สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๓ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๙

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ต่อไปเป็นการพิจารณารายงานเรื่องที่ ๓ เรื่อง การปฏิรูประบบการบริหารงานเมืองพัทยา และร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... รวมทั้งเรื่อง คณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่นโดยรอบ เนื่องจากประธาน กรรมาธิการได้จัดทํารายงานและร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว พร้อมทั้งรายงานเรื่อง คณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่นโดยรอบ ดังนั้นในการลงมติ ให้ความเห็นชอบจากสมาชิก ผมจะให้ท่านสมาชิกลงมติ ๒ ครั้ง เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้ ครั้งแรกจะให้ความเห็นชอบกับร่างรายงานและร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวก่อน จากนั้น ผมจะขอให้ท่านสมาชิกลงมติครั้งที่ ๒ เพื่อให้ความเห็นชอบกับรายงานเรื่องคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่นโดยรอบนะครับ ซึ่งหากเห็นชอบกับรายงาน ทั้ง ๒ เรื่อง คณะกรรมาธิการจะได้นําความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุง ก่อนที่จะส่งรายงานและร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณา ดําเนินการต่อไป

ด้วยประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครอง ท้องถิ่นได้มีหนังสือขออนุญาตให้ท่านศตพงษ์ สุนทรารักษ์ ผู้อํานวยการกองส่งเสริมและ พัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและอนุกรรมาธิการ การปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเข้าร่วมประชุม เพื่อให้ข้อมูลและ ตอบประเด็นข้อซักถามของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งได้พิจารณาแล้วจึงได้ อนุญาต จึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังกล่าวเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมด้วยครับ ขอเชิญท่านประธาน กรรมาธิการคือท่านนินนาทได้แถลงรายงานและร่างพระราชบัญญัติด้วยครับ

นางนินนาท ชลิตานนท์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นินนาท ชลิตานนท์ ประธานกรรมาธิการด้านการปกครองท้องถิ่น วันนี้คณะกรรมาธิการด้านการปกครองท้องถิ่น ขออนุญาตนําเสนอรายงานผลการศึกษาอีก ๒ เรื่องนะคะ เรื่องแรก เป็นการศึกษาถึงสภาพปัญหาในการบริหารงานของเมืองพัทยา เพื่อที่จะได้ หาทางช่วยเหลือให้เมืองพัทยานั้นเขาสามารถแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ในปัจจุบัน แล้วก็สามารถ จัดบริการสาธารณะให้แก่พี่น้องประชาชนได้ดีขึ้นนะคะ อีกเรื่องหนึ่งก็จะเป็นเรื่องของ การศึกษาสภาพปัญหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่ง ซึ่งเป็นองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในรูปแบบทั่วไป คือเป็นเทศบาลปกตินี่ละ แต่ว่าต้องประสบกับปัญหาพิเศษ เนื่องจากในพื้นที่ของท้องถิ่นนั้นสภาพเปลี่ยนแปลงไป เช่นไปอยู่ในพื้นที่ของเมือง ที่มีการค้าขายชายแดน ทําให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ที่ผิดแผกแตกต่างไปจากท้องถิ่นทั่วไป ดังนั้นก็จะมีการมองว่าท้องถิ่นทั่วไปแบบนี้สมควรที่จะได้รับการปรับรูปแบบโครงสร้าง ในการบริหารงานเป็นท้องถิ่นพิเศษหรือไม่นะคะ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการผู้ศึกษาและ คณะกรรมาธิการก็เห็นพ้องต้องกันว่าขณะนี้คงจะยังไม่จําเป็นต้องปรับให้เป็นท้องถิ่นพิเศษ แต่รัฐควรจะต้องมีการช่วยเหลือสนับสนุนท้องถิ่นดังกล่าวเป็นพิเศษ จะเป็นพิเศษอย่างไร แล้วก็มีรายละเอียดอย่างไร ทั้ง ๒ เรื่องนั้น คณะอนุกรรมาธิการชุดที่ ๓ ซึ่งมีท่านธวัชชัย ฟักอังกูร เป็นประธาน ก็จะเป็นผู้นําเสนอค่ะ ก็ขออนุญาตท่านประธานได้โปรดให้ ท่านธวัชชัย ฟักอังกูร นําเสนอค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

สําหรับรายชื่อผู้นําเสนอและชี้แจงนอกเหนือจากท่านนินนาท ชลิตานนท์ ประธาน กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น อดีตปลัด กรุงเทพมหานครแล้วนะครับ ก็จะมีอีก ๒ ท่าน ท่านหนึ่งคือท่านศตพงษ์ก็ได้เรียนแนะนํา ไปแล้ว อีกท่านหนึ่งก็คือท่านธวัชชัย ฟักอังกูร ประธานอนุกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ขอเรียนเชิญท่านธวัชชัยครับ

นายธวัชชัย ฟักอังกูร กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายธวัชชัย ฟักอังกูร สปท. หมายเลข ๐๗๒ เช้านี้ขอนําเสนอต่อเนื่องจากเมื่อวานนะครับ เป็นการพิจารณาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ ซึ่งในประเทศไทยก็มีอยู่ ๒ แห่งเท่านั้น เมื่อวานนี้เราพูดถึงกรุงเทพมหานคร มาในวันนี้จะพูดถึงเรื่องของเมืองพัทยานะครับ ความพิเศษของเมืองพัทยาถ้าถามว่า มันพิเศษอย่างไร ถ้าเทียบกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่ว ๆ ไปที่เราคุ้นเคย กับ อบต. อบจ. เทศบาล กับกรุงเทพมหานครที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ก็อยากจะสรุปสั้น ๆ เบื้องต้นนะครับว่าความเป็นพิเศษของเมืองพัทยาอยู่ระหว่างกลาง ระหว่างท้องถิ่นรูปแบบทั่วไปกับกรุงเทพมหานคร ความเป็นพิเศษของเมืองพัทยา ที่เหมือนกับกรุงเทพมหานครก็คือเมืองพัทยาสามารถที่จะตั้งงบประมาณแล้วก็ขอตรงกับ รัฐบาลได้ เปรียบเสมือนกับเป็นส่วนราชการที่สามารถทําคําขอตั้งงบประมาณได้ ด้วยเหตุนี้ เวลาจะพิจารณาเรื่องงบประมาณเมืองพัทยาก็จะมีฐานะเหมือนส่วนราชการต้องมาชี้แจง ต้องมาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรเหมือนอย่างส่วนราชการเช่นเดียวกับ กรุงเทพมหานคร นี่คือความเหมือนกันกับกรุงเทพมหานคร ขอเงินตรงจากรัฐบาลไม่ต้อง ผ่านกระทรวงมหาดไทยนะครับ ที่กระทรวงมหาดไทยขอจากรัฐบาลเพื่อเอาไปให้ท้องถิ่น รูปแบบทั่ว ๆ ไป

ความเป็นพิเศษอีกประการหนึ่งของเมืองพัทยาก็คือเขาสามารถที่จะออก ระเบียบที่เรียกว่าข้อบัญญัติเมืองพัทยาด้วยตนเอง คําว่า ด้วยตนเอง ก็หมายถึง ฝุายบริหาร เป็นคนร่าง สภาเมืองพัทยาเป็นคนอนุมัติ ระเบียบที่ว่านี้ก็เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงาน ของเมืองพัทยา เช่น ระเบียบว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กติกาการจัดทํางบประมาณ การเบิกจ่าย ระเบียบการคลัง ระเบียบเกี่ยวกับเรื่องการบริหารทรัพย์สินของตนเอง หรือแม้กระทั่งระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างเรื่องของพัสดุ อันนี้เมืองพัทยามีอิสระในการที่จะวาง ระเบียบกําหนดระเบียบเพื่อความคล่องตัวของตนเอง แต่ที่ไม่เหมือนกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งสามารถออกระเบียบเองได้ก็ตรงที่ว่ากฎหมายยังบอกว่าการออกข้อบัญญัติหรือระเบียบ ต่าง ๆ นี้ต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานกลางของกระทรวงมหาดไทย ก็คือกระทรวงมหาดไทย จะเป็นคนออกมาตรฐานกลางว่าถ้าระเบียบอย่างนี้อย่างน้อยต้องมีมาตรฐานอย่างนี้ แล้วพัทยาก็ไปออกรายละเอียด ตรงนี้ที่ไม่เหมือนกับกรุงเทพมหานครและต่างจากท้องถิ่น รูปแบบทั่วไปที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น ไม่มีสิทธิที่จะไป ออกเอง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะชี้ให้เห็นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษซึ่งมีอยู่ ๒ รูปแบบ แต่ก็มีความต่างกันนะครับ อย่างที่กล่าวถึงข้างต้น มาในครั้งนี้ที่จะนําเสนอก็คือ การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเมืองพัทยาที่เรียกว่าพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ เมืองพัทยา กฎหมายฉบับนี้ก็ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ นะครับ ก็มีการแก้ไขบ้าง การแก้ไข ครั้งนี้เป็นการแก้ไขทั้งสิ้น ๓๘ มาตราด้วยกัน จากจํานวนมาตราทั้งหมด ๑๐๖ มาตรา ๓๘ มาตราที่ขอแก้ไขซึ่งเป็นเอกสารอยู่ในมือท่านสมาชิกนะครับ จริง ๆ แล้วเกือบครึ่งหนึ่ง หรือครึ่งหนึ่งประมาณ ๒๑ มาตรา เป็นเรื่องที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญฉบับที่ได้มีการลงประชามติไปแล้วซึ่งจะประกาศใช้อีกไม่กี่วัน เมื่อรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ประกาศใช้ก็จําเป็นจะต้องแก้ไขปรับปรุงกฎหมายของท้องถิ่นทุกรูปนะครับ ซึ่งที่ผ่านมา เมื่อวานนี้ท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป ท้องถิ่น กทม. ก็ได้แก้ไขไปแล้ว อย่างไรอันนี้เป็นเรื่องของ การบังคับที่ต้องแก้นะครับ ไม่อย่างนั้นก็จะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ที่แก้ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม แนวทางกระบวนการมีส่วนร่วมภาคประชาชนต่าง ๆ ซึ่งบัญญัติ เอาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี่นะครับ แล้วจําเป็นจะต้องไปแก้ เราก็มาแก้เสียเลย ที่เหลือ ก็เป็นเรื่องของการปรับปรุงเพื่อให้เมืองพัทยามีประสิทธิภาพในการบริหารงานได้ดีขึ้น แล้วก็ ไปเติมส่วนที่ขาดหายไปก็คือ กระบวนการของภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วม ในการบริหาร ซึ่งกระผมก็จะได้สรุปให้ได้รับทราบทั้ง ๓๘ มาตรา แต่ว่าจะสรุปเป็นประเด็น นะครับ

ประเด็นแรก เกี่ยวกับเรื่องของการปรับปรุงเพื่อให้เมืองพัทยาสามารถบริหาร จัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้เราก็จะไปปรับปรุงเรื่องของอํานาจหน้าที่ของ เมืองพัทยา ซึ่งจริง ๆ ในขณะนี้ในกฎหมายก็ได้บัญญัติอํานาจหน้าที่ของเมืองพัทยาไว้ อย่างค่อนข้างกว้างขวางนะครับ มีทั้งหมด ๑๔ ข้อด้วยกัน แต่การปรับปรุงครั้งนี้เราได้แบ่ง หน้าที่ของเมืองพัทยาออกเป็น ๒ ลักษณะก็คือ ๑. หน้าที่ที่เมืองพัทยาต้องปฏิบัติ ก็คือถือว่า เป็นหน้าที่หลักของเมืองพัทยา และ ๒. หน้าที่ที่เลือกทําได้เพื่อให้สอดคล้องกับการบัญญัติ หน้าที่ของรัฐที่รัฐธรรมนูญกําหนดให้ อะไรที่เป็นหน้าที่ของรัฐและอะไรที่เป็นแนวนโยบาย ของรัฐ อันนี้ก็มาปรับปรุงหน้าที่ของท้องถิ่นให้สอดคล้องกัน ซึ่งเมื่อวานนี้ท้องถิ่นทั่วไป กทม. ก็ได้มีการปรับปรุงอํานาจหน้าที่ในลักษณะนี้ไปแล้ว ก็คืออํานาจหน้าที่ที่เป็นหน้าที่หลักแล้วก็ อํานาจหน้าที่ที่เลือกทําได้ การบัญญัติอํานาจหน้าที่ให้มากขึ้นโดยข้อเท็จจริงแล้วก็ไม่ได้ หมายความว่า เมื่อกฎหมายบังคับใช้แล้วเขาสามารถจะทําสิ่งเหล่านั้นได้ ถ้าหากอํานาจหน้าที่นี้ยังไปซ้อนทับหรือเป็นอํานาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่นซึ่งเป็น กฎหมายเฉพาะก็จําเป็นจะต้องไปปรับปรุงกฎหมาย หรือมีการที่เราเรียกว่าถ่ายโอนภารกิจ เพื่อเอามาให้ท้องถิ่นทําได้ การปรับปรุงครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเตรียมการที่จะรองรับ การกระจายอํานาจในอนาคต หากท้องถิ่นหรือเมืองพัทยามีขีดความสามารถที่จะทําสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นได้นะครับ เราได้ปรับปรุงเรื่องอํานาจหน้าที่ของเมืองพัทยาให้มากขึ้นถึง ๓๒ ประการที่เป็นหน้าที่หลัก แล้วก็อํานาจหน้าที่ที่เลือกทําได้อีก ๙ ประการ ในมาตรา ๒๓ ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๕๐ ซึ่งกําหนดว่า ต่อไปนี้เรื่องการจัดบริการ สาธารณะหรือกิจกรรมสาธารณะใดเป็นหน้าที่โดยเฉพาะ หรือจะให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในกิจการใดก็ให้บัญญัติเป็นกฎหมาย ก็เป็นการดําเนินการ ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญในเรื่องของการบัญญัติอํานาจหน้าที่ของท้องถิ่นให้ชัดเจนขึ้น แล้วก็ให้กว้างขวางขึ้น

ในประเด็นที่ ๒ ก็คือเราได้ไปบัญญัติแนวทางการจัดบริการสาธารณะของ เมืองพัทยาให้มีขีดความสามารถในการที่จะเลือกในการจัดบริการสาธารณะได้ในรูปแบบ วิธีการที่มากขึ้นหรือหลากหลายมากขึ้นนะครับ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่นรูปแบบใด ก็มักจะมีข้อจํากัดในการจัดบริการสาธารณะเกี่ยวกับเรื่องของงบประมาณทั้งสิ้น เราจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะถามท้องถิ่นใดเขาก็จะบอกว่ามีรายได้ไม่เพียงพอต่อภาระหน้าที่ เพราะฉะนั้นแนวทางในการที่ให้เขาจัดบริการสาธารณะโดยให้เขาสามารถที่จะเป็นร่วม การจัดบริการสาธารณะกับหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานภาคเอกชน หรือแม้แต่ภาคประชาชนที่เขาสามารถที่จะช่วยเหลือตัวเอง ในการจัดบริการสาธารณะ เลี้ยงดูเด็ก เลี้ยงดูผู้สูงอายุต่าง ๆ นี่นะครับก็สามารถที่จะแก้ไขให้ เมืองพัทยาไปร่วมมือดําเนินการดึงทุนของภาคเอกชน ดึงทุนของหน่วยงานของรัฐที่มี หน้าที่นั้นอยู่แล้ว แล้วร่วมมือกันทํานะครับ นี่ก็เป็นการขยายโอกาสในการจัดบริการ สาธารณะให้กับเมืองพัทยาให้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นเมืองพัทยาพวกเราคงทราบดีนะครับ ว่าเขาก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการบูรณาการในการแก้ไขปัญหา ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ เกิดขึ้นเหมือนอย่างที่เราทราบ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของปัญหาเกี่ยวกับมลภาวะต่าง ๆ ปัญหา เกี่ยวกับการควบคุมอาคาร ปัญหาการรุกล้ําที่สาธารณะ มลภาวะทั้งทางบก ทางทะเล เมืองพัทยาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่กี่แห่งที่มีพื้นที่ในทะเลนะครับ มีพื้นที่ทั้งหมด ๒๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร แต่เป็นพื้นที่บกประมาณ ๕๐ กว่าตารางกิโลเมตร ๕๐ กว่าตารางกิโลเมตรนี่ก็เทียบได้ เขตทวีวัฒนา เขตประเวศ เขตบางแค เขตบางเขน ราว ๆ นั้นนะครับ แต่ในทางทะเลอีก ๑๗๐ กว่าตารางกิโลเมตร ยาวไปจนถึงเกาะล้านที่เรา เคยรู้จัก อันนี้อยู่ในเขตเมืองพัทยาก็มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการจัดระเบียบเกาะ มีปัญหา เกี่ยวกับเรื่องของขยะที่อยู่ในทะเลต่าง ๆ มีปัญหาเกี่ยวกับการปูองกันสาธารณภัย เรามักจะมองเห็นภาพข่าวอยู่บ่อย ๆ นะครับ ฝนตกระยะนี้ตกทีไรก็ท่วมทั้งเมือง เมืองพัทยา แต่ก่อนก็ไม่เคยเป็น ขณะนี้ปัญหาเกี่ยวความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว พวกที่เล่นเจ็ตสกี (Jet ski) พวกที่อะไรต่าง ๆ นี่นะครับมีปัญหา ปัญหาทางด้านผู้ด้อยโอกาสกลุ่มต่าง ๆ จริง ๆ เราก็คิดว่าเรื่องของผู้ด้อยโอกาสต่าง ๆ จะมีอยู่ในเฉพาะกรุงเทพมหานคร พัทยา เป็นเมืองเจริญ เป็นเมืองนักท่องเที่ยวไม่น่าจะมีนะครับ แต่ว่าในคราวที่คณะอนุกรรมาธิการ ออกไปดูงานที่เมืองพัทยาก็ได้เห็นผู้ด้อยโอกาส คนยากคนจน อยู่ตามมุมตามซอกต่าง ๆ เป็นจํานวนมาก อันนี้ก็ถือว่าเป็นภาระของเมืองพัทยาประการหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้น แนวทางการแก้ไข ซึ่งปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เมืองพัทยาไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ด้วย ตนเอง ถึงแม้จะมีหน้าที่ในการให้การสงเคราะห์เรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องอะไรก็ตาม เพราะยังมี หน่วยงานอื่น ๆ มีหน้าที่เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจราจร น้ําท่วมอะไรต่าง ๆ นี่นะครับ รวมทั้งการจัดระเบียบชายหาด ชายฝั่ง เรื่องความมั่นคงอะไรต่าง ๆ ทางคณะกรรมาธิการด้านการปกครองท้องถิ่นก็เลย มีข้อเสนอนะครับว่าให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาในเขต เมืองพัทยาและพื้นที่โดยรอบ เมื่อวานนี้เราก็ได้มีการนําเสนอในกรุงเทพมหานครให้มี คณะกรรมการยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาเมืองหลวงและปริมณฑล เพราะเพื่อต้องการ ที่จะระดมหน่วยงานต่าง ๆ มารวมกันให้เกิดความเป็นเอกภาพในการแก้ไขปัญหา มีปัญหา อะไรก็จะได้ทํายุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาเป็นเรื่อง ๆ นะครับ แล้วก็ดูว่าหน่วยงานใด ควรจะเป็นหน่วยงานหลัก หน่วยงานรองในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน มาครั้งนี้เมืองพัทยา เราก็เสนอในทํานองเดียวกันนะครับ กรุงเทพมหานครเราเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีรองนายกรัฐมนตรี พอมาเมืองพัทยาเราก็เสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ส่วนราชการทั้งภาคหน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตํารวจนะครับ หน่วยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการจราจร หน่วยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ สิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาเป็นคณะกรรมการเพื่อที่จะให้ เกิดเอกภาพ แล้วก็มีการบูรณาการการแก้ไขปัญหา ซึ่งเราได้ไปพบท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ชลบุรี แล้วก็ได้คุยปัญหานี้ ท่านก็บอกว่าถ้ามีการเอาหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาช่วยกัน ทํางาน ปัญหาต่าง ๆ ของเมืองพัทยาก็จะแก้ไขไปได้ ถึงแก้ไขไม่ได้หมดก็จะแค่ทําให้ ลดปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นลงไปได้ เราก็ได้มาเสนอไว้ในกฎหมาย บางท่านก็บอกว่าเรื่องนี้ ไม่ต้องเสนอเป็นกฎหมายก็ได้ เสนอคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีเขาเห็นชอบก็ไปตั้งได้ แต่บางท่านก็บอกว่าควรจะเอาไปใส่ไว้ในกฎหมายเสียเลย เพราะว่าถ้าอย่างนั้นก็ขึ้นอยู่กับ แนวนโยบายของรัฐบาลแต่ละชุดว่าจะทําไม่ทํา ทําแล้วจะต่อเนื่องหรือไม่ต่อเนื่องนะครับ เราก็คิดว่าถ้าแนวทางการแก้ไขปัญหามันเป็นแนวทางที่ดีก็ควรที่จะกําหนดไว้ในกฎหมาย เพื่อให้คณะกรรมการชุดนี้มีผลทางกฎหมาย ก็ได้มีการเสนอประเด็นนี้เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของเมืองพัทยา

เมืองพัทยาถึงแม้จะมีการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น ที่เรียกว่าสมาชิกสภาเมืองพัทยาก็ตาม แต่ว่ากระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ก็ยังค่อนข้างน้อย ประชาชนจะใช้สิทธิการมีส่วนร่วมเมืองพัทยาเมื่อมาออกเสียงเลือกตั้ง นะครับ หลังจากนั้นอีก ๔ ปีก็มาเลือกตั้งกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ในระหว่างช่วงของการบริหาร ภาคประชาชนดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้ามามีบทบาททั้ง ๆ ที่ความต้องการในการที่จะให้ เมืองพัทยาแก้ไขปัญหาก็มีอยู่ตลอดเวลา คณะอนุกรรมาธิการก็มีข้อเสนอว่าควรจะมี การเสนอเป็นข้อบัญญัติให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการประชาคมในเขตเมืองพัทยาขึ้นมา นะครับ อันนี้ก็เป็นข้อเสนอใหม่ เพื่อที่จะให้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วม ในที่นี้ไม่ได้มีส่วนร่วมทางการเมือง แต่เป็นการมีส่วนร่วมทางการบริหาร ให้มาช่วยคิด ให้มา ช่วยพิจารณาในการที่จะต้องตัดสินใจบางเรื่อง เช่น การตัดสินใจเรื่องการจัดทํางบประมาณ การตัดสินใจในการจัดทําโครงการที่สําคัญ ๆ ที่มีผลกระทบต่อชีวิตของพี่น้องประชาชน ในเขตเมืองพัทยา แล้วก็เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่กําหนดเกี่ยวกับสิทธิของประชาชน ในการที่จะได้รับเมื่อโครงการต่าง ๆ เหล่านั้นเกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของตนนะครับ อันนี้เราก็ตั้งองค์กรนี้ขึ้นมาเพื่อให้เข้ามาร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ แล้วก็ร่วมทํางานกับ เมืองพัทยาในลักษณะของการมีส่วนร่วมทางการบริหารนะครับ อันนี้ก็อยู่ในกฎหมาย

อีกประการหนึ่งก็คือเรื่องของการปูองกันการทุจริตซึ่งอันนี้ก็มีมาตรการ ในทุกหน่วยงานของรัฐ รวมตลอดจนถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยนะครับ เมื่อวานนี้ ก็มีมาตรการต่าง ๆ ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วไป ทั้งในกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา ก็เช่นเดียวกันครับ โดยเฉพาะบทบัญญัติที่อยู่ในรัฐธรรมนูญที่เราพูดกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้จะมีมาตรการ ปูองกันไม่ให้คนที่มีอดีตที่มัวหมองจากการกระทําผิดกฎหมายโดยเฉพาะเรื่องของการทุจริต มีข้อห้ามมากมายเกี่ยวกับการดํารงตําแหน่งถ้าหากไปกระทําหรือละเมิดก็จะถูกพ้น จากตําแหน่งต่าง ๆ เหล่านี้ เราก็ได้นํามาใส่ไว้ในกฎหมายเมืองพัทยาครบทุกประการ ที่รัฐธรรมนูญได้กําหนดไว้สําหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดี กําหนดไว้สําหรับฝุายบริหาร รัฐมนตรีก็ดี เท่าที่สอดคล้องกับเมืองพัทยา เช่น การกําหนดข้อห้ามเกี่ยวกับมิให้สมาชิกสภา ไม่ว่าจะเป็นสภาใดก็ตามของท้องถิ่น รวมทั้งสภาเมืองพัทยาแปรญัตติงบประมาณเพิ่ม ห้ามมิให้กระทําการมีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรง ทางอ้อม ถ้าทําก็ต้องพ้นจากสมาชิกภาพ ถ้าฝุายบริหารรู้แล้วยังอนุมัติงบประมาณที่มีการกระทําที่ไม่ถูกต้องก็ต้องพ้นไปด้วย รวมทั้ง ข้าราชการที่ไปเกี่ยวพันกับเรื่องของการอนุมัติ เพราะมีความผิด แล้วก็มีอายุความ ในการเรียกเงินคืนถึง ๒๐ ปี อันนี้ก็มาบัญญัติไว้ในกฎหมายของเมืองพัทยา ผู้ใดที่ต้อง คําพิพากษาถึงจําคุก ถึงแม้จะรอการลงโทษก็ถือว่าเป็นคุณสมบัติต้องห้าม ต้องพ้นจาก ตําแหน่ง เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการเพราะทุจริต เคยถูกศาลสั่งริบทรัพย์เพราะร่ํารวย ผิดปกติ เคยถูกลงโทษจําคุกตามความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช. ถ้าใครมีอดีตอย่างนี้ ก็ไม่สามารถที่จะมาสมัครรับเลือกตั้งได้ ถูกศาลสั่งให้มีความผิดตามกฎหมายกู้ยืมเงินที่ฉ้อโกง ประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติด การพนัน ฟอกเงิน กฎหมายเลือกตั้ง เหล่านี้ก็ถือเป็น อดีตที่ไม่สามารถที่จะมาสมัครรับเลือกตั้งได้อีก

นอกจากนั้นเกี่ยวกับเรื่องของประโยชน์ขัดกันที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ สําหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สําหรับรัฐมนตรีก็ได้นํามาบัญญัติไว้ใน กฎหมายเมืองพัทยาด้วยเช่นเดียวกัน รวมทั้งไม่ยินยอมให้สมาชิกสภาเมืองพัทยาเข้าไป ก้าวก่ายแทรกแซงไม่ว่าจะเป็นโดยตรงโดยอ้อมกับการปฏิบัติราชการ หรือมีส่วนร่วม ในการใช้จ่ายงบประมาณ รวมทั้งการบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการของเมืองพัทยาอะไร ต่าง ๆ นี่นะครับ ก็ล้อกันมาให้ครบถ้วนสมบูรณ์กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ด้านวินัยทางการเงินการคลัง อันนี้เป็นเรื่องที่เป็นบทบัญญัติใหม่ ในรัฐธรรมนูญ สาระต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐไม่ว่าจะต้องทําให้วินัยทางการเงินการคลัง มีเสถียรภาพ มีความมั่นคง การจัดทํากรอบแผนดําเนินงานไม่ว่าจะเป็นรายได้ รายจ่าย การเงินทั้งในระบบ นอกระบบ เงินสะสม เรื่องหนี้ เรื่องการบริหารสินทรัพย์ต่าง ๆ อันนี้ ก็ถูกบัญญัติไว้ในกฎหมายของท้องถิ่นที่มีการปฏิรูปในครั้งนี้ รวมทั้งเมืองพัทยาด้วยนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการทํางานของเมืองพัทยา

นอกจากนั้นบทบัญญัติใหม่อีกเรื่องหนึ่งที่กําหนดไว้ก็คือเรากําหนดเมื่อ เมืองพัทยาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เราก็อยากจะให้พิเศษ ก็คือไม่ต้อง ไปอยู่ภายใต้การปกครองท้องถิ่นรูปแบบอื่นนะครับ เมืองพัทยาอยู่ในเขตจังหวัดชลบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีก็มีเขตพื้นที่ครอบคลุมเขตจังหวัดชลบุรี รวมทั้งเมืองพัทยาด้วย ในการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้เราก็กําหนดให้พื้นที่เมืองพัทยาไม่อยู่ภายใต้เขตพื้นที่ของ อบจ. ชลบุรี ก็คือ อบจ. ชลบุรีก็ครอบคลุมเขตจังหวัดชลบุรี แต่ยกเว้นเมืองพัทยาทํานองนั้น รายได้ที่ อบจ. ชลบุรีเก็บได้ในเมืองพัทยา เช่น รายได้จากผู้พักแรมซึ่งในเขตเมืองพัทยา มีห้องเป็นหมื่น ๆ ห้อง เก็บร้อยละ ๒ ของค่าเช่าห้องก็ดี รายได้ที่เกิดจากภาษีน้ํามันที่จัดเก็บได้ในเมืองพัทยาก็ดี รายได้ที่เกี่ยวกับยาสูบที่เก็บจากบุหรี่ มวนละ ๒ สตางค์ก็ดี ซึ่งเคยตกเป็นของ อบจ. ชลบุรี ในส่วนที่อยู่ในเขตเมืองพัทยาก็ให้โอน มาเป็นของเมืองพัทยา นี่ก็เป็นบทบัญญัติใหม่ ซึ่งเราก็จะมีข้อเสนอเหล่านี้ในองค์กรปกครอง ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษในโอกาสต่อไปด้วยนะครับ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นสาระโดยสรุปเพื่อที่จะปรับปรุงเมืองพัทยาซึ่งเป็นเมืองที่มี ลักษณะพิเศษทางด้านการท่องเที่ยว สามารถที่จะสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นหลัก หมื่นล้าน แล้วก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ติดอันดับ ถือว่าติดอันดับโลกนะครับ ชาวต่างประเทศ บางคนรู้จักเมืองพัทยามากกว่าประเทศไทยเสียอีก นี่ก็เป็นการปรับปรุงเมืองพัทยาโดยสรุป นะครับ ผมขออนุญาตต่อเนื่องไปด้วยเพราะมีรายงานอีกฉบับแนบท้ายกฎหมายเมืองพัทยา ที่เสนอไปก็คือ ข้อเสนอเกี่ยวกับเรื่องของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหา เมืองพัทยาและท้องถิ่นโดยรอบที่กระผมได้เรียนให้ทราบว่าเรื่องนี้เป็นบทบัญญัติใหม่ ที่เสนอให้มีคณะกรรมการชุดนี้เพื่อจะทําหน้าที่ในการบูรณาการแก้ไขปัญหาเมืองพัทยา โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเป็นประธาน แล้วก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นบทบัญญัติ ไว้ในกฎหมาย เราจะตัดตอนเอาคณะกรรมการชุดนี้พร้อมทั้งอํานาจหน้าที่เป็นข้อเสนอ เพื่อที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเพื่อที่จะให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการชุดนี้ ได้ทันที โดยไม่ต้องรอกฎหมายฉบับนี้ออก ก็จึงเป็นรายงานแนบท้าย ซึ่งกระผมได้สรุปสาระ ไปเบื้องต้นแล้วว่าคณะกรรมการชุดนี้จะทําหน้าที่สร้างเอกภาพ แล้วก็บูรณาการในการแก้ไข ปัญหาของเมืองพัทยาให้สําเร็จลุล่วงไป นี่ก็เป็นรายงานแนบท้าย ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า จะต้องลงมติเป็น ๒ ครั้งหรือครั้งเดียวนะครับ ผมขอสรุปรายงานเบื้องต้นแต่เพียงเท่านี้ สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเมืองพัทยาครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ทางคณะกรรมาธิการมีอะไรที่จะชี้แจงแถลงเพิ่มเติมไหมครับ

ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นโดยใช้เวลาท่านละ ไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับ ต่อไปขอเชิญท่านนิกร จํานง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคมและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายนิกร จํานง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จํานง สมาชิก ลําดับที่ ๗๙ ที่จริงแล้วดูรายละเอียดในการพยายามจะแก้ไขเรื่องเมืองพัทยาก็ทํามาได้ ละเอียดค่อนข้างมาก แต่ว่ายังเป็นลักษณะเหมือนกับซิตี้แมเนเจอร์ (City Manager) มีลักษณะเป็นการเฉพาะ แล้วก็เน้นว่าเป็นเมืองพิเศษ ทีนี้ความเห็นก็คือว่าเมืองลักษณะ แบบนี้เรามีความพยายามกันตั้งแต่ต้นที่ว่าแยกพัทยาออกมา แล้วก็มีความพยายามว่า เมืองอื่นอยากจะให้เหมือนพัทยาอยู่บ้าง หลายเมืองอยู่ที่เราคิด ภูเก็ตก็คิดกัน หลายเมืองก็คิดกัน แต่พัทยาเองพอมา ณ จุดหนึ่งแล้วความเป็นเมืองท่องเที่ยวตรงนี้มันก็มีสารัตถะของปัญหา เรามองเป็นการกระจายอํานาจออกไป มีผู้บริหารที่อยู่ที่นั่นคอยดูแล แต่สภาพปัญหาเอง ไม่ใช่เป็นการกระจายอํานาจแบบมหาดไทยไปอย่างเดียว ที่จริงแล้วไม่ใช่ ปัญหาของพัทยา มีลักษณะเป็นพิเศษค่อนข้างมากซ้อนอยู่ภายใน ซึ่งผมก็เห็นว่าถ้าเมืองพิเศษอื่นถ้าสมมุติว่า เราจะตั้งภูเก็ตขึ้นมาเป็นเมืองคล้าย ๆ พัทยา ปัญหาของภูเก็ตก็ต่างจากพัทยาอีก ลักษณะ ของพัทยาเองมันมีต้นแบบบางอย่างที่เราเข้าไปดูแล้ว ช่วงที่ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมก็เข้าไปดูปัญหาเรื่องการคมนาคมขนส่ง ลักษณะของรถสองแถวที่วิ่งรอบ ว่าจะจัดการอย่างไร แล้วก็รถบัสที่จากพัทยาจะมาถึงกรุงเทพฯ ได้อย่างไรที่จะปลอดภัย ขณะนี้เรามีรถตู้อยู่บ้างนะครับ คือเป็นลักษณะที่ค่อนข้างพิเศษ คนจะบินมาลงที่สุวรรณภูมิ แล้วก็จะต้องต่อรถต่อไป เมืองพัทยา และบางส่วนตอนนี้จากเมืองพัทยามีเส้นทางตีขึ้นไปข้างบนนะครับ เลยไปแตะ กับชายแดนเขมรแล้วก็เข้าไปนครวัด นครธม คือมันมีเส้นทางของนักท่องเที่ยวที่มามีลักษณะ เป็นพิเศษมาก และนอกจากเรื่องคมนาคมแล้วเราจะเห็นว่าเมืองนี้จะเป็นเมืองที่มีลักษณะ ที่มีคนแฝงอยู่มากเหลือเกินนะครับ มีแฝงอยู่ในทุกมิติ เมืองแฝงอื่น ๆ จะเป็นแค่แรงงานแฝง แต่ที่เมืองพัทยาจะเป็นลักษณะแบบอิทธิพลแฝง เราจะเห็นว่ามีมาเฟีย (Mafia) รัสเซียบ้าง อะไรบ้างอยู่ไม่เหมือนที่ไหน ดังนั้นเมืองพัทยาเองเป็นเมืองคล้าย ๆ กับลาสเวกัส ก็คือเป็น เมืองที่เหมือนจะไม่เคยหลับนะครับ ก็คือตื่นอยู่ตลอด ปัญหาที่เห็นชัดขณะนี้เรื่องคมนาคม อย่างที่ผมเรียนแล้ว การจัดการกับปัญหาของเมืองพัทยามีลักษณะพิเศษ ความเป็นพิเศษ ตรงนี้เราได้บรรจุไว้เพื่อแก้ปัญหาตรงนี้หรือไม่ เพราะจะสัมพันธ์กับกระทรวงคมนาคม และเรามีคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางที่มีกรอบเหมือนเมืองอื่น ๆ เหมือนเมืองอื่น ๆ หมดเลย เหมือนหาดใหญ่ เหมือนเชียงใหม่ เหมือนใครต่อใคร แต่พอพัทยามีลักษณะเป็น พิเศษตรงนี้ ความเป็นพิเศษตรงนี้ที่ไปโยงกับคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางซึ่งออกโดย กฎหมายทางด้านการขนส่ง เรามีรายละเอียดอยู่ตรงนี้ในการดักเพื่อความเป็นพิเศษตรงนี้ไว้ นะครับ ไม่อย่างนั้นเราจะมาอยู่กับเรื่องการกระจายอํานาจออกไป แล้วก็มีลักษณะเป็น เหมือนแมเนเจอร์ (Manager) คอยดูแลเมืองนี้อยู่ ปัญหาซ้อนอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับกระทรวงอื่น ก็คือเมืองพัทยานี่รายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นลักษณะการที่เปิดปิดไฟของ เมืองพัทยาไม่เหมือนเมืองอื่น ลักษณะของการให้เมืองนี้นอนดึกขนาดไหน เพราะว่าเวลาเรา ประกาศแล้วกระทรวงมหาดไทยเองเขาจะมีประกาศและประกาศทั่วไป แต่ความเป็นพิเศษ ของเมืองตรงนี้ในการที่จะดึกกว่าเมืองอื่นนะครับ อย่างลาสเวกัสเขาไม่มีนอนเลยทั้งวันทั้งคืน อันนั้น ๒๔ ชั่วโมง แต่ตรงนี้ไม่ใช่ตีสองแน่นอน จะเป็นอีกลักษณะหนึ่ง ลักษณะกลไกตรงนี้ เวลาออกไปมันกลายเป็นลักลั่นกับเมืองอื่น ความพิเศษตรงนี้ของกระทรวงมหาดไทยที่ไม่ใช่ เป็นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ไปดูแล ไมใช่เป็นการดูแลเป็นเมืองลักษณะแบบนี้ เอกซ์เซปชัน (Exception) หรือลักษณะเป็นพิเศษตรงนี้มีการจัดการไว้ตรงไหน อย่างไร ผมไม่ได้ดูรายละเอียด แต่ปัญหามันมีอยู่จริง

ปัญหาอีกอย่างก็คือว่าเมืองขนาดนี้อาชญากรรมเยอะมาก ทุกหัวระแหง ท่านไปดูเมืองพัทยามีซอย ๑ ซอย ๒ ซอย ๓ ซอย ๔ ทับซอย แล้วก็มีสถานที่ มีคนต่างชาติ มากมาย มีอาชญากรรมมากมาย เป็นเมืองที่ไม่หลับนี่ผู้รักษาเมืองก็ต้องไม่หลับด้วย เพราะฉะนั้นกําลังตํารวจตรงนี้ที่ไปอยู่ในเมืองพัทยาเป็นอย่างไร ผมเคยเสนอแนวคิดว่า หลายคนเขาบอกกันว่าเรื่องตํารวจนี่นะครับให้ออกไปสู่ท้องถิ่น ผมไม่เห็นด้วย เพราะว่า เราเคยมีประสบการณ์ ผมเคยศึกษาเรื่องตํารวจดับเพลิงว่าประชาชนเองจะไม่ยอมให้คนที่ ไม่ใช่ตํารวจเข้าไปในบ้านเขาเวลาไฟไหม้ เพราะเขาเชื่อแต่ตํารวจ สิ่งนี้ก็เหมือนกันถ้าเราจะแยก เป็นท้องถิ่นไปสังกัดอยู่กับท้องถิ่นนี่ปัญหาที่จะตามมาก็คือว่า เวลามีการแต่งตั้งโยกย้ายนี่ ท้องถิ่นมันแคบ เขาจะไปขึ้นตรงนี้แล้วก็เขาจะเติบโตกันอย่างไร แล้วที่สําคัญพอไปอยู่กับ ท้องถิ่นกลายเป็นว่าอิทธิพล ผมไม่ได้พูดถึงนายกอิทธิพล คุณปลื้ม นะ อันนั้นน้องคนหนึ่ง นะครับ แต่ว่าพอไปอยู่แล้วมันจะเป็นการเหมือนกับว่าทําให้ท้องถิ่นมีอํานาจมากขึ้นมาก ก็กลายเป็นว่ามันจะเกิดเรื่องอื่นขึ้นมา แต่ครั้นจะปล่อยไว้ตามปกติก็ไม่ได้ มันเป็นรอยต่อ ตรงกลางว่าการดูแล ผมยกตัวอย่างเมืองอย่างพัทยาที่ไม่เคยหลับหรือหลับบ้างแต่ก็ตีสี่ ไปแล้วนี่นะครับ เราจะต้องมีกําลังตํารวจมากมายอยู่ตรงนั้น พอเราส่งไปไม่พอก็มี อาชญากรรม ครั้นส่งไปมากก็เป็นการเบียดบังนะครับ เราเอาภาษีอากรจากเมืองอื่น ๆ ที่เป็น เมืองเล็กเมืองน้อย ภูธรควรจะมีตํารวจสัดส่วนเฉลี่ยต่อประชากรขนาดนี้ แต่เมืองพัทยานี่ เฉลี่ยแบบนี้ไม่ได้ เราจะดึงเอางบประมาณแล้วเอาตํารวจไปดูแลเมืองพัทยาให้ปลอดภัยนี่ ต้องดูแลกันแบบกระจายกําลังกันเต็มพื้นที่แล้วก็ระยะเวลาคล้าย ๆ ๒๔ ชั่วโมง ผมมองว่า ตรงนี้เองอาจจะต้องมีหลักการใหม่ ท่านลองไปหารือดูว่าปัญหาที่มันมีและมันไปขัดกันว่า ถ้าตํารวจตรงนี้เมืองพัทยาจะต้องดึงรายได้จากเมืองพัทยานี่เยอะมาก เขาต้องเอารายได้ ตรงนั้นมาดูแลเมืองใช่ไหม ถ้าหากว่าเป็นสถานที่ทั่วไปอาจเหมือนกับว่าเป็น รปภ. เมือง แต่ รปภ. ของเราคือตํารวจ รปภ. ธรรมดาทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นการออกแบบการดูแลเมืองพัทยาตรงนี้ เงินรายได้จากพัทยาที่จะมาดูแลตรงนี้ จะมาวางแล้วจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องรถสายตรวจให้มากขึ้น มาจ่ายเงินเดือนช่วยดูแล คือตํารวจมากขึ้นแต่เงินไม่ใช่มาจากภาษีอากรส่วนใหญ่ เอามาจากพัทยามาดูแลเมือง เพราะคุณต้องการดูแลเป็นพิเศษ ต้องการดูแล ๒๔ ชั่วโมง อย่างนี้เหมือนกับว่าใครกิน ใครจ่าย เมืองนี้กินเวลาของเจ้าหน้าที่ตํารวจมาก ก็จําเป็นจะต้องจ่ายค่าเวลาตรงนี้มาดูแล แต่ไม่มีอํานาจในการแต่งตั้งโยกย้าย หมายถึงว่าไม่ให้มีอํานาจแต่งตั้งโยกย้าย แต่ให้ความเห็นว่าคนนี้ทํางานดีไม่ดี เพื่อจะได้เป็นกลไกในการดูแล ลักษณะแบบนี้เราจําเป็น จะต้องไปเปลี่ยนแปลงกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติในการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นพิเศษสําหรับ เมืองนี้ แต่ถ้าหากว่าตํารวจที่ย้ายออกจากเมืองนี้ไปอยู่เมืองอื่นก็เข้าสู่ระบบปกติ แต่พอไปอยู่ ตรงนี้เหมือนกับการดูแลต่างไป เหมือนกับทางกระทรวงคมนาคมดูแลตํารวจทางหลวง จัดรถให้ จัดเงินเดือนให้ แต่เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายยังอยู่รวมกับองค์กรใหญ่ของตํารวจ อํานาจพิเศษตรงนี้มีอยู่บ้างหรือไม่อย่างไรในการดูแลตรงนี้ ท่านประธานพยักหน้าแสดงว่ามี แต่ผมจะขอความชัดเจนว่ามีเป็นพิเศษอย่างไร เรื่องนโยบายในการท่องเที่ยวก็เช่นกัน เรื่องการท่องเที่ยวที่นี่เป็นลักษณะพิเศษ มองสายตาจากคนภายนอกเขามาเที่ยววัดพระแก้ว นั่นก็คือว่าเที่ยวแบบไทย แต่ถ้าเที่ยวฉูดฉาดมีสีสันก็ไปเที่ยวพัทยา ดังนั้นนโยบาย เรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยวตรงนี้ก็ต้องมีลักษณะเป็นพิเศษ ความพิเศษตรงนี้มันไปแตะเอา กระทรวงอื่น ไปแตะเอาอํานาจอื่น เพราะฉะนั้นการมองตรงนี้ผมมองว่ามันมีปัญหามากมาย ที่จะเกิดขึ้นต่อไป เราจะออกแบบเป็นมาตรา ๆ มาตรานี้กับกระทรวงการท่องเที่ยวไม่ได้ มาตรานี้กับสํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่ได้ มันต้องเป็นกลไกบางอย่างที่มันแปรรูปไปได้ ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นพิเศษ ตรงนี้มีแค่ไหน อย่างไร เพียงไร ต่อลักษณะไดนามิก (Dynamic) หรือความเปลี่ยนแปลงของเมืองที่มีลักษณะพิเศษแบบนี้ เราจะได้เอาต้นแบบ ลักษณะแบบนี้ไปใช้กับเมืองอื่นที่เราจะมีในอนาคตต่อไป ก็เป็นความเห็นต่อ ความเปลี่ยนแปลงของพัทยากับสิ่งที่ท่านออกแบบมาเพื่อการแก้ไข คําถามของผมคือว่า มันเฟลกซิเบิล (Flexible) หรือไดนามิก (Dynamic) ไปตามสถานการณ์แค่ไหน เพียงไร อย่างไร อยู่ตรงไหน ส่วนไหนครับ เป็นคําถามกึ่งความเห็นครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศขอต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษา สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จังหวัดเลย จํานวน ๑๓๗ ท่าน ต่อไปขอเชิญท่านสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ อดีตเลขาธิการสํานักงานประกันสังคม อดีตรองปลัดกระทรวงแรงงาน ขอเชิญครับ

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ที่รักทุกท่าน และท่านกรรมาธิการ ก่อนอื่นขอขอบคุณท่านประธานที่เมื่อสักครู่นี้ ให้เจ้าหน้าที่มาถามว่าจะพูดไหม ผมกราบเรียนว่าอย่างนี้ครับ ผมกราบเรียนว่าผมก็ประทับใจ อย่างท่าน สปท. นิกรว่า ก็คือทําได้ดีมาก ๆ เท่าที่ผมเห็นนะครับ แล้วก็เป็นนิมิตใหม่ที่เราจะ เห็นว่าการพัฒนาหน่วยงานพิเศษอย่างนี้ก้าวหน้าเป็นประโยชน์ต่อชุมชน ต้องใช้คําว่า ชุมชน ก่อนนะครับ และประเทศชาติตามมา แต่อย่างไรก็ตามผมกราบเรียนว่าองค์การบริหารพิเศษ เช่น เทศบาล กรุงเทพมหานคร หรือพัทยาก็ตามใจเถอะ ยิ่งเทศบาลคนก็จะรู้จักกันเยอะ และการเกรงใจกันจะมาก เหมือนเมื่อเช้านี้ผมคุยกับท่านกรรมาธิการว่ามันลูบหน้าปะจมูก เวลาผมอยากจะเป็นผมก็อธิบายเป็นคุ้งเป็นแคว ผมจะทํานี่นั่นไปถึงสวรรค์เลยนะครับ พอถึง ๔ ปี ผมก็ไม่ทําอะไรเลย นั่งอยู่เฉย ๆ ประชาชนก็ไม่กล้าเข้าชื่อ เพราะเขาเกรงใจกัน ผมก็เลยคิดว่ารูปแบบพิเศษอย่างนี้ท่านลองคิดดูว่าจะทําอย่างไรถ้าเป็นประจักษ์นะ ถนนสายนี้ ขรุขระตลอด ๓ ปี ประชาชนก็ร้องเรียนกันไม่ไหว เขาโทรศัพท์มาหาท่านผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอําเภอมีมาตรการอะไรจัดการเป็นพิเศษไหม เหมือนกับการเลือกตั้งประธานาธิบดี อเมริกา ๔ ปีนี้ปลดอะไรไม่ได้นะครับ นอกจากทําผิด ๑ ๒ ๓ มีระบบอิมพีชเมนต์ (Impeachment) เรามีอย่างนั้นไหม ถ้ามีจะทําให้มีการพัฒนาการดําเนินการของผู้บริหาร ๔ ปีนั้นอย่างดีอีกมุมหนึ่งนะครับ ประชาชนนี่ดูแล้ว คําถามว่าดูแล้วจะร้องนี่ ถ้าร้องวันนี้ เข้าชื่อ ๑๐ คนนะครับ พรุ่งนี้หลังคาเป็นรูหมด อย่างนี้เขาก็ร้องไม่ได้ อันนั้นประเด็นรวม นะครับภาพรวม

ทีนี้ผมอยากกลับมาดูรายงานของท่านปึกเล็ก ๆ นี่นะครับ ในหน้า ๘ นี่ นะครับ ท่านก็มีผู้ว่าราชการจังหวัด ทันสมัยมากมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหา เมืองพัทยาและท้องถิ่นโดยรอบ อันนี้ก็ทันสมัย เรียกว่าไปด้วยกันเลยกับการที่เรากําหนด ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีนะครับ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีมุ่งมั่นที่จะให้เกิดขึ้นและใน ร่างรัฐธรรมนูญก็มี ผมกราบเรียนว่าท่านออกแบบในที่สุดก็คือเป็นกรรมการที่มาจาก ส่วนราชการเกือบทั้งหมด เกือบทั้งหมดเลยนะครับ มีแค่ข้อ ๑.๑๗ เท่านั้นที่เป็นผู้แทน สมาคม องค์กรภาคเอกชน ธุรกิจการค้าท่องเที่ยว ๓ คน ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งอีก ก็ต้องมาจากผู้ว่าราชการจังหวัดอีกนั่นแหละ ถ้าผมอยากจะเป็นผมต้องวิ่งไปหาผู้ว่าราชการ จังหวัด เอากันง่าย ๆ อิมเพล (Impel) คือคนของผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับ พอมาถึง หัวหน้าส่วนราชการที่ท่านไม่กําหนดในข้อ ๑.๖ หัวหน้าราชการที่เกี่ยวข้องอีก ๔ คน ก็ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งอีก คําถามก็คือกรรมการยุทธศาสตร์นี่เกือบทั้งหมด ๙๙ เปอร์เซ็นต์คือคนที่มาจากผู้ว่าราชการจังหวัด ผมก็เกิดความสงสัยนะ แล้วที่ดีไปกว่านั้น คือข้อ ๑.๑๐ ผู้แทนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านมีเรือเจ้าท่าจังหวัด ร้อยแปดจิปาถะนะครับ แต่ไม่มีผู้บังคับการจังหวัดชลบุรี ถามว่าเวลาเกิดเหตุร้ายคนที่รับผิดชอบพื้นที่น่ะคือใคร คือผู้บังคับการจังหวัด คือตํารวจ แต่ท่านก็อาจจะบอกกับผมว่าก็มีผู้แทนสํานักงานตํารวจ แห่งชาติแล้ว ท่านต้องทําหนังสือไปถึงกรมนะครับ ถึงสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านส่งใคร ไปก็ไม่รู้ อาจจะนะ อาจจะนี่บางโอกาสส่งนายเวรไปที่เป็นนายพลหรือเป็นพันตํารวจเอก คําถามว่า มันเวิร์ก (Work) ไหม ถ้าถามผมนะท่านเพิ่มผู้บังคับการตํารวจจังหวัดชลบุรีไปอีก สักคนนี่ผมว่าก็จะดี ข้อเสนอผมนะครับ ส่วนข้อ ๑.๑๗ ผมอยากกราบเรียนว่าในเมื่อ หัวหน้าส่วนราชการเยอะแยะแล้วท่านยังตั้งไปได้อีก ๔ คนที่เกี่ยวข้องอยู่ในดุลยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนี่นะครับ ท่านเอานี่สัก ๕ คนได้ไหม คือผู้แทนสมาคมร้อยแปดจิปาถะ คือคนในพื้นที่ แล้วท่านเขียนไปเลยว่าควรจะกําหนดว่า ผู้แทนเหล่านี้ควร ไม่ใช่เพิ่งตั้งไปเป็น ผมไปเป็นนายกสมาคมท่องเที่ยวเมืองพัทยาเพิ่งตั้งเมื่อเดือนที่แล้วนี้แต่ผมอยู่กรุงเทพฯ นะครับ ยังไม่รู้พื้นที่เลยผมก็ได้รับการแต่งตั้ง มันต้องมีกําหนดไว้ว่าเคยทํางานทํามาหากิน อยู่ที่นี่สักกี่ปีถูกไหมครับ เพื่อให้รู้ปัญหาจริง ๆ ของเมืองพัทยา คือผมนี่เห็นด้วยกับท่าน เลยว่าการปกครองพื้นที่อย่างนี้มันต้องได้คนที่อยู่ในพื้นที่เขาดูแลกันเอง เหมือนเทศบาล คนอยู่เทศบาลอุบลราชธานีจะไปรู้เรื่องของเทศบาลหาดใหญ่หรือ ไม่ได้หรอกครับ ก็ต้องไป เอาคนในพื้นที่ เห็นด้วยเลยหลักประชาธิปไตยให้เขาดูแลกันเองแต่ก็ต้องมีการกํากับหน่อยให้ ใกล้ชิด อันนี้เป็นเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ผมอยากกราบเรียนขออนุญาตท่านดูปึกใหญ่ ๆ หน่อยนะครับ ปึกใหญ่ ๆ ของท่านนี่คือร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา ในมาตรา ๑๒ ท่านก็แก้ไขนะครับ แล้วผมก็เห็นด้วยทุกประการ แต่ว่าพอผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกท่านไม่ได้กําหนดคุณสมบัติว่าต้องจบ ป. ๔ ไหม ต้องจบมัธยมไหม แต่คนสมัครเป็น นายกเทศมนตรีท่านไปกําหนดในหน้า ๖ มาตรา ๔๓ (๓) ต้องสําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่า ปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ผมยังคิดว่าก็เหมาะสมที่จะพัฒนาองค์กรพิเศษนี้ ผมเสนอ เสนออะไร เสนอว่าในมาตรา ๑๒ บุคคลที่จะมีคุณสมบัติสมัครเป็นสมาชิกสภานี้ ท่านกําหนดสักหน่อยได้ไหม จะกําหนด ปวช. ปวส. หรืออนุปริญญาตรี แต่อย่างน้อยต้องจบ สักมัธยมปลายนะครับ เพราะปัจจุบันนี้เราให้การศึกษาฟรีอยู่แล้ว ๑๒ ปี คือมัธยมศึกษาตอนปลาย ก็อยากจะ กราบเรียนว่ามันก็จะเป็นการพัฒนาอีกระดับหนึ่งว่าไม่ใช่อ่านหนังสือยังไม่ออกเพราะว่า เป็นพวกกลุ่มนี้นะครับ เซ็นหนังสือยังไม่ได้เลยแล้วก็เป็นสมาชิกสภา มันอาจจะเป็นไปได้ แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งที่ผมชื่นชมนะครับ ท่านจะตัดพื้นที่เมืองพัทยาออกจาก อบจ. ที่นี่ไม่มี ปัญหาเพราะว่าผู้บริหาร อบจ. กับผู้บริหารเมืองพัทยาคือกลุ่มเดียวกัน แต่ในบางจังหวัด คนละกลุ่ม ยุ่งยากมากเลยครับ อบจ. จะเอาอย่างนี้ แต่ว่าเทศบาลจะเอาอย่างนั้นนะครับ ก็เป็นความคิดริเริ่มที่สุดยอด ผมกราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการอย่างยิ่งเลยครับ แล้วก็ ข้อเสนอผมท่านลองไปพิจารณาดูก็แล้วกันนะครับ ขอบพระคุณมากครับ คิดว่าจะเป็น ประโยชน์ต่อเมืองพัทยาในอนาคตอย่างยิ่งครับ ขอบพระคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านสุรินทร์นะครับ ต่อไปขอเชิญท่านวันชัย สอนศิริ อดีตสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติและอดีตสมาชิกวุฒิสภาครับ

นายวันชัย สอนศิริ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สปท. วันชัย สอนศิริ อยากกราบเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้ว่า องค์กรเมืองพัทยาที่ท่านบอกว่าเป็นรูปแบบพิเศษ ผมอยากให้รูปแบบนี้มันพิเศษและเป็นมาตรฐานเดียวกัน อยากหารือต่อท่านประธาน ผ่านไปยังกรรมาธิการลองพิจารณาดู มิเช่นนั้นเราก็จะต้องมาร่างกฎหมายอย่างนี้ ถ้าเมือง ต่าง ๆ ในประเทศไทยแล้วมันเป็นรูปแบบพิเศษอย่างนี้เกิดขึ้นมาสัก ๓๐ เมือง เราน่าจะต้อง มีกฎหมายการปกครองรูปแบบพิเศษเช่นนี้อีก ๓๐ ฉบับหรือ เมื่อวานนี้ผมอ่านกฎหมาย ของท่านเกี่ยวกับการควบรวมยกระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ผมชอบใจว่ามันเป็น กฎหมายที่เป็นกลาง ๆ แล้วสามารถใช้ได้ทั้ง อบต. อบจ. เทศบาลทั่วประเทศ สามารถบอก ได้เลยว่าอย่างนั้นต้องยกระดับ อย่างนี้จํานวนคน อย่างนั้นอย่างนี้ รูปแบบเป็นอย่างนั้น การเงินเป็นอย่างนี้ออกเป็นกฎหมายเลย แปลว่าท่านไม่ต้องไปออกกฎหมายว่า อบต. อําเภอนั้น ตําบลนี้ ก ข ง ให้รวมกันอย่างนี้ ปรากฏว่าท่านสามารถให้ออกเป็นกฎหมาย กลาง ๆ ได้ ผมว่า เออแนวคิดนี้มันสามารถใช้ได้ทั้ง ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นคือ อบต. แล้วเราไม่ต้องไปออกกฎหมายว่าเป็นเทศบาลนั้นเทศบาลนี้ ผมว่า ท่านเฉียบแหลม แหลมคมสามารถควบรวมได้ทั่วประเทศถึง ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ กว่าองค์กร โดยมีกฎหมายฉบับเดียวไม่ถึง ๕๐ มาตรา ท่านคิดแล้วทําไมไม่คิดปฏิรูปให้มันครบถ้วน กระบวนความเสียเลย มิเช่นนั้นวันหนึ่งผมเป็นพรรคการเมือง นักการเมือง ผมอยู่ที่อําเภอ แม่สอดแล้วผมอยากยกระดับให้อําเภอนี้เป็นรูปแบบการปกครองพิเศษเหมือน เมืองพัทยา ผมก็ต้องออกเป็นกฎหมายอีก ผมว่าบางครั้งบางโอกาสกว่าจะออกกฎหมายได้ แต่ละฉบับ ๆ นะครับท่านประธาน ถ้าไม่ได้มีอํานาจพิเศษบางทีเป็นปี และหลาย ๆ ปี ถ้าการเมืองไม่มั่นคง แต่ความเจริญของประเทศมันไปแล้วครับท่านประธาน ทําไมไม่ให้อํานาจของกระทรวงมหาดไทยหรือหน่วยงานใดที่ดูเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะ ว่า ถ้าเศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ การเงินเป็นอย่างนี้ ประชากรเป็นอย่างนี้ ความเจริญเติบโต ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกของอําเภอนั้น เมืองนั้น มันเหมือนเมืองพัทยา ก็สามารถจะมี การประกาศออกระเบียบ ออกกฎหมาย คําสั่ง หรือกระทําด้วยประการใดให้เป็นรูปแบบ พิเศษได้เลย ไหน ๆ จะปฏิรูปทั้งทีทําไมไม่คิดทําอย่างนี้ อันนี้ผมตั้งเป็นข้อสังเกต ไม่อย่างนั้น มันจะเกิดความลักลั่นกัน แล้วก็เกิดความไม่เท่าเทียมกัน ผมไม่แน่ใจว่านอกจากเมืองพัทยาแล้ว ภูเก็ตหรือแม่สอดหรือจังหวัดชายแดนบางแห่งอาจจะพอ ๆ กับเมืองพัทยาก็ได้ แล้วทําไม ท่านไม่ออกเป็นกฎหมายปกครองรูปแบบพิเศษ วันหนึ่งแก่งกระจานของท่านประธาน ก็กําลังจะมีเมืองใหม่ใหญ่เข้ามา อ้าวต้องมาออกกฎหมายการปกครองรูปแบบพิเศษ แก่งกระจานหรือกระไร เขาจะสร้างเมืองใหม่กันเร็ว ๆ นี้หลายหมื่นล้านบาท ความเจริญ จะเกิดขึ้นเยอะแยะเบิกบานหมด ถ้าท่านเป็นรัฐมนตรีท่านก็สามารถผลักดันกฎหมายได้ นี่ก็คือผมอยากจะกราบเรียนไว้เป็นข้อสังเกต ไหน ๆ จะปฏิรูปแล้ววานนี้ผมอ่านกฎหมาย กลาง ๆ ของท่านสามารถควบรวมยกระดับจัดทัพได้ถึง ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ องค์กร นี่ไม่เกิน ๓๐ จังหวัด ๔๐ จังหวัด หรือเกิดจะมี ๗๗ จังหวัดก็ตาม ใช้กฎหมายกลางนี้ใช้ได้เลย มันน่าจะมีวิธีการนะครับท่านประธาน นั่นเรื่องที่ ๑ อยากจะกราบเรียนท่าน

ประการที่ ๒ ผมอยากจะกราบเรียนเรื่องรูปแบบพิเศษ ผมอยากให้ท่าน นึกถึงความพิเศษของการปกครองระดับชาติ ช่วงเปลี่ยนผ่าน เช่น คําถามพ่วง มันเป็น อย่างไรครับท่านประธานครับ คือผมว่าการเลือกตั้งผมเห็นด้วยว่าการที่ให้พี่น้องประชาชนนั้น ปกครองตนเอง ดูแลตนเองในเขตรูปแบบพิเศษ ก็มันพิเศษนะครับ ผมถึงบอกว่า ท่านเห็นไหมว่าขณะนี้บ้านเมืองเราพิเศษอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน มันไม่ใช่มาจากการเลือกตั้ง อย่างเดียว เมื่อกี้นี้หลายท่านพูดไปแล้วบอกว่าเมื่อมันพิเศษ เวลามาจากการเลือกตั้ง บางทีเราก็ได้มาจากการเมืองอย่างเดียวเพียว ๆ ทําไมไม่ลองเมื่อมันเป็นองค์กรพิเศษ ทําไมไม่ใช้รูปแบบในลักษณะผสมผสานกับบุคคลที่หลากหลายมีความรู้ครบถ้วนรอบด้าน โดยไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง พูดแล้วก็บอกว่า เฮ้ยหมอนี่มันนิยมการแต่งตั้งหรืออย่างไร มันพวกเผด็จการหรือเปล่า ผมนี่อยู่ในสภาเลือกตั้งเห็นมาแล้ว ในสภาที่มาจากการแต่งตั้ง ก็เห็นแล้ว สรรหาก็เห็นแล้ว เลือกตั้งก็เห็นแล้ว ผมว่ามันมีความลงตัวกันได้ ๒ รูปแบบครับ ท่านประธาน รูปแบบที่มาจากการเลือกตั้งนั้นแหง ๆ ครับมาจากประชาชน อ้างเต็มที่ เต็มกําลัง แต่มาจากประชาชนนั้นไม่ได้หมายความว่าครบถ้วนรอบด้าน ทั้งความรู้ ความสามารถที่จะมาบริหารในรูปแบบพิเศษ เพราะมันพิเศษ ไม่ใช่เทศบาล ไม่ใช่ อบต. ไม่ใช่ อบจ. มันพิเศษจึงต้องมีคนพิเศษบ้าง ท่านลองคิดดูนะครับท่านประธาน ว่าน่าจะมีบุคคลที่มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม น่าจะมา เป็นสมาชิกเขาหรือไม่เวลาจะออกกฎหมาย มันน่าจะมีคนมีความรู้พิเศษอันเกี่ยวกับเรื่อง ทางทะเลหรือไม่ เลือกตั้งจะมีไหมล่ะครับ มันน่าจะมีบุคคลที่มีความรู้เกี่ยวกับต่างประเทศ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเป็นสมาชิกอยู่ในองค์กรนี้หรือไม่ มันน่าจะมีบุคคลที่มีความรู้ อันเกี่ยวกับชายแดน มีความสัมพันธ์ มีความมั่นคงเกี่ยวกับชายแดนระหว่างประเทศนี้หรือไม่ ที่มันเป็นรูปแบบพิเศษ เลือกตั้งท่านอาจได้ไม่ครบ ผมถึงบอกบางครั้งทหารเขาอาจจะมี มุมมองมุมหนึ่งในฐานะที่เป็นสมาชิกของเมืองนั้น สิ่งแวดล้อม ตลอดจนพ่อค้า นักธุรกิจ ซึ่งเขาลงเลือกตั้งแล้วไม่ได้ ราชการเขาลงเลือกตั้งไม่ได้ มันน่าจะมีสัดส่วนอย่างไร จัดให้เกิด ความเหมาะสมในรูปแบบพิเศษ ผมว่าน่าคิดนะครับท่านประธาน อย่ามองแต่ว่าเลือกตั้ง เลือกตั้งอย่างเดียวผมรู้ว่าเวลามาเป็น ส.ส. ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง อย่างเดียวเพียว ๆ ส.ว. เขาจึงมีการผสมผสานกัน เลือกตั้งเสียงของประชาชน สรรหาหลากหลายสาขาอาชีพ ร่วมกันคิด ร่วมกันทํา ร่วมกันกลั่นกรอง รูปแบบพิเศษยิ่งสําคัญใกล้ชิดพื้นที่ อย่ามองแต่เสียง มาจากการเลือกตั้งอย่างเดียวเพียว ๆ อันนี้ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยัง กรรมาธิการ ประเด็นที่ ๑ มีกฎหมายกลาง ๆ ได้ไหม ๒. รูปแบบพิเศษผสมผสานกันให้ มันลงตัว เสียงของประชาชนมากหน่อย เสียงของนักวิชาการหลากหลายสาขาอาชีพจํานวน เท่าใดพอดี ผสมกันแล้วเดินไปด้วยกัน อย่างนี้มันจะพิเศษจริง ๆ ถ้าเราบอกว่าก๋วยเตี๋ยว พิเศษเหมือนเดิม มันจะพิเศษได้อย่างไรครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิกที่จะอภิปรายในรายงานเรื่องพัทยาอีกไหมครับ ขอเชิญท่าน คํานูณ สิทธิสมาน ครับ

นายคํานูณ สิทธิสมาน 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม คํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เท่าที่อ่านตัวร่างพระราชบัญญัตินี้ครับ ก็ต้องขอชื่นชมว่าทางคณะกรรมาธิการได้พยายามปรับตัวร่างพระราชบัญญัติให้สอดคล้อง กับร่างรัฐธรรมนูญให้มากที่สุดนะครับ แต่ว่ากระผมอ่านแล้วก็มีทั้งเรื่องที่จะต้องชื่นชมและ มีเรื่องที่ต้องหารือนะครับ เรื่องที่จะต้องชื่นชมอย่างยิ่งนะครับก็คือ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในหมวด ๑๔ การปกครองส่วนท้องถิ่นนี่นะครับ ขาดสาระสําคัญที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เคยบัญญัติไว้ประการหนึ่งก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เขาจะบัญญัติให้นําบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยการขัดกัน แห่งผลประโยชน์มาใช้บังคับแก่ผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นได้ด้วยโดยอนุโลม ดังเช่นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๒๘๔ วรรคสิบ แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่นะครับ ท่านไม่ได้บัญญัติเนื้อความดังเช่นมาตรา ๒๘๔ วรรคสิบของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไว้ ถ้าเผื่อ ไม่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมายรองนี่นะครับก็จะทําให้ผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นนี่ ไม่ต้องถูกบังคับโดยบทผลประโยชน์ขัดกันตามร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ ถึงมาตรา ๑๘๗ แต่ว่าก็เป็นความรอบคอบของคณะกรรมาธิการที่ได้กรุณาบัญญัติไว้ในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ในมาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๘ แล้วก็ให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน ก็คือ เสมือนหนึ่งเป็นการลอกรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ ถึงมาตรา ๑๘๗ มาบัญญัติไว้ กระผม ก็ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตและขออนุญาตบันทึกไว้ว่ามาตรานี้ตัดทิ้งไม่ได้นะครับ ทั้งใน พระราชบัญญัติฉบับนี้และพระราชบัญญัติฉบับอื่น ๆ ที่พิจารณาในรอบ ๒ วันมานี้ เพราะถ้า ตัดทิ้งไปแล้วหรือไม่บัญญัติไว้โดยละเอียดแล้วจะทําให้ผู้บริหารท้องถิ่นกับสมาชิกสภา ท้องถิ่นหลุดจากบทบังคับของรัฐธรรมนูญในหมวดขัดกันซึ่งผลประโยชน์เลย อันนี้ก็ขอเป็น ประเด็นที่สนับสนุนอย่างยิ่งนะครับ

แต่ประเด็นต่อมาที่ทีแรกกระผมก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะอภิปรายนะครับ แต่เมื่อ อ่านแล้วเกิดความรู้สึกสะดุดครับ ก็คือในร่างฉบับนี้ที่หน้า ๖๕ ทางขวาง การเปรียบเทียบนี้ นะครับ มาตรา ๒๙ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๗๒/๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. ๒๕๔๒ คือเรื่องนี้เป็นเรื่องของการพิจารณาร่างข้อบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ และร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ผมเองมีความรู้ในเรื่องท้องถิ่นน้อยท่านอาจจะชี้แจงผมได้นะครับ ทีนี้ท่านก็ไปเกือบ ๆ จะลอกบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ เรื่อง การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปี ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในมาตราเอกของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่างที่ได้มีการโฆษณากันมาอย่างต่อเนื่อง ก็คือว่าถ้าสมาชิกไปแปรญัตติในทางที่ตัวเอง ได้ผลประโยชน์ก็ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยภายในสิบห้าวันแล้วก็ พ้นตําแหน่ง แล้วถ้าผู้บริหารรู้เห็นก็พ้นตําแหน่งด้วย ถ้า ครม. รู้เห็นก็พ้นตําแหน่งทั้งคณะ ยกเว้นว่าจะได้ร้อง ป.ป.ช. ไว้ก่อนหรือทําบันทึกไว้ก่อน แล้วก็กินลงไปจนถึงเจ้าหน้าที่ด้วย ทีนี้ประเด็นก็คือว่าพอท่านลอกมาตรา ๑๔๔ ของร่างรัฐธรรมนูญมาเป็นมาตรา ๗๒/๑ แล้ว ผมจะไม่อ่านรายละเอียดนะครับ แต่ท่านสมาชิกถ้าจะกรุณาอ่านตามไป ท่านประธาน จะกรุณาอ่านตามไปก็อยู่ในเอกสารทางขวางหน้า ๖๕ นี้นะครับ คือท่านไม่ได้ให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งก็ชอบอยู่แล้วนะครับ เพราะว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญลงไปวินิจฉัยถึง เรื่องท้องถิ่นก็อาจจะเป็นงานที่มากเกินไปหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ แต่ท่านให้ผู้ว่าราชการจังหวัด วินิจฉัย ประเด็นนี้ผมค่อนข้างอยากจะหารือครับว่าในเมื่อเราให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาก็ควรจะมีอิสระตามสมควรนะครับ กลไกในการตรวจสอบควรจะต้องมี แต่ว่าการที่ไป เขียนไว้หน้า ๖๖ ในการพิจารณาของสภาเมืองพัทยา หรือคณะกรรมการของสภาเมืองพัทยา การเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทําด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกหรือกรรมการ มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายจะกระทํามิได้ วรรคต่อไปนะครับ ในกรณีที่สมาชิกมีจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่เห็นว่ามีการกระทําที่ฝุาฝืนบทบัญญัติตามวรรคสองให้เสนอความเห็นต่อ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณา และผู้ว่าราชการจังหวัดต้องพิจารณาวินิจฉัยให้แล้วเสร็จ ภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับความเห็นดังกล่าว ก็คือจํานวนหนึ่งในสิบ ก็ล้อมาจากรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๔๔ ใช่ไหมครับ แต่เปลี่ยนคําว่า ศาลรัฐธรรมนูญ เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดวินิจฉัยภายในสิบห้าวัน ขอหารือครับ เหมาะสม ถูกต้อง ชอบธรรมดีแล้วหรือไม่ หรือว่าจะทําให้เกิดปัญหาประการใดหรือไม่ เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญนะครับ แล้วสมาชิกสภาหนึ่งในสิบนั้น มีจํานวนเพียงพอหรือไม่ประการใด การที่เราจําลองร่างรัฐธรรมนูญซึ่งใช้ในระดับสถาบัน ในระดับประเทศ ลงไปใช้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ซึ่งควรจะมี ปฏิสัมพันธ์กับฝุายราชการส่วนภูมิภาคคือผู้ว่าราชการจังหวัดในลักษณะที่คานซึ่งกันและกัน ก็จริงอยู่นะครับ แต่การให้อํานาจผู้ว่าราชการจังหวัดมาตัดสินในเรื่องสําคัญถึงความเป็น ความตายของชีวิตทางการเมืองของเขานี่นะครับ ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งสมาชิก สภาท้องถิ่น กระผมยังไม่ได้บอกว่าไม่เห็นด้วย แต่ขอหารือให้ช่วยคิดกันอีกสักครั้งหนึ่ง จะอาศัยสติปัญญารวมหมู่ของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศแห่งนี้ก็ได้นะครับ แต่ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตไว้ว่าเฉพาะมาตรานี้เป็นประเด็นมาตราที่สําคัญครับ ผมไม่แน่ใจว่าการจําลองร่างรัฐธรรมนูญลงไปใช้ในกฎหมายลําดับรองลงไปมันจะใช้ได้ ทั้งหมดเลยหรือไม่ ประเด็นนี้ขอหารือครับ

และประเด็นสุดท้ายนะครับ เรื่องรูปแบบของพัทยาซึ่งเป็นตัวแบบขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษใช่ไหมครับ ผมพูดไม่ผิดใช่ไหมครับ เรายังคงใช้ รูปแบบทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและสมาชิกสภามาจากการเลือกตั้งใช่ไหมครับ ทีนี้ผมอยากจะ ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตนะครับ บังเอิญอีกแล้วครับว่าจะต้องโดยสารท่านอาจารย์วันชัย สอนศิริ เฉพาะเรื่องนี้นะครับ เรื่องอื่นไม่ขอโดยสารด้วย บางเรื่องก็โดยสารด้วยนะครับ คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษบางครั้งสถานการณ์ของประเทศจําเป็นต้องการ ได้ผู้บริหารที่อาจจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ว่าในอดีตรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ บังคับไว้ตายตัวว่า สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้ง ผู้บริหารท้องถิ่น ต้องมาจากการเลือกตั้ง หรือไม่ก็ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสภาท้องถิ่น แต่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่กําลังจะประกาศใช้ในอีก ๒ เดือน ๓ เดือนข้างหน้านี้นะครับ เขาเปิดทางไว้ให้อีกทางหนึ่งครับ ถ้าท่านจะกรุณาดูร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๕๒ นี่นะครับ วรรคแรก สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่วรรคสองนี่สําคัญนะครับ ผู้บริหาร ท้องถิ่นให้มาจากการเลือกตั้งหรือมาจากความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น อันนี้เหมือนเดิม แต่ต่อไปใหม่ครับ หรือในกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษจะให้มาโดย วิธีการอื่นก็ได้ แต่ต้องคํานึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ก็คือปึกนี้ครับ แต่ปึกนี้เราใช้มิติใหม่ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้เกิดประโยชน์ที่เป็นทางเลือกที่มากขึ้นกว่าเดิมแค่ไหนอย่างไรหรือไม่ครับ เพราะว่า เมืองพัทยาก็เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ถ้าเผื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผ่านออกไป มันก็จะเป็นตัวแบบให้กับร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอย่างอื่นนะครับ ก็ขอฝากไว้ ๒ ประเด็นว่าควรจะต้องมี การพิจารณาปรับปรุงแก้ไขอย่างไรหรือไม่

และสุดท้ายนะครับ เมื่อสักครู่ผมตกไปประเด็นหนึ่ง ขอสั้น ๆ เท่านั้นครับ ท่านประธานว่าขอสนับสนุนอย่างยิ่งต่อการเพิ่มหมวด ๘ การมีส่วนร่วมของประชาชน ตั้งแต่ มาตรา ๙๙/๑ จนถึงมาตรา ๙๙/๒ อยู่ในเอกสารหน้า ๑๗ นี้ ซึ่งกระผมเห็นว่าน่าจะเป็นตัวแบบ หรือเป็นตัวอย่างในการจัดทําร่างกฎหมายอื่น ๆ ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้นได้นะครับ ก็ขออนุญาตอภิปรายตั้งข้อสังเกตตามนี้ กราบขอบพระคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

เหลืออีก ๒ ท่านนะครับ ต่อไปขอเชิญท่านกลินท์ สารสิน นะครับ ประธาน คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและรองประธานหอการค้าไทย ว่าที่ประธาน หอการค้าไทย

นายกลินท์ สารสิน

เรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ ผม กลินท์ สารสิน สปท. หมายเลข ๔ นะครับ ผมก็ชื่นชมนะครับที่คณะกรรมาธิการได้ดูเรื่องด้านท่องเที่ยว พัทยาด้วยนะครับ ซึ่งผมมีโอกาสได้ทําเวิร์กชอป (Workshop) เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้ว ที่พัทยานะครับ ก็มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในพัทยาประมาณ ๓๐ กว่าคน มาฟังว่าปัญหาเขา มีอะไรบ้าง และเขาคอนเซิร์น (Concern) อะไรนะครับ ก็ให้ลองเลือกลําดับมาทั้งหมด ๑๐ ลําดับด้วยกันว่าเขาคอนเซิร์น (Concern) เรื่องอะไรมากที่สุดนะครับ

เรื่องแรก สําคัญที่สุดคือเรื่องการขยายตัวของเมืองเร็วมากเกินไป โดยระบบ สาธารณูปโภคไม่เพียงพอนะครับ โดยเฉพาะเรื่องน้ําท่วมเป็นเรื่องหลักนะครับ เรื่องบําบัด น้ําเสีย เรื่องกําจัดขยะต่าง ๆ พวกนี้ ก็คิดว่าที่คณะท่านได้จัดทํามาแล้วผมว่าก็น่าจะ ครอบคลุมนะครับ อันนี้เป็นคอนเซิร์น (Concern) เรื่องหลัก แต่ปัญหาคือว่าเงินเขาไม่ทราบ หาจากไหนนะครับ เงินจากพัทยาเก็บมาไม่พอก็ไม่มีเงินที่จะมาปรับปรุงอันนี้ได้ ก็คิดว่า สมมุติว่าถ้าเผื่อโครงการอันนี้ที่บอกว่าสามารถของบโดยตรงจากภาครัฐได้ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ก็จัดเตรียมให้พร้อมนะครับ

อีกข้อหนึ่งก็อยากจะพูดถึงเรื่องการขยายเมืองนะครับ เรื่องขอบเขตของ เมืองพัทยาถึงขนาดไหน เพราะว่าเร็ว ๆ นี้ก็ได้ทราบในข่าวแล้วนะครับ จะเป็นเรื่องอีอีซี (EEC) เกิดขึ้นมาอีสเทิร์น อีโคโนมิกส์ คอร์ริดอร์ (Eastern Economics Corridors) ทางภาครัฐจะขยายไปเร็วมาก ๆ ขยายใหญ่มาก แต่ถามว่าในเมืองพัทยานี่ครอบคลุมถึงไหนแล้ว แล้วก็ขอบข่ายของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ปรับปรุงแก้ไขพัทยาและเมืองโดยรอบที่พูดถึงนี่ จะครอบคลุมพวกนี้หรือไม่นะครับ แล้วก็ในคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาแล้วก็ พื้นที่โดยรอบมีข้อสังเกตนิดหนึ่งก็คือว่า ยังดูภาพรวมอยู่ใต้ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีอยู่ ก็เกรงว่าจะทําเป็นระบบเหมือนราชการ คือว่าคลุมแบบไม่ใช่พิเศษ ก็ฝากเป็นข้อสังเกต นะครับ

อีกเรื่องหนึ่งก็เรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนก็เรื่องสําคัญนะครับ เมื่อวันก่อน ที่นั่งเวิร์กชอป (Workshop) แล้วนี่ก็คิดว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนสําคัญมาก ๆ นะครับ ไม่ใช่ภาครัฐสั่งอย่างเดียว เพราะในอนาคตก็คงเรื่องการประสานงานก็มีส่วนเกี่ยวข้องกันมาก ขอบคุณมากครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านชูชัย ศุภวงศ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และอดีตเลขาธิการแพทยสภาครับ

นายชูชัย ศุภวงศ์ 🔗

ขอบพระคุณท่านประธาน ท่านกรรมาธิการและ เพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ อันที่จริงค่อนข้างกระชั้นนะครับ ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่สําคัญ แต่ว่ามีภารกิจของกรรมาธิการที่มาประชุมพร้อมกัน แล้วก็เห็นว่าเรื่องของเมืองพัทยา ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่สําคัญ แต่ว่ามีผู้อภิปรายค่อนข้างจะน้อยนะครับ ผมอยากจะเรียน ขออนุญาตท่านประธานกับท่านกรรมาธิการที่นําเสนอนะครับว่า ผมจะพูดในลักษณะ ที่รวมกันไปนะครับ ในเรื่องของท้องถิ่นทั่วไปแล้วก็อาจจะต้องเกี่ยวพันกับของเมืองพัทยาด้วย โดยเหตุที่ว่าเมื่อวานก็ไม่มีโอกาสเพราะว่าเอกสารเตรียมมาอย่างดีเลยนะครับ ซึ่งหนา เป็นปึกใหญ่เลย แสดงว่ามีการศึกษากันมาอย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ผมจะยื่นเอกสารเรื่องที่ผมนําเสนอนี้เป็นเอกสารประมาณ ๓ ฉบับ ที่ทางมูลนิธิสาธารณสุข แห่งชาติได้ทําการศึกษามาประมาณ ๓ ปีนะครับ แล้วปีนี้ก็เป็นปีที่ ๔ แล้ว โดยให้รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์กอบกุล รายะนาคร ซึ่งสําหรับ ผมแล้วผมเชื่อว่าท่านเป็นนักกฎหมายที่มีความรอบรู้ในเรื่องของกฎหมายท้องถิ่นดีที่สุด คนหนึ่งของประเทศนี้ ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องกระจายอํานาจนี้แม้ว่ารัฐธรรมนูญ จะเขียนแล้วก็ถูกตั้งคําถามว่ากระจายจริงหรือไม่ หรือว่ากฎหมายเขียนแล้วผู้คนในท้องถิ่น สงสัยว่ากระจายจริงหรือไม่ จะจริงหรือไม่ก็ตามนะครับ แต่ว่าโดยธรรมชาติแล้วการรวมศูนย์ อํานาจจะอยู่ไม่ได้ครับ กระแสของโลกนี่เป็นกระแสของการกระจายอํานาจ การรวมศูนย์ อํานาจจะทําให้เกิดสภาวะต่าง ๆ ที่เราเห็น ส่วนเอกสารที่ผมจะเสนอนี้เดี๋ยวผมจะอภิปราย อีกทีนะครับ ในฐานะที่เป็นแพทย์มันมีคํา ผมขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ค่อย อยากจะใช้หรอกครับ แต่ว่าบางทีอาจจะทําให้เข้าใจชัดขึ้นนะครับ ในร่างกายของมนุษย์ มันจะมีระบบต่าง ๆ มากมาย มีอวัยวะต่าง ๆ มากมาย เช่นเดียวกับระบบนิเวศ ซึ่งมีตั้งแต่ ทะเล ชายฝั่ง ที่ดิน ปุาไม้ ขุนเขา แต่ระบบร่างกายกับระบบนิเวศ จะเป็นภาษาอังกฤษที่เขา บอกว่า อินเตอร์ดีเพนเดนซ์ (Interdependence) คือต้องเชื่อมโยงและพึ่งพากันนะครับ ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งที่สําคัญหรือรวมศูนย์ ทําให้เกิดดุลยภาพในร่างกาย ดุลยภาพของระบบ นิเวศ แต่ถ้าไปรวมศูนย์ ร่างกายไม่ได้บอกว่าอวัยวะอันนั้นมีอํานาจสั่งให้หัวใจเต้นช้า ๆ หรือว่า ปอดอย่าทํางานชั่วขณะ นี้ไม่ได้ครับ จะต้องทํางานไปแล้วก็มีความเชื่อมสัมพันธ์กันจึงได้ ดุลยภาพ เรื่องกระจายอํานาจก็เช่นเดียวกันนะครับ ถ้ามีคนเป็นห่วงกังวลว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับที่ผ่านประชามติแล้วนี่ไม่กระจายอํานาจจริงหรือไม่อย่างไร ผมไม่ทราบรายละเอียด ตรงนั้นนะครับ แต่ว่ากระแสของการกระจายอํานาจนี่เป็นกระแสทางสากล เป็นกระแส ของโลก ถ้าโลกรวมศูนย์อํานาจเมื่อไรความสงบสุขก็จะเกิดไม่ได้นะครับ มันจะคลี่คลายไป ตามลําดับด้วยการกระจายอํานาจ ท่านประธานครับ เมื่อวานมีข้อเสนอถึงเรื่องการควบรวม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ เมื่อเช้าผมก็ฟังวิทยุที่ท่านประธานนินนาทได้ให้ สัมภาษณ์ ซึ่งก็ชัดเจนนะครับว่ากรรมาธิการเอาประชาชนท้องถิ่นเป็นศูนย์กลาง แล้วผู้บริหาร อบต. หรืออะไรต่าง ๆ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางครั้งก็อาจจะไม่สบายใจ เท่าที่ควรนะครับ แต่ว่าผมอยากเรียนตัวเลขเท่าที่ผมพอจะจําได้นะครับ เทศบาลตําบล มีประมาณ ๒,๒๓๒ แห่ง ตัวเลขผมอาจจะคลาดเคลื่อนนะครับ อบต. มีประมาณ ๕,๓๓๕ แห่ง แต่ว่าเมื่อเช้าท่านประธานนินนาทพูดว่า อปท. ทั้งหมดมีประมาณ ๗,๘๕๑ แห่งนะครับ ก็สรุปว่าถ้าเทศบาลตําบลบวกกับ อบต. รวมกันแล้ว อปท. กว่า ๙๑ เปอร์เซ็นต์เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กนะครับ ซึ่งเมื่อใช้การบริหาร บุคลากรแล้วนี่จะเหลืองบพัฒนาประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี แทบทําอะไรไม่ได้เลยนะครับ เพราะฉะนั้นข้อเสนอทิศทางของการควบรวมแล้วไม่ได้ยุบที่ทํา การใด ๆ ประชาชนยังไปติดต่อบริการอะไรต่าง ๆ ได้ จะทําให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพ มากขึ้น แล้วเมื่อวานผมได้ยินว่ามีการอภิปรายว่าเมื่อมีการควบรวมแล้วจะมีการเพิ่มภารกิจ และเพิ่มอํานาจหน้าที่ เรื่องนี้สําคัญครับ โดยเฉพาะการอภิปรายของท่านอดีต รองนายกรัฐมนตรี ท่านชิดชัย วรรณสถิตย์ ท่านขอให้มีอํานาจหน้าที่ในเรื่องของแหล่งน้ํากับ ปุาไม้ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอเสนออีก ๓ เรื่องนะครับ ที่เห็นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั่วไป รวมทั้งพัทยา พัทยาอาจจะมีความสําคัญในบางเรื่องนะครับ อีก ๓ เรื่องก็คือ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตรงนี้พัทยามีความสําคัญสูงครับ ว่าไปแล้วนี่ไม่ใช่เฉพาะ พัทยาหรอกครับ ๒๔ จังหวัด พื้นที่ ๒๔ จังหวัดที่กินพรมแดนรอบอ่าวไทยรวมทั้งอันดามัน ระยะประมาณ ๒,๘๕๑ กิโลเมตร จะกระทบกระเทือนกับเรื่องทรัพยากรชายฝั่งและทะเล ทั้งสิ้น

อีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องที่ดิน เรื่องที่ดินเป็นเรื่องที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีบทบาทอํานาจหน้าที่ก็ไม่ชัดเจนนะครับ แล้วก็เรื่องแร่ ทรัพยากรแร่ โดยสรุป ผมก็เสนอทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๕ เรื่องนะครับที่จะต้องทําให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมามีบทบาทอํานาจหน้าที่ที่ชัดเจนในการที่จะร่วมกับท้องถิ่นที่จะทําหน้าที่ การมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ คือทรัพยากรปุาไม้ซึ่งมีกรมปุาไม้ กรมอุทยาน ดูแลอยู่ ทรัพยากรที่ดินก็มีกรมที่ดินแล้วก็ ส.ป.ก. ทรัพยากรทางทะเลก็มีกรมประมง ทรัพยากรแร่ก็มีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ทรัพยากรน้ํามีกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ํา และกรมพัฒนาที่ดิน ปัญหาที่ผ่านมาในอดีตครับท่านประธานคือการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรวมศูนย์ พอรวมศูนย์ปั๊บมันก็ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม ในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ อันนี้เกิดความเหลื่อมล้ําในสังคมมาก ถ้าไปดูรายละเอียด ในแต่ละจุดแต่ละเรื่องแล้วเราจะได้ยินเสมอว่ามีความขัดแย้งระหว่างรัฐกับราษฎรในเรื่อง การจัดการปุาไม้ ที่ดิน แร่ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ สาเหตุผมจะยกตัวอย่างบางส่วนนะครับ สาเหตุได้ไปกําหนดเขตพื้นที่ปุาสงวน แห่งชาติและเขตปุาอนุรักษ์ทับที่ดินทํากินของชุมชน ผมเข้าใจว่าท่านประธานอยู่ในพื้นที่ จะทราบเรื่องเหล่านี้ได้ดี สาเหตุเพราะการอนุญาตให้บุคคลหรือหน่วยงานของรัฐ ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ ร่วมกัน หรือในพื้นที่ปุาสงวนแห่งชาติในลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือการใช้ประโยชน์ของชุมชน สาเหตุที่เราได้ยินมาเป็นข่าวเมื่อ ๒-๓ เดือนที่แล้วคือการออก ประทานบัตรการทําเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชนในพื้นที่ ที่ตั้งประทานบัตร เรื่องนี้ต้องชื่นชมรัฐบาลชุดนี้ที่มีความกล้าที่ให้มีการยุติการทําเหมืองแร่ ซึ่งเป็นครั้งแรก เพราะเห็นแก่สุขภาพและสิ่งแวดล้อมของบ้านเมืองนะครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตต่อเวลานะครับ เพราะเป็นเรื่องใหญ่มากแล้วก็เป็นเรื่องที่มีความสําคัญสูงมาก ประเด็นสําคัญก็คือไม่มีกฎหมายที่รองรับกติกาการอนุรักษ์ การบํารุงรักษา และการจัดการ ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปดู รายละเอียดจริง ๆ จากการศึกษาของรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์กอบกุลนี่เขียนไว้ชัดเจน ครับว่าเจตนารมณ์คล้าย ๆ อย่างนั้นนะครับ แต่ว่ากฎหมายต่าง ๆ ที่ออกมาไม่ได้กําหนด ขอบเขตอํานาจหน้าที่ของ อปท. ไว้อย่างชัดเจน ทําให้มีอุปสรรคปัญหาในการที่เราจะร่วม บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชนในท้องถิ่น เวลาพูดเรื่อง การกระจายอํานาจนี่ผมต้องพูดว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับชุมชนท้องถิ่นนะครับ ถ้ามอบอํานาจไปส่วนใดส่วนหนึ่งตรงนั้นจะเป็นปัญหา ท่านประธานครับ ปัญหารวมศูนย์ที่เกิดขึ้น ผมจะยกตัวอย่างนะครับ มี พ.ร.บ. กําหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอํานาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในมาตรา ๑๖ บัญญัติให้ เทศบาลเมืองพัทยา และ อบต. มีอํานาจหน้าที่ในการจัดการการบํารุงรักษา การใช้ ประโยชน์ปุาไม้ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีพระราชบัญญัติ สภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๖๗ บัญญัติให้ อบต. มีอํานาจ คุ้มครองดูแลบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่กฎหมายเหล่านี้ยังไม่ได้ กําหนดขอบเขตอํานาจหน้าที่ของ อปท. ไว้อย่างชัดเจน นี่คือปัญหาใหญ่มากเลยครับ และเมื่อสักครู่ที่ผมอ่านว่า ทรัพยากรแต่ละชนิด ใครรับผิดชอบครับ ผู้รับผิดชอบคือกรม ที่ส่วนกลางครับ แล้วมีปัญหามากมาย เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างปัญหาการจัดการทรัพยากร ชายฝั่งทะเลนะครับ อันนี้มีกฎหมายอะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องนะครับ พ.ร.บ. ปุาไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ พ.ร.บ. ปุาสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ปุา ๒๕๓๕ ประมวลกฎหมายที่ดิน ๒๔๙๗ พ.ร.บ. แร่ ๒๕๑๑ และ พ.ร.บ. การประมง ๒๕๕๘ ล้วนให้อํานาจกับส่วนกลางและ ส่วนภูมิภาคในการตัดสินใจในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม มิได้มีบทบัญญัติใด ที่กล่าวถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนและอํานาจหน้าที่ของ อปท. คราวนี้เรามีโอกาสทํา ประมวล เรามีโอกาสวางระบบใหม่ เรามีโอกาสปฏิรูป เรื่องนี้ผมคิดว่ามีความสําคัญที่จะต้อง มอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนในท้องถิ่นดูแลรับผิดชอบครับ ประเด็นสําคัญ ก็คือว่าเราจะทําอย่างไรที่จะกําหนดขอบเขตอํานาจหน้าที่ของ อปท. ความสัมพันธ์ระหว่าง อปท. กับหน่วยงานราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างนะครับว่า ส่วนกลางยังมีความหมายอยู่ไม่ได้ละทิ้งเพิกเฉยนะครับ แต่ว่าจะจัดสมดุลอย่างไรระหว่าง ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและ อปท. และชุมชนท้องถิ่น เราจะทําอย่างไรให้ อปท. มีหน้าที่ต้องจัดให้มีวิธีการต่าง ๆ ให้ชุมชนและประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในกระบวนการ การตัดสินใจอย่างแท้จริง อันนี้ต้องออกแบบนะครับ รัฐธรรมนูญฉบับที่ไม่ผ่าน สปช. เขียนไว้ ชัดเจนนะครับ ให้ท้องถิ่นสนับสนุนสมัชชาพลเมืองในระดับพื้นที่ ผมก็เสนอตรงนี้เลยนะครับ ว่าเสนอให้จัดเวทีสาธารณะหรือเรียกว่าสมัชชาพลเมือง คําว่า สมัชชา มาจากภาษาของ ยูเอ็น (UN) สหประชาชาติ และถ้าจะเขียนก็กลัวว่าจะเกิดการตีรวน จะเกิดการเล่นการเมือง อะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไทยคงเบื่อหน่ายมามาก เราสามารถเขียนว่าสนับสนุนให้มี สมัชชาพลเมืองเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปพื้นที่อย่างสร้างสรรค์ ในรัฐธรรมนูญเขียนใน ลักษณะอย่างนั้นครับ แต่ว่าคงไม่ตรงกับที่ผมพูดเสียทีเดียว เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่คง จะต้องให้ อปท. ร่วมกับชุมชนท้องถิ่นมีอํานาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อรองรับกติกา การจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ชุมชนตกลงยอมรับร่วมกัน อันนี้คือข้อเสนอต่อทรัพยากร ที่ต่อจากท่านรองนายกชิดชัยที่ท่านเสนอแหล่งน้ํา ปุาไม้ ผมเสนอเรื่องทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง เสนอเรื่องเหมืองแร่ แล้วก็เสนออีกเรื่องหนึ่ง เรื่องที่ดิน ก็สรุปว่ามีประเด็นทั้ง ๕ เรื่องด้วยกัน ผมจะลองยกตัวอย่างที่จะใกล้เคียงกับพัทยามากที่สุดนะครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ช่วยกรุณาสรุปนะครับ

นายชูชัย ศุภวงศ์ 🔗

ขออนุญาตเพิ่มเติมนะครับท่านประธาน ทรัพยากร ขออนุญาตใช้ไอแพด (iPad) นะครับ เราจะเป็นสังคมดิจิทัล (Digital) ครับ เรื่องของ การจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ หน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมีประมาณ ๑๕ หน่วยงาน แล้วก็มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ๒๐ ฉบับ แต่ขาดการทํางานที่เราชอบเรียกกันว่า บูรณาการ ผมยกตัวอย่างเช่น กรมประมงใช้พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ มุ่งเน้น การเพาะเลี้ยงและการจับสัตว์น้ํา กรมการขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวีดูแลการขุดลอก ร่องน้ํา การก่อสร้างสิ่งล่วงล้ําลําน้ํา กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งดูแลเรื่องการอนุรักษ์ ทรัพยากร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ปุา และพันธุ์พืช ดูแลเกาะและท้องทะเลในส่วนที่ ประกาศที่เป็นอุทยาน กรณีการสร้างท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยว พบว่าชายฝั่งทะเล เดียวกันหลากหลายหน่วยงานดูแลนะครับ แล้วก็กิจกรรมขัดแย้งกัน คือหลากหลายแต่ไม่ เป็นหนึ่งครับ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษอีก ไม่ใช่เป็นยูนิตี อิน ไดเวิร์สซิตี (Unity in Diversity) ไดเวิร์สซิตี (Diversity) คือหลากหลาย แต่หลากหลายต้องรวมเป็นหนึ่ง อันนี้หลากหลายแล้ว แยกกัน แล้วก็ไม่ประสานกัน ทําให้พื้นที่ลําบากเลยนะครับ

อันนี้คือตัวอย่างที่หยิบให้เห็น ถ้าเมืองพัทยาไม่มีอํานาจในการจัดการ แล้วให้ หน่วยงาน ๑๕ หน่วยงาน และกฎหมาย ๒๐ ฉบับนี้ทํางานต่อไป ๒๔ จังหวัดฝั่งทะเลไทยลําบาก หมดครับ ๒,๘๑๕ กิโลเมตร ผมเสนออย่างนี้ว่าการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้ อปท. ร่วมกับชุมชนท้องถิ่นที่อยู่ติดกับเขตประมงชายฝั่ง คือเขตจับสัตว์น้ําจาก แนวชายฝั่งทะเลออกไป ๓ ไมล์ทะเล หรือระยะมากกว่านั้นตามที่รัฐมนตรีกําหนดแต่ไม่เกิน ๑๒ ไมล์ทะเล มีอํานาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อกําหนดมาตรการต่าง ๆ เช่น กําหนด ประเภท ชนิด ขนาด จํานวนและส่วนประกอบต่าง ๆ ของเครื่องมือทําการประมงที่ห้ามใช้ ทําการประมงเป็นที่จับสัตว์น้ํา วิธีทําการประมงที่ห้ามใช้ระยะเวลาฤดูที่สัตว์น้ํามีไข่และ วางไข่เลี้ยงตัวอ่อน หรือระยะเวลาอื่นใดที่จําเป็นต่อการคุ้มครองสัตว์น้ําเป็นระยะเวลาที่ ห้ามทําการประมงในที่จับสัตว์น้ํา เป็นต้น

ข้อ ๒ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอํานาจหน้าที่ร่วมบังคับใช้กฎหมาย อาทิ เข้าไป ในที่จับสัตว์น้ําหรือเรือทําการประมงของบุคคลใด ๆ เพื่อการตรวจทําการประมงหรือ เครื่องมือทําการประมงสัตว์น้ํา จับกุมบุคคลที่กระทําผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประมงหรือ ข้อบัญญัติท้องถิ่น อย่างนี้เป็นต้น ปัจจุบันท้องถิ่นไม่มีอํานาจทํา ปัจจุบันต้องอาศัยคําสั่ง มาตรา ๔๔ แล้วก็ร่วมกับประมงชายฝั่งพื้นบ้าน คือเป็นชุมชนท้องถิ่น ทําให้ทะเลไทย ฟื้นขึ้นมาได้ ถ้าไม่มีมาตรา ๔๔ ไม่มีคําสั่งนี้ ไม่มีกองทัพเรือไปช่วยดูแลแล้วเราก็จะมีปัญหา กับไอยูยู (IUU) ซึ่งกําลังตรวจสอบอยู่ ขณะนี้ดีขึ้น ผู้คนที่ทํามาหากินใน ๒๔ จังหวัดชายฝั่ง มีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิม

ท่านประธานครับ เกือบสรุปแล้วครับ มีคําถามและสงสัยว่าถ้ามอบอํานาจให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปอย่างนี้แล้ว ก็มีความระแวงว่า อปท. ไม่มีธรรมาภิบาลอะไร ต่าง ๆ อย่างนั้นเป็นต้น เราก็สามารถที่จะเสนอว่าเมื่อปรากฏว่าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นใดที่ใช้อํานาจหน้าที่ทําให้ทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง ทําให้แหล่งน้ํา ทําให้ปุาไม้ ทําให้ที่ดินหรือแร่ได้รับความเสียหายหรือเสื่อมโทรมลง หรือชุมชนท้องถิ่นทอดทิ้งไม่จัดการ ดูแลให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือชุมชนท้องถิ่นนั้นตั้งอยู่ในเขต ท้องที่ความรับผิดชอบ ดําเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อจัดทํารายงานพร้อมเสนอ ความเห็นต่อรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา หากรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีความเห็นว่าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหรือชุมชนท้องถิ่นที่ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานข้อเท็จจริงไม่มีความสามารถดูแล และบํารุงรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในเขตประมงทะเลชายฝั่งนั้นให้รัฐมนตรี มีคําสั่งเพิกถอนข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกได้ อันนี้คือการจัดดุลยภาพระหว่างส่วนกลางกับ ส่วนท้องถิ่นและชุมชนท้องถิ่นไม่ให้มีการกระจายอํานาจแบบอันตราย ท่านประธานครับ ผมคงมีเรื่องเสนอ สรุปว่าเสนอทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิ่มเป็น ๕ เรื่องด้วยกัน ส่วนเรื่องใดจะให้เมืองพัทยาดูแลเป็นพิเศษ เรื่องใดที่จะให้ท้องถิ่นทั่วไปดูแลเป็นเรื่องที่อยากจะ มอบให้ทางกรรมาธิการช่วยนําไปพิจารณาต่อครับ แล้วก็ขอขอบคุณที่ทําการศึกษาแล้วมีใจ ที่เห็นแก่ท้องถิ่น และเอาผู้คนในท้องถิ่นเป็นตัวตั้ง เอกสารผมพร้อมที่จะเสนอให้นะครับ ทั้ง ๓ ชุด ขอให้ประสานมาแล้วผมจะเสนอทันทีครับ ขอบพระคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิกเพิ่มเติมขออภิปรายล่าสุดอีก ๒ ท่านนะครับ ขอเชิญท่านสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจและอดีตปลัด กระทรวงการคลังครับ

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๕๓ ผมขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่นที่ได้เสนอเรื่องนี้ขึ้นมา ซึ่งเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจากข้อเสนอเมื่อวานนี้ ในการปกครองที่เป็นอยู่นั้นได้แบ่งออกเป็น ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่น คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการปกครอง ท้องถิ่นได้พยายามที่จะให้มีการขับเคลื่อนไปสู่การปกครองส่วนท้องถิ่นมากขึ้น ซึ่งเป็น ทิศทางที่ดี แต่ผมเข้าใจดีว่าคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครอง ท้องถิ่นนั้นพยายามที่จะทําการปฏิรูปอย่างค่อยเป็นค่อยไป กล่าวคือข้อเสนอในเรื่องของ เทศบาลโดยรวมนั้นเป็นข้อเสนอที่ยังเป็นการทํางานร่วมกันระหว่างส่วนภูมิภาคและ ส่วนท้องถิ่น ถึงแม้ส่วนท้องถิ่นจะมีบทบาทมาก ส่วนภูมิภาคยังมีบทบาทคู่กันไป ในระบบ เทศบาลของท่านนั้นมีเทศบาลแล้วยังมี อบจ. ยังมีผู้ว่าราชการจังหวัด แต่เมื่อท่านเสนอ เรื่องกรุงเทพมหานครและพัทยา ผมเข้าใจว่านี่เป็นการขับเคลื่อนไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่ง คือมีความเป็นท้องถิ่นมากขึ้น มีความเป็นส่วนภูมิภาคน้อยลง เพราะว่าในรูปแบบของ กรุงเทพมหานคร ในรูปแบบของพัทยา แท้ที่จริงแล้วน่าจะเป็นรูปแบบที่ส่วนกลางและ ท้องถิ่นโดยไม่มีภูมิภาค เป็นการก้าวไปอีกระดับหนึ่ง เมื่อก้าวไปสู่ระดับนี้จําเป็นจะต้องวาง ความสมดุลทางอํานาจระหว่างส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่นให้ดี ในรูปแบบที่ส่วนภูมิภาคยังมี บทบาทกับส่วนท้องถิ่นอยู่นั้น โครงสร้างดุลอํานาจอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อเป็นเรื่อง ส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่นโดยตรงโดยไม่มีภูมิภาค ก็จําเป็นจะต้องจัดโครงสร้างดุลอํานาจนี้ให้ดี ซึ่งนี่เป็นรูปแบบของการกระจายอํานาจไปสู่ท้องถิ่นอีกระดับหนึ่ง ซึ่งการกระจายไปสู่ระดับนี้ ก็ควรจะเป็นการกระจายที่มีรูปแบบเดียวกัน ผมจึงเห็นว่าถ้าหากว่าการกระจายส่วนกลางไปท้องถิ่นโดยไม่มีภูมิภาคแล้ววันนี้อาจจะเสนอ กฎหมายแบบนี้ แต่ระยะยาวแล้วผมเห็นด้วยว่าจะต้องเป็นกฎหมายกลางที่เป็นเรื่องของ การให้ส่วนท้องถิ่นมีอํานาจโดยตรงโดยไม่ต้องเกี่ยวข้องกับส่วนภูมิภาคเช่นเดียวกับ กรุงเทพมหานคร เช่นเดียวกับเมืองพัทยาในอนาคตควรจะต้องเป็นรูปแบบความสัมพันธ์ ระหว่างส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่นโดยปราศจากส่วนภูมิภาค ในเรื่องของอํานาจหน้าที่ ในการดําเนินการนั้นเมื่อเป็นส่วนท้องถิ่นโดยสมบูรณ์เช่นนี้ กิจการสาธารณะทั้งหลาย ที่เกี่ยวกับท้องถิ่นควรจะเป็นเรื่องของท้องถิ่นเท่านั้น เรื่องคมนาคม เรื่องไฟฟูา น้ําประปา การบริหารจัดการน้ํา ขยะ รวมถึงสิ่งแวดล้อมธรรมชาติที่หลายท่านได้เสนอมา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ควรจะมีการระบุไว้โดยชัดเจน ไม่ใช่ว่าเพียงระบุว่ามีโอกาสจะทําได้ ควรจะต้องให้มี ความชัดเจนว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรปกครองที่ปกครองท้องถิ่นนั้นด้วย ตัวเอง และที่สําคัญก็คือว่ามีรายได้ของตัวเอง บริหารเองในเรื่องสาธารณะต่าง ๆ ถ้าพูดไปให้ ถึงที่สุดแล้วในกรุงเทพมหานคร ขออภัยที่เอ่ยกลับไปในเรื่องกรุงเทพมหานคร หรือในเมือง พัทยาที่เป็นรูปแบบที่กําลังเสนอ เรื่องการขนส่งมวลชนทั้งหลายควรจะเป็นเรื่องของท้องถิ่น เรื่องไฟฟูาทั้งหลาย เรื่องประปาทั้งหลายเป็นเรื่องของท้องถิ่น กําจัดขยะมีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นความคิดเหล่านี้ผมคิดว่า ณ วันนี้ถ้าเสริมไปได้ก็จะดี ถ้าเสริมไม่ได้ก็ฝากเป็น ข้อคิดว่าในระยะยาวแล้วต้องเป็นเรื่องส่วนกลางกับท้องถิ่นที่จะต้องมีขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เฉพาะ กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ควรจะมีที่อื่น ๆ อีกต่อไปด้วย จึงฝากไว้ในเรื่องข้อคิดอันนี้ ว่าน่าจะต้องเคลื่อนย้ายไปสู่เรื่องระบบการปกครองท้องถิ่นที่มีทั้งอํานาจในการบริหารและ อํานาจทางการคลังของตนเอง เพราะว่าการกระจายอํานาจที่แท้จริงนั้นถ้าจะให้สมบูรณ์ต้อง มีอํานาจทางการคลังของตัวเองจึงจะเป็นการปกครองโดยอิสระที่มีอํานาจทางการคลังของ ตัวเอง ขอฝากเป็นข้อสังเกตครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอเชิญท่านสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ อดีต ส.ส. อดีต ส.ว. และอดีตรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เชิญครับ

นายสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๖๖ ซึ่งเรื่องเมืองพัทยานี้ ผมเองก็ถือว่าได้มีความสัมพันธ์กันเป็นเวลายาวนานนะครับ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดชลบุรีมาโดยตลอด อันที่คณะกรรมาธิการได้หยิบยกปัญหาเมืองพัทยาแล้วมา เกลาเพิ่มเติมนี่ก็เป็นเรื่องดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเมืองพัทยาในอดีต นายกเมืองพัทยาก็คือ ประธานสภาเมืองไม่มีอํานาจ แล้วก็ไปจ้างซิตี้แมเนเจอร์ (City Manager) นะครับมาบริหาร ๒ ปีโดยสภาเมือง ตอนหลังเมื่อไม่มีอํานาจเราก็มาแก้กฎหมายให้บริหารราชการท้องถิ่น เมืองพัทยา คือให้นายกมาจากการเลือกตั้งแล้วก็มีสมาชิก ๔ เขต ๒๔ คนนะครับมาบริหาร ราชการเมืองพัทยา ซึ่งมีอํานาจในการจัดสรรงบประมาณต่าง ๆ ด้วยนะครับก็โดยต่อเนื่อง เห็นว่าเป็นผลสําเร็จ แล้วก็เจริญรวดเร็วมาก เรื่องนี้นะครับสิ่งสําคัญที่สุดว่าเมืองพัทยา เป็นเมืองพิเศษเพราะว่าจัดเก็บรายได้แล้วก็มีนักท่องเที่ยวมาเป็นจํานวนมากเหมือนกับ นักท่องเที่ยวนานาชาติ ปีหนึ่งมีรายได้ให้รัฐ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็จัด งบประมาณเองได้ประมาณ ๑,๕๐๐-๑,๗๐๐ ล้านบาท มีเงินอุดหนุนประมาณรวมแล้ว ๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะเมืองพัทยาใกล้กรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวปีหนึ่งมา ๘,๐๐๐,๐๐๐-๙,๐๐๐,๐๐๐ คนแล้ว แล้วเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยว ที่ใกล้กับกรุงเทพฯ เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวไปเมืองพัทยานี่ไปโดยสะดวกมี ๑๓๐,๐๐๐ ห้องพัก โรงแรมและเกสต์เฮาส์ (Guesthouse) แม้กระทั่งคอนโดมิเนียม ถ้าสมมุติว่าเต็มนักท่องเที่ยวก็จะอยู่ที่นั่นประมาณเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ คน อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นถ้าเป็นจังหวัดภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ นักท่องเที่ยวอาจจะไปลําบาก เพราะวันหนึ่งมาเป็นหมื่น ๆ คนนะครับ เนื่องจากมันใกล้รถท่องเที่ยวมีถึง ๘๐๐ คันยังไม่พอ นะครับ ต่อไปก็คงต้องมีแอร์พอร์ตลิงก์ (Airport link) ไป แล้วก็รถไฟความเร็วสูงที่อยู่ใน แผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับที่ ๕ รู้สึกว่าทางรัฐบาลก็กําลังเร่งดําเนินการ สิ่งสําคัญที่สุดก็คือว่าเมืองพัทยาเติบโตรวดเร็วมากนะครับ เพราะฝรั่งเขาบอกว่าซี แซนด์ ซัน (Sea Sand Sun) ตอนนี้ก็เพิ่มเซฟตี้ (Safety) หน่อย เซฟตี้ (Safety) ก็คือว่าให้มี ความปลอดภัย เมืองพัทยามีหลายหน่วยงานของตํารวจ ตํารวจท่องเที่ยว ตํารวจตรวจคน เข้าเมือง แล้วก็หลาย ๆ หน่วยงานซึ่งบางครั้งนักท่องเที่ยวก็สับสนเหมือนกัน ผมอยากจะให้ ตํารวจนั้นเป็นหนึ่งเดียวที่ว่าถ้ามีปัญหาอะไรแล้วก็ตัดสินใจได้ นี่เรื่องที่หนึ่งนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือมีประชากรแฝงจํานวนหลายแสนคน ความจริงกฎหมาย มีอยู่แล้ว ผู้ใดที่ทํางานที่ใดก็แล้วแต่ต้องย้ายภูมิลําเนามาก็ขอให้ภายใน ๑๕ วันหรือ ๑ เดือน อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ถ้าย้ายจริง ๆ ก็เป็นแสน ๆ คน อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นกฎหมาย ข้อนี้ก็มีอยู่แต่ไม่ค่อยได้ใช้กันนะครับ

อีกประการหนึ่งนะครับ ขณะนี้เมืองพัทยาเติบโตอย่างรวดเร็ว ผมเองก็เป็น กรรมาธิการร่วมกับท่านกลินท์ สารสิน อยู่ วันก่อนก็ไปรับฟังความคิดเห็นมาเช่นเดียวกันนะครับ นั่นก็คือว่างบประมาณที่จะต้องใช้ในการบูรณาการมีจํานวนมาก น้ําท่วม น้ําน้อย เรามี มาบประชันกับชากนอก เสริมมาจากหนองค้อแต่ก็ยังไม่เพียงพอ ต่อไประบบไฟฟูาก็คงต้อง ลงใต้ดินเพื่อให้เป็นมาตรฐานโลก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วต้องใช้งบประมาณมากมายทั้งสิ้น ซึ่งลําพังเมืองพัทยาเองก็คงไม่เพียงพอนะครับ จะอย่างไรก็แล้วแต่นะครับก็มีการเลือกตั้ง ทุก ๔ ปี เพราะฉะนั้นนายกเมืองพัทยาหรือสมาชิกมาจากหน่วยไหนก็แล้วแต่ก็ทําให้เป็น มาตรฐาน เพราะว่าถ้าผลงานดีคนก็เลือกนะครับ นั่นก็คือทําให้เป็นมาตรฐานว่าที่มี คณะกรรมการบูรณาการขึ้นมาก็เป็นที่เหมาะสมยิ่ง เพราะมีหน่วยงานทุกหน่วยงาน เพราะจริง ๆ แล้วผมก็เคยคิดว่าจะเสนอให้นายกเมืองพัทยากับหน่วยงานต่าง ๆ มาเป็น บอร์ด (Board) กัน ประปา โทรศัพท์ ไฟฟูา ซึ่งต่อไปอาจจะลงดินก็ต้องทํางานพร้อม ๆ กัน อย่างนี้เป็นต้นนะครับ อย่างไรก็แล้วแต่ก็ขอบคุณคณะกรรมาธิการที่หยิบยกปัญหาขึ้นมา มากมายนะครับ แล้วเมืองพัทยาจะเหมือนกับพี่ชายคนโต ลูกชายคนโตนะครับ นําเงินให้กับ รัฐบาลเพื่อมาขยายไปภาคอื่นด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเริ่มดําเนินการเมืองพัทยาเป็นเมือง ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการท่องเที่ยวระดับโลกที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันหมด เมื่อก่อนผมบอกผมเป็นเมมเบอร์พาร์เลียเมนต์ (Member Parliament) ชลบุรี เขาไม่รู้จักหรอก บอกพัทยานี่ก็เคยมา เพราะฉะนั้นเชื่อว่าชื่อเสียงของเมืองพัทยาดีมาก แล้วก็ยังจะเติบโต อย่างไม่หยุดยั้งเนื่องจากว่ารัฐบาลก็เริ่มไปดูเรื่องของอู่ตะเภา สนามบินพาณิชย์นานาชาติ มีที่เสริมเยอะครับ ยังมีนิคมอุตสาหกรรมอีกตั้ง ๘,๐๐๐ โรงอยู่รอบข้าง เพราะฉะนั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ขอฝากรัฐบาลแล้วก็คณะกรรมการที่บูรณาการนี้เสนองบประมาณเสริม ก็คงจะต้องรวดเร็วนะครับ เรื่องปัญหาน้ําเซาะชายหาด ชายหาดหาย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องมี ผู้เชี่ยวชาญชํานาญของสิ่งแวดล้อมเข้าไปร่วมแล้วก็อย่างน้อยที่สุดนะครับก็ต้องจัดสรร งบประมาณให้เพียงพอ เพราะว่าเหมือนกับเป็นเมืองที่มีรายได้จากต่างประเทศโดยแทบจะ ไม่ต้องลงทุนอะไรนะครับ เพียงแต่เราใช้ธรรมชาติแล้วก็การบริหารการบริการนะครับ ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณคณะกรรมาธิการแล้วก็สิ่งใดที่ควรจะปรับปรุงแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ ก็ขอช่วยพิจารณาด้วย ขอบพระคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมากครับ ไม่มีสมาชิกแสดงความจํานงเพิ่มเติมนะครับในการอภิปราย และสมาชิกได้อภิปรายกันพอสมควร ผมขอปิดการอภิปรายนะครับ ต่อไปขอเชิญท่าน ประธานกรรมาธิการได้ชี้แจงข้อซักถามของสมาชิกครับ

นางนินนาท ชลิตานนท์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ ดิฉันขอขอบพระคุณ ทุกคําอภิปรายของท่านทั้งหลายที่ได้กรุณาให้ทั้งข้อสนับสนุน ข้อเสนอแนะ และข้อสังเกต รวมทั้งข้อคําถามต่าง ๆ ดิฉันก็ขออนุญาตให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการคือท่านธวัชชัย ฟักอังกูร ท่านได้เป็นผู้ตอบข้อซักถามในเบื้องต้นนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอเชิญท่านธวัชชัย ฟักอังกูร นะครับ ประธานอนุกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ ขอเชิญครับ

นายธวัชชัย ฟักอังกูร กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อคิดเห็นของทุกท่านนะครับ หลายท่านได้พูดเกี่ยวกับ เรื่องของปัญหาของเมืองพัทยาในมุมมองที่ต่างกันนะครับ ท่านพูดถึงปัญหาเมืองพัทยา เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ท่านพูดถึงเรื่องทรัพยากรทางทะเลที่มีปัญหา ที่ต้องดูแล ท่านพูดถึงเรื่องการขาดแคลนงบประมาณของเมืองพัทยา ท่านพูดถึงเรื่อง อํานาจหน้าที่ที่ยังไม่สมบูรณ์และคล่องตัว พูดถึงกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และอีกหลาย ๆ ปัญหา กระผมเองในชั้นของอนุกรรมาธิการก็ดี ในชั้นของกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่นก็ดีก็ได้มีการรับทราบและมีพูดถึง ปัญหาเหล่านี้ สิ่งที่เราพยายามที่จะแก้ไขให้กับเมืองพัทยาก็คือ

ประการแรก เราพยายามที่จะออกแบบอํานาจหน้าที่เพื่อที่จะให้เมืองพัทยา สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ กระผมได้เรียนในตอนต้นว่าลําพังการบัญญัติให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีอํานาจใด ๆ ถ้าหากยังมีบทบัญญัติกฎหมายเหล่านั้นให้เป็นหน้าที่ของ ส่วนราชการอยู่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ไม่สามารถที่จะใช้บทบัญญัติของกฎหมายนี้ ไปโอเวอร์รูล (Overrule) กฎหมายอื่นที่มีอยู่ได้ แต่หนทางมันไม่ใช่จบอยู่แค่นี้ เพราะมิฉะนั้น เราจะแก้ไขกฎหมายไปทําไม ผมอยากจะเรียนว่าในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันพยายามที่จะแก้ไขปัญหาที่พูด ในมาตรา ๒๕๐ วรรคสองได้บอกว่า การจัดทําบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะใดที่สมควรให้ เป็นหน้าที่และอํานาจโดยเฉพาะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ หรือจะให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการดําเนินการใดให้เป็นไปตามที่กฎหมาย บัญญัติ อ่านแค่นี้ก็น่าจะจบนะครับแต่ไม่จบ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติและกฎหมาย ดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับกลไกและขั้นตอนในการกระจายหน้าที่และ อํานาจ ตลอดจนงบประมาณบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และอํานาจดังกล่าวของ ส่วนราชการให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย ถ้าอย่างนี้จบ แต่กฎหมายที่เราพิจารณา กัน ๒ วัน กฎหมายจัดตั้งขององค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป เทศบาล อบต. องค์การ บริหารส่วนจังหวัดเมื่อวาน กฎหมายกรุงเทพมหานครเมื่อวาน รวมทั้งกฎหมายเมืองพัทยา ในวันนี้ เราไม่ได้มีบทบัญญัติในตอนท้ายของรัฐธรรมนูญเลย เพราะมันไปเกี่ยวพันกับอํานาจ หน้าที่ของราชการส่วนกลาง ความจริงราชการส่วนภูมิภาคก็คือราชการส่วนกลางนั่นเอง ที่ผ่านมาเรามีกฎหมายที่เรียกว่ากฎหมายกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ กฎหมายฉบับนี้แหละครับที่บอกว่าเราจะต้องจัดแบ่งหน้าที่ระหว่างรัฐกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น กฎหมายฉบับนี้ที่บอกว่าเราจะต้องมีแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจว่า ในปี พ.ศ. ใดสมัยก่อนเขียนอย่างนั้น จะต้องมีการกระจายอํานาจ ต้องมีการกระจายเงินไป ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นกฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนว่าเรายังไม่ได้ มีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ที่พูดกันนี่นะครับ คณะอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการ การปกครองท้องถิ่นได้เสนอเป็นรายงานข้อเสนอเกี่ยวกับการกระจายอํานาจไว้ และได้ผ่าน การพิจารณาของสภาแห่งนี้ไปแล้วนะครับ ไม่ใช่เป็นข้อเสนอเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมาย แต่เป็นรายงานว่าเราจะมีขั้นตอนในการที่จะแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบ แบ่งเงิน ในห้วงระยะเวลาเท่าไร อย่างไร สิ่งทั้งหลายที่ทุกท่านเป็นห่วงเกี่ยวกับการที่จะให้ท้องถิ่น มีอํานาจในการที่จะแก้ไขปัญหาได้ อยู่ในข้อเสนอเหล่านั้นที่เราเสนอผ่านสภาแห่งนี้ เพื่อที่จะให้เข้าคณะรัฐมนตรี แล้วเราก็จะได้ดําเนินการจัดแบ่งหน้าที่ให้เป็นไปตามอย่างที่ ท่านทั้งหลายได้มีการพูด แต่เมื่อระยะเวลาที่เราจะแบ่งหน้าที่ตรงนั้นมันยังไม่เกิดผล สิ่งที่เรา ทําได้เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เราได้มีบทบัญญัติไว้ในกฎหมาย เรามีการตั้งคณะกรรมการที่เรา เรียกว่ายุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหา ผมอยากจะเน้นว่าเพื่อแก้ไขปัญหาเท่านั้นนะครับ ไม่ว่าจะเป็น กรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นเมืองพัทยาเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยซึ่งจะต้องอาศัย เจ้าหน้าที่ตํารวจ เรื่องชายฝั่ง ทรัพยากรซึ่งจะต้องอาศัยข้าราชการจากกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องของสวัสดิการสังคม เรื่องที่อยู่อาศัยซึ่งจะต้องอาศัย กระทรวงต่าง ๆ เมื่อเรายังเอาอํานาจมาให้กับท้องถิ่นไม่ได้ เราก็ต้องเอาหน่วย เอาตัว เอาคนมารวมกันที่มีอํานาจทั้งหลาย แล้วมาตั้งวงแล้วก็คุยกันเพื่อให้เกิดเอกภาพว่า ถ้าเราจะ แก้ปัญหาเหล่านี้ที่กรุงเทพมหานคร ถ้าเราจะแก้ปัญหาเหล่านี้ที่เมืองพัทยา ใครควรจะมี ส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ไขอย่างไร นี่คือแนวทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาในช่วงระยะเวลาที่ การจัดสรรภารกิจระหว่างส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่น ยังดําเนินไปนะครับ ยังดําเนินไป อันนี้ ก็ต้องเรียนให้หลายท่านที่ได้มีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเหล่านี้นะครับได้รับทราบว่าเราแก้ไขปัญหานี้ อย่างไรนะครับในกฎหมาย

ส่วนเรื่องของข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนนะครับ เราก็ได้มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของคณะกรรมการประชาคมเพื่อที่จะให้เข้ามา มีส่วนร่วมในการบริหารอย่างที่หลายท่านได้เสนอความคิดเห็น บางท่านได้เสนอข้อคิดเห็น ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการได้คิดอยู่ คือทําไมเราไม่ออกกฎหมาย กลาง ๆ เอาไว้นะครับ เพื่อที่จะให้พื้นที่ใดที่มีลักษณะพิเศษซึ่งมีความพิเศษที่ไม่เหมือนกัน นะครับ ที่มีความพิเศษที่ไม่เหมือนกันนี่ เราจะได้มีกฎหมายเอาไว้ใช้ ไม่ใช่ตั้งเป็นองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งขึ้นมาเป็นจํานวนมาก ผมอาจจะขอยกยอดอันนี้ไปพูดในอีก วาระหนึ่งนะครับเกี่ยวกับเรื่ององค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ไม่แน่ใจว่าผมได้ตอบ คําถามทุกประเด็นหรือเปล่า เผื่อท่านประธานกรรมาธิการอาจจะเติมได้ครับ ขอบคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอเชิญท่านประธานนินนาทครับ

นางนินนาท ชลิตานนท์ ประธานกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ เมื่อสักครู่ ท่านประธานอนุกรรมาธิการธวัชชัยท่านก็ได้ตอบข้อซักถามในภาพรวม ซึ่งก็คิดว่าส่วนใหญ่ ก็ครอบคลุมคําถามทั้งหมดที่ท่านทั้งหลายได้กรุณาถามมา แต่อาจจะมีรายละเอียดอีก เล็กน้อยซึ่งแต่ละท่านอาจจะบอกว่า เอ๊ะเรื่องนี้ผมสอบถามไปไม่เห็นตอบนะคะ ดิฉัน ก็จะขออนุญาตเพิ่มเติมในส่วนที่แต่ละท่านได้สอบถามมา

ท่านแรก ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนามนะคะ ท่านนิกร จํานง ท่านพูดถึงเรื่อง ซิตี้แมเนเจอร์ (City Manager) อันนี้ก็ขอกราบเรียนทุก ๆ ท่านว่าพัทยาในปัจจุบันนี้ ได้บริหารงานแบบนายกกับสภาเมือง ซึ่งได้รับการเลือกตั้งมาจากพี่น้องประชาชนโดยตรง นะคะ ซิตี้แมเนเจอร์ (City Manager) นั้นบริหารกันในระยะแรกเท่านั้น แล้วก็ยกเลิกไป นะคะ ส่วนปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านเป็นกังวล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาจราจร ปัญหาของ ประชากรแฝง ปัญหาของภารกิจที่คาบเกี่ยวกันระหว่างกําลังของตํารวจ กรมเจ้าท่า ต่าง ๆ เหล่านั้น รวมทั้งของท่านกลินท์นะคะที่ได้บอกว่า อ้าวแล้วอย่างนี้งบประมาณจะมา จากไหน ขยะ น้ําท่วม อะไรต่าง ๆ นะคะที่เราได้นําเสนอไว้ อันนี้คณะอนุกรรมาธิการและ คณะกรรมาธิการมั่นใจว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่น โดยรอบจะช่วยได้ เพราะว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่น โดยรอบนั้นเกิดขึ้นตามข้อเสนอนี้ ไม่ได้ไปทําหน้าที่ก้าวก่ายอํานาจของเมืองพัทยาโดยตรง สิ่งใดที่เป็นอํานาจหน้าที่ของเมืองพัทยาโดยตรง เมืองพัทยายังทําได้โดยสมบูรณ์นะคะ แต่คณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่นโดยรอบนั้นเกิดขึ้นมา เพื่อวัตถุประสงค์ ๒ ประการ

ประการแรก ก็เพื่อต้องการช่วยเมืองพัทยาแก้ไขปัญหาของเมืองที่พัทยาเอง ดําเนินการโดยลําพังไม่ได้ เพราะว่าในพื้นที่เมืองพัทยานั้นมีส่วนราชการอื่น ๆ เข้าไป มีอํานาจหน้าที่ในเรื่องเหล่านี้ด้วย แต่ว่าอาจจะขาดการประสานกัน ขาดการบูรณาการกัน ขาดความตกลงที่ว่าใครจะทํามากทําน้อยอย่างไรนะคะ คณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไข ปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่นโดยรอบที่ได้นําเสนอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีท่านเป็น ประธานนี่เพราะท่านเป็นผู้กํากับ จะมีส่วนราชการอื่น ๆ อยู่ในพื้นที่ท่านมากมาย ก็จะได้ ช่วยกันกับเมืองพัทยาที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านั้น

ประการที่ ๒ ก็คือจะช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองพัทยาและกระทบไปถึง ท้องถิ่นโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจราจร ปัญหาขยะ ปัญหาน้ําท่วม อื่น ๆ ทั้งหมด หรือท้องถิ่นโดยรอบเขาทําอะไรแล้วกระทบถึงเมืองพัทยา ตรงนี้ค่ะก็จะอาศัยคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่นโดยรอบเข้ามาช่วย เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเมืองพัทยาสามารถดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ที่คณะกรรมาธิการ ได้เพิ่มเติมให้ แล้วก็ยังมีคนมาช่วยเขาเกี่ยวกับเรื่องที่เขาไม่สามารถดําเนินการได้โดยลําพัง และมีผู้ประสานกับการแก้ไขปัญหาในท้องถิ่นโดยรอบ แล้วก็เชื่อมั่นว่าเมืองพัทยาจะสามารถ ดําเนินการในการบริหารงานและดูแลพี่น้องประชาชนได้ดีขึ้นกว่าปัจจุบันนะคะ

ส่วนของท่านที่ ๒ ค่ะท่านสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ ท่านได้กรุณาสอบถามว่า แล้วเวลาผู้บริหารเมืองพัทยาหรือผู้บริหารท้องถิ่นอื่น ๆ เขาเข้ามาแล้วไม่ทํางานตามที่บอกไว้ กับพี่น้องประชาชนแล้วจะทําอย่างไร อันนี้ก็กราบเรียนว่าทั้งกฎหมายเมื่อวานนี้คือของ อนุที่ ๑ คือประมวลกฎหมายทั่วไปนะคะของท้องถิ่นทั่วไป รวมทั้งของกรุงเทพมหานครและ รวมทั้งของเมืองพัทยาจะมีบทบัญญัติที่กําหนดว่าเมื่อนายกเมืองพัทยาก็ดี ท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครก็ดี หรือนายก อปท. ทั้งหลายที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามานั้นท่านจะต้อง แถลงนโยบายในการทํางานของท่านต่อสภาของท่านภายใน ๑๕ วัน ว่าท่านจะทําอะไรบ้าง ในสมัยของท่านเพื่อให้ได้ทราบกันทั่วไป อันนี้ก็เพื่อสภาจะได้ติดตามการทํางานของ ท่านผู้บริหารท้องถิ่น รวมทั้งพี่น้องประชาชนก็สามารถจะติดตามการทํางานของผู้บริหาร ท้องถิ่นที่ท่านเลือกเข้าไปได้ด้วยนะคะ

สําหรับเรื่องคนที่ว่าเพิ่มตํารวจเมืองชลหน่อยได้ไหมนะคะ ก็ได้หารือกับ ท่านประธานอนุแล้วก็ไม่ขัดข้องค่ะ

เรื่องคุณสมบัติของสมาชิกนะคะ คุณสมบัติของสมาชิกอันนี้ก็เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ คือเราจะกําหนดเรื่องคุณสมบัติด้านการศึกษาเฉพาะผู้บริหารเท่านั้นนะคะ

ของท่านวันชัยนี่ ท่านประธานอนุท่านได้ขอความกรุณาแล้วว่าเดี๋ยวเรา จะต้องไปพูดกันเรื่องของท้องถิ่นทั่วไปที่อยากจะขอปรับเป็นท้องถิ่นพิเศษน่าจะมีอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นก็จะตรงตามที่ท่านได้สอบถามว่า มีกฎหมายกลางได้ไหมหรืออะไรได้ไหม ก็ท่านประธานอนุได้ขออนุญาตว่าเดี๋ยวเราไปพูดกันในเรื่องต่อไปนะคะ

ของท่านคํานูณ สิทธิสมาน ท่านก็หารือว่าจะให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ที่ วินิจฉัยให้ท่านสมาชิกสภาเมืองพัทยาที่ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการแปรญัตติงบประมาณนี่ มันจะเหมาะไหม หรือควรจะเป็นท่านอื่นนะคะ อันนี้ก็กราบเรียนว่าที่คณะกรรมาธิการและ คณะอนุกรรมาธิการเห็นพ้องต้องกันก็เนื่องจากว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นเป็นผู้กํากับ ดูแลนะคะ แล้วก็การที่จะนําเสนอให้พิจารณาเรื่องนี้ก็มาจากจํานวนสมาชิกจํานวนหนึ่ง แต่ว่า ก็ไม่ทิ้ง ข้อนําเสนอของท่านก็อาจจะแนบข้อสังเกตนี้ไปกับรายงานของเราด้วยนะคะ

ส่วนเรื่องของท่านชูชัย ก็ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการกระจายอํานาจค่ะ ท่านคะ คือถ้ากระทรวง ทบวง กรม ซึ่งเขารับผิดชอบในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นแร่ หรือที่ดิน หรือทรัพยากรชายฝั่งนี่ท่านได้กรุณามอบลงมา อันนี้กฎหมาย ทางเมืองพัทยาเราแก้ให้เปิดรองรับเรื่องนี้ไว้แล้ว คือหมายถึงว่าสามารถที่จะเข้าไปทําได้ ถ้าได้รับการกระจายอํานาจลงมา แล้วก็อยู่ในข้อเสนอที่นําเสนอขึ้นไป เพราะว่าตามที่ ท่านประธานอนุท่านกล่าวค่ะ ตามมาตรา ๒๕๐ ของรัฐธรรมนูญก็จะมีวรรคหนึ่งที่บอกว่า การกระทําเหล่านี้ก็จะต้องมีการมอบแล้วก็มาออกกฎหมายเพิ่มเติมนะคะ ถ้าเขาไม่ให้ ท้องถิ่นก็ทําไม่ได้ แต่เราก็พยายามเปิดฐานเอาไว้เพื่อที่จะให้รองรับการทํางานนะคะ ก็ตรงกันค่ะ คือว่าสิ่งใดที่ท้องถิ่นเขาสามารถดําเนินการได้ก็ควรจะให้เขามีส่วนดําเนินการให้ มากขึ้น เพราะว่าเขาเป็นหน่วยที่ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิดนะคะ

ส่วนของท่านสถิตย์ ที่อยากจะเห็นว่าในบ้านเราอนาคตนี่เหมือนกับว่า ส่วนท้องถิ่นก็จะค่อย ๆ ถดถอยไปนะคะ ในอนาคตเราก็อาจจะมีส่วนท้องถิ่นกับส่วนกลาง ก็ค่อยเป็นค่อยไป ก็คงจะเป็นไปตามที่ท่านนําเสนอคือคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็อยากให้มี ความค่อยเป็นค่อยไป เพราะว่าในระเบียบบริหารราชการแผ่นดินที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ในบริบท ของการบริหารราชการแผ่นดินของเรานี่ก็ยังกําหนดให้มีส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น แต่ขณะเดียวกันดิฉันก็คิดว่าทุก ๆ ท่านคงเข้าใจว่าส่วนท้องถิ่นในวันข้างหน้าก็จะต้องเติบโต ขึ้นแต่เราก็ต้องให้เขาเติบโตอย่างเข้มแข็งแล้วก็แข็งแรง เพราะฉะนั้นการเติบโตอย่างเข้มแข็ง และแข็งแรงนั้นก็คงจะต้องค่อยเป็นค่อยไป ก็ไม่ทราบว่าดิฉันได้ตอบคําถามของทุกท่าน ครบถ้วนหรือไม่ ถ้ามีท่านใดยังเห็นว่าไม่ครบถ้วนก็เชิญค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการครับ ท่านสุรินทร์ติดใจ ขอเชิญครับ

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

ไม่ได้ติดใจในสาระที่ท่านตอบไปแล้วนะครับ แต่ว่าขออนุญาตท่านยังไม่ได้ตอบให้ผมชื่นใจสักหน่อยครับ รายงานฉบับเล็ก ๆ ของท่าน ในหน้า ๘ เมื่อกี้เพราะท่านเพิ่มผู้บังคับการตํารวจชลบุรีไปแล้วผมขอบคุณมาก แต่ท่านยัง ไม่ได้ตอบในข้อ ๑.๑๗ ผู้แทนสมาคม องค์กรภาคเอกชน ธุรกิจการค้ามี ๓ คน ผมเสนอว่า ๓ คนมันน้อยมากเหลือเกินและยังผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งอีกนะครับ ทั้งหมดนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งหมด ถ้าเอาจริง ๆ ถ้าผมวิพากษ์อย่างตรงไปตรงมาก็คือว่า ท่านกําลังเอาราชการส่วนภูมิภาคไปครอบราชการส่วนท้องถิ่นท่านดูได้เลย ผมยืนยันนะครับ อย่างนี้มันไม่ใช่รูปแบบพิเศษแล้ว ถ้าถามผม ผมเสนออย่างไร ผมต้องมีข้อเสนอ ในการคัดเลือกองค์กรพิเศษเขาบอกว่าให้อธิการบดี ๑ คน โดยเลือกจากที่ประชุมอธิการบดี ของรัฐ ๒๘ คน ก็เอามา ๑ คน ถ้าถามผมตรงนี้เมื่อกี้ผมขอเพิ่มจาก ๓ เป็น ๕ ได้ไหม ใน ๒๓ คนของท่านที่ท่านออกแบบมามีภาคเอกชนจริง ๆ ๔ คนเอง ถามว่ามันจะไปทําอะไร กับภาคของรัฐ ในที่สุดคณะกรรมการยุทธศาสตร์นี้คือครอบโดยราชการเลย เมื่อมี ยุทธศาสตร์อย่างนี้ไปแล้วท่านออกนอกกรอบยุทธศาสตร์ยากนะ ถ้าผมเป็นผู้บริหารเป็น นายกล่ะ นี่ผมพูดอย่างสร้างสรรค์และตรงไปตรงมา ถ้าท่านไม่อยากแก้ก็ไม่เป็นไร แต่ว่า ผมอภิปรายไว้เป็นข้อสังเกตให้ท่านดูว่าในอนาคตจะมีปัญหานะครับ อันนี้ก็กราบเรียนท่าน ด้วยความเคารพว่าถ้ายังยึดอย่างนี้ ๓ คน ผมก็เสนออีกช็อต (Shot) หนึ่งว่าในข้อ ๑.๑๗ ให้เขาเลือกกันเองได้ไหม จะมีสมาคมอะไร ๆ เท่าไรให้เขาเลือกกันเอง ไม่ใช่อะไรก็ ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง หัวหน้าส่วนราชการ ๔ คน ก็ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง ผมคิดว่า นี่ไม่ใช่ส่วนราชการ เขาเรียกอะไร องค์กรพิเศษแล้ว มันเป็นองค์กรที่ครอบโดยผู้ว่าราชการ จังหวัด รองประธานยังรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่แต่งตั้งเลย ผมเสนอด้วยความเคารพนะครับ ไม่ได้คิดเห็นเป็นอื่นเลย เพราะดีหมดทุกอย่าง แต่ว่าคณะกรรมการชุดนี้ผมคิดว่าสําคัญมาก ๆ เลยการกําหนดยุทธศาสตร์ ๓ ปี ๕ ปี ๒๐ ปี ท่านดูก็แล้วกันครับ ขอบคุณท่านมากครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

เชิญท่านธวัชชัย ประธานอนุกรรมาธิการตอบข้อซักถามครับ

นายธวัชชัย ฟักอังกูร กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ ขออนุญาต ตอบนะครับ ประเด็นเกี่ยวกับผู้แทนของภาคเอกชนที่จะให้เขาคัดเลือกกันเองผมรับว่าจะไป แก้ให้เลย แต่ว่าโดยหลักของการออกคําสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังต้องแต่งตั้งอยู่นะครับ แต่ว่าแต่งตั้งตามที่เขาเห็นชอบ อันนี้รับไปแก้ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ชื่นใจแล้วนะครับท่านสุรินทร์ เป็นอันว่าที่ประชุมได้พิจารณา คุณหมอชูชัย ขอโทษครับ เชิญครับ

นายชูชัย ศุภวงศ์

ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ผม ชูชัย ศุภวงศ์ สมาชิกหมายเลข ๔๐ ผมไม่ชัดเจนต่อคําตอบที่ท่านประธานนินนาทตอบครับ ขอประทานโทษ นะครับ ถ้าบอกว่ารอให้กรมต่าง ๆ ดังที่ผมได้เอ่ยไปแล้วเปิดให้แล้วเราจะแก้ให้ท้องถิ่นหรือ พัทยาดําเนินการตามนั้น ท่านประธานครับ ผมไม่แน่ใจว่าในอดีตที่ผ่านมากรมไหนบ้างเคยเปิดให้ แต่ว่าที่ชัดเจนคือการเรียกร้องอย่างหนักจากคนในพื้นที่แล้วทําให้เกิดการกระจายอํานาจ เพราะฉะนั้นข้อเสนอของผมคือทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมด ๕ แห่ง ๕ ประเด็นด้วยกัน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่จําเป็นจะต้องเสนอ ถ้าเราต้องการปฏิรูปให้มี ความชัดเจนระหว่างส่วนราชการภูมิภาคและท้องถิ่นที่เราเรียก อปท. นะครับ โดยเฉพาะ ในส่วนพัทยาที่มีการอภิปรายอยู่ ก็อาจจะเกี่ยวตรงกับเรื่องทรัพยากรชายฝั่งและทะเล ซึ่งผม คิดว่าคงมีปัญหาอยู่ไม่น้อย ถ้าเป็นไปได้เราขอเสนอไปพร้อมกันได้ไหมครับ ให้ส่วนกลาง คืนอํานาจให้ชุมชนท้องถิ่น ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาดูแล และแน่นอนครับการคืน อํานาจดังที่ผมได้อภิปรายไปแล้วนี่ ผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดนั้น ๆ รวมทั้งรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบจะต้องดูแลครับ ถ้าท้องถิ่นไม่รับผิดชอบหรือละเลยเพิกเฉย เราก็สามารถที่จะ ยกเลิกข้อบัญญัตินั้นได้ โดยอํานาจของรัฐมนตรี ขอบคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอเชิญท่านประธานนินนาทตอบข้อซักถามครับ

นางนินนาท ชลิตานนท์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ เมื่อสักครู่นี้ดิฉันได้นําเรียนว่าในกฎหมายของ ท้องถิ่นเราแก้ไขเพิ่มเติมให้แล้วนะคะ อย่างเดิมในเรื่องของการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ เขียนเอาไว้เพียงว่า การส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและ ทรัพยากรธรรมชาติ เขียนไว้แค่นี้นะคะ อํานาจหน้าที่ของท้องถิ่นของเมืองพัทยา แล้วก็แก้ไข เป็นการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การจัดการ การคุ้มครอง การดูแล การบํารุงรักษาและ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและการจัดการมลพิษต่าง ๆ คือเรื่องเหล่านี้คือให้ครอบคลุม แต่ว่าในเรื่องที่ทางกรมทรัพยากรชายฝั่งหรือทางทะเล หรือแร่ หรืออะไรนี่นะคะ เขาจะให้เราทําแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับการกระจายอํานาจลงมา แต่ทีนี้ ถ้าหากว่าท่านชูชัยอยากจะให้นําเสนอไปด้วยก็ยินดีค่ะ ซึ่งท่านก็บอกว่าจะเอาเอกสารมาให้ เดี๋ยวดิฉันก็แนบไปให้ค่ะท่านคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ เป็นอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานเรื่อง การปฏิรูประบบการบริหารงานเมืองพัทยา และร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ เมืองพัทยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และเรื่องคณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาเมืองพัทยา และท้องถิ่นโดยรอบแล้วนะครับ ผมจะดําเนินการขอมติจากที่ประชุมเป็น ๒ ครั้ง ตามที่ ท่านประธาน สปท. ได้กําหนดไว้ในเบื้องต้น แต่ก่อนจะขอมติจากที่ประชุม ผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุมแสดงตนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุมแสดงตน)

ระหว่างนี้รอท่านสมาชิกนะครับ กําลังทยอยเดินมาจากห้องประชุมในอาคาร ที่ ๑ ๒ ๓ ของรัฐสภานะครับ มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนครับ หรือมีปัญหา การใช้สิทธิแสดงตน การวิ่งของเจ้าหน้าที่หมายถึงไปเอาบัตรสํารองนะครับ แสดงว่ายังมีผู้ยัง ไม่ได้แสดงตน เรียบร้อยแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๕๙ ท่าน เป็นอันว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับรายงานเรื่อง การปฏิรูป ระบบการบริหารงานเมืองพัทยา และร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่นะครับ

(นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ต่อไปเป็นการลงมติตามข้อบังคับ ข้อ ๖๐ นะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุม งดออกเสียง ขอเชิญใช้สิทธิครับ สมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนไหมครับ ยังมีอยู่นะครับ เชิญใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุมลงคะแนน)

เมื่อใช้สิทธิครบถ้วนแล้วผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ ขอทราบผลคะแนนครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๖๐ ท่าน เห็นด้วย ๑๕๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่านนะครับ

เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น เรื่อง การปฏิรูประบบการบริหารงานเมืองพัทยา และร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วนะครับ

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับรายงาน เรื่อง คณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่นโดยรอบหรือไม่นะครับ

(นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

เนื่องจากเป็นการลงมติต่อเนื่องนะครับ องค์ประชุมก็ครบตามที่ได้มี การตรวจสอบเบื้องต้นนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนตามข้อบังคับ ข้อ ๖๐ นะครับ ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุม งดออกเสียงครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุมลงคะแนน)

มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ ขอทราบผลการลงคะแนนครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๕๘ ท่าน เห็นด้วย ๑๔๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่านนะครับ

เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น เรื่อง การปฏิรูประบบการบริหารงานเมืองพัทยา และร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และเรื่อง คณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่นโดยรอบ ซึ่งคณะกรรมาธิการ จะได้นําความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุงก่อนที่จะส่งรายงานและ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปนะครับ จบการพิจารณา เรื่อง การปฏิรูประบบการบริหารงานเมืองพัทยา และร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และคณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไข ปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่นโดยรอบแล้วนะครับ

ต่อไปเป็นการพิจารณารายงานเรื่องที่ ๔ เรื่อง การปฏิรูปการบริหารงานของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่หรือเมืองที่มีลักษณะพิเศษนะครับ ขอเชิญท่านประธาน กรรมาธิการแถลงรายงานต่อที่ประชุมครับ เมืองพัทยาซึ่งมีลักษณะพิเศษเป็นเมืองท่องเที่ยว และทั้ง ๒ แห่งก็มีกฎหมายรองรับแล้ว เราควรจะต้องดูด้วยว่าในเมืองหรือในพื้นที่ที่มีลักษณะพิเศษ ซึ่งตรงนั้นก็มีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นดูแลอยู่นี่ สมควรที่จะต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด มีลักษณะพิเศษเพิ่มเติมอีกหรือไม่ หรือควรจะมีหลักการใดในการที่จะดูว่าเมืองลักษณะ พิเศษที่สมควรจะมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในลักษณะพิเศษควรจะมีหลักเกณฑ์ หรือแนวทางอย่างไรนะครับ ก็ได้กําหนดหัวข้อนี้ขึ้นมาพิจารณาต่อเนื่องไปอีก ผลการที่ คณะอนุกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษได้พิจารณาเรื่องนี้โดยได้ออกไปดูพื้นที่ หรือเมืองที่มีลักษณะพิเศษ ๑ แห่งด้วยกันคือ เทศบาลนครแม่สอดนะครับ แล้วก็ได้ มีการศึกษาเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องอันทําให้เป็นเมืองลักษณะพิเศษได้แก่ ระเบียบ แนวทางปฏิบัติ ร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ แล้วก็ได้ศึกษาเกี่ยวกับ การที่คณะต่าง ๆ ได้เคยมีการทํารายงานเรื่ององค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเอามา ประกอบกันนะครับ ก็ได้ข้อยุติจัดทําเป็นเอกสารรายงานเสนอท่านสมาชิก รายงานนี้ ก็อาจจะหนาหน่อยนะครับ แต่ว่าสาระก็มีไม่มาก ที่หนาก็เพราะว่ามีกฎหมายประกอบของ เทศบาลนครแม่สอด มีกฎหมายเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษในตอนท้ายนะครับ

สรุปสาระอย่างนี้ครับ ขณะนี้ในประเทศไทยเรามีเมืองที่มีลักษณะพิเศษ คือไม่เหมือนกับพื้นที่ทั่ว ๆ ไปที่เคยมีการศึกษากันนะครับ อยู่ทั้งหมด ๖ เมืองลักษณะพิเศษ ด้วยกัน ๑. ก็คือเมืองการค้าชายแดน อันนี้ก็เป็นเมืองที่อยู่ตามภูมิภาคขอบ ๆ ประเทศ ทุกภาคนะครับ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้นี้มีหมดนะครับ ที่มีการค้า ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านก็มีจัดบริการสาธารณะ การดูแลต่าง ๆ ที่แตกต่างไปจากที่อื่น นอกจากนั้นก็มีเมืองท่องเที่ยวอย่างเมืองพัทยา จริง ๆ เรายังมีอีกหลายเมืองที่เป็นลักษณะ พิเศษ เช่น เกาะสมุยนี้ก็เป็นทั้งเกาะเลย หรือภูเก็ตหรือเมืองท่องเที่ยวตามประเภทของ การท่องเที่ยวต่าง ๆ อีกเป็นจํานวนมาก เมืองพิเศษในลักษณะของเมืองประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เมืองอุตสาหกรรม เมืองโลจิสติกส์ (Logistics) อันนี้ก็เป็นเมืองที่มีลักษณะพิเศษ จนกระทั่งออกเป็นร่างกฎหมายมาแล้วก็มี เมืองสนามบินสุวรรณภูมิ ตอนนั้นก็เคยมีการร่าง กฎหมายองค์กรปกครองท้องถิ่นรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งขณะนั้นอยู่ในระหว่างการสร้าง สนามบิน กลุ่มเมืองต่าง ๆ ที่มีระดับเศรษฐกิจสูงตามภูมิภาคต่าง ๆ นะครับ เช่น ภาคอีสาน มีจังหวัดขอนแก่น โคราช อุบลราชธานี เป็นต้นนะครับ ในพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้เราก็จะเห็นได้ว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้ต่างก็ต้องรับภาระในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ปัญหาก็คงจะไม่ต่างกันมากนักกับเมืองที่มีขนาดใหญ่แล้วก็มีลักษณะพิเศษไม่ว่าจะเป็นที่เรา เคยพบในกรุงเทพมหานครก็ดีหรือที่เมืองพัทยาก็ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราได้ไปดูเกี่ยวกับ เรื่องของกฎหมาย การร่างกฎหมายฉบับหนึ่งนะครับ ก็คือตัวร่างพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการนครแม่สอด แม่สอดเคยมีการจัดทําร่างกฎหมายเพื่อที่จะยกฐานะตัวเอง เปลี่ยนแปลงตัวเองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่ว ๆ ไปเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ ที่ต้องนําเรื่องนี้มาดูก็เพราะว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านการพิจารณาของ คณะรัฐมนตรีไปแล้วถึง ๓ ครั้งด้วยกันนะครับ ใน ๓ รัฐบาล ตั้งแต่รัฐบาลแรกเมื่อ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔ กฎหมายฉบับนี้ได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีก็ได้นําเสนอต่อสภา แต่ปรากฏว่าได้มีการยุบสภาผู้แทนราษฎรช่วงนั้นไปก่อนนะครับ กฎหมายฉบับนี้ก็เลย ไม่สามารถที่จะประกาศใช้ได้ ในรัฐบาลต่อมานะครับ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๕ กฎหมายฉบับนี้เมื่อตกไปในชั้นนั้นก็ได้มีการนําเสนออีกครั้งหนึ่งนะครับ แต่ว่า คณะรัฐมนตรีในครั้งที่ ๒ นี้ก็บอกว่าให้หารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณา ร่างกฎหมายให้สอดคล้องกับแนวทางการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ก็คือในช่วงนั้น แนวนโยบายของรัฐได้มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น นครแม่สอดนี้ก็ไปตั้งอยู่ตรงบริเวณ ที่มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษก็คือให้มาดูว่าภาระหน้าที่ของเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตามกฎหมายใหม่กับตัวร่างของเทศบาลนครแม่สอดมีความสอดคล้องกันอย่างไร หรือไม่ ต่อมานะครับรัฐบาลเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๘ ในช่วงรัฐบาลปัจจุบันก็ได้มีการนําเสนอ กฎหมายนครแม่สอดซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอีกครั้งหนึ่ง มาในครั้งนี้ คณะรัฐมนตรีบอกว่าให้ชะลอกฎหมายของนครแม่สอดไว้ก่อนนะครับ เนื่องจากเห็นว่า ยังไม่สอดคล้องกับนโยบายการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ขณะนี้กฎหมายองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษกรณีของนครแม่สอดก็ยังคงค้างอยู่ในปัจจุบัน คณะอนุกรรมาธิการ ก็ได้เดินทางไปที่แม่สอดเพื่อที่จะไปดูข้อเท็จจริงในพื้นที่นะครับ แล้วก็ได้พบว่านครแม่สอดนี้ เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะพิเศษต่างจากท้องถิ่นรูปแบบทั่วไปก็คือมีการค้าชายแดนเป็นเวลานาน มาแล้วนะครับ มีโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นเป็นจํานวนมาก ๔๐๐-๕๐๐ แห่ง ซึ่งเป็นโรงงาน ที่ได้รับสิทธิพิเศษทางด้านการค้าและในอนาคตที่บริเวณนั้นก็จะมีเขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งก็จะ เป็นกฎหมายนะครับ แล้วก็โดยปัจจุบันได้พบว่าเทศบาลนครแม่สอดมีศักยภาพไม่เพียงพอ ในการจัดบริการสาธารณะที่แห่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องปัญหาที่เกิดจากคนงานที่เป็น แรงงานต่างด้าวได้เข้ามา จํานวนแรงงานต่างด้าวเข้ามาในเขตเทศบาลมากกว่าจํานวน ประชากรในเขตเทศบาลที่มีอยู่เสียอีกนะครับ ทําให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ของคนที่แออัดเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขที่ต้องจัดบริการ ปัญหาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมเรื่องขยะ เรื่องน้ําเสีย แล้วก็เรื่องของการบริการต่าง ๆ เป็นจํานวนมากจนเกินขีดความสามารถของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับนครแม่สอดที่จะจัดการได้ สิ่งเหล่านี้ต้องถือว่า เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับการบริหารงานของเทศบาลนครแม่สอด อย่างไรก็ตามสิ่งที่ นครแม่สอดกําลังจะต้องดูอยู่ก็คือว่าอนาคตที่จะเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งจะต้องมีกฎหมาย ประกาศใช้ออกมา ในขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีแต่เพียงตัวร่างกฎหมาย แล้วก็ได้รับทราบว่ากฎหมายฉบับนี้ก็ได้นําเข้าการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้วนะครับ แต่ก็ยังจะต้องมีสิ่งที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขยังไม่สําเร็จเป็นกฎหมายออกมา ผมเองก็ได้ไปดูใน ร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษฉบับนี้แล้วก็พบว่าได้มีการจัดแบ่งอํานาจการจัดการเกี่ยวกับ เรื่องของการจัดบริการสาธารณะ การอํานวยความสะดวกต่าง ๆ ให้กับผู้ที่จะมาลงทุนก็ดี ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการที่มีโรงงาน มีเขตเศรษฐกิจพิเศษก็ดี ซึ่งจะมีองค์กรเข้ามา จัดการเป็นกรณีพิเศษของเขตเศรษฐกิจนี้ แต่กฎหมายนี้ก็ยังไม่ผ่าน เพราะฉะนั้น เมื่อกฎหมายนี้ยังไม่ผ่านออกมาเราก็ยังไม่สามารถที่จะวิเคราะห์ได้ว่า ถ้าเป็นเขตเศรษฐกิจ พิเศษเต็มรูปมีกฎหมายบังคับใช้แล้วจะมีผลกระทบอย่างไรต่อการบริหารงานของเทศบาล นครแม่สอดมากน้อยขนาดไหน เพียงใด ก็คงจะต้องรอดูเรื่องความชัดเจนของเขตเศรษฐกิจ พิเศษต่อไปนะครับ จึงจะวิเคราะห์ได้ว่าเทศบาลแม่สอดถ้าจําเป็นจะต้องเป็นองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษแล้วจะต้องจัดโครงสร้างและอํานาจหน้าที่อย่างไรนะครับ ก็ดูว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษมีอํานาจหน้าที่อย่างไรจึงจะวิเคราะห์ได้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ได้เห็นจากการไปดูก็คือว่าในขณะนี้ถึงแม้จะยังไม่มีกฎหมายพิเศษออกมา แต่เทศบาลนครแม่สอดก็ได้รับภาระเกินกว่าขีดความสามารถของตนนะครับ ในรายงาน ของเราก็ได้มีข้อเสนอเกี่ยวกับการที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าสําหรับเทศบาลนครแม่สอด ในฐานะที่อยู่ในเมืองลักษณะพิเศษก็คือ

ประการที่ ๑ รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรที่จะให้การสนับสนุน โครงการสําคัญที่เกิดผลกระทบจากเมืองลักษณะพิเศษ ในส่วนที่เกินขีดความสามารถของ นครแม่สอด ซึ่งขณะนี้เทศบาลก็ได้จัดทําโครงการต่าง ๆ ที่เป็นการแก้ไขปัญหาเรื่อง ผลกระทบจากการที่เป็นเมืองการค้าชายแดนอยู่หลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของอุทกภัย แก้ปัญหาเรื่องน้ําท่วม โครงการที่เกี่ยวข้องกับการกําจัด ขยะมูลฝอยซึ่งมีอยู่เป็นจํานวนมาก และอื่น ๆ เกี่ยวกับการสาธารณสุขอะไรต่าง ๆ แต่ก็ไม่ สามารถที่จะมีงบประมาณเพียงพอที่จะให้การสนับสนุนได้ อันนี้ก็เป็นข้อเสนอของเรานะครับ

ประการที่ ๒ รัฐควรจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปสําหรับเมืองลักษณะพิเศษ เพิ่มขึ้นจากเมืองปกติ ก็คือปัญหาบางอย่างก็ไม่สามารถที่จะคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าจะเกิด อะไรขึ้นในการที่จะจัดทําโครงการเสนอภาครัฐ แต่เทศบาลก็ควรจะต้องมีเงินอุดหนุน จํานวนหนึ่งเพื่อสามารถที่จะไปจัดทําเป็นเทศบัญญัติของตัวเองได้ในการแก้ไขปัญหา เช่นเดียวกับกรณีนี้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดภาคใต้ก็ได้รับเงินอุดหนุน ทั่วไปเป็นกรณีพิเศษเช่นเดียวกัน

ประการที่ ๓ ก็คือองค์การบริหารส่วนจังหวัด กรณีนี้ก็คือองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดตากที่อยู่ในเขตจังหวัดตาก ที่อยู่ในเขตที่แม่สอด เทศบาลนครแม่สอดอยู่ในเขต จังหวัดตาก ควรที่จะจัดสรรรายได้ที่จัดเก็บในเขตเทศบาลเมืองแม่สอดอุดหนุนกลับคืนไป ให้เทศบาลนครแม่สอด อันนี้ก็เป็นข้อเสนอนะครับ

ประการที่ ๔ ก็คือเป็นข้อเสนอแนะว่าถ้าหากเทศบาลนครแม่สอดสามารถ ที่จะต้องการจัดโครงสร้างหรือกรอบอัตรากําลังต่าง ๆ ให้ต่างไปจากท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป ในการจัดบริการสาธารณะบางประเภทก็ดี ซึ่งเขาจําเป็นจะต้องมีหน่วยงานหรือสายงาน ที่ต่างออกไปจากท้องถิ่นรูปแบบเดิม ก็แนะนําให้ขอไปยังกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันก็คือ ขอการจัดส่วนราชการเป็นกรณีพิเศษ เขาเป็นเทศบาลก็อยู่ในความดูแลของคณะกรรมการ พนักงานเทศบาลนะครับ ก็สามารถที่จะดําเนินการปรับรูปแบบโครงสร้างของตัวเองได้ โดยอาศัยกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน

และประการสุดท้ายเหมือนอย่างที่เราได้แก้ไขปัญหาให้กับกรุงเทพมหานคร แล้วก็เมืองพัทยา ในการบูรณาการแก้ไขปัญหาร่วมกันก็คือข้อเสนอในการจัดตั้ง คณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาในด้านต่าง ๆ ของเมืองแม่สอด แล้วก็ท้องถิ่นโดยรอบ อันนี้เข้ามาเสนอในเรื่องของนครแม่สอดด้วย ทั้งหมดนี้ก็เป็นการเสนอรูปแบบของท้องถิ่น ในเมืองลักษณะพิเศษเฉพาะกรณีนครแม่สอด ซึ่งเราเห็นว่าขณะนี้สรุปก็คือว่าควรที่จะรอ กฎหมายภาครัฐให้ชัดเจนก่อน จึงจะวิเคราะห์ได้ว่าเทศบาลนครแม่สอดควรที่จะจัดทําเป็น กฎหมายออกเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษหรือไม่ เฉพาะกรณีนครแม่สอด เสร็จแล้วเราก็เป็นข้อสรุปว่าสําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อื่นอีกนะครับ ที่อยู่ในเมือง ลักษณะพิเศษอีก ที่กระผมได้เรียนตอนต้นว่าไม่ว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น เมืองประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นเมืองของท่าเทียบเรือ เมืองศูนย์กลางของ ความเจริญอะไรต่าง ๆ ในลักษณะนี้เราก็ควรจะดู สิ่งที่เราควรจะดูก็คือว่าขณะนี้เราได้มี การปรับปรุงกฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป ที่เมื่อวานก็ได้มี การนําเสนอว่าเราได้ขยายฐานอํานาจหน้าที่ออกไปให้กว้างขวางขึ้น เราได้มีบทบัญญัติ เกี่ยวกับแหล่งที่มาของรายได้เพื่อให้เป็นฐานรองรับสําหรับการกระจายอํานาจที่จะแบ่ง จัดสรรเงินให้กับท้องถิ่นได้มากขึ้น และที่สําคัญก็คือเราได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดบริการสาธารณะที่มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยอาจจะร่วมกับภาคเอกชน ส่วนราชการ องค์กรภาคประชาชนได้มากขึ้น สิ่งเหล่านี้ เป็นเครื่องมือที่สําคัญของทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สามารถที่จะจัดบริการสาธารณะ ได้อย่างสะดวกขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น และหาก ๓ อย่างนี้ประกอบกันก็คือมีอํานาจหน้าที่ ได้มากขึ้น มีรายได้ได้มากขึ้น มีวิธีการจัดบริการสาธารณะได้มากขึ้นแล้วก็จะทําให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่พิเศษหรือว่าเมืองลักษณะพิเศษนี้สามารถที่จะใช้รูปแบบ ทั่วไปของตัวเองตามกฎหมายที่มีการแก้ไขนี้ สามารถที่จะจัดบริการหรือแก้ไขปัญหา เมืองลักษณะพิเศษของตนเองได้ แล้วก็เสนอว่าถ้ารอจนถึงวันนั้นแล้วหากยังมีองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใดที่ยังติดขัดไม่สามารถที่จะจัดบริการสาธารณะได้จากกฎหมายเดิม ที่มีการแก้ไขแล้ว ก็ควรจะต้องมาตั้งวงในการที่จะศึกษาต่อไปอีกนะครับ การศึกษาต่อไปนี้ ก็ควรจะแยกพิจารณาตามที่มีท่านสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ได้เสนอ ก็คือ

๑. ในขณะนี้เรามีความจําเป็นที่จะออกกฎหมายกลาง ผมใช้คําว่า กฎหมายกลาง นะครับ เมื่อครู่นี้ท่านพูดถึงเรื่องกฎหมายกลาง กฎหมายทั่ว ๆ ไปออกมาว่ามีเงื่อนไขใด มีหลักเกณฑ์ใดที่สมควรจะให้ที่ใดมีการปกครองในลักษณะพิเศษอย่างไร หรือไม่ อันนี้เป็น กฎหมายกลาง ถ้าเข้าเงื่อนไขนี้การที่จะประกาศว่าที่ใดเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ ซึ่งถ้าเป็นแล้วจะได้อะไร อย่างไร จะทําโดยวิธีใด อันนี้คือหลักการคร่าว ๆ ของกฎหมายกลาง อีกกรณีหนึ่งบางเสียงก็บอกว่าการออกกฎหมายกลางออกไปแล้วถ้าจะ ให้เป็นพื้นที่ใดก็ยังจําเป็นจะต้องออกเป็นอะไรสักอย่างที่ทําให้พื้นที่นั้นเป็นองค์กรปกครอง ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอยู่ดี ซึ่งการจะออกเป็นอะไรก็คงหนีไม่พ้นกฎหมาย อันนี้กฎหมาย จะออกในรูปใด จะออกเป็นพระราชบัญญัติ จะออกเป็นในรูปของพระราชกฤษฎีกา นี่ก็ยัง เป็นเรื่องที่จะต้องคุยกันอีกว่าถ้าออกเป็นพระราชกฤษฎีกาโดยมีฐานพระราชบัญญัติศักดิ์ศรี ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นที่จัดตั้งโดยพระราชกฤษฎีกาจะมีผลต่อการดําเนินงาน ต่าง ๆ ของท้องถิ่นนั้นมากน้อยขนาดไหน เพียงใด ก็ยังเป็นข้อกฎหมาย อีกแนวหนึ่งก็บอกว่า การจะจัดตั้งเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษจําเป็นจะต้องพิจารณาเป็นรายกรณี แล้วจําเป็นจะต้องออกเป็นกฎหมายเฉพาะท้องถิ่นนั้นเป็นกรณี ๆ ไป ก็เหมือนกับปัจจุบัน เรามีกรุงเทพมหานครออกโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารกรุงเทพมหานคร เรามี เมืองพัทยาออกโดยพระราชบัญญัติ อันนี้ก็ยังเป็นแนวทางที่ควรจะต้องศึกษาต่อไปนะครับ รายงานฉบับนี้เราก็เลยเสนอว่า ณ วันนี้เราควรจะได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่ลักษณะพิเศษ แล้วถ้าเขายังมีข้อขัดข้องใน การบริหารงานในการจัดบริการสาธารณะที่ได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากเมืองลักษณะ พิเศษนั้นก็ขอให้รัฐบาลได้อาศัยอํานาจกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันได้เข้าไปช่วยเหลือเฉพาะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่หรือเมืองลักษณะพิเศษที่ผมได้นําเสนอไปแล้ว เช่น ให้เงินอุดหนุนสําหรับโครงการที่สําคัญในส่วนที่เกินขีดความสามารถที่เราอาจจะเรียกว่า เงินอุดหนุนเฉพาะกิจเมืองพิเศษ หรืออะไรก็แล้วแต่ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาจะมีสภาพัฒน์ จะมีคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับเมืองพิเศษนั้นช่วยดูจัดลําดับความสําคัญว่าควรจะมี โครงการลักษณะใดที่ไปแก้ไขปัญหาในเมืองพิเศษได้ ควรจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไป อบจ. ที่อยู่ในเขตพื้นที่นั้นควรเอาเงินกลับคืนให้เขาไป การจัดโครงสร้างการบริหารงานให้พิเศษ ไปจากที่เดิมเพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาตามกฎหมายที่มีอยู่ซึ่งสามารถที่จะยกเว้น ทําได้เป็นกรณีไป อันนี้ก็จะเป็นรายงานเพื่อที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีหากเห็นชอบ เพราะจะได้ ส่งให้หน่วยงานต่าง ๆ ดําเนินการตามข้อเสนอต่อไปครับ

ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นโดยใช้เวลาท่านละไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับ ขอเชิญท่านนิกร จํานง อดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคมครับ

นายนิกร จํานง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จํานง สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๗๙ ผมเรียนว่าเมื่อสักครู่นี้เรื่องเมืองพัทยา ก็ได้อภิปรายในจุดที่ดูแล้วก็เห็นปัญหาอยู่บ้าง ส่วนประเด็นเรื่องซิตี้แมเนเจอร์ (City Manager) นั้นในรายละเอียดคงไม่ใช่ตามที่ท่านประธานว่า แต่ความเห็นผมก็คือว่า เป็นเมืองที่ต้องการผู้จัดการ คือซิตี้แมเนเจอร์ (City Manager) ที่ผมพูดไม่ได้หมายความตาม รีไควร์เมนต์ (Requirement) ที่พูดถึง แต่ว่าเป็นเมืองที่มีการจัดการเป็นพิเศษเท่านั้นเอง นะครับ จะได้เข้าใจตรงกัน สําหรับเรื่องนี้ผมต้องขออนุญาตท่านประธานว่าอาจจะเกิน ๑๐ นาที เพราะตั้งใจที่จะพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ คือมาดูเมื่อสักครู่นี้นะครับว่ามีรายละเอียด อะไรบ้าง และผมเองก็สัมพันธ์อยู่กับเขตเศรษฐกิจพิเศษ เมืองพิเศษมายาวนานมาก ผมศึกษาเรื่องนี้มา แล้วก็เคยเสนอ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าพูดว่ามีส่วนเสนอเป็น เขตเศรษฐกิจพิเศษ ตอนนั้นก็มีส่วน แต่จนบัดนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่นะครับ สําหรับรายงานนี้ ชื่อรายงานก็คือการปฏิรูป เป็นเรื่องการปฏิรูปการบริหารงานขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในพื้นที่หรือเมืองที่มีลักษณะเป็นพิเศษ ชื่อนี่รวม แต่ว่าประเด็นผมไม่เห็นด้วยกับ ชื่อตรงนี้ เพราะว่าชื่อถ้าเป็นแบบนี้ท่านต้องใส่คําว่า กรณีแม่สอด ลงไป เพราะว่า ลักษณะของเมืองที่เป็นพิเศษขณะนี้ถ้าเราจะคุยกัน ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าการที่เราสรุป จากเมืองเดียวครอบไปทั้งหมดแบบนี้ไม่ถูก ไม่ถูกมากนะครับ ประเด็นก็คือว่าเมืองที่มี ลักษณะเป็นพิเศษที่มีการกําหนดในนัยนี้ก็คือว่าเมืองการค้าชายแดน แม่สอดนี่เป็นเมืองเดียว เท่านั้นเองของการค้าชายแดนซึ่งมีอยู่ แม่สอด แม่สาย มุกดาหาร นครพนม หนองคาย กาญจนบุรี อรัญประเทศ ตราด ระนอง สะเดา ปาดังเบซาร์ สุไหงโก-ลก เป็นเมืองชายแดน เมืองเดียวที่อยู่ติดชายฝั่งพม่าแล้วเราจะดึงมาคลุมเขตเศรษฐกิจที่มีลักษณะแบบนี้ ทั้งหมดไม่ได้ แค่เมืองชายแดนเมืองเดียว กลุ่มเดียวก็ไม่ได้ ดังนั้นชื่อนี่ผมมีความเห็นแย้งว่า ถ้าทําแบบนี้จะกลายเป็นว่าคลุมไปหมด สภาพปัญหาไม่เหมือนกัน สภาพปัญหาที่ ปาดังเบซาร์เป็นปัญหาเรื่องการหนีภาษี นี่เป็นเมืองชายแดนเหมือนกัน เรามีปัญหาเรื่อง โนแมนส์แลนด์ (No man’s land) ที่เป็นรอยต่อซึ่งขณะนี้ยังไม่จบ ยังเป็นโนแมนส์แลนด์ (No man’s land) อยู่ ก็เป็นปัญหา ไม่เหมือนแม่สอดเลย ปัญหาที่สุไหงโก-ลกก็จะเป็นอีก แบบหนึ่งเลย เป็นเมืองต่างไปนะครับ ปาดังเบซาร์ จังหวัดระนอง ก็เป็นปัญหาอีกแบบหนึ่ง ดังนั้นไม่ต้องไปพูดรวมถึงว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ซึ่งมีเกาะสมุย นี่เป็นอีกอย่าง อยู่ในกลุ่มนี้เหมือนกัน เป็นเมืองประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เช่น พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย นี่ก็เป็นอีกแบบหนึ่งของเมืองพิเศษ แล้วก็เป็นเมืองอุตสาหกรรม แหลมฉบัง มาบตาพุด มันต่างกันมาก ๆ เลยกับแม่สอด เพราะฉะนั้นถ้าเราจะใช้คําว่า ในกรณีแม่สอด แล้วมา ดึงคัฟเวอร์ (Cover) ทั้งหมดนี่ผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในประเด็นนี้ ถ้าเสนอไปแบบนี้ ต้องเสนอคําว่า ศึกษาในกรณีของแม่สอด เท่านั้นถึงจะได้ อย่าไปดึงรวม ผมเห็นว่าไม่ถูกต้อง นะครับ

ประเด็นต่อไปก็คือว่าในการนําเสนอนี่นะครับ ผมเห็นว่าคือลักษณะของ เขตเศรษฐกิจพิเศษที่ว่านี่เมืองแม่สอดมีเรื่องราว เบื้องต้นก็คือไม่เห็นด้วยในการคลุมทั้งหมด ทีนี้จะมาดูแม่สอดอย่างเดียว แม่สอดอย่างเดียวมีความเป็นมายาวนานเหมือนเมืองอื่น ๆ ในความพยายามที่จะเป็น แล้วเราก็มีในรายงานอ้างถึงมติเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ก็คือสรุป มาแล้ว ทํามา ทํามา ทํามาตามลําดับ แล้วพอมาถึงวันที่ ๑๓ มกราคมได้พิจารณาแล้ว ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว มีพิจารณาว่าเมืองตรงนี้ไม่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล เพราะจากเดิม ก่อนหน้านั้น ก่อนที่จะมีเออีซี (AEC) ก่อนจะมีเรื่องนี้ ยังไม่มีเออีซี (AEC) นี่ มันมีเรื่องใหม่ ก็คือเออีซี (AEC) ที่เข้ามาเป็นการรวมในกลุ่มอาเซียน (ASEAN) มันก็เลยเป็นนโยบายใหม่ พอเป็นนโยบายใหม่นี่แม่สอดที่เสนอมาคุณยังไม่สัมพันธ์กับเออีซี (AEC) ดังนั้นก็เลย ไม่สอดคล้อง ไม่สอดคล้องก็เลยให้ชะลอไว้ก่อนนะครับ มอบให้รองนายกรัฐมนตรีตอนนั้นก็คือท่านปรีดิยาธร เทวกุล เป็นคนไปดูแล หมายความว่า ไปดูแลเพื่อจะมาดักให้เข้ากับนโยบายใหม่ก็คือเออีซี (AEC) คําถามต่อตรงนี้ก็คือว่า แล้วขณะนี้เออีซี (AEC) มีอยู่หรือไม่ มีอยู่ ดังนั้นเส้นทางของแม่สอดต้องนําไปสู่เขตเศรษฐกิจ พิเศษนั่นแหละ เพื่อจะมาให้สอดคล้องกับการเป็นเมืองร่วมให้ได้นะครับ ที่ถูกชะงักไปไม่ใช่ ด้วยเหตุ แต่ในรายงานนี้อ้างถึงว่ามาถึงหยุดตรงนี้ ครม. เคยร่วมกันมีมติให้ยุติเรื่องนี้ไว้ นี่เรามาดูเส้นทาง เส้นทางของความเป็นพิเศษของเมืองแม่สอดที่ควรจะเป็น ทีนี้ต่อจากนั้น หลังจากชะลอแล้วนี่นะครับ เนื่องจากว่ายังไม่ครบถ้วนกระบวนความต้องไปปรับมาใหม่ หมายถึงว่าต้องไปปฏิรูปให้พิเศษกว่านี้อีก ที่เป็นอยู่พิเศษไม่พอนะครับ ต่อจากนั้นเองมาถึง สมัยรัฐบาลนี้ คสช. มีการประชุมร่วมกับ ครม. นะครับ มีการประชุมร่วมกับ ครม. เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคมนี่เป็นความเห็นหลังจากนั้นมาอีก แล้วก็มีการเคาะว่าตามที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอว่า สถาปนาความเป็นเมืองพี่เมืองน้องขยายการค้าชายแดนลงทุนระหว่างกันนะครับ ก็เลยเห็นสอดคล้องว่าให้เป็นการปกครองส่วนท้องถิ่นพิเศษอีก เรื่องนี้ถ้าจะมีปัญหาอยู่บ้าง ก็มีปัญหาตอนกระทรวงอุตสาหกรรมเสนอเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษนี่เป็นอีกประเด็น ไม่ใช่ การปกครองพิเศษ เสนอให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแต่ปัญหาความสับสนอลหม่านมันยังไม่ ลงตัว แล้วต้องการกฎหมายที่ว่าจะคลุมไปให้หมดเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นอีกลักษณะพิเศษ หนึ่งที่ซ้อนขึ้นมา ก็เลยให้ชะลอไว้ว่าไปทํากฎหมายนั้นมา เป็นกฎหมายว่าด้วยเรื่องของ กระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ มันเป็นการยกเว้นภาษี เป็นการให้ตั้งโรงงาน อุตสาหกรรม ถ้าเป็นเมืองชายแดนอาจจะมีทวินแพลนต์ (Twin Plant) อยู่ในเขตนั้นด้วย เขตนี้ด้วย เรื่องภาษีอะไรพวกนี้ มันเป็นอีกมิติหนึ่ง ไม่ใช่เป็นมิติที่ออกมาหักล้าง ความต้องการเป็นเมืองพิเศษของแม่สอดเลย ในความเห็นผมนะครับ ดังนั้นพอเรามาดูตรงนี้ ท่านก็ไปศึกษามา ผมขออนุญาตว่าเป็นความเห็นแย้งที่ค่อนข้างแรงนิดหนึ่งนะครับ ก็ขออนุญาตด้วยความเคารพจริง ๆ ทีนี้จากการไปศึกษาดูงาน คือปัญหาผมพูดอยู่เสมอว่า การจะทํางานใด ๆ ตาเราต้องมองที่เปูาหมาย ไม่ใช่มองที่ปัญหา ไม่อย่างนั้นมันจะไปไม่ได้ เรื่องนี้ผมชอบว่า จริง ๆ เราพูดในนี้ไม่ได้เป็นการโฆษณา ท่านประธาน แบล็กเลเบิล (Black Label) ที่แถวออกไปทางพัทยา มีปูายอยู่ว่าเป็นคนแบบวอล์กกิง (Walking) ใช่ไหม เขาบอกว่า เวลาจะทําเรื่องอะไรให้ตาดูที่เปูาหมาย อย่าดูที่ปัญหาเด็ดขาด ทีนี้เปูาหมายของงานนี้ คืออะไร เปูาหมายของงานนี้คือความจําเป็นในการให้เมืองแม่สอดนี่มันสอดคล้องทั้งเรื่อง เออีซี (AEC) สอดคล้องเรื่องทุกอย่าง รวมทั้งความเป็นเมืองด้วย รวมทั้งการเป็นประตู ในการที่จะให้แรงงานต่างชาติเข้ามาด้วย มีความสําคัญมาก เป็นเมืองพิเศษให้เป็นเมืองพิเศษ การปกครองของเมืองพิเศษเป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่ว่าให้เป็นเมืองพิเศษ เพราะมีลักษณะ ที่เหมาะสม ดังนั้นถ้าจะไปมองตรงนี้ เราจะไปมองถึงที่ท่านไปศึกษา ท่านเข้าไปก็มองแต่ ปัญหาอย่างเดียวเลย

ปัญหาที่ ๑ คืออํานาจหน้าที่ อํานาจหน้าที่ยังสับสนอลหม่านไปหมด ในเมืองนี้ อบต. ไปทางหนึ่ง อบจ. คือมันไม่สอดคล้องกันหมดเลย นี่ปัญหาที่ ๑

ปัญหาที่ ๒ ปัญหาในเรื่องรายได้นะครับ ปัญหาที่ ๑ ที่เห็นนะครับ คือปัญหา เรื่องอํานาจหน้าที่ ปัญหาข้อที่ ๒ คือบุคลากร มีอยู่นิดเดียว มีอยู่ ๒๙๕ คน มีปัญหาว่า เป็นเมืองพิเศษได้อย่างไรในเมื่อมีคนแค่นี้ แมนเพาเวอร์ (Manpower) แค่นี้เป็นไม่ได้

ปัญหาต่อมาคือรายได้ยังมีอยู่น้อย ปูายภาษี รายได้ที่รัฐจัดสรรให้ก็น้อย นะครับ เทศบาลแม่สอดมีรายได้น้อย นี่คือปัญหาที่ ๓

ปัญหาที่ ๔ เรื่องการบริการสาธารณะของนครแม่สอด จะเห็นว่าปัญหาเรื่อง น้ําบาดาลก็ไม่มี ปัญหาเรื่องทิ้งขยะก็ไม่มี รวมทั้งหมดแล้วที่ไปเห็นมีแต่ปัญหา เพราะว่า ตาเรามองที่ปัญหา ไม่ได้มองว่าเปูาหมายเราต้องการจะทําเมืองนี้ให้เป็นเมืองพิเศษ แต่เรากําลังมองว่ามันควรจะเป็นพิเศษไหม เราก็ไปมองที่ปัญหา ซึ่งหลักการนี้ผมไม่เห็นด้วย ในการมองนะครับ

พอมาวิเคราะห์ปัญหาในอนาคต ตรงนี้เป็นคําที่เป็นลอจิก (Logic) กลับด้าน ปัญหาในอนาคตในการเป็นเมืองพิเศษก็เลยจะมีปัญหาดังนี้

ปัญหาแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ตรงนี้ต้องเป็นอยู่แล้วนะครับ ปัญหาเรื่อง เครื่องอํานวยความสะดวก ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องสาธารณสุข และในนี้มีรายละเอียด เรื่องปัญหาประปา ปัญหาสาธารณสุข การทิ้งขยะ ปัญหาเรื่องคลินิกชุมชนอบอุ่น มีดีเทล (Detail) หมดนะครับ นอกจากนั้นแล้ว นอกจากปัญหาแล้วยังมีภารกิจในการทําให้เป็นแม่สอด เรากําลังจะทํา แม่สอดให้เป็นเมืองพิเศษ ในการทําตรงนี้มันมีภารกิจมากมาย เราจะมามองภารกิจตรงนี้ มาเป็นปัญหาไม่ได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่ต้องทํา ถ้าเราจะต้องมองว่าสิ่งที่ต้องทํามันคือปัญหา ในการจะทํามันกลายเป็นตรรกะกลับไปกลับมา ไม่ได้นะครับ คือมันกลายเป็นไก่กับไข่ คือถ้าหากว่าเราต้องการไข่แบบนี้แม่ไก่ต้องเป็นแบบนี้ เรากําลังบอกว่ามันไปไม่ได้เพราะว่า เมืองนี้จะต้องมีปัญหาอีกมากที่จะต้องมีการปรับปรุงก็เลยเป็นไม่ได้ เขาให้เป็นเมืองพิเศษ เพราะต้องการจะแก้ปัญหาตรงนี้ก็เลยให้มี แต่เราบอกว่าเพราะมีปัญหาเหล่านี้เลยเป็น เมืองพิเศษไม่ได้ ตกลงว่าไก่กับไข่สิ่งไหนจะมาก่อนกัน นี่เป็นปัญหากลับหัวกลับหางในเรื่อง ของลอจิก (Logic) ตรรกะที่สําคัญ ผมมองว่าเป็นปัญหาที่สําคัญ ทีนี้เราก็ไปฟังความเห็น ความเห็นในการศึกษาเรื่องเหล่านี้ต้องมีความเห็น ๒ ทาง เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย แต่ที่ท่าน รายงานมาเป็นความเห็นจากผู้ว่าราชการจังหวัด และปัญหาจากหอการค้าล่ะ ปัญหาจาก สมาคมอื่น ๆ ล่ะอยู่ที่ไหน ฝุายที่เขาเห็นด้วย คือเราจะรวบรวมความเห็น ผู้ว่าราชการจังหวัด นี่ถ้าเป็นเรื่องการกระจายอํานาจแบบนี้ชอบที่จะไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะว่าอํานาจเป็นของ ท่านแล้วถ้ากระจายออกไปจะมีลักษณะพิเศษอะไรบ้างก็ไม่รู้ เท่าที่รู้ก็คือในเขตการปกครองพิเศษ เรามี ๒ แห่ง คือพัทยาแล้วก็ กทม. ดังนั้นถ้าจะถามความเห็นของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ว่าใครจะไปอยู่ โดยหลักการในการปกครองแบบเซ็นทรัลไลซ์ (Centralize) จะไม่เห็นด้วย กับการแยกออกไป เพราะฉะนั้นความเห็นที่มาตรงนี้ผมไม่เห็นด้วยว่าไม่ครบ ต้องไปฟัง ความเห็นด้านอื่นที่เขาเห็นว่าสิ่งที่ควรจะเป็นที่ควรจะมีล่ะ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เอามาวางคู่กัน ให้เห็นนะครับ ตรงนี้ศึกษาความเป็นมาของนโยบายรัฐบาลเรื่องเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ตรงนี้หน้า ๑๔ เป็น ๑ ใน ๕ แล้วต่อมากระทรวงอุตสาหกรรมนี่เป็นเรื่องเศรษฐกิจพิเศษของ กระทรวงอุตสาหกรรม มันเป็นเรื่องของการยกเว้นภาษีเป็นหลัก ไม่ใช่ปัญหาอื่น ดังนั้นให้ไป เคลียร์ (Clear) เรื่องภาษีกันมานี่เป็นประเด็นที่ว่าเราจะเห็นว่า คสช. กับรัฐบาลประชุมร่วม แล้วเห็นชอบว่าให้เป็นเมืองพี่เมืองน้องให้เป็นไปตามเออีซี (AEC) นั่นแหละถือว่าใหญ่ที่สุด แต่นี่กระทรวงอุตสาหกรรมแค่ส่งขึ้นมาเป็นกระทรวงเดียวแล้วก็มีปัญหาเรื่องการจัดการ เล็ก ๆ น้อย ๆ ใน พ.ร.บ. ของเขา เราจะไปบล็อก (Block) ความเป็นไปของทั้งหมด ความเป็นพิเศษไม่ได้ น้ําหนักไม่พอ ประเด็นในการเสนอการปฏิรูปในครั้งนี้ เฉพาะกรณีของ แม่สอด ประเด็นข้อเสนอเห็นว่าอย่างนี้ครับ จริง ๆ แล้วประเด็นนี้ที่ท่านเสนอไม่ใช่ประเด็น เพื่อการปฏิรูปนะครับ เป็นประเด็นถ้าเรามองว่าการปฏิรูปคือการทําเป็นเขตการปกครอง พิเศษ ข้อเสนอนี้คือข้อเสนอเพื่อไม่ให้มีการปฏิรูป ไม่ใช่ปฏิรูป คือเสนอว่าไม่ต้องทํา ยุติไว้แค่นี้ ผมจะชี้ตรงนี้ว่าเกิดขึ้นอย่างไร ประเด็นที่เสนอตรงนี้นะครับบอกว่ารัฐบาลไม่เห็นด้วย ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูป เป็นการเสนอเพื่อไม่ให้มีการปฏิรูปเรื่องนี้ด้วยเหตุผลตามที่เสนอ แล้วก็เสนอประเด็นปัญหาในการปฏิรูปล้วน ๆ ปัญหาอีกด้านหนึ่งที่ว่าจําเป็นจะต้องมี การปฏิรูปไม่ได้เสนอเลย

อันที่ ๒ เนื่องจากความจําเป็นของรัฐบาลไม่ชัดเจนว่ามีผลกระทบอย่างไร ที่บอกเมื่อสักครู่นี้ว่า ในกรณีของกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นเหตุผลหลัก แต่เหตุผลที่ คสช. บวกกับ ครม. ที่มีการประชุมตามกระทรวงพาณิชย์ หลักการตรงนั้นว่าให้เดินหน้าทําเป็น เขตเศรษฐกิจพิเศษ ด้านหนึ่งเป็นเมืองชายแดนเราไม่นําเสนอมาหักล้างนะครับ ดังนั้น ในการจะเสนอแก้ไขก็เลยเสนอว่าควรจะรอการดําเนินการเอาไว้ก่อน จนกว่าจะมีกฎหมาย พิเศษ ก็ที่ท่านเสนอเมื่อสักครู่นี้มีกฎหมายพิเศษครอบไปทั้งหมด ตรงนี้ผมไม่เห็นด้วย คือความเห็นผมก็คือว่าในเมื่อเป็นเช่นนี้ทุกอย่างก็ต้องชะลอหมดนะครับไปก่อน คือไม่ต้องมี การดําเนินการ ผมถึงย้ําว่าเป็นการเสนอเพื่อไม่ให้มีการปฏิรูป ในกรณีที่จะให้เป็นเขต ปกครองพิเศษ

ประเด็นต่อมาที่ยิ่งไม่เห็นด้วยใหญ่นะครับ เดี๋ยวผมจะเพิ่มตรงนี้นิดหนึ่ง แล้วข้อเสนอนี้ท่านก็เสนอเหมือนกับว่าแล้วในระหว่างนี้ให้สนับสนุนโดยการให้งบประมาณ ส่งเสริมเหมือน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีเงินอุดหนุนทั่วไป ให้ อบจ. จัดเงินอุดหนุน ทั่วไปมาช่วยอุดหนุน แล้วโครงการใหญ่ ๆ ก็ให้เขา หลักการตรงนี้ผมยกตัวอย่างว่าอย่างนี้ครับ ผมยกตัวอย่าง ผมยกว่าไก่กับไข่คือในกรณีที่เราจะต้องทําตรงนี้มันเหมือนกับว่าถ้าอย่างนั้น หลักการในการจะทําให้ได้ลูกไก่ใหม่ ไข่ใหม่ขึ้นมาเป็นพิเศษ เราจะต้องมีการใช้พ่อพันธุ์ใหม่ แม่ไก่เหมือนเดิมขณะนี้ แต่เราต้องการมีการผสมพันธุ์ใหม่ มีลักษณะกลไกใหม่ ๆ คือกฎหมายใหม่นั่นแหละเพื่อเราจะได้ไข่ไก่เพื่อมีลูกไก่ใหม่ และลูกไก่ใหม่นั้นคือไก่ตัวใหม่ ที่เราต้องการที่พึงประสงค์ แต่ถ้าเรากลับไปว่าถ้ามาถึงตรงนี้ถ้าอย่างนั้นอย่ากระนั้นเลย เราก็ให้อาหารเสริมแม่ไก่ไปนะครับ ให้อาหารเสริมไปดูแลให้ดี จัดที่อยู่ให้ดีไม่มีทางที่แม่ไก่ ตัวนี้จะไข่ออกมาเป็นการปฏิรูปอันใหม่เลยเป็นไปไม่ได้ เพราะยิ่งกลับไปตรงนั้นคือกลับไปว่า ดูแลตามสมควรไปเรื่อย ๆ เพราะว่าเราไปชี้ปัญหา ปัญหาเขาเทขยะไม่ได้ก็ให้เงินเพิ่มไป โครงการให้รัฐส่งเสริม ไปให้ อบจ. ตากส่งเสริมเงินมา ประเด็นปัญหาตรงนี้คือการปฏิรูปให้ แม่สอดเป็นการปฏิรูปเป็นการปกครองแบบใหม่เป็นพิเศษต่างหาก นี่คือการปฏิรูปนะครับ นี่คือเฉพาะเรื่องนี้ ซึ่งกระผมเห็นว่าไม่พอ ไม่ว่าเราจะให้ไปอย่างไร ไม่มีทางที่แม่สอด จะกลายเป็นเขตปกครองพิเศษ จริง ๆ แล้วการปกครองมันเป็นส่วนหนึ่งในการทําให้เป็น เมืองพิเศษต่างหาก หลักการสูงสุดไม่ใช่เขตปกครองพิเศษ หลักการสูงสุดก็คือให้เป็นเมือง พิเศษอยู่ริมชายแดน เป็นไปตามเออีซี (AEC) มีการปรับปรุงแก้ปัญหา ปัญหาที่ท่านเรียงมา เมื่อครู่นี้นั่นแหละคือปัญหาที่ต้องจัดการเพื่อการปฏิรูป ไม่ใช่ปัญหาตรงนั้นทําให้ปฏิรูปไม่ได้ ตรรกะเป็นแบบนี้เอง และที่สําคัญมากกว่านะครับ ผมขออนุญาตที่ผมเห็นว่าไม่เห็นด้วย เป็นอย่างยิ่งมาก ๆ ก็คือว่า เราใช้เคส (Case) ตรงนี้ เคส (Case) แม่สอดโดยรวมที่ว่า มีปัญหาอย่างนี้แล้วก็จะมีปัญหาต่าง ๆ เพราะฉะนั้นให้มีการเข้าไปจัดการช่วยเหลือก่อน เราไปใช้ขยายคลุมเขตที่ควรจะมีการปกครองเป็นพิเศษทั่วประเทศทุกมิติ ทั้งในเรื่องเมือง เพื่อการท่องเที่ยวเป็นเมืองโบราณ ทั้งกรณีของสุวรรณภูมิที่เป็นเขตที่ว่าประชาชนจะได้มาลง ทั้งเขตของเมืองชายแดนอื่น ๆ ทั้งเขตลักษณะท่องเที่ยวแบบประวัติศาสตร์แบบอยุธยา เราใช้กรณีแม่สอดคลุมหมดแบบนี้ไม่ได้ ก็เท่ากับว่ารายงานฉบับนี้ก็คือเขตเรื่องการปฏิรูป พิเศษ ปฏิรูปให้มีเขตปกครองพิเศษไม่ต้องมีแล้วต่อจากนี้ แล้วก็มียุทธศาสตร์ขึ้นมา ๑ อัน แล้วก็มีการเข้าไปช่วยเหลือคือไปให้อาหารเสริมให้ทั่วไปหมดเมืองเหล่านี้เพราะจะอยู่ใน ปัญหาหมดเมืองเหล่านี้ แล้วก็ดําเนินการไป แล้วต่อจากนี้มีกฎหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาครอบ แล้วก็ทุกอย่างถ้าผ่านเหมือนกับการตั้งจังหวัดก็ต้องห่างจากเท่านี้กี่กิโลเมตร แล้วพอ เข้าเกณฑ์ประชากรมีเท่านี้ค่อยตั้งจังหวัดใหม่ คือเราจะต้องดูว่าประเทศเราจําเป็นจะต้องมี เขตปกครองแบบลักษณะพิเศษมากขึ้น ผมถามว่าในประเทศเรามี ๒ แห่งมากี่ปีแล้ว มี กทม. เพราะเป็นเมืองหลวง มีพัทยาเพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว แล้วไม่เคยมีอีกเลย ความคาดหวัง ที่จะมีการปฏิรูปใหม่ในเรื่องการปกครองรอมาแล้วรอมาอีก ผมก็เลยจะขอความกรุณานะครับ

๑. ก็คือว่า รายงานฉบับนี้ขอให้เพิ่มคําว่า กรณีแม่สอด อย่าไปรวมทั้งหมด รวมทั้งหมดนี่ผมไม่ยอมแน่เพราะถือว่าเป็นการครอบโดยไม่มีเหตุผลพอ

๒. ก็คือว่าท่านลองพลิกตรรกะตรงนี้ก่อน ก็คือว่าลองมาทําเมืองแม่สอด ให้เป็นการปฏิรูปดูสักเมืองไหม เพราะว่ามันพร้อมอยู่มาก ลองพลิกเอาปัญหาเป็นเรื่องที่จะต้องแก้ ใช้ความเป็นพิเศษเข้าไปแก้ปัญหาเหล่านั้น แล้วลองดูว่าเราจะได้ลูกไก่ที่เป็นพันธุ์พิเศษไหม เราจะได้ไปปลูกที่อื่น ทีนี้ลูกไก่ตัวนี้ที่แม่สอดมีขนแบบนี้นะครับ มีหงอนแบบนี้แต่ว่าลูกไก่อื่น ที่ทางใต้จะเป็นอีกแบบหนึ่ง สีสันจะต่างไป ลูกไก่ที่อยู่ทางด้านใกล้ลาวก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง นะครับ เพราะฉะนั้นผมฝากด้วยความเห็นจริง ๆ ว่าในเรื่องการปกครองเรื่องนี้เป็นเรื่อง สําคัญที่สุดเป็นหัวใจที่เป็นการปฏิรูปได้ ก็ฝากไว้ว่าอยากจะขอความกรุณาอีกครั้งหนึ่งว่า มองกลับด้านนิดหนึ่ง อย่ามองปัญหาเรามองที่เปูาหมายแล้วลองดูกัน แม่สอดแทนที่จะเป็นตัวสยบการปฏิรูป การปกครองพิเศษทั้งหมด เอาแม่สอดนี่แหละเป็นตัวเปูาหมาย เป็นต้นแบบนะครับ ในสิ่งที่ พึงประสงค์ต่อไปในอนาคต กราบเรียนท่านประธานและด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ ท่านต่อไปเหลืออีกท่านเดียวนะคะ ถ้าสมาชิกประสงค์จะ อภิปรายกรุณาส่งชื่อด้วยค่ะ ท่านสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ อดีตเลขาธิการสํานักงานประกันสังคม อดีตรองปลัดกระทรวงแรงงาน เชิญค่ะ

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ที่รักทุกท่าน กระผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิกหมายเลข ๑๗๓ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า การยกร่างรวมทั้งการนําเสนอผมคิดว่าก็เป็นต้นแบบที่ดีของเมืองที่มีลักษณะพิเศษอย่างที่ ท่านเพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปแล้วว่า ลักษณะพิเศษของชายแดนตะวันตก ตะวันออก ริมแม่น้ําโขงหรือใต้ก็จะมีความต่างกันไป อันนั้นก็ไปใส่เหมือนกับถ้าบอกก๋วยเตี๋ยวแล้วต้อง มีเส้น แล้วท่านก็ไปเติมเอาจะเผ็ด เอาไม่เผ็ด แล้วแต่จิปาถะนะก็ต้องไปเติมเอาทีหลัง แล้วในกฎหมายฉบับนี้ก็เขียนไว้ในมาตรา ถ้าจําไม่ผิดมาตรา ๗๖ มาตรา ๗๗ ว่าเมื่อถึง ความพร้อมแล้วให้ทําอะไร ๆ ได้บ้าง แต่สิ่งที่ผมจะกราบเรียนท่านก็คือ ที่ปรากฏอยู่ใน มาตรา ๑๐ ขออนุญาตท่านไปดูมาตรา ๑๐ นะครับ มาตรา ๑๐ ของท่านกําหนดไว้ว่า คุณสมบัติของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศซึ่งผมเคยกราบเรียนไว้แล้ว คนที่มี สิทธิเลือกตั้งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญคืออายุสิบแปดปีบริบูรณ์ ณ วันที่ ๑ ที่มีการเลือกตั้ง อันนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่พอถึงมาตรา ๑๑ ท่านกําหนดไว้ว่าผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิกได้อายุ ก็ต้องยี่สิบห้าปีขึ้นมาแล้ว แต่ไม่กําหนดว่าจบการศึกษาอะไร ผมได้พูดเกือบทุกแห่งของท่าน มาแล้วว่า ถ้าท่านไม่กําหนดอย่างนี้มันก้าวไม่พ้นธรณีประตูในอนาคต ถ้าถามผมว่าควรจะ เป็นอย่างไร ควรจะกําหนดว่าอย่างน้อยต้องจบไม่น้อยกว่าอนุปริญญานะครับ ปวช. ปวส. ท่านก็ว่าไปนะครับ หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะนายกท่านกําหนดว่าต้องจบปริญญาตรี หลายคนอาจจะบอกว่าแล้วคนไม่จบอะไรเลยก็เป็นไม่ได้ ไม่ใช่ครับ โลกมันเปลี่ยน ไปแล้ว แล้วเดี๋ยวนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญรวมทั้งมาตรา ๔๔ ก็บอกแล้วให้การศึกษาฟรี ไม่เก็บค่าใช้จ่ายถึงสิบห้าปีแล้ว ผมอยากจะขอวิงวอนท่านอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้ายว่า ท่านกําหนดหน่อยได้ไหมไม่ได้เสียหายอะไรนะครับ แล้วท่านบอกว่าระหว่างนี้แล้วเดี๋ยวจะมี ปัญหา ท่านครับ เศรษฐกิจแม่สอดในอนาคตจะมีผู้ลงทุนจากต่างประเทศบีโอไอ (BOI) ร้อยแปดจิปาถะมาเลยนะครับ จบสูง ๆ ไฮเทค (Hitech) แล้วท่านก็บอกว่าสมาชิกพูด ไม่รู้เรื่องเพราะไม่ได้จบอะไร แล้วก็เป็นไปได้ ถ้าผมเป็นผู้ทําการเมืองที่นั่นผมก็ต้องเอาคนที่ พูดตามผมหรือพูดไม่รู้เรื่อง ผมเองคนเดียวพูดรู้เรื่องเพื่อจะได้โดมิเนต (Dominate) ฝากท่านไปว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ท่านช่วยไปดูหน่อยเถอะครับ

เรื่องต่อไปในมาตราที่ว่าด้วยอํานาจหน้าที่ของนครแม่สอด หมวด ๓ อํานาจ หน้าที่ของนครแม่สอด มาตรา ๗๖ ผมว่าท่านก็เขียนละเอียดมากเลยนะครับ ๒๕ หลัก ๆ ๒๖ ข้อหน้าที่ตามที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีมอบหมายมีหมด ผมอ่าน ดูแล้วอย่างละเอียด ผมคิดว่าท่านขาดไปข้อหนึ่งท่านลองไปดูแล้วกันเรื่องการศึกษา ท่านไม่มี เรื่องการศึกษาเลย อย่างน้อยก็ต้องเขียนไว้เพื่อให้เขาจัดมีหน้าที่จะอนุบาลเทศบาลต่าง ๆ ในต่างจังหวัดเขาก็มีโรงเรียนเทศบาลแล้วหลายแห่งคุณภาพดี แต่เขียนไว้แล้วยังไม่จัด ไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่เขียนไว้เขาไม่มีหน้าที่แล้วก็มาโยนภาระนี้ให้กับ สพฐ. ใช่ไหมครับ รัฐบาล ไปจัดการท่านเอาเงินไปแล้วเยอะแยะ ท่านก็ควรจะมีหน้าที่ในการจัดเรื่องเหล่านี้ เพื่อประชาชนของท่านนะครับ ให้มันมีคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นนอกนั้นมีหมด

ต่อไปมาตรา ๗๙ ในหน้า ๒๑ ท่านก็บอกว่า ในการปฏิบัติหน้าที่และบังคับ ให้เป็นไปตามกฎหมายนี้ให้นายกนครแม่สอด รองนายกนครแม่สอด ปลัดนครแม่สอด รองปลัดนครแม่สอด หัวหน้าส่วนราชการในสํานักงานเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา พอถึง (๖) ท่านเขียนไว้ว่า ข้าราชการแม่สอดซึ่งนายกนครแม่สอดแต่งตั้งให้เป็นพนักงาน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามหน้าที่ดังกล่าว ผมคิดว่ามันกว้างขวางเกินไป กฎหมายแรงงานที่ผมเคย อยู่กระทรวงแรงงานเขาจะกําหนดไว้ว่า อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีสิทธิที่จะ ตั้งข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรมนะครับเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ตั้งแต่ข้าราชการ ระดับ ๓ เรือตรี ร้อยตรี ร้อยตํารวจตรีขึ้นไป เป็นพนักงานของกระทรวงแรงงานได้ ยกตัวอย่างเลยเมื่อมีปัญหาเรื่องประมง เราทําหนังสือถึงผู้บัญชาการกองทัพเรือ ตั้งตั้งแต่ เรือตรีขึ้นไปเป็นพนักงานตรวจเรือประมงได้ว่ามีอะไรผิดกฎหมายไหม อย่างนั้นเขาลงไม่ได้ นะครับ นี่กว้างขวางอย่างไร ท่านบอกว่าแต่งตั้งข้าราชการระดับไหนไม่รู้ ระดับไหน ถ้าระดับ ๑ ระดับ ๒ ก็เป็นข้าราชการ วุฒิภาวะก็น้อย จบการศึกษาก็น้อย มีความสุ่มเสี่ยง ที่จะโดนฟูองกลับ แต่ถ้าท่านเขียนไว้อย่างนี้ปฺุบ ผมคิดว่าไม่เหมาะสม ถ้าถามผมนะ ผมอยากจะขอว่าให้ท่านเขียนว่าตั้งแต่ข้าราชการระดับ ๓ หรือเรือตรี ร้อยตรี หรืออะไร ขึ้นไปอย่างนี้นะครับ มันจะทําให้สอดคล้องกับกฎหมายต่าง ๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทยและ ปฏิบัติได้จริง ที่ผมติติงท่านมาทั้งหมดนี้ด้วยเห็นว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อ สังคมแม่สอดและคนที่จะไปลงทุนที่แม่สอด รวมทั้งประเทศชาติจะได้รับอานิสงส์จากที่ท่าน ทําด้วยความเหนื่อยยาก แล้วก็ขอชื่นชมว่าเล่มนี้กว่าจะออกมาผมเคยทํางานมาแล้ว มันเหนื่อยยาก ต้องดูอย่างละเอียด อันนี้ก็เป็นการเขาเรียกอะไร ท่านทําถนนดีแล้ว ซูเปอร์ไฮเวย์ (Superhighway) เพียงแต่ผมไปบอกว่าตรงนี้มันมีหลุมนิดเดียว ท่านไปเสริม ตรงนี้สักนิดได้ไหม ให้หลุมนี้มันหายไปเท่านั้นเองครับ กราบขอบพระคุณมากครับ ส่วนท่านจะพิจารณาอย่างไรเดี๋ยวผมคอยรับฟังครับ ขอบคุณมากครับ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

มีสมาชิกจะอภิปรายอีกไหมคะ เชิญค่ะ

ศาสตราจารย์อิศรา ศานติศาสน์

ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ผม อิศรา ศานติศาสน์ นะครับ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๙๑ ครับ ผมขออนุญาต ไม่อยากจะใช้คําว่าผมกําลังขออภิปรายนะครับ ผมอยากจะขอความรู้มากกว่า เพราะว่า ผมเป็นนักเศรษฐศาสตร์แล้วก็อันนี้เป็นเรื่องกฎหมาย แต่บังเอิญมีโอกาสได้ไปดูแลเรื่อง เกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษในวงการวิจัยอยู่บ้างนะครับ ก็เลยทําให้มีข้อสงสัยหลายประการ นะครับ บังเอิญเมื่อสัปดาห์ที่แล้วทางสภาวิจัยแห่งชาติได้จัดรีเสิร์ชเอกซ์โป (Research Expo) ขึ้นที่เซ็นทรัลเวิลด์นะครับแล้วก็มีการอภิปรายในเรื่องเกี่ยวกับการลงทุน บทบาทของประเทศ จีนประเทศในอาเซียน (ASEAN) แล้วก็ได้มีการพูดถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนในพื้นที่ต่าง ๆ ของจีน แล้วก็ในประเทศอาเซียน (ASEAN) รวมทั้งประเทศลาวด้วยนะครับ แล้วก็เป็น ประเด็นที่ทําให้ผมต้องเรียนถามท่านตรงนี้นะครับ คือในกรณีของประเทศลาวนั้นได้มีเกิด กรณีซึ่งพบว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษบางแห่งได้มีการให้อํานาจของประเทศจีนในเขตเศรษฐกิจ พิเศษอย่างนั้น จนเสมือนว่าเป็นคล้าย ๆ สิทธิพิเศษนอกราชอาณาจักร อะไรก็แล้วแต่ ไม่ทราบทางกฎหมายนะครับ ก็คือบางพื้นที่ใช้กฎหมายจีนนะครับ ผู้ปกครองเป็นคนจีน ซึ่งเปลี่ยนสัญชาตินะครับ แล้วก็สามารถจะออกกฎหมายเข้ามาดูแลในพื้นที่ต่าง ๆ การเช่า ก็ยาวถึงเป็น ๙๐ ปี อะไรพวกนี้นะครับ ทีนี้บังเอิญผมอ่านในเรื่องของแม่สอดแล้วนี่อยากจะ เรียนถามทางคณะกรรมาธิการนะครับ เพราะว่าในมาตรา ๑๑ ได้กําหนดว่า ผู้มีสิทธิสมัคร รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกในกรณีของสภาแม่สอดนะครับ จะต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด มีอายุไม่ต่ํากว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขต นครแม่สอดเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีจนถึงวันรับสมัครนะครับ จากนั้นคุณสมบัติ เดียวกันก็เป็นเงื่อนไขที่จะเลือกประธานสภานครแม่สอดและรองประธานสภานครแม่สอดอีก นะครับ ซึ่งก็แปลว่าทั้งท่านประธานสภาและรองประธานแม่สอดนั้นจะต้องมีสัญชาติไทย โดยการเกิด มีอายุไม่ต่ํากว่ายี่สิบห้าปี และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในนครแม่สอดไม่น้อยกว่า หนึ่งปีนะครับ ทีนี้พอไปดูในมาตรา ๒๙ ซึ่งกล่าวถึงผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งเป็นนายกนครแม่สอด ซึ่งก็ดีก็ระบุว่าต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๑ (๑) และ (๓) ซึ่งหมายความว่าต้องเป็นคนไทย โดยการเกิด อยู่ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่าหนึ่งปี แต่ตรงนี้ไม่กําหนดอายุไว้ว่า ต้องอายุไม่ต่ํากว่ายี่สิบห้าปีนะครับ ก็เป็นคําถามข้อแรก ที่จะ เรียนถามท่านว่าตรงนี้เป็นเจตนาหรือเปล่าว่าต้องการให้คนหนุ่มคนสาวซึ่งมีอายุสักยี่สิบสามปี ยี่สิบสี่ปีมาเป็นนายกสภา นายกผู้บริหารนครแม่สอดนะครับ เป็นคําถามแรกนะครับ

คําถามที่ ๒ พอลงไปดูในเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษอื่น ๆ จะพบว่า คุณสมบัติของผู้บริหารนั้นกําหนดว่ามีสัญชาติไทยเท่านั้น ไม่ได้กําหนดว่า มีสัญชาติไทยโดยการเกิด และไม่ได้กําหนดว่าถ้ามีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาตินั้น จะต้องมีสัญชาติไทยมาแล้วไม่ต่ํากว่าห้าปี นั่นก็แปลว่าถ้ามีคนต่างชาติสักคนหนึ่งมาขอแปลง สัญชาติ ก็สามารถมาเป็นผู้บริหาร มีตําแหน่งสําคัญในเขตเศรษฐกิจพิเศษต่าง ๆ ได้ อันนี้ ก็เรียนถามว่าเป็นเจตนาหรือเปล่าครับที่เปิดไว้อย่างนั้นนะครับ เพราะว่าผมเองกังวลว่า ไม่อยากให้ปัญหานี้ซ้ํารอยกับกรณีของประเทศลาว ซึ่งประเทศลาวตอนนี้ในวงการวิจัย ทราบกันดีว่า กําลังชอกช้ํากับปัญหาที่ปล่อยให้ประเทศจีนเข้ามาลงทุน แล้วก็เข้ามามีสิทธิ มากมายในประเทศลาวนะครับ แล้วก็ไม่สบายใจในเรื่องนี้ครับ ก็ขอเรียนถามครับ แล้วก็ ถ้าท่านจะปรับปรุงอะไรที่เป็นการช่วยปกปูองสิทธิของประเทศชาติไว้ก็จะขอบพระคุณมาก ครับ ขอบคุณครับ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบพระคุณท่านอิศรามากนะคะ มีสมาชิกประสงค์จะอภิปรายเพิ่มไหมคะ เชิญท่านนิกรค่ะ

นายนิกร จํานง

ผมขออนุญาตท่านประธานครับ อยากจะสอบถามนิดว่า ผมเข้าใจผิดก็คือ ร่างที่เสนอมาเป็นแค่ภาคผนวกให้เห็นว่านี่คือที่เขาเสนอมา แล้วที่เราไม่ เห็นด้วย ไม่ได้หมายความว่าจะให้แก้ไปตามนี้ใช่ไหม ผมกลัวเข้าใจผิด เพราะว่าที่มีนี่รายงาน ของท่านก็มีรวมทั้งหมด ๑๙ หน้า แล้วก็ที่ภาคผนวกที่เข้ามาก็คือว่า เป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่มีการเสนอ แต่ว่าท่านไม่เห็นด้วยใช่ไหมครับ หมายถึงว่าในขณะนี้ยังไม่เห็นด้วย จะเป็น อย่างนั้นหรือเปล่า ไม่รู้ว่าผมเข้าใจผิดหรือเปล่าครับ เป็นคําถามครับ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

มีสมาชิกจะอภิปรายอีกไหมคะ ถ้าไม่มีนะคะ เชิญท่านกรรมาธิการ ท่านประธานค่ะ

นางนินนาท ชลิตานนท์ ประธานกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉันขอขอบพระคุณ ท่านนิกร ท่านสุรินทร์ แล้วก็ท่านอิศรานะคะ ที่ได้กรุณาอภิปราย ขออภัยที่เอ่ยนาม ก่อนอื่น คณะกรรมาธิการต้องกราบขออภัยท่านผู้อภิปรายเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการแนบกฎหมาย ฉบับนี้มาเป็นภาคผนวก เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้คณะกรรมาธิการไม่ได้เป็นผู้ยกร่างนะคะ เป็นของเดิมที่เขายกร่างเอาไว้ แล้วก็ผ่านไปที่ ครม. แล้ว และ ครม. ก็ขอให้ชะลอไว้ก่อน นะคะ เพียงแต่แนบมาเป็นเอกสารประกอบว่า ในการศึกษานั้นเราก็ได้ศึกษาถึงกฎหมาย ฉบับนี้ด้วยนะคะ

ทีนี้สําหรับท่านนิกรคืออย่างนี้ค่ะ เรื่องชื่อเรื่องนี่ท่านรับฟังแนวคิดก่อนนะคะ เรื่องชื่อเรื่องนี่ การที่เราเขียนว่า การปฏิรูปการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่หรือเมืองที่มีลักษณะพิเศษ ดิฉันว่าขณะนี้เราต้องเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า องค์กร ปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ อันนี้ก็อย่างหนึ่งนะคะ แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่หรือเมืองลักษณะที่พิเศษที่เราจะพูดถึงก็อย่างหนึ่งนะคะ แล้วก็เขตปกครองพิเศษ ก็อีกอย่างหนึ่ง ทีนี้แนวคิดของคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ต้องการ ตอนแรกนี่ก็ต้องการที่จะดูว่า ถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบทั่วไปที่เขาเป็นอยู่นี้ มีเหตุผลความจําเป็นที่อยากจะ ปรับการบริหารงานของตัวเองมาเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษในลักษณะที่คล้าย กับกรุงเทพมหานครหรือเมืองพัทยา เริ่มแรกเขาควรจะต้องมีเกณฑ์กลางอะไรบ้างถึงจะ ปรับตัวขึ้นมาเป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษได้ ที่เป็นเช่นนั้นไม่ได้หมายความว่าเราไม่อยากให้เขา เป็นนะคะ เราอยากให้เป็นแต่อยากให้เป็นแบบเป็นแล้วต้องพัฒนาต่อไป เดินต่อไป อย่างยั่งยืน เพราะว่าจากการศึกษาเรื่องของเมืองพัทยาเราก็พบว่าเมื่อเขาเป็นท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ ปรากฏว่าเขามีปัญหามากมาย แล้วเขาเองก็ยังบอกว่าเขาไม่เห็นรู้สึกว่าเขาเป็นท้องถิ่นพิเศษที่ตรงไหน นอกจากบอกว่า เขาขอเงินได้โดยตรงมีกฎหมายของตัวเอง แต่ในการทํางานเขาทุกวันนั้นเขาก็รู้สึกตัวว่า เขาเป็นท้องถิ่นทั่วไป และจากการที่เราลงไปศึกษาถึงปัญหาอะไรต่าง ๆ ของเขาเราก็รู้สึก อย่างนั้นกับเขาเหมือนกัน แต่ว่าเราก็ได้สอบถามกับทางเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นว่าตอนนั้นท่านวิเคราะห์อย่างไรเขาถึงได้กลายเป็นท้องถิ่นพิเศษขึ้นมาได้ อย่างนี้ นะคะ เพราะว่าจริง ๆ เราต้องการให้เขาเป็นท้องถิ่นพิเศษเพื่อดูแลเมืองพิเศษแห่งนั้น แต่ว่า เขาก็ทําไม่ได้แล้วก็มีปัญหาอย่างที่เราต้องตามไปแก้ ทีนี้ในขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตอบดิฉันว่า ตอนนั้นยังไม่ทันวิเคราะห์เลยเป็นนโยบายทางการเมืองที่บอกว่าพัทยาควรจะเป็นท้องถิ่น พิเศษก็ให้เป็น ทีนี้ไม่เป็นไรค่ะเป็นไปแล้วก็ไม่เป็นไร เป็นไปแล้วมันก็ไม่ควรจะกลับไปเป็น ท้องถิ่นทั่วไปอีก ดังนั้นเมื่อเป็นไปแล้วเราก็ต้องพยายามช่วยกันผลักดันให้เขาก้าวเดินต่อไป แล้วก็เป็นท้องถิ่นพิเศษต่อไป มีปัญหาอะไรก็ช่วยกันแก้ไขก็ตามที่ได้นําเสนอไปเมื่อสักครู่นี้ นะคะ ทีนี้เราก็มองว่าท้องถิ่นทั่วไปอื่น ๆ ถ้าจําเป็นจะต้องปรับตัวเองขึ้นมาเป็นท้องถิ่นพิเศษ ก็ควรจะได้มีการศึกษาอย่างรอบคอบเพื่อว่าวันหนึ่งเมื่อท่านเป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษจริง ๆ แล้วท่านสามารถที่จะบริหารงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของท่านได้อย่างดี แล้วก็ ก้าวเดินต่อไปเป็นตัวอย่าง ดังนั้นในการศึกษาเรื่องนี้ได้ศึกษากรณีของแม่สอดจริงค่ะ แต่ว่า เมื่อศึกษาแล้วเรานําเสนอในภาพรวมค่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่าเอาของแม่สอดอย่างเดียว แล้วมานําเสนอในภาพรวม เพียงแต่ว่าในการศึกษานั้นศึกษาว่าถ้าหากว่าแม่สอดจะเป็น ท้องถิ่นพิเศษนั้นจะด้วยเหตุผลอะไรก็ศึกษาปัญหาทั้งหมด ก็ปรากฏว่าก่อนที่เขาจะก้าวเดิน ขึ้นเป็นท้องถิ่นพิเศษอย่างเต็มรูปเราควรที่จะแก้ไขปัญหาหรือเพิ่มเติมสิ่งใดเข้าไปในท้องถิ่น แบบทั่วไปของเขาว่าเขาทําได้ไหม เช่น ทุกวันนี้มีปัญหาในเรื่องแรงงาน มีปัญหาในเรื่อง สาธารณสุข มีปัญหาในเรื่องขยะ มีปัญหาในเรื่องน้ําท่วมบ้างบางครั้งบางคราว หรือขาดน้ํา อุปโภคบริโภคอะไรอย่างนี้บ้าง ก็ดูว่าถ้าอย่างนั้นรัฐควรจะช่วยเหลือเบื้องต้น เช่น เมื่อเขาอยู่ ในพื้นที่เราต้องยอมรับเหมือนกันว่าท้องถิ่นทั่วไปแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างจะมีลักษณะ พิเศษที่แตกต่างไปจากท้องถิ่นทั่วไปแล้ว แต่ก่อนที่จะก้าวย่างไปสู่ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษจริง ๆ ลองเติมสิ่งบางส่วนเข้าไป อย่างที่ท่านได้ใช้คําว่า ให้อาหารเสริม นะคะ คือลองเติมดูสิว่า ถ้ารัฐให้โครงการที่มีความสําคัญช่วยเหลือในเรื่องของสิ่งที่ควรจะมีโครงการสําคัญที่มี ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นนั้น ช่วยเหลือในเรื่องให้เงินเป็นพิเศษ ช่วยเหลือ ในเรื่องของ อบจ. อย่าไปเอารายได้ที่เก็บไว้ มาลองให้เขาใช้ดูสิว่าเขาจะพอไหม หรือลองให้มี คณะกรรมการเข้าไปช่วยเหลือในการทํางาน สิ่งเหล่านี้ถ้าเติมเข้าไปในรูปแบบขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วไปที่ตั้งอยู่ในเมืองที่มีลักษณะพิเศษเหล่านี้ช่วยได้ไหม ถ้าช่วยได้ท่าน เดินต่อไปก่อน แต่ถ้าช่วยไม่ได้มันติดปัญหาอะไรเราก็จะได้มาทําโมเดล (Model) ที่เป็น องค์กรปกครองท้องถิ่นที่เป็นรูปแบบพิเศษจริง ๆ ซึ่งถ้าหากว่าทําได้ในลักษณะของเมือง อย่างแม่สอดเขาก็อาจจะใช้ได้กับเมืองชายแดนทั่วไป แต่ก็ใช้ไม่ได้กับเมืองท่องเที่ยวบางแห่ง หรือจะใช้ไม่ได้กับเมืองที่เป็นประวัติศาสตร์ เพราะว่าการเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบ พิเศษมันจะขึ้นอยู่กับลักษณะพิเศษของแต่ละแห่งเลย มันจะแตกต่างมันจะไม่เหมือนกัน บางครั้งเราอาจจะคิดว่า เอ๊ะแล้วทําไมกรุงเทพมหานครถึงก้าวเดินมาได้ ดิฉันก็เคยคิดนะคะ แล้วก็มาสรุปตรงที่ว่ากรุงเทพมหานครที่เกิดมาเป็นเมืองพิเศษ เป็นองค์กรปกครองท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ แล้วก็เดินมาจนกระทั่ง ๔๐ กว่าปี มีการรวมจังหวัดถึง ๒ จังหวัดเข้าด้วยกัน แล้วก็รวมท้องถิ่นในจังหวัดนั้นเข้าด้วยกันหมดเลยคือทั้งจังหวัดธนบุรีและจังหวัดพระนคร รวมเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกันแล้วก็ก้าวเดินไป อันนี้มันก็ทําให้เป็นลักษณะพิเศษของมหานคร ของเมืองหลวงนะคะ เพราะฉะนั้นพัทยา เป็นเมืองท่องเที่ยวพิเศษ แต่ว่าเราไม่ได้ศึกษาวิเคราะห์โดยละเอียด เพียงแต่บอกว่าเขาเป็น เมืองท่องเที่ยวมีคนรู้จักเยอะอะไรเยอะ เพราะฉะนั้นเป็นเมืองพิเศษไปเลยอย่างนี้นะคะ เพราะฉะนั้น ณ วันนี้เขาก็ยังติดปัญหาว่าเราต้องเข้าไปช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ ทราบแนวคิดว่าแนวคิดของคณะกรรมาธิการนี้นะคะ อยากเห็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั่วไปที่จะปรับตัวเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษบนความพิเศษของตัวเอง และสามารถเมื่อเป็นแล้วท่านจะไม่ต้องมาบอกว่าไม่เห็นพิเศษตรงไหน อะไร ๆ ก็เหมือนเดิม ก็จะไม่กลับไปเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วไปอีก แต่เขาจะก้าวเดินไปเป็นองค์กร ปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นการรายงานอันนี้เป็นการรายงาน เพื่อที่จะแนะนําเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่พิเศษหรือเป็นเมืองที่มี ลักษณะพิเศษให้ลองก้าวเดินต่อไปก่อนนะคะ เพื่อจะก้าวไปสู่การเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่น รูปแบบพิเศษที่ยั่งยืนและมีการพัฒนาต่อไป จึงนําเสนอเป็นแบบทั่วไปอย่างนี้ไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ต้องการให้เขาไม่เป็น ต้องการให้เป็น แต่ต้องการให้เป็นแบบ มีการพัฒนาก้าวเดินต่อไปอย่างยั่งยืนจริง ๆ อันนี้ก็กราบเรียนอย่างนี้ก่อนนะคะ แต่ว่าอย่างไร ก็ตามถ้าหากว่าแนวคิดหรือตรรกะของเราอาจจะไม่ตรงกัน ดิฉันพร้อมที่จะนําตรรกะ ของท่านแนบไปกับรายงานผลการศึกษาว่าในอีกแนวคิดหนึ่งก็เห็นว่าเราควรจะเพิ่มองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษให้มากขึ้น จากที่เดิมปัจจุบันนี้เรามีอยู่แค่ ๒ เอง ทําไมเรา ไม่เพิ่ม เพิ่ม เพิ่มอีกอะไรอย่างนี้ในลักษณะที่เมืองพิเศษอย่างที่ท่านว่า อันนี้ก็พร้อมที่จะ นําเสนอแนบไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธานคะ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ท่านธวัชชัยจะตอบไหมคะ ท่านกรรมาธิการไม่ตอบแล้วนะคะ ท่านนิกร จํานง เชิญค่ะ

นายนิกร จํานง

ท่านประธานครับ ผมยังมีข้อติดใจอยู่ว่าคือหมายความว่า ที่ผมแย้งว่าท่านกําลังใช้แม่สอดเมืองเดียว แล้วมาใช้หลักการว่าเป็นมาครอบเกี่ยวกับเรื่อง การปฏิรูปประเทศนะครับ เกี่ยวกับเรื่องการบริหารปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่หรือเมืองที่มี ลักษณะพิเศษ ซึ่งในนี้ตามหน้าที่ว่าในแคเทกอรี (Category) ที่ว่ามีตรงนี้เป็นเมืองชายแดน เมืองเดียวใน ๑๐ เมืองเท่านั้นเอง แล้วยังมีเมืองประวัติศาสตร์อีกที่มีการกระจายไว้แล้ว นี่คือลักษณะพิเศษ ท่านจะใช้เมืองเดียวครอบตอบทั้งหมดใช่หรือไม่ นี่เป็นประเด็นที่ผมแย้ง ถ้าเป็นอย่างนี้ก็คือรายงานไปตามนี้ ในความเห็นผมก็คือว่าให้เพิ่มคําว่า กรณีแม่สอด เข้าไป เพราะว่าทาง ครม. หรือคนมาเห็นจะได้รู้ ไม่อย่างนั้นมันจะเท่ากับคลุม เรากําลังใช้ตาข่ายนี้ คลุมทั้งหมด ทีนี้ประเด็นที่สําคัญขณะนี้ผมแย้งอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านตอบเมื่อสักครู่นี้ ก็คือว่าท่านเป็นคณะกรรมาธิการด้านปกครองท้องถิ่น คือเป็นการกระจายอํานาจ แต่ขณะนี้แนวคิดของท่านตั้งแต่พัทยามาแล้วจนถึงตรงนี้ มีคําอยู่คําคือคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์นี่เป็นเซ็นทรัลไลซ์ (Centralize) ชัด ๆ หมายความว่าเรากําลัง ยกร่างขึ้นมาว่าให้ยุทธศาสตร์นี่เข้าไปดู ไปดู ไปดู ตรรกะตรงนี้กลับทางอย่างรุนแรง กับการกระจายอํานาจ ในอีกอันที่สําคัญมาก ๆ ก็คือว่า และขณะนี้แทนที่เมืองต่าง ๆ มีลักษณะพิเศษและให้เขาโตขึ้นมาตามสภาพของเขา เสนอขึ้นมามีการพิจารณาเหมาะสม ก็ตั้งไป สะเดาก็ตั้งไปอีกแบบหนึ่ง แม่สอดก็เป็นแบบหนึ่งนะครับ ที่อื่นนี่แม้แต่ เมืองสุวรรณภูมิที่เรากําลังพูดถึงว่ามีลักษณะอีกแบบหนึ่งนี่ให้เขาโตไปตามสภาพของเขา แต่ท่านกําลังจะออกกฎหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง แล้วกฎหมายฉบับนี้กําลังจะมีแคเทกอรี (Category) กําลังจะมีกรอบว่าการเป็นพิเศษต้องมีหลักการอะไรบ้าง ๑. ต้องเป็นแบบนี้ ต้องไม่มีปัญหาเรื่องขยะนะ ต้องไม่มีปัญหาเรื่องการอนามัยนะ เรื่องประปา เรื่องอะไร ต่าง ๆ เหล่านี้ เรากําลังขีดเส้นอีกเส้นหนึ่งขึ้นมา นี่คือการรวมศูนย์อีกแบบในความเห็นผม เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะให้ท่านตอบว่า ๑. ก็คือท่านจะยืนใช้ชื่อนี้ไป หมายถึงว่ารวมทั้ง หมดเกือบผมว่า ๗๐–๘๐ เมืองกระมังโดยใช้แม่สอดนะครับ อันที่ ๒ ก็คือว่าจะมีกรรมการยุทธศาสตร์ไปช่วยดูแล กรรมการยุทธศาสตร์ก็คือว่า เมื่อสักครู่พัทยาก็มีนะครับ ของ กทม. ก็เหมือนกับเรายุบ ส.ข. ไปเราก็ตั้งลักษณะ แบบนี้ขึ้นมา แต่ตรงนี้เหมือนกัน ต่อจากนี้ถ้าเป็นสุไหงโก-ลกก็มีกรรมการยุทธศาสตร์ที่ไป ดูแลสุไหงโก-ลก โดยอาจจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอีก แล้วก็ต่อจากนี้จะมีกรอบขึ้นมาว่า เมืองพิเศษต่อจากนี้ถ้าจะเข้าต้องเข้าตามข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ตามรายงานที่ท่านเสนอมา ซึ่งผมมองว่าเป็นการรวมศูนย์ ขอคําตอบครับว่า ชื่อ วิธีการ แล้วก็กฎหมายที่ท่านจะยกร่าง ขึ้นมาใหม่ตามที่ท่านเสนอครับ เป็นคําถามครับท่านประธาน

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ท่านประธานกรรมาธิการช่วยกรุณาตอบท่านนิกรด้วยค่ะ

นางนินนาท ชลิตานนท์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ ในเรื่องชื่อเรื่องถ้าดิฉันจะใส่อย่างนี้ไม่ทราบว่า ท่านจะขัดข้องหรือไม่นะคะ การปฏิรูปการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ เซมิโคลอน (Semicolon) นะคะ นครแม่สอด และในพื้นที่หรือเมืองที่มีลักษณะพิเศษ ส่วนชื่อของคณะกรรมการยุทธศาสตร์นี่ ถ้าหากเราคิดว่าคําว่า ยุทธศาสตร์ มันเป็นเรื่องของ ส่วนกลาง อันนี้ดิฉันก็ไม่แน่ใจนะคะว่ามันเป็นอย่างนั้นหรือไม่ แต่ถ้าคณะกรรมการชุดนี้ ต้องการให้แก้ไขปัญหา ช่วยเขาแก้ไขปัญหา เราชื่อคณะกรรมการแก้ไขปัญหาก็ได้นะคะ ก็ไม่ได้ติดใจอะไรตรงนี้ แต่ก็ไม่ทราบว่าคําว่า ยุทธศาสตร์ มันเป็นเรื่องของส่วนกลางหรือเปล่า แต่ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวรับไปพิจารณา ในเรื่องของชื่อไม่ทราบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนิกร ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านจะขัดข้องหรือไม่ ขอบพระคุณค่ะ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ท่านนิกรจะว่าอย่างไรคะ ในแง่ของชื่อเรื่องค่ะ

นายนิกร จํานง

ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นหลักการใหญ่ของพื้นที่ที่เรา สรุปกันแล้วมีลักษณะเป็นพิเศษ และถ้าเราใช้ชื่อแล้วก็ใช้เป็นคําว่า กรณีของแม่สอด ก็คือ เป็นเมืองเดียว อยู่ในกลุ่มเดียวคือกลุ่มชายแดนซึ่งมีลักษณะเดียวที่เป็นชายแดนติดพม่า ชายแดนติดทางใต้ที่ผมเรียนแล้วปัญหาไม่เหมือนกันเลย ที่จริงคลุมแต่ชายแดนก็ครอบ ไม่หมดแล้ว แต่ขณะนี้รายงานนี้กําลังจะครอบแบบทุกแบบนะครับ เรามีทั้งหมด ๕-๖ แบบ ซึ่งผมเห็นว่ามันจะบางเกินไป จะคลุมไหวหรือ ผมไม่เห็นด้วย ถ้าท่านยืนยันก็โอเค (Okay) และอีกประเด็นหนึ่ง เป็นความเห็นทางตรรกะ ผมเห็นว่าการทําเป็นพิเศษคือการปฏิรูป แต่ข้อเสนอนี้ตามรายงานนี้เสนอเพื่อไม่ให้มีการปฏิรูป ก็คือเสนอว่าอย่าเพิ่งทําเลย ทําตรงนี้ก่อน อันนี้เป็นความเห็นที่กลับกัน ไม่เป็นไรผมแค่ขอสงวน แต่ว่าชื่อที่ว่ามา ผมว่ายังไม่มีอํานาจพอที่จะคลุมทั้งหมดได้ ยังมีปัญหาอยู่ครับ ขอยืนความเห็นนี้ ขอบพระคุณครับ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขณะนี้ต่างกันตรงที่ว่าใส่ กรณีนครแม่สอด หรือใส่ว่า นครแม่สอด แล้วมีในพื้นที่หรือเมืองที่มีลักษณะพิเศษ อีก ยังอยู่นะคะ ก็ยังต่างกันอยู่ ๒ ประเด็น เชิญท่านธวัชชัยค่ะ

นายธวัชชัย ฟักอังกูร กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ ขอตอบ ท่านนิกรนะครับ ก็จะแก้ตามที่ท่านว่านะครับ ศึกษาเฉพาะกรณีนครแม่สอด แต่ว่า ในตอนสุดท้ายก็อาจจะพูดถึงเรื่องอื่น ๆ ด้วย แต่ชื่อจะเปลี่ยนตามนั้นครับ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ตกลงตามนั้นนะคะ มีการศึกษาเพิ่มเติมค่ะ เชิญท่านกษิตค่ะ

นายกษิต ภิรมย์

ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. เบอร์ ๗ นะครับ ผมไม่ได้พูดเช้านี้ แต่เมื่อวานก็ได้กล่าวไว้บ้างแล้ว เรื่องการปกครองท้องถิ่นกับบทบาท ของเรา ผมขอเอา ๒ วันมารวมกันก็แล้วกันนะครับ ตั้งแต่กรุงเทพมหานครมาถึงพัทยา และที่แม่สอดแล้วก็อาจจะไปที่เมืองพิเศษอื่น ๆ จะเป็นที่มุกดาหาร ที่สงขลาอะไรก็ตาม แต่ว่าในเอกสารทั้งหมดนี้มันค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่ว่าสั่งมาจากข้างบนคือทอปดาวน์ (Top down) ประชาชนในพื้นที่ จะที่พัทยาหรือว่าที่ชลบุรี ที่แม่สอดหรือตาก หรือจะที่ไหน ก็ตามในอนาคตแทบจะไม่ได้มีส่วนร่วมเลย ผมขอเสนอไปก็แล้วกันนะครับ ประเด็นเดียว ขอให้ประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ ที่จะมีเขตเศรษฐกิจพิเศษหรือจะเรียกอะไรที่เป็นพิเศษ ให้เขาได้มีส่วนและได้ลงประชามติตามจังหวัดนั้น ๆ ด้วย ขอขอบคุณครับท่านประธาน

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

กรรมาธิการรับได้ไหมคะ รับไปไหมคะ อันนี้รับไปแก้ไขเพิ่มเติมในรายงาน ขอบพระคุณค่ะ มีสมาชิกท่านใดที่ตั้งคําถามไว้ เชิญค่ะ เชิญท่านกิตติค่ะ

นายกิตติ กิตติโชควัฒนา

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม กิตติ กิตติโชควัฒนา ครับ สปท. หมายเลข ๑๐ ขึ้นมานี้ก็ไม่ประสงค์ที่จะอภิปรายเพียงแต่ว่า อยากจะตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอบางประการต่อท่านประธานครับ ผมฟังจากท่านนินนาท ที่พูดถึงเรื่อง กทม. ในสมัยก่อนมันเป็น ๒ จังหวัด ทําไปทํามาก็เหลือ ๑ เป็น กทม. อันนั้น คือการปรับรูปแบบจากเล็กไปหาใหญ่รวม ๑ ๑ มาเป็น ๑ เพื่อเป็นตัวที่ใหญ่กว่า มันเกิด รูปแบบการปกครองพิเศษอย่างเช่น กทม. เป็นต้น นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ จากที่ท่านธวัชชัยพูดไว้เมื่อกี้นี้เปิดทางให้มีการตั้งวงคุยกัน อันนี้ ผมคิดว่าดี เพราะว่ารูปแบบการปกครองพิเศษมันอาจจะเกิดขึ้นมาอีกเยอะแยะมากมายที่เรา ไม่คาดคิดถึงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของโลก การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่โหมเข้ามามันอาจจะเกิดรูปแบบแปลก ๆ ใหม่ ๆ ซึ่งจะทําให้เราจะต้องมานั่งตั้งวงคิดต่อไป ว่าควรจะมีรูปแบบอย่างไร นั่นประการที่ ๒

ประการที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคมครับท่านประธาน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ได้ไปตรวจราชการที่จังหวัดนราธิวาส สรุปประเด็นปัญหาที่เราจะต้องพัฒนา ใน ๓ จังหวัด ก็มีเรื่องที่ท่านเสนอขึ้นมาถึงเรื่องโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน กล่าวคือกําหนดเอาพื้นที่ทั้ง ๓ จังหวัด โดยมีอําเภอสุไหงโก-ลกพัฒนาในเรื่อง ของการท่องเที่ยว และจังหวัดปัตตานีนั้นมีอําเภอหนองจิกเป็นอําเภอในด้านของการพัฒนา เกษตรอุตสาหกรรมแบบผสมผสานครับ ส่วนจังหวัดยะลานั้นกําหนดให้อําเภอเบตงพัฒนา เชิงการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพราะฉะนั้นเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงประเด็นทั้ง ๓ จังหวัดนี้ว่าควรจะมีความเชื่อมโยงในการพัฒนา เพราะฉะนั้นในแง่ของการปกครอง ท้องถิ่นมันก็ซ้อนอยู่ในนั้นด้วย สิ่งที่ผมอยากจะฝากเป็นข้อเสนอก็คือว่า ในแง่ของ การปกครองของเรานั้นในเมื่อ กทม. นี่มาจาก ๑ กับ ๑ ธนบุรี กรุงเทพมหานครมาเป็น ๑ เอ๊ะถ้าอย่างนั้นนี่ก็น่าจะลองศึกษาดูว่า ๓ จังหวัดที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปดูพื้นที่เพื่อ กําหนดพื้นที่ของการพัฒนา มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เราจะเอารูปแบบการปกครองอะไรใส่เข้าไป เพื่อให้เกิดรูปแบบการปกครองพิเศษในพื้นที่พิเศษ อันนี้ผมคิดว่าอยากจะฝากเป็นข้อเสนอ เพราะในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมันมีลักษณะพิเศษที่ยืดเยื้อยาวนานจนถึงขณะนี้ทางออก ก็มีอยู่ไม่ใช่ไม่มี แต่ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร มันก็ดีวันดีคืนขึ้น ไม่ใช่ไม่ดี ดีขึ้น แต่ว่ายังไม่สมใจนึก ที่อยากจะเห็นความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อย่างที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ไปตรวจราชการ ที่จังหวัดภาคใต้นั้นได้ฝากเป็นข้อคิดให้เป็นการบ้าน เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะฝากก็คือว่า อยากจะฝากข้อคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่เรามีรูปแบบการปกครองพิเศษในพื้นที่พิเศษที่จะ เกิดขึ้นให้กับคณะชุดนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศ คนที่สอง

ขอบคุณค่ะ หมดแล้วนะคะ ท่านรับไปนะคะ รับข้อเสนอแนะนี้ไปนะคะ ดิฉัน เปิดโอกาสให้ท่านสัมมนา เพราะในช่วงต้น ๆ มีสมาชิกอยู่จํานวนไม่มากนะคะ แล้ววันนี้เวลา เราก็มีเหลือ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญที่สมาชิกน่าจะได้มีโอกาสแสดงความเห็นกันให้ ครบถ้วนสมบูรณ์นะคะ ไม่มีสมาชิกท่านใดจะแสดงความเห็นอีกแล้วนะคะ ถ้าอย่างนั้นดิฉัน จะถือว่าเป็นอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานเรื่อง การปฏิรูปการบริหารงานขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่หรือเมืองที่มีลักษณะพิเศษเรียบร้อยแล้วนะคะ ก่อนที่จะขอมติ จากที่ประชุมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนค่ะ

(นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนนะคะ โดยโปรดเสียบบัตรและกดปุม แสดงตนค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุมแสดงตน)

ยังมีสมาชิกบางท่านทยอยมานะคะ ท่านสมาชิกที่เพิ่งเข้ามาท่านแสดงตัวหรือ ยังคะ เจ้าหน้าที่กําลังรอบัตรใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นรอสักครู่นะคะเจ้าหน้าที่กําลังขอบัตร สํารองอยู่ เรียบร้อยไหมคะ เรียบร้อยแล้วนะคะ สมาชิกทุกท่านแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะคะ เจ้าหน้าที่ขอผลค่ะ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๑๖๑ ท่านนะคะ ครบองค์ประชุมค่ะ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับรายงาน เรื่อง การปฏิรูป การบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่หรือเมืองที่มีลักษณะพิเศษหรือไม่ นะคะ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนค่ะ ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุม งดออกเสียง ค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุมลงคะแนน)

มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิไหมคะ ถ้าไม่มีนะคะ ขอผลการลงคะแนนค่ะ ผลการลงคะแนนนะคะ จํานวนผู้เข้าร่วมประชุม ๑๖๐ ท่าน เห็นด้วย ๑๔๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน เมื่อสักครู่องค์ประชุม ๑๖๑ ท่าน หายไป ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๑ นะคะ

เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น เรื่อง การปฏิรูปการบริหารงานขององค์กร ปกครองท้องถิ่นในพื้นที่หรือเมืองที่มีลักษณะพิเศษแล้วนะคะ ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํา ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุงก่อนที่จะส่งรายงานไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป จบการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่นแล้ว ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการมากนะคะ ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปจะดําเนินการตามระเบียบวาระที่เหลืออยู่

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มีนะคะ

วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว ขอขอบคุณสมาชิกที่มาร่วมประชุม ทุกท่านและขอปิดประชุมค่ะ

เลิกประชุมเวลา ๑๓.๒๐ นาฬิกา