สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๒

ผุสดี ตามไท ขอใช้เวลาอภิปรายในเรื่องร่างพระราชบัญญัติ พรรคประชาธิปัตย์ โดยเสนอว่ารัฐบาลควรเคารพกฎหมายและให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ โดยเฉพาะในเรื่องของสัญญากู้เงิน

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์นะคะ อยากจะขออนุญาตใช้เวลาอภิปรายในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สั้น ๆ นะคะ

ในประเด็นที่ ๑ เลย ดิฉันเห็นด้วยในหลักการแล้วก็เหตุผลที่ทาง คณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาลได้นําเสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้นะคะ จริง ๆ เพื่อนสมาชิกได้ อภิปรายกันมามาก แต่ดิฉันก็อยากจะขออนุญาตเน้นย้ํานะคะว่า มันเปึนเรื่องที่เราต้อง เคารพต่อกฎหมาย นั่นก็คือรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดเจนทั้งในมาตรา ๑๙๐ นะคะ แล้วก็ รวมทั้งมาตรา ๓๐๓ (๓) เพราะฉะนั้นมันก็เปึนความจําเปึนอยู่นั่นเอง แล้วก็เพื่อนสมาชิก ก็ได้เล่าให้ฟังแล้วว่า จริง ๆ มันก็เริ่มต้นกันมาตั้งนานจนมาถึงวันนี้ดิฉันก็นึกไม่ออกนะคะ ว่าขัดข้องหมองใจกันเรื่องอะไรนะคะ มันเปึนเรื่องของการพิจารณาในวาระแรก ก็คือเรื่อง ของหลักการเท่านั้นเอง ซึ่งมองไม่เห็นว่าจะไปหมกเม็ดที่ตรงไหน แล้วก็กระบวนการของ นิติบัญญัติ นั่นก็คือเรื่องของการเสนอร่างกฎหมายเข้ามาพิจารณา ก็เปึนภาระเปึนความ จําเปึนของรัฐบาลอยู่เองที่จะต้องนําเสนอร่างกฎหมายเข้ามาให้รัฐสภาพิจารณา เพื่อจะ ได้ใช้กฎหมายเปึนเครื่องมือในการบริหารราชการ แล้วก็ถามว่าจําเปึนไหม จําเปึนค่ะ แล้วก็ความจําเปึนตรงนี้ก็จะทําให้เปึนประโยชน์ต่อประชาชนทั้งหลายทั้งปวงเปึน อย่างมาก โดยเฉพาะหลายคนที่เฝัาดูอยู่ว่า ในการที่รัฐบาลจะไปทําสัญญาอย่างไรนั้น ก็ควรจะต้องให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมด้วย มาบัดนี้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ตั้ง ๒๐ มาตรา เท่าที่ดิฉันฟังดูแล้วก็มองไม่เห็นว่ามีตรงไหนนะคะที่จะขัดข้องหมองใจกัน จากที่รับฟังเพื่อนสมาชิก หลัก ๆ ก็จะดูจะเปึนเรื่องของมาตรา ๔ นะคะ ที่พูดถึงเรื่องของ สัญญากู้เงินว่าให้เปึนข้อยกเว้น แล้วก็มีคําอธิบายแล้วนะคะว่ามีกฎหมายเฉพาะเลย ที่บังคับให้กระทรวงการคลังนั้นต้องทําอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งก็เปึนเหตุผลที่จะยกเว้นไว้ แต่นอกเหนือจากนั้นนี่นะคะ กฎหมายฉบับนี้ก็พูดชัดเจนนะคะว่าให้ความเข้าใจ หนังสือ สัญญาคืออะไร แล้วก็ระบุด้วยว่าหนังสือสัญญามีประเภทใดบ้างที่ต้องดําเนินการตาม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็หนังสือสัญญาใดที่ไม่เข้าเงื่อนไข จะต้องทําอย่างไร ขั้นตอน วิธีการ หลักเกณฑ์ แล้วก็พูดถึงเรื่องของถ้าหากจําเปึนจะต้องไปเจรจา แม้เพียงกรอบการเจรจาก็ยังจะต้อง นําเสนอให้รัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่แต่เพียงเท่านั้นนะคะ ท่านประธานคะ หลังจากรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วเปึนความจําเปึนที่หน่วยงานจะต้องนําไปเผยแพร่ แล้วก็รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และมากไปกว่านั้นถ้าหากหนังสือสัญญาเปึนไป ตามมาตรา ๔ (๔) และ (๕) ก็ยังต้องจัดให้มีการศึกษาวิจัย แล้วก็วิจัยอะไรคะ ศึกษาอะไรคะ มาตรา ๑๐ ก็บอกไว้ชัดเจนเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นรวมไปถึงแนวทางปัองกันแล้วก็ แก้ไขและเยียวยา ๒ อย่างนี้ไม่ใช่หรือคะ ที่จะเปึนประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม ในอดีตที่ผ่านมาเราต้องยอมรับจริง ๆ ว่าเมื่อรัฐบาลไปลงนาม ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง เอฟทีเอ หรืออะไรก็แล้วแต่ ประชาชนนั้นที่มีอาชีพที่ได้รับผลกระทบไม่มีโอกาสเลยได้รับทราบ และเขาก็ถูกทําร้ายไม่เจ็บปวดรวดร้าวหรือคะสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้กฎหมายฉบับนี้ ช่วยบอกชัดเจนว่า อย่ากระนั้นเลยความเจ็บปวดรวดร้าวที่เกิดขึ้นและที่ท่านวันนี้ก็ยังบอก อยู่นี่นะคะ เราก็ทําเสียให้เปึนเรื่องเปึนราว มีการศึกษาวิจัยและแถมยังบอกอีกด้วยนะคะ ว่าการศึกษาวิจัยนี้ก็ต้องให้องค์กรหรือหน่วยงานที่เปึนอิสระ อิสระในการดําเนินงานและ ก็ต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่เช่นนั้นจะเปึนข้อกังขาอีกว่า คนที่ทําการศึกษาวิจัยจะมีอะไร ซ่อนเร้นอยู่หรือไม่ ร่างกฎหมายฉบับนี้ก็บอกไว้ชัดเจนนะคะ นอกเหนือจากที่ให้มี การศึกษาวิจัยแล้วยังต้องเผยแพร่รายงานการศึกษาวิจัยและเป่ดให้ประชาชนได้แสดง ความคิดเห็นอีกด้วย ทั้งหมดมันสะท้อนถึงความโปร่งใสในการดําเนินงานนะคะ แล้วก็ ถ้าสมมุติว่าไม่ร่วมเจรจาจะต้องทําอย่างไรคะ หมกเม็ดไปเลยไม่บอกเลยไหม ไม่ใช่ค่ะ กฎหมายฉบับนี้ก็ยังบอกอีกว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ต้องจัดทําแล้วก็เผยแพร่ สรุปสาระสําคัญของหนังสือสัญญาให้ประชาชนได้รับทราบ และก็ต้องรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนก่อนที่จะลงนามหรือก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพันตามหนังสือ สัญญา ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าตรงนี้มันสะท้อนจริง ๆ ว่าประโยชน์ทั้งหมดที่จะได้นั้น ก็คือประชาชนที่ผู้แทนทุกท่านเปึนห่วงแล้วก็ควรจะเปึนห่วง รัฐบาลหมกเม็ดยากค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ข่าวสารข้อมูลมันไปรวดเร็วเหลือเกิน บางครั้งยังจะไม่ทันเปึน เรื่องจริงก็ปรากฏในสื่อกันหมดแล้ว อย่างนี้เปึนต้น ดิฉันคิดว่ารัฐบาลต่อจากนี้ไปอาจจะ หมกเม็ดยากนะคะ แล้วก็ขออนุญาตไปนิดเดียวนะคะ เมื่อตอนช่วงบ่ายต้น ๆ เวลาที่ พูดกันนั้นดิฉันก็เห็นด้วยกับ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านนิพิฏฐ์ได้พูดถึงว่า ดิฉันนั่งฟัง อยู่ด้วยความตั้งใจ ก็รู้สึกว่าตนเองถูกข่มขู่และถูกคุกคามนะคะ โดยการอภิปราย ซึ่ง ท่านประธานไม่ได้ทําหน้าที่อยู่ในตอนนั้น ดิฉันเสียใจจริง ๆ เลยเพราะคิดหวังว่าเราพูดกัน อยู่ตรงนี้น่าจะเปึนการแบ่งปันความคิดเห็นที่อาจจะไม่ตรงกันก็ไม่เปึนไร แต่ไม่ควรที่จะให้ สมาชิก เพื่อนสมาชิกด้วยกันต้องรู้สึกอย่างนั้นนะคะ อยากจะให้เปึนโอกาสที่จะได้ พูดจากันอย่างตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้นท่านประธานคะ ดิฉันคิดเห็นว่าร่างกฎหมาย ฉบับนี้ก็มีเรื่องดี ๆ ตั้งเยอะแยะ อย่างที่เรียนค่ะ ๒๐ มาตราด้วยกัน ดิฉันคิดว่าดิฉัน เห็นด้วยแล้วก็เห็นควรที่จะรับหลักการ และหากว่ามีตรงไหนที่ยังไม่เข้าใจหรือคิดว่า ไม่ควรจะอยู่ ในชั้นกรรมาธิการ เพื่อนสมาชิกทุกท่านและจากทุกพรรคมีโอกาสที่จะเข้าไป ปรับเปลี่ยนแล้วนะคะ แล้วถึงจะนําเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร อีกครั้งหนึ่งในวาระที่สองและวาระที่สามดิฉันยังมองไม่เห็นเลยว่า ณ ขณะนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือคณะรัฐมนตรี แม้แต่นายกรัฐมนตรีกระทําผิดหรือส่อเจตนา หรือจงใจว่าจะกระทําผิดรัฐธรรมนูญ การเสนอกฎหมายเปึนเรื่องปกติตามกระบวนการ นิติบัญญัติ สิ่งที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตพูดไว้ในที่นี้ก็เผื่อว่าพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ ทางบ้าน แล้วก็รับฟังมาโดยตลอดก็มีสิทธิจะสับสนได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นดิฉัน ก็อยากจะขออนุญาตได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในเบื้องต้น ขอบพระคุณค่ะ