นิกร จํานง หารือถึงลักษณะพิเศษของเมืองพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีปัญหาการคมนาคม ความปลอดภัย และการบริหารจัดการที่ต่างจากเมืองทั่วไป พร้อมเสนอให้มีการจัดการอย่างเป็นระบบในระดับกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการดูแลรักษาความปลอดภัยที่ต้องใช้งบประมาณจากท้องถิ่นมาสนับสนุนตำรวจอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างกลไกบริหารที่ยืดหยุ่นเพื่อรองรับความซับซ้อนและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของเมืองท่องเที่ยว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จํานง สมาชิก ลําดับที่ ๗๙ ที่จริงแล้วดูรายละเอียดในการพยายามจะแก้ไขเรื่องเมืองพัทยาก็ทํามาได้ ละเอียดค่อนข้างมาก แต่ว่ายังเป็นลักษณะเหมือนกับซิตี้แมเนเจอร์ (City Manager) มีลักษณะเป็นการเฉพาะ แล้วก็เน้นว่าเป็นเมืองพิเศษ ทีนี้ความเห็นก็คือว่าเมืองลักษณะ แบบนี้เรามีความพยายามกันตั้งแต่ต้นที่ว่าแยกพัทยาออกมา แล้วก็มีความพยายามว่า เมืองอื่นอยากจะให้เหมือนพัทยาอยู่บ้าง หลายเมืองอยู่ที่เราคิด ภูเก็ตก็คิดกัน หลายเมืองก็คิดกัน แต่พัทยาเองพอมา ณ จุดหนึ่งแล้วความเป็นเมืองท่องเที่ยวตรงนี้มันก็มีสารัตถะของปัญหา เรามองเป็นการกระจายอํานาจออกไป มีผู้บริหารที่อยู่ที่นั่นคอยดูแล แต่สภาพปัญหาเอง ไม่ใช่เป็นการกระจายอํานาจแบบมหาดไทยไปอย่างเดียว ที่จริงแล้วไม่ใช่ ปัญหาของพัทยา มีลักษณะเป็นพิเศษค่อนข้างมากซ้อนอยู่ภายใน ซึ่งผมก็เห็นว่าถ้าเมืองพิเศษอื่นถ้าสมมุติว่า เราจะตั้งภูเก็ตขึ้นมาเป็นเมืองคล้าย ๆ พัทยา ปัญหาของภูเก็ตก็ต่างจากพัทยาอีก ลักษณะ ของพัทยาเองมันมีต้นแบบบางอย่างที่เราเข้าไปดูแล้ว ช่วงที่ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมก็เข้าไปดูปัญหาเรื่องการคมนาคมขนส่ง ลักษณะของรถสองแถวที่วิ่งรอบ ว่าจะจัดการอย่างไร แล้วก็รถบัสที่จากพัทยาจะมาถึงกรุงเทพฯ ได้อย่างไรที่จะปลอดภัย ขณะนี้เรามีรถตู้อยู่บ้างนะครับ คือเป็นลักษณะที่ค่อนข้างพิเศษ คนจะบินมาลงที่สุวรรณภูมิ แล้วก็จะต้องต่อรถต่อไป เมืองพัทยา และบางส่วนตอนนี้จากเมืองพัทยามีเส้นทางตีขึ้นไปข้างบนนะครับ เลยไปแตะ กับชายแดนเขมรแล้วก็เข้าไปนครวัด นครธม คือมันมีเส้นทางของนักท่องเที่ยวที่มามีลักษณะ เป็นพิเศษมาก และนอกจากเรื่องคมนาคมแล้วเราจะเห็นว่าเมืองนี้จะเป็นเมืองที่มีลักษณะ ที่มีคนแฝงอยู่มากเหลือเกินนะครับ มีแฝงอยู่ในทุกมิติ เมืองแฝงอื่น ๆ จะเป็นแค่แรงงานแฝง แต่ที่เมืองพัทยาจะเป็นลักษณะแบบอิทธิพลแฝง เราจะเห็นว่ามีมาเฟีย (Mafia) รัสเซียบ้าง อะไรบ้างอยู่ไม่เหมือนที่ไหน ดังนั้นเมืองพัทยาเองเป็นเมืองคล้าย ๆ กับลาสเวกัส ก็คือเป็น เมืองที่เหมือนจะไม่เคยหลับนะครับ ก็คือตื่นอยู่ตลอด ปัญหาที่เห็นชัดขณะนี้เรื่องคมนาคม อย่างที่ผมเรียนแล้ว การจัดการกับปัญหาของเมืองพัทยามีลักษณะพิเศษ ความเป็นพิเศษ ตรงนี้เราได้บรรจุไว้เพื่อแก้ปัญหาตรงนี้หรือไม่ เพราะจะสัมพันธ์กับกระทรวงคมนาคม และเรามีคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางที่มีกรอบเหมือนเมืองอื่น ๆ เหมือนเมืองอื่น ๆ หมดเลย เหมือนหาดใหญ่ เหมือนเชียงใหม่ เหมือนใครต่อใคร แต่พอพัทยามีลักษณะเป็น พิเศษตรงนี้ ความเป็นพิเศษตรงนี้ที่ไปโยงกับคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางซึ่งออกโดย กฎหมายทางด้านการขนส่ง เรามีรายละเอียดอยู่ตรงนี้ในการดักเพื่อความเป็นพิเศษตรงนี้ไว้ นะครับ ไม่อย่างนั้นเราจะมาอยู่กับเรื่องการกระจายอํานาจออกไป แล้วก็มีลักษณะเป็น เหมือนแมเนเจอร์ (Manager) คอยดูแลเมืองนี้อยู่ ปัญหาซ้อนอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับกระทรวงอื่น ก็คือเมืองพัทยานี่รายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นลักษณะการที่เปิดปิดไฟของ เมืองพัทยาไม่เหมือนเมืองอื่น ลักษณะของการให้เมืองนี้นอนดึกขนาดไหน เพราะว่าเวลาเรา ประกาศแล้วกระทรวงมหาดไทยเองเขาจะมีประกาศและประกาศทั่วไป แต่ความเป็นพิเศษ ของเมืองตรงนี้ในการที่จะดึกกว่าเมืองอื่นนะครับ อย่างลาสเวกัสเขาไม่มีนอนเลยทั้งวันทั้งคืน อันนั้น ๒๔ ชั่วโมง แต่ตรงนี้ไม่ใช่ตีสองแน่นอน จะเป็นอีกลักษณะหนึ่ง ลักษณะกลไกตรงนี้ เวลาออกไปมันกลายเป็นลักลั่นกับเมืองอื่น ความพิเศษตรงนี้ของกระทรวงมหาดไทยที่ไม่ใช่ เป็นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ไปดูแล ไมใช่เป็นการดูแลเป็นเมืองลักษณะแบบนี้ เอกซ์เซปชัน (Exception) หรือลักษณะเป็นพิเศษตรงนี้มีการจัดการไว้ตรงไหน อย่างไร ผมไม่ได้ดูรายละเอียด แต่ปัญหามันมีอยู่จริง
ปัญหาอีกอย่างก็คือว่าเมืองขนาดนี้อาชญากรรมเยอะมาก ทุกหัวระแหง ท่านไปดูเมืองพัทยามีซอย ๑ ซอย ๒ ซอย ๓ ซอย ๔ ทับซอย แล้วก็มีสถานที่ มีคนต่างชาติ มากมาย มีอาชญากรรมมากมาย เป็นเมืองที่ไม่หลับนี่ผู้รักษาเมืองก็ต้องไม่หลับด้วย เพราะฉะนั้นกําลังตํารวจตรงนี้ที่ไปอยู่ในเมืองพัทยาเป็นอย่างไร ผมเคยเสนอแนวคิดว่า หลายคนเขาบอกกันว่าเรื่องตํารวจนี่นะครับให้ออกไปสู่ท้องถิ่น ผมไม่เห็นด้วย เพราะว่า เราเคยมีประสบการณ์ ผมเคยศึกษาเรื่องตํารวจดับเพลิงว่าประชาชนเองจะไม่ยอมให้คนที่ ไม่ใช่ตํารวจเข้าไปในบ้านเขาเวลาไฟไหม้ เพราะเขาเชื่อแต่ตํารวจ สิ่งนี้ก็เหมือนกันถ้าเราจะแยก เป็นท้องถิ่นไปสังกัดอยู่กับท้องถิ่นนี่ปัญหาที่จะตามมาก็คือว่า เวลามีการแต่งตั้งโยกย้ายนี่ ท้องถิ่นมันแคบ เขาจะไปขึ้นตรงนี้แล้วก็เขาจะเติบโตกันอย่างไร แล้วที่สําคัญพอไปอยู่กับ ท้องถิ่นกลายเป็นว่าอิทธิพล ผมไม่ได้พูดถึงนายกอิทธิพล คุณปลื้ม นะ อันนั้นน้องคนหนึ่ง นะครับ แต่ว่าพอไปอยู่แล้วมันจะเป็นการเหมือนกับว่าทําให้ท้องถิ่นมีอํานาจมากขึ้นมาก ก็กลายเป็นว่ามันจะเกิดเรื่องอื่นขึ้นมา แต่ครั้นจะปล่อยไว้ตามปกติก็ไม่ได้ มันเป็นรอยต่อ ตรงกลางว่าการดูแล ผมยกตัวอย่างเมืองอย่างพัทยาที่ไม่เคยหลับหรือหลับบ้างแต่ก็ตีสี่ ไปแล้วนี่นะครับ เราจะต้องมีกําลังตํารวจมากมายอยู่ตรงนั้น พอเราส่งไปไม่พอก็มี อาชญากรรม ครั้นส่งไปมากก็เป็นการเบียดบังนะครับ เราเอาภาษีอากรจากเมืองอื่น ๆ ที่เป็น เมืองเล็กเมืองน้อย ภูธรควรจะมีตํารวจสัดส่วนเฉลี่ยต่อประชากรขนาดนี้ แต่เมืองพัทยานี่ เฉลี่ยแบบนี้ไม่ได้ เราจะดึงเอางบประมาณแล้วเอาตํารวจไปดูแลเมืองพัทยาให้ปลอดภัยนี่ ต้องดูแลกันแบบกระจายกําลังกันเต็มพื้นที่แล้วก็ระยะเวลาคล้าย ๆ ๒๔ ชั่วโมง ผมมองว่า ตรงนี้เองอาจจะต้องมีหลักการใหม่ ท่านลองไปหารือดูว่าปัญหาที่มันมีและมันไปขัดกันว่า ถ้าตํารวจตรงนี้เมืองพัทยาจะต้องดึงรายได้จากเมืองพัทยานี่เยอะมาก เขาต้องเอารายได้ ตรงนั้นมาดูแลเมืองใช่ไหม ถ้าหากว่าเป็นสถานที่ทั่วไปอาจเหมือนกับว่าเป็น รปภ. เมือง แต่ รปภ. ของเราคือตํารวจ รปภ. ธรรมดาทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นการออกแบบการดูแลเมืองพัทยาตรงนี้ เงินรายได้จากพัทยาที่จะมาดูแลตรงนี้ จะมาวางแล้วจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องรถสายตรวจให้มากขึ้น มาจ่ายเงินเดือนช่วยดูแล คือตํารวจมากขึ้นแต่เงินไม่ใช่มาจากภาษีอากรส่วนใหญ่ เอามาจากพัทยามาดูแลเมือง เพราะคุณต้องการดูแลเป็นพิเศษ ต้องการดูแล ๒๔ ชั่วโมง อย่างนี้เหมือนกับว่าใครกิน ใครจ่าย เมืองนี้กินเวลาของเจ้าหน้าที่ตํารวจมาก ก็จําเป็นจะต้องจ่ายค่าเวลาตรงนี้มาดูแล แต่ไม่มีอํานาจในการแต่งตั้งโยกย้าย หมายถึงว่าไม่ให้มีอํานาจแต่งตั้งโยกย้าย แต่ให้ความเห็นว่าคนนี้ทํางานดีไม่ดี เพื่อจะได้เป็นกลไกในการดูแล ลักษณะแบบนี้เราจําเป็น จะต้องไปเปลี่ยนแปลงกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติในการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นพิเศษสําหรับ เมืองนี้ แต่ถ้าหากว่าตํารวจที่ย้ายออกจากเมืองนี้ไปอยู่เมืองอื่นก็เข้าสู่ระบบปกติ แต่พอไปอยู่ ตรงนี้เหมือนกับการดูแลต่างไป เหมือนกับทางกระทรวงคมนาคมดูแลตํารวจทางหลวง จัดรถให้ จัดเงินเดือนให้ แต่เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายยังอยู่รวมกับองค์กรใหญ่ของตํารวจ อํานาจพิเศษตรงนี้มีอยู่บ้างหรือไม่อย่างไรในการดูแลตรงนี้ ท่านประธานพยักหน้าแสดงว่ามี แต่ผมจะขอความชัดเจนว่ามีเป็นพิเศษอย่างไร เรื่องนโยบายในการท่องเที่ยวก็เช่นกัน เรื่องการท่องเที่ยวที่นี่เป็นลักษณะพิเศษ มองสายตาจากคนภายนอกเขามาเที่ยววัดพระแก้ว นั่นก็คือว่าเที่ยวแบบไทย แต่ถ้าเที่ยวฉูดฉาดมีสีสันก็ไปเที่ยวพัทยา ดังนั้นนโยบาย เรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยวตรงนี้ก็ต้องมีลักษณะเป็นพิเศษ ความพิเศษตรงนี้มันไปแตะเอา กระทรวงอื่น ไปแตะเอาอํานาจอื่น เพราะฉะนั้นการมองตรงนี้ผมมองว่ามันมีปัญหามากมาย ที่จะเกิดขึ้นต่อไป เราจะออกแบบเป็นมาตรา ๆ มาตรานี้กับกระทรวงการท่องเที่ยวไม่ได้ มาตรานี้กับสํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่ได้ มันต้องเป็นกลไกบางอย่างที่มันแปรรูปไปได้ ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นพิเศษ ตรงนี้มีแค่ไหน อย่างไร เพียงไร ต่อลักษณะไดนามิก (Dynamic) หรือความเปลี่ยนแปลงของเมืองที่มีลักษณะพิเศษแบบนี้ เราจะได้เอาต้นแบบ ลักษณะแบบนี้ไปใช้กับเมืองอื่นที่เราจะมีในอนาคตต่อไป ก็เป็นความเห็นต่อ ความเปลี่ยนแปลงของพัทยากับสิ่งที่ท่านออกแบบมาเพื่อการแก้ไข คําถามของผมคือว่า มันเฟลกซิเบิล (Flexible) หรือไดนามิก (Dynamic) ไปตามสถานการณ์แค่ไหน เพียงไร อย่างไร อยู่ตรงไหน ส่วนไหนครับ เป็นคําถามกึ่งความเห็นครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ