สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๒

สงวน พงษ์มณี หารือเรื่องกฎหมายที่ขัดรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ถอนกฎหมายฉบับนี้

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

กราบเรียนท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมคงใช้เวลาไม่มากท่านประธานครับ แต่ว่า อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่นั่งฟังอยู่ตรงนี้ว่า ข้อมูลที่ผมจะ ให้ไปเปึนข้อมูลทางกฎหมายซึ่งผมจะตั้งคําถาม แล้วก็ผมจะเปึนหมอดูว่าถ้ากฎหมาย ฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรผู้ที่รับหลักการจะมีคนยื่นถอดถอนท่านครับ ไม่ใช่ตาม มาตรา ๑๙๐ เหมือนที่ท่านคิด ผมจะพูดถึงเรื่องรัฐบาลนิดหนึ่ง แล้วก็จะพูดถึง ข้อกฎหมายซึ่งขัดกัน หลักการและกฎหมายขัดกันเอง แล้วก็จะพูดถึงการขัดรัฐธรรมนูญ แล้วจะทายว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับท่านไม่ได้ใช้มาตรา ๑๙๐ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญนะครับ จะใช้มาตรา ๒๗๐ ถ้าไปเปึนจริงแล้วศาลรัฐธรรมนูญเห็นด้วยกับผู้ยื่น ทุกคนที่รับหลักการ จะติดกับ ๕ ป้ ทําไมผมพูดประเด็นนี้ท่านประธานครับ ผมไม่สบายใจแทนรัฐบาลเพราะ กฤษฎีกา (คณะกรรมการกฤษฎีกา) ๒ ครั้งติดต่อกันนะครับท่านครับ นักกฎหมายในสภานี้ ท่านฟังนิดหนึ่ง ๒ ครั้งติดต่อกันนะครับที่กฤษฎีกาดูกฎหมายแล้วทํากฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญ ท่านไม่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญแล้วท่านจะเขียนกฎหมายอย่างนี้ได้อย่างไร ผมขออนุญาตเทียบเคียงกับกฎหมายฉบับก่อน ทําไมผมไม่ท้วงติงตอนนั้น เพราะผมเห็น ว่ามีผู้เสนอร่าง ๓ ร่าง มีอยู่ร่างหนึ่งไม่ขัดรัฐธรรมนูญ กฎหมายนั้นคือกฎหมายว่าด้วย องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่รัฐธรรมนูญเขียนว่า ให้เปึนองค์กร อิสระมาจัดการคลื่นความถี่ คําว่า อิสระ หมายความว่า อิสระจากฝ์ายบริหาร มันขัด รัฐธรรมนูญตรงไหนท่านครับ ขัดตรงที่ว่าไปเขียนกฎหมายเหมือนกับการเขียน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เหมือนตรงไหนครับ กลัวเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก็เขียนว่า ถ้าเปึนอย่างนี้ ต้องไม่ทําอย่างนี้ ตอนนั้นคณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ เกิดไม่ได้ เพราะไปติดค้างที่วุฒิสภานาน กฎหมายฉบับนี้เขียนว่าอย่างไรครับ เขียนว่า ถ้า หกสิบวันเลือกไม่ครบ เลือกไม่เสร็จ ให้เอากลับไป ฉบับหนึ่งบอกว่า เอากลับไปที่. คณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีฝ์ายบริหารนะ ขัดรัฐธรรมนูญชัด ๆ เลย อีกฉบับหนึ่งเขียนว่า อย่างไรครับ เขียนว่า เอาไปที่ข้าราชการประจํากลุ่มหนึ่ง เห็นไหมครับ กฤษฎีกาถ้าฟังผม แล้วนะครับ คุณพิจารณาตัวเองหน่อยหนึ่ง วันนี้ท่านรัฐมนตรีพูดชัดเจน เมื่อสักครู่ผมดีใจ ท่านบอกว่า กฤษฎีกาคณะไหนพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ท่านครับ ยิ่งหลายท่านบอกว่า มีคําพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๒ พูดอย่างนี้ ๆ จึงเขียนอย่างนี้ได้ นั่นมัน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่ได้มีวรรคสองเหมือนอย่างนี้นะครับ นี่มันชัดเจนตรงวรรคสองว่า เขาไม่ไว้ใจรัฐบาล ไม่ว่าคุณจะเปึนพรรคไหนคนร่างรัฐธรรมนูญไม่ไว้ใจรัฐบาล แล้วคิดว่า การนําประเทศเข้าสู่สากลแบบทักษิณน่ะเปึนการขายชาติ เพราะฉะนั้นเขียนอย่างนี้ขึ้นมา พันธมิตรและท่านรัฐมนตรีก็พูดอย่างนี้อยู่ ก็หมายความว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันดึงแข้ง ดึงขาฝ์ายบริหาร ท่านครับท่านดูนะครับ หลักการขัดกันอย่างไรท่าน กฎหมายฉบับนี้ เรียกว่า กฎหมายขั้นตอน นะครับการทําสัญญาให้มีเสีย แล้วจะมีอย่างไร มาตรา ๓๐๓ (๓) เขียนให้เสร็จ เขียนว่าให้มีขั้นตอนเหล่านั้นจะต้องมีสาระสําคัญอย่างไรบ้าง ในนั้นเขียนชัดเจนว่า ให้มี การถ่วงดุลระหว่างรัฐสภากับฝ์ายบริหาร ท่านเห็นไหมครับ นี่คือมาตรา ๓๐๓ (๓) เนื้อหาสาระต่าง ๆ อยู่ตรงนี้ แล้วท่านกลับไปดูมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง เขียน หรือ หรือ ทั้งนั้นนะครับ แล้วหรือสุดท้ายคือ หรือผูกพันงบประมาณอย่างมีนัยสําคัญ แต่พอวรรคห้าไม่ได้พูดถึงงบประมาณ แล้วผมดูตรงไหนครับ ในร่างของรัฐบาลนะครับ วรรคท้ายเขียนว่าอย่างไรครับ การกู้เงินไม่อยู่ในเงื่อนไขของกฎหมายฉบับนี้ นี่ท่านแก้ รัฐธรรมนูญเลยนะครับ ท่านทําเหมือนศาลรัฐธรรมนูญเป็ะเลยที่บอกว่า อาจจะก็ผิดแล้ว แล้วถ้าส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญนะครับ แล้วบอกว่าไม่ผิดก็ยิ่งดี จะได้รู้ว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ใช้เฉพาะใคร ท่านครับ ผมพูดเรื่องประเด็นนี้เพื่อชี้ให้เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้มันต้อง ร้องเพลงเหมือนที่เพลงกําลัง ฮิต (Hit : เปึนที่นิยม) ที่สุดในขณะนี้เลยว่าอย่างนี้มันต้อง ถอน อย่าเอาไว้เลย ถอนออกไปก่อนครับท่าน ผมได้คุยกับหลายท่านนะ ทุกคนเห็นด้วย กับผมว่านี่มันขัดรัฐธรรมนูญชัด ๆ เลย ส่อว่าขัดกฎหมายเลยนะครับ ส่อว่าขัดรัฐธรรมนูญ เลย ต้องด้วยมาตรา ๒๗๐ ชัดเจน ท่านครับ ผมจะอ่านกฎหมายที่ท่านสมาชิกเปึนผู้เสนอ กฎหมายให้ท่านฟังนะครับ และหลายท่านที่สนับสนุนท่านก็ฟังผมหน่อย ท่านดูนะครับ ท่านแก้รัฐธรรมนูญเรียบร้อยเลย ท่านเขียนว่าอย่างไรครับ มีผลผูกพันด้านการค้าและ การบริการมากไปกว่าที่ประเทศไทยมีพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงกับองค์กรการค้าโลก นี่หมายความว่ารัฐบาลที่ไปเซ็นข้อตกลงไว้แล้วนี่ ถ้าการจะทําสัญญาใหม่นี่ไม่มากกว่านั้น ทําได้เลยใช่ไหม เขียนอย่างนี้ได้อย่างไร ผมเข้าใจผู้ร่าง เพราะท่านก็พูดออกมาชัดเจนว่า มาตรา ๑๙๐ ดึงแข้งดึงขาฝ์ายบริหาร ทําไมไม่กล้าหาญบอกว่า แก้รัฐธรรมนูญ เสียล่ะครับ ถ้าเราไม่แก้เราเขียนอย่างนี้ไม่ได้ ท่านต้องเข้าใจว่าการต่อสู้ ๒ แนวคิด วันนี้มันถึงจุดสุดท้ายแล้วท่าน ทั้งฝ์ายสภาผู้แทนราษฎรและฝ์ายบริหารมันถึงจุดสุดท้าย แล้ว ตรงไหนท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้ท่านยุบสภา ไม่ใช่ว่าอยากให้ผมอยู่นาน ๆ ไม่ใช่ ผมอยากให้ท่านอยู่นาน ๆ ผมไม่อยากให้ท่านเอาใครออกเลย เพราะท่านพูดเห็น แย้งกับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลก่อนอย่างหน้ามือเปึนหลังมือ วันนี้ท่านได้อํานาจแล้ว ทหารก็ฟังท่าน ตํารวจก็ชื่นชอบท่าน ข้าราชการประจําก็เอา ตามท่านหมด ท่านอยู่ไปเถอะครับ แล้วบริหารแบบท่าน ถ้าบ้านเมืองนี้มันดีขึ้นชาวบ้าน เลือกท่าน แต่ถ้าบ้านเมืองนี้มันเลวลงอย่าไปอ้างเรื่องอื่นนะครับ วันนี้หลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ อะไรเกิดขึ้นในเมืองไทย ผมพูดสั้น ๆ ท่านครับ ป้ ๒๕๐๒ นี่นะครับ ธนาคารโลก มาเลยครับ เขียนกฎหมายเกี่ยวกับการใช้เงินของไทยให้เลย เรียกว่า พระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ หลังจากนั้นมาก็มีการต่อสู้กัน ยึกยัก ๆ มาจนกระทั่งถึง สมัยท่านอานันท์ ปันยารชุน ก็เป่ดประตูอ้าซ่าเลย หลังจากนั้นนะครับ พันธสัญญาแบบ อเมริกาซึ่งเปึนผู้ชนะสงครามเข้ามาเต็ม ๆ เลยครับ เข้ามาเต็ม ๆ แล้วทุกคนเชื่อว่าทําแบบ นั้นนะครับ ทําแบบอเมริกาน่ะประเทศชาติจะดี ประเทศชาติจะไปได้ แล้วพูดว่า ธรรมาภิบาลแบบอเมริกานี่ถูกต้องที่สุด วันนี้ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี นะครับ ผู้บริหารสูงสุดของอเมริกาเขาบอกว่า บริษัทนี้นะจ่ายโบนัส (Bonus : เงินปันผล กําไร) ไม่ได้ ขนาดนี้นะ เพราะว่าคุณบริหารผิดพลาดแล้วคุณยังจ่ายโบนัสอยู่ นั่นแสดงว่า ธรรมาภิบาลแบบนั้นมันใช้ไม่ได้ แล้วกฎหมายฉบับนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนเพื่อไม่ไว้ใจ ตัวแทนของประชาชนซึ่งเปึนฝ์ายบริหาร ไม่ไว้ใจตัวแทนของประชาชนซึ่งเปึนพรรคการเมือง ให้สิทธิ ส.ส. มากมายเพื่อป์วน พรรคการเมืองให้อ่อนแอ แล้วก็ไปป์วนรัฐบาลให้อ่อนแอด้วย วันนี้หลายคนบอกว่าเปึน พรรครัฐบาลมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่รับรองรัฐมนตรีของตัวเอง รัฐธรรมนูญรองรับไหมครับ แต่การบริหารจัดการท่านรัฐมนตรีครับ บ้านเมืองเปึนอย่างนี้ได้อย่างไร การบริหารจัดการ แบบนี้ พวกเดียวกันต้องดูแลกัน บริหารภายใต้นโยบายของรัฐบาลต้องทําอย่างนี้ แต่นี่วันนี้เพราะอะไร เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้สิทธิมากเกินเพื่อทําลายกระบวนการของ ประชาชนทั้งรัฐบาลและพรรคการเมือง อนาธิปไตยในสภาจึงเกิดขึ้น มันรองรับ ในรัฐธรรมนูญแล้วท่านครับ ผมนี่ละครับ ท่านครับ เจ็บปวดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญนี้มาก แล้วรู้สึกหดหู่มากที่ผู้บริหารประเทศบอกว่าไม่ต้องแก้ ท่านอ่อนแอมากเกินไป ท่านประธาน ฝากไปยังผู้บริหารประเทศ อ่อนแอมากเกินไป แค่จะคิดแก้รัฐธรรมนูญก็ยัง กลัวเปลี่ยนว่าเปึนอะไรครับ เปึนกรรมการปฏิรูปบ้าง คณะกรรมการอะไรบ้าง พอออกมา ทีเดียวคนโต้ทั้งประเทศเลย ผมพูดเรื่องนี้ทําไมมันเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ไหม มันเกี่ยว ตรงที่ว่าเมื่อไม่แก้ ต้องปฏิบัติตาม ถ้าท่านเขียนอย่างนี้นะครับมันขัดรัฐธรรมนูญชัดเจน ใครที่รับหลักการต้องถือว่าท่านมีฉันทานุมัติร่วมกันที่จะจงใจขัดรัฐธรรมนูญ ส่อว่า ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญท่านประธาน ท่านถอนไปเถอะครับ แล้วท่านเขียนมาใหม่นะครับ เพราะอะไรครับ ท่านต้องรีบเขียน ต้องรีบให้เกิด เพราะกฎหมายฉบับนี้มันจะทําให้ท่าน บริหารได้ มีปัญหามากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นี่ แต่ว่าเมื่อท่านเขียนมาอย่างนี้ แล้วก็ เอาคําพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญมาบอกว่า เขาบอกว่าทําได้ นั่นมันป้ ๒๕๔๒ ครับท่าน และท่านหวังว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะพิพากษาเหมือนพิพากษารัฐมนตรี ต่างประเทศคนก่อน ถ้าท่านหวังอย่างนั้นแล้วทําได้อย่างนั้น ผมก็เชิญเลย เพราะอะไรครับ ผมจะได้รู้เสียทีว่าศาลรัฐธรรมนูญนี้วินิจฉัยอย่างไร เพราะท่านเขียนคําวินิจฉัยนี่ต้องเขียน ไว้ในราชกิจจานุเบกษา มันจะถึงลูกถึงหลานครับ วันนี้คนในสภาแห่งนี้ต้องกล้าที่จะ ขึ้นมาแสดงความคิดเห็น ผมบอกว่าผมไม่เห็นด้วย ผมบอกท่านว่าท่านต้องถอน ผมบอก ท่านว่าถ้ามีใครเสนอรับหลักการนี้ มีหลักฐานบันทึก มีคนตั้งต้นว่าจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ผมจะเซ็นให้ แล้วผมคิดว่าหลายคนเซ็น เพื่ออยากรู้ว่าบ้านนี้เมืองนี้จะปกครองโดย กฎหมายฉบับนี้หรือไม่ หรือว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้บังคับเฉพาะกลุ่มของทักษิณ เท่านั้น กลุ่มประชาธิปัตย์ไม่ต้อง ใครหนีไปอยู่ด้วย คนดีหมดอย่างนั้นหรือเปล่า ท่านครับ ท่านอ่านของท่านเองนะครับ กฎหมายหน้า ๒ อ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ท่านดูสิ ท่านเขียน ว่าอย่างไรครับ มีผลผูกพันด้านการลงทุนมากไปกว่าที่ประเทศไทยผูกพันไว้ แสดงว่า ที่ผูกพันไว้เปึนข้อตกลงทําได้เลยหรือ เขียนอย่างนี้ทําได้เลยหรือท่าน ถ้าท่านแก้ รัฐธรรมนูญนี่นะครับ แล้ววรรคหนึ่งของมาตรา ๑๙๐ เขียนเพื่อประกอบกับมาตรา ๓ ครับ ท่าน ไม่ได้เขียนขึ้นมาลอย ๆ อ่านมาตรา ๓ ชัดเจนอย่างไร แล้วมาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญ เราในขณะนี้มันมีติ่งห้อยท้ายอีก มันเปึนเรื่องที่ไม่ตลกเลย แล้วผมบอกท่านว่าถ้าเราแก้ รัฐธรรมนูญ ตัดส่วนท้ายออกหมด กฎหมายฉบับนี้เขียนได้ แต่ถ้ายังไม่แก้รัฐธรรมนูญ ไม่กล้าแม้แต่จะคิดแก้ เสนอแก้ต่อสาธารณะนี่ ท่านก็ต้องกล้าให้สภานี่แก้ ท่านสมาชิก รัฐสภาทั้งหลายครับ ผมฝากท่านผ่านท่านประธานไปยังทุกท่าน ถึงเวลาหรือยังครับ ท่านครับ ที่สมาชิกรัฐสภาของเราจะกล้าหาญเข้ามาเปึนเจ้าภาพแก้รัฐธรรมนูญเสีย เพื่อให้เราต่อสู้ในสังคมโลกในขณะนี้ได้ น้ํากําลังเชี่ยวกรากอย่างนี้ ปล่อยรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้อยู่ดึงแข้งดึงขาฝ์ายบริหาร ชาวบ้านจะทําอย่างไร ท่านครับ ไม่กี่วันนี้ท่านไปกู้เงิน ท่านก็ต้องมาขอสภา ท่านครับ กฎหมายมาตรา ๑๙๐ นี้นะครับ มติ ครม. ออกมาแถลงได้ อย่างเดียว ถ้าเปึนเรื่องการกู้เงินนะครับ วันนี้ ครม. มีมติว่าให้คณะรัฐมนตรีทําเรื่อง ขออนุมัติรัฐสภาเพื่อกู้เงิน พูดได้อย่างนี้อย่างเดียว ไม่ใช่มีมติให้กู้วงเงิน ไม่ใช่ พูดก็ผิดแล้ว เพราะเขาไม่ให้เรา เขาไม่ให้โอกาสเรา คนเขียน ไม่ใช่เรา ท่านฟังหลายคนที่สถาบันพระปกเกล้าพูดสิครับ เขียนเหมือนกับพูด เหมือนกับ ว่าคนอยู่ในนี้ไม่ใช่คน คนอยู่ในนี้ไม่รู้ พูดได้อย่างไร เขียนออกมาอย่างนี้เขาก็รู้ทัน นี่การเขียนของพรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เขียนนี่ผมถือว่าเขียนแบบ รู้ทันเขียนแบบเข้าใจ แต่มันขัดรัฐธรรมนูญครับท่าน ผมจบลงถ้าท่านไม่ถอนนะครับ ผมคิดว่าท่านถูกถอดถอน ขอบคุณครับท่านครับ