ป้ติพงศ์ ชูแนวทางดูแลเศรษฐกิจผู้สูงวัย เสนอสร้างงาน-เลื่อนเกษียณ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๘ · ๑ สิงหาคม ๒๕๕๙

ปติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา หารือประเด็นเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย โดยเน้นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ลดภาระค่าใช้จ่าย และส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต ทั้งการสร้างงาน เลื่อนอายุเกษียณ และสนับสนุนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสนอให้จัดเก็บข้อมูลผู้สูงวัยอย่างเป็นระบบเพื่อรองรับการดูแลด้านสุขภาพ สวัสดิการ และการกลับสู่อาชีพเกษตร รวมถึงผลักดันให้สถาบันเทคโนโลยีสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการเป็นองค์การมหาชนเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัยที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

นายป้ติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน เพื่อนสมาชิก กระผม ป้ติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา สปท. ลำดับที่ ๙๙ ครับ ขอใช้เวลา เพียงเล็กน้อยเพื่อจะสรุปสิ่งซึ่งได้มีการนำเสนอเกี่ยวกับเศรษฐกิจผู้สูงวัย ต้องเรียนชี้แจง เปึ้นเบื้องต้นว่า ส่วนที่เกี่ยวพันกับเศรษฐกิจนี้เปึนส่วนที่เรานำมาดูแลเปึนพิเศษ เพราะเราทราบดีว่าคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ได้นําเสนอเรื่องนี้มาในเดือนที่แล้วครั้งหนึ่งแล้ว แต่ว่าความสนใจของเราอยู่ที่ว่าเราจะเพิ่ม มูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างไร นั่นเปึนประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ คือค่าใช้จ่ายที่เราจำเปึ้นที่จะต้องเอาไปใช้ในการดูแลผู้สูงวัย นับวันจะเพิ่มขึ้นทุกที่ จะทําอย่างไรให้ผู้สูงวัยเข้ามาอยู่ในกระบวนการการผลิตให้ได้มากที่สุด แล้วก็ในขณะเดียวกันสามารถที่จะมีค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้สูงวัยเองจะต้องพยายามอ้อม พยายามสร้าง ตั้งแต่สมัยยังมีอายุไม่มาก เพื่อมาดูแลตัวเองในท้ายที่สุดให้มากที่สุด เราจะเน้นเฉพาะเรื่อง เศรษฐกิจโดยตรงเท่านั้น

ทีนี้ในประเด็นเรื่องความต้องการของผู้สูงวัยก็ได้พูดกันไปหลายครั้งแล้วว่า จากการวิจัยผู้สูงวัยต้องการสิ่งต่าง ๆ ตามลำดับดังนี้นะครับ อันแรกก็คือเรื่องสังคม เมื่อสักครู่ได้อธิบายไปแล้ว ต้องการมีคนอยู่ด้วย ต้องการให้ลูกเต้าอยู่ด้วย ซึ่งก็เปึนวิถีชีวิต ของคนเอเชีย (Asia) อันที่ ๒ ก็คือต้องการสุขภาวะที่ดี อันที่ ๓ เปึนลําดับความสําคัญ ซึ่งไม่สูงเลย ก็คือเรื่องของเงินและรายได้ ซึ่งตรงนี้เราเห็นว่าในแง่ของรัฐอาจจะเปึ้นเรื่องที่มี ความสําคัญ แต่ในมุมมองของผู้ที่เปึนผู้สูงวัยอาจจะมีความสําคัญในลําดับ ๓ ซึ่งอันนี้ ก็คงจะต้องมาจากงานวิจัยนั้นเอง และสิ่งที่มีความสําคัญสําหรับผู้สูงวัยในลำดับสุดท้าย ก็คือสิ่งแวดล้อม ก็คือบ้านหรือว่าความสามารถในการที่จะช่วยเหลือตัวเอง

ต้องกราบเรียนว่าเราได้นำเรื่องนี้เสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แล้วก็ได้รับข้อแนะนําซึ่งเปึนประโยชน์อย่างยิ่งหลายเรื่อง นะครับ แล้วก็เราคิดว่าในสภาแห่งนี้เราก็คงได้รับข้อเสนอที่จะเปึนประโยชน์เพื่อที่จะแก้ไข รายงานเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุดนะครับ กระผมขอกราบเรียนเปึ้นเบื้องต้นอย่างนี้ว่า เราแบ่งคนเปึน ๒ ประเภท

ประเภทแรก ก็คือคนสูงวัยที่ยังทำงานได้ นโยบายของเราก็คือว่าพวกนี้ น่าจะเข้ามาอยู่ในกระบวนการการพัฒนาทางเศรษฐกิจได้นะครับ มีท่านกรรมาธิการ หลายท่านซึ่งอยู่ในวิป (Whip) นี้ก็บอกว่า เราจะคิดเลื่อนเวลาของการเกษียณอายุ ต่อไปได้หรือไม่ ซึ่งอันนี้ก็เปึนประเด็นที่เราคงจะต้องนํามาถกเถียงแล้วก็นํามาเสนอต่อไป

ส่วนที่ ๒ คือพวกที่ทำงานไม่ได้หรือไม่ยอมทำงานกับพวกที่ติดเตียง ซึ่งพวกนี้ จะเปึนคอสต์ (Cost) เปึนค่าใช้จ่ายซึ่งส่วนหนึ่งรัฐบาลก็จําเปึนต้องจ่าย แต่อีกส่วนหนึ่ง ถ้าเรามีกระบวนการในการออมหรือการบริหารจัดการให้เขาเข้ามาอยู่ในกระบวนการ ทางเศรษฐกิจได้ก็จะเปึ้นประโยชน์ทั้งต่อรัฐบาลในเรื่องของค่าใช้จ่าย แล้วก็เรื่องของคน เหล่านี้กลุ่มนี้เองที่มีค่าใช้จ่ายเพื่อจะทำอะไรตามใจของตัวเองได้บ้างนะครับ กลุ่มนี้เรียกว่า เปึนกลุ่มผู้บริโภค กลุ่มแรกก็เปึ้นผู้ผลิตส่วนใหญ่ เราก็จะแบ่งในลักษณะนี้นะครับ เพราะฉะนั้นทิศทางในการที่จะดูแลทางด้านเศรษฐกิจของเรานี่จึงแบ่งออกเปึ้น ๓ เรื่อง ใหญ่ ๆ ครับ

เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการสร้างงานให้กับกลุ่มแรก คือกลุ่มที่ยังทำงาน ได้อยู่นะครับ พวกเราที่นั่งอยู่นี้ส่วนใหญ่อาจจะเปึนกลุ่มที่ยังพอทำงานได้อยู่นะครับ ส่วนนี้ ก็เปึนเรื่องแรกที่เราน่าจะพิจารณา

เรื่องที่ ๒ คือกลุ่มที่เรียกว่าอุตสาหกรรม อย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการ คุณสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ได้พูด เราต้องใช้วิกฤตนี้ให้เปึ้นโอกาสเพื่อจะทำให้อุตสาหกรรม ที่เกี่ยวพันกับคนสูงวัยได้มีความเจริญเติบโต สร้างรายได้ให้กับประเทศชาติของเราให้มาก ยิ่งขึ้น เพื่อจะนำภาษีอากรเหล่านั้นกลับไปช่วยผู้สูงวัยนั่นเอง

เรื่องที่ ๓ ก็คือการเน้นในการดูแลในเรื่องของรายได้ซึ่งเกี่ยวพันกับนโยบาย รายได้ของผู้สูงวัย ซึ่งอาจจะเปึนกลุ่มที่ไม่อยากจะทำงานแล้ว หรือเปึนกลุ่มที่ติดเตียงนะครับ ซึ่งกลุ่มที่ไม่อยากทำงานแล้วก็มีท่านกรรมาธิการบางท่านเสนอว่าน่าจะรวมถึงคนที่ไปอยู่วัด ด้วยนะครับ เพราะว่ามีหลายพวกที่ยังทำงานได้แต่ว่าก็ไปรวมตัวกันอยู่ในสถานศาสนาต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ก็น่าสนใจที่เราจะต้องดำเนินการต่อไป

สำหรับประเด็นปฏิรูปเรื่องแรกก็คือ เรื่องการสร้างงานผู้สูงวัย เราก็เห็นว่า จริง ๆ แล้วขณะนี้โอกาสในการทำงานแบบเอาต์ซอร์ซ (Outsource) หรือเอาต์รีช (Outreach) โดยใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์มันมีขึ้นมากนะครับ แล้วโอกาสที่จะทํางาน อยู่ที่บ้านมันทำได้เยอะมากกว่าปัจจุบัน งานประเภทต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้ใช้เลย เช่น จุดหมายเหตุ สำหรับคนที่มีอายุมากแล้วก็มีความรู้ ให้เขาทำงานที่บ้านแล้วส่งชิ้นงานมาในลักษณะนั้น ก็น่าจะเปึนประโยชน์แล้วก็สามารถที่จะทำได้เยอะแยะ

ฉะนั้นประเด็นที่ ๑ ก็คือเราคิดว่าควรจะสร้างงานที่ไม่ต้องมาทํางานให้มาก ยิ่งขึ้น ซึ่งโอกาสนี้มีอยู่แยะ มีท่านกรรมาธิการได้เสนอว่าน่าจะมีการวิจัยให้ชัดเจนว่า ประเภทของงานที่เหมาะสมกับคนเหล่านี้ควรจะเปึนอย่างไรบ้าง ซึ่งผมคิดว่าเปึนข้อเสนอ ที่มีความสําคัญอย่างยิ่งแล้วควรจะรีบทําทันที เพราะเวลาเราไม่ค่อยเหลือแล้วนะครับ ในสังคมไทยงานบางเรื่องต้องคำนึงถึงลูกเต้าเหมือนกันเพราะว่าถ้าจะให้พ่อไปกว่าดถนน หรือว่าให้ไปเก็บตั๋วแบบญี่ปุ์น ซึ่งก็เปึนงานที่สุจริตนะครับ แต่ว่าสังคมรับได้หรือไม่อย่างไร ต้องมองมุมมองหลาย ๆ อย่างว่า คนแก่ในสังคมไทยกับบริบทของคนแก่ในต่างประเทศ อาจจะไม่เหมือนกันเสียเลยก็ได้นะครับ แต่ผมคิดว่าโอกาสในส่วนนี้มีมาก

อันที่ ๒ เรื่องของโซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ (Social Enterprise) หรือการลงทุน ทางสังคม อันนี้ก็ได้พูดไปแล้วนะครับ ก็ต้องเร่งให้เกิดขึ้น

อันที่ ๓ ก็คือรัฐบาล ซึ่งผมเห็นเมื่อสัก ๒ อาทิตย์ที่แล้วก็เริ่มพูดเรื่องว่า ทําอย่างไรการจ้างคนสูงวัยนี่ รัฐบาลจะลดภาษีให้ได้บ้างนะครับ ซึ่งอันนี้ผมเข้าใจว่า เปึ้นเรื่องที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีต้องเอ่ยนามท่าน ท่านสมคิดได้พูดไปแล้วนะครับ แล้วก็กำลังมีการพิจารณาอยู่

ส่วนที่ ๒ ซึ่งถือว่าเปึ้นโอกาสอย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจได้กล่าวไว้ก็คือว่า โอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรม และบริการที่เกี่ยวข้องกับคนสูงวัยมีมากเลยนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของอาหาร ยา เครื่องมือแพทย์ หรือแม้แต่สิ่งใหม่ที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ต ออฟ ทิงส์ (Internet of things) ที่สามารถจะช่วยให้คนมีอายุมีสุขภาวะที่ดีขึ้น สามารถที่จะมอนิเตอร์ (Monitor) หรือติดตามงาน ติดตามสุขภาวะของผู้สูงอายุก็เปึนอุตสาหกรรมที่ทั่วโลกเริ่มที่จะบูม (Boom) แล้วก็ในประเทศไทย กระทรวง ทบวง กรม หรือว่าทางภาคเอกชนก็เริ่มให้ ความสนใจในเรื่องนี้ นอกจากนั้นก็มีอุตสาหกรรมบริการ เช่น บ้านของผู้ชรา หรือบ้านของ คนที่เริ่มจะคิดว่าตัวเองต้องแยกมาจากครอบครัวแล้ว โดยมีบริการทางการแพทย์ บริการ ทางด้านสุขอนามัยรวมอยู่ด้วยก็เปึนอะไรที่คนไทยน่าจะทำมากกว่านี้ ผมก็เห็นว่าฝรั่งก็ทำ เยอะแล้ว เช่น ในพัทยา ในภูเก็ต มีหมู่บ้านของชาวต่างประเทศที่เขาเข้ามาอยู่แล้วก็มีบริการ ทางด้านนี้ซึ่งเปึ้นอะไรที่ค่อนข้างจะใหม่นะครับ แล้วก็สามารถที่จะขยายได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นแล้วก็คิดว่าสิทธิพิเศษต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย น่าจะได้รับการสนับสนุน อันนี้ก็เปึนวิธีการทั้งในแง่ของการปฏิรูปสร้างงานผู้สูงวัย แล้วก็สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้วก็บริการกับผู้สูงวัย

ส่วนสุดท้าย ซึ่งเปึ้นเรื่องรายได้ของผู้สูงวัยเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่เปึน ผู้บริโภคเพราะว่าทํางานไม่ค่อยไหวแล้ว อันหนึ่งซึ่งรัฐบาลกําลังทําอยู่ก็คือทบทวน เงินอุดหนุนเบี้ยยังชีพของคนชรา ซึ่งอันนี้ก็เปึ้นที่ทราบกันดีว่าบางส่วนไม่ได้ไปในกลุ่มที่ ต้องการจะให้ไป อันนี้ก็เปึ้นเรื่องที่จะต้องดําเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วไปให้ได้นะครับ

อันที่ ๒ ก็คือเรื่องข้อมูลของผู้สูงวัย ซึ่งอันนี้เปึนเรื่องที่ทางกรรมาธิการ เกี่ยวกับกิจกรรมของสภาเห็นว่าเปึนเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะเราต้องรู้ว่าคนเหล่านี้ อยู่ที่ไหน อย่างไร สถานภาพเปึนอย่างไร เราคงจำเปึนจะต้องลงทุน เพราะว่ามันไปเกี่ยวพัน กับเรื่องความช่วยเหลือ เกี่ยวพันกับเรื่องสุขภาพ เกี่ยวพันกับเรื่องเงินของผู้สูงวัยทั้งหมด

อันที่ ๓ เรามีระบบที่จะดูแลผู้สูงวัยใหญ่ ๆ อยู่ ๒ ระบบเดิม ก็คือ ๑. ดูแล ข้าราชการ อันที่ ๒ ก็คือดูแลลูกจ้างที่ทำงานในหน่วยงานต่าง ๆ เมื่อป้ที่แล้วเราเริ่มที่จะ ขยายปรับปรุงเรื่องการออมแห่งชาติ ซึ่งคงจะต้องมีการปรับปรุงให้สามารถที่จะเข้าถึงง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนที่ห่างไกลสําหรับผู้ที่มีอายุหรือว่าผู้ที่จําเปึนจะต้องใช้การออม ในระยะยาวต่อไปเพื่อดูแลตัวเองในอนาคต นอกจากนั้นแล้วมีท่านกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนี้เสนอว่าในชนบทเอง การที่คนจะกลับมาทำแหล่งอาหารก็ดี ทำอาชีพทางด้านเกษตรก็ดี เปึนนิมิตหมายอันใหม่ ซึ่งอาจจะไม่ได้ผลตอบแทนเปึ้นเงินแต่เปึนอาหาร เปึนค่าใช้จ่ายที่สามารถที่จะลดลงได้จาก การผลิตของตัวเองในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ก็น่าสนใจแล้วก็คิดว่าคงจะต้องรวบรวมแล้วก็ นำเสนอต่อไปด้วย

สำหรับเรื่องสุดท้าย เพื่อนสมาชิกคงจะทราบว่าในประเทศไทยคนชราได้รับ เงินช่วยเหลือจากลูกหลานมากที่สุดประมาณ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ อีก ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นี่ หาเอง ที่เหลือก็พึ่งรัฐ อย่างที่ท่านประธานสถิตย์ได้กรุณากล่าวไว้ว่าเดี๋ยวนี้สังคม มันเปลี่ยนไปแล้ว ลูกไปทำงานที่อื่นเดี๋ยวนี้ก็ส่งสตางค์ให้พ่อแม่บ้าง ไม่ส่งให้บ้างก็มีเยอะ อัตราการส่งนี่ดูท่าทางจะลดลง เพราะฉะนั้นกระบวนการในเรื่องนี้คิดว่าคงจะต้องมี การพิจารณาว่าภาระที่เกี่ยวกับภาษีคงจะไปทำแบบประเทศที่อยู่ทางตะวันตกไม่ได้นะครับ เพราะว่าวิถีของอาเซียน (ASEAN) ของคนเอเชีย (Asia) เรานี่ส่งลูกเต้าเรียนถึงมหาวิทยาลัย นะครับ ดูแลลูกดูแลท้ายาทจนกระทั่งขึ้นฝัืง แต่ว่าการตอบแทนยังไม่เห็นเปึ้นระบบว่า จะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งอันนี้คงจะเปึนเรื่องที่จะต้องมีการศึกษาแล้วก็พิจารณาผลักดันต่อไป นะครับ โดยสรุปประเด็นที่เราจะเสนอก็เปึนอย่างนี้ มีประเด็นหนึ่งคือเรื่องของการขับเคลื่อน ซึ่งเราแบ่งออกเปึน ๓ เรื่อง

เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการยกระดับของเรื่องนี้ให้มีความสำคัญมากขึ้น ซึ่งอันนี้เราก็เปึ้นที่น่ายินดีว่าในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ดี และในแผน ระยะยาวก็ดี ก็มีเรื่องนี้ที่ปรากฏว่าจะทําอย่างไรค่อนข้างจะชัดเจนนะครับ ซึ่งอันนี้ ก็เปึนเรื่องที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องที่จะให้มีคณะกรรมการ ซึ่งดูเสมือนว่าเปึนฟอร์แม้ต่ (Format) ของพวกเรา แต่ว่ามันเปึนเรื่องที่จำเปึนจะต้องเสนอ เพราะว่าวิธีการบริหาร จัดการในทางนโยบายของเรา เราแบ่งกระทรวง ทบวง กรมออกเปึนไซโล (Silo) แล้วก็มีท่าน รองนายกรัฐมนตรีที่ดูเรื่องครอส คัตติง อิสชูส์ (Cross cutting issues) เนื่องจากเรื่องนี้ เปึ้นเรื่องครอส คัตติง อิสชูส์ (Cross cutting issues) เพราะเปึนเรื่องทั้งเศรษฐกิจทั้งสังคม เรื่องเทคโนโลยีก็จำเปึนอยู่เองที่เราจำเปึนจะต้องเสนอในลักษณะที่เปึนกรรมการ แต่ว่าถ้าเผื่อคณะรัฐมนตรีหรือใครก็ตามเห็นว่าไม่จำเปึนจะต้องเสนอเปึนลักษณะกรรมการ หรือมอบหมายให้ใครเปึนคนดําเนินการ เราก็คิดว่าข้อเสนอนี้ก็ไม่เปึนไร ขอให้ทํางานไปได้ ก็แล้วกัน

ส่วนเรื่องที่ ๓ ที่เกี่ยวพันกับการที่จะยกระดับสถาบันเทคโนโลยี สำหรับ คนพิการ กับคนสูงอายุเปึนองค์การมหาชนเปึ้นเรื่องที่ทำไปแล้วนะครับ ที่เอามาใส่ไว้ในนี้ ทั้ง ๓ เรื่องนี้ ๒ เรื่องเปึนเรื่องที่ทำไปแล้ว แต่ว่าต้องการให้รายงานนี้สมบูรณ์ การพิจารณา เกี่ยวกับองค์การมหาชนเนื่องจากกฎหมายเพิ่งออกมาเมื่อเดือนที่แล้ว การพิจารณาจึง คั่งค้างอยู่มาก แต่ว่าอย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็อยู่ในไพปีไลน์ (Pipeline) ของการพิจารณาไปเรียบร้อย แล้วนะครับ ก็ขอกราบเรียนที่ประชุมไว้ ณ ที่นี้ ผมเห็นว่าเรื่องผู้สูงวัยเปึนเรื่องที่มีความสำคัญ แล้วก็จริง ๆ แล้วต้องเตรียมตั้งแต่เมื่อวานนี้ไม่ใช่เตรียมวันนี้ด้วยซ้ำไปเพราะว่า เรากําลังก้าวสู่สังคมที่มีผู้สูงวัยเยอะนะครับ ดูในนี้ก็พอจะรู้แล้วว่าเราก็มีผู้สูงวัยเยอะ ที่ยังทำงานได้อยู่ ที่ยังจะต้องคอนทริบิวต์ (Contribute) กับเศรษฐกิจ ยังต้องช่วยกัน แก้ไขเรื่องต่าง ๆ ให้สามารถดูแลผู้คนได้ ผมคงมีเรื่องที่จะสรุปและชี้แจงเพียงเท่านี้ ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านนะครับ