นินนาท แจงโครงสร้างเมืองพัทยา ยันซิตี้แมเนเจอร์ยกเลิกแล้ว

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๓ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๙

นินนาท ชลิตานนท์ หารือเกี่ยวกับการบริหารเมืองพัทยาภายใต้รูปแบบนายกกับสภาเมือง ยืนยันการยกเลิกตำแหน่งซิตี้แมเนเจอร์ และเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่นโดยรอบอย่างเป็นระบบ โดยเน้นปัญหาจราจร ขยะ น้ำท่วม และประชากรแฝง พร้อมชี้แจงบทบาทผู้บริหารท้องถิ่นในการแถลงนโยบายและเสนอแนวทางกำกับดูแลการแปรญัตติงบประมาณ รวมถึงผลักดันการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น โดยเฉพาะด้านทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีความเข้มแข็งตามกรอบกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

นางนินนาท ชลิตานนท์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ เมื่อสักครู่ ท่านประธานอนุกรรมาธิการธวัชชัยท่านก็ได้ตอบข้อซักถามในภาพรวม ซึ่งก็คิดว่าส่วนใหญ่ ก็ครอบคลุมคําถามทั้งหมดที่ท่านทั้งหลายได้กรุณาถามมา แต่อาจจะมีรายละเอียดอีก เล็กน้อยซึ่งแต่ละท่านอาจจะบอกว่า เอ๊ะเรื่องนี้ผมสอบถามไปไม่เห็นตอบนะคะ ดิฉัน ก็จะขออนุญาตเพิ่มเติมในส่วนที่แต่ละท่านได้สอบถามมา

ท่านแรก ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนามนะคะ ท่านนิกร จํานง ท่านพูดถึงเรื่อง ซิตี้แมเนเจอร์ (City Manager) อันนี้ก็ขอกราบเรียนทุก ๆ ท่านว่าพัทยาในปัจจุบันนี้ ได้บริหารงานแบบนายกกับสภาเมือง ซึ่งได้รับการเลือกตั้งมาจากพี่น้องประชาชนโดยตรง นะคะ ซิตี้แมเนเจอร์ (City Manager) นั้นบริหารกันในระยะแรกเท่านั้น แล้วก็ยกเลิกไป นะคะ ส่วนปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านเป็นกังวล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาจราจร ปัญหาของ ประชากรแฝง ปัญหาของภารกิจที่คาบเกี่ยวกันระหว่างกําลังของตํารวจ กรมเจ้าท่า ต่าง ๆ เหล่านั้น รวมทั้งของท่านกลินท์นะคะที่ได้บอกว่า อ้าวแล้วอย่างนี้งบประมาณจะมา จากไหน ขยะ น้ําท่วม อะไรต่าง ๆ นะคะที่เราได้นําเสนอไว้ อันนี้คณะอนุกรรมาธิการและ คณะกรรมาธิการมั่นใจว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่น โดยรอบจะช่วยได้ เพราะว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่น โดยรอบนั้นเกิดขึ้นตามข้อเสนอนี้ ไม่ได้ไปทําหน้าที่ก้าวก่ายอํานาจของเมืองพัทยาโดยตรง สิ่งใดที่เป็นอํานาจหน้าที่ของเมืองพัทยาโดยตรง เมืองพัทยายังทําได้โดยสมบูรณ์นะคะ แต่คณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่นโดยรอบนั้นเกิดขึ้นมา เพื่อวัตถุประสงค์ ๒ ประการ

ประการแรก ก็เพื่อต้องการช่วยเมืองพัทยาแก้ไขปัญหาของเมืองที่พัทยาเอง ดําเนินการโดยลําพังไม่ได้ เพราะว่าในพื้นที่เมืองพัทยานั้นมีส่วนราชการอื่น ๆ เข้าไป มีอํานาจหน้าที่ในเรื่องเหล่านี้ด้วย แต่ว่าอาจจะขาดการประสานกัน ขาดการบูรณาการกัน ขาดความตกลงที่ว่าใครจะทํามากทําน้อยอย่างไรนะคะ คณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไข ปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่นโดยรอบที่ได้นําเสนอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีท่านเป็น ประธานนี่เพราะท่านเป็นผู้กํากับ จะมีส่วนราชการอื่น ๆ อยู่ในพื้นที่ท่านมากมาย ก็จะได้ ช่วยกันกับเมืองพัทยาที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านั้น

ประการที่ ๒ ก็คือจะช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองพัทยาและกระทบไปถึง ท้องถิ่นโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจราจร ปัญหาขยะ ปัญหาน้ําท่วม อื่น ๆ ทั้งหมด หรือท้องถิ่นโดยรอบเขาทําอะไรแล้วกระทบถึงเมืองพัทยา ตรงนี้ค่ะก็จะอาศัยคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาเมืองพัทยาและท้องถิ่นโดยรอบเข้ามาช่วย เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเมืองพัทยาสามารถดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ที่คณะกรรมาธิการ ได้เพิ่มเติมให้ แล้วก็ยังมีคนมาช่วยเขาเกี่ยวกับเรื่องที่เขาไม่สามารถดําเนินการได้โดยลําพัง และมีผู้ประสานกับการแก้ไขปัญหาในท้องถิ่นโดยรอบ แล้วก็เชื่อมั่นว่าเมืองพัทยาจะสามารถ ดําเนินการในการบริหารงานและดูแลพี่น้องประชาชนได้ดีขึ้นกว่าปัจจุบันนะคะ

ส่วนของท่านที่ ๒ ค่ะท่านสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ ท่านได้กรุณาสอบถามว่า แล้วเวลาผู้บริหารเมืองพัทยาหรือผู้บริหารท้องถิ่นอื่น ๆ เขาเข้ามาแล้วไม่ทํางานตามที่บอกไว้ กับพี่น้องประชาชนแล้วจะทําอย่างไร อันนี้ก็กราบเรียนว่าทั้งกฎหมายเมื่อวานนี้คือของ อนุที่ ๑ คือประมวลกฎหมายทั่วไปนะคะของท้องถิ่นทั่วไป รวมทั้งของกรุงเทพมหานครและ รวมทั้งของเมืองพัทยาจะมีบทบัญญัติที่กําหนดว่าเมื่อนายกเมืองพัทยาก็ดี ท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครก็ดี หรือนายก อปท. ทั้งหลายที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามานั้นท่านจะต้อง แถลงนโยบายในการทํางานของท่านต่อสภาของท่านภายใน ๑๕ วัน ว่าท่านจะทําอะไรบ้าง ในสมัยของท่านเพื่อให้ได้ทราบกันทั่วไป อันนี้ก็เพื่อสภาจะได้ติดตามการทํางานของ ท่านผู้บริหารท้องถิ่น รวมทั้งพี่น้องประชาชนก็สามารถจะติดตามการทํางานของผู้บริหาร ท้องถิ่นที่ท่านเลือกเข้าไปได้ด้วยนะคะ

สําหรับเรื่องคนที่ว่าเพิ่มตํารวจเมืองชลหน่อยได้ไหมนะคะ ก็ได้หารือกับ ท่านประธานอนุแล้วก็ไม่ขัดข้องค่ะ

เรื่องคุณสมบัติของสมาชิกนะคะ คุณสมบัติของสมาชิกอันนี้ก็เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ คือเราจะกําหนดเรื่องคุณสมบัติด้านการศึกษาเฉพาะผู้บริหารเท่านั้นนะคะ

ของท่านวันชัยนี่ ท่านประธานอนุท่านได้ขอความกรุณาแล้วว่าเดี๋ยวเรา จะต้องไปพูดกันเรื่องของท้องถิ่นทั่วไปที่อยากจะขอปรับเป็นท้องถิ่นพิเศษน่าจะมีอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นก็จะตรงตามที่ท่านได้สอบถามว่า มีกฎหมายกลางได้ไหมหรืออะไรได้ไหม ก็ท่านประธานอนุได้ขออนุญาตว่าเดี๋ยวเราไปพูดกันในเรื่องต่อไปนะคะ

ของท่านคํานูณ สิทธิสมาน ท่านก็หารือว่าจะให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ที่ วินิจฉัยให้ท่านสมาชิกสภาเมืองพัทยาที่ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการแปรญัตติงบประมาณนี่ มันจะเหมาะไหม หรือควรจะเป็นท่านอื่นนะคะ อันนี้ก็กราบเรียนว่าที่คณะกรรมาธิการและ คณะอนุกรรมาธิการเห็นพ้องต้องกันก็เนื่องจากว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นเป็นผู้กํากับ ดูแลนะคะ แล้วก็การที่จะนําเสนอให้พิจารณาเรื่องนี้ก็มาจากจํานวนสมาชิกจํานวนหนึ่ง แต่ว่า ก็ไม่ทิ้ง ข้อนําเสนอของท่านก็อาจจะแนบข้อสังเกตนี้ไปกับรายงานของเราด้วยนะคะ

ส่วนเรื่องของท่านชูชัย ก็ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการกระจายอํานาจค่ะ ท่านคะ คือถ้ากระทรวง ทบวง กรม ซึ่งเขารับผิดชอบในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นแร่ หรือที่ดิน หรือทรัพยากรชายฝั่งนี่ท่านได้กรุณามอบลงมา อันนี้กฎหมาย ทางเมืองพัทยาเราแก้ให้เปิดรองรับเรื่องนี้ไว้แล้ว คือหมายถึงว่าสามารถที่จะเข้าไปทําได้ ถ้าได้รับการกระจายอํานาจลงมา แล้วก็อยู่ในข้อเสนอที่นําเสนอขึ้นไป เพราะว่าตามที่ ท่านประธานอนุท่านกล่าวค่ะ ตามมาตรา ๒๕๐ ของรัฐธรรมนูญก็จะมีวรรคหนึ่งที่บอกว่า การกระทําเหล่านี้ก็จะต้องมีการมอบแล้วก็มาออกกฎหมายเพิ่มเติมนะคะ ถ้าเขาไม่ให้ ท้องถิ่นก็ทําไม่ได้ แต่เราก็พยายามเปิดฐานเอาไว้เพื่อที่จะให้รองรับการทํางานนะคะ ก็ตรงกันค่ะ คือว่าสิ่งใดที่ท้องถิ่นเขาสามารถดําเนินการได้ก็ควรจะให้เขามีส่วนดําเนินการให้ มากขึ้น เพราะว่าเขาเป็นหน่วยที่ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิดนะคะ

ส่วนของท่านสถิตย์ ที่อยากจะเห็นว่าในบ้านเราอนาคตนี่เหมือนกับว่า ส่วนท้องถิ่นก็จะค่อย ๆ ถดถอยไปนะคะ ในอนาคตเราก็อาจจะมีส่วนท้องถิ่นกับส่วนกลาง ก็ค่อยเป็นค่อยไป ก็คงจะเป็นไปตามที่ท่านนําเสนอคือคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็อยากให้มี ความค่อยเป็นค่อยไป เพราะว่าในระเบียบบริหารราชการแผ่นดินที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ในบริบท ของการบริหารราชการแผ่นดินของเรานี่ก็ยังกําหนดให้มีส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น แต่ขณะเดียวกันดิฉันก็คิดว่าทุก ๆ ท่านคงเข้าใจว่าส่วนท้องถิ่นในวันข้างหน้าก็จะต้องเติบโต ขึ้นแต่เราก็ต้องให้เขาเติบโตอย่างเข้มแข็งแล้วก็แข็งแรง เพราะฉะนั้นการเติบโตอย่างเข้มแข็ง และแข็งแรงนั้นก็คงจะต้องค่อยเป็นค่อยไป ก็ไม่ทราบว่าดิฉันได้ตอบคําถามของทุกท่าน ครบถ้วนหรือไม่ ถ้ามีท่านใดยังเห็นว่าไม่ครบถ้วนก็เชิญค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ