รายงานการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ครั้งที่ ๓๘/๒๕๕๙
วันจันทร์ที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙
ณ ตึกรัฐสภา
สวัสดีครับ เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุมจำนวน ๑๒๒ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเป่ดการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อดำเนินการ ประชุมตามระเบียบวาระนะครับ ก่อนอื่นทีเดียวก็ขอประทานอภัยด้วยที่มาประชุมช้า เนื่องจากติดงานสําคัญนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ให้รับทราบ
- ผลการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปตาม มาตรา ๓๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เรื่อง รายงานการศึกษาธนาคารที่ดินและ ร่างพระราชบัญญัติธนาคารที่ดิน พ.ศ. ....
ตามที่สภาปฏิรูปแห่งชาติได้มีมติให้ส่งรายงานเรื่องดังกล่าวไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการแล้วนั้น บัดนี้คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบผลการดำเนินการ เกี่ยวกับข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปดังกล่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ได้ส่งรายงานผล การพิจารณาดังกล่าวให้คณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดําเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีแล้ว จึงได้แจ้งผลการดําเนินการให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศทราบ ซึ่งผมได้ให้เจ้าหน้าที่จัดวางเอกสารไว้ประจําที่นั่งของสมาชิกทุกท่านแล้ว จึงขอแจ้งที่ประชุมทราบนะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง ผมมีเรื่องที่จะแจ้งต่อที่ประชุมซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระคือ รับทราบสรุปผลการประชุมคณะกรรมการประสานงาน ๒ ฝ์าย คณะกรรมการประสานงาน ๓ ฝ์าย และคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้รับทราบโครงการจัดงาน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
ด้วยในคราวประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ครั้งที่ ๓๑ วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ที่ประชุมมีมติให้นําสรุปผล การประชุมของคณะกรรมการและคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ แจ้งให้สมาชิกทุกท่านได้รับทราบการดำเนินงานของคณะกรรมการและ คณะกรรมาธิการดังกล่าว และแจ้งให้สมาชิกรับทราบกำหนดการต่าง ๆ ของโครงการจัดงาน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสจัดงานฉลองสิริราชสมบัติ ๗๐ ป้ และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ รายละเอียด ปรากฏตามเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ประจำที่นั่งของสมาชิกทุกท่านแล้ว ซึ่งถ้าสมาชิก สปท. ท่านใดสนใจที่จะมีส่วนร่วมกับโครงการดังกล่าวเหล่านั้นก็กรุณาติดต่อทางเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้นะครับ จึงขอแจ้งที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ครั้งที่ ๑๙/๒๕๕๙ วันจันทร์ที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๙
ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙ บริเวณห้องรับรองสมาชิกชั้น ๑ อาคารรัฐสภา ๑ และหอสมุดรัฐสภา ก่อนที่จะเสนอให้ ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศรับรอง
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
เมื่อไม่มีผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมดังกล่าวนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๓.๑ รายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ เรื่อง เศรษฐกิจผู้สูงวัย
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านผู้สูงวัยและยังไม่สูงวัยทุกท่าน เดิมที่เศรษฐกิจผู้สูงวัย ท่านป้ติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ตั้งชื่อว่าเศรษฐกิจสีดอกเล่า ซึ่งแปลมาจากคำว่า ซิลเวอร์ อีโคโนมี (Silver Economy) ความหมายก็คือคนในวัยนี้ผมสีดอกเลาด้วยกันแล้วทั้งสิ้น ด้วยความกรุณาของท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศท่านบอกว่า เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกันให้ใช้ชื่อเศรษฐกิจผู้สูงวัย เพื่อให้การสื่อสารโดยทั่วไปทั้งในสภานี้ และนอกสภาเข้าใจตรงกัน เมื่อ ๒ ทศวรรษที่ผ่านมาในสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย (Asia) เริ่มคิดกันว่าจะให้คนทำงานเกษียณอายุก่อน ๖๐ ป้หรือไม่ บางช่วงเวลาเราถึงขนาด คิดกันว่าเราควรจะเกษียณอายุตอน ๕๕ ป้ แต่หลังจากนั้นมาอีกไม่ถึงทศวรรษ แนวความคิด ได้เปลี่ยนกลับทางไปอีกด้านหนึ่งว่าผู้ที่มีอายุสูงวัยควรจะขยายระยะเวลาในการเกษียณ หรือไม่ เหตุที่เปึ้นเช่นนี้ก็เพราะว่าสังคมเริ่มสูงวัย แล้วเราจะให้ความสูงวัยนี้เปึนภาระ หรือเปึนโอกาส ถ้าดูจากตัวเลขที่คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจกระแสใหม่ ได้กล่าวไว้บอกว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ ๑ ใน ๑๐ ของประชากรไทยเปึนประชากรที่มีอายุ ๖๐ ป้ ขึ้นไป ซึ่งแสดงว่าประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยตั้งแต่วันนั้น แล้วคาดว่าประเทศไทย จะเปึนสังคมผู้สูงวัยโดยสมบูรณ์ในป้ ๒๕๖๔ คือประชากรสูงอายุจะมีถึง ๑ ใน ๕ และจะเปึน สังคมสูงวัยระดับสูงสุดในอีก ๒๐ ป้ข้างหน้าคือป้ ๒๕๗๘ การมีสังคมสูงวัยดังกล่าวเกิดขึ้น ด้วยหลัก ๒ ประการ ต้องสร้างโอกาสทั้งในความเปึนอยู่ของผู้สูงอายุนั้นเอง ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง กับผู้สูงอายุที่จะมีส่วนในการผลักดันให้มีความเติบโตทางด้านเศรษฐกิจขึ้นมาจากภาคส่วน ของสังคมผู้สูงอายุ เรื่องนี้เองที่ท่านป้ติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ได้เริ่มแนวคิดขึ้นมาที่จะปฏิรูป ในเรื่องนี้ แล้วก็ได้มีคณะทำงานที่เข้มแข็งอย่างอาจารย์ทวีศักดิ์ กออนันตกูล อาจารย์วันทนีย์ พันธ์ชาติ อาจารย์กฤษณ์ไกรพ์ สิทธิเสรีประที่ป นำเสนอในเรื่องของการปฏิรูปสังคม ผู้สูงวัย ในวันนี้ผมขออนุญาตในเบื้องต้นเรียนเชิญอาจารย์วันทนีย์ พันธ์ชาติ ตามด้วย อาจารย์กฤษณ์ไกรพ์ สิทธิเสรีประที่ป และป่ดท้ายด้วยท่านป้ติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา อาจารย์ทวีศักดิ์ ก่ออนันต์กูล รอพร้อมอยู่สำหรับการตอบคำตอบต่าง ๆ ที่พึงจะมีจาก ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอบคุณครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเป่ดพรีเซ็นเทชัน (Presentation))
กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดังที่ ท่านประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจได้ชี้แจงในเรื่องของ ประเทศไทยกําลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์และจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับ สุดยอด นั่นคือเราจะมีประชากรผู้สูงอายุเกินร้อยละ ๒๕ และในป้ ๒๕๗๘ เราจะมีผู้สูงอายุ ถึงร้อยละ ๓๐ นั่นคือประชากร ๑ ใน ๓ ของประเทศจะเปึนผู้สูงอายุ ดังนั้นประเทศไทย จำเปึนต้องมีการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคม ที่มีการเปลี่ยนแปลงของประชากรดังกล่าว ทั้งนี้จากการศึกษาได้มีการแบ่งกลุ่มผู้สูงอายุ เปึน ๓ กลุ่ม เรียกง่าย ๆ คือ กลุ่มที่ ๑ เปึนติดสังคม นั่นคือกลุ่มที่สามารถออกไปทำงาน ออกไปเข้าสังคมภายนอกบ้านได้ กลุ่มที่ ๒ เปึนกลุ่มติดบ้าน นั่นคืออาจจะมีสุขภาพทางกาย ที่ไม่สามารถออกไปได้ หรืออาจจะมีปัญหาในเรื่องสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถออกจากบ้าน เพื่อไปประกอบกิจการอื่น ๆ ได้ กลุ่มที่ ๓ เปึนประเภทติดเตียง คือกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคภัย เรื้อรังที่ทำให้จะต้องมีการรักษาสุขภาพอยู่แต่ภายในบ้าน ในการศึกษาสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ของหน่วยงานต่าง ๆ พบว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาจากการเปลี่ยนแปลง ประชากรใน ๓ ด้านหลัก ๆ
ปัญหาแรก เนื่องจากมีประชากรผู้สูงอายุขึ้น ประชากรเด็กน้อยลง ดังนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นคือประชากรวัยแรงงานจะลดลง มีการค้าดการณ์ในอีก ๒๖ ป้ข้างหน้าตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๗ ประชากรวัยทำงานจะลดลงถึง ๑๑.๒ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ทำให้อุตสาหกรรมการผลิต การบริการต่าง ๆ จะขาดแคลนแรงงานเกิดขึ้น ดังนั้นถ้าเรา เห็นว่าผู้สูงอายุยังสามารถประกอบกิจการได้ แรงงานผู้สูงอายุจะสามารถเข้ามาทดแทน ในเรื่องของการขาดแคลนแรงงานเหล่านี้
ในส่วนปัญหาที่ ๒ นั่นคือปัญหาด้านค่าใช้จ่าย ด้านสวัสดิการสังคม จากค่าสถิติการใช้จ่ายสวัสดิการด้านสังคมของภาครัฐ รวม ๘ โครงการที่รัฐจะต้องนำเงิน เข้ากองทุนต่าง ๆ พบว่าในป้ ๒๕๕๙ มีการใช้จ่ายงบประมาณในด้านสวัสดิการด้านสังคม ถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และคาดการณ์ว่าในอีก ๘ ป้ข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๐ เปึน ๗๖๐,๐๐๐ ล้านบาท และอีก ๕๐ ป้ข้างหน้าเราจะใช้งบประมาณสวัสดิการด้านสังคมนี้ ประมาณ ๕๐ ล้านล้านบาท ดังนั้นจำเปึ้นที่ประเทศจะต้องมีการเตรียมความพร้อม และรองรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในด้านสวัสดิการนี้
ปัญหาที่ ๓ คือปัญหาด้านอุตสาหกรรมการผลิตและบริการที่เกิดขึ้น ทั้งในประเทศและทั่วโลก ทั้งนี้จะเห็นจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมของประเทศจําแนก ตามประเภทอุตสาหกรรมในป้ ๒๕๔๓ ถึงป้ ๒๕๕๖ พบว่า แม้ดัชนีผลการผลิตจะเพิ่มขึ้น ๒๔ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเมื่อดูตามรายการแล้วพบว่ามีการเพิ่มขึ้นเพียง ๑๒ รายการ และลดลง ถึง ๙ รายการ ดังนั้นเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของการผลิตตามจํานวนประชากร ที่เปลี่ยนแปลงคือการเพิ่มของผู้สูงอายุ
สไลด์ (Slide) ต่อไปก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคของ ครัวเรือน ซึ่งมีการคาดการณ์จากป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๗๓ นั่นคือ ๒๒ ป้ เราจะมีการ เปลี่ยนแปลงการบริโภคของครัวเรือนเพิ่มขึ้น ๕ รายการเท่านั้น แต่อุตสาหกรรมการผลิต อีก ๑๐ รายการจะมีจำนวนลดลง นั่นก็แสดงว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในด้านอุตสาหกรรม การผลิตและบริการของประเทศเปึนอย่างมาก
สไลด์ (Slide) ต่อไปจะแสดงให้เห็นถึงการสำรวจภาวะเศรษฐกิจของ ผู้สูงอายุไทยในป้ ๒๕๕๙ ซึ่งจากการสำรวจประชากรประมาณ ๑,๒๕๐ คน ของนิด้าโพล และศูนย์วิจัยสังคมผู้สูงอายุ พบว่าการทำงานของผู้สูงอายุมีผู้สูงอายุที่ทำงานอยู่ประมาณ ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ และไม่ได้ทำงานถึง ๖๓ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ ๒ พบเรื่องของการช่วยเหลือ บุตรหลาน มีผู้สูงอายุที่ได้รับการช่วยเหลืออยู่ประมาณ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นจะเปึน การช่วยเหลือตามกิจกรรมและตามโอกาส ในส่วนหนี้สินพบว่า ๕๑ เปอร์เซ็นต์ไม่มีหนี้สิน ดังนั้นคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจจึงเห็นควรให้มีการปฏิรูป เศรษฐกิจผู้สูงวัยเพื่อรองรับสังคมสูงวัย โดยจะขอให้ดอกเตอร์กฤษณ์ไกรพ์ได้นำเสนอต่อไปค่ะ
ขอบคุณครับ ขอเรียนเชิญดอกเตอร์กฤษณ์ไกรพ์
กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปของประเทศ จากที่กล่าวมาแล้วนะครับ เกี่ยวกับคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจจึงเห็นควรให้มีการ ปฏิรูปเศรษฐกิจผู้สูงวัยเพื่อรองรับสังคมสูงวัย โดยมีเปัาประสงค์การปฏิรูป ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ คือการผลักดันให้ผู้สูงอายุเปึ้นพลังสำคัญในการขับเคลื่อน ทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
เรื่องที่ ๒ การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของผลิตภัณฑ์และการบริการ เพื่อผู้สูงอายุ โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ ๆ รองรับสังคมสูง เพื่อปัอนเข้าสู่ ภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการบริการทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เรื่องที่ ๓ การสร้างสังคมที่มีความสุขแก่ผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุจะต้องมี สุขภาวะที่ดีได้รับการดูแลและการบริการสุขภาพอย่างเพียงพอและทั่วถึง
สําหรับกรอบการปฏิรูปนะครับ จากการที่เราแบ่งกลุ่มผู้สูงอายุออกเปึน ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกได้แก่กลุ่มผู้ติดสังคม เราจะต้องส่งเสริมให้มีการสร้างงานการทำงาน เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ในกลุ่มนี้เราจะต้องให้ผู้สูงอายุมีงานทำ มีเงินออมจับจ่ายใช้สอย ได้เอง สำหรับอีก ๒ กลุ่มคือกลุ่มติดบ้านและติดเตียง รัฐต้องดูแลและจัดสวัสดิการ การบริโภคผลิตภัณฑ์และการบริการ ในกลุ่มนี้เปึนการใช้สวัสดิการภาครัฐโดยการส่งเสริม อุตสาหกรรมการผลิตและบริการสำหรับผู้สูงอายุ ได้แก่สินค้าไลฟีสไตล์ (Lifestyle) ยกตัวอย่างเช่น เสื้อผ้าหรือแฟชั่น สินค้าไอที (IT) ต่าง ๆ ที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ หรืออาหารเชิงสุขภาพที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคภัยต่าง ๆ อยู่ ตลอดจนการส่งเสริม การสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในผู้สูงอายุเพื่อให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเจอกัน สร้างสุขภาวะ ที่ดีสร้างสังคมที่ดี
อันต่อมาก็คือการสร้างอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ (Furniture) สำหรับผู้สูงอายุตลอดจนการปรับปรุงอาคารสถานที่ บ้านเรือน ให้เหมาะสมสำหรับผู้สูงวัย ในการอยู่อาศัย
อันสุดท้ายคือการสร้างนวัตกรรมทางด้านสุขภาพและเครื่องมือแพทย์ ในการดูแลติดตามผู้สูงวัยซึ่งจะมีโรคต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่มี ๓ ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ ๑ ทางด้าน สุขภาพและความจำ ส่วนที่ ๒ คือทางด้านความดัน หัวใจ เบาหวาน ส่วนที่ ๓ คือกลุ่ม ที่เกี่ยวกับกระดูกและข้อ อันนี้เราจะต้องส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมและการบริการนี้ ในประเทศ
โดยสรุปก็คือเศรษฐกิจผู้สูงวัยหรือซิลเวอร์อีโคโนมี (Silver Economy) คือการสร้างเศรษฐกิจกระแสใหม่จากการที่ประเทศไทยปรับเปลี่ยนเข้าสู่สังคมสูงวัย รัฐบาล จึงจำเปึนต้องปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมเพื่อให้ผู้สูงอายุเปึ้นพลังสำคัญทางเศรษฐกิจและ สังคมของประเทศ
สไลด์ (Slide) ต่อไปนะครับ สำหรับความต้องการโดยหลักของผู้สูงอายุ ในประเทศไทยมีความต้องการสําคัญ ๆ อยู่ ๔ เรื่อง ได้แก่
๑) ด้านสังคมจะต้องมีความสัมพันธ์กับบุคคลในครอบครัว เครือญาติ เพื่อนฝูง
๒) ผู้สูงวัยจะต้องมีสุขภาวะที่ดี
๓) ผู้สูงวัยจะต้องมีเงินและรายได้พอเพียงในการเลี้ยงชีพเพื่อสร้าง ความมั่นคงในชีวิต
๔) มีสภาพแวดล้อม ที่อยู่อาศัย ความสามารถในการช่วยเหลือต้นเอง
สําหรับวิธีการปฏิรูปในหัวข้อที่ ๒ จากการที่ประเทศไทยเราเข้าสู่สังคมสูงวัย อย่างรวดเร็วตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ และจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดในอีก ๒๐ ป้ข้างหน้า โดยมีการประมาณการว่าประชากรสูงวัยจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๓๐ ของจำนวนประชากร ทั้งประเทศคือตกประมาณ ๒๐ ล้านคน รัฐบาลจึงควรปฏิรูปเศรษฐกิจผู้สูงวัยให้เปึนกลยุทธ์หลัก ในการขับเคลื่อนประเทศด้วยการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเปึนพลังสำคัญในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันด้านอุตสาหกรรม ของประเทศไปสู่ประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม รวมทั้งการปฏิรูปด้านมาตรการการคลัง และภาษีเพื่อรองรับผู้สูงวัย
วาระ ๒.๑ วาระการขับเคลื่อน
๑) คือการปฏิรูปการสร้างงานของผู้สูงอายุเปึนการเพิ่มโอกาสให้มีการจัดจ้าง ผู้สูงอายุทำงานโดยมีการปรับรูปแบบการทำงาน เวิร์กรีสตรักเจอริง (Work Restructuring) เช่น การจ้างงานผู้สูงอายุแบบจ่ายเปึนชิ้นงาน หรือการทำงานที่บ้านโดยใช้เทคโนโลยี การทำงานจากที่บ้าน เทคโนโลยีทางไกล
๒) เร่งรัดให้มีกิจการเพื่อสังคมหรือโซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ (Social Enterprise) เพื่อเปึ้นทางเลือกในการทำงานของผู้สูงวัย
๓) จัดให้มีสิทธิประโยชน์สนับสนุนหน่วยงานที่มีการจ้างงานผู้สูงอายุ เช่น มาตรการลดหย่อนภาษี เปึนต้น
๔) ฝ๊กอบรมผู้สูงอายุในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ รูปแบบอาชีพ ใหม่ ๆ ที่อาศัยประสบการณ์ของผู้สูงวัย รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีช่วยในการทำงาน จากที่บ้าน
สไลด์ (Slide) ต่อไปนะครับ สำหรับวาระการขับเคลื่อนข้อต่อไปคือ การสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่ตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุ
๑. ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ผลิตภัณฑ์และบริการด้านผู้สูงอายุ
๒. ให้รัฐจัดทำนโยบายเร่งด่วนจัดซื้อผลิตภัณฑ์ที่มาจากการวิจัยและพัฒนา ภายในประเทศ เพื่อสนับสนุน สร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมภายในประเทศสำหรับ ต้นแบบพื้นที่บูรณาการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
๓. ส่งเสริมการวิจัยพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิต และบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของสังคมสูงวัย
๔. สนับสนุนให้เกิดหน่วยธุรกิจทดลองหรือสตาร์ต อัป บิซิเนส์ (Start up business) วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเอสเอ็มอี (SMEs) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ของสังคมสูงวัย
วาระต่อไปคือการปฏิรูปรายได้ของผู้สูงอายุ
๑. ทบทวนการจัดสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อลดรายจ่ายสวัสดิการสังคม ของภาครัฐ
๒. ให้มีการจัดทำฐานข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สูงอายุ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ วางแผน สนับสนุนในลักษณะที่เปึนรายบุคคลได้
๓. ขยายและปรับปรุงการออมแห่งชาติให้เข้าถึงชุมชน
๔. สนับสนุนการออมที่ใช้เวลาและไม่ให้ผลตอบแทนที่เปึ้นเงินทันที เช่น การปลูกไม้เศรษฐกิจยื่นต้น การทำแหล่งอาหารชุมชน
๕. คือการผลักภาระภาษีการเลี้ยงดูผู้สูงวัยบางส่วนให้แก่ท้ายาท
วาระ ๒.๒ สําหรับวิธีการขับเคลื่อน มีดังนี้
๑. คือการประกาศนโยบายให้เศรษฐกิจผู้สูงวัยเปึนวาระแห่งชาติและบรรจุ ไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ป้ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติทุกฉบับ
๒. แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจผู้สูงวัยที่มี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจเปึนประธาน มีกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
๓. ยกระดับสถาบันเทคโนโลยีเพื่อคนพิการและผู้สูงอายุให้เปึ้นองค์การ มหาชนหรือวิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อเปึนหน่วยงานขับเคลื่อนการบริหารจัดการ รวมทั้ง การติดตามและประเมินผล
วาระ ๒.๓ ประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
๑. จากการปฏิรูปนี้คาดว่าประเทศไทยจะมีระบบเศรษฐกิจผู้สูงวัยที่รองรับ สังคมสูงวัย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาวะและอุตสาหกรรมด้วยการส่งเสริมพัฒนา นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหาสังคมในอนาคต
๒. จะเกิดการกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจขนาดใหญ่จากผู้บริโภคที่เปึ้นผู้สูงอายุ ทั้งในประเทศและทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมาก และสามารถเปึนพลังการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคมได้
๓. การส่งเสริมการใช้นวัตกรรมในการดูแลผู้สูงอายุในด้านสุขภาพและสังคม จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านสวัสดิการสังคมได้เปึนอย่างมาก
๔. สุดท้ายก็คือเกิดความร่วมมือทุกภาคส่วน ทำให้สังคมอยู่ร่วมกัน อย่างอยู่เย็นเปึนสุข
สําหรับกําหนดเวลาการปฏิรูป โดยแบ่งระยะเวลาการปฏิรูปในระยะเวลา ๑๒ เดือน มีดังนี้
๑. จัดทำระบบการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ โดยการประยุกต์ใช้รูปแบบ การทำงานแบบใหม่ ๆ การใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยการทำงานจากที่บ้าน การฝ๊กอบรม ด้านเทคโนโลยี การจัดทำฐานข้อมูลแรงงานของผู้สูงอายุ
๒. คือการสนับสนุนการลงทุนวิจัยและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและ นวัตกรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจผู้สูงวัยอย่างยั่งยืน
๓. ให้หน่วยงานภาครัฐจัดซื้อผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถผลิตที่มาจาก การวิจัยและพัฒนาในประเทศ
๔. จัดทำมาตรการด้านการคลัง ภาษี สำหรับระบบสวัสดิการภาครัฐ ให้กระจายทรัพยากรให้กับกลุ่มผู้ที่มีความจำเปึนอย่างแท้จริง และมีการระดมทุนเพื่อใช้ ในระบบสวัสดิการ ตลอดจนการกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรม การผลิตและบริการที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ สำหรับระยะต่อไปคือการผลักดันให้รัฐบาล ปรับปรุงกฎระเบียบ นโยบาย ผลักดันให้มีการนำนโยบายไปปฏิบัติโดยนำไปบรรจุ ลงในแผนงานปกติของรัฐบาลต่อไป
สำหรับแหล่งที่มาของงบประมาณ งบประมาณในรูปแบบใหม่ที่จัดสรร ตามยุทธศาสตร์ การจัดสรรงบประมาณรายจ่าย โดยจัดทำเปึนแผนพัฒนาเศรษฐกิจผู้สูงวัย และต่ามงบบูรณาการ เช่น แผนงานบูรณาการการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิตหรือการลงทุน จากภาครัฐ การลงทุนจากภาคเอกชน กองทุนและสถาบันการเงินต่าง ๆ นะครับ
องค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ องค์ประกอบจะประกอบด้วย ๑. คือฝ์ายการเมือง ๒. ฝ์ายข้าราชการประจำ ๓. ภาคเอกชนและประชาชน ๔. ฝ์ายเลขานุการ โดยมีอำนาจ และหน้าที่
๑. ในการจัดทําพิจารณาแผนงานและโครงการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผู้สูงวัยเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
๒. การกำหนดมาตรการและแนวทางให้ส่วนราชการถือปฏิบัติเพื่อปฏิรูป องค์กรและกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจผู้สูงวัยตลอดห่วงโซ่อุปทาน
๓. ตรวจสอบติดตามและเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผู้สูงวัย
๔. รายงานต่อนายกรัฐมนตรีในกรณีส่วนราชการมีเหตุขัดข้องในการปฏิบัติ ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ และข้อที่ ๓ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งต่อไป
๕. ดําเนินการอื่น ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีหรือประธานกรรมการขับเคลื่อน การปฏิรูปเศรษฐกิจผู้สูงวัยสั่งการ
๖. เรียกส่วนราชการและองค์กรภาครัฐให้นำเสนอข้อมูลและชี้แจงเกี่ยวข้อง กับการดำเนินงานของส่วนราชการได้
สำหรับข้อเสนอแนะ
๑. เสนอสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศพิจารณา มีมติรับหลักการ
๒. เสนอให้รัฐบาลดำเนินการตามวิธีการขับเคลื่อนในข้อ ๒.๑ และวาระ การขับเคลื่อนต่อไป
ขอบพระคุณครับ
เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีคณะบุคคลขออนุญาตเข้าฟังการประชุม ได้แก่ คณะครูและ นักศึกษาแผนกวิชาการเลขานุการ ชั้น ปวช. และ ปวส. วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม จังหวัดนครปฐม จำนวน ๕๒ คน ขอเรียนเชิญท่านป้ติพงศ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน เพื่อนสมาชิก กระผม ป้ติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา สปท. ลำดับที่ ๙๙ ครับ ขอใช้เวลา เพียงเล็กน้อยเพื่อจะสรุปสิ่งซึ่งได้มีการนำเสนอเกี่ยวกับเศรษฐกิจผู้สูงวัย ต้องเรียนชี้แจง เปึ้นเบื้องต้นว่า ส่วนที่เกี่ยวพันกับเศรษฐกิจนี้เปึนส่วนที่เรานำมาดูแลเปึนพิเศษ เพราะเราทราบดีว่าคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ได้นําเสนอเรื่องนี้มาในเดือนที่แล้วครั้งหนึ่งแล้ว แต่ว่าความสนใจของเราอยู่ที่ว่าเราจะเพิ่ม มูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างไร นั่นเปึนประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ คือค่าใช้จ่ายที่เราจำเปึ้นที่จะต้องเอาไปใช้ในการดูแลผู้สูงวัย นับวันจะเพิ่มขึ้นทุกที่ จะทําอย่างไรให้ผู้สูงวัยเข้ามาอยู่ในกระบวนการการผลิตให้ได้มากที่สุด แล้วก็ในขณะเดียวกันสามารถที่จะมีค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้สูงวัยเองจะต้องพยายามอ้อม พยายามสร้าง ตั้งแต่สมัยยังมีอายุไม่มาก เพื่อมาดูแลตัวเองในท้ายที่สุดให้มากที่สุด เราจะเน้นเฉพาะเรื่อง เศรษฐกิจโดยตรงเท่านั้น
ทีนี้ในประเด็นเรื่องความต้องการของผู้สูงวัยก็ได้พูดกันไปหลายครั้งแล้วว่า จากการวิจัยผู้สูงวัยต้องการสิ่งต่าง ๆ ตามลำดับดังนี้นะครับ อันแรกก็คือเรื่องสังคม เมื่อสักครู่ได้อธิบายไปแล้ว ต้องการมีคนอยู่ด้วย ต้องการให้ลูกเต้าอยู่ด้วย ซึ่งก็เปึนวิถีชีวิต ของคนเอเชีย (Asia) อันที่ ๒ ก็คือต้องการสุขภาวะที่ดี อันที่ ๓ เปึนลําดับความสําคัญ ซึ่งไม่สูงเลย ก็คือเรื่องของเงินและรายได้ ซึ่งตรงนี้เราเห็นว่าในแง่ของรัฐอาจจะเปึ้นเรื่องที่มี ความสําคัญ แต่ในมุมมองของผู้ที่เปึนผู้สูงวัยอาจจะมีความสําคัญในลําดับ ๓ ซึ่งอันนี้ ก็คงจะต้องมาจากงานวิจัยนั้นเอง และสิ่งที่มีความสําคัญสําหรับผู้สูงวัยในลำดับสุดท้าย ก็คือสิ่งแวดล้อม ก็คือบ้านหรือว่าความสามารถในการที่จะช่วยเหลือตัวเอง
ต้องกราบเรียนว่าเราได้นำเรื่องนี้เสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แล้วก็ได้รับข้อแนะนําซึ่งเปึนประโยชน์อย่างยิ่งหลายเรื่อง นะครับ แล้วก็เราคิดว่าในสภาแห่งนี้เราก็คงได้รับข้อเสนอที่จะเปึนประโยชน์เพื่อที่จะแก้ไข รายงานเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุดนะครับ กระผมขอกราบเรียนเปึ้นเบื้องต้นอย่างนี้ว่า เราแบ่งคนเปึน ๒ ประเภท
ประเภทแรก ก็คือคนสูงวัยที่ยังทำงานได้ นโยบายของเราก็คือว่าพวกนี้ น่าจะเข้ามาอยู่ในกระบวนการการพัฒนาทางเศรษฐกิจได้นะครับ มีท่านกรรมาธิการ หลายท่านซึ่งอยู่ในวิป (Whip) นี้ก็บอกว่า เราจะคิดเลื่อนเวลาของการเกษียณอายุ ต่อไปได้หรือไม่ ซึ่งอันนี้ก็เปึนประเด็นที่เราคงจะต้องนํามาถกเถียงแล้วก็นํามาเสนอต่อไป
ส่วนที่ ๒ คือพวกที่ทำงานไม่ได้หรือไม่ยอมทำงานกับพวกที่ติดเตียง ซึ่งพวกนี้ จะเปึนคอสต์ (Cost) เปึนค่าใช้จ่ายซึ่งส่วนหนึ่งรัฐบาลก็จําเปึนต้องจ่าย แต่อีกส่วนหนึ่ง ถ้าเรามีกระบวนการในการออมหรือการบริหารจัดการให้เขาเข้ามาอยู่ในกระบวนการ ทางเศรษฐกิจได้ก็จะเปึ้นประโยชน์ทั้งต่อรัฐบาลในเรื่องของค่าใช้จ่าย แล้วก็เรื่องของคน เหล่านี้กลุ่มนี้เองที่มีค่าใช้จ่ายเพื่อจะทำอะไรตามใจของตัวเองได้บ้างนะครับ กลุ่มนี้เรียกว่า เปึนกลุ่มผู้บริโภค กลุ่มแรกก็เปึ้นผู้ผลิตส่วนใหญ่ เราก็จะแบ่งในลักษณะนี้นะครับ เพราะฉะนั้นทิศทางในการที่จะดูแลทางด้านเศรษฐกิจของเรานี่จึงแบ่งออกเปึ้น ๓ เรื่อง ใหญ่ ๆ ครับ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการสร้างงานให้กับกลุ่มแรก คือกลุ่มที่ยังทำงาน ได้อยู่นะครับ พวกเราที่นั่งอยู่นี้ส่วนใหญ่อาจจะเปึนกลุ่มที่ยังพอทำงานได้อยู่นะครับ ส่วนนี้ ก็เปึนเรื่องแรกที่เราน่าจะพิจารณา
เรื่องที่ ๒ คือกลุ่มที่เรียกว่าอุตสาหกรรม อย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการ คุณสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ได้พูด เราต้องใช้วิกฤตนี้ให้เปึ้นโอกาสเพื่อจะทำให้อุตสาหกรรม ที่เกี่ยวพันกับคนสูงวัยได้มีความเจริญเติบโต สร้างรายได้ให้กับประเทศชาติของเราให้มาก ยิ่งขึ้น เพื่อจะนำภาษีอากรเหล่านั้นกลับไปช่วยผู้สูงวัยนั่นเอง
เรื่องที่ ๓ ก็คือการเน้นในการดูแลในเรื่องของรายได้ซึ่งเกี่ยวพันกับนโยบาย รายได้ของผู้สูงวัย ซึ่งอาจจะเปึนกลุ่มที่ไม่อยากจะทำงานแล้ว หรือเปึนกลุ่มที่ติดเตียงนะครับ ซึ่งกลุ่มที่ไม่อยากทำงานแล้วก็มีท่านกรรมาธิการบางท่านเสนอว่าน่าจะรวมถึงคนที่ไปอยู่วัด ด้วยนะครับ เพราะว่ามีหลายพวกที่ยังทำงานได้แต่ว่าก็ไปรวมตัวกันอยู่ในสถานศาสนาต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ก็น่าสนใจที่เราจะต้องดำเนินการต่อไป
สำหรับประเด็นปฏิรูปเรื่องแรกก็คือ เรื่องการสร้างงานผู้สูงวัย เราก็เห็นว่า จริง ๆ แล้วขณะนี้โอกาสในการทำงานแบบเอาต์ซอร์ซ (Outsource) หรือเอาต์รีช (Outreach) โดยใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์มันมีขึ้นมากนะครับ แล้วโอกาสที่จะทํางาน อยู่ที่บ้านมันทำได้เยอะมากกว่าปัจจุบัน งานประเภทต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้ใช้เลย เช่น จุดหมายเหตุ สำหรับคนที่มีอายุมากแล้วก็มีความรู้ ให้เขาทำงานที่บ้านแล้วส่งชิ้นงานมาในลักษณะนั้น ก็น่าจะเปึนประโยชน์แล้วก็สามารถที่จะทำได้เยอะแยะ
ฉะนั้นประเด็นที่ ๑ ก็คือเราคิดว่าควรจะสร้างงานที่ไม่ต้องมาทํางานให้มาก ยิ่งขึ้น ซึ่งโอกาสนี้มีอยู่แยะ มีท่านกรรมาธิการได้เสนอว่าน่าจะมีการวิจัยให้ชัดเจนว่า ประเภทของงานที่เหมาะสมกับคนเหล่านี้ควรจะเปึนอย่างไรบ้าง ซึ่งผมคิดว่าเปึนข้อเสนอ ที่มีความสําคัญอย่างยิ่งแล้วควรจะรีบทําทันที เพราะเวลาเราไม่ค่อยเหลือแล้วนะครับ ในสังคมไทยงานบางเรื่องต้องคำนึงถึงลูกเต้าเหมือนกันเพราะว่าถ้าจะให้พ่อไปกว่าดถนน หรือว่าให้ไปเก็บตั๋วแบบญี่ปุ์น ซึ่งก็เปึนงานที่สุจริตนะครับ แต่ว่าสังคมรับได้หรือไม่อย่างไร ต้องมองมุมมองหลาย ๆ อย่างว่า คนแก่ในสังคมไทยกับบริบทของคนแก่ในต่างประเทศ อาจจะไม่เหมือนกันเสียเลยก็ได้นะครับ แต่ผมคิดว่าโอกาสในส่วนนี้มีมาก
อันที่ ๒ เรื่องของโซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ (Social Enterprise) หรือการลงทุน ทางสังคม อันนี้ก็ได้พูดไปแล้วนะครับ ก็ต้องเร่งให้เกิดขึ้น
อันที่ ๓ ก็คือรัฐบาล ซึ่งผมเห็นเมื่อสัก ๒ อาทิตย์ที่แล้วก็เริ่มพูดเรื่องว่า ทําอย่างไรการจ้างคนสูงวัยนี่ รัฐบาลจะลดภาษีให้ได้บ้างนะครับ ซึ่งอันนี้ผมเข้าใจว่า เปึ้นเรื่องที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีต้องเอ่ยนามท่าน ท่านสมคิดได้พูดไปแล้วนะครับ แล้วก็กำลังมีการพิจารณาอยู่
ส่วนที่ ๒ ซึ่งถือว่าเปึ้นโอกาสอย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจได้กล่าวไว้ก็คือว่า โอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรม และบริการที่เกี่ยวข้องกับคนสูงวัยมีมากเลยนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของอาหาร ยา เครื่องมือแพทย์ หรือแม้แต่สิ่งใหม่ที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ต ออฟ ทิงส์ (Internet of things) ที่สามารถจะช่วยให้คนมีอายุมีสุขภาวะที่ดีขึ้น สามารถที่จะมอนิเตอร์ (Monitor) หรือติดตามงาน ติดตามสุขภาวะของผู้สูงอายุก็เปึนอุตสาหกรรมที่ทั่วโลกเริ่มที่จะบูม (Boom) แล้วก็ในประเทศไทย กระทรวง ทบวง กรม หรือว่าทางภาคเอกชนก็เริ่มให้ ความสนใจในเรื่องนี้ นอกจากนั้นก็มีอุตสาหกรรมบริการ เช่น บ้านของผู้ชรา หรือบ้านของ คนที่เริ่มจะคิดว่าตัวเองต้องแยกมาจากครอบครัวแล้ว โดยมีบริการทางการแพทย์ บริการ ทางด้านสุขอนามัยรวมอยู่ด้วยก็เปึนอะไรที่คนไทยน่าจะทำมากกว่านี้ ผมก็เห็นว่าฝรั่งก็ทำ เยอะแล้ว เช่น ในพัทยา ในภูเก็ต มีหมู่บ้านของชาวต่างประเทศที่เขาเข้ามาอยู่แล้วก็มีบริการ ทางด้านนี้ซึ่งเปึ้นอะไรที่ค่อนข้างจะใหม่นะครับ แล้วก็สามารถที่จะขยายได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นแล้วก็คิดว่าสิทธิพิเศษต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย น่าจะได้รับการสนับสนุน อันนี้ก็เปึนวิธีการทั้งในแง่ของการปฏิรูปสร้างงานผู้สูงวัย แล้วก็สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้วก็บริการกับผู้สูงวัย
ส่วนสุดท้าย ซึ่งเปึ้นเรื่องรายได้ของผู้สูงวัยเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่เปึน ผู้บริโภคเพราะว่าทํางานไม่ค่อยไหวแล้ว อันหนึ่งซึ่งรัฐบาลกําลังทําอยู่ก็คือทบทวน เงินอุดหนุนเบี้ยยังชีพของคนชรา ซึ่งอันนี้ก็เปึ้นที่ทราบกันดีว่าบางส่วนไม่ได้ไปในกลุ่มที่ ต้องการจะให้ไป อันนี้ก็เปึ้นเรื่องที่จะต้องดําเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วไปให้ได้นะครับ
อันที่ ๒ ก็คือเรื่องข้อมูลของผู้สูงวัย ซึ่งอันนี้เปึนเรื่องที่ทางกรรมาธิการ เกี่ยวกับกิจกรรมของสภาเห็นว่าเปึนเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะเราต้องรู้ว่าคนเหล่านี้ อยู่ที่ไหน อย่างไร สถานภาพเปึนอย่างไร เราคงจำเปึนจะต้องลงทุน เพราะว่ามันไปเกี่ยวพัน กับเรื่องความช่วยเหลือ เกี่ยวพันกับเรื่องสุขภาพ เกี่ยวพันกับเรื่องเงินของผู้สูงวัยทั้งหมด
อันที่ ๓ เรามีระบบที่จะดูแลผู้สูงวัยใหญ่ ๆ อยู่ ๒ ระบบเดิม ก็คือ ๑. ดูแล ข้าราชการ อันที่ ๒ ก็คือดูแลลูกจ้างที่ทำงานในหน่วยงานต่าง ๆ เมื่อป้ที่แล้วเราเริ่มที่จะ ขยายปรับปรุงเรื่องการออมแห่งชาติ ซึ่งคงจะต้องมีการปรับปรุงให้สามารถที่จะเข้าถึงง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนที่ห่างไกลสําหรับผู้ที่มีอายุหรือว่าผู้ที่จําเปึนจะต้องใช้การออม ในระยะยาวต่อไปเพื่อดูแลตัวเองในอนาคต นอกจากนั้นแล้วมีท่านกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนี้เสนอว่าในชนบทเอง การที่คนจะกลับมาทำแหล่งอาหารก็ดี ทำอาชีพทางด้านเกษตรก็ดี เปึนนิมิตหมายอันใหม่ ซึ่งอาจจะไม่ได้ผลตอบแทนเปึ้นเงินแต่เปึนอาหาร เปึนค่าใช้จ่ายที่สามารถที่จะลดลงได้จาก การผลิตของตัวเองในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ก็น่าสนใจแล้วก็คิดว่าคงจะต้องรวบรวมแล้วก็ นำเสนอต่อไปด้วย
สำหรับเรื่องสุดท้าย เพื่อนสมาชิกคงจะทราบว่าในประเทศไทยคนชราได้รับ เงินช่วยเหลือจากลูกหลานมากที่สุดประมาณ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ อีก ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นี่ หาเอง ที่เหลือก็พึ่งรัฐ อย่างที่ท่านประธานสถิตย์ได้กรุณากล่าวไว้ว่าเดี๋ยวนี้สังคม มันเปลี่ยนไปแล้ว ลูกไปทำงานที่อื่นเดี๋ยวนี้ก็ส่งสตางค์ให้พ่อแม่บ้าง ไม่ส่งให้บ้างก็มีเยอะ อัตราการส่งนี่ดูท่าทางจะลดลง เพราะฉะนั้นกระบวนการในเรื่องนี้คิดว่าคงจะต้องมี การพิจารณาว่าภาระที่เกี่ยวกับภาษีคงจะไปทำแบบประเทศที่อยู่ทางตะวันตกไม่ได้นะครับ เพราะว่าวิถีของอาเซียน (ASEAN) ของคนเอเชีย (Asia) เรานี่ส่งลูกเต้าเรียนถึงมหาวิทยาลัย นะครับ ดูแลลูกดูแลท้ายาทจนกระทั่งขึ้นฝัืง แต่ว่าการตอบแทนยังไม่เห็นเปึ้นระบบว่า จะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งอันนี้คงจะเปึนเรื่องที่จะต้องมีการศึกษาแล้วก็พิจารณาผลักดันต่อไป นะครับ โดยสรุปประเด็นที่เราจะเสนอก็เปึนอย่างนี้ มีประเด็นหนึ่งคือเรื่องของการขับเคลื่อน ซึ่งเราแบ่งออกเปึน ๓ เรื่อง
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการยกระดับของเรื่องนี้ให้มีความสำคัญมากขึ้น ซึ่งอันนี้เราก็เปึ้นที่น่ายินดีว่าในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ดี และในแผน ระยะยาวก็ดี ก็มีเรื่องนี้ที่ปรากฏว่าจะทําอย่างไรค่อนข้างจะชัดเจนนะครับ ซึ่งอันนี้ ก็เปึนเรื่องที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องที่จะให้มีคณะกรรมการ ซึ่งดูเสมือนว่าเปึนฟอร์แม้ต่ (Format) ของพวกเรา แต่ว่ามันเปึนเรื่องที่จำเปึนจะต้องเสนอ เพราะว่าวิธีการบริหาร จัดการในทางนโยบายของเรา เราแบ่งกระทรวง ทบวง กรมออกเปึนไซโล (Silo) แล้วก็มีท่าน รองนายกรัฐมนตรีที่ดูเรื่องครอส คัตติง อิสชูส์ (Cross cutting issues) เนื่องจากเรื่องนี้ เปึ้นเรื่องครอส คัตติง อิสชูส์ (Cross cutting issues) เพราะเปึนเรื่องทั้งเศรษฐกิจทั้งสังคม เรื่องเทคโนโลยีก็จำเปึนอยู่เองที่เราจำเปึนจะต้องเสนอในลักษณะที่เปึนกรรมการ แต่ว่าถ้าเผื่อคณะรัฐมนตรีหรือใครก็ตามเห็นว่าไม่จำเปึนจะต้องเสนอเปึนลักษณะกรรมการ หรือมอบหมายให้ใครเปึนคนดําเนินการ เราก็คิดว่าข้อเสนอนี้ก็ไม่เปึนไร ขอให้ทํางานไปได้ ก็แล้วกัน
ส่วนเรื่องที่ ๓ ที่เกี่ยวพันกับการที่จะยกระดับสถาบันเทคโนโลยี สำหรับ คนพิการ กับคนสูงอายุเปึนองค์การมหาชนเปึ้นเรื่องที่ทำไปแล้วนะครับ ที่เอามาใส่ไว้ในนี้ ทั้ง ๓ เรื่องนี้ ๒ เรื่องเปึนเรื่องที่ทำไปแล้ว แต่ว่าต้องการให้รายงานนี้สมบูรณ์ การพิจารณา เกี่ยวกับองค์การมหาชนเนื่องจากกฎหมายเพิ่งออกมาเมื่อเดือนที่แล้ว การพิจารณาจึง คั่งค้างอยู่มาก แต่ว่าอย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็อยู่ในไพปีไลน์ (Pipeline) ของการพิจารณาไปเรียบร้อย แล้วนะครับ ก็ขอกราบเรียนที่ประชุมไว้ ณ ที่นี้ ผมเห็นว่าเรื่องผู้สูงวัยเปึนเรื่องที่มีความสำคัญ แล้วก็จริง ๆ แล้วต้องเตรียมตั้งแต่เมื่อวานนี้ไม่ใช่เตรียมวันนี้ด้วยซ้ำไปเพราะว่า เรากําลังก้าวสู่สังคมที่มีผู้สูงวัยเยอะนะครับ ดูในนี้ก็พอจะรู้แล้วว่าเราก็มีผู้สูงวัยเยอะ ที่ยังทำงานได้อยู่ ที่ยังจะต้องคอนทริบิวต์ (Contribute) กับเศรษฐกิจ ยังต้องช่วยกัน แก้ไขเรื่องต่าง ๆ ให้สามารถดูแลผู้คนได้ ผมคงมีเรื่องที่จะสรุปและชี้แจงเพียงเท่านี้ ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านนะครับ
ขอบพระคุณค่ะ เปึนอันว่าคณะกรรมาธิการชี้แจงเสร็จเรียบร้อยหมดทุกท่าน แล้วนะคะ ต่อไปดิฉันมีรายชื่อผู้ขออภิปราย ๓ ท่านนะคะ ท่านละ ๑๐ นาที ท่านแรก ท่านคุรุจิต ท่านที่ ๒ ท่านดอกเตอร์อิศรา ศานติศาสน์ ท่านที่ ๓ ท่าน พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน เรียนเชิญท่านแรกท่านคุรุจิต นาครทรรพ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เรียนเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ต้องขอบพระคุณคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจที่ได้ผลิตรายงาน เรื่อง เศรษฐกิจสูงวัยนี้เข้าสู่สภา โดยหลัก ๆ แล้วผมก็ได้รับความรู้จากรายงานนี้มากนะครับ ตอนแรกก็แปลกใจว่าทำไม ไม่เปึนเรื่องของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ซึ่งผมก็คิดว่า เปึ้นเรื่องที่ดีนะครับ แล้วท่านก็ได้วิเคราะห์ แต่ตอนแรกอ่าน ๆ นึกว่าท่านจะทำอุตสาหกรรม ที่เสิร์ฟ (Serve) เศรษฐกิจสูงวัย แต่ว่าอันนี้ขอบเขตกว้างกว่านั้นว่าจะทำอย่างไรกับ ประชาชนของประเทศไทยที่นับวันก็จะมีสัดส่วนเปึ้นผู้สูงวัยมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะ พวกเราที่อยู่ในสภานี้ คือในรายงานท่านก็บอกว่าในป้ ค.ศ. ๒๐๐๐ หรือป้ ๒๕๔๓ ประชากร ในประเทศไทย ๑ ใน ๑๐ เปึนคนที่อายุมากกว่า ๖๐ และในป้ที่แล้วก็น่าจะ ๑๖ เปอร์เซ็นต์แล้ว แล้วก็ในป้ ค.ศ. ๒๐๒๑ คือป้ ๒๕๖๔ ก็น่าจะเปึน ๑ ใน ๕ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วท่าน ก็บอกด้วยความน่าตกใจว่าในป้ ๒๕๘๓ เราอาจจะเปึ้นถึง ๑ ใน ๓ หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่น่าตกใจกว่าคือในสภานี้เกินครึ่งไปแล้ว ๕๐ เปอร์เซ็นต์เปึ้นเศรษฐกิจสูงวัยไปแล้ว แต่ต้องอยู่ในคลาสซิฟ่เคชัน (Classification) ที่เรียกว่าติดสังคม อยากทำประโยชน์ ให้สังคม แล้วก็ต้องเปึนกลุ่มคนพิเศษด้วยคือมีสตางค์ และพวกเราอยู่ในนี้มีสตางค์ เพราะฉะนั้นข้อเสนออะไรต่าง ๆ บางทีเราก็ต้องฉุกคิดด้วยว่าเราเสนอเพื่อกลุ่มเราเอง หรือเปล่า ซึ่งผมก็อ่านดูแล้วก็มีข้อเสนอที่ดี ๆ หลายเรื่อง ผมก็อยากจะเรียนในเวลาอันสั้นว่า ในเรื่องของโซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ (Social Enterprise) การหางานให้คนสูงวัยได้ทำโดย อาจจะคิดเปึนชิ้น ๆ ผมก็คิดว่าเปึนเรื่องสนับสนุน ก็คือทำให้เขามีเซล์ฟเอสตีม (Self- esteem) อยู่ว่าเขายังมีคุณค่าอยู่ในสังคม แล้วก็ช่วยตัวเองได้ อันนี้ก็อยากจะฝากว่าบางที เราคิดจะขับเคลื่อนการปฏิรูป แล้วเราก็มีคณะกรรมาธิการหลายด้าน บางทีคนก็อาจจะยก บอกว่าการทำงานเปึ้นชิ้นอาจจะถือเปึนการกดค่าแรงขั้นต่ำก็ได้ เพราะว่าค่าแรงขั้นต่ำ ควรจะได้วันละ ๓๐๐ บาท แต่ขณะเดียวกันคนชราอายุ ๗๕ ป้ ๘๐ ป้ ท่านจะให้บรรจุภัณฑ์ ในปลากระปิองหรือว่าจะพับถุงกระดาษอะไรอย่างนี้ มันก็พับจำนวนถุงหรือบรรจุภัณฑ์ สู้คนหนุ่มสาวไม่ได้ เพราะฉะนั้นการจะให้ค่าแรงขั้นต่ำมันก็ไม่แพรกติคัล (Practical) กับการที่จะมาใช้กับผู้ที่สูงอายุที่เราต้องการหาอะไรให้เขาทำ แล้วมีคุณค่าช่วยตัวเองได้ เพราะฉะนั้นกฎหมายเรื่องแรงงานขั้นต่ำ หรืออาจจะถึงเรื่องค้ามนุษย์ก็อย่าไปเล่นงาน ข้อเสนอดี ๆ อย่างนี้ ที่เรียกว่าโซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ (Social Enterprise) แล้วก็เรื่องของ การทำงานเปึนชิ้นนะครับ
ทีนี้สืบเนื่องอันนี้ผมก็ไปอ่านเจอกระดาษชิ้นเล็ก ๆ แนบท้ายรายงานที่บอกว่า เปึนความเห็นของวิป (Whip) เสนอมา ก็มีอยู่ข้อหนึ่งก็คือบอกว่า อยากจะเสนอให้ ขยายเวลาเกษียณอายุให้มากกว่า ๖๐ ป้ ซึ่งอันนี้ต้องถือว่าวิป (Whip) เราเสนอเพื่อ ประโยชน์ของเราโดยตรงเลย เพราะว่าเราเปึนคนสูงวัยแล้วก็อยู่ในวัยทํางานมีสตางค์ มีอํานาจ ซึ่งมันก็เปึ้นดาบสองคม เพราะฉะนั้นบางงานอย่างทหาร ตํารวจ หรือผู้บริหาร อย่างท่านเปึนปลัดกระทรวง เปึนอธิบดี ผมไม่เห็นด้วยที่ไปขยายให้มันเกิน ๖๐ ป้ อยู่มาถึง ๖๐ ป้นี่ก็บุญหนักหน้าแล้ว คือได้พ้นจากการที่จะต้องไปตัดสินใจเสี่ยง ๆ อะไรต่าง ๆ แล้วการตัดสินใจมันต้องใช้คนที่มีพลัง แล้วก็มีความตื่นตัว พอถึงวัยนี้อำนาจในการตัดสินใจ ไม่ควรจะไปอยู่กับการขยายอายุ แต่ว่าถ้าท่านเปึนจิตรกร หรือว่าศิลป่น นักดนตรี อย่างนี้ ก็อีกแบบหนึ่ง แต่ก็ต้องมีการทดสอบด้วย ไม่อย่างนั้นเราก็จะเสนอแล้วเราจะตัดทาง คนรุ่นหลังที่เขาจะก้าวหน้าขึ้นมาแล้วก็มีพลังให้กับสังคม แล้วพูดถึงพลังสังคมนี่คนสูงวัย ก็จะมีพลังมากขึ้นเรื่อย ๆ จากจำนวนสัดส่วนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างที่ สหราชอาณาจักรเมื่อ ๒๓ มิถุนายน เขาลงมติว่าจะแยกตัวจากอียู (EU) หรือเปล่า ถ้าท่านไปดูวิเคราะห์คนที่โหวตว่าจะแยก แล้วเปึนตัวตัดสินว่าต้องแยกออกมาคือคนสูงวัย นะครับ คนที่อยู่ในวัยทํางานหนุ่ม ๆ สาว ๆ เขาโหวตจะอยู่กับอียู (EU) ทั้งนั้น เพราะฉะนั้น จริง ๆ คนสูงวัยก็จะเปึนฐานเสียงเปึนฐานทางการเมืองโดยตัวของเขาเองแล้วที่จะเสนออะไร เพื่อประโยชน์ของคนสูงวัยได้ เพราะฉะนั้นก็มาถึงข้อเสนออีกข้อของท่านที่ท่านจะตั้ง กรรมการขับเคลื่อนอะไรที่ท่านว่า ผมอ่านปัูบ ปัูบ ปัูบนี่องค์ประกอบมีแต่คนสูงวัยทั้งนั้นเลย ถ้าเพื่อความแฟร์ (Fair) ในสังคม องค์ประกอบของคณะกรรมการนี้ต้องเปึนคนที่ครอส สเปกตรัม (Cross Spectrum) ทั้งคนที่อายุน้อย คนที่ยังไม่มีงานทำกำลังจะเข้าตลาดแรงงาน คนที่อยู่ในวัยทำงาน ไม่ใช่มีแต่คนเกษียณ เราก็จะเสนออะไรที่เปึนประโยชน์กับคนเกษียณแล้ว กับคนสูงวัยทั้งสิ้น อันนี้ก็อยากจะให้ท่านไปทบทวนองค์ประกอบมันต้องให้ครอสสเปกตรัม (Cross Spectrum) เพื่อความแฟร์ (Fair) นะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง ผมก็จับความได้ไม่ชัดเจนว่าท่านจะเสนอผลักภาระภาษี ของคนสูงวัยไปให้ท้ายาทนี่มันจะมีภาระภาษีอะไรล่ะครับ ก็ในเมื่อมันไม่มีงานทำ มันก็จะไม่มีภาษี ผมก็เลยไม่แน่ใจว่าท่านผลักอย่างไร แต่ผมจำได้เวลากรอก ภ.ง.ด. ๙๑ ปัจจุบันนี้มันมีช่องอยู่อันหนึ่งเลี้ยงดูพ่อแม่ให้หักได้ ๑๐,๐๐๐ บาท หรืออะไรก็ไม่รู้นี่ ของกระทรวงการคลังทำมามันก็ไม่พออยู่แล้ว นี่หมายถึงอันนี้หรือเปล่า แต่ว่าถ้าผลักภาระ ภาษีของคนสูงวัยที่มีรายได้ไปให้คนที่กำลังทำงาน ที่กำลังต้องผ่อนรถผ่อนบ้าน ผ่อนอะไร ทั้งหลายแหล่ ก็ไม่แฟร์ (Fair) อีกนะครับ จริง ๆ ด้วยวิสัยคนเอเชีย (Asia) เราไม่ต้องการ ไปรบกวนลูกหลานนะครับ มันเปึนวัฒนธรรมของเรา เรามีแต่ต้องการส่งเสริมลูกหลาน ให้เขาถึงฝัืงอย่างที่ท่านว่า เพราะฉะนั้นหัวข้อนี้ท่านต้องตริตรองดูดี ๆ ว่ามันเปึ้นเรื่อง ของอะไรนะครับ แล้วก็ผมมีประเด็นอีกอันหนึ่งก็คือว่ามีแนวคิดในเรื่องของสร้างบ้านคนชรา เมื่อสักครู่นี้ท่านป้ติพงศ์ก็พูด ผมเองก็พอพูดก็นึกที่บางปูครับ บ้านสว่างคนิวาสอะไรนี่ ซึ่งผมก็ไม่อยากเห็นสังคมไทยว่าทรีต (Treat) สูงอายุ พ่อแม่ ปู์ย่า ตายายเรา แล้วก็ผลัก ไปอยู่บ้านคนชรา มันเปึนแบบสังคมตะวันตก เพราะฉะนั้นสังคมไทยเราเปึนสังคมพลูรัล (Plural) มีเครือข่ายสาขาใหญ่โต อยู่กันอบอุ่นเปึนครอบครัว พ่อแม่ก็ดูแลลูก เราก็มีคำ สุภาษิตสุนทรภู่แต่งไว้ถ้าท่านจำได้สมัยเรียนหนังสือนะครับ เมื่อพ่อแม่แก่เฒ่าชรากาล จึงเลี้ยงท่านอย่าให้อดระทดใจ ด้วยชนกชนนี้นี้มีคุณ ได้การุญเลี้ยงรักษามาจนใหญ่ เพราะฉะนั้นมันเปึนหน้าที่ของคนเอเชีย (Asia) และวัฒนธรรมไทยที่จะต้องดูแลผู้สูงอายุ จนท่านวายชนม์นั่นแหละ เพราะฉะนั้นแนวคิดที่จะไปสร้างบ้านผู้สูงอายุแล้วก็ผลักท่านไปอยู่ ในนั้นแล้วก็ติดแอร์ติดอะไร แล้วก็มีพยาบาล ก็ต้องดูดี ๆ ว่าเปึนวัฒนธรรมตะวันตก หรือเปล่า
และเรื่องสุดท้ายที่อยากจะฝากท่านก็คือว่า ทุกวันนี้เราก็จะเน้นเอฟฟ่เชียนซี (Efficiency) ทุกเรื่องนะครับ มีเครื่องมืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ก็จะลดแรงงานคน เสร็จแล้ว เราก็จะเน้นเรื่องวินัยการคลังอีก อาทิตย์ที่แล้วเราก็บอกว่าพระราชบัญญัติวินัยการคลัง ห้ามก่อหนี้ แล้วมาวันนี้เราก็จะชอบเน้น เวลาเสนอนี่ลดภาษีอีก ท่านสถิตย์ท่านจะหาสตางค์ ที่ไหนมาเลี้ยงคนทั้งหมดที่ท่านว่านี้มันเปึนไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องดูด้วยว่าจะเสนอ ลดภาษี จะเสนอสร้างโน่นสร้างนี่มันอยู่ในวิสัยที่ทำได้หรือเปล่า วิธีที่ดีที่สุดก็คือทำให้คนชรา ช่วยตัวเองได้ ให้เขามีเกียรติภูมิ มีความสุขกายแล้วก็สุขใจ เพราะฉะนั้นข้อเสนอนี้โดยรวม ผมก็เห็นด้วยนะครับ แต่ว่าบางเรื่องอาจจะเปึนข้อเสนอแหวกแนวมาจากแนวคิดตะวันตก ก็ขอให้ท่านดูดี ๆ ว่ามันเหมาะสมกับประเทศไทยหรือเปล่า และขณะเดียวกันเราก็ไม่ใช่ เวลแฟร์สเตท์ (Welfare State) นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะช่วยเบี้ยยังชีพอะไร ก็เลือกให้ถูกคน อย่างท่านป้ติพงศ์ ท่านสถิตย์นี่ไม่ต้องไปให้แล้วเบี้ยยังชีพนี่ ควรจะเก็บภาษี เพิ่มด้วยซ้ําไป ถึงแม้จะเปึนคนสูงวัย เพราะฉะนั้นเราก็จะไม่เกิดความซ้ําซ้อนในเรื่องของ การใช้งบประมาณ แล้วก็จะมีวินัยทางการคลัง ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณค่ะ ลำดับต่อไปนะคะ เรียนเชิญศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อิศรา ศานติศาสน์ เปึ้นศาสตราจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียนเชิญค่ะ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม อิศรา ศานติศาสน์ เปึนสมาชิก สปท. หมายเลข ๑๙๑ ครับ ผมประทับใจกับงานชิ้นนี้ของ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจนะครับ ตั้งแต่การจัดการ เรื่องการจ้างงานผู้สูงวัย ปรับรูปแบบการทำงานให้สิทธิประโยชน์กับผู้ว่าจ้าง รวมทั้ง ในเรื่องของเทคโนโลยีต่าง ๆ อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมากคือการส่งเสริมโซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ (Social Enterprise) ที่ทำงานเกี่ยวกับผู้สูงวัย ตรงนี้ผมขออนุญาตถามสักนิดหนึ่งนะครับว่าในความรู้สึกของผมในเรื่องโซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ (Social Enterprise) น่าจะรวมถึงการเป่ดพื้นที่ให้ผู้สูงวัยถ้าทำงานเปึ้นอาสาสมัครที่ทำงาน เพื่อสังคมด้วยนะครับ ขออนุญาตเติมแบบนี้นะครับ อีกเรื่องที่น่าสนใจมากคือเรื่องของ ค่าครองชีพ การออม การจัดสวัสดิการ แล้วก็ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งซึ่งช่วงนี้ผมเองก็ดูแล วิทยานิพนธ์หลายฉบับที่เกี่ยวกับเรื่องของการผลิตสินค้าและบริการเพื่อผู้สูงวัย เช่น รองเท้า สําหรับผู้สูงวัย เสื้อผ้าผู้สูงวัย การท่องเที่ยวผู้สูงวัยครับ เหล่านี้ผมคิดว่าเปึนการเป่ดมุมมอง ที่น่าสนใจมาก ๆ กับปัญหาอย่างนี้ครับ
ผมเองมีอยู่ ๒ ประเด็นครับที่อยากจะขอเรียนปรึกษาท่าน ผมเองก็น่าจะรู้น้อย ในเรื่องของด้านภาษีนะครับ ภาษีเงินได้จะรู้จักมาก ประทับใจมากตอนจ่ายภาษีครับ ทุกต้นป้ก็ต้องหาเงินมาจ่ายภาษี มันมีไอเท็ม (Item) อยู่ไอเท็ม (Item) หนึ่ง หรือจริง ๆ ว่ากันไปแล้วก็หลายไอเท็ม (Item) แต่ว่าในวันนี้น่าจะเกี่ยวกับกรณีเดียวคือเรื่องของ ค่าลดหย่อนการเลี้ยงดูบิดามารด้านะครับ ที่เรียกกันว่าค่าลดหย่อนลูกกตัญ็ูนะครับ ตรงนี้ผมอยากจะเรียนปรึกษาว่า ในมุมมองหนึ่งเราก็ให้กับบิดามารดาคนละ ๓๐,๐๐๐ บาท ถ้ามีทั้งบิดามารดาก็ ๖๐,๐๐๐ บาท ก็เปึนอะไรที่ดูดี ดูเท่าเทียมนะครับ แต่ในมุมมอง ในเรื่องของความเท่าเทียม ความไม่เท่าเทียมมันไม่สามารถจะมองที่แอบโซลูต (Absolute) คือตัวเลข ๓๐,๐๐๐ บาท ๖๐,๐๐๐ บาท ได้อย่างเดียว ผมอยากจะเรียนปรึกษาครับว่า มีทางไหมที่จะพิจารณาในมุมมองนี้นะครับ ผมสมมุตินะครับว่าท่านกรรมาธิการที่นั่ง อยู่ข้างบนนั้นมีรายได้อยู่ในกรอบภาษีที่ต้องเสียภาษีร้อยละ ๓๐ นะครับ ร้อยละ ๓๐ นี้ เงิน ๖๐,๐๐๐ บาทของท่าน ท่านจะได้เงินมาเลี้ยงดูพ่อแม่ ๑๘,๐๐๐ บาทถูกไหมครับ แต่ถ้าเกิดมีใครสักคนซึ่งมีรายได้อยู่ในกรอบภาษีแค่ร้อยละ ๑๐ เขาก็ได้เงินลดหย่อนภาษี แค่ ๖,๐๐๐ บาทถูกไหมครับ ดังนั้นเงินที่รัฐบาลไปอุดหนุน ไปช่วยเหลือเขาให้ดูพ่อแม่ มันต่างกันระหว่างคนรวยกับคนจน คนรวยจะได้ไปประมาณ ๑๘,๐๐๐ บาท คนจนได้แค่ ๖,๐๐๐ บาท ไม่ต้องคนจนด้วย คนชั้นกลางด้วยนะครับ ผมอยากจะเรียนปรึกษาครับว่า ตรงนี้เราจะเอาประเด็นนี้ไปพิจารณาในครั้งนี้เลยได้ไหมครับว่าการลดหย่อนภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาในระหว่างป้ให้ลดหย่อนเปึนก้อนภาษีไปเลย แทนที่จะเปึนก้อนเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท ๖๐,๐๐๐ บาท ก็บอกไปเลยว่าจะให้เลี้ยงดูพ่อแม่คนละ ๑๒,๐๐๐ บาท ไม่ว่าคุณจะมีเงินรายได้เท่าไรก็ให้เงินลดหย่อนเลี้ยงดูเท่า ๆ กันไปเลย อันนี้ประเด็นแรก ที่ผมขอเสนอแนะนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องของนโยบายประชากร นโยบายประชากรแม้ผมเอง อยู่ในกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคมผมก็พูดเรื่องนี้ตลอดนะครับว่า ประเทศไทยได้ใช้นโยบายประชากรที่ถูกต้องมาหลายสิบป้ตั้งแต่ผมเด็ก ๆ จนปัจจุบัน แต่ว่าวันนี้มันถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้วนะครับ วันนี้อัตราการเพิ่มของประชากรไทยอยู่ป้ละ ประมาณ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ไม่เกินนั้นนะครับ จำนวนบุตรต่อครัวเรือนอยู่ประมาณ ๑ กว่า ๆ จริง ๆ แล้วจำนวนบุตรต่อครัวเรือนมันควรจะอยู่ประมาณ ๒ คนนะครับ ครอบครัวไหน ที่แต่งงานก็ควรจะมีบุตรประมาณ ๒.๒๕ คน ๒.๓ คนต่อครัวเรือน อีก ๐.๒๕ คนไปชดเชย คนที่ไม่มีบุตรนะครับ คนที่ไม่แต่งงาน คนที่ตายก่อนวัยอันควร เพื่อจะได้รักษาจำนวน ประชากรที่คงที่นะครับ แต่วันนี้เราปล่อยตรงนี้เอาไว้ ผมอยากฝากกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจนะครับ อาจจะช่วยกันดูร่วมกับกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านสังคมว่าเราควรจะมีนโยบายประชากรที่รักษาโครงสร้างประชากร ที่สมดุลนะครับ เพื่อว่าวันหน้าเราจะไม่มีสัดส่วนประชากรผู้สูงวัยมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเรา ไม่ต้องมานั่งคุยกันว่าเราขยายอายุเกษียณนะครับ เพราะว่าขยายอายุเกษียณ ถ้าตราบใด ที่โครงสร้างประชากรยังมีลักษณะที่เริ่มที่จะฐานเล็กลงไปเรื่อย ๆ ไปป์องข้างบนมากขึ้น เรื่อย ๆ สุดท้ายเราก็ไม่สามารถจะหยุดรั้งเรื่องนี้ได้ เราคงไม่สามารถเพิ่มอายุเกษียณ จาก ๖๐ ป้ เปึน ๖๕ ป้ ๗๕ ป้ ๘๐ ป้ได้นะครับ ก็อยากจะฝากกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปด้านเศรษฐกิจครับว่า ประเด็นนี้เปึนประเด็นที่น่าสนใจประเด็นหนึ่ง และผมอยากจะฝากท่านประธานครับว่าเปึนไปได้ไหมครับที่ทางวิป (Whip) หรือทางสภา จะให้มีการคุยกันระหว่างกรรมาธิการหลายกรรมาธิการซึ่งทำงานในเรื่องเดียวกัน เช่นในเรื่องผู้สูงวัยนี้นะครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบพระคุณนะคะ ต่อจากท่าน พลตำรวจโท อำนวย มีผู้เสนอชื่อขออภิปราย อีก ๓ ท่านนะคะ เรียนเชิญท่าน พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค ๑ ค่ะ
พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : กราบขอบพระคุณครับ กระผม พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน สมาชิก สปท. ลําดับ ๑๙๗ กระผมได้อ่านแผนการปฏิรูปประเทศเรื่องนี้ หลายเที่ยว ชื่อเรื่องเศรษฐกิจผู้สูงวัย แต่พอผมอ่านในเอกสารผมก็เริ่มงงว่ามันจะเปึน เศรษฐกิจของผู้สูงวัยหรือเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงวัย ชื่อกับเนื้อห้ามันจะตรงกันไหม เห็นด้วยนั้นผมเห็นด้วยมาจากบ้านแล้วละครับ แต่ผมอยากที่จะมาขัดเกล้าหรือเพิ่มเติม หรือมีข้อเสนอแนะ เพราะชื่อจำเปึนครับ สำคัญครับ อยู่ ๆ ผมเอง อำนวย นิ่มมะโน จะไป เปลี่ยนชื่อเปึน ณเดช มั่นคงไปไม่รอดครับ ก็คงต้องใช้อำนวยต่อไป ในเนื้อนี่ผมดูแล้ว มันกลายเปึนเรื่องของการไปส่งเสริมอุตสาหกรรมที่จะต้องผลิตผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงวัย เปึ้นเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยวสําหรับผู้สูงวัย สำหรับการให้บริการกับผู้สูงวัย จริง ๆ แล้วในเรื่องเศรษฐกิจของผู้สูงวัยเราจะต้องคำนึงถึงว่าให้ผู้สูงวัยอยู่ในสังคมได้ อย่างมีคุณค่า ได้มีงานทำ ได้ทำงาน ทำงานได้ มีรายได้ เพราะอะไรครับ เพราะในอนาคต อันใกล้นี้ครับ แรงงานหนุ่มสาวเราจะลดลง แล้วมันก็จะเปึ้นปฏิปักษ์กันกับการที่จะใช้ แรงงานหนุ่มสาว จำเปึ้นจะต้องพึ่งพิงแรงงานผู้สูงวัย เมื่อสักครู่กรรมาธิการก็พยายามอธิบาย ให้ฟัง ยกตัวอย่าง ยกตัวเลขมาให้เห็น ขณะนี้เรามีผู้สูงวัยอยู่ประมาณ ๑๐ กว่าล้านคน ตกงานอยู่ ๖๔ เปอร์เซ็นต์ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน ในประมาณ ๒๐ ป้ข้างหน้า เราจะมีผู้สูงวัยประมาณ ๒๐ ล้านคน ในขณะที่คนหนุ่มสาวจะน้อยลง แต่ด้วยด้าน การสาธารณสุข ด้านการแพทย์เราเจริญขึ้น ครอบครัวยุคปัจจุบันไม่นิยมมีบุตรหรือ มีบุตรน้อยก็ตาม ดังนั้นข้อแรกที่ผมจะฝากกับคณะกรรมาธิการก็คือเปัาต้องชัดเจนครับ ถ้าหากว่าแผนการปฏิรูปยิ่งไม่โดนเปัา ไม่เข้าเปัา หรือเข้าเปัาแต่ไม่เข้าวงกลม แผนนี้ ก็จะเสียหาย
เรื่องแรกที่ผมจะนำเรียนครับ เรื่องเศรษฐกิจผู้สูงวัยตามแผนการปฏิรูปนี้ คงหนีไม่พ้นครับ ต้องให้น้ำหนัก ต้องทิ้งน้ำหนัก เมื่อจะเอาเข้ามาทำงาน เอาเข้ามาใช้ แรงงานแทนคนหนุ่มสาวท่านต้องเน้นเรื่องสุขภาพ หนีไม่พ้นครับ ผู้สูงวัยคือคนที่อยู่มานาน ทำงานมานาน ใช้งานมานาน สึกหรอแล้วครับ ต้องเปลี่ยนอะไหล่ ต้องซ่อม ต้องทำสี ต้องถ่ายน้ำมันเครื่อง ก็แปลว่าสุขภาพเปึ้นเรื่องที่สำคัญอันดับหนึ่งครับ ถ้าเขาไม่มีศักยภาพ ที่จะทำงานได้ เขาต้องเปึนผู้สูงวัยประเภทติดเตียง เปึนภาระ เปึนภาระทั้งรัฐและครอบครัว ผมมีตัวอย่างครับ เพื่อนบ้านผมเองครับ เปึนผู้สูงวัยกว่าผมเล็กน้อย ผมเองเปึนผู้สูงวัย นะครับ แม้ว่าหน้าตาจะอย่างนี้ไม่น่าเชื่อ ผมถามเพื่อนบ้านว่าหลง ๆ ลืม ๆ แล้วทำไมไม่ซื้อ อาหารเสริม ซื้อฟ่ชออยล์ (Fish oil) มาท่านเสียบ้างล่ะ เขาบอกว่าเขามีครบ มีเยอะเลย ที่บ้าน ทําไมไม่ได้ผลหรืออย่างไร เขาบอกว่าลืมกิน เพราะว่าเขาขี้ลืม ผมบอกว่าถ้าอย่างนั้นเอาอย่างนี้ไหมล่ะ เอาเบอร์โทรศัพท์มาแล้วเดี๋ยวผมโทรเตือน เวลาจะกิน จำเบอร์โทรศัพท์ไม่ได้ จบครับ ผู้สูงวัยคนนี้คงเอามาใช้แรงงานไม่ได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องสุขภาพเปึ้นเรื่องอันดับ ๑ ถ้าไม่ส่งเสริมนะครับ อย่าหวังเลยว่าผู้สูงวัย คนนั้นจะเปึนผู้สูงวัยประเภทติดสังคม ติดบ้านนั้นก็หนักไปแล้วครับ ต่อไปก็ต้องติดเบาะ ติดที่นอน แล้วสุดท้ายคือติดเชิงตะกอนครับ ที่ผมเน้นเรื่องสุขภาพเพราะว่าถ้าสุขภาพดี สำหรับผู้สูงวัยแล้วต่อไปเราก็จะสร้างงานให้เขา ในเรื่องของผู้สูงวัย เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ผมไม่ออกสักชุดหนึ่งเลยหรือครับ ผมขออนุญาตไปแล้วมีตั้ง ๖ แผ่นนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเป่ดพรีเซ็นเทชัน (Presentation))
พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : ไปเรื่องสุขภาพเลยครับ ในเรื่องของสุขภาพ ของผู้สูงวัยครับ ในแผนจะต้องชัดเจนครับว่าต้องนํานโยบายประชารัฐ ไม่ใช่ประชานิยมครับ ประชานิยมนั่นทําให้รัฐเสียหาย ประชารัฐก็คือทั้งภาครัฐและเอกชนจะต้องมีส่วนร่วม จะต้องมีส่วนร่วมกันกับสังคมผู้สูงวัยครับ ส่วนร่วมเปึนอย่างไรครับ ด้านแรกด้านสุขภาพของ ผู้สูงวัยรัฐจะต้องเปึนผู้นํา เอกชนต้องเปึ้นผู้ตาม เปึนอย่างไรครับ รัฐจะต้องให้ความสําคัญ ในเรื่องของสุขภาพอนามัยของประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงวัยอย่างจริงจัง เพราะอะไหล่ เขาเสื่อมแล้วเสียแล้วต้องเปลี่ยนอะไหล่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลภาครัฐครับ ผมขออนุญาตให้ดูตัวอย่างครับ ไม่ใช่เอาเรื่องส่วนตัวมาอภิปราย ปัจจุบันโรงพยาบาลดัง ๆ โรงพยาบาลของรัฐออกนอกระบบเยอะ พูดกันตรง ๆ ว่าต้องหาเลี้ยงตัวเอง คุณแม่ผมเปึนแค่ โรคแผลกดทับที่แผ่นหลังตรงก้นกบครับ รักษาอยู่โรงพยาบาลต่างจังหวัดก็เปึ้นโรงพยาบาล ระดับศูนย์นะครับเกือบป้ไม่ดีขึ้น ผมเอาเข้ากรุงเทพฯ มาอยู่โรงพยาบาลดังโรงพยาบาลหนึ่ง ในกรุงเทพฯ ครับ อยู่มาก็หลายเดือน จ่ายตรงผมเบิกได้ครับเพราะเปึนคุณแม่ผม ต้องเสียเดือนหนึ่งแสนกว่าบาทครับ เขาบอกว่าแผลกดทับเปึ้นศัลย์กรรมตกแต่งไม่ใช่ป์วย ไม่ใช่ป์วยครับ ประหลาดไหมครับ เบิกไม่ได้เกือบทั้งหมดครับ แม้กระทั่งผ้าก๊อซ (Guaze) ป่ดแผล เดือนละแสนกว่าบาท อยู่มา ๗ เดือน ๙๐๐,๐๐๐ บาทแล้วกระมังครับ ฉะนั้น รัฐจะต้องไม่ให้เกิดโอกาส เกิดข้ออ้าง ต้องดูแลเรื่องสุขภาพ ต้องรับผิดชอบ รัฐต้องเปึ้นผู้นํา เรื่องสุขภาพ
ต่อไปในเรื่องของการสร้างงานครับ เมื่อสักครู่ตัวเลขเราพูดไปแล้วนะครับว่า วันนี้เรามี ๑๐ กว่าล้านคน ว่างงานอยู่ประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน ในไม่กี่ป้ข้างหน้า จะว่างงานประมาณ ๑๐ ล้านคน ถ้าเราไม่เตรียมความพร้อมน้ำผู้สูงวัยที่มีสุขภาพดี ตามข้อที่ ๑ นะครับ เราแก้ปัญหาเรื่องสุขภาพได้แล้วเราต้องจัดเข้ามาเข้าระบบงานครับ ต้องจัดประเภทงานให้เหมาะสม ลักษณะงานต้องเหมาะสมกับความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ ช่วงเวลาการทำงาน สถานที่ทำงานทำจากบ้านไปส่งเปึนชิ้นหรือจะมาทำ ที่ทำงานก็แล้วแต่ เครื่องมืออุปกรณ์ในการทำงาน ค่าตอบแทนต้องชัดเจนครับ เศรษฐกิจ ผู้สูงวัยต้องอย่างนี้ครับ ไม่ใช่ไปทำบ้านเพื่อผู้สูงวัย ไปทำลิฟต์ เพื่อผู้สูงวัย อันนั้นอุตสาหกรรม เพื่อผู้สูงวัยมันคนละเรื่อง ชื่อกับเนื้อต้องไปด้วยกัน ให้ผู้สูงวัยที่มีประสบการณ์ ด้านคอมพิวเตอร์นั่งใช้นิ้วครับ ไม่ใช่ให้ถือกระบองไปเปึน รปภ. นี่ตัวอย่าง แล้วตัวอย่าง พรรค์อย่างนี้เราเห็นมาเยอะครับ อย่างเช่นในกลุ่มสหภาพยุโรปอียู (EU) เขาชัดเลยครับ เขาบอกว่าแรงงาน ๕ คนต้องมีผู้สูงวัย ๒ คนกับอาชีพประเภทนี้ สำหรับอาชีพประเภทนี้ แรงงาน ๕ คนมีผู้สูงวัยได้เพียงคนเดียว เราทำไม่ได้หรือครับ ขอเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) เรื่องแรงงาน ๕ คน ตัวอย่างครับ เราเขียนไว้เลยครับว่าถ้าเปึนอาชีพประเภทนี้ แรงงาน ๕ คนให้มีแรงงาน ผู้สูงวัยที่ไม่เกิน ๖๕ ป้ ๑ คน ไม่เกิน ๗๐ ป้ ๑ คน มันก็จะเฉลี่ยไปตามสัดส่วนของแรงงาน ในเอกสารการศึกษาตรงนี้ไม่มีครับ ขออีกนิดเดียวครับ ปัญหานี้ปัญหาใหญ่เลยครับ เมื่อป้ ๒๕๕๔ น้ำท่วมหนัก ผมเองต้องออกไปช่วยน้ำท่วมในเขตปริมณฑลครับ ผมจะไม่บอกว่า เปึ้นที่ไหน เดี๋ยวจะทราบว่าเปึนจังหวัดปทุมธานี บ้านหลังหนึ่งครับ มีคนแก่นั่งอยู่ช้านชาลาบ้าน นัยน์ตารอความช่วยเหลืออยู่กับสุนัขตัวหนึ่ง ผมกับลูกน้องต้องไปแบกลงมาจากบ้าน แล้วถามว่าลูกหลานไปไหน คำตอบคือลูกหลานไปเช่าค่อนโดมิเนียมอยู่ในกรุงเทพฯ ทิ้งแม่เฝั้าบ้านกับสุนัขตัวหนึ่ง ผมกำลังพูดถึงผู้สูงวัยที่ถูกทอดทิ้ง สังคมไทยมีจุดแข็ง อยู่จุดหนึ่งก็คือความผูกพันระหว่างสถาบันครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ผมขออนุญาตนำไว้เปึน สิริมงคลครับ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงปกครองประเทศแบบพ่อปกครองลูก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันจะปกครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์ของ มหาชนชาวสยามก็คือเพื่อลูกทุกคน หน้าที่พลเมืองดี เด็กดี ๑๐ ประการ เด็กเอ๋ยเด็กดีต้องมี หน้าที่ ๑๐ อย่างด้วยกัน ๑. นับถือศาสนา ในข้อ ๕ จะยึดมั่นก็ตัญ็ู้มันหายไปไหนหมดครับ เมื่อสักครู่ท่านคุรุจิต นาครทรรพ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านบอกว่าท่านไม่อยากเห็นเลยครับ บ้านพักตากอากาศนิคมบางปูแล้วแย่งกันไปอยู่ ไปทิ้งคนแก่ไว้ นั่นสังคมยุโรป สังคมตะวันตก เราไม่ต้องการครับ ใครมีหน้าที่ตรงนี้ล่ะครับ ในแผนการปฏิรูปนี้จะต้องยึดโยงกัน กับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำจุดแข็ง ของสังคมไทยของครอบครัวไทยกลับมาใหม่สิครับ สร้างความรู้สึกจะยึดมั่นก็ตัญ็ู้ ถ้าครอบครัวดูกันดี พ่อแม่ดีมีสุขภาพดี มีฟ่ชออยล์ (Fish oil) อยู่แล้ว มีอาหารเสริม อยู่แล้วแต่ลืมกิน ลูกค่อยเตือนให้กิน ก็จะจำได้ไม่เปึนอัลไซเมอร์ (Alzheimer) สามารถ ไปทำงานได้ ต่อไปในเรื่องของการสร้างงานประชารัฐครับ รัฐกับเอกชนร่วมกันรับผิดชอบ ในแผนเท่านั้นแหละครับเศรษฐกิจของผู้สูงวัยก็จะดีขึ้น เวลาประกวดนางงามเกือบทุกเวทีครับ เวลาเขาถามว่ามีข้อคิดอย่างไร นางงามก็จะตอบว่าสวยอย่างมีคุณค่า แผนการปฏิรูปนี้ ผมขอให้ทำให้แก่อย่างมีคุณค่าครับ ให้เปึนมะพร้าวห้าวยิ่งแก่ยิ่งมัน ไม่ใช่กลายเปึ้นติดบ้าน แล้วต่อมาติดเตียง แล้วต่อไปติดเชิงตะกอน จริงอยู่ครับวาระสุดท้ายของผู้สูงวัยคงไปต่อไม่ได้ เมื่อเครื่องมันรวนหมดทุกระบบแล้ว แต่ก่อนที่จะไปถึง ณ จุดนั้นสังคมจะต้องดูแลผู้สูงวัยให้ เปึ้นคนแก่อย่างมีคุณค่า
สุดท้ายครับกระผมขอกราบขอบพระคุณ ขอให้กำลังใจ และจะขอบพระคุณ มากยิ่งขึ้นถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการจะได้นำสิ่งที่กระผมเสนอ สิ่งที่กระผมเพิ่มเติมเสริมแต่ง เข้าไปในแผนการปฏิรูปเพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขอบพระคุณด้วยความจริงใจครับ
ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปนะคะ เรียนเชิญท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ ที่ปรึกษา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และท่านกรรมาธิการนะครับ กระผม นายต่อพงศ์ เสลานนท์ สปท. ลำดับที่ ๕๙ ผมขออนุญาตที่จะใช้เวลาตรงนี้ ในการที่จะได้เชื่อมโยงในเรื่องของทางคณะกรรมาธิการที่ได้นำเสนอเรื่องเศรษฐกิจผู้สูงวัย กับเรื่องของคนพิการนะครับ แล้วก็จะขอได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม แต่ทั้งหลายทั้งปวง ก็ให้การสนับสนุนกับข้อเสนอนี้นะครับ ผมเรียนครับว่าในบรรดากลุ่มคนผู้สูงอายุนี่นะครับ ที่คณะกรรมาธิการได้ยกตัวอย่างแบ่งไว้ว่าเปึนกลุ่มที่ติดสังคม ติดบ้านและติดเตียง ต้องยอมรับความเปึนจริงนะครับว่าในกลุ่มที่เปึนผู้สูงอายุที่กลุ่มติดบ้านหรือติดเตียงนี่นะครับ มีจำนวนมากที่เปึนคนพิการ ต้องเรียนนะครับว่าเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วครับ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ได้พูดในรายการวันศุกร์นะครับว่ามีคนพิการ อยู่ประมาณ ๑.๗ ล้านคน ในบรรดา ๑.๗ ล้านคนนี้อยู่ในวัยแรงงานประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คน มีงานทำ ๒๐๐,๐๐๐ คน ยังไม่มีงานทำอีกประมาณเกือบ ๆ ๔๐๐,๐๐๐ คน ๕๐๐,๐๐๐ คน และคำถามว่าอีกล้านคนเขาไปไหน ผมเรียนให้ทราบครับว่าอีกล้านคนก็คือผู้สูงอายุครับ อีกล้านคนก็คือคนพิการที่เปึนผู้สูงอายุที่ไม่ได้พิการตั้งแต่เกิดนะครับ แต่พิการเพราะว่า อยู่ในช่วงอายุที่สูงขึ้น แล้วก็ร่างกายก็เสื่อมสภาพไปนะครับ แล้วก็กลายเปึนผู้สูงอายุ ที่ติดบ้าน ติดเตียงนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้จริง ๆ ก็จะมีกลุ่มเปัาหมายที่เกี่ยวเนื่องกัน อยู่ในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุที่ติดเตียงนี้อาจจะไม่ได้มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ผู้สูงอายุมากนัก แต่ว่าก็เกี่ยวข้องกับในเรื่องสังคมค่อนข้างมากนะครับ เพราะว่าทุกคน ที่อยู่ในสภาวะนั้นก็มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนตัว แล้วก็สิ่งที่ภาครัฐต้องดูแลค่อนข้างสูง ดังนั้น แล้วถ้าเราสามารถทำให้คนพิการเองนี่นะครับ หรือคนที่จะเดินเข้ามาสู่ความพิการด้วยการ สูงอายุนี้นะครับลดน้อยลง หรือเปึนผู้สูงอายุที่ติดเตียงนี่นะครับ โอกาสที่เขาเหล่านั้น จะมีคุณภาพชีวิตที่ดียาวนานขึ้น หรือว่าโอกาสที่ประเทศหรือภาครัฐต้องดูแลในส่วนของ งบประมาณมากขึ้นก็เปึนสิ่งที่น่าดำเนินการนะครับ น่าสนับสนุน ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า สิ่งที่คิดว่าเปึ้นหัวใจของคนทุกคนนี่นะครับ ก็คือการที่แต่ละคนในวิถีการใช้ชีวิตสามารถ ที่จะมีความหวังแล้วก็รู้ว่าวันข้างหน้าจะทําอะไร อนาคตจะเปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นแล้ว การสร้างความหวัง แล้วก็ทำให้ความหวังต่าง ๆ เปึ้นจริงเปึนเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตที่แท้จริง ของมนุษย์ครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ท่านอำนวยอภิปรายเมื่อสักครู่นี้นะครับหรือที่ผม บอกว่าผู้สูงอายุที่กลายเปึนคนพิการแล้วก็กลายเปึนผู้ป์วยติดเตียงส่วนใหญ่มาจาก เขาหมดหวังครับ เขาอยู่ในสังคม อยู่กับญาติพี่น้อง ลูกหลาน ภายใต้สภาพจิตและความคิดว่าเขาเปึนภาระ เขาเปึนส่วนเกิน เขาเปึนส่วนที่ไม่สร้างให้เกิดประโยชน์อะไร ฉะนั้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ในการที่ถ้าทำให้ผู้สูงอายุสามารถที่จะสร้างผลผลิตและมีรายได้ให้ยาวนานที่สุด ผมแบ่งเปึน ๒ ประเด็นอย่างนี้นะครับที่อยากจะฝากท่านกรรมาธิการไว้ว่า ปัญหาเฉพาะหน้าก็คือ กลุ่มผู้สูงอายุที่สูงอายุแล้ว แล้วจะทำอย่างไรกับเขา ซึ่งอันนี้ก็คงจะเปึนปัญหาโจทย์ใหญ่ ที่หลายภาคส่วนต้องเข้ามาช่วยกัน กับอีกส่วนหนึ่งผมเรียนครับว่า ถ้าคนที่อายุ ๕๐ ป้ หรือตั้งแต่ ๔๐ ป้ก็แล้วแต่ วันนี้เขารู้เลยว่าวันข้างหน้าถ้าเขาสูงอายุเขาจะมีความหวังอย่างไร หรือเดินไปไหนได้ต่อ น่าจะเปึนสิ่งที่ทำให้ช่วงการเปลี่ยนผ่านของแต่ละช่วงอายุเปึนไป ด้วยความราบรื่น เพราะฉะนั้นในตัวรายงานฉบับนี้ผมอยากจะเสนอเพิ่มเติมว่าควรจะมีการ พูดคุยหรือว่าการกำหนดในส่วนของภาคแรงงานว่าจะเตรียมการอย่างไรที่จะทำให้คนคนนั้น เขาสามารถที่จะรู้ตัวเองว่าอนาคตหลังจากเกษียณอายุแล้ว เขาจะเดินไปทางไหนต่อ ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่เปึนผลกระทบทางเศรษฐกิจสำคัญก็คงจะเปึนการคงกำลังซื้อของประเทศไว้ ถ้าเกิดประเทศมีผู้สูงอายุเยอะ และส่วนใหญ่เปึนคนที่ไม่มีรายได้ กำลังซื้อของประเทศ ตกต่ำลงก็คงจะเปึนผลกระทบมหาศาลทางเศรษฐกิจ แล้วก็ในเรื่องเกี่ยวกับกำลังการผลิต ทีนี้มาดูในส่วนของภาคปฏิบัติผมมี ๒-๓ ประเด็นครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าต้องเรียนว่ากระทรวงหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องนี้น่าจะมีหลายภาคส่วน แต่ผมคิดว่าที่สำคัญก็คือกระทรวงที่ดูแลกลุ่มคน ทั้งผู้สูงอายุและคนพิการ ท่านประธานลองชวนท่านกรรมาธิการมาดูกรมกิจการผู้สูงอายุ สิครับที่รับผิดชอบกลุ่มเปัาหมายตามข้อเสนอนี้โดยตรง ก็จะพบความเปึนจริงทั้งบุคลากร ทั้งงบประมาณ ทั้งทรัพยากรต่าง ๆ ขาดแคลน เพราะฉะนั้นแล้วจะทำอย่างไรให้บทบาท การเปลี่ยนผ่านหรือการฝั๊กอาชีพ หรือว่าการทำให้ผู้สูงอายุนั้นมีทักษะเหมาะสมกับอาชีพ ที่เขาจะทำมันเปึนได้โดยความรวดเร็ว อาจจะพึ่งพิงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไหม หรือว่าอาจจะพึ่งพิงสถานศึกษา สปช. เก่า ระดับประถมศึกษาที่บอกจะยุบ จะหลอมรวม จะทำอย่างไรให้หน่วยต่าง ๆ เหล่านั้นเปึ้นที่ที่จะสร้างคนที่ผู้สูงอายุให้กลับมามีอาชีพมีงานทำ
ประเด็นที่ ๒ ของผมก็คือผมคิดว่าประเด็นที่กรรมาธิการได้นำเสนอนี้ ในเรื่องหนึ่งเปึ้นเรื่องที่คิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งก็คือเรื่องเกี่ยวกับการพูดถึง ผลิตภัณฑ์ พูดถึงสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่เอื้อให้ผู้สูงอายุสามารถที่จะใช้งานได้ ไม่ว่าจะเปึน ข้าวของ เสื้อผ้า ระบบคมนาคมขนส่ง ทำอย่างไรให้เขาช่วยเหลือตัวเองได้มากที่สุด เพราะว่า เมื่อก้าวสู่การเปึนผู้สูงอายุท่านก็จะมีความพิการ ไม่ใช่คนพิการครับ มีความพิการแฝงอยู่ แล้วผมเรียนนะครับว่าถ้ามองในเชิงสภาพปัญหาประเทศไทยในกลุ่มอาเซียน (ASEAN) เราเจอสภาพปัญหาสังคมผู้สูงวัยก่อน แต่ถ้าเกิดมองว่าเปึนโอกาส ยังมีประชากรในอาเซียน (ASEAN) อีกหลายร้อยล้านคนที่จะสูงวัยตามมาครับ เพราะฉะนั้นถ้าวันนี้เราสามารถปรับตัว โครงสร้างอุตสาหกรรม ปรับวิธีคิด นำเอาเรื่องยูนิเวอร์ซัลดีไซน์ (Universal Design) หรือ เรื่องการออกแบบที่เปึนสากล นำเรื่องการเข้าถึงเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ มาผนวกกับ แนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทั้งหลาย ผมก็เชื่อว่านอกจากผู้สูงอายุไทยจะได้ใช้ของดี และมีคุณภาพ ผู้สูงอายุในอาเซียน (ASEAN) ก็จะได้ใช้ของดีและมีคุณภาพที่ผลิตจาก เมืองไทยเช่นเดียวกัน
ท้ายสุดครับ ผมเห็นด้วยและสนับสนุนกับการที่จะทำให้โซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ (Social Enterprise) หรือว่าองค์กรที่เรียกว่า ๓ พี (3P) หรือประชารัฐก็แล้วแต่เปึนกลไกในการ ที่จะขับเคลื่อนหรือสร้างรายได้ที่แท้จริงให้กับตัวผู้สูงอายุ ผมคาดหวังครับว่าตัวชุดข้อเสนอนี้ จะได้มีการกระจายโอกาสกระจายหน่วยที่ว่านี้ไปให้ครอบคลุมผู้สูงอายุให้ได้มากที่สุดในสังคมไทย ซึ่งมีอยู่จำนวนมากมาย ท้ายสุดนี้ก็ขอให้กำลังใจแล้วก็ขอให้ข้อเสนอนี้ได้ผ่านความเห็นชอบ แล้วก็ได้นำไปสู่ทางปฏิบัติอย่างรวดเร็วครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปเรียนเชิญท่านนายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ อดีตเลขาธิการ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตประธานกรรมาธิการ การปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส เรียนเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพครับ มีเพื่อน ๒ คนอายุ ๙๐ กว่าป้ เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นอนุบาลครับ แล้วก็คบห้าสมาคมกันมาตลอด ครอบครัวก็เติบใหญ่ลูกหลานก็แยกย้ายกันไปอยู่หมด สามีก็เสียชีวิตจากไปก็มาอยู่ด้วยกันเปึนเพื่อนกันจนอายุ ๙๐ กว่าครับ เช้าวันหนึ่งตื่นขึ้นมา เพื่อนคนแรกก็ถามบอก ขอโทษนะเธอ เธอชื่ออะไร เพื่อนคนที่สองก็บอกว่า ไม่ต้องขอโทษหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะตอบ เพราะว่าฉันก็จำชื่อฉันไม่ได้เหมือนกัน ก็เปึ้นเรื่องของผู้สูงวัยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อําพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยังพอจำชื่อได้ครับ ๖๔ ป้เศษนะครับ ซึ่งเพิ่งผ่านการบริหารองค์กรมาเมื่อไม่กี่เดือนนี้ ก็แสดงว่า คนไทยนั้นอายุ ๖๐ ป้ก็ยังสามารถทำงานได้ แต่จะอยู่ถึง ๙๐ ป้เหมือนกับเพื่อน ๒ คนนั้น ที่จำชื่อกันไม่ได้หรือเปล่าก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าข้อเสนอ ของคณะกรรมาธิการที่เสนอต่อสภาในวันนี้เปึนเรื่องที่ดีมากนะครับ เปึนเรื่องที่มีคนเขาบอกว่า จากการวิจัยในหลาย ๆ ประเทศที่ผ่านมาแล้วเรื่องเกี่ยวกับผู้สูงวัยมักจะพูดคุยกันก่อนเวลา ลงมือทำและมักจะช้าไปประมาณ ๑๐ ป้ถึง ๒๐ ป้เสมอ ของบ้านเราพูดกันเรื่องสังคมสูงวัย เยอะมาก แล้วก็มีการพัฒนาข้อเสนอต่าง ๆ แต่การที่ปฏิบัติสู่การปฏิบัตินั้นยังไม่เร็ว แล้วก็ยังต้องใช้เวลาอีกมากทีเดียวซึ่งก็เปึนเรื่องที่ดีที่ท่านได้นําเสนอเรื่องนี้ ในฐานะที่ผมเอง ได้เคยเปึนประธานกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและ ผู้ด้อยโอกาสของ สปช. ในตอนนั้นเราได้เสนอเรื่องของข้อเสนอการขับเคลื่อนการปฏิรูป สังคมสูงวัย ผมอยากจะย้ำคําว่า สังคมสูงวัย ซึ่งเปึนภาพใหญ่กว่าเรื่องผู้สูงวัยครับ สังคมสูงวัย เราพูดว่าเปึนการปฏิรูประบบรองรับสังคมสูงวัย หมายความว่าต้องจับที่ระบบไม่ใช่จับเรื่อง ตัวย่อย ๆ ที่ไปมุ่งแต่แค่ผู้สูงวัย คณะชุดนั้นเรามีดอกเตอร์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง เปึนประธาน แล้วก็มี การขับเคลื่อนข้อเสนอไว้ ๒ รอบส่งไปสู่รัฐบาลครับ วันนี้เรามีคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านสังคมก็มีคณะอนุกรรมาธิการที่ดูแลเรื่องนี้ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจท่านได้กรุณาจับเรื่องประเด็นเศรษฐกิจมา วันนี้ท่านใช้คำว่า เศรษฐกิจผู้สูงวัย ถ้าผมฟังดูก็คือเล็กลงไปเยอะไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจรองรับสังคมสูงวัย ท่านมา โฟกัสที่ผู้สูงวัยซึ่งก็ไม่ว่ากันนะครับ เปึนเรื่องที่ท่านได้พยายามเจาะลึก ถ้าพูดถึงสังคมสูงวัย ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ มันจะสับสน ๒ เรื่องนี้เสมอ ในระหว่างผู้สูงอายุ หรือผู้สูงวัยกับสังคมสูงวัยหรือสังคมสูงอายุ วันนี้ประเทศไทยเราเข้าสู่สังคมสูงวัยนะครับ ไม่ใช่แค่มีผู้สูงอายุ ๖๐ ป้เกินจำนวนที่เขาบอกว่าเข้าสู่สังคมสูงวัย ไม่ใช่เพียงแค่สูงวัยสมบูรณ์ ในอีกไม่กี่ป้ข้างหน้า และไม่ใช่เพียงแค่สูงวัยสุดยอดในอีกประมาณ ๒๐ ป้ข้างหน้า ระบบและ โครงสร้างทั้งสังคมเราเปึนสังคมสูงวัยครับ ข้อที่ ๑ แน่นอน คนที่มีอายุเกิน ๖๐ ป้ มากเข้าเกณฑ์ครับ ท่านได้ชี้แจงในรายงานแล้วก็ ท่านกรรมาธิการได้กล่าวถึงแล้ว ผมอยากจะย้ำจุดนี้เพื่อจะสร้างความเข้าใจไปทั้งสังคมด้วย นะครับ ผมคิดว่าท่านกรรมาธิการท่านเข้าใจเรื่องนี้ แต่ท่านเจาะเฉพาะเรื่องก็เปึนเรื่องที่ สามารถเดินหน้าต่อไป เปึนจิ๊กซอว์ (Jigsaw) อันหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนภาพใหญ่ ให้เห็น สังคมสูงวัยเพิ่มขึ้นแน่นอน สังคมสูงวัยนั้นวิธีคิดของสังคมก็ชราครับ ความรู้ เทคโนโลยีชีรา ระบบและโครงสร้างการจัดการสังคมทุกภาคส่วนชราไปด้วย นี่คือเรื่องใหญ่ กว่าเรื่องผู้สูงอายุครับ สังคมเราคิดอ่านอาจจะไม่ทันโลก ไม่ทันสังคมไปข้างหน้า วันนี้คนรุ่นใหม่ เขาไม่ได้คิดเหมือนคนรุ่นเก่า แต่เครื่องไม้เครื่องมือการบริหารแผ่นดิน การบริหารประเทศ ทุกภาคส่วนเราเปึ้นเครื่องไม้เครื่องมือและเทคโนโลยีเดิม วิธีคิดเดิม เพราะฉะนั้นถ้าเราจะ รับมือกับสังคมสูงวัยดูเหมือนจะต้องคิดอ่านมากกว่าเรื่องการจัดการ เรื่องเกี่ยวกับผู้สูงวัย และเศรษฐกิจเปึนส่วนหนึ่งครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่า เราจับประเด็นสังคมสูงวัยที่อายุ ๖๐ ป้ คือผู้สูงอายุ ๖๐ ป้ เมื่อสักครู่ผมขึ้นต้นว่า ในสภาแห่งนี้มีหลายท่านพูดถึง ก็มีคนอายุเกิน ๖๐ ป้เปึนส่วนใหญ่ เมื่อเช้าผมมาแท็กซี่ แท็กซี่ก็อายุเกิน ๖๐ ป้นะครับ ยาม คนเก็บตั๋วต่าง ๆ ตามศูนย์การค้าก็เกิน ๖๐ ป้ทั้งสิ้น แท็กซี่บอกผมว่าตอนนี้ไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาขับแท็กซี่เลย บ้านเขาไม่มาแล้วที่จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อก่อนบอกมาขับแท็กซี่เยอะ วันนี้มีแต่คนรุ่นเก่าครับ เราไปเห็นในประเทศญี่ปุ์นชัดเจนนะครับ แท็กซี่นั้นคนสูงวัยทั้งสิ้นนะครับ สังคมเรา เขาเปลี่ยนผ่านไปแล้ว ประเด็นตรงนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าเมื่อเราจับที่ ๖๐ ป้ เราก็จะ เผชิญแบบนี้ครับ แต่ถ้าเราขยับอายุเปึน ๖๕ ป้ เพราะวันนี้คนแข็งแรงครับ การแพทย์ การสาธารณสุข การศึกษา ผู้คนรู้เรื่องราวต่าง ๆ มากขึ้น อายุยืนขึ้นชัดเจนครับ แต่เรายัง วางไว้ที่เดิม เรายังไม่ขยับอะไร พอไปพูดถึง ๖๕ ป้ ก็มีคนจะไปยกกระบิของข้าราชการย้าย การเกษียณ ๖๐ ป้ เปึ้น ๖๕ ป้ ก็มีแรงต้าน เพราะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง ถ้าเกษียณ ๖๐ ป้ แล้วบอกว่าสูงวัยที่ ๖๕ ป้ ก็จะต้องมีคัดกรองเพื่อคนที่เหมาะสมกับการทำงานในวัยสูงวัย ตรงนี้ก็สร้างงานได้อีกเยอะเลยนะครับ แต่อย่าไปยกเปึ้นทั้งกระบิ คณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสชุดที่แล้วได้ตั้งคณะทำงาน ทำงานร่วมกับ ก.พ. ครับ เพื่อที่จะศึกษาแล้วก็ จะกำหนดเรื่องของราชการ เพราะต้องยอมรับว่าระบบราชการบ้านเรานั้นจะเปึ้นตัวนำ ถ้าขยับอะไรคนอื่นก็ขยับด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องนั้นยังไม่ได้มีการสานต่อว่าจะขยับอย่างไร แต่ไม่ควรจะยกกระบิทั้งกระบิไปครับ เพราะผู้บริหารในราชการถ้าสูงวัยก็จะมีความคิด ความอ่านแบบคนรุ่นเก่า คนรุ่นใหม่เขาควรจะเข้ามาแทน ถ้ามีความสามารถเฉพาะอะไรก็ไป ทำงานที่สามารถเฉพาะนั้น มีการประเมิน มีการดูผลผลิต ผลิตภาพต่าง ๆ ก็มีการขยับ ขับเคลื่อนไปได้ ผมคิดว่าเรื่องอายุขณะนี้ที่เราพูดกันเราวางตายตัวอยู่ที่ ๖๐ ป้มาตลอด เรายังไม่ได้ขยับตัวนี้ครับ แต่แน่นอนคน ๖๐ ป้ เมื่อบอกว่าเกษียณ เราก็พยายามที่จะบอกว่า พยายามให้เขาเปึนพลังนะอย่าเปึนภาระ ซึ่งถูกครับ ที่ท่านคิดนั้นถูก ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าเราไปสนามบินจะพบว่าช่องที่เข้าให้เราผ่านการตรวจความปลอดภัย เขาเขียนอายุ ๗๐ ป้แล้วนะครับ ถึงผ่านช่องพาริตี (Parity) แสดงว่าการกำหนดอายุนั้น มันอยู่ที่เกณฑ์ที่เรากำหนด ๖๐ ป้เข้าไม่ได้ ๖๕ ป้เข้าไม่ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็คือเรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากกราบเรียนว่าเรื่องจุดที่เราจะเรียกว่าผู้สูงวัยนั้น ในแต่ละงานแต่ละเรื่องอาจจะ แตกต่างกันไป ตรงนี้ต้องคิดครับ ไม่เช่นนั้นเราก็เหมาโหลอยู่ตลอดที่ ๖๐ ป้ ทำไมเราไม่ขยับ ในบางเรื่องนะครับ และจะทำให้เขาไม่ถูกอยู่ในเกณฑ์ผู้สูงวัย แต่แน่นอนขยับอันนี้ก็จะไป กระทบกับเบี้ยผู้สูงอายุ อันนั้นก็ว่าไปนะครับ ซึ่งก็ไม่ควรจะไปกระทบกับสิ่งที่ประชาชน เขาได้อยู่แล้ว
ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธาน กรอบความคิดปฏิรูประบบรองรับสังคมสูงวัยนี้ มันมีด้วยกันทั้งหมด ๔ เรื่องด้วยกัน คณะชุดที่แล้วท่านดอกเตอร์เจิมศักดิ์และคณะใช้เปึน รูปภาพดอกลำดวนครับ ดอกลำดวนแทนผู้สูงวัย แต่มันมี ๓ กลีบ เขาได้เขียนเปึน ดอกลำดวนพิเศษเปึน ๔ กลีบ ๑. คือเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งอันนี้คือส่วนที่ท่านกรรมาธิการ เสนอครับ ๒. คือเรื่องเกี่ยวกับสังคม ๓. เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ และ ๔. เกี่ยวกับ เรื่องสวัสดิการและบริการสาธารณะ ผมจะไม่พูดถึงรายละเอียดอื่น ๆ เรื่องเศรษฐกิจ ผมมาเฉพาะเรื่องนี้ ประเทศเรามีตัวเลขชัดเจนว่าคนที่เข้าสู่สูงวัยนั้นจนก่อนแก่ครับ และเมื่อแก่แล้วยิ่งจนหนักเพราะค่าใช้จ่ายสูง บางท่านก็กล่าวไปแล้ว ค่ารักษาพยาบาล ค่าอะไรต่าง ๆ สิ้นเนื้อประดาตัวได้ ติดหนี้ติดสินได้มากมายนะครับ ประเทศสิงคโปร์ก็ดี ประเทศญี่ปุ์นก็ดี เขารวยก่อนแก่ครับ เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจเปึ้นเรื่องใหญ่ ผมคิดว่า เรื่องเศรษฐกิจพอพูดถึงสังคมสูงวัยมี ๒ ส่วนครับ
ส่วนที่ ๑ คือพูดถึงเศรษฐกิจทั้งของสังคมว่าจะไปอย่างไรกัน เพราะว่า คนวัยแรงงานน้อย คนวัยที่อายุมากขึ้น สูงขึ้น มากขึ้น จะปรับระบบเศรษฐกิจอย่างไร นะครับ เพราะไม่เช่นนั้นภาษีก็ดี รายได้ของรัฐก็ดีมันไม่เหมือนเดิมนะครับ
ส่วนที่ ๒ คือเศรษฐกิจสำหรับผู้สูงวัยเอง ซึ่งวันนี้ถ้าดูแล้วท่านก็โฟกัสตรงนี้ และโฟกัสเรื่องเศรษฐกิจใหญ่ด้วย แต่ผมคิดว่าภาพใหญ่ยังไม่ชัดครับ จะทําอย่างไรให้คําพูดว่า เราจะปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อผู้สูงวัยก็ดี หรือเพื่อสังคมสูงวัยก็ดี คิดทั้งหมด คิดให้ครบนะครับ จิ๊กซอว์ (Jigsaw) เหล่านี้ถ้าคิดไม่ครบแล้วไปทำแบบไม่ครบถ้วนมันจะไม่ทันสถานการณ์ ปัญหาหรือไม่นะครับ ในช่วงป้ ๒๕๕๘ สปช. เราได้ผลักดัน กอช. ซึ่งมีกฎหมายรองรับตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๔ นะครับ ขออนุญาตขอเวลาท่านประธานสักนิดหนึ่งนะครับ สปช. ได้เห็นชอบด้วย เอกฉันท์เปึนมติแรก ๒๑๒ เสียง เมื่อเดือนธันวาคม ป้ ๒๕๕๗ เสนอรัฐบาลผลักดันเรื่องนี้ รัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้ไปแล้วเมื่อป้ ๒๕๕๘ เพื่อจะขยายฐานการออมของประชาชน ที่อยู่นอกระบบทั้งหมดให้มีการออม ซึ่งเปึนการออมที่น้อยมากนะครับ ถ้าท่านไปดูแล้ว จำนวนเงินที่เขาเก็บอ้อมนั้นน้อยมาก แต่ยังดีที่มีการเริ่มต้นเมื่อป้ ๒๕๕๘ ขณะนี้ท่านเสนอไว้ ในนี้เรื่องขยายฐานไปถึงชุมชน ผมคิดว่าไม่พอครับ ข้อเสนอที่เราได้เสนอไว้ในกรรมาธิการ สมัย สปช. เราเสนอให้ผลักดันไปสู่ระบบบำนาญแห่งชาติครับ บำนาญแห่งชาติจะต้องเข้ามา ซึ่งมีคนศึกษาไว้เยอะ ท่านต่อยอดได้ไม่ยากนะครับ แค่ไปพึ่งพิง กอช. ให้ขยายไปครอบคลุม ไม่พอครับ เงินน้อยมาก เมื่อสักครู่สมาชิกบางท่านพูดถึงค่าใช้จ่ายบางครั้งเดือนละเปึ้นหมื่น เปึ้นแสนนะครับ กอช. นิดเดียว ชาวบ้านจะทำอย่างไร คนอีก ๒๐ ล้านคน ๓๐ ล้านคน นั่นจะทําอย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องการขยายบํานาญแห่งชาติมีการเสนอไว้ ก็กราบเรียนฝากท่านไว้
ทีนี้มาดูที่เปึนข้อเสนอของท่านนะครับ ท่านได้เสนออยู่ประมาณ ๓-๔ เรื่อง เพื่อจะประหยัดเวลาผมก็จะมาเชื่อมโยงเฉพาะบางส่วนนะครับ เมื่อสักครู่นี้กล่าวถึงเรื่อง บำนาญแห่งชาติไปแล้ว ผมกล่าวถึงไปแล้วประเด็นหนึ่งคือเรื่องของอยากจะให้ท่านดูนโยบาย เรื่องการปฏิรูประบบเศรษฐกิจใหญ่สำหรับสังคมสูงวัยและสําหรับผู้สูงอายุหรือผู้สูงวัยนั่นเอง ท่านได้เสนอไว้ให้ไปทําเรื่องนี้เปึนวาระแห่งชาติไปในยุทธศาสตร์ ๒๐ ป้ คงไม่มีใครค้านท่าน นะครับ แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ควรจะเปึ้นเฉพาะเศรษฐกิจผู้สูงวัย ควรจะเปึนการปฏิรูประบบ เศรษฐกิจรองรับสังคมสูงวัย ผมพูดซ้ำหลายที่เพื่อจะย้ำนะครับ ไม่ใช่เศรษฐกิจผู้สูงวัยครับ เปึ้นเรื่องใหญ่กว่านั้น
อันที่ ๒ ท่านเสนอตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน เมื่อสักครู่นี้ท่านป้ติพงศ์ได้ กล่าวถึงแล้วว่า ก็ไม่รู้ว่าจะใช้สูตรไหน ก็ใช้กรรมการ ผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ผมฝากแต่ข้อ ๓ ข้อ ๓ ท่านเสนอยกระดับสถาบันเทคโนโลยีเพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ เพื่อจะมาทำหน้าที่ เปึ้นหน่วยบริหารจัดการขับเคลื่อนนโยบายร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน มีอํานาจสั่งการด้วย ภายใต้กำกับกรรมการชุดนี้ ผมฝากกราบเรียนท่านกรรมาธิการท่านไปตรวจสอบเช็ก (Check) อีกนิดหนึ่ง ผมไม่แน่ใจว่าท่านยกระดับกรรมการหน่วยตรงนี้ขึ้นมาทำหน้าที่เปึ้น กลไกนโยบายนี้ถูกฝ่าถูกตัวหรือยัง ผมไม่ได้บอกไม่ถูกนะครับ เพียงแต่ให้ท่านตรวจสอบว่า ถูกฝ่าถูกตัวหรือยัง เพราะคณะที่ท่านทำส่วนใหญ่ท่านมาจากสายเทคโนโลยี ท่านเลยคิด ตรงนี้หรือเปล่า ถ้าจะขับเคลื่อนนโยบายมันควรจะอยู่ที่ไหนครับเรื่องเศรษฐกิจของสังคมสูง วัยนี้ กระทรวงการคลังหรือเปล่า เกี่ยวกับกระทรวง พม. ไหม เกี่ยวกับหน่วยตรงไหนหรือไม่ หรือมันจะเปึนหน่วยเทคโนโลยีคนพิการและผู้สูงอายุนะครับ อันนี้ผมไม่แน่ใจ มันก็จะ กลายเปึนเรื่องเศรษฐกิจสำหรับกลุ่มคนพิการและผู้สูงอายุ ไม่ได้ดูเศรษฐกิจเพื่อรองรับสังคม สูงวัยทั้งสังคมหรือไม่ อันนี้ฝากกราบเรียนนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าถูกฝ่าถูกตัวหรือไม่
ถัดมานะครับท่านประธาน ขอเวลาอีกนิดเดียวครับ คือเมื่อเราพูดถึง การร้องรับสังคมสูงวัยเราก็เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ท่านกำลังจะเปลี่ยนภาระเปึ้นพลัง การจะ เปลี่ยนภาระเปึนพลังต้องการนโยบาย ต้องการระบบ ต้องการความรู้เทคโนโลยีและต้องการ การเปลี่ยนผ่านเรื่องต่าง ๆ ในสังคม เมื่อก่อนเราคิดว่าคนที่ประกอบการไม่ว่าอะไรเปึนคนวัย แรงงาน วันนี้เรากำลังมองว่าคนที่อายุ ๖๐ ป้ ๖๕ ป้ ๗๐ ป้ก็สามารถทำงานที่หลากหลาย ตามความถนัดข้องเขา รายละเอียดมีมากเลยนะครับว่าเราจะทำอย่างไร ผมเคยไปดูที่ ประเทศอิสราเอลนะครับ คุณยายอายุ ๙๐ ป้ แต่ละวันท่านได้ทำงานนะครับ ท่านนั่งรถ วีลแชร์ (Wheelchair) มีเครื่องกดแล้วท่านมาบรรจุช้อนใส่ซองทำงานได้หมดทุกคนครับ รายละเอียดมีมากมายในการจัดการให้ไปสู่ความเปึนจริงในการทำงาน เราจะใช้ฐาน อะไรครับ ฐานชุมชนหรือไม่ ใครจะเปึนคนพัฒนาความรู้ความสามารถทักษะต่าง ๆ ใครจะเปึนคนจ้างงาน มีระบบการตอบแทนอย่างไร ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้ใหญ่โตมหึมา ซึ่งท่านเสนอไว้ก็เปึนเรื่องที่ดีครับ
สุดท้าย ด้วยความเคารพท่านประธาน ท่านคณะกรรมาธิการครับ กระผม คิดว่าอยากจะกราบเรียนเสนอว่ามีบุคคลที่ทำเรื่องเหล่านี้หลายคนนะครับ ผมดูที่ท่าน มีผู้มาร่วมเปึ้นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการส่วนใหญ่ท่านมาจาก เทคโนโลยีหมดเลย คนเหล่านี้ตอนที่อยู่ใน สปช. เราได้เชิญท่านเหล่านั้นมาร่วมทำแล้วครับ ไม่ว่าจะเปึนคนที่ทำด้านสังคม คนที่ทำด้านเศรษฐกิจ เช่น ดอกเตอร์สมชัย จิตสุชน นักวิชาการที่ดีอาร์ไอ (TDRI) ท่านจับประเด็นวิเคราะห์เรื่องข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ เกี่ยวกับเรื่องอะไรต่าง ๆ นี่ผมเคยฟังท่านแล้วมีเปเปอร์ (Paper) ละเอียดมาก ดอกเตอร์วรเวศม์ สุวรรณระดา ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์วิพรรณ ประจวบเหมาะ ท่านเหล่านี้มีองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสังคมสูงวัยเยอะมากทั้ง ๔ ด้าน ด้านเศรษฐกิจด้วย นะครับ ดอกเตอร์ประกาศิต กายะสิทธิ์ ที่ สสส. นี่ก็มีความรู้เยอะมาก คุณปรีดา เตียสุวรรณ์ เราเชิญท่านเข้ามา ท่านส่งเสริมและผลักดันมากเลยคือเรื่องโรงงานและที่ประกอบการ ใกล้บ้านใกล้ชุมชนครับ อันนี้เรื่องเศรษฐกิจครับ และมันจะพันไปเรื่องสังคม เรื่องความ เปึนอยู่ เรื่องการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพราะฉะนั้นดูเหมือนการคิดเรื่องเศรษฐกิจผู้สูงวัยนั้น ต้องมีการคิดที่กว้างกว่านี้และก็ไปสู่เรื่องของเศรษฐกิจรองรับสังคมสูงวัย ทั้งหมดนี้ ก็กราบเรียนด้วยความเคารพ แล้วก็ชื่นชมที่ท่านได้มีความพยายามตั้งใจในการจะขับเคลื่อน การปฏิรูปเรื่องนี้ แต่ในฐานะที่ผมได้มีส่วนร่วมทํามาในตอนที่เปึ้นด้านสังคม ซึ่งขณะนั้น ท่านอาจารย์สมชัยท่านอยู่ในคณะนั้นด้วยนะครับ เรามองภาพกว้างใหญ่กว่านี้และมีเรื่องราว หลายเรื่องที่ควรจะเปึนจิ๊กซอว์ (Jigsaw) ประกอบเข้าด้วยกัน ท่านจะพิจารณาเปึนประการใด ก็ขึ้นอยู่กับท่านเห็นสมควรครับ ขอบพระคุณท่านประธาน ขออภัยที่ใช้เวลาเกินครับ
ขอบพระคุณคุณหมออำพลนะคะ มีสมาชิกขออภิปรายเพิ่มขึ้นอีก ๒ ท่าน รวมเปึนทั้งหมด ๘ ท่านนะคะ ท่านที่ ๖ เรียนเชิญท่านกษิต ภิรมย์ อดีตเอกอัครราชทูต ประจำหลายประเทศ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อดีตสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เรียนเชิญค่ะ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ สปท. เบอร์ที่ ๗ นะครับ ท่านประธานครับ เรากำลังพิจารณางานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ ผมขอเน้นคำว่า เศรษฐกิจ นะครับ และพอพูดถึงเรื่อง ของเศรษฐกิจผู้สูงวัยหรือว่าเศรษฐกิจของสังคมผู้สูงวัยนั้น ผมก็อยากจะให้เราเน้นไปที่ ประเด็นของเศรษฐกิจของการผลิตทางด้านอุตสาหกรรม เศรษฐกิจการบริการ แล้วก็ เศรษฐกิจหรือว่าอุตสาหกรรมทางด้านการอำนวยความสะดวกต่อผู้สูงอายุ ตัวผลิตภัณฑ์ ตัวการบริการแล้วก็สิ่งของใช้ที่เปึนของสาธารณะ ที่ขึ้นรถยนต์ ทางเดินเท้าอะไรต่าง ๆ ที่จะ อำนวยความสะดวกต่อผู้สูงวัยเปึนสำคัญ แล้วก็ในการนี้เราก็ต้องถามว่าแล้วเศรษฐกิจ การผลิตของเราและเศรษฐกิจการบริการนั้น เราจะมุ่งความเปึนเลิศหรือไม่อย่างไร ผมว่าอันนี้ น่าจะเปึนหัวใจของเรื่องของงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจที่เราได้พูดกันเรื่องเศรษฐกิจสมัยใหม่นะครับ ดิจิทัลอีโคโนมี (Digital Economy) อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ที่ได้คุยกันมาในช่วง ๔-๕ เดือนที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นผมสนใจแล้วก็อยากจะขอเสนอว่าเราควรจะมุ่งความเปึนเลิศของประเทศไทย ในอุตสาหกรรมการผลิตที่จะไปรองรับความต้องการของผู้สูงวัย และอุตสาหกรรม ของการบริการ อุตสาหกรรมของการที่จะมีการอำนวยความสะดวกต่อผู้สูงวัยเปึ้นสำคัญ ในการนี้ต้องทำลิสต์ (List) ออกมาครับว่าจะมีอุตสาหกรรมกี่ประเภท มันก็ขยายไปจนถึง อาหารเสริม อาหารที่หุงต้มกินได้ง่ายรวดเร็วสำหรับผู้สูงอายุ แล้วก็การใช้ระบบดิจิทัล (Digital) ในการที่จะดูแล มันก็เปึนอีกอุตสาหกรรมหนึ่งของการดูแลต่าง ๆ เหล่านี้ ผมว่าเราน่าจะมานั่งคุยกันให้มันละเอียดสักนิดหนึ่งเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ที่จะรองรับสังคมผู้สูงวัย เอกสารที่แจกมาก็ยังไม่ครบทีเดียว อยากจะให้ทําให้มันละเอียด กว่านี้ และให้มีการปรึกษาหารือของ สปท. กับรัฐบาลถือว่าส่วนหนึ่งก็แล้วกัน กับทางแวดวง วิชาการคือบรรดามหาวิทยาลัยของรัฐเกือบ ๒๐๐ มหาวิทยาลัยว่าด้วยเรื่องของการ ค้นคว้าวิจัยแล้วก็พัฒนา ทางสภาวิจัยแห่งชาติ สำนักงานกองทุนส่งเสริมการวิจัยในฐานะ ผู้มีกองทุนควรจะเข้ามาด้วย แล้วก็ส่วนที่ ๓ ก็คือทางภาคเอกชน สภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย สมาคมธนาคารพาณิชย์ของไทย มันต้องมาร่วมกันใน การที่จะมาทําร้ายการหรือว่าลิสต์ (List) อุตสาหกรรมที่จะรองรับสังคมผู้สูงวัยว่าเราจะมี นิช (Niche) หรือมีความเปึนเลิศ มีความเปึนพิเศษในอุตสาหกรรมย่อย ๆ เหล่านี้กี่แขนง แล้วมันจะเปึนแนวทางอุตสาหกรรมใหม่ทั้งเพื่อรองรับภายในประเทศ ในกรอบของ ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) แล้วก็เปึนสินค้าที่จะส่งออกได้ ผมกําลังพูด ในเรื่องที่เปึนเรื่องเกี่ยวกับกายภาพจับต้องได้อันนี้เปึนสำคัญ เพราะฉะนั้นเอกสารที่เสนอมาแค่นี้ ไม่เปึนการเพียงพอ แล้วก็การประสานงานกับทางภาคเอกชนและภาควิชาการยังไม่มีความ แน่ชัด มันต้องมีแผนงานในการที่จะขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเปึ้นศูนย์กลางที่จะผลิตสินค้า บางชนิดที่รองรับสังคมสูงวัยทั้งในประเทศไทยแล้วก็ในต่างประเทศด้วย อันนั้นก็เปึน ประเด็นที่ ๑ นะครับ
ส่วนอันที่ ๒ เรื่องสวัสดิการการที่จะเพิ่มทักษะอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่า คงจะไม่ใช่หน้าที่ของคณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจ เปึนด้านสังคมซึ่งจะประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แล้วก็แวดวงมหาวิทยาลัย แล้วก็พวกองค์การมหาชน แล้วก็บรรดาเอ็นจีโอ (NGOs) ต่าง ๆ เหล่านี้มันก็เปึ้นอีกเรื่องหนึ่งเพราะมันเกี่ยวกับตัวคนแล้วมันไม่ได้เกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ แต่ถ้าบอกว่าอยากจะเอาผู้สูงอายุเปึนปัจจัยการผลิต เปึนแฟกเตอร์ ออฟ โพรดักชัน (Factor of production) อันนี้ตัวเลขต้องให้แน่ชัดว่า ณ วันนี้สมมุติว่าเรามีผู้สูงอายุเกินอายุ ๖๐ ป้ประมาณ ๑๐ ล้านคน ต้องแบ่งออกมาเปึนประเภทว่าใครช่วยตนเองไม่ได้ แล้วก็ ใครไม่อยากทำงาน แล้วใครก็ไม่อยากจะเรียนรู้เพิ่ม มันจะเหลือกี่แสนคนครับที่จะเอามาเปึน ปัจจัยของการผลิตเปึนแฟกเตอร์ ออฟ โพรดักชัน (Factor of production) และเมื่อได้ ตัวเลขอันนี้แล้วจะฝ๊กอบรมเขาอย่างไรเพื่อจะรองรับงานประเภทไหน มันอาจจะมีงาน ทางด้านสังคม ทางด้านมนุษยธรรม งานในโรงงาน งานทางด้านเศรษฐกิจบริการต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็จะเข้าไปทดแทนแรงงานต่างประเทศจากพม่าประเทศเพื่อนบ้านอีก ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ได้กี่เปอร์เซ็นต์ แล้วจะฝ๊กอบรมกันอย่างไร ใครเปึน ผู้ฝ๊กอบรม จะมอบให้เปึนกระทรวงแรงงานหรือว่ากรมการศึกษานอกโรงเรียนของ กระทรวงศึกษาธิการ ตัวเลขมันต้องแน่ชัดครับว่าจริง ๆ แล้วเราพูดกันมันมีกี่หมื่นกี่แสนคน ที่จะเอาคนอายุเกิน ๖๐ ป้ไปแล้วมาเข้าสู่ระบบการทำงาน ทั้งที่อยู่ในโรงงานแล้วก็ที่อยู่ นอกโรงงานนะครับ นอกจากนั้นแล้วมันก็ต้องไปคิดด้วย แล้วก็การที่จะต่ออายุเกษียณ จาก ๖๐ ป้ เปึน ๖๕ ป้ เปึน ๗๐ ป้ ซึ่งทางฝ์ายยุติธรรมก็ได้เริ่มทำแล้ว ทางฝ์ายวิชาการก็ได้ เริ่มแล้ว ทางฝ์ายข้าราชการประจําหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจว่าอย่างไร จะให้มีการปฏิบัติ ที่มันทัดเทียมกันไม่มีการเลือกปฏิบัติระหว่างข้าราชการทุก ๆ ประเภทของสังคมไทย หรือเปล่า แล้วถ้าเผื่อยืดอายุเขาไปได้จาก ๖๐ ป้ ไป ๗๐ ป้ โดยที่เขาไม่ต้องมายุ่งกับงานบริหารนะครับ แต่ว่าไม่ต้องมาเปึนอธิบดี ไม่ต้องมาเปึนปลัดนะครับ ทำงานทางด้านวิชาการของกระทรวง ทบวง กรมนั้น มันก็จะลดจำนวนผู้สูงอายุไปได้อีกสิบป้อีกจำนวนหนึ่ง โดยที่ไม่ต้องมี รีเทรนนิ่ง (Retraining) ต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าต้องคิดให้รอบคอบทั้ง ๒ ประเด็นคือ ทางด้านกายภาพของผลิตสินค้าอะไรต่าง ๆ กับอันที่ ๒ เกี่ยวกับตัวมนุษย์คือผู้สูงอายุนะครับ ผมคิดว่าเอกสารที่ได้เสนอมาไม่เปึนการเพียงพอ และมันก็มีความสับสนว่าจะพูดกันในเรื่อง อุตสาหกรรมการผลิตเกี่ยวกับสินค้าที่จะไปรองรับผู้สูงอายุ หรือว่าจะพูดกันผู้สูงอายุเปึน ปัจจัยการผลิตทางด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรม หรือจะเปึนเรื่องของสวัสดิการที่จะต้องมา ดูแลคนชรา ถ้าเผื่อดูแลคนชราเปึ้นเรื่องสวัสดิการไม่ใช่งานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจครับ อันนี้ต้องแยกแยะเสียให้ชัดนะครับ แล้วก็จะมาพูดกัน ในทำนองบอกว่าทั้งหมดที่ผมเสนอกันมาหลายท่าน รวมทั้งท่านอำนวยด้วยแล้วก็บอกว่า จะบรรจุเข้าไปแล้วจะไปปรับปรุง ผมว่ามันต้องมาตกลงกันให้แน่ชัดเสียก่อนว่า คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจจะทําอะไร จะทําเกี่ยวกับคน หรือจะทำเกี่ยวกับอุตสาหกรรมนะครับ แล้วมันก็จะได้ไปโยงกับคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และที่สําคัญทั้งหมดผมพูดหลายครั้ง จะทําอะไรมันต้องมีสถิติ สถิติทั้งประเภทของ อุตสาหกรรมที่จะรองรับสังคมสูงอายุ แล้วก็สถิติผู้สูงอายุ ทุกครั้งที่เสนอกันเข้ามาก็มักจะ ไม่มีตัวเลข แล้วก็จะมีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติ มีนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ผมก็ค้านทุกที เพราะเรามากด้วยคณะกรรมาธิการ และผมก็ไม่ค่อยจะแน่ใจว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีท่านนั่งเปึนประธานร่วมเปึ้นร้อยคณะนี่ แล้วจะมา ปฏิรูปประเทศกันอย่างไรครับ คือทำงานกันลักษณะนี้คิดกันแบบนี้อยู่ในระบบ แล้วก็เปึ้นระบบราชการมันก็ไปไม่ได้ครับ มันไม่มีความคล่องตัว และมันก็เพิ่มอำนาจไว้ที่ ส่วนกลางอยู่ตลอดเวลา แล้วก็หลาย ๆ งานมอบไปให้เอกชน ไปให้เอ็นจีโอ (NGOs) ไปให้ ท้องถิ่นเขาทำได้ เราก็ไม่ยอมที่จะตัดสินใจกัน และเราพยายามที่จะยึดอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง กันอยู่ตลอดเวลานะครับ ผมก็ขอกล่าวแค่นี้ครับท่านประธาน
ดิฉันเห็นว่าประเด็นของท่านกษิตเปึ้นประเด็นที่ควรจะมีการทำความเข้าใจ กันก่อน เพราะว่าการอภิปรายของสมาชิกก็จะเปึน ๒ ด้าน ด้านหนึ่งก็จะเปึนเศรษฐกิจ ของผู้สูงวัยคือมุ่งเน้นที่ตัวผู้สูงวัยว่าจะให้มีงานทำ จะมีการฝ๊กอบรม จะมีฐานข้อมูล แต่ของท่านกษิตพูดว่าเปึนเศรษฐกิจที่จะรองรับสังคมผู้สูงวัยหรือไม่ เพราะฉะนั้นในชั้นนี้ ดิฉันอยากจะให้คณะกรรมาธิการช่วยกรุณาตอบสั้น ๆ ว่ารายงานของท่านมันคือส่วนไหน ให้ท่านเคลียร์ (Clear) ประเด็นท่านกษิตเสียก่อนนะคะ แล้วท่านสมาชิกอีก ๓ ท่าน ที่ขออภิปรายจะได้อภิปรายต่อถูกในประเด็นเดียวกัน ขอบคุณค่ะ เชิญกรรมาธิการค่ะ
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ หลักการตั้งชื่อปกติก็จะตั้งชื่อที่มีความสั้น และกระชับ อย่างที่ผมกราบเรียนในตอนต้น ความจริงชื่อเรื่องในวันนี้คือเศรษฐกิจสีดอกเล่า ซึ่งแปลมาจากคำว่า ซิลเวอร์อีโคโนมี (Silver Economy) ซึ่งครอบคลุมไปทั้งระบบ เศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องว่าทำอย่างไรจึงจะมีระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ส่งเสริมให้ผู้มี ผมสีดอกเล่ามีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ ทำอย่างไรจึงจะมีระบบนิเวศทางภาครัฐ ระบบนิเวศทางภาคเอกชนหรือภาคธุรกิจที่จะนำไปสู่สังคมของผู้มีผมสีดอกเลาดังกล่าว เพราะฉะนั้นถึงแม้จะใช้คำว่า เศรษฐกิจผู้สูงวัย แต่หมายความรวมถึงระบบนิเวศ หรืออีโคซิสเต็ม (Ecosystem) ทั้งหมดที่จะทำให้ผู้สูงวัยเปึนผู้สูงวัยที่มีชีวิตเหมือนกับคนปกติ ทั่ว ๆ ไป มีคุณภาพชีวิตที่ดี เศรษฐกิจจะปฏิรูปอย่างไรเพื่อไปสู่ทิศทางดังกล่าว เพราะฉะนั้น ถึงแม้ว่าโดยตัวอักษรอาจจะดูแคบ แต่โดยเนื้อหานั้นครอบคลุมในสิ่งที่ท่านกษิตมีความ ประสงค์ ในสิ่งที่ท่านอำพลอยากจะมองเห็น และในสิ่งที่กรรมาธิการท่านอื่น ได้มีความห่วงใยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณมากค่ะ ชัดเจนนะคะ ชื่อคงจะสั้นไปหน่อย ต่อไปก็เหลืออีก ๓ ท่าน เชิญท่านสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา ประธานกรรมการธนาคาร อาคารส่งเคราะห์ เชิญค่ะ เดี๋ยวก่อนท่านสุรชัยจะพูดดิฉันขออนุญาตนิดหนึ่งนะคะ ขอให้ท่านกษิตต่อเนื่องก่อนค่ะ เชิญท่านกษิตค่ะ
ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. เบอร์ ๗ ครับ คือผมได้รับคำตอบเปึนปรัชญาครับ ผมว่าคำถามมันง่ายว่าจะแยกเรื่องอุตสาหกรรม ออกจากการดูแลผู้สูงอายุหรือไม่ แต่ถ้าเผื่อจะเอาผู้สูงอายุเปึนปัจจัยการผลิต ผมต้องการ ตัวเลขเสียก่อนว่ามีกี่หมื่นกี่แสนที่จะเอาเข้ามาอยู่ในภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรมได้ ต้องแยก เสียก่อนนะครับ หรือว่าส่วนใหญ่ของผู้สูงอายุแล้วต้องไปอยู่ที่กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์แล้วก็หน่วยงานอื่น ๆ อย่าสับสนครับ แล้วผมอยากจะฟังในเรื่อง ของการผลิตทางด้านอุตสาหกรรม ทางด้านบริการ เครื่องมือเครื่องใช้ อาหาร ถนนหนทาง ส้วม ทางเดินทั้งหมดที่จะทำมาเพื่อจะรองรับผู้สูงอายุ ผมต้องการคำตอบที่มั่นใจว่าเราต้องการ ที่จะมุ่งไปที่อุตสาหกรรม เรื่องตัวบุคคลสูงอายุเปึนเรื่องของสวัสดิการมากกว่าที่จะให้มาเปึน ปัจจัยทางการผลิต ต้องพูดให้ชัดครับ คำตอบยังไม่ชัด ต้องขอประทานโทษด้วยครับ ท่านประธาน
ท่านสถิตย์จะกรุณาตอบอีกทีไหมคะ
ขอบพระคุณ ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านกษิต ภิรมย์ ระบบนิเวศในภาคธุรกิจ ที่กล่าวถึงก็คือสิ่งที่ท่านปรารถนา ก็คือทำอย่างไรที่จะให้มีระบบการผลิตและระบบบริการ ที่ตอบสนองต่อผู้สูงวัย ซึ่งระบบนิเวศทางภาคธุรกิจนี้เองที่ไม่เพียงแต่ตอบสนอง ความต้องการของผู้สูงวัย แต่เปึนธุรกิจที่ทำให้เศรษฐกิจมีส่วนในการพัฒนาและเติบโตขึ้น อีกด้วย เพราะว่าสิ่งที่ผู้สูงวัยต้องการทั้งทางด้านการผลิตและทางด้านการบริการนั้น มีหลายรูปแบบ ทั้งในเรื่องของสุขภาพที่เรียกว่าอีเฮลท์ (e-Health) หรือดิจิทัลเฮลท์ (Digital Health) ต่อไปทุกอย่างไม่จำเปึ้นที่จะต้องไปหานายแพทย์ถึงโรงพยาบาล อีเฮลท์ (e-Health) หรือดิจิทัลเฮลท์ (Digital Health) สามารถที่จะช่วยได้ ระบบแอปพลิเคชัน (Application) ที่นายแพทย์แต่ละคนมีกับคนไข้สามารถที่จะทำให้คนไข้ผู้ป์วยรวมถึงผู้สูงวัย สามารถติดต่อกับนายแพทย์ผ่านทางแอปพลิเคชัน (Application) เหล่านี้ เหล่านี้เปึนธุรกิจ ที่จะเกิดขึ้น หรือว่าในเรื่องของสมาร์ตโฮม (Smart Home) ก็เช่นเดียวกัน ก็จะต้องมีการ สร้างบ้านที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงวัย อุปกรณ์ที่ใช้ ราวที่ใช้ในการจับ หรือว่าอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงวัย แม้กระทั่งการใช้หุ่นยนต์ในการให้ยาเมื่อถึงเวลาที่กำหนดโดยไม่ต้อง มีใครเตือน เหล่านี้ล้วนแต่เปึนธุรกิจที่รองรับผู้สูงวัยทั้งสิ้น
ในด้านสถิตินั้นต้องขออภัยท่านกษิต ภิรมย์ ว่าคณะทำงานได้เอาสถิติเท่าที่มีอยู่ ในปัจจุบันได้นำมาเสนอในรายงานชิ้นนี้ แต่ว่าแน่นอนที่สุดอย่างที่ท่านกษิตพูดเรายังจะมี สถิติอีกมากที่จะต้องจำแนกให้เกิดความชัดเจน แต่ว่าถ้าเราจะรอให้เราได้สถิติเหล่านั้น ครบถ้วนก่อนที่จะทำอะไรอาจจะเข้าสุภาษิตโบราณที่บอกว่า กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้ เพราะฉะนั้น ณ วันนี้เราเริ่มต้นในสิ่งที่เรามีอยู่ทำการปฏิรูปทางด้านเศรษฐกิจสำหรับผู้สูงวัย เท่าที่ข้อมูลมีอยู่แต่ความสำคัญก็คือเราต้องเริ่มต้นวันนี้ วันที่สังคมเข้าสู่ผู้สูงวัยแล้ว ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานกรรมาธิการตอบชัดแล้วนะคะ ต่อไปก็เชิญท่านสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ได้เลยค่ะ เชิญค่ะ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม สุรชัย ดนัยตั้งตระกูล สมาชิก สปท. ๑๗๑ ครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณท่านกรรมาธิการและ ท่านผู้เชี่ยวชาญที่ได้มาทำรายงานฉบับนี้ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าเรื่องผู้สูงวัยมันแยกไม่ออก จริง ๆ ระหว่างว่าเปึ้นทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม ซึ่งมันก็เหมือนโลกปัจจุบันนี้ว่าเศรษฐกิจ มันไปเกี่ยวข้องกับทุกส่วน ไม่ว่าส่วนของตั้งแต่เด็กทารกแรกเกิดขึ้นมาจนถึงสูงวัย จนถึงไป เข้าสุสาน ไปวัดนี่นะครับ มันเปึนเรื่องเศรษฐกิจทั้งนั้น สิ่งที่ผมอยากจะช่วยเสริมทางกรรมาธิการก็คือว่าเรื่องของผู้สูงวัยคงจะต้องเปึนสิ่งที่ ไม่ต้องไปบรรจุวาระอะไรทั้งสิ้นนะครับ มันเปึนสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ ภาระของรัฐต่อไปในอนาคต สิ่งซึ่งจะต้องเปึนค่าใช้จ่ายที่มากมายก่ายกองก็คือเรื่องการดูแลคนสูงวัย คนสูงวัยไม่ว่า จะมีลูกหลานร่ํารวย ตัวเองร่ํารวย หรือคนสูงวัยที่มีฐานะยากจน ล้วนแต่เปึนภาระของรัฐ ทั้งสิ้น คนละรูปแบบนะครับ กระทรวง พม. อาจจะดูแลอีกแบบหนึ่ง กระทรวงการคลัง อาจจะต้องดูแลอีกแบบหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่ผมจะเรียนขอบคุณท่านกรรมาธิการก็คือว่า เมื่อท่านยกขึ้นมานี้มันก็เปึนส่วนหนึ่งซึ่งทาง สปท. เราจะได้ริเริ่มเข้าไป คนส่วนใหญ่ก็จะมองว่า ภาระของคนสูงวัยก็ไปอยู่ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เท่านั้น แต่สิ่งที่ผมอยากจะยกเข้ามาเสริมท่านกรรมาธิการก็คือเรื่องของเงินนะครับ เมื่อรัฐมีหน้าที่ จะต้องดูแลคนสูงวัย ไม่ว่าคนสูงวัยจะมีฐานะดีหรือไม่ดีก็แล้วแต่ ดูแลคนละรูปแบบ สิ่งที่รัฐ จะต้องลงไปใช้จ่ายก็คือเงิน ถ้ารายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ออกไปแล้วมีการปฏิบัติ สิ่งที่จะลดภาระให้แก่รัฐบาลก็คือค่าใช้จ่ายของรัฐที่จะต้องมี เราเปึนการเตรียมการไว้นะครับ เตรียมการไว้ปัองกัน ไม่ใช่ว่ามีปัญหาทางด้านของผู้สูงวัยแล้วเราถึงมาทำที่หลัง ผมก็เลย ขออนุญาตเบื้องต้นก็คือสนับสนุนรายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ แต่ขณะเดียวกันนะครับ ผมอาจจะเปึนคำตอบที่เปึ้นรูปธรรมได้ ในกรณีของรายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ที่ท่านเขียนขึ้นมาถึงเรื่องความต้องการของผู้สูงอายุนะครับ ซึ่งความเห็นผมก็ตรงกันนะครับ ก็คือเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ท่านประธานได้พูดถึงมา ผมจะเน้นเรื่องที่อยู่อาศัย เพราะว่า โดยอาชีพการงานของผมแล้วปัจจุบันนี้ผมได้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่อยู่อาศัยของคนไทย ที่อยู่อาศัยที่ทางด้านของกรรมาธิการได้ลงในวาระการขับเคลื่อนนี้ผมบอกไว้ยังไม่ชัดเจน ผมอยากจะขออนุญาตจะเปึนการเสริมหรือการยกตัวอย่างอย่างที่ท่านกษิตบอกก็ได้ว่า ในกรณีที่วาระการขับเคลื่อน ข้อ ๒.๑.๒ (๑) ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ผลิต ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และบริการด้านผู้สูงอายุ แล้วก็มองไปถึง (๒) (๓) (๔) ไปทั้งหมดนี้นะครับ มันขาดไปจุดหนึ่งซึ่งเปึนปัจจัยสำคัญของผู้สูงอายุก็คือเรื่องที่อยู่อาศัย ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุแล้วมันเริ่มต้นจากที่การเตรียมการครับ เตรียมการที่จะเกษียณ มีท่านต่อพงศ์ที่อภิปรายไปถึงว่าคนที่อายุ ๕๐ ป้ สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่รัฐจะต้องเตรียมการ เหมือนกัน คนที่อายุ ๕๐ ป้เขาจะเกษียณภายในอีก ๑๐ ป้ข้างหน้า เมื่ออายุ ๖๐ ป้ ๕๕ ป้ ตอนนั้นข้อกู้เงินจากแหล่งสถาบันการเงินเพื่อที่จะซื้อที่อยู่อาศัยลำบากแล้วครับ เพราะว่า ยังมีรายได้ประจำอยู่อีกแค่ ๕ ป้ ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ท่านกรรมาธิการจะต้องส่งเสริมก็คือว่า การเตรียมการของคนเหล่านี้ในการที่เขาจะเกษียณอายุนะครับ ที่อยู่อาศัยอีกประการหนึ่ง นะครับที่จะต้องเตรียมการต่อไปก็คือ เมื่อเขาเปึ้นผู้สูงอายุแล้ว เกษียณอายุแล้วคนที่มีฐานะ ยากจน มีท่านสมาชิกหลายท่านที่พูดถึง แต่อาจจะไม่ได้ระบุชัดเจนก็คือ อย่างกรณี ไปอยู่บ้านผู้สูงอายุบ้านบางแคนะครับ ซึ่งท่านประธานบอกแล้วว่าอาจจะมีคนไปเยี่ยม ครั้งแรก ๆ ก็อาทิตย์ละหน ต่อมาก็เดือนละหน ต่อไปก็ลืมเลยไม่ไปเยี่ยม นั่นเปึ้นลักษณะหนึ่ง อีกลักษณะหนึ่งก็คือคนที่ค่อนข้างจะมีฐานะ ก็ไปซื้อบ้านของสภากาช้าดไทย เพื่อใช้เปึน ที่อยู่อาศัยในบั้นปลายของชีวิต พวกเหล่านี้จะมีกรรมสิทธิ์เปึนของตัวเอง ซึ่งขณะนี้ ในประเทศไทยเรามีในกิจการของรัฐมีเท่านี้เองนะครับ แต่ส่วนของเอกชนก็มีเอกชน บางส่วนซึ่งเขาทำสำหรับคนมีฐานะซึ่งอยู่แถวจังหวัดพระนครศรีอยุธยานะครับ ก็มีทำธุรกิจ เปึ้นสำหรับคนผู้สูงอายุโดยเต็มรูปแบบ มีอีกส่วนหนึ่งทางด้านเหนือนะครับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ์นก็เข้ามาทำธุรกิจนี้กัน แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมอยากจะให้กรรมาธิการ ส่งเสริมก็คือว่า ธุรกิจเหล่านี้เปึนธุรกิจที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์อยากทำ แต่ต้นทุนสูง นะครับ ต้นทุนสูงเพราะอะไร เพราะว่าบ้านเหล่านี้ถ้าเปึนบ้านในเชิงราบก็ต้องทําเปึนบ้าน ที่ไม่มีระดับ พื้นผิวจะต้องปูด้วยวัสดุไม่ลื่น จะต้องมีทางรถวีลแชร์ (Wheelchair) จะต้องมีหมอ มีพยาบาล มีใครทั้งหลายทั้งปวงซึ่งเปึนต้นทุน ซึ่งผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เขาไม่อยากลง เขาทำเฉย ๆ นะครับ ไม่ต้องไปทำตัวนั้นเขาก็ขายบ้าน ขายที่อยู่อาศัยก็ไม่ว่า ในรูปของอาคารชุดหรือบ้านเดี่ยวข้องเขา เขาก็ขายได้ สิ่งเหล่านี้จะต้องมีการจูงใจครับ ผมถึงอยากจะให้ทางท่านกรรมาธิการลงไปในจุดนี้ว่า จะแยกเปึนวาระของการขับเคลื่อน อยู่ในข้อใดข้อหนึ่งหรือจะแยกออกไปเปึนส่วนอื่นก็แล้วแต่ว่าจะต้องมีมาตรการทางด้าน สินเชื่อ ดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ประกอบการเหล่านี้นะครับ หรือถ้าผู้ประกอบการเหล่านี้ เขามีวัตถุประสงค์ในการทำนะครับ ก็สามารถที่จะลดหย่อนเขาทางด้านภาษีได้ นี่เปึนมาตรการที่ผมอยากจะเสนอในรายงานฉบับนี้นะครับ ในส่วนอื่นก็ขออนุญาต สนับสนุนนะครับว่าเรื่องของคนสูงอายุนี้เปึนเรื่องที่พวกเราหลีกเลี่ยงจากสังคมไทยไม่ได้ มันเปึนนอกจากสังคมไทยแล้วเปึนสังคมโลกที่จะต้องมี ดังนั้นสิ่งที่ท่านกรรมาธิการได้ศึกษา ได้เตรียมไว้ ผมก็เห็นว่าสร้างความมั่นคงเพื่อที่จะลดภาระต่อไป ผมขออนุญาตเสริมสั้น ๆ เท่านั้นครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปนะคะ เรียนเชิญท่านศิริชัย ไม้งาม อดีตประธานสหภาพ แรงงานของการไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทย เรียนเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สปท. ที่เคารพ ทุกท่านครับ กระผม นายศิริชัย ไม้งาม สมาชิก สปท. ลำดับที่ ๑๕๒ วันนี้ผมเองก็ต้องชื่นชมครับ จริง ๆ ก็มานั่งในสภาก็พยายามดูว่าเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับแรงงานนะครับ และผมก็คิดว่า คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ ได้หยิบยกในเรื่องของเศรษฐกิจ ผู้สูงวัย ซึ่งเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนส่วนใหญ่ ผมเองนั้นมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับผู้นำแรงงานและผู้ใช้แรงงานของประเทศซึ่งเปึ้นจำนวน ผมว่าเกือบ ๒๐ กว่าล้านคน ก็ได้เห็นเลยนะครับว่าชีวิตของคนที่ทำงานตั้งแต่เริ่มจนถึง เกษียณ เราต้องยอมรับครับว่าถ้าเราอยู่ในภาคราชการหรือในภาครัฐวิสาหกิจนั้น เราจะ ได้รับการดูแลเรื่องสวัสดิการจากรัฐเปึนอย่างดี แต่ถ้าถามว่าคนงานที่อยู่ในภาคเอกชนนั้น เขาเองก็ไม่ได้รับสวัสดิการอะไรมากไปกว่าที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดไว้ ดังนั้นนี่คือ ความแตกต่างที่อาจจะเห็นได้ชัดว่าผู้ใช้แรงงานในภาคเอกชนเขาเองนั้นขาดการวางแผน อนาคตในชีวิต เพราะส่วนใหญ่ก็จะอยู่กับเพียงแค่การทำงานเพื่อให้ได้รับค่าแรงค่าจ้าง ให้เพียงพอกับการดำรงชีพแค่นั้น ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือปัญหาหนี้สินและไม่มีการ วางแผนอนาคตในชีวิตหลังวัยเกษียณว่าจะทำงานอย่างไร แต่สิ่งที่เราเหนือความคาดหมาย วันนี้ผมเชื่อว่าคนที่อยู่ในระบบราชการและรัฐวิสาหกิจก็ไม่หลีกพื้นปัญหาเรื่องของหนี้สิน ไปได้หรอกครับ ถึงเรียนครับว่าเราไม่เคยที่จะดูแลและวางแผนในเรื่องของการใช้ชีวิตของ ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ สิ่งที่ตามมาคืออะไรครับ คือการทํางานที่ไม่มี ประสิทธิภาพ ผมเองอยู่ในองค์กรของผม แต่เดิมผมคิดว่าคนที่ทํางานอยู่ในราชการและ รัฐวิสาหกิจมีความภาคภูมิใจครับจากการเปึ้นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เปึนพนักงานของรัฐ แต่วันนี้ เราต้องยอมรับความจริงครับว่าในระบบเศรษฐกิจที่มันเกิดขึ้นก็คือการบริโภคนิยม การกระตุ้นการใช้จ่าย ถึงทำให้เปึนปัญหาหนี้สินที่เกิดขึ้น สิ่งที่จะแก้ครับ ผมเรียนครับว่า โครงการวันนี้คือที่การไฟฟั้าฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทยที่ผมเองอาจจะยกตัวอย่าง เพราะเริ่มแล้ว เราทำมาประมาณสัก ๔ ป้ ๕ ป้ ก็คือโครงการรักสุขภาพและรักออม เพื่อจะชี้ ให้พนักงานได้เห็นว่า ถ้าเราไปใช้ช่วงเวลาก่อนเกษียณมาพูดกันนี่ก่อนเกษียณไม่ทันละครับ ดังนั้นการวางแผนอนาคตในเรื่องของสุขภาพนั้นต้องวางไปถึง ๑๐ ป้ย้อน อายุ ๔๐ ป้ อายุ ๕๐ ป้ อายุ ๕๕ ป้ ให้เห็นว่านี่คือการวางแผนของการที่จะใช้ชีวิตหลังจาก การเกษียณอายุราชการ รัฐเคยมีครับ โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด นั่นคือนโยบาย ในการที่จะปรับลดองค์กรของภาครัฐในภาครัฐวิสาหกิจและภาคราชการ เรามีประสบการณ์ ที่ได้เห็นครับว่าองค์กรรัฐวิสาหกิจนั้นได้มีโครงการต่าง ๆ เกิดขึ้น แต่วันนี้โครงการต่าง ๆ นั้น ได้หยุดไปอย่างสิ้นเชิงครับ เพราะเราขาดคน เราขาดบุคลากรที่จะไปทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะคนที่สูงอายุนั้นมีทักษะ มีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถครับ ถึงเรียนครับว่า เราน่าเสียดายมากว่าการเกษียณอายุที่กำหนดในภาคเอกชนนั้นอายุ ๕๕ ป้ ภาคราชการ และรัฐวิสาหกิจ ๖๐ ป้ แต่วันนี้ไปดูครับคนอายุ ๖๐ ป้นั้น ลุก (Look) หน้าตาท่านผมเรียน ครับว่าแทบจะไม่เชื่อครับว่าอายุ ๖๐ ป้ หลายคนทำงานไปจนถึงอายุ ๗๐ ป้ หรือ ๗๕ ป้ได้ แต่เนื่องจากในระบบที่เขียนไว้ว่า ๖๐ ป้ต้องเกษียณ ในภาคเอกชนครับกำหนดไว้ว่าจะต้อง ออกจากงานอายุ ๕๕ ป้ครับ ยิ่งกว่ารัฐวิสาหกิจ นี่คือความสูญเสียของประเทศที่เขาเอง อยู่ในระบบ ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการได้มีการหยิบยกครับ หลายส่วนผมชื่นชมและ เห็นชอบครับ
ในเรื่องแรกผมคิดว่าเรื่องของนโยบายเศรษฐกิจผู้สูงวัยที่ไปกำหนดอยู่ใน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ชาติเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ นั่นคือความชัดเจนจากนี้ไปที่ สังคมไทยถามว่ายุทธศาสตร์ทําเรื่องอะไร แต่เรื่องนี้ตอบคําถามได้นะครับว่านี่คือวางแผนไว้ สําหรับสังคมไทยในอนาคต
เรื่องของการแต่งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งกำหนดไว้มีหน่วยงานราชการ แต่ผม มาเป่ดดูนะครับว่ามีหน่วยงานภาคเอกชน ขออยากให้มีความชัดเจนครับ อยากเห็นในส่วนของ นักวิชาการ ในส่วนขององค์กรภาคประชาชน หรือแม้กระทั่งผู้มีส่วนได้เสีย อย่างเช่น สหภาพแรงงาน อันนี้ก็เปึนส่วนที่จะทำให้การวางแผนของคณะกรรมาธิการนั้นเปึ้นไป ครอบคลุมทุกภาคส่วน และการจัดตั้งองค์การมหาชนและวิสาหกิจครับเพื่อสังคม นั่นคือ การที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ที่ทำงานได้มีโอกาสได้เข้าใจในเรื่องของการวางแผน ในอนาคตและการบริหารจัดการครับ เพราะคนงานไม่มีความเข้าใจละครับ ทำงานมาทั้งชีวิต ไม่เคยมองเรื่องของการที่จะใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างไร ผมคิดว่าถ้ามีคณะกรรมการชุดนี้ ที่เกิดขึ้นจะช่วยในการที่ให้คนงานทุกภาคส่วนได้มีการวางอนาคตของตัวเองเพื่อที่ อย่างน้อย ๆ เขาเองก็ได้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในวัยเกษียณให้เปึนคนแก่ที่มีความสง่า และเปึ้นผู้ชราที่มีคุณภาพ ต้องขอชื่นชมนะครับ แล้วผมขอขอบคุณและสนับสนุนเศรษฐกิจ สำหรับผู้สูงวัยนะครับ เรื่องนี้ได้สอดคล้องกับสังคมไทยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตครับ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณค่ะ ต่อไป ๒ ท่านสุดท้ายนะคะ ท่านเพิ่มพงษ์ เชาวลิต อดีตเลขาธิการ คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามยาเสพติด เชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน สปท. ที่เคารพครับ กระผม เพิ่มพงษ์ เชาวลิต หมายเลข ๑๑๐ ครับ ก่อนอื่นก็ต้องขออนุญาตที่จะยกย่องแล้วก็ ชมเชยในสิ่งที่มีการเสนอครั้งนี้นะครับ เท่าที่สรุปในขั้นต้นก็คือการมองปัญหาผู้สูงวัยของ คณะกรรมาธิการแบ่งเปึน ๒ ส่วนครับ
ส่วนแรกคือมองฐานะผู้สูงวัยในฐานะที่เปึนโจทย์นะครับ คือเปึนโจทย์ หมายความว่าเปึนตัวที่จะต้องเข้าไปดำเนินการ เช่น การสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างสวัสดิการ อันนี้ก็เปึนข้อเสนอของชุดหนึ่งที่กรรมาธิการที่เสนอมานะครับ
อันที่ ๒ คือเปึนการมองผู้สูงวัยในฐานะที่เปึนเปัาหมาย ในฐานะที่เรากําลัง ก้าวไปสู่สังคมผู้สูงวัยก็จะเปึ้นเหตุหนึ่งที่ทำให้เพิ่มมูลค่าในเรื่องของการตลาด ของสุขภัณฑ์ อะไรต่าง ๆ ได้ อันนี้ก็คือเปึนการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจที่จะอย่างน้อยที่สุดคือกลุ่มผู้สูงวัย จะเปึนเปัาหมายลูกค้าอันหนึ่งที่จําเปึนต้องใช้บริการในด้านต่าง ๆ นะครับ อันนี้ที่เสนอเปึน ๒ ประเด็น ซึ่งผมคิดว่าก็ถือว่าเปึนการทํางานที่ครอบคลุมในส่วนนี้นะครับ แต่ว่าเมื่อได้อ่าน ในรายละเอียดในเชิงหลักการแล้วผมก็เห็นด้วยอย่างที่ท่านกษิต ภิรมย์ ได้เสนอนะครับ คิดว่าถ้าเราได้ลงในรายละเอียดในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเปึ้นประโยชน์อย่างสูงนะครับ เพราะ สิ่งที่เราพูดตรงนี้ก็ถือว่าเปึนหลักการที่ทุกฝ์ายคงเห็นด้วยอยู่แล้ว แต่ในรายละเอียดต่าง ๆ ก็คงจะต้องดำเนินการต่อนะครับ ผมมีข้อเสนออยู่ ๓ ประเด็น ๔ ประเด็นที่จะขออนุญาต ให้กับทางกรรมาธิการได้ไปพิจารณานะครับ
เรื่องแรกก็คือเรื่องค่านิยมกับความเปึนจริงทางสังคมที่เกิดขึ้น จริง ๆ จาก ตัวเลขสถิติข้อมูลทั้งหมดที่กรรมาธิการยกมาเราก้าวไปสู่สังคมผู้สูงวัย ไม่ว่าจะเปึนขณะนี้ หรือยิ่งเปึนอนาคตก็จะชัดเจนมากขึ้นนะครับ เราก้าวไปสู่ตรงนี้อยู่แล้ว แต่ว่าทางค่านิยม ของเราอาจจะยังไม่มีความชัดเจนนะครับ ถ้าท่านจะได้ยินมากมายถึงเรื่องของคนในวัยนี้ ๖๐ ป้อะไรต่าง ๆ นี่ เราก็มักพูดถึง ถึงเวลาที่ต้องพักผ่อนแล้วนะครับ แต่ว่าความเปึนจริงทางสังคมคนกลุ่มนี้กําลังจะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ เรากําลังจะอยู่ในขั้นตอนว่า จะพักผ่อนหรือจะทำงานต่อ ตรงนี้จะเปึนเรื่องที่มีความสำคัญนะครับ ผมคิดว่าเรื่องค่านิยม เปึ้นเรื่องใหญ่ ถ้าเมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้พูดหลายท่าน เรายกตัวอย่างที่ประเทศญี่ปุ์น ถ้าเราไปที่ประเทศญี่ปุ์นเราจะเห็นเลยเปึนสังคมที่เปึนค่านิยมของคนทํางานนะครับ คนที่ทํา แรงงานเบา ๆ ขับแท็กซี่ หรือว่าจัดรถต่าง ๆ ตามร้านต่าง ๆ เหล่านี้เราจะเห็นคนสูงวัยจำนวนมาก ฉะนั้นค่านิยมของประเทศญี่ปุ์นเขาชัดเจนว่าคนไม่ควรจะอยู่นิ่งเฉย ควรจะสร้างผลผลิต จะมากหรือน้อยก็แล้วแต่ ฉะนั้นคนสูงวัยจะไม่ใช่คนที่อยู่บ้านเฉย ๆ แต่เปึนคนที่ทำงาน งานเล็กงานน้อยก็ถือว่ามีเกียรติทางสังคมอย่างยิ่ง ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่เราจำเปึนจะต้องทำ เหมือนกันคือสร้างค่านิยมการทำงาน ที่ตามฐานะ ตามสภาพความเหมาะสมต่าง ๆ ตรงนี้เรา จำเปึ้นที่จะต้องสร้างให้เกิด แล้วก็เปึนสิ่งที่ถึงแม้ว่างานบางอย่างอาจจะด้อยไปกว่าที่ตัวเอง เคยทำในสมัยที่ยังไม่เกษียณอายุ แต่ว่านี่คือความมีเกียรติครับ ทุกคนที่มีการทำงานมีเกียรติ ทั้งสิ้น ผมคิดว่าสิ่งนี้เปึนเรื่องที่สำคัญ ในสังคมเรายังมีตรงนี้ที่ยังค่อนข้างที่จะยังขัดแย้งกันอยู่ ผมคิดว่าอยากจะให้กรรมาธิการได้พิจารณาตรงนี้ไปด้วย นอกจากจะมองในแง่ของวัย ของการสูงวัยอย่างเดียว เรื่องค่านิยมการทำงานเปึนเรื่องสำคัญอันหนึ่ง
เรื่องที่ ๒ คือการเป่ดโอกาสที่เปึนรูปธรรมนะครับ ผมคิดว่าที่จริงเราเขียน ในหลักการชัดเจนหมดแล้ว แต่ว่าการเป่ดโอกาสที่เปึนรูปธรรมเรายังมีการเขียนอยู่ แต่ก็ยังไม่ได้ชัดเจนเท่าที่ควร เรื่องที่ ๑ ผมคิดว่าสำคัญมาก็คือระเบียบราชการ อันนี้ผมคิดว่า ข้อเสนออันนี้จำเปึนต้องดูเรื่องกฎระเบียบราชการ เราประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศกันหลายเรื่องมาก เกือบทุกเรื่องจะมีการพูดถึงระเบียบราชการไม่เอื้ออำนวย เรื่องผู้สูงวัยก็เช่นเดียวกัน ท่านไปดูได้ระเบียบราชการเรายังไม่เอื้ออำนวยเท่าที่ควร ต่อการที่ทำให้เกิดจ้างงานในลักษณะแบบนี้ กรมใดกรมหนึ่งจะจ้างใครสักอย่างหนึ่ง คุณต้องไปตกลงกับกระทรวงการคลัง เปึนต้น ต้องไปให้กรมบัญชีกลางอนุมัติ ถึงจะเห็นชอบออกมา ทําไมเราไม่กำหนดเปึนหลักเกณฑ์ชัดเจน ไม่ว่าจะเปึนท้องถิ่น ส่วนราชการก็สามารถดำเนินการได้ภายใต้ระเบียบงบประมาณ ภายใต้กรอบงบประมาณ ที่เขามีอยู่โดยไม่ต้องไปของบประมาณเพิ่ม ตรงนี้ก็เปึนไปได้ ผมคิดว่าตรงนี้สามารถปฏิรูป ได้รวดเร็วนะครับ เราไปดูท้องถิ่นบางอัน การจ้างหรือการให้โอกาสกับคนทำงานเพื่อเปึน ประโยชน์ในท้องถิ่นเองก็ยังไม่สามารถทำได้ อันนี้ผมอยากให้ตรงนี้มีความชัดเจนขึ้นมา และเปึ้นรูปธรรมได้ชัดเจนนะครับ
อันที่ ๒ ก็คงเปึนภาคเอกชนจะไปเอื้ออำนวยอย่างไรบ้าง ตรงนี้ก็จะเปึน ประโยชน์อย่างยิ่งนะครับ กฎระเบียบตรงนี้จะเปึ้นเรื่องสำคัญ
อันที่ ๓ คือถ้าเราสามารถยกร่างตรงนี้ได้ ประเภทงานที่เหมาะสำหรับผู้สูงวัย มีอะไรบ้าง การใช้แรงงานขนาดเบาอย่างที่เราไปดูต่างประเทศ แรงงานขนาดเบาสามารถ ทําได้อยู่ ไม่ว่าจะเปึนขับแท็กซี่ต่าง ๆ เหล่านี้ อันที่ ๒ คือในฐานะที่เปึนที่ปรึกษา หรือเปึน ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือเปึนภูมิปัญญาของท้องถิ่น ผมคิดว่าส่วนนี้ยังขาดมาก หรือการให้ คำปรึกษาดูแล การเข้าซีลลิง (Ceiling) ต่าง ๆ ผู้สูงวัยสามารถทำได้เปึนประโยชน์อย่างสูง และจริง ๆ ในทางสังคมเราขาดตรงนี้อย่างมากมาย ราชการปกติทำได้ยากมาก เพราะคนใน ราชการปกติมีงานเยอะแยะ แต่คนหนึ่งที่เกษียณอายุไปแล้วสามารถทำงานตรงนี้ได้ ถ้าเรา สามารถเอื้ออำนวยให้กับการทำตรงนี้ให้ชัดเจนขึ้นมานี่ ผมคิดว่าจะเปึ้นรูปธรรมที่สามารถ จับต้องได้ และจัดเขียนระเบียบให้มันครอบคลุมทั้งหมดนี่ก็สามารถเปึ้นแนวทางให้ ทุกส่วนราชการหรือภาคเอกชนสามารถนำไปใช้ได้ ในการเลี่ยงภาษีได้ ลดภาษีหรืออะไร ต่าง ๆ เหล่านี้ได้นะครับ ผมคิดว่าจะเปึนเรื่องสำคัญ
อันที่ ๔ คืออยากจะเสนอความเห็น คือเมื่อสักครู่นี้ทางท่านศิริชัยได้พูดนี่ ก็น่าคิดเหมือนกันว่า คําว่า ผู้สูงวัยบางส่วนไม่ได้เปึนข้าราชการมาก่อน ไม่ได้เปึ้นรัฐวิสาหกิจ มาก่อน เปึนประชาชนธรรมดา แล้วก็ถือว่าเปึนจำนวนมากด้วย ไม่ได้มีหลักประกันอะไร ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ตรงนี้รัฐพยายามสร้างอยู่ ผมคิดว่ามันจะผูกพันอยู่ ๓ เรื่อง ๔ เรื่อง เรื่องของเศรษฐกิจผู้สูงวัยนี่มันผูกพันกับชุมชน แบบที่ท่านเสนอมานี่มันมี ๔ ประเด็น ที่เปึนเรื่องสําคัญนะครับ ซึ่งผมคิดว่าราชการเองก็กําลังรณรงค์อยู่ แต่ผมว่ายังขาดเรื่อง การบูรณาการจริง ๆ เรื่องแรก ก็คือถ้าเรามองในมิติชุมชนเรื่องสุขภาพ เรื่องที่ ๒ เรื่องการออม เรื่องที่ ๓ เรื่องสวัสดิการ เรื่องที่ ๔ เรื่องการเพิ่มพูนรายได้ ทั้ง ๔ อันนี้จะครอบคลุมประชาชนที่ไม่ได้ อยู่ในภาครัฐหรือภาครัฐวิสาหกิจมาก่อนเลย ๔ อันนี้ถูกโยงไปเปึนเรื่องของบริบทของชุมชน เข้มแข็ง ถ้าเราสามารถให้ชุมชนเข้มแข็งรวมทั้ง ๔ เรื่องนี้ได้มันจะเปึ้นเศรษฐกิจผู้สูงวัย หรือสวัสดิการผู้สูงวัยในชุมชนได้อย่างเปึนรูปธรรมนะครับ ถ้าเราทำตรงนี้ได้มันจะเกิด ประโยชน์อย่างมากนะครับ
สุดท้ายที่ผมอยากเสนอนิดหนึ่งคือคำว่า เปึนเจ้าภาพ เนื่องจากเรื่องนี้ ครอบคลุมหลายส่วน กรรมาธิการชุดนี้ได้เสนอให้มีกรรมการเกิดขึ้น เจ้าภาพของการดูแล เรื่องนี้จะเปึนใครนะครับ อาจจะเปึนเรื่อง พม. หรือถ้ายิ่งผูกพันกับเรื่องของการสร้างชุมชน เข้มแข็งตรงนี้แล้ว แล้วบูรณ์การทุกอย่างผมว่าผู้สูงวัยเข้าสามารถอยู่ได้ในชุมชนที่มีบริบท อย่างพร้อม ซึ่งผมว่าประเทศไทยเรามีตรงนี้อย่างมากถ้าเราสามารถสร้างตรงนี้ได้ชัดเจน ปรากฏในชุมชน ๔ อย่าง ๕ อย่างนี่ผมคิดว่าเรื่องเศรษฐกิจผู้สูงวัยจะเปึนประโยชน์อย่างสูง นอกนั้นก็จะเปึนเรื่องของภาคการปรับปรุงระเบียบภาครัฐหรือการเอื้ออำนวยให้เกิด สวัสดิการของภาคเอกชนตรงนี้ก็สามารถดำเนินการได้นะครับ ขออนุญาตเรียนเสนอคร่าว ๆ แค่นี้ครับผม
ต่อไปนะคะ ท่านสุดท้ายนะคะ ท่านสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ อดีตเลขาธิการสำนักงาน ประกันสังคม อดีตรองปลัดกระทรวงพลังงาน ท่านสุรินทร์มีเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) มาให้เราดูด้วยนะคะ เรียนเชิญค่ะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเป่ดพรีเซ็นเทชัน (Presentation))
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หมายเลข ๑๗๓ ตั้งแต่เช้าผมฟังท่านกรรมาธิการก็รู้สึกว่ามีความปลื้มป่ติ เพราะผม ก็สีดอกเล่าเช่นเดียวกัน และฟังจากเพื่อน ๆ สปท. อภิปรายแล้วก็มีความรู้สึกว่าชีวิตของผู้สูงอายุ ประเทศไทยมีอนาคต ผมอยากกราบเรียนให้ดูรูปที่ผมนำเสนอเสียก่อน แล้วเดี๋ยวจะมี ข้อเสนอครับ รูปที่ ๑ เชิญครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าเศรษฐกิจสีดอกเล่านี่ท่านกำลัง ไปแก้ที่ปลายเหตุ ทุกประเทศ ท่านมาร์กาเรต แท้ต่เชอร์ ก็ดีหรือท่านนายกรัฐมนตรีปัจจุบันก็ดี นะครับ ท่านพูดเลยว่าท่านจะต้องดูแลประชากรไทยตั้งแต่อยู่ในท้องจนถึงเชิงตะกอน
ภาพที่ ๒ ครับ น่ารักไหมครับ ผมคิดว่าไม่ใครกล้าปฏิเสธว่าไม่น่ารัก เพราะเรา ก็ผ่านวัยนี้มานะครับ น่ารักมาก ๆ เลยนี่คืออนาคตของชาติบ้านเมือง ต่อไปครับ น่ารักไหมครับ น่ารักมาก ๆ กําลังพูดจ๊ะจ๋านะครับ ต่อไปครับ อันนี้ผมไปเร็ว ๆ อันนี้ก็น่ารัก เราจะทํา อย่างไรทำให้พลังอย่างนี้วัยหนุ่มสาวเปึ้นพลังสร้างสรรค์และดูแลผู้สูงอายุในอนาคต ต่อไปครับ ไม่มีใครไม่รู้จักเลยตั้งแต่สมัยจอมพล ป. ท่านเปึนคนสร้างบ้านบางแค ผมคิดว่า ก่อนกรรมาธิการข้างบนร่วมทั้งผมด้วยเกิด ท่านสร้างบ้านบางแค่ท่านเห็นว่าในอนาคตจะมี ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งอยู่เสมอ ๆ ท่านจอมพล ป. ท่านก็เลยสร้างบ้านบางแค่ขึ้นมา เดี๋ยวนี้ ก็ยังอยู่นะครับ แล้วก็กระจายตัวไปอยู่ในกระทรวง พม. นะครับ ในจังหวัดต่าง ๆ ท่านไปดูได้ นะครับ ต่อไปครับ อันนี้กิจกรรมของบ้านบางแค่ ส่วนใหญ่ก็จะเปึนกิจกรรมที่ไม่ค่อยจะ เกี่ยวข้องกับอีโคโนมี (Economy) อะไรของท่านนี่นะครับน้อยครับที่ผมไปเยี่ยม เพราะว่า กระทรวงนี้แต่ก่อนนี้อยู่กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ซึ่งผมก็มีส่วนได้ดูแลอยู่ จนถึงป้ ๒๕๔๕ ถึงได้ตั้งกระทรวง ต่อไปครับ ผมจะไปเร็ว ๆ นะครับ จากตรงนี้แล้วผมอยาก กราบเรียนไปว่า ผมอยากจะแบ่งผู้สูงอายุนี่นะครับอาจจะซ้ำกับท่านอื่น ๆ บ้างก็ตามใจเถอะ เปึ้น ๓ กลุ่ม
กลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ดีมักจะเปึนกลุ่มที่สมัครใจ เข้ามาเอง เช่น ผู้เกษียณราชการหรือเกษียณจากองค์กรเอกชน ตรงนี้รัฐหรือกรรมาธิการ ต้องไปออกแบบว่าจะดูแลสุขภาพอย่างไร ชะลอวัยไม่ให้เขาแก่เกินอายุ อย่างผม ๗๐ ป้ ดูไม่ออกนะครับ ดูแล้วยังแข็งแรงอยู่ แล้วก็ยังไม่ดอกเล่ามากอย่างที่ท่านประธานว่า ท่านประธานกรรมาธิการไม่ใช่ท่านประธาน สปท. นะครับ
กลุ่มที่ ๒ ที่สามารถช่วยตัวเองได้บ้าง อาจจะมีการใช้อุปกรณ์บ้าง หรือดูแล ในบางเรื่อง ตรงนี้ต้องหาคนไปดูแลเรื่องกายภาพบำบัด ดูแลว่าก้มยืนเงย ยกของอย่างไร ถึงจะไม่ปวดหลัง โภชนาบำบัด อย่ากินมากเกินความจำเปึนที่ร่างกายต้องใช้ หรือมีคาราโอเกะ ในชุมชนให้เขาผ่อนคลายความตึงเครียด
กลุ่มที่ ๓ ครับ มีหลายคนพูดไปแล้ว ผมพูดซ้ำอีกนิดก็แล้วกัน กลุ่มผู้ป์วย ติดเตียงหรือเปึนผู้ป์วยมาจากกลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ ตรงนี้ต้องดูแลหน่อย ถามว่าต้องดูแลพิเศษ ท่านเหล่านี้มีคุณูปการต่อชาติบ้านเมืองกันทั้งนั้น ถ้าไม่มีผู้สูงอายุในประเทศไทยท่านไม่มีสิทธิ มานั่งตรงนี้หรอกผมยืนยันได้ เพราะคุณพ่อคุณแม่เราก็แก่แล้ว อย่างคุณพ่อผมนี่ ๙๗ ป้ ก่อนจากไป ทีนี้ไปดูผู้สูงวัยที่ถูกทอดทิ้งเปึนอย่างไรครับ ท่านดูครับนี่ของแท้นะครับ ของแท้ สังคมเปลี่ยนไป ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง แล้วก็ปล่อยให้เด็กนอนอยู่ คุณภาพชีวิตของเด็กจะเปึน อย่างไร ไม่ได้สดสวยเหมือนภาพที่ผ่านมาเลยนะครับ ต่อไปครับ เปึนอย่างไรครับ มีทุกหัวมุมเมือง อันนี้เปึนภาพที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ ใต้สะพานแห่งหนึ่ง แต่อย่าไปเอ่ยชื่อเลย ก็เปึนเรื่องที่น่าสงสาร จะทำอย่างไรให้ท่านมีเกียรติขึ้นมา มีงานทําอย่างที่ท่านกรรมาธิการว่า โดยเฉพาะที่กรรมาธิการหลายท่านผมคิดว่าก็เกษียณแล้วทั้งนั้น อันนี้ก็เหมือนกันครับ กลุ่มผู้ถูกทอดทิ้งนะครับ อยู่บ้านนอก อันนี้บ้านนอกแท้ไปถ่ายมาจากบ้านนอก ขอโทษ ๆ อย่าไปพูดบ้านนอก ในชนบท ขออภัยขอถอนคำพูดครับในชนบท นี่เปึนภาพสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวานผมไปถ่ายมา
ภาพต่อไปครับ นี่เปึนภาพสด ๆ ร้อน ๆ เลยนะครับ อันนี้เปึนหัวหน้าครู ค อยู่ที่ไหน อยู่ที่บ้านทรายแดง หมู่ที่ ๑ อำเภอเมืองระนอง ชื่อนายแพร้ว เจริญโอสถ์ ท่านครับ พูดเรื่อง รัฐธรรมนูญ ผมว่าหลายคนในที่นี่ชิดซ้าย ผมไปมากับท่าน พลเอก จิระ นอกจากพูดเรื่อง รัฐธรรมนูญแล้ว ท่านยังพูดเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องร้อยแปดจิปาถะแบบเรียกว่าสุด ๆ ผมประทับใจมาก แต่ว่ารูปอื่น ๆ ผมไม่อยากเอามาให้ดู เพราะเอาท่านนี้ก็แล้วกัน เพราะผม เพิ่งกลับจากจังหวัดระนอง แล้วก็ลงเครื่องบินเมื่อตอน ๑๑.๐๐ นาฬิกา นี่นะครับแล้วก็ มายืนคุยกับท่านที่นี่ ทีนี้ดูของประเทศไทยไปแล้ว อันนี้เปึนตัวอย่างของผู้สูงอายุที่ยังมีคุณค่า ผมเห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการเลย แล้วผมยืนยันว่าในที่ประชุมแห่งนี้ ท่านผู้ฟังที่เคารพครับ มีผู้สูงอายุผมว่าเกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ที่มีคุณภาพ นั่งแถว ๆ นี้ ยกตัวอย่างเลยก็ได้ ท่านชัย ชิดชอบ ใกล้ ๑๐๐ ป้ แล้วท่านก็ยังแข็งแรง ผม ๗๐ ป้แล้วก็ยังพอมีพละกำลังในการที่อาจจะทำงาน ช่วยชาติในบางโอกาส ต่อไปดูตัวอย่างที่ผมเคยไปดูมา แล้วคิดว่าดีมากเลยนี่ครับ ชาวญี่ปุ์นครับ เขาดูแลผู้สูงอายุแล้วก็ทำงานรีดผ้าในโรงพยาบาล รีดผ้าให้สถานส่งเคราะห์เด็กร้อยแปด จิปาถะ เขาก็ทํางานเบา ๆ แต่อย่าให้ทํางานหนัก เพราะว่าถ้าทํางานหนักแล้ว ผู้สูงอายุ อาจจะต้องไปหาหมอ ได้ไม่เท่าเสีย ภาพต่อไปครับ นี่ช่างไม้อายุจะ ๗๐ ป้แล้วยังทำช่างไม้ ยิ่งทำยิ่งมีฝ้มือมันเปึนสกิล (Skill) มันเปึ้นทักษะ อันนี้ของแท้หมดนะครับ ภาพต่อไปครับ อันนี้ก็เช่นเดียวกัน ทำเหมือนคล้าย ๆ โอทอป (OTOP) ขายดิบขายดี ขายให้เราด้วยเวลาไปซื้อ อันนี้ก็เปึนตัวอย่างที่ ๓ ที่อยากเอามาให้ดูของประเทศญี่ปุ์น อันนี้ก็ใช่ครับ ภาพต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผมเอาให้ท่านชมนะครับ โดยไม่คิดมูลค่าเลย เพราะอยากจะให้ท่านกรรมาธิการ ไปคิดเพิ่มเติม ผมไม่เห็นด้วยหลายอย่างนะครับ แต่ผมไม่อยากพูดจนมีผู้ไม่ออกเสียงมากกว่า ๔๖ ที่ผ่านไปแล้วนะครับ ข้อเสนอของผมครับ
ข้อที่ ๑ ผมอยากจะบอกว่าจะต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้สูงอายุมีอาชีพ มีรายได้ สามารถเลี้ยงตนเองได้ เพื่อให้เขามีความรู้สึกเปึนกลุ่มคนที่มีเกียรติมีคุณค่าในสังคม แล้วเดี๋ยวผมจะพูดว่าผมไม่เห็นด้วยกับท่านในบางเรื่องอย่างไร
ข้อที่ ๒ ต้องให้ อปท. เข้าไปดูแลรับผิดชอบผู้สูงอายุ ท่านจะดูแลรู้เรื่อง ผู้สูงอายุจริง ๆ สู้เขาได้ไหม เขาจะรู้เลยว่าเทศบาลเขามีผู้สูงอายุอยู่ที่ไหน อบต. เขาอยู่ที่ไหน มีผู้สูงอายุกี่คน ถ้าท่านเอาส่วนกลางตั้งโดย ครม. รัฐมนตรีเยอะแยะ ปลัดกระทรวง ทุกกระทรวง ผมว่าตั้งได้เปึนกรรมการอำนวยการ แล้วประชุมสักครั้งเดียวแล้วมีนโยบายไป แล้วก็ให้ อปท. ไปดูแล เพราะเงินทองในอนาคต อปท. ก็จะมี ก็ฝากท่านไว้ว่าท่านอย่าคิด เอาส่วนกลางไปครอบจักรวาลของประเทศเลยมันเปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้วนะครับ
ข้อที่ ๓ จะต้องมีการดูแลชีวิตความเปึนอยู่ของคนไทยในทุกระดับอย่างที่ผม เกริ่นแล้วสักครู่นี้นะครับ ตั้งแต่อยู่ในท้องถึงเชิงตะกอน ถามว่าผมเอามาทำไม ไม่ใช่ผม เอามาเล่น ๆ นะ ถ้าท่านไม่ไปดูแลให้เขามีสุขภาพแข็งแรง มีอาชีพ มีคุณภาพชีวิตที่ดี เขาก็จะเปึนคนแก่ที่ไม่ได้เรื่อง วันแล้ววันเล่าถ้าเราดูแลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างที่ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ ท่านพูดสม่ำเสมอว่าจะต้องดูแลตั้งแต่ในครรภ์ถึง เชิงตะกอน โดนใจผม ผมก็อยากฝากท่านกรรมาธิการไปว่าถ้าท่านดีไซน์ (Design) เอากรรมการชุดใหญ่ ๆ แล้วก็ให้กระทรวง ทบวง กรม ท่านตั้งองค์กรขึ้นมานี่นะครับ ผมเชื่อ เลยว่าเรายังไม่ตายจากกัน ขออนุญาต ๑ นาทีครับท่าน
ข้อที่ ๔ จะต้องให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานอื่น ๆ โดยเฉพาะ กระทรวงศึกษาธิการมีวิชาหรือบทเรียนหรือกิจกรรมนอกหลักสูตร ได้มีการทำกิจกรรม นอกหลักสูตรกับผู้สูงอายุในชุมชนในรอบ ๆ อะไรเพื่อให้เขามีความรู้สึกว่าผู้สูงอายุที่อยู่ ในประเทศไทยต้องให้เกียรติ ต้องเรียกคุณลุง คุณปัา คุณน้า คุณอา ไม่ใช่เรียกเขานะครับ ต้องเรียกท่าน เพราะเขาทำงานให้กับชาติบ้านเมืองมานานจนบ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัย มาถึงทุกวันนี้
ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพผ่านไปยังกรรมาธิการว่า ผมอยากจะให้ท่านกรรมาธิการลองไปคิดออกแบบการดูแลผู้สูงอายุตั้งแต่อยู่ในท้องไปจนถึง เชิงตะกอน แล้วก็ดูแลเขาโดยให้ชุมชนช่วยรับผิดชอบ ท่านไม่สามารถที่จะดูแลด้วยรัฐบาล อย่างเดียวนะครับ เพราะว่าชุมชนเขาเปึนเจ้าของประเทศที่แท้จริง เปึนเจ้าของพื้นที่ เปึ้นเจ้าของผู้สูงอายุที่แท้จริง ผมกราบเรียนท่านประธานมาด้วยความเคารพ เกินไป ๑ นาที กับ ๑๔ วินาทีครับ ขอบคุณครับท่าน
ขอบคุณมากค่ะ ก็อภิปรายกันมาเปึนเวลาพอสมควรแล้วนะคะ ต่อไปดิฉันขอเรียน เชิญท์ ่านประธานกรรมาธิการตอบชี้แจงข้อซักถามของท่านสมาชิก เชิญท่านทวีศักดิ์ค่ะ
เรียนท่านประธานและสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพครับ สิ่งที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอในเช้าวันนี้ นะครับ กระผมขอขอบพระคุณท่านสมาชิกเปึนอย่างยิ่งที่กรุณาอภิปรายและให้ข้อคิดเห็น ทั้งเสริมและเพิ่มเติม ซึ่งผมใคร่ขอสรุปเปึ้นหลักการไว้ดังนี้นะครับว่าสิ่งที่เรามองเห็นว่า จําเปึ้นจะต้องเปึ้นประเด็นที่ถึงขั้นจะต้องมีการปฏิรูปนั่นก็คือว่าสังคมไทยนั้นจะก้าวเข้าสู่ ความเปึนสังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นเราจึงจะต้องแปลงภาระให้กลายเปึนพลัง ซึ่งนั่นหมายความว่า ต้องจึงใจที่จะกำหนดนโยบายแล้วก็หาวิธีการที่จะผลักดันต่าง ๆ อย่างน้อยใน ๓ แนวนะครับ
แนวแรก ก็คือการเตรียมตัวให้ผู้ที่อยู่ในวัยทำงานมีกระบวนการการออมและ เตรียมพร้อมที่จะไม่ให้เปึนคนจนก่อนแก่ แล้วก็มีการส่งเสริมด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่จะก้าวไป สู่จุดนั้น รวมทั้งการรักษาสุขภาพ
ส่วนที่สอง ผู้ที่สูงอายุเลยวัย ๖๐ ป้ไปแล้วควรจะมีกลไกและนโยบาย และแรงจูงใจต่าง ๆ ที่สนับสนุนให้ผู้สูงอายุสามารถทำงานต่อไปได้อย่างภาคภูมิใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี แต่ทั้งนี้ข้อกังวลของท่านสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับ การรักษาตำแหน่งผู้บริหารหลัง ๖๐ ป้ หรือประเด็นต่าง ๆ เหล่านั้น กระผมคิดว่าสามารถ ดูแลได้ในระดับของคณะกรรมการที่จะขับเคลื่อนจริงในอนาคต รวมทั้งประเด็นอื่น ๆ ด้วย
แต่ข้อที่สามนั้นจะเปึ้นเรื่องที่สำคัญที่สุด ก็คือโอกาสที่มีผู้สูงอายุมากขึ้นนั้น คือตลาดที่สำคัญสำหรับทั้งอุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมทางการแพทย์ สุขภาพ และบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ด้วย ซึ่งหมายความว่าต้องการพัฒนากำลังคนจำนวนมาก ๆ
สำหรับประเด็นต่าง ๆ ที่ผมได้บันทึกนะครับ แล้วก็คิดว่าทางคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจสามารถรับไปได้ก็พอสรุปได้สังเขปดังนี้ว่า คณะกรรมการนั้นก็อาจจะต้องพิจารณาให้มีภาคเอกชน องค์กรภาคเอกชนมาเสริม แล้วก็ควร พัฒนากลไกให้ผู้ใหญ่พักอยู่ในบ้านตัวเองได้กับลูกหลานมากกว่าที่จะส่งไปที่หมู่บ้านหรือนิคม ของผู้สูงอายุ ซึ่งก็จะเสริมด้วยการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประสานงาน กับหน่วยงานอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เชี่ยวชาญทางด้านสังคมที่ท่านนายแพทย์อำพล ได้กล่าวถึงนะครับ ก็ขอเรียนว่า ๓ ท่าน ๔ ท่านที่ท่านพูดถึงนั้น ทางทีมงานนั้นก็ได้ ประสานกันอยู่เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งประเด็นความกังวลว่าไม่มีข้อมูลจริงหรือว่า การขับเคลื่อนจริง ก็เรียนว่ามีกลไกการขับเคลื่อนอยู่บ้างแล้วนะครับ ที่จำเปึนจะต้องมี นโยบายเสริม ตัวอย่างเช่นมีคณะทำงานร่วมกันระหว่าง ๖ กระทรวง ๗ กระทรวงนะครับ ตัวอย่างเช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งได้มีโครงสร้างพอที่จะรองรับการขับเคลื่อนต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วอย่างไรก็ดีครับ หัวข้อที่เราได้นําเสนอแล้วก็มีหลายท่านได้เน้นให้เห็นความสําคัญนะครับ ก็คือตัวอย่างแนวนโยบายที่จะขอให้กำหนดสัดส่วนแรงงานว่าต้องรับผู้สูงวัยกี่คนเข้าทำงานนะครับ หรือว่าการคํานึงถึงการรักษาสุขภาพของผู้สูงวัยหรือผู้ใกล้สูงวัยให้เริ่มตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยกลไก ประชารัฐและที่สำคัญที่สุดครับ ก็คือการมีฐานข้อมูลเพื่อแยกแยะผู้สูงอายุประเภทต่าง ๆ ที่อาจจะต้องการความช่วยเหลือที่ไม่เท่ากันนะครับ ผู้ช่วยเหลือที่รวยก่อนแก่นั้นหลายท่าน ก็อาจจะไม่จําเปึนต้องอาศัยความช่วยเหลือจากภาครัฐ แต่บริการทั่ว ๆ ไปจากภาครัฐนั้น ก็จําเปึ้นที่จะต้องดําเนินการอย่างเปึนระบบ ทั้งนี้ตัวกระผมเองในฐานะที่เปึนคณะทํางาน คนหนึ่งก็สามารถที่จะนำข้อคิดเห็นต่าง ๆ เหล่านี้ไปผนวกเพิ่มเติมครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีป้ติพงศ์ครับ
ผม ป้ติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา สปท. อันดับที่ ๙๙ นะครับ อยากจะชี้แจงให้เพื่อนสมาชิกได้เข้าใจสิ่งที่เราคิดเพียงเล็กน้อย เท่านั้นเองว่าโดยเหตุที่เราเปึนคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ เราจึงพยายามที่จะมองดูปัญหาในเชิงเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่างที่ผมกราบเรียนไปตั้งแต่ต้นว่า เราก็ไม่ได้ละเลยสิ่งซึ่งคณะกรรมาธิการอื่น ๆ ได้พูดในเรื่องนี้นะครับ ถ้าเราจะพูดเรื่อง เศรษฐกิจมันก็มีเรื่องหลัก ๆ อยู่ ๔ เรื่องเท่านั้นเอง
เรื่องแรกก็คือเรื่องของการบริโภค ซึ่งสิ่งที่เราเสนอคือว่าคนที่เปึนผู้สูงวัย นอกจากจะเปึนผู้บริโภคแล้วนี่เราจะนําคนเหล่านี้เข้ามาอยู่ในกระบวนการการผลิตให้มากที่สุด ถ้าเขายังมีศักยภาพอยู่ ซึ่งในรายละเอียดก็คงจะต้องมีการดูเรื่องข้อมูลให้เกิดความชัดเจน ให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของการลงทุน เรื่องการลงทุนเราก็เสนอว่าอุตสาหกรรมใด ไม่ว่าจะเปึนอุตสาหกรรมหรือบริการ ซึ่งที่จริงแล้วในรายละเอียดเราได้ทำงานร่วมกับ กระทรวงอุตสาหกรรม ถ้าท่านกรรมาธิการได้มีความเห็นว่าชี้ไปให้ชัดเลยว่าอุตสาหกรรมใด แล้วนี่เราก็จะรวมไว้ในข้อเสนออย่างที่ท่านกรรมาธิการได้กําหนดไว้นะครับ ซึ่งเราเห็นว่า เรื่องนี้เปึนอนาคตทั้งในแง่ของการบริการภายในประเทศแล้วก็การส่งออก สำหรับเรื่อง บริการเรื่องที่อยู่อาศัย ผมอยากจะทำความเข้าใจนิดหนึ่งว่า การจัดการเรื่องบริการ ที่อยู่อาศัยของผู้สูงวัยในสมัยใหม่เราคงไปมองภาพบ้านบางแค่ไม่ได้อีกแล้วนะครับ เราคง จะต้องไปดูว่าจะทำอย่างไรชุมชนที่มีผู้สูงอายุอยู่จะปรับปรุงให้สภาพแวดล้อมเหมาะสมกับ ผู้ที่สูงอายุได้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี มีเกียรติภูมิ เพราะฉะนั้นงานประเภทนี้มันทำได้ทั้ง ๓ อย่าง อย่างหนึ่งก็คือให้เอกชนเปึนคนทํา ซึ่งท่านก็เห็นอยู่ทั่วไป อันที่ ๒ ก็คือรัฐเปึนคนทํา อันที่ ๓ ก็คือองค์กรอิสระอื่น ๆ ที่สนใจ เช่น พวกเอสอี (SE) หรือว่าโซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ (Social Enterprise) ต่าง ๆ ซึ่งอันนี้อยากให้มองภาพที่แตกต่างไปจากบ้านคนแก่สมัยก่อนนี่นะครับ นั่นคือเรื่องของการลงทุน
ส่วนที่ ๓ ที่เราพยายามเสนอก็คือว่า ทำอย่างไรจะมีการออมตั้งแต่ว่าคนที่จะ มีอายุสูงขึ้นอยู่ในภาคของแรงงาน ซึ่งการออมก็มี ๒ อย่างครับ การออมเปึ้นสิ่งที่เรียกว่า ฟอร์ซเซฟวิ่ง (Force saving) ก็คือว่าบังคับให้ออม อย่างพวกเราที่เปึนข้าราชการก็ถูกบังคับ ให้ออม กับการออมแบบโวลันเทียร์ (Volunteer) ก็คือมีบริษัทห้างร้านต่าง ๆ ประกันภัย ต่าง ๆ เหล่านั้น ซึ่งอันนี้เปึ้นจุดที่เราพยายามที่จะสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่สูงวัยในอนาคต หรือปัจจุบันก็แล้วแต่ได้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี มีค่าใช้จ่ายที่ใช้ประจำวันได้เหมาะสมกับ ฐานานุภาพของเขา
และส่วนสุดท้ายซึ่งเปึนงานของรัฐโดยเฉพาะ ก็คือเรื่องการจัดการเรื่องภาษี การจัดการเอาภาษีมาแจกให้กับคนอายุมาก ซึ่งขณะนี้จำเปึ้นจะต้องปฏิรูปแล้ว เพราะว่า ส่วนหนึ่งคนที่ต้องการไม่ได้ไปถึงคนที่ต้องการ เราจะปรับภาษีส่วนหนึ่งหรือมีการปรับภาระ ทางภาษีส่วนหนึ่งอย่างไร เช่น กรณีค่าลดหย่อนต่าง ๆ เช่นกรณีเงินสมทบของการออม เช่น กรณีการจัดการเรื่องบำเหน็จบำนาญ กรณีการออมแบบโวลันเทียร์ (Volunteer) คือการ ออมโดยสมัครใจ ซึ่งเหล่านี้เมื่อท่านกรรมาธิการได้กรุณาให้ความสนใจเราก็จะทําเปึน ข้อเสนอติดไว้กับข้อเสนอของเราในโอกาสต่อไป ผมได้นั่งสดับตรับฟังอย่างส่นใจนะครับ แล้วก็ต้องขอแสดงความขอบคุณต่อเพื่อนสมาชิกทั้งหลายที่ได้แสดงข้อคิดเห็นที่เปึน ประโยชน์กับการทำงานของเรามาก ขอขอบคุณครับ
ขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ได้กล่าวสรุปครับ
ขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หมายเลข ๑๕๓ ผมขอเรียนย้ำในสิ่งที่ท่านป้ติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ได้กล่าวว่า การเสนอในการปฏิรูปครั้งนี้ เปึนการเสนอปฏิรูปที่เน้นในเรื่องเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามคงจะมีเรื่องเกี่ยวพันไปถึงเรื่อง สังคมและเรื่องอื่น ๆ บ้าง แต่หลักใหญ่เน้นหนักทางด้านเศรษฐกิจ เพราะหลายท่านที่กังวลว่า ไม่ครอบคลุมถึงเรื่องต่าง ๆ ก็ขอกรุณาเข้าใจว่าเน้นหนักในเรื่องเศรษฐกิจ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเน้นหนักในเศรษฐกิจของผู้สูงวัย ซึ่งในที่นี้หมายรวมถึง การดูแลระบบเศรษฐกิจทั้งมวลของผู้สูงวัยไม่ใช่เฉพาะเรื่องการดูแลผู้สูงวัย ด้วยเหตุนี้เอง จึงจะไม่ได้พูดในเชิงครอบคลุมชีวิตทั้งหมดดังที่บางท่านได้อภิปรายว่าเราควรจะเสนอเรื่อง ตั้งแต่จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน การปฏิรูปครั้งนี้ก็จะเน้นเฉพาะผู้สูงวัยในคํานิยาม ดังที่ได้กล่าวแล้ว ในบริบทของเศรษฐกิจผู้สูงวัยนี้เอง เดิมเปึนบทบาทของภาครัฐ การเสนอ ครั้งนี้ทำอย่างไรให้มีบทบาทของภาคเอกชน ภาคธุรกิจ และภาคสังคมมากขึ้น ในบทบาท ของภาครัฐ ถ้าคาดการณ์ตามสถิติกันไปแล้วก็จะเห็นว่าในที่สุดถ้าเดินไปตามทิศทางรูปแบบ ที่มีอยู่นี้ ในที่สุดก็จะไม่มีเงินทางการคลังเพียงพอที่จะมาดูแลผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้นในเรื่อง ของบริบททางด้านการคลังนั้นก็จำเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องหาทางให้ลดน้อยลงไป และให้ บทบาทอื่น ๆ เข้ามาเสริมมากขึ้น แต่ในท่ามกลางของการลดน้อยของภาระการคลังลงไปนั้น จำเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีความครอบคลุมให้มากขึ้น แต่เดิมนั้นดูแลราชการ ภาคเอกชนดูแล ผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพิ่งมีกองทุนการออมแห่งชาติดูแลผู้ที่อยู่นอกราชการนอกองค์กร ธุรกิจ แต่ว่าทำอย่างไรให้การออมภาคบังคับนี้ขยายตัวมากขึ้นดังที่ท่านป้ติพงศ์ได้กล่าว ก็อาจจะต้องดูว่า กองทุนการออมแห่งชาตินั้นจะขยายขอบเขตทั้งเชิงลึกและเชิงกว้างออกไป ได้มากน้อยเท่าไรที่จะทําให้ผู้สูงวัยได้รับการดูแลในภาครัฐอย่างดีพอสมควร ทําอย่างไรให้ผู้ที่ อยู่ในภาคเอกชนซึ่งอยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้มีการออกแบบกองทุนที่เปึนภาคบังคับ ออกมาเพื่อที่จะได้เปึนหลักประกันว่า เมื่ออยู่ในวัยสูงวัยก็สามารถที่จะมีชีวิตที่มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีตามสมควร ในขณะเดียวกันก็จำเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องออกแบบในเรื่องของนโยบาย กึ่งการคลังก็ดี ในเรื่องของภาษีก็ดีมาสนับสนุนในเรื่องของสังคมผู้สูงอายุดังเช่นที่ท่านสุรชัย ขออนุญาตเอ่ยนาม ประธานธนาคารอาคารส่งเคราะห์ได้กล่าวถึงดอกเบี้ยอัตราต่ำสำหรับ กิจกรรมของผู้สูงอายุ หรือในบางกรณีในเรื่องของที่อยู่อาศัยนี้ แต่เดิมนั้นที่อยู่อาศัยเปึนเรื่อง ของการที่ผู้ที่จะต้องการมีบ้านข้อกู้เงินจากธนาคาร จำนองแล้วก็ผ่อนเปึ้นเดือน ๆ เพื่อที่จะ ได้บ้านมา เรียกว่าเปึนการจํานอง แต่ว่าสําหรับผู้สูงอายุนั้นบางท่านมีบ้านอยู่แล้ว ทําอย่างไร บ้านของท่านจะได้แปลงออกมาเปึนเงินเดือนแต่ละเดือนโดยเอาบ้านนั้นเปึนหลักประกัน ซึ่งเรียกว่าเปึนการจำนองย้อนกลับ ก็คือเอาบ้านไปไว้ที่ธนาคารแล้วก็ได้รับคืนเปึนเดือน ๆ ต่างจากจำนองปกติที่จะต้องผ่อนเปึ้นเดือน ๆ แล้วได้บ้านนั้นมา การออกแบบเหล่านี้ ก็เปึนเรื่องจำเปึ้นที่จะทำให้การดูแลผู้สูงอายุโดยนโยบายกึ่งการคลังผ่านทางสถาบันการเงิน เฉพาะกิจหรือว่าธนาคารทั่วไปเปึนไปได้ ในเรื่องของมาตรการทางด้านภาษีก็เช่นเดียวกัน ก็จำเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีมาตรการในเรื่องของการลดหย่อนทางด้านภาษี คำว่า ลดหย่อน นี่หมายถึงเปึนแรงจูงใจเพื่อที่จะให้ทำกิจกรรมนั้น ๆ มากขึ้น เช่น แรงจูงใจให้ค่าลดหย่อน ๒ เท่า ถ้าหากว่าจ้างผู้สูงวัยเข้าทำงาน ด้านหนึ่งดูเสมือนว่าภาษีจะน้อยลง แต่อีกด้านหนึ่งผู้สูงวัยนั้นได้ทำงาน และรายได้จากผู้ทำงานนั้นส่วนหนึ่งก็เปึนภาษีเงินได้ เพราะฉะนั้นต้องมองให้ครบทั้งวงจร ทั้งในเรื่องของภาระทางด้านรายจ่ายที่จะต้อง ครอบคลุม ขณะเดียวกันก็จะต้องหาทางผ่องถ่ายในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การออมที่เอกชน เข้ามามีส่วนร่วม หรือว่าตัวบุคคลนั้นเองเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นในรูปแบบต่าง ๆ ที่ผม ได้กล่าวแล้ว ในด้านภาคเอกชนเองก็จะมีส่วนสำคัญในการสร้างความเติบโตทางด้าน เศรษฐกิจผ่านทางสังคมผู้สูงอายุ หลายท่านได้กล่าว รวมถึงท่านกษิต ภิรมย์ ซึ่งได้เน้นมาก ในเรื่องของผลิตภัณฑ์และบริการของผู้สูงอายุ ซึ่งจะเปึนการสร้างธุรกิจเปึนการทำให้ เศรษฐกิจขยายตัวไปอีกทางหนึ่ง แต่ไม่ได้มีจุดจบในตัวของมันเอง จุดจบในตัวของมันเอง ก็คือทำอย่างไรให้ผู้สูงวัยได้มีโอกาสที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นผ่านทางผลิตภัณฑ์และบริการที่เกิดขึ้น เพราะผู้สูงวัยต้องถือเสมือนหนึ่งว่าเปึ้นบุคคลธรรมดาในสังคม การที่เราพูดถึงผู้สูงวัย หมายถึงต้องรับภาระต้องดูแลแต่เพียงอย่างเดียวนั้นจะต้องกลับทางกันใหม่ว่าผู้สูงวัยนี้ เปึ้นผู้ที่มีพลังในสังคมเช่นเดียวกับก่อนที่จะเข้าสู่การสูงวัย ด้วยเหตุเช่นนี้เองภาคธุรกิจต่าง ๆ จึงมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้การรองรับเศรษฐกิจผู้สูงวัยนี้เปึนไปได้
ทางด้านสังคมหลายท่านได้กรุณาพูดถึงเรื่องวิสาหกิจเพื่อสังคมหรือโซเชียล เอนเตอร์ไพรส์ (Social Enterprise) หลักการของโซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ (Social Enterprise) ฟังดูเหมือนจะเปึนเรื่องของสังคม แต่แท้ที่จริงแล้วก็็คือเปึ้นเรื่องของธุรกิจที่มี เปั้าหมายเพื่อสังคม เพราะฉะนั้นทำอย่างไรถึงจะมีธุรกิจที่เปึนประโยชน์ต่อผู้สูงวัยมากขึ้น เพราะผู้สูงวัยถือว่าเปึนส่วนหนึ่งที่ธุรกิจเข้าไปดูแลได้ เพราะฉะนั้นการจ้างงานผู้สูงวัยก็เปึน ส่วนหนึ่งของการที่ธุรกิจเข้าไปสนับสนุนผู้สูงวัย การหานวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ทำให้ผู้สูงวัยมีชีวิต ความเปึนอยู่ที่ดีขึ้นก็เปึนเรื่องของเศรษฐกิจที่สนับสนุนผู้สูงวัยเปึนไปในเรื่องของเ์ชิงสังคม เพราะฉะนั้นในเรื่องของสังคมผู้สูงอายุก็จะต้องไปคู่กับวิสาหกิจเพื่อสังคม นั่นก็คือวิสาหกิจ ที่เปั้าหมายของวิสาหกิจนั้นสังคมผู้สูงวัยได้ประโยชน์ แต่วิธีการไปสู่ประโยชน์ของผู้สูงวัยคือ วิธีการทางธุรกิจซึ่งเปึนส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจ ผมจึงอยากเรียนทุกท่านว่าที่ท่านได้กรุณา กังวลนั้นบางเรื่องอาจจะเกินจากขอบเขตของการเสนอการปฏิรูปในครั้งนี้ หลายเรื่องที่ท่าน ต้องการให้มีการปฏิรูปเพิ่มเติมทางคณะกรรมาธิการขอน้อมรับไปปรับปรุงเพิ่มเติม บางเรื่อง อาจจะเปึนเรื่องที่ต้องใช้เวลาต่อไปข้างหน้า เช่น ในเรื่องสถิติหลายประการที่ ณ วันนี้อาจจะ ยังไม่มีแต่ก็ต้องมีแนวทางที่จะต้องให้มีสถิติเหล่านั้นเพื่อทำให้เศรษฐกิจผู้สูงอายุได้มี ความสมบูรณ์ต่อไป ณ วันนี้ทําอย่างไรให้สิ่งที่มีอยู่ ณ วันนี้สามารถที่จะปฏิรูปได้ แล้วก็วาง แนวทางไปสู่ความสมบูรณ์แบบในอนาคต เพราะความสมบูรณ์แบบเปึนเรื่องของอนาคต เรื่องที่สมบูรณ์แบบที่เคยพูดกันในอดีต สมบูรณ์แบบในวันนี้ ในวันนี้ก็มีเรื่องสมบูรณ์แบบ เรื่องอื่นที่เกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นความสมบูรณ์แบบเปึ้นเรื่องที่เราแสวงหา แต่ ณ วันนี้เราก็ ต้องทำให้ดีที่สุดสำหรับสิ่งที่มีอยู่ ผมอยากจะเรียนในท้ายที่สุดนี้ว่าคำว่า ผู้สูงวัย บางครั้งเราก็ มองในมิติของการที่ต้องดูแล ข้อเสนอนี้เปึนข้อเสนอที่เปึนมิติของผู้ที่เปึ้นส่วนหนึ่งของสังคม และเปึนพลังของสังคม และผู้สูงวัยในความหมายที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ไม่ได้เปึ้นผู้ที่จะต้องดูแล ประคบประหงมอย่างที่เข้าใจกันในมโนสำนึกโดยทั่วไป ผมอยากจะยกตัวอย่างในการสรุป ครั้งนี้ว่าประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา เปึนประธานาธิบดีตอนอายุ ๗๕ ประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกาคนต่อไปไม่ว่าจะเปึน โดนัลด์ ทรัมปี หรือ ฮิลลารี คลินตัน เขารับตำแหน่ง ประธานาธิบดีตอนอายุ ๗๐ ป้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการนะครับ เปึ้นอันว่าที่ประชุมได้พิจารณา รายงานเรื่องเศรษฐกิจผู้สูงวัย หรือซิลเวอร์อีโคโนมี (Silver Economy) แล้วนะครับ ก่อนที่ จะขอมติที่ประชุม ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เจ้าหน้าที่ช่วยดู ท่านสมาชิกหลายท่านยังมีปัญหาเรื่องการเสียบบัตรแสดงตน มีสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนครับ ยังรอสมาชิกนะครับ เราประชุมอยู่ทั้ง ๓ อาคาร หลายห้องกรรมาธิการ ท่านฐาปบุตรใช้สิทธิเรียบร้อยไหมครับ ท่านพหลใช้สิทธิ เรียบร้อยไหมครับ เจ้าหน้าที่บวกท่าน พลเอก พหล ไปด้วยนะครับ เมื่อสมาชิกใช้สิทธิ แสดงตนเรียบร้อยขอแสดงผลด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๑๗๔ ท่าน บวกท่าน พลเอก พหล อีกหนึ่งท่านนะครับ เปึนอันว่าที่ประชุมครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับรายงาน เรื่อง เศรษฐกิจ ผู้สูงวัยหรือไม่ ซึ่งหากเห็นชอบคณะกรรมาธิการจะได้นำความเห็นและข้อเสนอแนะ ของสมาชิกไปปรับปรุงก่อนที่จะส่งรายงานไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการ ต่อไปนะครับ
(นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ต่อไปเปึนการลงมติตามข้อบังคับ ข้อ ๖๐ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิ ลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้าง ถ้ามีข้อเชิญใช้สิทธิ นะครับ บัตรใช้ได้ไหมครับ ท่าน พลเอก พหล ใช้ได้แล้วนะครับ ถ้าใช้สิทธิ์ครบถ้วนแล้ว ผมขอป่ดการลงคะแนนครับ ขอทราบผลการคะแนนครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๑๗๔ ท่าน เห็นด้วย ๑๗๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีนะครับ
เปึ้นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ เรื่อง เศรษฐกิจผู้สูงวัย เปึ้นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ จบการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจแล้ว ขอขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการและผู้ชี้แจงครับ
ต่อไปเปึนการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๓.๒ รายงานของคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น เรื่อง การปฏิรูปแผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒. นายเอนก เกษมสุข อนุกรรมาธิการ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ กรมที่ดิน ๓. นายศศิน พัฒนภิรมย์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการกระจายอำนาจ กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังกล่าวเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมด้วยครับ
(นายสยุมพร ลิ่มไทย นายเอนก เกษมสุข และนายศศิน พัฒนภิรมย์ เข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
เมื่อท่านประธานคณะกรรมาธิการพร้อมแล้ว ขอเชิญแถลงรายงานต่อ ที่ประชุม และทางคณะกรรมาธิการได้แจ้งประธาน เรื่องการมีเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งก็ได้ส่งให้ สมาชิกเปึ้นที่เรียบร้อย แล้วก็ขออนุญาตในการนำเสนอเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ด้วย ขอเชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นินนาท ชลิตานนท์ ประธาน กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น วันนี้คณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น ขออนุญาตนำเสนอรายงาน ผลการศึกษา เรื่อง การปฏิรูปแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ในเรื่องของการกระจายอำนาจ เริ่มมีความชัดเจนขึ้นในบ้านเราตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ หลังจากที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกาศใช้บังคับ แล้วจากนั้นก็มี กฎหมายกระจายอํานาจ มีแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ ซึ่งก็คือการมอบภารกิจ จากราชการส่วนกลางให้กับราชการส่วนท้องถิ่นดำเนินการ จากบัดนั้นจนถึงบัดนี้ก็เกือบ ๒๐ ป้แล้ว แต่ปรากฏว่าการดำเนินการเรื่องการกระจายอำนาจนั้นก็ยังคงมีปัญหาหลากหลาย ประการ เรื่องการปฏิรูปแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นเปึ้นเรื่องที่คณะอนุกรรมาธิการ ชุดที่ ๒ รับผิดชอบในการศึกษา ซึ่งมี ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการ คือท่านธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ดังนั้นรายละเอียด ของปัญหาในเรื่องของการกระจายอำนาจว่ายังมีอยู่อย่างไร แล้วก็คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ นำเสนอเพื่อจะปฏิรูปจะเปึนอย่างไรนั้น ดิฉันขออนุญาตท่านประธานอนุญาต ให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการ ท่านธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ท่านได้ชี้แจงรายละเอียดต่อสภา ขอบพระคุณค่ะ
ขอเชิญท่านธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ประธานคณะอนุกรรมาธิการการบริหาร งานบุคคล การกำกับดูแล ตรวจสอบ และการมีส่วนร่วมของประชาชนสำหรับท้องถิ่น รูปแบบทั่วไป อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ขอเชิญครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเป่ดพรีเซ็นเทชัน (Presentation))
กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ผม นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลำดับที่ ๗๑ ขออนุญาตเรียนชี้แจงสรุปความเปึนมา กรอบการพิจารณา ปัญหา แล้วก็สาระสำคัญของ รายงานประเด็นการปฏิรูป เรื่อง แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การกระจายอำนาจนั้นได้เปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็ประสิทธิผล สามารถดำเนินการได้เปึนไปตามเจตนารมณ์ที่ได้ตั้งไว้ ดังนี้
สำหรับความเปึนมาของการปรับปรุงแก้ไข แล้วก็กรอบแนวคิดของ การกระจายอำนาจนั้น การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เริ่มมีความชัดเจน ยิ่งขึ้นจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๒๘๔ ที่กำหนดให้มีกฎหมายกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวนั้น ได้กำหนดอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะระหว่างรัฐกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเอง การจัดสรรสัดส่วน ภาษีและอากรระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีเปัาหมายให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีรายได้คิดเปึนสัดส่วนต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๕
ต่อมารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ หมวด ๕ แนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๗๘ ก็ได้กำหนดว่า รัฐต้องดำเนินการตามนโยบายด้านการบริหาร ราชการแผ่นดิน โดยกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพึ่งพาตนเองและ ตัดสินใจในกิจการของท้องถิ่นได้เอง ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามแนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐ พัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่นและระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ตลอดทั้งโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศในท้องถิ่นให้ทั่วถึงเท่าเทียมกันทั่วประเทศ นอกจากนี้ ในหมวด ๑๔ ตั้งแต่มาตรา ๒๘๑ ถึงมาตรา ๒๙๐ รวม ๑๐ มาตรา ได้กำหนดไว้ด้วย สรุปว่ารัฐจะต้องให้ความเปึนอิสระแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักการปกครอง ตนเอง ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นเปึ้นหน่วยงานหลักในการจัดทำบริการสาธารณะและมีส่วนร่วมในการ ตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ นอกจากนี้การกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้อง ทำเท่าที่จำเปึน โดยมีหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขที่ชัดเจน สอดคล้องเหมาะสมกับรูปแบบ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการกำกับดูแลให้มีมาตรฐานกลางเพื่อเปึ้นแนวทางให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเลือกไปปฏิบัติได้เอง โดยคำนึงถึงความเหมาะสม ความแตกต่าง ในระดับของการพัฒนาประสิทธิภาพในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในแต่ละรูปแบบโดยไม่กระทบต่อความสามารถในการตัดสินใจ การดำเนินงานตาม ความต้องการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งจัดให้มีกลไกตรวจสอบการดำเนินงาน โดยประชาชนเปึนหลัก เพื่อให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ จึงได้มีการออกพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย เปึ้นประธาน มีอำนาจหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะระหว่างรัฐกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเอง การจัดสรรส่วนภาษีอากร ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยคำนึงภาระหน้าที่ของรัฐกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเองเปึนสำคัญ และตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัตินี้ได้กำหนดให้คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น โดยมีรายละเอียดคือ แผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ดำเนินการดังนี้
๑. ให้ดำเนินการถ่ายโอนภารกิจการให้บริการสาธารณะที่รัฐดําเนินการอยู่ ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในกำหนดเวลาคือ
ภารกิจที่เปึนการดำเนินงานซ้ำซ้อนระหว่างรัฐและองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหรือภารกิจที่รัฐให้บริการในเขต้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ดำเนินการให้เสร็จ สิ้นภายใน ๔ ป้
ภารกิจที่รัฐจัดให้บริการในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกระทบถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน ๔ ป้
ภารกิจที่เปึนการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้น ภายใน ๔ ป้
๒. กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบในการให้บริการสาธารณะของรัฐและ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเอง ตามอำนาจ และหน้าที่ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ให้ชัดเจน โดยให้เปึนไปตามความพร้อมขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง ซึ่งต้องพิจารณาจากรายได้และบุคลากรขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้น จำนวนประชากร ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ตลอดจนคุณภาพในการ ให้บริการที่ประชาชนจะได้รับ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินระยะเวลา ๑๐ ป้ พ.ศ. ๒๕๔๔ ถึง ๒๕๕๓
๓. กำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์ให้รัฐทำหน้าที่ประสานความร่วมมือและ ช่วยเหลือการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพ
๔. กำหนดการจัดสรรภาษีและอากร เงินอุดหนุนและรายได้อื่นให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเหมาะสม โดยตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ เปึ้นต้นไป ให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้คิดเปึ้นสัดส่วนต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๕ และมีจุดหมายเพิ่มไปถึงไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๕ โดยการจัดสรรสัดส่วนที่เปึ้นธรรมและ คำนึงถึงรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นด้วย
ส่วนแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น้อย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังนี้
๑. กำหนดรายละเอียดของอำนาจหน้าที่ในการให้บริการสาธารณะที่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบจะต้องดำเนินการ
๒. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการในการจัดสรรส่วนภาษีและอากรให้ เพียงพอแก่การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดเปึนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงภาระหน้าที่ของรัฐในการให้บริการสาธารณะเปึนส่วนร่วมด้วย
๓. รายละเอียดเกี่ยวกับการเสนอให้แก้ไขหรือจัดให้มีกฎหมายที่จำเปึนเพื่อ ดำเนินการตามแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๔. จัดระบบการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกำหนด นโยบายและมาตรการการกระจายบุคคลจากราชการส่วนกลางและภูมิภาคไปสู่ท้องถิ่น
แนวทางการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้แก่
การถ่ายโอนภารกิจและการจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ระหว่างรัฐกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเอง
การกระจายอำนาจการเงิน การคลัง และงบประมาณให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น
การปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการเงิน การคลังขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น
การถ่ายโอนบุคลากรและพัฒนาการบริหารทรัพยากรบุคคลท้องถิ่น
การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคประชาสังคม และการตรวจสอบ ติดตามประเมินผล
การปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
การปรับปรุงกฎหมายและระเบียบให้สอดคล้องกับการถ่ายโอนภารกิจ
กลไกกำกับการถ่ายโอนภารกิจและการดำเนินการให้เปึนไปตามแผน การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแผนปฏิบัติการ
การสร้างระบบประกันคุณภาพบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ดำเนินการจัดทำแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๑ ใช้ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๔๔ ถึง ๒๕๔๙ และแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๑ ใช้ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๔๕ ถึง ๒๕๔๙ รวมทั้ง การจัดทำแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๒ และแผนปฏิบัติการ กำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๒ ใช้ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๕๑ ถึง ๒๕๕๓ และขอขยายเวลาใช้มาจนถึงปัจจุบันจนกว่าจะมีแผนการกระจาย อำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจาย อำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๓ โดยปรากฏผลการดำเนินงานตามแผน ฉบับที่ ๑ และฉบับที่ ๒ ดังนี้
การถ่ายโอนภารกิจจากราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ไปสู่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น จำนวน ๒๖๒ ภารกิจ จากจำนวน ๓๕๙ ภารกิจ รวม ๖ ด้าน คือ โครงสร้าง พื้นฐาน การส่งเสริมคุณภาพชีวิต การจัดระเบียบชุมชน สังคมและการรักษาความสงบ เรียบร้อย การวางแผนการส่งเสริมการลงทุน พาณิชย์กรรมและการท่องเที่ยว การบริหาร จัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม การศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณีและ ภูมิปัญญาท้องถิ่น (ตามแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๑ จำนวน ๑๘๖ ภารกิจ แผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอน การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๒ จำนวน ๗๖ ภารกิจ) ซึ่งรวมกันแล้วเปึนภารกิจที่ถ่ายโอน ๒๖๒ ภารกิจ
มีการถ่ายโอนงบประมาณไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นทุกป้ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๓ จนถึงปัจจุบัน โดยใน พ.ศ. ๒๕๔๓ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้ จำนวน ๙๙,๙๓๖ ล้านบาท คิดเปึ้นร้อยละ ๑๓.๓๓ จนถึงปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๕๙ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีรายได้ จำนวน ๖๕๗,๐๐๐ ล้านบาท คิดเปึ้นเงินร้อยละ ๒๘.๑๖ ยังไม่ถึง เปัาหมายร้อยละ ๓๕
การถ่ายโอนบุคลากรมาสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมทั้งหมด ๑๐,๓๖๑ คน แบ่งออกเปึนข้าราชการ ๖,๒๔๖ คน ลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราว ๔,๑๑๕ คน ทั้งนี้รายละเอียดก็ปรากฏตามตารางบนจอภาพและเอกสารที่ได้รายงานแจกจ่าย ให้ทุกท่านแล้วนะครับ
สรุปภาพรวมของการกระจายอำนาจที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าไม่ประสบผลสำเร็จ ตามเปัาหมายที่วางไว้ เมื่อพิจารณาจากกรอบระยะเวลาที่กฎหมายและแผนการกระจาย อำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด กล่าวคือ
ประการแรก พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓๐ กำหนดการถ่ายโอนภารกิจให้บริการ สาธารณะที่รัฐดำเนินการอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นภายในระยะเวลาไม่เกิน ๑๐ ป้ (พ.ศ. ๒๕๔๔ ถึง ๒๕๕๓) ซึ่งบัดนี้ระยะเวลา ได้เลยที่กฎหมายกำหนดมาแล้ว แต่การถ่ายโอนภารกิจยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ
ประการที่ ๒ แผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้กำหนดวิสัยทัศน์การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นไว้ว่าในช่วง ๔ ป้แรก (พ.ศ. ๒๕๔๔ ถึง ๒๕๔๗) เปึนช่วงเวลาของการสร้างความพร้อมในการร้องรับการถ่ายโอนภารกิจ บุคลากร งบประมาณและการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สิ้นสุดระยะเวลาการถ่ายโอนในป้ที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๕๓) มีการปรับบทบาทของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในภารกิจถ่ายโอน รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หลังจากป้ที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๕๔) เปึนต้นไป ประชาชนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะ ได้อย่างทั่วถึงแล้วก็เปึนธรรม
แต่ในข้อเท็จจริงปัจจุบันการถ่ายโอนภารกิจก็ยังไม่สามารถดำเนินการ ได้เสร็จสิ้น แม้ระยะเวลาจะได้ล่วงเลยมาแล้วประมาณ ๖ ป้ก็ตาม จากผลการดำเนินงาน ดังกล่าวคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น เห็นความสำคัญของการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังมีปัญหาอยู่ รวมทั้งเห็นความจําเปึ้นที่จะต้องมีการปฏิรูปแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลในทางปฏิบัติ อย่างแท้จริง จึงได้จัดทำรายงานแผนปฏิรูปฉบับนี้ขึ้น
กรอบการพิจารณา คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการปกครองท้องถิ่นได้ดำเนินการพิจารณากระบวนการปฏิรูปแผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาดังนี้
ศึกษาพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒
ศึกษาแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๔๔ ถึง ๒๕๔๙) และแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๔๕ ถึง ๒๕๔๙)
ศึกษาแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๒ และแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๑ ถึง ๒๕๕๓)
ศึกษาจากรายงานผลการพิจารณาศึกษาระบบการบริหารงาน ระบบบริหาร งบประมาณ ระบบการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น และระบบจัดการขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นของคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ศึกษาจากรายงานผลการพิจารณาศึกษา การถ่ายโอนภารกิจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ศึกษาเฉพาะกรณีภารกิจตามแผนปฏิบัติการกําหนดขั้นตอนการกระจาย อำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๑ และฉบับที่ ๒ ที่ยังไม่ได้ถ่ายโอนของ คณะอนุกรรมาธิการด้านภารกิจถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมาธิการ การปกครองท้องถิ่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
รับฟังข้อมูลและผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการการกระจาย อำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
รับฟังข้อมูลและผลการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
น้ำข้อมูลที่ได้รับจากการศึกษาและรับฟังข้อมูลทั้งหมดนั้นมาประมวล วิเคราะห์ เพื่อมากำหนดวิธีการในการปฏิรูปเกี่ยวกับแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ปัญหาการกระจายอำนาจที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลาเริ่มตั้งแต่มีแผนการกระจาย อำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๔๔ และแผนปฏิบัติการกำหนด ขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๔๕ เปึนต้น มาจนถึงปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๕๙ รวม ๑๕ ป้ พบว่ายังคงมีปัญหาในการดำเนินงานดังนี้
๑. การดําเนินนโยบายการกระจายอํานาจขาดความจริงจัง สาเหตุจาก การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยครั้ง และรัฐบาลแต่ละยุคแต่ละสมัยไม่ได้ขับเคลื่อนการกระจาย อำนาจตามแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ไม่มีการสร้างหลักประกัน ความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบายการกระจายอำนาจ
๒. การจัดทำแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ การจัดทำแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นขาดความต่อเนื่อง จนส่งผลให้การกระจายอำนาจทางด้านภารกิจ งบประมาณ และบุคคลไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นขาดความต่อเนื่องไปด้วย เนื่องจากในแผน การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๑ กำหนดวิสัยทัศน์การกระจาย อำนาจภายใน ๑๐ ป้ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๔ ถึง ๒๕๕๓ และเมื่อแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๒ และแผนปฏิบัติ การกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๓ สิ้นสุดลง ในป้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ก็มีการจัดทำแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๓ และแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๓ ต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลง ทางการเมืองบ่อยครั้ง นโยบายการกระจายอํานาจของรัฐบาลแต่ละรัฐบาลบางครั้งขาดความ ชัดเจน ปัจจุบันคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงมีมติ ให้ใช้แผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๒ และแผนปฏิบัติ การกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๑ ถึง ๒๕๕๓ ไปพลางก่อน
อันที่ ๓ ก็คือกระบวนการถ่ายโอนมีลักษณะบนลงล่างให้ความสำคัญแก่ ส่วนราชการโดยไม่คำนึงถึงความพร้อม และความสมัครใจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามแผนปฏิบัติการได้กำหนดแนวทางการถ่ายโอน โดยให้ส่วนราชการและองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นจัดทำแผนและขั้นตอนการถ่ายโอน รับโอน ซึ่งในทางปฏิบัติส่วนราชการที่ ถ่ายโอนภารกิจมีการจัดทำบัญชีมอบหมายภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตรง ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสภาพจำยอมรับการถ่ายโอน ส่วนราชการไม่ได้พิจารณา ถึงแผนรองรับการถ่ายโอนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขาดการจัดทำและสอบถามถึง ความพร้อมและความสมัครใจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละประเภทที่ได้รับ การถ่ายโอน ในขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทมีความสามารถในการ จัดเก็บรายได้ไม่เท่ากัน ตลอดจนมีบุคลากรที่มีทักษะความรู้ความสามารถในทางเทคนิคที่ แตกต่างกัน และแผนการถ่ายโอนดำเนินการเปึนแบบเดียวกันทั้งประเทศ โดยไม่ได้พิจารณา รายละเอียดถึงความเหมาะสมของภารกิจและศักยภาพของแต่ละองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ส่วนราชการที่ถ่ายโอนไม่ได้มีการติดตามประเมินผลการถ่ายโอน ภารกิจ ขาดการจัดทำระบบข้อมูลการถ่ายโอนและไม่ได้ดำเนินการในการเปึ้นผู้สนับสนุน การเปึนพี่เลี้ยง การให้คำปรึกษา แนะนำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจน ในกระบวนการถ่ายโอนกำหนดให้ส่วนราชการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นโดยตรง ทำให้ผู้กำกับดูแลคือผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอไม่รับทราบผล การถ่ายโอนดังกล่าว
อันที่ ๔ การถ่ายโอนดำเนินการไม่สมบูรณ์ครบถ้วน ส่วนราชการที่ถ่ายโอน มุ่งเน้นเฉพาะการถ่ายโอนภารกิจตามที่กำหนดไว้ในแผนการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยไม่คำนึงถึงการถ่ายโอนงบประมาณและบุคลากรรวมทั้ง การแก้ไขระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภารกิจถ่ายโอน ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่รับการถ่ายโอนไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้กระบวนการ ถ่ายโอนขาดสภาพบังคับในการให้ส่วนราชการดำเนินการให้เปึนไปตามแผนปฏิบัติการ กำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๕. การถ่ายโอนภารกิจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่เปึนไปตาม แผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และไม่สามารถถ่ายโอนภารกิจคืนแก่ส่วนราชการเดิมได้ เนื่องจากในปัจจุบันมีการถ่ายโอน ภารกิจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วจำนวน ๒๖๒ ภารกิจ คิดเปึนร้อยละ ๗๕ ของ ภารกิจที่ต้องถ่ายโอนทั้งหมด จำนวน ๓๕๙ ภารกิจ เนื่องจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งมีความพร้อมในการรับโอนภารกิจไม่เท่ากัน และภารกิจที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับการถ่ายโอนส่วนมากเปึนภารกิจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน สะพาน แหล่งน้ำ ซึ่งจะต้องบำรุงดูแลรักษาสภาพและซ่อมแซมเปึนภาระ ด้านงบประมาณให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะว่ามีสภาพเก่าชำรุดเสียหาย ทำให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดกลางและขนาดเล็กไม่สามารถรับผิดชอบภารกิจดังกล่าว ต่อจากส่วนราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องการโอนภารกิจกลับคืนส่วนราชการเดิม แต่ไม่สามารถถ่ายโอนคืนกลับได้ เนื่องจากขัดกับหลักการของแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอน การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่กำหนดให้ภารกิจที่ถ่ายโอนคืนกลับ ให้แก่เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล หากเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลยังไม่พร้อม ที่จะรับการถ่ายโอนภารกิจให้ส่วนราชการถ่ายโอนให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดรับไป ดำเนินการแทนก่อน และเมื่อเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลมีความพร้อมและ ประสงค์รับการถ่ายโอนภารกิจเมื่อใดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดถ่ายโอนภารกิจนั้นให้แก่ เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลเจ้าของพื้นที่รับไปดำเนินการได้ทันที ซึ่งในข้อเท็จจริง องค์การบริหารส่วนจังหวัดก็ไม่สามารถช่วยเหลือเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลได้ อย่างทั่วถึง
๖. องค์กรขับเคลื่อนนโยบายการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นขาดประสิทธิภาพและขาดเอกภาพในการดำเนินการ เพราะปัจจุบันคณะกรรมการ การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เปึนหน่วยงานที่กำหนดนโยบายในการ กระจายอำนาจ โดยมีการจัดทำแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เปึ้นเครื่องมือและมีสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารแผน โดยการประสานส่วนราชการต่าง ๆ ให้มี การถ่ายโอนภารกิจึงบประมาณและบุคลากรไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่การติดตาม ประเมินผลการกระจายอำนาจขาดประสิทธิภาพ ไม่สามารถขับเคลื่อนแผนการกระจาย อำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้บรรลุผลสำเร็จตามเปัาหมาย เนื่องจากสำนักงาน คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเน้นบทบาทในการทำ หน้าที่ฝ์ายเลขานุการในการประชุมของคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ขาดการประสานงานกับส่วนราชการและไม่สามารถบังคับให้ ส่วนราชการปฏิบัติตามแผนได้ ขาดแรงผลักดันให้เกิดการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง และขาดกลไกการบริหารแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ แผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับ จังหวัด ตลอดจนสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นขาดการประสานงานและมีการทำงาน ที่ซ้ำซ้อนในบางภารกิจที่ส่งผลให้ขาดเอกภาพในการดำเนินงาน
สาระสําคัญของการปฏิรูป สําหรับสาระสําคัญของการปฏิรูปนั้นทาง คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่นก็เห็นว่า เพื่อให้ การปฏิรูปแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเปึนไป อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริงจําเปึ้นที่จะต้องดําเนินการใน ๔ ประเด็นคือ
ประเด็นแรก การสร้างหลักประกันความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบาย การกระจายอํานาจโดยมีแนวทางดังนี้
ทําให้การกระจายอํานาจนั้นเปึนวาระแห่งชาติที่รัฐบาลทุกรัฐบาลจะต้อง ดําเนินการโดยกําหนดให้การกระจายอํานาจนั้นเปึนยุทธศาสตร์ชาติและอยู่ในแผน บริหารราชการแผ่นดินระยะ ๔ ป้
จัดทำพิมพ์เขียวบลูปรินต์ (Blueprint) หรือขั้นตอนโรดแมป (Road map) ของแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ระบุภารกิจ ระยะเวลา และเปัาหมายที่ชัดเจน เพื่อให้ทุกส่วนราชการและทุกหน่วยงานใช้ขับเคลื่อนให้เปึ้นไปในทาง เดียวกันภายใน ๕ ป้ โดยดำเนินการคือ
๑. เร่งรัดการพิจารณาทบทวน ติดตามประเมินผลภารกิจที่ได้ถ่ายโอนไปแล้ว และพิจารณาการถ่ายโอนภารกิจเพิ่มเติม เพื่อให้การถ่ายโอนภารกิจนั้นมีความเหมาะสมและ สมบูรณ์ เพื่อให้แล้วเสร็จภายในแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๓
๒. การกำหนดหลักเกณฑ์และจัดสรรรายได้ให้สอดคล้องกับต้นทุน หน้าที่ และภารกิจที่ชัดเจน
๓. พัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดำเนินงานร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๔. การปรับปรุงกลไกการขับเคลื่อนการกระจายอำนาจให้มีประสิทธิภาพ
๕. การผลักดันนโยบายการกระจายอำนาจทางการคลังที่เปึนรูปธรรม เพื่อปรับปรุงโครงสร้างรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เพิ่มมากขึ้น และสามารถ พึ่งพาตนเองได้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้ภาษีที่ท้องถิ่นจัดเก็บเองประมาณ ร้อยละ ๑๐ ภาษีจัดสรร ภาษีแบ่งรวมกันประมาณร้อยละ ๕๐ และเงินอุดหนุนประมาณ ร้อยละ ๔๐ ให้เปลี่ยนเปึ้นสัดส่วนภาษีที่ท้องถิ่นจัดเก็บเองประมาณร้อยละ ๒๕ ภาษีจัดสรร ภาษีแบ่งรวมกันประมาณร้อยละ ๖๐ และเงินอุดหนุนประมาณร้อยละ ๑๕ ซึ่งจะทำให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพึ่งพาเงินรายได้ของท้องถิ่นมากขึ้น ลดเงินอุดหนุนลง และมี เปั้าหมายเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมีรายได้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
๖. การพัฒนาประสิทธิภาพในการบริการสาธารณะขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและ สอดคล้องกับกระแสโลกาภิวัตน์
ประเด็นที่ ๒ ปรับแนวคิดการกระจายอำนาจโดยคำนึงถึงความพร้อมของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปึนหลัก ปรับแนวคิดการกระจายอำนาจและการถ่ายโอนภารกิจ ให้ส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำแผนและขั้นตอนการถ่ายและรับโอน ต้องอยู่บนพื้นฐานของความพร้อมดังนี้
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะที่เปึนผู้รับการถ่ายโอนภารกิจ ต้องประเมินศักยภาพและจัดให้มีการกำหนดแผนรับการถ่ายโอนของตนเองเพื่อทราบความ พร้อมในการปฏิบัติภารกิจ แล้วยื่นเสนอต่อส่วนราชการเจ้าของภารกิจ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้กรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการการกระจายอำนาจ เมื่อให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประเมินความพร้อมของตนเองจะต้องสร้างแรงจูงใจด้วย เช่น การได้รับงบประมาณเปึนเงินอุดหนุนเพิ่ม เพื่อให้เปึนการกระตุ้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีความประสงค์จะขอรับการถ่ายโอนภารกิจโดยไม่รู้สึกว่าเปึนภาระต่อองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ในขณะเดียวกันก็ควรมีมาตรการกดดันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่ประสงค์ จะรับการถ่ายโอนภารกิจ เช่น การไม่เพิ่มงบประมาณและการส่งเสริมให้ภาคประชาชน ตรวจสอบ พิจารณาเปรียบเทียบผลการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่รับการ ถ่ายโอนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่รับการถ่ายโอนเพื่อให้เห็นความแตกต่าง ทั้งนี้การถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเน้นหลัก ๓ ประการ อย่างจริงจัง ได้แก่ หลักความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหลักประกันสิทธิ ประกันประสิทธิภาพในการให้บริการสาธารณะ หลักความรับผิดชอบในการตอบสนองต่อ ความต้องการของประชาชน และหลักการบริการสาธารณะได้โดยง่ายสำหรับประชาชน
ส่วนราชการเจ้าของภารกิจนั้นในฐานะที่เปึ้นผู้ถ่ายโอนภารกิจก็จะต้องเตรียม ความพร้อมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย เช่น การจัดการความรู้ด้วยการจัดทำคู่มือ ที่เปรียบเสมือนแผนที่บอกเส้นทางการทำงานที่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของกระบวนงาน มีความกระชับ แสดงให้เห็นกระบวนงานและขั้นตอนของงานที่เข้าใจง่าย ผู้ปฏิบัติสามารถ ทำงานได้ถูกต้องตามมาตรฐานของกระบวนงานทุกขั้นตอนอย่างมีประสิทธิภาพไม่ผิดพลาด รวมทั้งต้องสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ มีความสามารถในงานที่จะถ่ายโอนไป ทำหน้าที่พี่เลี้ยงให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดูแลสนับสนุนจนกว่าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นสามารถปฏิบัติภารกิจที่ถ่ายโอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการด้านภารกิจ เครื่องมืออุปกรณ์ก็จะต้องเตรียมให้ครบถ้วนมีสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานแล้วจึงถ่ายโอน เพื่อจะได้ไม่เปึนภาระแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการกระตุ้นวิธีคิด การเลียนแบบ และการนำไปขยายผล ในการรับการถ่ายโอนภารกิจ
ประเด็นที่ ๓ ให้มีการทบทวนประเมินผลภารกิจที่ถ่ายโอนไปแล้ว เพื่อพัฒนา การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีประสิทธิภาพ
ในการจัดทำแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๓ และแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๓ จะต้องมีการทบทวนและประเมินผลภารกิจที่ได้ถ่ายโอนไปแล้ว จำนวน ๒๖๒ ภารกิจ เนื่องจากบางภารกิจที่ถ่ายโอนแล้วยังคงมีปัญหาในทางปฏิบัติ มีถ่ายโอนไม่ครบทุกขั้นตอนกระบวนงาน เช่น การบริหารจัดการสถานีขนส่ง องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการได้เฉพาะภายในสถานีขนส่ง แต่ไม่สามารถอนุญาตให้ สัมปทานขนส่งภายในเขตจังหวัดได้ และไม่สามารถบังคับให้รถเข้ามาจอดในสถานีขนส่ง ได้เช่นกัน หรือถ่ายโอนไปแล้วเปึนภาระด้านงบประมาณในการบำรุงรักษาซ่อมแซม เช่น ถนน แหล่งน้ำ ดังนั้นจึงเห็นควรกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เช่น กรณีถ่ายโอนไม่ครบ ทุกขั้นตอนของกระบวนการหากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความพร้อมที่จะดำเนินการให้ คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดให้ส่วนราชการ ถ่ายโอนเพิ่มเติม ส่วนกรณีถ่ายโอนภารกิจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมาบำรุงรักษา คณะกรรมการการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรดำเนินการตามมาตรา ๑๒ (๓) ปรับปรุงสัดส่วน ภาษีอากรและรายได้ระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ (๗) เสนอแนะ มาตรการด้านการเงินการคลัง ภาษีอากร งบประมาณและการรักษาวินัยทางการเงินการคลัง ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ (๑๐) ก็คือการเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการจัดสรร งบประมาณเพิ่มขึ้นให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ (๑๑) พิจารณาหลักเกณฑ์ การจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามความจำเปึน
สำหรับภารกิจที่ยังไม่ถ่ายโอนจำนวน ๙๖ ภารกิจ และภารกิจที่จะ ถ่ายโอนใหม่จะต้องพิจารณาขนาดของภารกิจที่จะถ่ายโอนให้สอดคล้องกับประเภทของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลตำบล รับการถ่ายโอนการบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน ที่จำเปึนต่อชีวิต ส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาลตำบล รับการถ่ายโอน การบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานที่จำเปึนต่อชีวิต และให้ถ่ายโอนภารกิจ ขนาดใหญ่ให้แก่เทศบาลเมือง เทศบาลนคร และองค์การบริหารส่วนจังหวัดดำเนินการ
ประเด็นที่ ๔ การปรับปรุงกลไกและบทบาทเกี่ยวกับการกระจายอํานาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากการดำเนินงานที่ผ่านมายังไม่เปึ้นไปตาม ข้อกำหนดในพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ทั้งในเรื่องภารกิจที่จะต้องถ่ายโอน และระยะเวลา การถ่ายโอนภารกิจมีสาเหตุมาจากกลไกและบทบาทของการกระจายอำนาจและการถ่ายโอน ภารกิจที่ยังไม่เหมาะสม สมควรที่จะได้รับการปรับปรุงดังนี้
กลไกในการขับเคลื่อนคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น โดยหลักการแล้วคณะกรรมการจะมีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบาย ทิศทางและเปัาหมาย การดำเนินงานรวมถึงความรับผิดชอบในผลของการดำเนินงาน ในขณะที่เลขานุการคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำหน้าที่ประสานติดตามเพื่อให้การดำเนินงานเปึ้นไปตามนโยบาย ทิศทาง แล้วก็เปัาหมาย ตามที่คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด หรือมีมติ เรื่องการกระจายอำนาจและถ่ายโอนภารกิจ บทบาทกลไกการขับเคลื่อนที่สำคัญจึงอยู่ที่ เลขานุการคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บทบาทของ เลขานุการคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ควรจะมี ก็คือต้องเปึนบุคคลที่ช่วยเหลือคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ และระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดแผน แล้วก็ขั้นตอนการกระจายอำนาจ กฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กฎหมาย การบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นและกฎระเบียบของกระทรวงมหาดไทย หรือกฎหมาย หรือกฎระ์เบียบอื่นที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องเปึนตัวกลาง ที่สามารถประสานซึ่งเปึนที่ยอมรับของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจและการถ่ายโอน ภารกิจทุกระดับทั้งในระดับนโยบายคือ นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย และระดับปฏิบัติคือส่วนราชการ ต้องเปึ้นผู้ที่มีส่วนสำคัญ ในการผลักดันและกำกับดูแลนโยบายแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เปึนไปตามแผน ทั้งเรื่องของภารกิจและระยะเวลาการกระจายอำนาจและการถ่ายโอนภารกิจ คุณสมบัติของเลขานุการคณะกรรมการกระจายอำนาจนั้นควรจะมีคือเปึนผู้ที่มีความรู้ มีความเข้าใจเกี่ยวกับบริบทและวัฒนธรรมของท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการ บริการสาธารณะในส่วนที่เกี่ยวกับการกระจาย อำนาจ แล้วก็ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น หลักความสามารถ หลักความรับผิดชอบ หลักประสิทธิภาพในการดำเนินงาน หลักผลประโยชน์ของท้องถิ่น และหลักการติดตามประเมินผล จะต้องมีความรู้ทางด้านกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสามารถให้คำแนะนำที่เปึนประโยชน์ที่ถูกต้อง หรือทักท้วง การปฏิบัติที่อาจนําไปสู่การกระทําผิด หรือเกิดความเสียหาย นับตั้งแต่มีการใช้บังคับ แผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแผนปฏิบัติการกำหนด ขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านมา ๒ ฉบับ การทำหน้าที่ ของฝ์ายเลขานุการคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีข้อจำกัดและปัญหาอุปสรรคในการทำหน้าที่ในการขับเคลื่อน และผลักดันให้การถ่ายโอน ภารกิจบรรลุเปัาหมายที่วางไว้ตามแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากโครงสร้างอัตรากำลังขององค์กรมีไม่เพียงพอ ที่จะรองรับการทำหน้าที่ในระดับภูมิภาคได้ ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงมีแนวทาง การแก้ไขปัญหา ๒ แนวทางคือ
แนวทางที่ ๑ ปรับปรุงโครงสร้างอัตรากำลังและบทบาทของสำนักงาน คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสามารถรองรับ การขับเคลื่อนการกระจายอำนาจและการถ่ายโอนภารกิจให้บรรลุเปัาหมายที่ว่างไว้ใน แผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ ซึ่งแนวทางดังกล่าวเปึนการปรับรื้อในเชิงโครงสร้างทั้งระบบจะต้องอาศัยระยะเวลา ดำเนินการ และงบประมาณเปึนจำนวนมาก
แนวทางที่ ๒ ใช้กลไกที่มีอยู่ในปัจจุบันโดยให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นเปึนกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เนื่องจากมีความพร้อมและศักยภาพในการดำเนินงานขับเคลื่อนการกระจาย อํานาจโดยเปึนหน่วยที่จะนํานโยบายการกระจายอํานาจไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งคณะกรรมาธิการ เห็นว่าแนวทางที่จะมีความเปึนไปได้และสามารถดำเนินการได้อย่างเปึ้นรูปธรรมก็คือ แนวทางที่ ๒ เนื่องจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนั้นมีหน้าที่หลักในการส่งเสริม สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำหน้าที่จัดบริการสาธารณะซึ่งการถ่ายโอนภารกิจ ก็เปึนหนึ่งในหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำหน้าที่จัดบริการสาธารณะแก่ ประชาชน โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นสามารถประสานงานกับส่วนราชการ ที่ถ่ายโอนให้ดำเนินการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้อย่างมี ประสิทธิภาพ โดยใช้กลไกของคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในระดับจังหวัดซึ่งมีท้องถิ่นจังหวัดเปึ้นเลขานุการ และมีอัตรากำลังของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในระดับจังหวัดสามารถช่วยเหลือในการปฏิบัติงานเพื่อ ขับเคลื่อนการกระจายอำนาจได้อย่างเปึนระบบ ตลอดจนสามารถเตรียมความพร้อมให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานในระดับพื้นที่ ทั้งนี้ ให้โอนสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมถึง บทบาทหน้าที่และบุคลากรมาสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพื่อบูรณาการ การทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อนการกระจายอำนาจ นอกจากนี้ข้อเสนอตามแนวทางที่ ๒ นั้น จะสร้างประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนนโยบายกระจายอํานาจได้อย่างเปึนรูปธรรม ภายในระยะเวลาที่กําหนดทําให้เกิดเอกภาพในการทํางานเปึนหนึ่งเดียวทั้งในส่วนกลางก็คือ คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงาน คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเลขานุการ คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนภูมิภาคก็คือ คณะอนุกรรมการการกระจายอำนาจระดับจังหวัดซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธานและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ประมาณ ๗,๘๕๓ แห่งนะครับ อีกทั้งยังสอดคล้องกับ ข้อเสนอในเรื่องของการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้เสนอแนวทาง การยุบรวบโครงสร้างและกลไกการบริหารงานด้านการปกครองท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบัน มีหลายองค์กร ได้แก่ คณะกรรมการ ก.ถ. คณะกรรมการกลางก็คือ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ให้อยู่ภายใต้ ก.ถ. เดียว โดยมีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปึนองค์กรขับเคลื่อนและ ประสานการดำเนินงาน ปัญหาก็คืออาจมีคำถามว่าการให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเปึนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยเข้ามาเปึ้นกลไกขับเคลื่อนจะสามารถ ดำเนินการได้อย่างเปึ้นอิสระหรือไม่เพียงใดนั้น เห็นว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพียงปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเลขานุการและสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการ การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เปึนไปตาม นโยบายของคณะกรรมการซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน และตามมติคณะรัฐมนตรีอยู่แล้ว ไม่ต่างจากสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเปึนหน่วยราชการบริหารส่วนกลางเช่นกัน กลไกสนับสนุนการกระจายอำนาจก็คือ ในระดับกรมนั้น ส่วนราชการที่ถ่ายโอนภารกิจควรมีหน้าที่เตรียมการถ่ายโอนภารกิจ การฝ๊กอบรมการจัดทําคู่มือการปฏิบัติงาน ติดตามประเมินผลการถ่ายโอนและจัดทำ ฐานข้อมูลการถ่ายโอน ตลอดจนให้คำปรึกษาแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับ การถ่ายโอนภารกิจ ในระดับจังหวัดควรมีคณะกรรมการการกระจายอำนาจระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธาน ท้องถิ่นจังหวัดเปึ้นเลขา ทำหน้าที่บริหารการถ่ายโอน ภารกิจ บุคลากร งบประมาณให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนให้คำปรึกษาแก้ไข ปัญหาการกระจายอำนาจในระดับจังหวัด กลไกการตรวจสอบซึ่งเปึนการติดตามประเมินผล การทำงานที่กระทำโดยภาครัฐและส่วนราชการยังไม่เพียงพอ ควรปรับปรุงให้ภาคเอกชน และภาคประชาชนในฐานะผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการติดตามประเมินผลด้วย หรือได้รับรู้ผลของการติดตามประเมินผลเพื่อจะได้นำไปสู่การพัฒนาศักยภาพขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การก่อหนี้ระยะยาวข้ององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นควรเป่ดโอกาสให้ภาคเอกชนและภาคประชาชนในพื้นที่ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เพราะอาจกระทบต่องบประมาณที่จะใช้ในการจัดบริการ สาธารณะหรือรองรับภารกิจถ่ายโอน
บทบาทของคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นควรปรับปรุงบทบาทจากการตั้งรับในทางกฎหมายเปึนการแสดงบทบาท เชิงรุกในการบริหาร โดยการผลักดันให้นโยบายการกระจายอำนาจนั้นเปึนวาระสำคัญ ของรัฐบาล และมีมาตรการที่เปึนการบังคับให้ต้องปฏิบัติอย่างจริงจังต่อเนื่อง เพื่อให้ภารกิจ ถ่ายโอนนั้นมีผลสําเร็จอย่างมีประสิทธิภาพในระยะเวลาที่กําหนด
ทั้งนี้ใน ๔ ประเด็นที่เสนอข้างต้นนั้น เปึนการเสนอแนะเกี่ยวกับ การกำหนดขั้นตอนการถ่ายโอน รับการถ่ายโอน กลไกการขับเคลื่อน กลไกการตรวจสอบ บทบาทของคณะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีความสอดคล้องกับมาตรา ๒๕๐ ของร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๙ แต่จำเปึนต้องปรับปรุง พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และระูเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง โดยผู้รับผิดชอบต่อไป ตลอดจน ควรเร่งรัดให้มีการจัดทำแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๓ และแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๓ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
คณะอนุกรรมาธิการด้านการบริหารงานบุคคล การกำกับดูแล ตรวจสอบ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ยินดีที่จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของท่าน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หากข้อคิดเห็นใดที่มีประโยชน์จะทำให้รายงาน ฉบับนี้มีความสมบูรณ์ครบถ้วนยิ่งขึ้นแล้ว คณะอนุกรรมาธิการก็ยินดีน้อมรับไปดำเนินการ ต่อไป หากที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเห็นชอบแล้วก็จะได้จัดส่งให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาและส่งเรื่องดังกล่าวให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณา ดำเนินการต่อไป ขอบพระคุณครับ
ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นโดยใช้เวลาท่านละไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับ สำหรับท่านแรกท่านสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ อดีตเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม อดีตรองปลัดกระทรวงแรงงาน ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๗๓ ผมอ่านรายงานของคณะกรรมาธิการ ๑๗ หน้า ลงนามโดย พลตรี สิระวิตร์ นาคทอง แล้วก็มีความรู้สึกว่าละเอียดดีนะครับ ต้องสนับสนุน เรื่องการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะเรียกย่อ ๆ ต่อไปว่า อปท. แต่อย่างไรก็ตามผมอยากกราบเรียนว่า เรานี่มุ่งมั่นที่จะกระจายอํานาจมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ อยากจะกราบเรียนว่าถึงวันนี้นี่นะครับ เงินที่ อปท. รับไปนี่นะครับ จาก ๑๓.๓๓ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณประเทศ พอถึงป้ ๒๕๔๙ นี่เข้าไป ๒๘ เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คำถามว่าแผ่นดินไทยมันงอกงามดีขึ้นไหม ปัญหาก็ยังมีอยู่เยอะ เช่น จะมีคำสั่ง ตรวจสอบ โยกย้าย ปัญหาของเงิน ๆ ทอง ๆ นี่ผมเคยบอกแล้วเงินทองเปึนของบาดใจ แต่ท่านกรรมาธิการนี่พูดถึงเรื่องอำนาจ จะต้องกระจายอำนาจ กรมนั้นยังไม่กระจาย ร้อยแปดจิปาถะ ผมนี่ได้ยินคำว่า กระจายอำนาจ มาตั้งแต่ผมอยู่กระทรวงมหาดไทยเปึน ข้าราชการเด็ก ๆ จนเกษียณมาแล้ว ๙ ป้ก็ยังได้ยินอยู่ มันตามหลอกหลอนผมมาจนถึงวันนี้ เวลานี้นะครับ ถามว่าผมพูดเรื่องนี้ทำไม ผมกราบเรียนว่าท่านก็รู้อยู่ว่าการบริหารไม่ว่าจะ สังคมใดก็ตาม ยิ่งสังคมประเทศ ไม่มีเลยที่ใครไม่เรียนมา ท่านกรรมาธิการก็เรียนกันมาแล้ว ท่านประธานกรรมาธิการที่นั่งอยู่นั่นน่ะ เขาเรียกอะไร ต้องใช้คําว่า ประทานโทษนะครับ เจ้าแม่ของ อปท. ตัวจริงเลย เพราะไม่มี อปท. ไหนใหญ่กว่ากรุงเทพมหานคร แล้วท่านก็ บริหารได้ดี ไม่มีด่างพร้อยเลยแม้แต่น้อย ขออนุญาตชมต่อหน้าสักเล็กน้อยนะครับ ท่านประชาชนที่เคารพครับ ท่านกรรมาธิการที่รักทุกท่าน เรื่องคนนี่ท่านก็พูดถึงเรื่องอำนาจ แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยพูดกันเลยคือเรื่องของเงิน หลักการบริหารก็มีอยู่แล้วว่ามันต้อง ๓ เอ็ม (3M) ๔ เอ็ม (4M) นะครับ ๑. แมน (Man) คน อำนาจต้องการ แต่ไม่รับผิดชอบ เงิน งบประมาณ ไม่ใช่ของตัวเองก็ใช้เข้าไปทะลุ่มทะลวยนะครับ มันนี (Money) แม่ที่เรียล์ (Material) จะซื้อของครั้งใดก็เอาของที่มันถูกเข้าไว้ แล้วก็เอาง่าย ๆ เข้าไว้ ซื้อประเดี๋ยวประด๋าวจอดทิ้งไว้ใช้ไม่ได้นะครับ หลักการบริหารก็ไม่ได้ไปเรียนมา หรือเรียนแล้วก็เอาเก็บใส่ลิ้นชักไว้นะครับ ผมจึงอยากกราบเรียนว่าทั้งหมดทั้งสิ้นผมอยากเห็น ท่านกรรมาธิการพูดให้มันลึกเข้าไปอีกนิดหนึ่งว่าเมื่อท่านกระจายอำนาจไปแล้วท่านตามไป วัดผลไหม ให้เคพีไอ (KPI) เขาไหมว่าถ้าท่านจะเข้ามาดูแลบริหารรับใช้ประชาชนในท้องถิ่น ของท่านนี่นะครับ อบต. เล็กสุดนี่นะครับ ท่านจะทําอะไรบ้าง ๒ ป้ผ่านไปท่านทําไหม มันต้องมีองค์กรตรงนี้ไปตรวจสอบว่าทำหรือไม่ทำ ถ้าไม่ทำท่านต้องพิจารณาตัวเอง และต้องมีกระบวนการให้เขาออกไปอย่างด้วยความรวดเร็ว ไม่ต้องอยู่จนกระทั่ง ๔ ป้นะครับ แล้วก็ขอต่ออีก ๔ ป้ ส่วนใหญ่ก็จะเปึนเช่นนั้น ผมมองว่าอยากจะให้ท่านมองไปถึงตัวเคพีไอ (KPI) และผมให้กำลังใจนะครับ กำลังใจ ตัวชี้วัดและให้กำลังใจท่านกรรมาธิการ ท่านทำ ต่อไปเถอะครับ ชีวิตนี้ต้องประสบความสำเร็จ อปท. ต้องดีขึ้น พรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้ ถ้าเรา ร่วมมือกันนะครับ ช่วยผลักดันให้เขาทำงานเพื่อประชาชน ถ้าเมื่อไรท่านไปดูได้เลย อปท. มี ๘,๐๐๐ แห่ง ๙,๐๐๐ กว่าแห่งนี่นะครับ อปท. ไหนที่สนใจความทุกข์ของประชาชนยิ่งลึก เข้าไปดูเรื่องอาชีพของประชาชน เรื่องการศึกษาของคนในหมู่บ้านว่าลูกหลานใครเรียนถึง ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก มีร่างวัลให้ ยกย่องปรบมือให้ อปท. นั้นก็เจริญ ท่านไปดู ได้เลยนะครับ ซึ่งผมกล่าวไว้หมดแล้ว อปท. ที่ดี ๆ มันมีเยอะ แต่ อปท. ที่หน่วงรั้งไม่ได้เรื่อง ก็มีมากเช่นเดียวกัน ท่านกรรมาธิการท่านก็รู้อยู่นะครับ เหนือกว่านั้นถ้าทำความดีแล้ว มั่นใจว่าดีแล้วท่านอย่าไปกลัว สังคมไทยเปึ้นสังคมที่ไม่ใช่บริหารโดยรัฐบาลอย่างเดียว นะครับ บริหารด้วยสื่อมวลชน ของดี ๆ พอสื่อมวลชนลงหน้า ๑ สองวันติดต่อเท่านั้นละ ผู้หลักผู้ใหญ่ทำไมเปึนอย่างนี้ ชี้แจงแล้วก็ไม่ฟัง เธอ ๆ เอาออกไปก่อนหรืออะไรร้อยแปดจิปาถะ ผมอยากจะยกภาษิตประการหนึ่งฝากท่านกรรมาธิการไปถึงประชาชน รวมทั้งผู้บริหาร อปท. ทุกคน ถ้าท่านทำความดีเพื่อประชาชน เอาประชาชนเปึ้นตัวตั้งแล้วท่านอย่าไปกลัว หน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่ว่าเขาจะเอาป๋นใหญ่มา เอามีดดาบมา ท่านอย่าไปกลัว ถ้าประชาชนเอากับท่าน เหมือนกับประเทศตุรกี่อย่างไรครับ ภาษิตที่ผมว่าท่านจดไปได้เลย อันเสาหลักปักเล่นเอนเอียงเพียงลมผ่าน เห็นไหม ถ้าท่านประธานนินนาทจะรู้เลยว่าถ้าท่าน ไปแถว ๆ ชายทะเลมันก็เอนไปเอนมานะครับ ก็ไม่มีปัญหา เสาหลักปักเลนเอนเอียงเพียงลมผ่าน เมื่อแรงท่านนานเข้าเสาก็สั่น เห็นไหมพอลมมากหน่อยก็สั่น แล้วโยกคลอนนอนดินมิสิ้นวัน โยกหนัก ๆ เข้าเสาก็ล้ม แปลว่าอย่างนั้น ความต่อไปว่าอะไรครับ ใจเหมือนกันมั่นไว้อย่าไหวเอน เห็นไหมผมให้กำลังใจท่านนะ ใช่ไหมครับ ท่านทำเรื่อง อปท. มานานหลายเรื่องที่ผม อภิปรายในที่นี้ก็หลายเรื่อง และผมต้องขอบคุณท่านประธาน อะไรที่ผมอภิปรายแล้วพอลุก จากที่นั่งของท่าน ท่านไปประชุมเลยแล้วก็โทรศัพท์มาบอกว่าที่อภิปรายนั่นนะเดี๋ยว กรรมาธิการกำลังพิจารณาอยู่ อย่างนี้ผมถือว่าทำงานเพื่อประชาชน อยากจะกราบเรียนว่า ไม่ว่าจะแมน (Man) มันนี (Money) แมที่เรียล (Material) แมเน็จเมนต์ (Management) แม่ชีน (Machine) มาร์เกต (Market) มอรัล (Moral) เมสเซส (Message) ร้อยแปดจิปาถะ อย่าให้มันตายที่แม่สคอมมูนิเคชัน (Mass Communication) กลัวสื่อมวลชนเสียจน์ โอ้โฮ เหมือนกุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหรืออยุธยาเลยนะครับ กุ้งมันเปึนอย่างไรท่านไปดูเอาก็แล้วกัน ผมให้กําลังใจท่านประธานนะครับ รวมทั้งกรรมาธิการว่าขอให้กําลังใจและขอให้ทําเรื่องนี้ ให้ดี แต่ว่าขอให้ดูเรื่องเงินเรื่องท้อง เรื่องการวัดผล ให้ได้ผลตามที่ต้องการก็แล้วกันนะครับ แล้วก็ผมขอยืนยันว่าสิ่งที่ผมพูดมี ท่านประธานขออนุญาตยกหนังสือหน่อยครับ ผมไม่ได้ขออนุญาตเพราะเพิ่งได้รับมา เมื่อสักครู่นี้เองจากอาจารย์อุทัยให้ผมเมื่อสักครู่นี้ อาจารย์อุทัยนั่งตรงนี้หนังสือท่านนี่นะครับ เขียนไว้เลยว่าทำดีแล้วนี่ต้องระมัดระวังเรื่องแม่สคอมมูนิเคชัน (Mass Communication) นะครับ หนังสือเล่มนี้นะครับ ผมอ่าน ๑๐ นาทีแล้วก็มีความรู้สึกว่าใช้ได้เลย กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมได้ใช้เวลาไปเพียง ๘ นาที สำหรับคราวนี้และมั่นใจว่าจะได้สาระสำคัญ สำหรับท่านประธานและผู้บริหาร อปท. ทั่วประเทศที่ผมรักและเคารพ เพราะ อปท. นี้ เปึ้นหัวใจของประเทศ ถ้า อปท. มันดีหมดนะครับ รับรองได้ว่ารัฐบาลนี่มีความสุขยิ้ม ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์เดินไปก็จะยิ้มไปเพราะ อปท. อยู่กับประชาชนทำให้ประชาชน มีความสุขถูกไหมครับ ตามที่รัฐบาลต้องการ กราบขอบพระคุณท่านประธานและ ท่านกรรมาธิการด้วยความเคารพครับ และขออนุญาตไปภาคใต้ไปครู ค ต่อนะครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณท่านสุรินทร์ครับ ต่อไปขอเชิญท่านกษิต ภิรมย์ อดีตเอกอัครราชทูต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ สปท. อันดับที่ ๗ ครับ ท่านประธานครับ เรื่องราวเกี่ยวกับการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นรวมถึง เรื่องของการกระจายอำนาจ หรือการเพิ่มอำนาจให้กับท้องถิ่นนั้น เราได้พูดจากัน ในที่ประชุมของ สปท. กันมาหลายครั้งหลายรอบ และทุกครั้งเมื่อเรื่องเข้ามาผมก็ค่อนข้าง จะมีความคับอกคับใจแล้วก็หนักอกหนักใจด้วยว่า ระบบคิดของผมมันค่อนข้างจะแตกต่าง จากคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่นตั้งแต่ต้น ต้องขอโทษด้วยนะครับ แล้วผมก็อยากจะขอยกประเทศที่มีระบบการเมืองการปกครอง ที่คล้ายคลึงหรือว่าใกล้เคียงกับประเทศไทยมากก็คือประเทศญี่ปุ์นซึ่งมีสถาบัน พระมหากษัตริย์ จักรพรรดิ์ มีระบบรัฐสภา มีสภาสูง มีสภาล่าง แล้วก็แบ่งประเทศ เขาออกเปึนรวมทั้งหมดประมาณ ๔๗ จังหวัดที่เรียกพรีเฟกเจอร์ (Prefecture) แต่ความต่างของเขาก็คือว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดข้องเข้ามาจากการเลือกตั้ง ขณะที่ของเรา ก็เปึนคล้าย ๆ กับนกสองหัว มีพนักงานเจ้าหน้าที่ ข้าราชการจากกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดอำเภอ ปลัดจังหวัด นายอำเภอ ไล่ลงไปจนถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็คู่แฝดอีกด้านหนึ่งคือ อบจ. อบต. อปท. มันจะเปึนไปอย่างนี้ไม่ได้ครับ ประเทศไทย ถึงเวลาแล้วที่จะต้องตัดสินใจเอา ๒ หน่วยมารวมกันเปึนหนึ่งเดียวกันนั่นเปึ้นประเด็นที่ ๑ ครับ
อันที่ ๒ ก็ต้องมีเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็มีสภาจังหวัด แล้วก็ ในจังหวัดก็ควรจะเปึ้นเทศบาลระดับต่าง ๆ ดังที่อารยประเทศเขาก็มีกันทั้งนั้น ในขณะเดียวกันก็ต้องไล่หน่วยงานต่าง ๆ สำนักงานพาณิชย์ สำนักงานวัฒนธรรม สำนักงาน ท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หน่วยงานในกระทรวงคมนาคมเหล่านี้ก็ต้องขอเชิญ กลับกรุงเทพมหานครหมดนะครับ แล้วก็โอนงาน เงินเดือน บุคลากรทั้งหมดให้กับท้องถิ่น ผมว่าเราต้องมาตกลงกันตรงนี้แล้วก็ตัดใจเสียก่อนเด็ดขาดว่าจะเปึนนก็สองหัวไม่ได้ แล้วก็ ต้องโอนอำนาจจากส่วนกลางมาที่ท้องถิ่นคือที่จังหวัด ระดับจังหวัดที่ประเทศญี่ปุ์น หรือหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งเขาทําอะไร ผมเคยพูด หลายครั้ง ก็ดูพวกโรงเรียนอาชีวะ โรงเรียนมัธยม ดูเรื่องถนนหนทางภายในจังหวัด สาธารณูปโภคที่มันต้องเชื่อมโยงกันทั้งจังหวัด ดูเรื่องความปลอดภัย แล้วก็ดูเรื่อง ทะเบียนราษฎร เพราะฉะนั้นในระดับจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง สมมุติว่ามีงานสัก ๕ อย่าง แล้วก็ทอนไปที่ระดับเทศบาล หรือจะบวกอำเภอ เทศบาล ก็ให้ดูแลทุกข์สุข ของประชาชน คนแก่ คนชรา โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนประถม ความสะอาดขั้นพื้นฐาน ต่าง ๆ เหล่านี้แล้วก็ระบุเสียให้แน่ชัด แต่ตราบใดที่เราไม่ยอมที่จะตัดสินใจในกรอบของงาน ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมันก็จะเปึ้นเรื่องของเหมือนผักตบชวาลอยตุ๊บป์อง ๆ ไปเรื่อย ๆ ตัดสินใจเสีย แล้วก็ในการตัดสินใจนั้นผมก็เสนอให้ยุบคณะกรรมการติดตาม ประสานในเรื่องของการกระจายอํานาจมีไว้ทําไมครับ ถ้าเผื่อมอบงานจากส่วนกลางไปที่ จังหวัด ๑๐ งานด้วยกัน ระดับจังหวัดก็จะต้องทำงานอย่างไรก็ต้องตอบสนองสภาจังหวัด เขาจะเปึ้นผู้ตรวจสอบแล้วก็อาจจะมีสภาประชาชน หรือสภาพลเมืองที่จะตรวจสอบ อีกขั้นหนึ่ง แล้วก็ในหลาย ๆ ประเทศนั้นท้องถิ่นก็จะต้องมาชี้แจงที่สภาได้ตลอดเวลา รัฐสภา ซึ่งเปึนของส่วนกลาง แล้วเราก็ไปดูงานกันมากมาย ทั้งข้าราชการประจำ ท้องถิ่น รัฐบาล อะไรต่าง ๆ ขอประทานโทษครับ ต่าง ๆ เหล่านี้ แต่เราไม่ได้นำเอาสิ่งเหล่านี้กลับมาในการ ที่จะปฏิรูปประเทศไทยแล้วก็ให้มีการกระจายอํานาจอย่างจริง ๆ จัง ๆ เราก็ยังกระจุกตัว อำนาจทั้งหลายไว้ที่กรุงเทพมหานคร งานยังอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย อยู่ที่ส่วนกลาง แล้วแถมยังตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ เข้ามาที่ผมก็ได้วิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดว่ามันไม่ทันสมัย แล้วเราก็ไม่ได้ตอบสนองความต้องการของประชาชนในการที่จะมีส่วนร่วมโดยให้มีการกระจาย อำนาจ ต้องตกลงกันตรงนี้เสียก่อนครับ ไม่อย่างนั้นเราก็ไปอย่างนี้แล้วก็จะมาบอกทุกวันว่า ทางฝ์ายท้องถิ่นไม่พร้อม ผมก็ไม่เห็นมีประเทศไหนในโลกที่เขาบอกว่าท้องถิ่นยังไม่พร้อม เพราะฉะนั้นยังไม่ให้ เราต้องตัดใจเสียก่อนว่าท้องถิ่นจะให้ทํา ๓ อย่าง ๕ อย่าง และเรา ก็ต้องทุ่มพละกำลังทั้งหมดเพื่อให้ท้องถิ่นมีความเข้มแข็งได้ ไม่อย่างนั้นก็เปึนเรื่องของไก่ กับไข่ว่าอันไหนมันเกิดก่อนกัน แต่ว่านัยของมันก็คือยังเก็บอำนาจไว้ที่กระทรวงมหาดไทย ไว้ที่เปึนส่วนกลางแล้วเราจะมาปฏิรูปประเทศกันทําไมครับ อันนี้เราต้องมีความจริงใจ ต่อประชาชน ประชาชนเขาเปึนเจ้าของอำนาจแล้วเขาจะต้องมีโอกาสในการจะตรวจสอบ และมันจะไม่มีอะไรดีกว่าที่เขาสามารถที่จะตรวจสอบ ณ ท้องที่ของเขาได้ องค์กรทั้งหมด ในจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง ฝ์ายรัฐบาลนั่งที่กรุงเทพฯ รัฐสภานั่งอยู่ที่กรุงเทพฯ ก็เปึนผู้ ที่จะกำกับดูแลประสานสนับสนุนเท่าที่ควร นอกจากนั้นแล้วก็ต้องระบุครับ ภาษีกี่ประเภท ที่จะขยายแล้วก็ยกไปให้ท้องถิ่นเขาเก็บเอง แล้วก็รายได้ที่ได้มาจากการให้สัมปทาน ทรัพยากรทางธรรมชาติก็ทำอีกหลาย ๆ ประเทศว่าจะให้ท้องถิ่นกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วจะต้อง เอาไปทำอะไร แล้วอีกกี่เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่ที่ส่งมาที่กระทรวงการคลัง ต่าง ๆ เหล่านี้ มันมีแบบอย่างอยู่ทั่วโลกนะครับ แต่ว่าที่มันขาดที่ประเทศไทยก็คือความเด็ดเดี่ยวข้องจิตใจ แล้วก็การตัดสินใจทางการเมือง แล้วก็การเปึ้นห่วงเปึนใยกับความรู้สึกของท่านผู้ว่าราชการ จังหวัด แล้วก็กระทรวงมหาดไทย ต้องขอประทานโทษด้วย แล้วเราอยากจะมาปฏิรูป ประเทศไทย อยากจะกระจายอํานาจกันทําไมครับ เราก็หลบไปหลบมาเหล่านี้ แล้วก็พยายาม จะทำอะไรที่มันจะประวิงเวลาไปเรื่อย ๆ เราต้องมีความเชื่อมั่นในขีดความสามารถและ สติปัญญาของประชาชนในการที่เขาจะเปึนเจ้าของประเทศ ต้องเป่ดทางให้เขาเข้าถึง ซึ่งอำนาจ เข้าถึงซึ่งข้อมูลข่าวสารและการมีส่วนร่วมครับ เราต้องเชื่อในประชาชนจะได้ ไม่ต้องไปฝากผี้ฝากไข้ไว้ที่คณะกรรมการโน้น กลุ่มโน้นกลุ่มนี้ ไม่ต้องครับ เราต้องมีความเชื่อ ในตัวประชาชน คนไทยมีสติปัญญา มีความสามารถก็ได้แสดงให้เห็นมาในช่วง ๑๐ ป้ ที่ผ่านมาของการมีส่วนร่วม การตื่นตัวทางด้านการเมือง และเมื่อเราได้เริ่มกระจายอำนาจ เมื่อเกือบ ๒๐ ป้ที่แล้ว เราต้องไปให้สุดซอยสุดทางครับ อันนี้เปึนเรื่องที่สำคัญ ไม่เช่นนั้น เราก็มาพิจารณากันเล็ก ๆ น้อย ๆ เราก็จะไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องของการที่จะให้ ประชาชนเปึ้นใหญ่ในผืนแผ่นดินนี้ ขอขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
ขอบคุณท่านกษิตนะครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรม เสวนา เพื่อเสริมสร้างความเปึนพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย จำนวน ๒๕๐ ท่านนะครับ ได้มาเข้ารับฟังการประชุมของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของ สปท. นะครับ ก็ขอต้อนรับนะครับ
เนื่องจากมีผู้อภิปรายแสดงความจำนง ๒ ท่านนะครับ ดังนั้นเมื่อไม่มี ท่านสมาชิกจะอภิปราย ผมขอป่ดการประชุม และขอเชิญคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงตอบ ข้อซักถามของสมาชิก ขอเชิญครับ
ขอบพระคุณท่านประธานคะ ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉันขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้กรุณา อภิปรายให้ความคิดเห็นนะคะ โดยเฉพาะท่านกษิต ภิรมย์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ดิฉันก็ เชื่อมั่นอย่างที่ท่านเชื่อค่ะ แต่ก็คงจะต้องเปึ้นสักวันหนึ่งในอนาคต อาจจะไม่ใช่วันนี้ เนื่องจากว่าในวันนี้นั้นร่างรัฐธรรมนูญของเรา หรือว่ารัฐธรรมนูญที่เรากําหนดมาทั้งหมด ก็ยังกำหนดให้การบริหารราชการแผ่นดินนั้นประกอบไปด้วย ๓ ส่วน คือราชการบริหาร ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคแล้วก็ส่วนท้องถิ่น ทีนี้ลักษณะที่ท่านได้กล่าวเสนอนั้น ดิฉันก็เชื่อว่า จะเปึนเรื่องของลักษณะจังหวัดปกครองตนเอง ในที่สุดแล้วเราก็คงจะค่อย ๆ เดินไปตรงนั้น ได้นะคะ แต่ในวันนี้ที่ในคณะกรรมาธิการนำเสนอนั้นเปึนเรื่องของการกระจายอำนาจ จากราชการส่วนกลางสู่ราชการส่วนท้องถิ่นในบางภารกิจ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมา ตั้งแต่ป้พุทธศักราช ๒๕๔๐ จากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แล้วก็มีกฎหมาย การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็มีแผนกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็มีแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งคณะกรรมาธิการนำมาศึกษาจากของทาง สนช. ก็ดี สปช. ก็ดี รวมทั้งของพวกเราได้รับฟังจากหลาย ๆ ทางด้วย ก็คิดว่าในการดำเนินการกระจายอำนาจ ที่รัฐได้ตั้งมุ่งหมายไว้ตั้งแต่หลังป้พุทธศักราช ๒๕๔๐ ว่า จะกระจายอํานาจทั้งหมด ๓๕๙ ภารกิจ แต่ตอนนี้ผ่านไป ๑๕ ป้ ๑๖ ป้แล้ว เพิ่งจะกระจายได้ ๒๖๒ ภารกิจ คณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการก็เลยมาศึกษาว่าเหตุใดจึงยังทำไม่ได้ครบถ้วน ตามที่ตั้งใจไว้ แล้วก็ ๒๖๒ ภารกิจที่ได้กระจายอำนาจไปนั้น ก็ปรากฏว่ามันเปึนการกระจาย อำนาจในบางภารกิจที่กระจายเพียงปริมาณงาน ซึ่งเรานับว่า ๓๕๙ เอาไป ๒๖๒ แล้ว ยังเหลืออีกเท่าไรที่จะต้องกระจายไป แต่ไม่มีกระบวนการที่จะติดตามในเรื่องของคุณภาพ ดังนั้นคณะอนุกรรมาธิการกับคณะกรรมาธิการจึงอยากเห็นการกระจายอํานาจที่สัมฤทธิผล ตามที่รัฐต้องการนะคะ ว่ามีการกระจายอำนาจถ่ายโอนลงไปแล้ว องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นซึ่งเปึ้นหน่วยรับโอนและเปึนหน่วยที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนนั้น จะต้อง ทำงานนั้นได้อย่างมีคุณภาพด้วย คืองานใดก็ตามที่ใครทำแล้วดีอยู่แล้ว แต่ว่าเอาไปให้ อีกคนหนึ่งทํา ซึ่งหวังว่าจะทําได้ดีกว่านี้ แต่ปรากฏว่าทําได้เท่า ๆ ของเดิม หรือทําได้ดี น้อยกว่าของเดิมอย่างนี้คณะกรรมาธิการก็ไม่อยากเห็นค่ะ อยากจะเห็นว่าเมื่อมีการกระจาย อำนาจลงไปแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเปึ้นผู้รับถ่ายโอนในภารกิจนั้น สามารถ ให้บริการพี่น้องประชาชนได้อย่างดียิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มีคุณภาพยิ่งขึ้น ดังนั้นก็จึง นำเสนอเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ แล้วก็ขออนุญาตกราบขอบคุณท่านสุรินทร์ท่านไม่ได้อยู่ในที่นี้ เสียแล้ว ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะคะ ที่ท่านได้กรุณาให้ข้อคิดเห็นในเรื่องว่าเรื่องเงิน เรื่องสัดส่วนอะไรต่าง ๆ ก็จะอยู่ในข้อเสนอแนะอยู่แล้วว่าอยากจะให้การปรับปรุงเรื่องของ การกระจายอำนาจมีคุณภาพ ต้องให้หลักประกันจากรัฐว่าจะต้องทําโดยต่อเนื่อง จะต้องเปึน วาระแห่งชาติ ซึ่งพวกเราไม่ว่าจะเปึนราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น มีความจริงใจซึ่งกันและกัน มีความจริงใจที่จะเห็นการกระจายอํานาจนั้นสัมฤทธิผลจริง ๆ มีความจริงใจที่จะเห็นว่าภารกิจที่มอบไปยังพี่น้องประชาชนนั้น ได้รับบริการที่ดียิ่งขึ้นจาก ท้องถิ่นนะคะ เพราะฉะนั้นอันนี้จึงได้นําเสนอในเรื่องของว่าจะต้องมีการนําไว้ในวาระแห่งชาติ จะต้องมีการ ปรับแนวคิดในการกระจายอำนาจว่าจะต้องคำนึงถึงความพร้อมของผู้ให้และผู้รับ ผู้ให้นั้น ก็จะต้องสอน เตรียมการสอน เตรียมคู่มือ เตรียมอะไรต่าง ๆ เพื่อจะให้ผู้รับ รวมทั้งในเรื่อง ของเงินท้องต่าง ๆ ด้วย ในเรื่องงบประมาณต่าง ๆ ด้วย แล้วก็จะต้องมีการปรับปรุงกลไก ปรับปรุงกลไกในที่นี้ก็คือปรับปรุงกลไกในการขับเคลื่อน ซึ่งก็ได้นำเสนอว่าอาจจะมอบ ภารกิจนี้ให้กับท่านอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมาช่วยดำเนินการ เพราะว่าท่าน ก็เปึนราชการส่วนกลาง แล้วก็ผูกสนิทอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านมีท้องถิ่น จังหวัดอยู่ในมือสามารถที่จะผลักดัน ติดตาม และประเมินผลการกระจายอำนาจนั้นให้ดี ยิ่งขึ้นไปได้ รวมทั้งมีการปรับบทบาทในเชิงรุกของคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และถ้าหากว่าคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเข้มแข็ง สิ่งที่ได้มอบภารกิจให้กับท้องถิ่นลงไปแล้วก็จะได้มี การติดตามว่ามอบงานให้ไปแล้วเงินไม่ให้ จะบังคับกดดัน ผลักดันกันอย่างไร อันนี้ก็เปึ้นสิ่งที่ คณะกรรมาธิการพยายามจะนำเสนอ แล้วก็สิ่งที่ท่านนำเสนอเราก็จะน้อมรับเอาไว้ แล้วก็ จะนำไปพิจารณาปรับปรุง แล้วก็นำเสนอต่อไปค่ะ ขออนุญาตท่านประธานให้ท่านสยุมพร เพิ่มเติมค่ะ ท่านสยุมพร ลิ่มไทย เปึนอนุกรรมาธิการค่ะ
ขอเชิญท่านสยุมพร ลิ่มไทย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดผมด้วย ทั้งจังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดระยอง ขอเชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แล้วก็ท่านสมาชิก สปท. ที่เคารพทุกท่านครับ ผมก็คงไม่มีประเด็นใดที่จะไปโต้แย้ง ก็รับฟังความคิดเห็นของท่านสมาชิกที่ได้เสนอมา เพียงแต่ว่าอยากจะเรียนอธิบายความเพิ่มเติมสั้น ๆ นะครับว่าเหตุผลที่เราได้เสนอรายงานใน กรอบของการปฏิรูปแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ เนื่องจากว่าเราเสนอภายใต้ หลักการที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมา นับตั้งแต่ฉบับป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๕๐ แล้วก็ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่กำลังจะลงประชามติ ก็คืออาศัยกรอบหลักการที่ปรากฏใน รัฐธรรมนูญและร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลักการที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญทุกฉบับจะเขียนไว้ใน มาตรา ๑ ทั้งนั้นเลยนะครับว่าประเทศไทยเปึนอันหนึ่งเดียวจะแบ่งแยกมิได้ ด้วยเหตุนี้ รูปแบบการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทยถึงได้ออกแบบมาให้เปึ้นราชการ ๓ ส่วน ทั้งราชการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค แล้วก็ส่วนท้องถิ่น ทำไมไม่กำหนดให้มีราชการ บริหารส่วนกลางและราชการบริหารส่วนท้องถิ่นเหมือนในบางประเทศ เพราะเราคิดว่าการที่ จะทําให้ประเทศไทยเปึนอันหนึ่งเดียวมันต้องมีจุดเชื่อมโยงอยู่ที่ราชการบริหารส่วนภูมิภาค อันนี้เปึนคำตอบที่ทุกคนได้ประจักษ์กันมาตลอด เพราะฉะนั้นกรอบแนวความคิดในการ เสนอรายงานนี้ก็อยู่บนพื้นฐานหลักการที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ และในร่าง รัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังลงประชามติด้วย อันนี้เปึ้นประเด็นแรกที่ผมอยากจะเรียน
ประเด็นที่ ๒ ก็คือข้อเสนอในเรื่องนี้พุ่งประเด็นไปที่เรื่องของการปฏิรูปแผน และขั้นตอนการกระจายอำนาจ เนื่องจากได้มีการออกพระราชบัญญัติกำหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ ซึ่งปรากฏว่าจนบัดนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จ เราก็มาหาสาเหตุว่ามันเกิดจากอะไร แผนและ ขั้นตอนการกระจายอำนาจ ก็ได้ปัญหาตามที่ประธานอนุกรรมาธิการได้รายงานไปแล้ว ส่วนข้อเสนอแนะก็อยู่ภายใต้กรอบอันนี้ละครับ กรอบของการที่จะเสนอว่าแผนและขั้นตอน ดังกล่าวมีปัญหาอยู่ตรงไหน ผมก็ขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมโดยสรุปเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณทางคณะกรรมาธิการที่ชี้แจงนะครับ ผมได้ส่งสัญญาณไฟลงมติไปใน อาคารทั้ง ๓ อาคารและทุกห้อง ขณะนี้รอสมาชิกกำลังทยอยเดินทางมา ผมเรียนเพิ่มเติม อย่างนี้นะครับ ท่านกษิตครับ ขออนุญาตท่านกษิตสักครู่ครับ การประสานงานระหว่าง สปท. กับกระทรวงมหาดไทยนั้นเปึนไปอย่างดียิ่งนะครับ แล้วก็ผมและสมาชิกที่เกี่ยวข้องได้เดินทางไปตามนัดหมายของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ทีมงานที่ปรึกษาและ คณะทำงานของท่านนะครับ ก็ใช้เวลาในช่วงเช้าวันจันทร์นั้นเปึ้นเวลาเกือบ ๓ ชั่วโมง กระทรวงมหาดไทยยืนยันถึงการสนับสนุนงานของ สปท. อย่างเต็มที่
๒. ก็คือพร้อมที่จะสื่อสารสร้างความเข้าใจไปถึงทุกตารางนิ้ว เพราะว่า กระทรวงมหาดไทยนั้นครอบคลุมงานบริหารและการปกครองครอบคลุมทุกหมู่บ้านและ ชุมชน
๓. ก็คือยินดีที่ให้สมาชิกหรือประธานกรรมาธิการ หรือกรรมาธิการ ชุดใด คณะใด ท่านใดที่พร้อมที่จะไปปรึกษาประชุมกับท่านในทุกเช้าวันจันทร์ครับ ถ้าท่านกษิต ภิรมย์ และท่านอื่น ๆ ที่สนใจรวมทั้งท่านสุรินทร์ที่ได้อภิปรายไปทั้ง ๒ ท่าน และท่านอื่น ๆ สนใจที่จะไปนำเสนอแนวความคิดแลกเปลี่ยนกับทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยและคณะ ผมก็ยินดีที่จะประสาน เรามีคณะกรรมการประสาน การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ซึ่ง สปท. เราเปึนสมาชิกทั้งหมด ๗ ท่านเปึนกรรมการอยู่ รวมทั้งท่านรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง และท่านอื่น ๆ ด้วย ตรงนั้นก็เปึนส่วนหนึ่งนะครับ
ประการที่ ๒ ก็คือว่าขณะนี้ร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ทราบว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน ความชัดเจนในเรื่องนี้จะอยู่ที่รัฐธรรมนูญ ถ้าผ่านเราจะมีร่างกฎหมายปฏิรูปประเทศที่จะต้อง ตราให้เสร็จใน ๑๒๐ วันหลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ในส่วนนั้นจะเปึ้นอีกช่องทาง เครื่องมือหนึ่งในเรื่องของการกระจายอำนาจ เผอิญผมนี่เปึนกรรมาธิการในการตรา พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ป้ ๒๕๔๒ ที่กรรมาธิการได้ศึกษาและนำเสนอข้อปฏิรูปและในห้วงเวลาที่ผ่านมานี่ ได้เห็นพัฒนาการของการปฏิรูปเรื่องการปกครองท้องถิ่น จนกระทั่งขณะนี้ผมเชื่อว่าแนวทาง ของการที่จะปฏิรูปภายใต้ข้อเสนอ สปท. นี้ก็จะนําไปสู่วิป (Whip) ๓ ฝ์าย ซึ่งตรงนั้นก็จะมี ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนะครับ ก็เชิญท่านที่สนใจเข้าไปร่วมชี้แจงด้วย เพราะเราถือว่าอันนี้ เปึนการปฏิรูปประเทศของเราที่ทุกคนมีส่วนร่วมนะครับ แล้วก็เราได้ยกฐานะครั้งสําคัญคือ ป้ ๒๕๓๗ เมื่อมีการยกสภาตำบลขึ้นเปึน อบต. ครั้งแรก และมีบังคับใช้ตามกฎหมาย เดือนมีนาคม ป้ ๒๕๓๘ นั่นคือก้าวสำคัญมาก ผ่านมา ๒๑ ป้แล้ว จากนั้นก็คือ การก่อร่างสร้างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งถือว่ามีความก้าวหน้าในความเปึนประชาธิปไตย และการบริหารจัดการประเทศมากที่สุดฉบับหนึ่งนะครับ ต่อมาจึงได้เกิดพระราชบัญญัติ กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอีก ๒ ป้ ถัดมา นี่คือการวางรากฐานเพียงแต่ว่าด้วยข้อจำกัดข้องรัฐบาลชุดผ่าน ๆ มาก็ยังไม่สามารถ ที่จะจัดสัดส่วนงบประมาณตามพระราชบัญญัติได้ ที่ให้กำหนดไว้แบ่งรายได้รัฐบาลกลาง กับท้องถิ่น ๒๐ ต่อ ๘๐ ๓๕ ต่อ ๖๕ ขณะเดียวกันภารกิจก็ถ่ายโอนไปได้เพียง ๒๖๒ ภารกิจ ใน ๖ ด้าน จากทั้งหมด ๓๕๙ คิดดูก็น่าจะอยู่สัก ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง บางภารกิจ ถ่ายโอนไป สภาเราเสนอก็มีการทบทวนข้อคืนครับ เช่น ทางหลวงท้องถิ่นที่ขอโอนคืนมา ก็เปึนจำนวนหลายพันกิโลเมตรทีเดียว ก็ต้องแก้ไขปัญหาทั้งความพร้อม ขณะเดียวกัน ผมคิดว่ายุทธศาสตร์ชาติที่สมาชิกหลายท่าน เช่น พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ ท่านเปึน กรรมาธิการอยู่ด้วยมีส่วนสำคัญก็คือว่ามันต้องทำแกรนด์ดีไซน์ (Grand Design) ครับว่า ๒๐ ป้ข้างหน้าเราจะมีจังหวัดจัดการตนเองในป้ไหน อีก ๕ ป้ หรือ ๑๐ ป้ เขียนให้ชัดเลย แล้วก็ลดขนาดของรัฐบาลกลาง ลดขนาดรัฐบาลภูมิภาค เพื่อรัฐบาลท้องถิ่นซึ่งอยู่ใกล้ชิด ประชาชนมากที่สุด เข้าใจปัญหามากที่สุด และบริหารการพัฒนาท้องถิ่นมากที่สุด เขาสามารถที่จะรับผิดชอบต่อภารกิจนี้ มันก็ต้องไปอย่างนี้ แต่ความชัดเจนจะเกิดขึ้น ด้วยเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ ด้วยกฎหมายปฏิรูปครับ ตรงส่วนนี้ก็คงจะเปึ้นส่วนหนึ่งนะครับ ก็ขอเรียนชี้แจงเพิ่มเติม คิดว่าสมาชิกได้เข้ามาในห้องประชุมพอสมควรนะครับ ก็เปึนอันว่า ที่ประชุมได้พิจารณา ท่านกษิตเชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ สปท. อันดับที่ ๗ ขอพูดนิดเดียวครับ แล้วก็ไม่ได้มีความประสงค์จะต่อแย่หรือจะให้เรื่องมันยืดเยื้อ แต่ผมค่อนข้างจะสะดุ้งนิดหนึ่งกับประโยคสุดท้าย ๆ ของท่านกรรมาธิการ ผมขอชี้แจงแล้วก็ขอร่วมอธิบายเพื่อความมั่นใจว่าการมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ประเทศญี่ปุ์นซึ่งเปึนราชอาณาจักรนั้น คงความเปึนราชอาณาจักรและความเปึ้นหนึ่งเดียวกัน ของประเทศครับ และในแต่ละจังหวัดของประเทศญี่ปุ์น พรีเฟกเจอร์ (Prefecture) นั้น มีข้าราชการจากส่วนกลางจังหวัดละประมาณ ๑๕ ถึง ๒๐ คนเท่านั้น มาเพื่อประสานงาน จริง ๆ ครับ อยากจะให้มีความมั่นใจในตรงนี้ด้วย และเราไม่เข้าใจสับสนกันว่า ถ้าเผื่อมีการกระจายอํานาจไปสู่จังหวัด ไปสู่ท้องถิ่น แล้วจะทําให้ความเปึ้นรัฐเดียว ของราชอาณาจักรไทยมันจะถูกกระทบไหม ไม่ใช่ครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ก็มีความชัดเจน ก่อนที่จะมีการลงมติก็จะขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนะครับ
(นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนนะครับ โปรดเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
มีสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนไหมครับ ถ้าได้ใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๑๕๙ ท่าน เปึนอันว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับรายงาน เรื่อง การปฏิรูป แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือไม่ ซึ่งหาก เห็นชอบคณะกรรมาธิการจะได้นำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุง ก่อนที่จะส่งรายงานไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปนะครับ
(นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ต่อไปเปึนการลงมติตามข้อบังคับ ข้อ ๖๐ นะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างหรือไม่ครับ ถ้ามี ขอเชิญ ใช้สิทธินะครับ ถ้าไม่มี ผมขอป่ดการลงคะแนนนะครับ ขอทราบผลการลงคะแนนครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๑๕๙ ท่าน เห็นด้วย ๑๕๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่านนะครับ
เปึ้นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น เรื่อง การปฏิรูปแผนและขั้นตอนการกระจาย อำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว จบการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่นแล้วนะครับ ขอขอบคุณท่านประธาน กรรมาธิการ คณะกรรมาธิการ ตลอดจนผู้มาชี้แจงนะครับ
ต่อไปเปึนการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ ไม่มี
วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้วนะครับ ขอขอบคุณสมาชิก ที่มาประชุมทุกท่าน และคณะกรรมาธิการทุกคณะ และผู้ชี้แจงทุกท่านนะครับ ผมขอป่ดการประชุมครับ