คํานูณ สนับสนุนขัดผลประโยชน์ท้องถิ่น ชี้อย่าตัดมาตรา

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๓ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๙

คํานูณ สิทธิสมาน สนับสนุนการขยายบทบัญญัติเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนไปยังผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น พร้อมเตือนไม่ให้ตัดมาตรานี้ออกเพื่อป้องกันช่องว่างทางกฎหมาย และตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความเหมาะสมของอำนาจเจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคในการตัดสินกรณีส่วนได้เสียของผู้แทนท้องถิ่น รวมทั้งเสนอให้ทบทวนการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่รูปแบบพิเศษโดยเฉพาะเมืองพัทยาภายใต้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง โดยชื่นชมการเพิ่มมาตรการมีส่วนร่วมในร่างกฎหมายและเสนอให้เป็นแบบอย่างในการจัดทำกฎหมายอื่นต่อไป

นายคํานูณ สิทธิสมาน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม คํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เท่าที่อ่านตัวร่างพระราชบัญญัตินี้ครับ ก็ต้องขอชื่นชมว่าทางคณะกรรมาธิการได้พยายามปรับตัวร่างพระราชบัญญัติให้สอดคล้อง กับร่างรัฐธรรมนูญให้มากที่สุดนะครับ แต่ว่ากระผมอ่านแล้วก็มีทั้งเรื่องที่จะต้องชื่นชมและ มีเรื่องที่ต้องหารือนะครับ เรื่องที่จะต้องชื่นชมอย่างยิ่งนะครับก็คือ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในหมวด ๑๔ การปกครองส่วนท้องถิ่นนี่นะครับ ขาดสาระสําคัญที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เคยบัญญัติไว้ประการหนึ่งก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เขาจะบัญญัติให้นําบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยการขัดกัน แห่งผลประโยชน์มาใช้บังคับแก่ผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นได้ด้วยโดยอนุโลม ดังเช่นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๒๘๔ วรรคสิบ แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่นะครับ ท่านไม่ได้บัญญัติเนื้อความดังเช่นมาตรา ๒๘๔ วรรคสิบของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไว้ ถ้าเผื่อ ไม่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมายรองนี่นะครับก็จะทําให้ผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นนี่ ไม่ต้องถูกบังคับโดยบทผลประโยชน์ขัดกันตามร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ ถึงมาตรา ๑๘๗ แต่ว่าก็เป็นความรอบคอบของคณะกรรมาธิการที่ได้กรุณาบัญญัติไว้ในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ในมาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๘ แล้วก็ให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน ก็คือ เสมือนหนึ่งเป็นการลอกรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ ถึงมาตรา ๑๘๗ มาบัญญัติไว้ กระผม ก็ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตและขออนุญาตบันทึกไว้ว่ามาตรานี้ตัดทิ้งไม่ได้นะครับ ทั้งใน พระราชบัญญัติฉบับนี้และพระราชบัญญัติฉบับอื่น ๆ ที่พิจารณาในรอบ ๒ วันมานี้ เพราะถ้า ตัดทิ้งไปแล้วหรือไม่บัญญัติไว้โดยละเอียดแล้วจะทําให้ผู้บริหารท้องถิ่นกับสมาชิกสภา ท้องถิ่นหลุดจากบทบังคับของรัฐธรรมนูญในหมวดขัดกันซึ่งผลประโยชน์เลย อันนี้ก็ขอเป็น ประเด็นที่สนับสนุนอย่างยิ่งนะครับ

แต่ประเด็นต่อมาที่ทีแรกกระผมก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะอภิปรายนะครับ แต่เมื่อ อ่านแล้วเกิดความรู้สึกสะดุดครับ ก็คือในร่างฉบับนี้ที่หน้า ๖๕ ทางขวาง การเปรียบเทียบนี้ นะครับ มาตรา ๒๙ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๗๒/๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. ๒๕๔๒ คือเรื่องนี้เป็นเรื่องของการพิจารณาร่างข้อบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ และร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ผมเองมีความรู้ในเรื่องท้องถิ่นน้อยท่านอาจจะชี้แจงผมได้นะครับ ทีนี้ท่านก็ไปเกือบ ๆ จะลอกบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ เรื่อง การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปี ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในมาตราเอกของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่างที่ได้มีการโฆษณากันมาอย่างต่อเนื่อง ก็คือว่าถ้าสมาชิกไปแปรญัตติในทางที่ตัวเอง ได้ผลประโยชน์ก็ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยภายในสิบห้าวันแล้วก็ พ้นตําแหน่ง แล้วถ้าผู้บริหารรู้เห็นก็พ้นตําแหน่งด้วย ถ้า ครม. รู้เห็นก็พ้นตําแหน่งทั้งคณะ ยกเว้นว่าจะได้ร้อง ป.ป.ช. ไว้ก่อนหรือทําบันทึกไว้ก่อน แล้วก็กินลงไปจนถึงเจ้าหน้าที่ด้วย ทีนี้ประเด็นก็คือว่าพอท่านลอกมาตรา ๑๔๔ ของร่างรัฐธรรมนูญมาเป็นมาตรา ๗๒/๑ แล้ว ผมจะไม่อ่านรายละเอียดนะครับ แต่ท่านสมาชิกถ้าจะกรุณาอ่านตามไป ท่านประธาน จะกรุณาอ่านตามไปก็อยู่ในเอกสารทางขวางหน้า ๖๕ นี้นะครับ คือท่านไม่ได้ให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งก็ชอบอยู่แล้วนะครับ เพราะว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญลงไปวินิจฉัยถึง เรื่องท้องถิ่นก็อาจจะเป็นงานที่มากเกินไปหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ แต่ท่านให้ผู้ว่าราชการจังหวัด วินิจฉัย ประเด็นนี้ผมค่อนข้างอยากจะหารือครับว่าในเมื่อเราให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาก็ควรจะมีอิสระตามสมควรนะครับ กลไกในการตรวจสอบควรจะต้องมี แต่ว่าการที่ไป เขียนไว้หน้า ๖๖ ในการพิจารณาของสภาเมืองพัทยา หรือคณะกรรมการของสภาเมืองพัทยา การเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทําด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกหรือกรรมการ มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายจะกระทํามิได้ วรรคต่อไปนะครับ ในกรณีที่สมาชิกมีจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่เห็นว่ามีการกระทําที่ฝุาฝืนบทบัญญัติตามวรรคสองให้เสนอความเห็นต่อ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณา และผู้ว่าราชการจังหวัดต้องพิจารณาวินิจฉัยให้แล้วเสร็จ ภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับความเห็นดังกล่าว ก็คือจํานวนหนึ่งในสิบ ก็ล้อมาจากรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๔๔ ใช่ไหมครับ แต่เปลี่ยนคําว่า ศาลรัฐธรรมนูญ เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดวินิจฉัยภายในสิบห้าวัน ขอหารือครับ เหมาะสม ถูกต้อง ชอบธรรมดีแล้วหรือไม่ หรือว่าจะทําให้เกิดปัญหาประการใดหรือไม่ เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญนะครับ แล้วสมาชิกสภาหนึ่งในสิบนั้น มีจํานวนเพียงพอหรือไม่ประการใด การที่เราจําลองร่างรัฐธรรมนูญซึ่งใช้ในระดับสถาบัน ในระดับประเทศ ลงไปใช้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ซึ่งควรจะมี ปฏิสัมพันธ์กับฝุายราชการส่วนภูมิภาคคือผู้ว่าราชการจังหวัดในลักษณะที่คานซึ่งกันและกัน ก็จริงอยู่นะครับ แต่การให้อํานาจผู้ว่าราชการจังหวัดมาตัดสินในเรื่องสําคัญถึงความเป็น ความตายของชีวิตทางการเมืองของเขานี่นะครับ ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งสมาชิก สภาท้องถิ่น กระผมยังไม่ได้บอกว่าไม่เห็นด้วย แต่ขอหารือให้ช่วยคิดกันอีกสักครั้งหนึ่ง จะอาศัยสติปัญญารวมหมู่ของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศแห่งนี้ก็ได้นะครับ แต่ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตไว้ว่าเฉพาะมาตรานี้เป็นประเด็นมาตราที่สําคัญครับ ผมไม่แน่ใจว่าการจําลองร่างรัฐธรรมนูญลงไปใช้ในกฎหมายลําดับรองลงไปมันจะใช้ได้ ทั้งหมดเลยหรือไม่ ประเด็นนี้ขอหารือครับ

และประเด็นสุดท้ายนะครับ เรื่องรูปแบบของพัทยาซึ่งเป็นตัวแบบขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษใช่ไหมครับ ผมพูดไม่ผิดใช่ไหมครับ เรายังคงใช้ รูปแบบทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและสมาชิกสภามาจากการเลือกตั้งใช่ไหมครับ ทีนี้ผมอยากจะ ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตนะครับ บังเอิญอีกแล้วครับว่าจะต้องโดยสารท่านอาจารย์วันชัย สอนศิริ เฉพาะเรื่องนี้นะครับ เรื่องอื่นไม่ขอโดยสารด้วย บางเรื่องก็โดยสารด้วยนะครับ คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษบางครั้งสถานการณ์ของประเทศจําเป็นต้องการ ได้ผู้บริหารที่อาจจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ว่าในอดีตรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ บังคับไว้ตายตัวว่า สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้ง ผู้บริหารท้องถิ่น ต้องมาจากการเลือกตั้ง หรือไม่ก็ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสภาท้องถิ่น แต่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่กําลังจะประกาศใช้ในอีก ๒ เดือน ๓ เดือนข้างหน้านี้นะครับ เขาเปิดทางไว้ให้อีกทางหนึ่งครับ ถ้าท่านจะกรุณาดูร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๕๒ นี่นะครับ วรรคแรก สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่วรรคสองนี่สําคัญนะครับ ผู้บริหาร ท้องถิ่นให้มาจากการเลือกตั้งหรือมาจากความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น อันนี้เหมือนเดิม แต่ต่อไปใหม่ครับ หรือในกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษจะให้มาโดย วิธีการอื่นก็ได้ แต่ต้องคํานึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ก็คือปึกนี้ครับ แต่ปึกนี้เราใช้มิติใหม่ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้เกิดประโยชน์ที่เป็นทางเลือกที่มากขึ้นกว่าเดิมแค่ไหนอย่างไรหรือไม่ครับ เพราะว่า เมืองพัทยาก็เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ถ้าเผื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผ่านออกไป มันก็จะเป็นตัวแบบให้กับร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอย่างอื่นนะครับ ก็ขอฝากไว้ ๒ ประเด็นว่าควรจะต้องมี การพิจารณาปรับปรุงแก้ไขอย่างไรหรือไม่

และสุดท้ายนะครับ เมื่อสักครู่ผมตกไปประเด็นหนึ่ง ขอสั้น ๆ เท่านั้นครับ ท่านประธานว่าขอสนับสนุนอย่างยิ่งต่อการเพิ่มหมวด ๘ การมีส่วนร่วมของประชาชน ตั้งแต่ มาตรา ๙๙/๑ จนถึงมาตรา ๙๙/๒ อยู่ในเอกสารหน้า ๑๗ นี้ ซึ่งกระผมเห็นว่าน่าจะเป็นตัวแบบ หรือเป็นตัวอย่างในการจัดทําร่างกฎหมายอื่น ๆ ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้นได้นะครับ ก็ขออนุญาตอภิปรายตั้งข้อสังเกตตามนี้ กราบขอบพระคุณครับ