สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๒

สถาพร มณีรัตน์ ระบุว่าไม่เห็นด้วยกับหลักการกฎหมายบางประการ โดยเฉพาะวิธีการเสนอกฎหมายที่มีการโจษจันผู้นำรัฐบาล และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญาที่มีข้อกล่าวหาที่ไม่เห็นด้วยในหลักการของกฎหมายฉบับนี้

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ต้องความเปึนธรรมด้วยนะครับ เรียงลําดับนี่สําคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย หมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษี ๐๓๔ จังหวัดลําพูน ท่านประธานที่เคารพ เปึนความอึดอัดในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนอย่างยิ่ง ที่ขึ้นมาแล้วไม่เห็นชอบในหลักการกฎหมายตั้งแต่ต้น เพราะว่าประวัติศาสตร์การเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น เมื่อมีการเสนอกฎหมายโดยขั้นรับหลักการนั้นเราไม่เคย มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างนี้มาก่อน ท่านประธานที่เคารพ ผมจําเปึนต้องใช้เวลา อธิบายความในเหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยในหลักการมาตั้งแต่แรก ๒ ประการครับ

ประการแรก ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการเสนอกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้นเปึนที่โจษจันในหน้าสื่อมวลชน ซึ่งประวัติศาสตร์ของท่านที่ไปที่มาวันพรุ่งนี้พี่น้องประชาชนก็จะได้รับรู้รับทราบ ท่านเปึน เจ้าภาพใหญ่ในการเสนอกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งโดยประวัติโดยเกียรติประวัติของท่านกับ สนามบินสุวรรณภูมิที่ผ่านมานั้นมันขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ในการที่จะไปเจรจา อธิบายความ ความผูกพันข้อสนธิสัญญาใด ๆ ระหว่างประเทศ นี่คือวิธีการที่ผม ไม่เห็นด้วย

ประการที่ ๒ ท่านประธานสภาที่เคารพ กฎหมายฉบับนี้เสนอเข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎร มีปัญหามาตั้งแต่เริ่มแรกครับ อาทิตย์ที่แล้วนี่มีการถกเถียงในเรื่องของ ระเบียบวาระ เรื่องระเบียบ เรื่องกฎเกณฑ์ ว่าจะขัดหรือแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ว่าจะขัดหรือแย้งกับข้อบังคับในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีความคิดหลากหลาย เพื่อนสมาชิกก็สุ่มเสี่ยงนะครับ พยายามยกเหตุผลในการอภิปราย แสดงเหตุผล ความเปึนมา ว่าการนําเสนออย่างนั้นไม่ถูกหลักเกณฑ์ ท่านประธานทําไม่ถูก ท่านประธานท่านก็ดีเหลือเกินครับ รับฟังเหตุผล สุดท้ายก็มีการป่ดประชุมสภา การป่ดประชุมสภาในวันนั้นป่ดไวกว่าปกติครับ พี่น้องที่รับฟังอยู่ทางบ้านโทรศัพท์มาถาม ว่าทําไมป่ดสภาไว ๕ โมงกว่า ๆ เองครับ ซึ่งปกตินั้นจะต้องถึงเที่ยงคืน ๕ ทุ่ม เราก็งงครับ แล้วก็เข้าสู่วาระในวันนี้ ว่าด้วยพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ยังถกเถียงกัน แม้แต่ ท่านประธานสภายังไม่ยอมรับครับ ว่าถ้าเกิดมีปัญหาในการตีความรัฐธรรมนูญแล้วนี่ ท่านประธานสภาจะรับผิดชอบไหม บอกเปึนหน้าที่สภา ไม่ใช่เปึนหน้าที่ของประธานสภา ผมเห็นว่ามันเปึนวิธีการที่มีปัญหา นําไปสู่ความขัดแย้งในการตีความและสุ่มเสี่ยงในการ ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าสภาแห่งนี้จะต้องรับผิดชอบ หรือท่านประธานสภา จะต้องรับผิดชอบ ซึ่งผมเองนั้นผมถือว่าผมไม่เห็นด้วย ผมไม่รับผิดชอบ ท่านประธาน ที่เคารพ นี่คือเหตุผลประการที่ ๑ที่ผมไม่เห็นด้วยในหลักการและวิธีการของกฎหมายฉบับนี้ กฎหมายฉบับนี้มีสาระสําคัญ ซึ่งเขาเรียกว่าพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทํา หนังสือสัญญา ซึ่งสาระสําคัญของกฎหมายฉบับนี้ก็หมายความว่า หนังสือสัญญาที่มีบท เปลี่ยนแปลงอาณาเขตประเทศหรือพื้นที่ จะต้องทําเปึนขั้นตอนเข้ากับกฎหมายฉบับนี้ หนังสือสัญญาที่จะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเปึนไปตามหนังสือสัญญาฉบับนี้ หนังสือสัญญาที่มีผลผูกพันงบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ หนังสือสัญญาที่มี ผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หนังสือ สัญญาที่มีผลผูกพันด้านการค้าหรือการลงทุนของประเทศ นี่คือจะต้องเข้ามาผูกพันใน กฎหมายฉบับนี้ แต่แปลกครับท่านประธาน แปลกเหลือเกินว่ากฎหมายฉบับนี้ซึ่งมี ข่าวครึกโครมในสื่อมวลชนหลายฉบับ มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการหมกเม็ดให้อํานาจ รัฐบาลกู้เงินค้ําประกันไม่ต้องผ่านรัฐสภา ผมตั้งข้อกล่าวหาที่ไม่เห็นด้วยในหลักการ ฉบับนี้ ก็หมายความว่าในอนาคตข้างหน้าถ้ากฎหมายฉบับนี้ได้เปึนผลทางกฎหมาย รัฐบาลจะกู้เงินไม่ต้องให้สภารับทราบใช่หรือไม่ โดยอ้างข้าง ๆ คู ๆ ว่ามีกฎหมายฉบับโน้น ฉบับนี้ มีกฎหมายหนี้สาธารณะบังคับอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ถ้าเราความจําไม่สั้น สมาธิไม่สั้น ย้อนหลังไปเมื่อป้ ๒๕๔๐ เรายังไม่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เข้มแข็งเกี่ยวกับ หนี้สาธารณะ เรายังไม่มีพระราชบัญญัติฉบับใดที่จะถ่วงดุลอํานาจบริหาร มีการปล่อยให้ ผู้บริหารในยุคนั้นสมัยนั้นไปกู้เงินจนเข้าโหมด (Mode : วิธีการ) ของ ไอเอ็มเอฟ (International Monetary Fund กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) พี่น้องของผม ตกงาน พี่น้องประชาชนเปึนหนี้เปึนสิน เราเพิ่งหมดพันธะในการกู้หนี้ยืมสินมาเมื่อไม่กี่ป้ วันนี้ท่านได้เสนอหลักการในการกู้เงินโดยไม่มีผลบัญญัติของกฎหมาย ท่านพยายามที่จะ อ้างกฎหมายฉบับอื่นเข้ามาผูกโยง กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ วรรคสุดท้าย วรรคห้า ได้บัญญัติชัดเจนในเรื่องของการกู้เงินจะต้องเข้าไปตามกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ปรากฏว่าวรรคท้ายของมาตรา ๔ ของกฎหมายฉบับนี้ ท่านได้ระบุว่า หนังสือสัญญา ตามวรรคหนึ่งไม่รวมถึงหนังสือสัญญากู้เงินหรือค้ําประกันเงินกู้ที่รัฐบาลไทย หรือราชอาณาจักรไทยทําขึ้นตามกฎหมายที่ให้อํานาจไว้เปึนการเฉพาะหรือเปึนการทั่วไป นั่นก็หมายความว่ากฎหมายฉบับนี้ยกเว้นแม้กระทั่งกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างนั้น หรือครับ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ เราในฐานะผู้แทนราษฎรขีดเส้นใต้ ๑๓,๐๐๐ ครั้ง ผู้แทนราษฎร ท่านจะปล่อยให้กฎหมายซึ่งเปึนความหวาดระแวงสงสัยของพี่น้อง ประชาชนผ่านสภาอันทรงเกียรติอย่างนี้กระนั้นหรือ โดยไม่มีการท้วงติง โดยรับหลักการ ไปอย่างข้าง ๆ คู ๆ อย่างนั้นหรือครับ มาตรฐานสถาบันนิติบัญญัติของเราต้องมี เพราะว่า เราได้รับบทเรียนอันเจ็บปวดที่ลูกหลานเราเปึนหนี้ พี่น้องครับ ผมเองได้รับเสียงสะท้อน จากพี่น้องประชาชนภาคชนบท ภาครากหญ้า ผมไปลงพื้นที่ครับท่านครับ ผมตกใจ การกลัวการเปึนหนี้ของพี่น้องประชาชน กลัวจนกระทั่งมีมายากลเอาไปเล่นครับ เขาเรียกว่า รักยม ที่งานวัด ภาษาเหนือเรียก ปอยหลวง ภาษากลางเรียก งานเฉลิมฉลอง จะมีดนตรี ลิเก จะมีมหรสพ สารพัดครับ แล้วจะมีการแสดงกุมารทองครับ เสร็จจากการ แสดงกุมารทองจะมีการขายเครื่องรางของขลัง ปรากฏว่ามีวิทยากรท่านหนึ่งได้ให้ กุมารทองนอนลงครับ แล้วเอาผ้าคลุมหน้า ถามหมายเลขธนบัตรในกระเปิาสตางค์ ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคงไม่เคยเห็นครับ ผมต้องอธิบายความ เพราะท่านเปึนผู้ดี ท่านอยู่กรุงเทพฯ แต่ภาคชนบทมีครับ พอเอาผ้าคลุมหน้ามีการ ทายตัวเลขในธนบัตรในกระเปิาถูกต้อง พี่น้องประชาชนที่มุงดูชอบอกชอบใจก็ขาย เครื่องรางของขลังครับ พอมาถึงชอทหนึ่งผมตกใจ วิทยากรเรียกว่า อับดุล กุมารทอง ๒ ตัวนั้นก็บอกว่า เอ้ย กรณ์กู้ไม่กู้ กุมารทองตอบว่า กู้ พี่น้องประชาชนปรบมือ กันใหญ่ว่าทายถูก พอวิทยากรบอกว่า มาร์คกู้ไม่กู้ กุมารทองอีกคนหนึ่งบอกว่า กู้ พี่น้อง ประชาชนปรบมือกันใหญ่ เสร็จแล้วมีการขายลูกประคํารุ่นไม่เปึนหนี้ครับ จากราคา ๙๙ บาท ลดเหลือ ๑๙ บาท พี่น้องรากหญ้าของผมซื้อกันจนอุตลุดไปหมด กลัวเปึนหนี้ ครับ กรณ์กู้ไม่กู้ กู้ มาร์คกู้ไม่กู้ กู้ อับดุลกู้ไม่กู้ กู้ นั่นเปึนการแสดง นั่นก็แสดงว่าการกลัว การเปึนหนี้ได้ลงถึงรากหญ้า ผมถึงตกใจว่ามีการเสนอกฎหมายขอกู้เงินนี่ ซึ่งเปึน สนธิสัญญากําหนดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ชัดเจน แต่ท่านพยายามจะ หลีกเลี่ยง เพราะฉะนั้นการตั้งข้อสังเกตของกระผมนั้นเปึนการสังเกตที่มีหลักเกณฑ์ มีเหตุ มีผล ที่สภาแห่งนี้ต้องรับฟัง ผมต้องยืนยันว่าถ้ามีการฟัองศาลรัฐธรรมนูญ มีการตีความ ถ้าแม้นว่ามาตรานี้หรือกฎหมายฉบับนี้มีวิธีการที่ไม่ถูกต้อง มีหลักการเหตุผลที่ผิด กฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมต้องถามสมาชิกทั้ง ๒ ฟากว่า ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร ฝ์ายรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร ฝ์ายค้านจะรับผิดชอบอย่างไร ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรในฐานะเปึนประมุขฝ์ายนิติบัญญัติจะรับผิดชอบอย่างไร ผมเองยืนยันใน ฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีเอกสิทธิ์ชัดเจนว่า ผมไม่เห็นด้วยในหลักการและเหตุผล กับกฎหมายฉบับนี้ ถ้าจะให้เห็นด้วย ท่านประธานที่เคารพ ผมนําเสนอต่อกรรมาธิการ ก็แล้วกันว่า ท่านจะต้องบัญญัติว่าสัญญากู้เงินของประเทศทุกบาททุกสตางค์จะต้องเปึน ผลผูกพันแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบในรัฐสภาแห่งนี้ อย่าหลบเลี่ยง ไม่มีเหตุผลใดว่า มีกฎหมายหนี้สาธารณะเปึนองค์ประกอบ ไม่มีเหตุผลใดว่ามีศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้ว ว่าไม่เข้ามาตรานี้ นี่คือเหตุผล ถ้ากรรมาธิการเอาใส่เข้าไปวาระสอง วาระสาม ผมพร้อมที่จะรับหลักการและเหตุผล พร้อมที่จะสนับสนุน แต่ถ้าท่านยังไม่เอาใส่ ท่านยัง ดื้อดึงเข้าข้อยกเว้นว่ากู้เงินแล้วไม่ต้องผ่านสภา อันนี้หัวชนฝา ผมยอมรับไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ ผมว่าสํานึกในอดีตนั้นเราต้องจดจําเอามาเปึนบทเรียน เข้าใจ ปัจจุบัน วันนี้ปัจจุบันนั้นประเทศมีปัญหาเก็บภาษีไม่ได้ ตกงาน เฮลิคอปเตอร์ มันนี (Helicopter money : นโยบายทางการเงินในการแจกจ่ายเงินให้กับประชาชนโดยตรง) ได้เพียงบางคนบางจําพวกที่เอาเงินมาโปรย ๒,๐๐๐ บาท การจ่ายเช็ค (Cheque : ใบสั่ง จ่ายเงิน) ก็มีปัญหา พี่น้องเรามีปัญหา การกระตุ้นมาตรการของรัฐบาลส่อเค้าว่ามีปัญหา เพราะฉะนั้นการที่จะเพิ่มปัญหาโดยการกู้เงินซึ่งรัฐบาลมีแผนกู้เงินถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณ หนี้สาธารณะกู้ไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดิน นั่นก็ หมายความว่างบประมาณแผ่นดินป้หน้าประมาณ ๑.๙ ล้านล้านบาท ท่านจะกู้อย่างน้อย ๑.๙ แสนล้านบาท เราจะต้องเปึนหนี้เขาอีก อุแว้มาก็ ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท แล้วลูกหลานเราในอนาคตข้างหน้าต้องเปึนหนี้ การเปึนหนี้นั้นถือว่าเปึนความเจ็บปวด ของลูกหลานเรา เราผ่านเหตุการณ์วันนั้น ผมหวังไว้ว่าท่านประธานที่เคารพ ข้อความ อภิปรายของผมสั้น ๆ เนื้อ ๆ คงโน้มน้าวสมาชิกสภาแห่งนี้ให้เห็นคล้อยตามผมบ้าง เพื่อที่จะให้เหตุผลเปึนองค์ประกอบด้วยความสํานึกในอดีตครับท่านประธาน เข้าใจ ปัจจุบัน มุ่งมั่นใจอนาคต ผมไม่เห็นด้วยทั้งหลักการ วิธีการของกฎหมายฉบับนี้ครับ กราบขอบคุณครับ