํามืดแบบที่ผมยกตัวอย่างเมื่อป้ ๒๕๒๗ ที่เกิดขึ้น
ประการที่ห้า กําหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจวินิจฉัยชี้ขาดในกรณีที่ เกิดปัญหาเกี่ยวกับประเภทของหนังสือสัญญาและการทําหนังสือสัญญาว่าต้องได้รับ ความเห็นชอบของรัฐสภาหรือไม่ ท่านประธานครับ ถ้าเราดูเจตนารมณ์ ดูรัฐธรรมนูญ ที่ประกาศใช้ และมาดูร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนะครับ ที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้อย่าไปกล่าวหาว่าเร่งด่วนหรือไม่เร่งด่วนเลยครับ ผมคิด ว่ามันเปึนความจําเปึนของประเทศไทยเราครับ มันเปึนความจําเปึนของสังคมไทยครับ กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เพิ่งผ่าน ๔ รัฐบาลแล้วครับท่านประธานครับ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ รัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นะครับที่มีมติส่งกฤษฎีกา ๑๖ กันยายน ๒๕๕๑ กฤษฎีกาส่งกลับมาให้รัฐบาลคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ครับ รัฐบาลสมัครท่านทําอะไรบ้าง หรือไม่ผมไม่ทราบ เพราะช่วงนั้นกฎหมายอยู่ในช่วงกฤษฎีกาพิจารณา ท่านประธานครับ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีท่านที่ ๔ ครับ ชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ กระทรวง การต่างประเทศส่งหนังสือกลับมาถึงรัฐบาลไว้แล้วใช่ไหม ผมจําได้ว่าเรื่องนี้นะครับ มีมติคณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาหารือเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญา พ.ศ. .... ผมจําได้ว่าหนังสือลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ ขณะนั้นท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เปึนนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ใช่มีแค่นั้นครับ ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและ วิธีการจัดทําหนังสือสัญญา พ.ศ. .... ที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้ว ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ แต่บอกต่อไปครับ ซึ่งดําเนินการต่อนะครับ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อนเสนอ สภาผู้แทนราษฎรต่อไป ถ้าดูจากเอกสารก็คือวิปรัฐบาลในขณะนั้นก็รับไปพิจารณา ถ้ามีความเห็นอย่างไรก็ว่ากันต่อไป ส่งไปกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวง การต่างประเทศส่งกลับมา ๑ ป้ ๔ เดือนครับท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ ๑ ป้ ๔ เดือนที่ก่อให้เกิดเราต้องเรียกประชุมรัฐสภาเพื่ออนุมัติหนังสือสัญญา ซึ่งบางฉบับผมได้ เชิญเจ้าหน้าที่ เชิญปลัดกระทรวง เชิญอธิบดีหลายกระทรวงครับ มาสอบถาม บางฉบับ สงสัยครับว่าจะต้องขออนุมัติหรือขอความเห็นชอบจากรัฐสภาไหม เจ้าหน้าที่บางท่าน บอกอาจารย์ฉบับนี้ไม่ต้องเลย แต่เพื่อปัองกันว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ณ วันนี้ถ้ายังไม่มีกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ครับท่านประธานครับ หนังสือสัญญา ทุกฉบับต่อไปมหาวิทยาลัยรามคําแหง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นะครับ ไปทําความ ตกลงกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ถามว่าเปึนความตกลงผูกพันไหม ความตกลงระหว่าง หน่วยงานย่อยขององค์กรของรัฐ ความตกลงระหว่างรัฐต่อรัฐ ยังไม่พูดถึงเรื่องกู้เงิน นะครับเปึนประเด็นซึ่งเดี๋ยวผมกล่าวถึงทีหลัง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการจัดขั้นตอนและ วิธีการในการทําหนังสือสัญญาแบบนี้นี่นะครับ ที่เราจะต้องพิจารณารับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้ ผมเรียกว่า ไม่เร่งด่วน หรือเร่งด่วน แต่ผมเรียกว่า เปึนความ จําเปึนของประเทศชาติที่ต้องมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับท่านประธาน ตามไปดูต่อไป นะครับท่านประธานครับ สําหรับพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่ผมคิดว่าผมเห็นด้วยและ เห็นชอบในหลักการนะครับ ผมอยากจะเห็นว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ มีหลักการ ที่มีความโปร่งใส แล้วก็ยอมรับอํานาจของประชาชนครับ ผมได้กราบเรียนท่านประธาน แล้วว่า วิธีการทําหนังสือสนธิสัญญาของเรานั้นเราใช้หลักที่เรียกว่า ฝ์ายบริหารเปึน ผู้มีอํานาจครับ ไปทําได้เลยครับ ในอดีตที่ผ่านมาครับไปทําได้เลย แต่เปึนครั้งแรกของ ประเทศไทยที่เอาทั้ง ๒ ระบบเข้ามาอยู่ในมาตราเดียวกัน กราบเรียนอย่างนี้นะครับ ฝากไว้ไปในชั้นกรรมาธิการ เมื่อเอาทั้ง ๒ ระบบเข้ามาอยู่ในมาตราเดียวกัน สิ่งที่ตามมา ก็คือส่วนหนึ่งยังรู้สึกว่ายังอยู่ในอํานาจของฝ์ายบริหาร เช่น เมื่อไปทําหนังสือสัญญาแล้ว ถ้ามีลักษณะเปึนการเปลี่ยนแปลงนะครับ อาณาเขตหรืออธิปไตย หรือต้องมีการออก พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงพระราชบัญญัติ อันนั้นยังใช้หลักเดิมอยู่
อันที่ ๒ นี่นะครับ ขอความเห็นชอบจากสภา ต้องมีความโปร่งใส ทั้งกระบวนการครับทุกขั้นตอนเลย จะไปทําหนังสือสัญญาอะไรเมื่อสักครู่ได้กราบเรียน แล้วนะครับในเจตนารมณ์ กรอบก็ต้องขออนุมัติครับ ถ้าแสดงเจตนาแล้วมีผลผูกพันก็ต้อง ขออนุมัติจากสภา ขอความเห็นชอบจากสภา เขียนไว้ละเอียดยิบเลยครับ นั่นถือว่าทําไม ครับ ที่ผมบอกว่ามันทําให้เกิดการสร้างดุลแห่งอํานาจว่าฝ์ายบริหารซึ่งแต่เดิมนั้นสามารถ ไปทําได้เลย ต่อไปนี้ไม่ได้แล้วนะครับ ต่อไปนี้ต้องให้ผู้แทนของประชาชนทั้ง ๒ สภาครับ เปึนผู้ให้ความเห็นชอบ นั่นคือระบบที่เราเอามามอบอํานาจให้กับตัวแทนของประชาชน ก็คือให้ประชาชนทําไมครับ ซึ่งเปึนเจ้าของอํานาจที่สูงที่สุดเปึนผู้ให้ความเห็นชอบโดย ผ่านตัวแทนของท่าน ผมเห็นว่านี่เปึนกระบวนการที่โปร่งใส
อันที่ ๓ ครับ หน่วยงานหรือองค์กรของรัฐหรือรัฐบาลก็ตามนะครับ จะไป ทําหนังสือสัญญาใด จะมีทํากรอบอะไรนี่นะครับ ต้องบอกประชาชนก่อนถูกไหมครับ ผมใช้ภาษาชาวบ้านก็แล้วกัน ต้องบอกประชาชนให้ทราบก่อนนะครับ เมื่อบอกประชาชน ทราบแล้วยังมีกระบวนการที่จะบอกได้ว่าเรื่องที่ไปเซ็นสัญญานั้น มันจะมีผลกระทบ อย่างไรให้มีการศึกษาวิจัย เราคงไม่มาถกเถียงในชั้นรับหลักการครับว่าหน่วยงานไหนจะทํา สกว. (สํานักงานกองทุน สนับสนุนการวิจัย) หรือไม่ หรือจะให้มหาวิทยาลัยหรือจะให้ใครทํา ถ้าหน่วยงานทําเอง ก็คงเข้าข้างตัวเองเราคงไม่ถกเถียงในประเด็นนั้น แต่เราพูดถึงระบบที่ดีไซน์ (Design) ขึ้นมาที่ออกแบบขึ้นมาตามกฎหมายฉบับนี้ครับ โปร่งใสครับ ประชาชนได้รับทราบข้อมูล แสดงความคิดเห็น ส่วนจะไปทํารูปแบบรับฟังความคิดเห็นอย่างไร นั่นเปึนรายละเอียด ที่ไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการได้ครับท่านประธาน แต่หลักของมันคือความโปร่งใส นี่เปึน สิ่งที่เกิดความพยายามที่จะสร้างระบบการเมืองการปกครอง ระบบกฎหมายที่ อยู่บนพื้นฐานของคําว่า ทรานสพาเรนซี (Transparency) หรือคําว่า โปร่งใส มาตั้งแต่ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ คําคํานี้ฮิตมากครับท่านประธานครับ ได้รับความนิยมมาก และ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็เปึนส่วนหนึ่งที่เดินตามกระบวนการในด้านนี้หลักการอันนี้
อีกหลักการหนึ่งในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่เกิดขึ้นครั้งแรกคือความ มีส่วนร่วมของพลเมืองหรือการเมืองเปึนเรื่องของพลเมือง เพราะฉะนั้นวันนี้ผมถือว่า เปึนนิมิตหมายที่ดีนะครับ ที่ฝ์ายนิติบัญญัติซึ่งเปึนตัวแทนของประชาชนได้เข้ามา มีส่วนร่วมในการใช้อํานาจที่จะตรวจสอบการทําหนังสือสัญญาครับ ผมว่าเปึนนิมิตหมาย ที่ดีครับ นี่ประเด็นที่ ๒ นะครับ
ประเด็นที่ ๓ ครับ การเป่ดโอกาสให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก หนังสือสัญญา วันนี้เราจะออกกฎหมายฉบับหนึ่งเรื่องภาษี เรื่องเศรษฐกิจ การเมือง สังคม มีผลกระทบต่อประชาชน ประชาชนมีส่วนร่วมนะครับ ประชาชนเสนอกฎหมาย ได้นะครับ การตั้งกรรมาธิการที่เราจะต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับคนสูงอายุ เห็นไหมครับท่านประธานครับ เยาวชน เด็ก สตรี องค์กร เอ็นจีโอ (NGO) (Non Governmental Organizations องค์กรพัฒนาเอกชน) ต่าง ๆ นะครับ กฎหมาย รัฐธรรมนูญบัญญัตินะครับ ข้อบังคับแก้ปรับแล้วนะครับ ให้คนเหล่านี้ต้องมาเปึน กรรมาธิการถึงหนึ่งในสามครับ ท่านตามไปดูกฎหมายฉบับนี้สิครับ วิจัยมาแล้ว ผลกระทบเปึนอย่างไรนี่นะครับ ถ้าผลกระทบในทางลบก่อให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจ ขนาดย่อม ขนาดกลาง ผมเน้นตรงนี้นะครับ เขาใช้คําว่า ธุรกิจขนาดย่อม ขนาดกลาง ครับ เพราะฉะนั้นเขาจะเน้นไปที่อะไรครับ การค้าและการลงทุนครับ ดูเชื่อมโยงกัน นะครับที่ผมได้กล่าว เพราะฉะนั้นการเยียวยาแก้ไขผลกระทบหรือความเสียหายให้กับ พี่น้องประชาชนนี่นะครับ ผมถือว่านี่คือหัวใจอย่างไรครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ครับ นั่นคือหัวใจ หรือคอร์ คอสท์ (Core cost) ของกฎหมายฉบับนี้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนมีส่วนร่วม ผลกระทบนี่นะครับ บังคับนะครับหน่วยงานต้องรีบ แก้ไขโดยเร็วครับ แล้วแก้ไขเยียวยาดูแลความเสียหายต้องอย่างเปึนธรรมด้วยนะครับ เพราะอย่าลืมครับท่านประธานครับ เรียนท่านประธานตรง ๆ เรื่องนี้เท่าที่ผมได้สอบถาม ผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญมา มันเริ่มมาจาก เอฟทีเอ ครับ
มาประเด็นสุดท้ายครับ เรื่องกฎหมายฉบับนี้มีหลายท่านครับที่บอกว่า มันอาจจะส่อว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ฝ์ายบริหารเสนอมาเพื่อกู้เงินหรือไม่ เสนอมานั้น ไม่ชัดเจนหรืออาจจะขัดรัฐธรรมนูญนะครับ หรือบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เสนอกฎหมาย ไม่เห็นด้วยกับพรรคร่วมรัฐบาล แล้วก็พูดถึงกฎหมายฉบับนี้นะครับมีพูดถึงมาตรฐาน สถาบันนิติบัญญัติครับท่านประธานครับ สิ่งที่เรากําลังจะแสดงออกวันนี้จะเปึนภาพ สะท้อนของสถาบันนิติบัญญัติครับ ร่างกฎหมายฉบับนี้ต้องยอมรับครับว่ามันค้างคา มาป้กว่าและเปึนร่างกฎหมายสําคัญอยู่ในความสนใจของประชาชน
ประเด็นแรกครับถามว่าบทบัญญัติในร่าง ๒ ฉบับนั้นมีเนื้อหาสาระ ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญนะ กราบเรียนท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสุดท้ายบอกไว้ หนังสือสัญญาใดขัดหรือไม่ขัด นั่นเปึนเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ นั่นบอกไว้เฉพาะนะครับ แต่กรณีที่พระราชบัญญัติฉบับนี้จะขัดหรือไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเขาบัญญัติไว้ครับ หลังจากที่รัฐสภานี่ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ๒ ประเภท ประเภทพระราชบัญญัติธรรมดานั้นเมื่อผ่านรัฐสภาไปแล้ว สมาชิกวุฒิสภาหรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑ ใน ๑๐ ครับร้องได้ครับว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ เคยมีประวัติ มาแล้วครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ป้ ๒๕๔๕ เดือนตุลาคม ร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งครับผ่านสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานทราบไหมครับ เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกาครับ เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกานั้นสมาชิก ส่วนหนึ่ง ๑ ใน ๑๐ ก็เข้าชื่อขอยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าร่างกฎหมายฉบับนั้นขัดต่อ รัฐธรรมนูญ เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ยังไม่ถึง ๓๐ นาที ถึงรัฐบาลแล้วครับ ไม่เกิน ๑๙.๐๐ นาฬิกา ถึงสํานักราชเลขาธิการครับ ท่านคงจําได้ครับ พระราชบัญญัติฉบับนั้น สําคัญครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญให้สิทธิสมาชิกครับที่จะร้องว่า พระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ มีกระบวนการอยู่แล้วครับ ผมกราบเรียนครับว่าไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะวินิจฉัย ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับท่านสมาชิกที่ได้ อภิปรายว่า ไม่มีใครชี้ครับว่าเปึนอํานาจของเรา แต่สิ่งที่เราจะต้องพิจารณาก็คือขัด หรือไม่ขัดนั้นเปึนเรื่องที่รัฐธรรมนูญกําหนดกระบวนการในการวินิจฉัย สุดท้ายคือ ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งก็มีคําวินิจฉัยครับท่านประธานครับ มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าว ไปแล้วนะครับ คําวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญในป้ ๒๕๔๒ ป้ ๒๕๔๓ ป้ ๒๕๕๑ นะครับผมจะ ไม่กราบเรียนเพราะเปึนเรื่องซ้ําประเด็นครับ เพราะฉะนั้นในประเด็นว่าจะขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญนั้น ผมคิดว่าเปึนกระบวนการที่บัญญัติไว้แล้วตามรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งเปึน เรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ
ประเด็นถัดมาครับ ประเด็นที่ว่าฝ์ายบริหารเสนอมาเพื่อกู้เงินหรือไม่ ถ้าผม ดูร่างทั้ง ๒ ฉบับนี่นะครับ มันไม่ใช่ประเด็นการกู้เงินครับ เพราะการกู้เงินเขามี พระราชบัญญัติแบบที่เพื่อนสมาชิกได้กราบเรียนครับ เราก็อ่านกันทั้งสิ้นนะครับ พระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ ก็มีกันทุกคน ซึ่งเขาบอกไว้เลย ครับ เรื่องกู้เงินเขาบอกว่า ให้กระทรวงการคลังเปึนผู้มีอํานาจในการกู้เงินหรือค้ําประกัน เงินในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยแต่ผู้เดียว โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี หน่วยงาน ของรัฐ นอกจากระทรวงการคลังจะกู้เงินหรือค้ําประกันมิได้ เว้นแต่จะมีกฎหมายให้ อํานาจไว้เปึนการเฉพาะ ประเด็นนี้ละครับคงจะเปึนประเด็นถกเถียง ซึ่งการถกเถียง การโต้แย้งในระบบรัฐสภานั้นเราถือว่าเปึนสิ่งที่ดีงามครับท่านประธานครับ ถ้าไม่มี ความเห็นแย้งจะไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาครับ วันนี้ผมก็ตั้งข้อสังเกตไปถึง คณะกรรมาธิการที่จะต้องรับกฎหมายฉบับนี้ไปพิจารณาว่าเรามีกฎหมายรัฐธรรมนูญเปึน กฎหมายสูงสุดครับ มาตรา ๑๙๐ เขียนไว้นะครับ หลักกฎหมายทั่วไปเราถือว่า ถ้ามีกฎหมายบัญญัติไว้เปึนการเฉพาะนะครับ ในการบังคับใช้กฎหมายเราใช้กฎหมาย เฉพาะครับ เพราะฉะนั้นก็เปึนข้อสังเกตที่จะฝากไปถึงท่านคณะกรรมาธิการทั้งหลายว่า วันนี้ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยขั้นตอนและวิธีการทําหนังสือสัญญานี่นะครับเปึน หลักทั่วไป พระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ นั้นเปึน กฎหมายเฉพาะหรือไม่ จะเปึนไปตามหลักกฎหมายนะครับ ซึ่งเปึนหลักที่เราสอนกันใน คณะนิติศาสตร์ทั่วไป อันนี้ผมฝากข้อคิดไปนะครับ แต่ครับ ข้อคิดฝากต่อไปก็คืออะไรครับ ที่จะฝากเปึนข้อสังเกตไป ถามว่าแล้วมันขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ทั้ง ๒ ฉบับ นะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าเราบอกว่าพระราชบัญญัติบริหารหนี้สาธารณะขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญมีคนร้องไป ไม่มีใครว่า เหมือนกับป้ ๒๕๔๐-๒๕๔๓ ที่รัฐบาล นายชวน หลีกภัย สั่งให้ทุกกระทรวง ทบวง กรมต้องทําการแก้ไขกฎหมายให้เปึนไปตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งตอนนั้นผมช่วยงานที่กระทรวงมหาดไทย ท่านประธานทราบ ไหมครับ ๓๖ ฉบับครับที่ต้องแก้ไขให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นวันนี้ ไม่ใช่ประเด็นปัญหาว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขั้นตอนและวิธีการทําหนังสือสัญญาว่า ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่เปึนประเด็นที่หยิบยกให้ตรงประเด็นก็คือ ถ้ายกไป เรื่องการกู้เงินก็ต้องตั้งคําถามว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ บริหารหนี้สาธารณะนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ครับ ที่ให้อํานาจรัฐมนตรีไว้โดยไม่ผ่านรัฐสภานี่นะครับ แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมเชื่อว่าในการทํางานของรัฐบาลก็คงมีคนที่จะให้ข้อคิดว่าอะไรบ้าง วันนี้ผมเชื่อว่า รัฐบาลนั้นก็คงคิดอยู่แล้วว่า ทุกเรื่องที่จะเปึนปัญหาส่งเข้าสภาหมด เหมือนกับที่เราต้อง อ่านหนังสือท่วมหัวที่ผ่านมานะครับท่านประธานครับ
ประเด็นสุดท้ายครับ ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าที่ผมเห็นด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนั้นเปึนความจําเปึนของประเทศไทย และ ถ้าร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับได้มีโอกาสผ่านรัฐสภา แล้วก็ประกาศใช้ ผมเชื่อว่าจะทําให้การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัว
ประการที่ ๒ จะสร้างความชัดเจนให้กับหนังสือสัญญาว่าฉบับใดต้องทํา เรื่องใด ต้องเข้าสู่ความเห็นชอบของรัฐสภาหรือไม่ ซึ่งผมคิดว่าประการสุดท้าย ประโยชน์ ของประชาชนครับในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เข้าถึงข้อมูลข่าวสารเรื่องเหล่านี้ ซึ่งเคยดํามืด มาในอดีตครับ วันนี้สว่างแล้วครับ ที่ประชาชนจะได้รับการคุ้มครองโดยเฉพาะผลกระทบ จากการทําหนังสือสัญญา ๓-๔ ประเด็นนี้นะครับ ผมจึงมีความเห็นชอบและเห็นด้วย ในหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ มีผู้ประสงค์ยกมืออภิปรายไว้ ๑๔ ท่านนะครับ ซึ่งจะต้องใช้เวลา ค่อนข้างมาก ผมขอแบบนี้เลยได้ไหมครับว่า ขอให้ท่านใช้เวลากันท่านละประมาณไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับ จะอ่านชื่อไว้ เริ่มจากคุณฐิติมา ฉายแสง ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย คุณนิยม ช่างพินิจ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข คุณซูการ์โน มะทา คุณเรวัต สิรินุกุล นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ คุณสุรจิตร ยนต์ตระกูล คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง อาจารย์มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ คุณอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ ขอเชิญคุณฐิติมา ฉายแสง ก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ค่ะ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอเกริ่นถึงเรื่องต่อจากนี้ไปนะคะ เพื่อเปึนตัวอย่างแล้วก็จะโยงเข้า กับร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญา พ.ศ. .... ที่เรากําลัง อภิปรายว่าเราจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัตินี้หรือไม่ ท่านประธานคะ มันมีข่าว ออกมาตามหน้าหนังสือพิมพ์อยู่แล้วนะคะว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กรณ์ จาติกวณิช นั้น กําลังจะนําเรื่องการกู้เงิน ประมาณ ๖๓,๐๐๐ ล้านเยน หรือคํานวณออกมาเปึนเงินบาทได้ประมาณ ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท จากรัฐบาลญี่ปุ์นเข้าสู่คณะรัฐมนตรี และนําเข้าสู่สภาในวาระต่อไป เพื่อเอามาทําอะไร เอามาลงทุนสร้างรถไฟฟัาสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ท่านประธานคะ เรื่องนี้เปึนตัวอย่างว่า หากเรื่องการกู้เงินจากญี่ปุ์นนี้เข้าสู่สภาจะมีผู้คนที่ได้ยินได้ฟังแล้วก็ เข้าใจใน ๒ อารมณ์ด้วยกัน
อันที่ ๑ จะกู้เงินอีกแล้วหรือ พวกเราชาวไทยจะมีหนี้เพิ่มกันอีกแล้วหรือ ปัจจุบันประชาชนคนไทยนะคะท่านประธาน ไม่ว่าจะเปึนผู้สูงอายุสักแค่ไหน หรือว่า จะเปึนเด็กทารกแรกเกิดก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีหนี้สาธารณะติดตัวกันอยู่ประมาณ ๕๕,๐๐๐ บาทต่อคนอยู่แล้วนะคะ และนี่กําลังจะเปึนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นกันอีกแล้วหรือ นี่คืออารมณ์ที่ ๑
ส่วนอารมณ์ที่ ๒ บางคนอาจจะคิดว่า เอาละ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของ ชาติ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เพื่อความทันต่อยุคสมัยของโลกนี้ เพื่อความ สะดวกสบายรวดเร็ว หรือเพื่อให้คนมีงานทํา จะเพื่ออะไรก็แล้วแต่ประเทศไม่มีเงิน จะลงทุน รัฐบาลจึงต้องไปขอหยิบขอยืมเงินจากคนอื่นเขามาลงทุน แหม จะเปึนหนี้เพิ่ม สัก ๓๐๐-๔๐๐ บาทต่อคน ๖๓ ล้านคนจะเปึนอะไรไป ท่านประธานคะ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กําลังจะนําเงินกู้จากไจก้า ญี่ปุ์น ๖๓,๐๐๐ ล้านเยนนั้นเข้าสู่คณะรัฐมนตรี แล้วนําเข้าสู่สภา ดูเหมือนว่าจะบริสุทธิ์ใจดี โปร่งใสดี จะเอาเข้าสู่สภาเพื่อให้ผู้แทน ปวงชนชาวไทยอย่างดิฉันเองได้รับรู้แล้วก็เห็นชอบก่อน มันดูดีนะคะแต่ท่านประธาน ทราบไหมคะว่าทําไมรัฐบาลของอภิสิทธิ์จะต้องนําเข้าสู่สภาให้ความเห็นชอบก่อน ก็เพราะว่า
เหตุผลที่ ๑ ในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ นั้นกําหนดไว้ ในวรรคสามอยู่แล้วว่า ก่อนการดําเนินการเพื่อทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการ รับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภา เพื่อขอความเห็นชอบด้วย นี่คือเหตุผลที่ ๑
เหตุผลที่ ๒ ว่าทําไมรัฐบาลจะต้องนําร่างนี้เข้าเสนอสู่สภาให้ ความเห็นชอบ ก็เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติที่เราอภิปรายอยู่นี้ยังไม่ได้ผ่านสภา ยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างไรคะ เพราะฉะนั้นรัฐบาลอภิสิทธิ์จะไปกู้เงินในเร็ว ๆ นี้จึงต้องเอา เข้าสู่สภา แต่ท่านประธานคะ ถ้าเกิดว่าร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทํา หนังสือสัญญา พ.ศ. .... ของ ครม. นี้ผ่านฉลุยโดยไม่มีการแก้ไขแต่อย่างใด รัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็จะกู้เงินเปึนหนี้เพิ่มจะกี่แสนบาทกี่หมื่นล้านบาทไปทําสัญญากับใคร ประเทศใด ถึงแม้ว่าจะมีผลผูกพันทางการค้าหรือการลงทุน จะมีผูกพันทางงบประมาณ แค่ไหนเพียงใดก็ไม่ต้องผ่านสภาให้รับรู้ แค่รัฐบาลอภิสิทธิ์กับคุณกรณ์ จาติกวณิช นั้น ไปทําสัญญาเงินกู้กับประเทศนั้น ๆ ได้เลยตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานคะ เห็นหรือยังว่าผลเสียหายมันคืออะไร รัฐบาลจะไปปูัยี่ปูัยําประเทศชาติอย่างไร หรือจะไป ทําเรื่องใหญ่โตแค่ไหน ก็ไม่ต้องให้ประชาชนหรือผู้แทนปวงชนชาวไทยนั้นรับทราบ ถามว่าดิฉันพูดมาตรงนี้รายละเอียดมันอยู่ที่ตรงไหนท่านประธาน ดูที่วรรคสองของ มาตรา ๔ ในร่างพระราชบัญญัติที่เรากําลังพิจารณาอยู่นะคะ เขาบอกว่า หนังสือสัญญา ตามวรรคหนึ่งนั้นไม่รวมถึงหนังสือสัญญากู้เงินหรือค้ําประกันเงินกู้ ที่รัฐบาลไทย หรือราชอาณาจักรไทยทําขึ้นตามกฎหมายที่ให้อํานาจไว้เปึนการเฉพาะหรือเปึนการทั่วไป ดูสิคะว่าเปึนอย่างที่ดิฉันพูดหรือเปล่า หรืออภิปรายหรือเปล่า มาตรา ๑๙๐ ในรัฐธรรมนูญเปึนมาตราที่สําคัญนะคะ เปึนมาตราที่หลายคนให้ความสนใจ แล้วก็เห็น ว่าถกเถียงกันโต้แย้งกันเยอะ แล้วเปึนประเด็นที่ข้าราชการไม่กล้าทํางานกันเยอะแยะมาก รวมทั้งดิฉันคิดว่าคุณนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ถูก ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์อภิปรายในสภาเยอะ แล้วก็โดนพันธมิตรนั้นกล่าวร้ายจน คุณนพดล ปัทมะ นั้นเปึนผู้ที่ดิฉันคิดว่าเปึนผู้ที่มีสป่ริต (Spirit) สูง มีอย่างอายถึงแม้ว่า ไม่ผิดอะไรเลย แต่ก็ขอลาออกจากการเปึนรัฐมนตรี ท่านประธานดูนะคะว่า มันเหมือนว่า พรรคประชาธิปัตย์ก็ดี หรือพันธมิตรนั้นให้ความสําคัญกับมาตรา ๑๙๐ มาก แต่รัฐบาลนี้ ขณะนี้กําลังนําร่างพระราชบัญญัติของ ครม. ตามวรรคสอง มาตรา ๔ กลับมาบอกว่า ถ้าเปึนเรื่องการกู้เงินหรือค้ําประกันเงินกู้นั้นกับประเทศโน้นประเทศนี้ไม่ต้องเข้าข่าย มาตรา ๑๙๐ ทําสัญญาไปตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้เลย นั่นคือไม่ต้องผ่านสภา ดูสิคะว่าพอคนอื่นก็บอกว่าต้องผ่านสภา แต่พอตัวเองไม่ต้องหรอก ทําได้เลย ดูเหมือนกับ ว่าทําแบบรีบร้อนเสียด้วย แล้วอย่างนี้เราจะเห็นความจริงใจของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้อย่างไรคะ ดิฉันกลับเห็นว่ารัฐบาลนี้หมกเม็ดหรือเลี่ยงบาลีเสียด้วยซ้ํา เพราะร่างพระราชบัญญัติของ ครม. มาตรา ๔ วรรคสอง บอกว่า ไม่รวมถึงหนังสือสัญญา กู้เงินหรือค้ําประกันเงินกู้ ซึ่งกรณีนี้ดิฉันเห็นว่าการกู้เงินมันมีผลผูกพันการลงทุน มันน่าจะ ขัดกับเจตนารมณ์ของมาตรา ๑๙๐ วรรคสองและวรรคสาม และท่านประธานคะ ถ้าสภาแห่งนี้ผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แบบขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญโดยให้ การลงคะแนนหรือการลงมติเปึนไปแบบพวกมากลากไป ดิฉันก็คงต้องอาศัยข้อกฎหมายในรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ ๘ คือการควบคุมการตรากฎหมาย ที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๑๕๔ ที่บอกไว้ว่า ร่างพระราชบัญญัติใดที่รัฐสภา ให้ความเห็นชอบแล้ว ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อ พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยตามมาตรา ๑๕๐ หรือร่างพระราชบัญญัติใดที่ รัฐสภาลงมติยืนยันตามมาตรา ๑๕๑ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนําร่างพระราชบัญญัตินั้น ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายอีกครั้งหนึ่ง อันที่ ๑ (๑) หาก ส.ส. ส.ว. หรือว่าทั้งสองสภา จํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของทั้งสองสภา ดิฉันคิดว่าดิฉันคงต้องใช้ ๑ ใน ๑๐ ของ จํานวนสมาชิก ซึ่ง โอ.เค. ส.ส. มี ๔๘๐ คน เอาเต็มเลยนะคะ ส.ว. ๑๕๐ คน รวมแล้ว ๖๓๐ คน ๑ ใน ๑๐ ก็คือประมาณ ๖๓ คน ดิฉันใช้ ๖๐ กว่าคนของพรรคเพื่อไทย ถามว่า ทําอะไร เสนอความเห็นไปที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อท่านส่งไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วก็แจ้งนายกรัฐมนตรีอีกทีหนึ่ง แต่สําหรับวันนี้นะคะดิฉันเอง คิดว่าดิฉันไม่สามารถจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีฉบับนี้ ในวาระที่ ๑ นี้ได้ เพราะเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยค่ะ
ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์นะคะ อยากจะขออนุญาตใช้เวลาอภิปรายในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สั้น ๆ นะคะ
ในประเด็นที่ ๑ เลย ดิฉันเห็นด้วยในหลักการแล้วก็เหตุผลที่ทาง คณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาลได้นําเสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้นะคะ จริง ๆ เพื่อนสมาชิกได้ อภิปรายกันมามาก แต่ดิฉันก็อยากจะขออนุญาตเน้นย้ํานะคะว่า มันเปึนเรื่องที่เราต้อง เคารพต่อกฎหมาย นั่นก็คือรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดเจนทั้งในมาตรา ๑๙๐ นะคะ แล้วก็ รวมทั้งมาตรา ๓๐๓ (๓) เพราะฉะนั้นมันก็เปึนความจําเปึนอยู่นั่นเอง แล้วก็เพื่อนสมาชิก ก็ได้เล่าให้ฟังแล้วว่า จริง ๆ มันก็เริ่มต้นกันมาตั้งนานจนมาถึงวันนี้ดิฉันก็นึกไม่ออกนะคะ ว่าขัดข้องหมองใจกันเรื่องอะไรนะคะ มันเปึนเรื่องของการพิจารณาในวาระแรก ก็คือเรื่อง ของหลักการเท่านั้นเอง ซึ่งมองไม่เห็นว่าจะไปหมกเม็ดที่ตรงไหน แล้วก็กระบวนการของ นิติบัญญัติ นั่นก็คือเรื่องของการเสนอร่างกฎหมายเข้ามาพิจารณา ก็เปึนภาระเปึนความ จําเปึนของรัฐบาลอยู่เองที่จะต้องนําเสนอร่างกฎหมายเข้ามาให้รัฐสภาพิจารณา เพื่อจะ ได้ใช้กฎหมายเปึนเครื่องมือในการบริหารราชการ แล้วก็ถามว่าจําเปึนไหม จําเปึนค่ะ แล้วก็ความจําเปึนตรงนี้ก็จะทําให้เปึนประโยชน์ต่อประชาชนทั้งหลายทั้งปวงเปึน อย่างมาก โดยเฉพาะหลายคนที่เฝัาดูอยู่ว่า ในการที่รัฐบาลจะไปทําสัญญาอย่างไรนั้น ก็ควรจะต้องให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมด้วย มาบัดนี้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ตั้ง ๒๐ มาตรา เท่าที่ดิฉันฟังดูแล้วก็มองไม่เห็นว่ามีตรงไหนนะคะที่จะขัดข้องหมองใจกัน จากที่รับฟังเพื่อนสมาชิก หลัก ๆ ก็จะดูจะเปึนเรื่องของมาตรา ๔ นะคะ ที่พูดถึงเรื่องของ สัญญากู้เงินว่าให้เปึนข้อยกเว้น แล้วก็มีคําอธิบายแล้วนะคะว่ามีกฎหมายเฉพาะเลย ที่บังคับให้กระทรวงการคลังนั้นต้องทําอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งก็เปึนเหตุผลที่จะยกเว้นไว้ แต่นอกเหนือจากนั้นนี่นะคะ กฎหมายฉบับนี้ก็พูดชัดเจนนะคะว่าให้ความเข้าใจ หนังสือ สัญญาคืออะไร แล้วก็ระบุด้วยว่าหนังสือสัญญามีประเภทใดบ้างที่ต้องดําเนินการตาม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็หนังสือสัญญาใดที่ไม่เข้าเงื่อนไข จะต้องทําอย่างไร ขั้นตอน วิธีการ หลักเกณฑ์ แล้วก็พูดถึงเรื่องของถ้าหากจําเปึนจะต้องไปเจรจา แม้เพียงกรอบการเจรจาก็ยังจะต้อง นําเสนอให้รัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่แต่เพียงเท่านั้นนะคะ ท่านประธานคะ หลังจากรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วเปึนความจําเปึนที่หน่วยงานจะต้องนําไปเผยแพร่ แล้วก็รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และมากไปกว่านั้นถ้าหากหนังสือสัญญาเปึนไป ตามมาตรา ๔ (๔) และ (๕) ก็ยังต้องจัดให้มีการศึกษาวิจัย แล้วก็วิจัยอะไรคะ ศึกษาอะไรคะ มาตรา ๑๐ ก็บอกไว้ชัดเจนเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นรวมไปถึงแนวทางปัองกันแล้วก็ แก้ไขและเยียวยา ๒ อย่างนี้ไม่ใช่หรือคะ ที่จะเปึนประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม ในอดีตที่ผ่านมาเราต้องยอมรับจริง ๆ ว่าเมื่อรัฐบาลไปลงนาม ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง เอฟทีเอ หรืออะไรก็แล้วแต่ ประชาชนนั้นที่มีอาชีพที่ได้รับผลกระทบไม่มีโอกาสเลยได้รับทราบ และเขาก็ถูกทําร้ายไม่เจ็บปวดรวดร้าวหรือคะสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้กฎหมายฉบับนี้ ช่วยบอกชัดเจนว่า อย่ากระนั้นเลยความเจ็บปวดรวดร้าวที่เกิดขึ้นและที่ท่านวันนี้ก็ยังบอก อยู่นี่นะคะ เราก็ทําเสียให้เปึนเรื่องเปึนราว มีการศึกษาวิจัยและแถมยังบอกอีกด้วยนะคะ ว่าการศึกษาวิจัยนี้ก็ต้องให้องค์กรหรือหน่วยงานที่เปึนอิสระ อิสระในการดําเนินงานและ ก็ต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่เช่นนั้นจะเปึนข้อกังขาอีกว่า คนที่ทําการศึกษาวิจัยจะมีอะไร ซ่อนเร้นอยู่หรือไม่ ร่างกฎหมายฉบับนี้ก็บอกไว้ชัดเจนนะคะ นอกเหนือจากที่ให้มี การศึกษาวิจัยแล้วยังต้องเผยแพร่รายงานการศึกษาวิจัยและเป่ดให้ประชาชนได้แสดง ความคิดเห็นอีกด้วย ทั้งหมดมันสะท้อนถึงความโปร่งใสในการดําเนินงานนะคะ แล้วก็ ถ้าสมมุติว่าไม่ร่วมเจรจาจะต้องทําอย่างไรคะ หมกเม็ดไปเลยไม่บอกเลยไหม ไม่ใช่ค่ะ กฎหมายฉบับนี้ก็ยังบอกอีกว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ต้องจัดทําแล้วก็เผยแพร่ สรุปสาระสําคัญของหนังสือสัญญาให้ประชาชนได้รับทราบ และก็ต้องรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนก่อนที่จะลงนามหรือก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพันตามหนังสือ สัญญา ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าตรงนี้มันสะท้อนจริง ๆ ว่าประโยชน์ทั้งหมดที่จะได้นั้น ก็คือประชาชนที่ผู้แทนทุกท่านเปึนห่วงแล้วก็ควรจะเปึนห่วง รัฐบาลหมกเม็ดยากค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ข่าวสารข้อมูลมันไปรวดเร็วเหลือเกิน บางครั้งยังจะไม่ทันเปึน เรื่องจริงก็ปรากฏในสื่อกันหมดแล้ว อย่างนี้เปึนต้น ดิฉันคิดว่ารัฐบาลต่อจากนี้ไปอาจจะ หมกเม็ดยากนะคะ แล้วก็ขออนุญาตไปนิดเดียวนะคะ เมื่อตอนช่วงบ่ายต้น ๆ เวลาที่ พูดกันนั้นดิฉันก็เห็นด้วยกับ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านนิพิฏฐ์ได้พูดถึงว่า ดิฉันนั่งฟัง อยู่ด้วยความตั้งใจ ก็รู้สึกว่าตนเองถูกข่มขู่และถูกคุกคามนะคะ โดยการอภิปราย ซึ่ง ท่านประธานไม่ได้ทําหน้าที่อยู่ในตอนนั้น ดิฉันเสียใจจริง ๆ เลยเพราะคิดหวังว่าเราพูดกัน อยู่ตรงนี้น่าจะเปึนการแบ่งปันความคิดเห็นที่อาจจะไม่ตรงกันก็ไม่เปึนไร แต่ไม่ควรที่จะให้ สมาชิก เพื่อนสมาชิกด้วยกันต้องรู้สึกอย่างนั้นนะคะ อยากจะให้เปึนโอกาสที่จะได้ พูดจากันอย่างตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้นท่านประธานคะ ดิฉันคิดเห็นว่าร่างกฎหมาย ฉบับนี้ก็มีเรื่องดี ๆ ตั้งเยอะแยะ อย่างที่เรียนค่ะ ๒๐ มาตราด้วยกัน ดิฉันคิดว่าดิฉัน เห็นด้วยแล้วก็เห็นควรที่จะรับหลักการ และหากว่ามีตรงไหนที่ยังไม่เข้าใจหรือคิดว่า ไม่ควรจะอยู่ ในชั้นกรรมาธิการ เพื่อนสมาชิกทุกท่านและจากทุกพรรคมีโอกาสที่จะเข้าไป ปรับเปลี่ยนแล้วนะคะ แล้วถึงจะนําเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร อีกครั้งหนึ่งในวาระที่สองและวาระที่สามดิฉันยังมองไม่เห็นเลยว่า ณ ขณะนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือคณะรัฐมนตรี แม้แต่นายกรัฐมนตรีกระทําผิดหรือส่อเจตนา หรือจงใจว่าจะกระทําผิดรัฐธรรมนูญ การเสนอกฎหมายเปึนเรื่องปกติตามกระบวนการ นิติบัญญัติ สิ่งที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตพูดไว้ในที่นี้ก็เผื่อว่าพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ ทางบ้าน แล้วก็รับฟังมาโดยตลอดก็มีสิทธิจะสับสนได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นดิฉัน ก็อยากจะขออนุญาตได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในเบื้องต้น ขอบพระคุณค่ะ
คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติขั้นตอน และวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาก่อนจะเข้าสภาได้รับการวิพากษ์วิจารณ์มาก่อนหน้านั้น ทางสื่อมวลชนมาเปึนระยะ ๆ แสดงว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ได้รับความสนใจจาก สาธารณชนเปึนอย่างมาก หนังสือพิมพ์มติชน วันพุธที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๒ พาดหัวตัวโต เป่ดร่างกฎหมายหมกเม็ดให้อํานาจรัฐบาลกู้เงินค้ําประกันโดยไม่ต้องผ่านรัฐสภา หรือ ก่อนหน้านั้นมีข่าวกองทัพจะซื้ออาวุธนะครับ มีข่าวกองทัพจะซื้ออาวุธก็มีการพูดถึงว่า ถ้าเรื่องนี้เข้าสภาก็คงจะผ่านลําบากหรือจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด จึงมีการผลักดันกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ ผมได้ฟังการอภิปรายของสมาชิกทั้งฝ์ายรัฐบาล และฝ์ายค้านหลายชั่วโมงต่างมีความเห็นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เราฟังฝ์ายประจําบ้าง แล้วหรือยัง ฝ์ายข้าราชการประจํา มีสมาชิกจากฝ์ายรัฐบาลบางท่านบอกว่าร่างกฎหมาย ฉบับนี้ไม่เกี่ยวกับเงินกู้ ผมมีข้อมูลที่เกี่ยวชัดเจนจากฝ์ายข้าราชการประจํา จึงขออนุญาต ท่านประธานที่จะเอาหนังสือของกองสนธิสัญญา กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวง การต่างประเทศที่มีหนังสือตอบไปยังสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี หนังสือด่วนที่สุด ที่ ๐๖๐๕/๒๒๔/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ตามที่สํานักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ นร ๐๕๐๖/๑๕๐๓ ลงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๒ ขอรับความคิดเห็นของกระทรวงการต่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบ การพิจารณาเรื่องเงินกู้เพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามที่ กระทรวงการคลังเสนอ โดยสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะเสนอเรื่องดังกล่าวให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ จึงขอความอนุเคราะห์ กรมสนธิสัญญาและกฎหมายพิจารณาให้ความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้อง ท่านประธาน จะเห็นว่าหนังสือนี้ลงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ใกล้ ๆ นี่เองนะครับ หนังสือของ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ มีไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวนั้นแยกไว้ ๒ ประเด็นดังนี้ครับท่านประธาน
ประเด็นแรก การกู้เงินจากธนาคารโลก เวิลด์แบงก์ และธนาคารพัฒนา เอเชีย เอดีบี กรมสนธิสัญญาและกฎหมายเห็นว่าโดยที่สัญญากู้เงินกับธนาคารโลกและ ธนาคารพัฒนาเอเชียมีผลผูกพันภาระหนี้สินของรัฐบาลเปึนจํานวนมากในระยะยาว จึงน่าจะเปึนหนังสือสัญญาที่มีผลผูกพันงบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญตาม มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ท่านประธานครับ เน้นอย่างมีนัยสําคัญตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาก่อนดําเนินการให้มีผลผูกพัน ดังนั้นก่อน เริ่มเจรจาสัญญากู้เงินกับธนาคารโลกและธนาคาร เอดีบี ส่วนราชการเจ้าของเรื่องจะต้อง ให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและเสนอกรอบการเจรจา เพื่อ ขอความเห็นชอบของรัฐสภาด้วย ทั้งนี้ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ที่กรมสนธิสัญญาและกฎหมายได้ให้ ความเห็นไว้ การใช้แหล่งเงินกู้ต่างประเทศจากโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศของ ญี่ปุ์น ไจก้า กรมสนธิสัญญาและกฎหมายมีความเห็นว่าไจก้าเปึนส่วนราชการสังกัด กระทรวงการต่างประเทศ จึงเท่ากับรัฐบาลไทยทําสัญญากู้เงินกับรัฐบาลญี่ปุ์นผ่านไจก้า จึงน่าจะเปึนการทําหนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบ จากรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา วันอังคารที่ ๑๐ มีนาคม คณะรัฐมนตรีได้มีมติเรื่องโครงการระบบรถไฟฟัาชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต มีมติอย่างไรครับท่านประธาน อนุมัติปรับกรอบวงเงินลงทุนค่าก่อสร้างโครงการระบบ รถไฟชานเมืองสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ภายใต้ความรับผิดชอบของการรถไฟแห่ง ประเทศไทย จากเดิมที่คณะรัฐมนตรีเคยอนุมัติไว้ ๕๙,๘๘๘ ล้านบาท ครม. เดิมเคย อนุมัติไว้ ๕๙,๘๘๘ ล้านบาท ปรับเปึนอย่างไรครับท่านประธาน ปรับขึ้นเปึนเงิน ๖๕,๑๔๘ ล้านบาท ท่านประธาน รัฐบาลนี้เราอยู่กันอย่าง ท่านประธานก็คงเห็นว่าอยู่มา อย่างสั้น ๆ พวกผมไม่มีโอกาสรู้เลยหรือ เงินเพิ่มอีกเกือบหมื่นล้านบาท พวกเราไม่มีสิทธิ ที่จะได้รับรู้ในรัฐสภาหรือ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องนี้เปึน ประเด็นสําคัญ แล้วก็หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก็ได้ให้ความเห็นไว้ชัดเจน โดยเฉพาะ หน่วยงานนี้เปึนหน่วยงานของกระทรวงการต่างประเทศเอง แล้วหนังสือนี้ก็ถึง สํานักเลขาธิการ ครม. แสดงว่าไม่ฟังความเห็นกันเลยหรือ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ตามที่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้บอกว่า มีข้อยกเว้นที่หนังสือสัญญากู้เงินหรือหนังสือ สัญญาค้ําประกันเงินกู้ที่รัฐบาลไทย หรือราชอาณาจักรไทยทําขึ้นตามกฎหมายที่ให้ อํานาจไว้เปึนการเฉพาะหรือเปึนการทั่วไป ท่านประธานครับ เราเรียนกฎหมายกันมา หลักพื้นฐานทั่วไป ไม่มีกฎหมายใดที่สามารถขัดหรือแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ ผมกล่าวในประเด็นนี้ไว้สั้น ๆ แล้วผมยังเห็นด้วยกับท่านสงวน พงษ์มณี ขออนุญาต ที่เอ่ยนามที่ได้เสนอความเห็น เสนอทางออกต่อรัฐบาลว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ เขาออกมาเพื่อให้การเมืองมันอ่อนแอ รัฐบาลในอดีตทํางานยากลําบาก อย่างยิ่งกับกฎหมาย มาตรา ๑๙๐ ถ้าจะดําเนินการให้การบริหารประเทศของรัฐบาล ราบรื่น ก็ต้องใจถึงครับ ต้องกล้าที่จะแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่มาบอกว่าจะต้อง ปฏิรูปการเมือง ตรงนั้นยังอีกยาว ถ้าแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญเสีย การดําเนินงาน ในการบริหารประเทศผมคิดว่าก็จะทําให้การพัฒนาประเทศในทุก ๆ ด้านเปึนไปด้วย ความเรียบร้อย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อสังเกตที่อยากจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้เสนอในภาวะที่บ้านเมืองของเรา กําลังมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ท่านประธานคงทราบดีว่า สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง แถลงว่า ๕ เดือนแรกของป้งบประมาณ รัฐบาลจัดเก็บรายได้ต่ํากว่าเปัาหมายถึง ๘๘,๕๘๖ ล้านบาท เกือบ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕ เดือนแรกเก็บเงินรายได้ต่ํากว่าเปัาเกือบ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ก่อนหน้านั้นหลายเดือนสํานักงานเศรษฐกิจการคลังเขาแถลงว่า เงินคงคลังของประเทศมีเพียง ๓๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาท จ่ายเงินเดือนข้าราชการเดือนครึ่ง ก็หมดแล้ว ขณะนี้บริษัทหลักทรัพย์ เครดิต ลียองเนส์ บริษัทการเงินระดับโลกคาดการณ์ ว่าเศรษฐกิจไทยป้นี้คาดว่าจะติดลบ ๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ก็ต้องฟังหูไว้หู และก็ต้องไม่ประมาทนะครับ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ ๙ มีนาคม ที่ผ่านมาว่า ในช่วงไตรมาส ๔/๒๕๕๑ และ ภาพรวมป้ ๒๕๕๑ ภาวะการจ้างงานในอุตสาหกรรมการผลิตลดลงอย่างต่อเนื่อง คิดเปึน ๓.๘ เปอร์เซ็นต์ การว่างงานเพิ่มขึ้นเปึน ๑.๓ เปอร์เซ็นต์ และจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ ทรุดตัวถึงแนวโน้มว่า การว่างงานป้ ๒๕๕๒ จะรุนแรงขึ้น คาดว่าคนตกงานจะอยู่ ประมาณ ๙ แสน ถึง ๑ ล้าน ๓ แสนคน ท่านประธานครับ ขณะนี้รัฐบาลหาเงินจากไหน ขึ้นภาษีน้ํามัน ขึ้นภาษีบาป กู้เงิน หารายได้เท่าที่เห็นขณะนี้เปึนอย่างนี้ ดังนั้นการที่จะหา เงินมานี่เอาเข้าสภาหน่อยได้ไหม ผมอยากจะให้ทางรัฐบาลได้ถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ ออกไป พวกเราไม่อาจที่จะรับร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน
คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้ง ที่ ๑ ของจังหวัดสกลนคร ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเองเดิมนั้นก็ได้อ่าน ร่างกฎหมายฉบับนี้เพียงย่อ ๆ ไม่ได้คิดว่าจะมีประเด็นปัญหามากมายต่อในที่ประชุมนี้ ต่อเมื่อได้ฟังทางฝ์ายรัฐบาลและทางฝ์ายค้านได้อภิปรายแล้ว ผมคิดในใจนะครับ ขออนุญาตใช้สํานวนสภาสมัยก่อน ๆ ที่ล้อเลียนกันว่า มันโกบิ๊ก (Go big) แล้ว คําว่า โกบิ๊ก ในสภาสมัยก่อนนั้นเขาเรียกว่า ไปกันใหญ่แล้ว นะครับ กระผมก็ตกใจ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นจึงจําเปึนต้องลุกขึ้นมาอภิปรายในกฎหมายฉบับนี้ในฐานะ เปึนฝ์ายรัฐบาล ท่านประธานครับ แม้กระผมจะศึกษาเพียงเฉพาะแค่ร่างของรัฐบาล ไม่ได้ศึกษาหรืออ่านรายละเอียดของร่างของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ผมก็เห็นว่าสภาแห่งนี้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องขอชมเชยครับท่านประธานครับ ได้ทําบันทึกวิเคราะห์สรุป สาระสําคัญของพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญานี้อย่างชัดเจน แจ่มแจ้งนะครับ ได้แยกแยะ ถ้าเพื่อนสมาชิกได้อ่าน หรือใครได้อ่าน พี่น้องประชาชน ได้อ่านได้ฟังได้แยกแยะอย่างสําคัญ เช่นว่า พูดถึงเหตุผลและความจําเปึนในการเสนอ ร่างของร่างพระราชบัญญัติ ได้มีการพูดถึงสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติ ได้มีการ พูดถึงข้อมูลทางวิชาการประกอบการพิจารณา กระผมอ่านแล้วอย่างย่อ ๆ กระผมมีความ เข้าใจและคิดว่ามันเปึนเหตุผลและความจําเปึนที่จะต้องเสนอกฎหมายฉบับนี้ตาม รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ขอเชิญท่านสมาชิก ขออนุญาตท่านประธานด้วย ถ้าหากว่ายังไม่ได้อ่านบทสรุปสาระสําคัญที่ฝ์ายวิชาการของสภานี้ได้จัดทําขึ้น กระผมก็ อยากจะเสนอแนะย่อ ๆ ครับ ไม่เปลืองเวลาท่านประธานมากนะครับ สาระสําคัญของ กฎหมายฉบับนี้มันสําคัญที่การจัดทําหนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ ตามรัฐธรรมนูญ ในเอกสารฉบับนี้ได้สรุปความสําคัญไว้ถึง ๙ ข้อด้วยกัน กระผมอ่านทั้ง ๙ ข้อแล้วชัดเจน แจ่มแจ๋วนะครับ แจ่มแจ้งนะครับ ขอประทานอภัยไม่ใช้คําว่า แจ่มแจ๋ว นะครับ แจ่มแจ้ง นะครับท่านประธานครับ คือท่านบอกว่าถ้ามีการเจรจานะครับ ในการจัดทํากรอบ การเจรจานั้น เขาพร้อมที่จะเผยแพร่กรอบการเจรจาให้ประชาชนทราบโดยทั่วไปนะครับ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน อันนี้ก็เกี่ยวเนื่องกับประชาชนด้วย และถ้าหากว่า มีบางอย่างที่มีการเป่ดเผยข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับการเจรจานะครับ ถ้าหากไม่สามารถ ที่จะเป่ดเผยได้ อาจไม่ต้องมีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวก็ได้ อย่างนี้เปึนต้นครับ ท่านประธานครับ ทั้ง ๙ ข้อ ถ้ากระผมจะอ่านแล้วมันจะเยิ่นเย้อ และก็ท่านสมาชิกก็จะคิด ว่า เอ๊ะ เอาเอกสารมาอ่านให้ฟัง เพราะฉะนั้นกระผมจึงขอเสนอแนะท่านสมาชิกว่า ถ้าหากยังไม่เข้าใจไม่สามารถอธิบายกับพี่น้องประชาชนได้ก็สามารถที่จะศึกษาจาก ข้อมูลจากเอกสารฉบับนี้ของรัฐสภาที่ทําไว้ กระผมก็คิดว่ามันเปึนเหตุผลและความจําเปึน ที่จะต้องเสนอกฎหมายนี้ให้ผ่านสภา ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ
คุณนิยม เวชกามา ครับ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ คุณซูการ์โน มะทา ครับ
ท่านประธานครับ ผม นิยม ช่างพินิจ ครับท่านประธาน ท่านประธานอ่านนามสกุลผิดหรือเปล่าครับ
ผมผิดครับ นิยม ช่างพินิจ ครับ ขออภัยด้วยครับ เขียน ช่างพินิจ แต่ไปอ่าน เคยตัวครับ
ครับ ต้องขอกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ครับ วันนี้เองต้องขอขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ที่ให้โอกาสผมได้พูดได้อภิปราย ร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาครับ ผมอยากจะตั้งข้อสังเกต ท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีและรัฐบาล ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีแต่รัฐบาลและก็เพื่อนสมาชิกฝ์ายรัฐบาลเปึนผู้เสนอ จะไม่เห็นเลยว่าพรรคฝ์ายค้าน ไม่มีเสนอควบคู่มาเลย ก็แสดงให้เห็นว่าเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้าน ผมเชื่อได้ว่าทั้งหมด คงไม่เห็นด้วยแน่นอนนะครับ โดยเฉพาะตัวผมไม่เห็นด้วยนะครับ แต่สิ่งที่วันนี้เองถ้าผม ไม่ได้พูด และไม่มีโอกาสได้พูดครับ ผมคิดว่าความรู้สึกของพี่น้องประชาชนคงจะเสียใจ ที่ได้โอกาสได้เลือกผมเข้ามา แล้วผมไม่พูด แล้วก็ร่างกฎหมายฉบับนี้เปึนสิ่งที่สําคัญมาก ท่านประธานครับเพราะว่าสะท้อนถึงความรู้สึกของพี่น้องประชาชน และสิ่งที่สําคัญที่สุด ในเรื่องที่พี่น้องประชาชนเปึนห่วงมาก ก็เรื่องของการกู้เงินนะครับ ไม่ว่าจะกู้เงิน ระหว่างประเทศหรือทําสัญญาข้อตกลงต่างประเทศนั้นนะครับ เปึนสิ่งที่สําคัญมาก โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ทําให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เกิดขึ้นมา ขออ่านข้อสังเกตนะครับ โดยที่มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ประกอบกับมาตรา ๓๐๓ (๓) ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กฎหมายว่าด้วยการกําหนดขั้นตอนและ วิธีการจัดทําหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคม ของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้าหรือการลงทุนอย่างมีนัยสําคัญ รวมทั้งการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าว จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา ในความเข้าใจของผมท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ทําถูกนะครับกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แต่สิ่งที่เขา ในความเข้าใจจริง ๆ เขาต้องการให้ทําเปึนเรื่อง ๆ ไปนะครับ ไม่ว่าทําทุกเรื่องแล้วก็ ครอบคลุมไปหมด โดยเฉพาะไม่ว่าสัญญาอะไรต่าง ๆ โดยที่ว่าทําแต่ละเรื่องแล้วก็ยึด ๆ อยู่บนหลักของกรอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เปึนเรื่อง ๆ ไปตามร่างของกฎหมาย แต่ทีนี้ผมจะมาดูมาตรา ๓ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ หนังสือสัญญา หมายความว่า ความตกลงเปึนหนังสือระหว่างรัฐบาลไทยหรือราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลต่างประเทศ รัฐต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งก่อให้เกิด พันธกรณีภายใต้บังคับกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะมีชื่อเรียกว่าอย่างไร ก็แสดงว่าครอบคลุมทุกเรื่องนะครับ เพราะฉะนั้นเปึนสิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกตว่า ผมอ่านร่าง ฉบับนี้ขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เพราะสิ่งที่ผมพูดว่าต้องทําเปึน เรื่อง ๆ ไปว่าเรื่องที่ว่าเราจะทําสนธิสัญญาอะไรเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ทําไปนะครับ เพราะ มันเปึนการแก้ปัญหานะครับ ผมดูแล้วว่าร่างพระราชบัญญัตินี้ก็นํามาแก้ปัญหาของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นะครับ ก็เปึนการแก้ที่ปลายเหตุ ไม่ใช่แก้ที่สาเหตุของปัญหา เพราะว่าสาเหตุของปัญหาผมเชื่อได้ว่าเพื่อนสมาชิกทุกคนก็ทราบนะครับว่ามันมาจาก มาตรา ๑๙๐ แต่สิ่งที่เราจะมาทําอยู่นี่คือแก้ปัญหาที่ปลายเหตุก็ยกร่างอันนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะให้ผ่านนะครับ อย่างจะไปดูที่มาตรา ๔ นะครับ ในการจัดการทําหนังสือสัญญา ดังต่อไปนี้ ให้ดําเนินการตามขั้นตอนและวิธีการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ตรงนี้เปึน สิ่งที่ถูกต้อง แต่ที่ว่าเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดไปที่น่าจะไปตั้งเปึนข้อสังเกตได้ นะครับ พอมา (๕) หนังสือสัญญาที่มีผลผูกพันด้านการค้าหรือการลงทุนของประเทศ อย่างมีนัยสําคัญ ดูในวรรคสองครับท่านประธาน หนังสือสัญญาตามวรรคหนึ่งไม่รวมถึง หนังสือสัญญากู้เงินหรือค้ําประกันเงินกู้ที่รัฐบาลไทยหรือราชอาณาจักรไทยทําขึ้นตาม กฎหมายที่ให้อํานาจไว้เปึนการเฉพาะหรือเปึนการทั่วไป ตรงนี้ละครับท่านประธานที่ว่า ผมเชื่อได้ว่าเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านรับไม่ได้นะครับ เพราะว่าตรงนี้เปึนสิ่งที่สําคัญมาก เพราะว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดว่า สัญญาการกู้เงินระหว่างประเทศต้องผ่านขั้นตอนนะครับ และต้องมีขั้นตอน ต้องทําเปึนขั้นตอนว่า สิ่งที่รัฐบาลจะกู้นี่กู้ไปทําอะไร เอามาลงทุน ด้านไหนนะครับ แล้วตรงนี้เปึนสิ่งที่สําคัญมาก เพราะฉะนั้นไม่มีใครรับได้หรอกครับ ท่านประธาน วันนี้ผมถึงมีโอกาสได้พูด ผมอยากจะชี้แจงว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มันผิดตรงนี้นะครับ ผิดตรงที่ (๕) มาตรา ๔ นะครับ ที่ว่ายกเว้นนี่ครับ แล้วมาดูครับ ท่านประธาน มันจะมาสอดคล้องกับมาตรา ๑๗ นะครับ เมื่อหนังสือสัญญามีผลบังคับใช้ แล้ว ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบจัดให้มีการศึกษาผลกระทบการปฏิบัติตามหนังสือสัญญา ที่มีต่อความมั่นคงของทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศ ตลอดจนผลผูกพันด้านการค้า หรือด้านการลงทุนของประเทศและผลกระทบต่อบุคคลและให้เสนอแนะมาตรการแก้ไข หรือเยียวยาผลกระทบดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาครับ เพราะฉะนั้นเองไม่ว่า รัฐบาลนี้จะทําการกู้เงินนะครับ และผมถามว่าในมาตรา ๑๗ นี่จะเยียวยาอย่างไรนะครับ และขั้นตอนนี้จะทําอย่างไรนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านนี่ไม่สามารถที่จะผ่านได้ รับได้ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ นะครับ แล้วมาดูมาตรา ๑๙ ท่านประธานครับ มาตรา ๑๙ ให้ดําเนินการเพื่อจัดทํา หนังสือสัญญาใด ๆ ที่รัฐบาลไทยหรือราชอาณาจักรไทยยังมิได้แสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน ให้ดําเนินการต่อไปตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ และให้ถือว่าการดําเนินการที่ได้ทําไปแล้ว เปึนการดําเนินการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ตรงนี้เปึนสิ่งที่มันเปึนไปไม่ได้ครับ ท่านประธานที่เราจะไปทําสัญญาอะไรแล้ว แล้วมาย้อนหลังร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มา ประกอบตามหลังนี่ผมว่าเปึนไปไม่ได้ ก็จะกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งนี้เองผมอยากให้ รัฐบาลเอากลับไปเสียครับ แล้วก็ไปปรับปรุงใหม่ แล้วก็ไปนั่งดูสิว่ามาตรา ๑๙๐ มันมีปัญหาอย่างไร แล้วอาจจะตั้งกรรมาธิการร่วมไปดูที่พิจารณาแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ของ รัฐธรรมนูญก่อนนะครับ ก็ฝากประธานไว้ ขอบพระคุณมากครับ
คุณซูการ์โน มะทา ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ ท่านประธานที่ได้เป่ดโอกาสให้ผมได้ขึ้นอภิปรายในประเด็นที่ไม่เห็นด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญา พ.ศ. .... ท่านประธาน ที่เคารพ เหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ด้วยเหตุผลที่ว่า
ประเด็นที่ ๑ กระบวนการการเข้าสู่การนําเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ต่อ สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ยังเปึนข้อสงสัยของพวกเราที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนของซีกพรรคฝ์ายค้าน โดยเฉพาะอย่างพรรคเพื่อไทย ได้พยายามอธิบายด้วยเหตุ และผลว่ากระบวนการขั้นตอนนั้นอาจจะมีข้อผิดพลาดหรือเปึนข้อขัดแย้งกับข้อบังคับ การประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ฉะนั้นในประเด็นที่ ๑ ผมเห็นว่าด้วยความเร่งรีบ หรืออะไรสักอย่างของรัฐบาล หรือพรรคที่นําเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่สภานั้น อาจจะทําให้มาตรฐานของการดําเนินการของสภานั้นได้รับผลกระทบเสื่อมเสียต่อเกียรติ และศักดิ์ศรีของสภาแห่งนี้ ซึ่งเปึนประเด็นที่ ๑ ที่ผมคิดว่าผมไม่สามารถที่จะรับและ เห็นด้วยกับหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นที่ ๒ ที่ผมไม่เห็นด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือว่า เปึนที่ทราบกันดีแล้วว่าผู้ที่นําร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มาเสนอต่อสภานั้นเปึนบุคคลที่พวกเราและเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ หลาย ๆ ท่านยังตั้งข้อกังขาว่าท่านยังตอบปัญหาของสังคมต่อการกระทํา โดยที่ท่านได้ ชี้แจงในสภาแห่งนี้หลายครั้งหลายหนว่าท่านทําด้วยความสุจริตใจ แต่โดยกระบวนการ เปึนที่ทราบของทางสื่อสารมวลชน ของประชาชนทั่วไปแล้วว่าการกระทําของกลุ่มบุคคล ดังกล่าวนั้น ที่มีการต่อสู้นอกระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หรือ นอกกระบวนการของรัฐสภาแห่งนี้นั้นได้สร้างความเสื่อมเสียและความเสียหายกับ ประเทศชาติเปึนจํานวนเงินมหาศาล ฉะนั้นประเด็นที่ ๒ จึงเปึนประเด็นที่ผมเห็นว่า ไม่เห็นด้วยกับรัฐสภาแห่งนี้จะรับหลักการในชั้นของกระบวนการชั้นรับหลักการนะครับ เพราะสิ่งที่เราหลายคนได้พยายามอภิปรายนั้นมีประเด็นที่เรายังตั้งข้อสังเกตและ ตั้งข้อกังขาอีกมากมายนะครับ ท่านประธานที่เคารพ สิ่งหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกได้พยายาม พูดและเปึนหัวใจที่อยากให้ทางรัฐบาลหรือทางพรรคร่วมรัฐบาลนั้นได้ถอนญัตติ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกจากสภา ซึ่งพวกเราได้พยายามศึกษาและอภิปรายด้วย เหตุและผล ผมก็ได้นั่งฟังการอภิปรายตั้งแต่เช้าจนถึงปัจจุบันนี้ ก็เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิก ว่าในมาตรา ๔ วรรคสองนั้นมีเจตนารมณ์ส่อถึง ที่บ่งบอกถึงการที่รัฐบาลพยายามที่จะ ปฏิบัติหรือบริหารราชการแผ่นดินที่ขัดต่อกฎหมายสูงสุดของประเทศ หรือรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่มีที่มาที่ไปที่พวกเราหลายท่าน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเพื่อนสมาชิกในส่วนของซีกพรรคฝ์ายค้าน นับตั้งแต่พรรคพลังประชาชน จนปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนสถานะมาเปึนพรรคเพื่อไทยนั้น เห็นว่ากระบวนการได้มาของ รัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้น ยังเปึนข้อกังขากับพี่น้องประชาชนอีกเปึนจํานวนมากของประเทศ ว่าไม่สามารถที่จะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ และเห็นว่าการที่มีบุคคลเข้ามาล้มล้าง ระบอบประชาธิปไตยและฉีกรัฐธรรมนูญที่มีนักวิชาการหรือประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักวิชาการหลายสาขาอาชีพก็เห็นว่าตลอดรัฐธรรมนูญหลายฉบับที่ ประเทศไทยมีใช้นั้นสิบกว่าฉบับ แต่นักวิชาการหลายท่านก็ได้ให้ความเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ เปึนรัฐธรรมนูญฉบับที่สมบูรณ์แบบที่สุด ฉะนั้นผมคิดว่าปัญหาของที่เราพยายาม อภิปรายวันนี้ไม่ใช่อยู่ที่ประเด็นของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ประเด็นหลักก็คือว่า ต้นเหตุของปัญหาคือรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้นเปึนรัฐธรรมนูญที่ป่ดกั้น และเปึนข้อที่เปึนปัญหาอุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลหลายรัฐบาล ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้ทราบดีว่า ในช่วงของการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลอดีต ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช และนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นั้น พวกเราในส่วนของซีกรัฐบาล ในขณะนั้นได้แลเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา ๑๙๐ วรรคสองนั้น เปึนปัญหาอุปสรรคที่จะทําให้การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลนั้นประสบปัญหา และก็ประชาชนส่วนใหญ่ร่วมกับสมาชิกหลายท่านก็มีความเห็นว่าการที่จะแก้ปัญหาของ ต้นเหตุที่เปึนอุปสรรคหรือข้อที่หยุดชะงักการบริหารราชการแผ่นดินนั้นคือเราจะต้องแก้ รัฐธรรมนูญ ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าจะมีประชาชนส่วนหนึ่งร่วมกับพวกเราอีกหลายคนที่ พยายามที่จะเสนอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคประชาชนนั้นได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภา แห่งนี้ ผมอยากฝากวิงวอนผ่านท่านประธานสู่เพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า วันนี้ถึงเวลาแล้วหรือยังครับที่พวกเราจะมาร่วมกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นที่เปึนต้นเหตุ ของปัญหา ไม่ใช่เรามาพูดในสภาแห่งนี้เพื่อที่จะดิสเครคิต (Discredit) ฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง แต่เราต้องพูดบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงว่า ปัญหาของปัญหาทั้งหมดที่เปึนปัญหา เหล่านั้นก็คือต้นเหตุของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอยากฝากทางรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าท่านจะต้องรีบดําเนินการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ โดยเร็ว เพื่อให้การบริหารงานของท่านนั้นสามารถที่จะทํางานได้ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ เหตุผลข้อที่ ๔ ที่ผมไม่เห็นด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัตินี้ก็คือว่าในส่วนของมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง ที่มีข้อยกเว้นนั้น ซึ่ง ผมพยายามศึกษาในรายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว ผมคิดว่าประเด็น เหล่านี้เปึนประเด็นหรือเจตนาที่จะบ่งบอกหรือชี้ว่ารัฐบาลพยายามที่จะหลีกเลี่ยง ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง บัญญัติไว้ ฉะนั้นสุดท้าย เพื่อไม่ให้เปึนการเสียเวลาของสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ผมขอวิงวอนท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในฐานะที่เปึนผู้นําเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กรุณานําร่างฉบับนี้กลับไปพิจารณาใหม่ แล้วก็นําเข้าสู่สภา เพื่อให้เปึนไปตามกรอบการพิจารณาของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ
นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ครับ ท่านคุณหมอประสิทธิ์ครับ ขอท่านนายกรัฐมนตรี ท่านตอบสักนิดนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับ ต่อข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิกในร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยเฉพาะในส่วนที่คิดว่า อาจจะขัดแย้งหรือเขียนเกินเลยไปกว่าที่รัฐธรรมนูญกําหนด เบื้องต้นอยากจะกราบเรียน อย่างนี้ครับว่าที่จริงในตอนที่คณะรัฐมนตรีพิจารณากฎหมายฉบับนี้เราก็มีความกังวลว่า ขั้นตอนวิธีการที่จะต้องบัญญัติอยู่ในกฎหมายฉบับนี้จะสามารถครอบคลุมไปถึงเรื่องของ ขอบเขตในเชิงหลักเกณฑ์ว่า หนังสือสัญญาฉบับใดจะต้องเปึนหนังสือสัญญาที่เข้ามาสู่ ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีหรือรัฐสภาหรือไม่ แล้วก็มีความเห็นครับว่าจะหลีกเลี่ยง ไม่เขียนในเรื่องของหลักเกณฑ์ บังเอิญมีประเด็นที่ทางกระทรวงการคลังได้มีความกังวล ในเรื่องของปัญหาในเชิงเทคนิคเกี่ยวกับหนังสือสัญญาเงินกู้ ซึ่งลักษณะของการกู้ยืมเงินของรัฐบาล จะมีหนังสือสัญญาเงินกู้หรือหนังสือสัญญา ค้ําประกันอยู่จํานวนมาก ที่พูดโดยเคร่งครัดแล้วไม่ใช่หนังสือสัญญาระหว่างประเทศ เปึน การไปกู้ยืมเงินจากต่างประเทศโดยที่อยู่ภายใต้กฎหมายภายในของประเทศนั้น ๆ ผมยกตัวอย่างเช่น เวลาที่มีการไปกู้ยืมเงินโดยเฉพาะไม่ใช่ในลักษณะที่มีการผ่อนปรนกันนี่ หรือต้องมีการเปลี่ยนหนี้หรืออะไรอยู่ตลอดเวลา ก็คงไม่ใช่ลักษณะของหนังสือสัญญา ระหว่างประเทศ ความมุ่งหมายก็คือใส่ตรงนี้เข้ามาครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า รัฐบาลไม่มีเจตนาหรือมีความจงใจในการที่จะไปหลีกเลี่ยงรัฐธรรมนูญเลย ตรงกันข้าม นะครับ ผมอยากจะกราบเรียนชี้ให้เห็นว่าหนังสือสัญญาที่รัฐบาลกําลังไปเจรจา ดําเนินการ เช่น กรณีรถไฟฟัาสายสีแดงนี่นะครับ ก็ตั้งใจว่าจะเอาเข้ามาให้สภาให้ความ เห็นชอบ ซึ่งอันนี้ก็เปึนมติของคณะรัฐมนตรีไปแล้ว อยากจะกราบเรียนว่า ความจริง โดยตรรกของกระทรวงการคลังก็บอกว่า หนังสือสัญญา อย่างเช่น รถไฟฟัาสายสีแดง นี่ครับ ไม่ต้องเข้ามาที่สภา เพราะไม่ใช่หนังสือสัญญาที่เปึนหนังสือสัญญาภายใต้ กฎหมายระหว่างประเทศ และก็ด้วยเหตุผลเดียวกันนี่ครับ รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ก็ไม่เอาหนังสือสัญญาเงินกู้สายสีม่วงมาสู่การพิจารณาของสภานะครับ ซึ่งก็อยากจะกราบเรียนว่า นั่นก็เปึนความเห็นของกระทรวงการคลัง ส่วนหนังสือสัญญา เงินกู้ เช่น กรณีกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ ไอเอ็มเอฟ ธนาคารโลกหรือ เอดีบี นี่ครับ หนังสือสัญญาเงินกู้ลักษณะนั้นจะเปึนหนังสือสัญญาภายใต้กฎหมายระหว่าง ประเทศก็จะไม่อยู่ในข้อความซึ่งเขียนไว้ในวรรคสองนี่ครับ ก็ต้องนํามาเสนอต่อรัฐสภา ซึ่งก็จะเห็นว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันก็ตั้งใจที่จะเอากรอบเจรจาเกี่ยวกับการกู้เงินธนาคารโลก เอดีบี เข้ามาสู่การประชุมของรัฐสภา ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนยืนยันก็คือว่า นี่คือ เหตุผลที่เปึนที่มาของวรรคนี้นะครับซึ่งเปึนปัญหา แต่ไม่ใช่ด้วยเจตนาว่ารัฐบาลจงใจหรือ พยายามจะหลีกเลี่ยงรัฐธรรมนูญ แล้วก็มติรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับสัญญาเงินกู้ทั้งหมดนี่ น่าจะเปึนตัวที่ยืนยันได้ว่าเราไม่ได้มีเจตนาเปึนเช่นนั้น อย่างไรก็ตามนะครับ เมื่อเห็นว่า เพื่อนสมาชิกมีความกังวลหรือมีความเห็นว่า บทบัญญัติลักษณะนี้มีความสุ่มเสี่ยงต่อ การที่จะไปขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนะครับ ก็อยากจะปรึกษาท่านประธานครับว่า รัฐบาลก็พร้อมที่จะไปแก้ไขตรงนี้ ส่วนขั้นตอนวิธีการก็สุดแล้วแต่ที่ประชุมนะครับว่า จะให้ ถอนออกไปก่อนหรือจะสามารถแก้ไขอะไรได้ตรงนี้แล้วจะพิจารณาต่อไป อันนี้ ก็กราบเรียนท่านประธานครับ
นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ต้องขอบคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนะครับ ที่ได้แสดงความคิดเห็น ความคิดเห็นของฝ์ายค้านส่วนใหญ่ก็อยากให้ท่านถอนออกไป จริง ๆ นี่นะครับ เราก็รู้ถึง ความยากลําบากในการมีมาตรา ๑๙๐ รัฐบาลจะทํางานยาก แต่ทุกท่านนะครับ โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ท่านก็บอกท่านรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้นะครับ พวกผมตอนเปึน รัฐบาลก็ชี้ว่ามันมีปัญหาแน่นอน ใครมาเปึนรัฐบาลนี่บอกได้เลยครับท่านประธาน มีปัญหาทุกรัฐบาล จะทํางานยากลําบากอย่างยิ่ง แต่ในเมื่อโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ท่านบอกว่า รัฐธรรมนูญนี้ต้องใช้ไปก่อน อย่าเพิ่งแก้ไข อย่างนั้นครับ ท่านต้องทําตาม รัฐธรรมนูญให้เข้มข้น ถึงอยากเรียนว่าที่พวกผมติดใจมันมีอยู่แค่วรรคสอง มาตรา ๔ เท่านั้นครับ เพราะมันชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ ท่านกษิต ภิรมย์ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ท่านเปึนคนต่อสู้เรื่องที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะสมัย ท่านรัฐมนตรีนพดล ปัทมะ นะครับ เรื่องเขาพระวิหาร ท่านต่อสู้ เริ่มต้นเลย เปึนหัวหมู่ ทะลวงฟัน จนที่สุดศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า อาจเสียดินแดน คําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ อาจเสียดินแดนนี่นะครับ จะเปึนบรรทัดฐานในการวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ต่อไปนี้รัฐบาลดําเนินการอะไรก็ช่างครับ ถ้ามันอาจกระทบต่องบประมาณอย่าง มีนัยสําคัญ ท่านประธานครับ เสร็จหมดครับ ต้องเสนอต่อรัฐสภา นี่ก็เหมือนกันครับ ผมถึงอยากเรียนท่านประธาน ผมดีใจนะครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านลุกขึ้นมาพูดว่า ยินดีถอน ผมก็ไม่อยากพูดมากนะครับ ก็ขอเสนอว่า ขอให้ทางรัฐบาลถอนออกไปก่อน ครับ ขอบคุณครับ
คุณวิทยา บุรณศิริ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นก็มี ความเห็นเช่นเดียวกับหลาย ๆ ท่าน ก็ขอเรียนตามตรงกับท่านประธานนะครับว่าขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรี ว่านี่เปึนส่วนหนึ่งนะครับในซีกที่ฝ์ายค้านได้ทําหน้าที่ โดยเฉพาะ การเห็นต่างที่เปึนประโยชน์กับการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีและคณะ สิ่งนี้นะครับเปึนสิ่งสําคัญที่สุด ตัวกระผมได้เรียนท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไว้ว่า ปัญหา สําคัญที่สุดที่อยากจะให้เร่งรัดเพื่อไม่ให้ไปเหนี่ยวรั้งการทํางานของรัฐบาล นั่นก็คือปัญหา ของการแก้ไขเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็น่าจะเห็นประเด็นสอดคล้องกันนะครับ ก็ได้รับฟังจาก ข่าวสารว่าท่านนายกรัฐมนตรีเองก็อยากจะคุยกับตัวกระผมและคณะ เพื่อนําไปสู่ กระบวนการแก้ไข เพราะฉะนั้นคําอภิปรายวันนี้จากสมาชิกในซีกของฝ์ายค้านนะครับ กระผมเองก็ได้หารือกับท่านประธานวิปรัฐบาลว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ค่อนข้างที่จะ สุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นทางออกก็คือท่านนายกรัฐมนตรีขอกลับไป ดําเนินการแก้ไขหรือปรับเพื่อตรวจสอบดูนะครับ เพื่อเลี่ยงประเด็นการขัดรัฐธรรมนูญ ตามที่สมาชิกในซีกของฝ์ายค้านได้ตั้งข้อสังเกต เพราะฉะนั้นส่วนนี้นะครับก็ไม่อยากให้ ท่านเสี่ยง อยากให้อยู่นาน ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นปัญหาที่สําคัญที่สุดก็คือถ้ารัฐธรรมนูญ มีปัญหา โดยเฉพาะมาตรา ๑๙๐ นั้นจะเหนี่ยวรั้งการทํางานของรัฐบาล ไม่ว่าจะเปึน รัฐบาลที่ผ่านมาจนกระทั่งมาถึงรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี สิ่งนี้กระผมคิดว่าน่าจะ ดําเนินการแก้ไข ก็กราบเรียนผ่านท่านประธานนะครับว่า ปัญหาเมื่อเห็นแล้วเปึนปัญหาที่ พวกเรามีเจตนาร่วมกัน เพราะฉะนั้นประเด็นส่วนนี้นะครับฝ์ายค้านก็ขอขอบคุณนะครับ ที่ฝ์ายรัฐบาลได้เล็งเห็นนะครับความท้วงติง แล้วก็ขอให้ท่านดําเนินการในส่วนนั้นครับ ทางพรรคฝ์ายค้านไม่ขัดข้องนะครับ หากรัฐบาลจะถอนร่างนี้ออกไปเพื่อดําเนินการแก้ไข และปรับปรุง ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ ยังเหลือผู้ประสงค์จะอภิปรายยกมือเพิ่มขึ้นอีก ๓ ท่านครับ รวมเปึน ยังเหลืออีก ๑๑ ท่านนะครับ แต่พรุ่งนี้เราจะต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจกันตั้งแต่เช้า เพราะฉะนั้นผมจะขอหารือนะครับ ผมเห็นว่าเราสมควรเลื่อนการอภิปรายไปไว้ใน สัปดาห์หน้านะครับ มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอื่นไหมครับ เชิญคุณบุญยอดครับ ถ้าไม่มีท่านผู้ใด เห็นเปึนอื่นนะครับ ผมจะขอเลื่อนการอภิปรายไปไว้สัปดาห์หน้านะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่า ถ้าหากว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีท่านก็มีความประสงค์ที่จะให้มีการถอนนะครับ ก็ถามทาง รัฐบาลอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า รัฐบาลจะถอนเรื่องนี้หรือไม่ แล้วก็สรุปเรื่องนี้ไปได้เลย จะไม่ง่ายกว่าหรือครับ เรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีเลยครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในส่วนของรัฐบาลไม่ขัดข้องนะครับ ถ้าที่ประชุมเห็นชอบที่จะให้ถอน ทีนี้มันมีปัญหาว่ามีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อีก ๑ ฉบับ ที่เสนอโดยท่านสมาชิกนะครับ ถ้าจะถอนก็คงจะต้องถอนออกไปทั้ง ๒ ฉบับ ซึ่งอันนี้ ก็ต้องสอบถามจากท่านสมาชิกที่เสนอครับ
ดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เปึนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติที่เปึนกฎหมายในทํานองเดียวกันกับร่างของ คณะรัฐบาลนะคะ เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีไม่ขัดข้องที่จะถอน ดิฉันเองเพื่อความสบายใจ ของท่านสมาชิกก็ไม่ขัดข้องที่จะถอน เพื่อให้โอกาสหน้าเมื่อร่าง พ.ร.บ. ของดิฉันได้เสนอ เข้ามาอีกครั้งจะได้รับการพิจารณา ก็ยินดีที่จะถอนค่ะ
ครับ เมื่อเจ้าของญัตติพร้อมที่จะถอนนะครับ ผมว่าที่ประชุมแห่งนี้คงเห็นพ้องต้องกัน พร้อมที่จะให้ท่านนายกรัฐมนตรีและดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก ถอนญัตตินี้ออกไปนะครับ มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่น เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้มีมติให้เจ้าของร่าง ทั้ง ๒ ร่าง ถอนญัตตินี้ออกไปนะครับ
ท่านสมาชิกครับ พรุ่งนี้เราจะต้องประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่เช้า นะครับ วันนี้เราอภิปรายมาเปึนเวลานานพอสมควร ขอป่ดประชุมครับ