กษิต ภิรมย์ หารือการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นโดยเสนอให้รวมโครงสร้างราชการส่วนภูมิภาคกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยเดียว และผลักดันให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้งโดยตรง พร้อมผลักดันการถ่ายโอนงาน งบประมาณ และบุคลากรจากส่วนกลางไปยังท้องถิ่นอย่างชัดเจน เพื่อเพิ่มบทบาทประชาชนในการมีส่วนร่วมและตรวจสอบการบริหารพื้นที่ตนเองอย่างแท้จริง
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ สปท. อันดับที่ ๗ ครับ ท่านประธานครับ เรื่องราวเกี่ยวกับการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นรวมถึง เรื่องของการกระจายอำนาจ หรือการเพิ่มอำนาจให้กับท้องถิ่นนั้น เราได้พูดจากัน ในที่ประชุมของ สปท. กันมาหลายครั้งหลายรอบ และทุกครั้งเมื่อเรื่องเข้ามาผมก็ค่อนข้าง จะมีความคับอกคับใจแล้วก็หนักอกหนักใจด้วยว่า ระบบคิดของผมมันค่อนข้างจะแตกต่าง จากคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่นตั้งแต่ต้น ต้องขอโทษด้วยนะครับ แล้วผมก็อยากจะขอยกประเทศที่มีระบบการเมืองการปกครอง ที่คล้ายคลึงหรือว่าใกล้เคียงกับประเทศไทยมากก็คือประเทศญี่ปุ์นซึ่งมีสถาบัน พระมหากษัตริย์ จักรพรรดิ์ มีระบบรัฐสภา มีสภาสูง มีสภาล่าง แล้วก็แบ่งประเทศ เขาออกเปึนรวมทั้งหมดประมาณ ๔๗ จังหวัดที่เรียกพรีเฟกเจอร์ (Prefecture) แต่ความต่างของเขาก็คือว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดข้องเข้ามาจากการเลือกตั้ง ขณะที่ของเรา ก็เปึนคล้าย ๆ กับนกสองหัว มีพนักงานเจ้าหน้าที่ ข้าราชการจากกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดอำเภอ ปลัดจังหวัด นายอำเภอ ไล่ลงไปจนถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็คู่แฝดอีกด้านหนึ่งคือ อบจ. อบต. อปท. มันจะเปึนไปอย่างนี้ไม่ได้ครับ ประเทศไทย ถึงเวลาแล้วที่จะต้องตัดสินใจเอา ๒ หน่วยมารวมกันเปึนหนึ่งเดียวกันนั่นเปึ้นประเด็นที่ ๑ ครับ
อันที่ ๒ ก็ต้องมีเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็มีสภาจังหวัด แล้วก็ ในจังหวัดก็ควรจะเปึ้นเทศบาลระดับต่าง ๆ ดังที่อารยประเทศเขาก็มีกันทั้งนั้น ในขณะเดียวกันก็ต้องไล่หน่วยงานต่าง ๆ สำนักงานพาณิชย์ สำนักงานวัฒนธรรม สำนักงาน ท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หน่วยงานในกระทรวงคมนาคมเหล่านี้ก็ต้องขอเชิญ กลับกรุงเทพมหานครหมดนะครับ แล้วก็โอนงาน เงินเดือน บุคลากรทั้งหมดให้กับท้องถิ่น ผมว่าเราต้องมาตกลงกันตรงนี้แล้วก็ตัดใจเสียก่อนเด็ดขาดว่าจะเปึนนก็สองหัวไม่ได้ แล้วก็ ต้องโอนอำนาจจากส่วนกลางมาที่ท้องถิ่นคือที่จังหวัด ระดับจังหวัดที่ประเทศญี่ปุ์น หรือหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งเขาทําอะไร ผมเคยพูด หลายครั้ง ก็ดูพวกโรงเรียนอาชีวะ โรงเรียนมัธยม ดูเรื่องถนนหนทางภายในจังหวัด สาธารณูปโภคที่มันต้องเชื่อมโยงกันทั้งจังหวัด ดูเรื่องความปลอดภัย แล้วก็ดูเรื่อง ทะเบียนราษฎร เพราะฉะนั้นในระดับจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง สมมุติว่ามีงานสัก ๕ อย่าง แล้วก็ทอนไปที่ระดับเทศบาล หรือจะบวกอำเภอ เทศบาล ก็ให้ดูแลทุกข์สุข ของประชาชน คนแก่ คนชรา โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนประถม ความสะอาดขั้นพื้นฐาน ต่าง ๆ เหล่านี้แล้วก็ระบุเสียให้แน่ชัด แต่ตราบใดที่เราไม่ยอมที่จะตัดสินใจในกรอบของงาน ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมันก็จะเปึ้นเรื่องของเหมือนผักตบชวาลอยตุ๊บป์อง ๆ ไปเรื่อย ๆ ตัดสินใจเสีย แล้วก็ในการตัดสินใจนั้นผมก็เสนอให้ยุบคณะกรรมการติดตาม ประสานในเรื่องของการกระจายอํานาจมีไว้ทําไมครับ ถ้าเผื่อมอบงานจากส่วนกลางไปที่ จังหวัด ๑๐ งานด้วยกัน ระดับจังหวัดก็จะต้องทำงานอย่างไรก็ต้องตอบสนองสภาจังหวัด เขาจะเปึ้นผู้ตรวจสอบแล้วก็อาจจะมีสภาประชาชน หรือสภาพลเมืองที่จะตรวจสอบ อีกขั้นหนึ่ง แล้วก็ในหลาย ๆ ประเทศนั้นท้องถิ่นก็จะต้องมาชี้แจงที่สภาได้ตลอดเวลา รัฐสภา ซึ่งเปึนของส่วนกลาง แล้วเราก็ไปดูงานกันมากมาย ทั้งข้าราชการประจำ ท้องถิ่น รัฐบาล อะไรต่าง ๆ ขอประทานโทษครับ ต่าง ๆ เหล่านี้ แต่เราไม่ได้นำเอาสิ่งเหล่านี้กลับมาในการ ที่จะปฏิรูปประเทศไทยแล้วก็ให้มีการกระจายอํานาจอย่างจริง ๆ จัง ๆ เราก็ยังกระจุกตัว อำนาจทั้งหลายไว้ที่กรุงเทพมหานคร งานยังอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย อยู่ที่ส่วนกลาง แล้วแถมยังตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ เข้ามาที่ผมก็ได้วิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดว่ามันไม่ทันสมัย แล้วเราก็ไม่ได้ตอบสนองความต้องการของประชาชนในการที่จะมีส่วนร่วมโดยให้มีการกระจาย อำนาจ ต้องตกลงกันตรงนี้เสียก่อนครับ ไม่อย่างนั้นเราก็ไปอย่างนี้แล้วก็จะมาบอกทุกวันว่า ทางฝ์ายท้องถิ่นไม่พร้อม ผมก็ไม่เห็นมีประเทศไหนในโลกที่เขาบอกว่าท้องถิ่นยังไม่พร้อม เพราะฉะนั้นยังไม่ให้ เราต้องตัดใจเสียก่อนว่าท้องถิ่นจะให้ทํา ๓ อย่าง ๕ อย่าง และเรา ก็ต้องทุ่มพละกำลังทั้งหมดเพื่อให้ท้องถิ่นมีความเข้มแข็งได้ ไม่อย่างนั้นก็เปึนเรื่องของไก่ กับไข่ว่าอันไหนมันเกิดก่อนกัน แต่ว่านัยของมันก็คือยังเก็บอำนาจไว้ที่กระทรวงมหาดไทย ไว้ที่เปึนส่วนกลางแล้วเราจะมาปฏิรูปประเทศกันทําไมครับ อันนี้เราต้องมีความจริงใจ ต่อประชาชน ประชาชนเขาเปึนเจ้าของอำนาจแล้วเขาจะต้องมีโอกาสในการจะตรวจสอบ และมันจะไม่มีอะไรดีกว่าที่เขาสามารถที่จะตรวจสอบ ณ ท้องที่ของเขาได้ องค์กรทั้งหมด ในจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง ฝ์ายรัฐบาลนั่งที่กรุงเทพฯ รัฐสภานั่งอยู่ที่กรุงเทพฯ ก็เปึนผู้ ที่จะกำกับดูแลประสานสนับสนุนเท่าที่ควร นอกจากนั้นแล้วก็ต้องระบุครับ ภาษีกี่ประเภท ที่จะขยายแล้วก็ยกไปให้ท้องถิ่นเขาเก็บเอง แล้วก็รายได้ที่ได้มาจากการให้สัมปทาน ทรัพยากรทางธรรมชาติก็ทำอีกหลาย ๆ ประเทศว่าจะให้ท้องถิ่นกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วจะต้อง เอาไปทำอะไร แล้วอีกกี่เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่ที่ส่งมาที่กระทรวงการคลัง ต่าง ๆ เหล่านี้ มันมีแบบอย่างอยู่ทั่วโลกนะครับ แต่ว่าที่มันขาดที่ประเทศไทยก็คือความเด็ดเดี่ยวข้องจิตใจ แล้วก็การตัดสินใจทางการเมือง แล้วก็การเปึ้นห่วงเปึนใยกับความรู้สึกของท่านผู้ว่าราชการ จังหวัด แล้วก็กระทรวงมหาดไทย ต้องขอประทานโทษด้วย แล้วเราอยากจะมาปฏิรูป ประเทศไทย อยากจะกระจายอํานาจกันทําไมครับ เราก็หลบไปหลบมาเหล่านี้ แล้วก็พยายาม จะทำอะไรที่มันจะประวิงเวลาไปเรื่อย ๆ เราต้องมีความเชื่อมั่นในขีดความสามารถและ สติปัญญาของประชาชนในการที่เขาจะเปึนเจ้าของประเทศ ต้องเป่ดทางให้เขาเข้าถึง ซึ่งอำนาจ เข้าถึงซึ่งข้อมูลข่าวสารและการมีส่วนร่วมครับ เราต้องเชื่อในประชาชนจะได้ ไม่ต้องไปฝากผี้ฝากไข้ไว้ที่คณะกรรมการโน้น กลุ่มโน้นกลุ่มนี้ ไม่ต้องครับ เราต้องมีความเชื่อ ในตัวประชาชน คนไทยมีสติปัญญา มีความสามารถก็ได้แสดงให้เห็นมาในช่วง ๑๐ ป้ ที่ผ่านมาของการมีส่วนร่วม การตื่นตัวทางด้านการเมือง และเมื่อเราได้เริ่มกระจายอำนาจ เมื่อเกือบ ๒๐ ป้ที่แล้ว เราต้องไปให้สุดซอยสุดทางครับ อันนี้เปึนเรื่องที่สำคัญ ไม่เช่นนั้น เราก็มาพิจารณากันเล็ก ๆ น้อย ๆ เราก็จะไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องของการที่จะให้ ประชาชนเปึ้นใหญ่ในผืนแผ่นดินนี้ ขอขอบคุณมากครับท่านประธานครับ