ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญา โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์ที่มีต่อร่างกฎหมายนี้ และเรียกร้องให้รัฐบาลถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ออกไป เนื่องจากมีปัญหาทางเศรษฐกิจที่รุนแรง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติขั้นตอน และวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาก่อนจะเข้าสภาได้รับการวิพากษ์วิจารณ์มาก่อนหน้านั้น ทางสื่อมวลชนมาเปึนระยะ ๆ แสดงว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ได้รับความสนใจจาก สาธารณชนเปึนอย่างมาก หนังสือพิมพ์มติชน วันพุธที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๒ พาดหัวตัวโต เป่ดร่างกฎหมายหมกเม็ดให้อํานาจรัฐบาลกู้เงินค้ําประกันโดยไม่ต้องผ่านรัฐสภา หรือ ก่อนหน้านั้นมีข่าวกองทัพจะซื้ออาวุธนะครับ มีข่าวกองทัพจะซื้ออาวุธก็มีการพูดถึงว่า ถ้าเรื่องนี้เข้าสภาก็คงจะผ่านลําบากหรือจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด จึงมีการผลักดันกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ ผมได้ฟังการอภิปรายของสมาชิกทั้งฝ์ายรัฐบาล และฝ์ายค้านหลายชั่วโมงต่างมีความเห็นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เราฟังฝ์ายประจําบ้าง แล้วหรือยัง ฝ์ายข้าราชการประจํา มีสมาชิกจากฝ์ายรัฐบาลบางท่านบอกว่าร่างกฎหมาย ฉบับนี้ไม่เกี่ยวกับเงินกู้ ผมมีข้อมูลที่เกี่ยวชัดเจนจากฝ์ายข้าราชการประจํา จึงขออนุญาต ท่านประธานที่จะเอาหนังสือของกองสนธิสัญญา กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวง การต่างประเทศที่มีหนังสือตอบไปยังสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี หนังสือด่วนที่สุด ที่ ๐๖๐๕/๒๒๔/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ตามที่สํานักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ นร ๐๕๐๖/๑๕๐๓ ลงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๒ ขอรับความคิดเห็นของกระทรวงการต่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบ การพิจารณาเรื่องเงินกู้เพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามที่ กระทรวงการคลังเสนอ โดยสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะเสนอเรื่องดังกล่าวให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ จึงขอความอนุเคราะห์ กรมสนธิสัญญาและกฎหมายพิจารณาให้ความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้อง ท่านประธาน จะเห็นว่าหนังสือนี้ลงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ใกล้ ๆ นี่เองนะครับ หนังสือของ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ มีไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวนั้นแยกไว้ ๒ ประเด็นดังนี้ครับท่านประธาน
ประเด็นแรก การกู้เงินจากธนาคารโลก เวิลด์แบงก์ และธนาคารพัฒนา เอเชีย เอดีบี กรมสนธิสัญญาและกฎหมายเห็นว่าโดยที่สัญญากู้เงินกับธนาคารโลกและ ธนาคารพัฒนาเอเชียมีผลผูกพันภาระหนี้สินของรัฐบาลเปึนจํานวนมากในระยะยาว จึงน่าจะเปึนหนังสือสัญญาที่มีผลผูกพันงบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญตาม มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ท่านประธานครับ เน้นอย่างมีนัยสําคัญตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาก่อนดําเนินการให้มีผลผูกพัน ดังนั้นก่อน เริ่มเจรจาสัญญากู้เงินกับธนาคารโลกและธนาคาร เอดีบี ส่วนราชการเจ้าของเรื่องจะต้อง ให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและเสนอกรอบการเจรจา เพื่อ ขอความเห็นชอบของรัฐสภาด้วย ทั้งนี้ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ที่กรมสนธิสัญญาและกฎหมายได้ให้ ความเห็นไว้ การใช้แหล่งเงินกู้ต่างประเทศจากโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศของ ญี่ปุ์น ไจก้า กรมสนธิสัญญาและกฎหมายมีความเห็นว่าไจก้าเปึนส่วนราชการสังกัด กระทรวงการต่างประเทศ จึงเท่ากับรัฐบาลไทยทําสัญญากู้เงินกับรัฐบาลญี่ปุ์นผ่านไจก้า จึงน่าจะเปึนการทําหนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบ จากรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา วันอังคารที่ ๑๐ มีนาคม คณะรัฐมนตรีได้มีมติเรื่องโครงการระบบรถไฟฟัาชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต มีมติอย่างไรครับท่านประธาน อนุมัติปรับกรอบวงเงินลงทุนค่าก่อสร้างโครงการระบบ รถไฟชานเมืองสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ภายใต้ความรับผิดชอบของการรถไฟแห่ง ประเทศไทย จากเดิมที่คณะรัฐมนตรีเคยอนุมัติไว้ ๕๙,๘๘๘ ล้านบาท ครม. เดิมเคย อนุมัติไว้ ๕๙,๘๘๘ ล้านบาท ปรับเปึนอย่างไรครับท่านประธาน ปรับขึ้นเปึนเงิน ๖๕,๑๔๘ ล้านบาท ท่านประธาน รัฐบาลนี้เราอยู่กันอย่าง ท่านประธานก็คงเห็นว่าอยู่มา อย่างสั้น ๆ พวกผมไม่มีโอกาสรู้เลยหรือ เงินเพิ่มอีกเกือบหมื่นล้านบาท พวกเราไม่มีสิทธิ ที่จะได้รับรู้ในรัฐสภาหรือ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องนี้เปึน ประเด็นสําคัญ แล้วก็หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก็ได้ให้ความเห็นไว้ชัดเจน โดยเฉพาะ หน่วยงานนี้เปึนหน่วยงานของกระทรวงการต่างประเทศเอง แล้วหนังสือนี้ก็ถึง สํานักเลขาธิการ ครม. แสดงว่าไม่ฟังความเห็นกันเลยหรือ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ตามที่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้บอกว่า มีข้อยกเว้นที่หนังสือสัญญากู้เงินหรือหนังสือ สัญญาค้ําประกันเงินกู้ที่รัฐบาลไทย หรือราชอาณาจักรไทยทําขึ้นตามกฎหมายที่ให้ อํานาจไว้เปึนการเฉพาะหรือเปึนการทั่วไป ท่านประธานครับ เราเรียนกฎหมายกันมา หลักพื้นฐานทั่วไป ไม่มีกฎหมายใดที่สามารถขัดหรือแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ ผมกล่าวในประเด็นนี้ไว้สั้น ๆ แล้วผมยังเห็นด้วยกับท่านสงวน พงษ์มณี ขออนุญาต ที่เอ่ยนามที่ได้เสนอความเห็น เสนอทางออกต่อรัฐบาลว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ เขาออกมาเพื่อให้การเมืองมันอ่อนแอ รัฐบาลในอดีตทํางานยากลําบาก อย่างยิ่งกับกฎหมาย มาตรา ๑๙๐ ถ้าจะดําเนินการให้การบริหารประเทศของรัฐบาล ราบรื่น ก็ต้องใจถึงครับ ต้องกล้าที่จะแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่มาบอกว่าจะต้อง ปฏิรูปการเมือง ตรงนั้นยังอีกยาว ถ้าแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญเสีย การดําเนินงาน ในการบริหารประเทศผมคิดว่าก็จะทําให้การพัฒนาประเทศในทุก ๆ ด้านเปึนไปด้วย ความเรียบร้อย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อสังเกตที่อยากจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้เสนอในภาวะที่บ้านเมืองของเรา กําลังมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ท่านประธานคงทราบดีว่า สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง แถลงว่า ๕ เดือนแรกของป้งบประมาณ รัฐบาลจัดเก็บรายได้ต่ํากว่าเปัาหมายถึง ๘๘,๕๘๖ ล้านบาท เกือบ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕ เดือนแรกเก็บเงินรายได้ต่ํากว่าเปัาเกือบ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ก่อนหน้านั้นหลายเดือนสํานักงานเศรษฐกิจการคลังเขาแถลงว่า เงินคงคลังของประเทศมีเพียง ๓๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาท จ่ายเงินเดือนข้าราชการเดือนครึ่ง ก็หมดแล้ว ขณะนี้บริษัทหลักทรัพย์ เครดิต ลียองเนส์ บริษัทการเงินระดับโลกคาดการณ์ ว่าเศรษฐกิจไทยป้นี้คาดว่าจะติดลบ ๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ก็ต้องฟังหูไว้หู และก็ต้องไม่ประมาทนะครับ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ ๙ มีนาคม ที่ผ่านมาว่า ในช่วงไตรมาส ๔/๒๕๕๑ และ ภาพรวมป้ ๒๕๕๑ ภาวะการจ้างงานในอุตสาหกรรมการผลิตลดลงอย่างต่อเนื่อง คิดเปึน ๓.๘ เปอร์เซ็นต์ การว่างงานเพิ่มขึ้นเปึน ๑.๓ เปอร์เซ็นต์ และจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ ทรุดตัวถึงแนวโน้มว่า การว่างงานป้ ๒๕๕๒ จะรุนแรงขึ้น คาดว่าคนตกงานจะอยู่ ประมาณ ๙ แสน ถึง ๑ ล้าน ๓ แสนคน ท่านประธานครับ ขณะนี้รัฐบาลหาเงินจากไหน ขึ้นภาษีน้ํามัน ขึ้นภาษีบาป กู้เงิน หารายได้เท่าที่เห็นขณะนี้เปึนอย่างนี้ ดังนั้นการที่จะหา เงินมานี่เอาเข้าสภาหน่อยได้ไหม ผมอยากจะให้ทางรัฐบาลได้ถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ ออกไป พวกเราไม่อาจที่จะรับร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน